ประชุมรัฐสภาล่มอีก ร่างกฎหมาย ‘จริยธรรมสื่อ’ ติดดอย ไม่ได้ลงมติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542490

07 ก.พ. 2566

ประชุมรัฐสภาล่มอีก ร่างกฎหมาย 'จริยธรรมสื่อ' ติดดอย  ไม่ได้ลงมติ

ที่ประชุมรัฐสภา ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง พิจารณา ร่างกฎหมาย ‘จริยธรรมสื่อ’ ไม่สามารถลงมติวาระแรกได้ สภาล่มเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ

การประชุมรัฐสภา ซึ่งมีวาระพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน  นาย ตวง อัณฑะไชย สมาชิกรัฐสภา เสนอญัตติให้นำร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ขึ้นมาพิจารณาก่อนตามระเบียบวาระ  โดยให้เหตุผลว่าพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ รอแค่มติที่ประชุมเพื่อนำไปสู่การบังคับใช้ ต่างจากร่างกฎหมายอีกสองฉบับ ที่เพิ่งเข้าสู่วาระรับหลักการ  ร่างกฎหมายการปฏิรูปการศึกษา  กรรมาธิการทำงานมากว่าหนึ่งปี จำเป็นมากกว่าเพราะมีแผนงานที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียนใหม่ การผลิตครูใหม่ และรูปแบบโรงเรียนแบบใหม่ ไม่ได้พูดถึงใครได้ใครเสียอำนาจ เป็นการเปลี่ยยวิธีการเรียนการสอน การที่ที่ประชุมเปลี่ยนวาระตามอำเภอใจจะเป็นปัญหาในอนาคต  ขอให้พิจารณาเรียงตามลำดับการประชุมเมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา

สมชาย แสวงการ วิปวุฒิสภา ระบุว่า ร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯยังค้างการพิจารณาอยู่ แม้จะผ่านไปเพียง 14 มาตรา แต่ก็ถือว่าใกล้สำเร็จแล้ว  ถ้าพิจารณากันจริงจัง น่าจะเสร็จทันในสมัยประชุมนี้ แล้วตามด้วยการพิจารณาร่างกฎหมายจริยธรรมสื่อ และ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญเมื่อไปดูในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ปรากฏว่าไม่สามารถจัดระเบียบวาระการประชุมพิเศษ เช่นการประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้  การประชุมรัฐสภาต้องดำเนินไปตามวาระที่ค้างพิจารณา เป็นวาระต่อเนื่อง  ขณะที่ ชินวรณ์ บุญเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาล สนับสนุนให้พิจารณากฎหมายตามระเบียบวาระ อยากเห็นการปฏิรูปการศึกษาประสบความสำเร็จในสมัยประชุมนี้

จิรายุ ห่วงทรัพย์ สส.เพื่อไทยในฐานะสมาชิกรัฐสภา อภิปรายสนับสนุนว่า หลักการเรียกประชุมรัฐสภาเป็นวาระพิเศษ  ต้องเป็นกรณีที่มีความสำคัญเร่งด่วน มีคำถามว่า ร่างกฎหมายจริยธรรมสื่อ  มีความจำเป็นเร่งด่วนพอที่จะต้องนำมาพิจารณาวาระแรกเลยหรือไม่

จากนั้นมีผู้อภิปรายอีกหลายคน จนกระทั่ง นาย ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา กลับมาทำหน้าที่ในที่ประชุม ระบุว่าไม่สามารถดำเนินการตามที่ นาย ตวง อัณฑะไชย ต้องการให้พิจารณาระเบียบวาระร่างพ.ร.บ.การศึกษา กลับมาพิจารณาได้ ต้องดำเนินการไปตามที่บรรจุวาระการประชุมนัดพิเศษไว้แล้ว เป็นการใช้อำนาจประธานเพื่อให้การประชุมพิจารณากฎหมายมีประสิทธิภาพในช่วงเวลารัฐสภาที่เหลืออยู่ที่ประชุมจึงเริ่มต้นการพิจารณาวาระแรก ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน โดยมี นาย ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ชี้แจงหลักการและเหตุผลร่างกฎหมาย ครั้งแรกในรัฐสภา

จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม รัฐสภา ก่อนสภาล่มจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม รัฐสภา ก่อนสภาล่ม

ที่ประชุมรัฐสภา ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมง พิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ….สมาชิกรัฐสภา ส่วนใหญ่อภิปรายไปในทางที่ไม่เห็นด้วยกับการมีกฎหมายฉบับนี้ ก่อนลงมติว่าที่ประชุมรัฐสภา จะรับหรือไม่รับหลักหลักการ วาระแรก ต้องตรวจสอบองค์ประชุมก่อน  ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงในการรอสมาชิกรัฐสภา ไม่สามารถลงมติได้ เนื่องจากสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม  334 คน นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จึงสั่งปิดประชุม  ทำให้ต้องเลื่อนวาระการลงมติ ไปบรรจุในวาระปกติ ต่อไป 

‘บิ๊กตู่’ยังไม่ตัดสินใจลงปาร์ตี้ลิสต์ ยืนยันไม่นับ’ต่างด้าว’เลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542519

07 ก.พ. 2566

'บิ๊กตู่'ยังไม่ตัดสินใจลงปาร์ตี้ลิสต์ ยืนยันไม่นับ'ต่างด้าว'เลือกตั้ง

‘บิ๊กตู่’ยังไม่ตัดสินใจลงปาร์ตี้ลิสต์ ยืนยันไม่นำคน’ต่างด้าว’ลงคะแนนเลือกตั้ง เตือนหาเสียงด้วยความระมัดระวัง ขณะที่การประชุมครม.กำชับดูงบประมาณการเพิ่มสวัสดิการ

เหลือเวลาอีก 2 ปี ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถดำรงแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” จึงเป็นที่น่าสังเกตุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะตัดสินใจ ลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ ปาร์ตี้ลิสต์ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ หรือไม่ เพราะส.ส. มีวาระ 4 ปี 

ประเด็นดังกล่าวพลเอกประยุทธ์ยังไม่แสดงความชัดเจน ขอให้ถึงเวลาเสียก่อน และเป็นเรื่องที่อยู่ภายในใจ จะมาข้างนอกใจได้อย่างไร รวมถึงต้องดูในเรื่องกฎหมายทำได้หรือไม่ 

ส่วนจะมีการย้ายข้ามขั้วทางการเมืองหรือไม่ ทุกอย่างอยู่ในอนาคตข้างหน้า เป็นเรื่องของการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือการแบ่งเขตเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีได้รับการยืนยันว่า “จะไม่มีการนำคนต่างด้าวมาลงคะแนนเลือกตั้งด้วย” ซึ่งเป็นเพียงการเสนอว่า ในแต่ละพื้นที่มีประชากรจำนวนเท่าใด แต่สำคัญที่สุดคือคนไทยทุกคนต้องเลือกตั้ง และไม่มีที่ไหนที่จะให้คนต่างด้าวมาเลือกตั้งในประเทศไทย 

ขณะที่ความสัมพันธ์กับ”บิ๊กป้อม” ยืนยัน ยังพูดคุยกันตามปกติ และมีความเป็นห่วง พร้อมกับขอให้ทุกฝ่ายต่างหาเสียงกันไป แต่ให้ระมัดระวังในภาพรวม ในส่วนพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่พลเอกประยุทธ์เป็นสมาชิกอยู่ ก็ได้สั่งการไปแล้วว่า “อย่าไปยุ่งกับใคร” 
 

ประชุมครม.ในวันนี้ (7 ก.พ.) 
พลเอกประยุทธ์ ขอให้ทบทวนการทำงานมา 7 ปีกว่า มีหลายเรื่องที่ได้แก้ไขปรับปรุง แก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ และนโยบายใหม่ออกมา เป็นการทำงานร่วมกันของรัฐบาลทุกกระทรวง 

