‘เลือกตั้งระยอง’เจอศึกภายใน งานหินบ้านใหญ่ ปิตุเตชะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542351

05 ก.พ. 2566

'เลือกตั้งระยอง'เจอศึกภายใน งานหินบ้านใหญ่ ปิตุเตชะ

สาธิต ปิตุเตชะ เจองานหิน ‘เลือกตั้งระยอง’ หย่าศึกภายในบ้านใหญ่ บทเรียนถูกพลังประชารัฐเจาะได้หนึ่งเขตในปี 2562

พูดถึงระยอง ต้องพูดถึงบ้านใหญ่ “ปิตุเตชะ” นำทีมโดย “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะสามารถยึดหัวหาดทั้งการเมืองระดับชาติและท้องถิ่นมายาวนานตั้งแต่ปี 2550 หรือ 15 ปี  กวาดยกจังหวัดทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งใหญ่ ก่อนจะมาเสียเก้าอี้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 62 ในเขต 4 ให้กับ สมพงษ์ โสภณ จากพลังประชารัฐ / และนั่นจึงเป็นภาพสะท้อนว่าระยองก็ถูกเจาะได้เช่นกัน

เลือกตั้งระยองครั้งต่อไป มี ส.ส. เพิ่มจาก 4 คนเป็น 5 คน ทำให้พื้นที่นี้เป็นที่หมายปองของหลายพรรคการเมือง  น่าติดตามว่าการขยับตัวครั้งใหญ่ของบุคคลระดับผู้นำประเทศ จะทำให้ใครเบนเข็มหรือเปลี่ยนทิศทางการเลือกตั้งของเมืองระยองในช่วงโค้งสุดท้ายได้บ้างหรือไม่  และเมื่อดูจากสถานการณ์ภาพรวมแล้ว บ้านใหญ่ “ปิตุเตชะ” น่าจะเหนื่อยกับ “ศึกใน” มากกว่า “ศึกนอก”

เริ่มจากเขต 1 สาธิต ปิตุเตชะ หรือ “หมอตี๋” เป็นเจ้าของพื้นที่ เขตนี้แม้จะดูแบเบอร์ เพราะมีเครื่องไม้เครื่องมือและสรรพกำลังพร้อม แต่การเลือกตั้งที่มีเดิมพันสูงขนาดนี้ ก็ประมาทมิได้ ปัญหาใหญ่ “หมอตี๋ สาธิต” คือไม่ใช่แค่พา “ทีมระยอง” กลับเข้าสภาให้ได้มากที่สุดเท่านั้น แต่ยังต้องแบกสถานการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่คะแนนนิยมไม่สู้ดีนักเอาไว้บนบ่า ทำให้ถูกแซะได้ทุกเขต

จุดที่มีโอกาสพลิกผันมากที่สุด ก็คือข่าวพี่ใหญ่ของบ้านปิตุเตชะ “นายกช้าง”  ปิยะ ปิตุเตชะ นายก อบจ. ระยอง เตรียมลงการเมืองสนามใหญ่อีกครั้ง หลังมีข่าว บ้านใหญ่แถบเมืองชลฯ ทาบทามให้สวมเสื้อเพื่อไทย เพื่อเล่นการเมืองระดับชาติ

สำหรับ “นายกช้าง” ชาวบ้านรู้กันดีว่าเป็นคน “ใจถึงพึ่งได้” / ผลงานการเลือกตั้งเมื่อปี 44 นายกช้าง ก็นั่งเก้าอี้ผู้แทน เขต 3 ระยอง สังกัดพรรคชาติไทย ต่อมาเลือกตั้งปี 48 ผ่องถ่ายงานการเมืองให้น้องเล็กคนสุดท้องอย่าง “ธารา ปิตุเตชะ” ที่เวลานั้นสังกัดพรรคไทยรักไทย แล้วก็ไม่พลาด

