สมชัย แนะ กกต. แก้ไขสัดส่วนแบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ สำคัญ กทม. สัดส่วนผิดมากสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542614

09 ก.พ. 2566

สมชัย แนะ กกต. แก้ไขสัดส่วนแบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ สำคัญ กทม. สัดส่วนผิดมากสุด

แบ่งเขตเลือกตั้ง ส่อวุ่น เลขาธิการ กกต. ยืนยัน นับรวม แรงงานต่างด้าว เพื่อแบ่งสัดส่วนเขต ยันไม่กระทบเลือกตั้ง ทำตามกม. สมชัย เตือนระวัง รอนสิทธิ จำนวน ส.ส. เป็นเหตุ แนะเร่งแก้ไขเร่งด่วน ไม่กระทบไทม์ไลน์ทำงาน

การแบ่งเขตการเลือกตั้ง ที่นับรวมแรงงานต่างด้าว เข้ามาคำนวณของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งอาจจะส่งผลให้การแบ่งเขตเลือกตั้ง ส่งผลกระทบจำนวน ส.ส. แม้แต่มือกฎหมายรัฐบาล วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ยังท้วงติง 

สมชัย แนะ กกต. แก้ไขสัดส่วนแบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ สำคัญ กทม. สัดส่วนผิดมากสุด

รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวี ได้พูดคุยถึงเรื่องนี้ ในประเด็น แบ่งเขตส่อวุ่น “ประยุทธ์” ลุ้นรักษาการณ์ยาว  ได้มีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถึงประเด็นที่เกิดขึ้น เจ้าตัวอธิบายว่า เหตุผลที่นับรวม ที่ว่า แรงงานต่างด้าว อาจจะไม่ตรงเสียทีเดียว เมื่อมาดูรธน.มาตรา 86 ให้นับรวมจำนวนราษฎร คนที่มาอยู่ในเมืองไทย ที่ชอบด้วยกฎหมายหลายพวก และมีคนที่เข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมาย  กลุ่มคนที่มีบัตร 13 หลัก ประเภทที่ 8 มีใบสำคัญต่างด้าว หรือแปลงสัญชาติเป็นคนไทย ซึ่งถือเป็นคนไทยตามกฎหมาย ส่วนแรงงานต่างด้าว ไม่ใช่ราษฎร 

สมชัย แนะ กกต. แก้ไขสัดส่วนแบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ สำคัญ กทม. สัดส่วนผิดมากสุด

ส่วนที่ไม่ได้เลือกเฉพาะบุคคล ตามประกาศของกรมการปกครอง ที่เป็นสัญชาติไทย เพราะนับรวมเป็นราษฎร ตามกฎหมาย จะมีสัญชาติ หรือไม่มีสัญชาติ ต่อให้เข้าเมืองถูกกฎหมาย แต่ไม่มีใบสำคัญต่างด้าว ขณะเรื่องแบ่งเขตใหม่ 5 จังหวัด กรุงเทพฯ ชลบุรี เชียงใหม่ ปัตตานี สมุทรปราการ ซึ่งได้มีการประกาศแล้ว ทั้ง 5 จังหวัด และแบ่ง 3 ล็อตในการรับฟังความเห็น ชุดแรกสิ้นสุดการรับฟัง 13 ก.พ. ชุดที่ 2 สิ้นสุดวันที่ 20 ก.พ. และชุดที่สาม สิ้นสุดวันที่ 21 ก.พ. การแบ่งเขต ยกตัวอย่างใน กทม. เลขาธิการ กกต. ยืนยันว่า ทำตามกฎหมายแน่นอน แต่จะถูกใจหรือไม่นั้น เป็นปัญหาแน่นอน  แต่ยึดการแบ่งเขตตามกฎหมาย


ในเรื่องจำนวนประชากร ปัญหาคนมีสัญชาติ ไม่มีสัญชาติ เมื่อคำนวณจำนวนประชากร แล้วมีผลต่อจำนวนส.ส. ซึ่ง มีการมองสถานการณ์ ซึ่งบางพื้นที่ อาจจะมีผลกระทบในตัวเลขส.ส. ประกาศรับรองผลคะแนนแล้วไม่ถึง95% ซึ่งจะทำให้เปิดประชุมสภานัดแรกไม่ได้  แสวง ยืนยันว่า เดินตามกฎหมาย เลยไม่คิดรู้จะคิดเผื่ออะไรไว้ล่วงหน้า 

สมชัย แนะ กกต. แก้ไขสัดส่วนแบ่งเขตเลือกตั้ง ชี้ สำคัญ กทม. สัดส่วนผิดมากสุด

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง มองว่า เป็นการตีความของ กกต. ถ้าคิดว่าตีความถูก ก็แล้วไป แต่ถ้ามีคนติดใจในเรื่องการตีความนี้ แล้วมองว่า เป็นการรอนสิทธิ เช่น ประขากร อยู่ในจังหวัดหนึ่ง แล้วจะต้องได้ ส.ส. เพิ่ม 1 คน แต่พอ กกต. ตีความแบบนี้ กลายเป็นไปเพิ่ม ส.ส. ให้จังหวัดอื่น ยกตัวอย่าง เชียงใหม่ มีประชากรที่ไม่ใช่ สัญชาติไทย 160,000 คน  ซึ่งเทียบได้ มี ส.ส. 1 คน เพราะค่าเฉลี่ยคะแนน ส.ส. 1 คน คือ 160,000 เสียง หรือ เชียงราย ตาก มีบุคคลไม่ใช่สัญชาติไทยหลักแสนคน อยู่ในเกณฑ์ จัดสรรรอบแรก ได้เศษที่สูงสุด ก็จะได้ ส.ส. เพิ่ม 