สิ่งที่กังวล คือ การใช้งบสวัสดิการต่างๆที่เตรียมจะให้แก่ประชาชนในหลายเรื่อง นายกรัฐมตรีจึงกำชับให้ระมัดระวังในการเพิ่มสวัสดิการต่างๆที่มีอยู่แล้ว ทั้งข้าราชการและประชาชน ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการเรื่องอาหารกลางวัน นม โรงเรียน ซึ่งทราบกันดีอยู่แล้วว่า ทั้งหมดใช้เงินมากกว่าล้านบาทไปแล้ว ซึ่งเรามีเงินไม่ถึง 100,000 ล้านบาท ที่จะเพิ่มเติมให้ 

“บางพรรคเสนอมา 800,000 ล้านบาท ในพรรคเดียว ซึ่งตนไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากตรงไหนเหมือนกัน ขอให้ประชาชนได้รับทราบว่างบประมาณรายจ่ายประจำ งบหลายส่วนลดหมด ถูกดึงมาตรงนี้หมด  แล้วจะอยู่กันได้อย่างไรประเทศไทย ผมไม่เข้าใจ ก็ต้องกราบเรียนให้ประชาชนพิจารณาด้วยแล้วกัน” พลเอกประยุทธ์กล่าว

ชาติไทยพัฒนา เลือก ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ เป็นแคนดิเดตนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542516

07 ก.พ. 2566

ชาติไทยพัฒนา เลือก 'วราวุธ ศิลปอาชา' เป็นแคนดิเดตนายกฯ

สันติ กีรนันท์ โผล่กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคชาติไทยพัฒนา ที่เลือก ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ เป็นแคนดิเดตนายกฯแต่เพียงผู้เดียว

พรรคชาติไทยพัฒนาได้ประกาศเชิญชวนให้สมาชิกพรรคร่วมเสนอชื่อบุคคลที่สมควรให้ได้รับการพิจารณาเพื่อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามข้อบังคับพรรคชาติไทยพัฒนา ข้อ 105 ผ่านทางเว็บไซค์ของพรรค ผลการคัดเลือกรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ที่ประชุมมีมติเห็นชอบเสนอชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา แต่เพียงชื่อเดียว

โอกาสเดียวกันนี้หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมกับนายนิกร จำนง ประธานคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ และผอ.พรรค พร้อมแกนนำพรรค ยังได้แถลงเปิดตัวสมาชิกใหม่ 3คน ประกอบด้วย

นายสันติ กีระนันทน์ แต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการนโยบายยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา ให้คำแนะนำของการทำงานของพรรค เราจะทำให้มีความสำเร็จหรือเติมเต็มให้ดียิ่งขึ้น ทั้งเรื่องคาร์บอนเครดิต การขยายไฟฟ้าการเกษตร มิติเรื่องการเงินเป็นหัวใจสำคัญ เชื่อว่าความรู้ความสามารถจะทำให้มีความสมบูรณ์และมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น

นายพัฒพงษ์ ธนวิสุทธิ์ อยู่ในวงการธรรมะ 20 ปี มาทำการเมืองเชิงสร้างสรรค์และมีจริยธรรมคือ

และนายประวิทย์ สุวรรณสัญญา คนหนุ่มรุ่นใหม่ ไฟแรง อายุ 29 ปี จะมาดูแลพื้นที่อยุธยา

หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาระบุอีกว่าการทำงานตลอด 3 ปี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งครั้งที่จะถึง พรรคชาติไทยพัฒนาไม่แพ้พรรคใดแน่นอน

ครม.เคาะวันปิดประชุมรัฐสภาสมัย 1 มี.ค.2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542512

07 ก.พ. 2566

ครม.เคาะวันปิดประชุมรัฐสภาสมัย 1 มี.ค.2566

ประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่2 จะครบกำหนด 120 วัน ในวันที่ 28 ก.พ. 2566 ครม.มีมติปิดประชุมรัฐสภาสมัย 1 มี.ค. 66 นี้