ดังนั้นหากพี่ใหญ่จากตระกูลปิตุเตชะอาจโดดมาเล่นเอง จึงบอกได้ว่างานนี้มีสนุกแน่ 

เขต 2 นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ (เจด-จัน) หรือ “หมอบัญญัติ” จากค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม ลงป้องกันแชมป์เลือกตั้งระยอง โดยก่อนหน้านี้ หมอบัญญัติ เคยตกเป็นข่าววิวาทะกับพรรคภูมิใจไทย ในประเด็นจัดฉากเด็กพี้กัญชา แต่ก็โกยคะแนนจากมวลชนฝ่ายไม่เอากัญชาได้ไม่น้อย / แม้เวลานี้จะยังไม่เห็นโฉมหน้าคู่แข่งจากพรรคอื่น แต่เส้นทางก็ใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ 

เขต 3 มีธารา ปิตุเตชะ หรือ “เสี่ยทุ่น” เจ้าของพื้นที่เดิมจากค่ายประชาธิปัตย์เช่นกัน และเป็นน้องเล็กของตระกูล “ปิตุเตชะ” ในการเลือกตั้งปี 66 ต้องบอกว่าเดินไม่สะดวกเท่าเดิม เพราะพรรคชาติพัฒนากล้า นำโดย สุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ได้เปิดตัวคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง วัยไม่ถึง 30 ปี  พลช (พะ-ลด)  กฤษณะราช ลงเบียดชิงเก้าอี้ ส.ส.ในพื้นที่นี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมปีที่แล้ว

พลช มีดีกรีจบวิศวกรรมศาสตร์จากเมืองผู้ดีอังกฤษ อีกทั้งยังเป็นลูกชายของ พันตำรวจเอก พณาเจือเพ็ชร์ กฤษณะราช รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (สมัยยังเป็นพรรคชาติพัฒนา) และเคยเป็นส.ว.ระยอง จึงมีฐานเสียงไม่น้อยหน้า และนับเป็นงานหนักสำหรับ “เสี่ยทุ่น” เพราะต้องมาสู้กับคนรุ่นใหม่ และวัดใจคนพื้นที่ว่าอยากลองของใหม่หรือไม่  

เขต 4 สมพงษ์ โสภณ จากพลังประชารัฐ ฝ่าด่าน “ปิตุเตชะ” เข้ามาเจาะพื้นที่ได้ แต่ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงกว่าเก่า เพราะ วิชัย ล้ำสุทธิ อดีต ส.ส.ระยอง เขต 4 สมัยการเลือกตั้งปี 54 ขอกลับมาทวงเก้าอี้คืน เนื่องจากปี 62 ลาออกจากประชาธิปัตย์ หลังถูกจับไปอยู่ในบัญชีรายชื่อ อันดับที่ 57 แต่วันนี้ วิชัย เปลี่ยนค่ายใหม่ มาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย จึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งคู่แข่งคนสำคัญในสนามเลือกตั้งระยอง



ส่วนเขต 5 พื้นที่เพิ่มใหม่ ยังต้องจับตามอง เพราะแต่ละพรรคยังซุ่มเงียบ ไม่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครว่าจะส่งใครเข้าชิง แต่ก็เป็นงานหนักของบ้านใหญ่ “ปิตุเตชะ” โดยเฉพาะ “หมอตี๋ สาธิต” ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับการขับเคลื่อนพรรคไปสู่เป้าหมาย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวเตรียมย้ายไปซบภูมิใจไทย แต่สุดท้ายก็ยังนั่งอยู่ที่พรรคเก่าแก่เช่นเดิม

บรรยากาศการแข่งขันต้องบอกว่าดุเดือดเลือดพล่าน ต้นเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว มีเหตุคนร้ายจ่อยิง มานพ เสถียรเขตต์ ทนายความชื่อดัง อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ระยอง พรรคไทยรักษาชาติ เสียชีวิตคาปั๊มน้ำมันของตนเอง เป็นการยิงกลางวันแสกๆ ต่อหน้าภรรยาของผู้ตายและเด็กในปั๊ม

มานพ กำลังเดินงานการเมืองในพื้นที่อย่างหนัก และเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ระยอง ของพรรคเพื่อไทย

แม้คดีนี้ตำรวจจะจับกุมทีมมือปืนที่ก่อเหตุได้ยกก๊วน แต่ชาวบ้านยังคาใจว่ามีการตัดตอนไม่ให้สาวถึงผู้บงการตัวจริงหรือไม่ ฉะนั้นการเลือกตั้งใหญ่เมืองระยอง จึงยังวางใจไม่ได้ว่าจะผ่านไปแบบไม่สูญเสียเลือดเนื้อกันอีก