แต่ถ้าใช้หลักเฉพาะบุคคลสัญชาติไทย 3 จังหวัดนี้ก็จะไม่ได้ แต่จะเพิ่มที่จังหวัดอื่นแทน เช่น อุดรธานี ลพบุรี ปัตตานี ถ้าประชาชนมองว่าถูกรอนสิทธิ ก็สามารถยื่นเรื่องร้องเรียน ต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อนำไปสู่การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าผ่าน 60 วัน ไม่มีความคืบหน้า ประชาชนสามารถร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง อย่าไปคิดว่ามันจะเกิดปัญหา ถ้าไม่มั่นใจ ก็สามารถถามศาลรัฐธรรมนูญได้ และเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการทำงาน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ มองว่าผิด จะได้มีเวลาในการแก้ไข ถ้าทำในตอนนี้ ก็จะไม่กระทบไทม์ไลน์ ไม่มีข้อผิดพลาดอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าปล่อยให้ล่าช้า ย่อมจะมีผลกระทบ ผลที่เกิดขึ้น 6 จังหวัด รวม 40 เขตเลือกตั้ง ก็จะต้องคำนวณกันใหม่ เลือกตั้งกันใหม่ ซึ่งจะเกิดปัญหาเรื่องงบประมาณในการเลือกตั้งทั้ง 40 เขต ซึ่งอาจจะกระทบไปถึงค่าใช้จ่ายของผู้สมัคร ซึ่งหากเกิดผลกระทบ ก็อาจจะถูกฟ้องร้องทางแพ่งได้ และถ้าเกิดอุบัติในกระบวนการการแบ่งเขตเลือกตั้งของ 6 จังหวัด ส่งผลให้สัดส่วนการเปิดประชุมสภาครั้งแรก ตามกฎหมายกำหนด ก็ไม่สามารถทำได้ ก็ต้องรอต่อไป ซึ่งทำให้ นายกรัฐมนตรีที่รักษาการ ก็จะรักษาการยาวต่อไป

ที่ว่าต้องแก้ไขในเรื่องการแบ่งเขตการเลือกตั้ง สมชัย บอกว่า ในความเป็นจริง ที่ประกาศออกมา จังหวัดอื่นๆ ยังผิดเพียงเล็กน้อย แต่ของ กทม. 33 เขต มีพื้นที่ที่ผิดไปถึง 21 เขต ถือว่าสัดส่วนมันผิดไปมาก ต้องมีการแก้ไข ซึ่งการแก้ไข มีสามจังหวัดที่แก้ไขแล้วอยู่ในค่าเฉลี่ยที่เหมาะสม แต่ของ ชลบุรี กับ กทม. ยังไม่เห็นการแก้ไข แต่ก็เห็นใจในเงื่อนไข ที่ว่า อำเภอแบ่งได้ แต่ตำบลแบ่งไม่ได้ ซึ่งเขตของ กทม. บางเขตใหญ่เท่าจังหวัดบางจังหวัด  แขวงบางแขวง มีขนาดเทียบเท่าอำเภอ ถ้าแบ่งไปท งแขวง ก็ไม่ได้ 

พปชร.เปิดตัว 38 ว่าที่ผู้สมัครส.ส. เตรียมเปิดนโยบายเด็ดวันที่ 10 ก.พ. นี้่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542598

08 ก.พ. 2566

พปชร.เปิดตัว 38 ว่าที่ผู้สมัครส.ส. เตรียมเปิดนโยบายเด็ดวันที่ 10 ก.พ. นี้่

พปชร.เปิดตัว 38 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.และต่างจังหวัด ‘วิรัช’มั่นใจชนะเลือกตั้ง เตรียมเปิดนโยบายเด็ดวันที่ 10 ก.พ. นี้่ เน้นลดความเหลื่อมล้ำและแก้ความยากจน เดินหน้าปราศรัยใหญ่ 13 ก.พ.ที่จ.กาญจนบุรี และ 14 ก.พ.ที่เขตป้อมปราบฯ

พรรคพลังประชารัฐ เปิดตัว 38 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.และต่างจังหวัด ซึ่งนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พร้อมด้วยนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค ต้อนรับเข้าสู่พรรค

นายวิรัช ยังยืนยันอุดมการณ์ของพรรคที่จะช่วยกันก้าวข้ามความขัดแย้ง และการเปิดตัวว่าที่ในวันนี้ มีทั้งอดีต ส.ส. อดีตผู้นำท้องถิ่น ซึ่งมีความเข้าใจและเข้าถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เชื่อมั่นว่าจะได้รับความไว้วางใจในการเข้ามานั่งในสภาผู้แทนราษฎร และสามารถผลักดันนโยบายสำคัญของพรรคมาสู่การพัฒนาประเทศให้ประชาชนมีความกินดี อยู่ดี ตามนโยบายของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค

ซึ่งขณะนี้มีนโยบายแรกที่สำคัญ คือ การเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการประชารัฐเป็น 700 บาท เป็นนโยบายที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากการลงพื้นที่ที่ผ่านมาและจะมีนโยบายอื่นๆ ออกมาให้วันที่ 10 ก.พ.เพิ่มเติม

นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ตามในวันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ นี้ พรรคพลังประชารัฐจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ จ.กาญจนบุรี บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแคว และในวันอังคาร ที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเดินปราศรัยครั้งแรกในพื้นที่เขต “ป้อม” ปราบศัตรูพ่าย พร้อมขี้แจงการลงพื้นที่นี้ “บิ๊กป้อม”ไม่ได้ต้องการไปปราบใครที่เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย แต่เป็นการปราบความเดือดร้อนของประชาชน อะไรที่เป็นปัญหาของประชาชน ก็คือศัตรูของพรรค 