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกา(พรฎ.) ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่2 พ.ศ….. ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.2566 เป็นต้นไป ตามที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เสนอ
 

ทั้งนี้ ร่าง พรฎ.ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญฯ นี้ เป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 121  ซึ่งบัญญัติให้ 1 ปี มีสมัยประชุมสามัญของรัฐสภา 2 สมัย สมัยหนึ่งให้กำหนดเวลา 120 วัน และการปิดประชุมให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา

ซึ่งตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่2 พ.ศ. 2565 ตั้งแต่วันที่1 พ.ย. 65 จะสิ้นกำหนดเวลา 120 ในวันที่ 28 ก.พ. 66  จึงสมควรที่จะกำหนดให้ปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่2 ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 66
 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เร่งตรวจสอบ’คนไทย’จากเหตุ’แผ่นดินไหวตุรกี’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542501

07 ก.พ. 2566

เร่งตรวจสอบ'คนไทย'จากเหตุ'แผ่นดินไหวตุรกี'

ก.แรงงาน-ก.ต่างประเทศ เร่งตรวจสอบ’คนไทย’ในตุรกี จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวรุนแรง เบื้องต้นยังไม่พบผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ ขณะที่ครม. มีมติให้ความช่วยเหลือ

เหตุการณ์ ภัยพิบัติ แผ่นดินไหวตุรกี ความรุนแรงขนาด 7.8 ริก โดยสะเทือนส่งไปถึง ซีเรีย เลบานอน และ ไซปรัส ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจำนวนหลายพันราย 


ขณะที่ทางการไทยมีความเป็นห่วงคนไทยอาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อมูลว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ โดยเมื่อช่วงเช้าทราบว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 4,365 คนบาดเจ็บเป็น 10,000 คน ซึ่งยังไม่รู้ว่า ยังมีผู้ติดอยู่ใต้อาคารซากปรักหักพังอีกเท่าใด

นายกรัฐมนตรียังรู้สึกเห็นใจ เพราะอุณหภูมิอากาศเย็นมากมีผลต่อการช่วยเหลือ จึงได้หารือในครม.ว่าจะช่วยได้อย่างไร ยังถือว่าโชคดีที่ไทยไม่มีภูเขาไฟและไม่มีการถล่มแบบนี้ นี่ถือเป็นดินแดงขวานทองของเรา  

กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น สั่งตรวจสอบข้อมูลคนไทยเดินทางทำงาน พบว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยจำนวน 83 คน ในจำนวนนี้เดินทางดัวยตนเอง 45 คน นายจ้างพาไปทำงาน 1 คน และ Re – entry 37 คน ส่วนใหญ่ไปทำงานในตำแหน่งพนักงานนวดสปา กุ๊ก นวดแผนโบราณ พ่อครัวแม่ครัว เป็นต้น เบื้องต้นยังไม่พบรายงานว่าแรงงานไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน

กระทรวงการต่างประเทศ นายดอน ปรมัตถ์วินัย ได้รับรายงานจากทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี  ว่า มีคนไทย 1 ราย ที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ส่วนคนไทยอีก3 ราย ไปพักอาศัยในพื้นที่ที่ทางการตุรกีจัดไว้ให้ชั่วคราวแล้ว ทั้งหมดอยู่ในสถานที่ปลอดภัยและอยู่ในเมืองที่ห่างไกลจากเมืองหลวง สำหรับหากคนไทยในตุรกี หากต้องการความช่วยเหลือ ให้ติดต่อสถานทูตไทยในตุรกีได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมครม. วันนี้(7ก.พ.) มีมติเห็นชอบให้ความช่วยเหลือประเทศตุรกี ในรูปแบบต่างๆ ทั้งเงิน เวชภัณฑ์ ทีมช่วยเหลือ หากมีการร้องขอมา 

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

“สุริยะ”อยู่ข้าง”บิ๊กป้อม”สู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542497

07 ก.พ. 2566

"สุริยะ"อยู่ข้าง"บิ๊กป้อม"สู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้