ไม่ได้ตั้งแค่ “หญิงแย้” เปิดรายชื่ออนุกรรมการฯกสทช. ทั้งชุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542329

04 ก.พ. 2566

ไม่ได้ตั้งแค่ "หญิงแย้" เปิดรายชื่ออนุกรรมการฯกสทช. ทั้งชุด

เปิดรายชื่ออนุกรรมการด้านการให้บริการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของ กสทช. ทั้งชุดไม่ได้ตั้งแค่ “หญิงแย้” เท่านั้น มีโฆษกสตช.ร่วมในชุดนี้ด้วย

ปลุกกระแสสังคมได้ไม่น้อย กับข่าวกทสช. หรือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แต่งตั้ง “หญิงแย้” หรือ นางสาวนนทพร ธีระวัฒนสุข ดาราชื่อดัง เข้าไปเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการด้านการให้บริการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล 


“คมชัดลึก” ตรวจสอบข้อมูลจาก กสทช. พบว่า ไม่ใช่แค่หญิงแย้คนเดียว ที่เข้าไปนั่งเป็นอนุกรรมการ ตามมติกสทช. ครั้งที่ 35/2565 เมื่อวันพุธที่ 21 ธันวาคม 2565 เกี่ยวกับการคัดเลือกคณะอนุกรรมการด้านการให้บริการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล

ซึ่งวิธีการตั้งอนุกรรมการชุดนี้ รวมถึงทุกชุดยึดหลักการการแต่งตั้งอนุกรรมการของ กสทช. เหมือนกันหมด ดังนี้ 

  1.  พิจารณากำหนดให้ กสทช. ที่มีความเชี่ยวชาญ หรือมีภารกิจโดยตรงเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลอนุกรรมการที่แต่งตั้ง 
  2.  กรรมการ กสทช. แต่ละท่านจะเสนอรายชื่ออนุกรรมการเพื่อเป็นผู้แทนของตนเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการในแต่ละคณะ 
  3.  สัดส่วนการแต่งตั้งอนุกรรมการ จะให้ กสทช. เสนอรายชื่ออนุกรรมการจำนวน 1 ท่านเพื่อเข้าร่วมในอนุกรรมการ ทั้งนี้ ในส่วนที่เหลือจะให้ กสทช. ผู้กำกับดูแลเป็นผู้พิจารณาตามความเหมาะสมและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านนั้น ๆ

สำหรับอนุกรรมการด้านการให้บริการสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ประธานและกรรมการ กสทช. เสนอรายชื่อดังนี้ 

ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช

  • เสนอรายชื่อ นาวาอากาศเอก ดร.กิจเปรม เวศย์ไกรศรี นักวิจัยอาวุโส และอดีตอนุกรรมการติดตามแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

ดร.รอม หิรัญพฤกษ์ ดร.รอม หิรัญพฤกษ์ 

ศาสตราจารย์ ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช.ด้านกิจการโทรทัศน์ เสนอ 5 รายชื่อ

1.ดร.รอม หิรัญพฤกษ์ 

  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการนโยบาย สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ 
  • อดีตคณะกรรมการระบบชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย
  • อดีตคณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ฯ
  •  การศึกษาสูงสุด จบปริญญาเอก (คอมพิวเตอร์) University of Kansas, ประเทศสหรัฐอเมริกา

ดร.กษิติธร ภูภราดัย ดร.กษิติธร ภูภราดัย 

2.ดร.กษิติธร ภูภราดัย    

  • รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล(DEPA)
  • อดีตผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายวิจัยนโยบาย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 
  • อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยกลยุทธ์และดัชนีอุตสาหกรรม ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ

ดร. วรรณวิทย์ อาขุบุตดร. วรรณวิทย์ อาขุบุต

3. ดร. วรรณวิทย์ อาขุบุต 

  • ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ข้อมูลหัวข้อ …
  • รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)หรือ ETDA             

4. รศ.ดร.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง 

  • อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย            

รศ.ดร.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง   อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.ปิยะบุตร บุญอร่ามเรือง  อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

5. นายเลิศศักดิ์ บุบผามาลา    

  • รองเลขาธิการ กสทช.    

พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง

  • เสนอชื่อ นาวาอากาศเอก วัฐพล เมฆดี จากกรมเทคโนโลยีสารสนเทศและอวกาศ กระทรวงกลาโหม

นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน

  • เสนอชื่อ พลตำรวจตรีอาชยน ไกรทอง ปัจจุบันเป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พลตำรวจตรีอาชยน ไกรทอง ปัจจุบันเป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติพลตำรวจตรีอาชยน ไกรทอง ปัจจุบันเป็นโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
รองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์

  • เสนอชื่อ ผศ.ดร. พรเทพ เบญญาอภิกุล รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตนักวิจัยโครงการ NBTC Policy Watch

นางสาวนนทพร ธีระวัฒนสุข (หญิงแย้) นางสาวนนทพร ธีระวัฒนสุข (หญิงแย้)
พลตำรวจเอก ดร.ณัฐธร เพราะสุนทร กสทช. ด้านกฏหมาย

  • เสนอชื่อ นางสาวนนทพร ธีระวัฒนสุข (หญิงแย้) ซึ่งเป็นดาราที่ เริ่มเข้าวงการจากการถ่ายโฆษณา TVC SmoothE White Baby Face Cream 2007 จนได้ก้าวเข้าสู่การประกวด มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส 2552 โดยทำได้ดีที่สุดคือผ่านรอบ 44 คนสุดท้าย แล้วผันตัวไปเป็นพริตตี้เงินล้าน เธอเป็นที่รู้จักกันในโลกโซเชียลมีเดีย แล้วเธอเริ่มมีชื่อเสียงมากเมื่อมีรายการทีวีสัมภาษณ์เธอเรื่องศัลยกรรมทำให้เธอเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากขี้น จนทำให้มีงานถ่ายแบบ โฆษณา และงานแสดงติดต่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก
  • ทั้งนี้ หญิงแย้ สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจาก โรงเรียนสิรินธรราชวิทยาลัย ปัจจุบันสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกภาษาอังกฤษ โทประวัติศาสตร์ เกียรตินิยม (3.63) และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจ หลักสูตรนานาชาติ Stamford International University (3.73)

“ตี๋ใหญ่” ส.ส.เพื่อไทย เขต 4 สุรินทร์ เสียชีวิตกระทันหัน ขณะเดินทางเข้ากทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542325

04 ก.พ. 2566

"ตี๋ใหญ่" ส.ส.เพื่อไทย เขต 4 สุรินทร์ เสียชีวิตกระทันหัน ขณะเดินทางเข้ากทม.

ส.ส.เขต 4 พรรคเพื่อไทย จ.สุรินทร์ “นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล” หัวใจวายเฉียบพลัน เสียชีวิตกระทันหัน ขณะเดินทางมาภารกิจที่กรุงเทพ

4 ก.พ. 2566 มีรายงานว่า นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ส.ส.เขต 4 จ.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) อายุ 63 ปี เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน และเสียชีวิตลง เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา  ระหว่างเดินทางเข้ามาทำภารกิจที่กรุงเทพฯ 

"ตี๋ใหญ่" ส.ส.เพื่อไทย เขต 4 สุรินทร์ เสียชีวิตกระทันหัน ขณะเดินทางเข้ากทม.“ตี๋ใหญ่” ส.ส.เพื่อไทย เขต 4 สุรินทร์ เสียชีวิตกระทันหัน ขณะเดินทางเข้ากทม.