สำหรับทีมเศรษฐกิจของพรรค ด้านนางนฤมล กล่าวว่า ยังมีทั้งนักวิชาการ ผู้ประกอบการ และนักธุรกิจ ทำงานร่วมกัน ช่วยกันดูหลายมิติ โดยเฉพาะการลดความเหลื่อมล้ำและแก้จนที่หัวหน้าพรรคเน้นย้ำ

สำหรับ 38ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในวันนี้ ประกอบด้วย 

กทม. จำนวน 5 คน
1. ดร.ภญ.สุชาดา เวสารัชตระกูล
2. นาวาอากาศเอก บัญชาพล อรัณยะนาค
3. นายภูวกร ปรางภรพิทักษ์
4. นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ (ฟิล์ม)
5. นายสาโรจน์ ซึ้งไพศาลกุล

ภาคกลาง จำนวน 4 คน

สระบุรี
6. นายอรรถพล วงษ์ประยูร 
7. ดร.เกณิกา อุ่นจิตร์
8. นายองอาจ วงษ์ประยูร
กาญจนบุรี
9. นางลำยอง ยิ้มใหญ่หลวง 

ภาคตะวันออก จำนวน 2 คน
ระยอง
10. นายกฤษฎา เอกกำลังกุล
จันทบุรี 
11. นายชรัตน์ เนรัญชร 

ภาคอีสาน จำนวน 20 คน
บุรีรัมย์
12. นายนภดล อังคสุภณ
13. นายสุเทพ ใสงาม
14. นายปกรณ์ ทรงประโคม
15. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย
16. นายบำเหน็จ ทิพย์อักษร
17. นายสมคิด สินไธสง
18. นายบรรจง ศรีหาบุญทัน
19. นายอิทธิศักดิ์ ปาทาน
20. นายเจษฎากร เขียนนิลศิริ สุรินทร์
21. นายเจ้าจอม เตียวเจริญโสภา
ยโสธร
22. นายธวัชชัย นิจพาณิชย์  
อุบลราชธานี
23. ดร.จำลอง พรมสวัสดิ์
มุกดาหาร
24. นายวิริยะ ทองผา จ.สกลนคร
25. นายชัยมงคล ไชยรบ
เลย
26. นายจรูญ พาณิช
27. นายสันติภาพ เชื้อบุญมี
ร้อยเอ็ด
28. นายเอกรัฐ พลซื่อ  
29. นางรัชนี พลซื่อ
อุดรธานี
30. นายโกเมนทร์ ทีฆธนานนท์
31. นายชัยฤทธิ์ เขาวงศ์ทอง 

ภาคเหนือ จำนวน 2 คน 

เชียงใหม่
32. นางรัตนประภา ดิศวัฒน์
ลำพูน
33. พล.ต.ต.กริช กิติลือ 

ภาคใต้ จำนวน จำนวน 5 คน

ประจวบคีรีขันธ์
34. นายสมพงษ์ ทั่งศรี 
สงขลา
35. นายญาณพง เพชรบูรณ์
36. นายธีรพงษ์ ดนสวี
37. นายอดิสัณห์ ชัยวิวัฒน์พงศ์ 
พัทลุง
38. ดร.พลกฤษณ์ คล้ายวิตภัทร 

พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว 38 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว 38 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐพปชร.เปิดตัว 38 ว่าที่ผู้สมัครส.ส. เตรียมเปิดนโยบายเด็ดวันที่ 10 ก.พ. นี้่

‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ไม่ทันตามกำหนด กกต.กทม.ขอเพิ่มเวลาอีก 1 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542590

08 ก.พ. 2566

'แบ่งเขตเลือกตั้ง' ไม่ทันตามกำหนด กกต.กทม.ขอเพิ่มเวลาอีก 1 วัน

กกต.กทม. ขอขยายเวลาประกาศเขตเลือกตั้งใหม่ สมชัย ชี้ ข้อความในประกาศ ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ของ กกต. ทำให้หลายพื้นที่มีปัญหา

นายสำราญ  ตันพานิช ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับคมชัดลึกว่า ในวันนี้ไม่สามารถประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ทันตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งสั่งการได้  แต่ได้แจ้งขอขยายเวลาไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งไปแล้ว เนื่องจากกรุงเทพมหานครมีเขตเลือกตั้ง 33 เขต ต้องดำเนินการแบ่งเขตใหม่ ตามคำสั่งกกต.เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้ต้องขยายเวลา การรับฟังความเห็น- ข้อโต้แย้ง ของประชาชนและพรรคการเมือง ที่กำหนดไว้ 10 วัน ออกไปด้วยเช่นกัน  คาดว่า ในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ จะสามารถประกาศเขตเลือกตั้งใหม่ได้

นายสมชัย ศรีสุทธิยากรณ์ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ระบุไว้ในรายการคมชัดลึก ออกอากาศทางสถานีรโทรทัศน์ เนชั่นทีวี วันนี้ว่า สาเหตุที่ทำให้การแบ่งเขตเลือกตั้ง ต้องดำเนินการใหม่ในหลายพื้นที่ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปครั้งแรก ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งระบุว่า  

จำนวนราษฎรของแต่ละเขตเลือกตั้ง และผลต่างของของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งจากจำนวนเฉลี่ยราษฎรต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คนในจังหวัด ผลต่างของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของจำนวนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คนในจังหวัดนั้น เว้นแต่ เป็นกรณีมีความจำเป็นเพื่อให้ราษฎรในชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกันสามารถเดินทางได้โดยสะดวก  ประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัดเป็นเวลา 10 วัน แล้วทำความเห็นประกอบการแบ่งเขตแต่ละรูปแบบให้กรรมการการเลือกตั้งพิจารณา

การแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ให้แบ่งได้ในระดับอำเภอหรือเขต ไม่สามารถแยกย่อยหน่วยปกครองที่เล็กลงไประดับตำบล หรือแขวงได้ ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้การแบ่งเขตเลือกตั้งตามประกาศของกกต.ยากยิ่งขึ้น