“สุริยะ”ยืนยันอยู่ต่อพรรคพลังประชารัฐสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้พร้อมกับ พี่ใหญ่อย่าง”สมศักดิ์” เผยแจ้ง”บิ๊กป้อม”แล้ว

ที่ผ่านมาความเคลื่อนไหวทางการเมืองไม่นิ่งเสียเท่าไร  ส.ส.ย้ายพรรคกันเป็นว่าเล่น ซึ่ง “กลุ่มสามมิตร” ถือเป็นกลุ่มที่ถูกจับตามาโดยตลอด จะยังอยู่หรือลาจาก “พรรคพลังประชารัฐ” เพราะกลุ่มนี้เรียกได้ว่า แทงหวยถูก ไม่เคยถูกจัดอยู่ในฝ่ายค้าน

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า “สมศักดิ์-สุริยะ” เตรียมย้ายกลับไป “พรรคเพื่อไทย” ส่วน “เสี่ยแฮ้ง” หรือ อนุชา นาคาศัย จะเดินตาม “บิ๊กตู่” ไปพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะทำงานเข้าขากันได้เป็นอย่างดี 

ล่าสุดวันนี้ (7 ก.พ.66)  ได้รับการเปิดเผยจาก นายสุริยะ​ จึง​รุ่งเรือง​กิจ​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​อุตสาหกรรม​ และส.ส.พรรคพลังประชารัฐ​ “การเลือกตั้งครั้งนี้จะยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ​ต่อไป ไม่เปลี่ยนใจ” ซึ่งได้เข้าไปยืนยันตัวกับทางพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ส่วนที่มีจะย้ายไปพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ ไม่ทราบว่ากระแสข่าวออกมาได้อย่างไร​

สำหรับการวิเคราะห์วางหมากสู้ศึกเลือกตั้งเพื่อจะได้กลับมาเป็นรัฐบาล ด้วยวิธีดาวกระจาย นายสุริยะ​ ยังยืนยัน​ ตนและนายสมศักดิ์จะอยู่กับพลังประชารัฐ ส่วนนายอนุชา​​จะย้ายไป พรรครวมไทยสร้างชาติ

ม็อบบุกกระทรวงสาธารณสุข ถามเหตุผลย้าย ‘หมอสุภัทร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542495

07 ก.พ. 2566

ม็อบบุกกระทรวงสาธารณสุข ถามเหตุผลย้าย 'หมอสุภัทร'

ม็อบยังไม่รามือ บุก กระทรวงสาธารณสุข จี้ถาม ปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถึงเหตุผลย้าย ‘หมอสุภัทร’ แต่ไม่ได้พบ

เพจชมรมแพทย์ชนบท รายงานว่ามีผู้แทนภาคีเพื่อนหมอสุภัทรและผู้รักความเป็นธรรม กลุ่มผู้ชุมนุมนักรบผ้าถุง ชาวบ้าน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เดินทางไปปักหลักรอพบกับ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารสุข ที่ด้านนอกตัวอาคารสำนักงานฯ ได้รวมตัวกันเข้าไปในตัวอาคารฯ เพื่อขอพบปลัดกระทรวงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทำให้เจ้าที่ตำรวจต้องตรึงกำลังเป็นแนวกั้น ไม่ให้มีการบุกเข้าในพื้นที่อาคาร

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกให้กลุ่มชาวบ้านอยู่ในความสงบ กลุ่มชาวบ้านจึงนั่งลงกับพื้น และขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งลงเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้นั่งลงเพื่อแสดงความประนีประนอม และ ขอให้ทุกคนอยู่ในความสงบกล่าวว่า เราเดินทางพักค้างแรมอยู่ที่นี่ 2 วันแล้ว เพื่อขอเจอกับผู้บริหาร สธ. มาตอบคำถามพวกถึงคำสั่งย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ แต่กลับไม่ได้คำตอบ และยังไม่ได้เจอกับผู้บริหารกระทรวง    จึงอยากขอดูว่าอยู่หรือไม่  หลังจากมานอนรอค้างคืน ต้องการคำตอบจากเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขว่า  มีการส่งหนังสือถึงผู้บริหารกระทรวงฯ แล้วหรือยัง เนื่องจากที่ผ่านมา หนังสือที่ส่งมากระทรวงฯมักมีปลายทางที่ถังขยะ    