ทั้งนี้ นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล เกิดเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2502 ปัจจุบันอายุ 64 ปี จบการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์) จากราชภัฏสุรินทร์ เคยเป็นกรรมการสุขาภิบาล เมื่อปี 2525  และเป็นสมาชิกสภาจังหวัด ในปี 2537 

จากนั้นลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี 2544, 2548,2554 จนถึงปัจจุบัน โดยได้รับคะแนนเสียง จากชาวบ้านในเขตพื้นที่ และถือว่ายังคงเป็นตัวเต็งในเขต ที่น่าจับตามองของพรรคเพื่อไทย

เบื้องต้นญาติกำลังนำศพกลับไปตั้งสวดบำเพ็ญกุศล ที่วัดใต้บูรพาราม อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายตี๋ใหญ่ 

‘หมอสุภัทร’ เผยมีแพทย์ผู้ใหญ่ช่วยเจรจา สธ.ให้นั่งควบ 2 รพ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542315

04 ก.พ. 2566

'หมอสุภัทร' เผยมีแพทย์ผู้ใหญ่ช่วยเจรจา สธ.ให้นั่งควบ 2 รพ.

‘หมอสุภัทร’ เผยมีแพทย์ผู้ใหญ่ช่วยเจรจา สธ.ให้นั่งควบ 2 รพ. ยินดีทำงานหนัก แต่ข้อเสนอนี้จะเป็นหมัน ลั่นการต่อสู้ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อตัวอง แต่เพื่อฟื้นฟูระบบธรรมาภิบาลของสธ.ไม่ให้ตกต่ำไปกว่านี้อีก

หลังมีคำสั่งย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ จากผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลรพ.สะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา นั้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก “หมอสุภัทร”

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2566  นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์ความในใจหลังได้รับคำสั่งย้าย ว่า ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณอาจารย์วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ อาจารย์แพทย์ผู้ใหญ่ที่สังคมและตัวผมเองเคารพยิ่ง ที่อาสาเป็นคนกลางในการหารือทางออกร่วมกันระหว่างผมและผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งได้เสนอทางออกที่ให้ผมทำงานให้หนักขึ้นคือ เป็นผู้อำนวยการควบทั้งที่ รพ.จะนะและรพ.สะบ้าย้อย ข้อเสนอและความตั้งใจของอาจารย์วีระศักดิ์นั้น ผมยินดีทำตามที่อาจารย์เสนอ งานหนักไม่กลัว กลัวแต่ว่าข้อเสนอของอาจารย์นั้นจะเป็นหมัน ฝ่าย สธ.ไม่ตอบรับครับ

ผมทราบว่า ทางศาลากลางจังหวัดสงขลาได้ส่งหนังสือคำสั่งย้ายตรงถึงโรงพยาบาลจะนะแล้ว แต่ผมได้ลาพักผ่อนมาประกอบภารกิจของครอบครัวที่กรุงเทพในวันที่ 2-3 ก.พ.66 อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นในวันจันทร์ที่ 6 ก.พ.66 ผมจึงจะได้เข้าโรงพยาบาลครับ ไปทำงานและดำเนินการเรื่องคำสั่งโยกย้ายต่อไป

โดยขั้นตอนทางราชการ เมื่อคำสั่งมาถึง ผมก็ต้องลงนามรับทราบคำสั่ง และมีเวลาไม่เกิน 15 วันในการดำเนินการทุกอย่างและเดินทางไปรับราชการในที่ใหม่ เวลา 15 วันนั้นไม่ใช่เวลาสำหรับการเก็บของและเดินทางนะครับ เดี๋ยวนี้ถนนดีรถดีแล้ว แต่เวลา 15 วันนั้น คือเวลาที่สำคัญสำหรับการส่งมอบงาน ซึ่งโดยหลักปฏิบัติทุกฝ่ายต้องสรุปงานที่ดำเนินการอยู่ว่าคั่งค้างถึงไหน ต้องเขียนสรุปงานเป็นเอกสารและนัดอธิบายส่งมอบให้กับผู้อำนวยการคนใหม่ เพื่อที่จะได้สานงานต่อได้อย่างไร้รอยต่อ ส่วนงานที่ว่าด้วยการพัสดุ การเงิน การบริหารบุคคล การจัดซื้อจัดจ้าง งานที่มีกฎหมายกฎระเบียบเข้ามาเกี่ยวข้อง งานบริหารเหล่านี้ที่ยังคั่งค้างยิ่งต้องมีการจัดทำเอกสารที่รัดกุมแล้วจึงส่งมอบ เพราะสิ่งเหล่านี้เกี่ยวเนื่องกับการรับผิดทางกฎหมายด้วย นี่คือภารกิจในช่วงเวลาที่ระเบียบกำหนดให้ว่าต้องเดินทางภายใน 15 วัน

'หมอสุภัทร' เผยมีแพทย์ผู้ใหญ่ช่วยเจรจา สธ.ให้นั่งควบ 2 รพ.