‘สภาล่ม’ฝ่ายค้านชี้ ต้นเหตุจากส.ว. กลัวตัดอำนาจเลือกนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542587

08 ก.พ. 2566

'สภาล่ม'ฝ่ายค้านชี้ ต้นเหตุจากส.ว. กลัวตัดอำนาจเลือกนายกฯ

ฝ่ายค้านชี้ต้นเหตุ’สภาล่ม’ ส.ว.กลัวถูกตัดอำนาจเลือกนายกฯ จับสัญญาณได้ เรียกประชุมวิป 3ฝ่าย ก่อน 1วัน ขณะที่’สมชาย’ยอมรับ ส.ว.ลาประชุม ทำภารกิจ พร้อมมองเป็นเกมหลอกด่าและหาเสียงเท่านั้น

“สภาล่ม”อีกครั้ง ในการประชุมนัดพิเศษ พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พุทธศักราช …. ซึ่งเป็นการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 ให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) และยกเลิกมาตรา 272 ตัดอำนาจสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)เลือกนายกรัฐมนตรี ของนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้เสนอ

เมื่อเวลา 09.00 น. เริ่มการประชุมนายชวน หลีกภัย ประธานสภาและประธานการประชุม เรียกสมาชิกเข้าห้องประชุม 

แต่ต้องปิดการประชุม หรือ เรียกว่า สภาล่ม  อีกครั้งในเวลาประมาณ 10.30 น. เพราะ มีสมาชิกแสดงตนเข้าประชุมเพียง 277 คน จากสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด 667 คน  และจากการนับองค์ประชุม มีผู้แสดงตนเพียง 306 คนเท่านั้น ไม่ครบองค์ประชุมที่ต้องถึง 337 คน

จำนวนผู้เข้าประชุมจำนวนผู้เข้าประชุม

ทำให้นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ ในฐานะรองประธานวิปฝ่ายค้าน และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. ในฐานะโฆษกพรรคเพื่อไทย ออกมาแถลงข่าวมองว่า ส.ว. ทำให้สภาล่ม เพราะกระทบกับคุณประโยชน์ของ ส.ว. จึงให้สังคมได้แลเห็นว่า การที่ ส.ว. ซึ่งเป็นผู้ที่มีวุฒิภาวะเหมาะสมหรือไม่ 

นายจุลพันธ์ ตั้งข้อสังเกตุว่ามีสัญญาณบ่งชี้สภาล่มมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ประธานรัฐสภานัดประชุมวิป 3 ฝ่ายในเวลา 17.00 น. แต่วิป ส.ว. ไม่เข้าประชุม มาจนถึงในช่วงเช้าที่ ส.ว. ลงชื่อเพียง 40 คนจาก 250 คน แต่มีการยื่นใบลาอย่างถูกต้องอีก 90 กว่าคน 
 

ด้านที่นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ฐานะที่ปรึกษาวิปวุฒิสภา ชี้แจง วันนี้ไม่ใช่วันประชุมของวุฒิสภา ทำให้มี ส.ว. ต้องลาประชุม ด้วยเหตุผลต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างจังหวัดในฐานะกรรมาธิการสามัญ ซึ่งต้องเดินทางไปต่างจังหวัดในสมาชิกวุฒิสภาโครงการพบประชาชน ส่วนที่ถูกโจมตีว่า ส.ว.เป็นต้นเหตุ ยืนยัน ส.ว.ไม่ใช่ไม่ต้องการให้พิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเพราะเงื่อนไขเวลาและกระบวนการพิจารณานั้นไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จได้ทันภายในสมัยประชุม ต้องผ่านกระบวนการออกเสียงประชามติ และอาจต้องนำไปสู่การตีความของศาลรัฐธรรมนูญ และการหยิบยกมาพิจารณาปลายสมัยประชุมแบบนี้ มีเหตุผลเดียวเพื่อต้องการใช้เวทีรัฐสภาเพื่อด่าส.ว. รวมถึงมองเป็นเกมทางการเมืองที่พรรคฝ่ายค้านต้องการใช้เป็นประเด็นหาเสียงเท่านั้น 

ฝ่ายค้านแถลงข่าวสภาล่มฝ่ายค้านแถลงข่าวสภาล่ม

ทส.ยกระดับจัดการขยะ ต้นทางปัญหา ‘สิ่งแวดล้อม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542578

08 ก.พ. 2566

ทส.ยกระดับจัดการขยะ ต้นทางปัญหา 'สิ่งแวดล้อม'

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เอาจริงจัดการปัญหาขยะ ทั้งแปรรูปใหม่ และลดการใช้ ป้องกันปัญหา ‘สิ่งแวดล้อม’

ขยะบกเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอนาคต หากขยะเหล่านี้ไหลลงสู่ทะเล สร้างความเสียหายและผลกระทบอันร้ายแรงต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างมาก

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีแนวคิดในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางก่อนจะไหลลงสู่ปลายทาง โดยมีการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการขยะอย่างเป็นระบบ เริ่มต้นตั้งแต่ครัวเรือน ด้วยการใช้หลัก 3Rs คือ ใช้น้อย ลดปริมาณขยะให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด (Reduce) ใช้ซ้ำ หมุนเวียนใช้ใหม่ก่อนทิ้ง (Reuse) นำไปแปรรูป เพื่อมาใช้ใหม่ (Recycle) ที่สำคัญทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาขยะทะเล ชายหาดปลอดขยะ ทรัพยากรทางทะเลอุดมสมบูรณ์ ส่งผลดีต่อโลก