ขณะเดียวกันนั้น บริเวณหน้าอาคารสำนักงานปลัดฯ กลุ่มสหภาพลูกจ้างของรัฐแห่งประเทศไทย(สลท.) ยังคงปักหลัก ผลัดกันขึ้นเวทีปราศรัย ร้องเพลงผ่านรถขยายเสียง พร้อมต่อว่า นายอนุทิน ที่ไม่ยอมมาพบ ทั้งที่มีการออกข่าวผ่านสื่อทุกสำนัก แต่รัฐมนตรีกลับยังคงนิ่งเฉย และอ้างว่าไม่ว่าง

หมายจับ”จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” เบี้ยวนัดคดีรับตั๋วเครื่องบินอีสท์วอเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542478

07 ก.พ. 2566

หมายจับ"จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ" เบี้ยวนัดคดีรับตั๋วเครื่องบินอีสท์วอเตอร์

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้ออกหมายจับ “จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เบี้ยวนัดคดีรับตั๋วเครื่องบินอีสท์วอเตอร์ปี 55 – 56 ปลายปีที่เเล้ว

7 ก.พ.25 66  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.) ได้มีคำสั่งออกหมายจับ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในคดี อม. 14/2565 ที่โจทก์ ยื่นฟ้องกล่าวหาว่ารับตั๋วเครื่องบินเป็นของขวัญมูลค่าเกินกว่า 3,000 บาท 

โดยคดีดังกล่าว ศาลฎีกา อม. นัดพิจารณาครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 65 ซึ่งจำเลยไม่มาศาลในวันนัดดังกล่าว ศาลจึงออกหมายจับจำเลย ส่วนการพิจารณาคดีจำเลยได้แต่งทนายความเข้ามาต่อสู้คดี

ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเป็นกรณีที่นายจารุพงศ์   เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กับพวก กรณีรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อันไม่ควรได้ตามกฎหมาย

โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า ปี 2555 นายจารุพงศ์ กับพวก เดินทางไป – กลับ กทม.- ปักกิ่ง ประเทศจีน ด้วยสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ ชั้นธุรกิจ ตกราคาที่นั่งละ 39,000 บาท ต่อมาปี 2556 เดินทางไป-กลับ กทม.-กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย ด้วยสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ชั้นธุรกิจ ตกราคาที่นั่งละ 20,000 บาทเศษ รวมมูลค่าที่ได้รับไปเกือบ 6 หมื่นบาท

นายจารุพงศ์ กับพวก มีการเรียกเก็บค่าตั๋วจากบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์ วอเตอร์ ทั้งที่นายจารุพงศ์ ไม่มีความเกี่ยวข้อง หรือความสัมพันธ์โดยตรง หรือควบคุมดูแลบริษัทดังกล่าว เนื่องจากบริษัทแห่งนี้มิใช่รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ

แม้ว่านายจารุพงศ์  เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยตามกฎหมายจะรักษาการประธานบอร์ดการประปา เเต่นายจารุพงศ์ ไม่สามารถเรียกเงินดังกล่าวได้ นายจารุพงศ์ รับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเกินกว่า 3 พันบาท ตามระเบียบ หรือประกาศของ ป.ป.ช. มีมูลความผิดตามพ.ร ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 103

‘พรรครวมพลัง’ เปิดตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่แทน ‘เอนก เหล่าธรรมทัศน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542473

07 ก.พ. 2566

‘พรรครวมพลัง’ เปิดตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่แทน ‘เอนก เหล่าธรรมทัศน์'