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งบูรณาการปฏิบัติงานทั้งหน่วยงานภายในกระทรวงฯ และหน่วยงานภายนอกอย่างภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัคร และประชาชน เพื่อผสานความร่วมมือในการมีส่วนร่วมดำเนินการลด คัดแยกขยะจากต้นทาง ตลอดจนรณรงค์ลดการใช้วัสดุพลาสติกให้มีความต่อเนื่องและรายงานผลให้ทราบ เพื่อให้เกิดรากฐานของการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน  โดยเฉพาะโครงการ Everyday Say No to Plastic Bags ซึ่งดูเหมือนกำลังเป็นไฟไหม้ฟางอยู่ในขณะนี้ 

รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยของประเทศ โดยมีแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2565 – 2570) และ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 – 2573 เป็นเครื่องมือในการบูรณาการขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจะยกระดับการจัดการขยะให้ดียิ่งขึ้น  

นายอภิชัย เอกวนากุล รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการขยะทะเลมาโดยตลอด พร้อมทั้งปฏิบัติตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด โดยกรม ทช. ได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือดักขยะ เช่น บูมดักขยะ SCG-DMCR Litter trap รวมถึงเทคโนโลยีจากโครงการความร่วมมือ The Ocean Cleanup (TOC) และนวัตกรรมในต่างประเทศ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการขยะในเชิงรุกมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาขยะทะเล ลดผลกระทบจากขยะทะเลต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  

กรมทรัพยากรทางทะเลฯ ยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการ Everyday Say No to Plastic Bags พร้อมทั้งรณรงค์แจกถุงผ้าแทนการใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในพื้นที่ 24 ชายฝั่งทะเล เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจและตระหนักถึงการลดการใช้พลาสติก รวมถึงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้ถุงผ้าหรือวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

‘กกต.’ยังไม่ยื่นศาลรธน. ตีความ’ราษฎร’ ประชุมกำหนดกฎเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542568

08 ก.พ. 2566

'กกต.'ยังไม่ยื่นศาลรธน. ตีความ'ราษฎร' ประชุมกำหนดกฎเลือกตั้ง

‘กกต.’ยังไม่ยื่นศาลรธน. ตีความ’ราษฎร’ ยืนยันทำตามข้อกฎหมาย พร้อมเชิญพรรคการเมืองประชุมกำหนดกฎเลือกตั้ง ค่าใช้จ่าย ป้ายติดตั้ง เป็นต้น

การทำความเข้าใจถึงข้อกฎหมายพรรคการเมืองและเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นใน ปี2566 นี้

สำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้ง(กกต.) นำโดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการเลือกตั้ง เป็นประธานเปิดการประชุมร่วมกับพรรคการเมือง เพื่อซักซ้อมความเข้าใจในการเลือกตั้ง ชี้แจงเกี่ยวกับการได้รับเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง

โดยมีเรื่องค่าใช้จ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ การปิดประกาศและการติดแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งการเตรียมความพร้อมในการสมัครรับเลือกตั้ง การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง การสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งและการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่พรรคการเมืองประจำปี 2566  

ในช่วงเช้าหารือ 2 เรื่อง คือ ค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและป้าย ขนาด สถานที่ติดตั้ง

โดยค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง ส.ส.แบ่งแบ่งเขต มี3รูปแบบ

-รูปแบบที่ 1 กกต. คิดเอง โดยคำนวณกับปัจจัย 7 ประการ ได้แก่ อัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ดัชนีราคาผู้บริโภค น้ำมันดีเซล ราคาไม้อัดราคาไม้อัดขนาด 4X8 ฟุต หนา 4 มิลลิเมตร กระดาษโปสเตอร์ขนาด 15.5X21.5 (บาทต่อแผ่น) ค่าไวนิลขนาด 1X3 เมตร (บาทต่อผืน) และฟิวเจอร์บอร์ด 130 เซนติเมตร X 3 มิลลิเมตร (บาทต่อแผ่น) ซึ่งหากสภาอยู่ครบวาระ ผู้สมัครส.สแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใช้จ่ายได้คนละ 6.5 ล้านบาท และพรรคการเมืองใช้จ่ายได้ 152 ล้านบาท ซึ่งมีพรรคการเมืองที่เห็นด้วยและมองว่ามากไปหรือ น้อยไป เป็นความเห็นหลากหลาย

แต่หากเกิดการยุบสภาขึ้นนั้น ค่าใช้จ่าย ส.ส.แบบแบ่งเขต จะอยู่ที่ 1.74 ล้านบาท พรรคการเมืองจะประมาณ 41 ล้านบาท

-รูปแบบที่ 2 กกต. นำรูปแบบดังกล่าวที่รวมกับปัจจัย 7 ประการหารือกับ3 หน่วยงาน คือธนาคารแห่งประเทศไทย ,กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง ซึ่ง3 หน่วยงานรับผิดชอบเรื่องเงินเฟ้อ จะมีความเห็นตรงจุดว่าควรเพิ่ม หรือลดอย่างไร

-รูปแบบที่ 3 คือ 3 หน่วยงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย ,กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง เสนอคำนวนจากอัตราเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตามการหารือกับพรรคการเมืองในวันนี้ กกต. ไม่ได้ พูดถึงประเด็นที่มีข้อถกเถียงกันอยู่ เรื่อง การนับรวมบุคคลที่ไม่ถือสัญชาติไทยรงมเป็นประขากรในเขตเลือกตั้ง

โดยนายอิทธิพร มองว่า ไม่ได้เป็นความขัดแย้ง เป็นเพียงข้อเห็นต่าง พร้อมกับยืนยัน กกต.ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา86 ว่า การกำหนดจำนวนส.สและเขตเลือกตั้งให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศ เป็นไปตามหลักฐานการขึ้นทะเบียนราษฎรที่ประกาศโดยผู้อำนวยการทะเบียนกลาง(กระทรวงมหาดไทย) ซึ่งรวมทั้งผู้มี และไม่มีสัญชาติไทย 

ที่ผ่านมา กกต. ยึดตามข้อถ้อยคำดังกล่าวมาโดยตลอด ยืนยันว่าทำตามกฎหมายที่ระบุว่า ราษฎรทั้งประเทศ

โดยผู้สื่อข่าวถามต่อว่า จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ คำว่า “ราษฎร” หรือไม่ อิทธิพร ตอบเพียงว่า ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับค่าใช้จ่ายของผู้สมัครส.สแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ในรูปแบบที่ 2 ที่กกต.มีการนำปัจจัย 7 ประการ ในการคิดคำนวณไปหารือกับ 3 หน่วยงาน พบว่า มีการให้นำดัชนีราคาผู้บริโภค จากปีฐานคือปี 2562 มาคำนวณด้วย ซึ่งก็จะทำให้กรณีครบวาระผู้สมัครส.สแบบแบ่งเขตใช้จ่ายได้คนละ 7 ล้านบาท แบบบัญชีรายชื่อ 163 ล้านบาท แต่ถ้ายุบสภาแบบแบ่งเขตใช้จ่ายได้คนละ 1.9 ล้านบาท และบัญชีรายชื่อใช้จ่ายได้ 44 ล้านบาท

ส่วนรูปแบบที่ 3 เป็นการคิดจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2562-2565 จะพบว่าในกรณีอยู่ครบวาระผู้สมัครแบบแบ่งเขต จะใช้ค่าใช้จ่ายได้ 6 ล้านบาท แบบบัญชีรายชื่อ 141 ล้านบาท และหากกรณียุบสภาแบบแบ่งเขตสามารถใช้ได้ 1.6 ล้านบาท แบบบัญชีรายชื่อใช้จ่ายได้ 38 ล้านบาท

บ้านใหญ่ ‘ชลบุรี’ ซบเพื่อไทย มั่นใจยกจังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542560

08 ก.พ. 2566

บ้านใหญ่ 'ชลบุรี' ซบเพื่อไทย มั่นใจยกจังหวัด

สนธยา คุณปลื้ม พาลูกทีมกลับพรรคเพื่อไทย มั่นใจ คน ‘ชลบุรี’ ยังนิยมการเมืองสไตล์บ้านใหญ่ เลือกตั้งครั้งหน้า หวังแลนด์สไลด์

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและแกนนำพรรคเปิดตัวทีมบ้านใหญ่ชลบุรี นำโดย นายสนธยา คุณปลื้ม  นางสุกุมล คุณปลื้ม และทีมงานอีก 12 คน ร่วมทีมเพื่อไทยโดยมีทั้งว่าที่ผู้สมัครสส. เขต และ สส. บัญชีรายชื่อ

หัวหน้าพรรคเพื่อไทยบอกว่า วันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ แต่เคยร่วมงานกันมาก่อนแล้ว พร้อมขอบคุณนายสนธยาที่ตัดสินใจมาร่วมอุดมการณ์กับพรรคเพื่อไทย เชื่อการตัดสินใจนายสนธยาครั้งนี้ จะนำพาประชาชน และประเทศ ก้าวไปสู่อนาคตที่ดี มั่นใจนายสนธยา และทีมงานทำงานในพื้นที่เป็นอย่างดี และจะทำให้ชาวชลบุรีตัดสินใจเลือก เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายแลนด์สไลด์ โดยขอประชาชนมาร่วมล้มระบอบเดิมด้วยการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง

ในฐานะที่เป็นตัวแทนทีมชลบุรี นายสนธยาระบุว่า ยินดีที่มีโอกาสกลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง หลังเคยร่วมงานในสมัยพรรคไทยรักไทย จนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่อย่างแลนด์สไลด์มาแล้ว ถือเป็นประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ผ่านมา และในครั้งนี้

สนธยา คุณปลื้ม ตัวแทนบ้านใหญ่ชลบุรีสนธยา คุณปลื้ม ตัวแทนบ้านใหญ่ชลบุรี

การที่ทีมชลบุรีตัดสินใจกลับเข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง เนื่องจากเคยร่วมทำงานด้วยกัน เคยร่วมกำหนดแนวนโยบายร่วมกันมา และในปัจจุบันการที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น ยิ่งทำให้เห็นว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทยตอบโจทย์สภาพปัญหาที่เป็นอยู่

สำหรับผู้สมัครในทีมชลบุรี มีความหลากหลาย ทั้งคนรุ่นใหม่
คนรุ่นใหญ่ และคนที่ประสบการณ์ทางการเมือง ดังนั้น ปัญหาประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทย แสดงให้เห็นแล้วว่า จะนำพาประชาชนไปได้อย่างไร จึงทำให้ทีมชลบุรี ต้องร่วมกันมาขับเคลื่อนให้ภาคตะวันออกเป็นหัวใจสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนตามเป้าหมาย

มั่นใจ ประสบการณ์ และความมุ่งมั่นของทีมชลบุรี ประกอบกับนโยบายของพรรค จะทำให้ประชาชนไว้วางใจแบบแลนด์สไลด์ ทั้ง 10 เขต

ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นายอิทธิพล คุณปลื้ม จะมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่นั้น นายสนธยา กล่าวว่า ในฐานะครอบครัวชลบุรีได้พูดคุยกันอยู่ตลอด และครอบครัวมีมติคือ มาเพื่อไทย

แต่ขณะนี้นายอิทธิพล ในฐานะที่ยังมีหน้าที่รับผิดชอบ ยังคงปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตามที่ได้รับมอบหมายไปจนครบวาระก่อน ยืนยัน เป็นบ้านเดียวกัน ไปด้วยกัน มาด้วยกัน ไม่แยกกันอย่างแน่นอน

อดีตกกต.หวั่นปัญหา ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ บานปลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542551