‘พรรครวมพลัง’ เลือก ‘ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ ‘ นั่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ เสียบแทน ‘เอนก เหล่าธรรมทัศน์’ ’ย้ำสานต่อนโยบายเดิม ‘โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล’ มั่นใจผลงานพรรคที่ผ่านมารักษาคะแนนนิยมจากปชช. 8 แสนคะแนนเดิมทั่วปท.ไว้ได้

เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพรรครวมพลังประชาชาติไทย เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรรครวมพลัง  ได้มีการประชุมสมาชิกพรรค เพื่อสรรหาหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

ซึ่งใช้เวลาในการประชุมกว่า 5 ชั่วโมง พรรครวมพลังได้มีมติเลือก “ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์”  หรือ ดร.ปอน ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรครวมพลังคนใหม่

ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ หรือ ดร.ปอน ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรครวมพลังคนใหม่ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ หรือ ดร.ปอน ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพรรครวมพลังคนใหม่
โดยดร.ดนุช เปิดเผยภายหลังได้รับตำแหน่งว่า จุดเริ่มต้นเข้ามาในเส้นทางการเมืองเริ่มต้นด้วยการผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตร, ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ , เข้าร่วมกับคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ในเวลาต่อมาก็เป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย และเป็นกรรมการบริหารพรรค เดือนสิงหาคม 2564 ได้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีอว.  จนปัจจุบันตนเองได้รับตำแหน่ง เลขานุการรัฐมนตรีอว.

ดร.ดนุช กล่าวต่อว่า ส่วนนโยบายของพรรคพลังนั้น   หากย้อนไปตั้งแต่พรรครวมพลังได้มีโอกาสมาบริหารกระทรวง อว. โครงการที่พรรคเร่งขับเคลื่อนก็คือ การเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย BCG และการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนระดับตำบลผ่านโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T For BCG เพราะพรรครวมพลัง เชื่อว่าการสร้างฐานรากที่มั่นคงจะนำไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเป็นรูปธรรม

‘พรรครวมพลัง’ เปิดตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่แทน ‘เอนก เหล่าธรรมทัศน์'

ดังนั้นในฐานะหัวหน้าพรรคคนใหม่  ตนเองยังคงสานต่อเจนตนารมย์ของหัวหน้าพรรคคนเก่า ที่ทำตามนโยบายเดิมของพรรคคือโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล เน้นสร้างรากฐานที่มั่นคง ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปถึง ปลายน้ำ ผ่านการเสริมองค์ความรู้ให้พี่น้องประชาชนในระดับตำบลและนำองค์ความรู้ที่พี่มีน้องมีมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด เปรียบเสมือน “คนธรรมดา สร้างชาติ” เพื่อเป้าหมายการเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2580 

‘พรรครวมพลัง’ เปิดตัวหัวหน้าพรรคคนใหม่แทน ‘เอนก เหล่าธรรมทัศน์'

ดร.ดนุช กล่าวด้วยว่า สำหรับนโยบายเด่นๆของ พรรครวมพลัง อาทิ สนับสนุนเรียนสายวิชาชีพฟรีถึงระดับ ปวส. เพราะมองว่า ปัจจุบันผู้เรียนต้องการนำความรู้ไปประกอบอาชีพอย่างแท้จริง ดังนั้นหากส่งเสริมและสนับสนุนเยาวชนส่วนนี้ ก็จะทำให้เกิดบุคลากรที่พร้อมต่อตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ, การยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, การแก้ปัญหาความยากจน ด้วยเศษฐกิจBCG กับพื้นที่เป้าหมายเฟสแรกทุ่งกุลาร้องให้ ที่จะสร้างเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่นำเทคโนโลยีตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และการสร้างรายได้จากเศรษฐกิจ BCG เพื่อผลประโยชน์ของประชาชน ฯลฯ เป็นต้น