08 ก.พ. 2566

อดีตกกต.หวั่นปัญหา 'แบ่งเขตเลือกตั้ง' บานปลาย

สมชัยชี้ยังพอมีเวลาสำหรับการแก้ปัญหา ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ก่อนจะบานปลายทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ หากกกต.ไม่ดื้อ

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง แนะกกต.ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ คำว่าราษฎร ในมาตรา 86 ของรัฐธรรมนูญว่า หมายถึงอะไรแน่  หากศาลบอกว่า กกต. ถูก ก็ไม่มีใครร้องภายหลัง  หากบอกว่าผิด ก็ต้องแก้ไขใหม่ ให้ทันก่อนเลือกตั้ง

การที่ กกต. ประกาศยืนยันและเดินหน้าต่อ ในเรื่อง การนำราษฎรที่ไม่ได้สัญชาติไทยมาคำนวณจำนวน สส.ของแต่ละจังหวัด เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะหากยอมรับว่าผิด หมายถึง ยอมรับในความบกพร่องไม่รอบคอบในการทำงาน และนำไปสู่การรื้อผลการคำนวณจำนวน สส. ของแต่ละจังหวัดใหม่ทั้งประเทศ  ส่งผลต่อไปยังการแบ่งเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด ที่ต้องทำใหม่อีกหลายจังหวัด

การยืนยันว่าแบ่งเขตเลือกตั้งถูก จึงเป็นการเดินหน้าไปก่อนเพื่อให้งานบรรลุ  แต่ไปเสี่ยงกันภายหลัง  เพราะหากมีประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า การคำนวณแบบที่ กกต.ตัดสินใจเอาคนไม่มีสัญชาติไทยมารวม  เป็นการตีความกฎหมายเพื่อริดรอนสิทธิในการได้จำนวนผู้แทนที่เหมาะสมของจังหวัดเขา  และศาลมาชี้ภายหลังเลือกตั้งว่า กกต. ทำไม่ถูก งานนี้จะไม่ใช่แค่งานช้าง แต่เป็นระดับงานไดโนเสาร์ทีเดียว


อดีตกรรมการการเลือกตั้งระบุอีกว่าการที่เลขาฯกกต. สั่งให้ 5 จังหวัด คือ กทม. สมุทรปราการ ชลบุรี  เชียงใหม่ และ ปัตตานี จัดทำรูปแบบการแบ่งเขตใหม่เพิ่มเติม ถือเป็นการทำงานที่น่าชื่นชม  คือ รู้ว่าผิดแล้วยอมแก้ไข  แต่ก็อาจมีปัญหาตามมาประกอบด้วย

  1. การสั่งให้ 5 จังหวัด รีบทำใหม่ แล้วรีบประกาศในวันที่ 7 ก.พ. อาจเกิดความลำบากแก่ จังหวัดใหญ่  เช่น กทม. มี 33 เขต ที่อาจไม่สามารถดำเนินการได้ทัน
     
  2. มีจังหวัดที่ประกาศใหม่ทัน ในวันที่ 7 ก.พ. จำนวน 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ สมุทรปราการ ซึ่งมีปัญหาผิดเล็กน้อย  และปัตตานี  ที่ไม่ผิด แต่ก็ได้รับคำสั่งให้ทำเพิ่ม และ ทำใหม่ตามคำสั่ง
     
  3. กทม. อาจเป็นโจทย์ยาก ที่จะให้ราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งมีความใกล้เคียง เพราะแต่ละแขวงมีราษฎรมาก ตัดปะ อย่างไรก็เป็นปัญหา ยังไม่ทราบจะทำได้หรือไม่ และจะเสร็จเมื่อใด
     
  4. อย่าลืมกติกา รับฟังความเห็น 10 วัน  ประกาศใหม่ยิ่งช้า ยิ่งต้องขยับวันสุดท้ายของการรับฟังความเห็นออกไปอีก

พรรคก้าวไกล กังวลเลือกตั้งอาจโมฆะ จากปัญหา ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542546

08 ก.พ. 2566

พรรคก้าวไกล กังวลเลือกตั้งอาจโมฆะ จากปัญหา 'แบ่งเขตเลือกตั้ง'

กกต.ต้องรับผิดชอบ หากมีคนร้องการเลือกตั้ง โมฆะ จากการ ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ที่นำราษฎรซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ไปคำนวณแบ่งเขตเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีการประชุมหารือกับพรรคการเมืองเพื่อเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เมื่อเวลา09.00 น.ที่ผ่านมา โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. เป็นประธานในพิธีเปิด


นาย ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้ความเห็นต่อกรณีความไม่ชัดเจนของการแบ่งเขตเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อ้างว่ารัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้ จำนวนราษฎรตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งรวมทั้งคนไทยและคนต่างด้าว ในขณะที่วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้ความเห็นว่าควรนับรวมเฉพาะผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น

ความไม่ชัดเจนของการแบ่งเขตเลือกตั้งครั้งนี้ อาจเป็นเงื่อนไขในการนำไปสู่การเลือกตั้งโมฆะ แบบที่เคยเกิดเมื่อปี 2549 ที่ศาลรัฐธรรมนูญอ้างเหตุผลเรื่องการจัดคูหาเลือกตั้ง ในการล้มผลการเลือกตั้ง เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาไม่ถูกใจผู้มีอำนาจ

เลขาธิการพรรคก้าวไกลกล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคก้าวไกลมีความกังวลว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความเรื่องนี้ อาจจะทำให้การจัดการเลือกตั้งยืดเยื้อออกไปกว่าที่กำหนด ดังนั้น ทางออกที่ง่ายกว่าคือ กกต. ควรออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่าในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา กกต. ใช้วิธีการแบ่งเขตคำนวณแบบนี้หรือไม่ เพราะอะไร ถ้าที่ผ่านมาก็ทำแบบนี้ก็จะไม่น่าจะเป็นเหตุให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่ถ้าที่ผ่านมา กกต. ไม่ได้แบ่งเขตแบบนี้ ในครั้งนี้ก็ไม่ควรทำ