ดร.ดนุช กล่าวด้วยว่า  เป้าหมายของพรรครวมพลังครั้งนี้ รักษาความนิยมและความเชื่อมั่นของประชาชนที่เชื่อใจพรรคในคะแนนเสียงเดิมที่เคยได้คือ 800,000 คะแนน จากทั่วประเทศ พร้อมขยายฐานเสียงไปยังประชาชนที่มั่นใจการทำงานและเห็นผลงานของตนเองและของพรรครวมพลัง ในขณะเดียวกันชี้ชัดว่า พรรครวมพลัง พร้อมทำงานกับพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์และแนวทางเดียวกันในการทำงานเพื่อประชาชน ยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติ ยึดผลประโยชน์ของประชาชน คือสิ่งสำคัญ  ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติคร่าวๆของ ดร.ดนุช ตันเทอดทิตย์ ชื่อเล่น ปอน เกิดวันที่ 18 สิงหาคม 2507  (ปัจจุบันอายุ 59 ปี)

จบการศึกษา ปริญญาตรี พาณิชยศาสตร์บัณฑิต สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,ปริญญาโท California State University , Bakersfield สาขา การตลาด ,ปริญญาเอก ครุศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี.

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ชวนคนใต้ปลดแอก ‘บ้านใหญ่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542471

07 ก.พ. 2566

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ชวนคนใต้ปลดแอก 'บ้านใหญ่'

เลือกตั้งแบบ ‘บ้านใหญ่’ สะท้อนประชาธิปไตยอ่อนแอ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ชวนคนใต้ประกาศตัวเป็นไท ปลดแอกจากระบบอุปถัมภ์

เฟซบุ๊ค ของนาย นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชวนคนใต้เลิกการเมืองแบบ ‘บ้านใหญ่’ สะท้อนความอ่อนแอของระบอบประชาธิปไตย มีเนื้อหาว่า

ระบบบ้านใหญ่ทางการเมืองในประเทศไทย เริ่มจากภาคกลาง, ตะวันออก, อาจเป็นเพราะวัฒนธรรมทางการเมืองแต่ละภาคเป็นอย่างนั้น ปัจจุบันบ้านใหญ่ในหลายๆภาค เริ่มล้มหายตายจากไปเยอะแล้ว ประชาชนไม่ขึ้นต่อบ้านใหญ่ แต่เลือกผู้แทนของเขาเองตามอิสระ ไม่ขึ้นต่อบ้านใหญ่

ในทางกลับกัน บ้านใหญ่เริ่มเจริญงามงามที่ภาคใต้ การเมืองภาคใต้  ถอยหลังเป็นเรื่องของการเมืองของครอบครัว จากพ่อสู่ลูก จากพี่สู่น้อง จากน้องสู่พี่ ผมเคยใช้คำว่า การเมืองภาคใต้ กลายเป็นการเมืองที่ผสมพันธุ์กันเอง จึงได้นักการเมืองคนใต้ที่อ่อนแอ (อาจมีข้อยกเว้นที่บ้านใหญ่มีทายาทที่เก่ง และ เข้มแข็งจริงๆ  ไม่ได้หมายความว่าไม่ชอบบ้านใหญ่ทั้งหมด มีข้อยกเว้นอยู่บ้างเหมือนกัน)

รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐระบุอีกว่าประชาธิปไตย ตรงข้ามกับ ระบบอุปถัมภ์ เมื่อใดประชาธิปไตยอ่อนแอ เมื่อนั้น ระบบอุปถัมภ์จะเข้มแข็ง เมื่อใดระบบประชาธิปไตยเข้มแข็ง เมื่อนั้นระบบอุปถัมภ์จะอ่อนแอ ระบบอุปถัมภ์ จะมาคู่กับ ระบบ ‘บ้านใหญ่’ เพราะระบบบ้านใหญ่ คือ ระบบอุปถัมภ์นั่นเอง

พื้นที่ไหน สถาปนาระบบบ้านใหญ่ขึ้นมาได้ แสดงถึงประชาธิปไตยอ่อนแอ ประชาชนอยู่ใต้ระบบอุปถัมภ์ จึงอยากชวนคนใต้ ลองประกาศตัวเป็นไท ล้มบ้านใหญ่ในภาคใต้กันดีไหม ใช้นโยบาย  1 ตระกูล 1 คน ก็พอ