“ถ้า กกต. ฝืนทำแล้ว ทำให้มีคนไปยื่นร้องว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ คนที่ต้องรับผิดชอบแต่ผู้เดียว คือ กกต. ไม่ใช่ไปล้มผลการเลือกตั้งเพราะไม่ใช่ความผิดของประชาชน และคนที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง” 

‘พรรคไทยสร้างไทย’ เดิน 5 ยุทธศาสตร์ ปักธง หนองบัวลำภู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542532

07 ก.พ. 2566

'พรรคไทยสร้างไทย' เดิน  5 ยุทธศาสตร์ ปักธง หนองบัวลำภู

เดินสายปราศรัยภาคอีสาน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นำ ‘พรรคไทยสร้างไทย’ ขาย 5 ยุทธศาสตร์ หาเสียงเลือกตั้ง หนองบัวลำภู

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี  นายต่อพงษ์ ไชยสาสน์  นายประวัฒน์ อุตตะโมช รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผอ.สำนักปราบโกง พรรคไทยสร้างไทย และนายการุณ โหสกุล แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ ร่วมกับว่าที่ผู้สมัครส.ส. จังหวัดหนองบัวลำภู พรรคไทยสร้างไทย 

ได้แก่ นายสุรชัย ทวีคูณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1, นายรุ่งเพชร ศรีกาญจนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 และนายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 3 และ นายวิชัย สามิตร อดีต ส.ส. 5 สมัย ซึ่งเป็นผู้มีประสบการณ์การเมือง ดูแลพื้นที่มาอย่างยาวนาน เป็นหัวหน้าทีมจังหวัดหนองบัวลำภู ร่วมขึ้นเวทีปราศรัย กับแกนนำคนเสื้อแดงภาคอีสาน 

ท่ามกลางพี่น้องชาวหนองบัวลำภูและพื้นที่ใกล้เคียงเกือบ 2หมื่นคน แห่ฟังการปราศรัย และร่วมพิธีบวงสวงตั้งเสาเอกพรรคไทยสร้างไทย หนองบัวลำภู ซึ่งจะเป็นเหมือนสัญลักษณ์ ของการลงหลักปักฐาน การเป็นสถาบันการเมืองของพี่น้องประชาชน ที่จังหวัดหนองบัวลำภู

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ในฐานะลูกอีสาน ขอทำให้ชาวอีสานหายจนภายใน 3 ปี ด้วยนโยบาย “อีสานมั่งคั่ง หายแล้ง หายจน เงินตุงเต็มกระเป๋า ด้วย 5 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย

  1. คืน”โฉนดกลับบ้าน” ด้วยการแก้หนี้เติมทุน จะพักชำระหนี้3ปีจ่ายดอกเบี้ยให้ 2ปี  
  2. เติมน้ำ เพื่อให้อีสานหายแล้งหายจน โดย สร้างและพัฒนา แหล่งกักเก็บน้ำ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้านจนถึงการกักเก็บน้ำตามลำน้ำ และทำการเติมน้ำจากการผันน้ำโขง และนำน้ำจาก สปป.มาเติมในยามที่อิสาน ขาดน้ำ ให้อีสานเขียวขจีเพราะปลูกได้ตลอดทั้งปี 
  3. เติมเงินในกระเป๋า โดยทำให้ราคาสินค้าเกษตรดีขึ้นทุกตัว เช่นข้าวหอมมะลิไม่ต่ำกว่า20,000บาท ยางก้อนถ้วย45บาท พร้อมสร้างศูนย์แปรรูปและขนส่งสินค้าเกษตร ทุกจังหวัด เพื่อเพิ่มมูลค้าเกษตรให้พี่น้องกำหนดราคาขายเองได้ 
  4. สร้างความสุข ด้วยการเรียนฟรีจนจบปริญญาตรีไม่เป็นหนี้ กยศ.ให้เด็กไทยได้เรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ เด็กอยากเรียนอะไรต้องได้เรียน พร้อมลดเวลาเรียนลงสามปี จบอายุ18ปี ออกมาทำงานได้  พร้อมประกาศสงครามกับยาเสพติด คืนลูกหลานสู่อ้อมออกพ่อแม่ 
  5. สร้างศักดิ์ศรีให้คนไทย ด้วยนโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท ซึ่งเป็นนโยบายที่ไม่ใช่ประชารัฐหรือประชานิยม แต่เป็นนโยบายที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถหยุดได้อย่างมีศักดิ์ศรีมีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ

นอกจากนี้พรรคไทยสร้างไทย ยังมีนโยบายส่งเสริมการออม หรือ หวยบำเหน็จ จะเป็นนโยบายที่ช่วยให้พี่น้อง มีเงินออมไว้ใช้ยามเกษียณ เงินต้นไม่เสียเปล่า ผู้ซื้อมีสิทธิได้รับคืนเงินต้น เมื่อซื้อหวยมาแล้วครบ 10 ปี และอายุครบ 60 ปี 70 ปี หรือ80 ปี จะได้รับเงินต้นที่ซื้อสลาก คืนทั้งหมด

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวในช่วงท้ายของการปราศรัยว่า ขอให้พี่น้องชาวหนองบัวลำภู สนับสนุนพรรค โดยเลือกผู้สมัครจากพรรคไทยสร้างไทยทั้ง 3 เขต ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถปักธงในพื้นที่ภาคอีสานได้เป็นจำนวนมาก และที่จังหวัดหนองบัวลำภู จะสามารถกวาดได้ทั้ง 3 เขต เข้าสู่สภาเป็นตัวแทนเข้าไปแก้ปัญหาให้พี่น้อง