ส่วนเมื่อรับคำสั่งแล้วย้ายแล้ว ผมก็จะส่งคำอุทธรณ์ไปยังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของสำนักงาน กพ.ตามขั้นตอน ซึ่งกำหนดเวลาที่ต้องยื่นอุทธรณ์ใน 30 วันหลังรับทราบคำสั่ง แล้วก็ปรึกษาทีมกฎหมายของชมรมแพทย์ชนบทในการขอความเป็นธรรมจากศาลปกครอง ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตตามมาตรา 157 หรืออาจจะรวมถึงฟ้องต่อ ปปช.ต่อไป

ผมเป็นข้าราชการระดับอำเภอ เพียงแต่ผมมีอีกหมวกคือประธานชมรมแพทย์ชนบท การต่อสู้ของผมและผู้คนมากมายในครั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อตัวผมเอง แต่ชัดเจนว่า เพื่อฟื้นฟูระบบธรรมาภิบาลของกระทรวงสาธารณสุขที่ถึงจุดต่ำมาก ไม่ให้ตกต่ำไปกว่านี้อีก และให้การถูกกลั่นแกล้งโยกย้ายไม่เป็นธรรมที่เห็นชัดเจนกรณีของผมกลายเป็นโฟกัสของความร่วมมือร่วมใจของผู้คนทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข คนละไม้คนละมือที่จะออกมาปกป้องและปลดปล่อยกระทรวงสาธารณสุขจากการครอบงำวางคนเพื่อยึดกระทรวงสาธารณสุขเป็นสมบัติและฐานระยะยาว

ขอเรียนตรงๆ วันนี้การบริหารจัดการภายในของกระทรวงสาธารณสุขนั้นวิกฤตมากๆครับ คนใน สธ.รู้ดีแต่พูดไม่ได้เพราะจะโดนย้าย บ้านของเราอย่าให้คนที่มาเช่าอยู่อาศัยมายึดและทำลายนะครับ

CR: เพจ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

ประชาธิปัตย์ เปิดตัว “อภิมุก” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542313

04 ก.พ. 2566

ประชาธิปัตย์ เปิดตัว "อภิมุก" ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม.

องอาจ นำทีมแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เปิดตัว “อภิมุก” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. หวัง กกต. แบ่งเขตเลือกตั้งเป็นธรรม ดูจำนวนประชากรในแต่ละเขตให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ที่ 166,000 คน อาจจะมีบวกลบบ้าง แต่ก็ไม่ควรให้ห่างกันมาก

ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เกือบทุกพรรคการเมือง ลุยพื้นที่พบประชาชน เพื่อรับรู้ปัญหาและนำมาปรับเป็นนโยบายในการเลือกตั้งใหญ่ที่คาดว่าจะมีขึ้นในปี2566 นี้ ล่าสุดพรรคการเมืองเก่าแก่ก็มีความเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยเช่นกัน

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง นายแทนคุณ จิตต์อิสระ เลขานุการคณะทำงานทางการเมืองประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายอภิมุข ฉันทวานิช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตยานนาวา-บางคอแหลม ลงพื้นที่ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 เขตบางคอแหลม พบปะพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้า รับฟังปัญหาความเดือดร้อนเพื่อนำไปพัฒนาเป็นนโยบายสู่การแก้ปัญหา

โดย นายองอาจ กล่าวถึงการลงพื้นที่เขตยานนาวา-บางคอแหลม เพื่อแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในวันนี้ ว่า ความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนี้มีว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ครบทุกเขตแล้ว ซึ่งขณะนี้รอเพียงการแบ่งเขตที่ชัดเจนจากทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)โดยเบื้องต้น ทาง กกต. กทม. ได้มีการประกาศรูปแบบเขตเลือกตั้งทั้ง 5 แบบมาเพื่อขอความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนกุมภาพันธ์น่าจะเรียบร้อย และเชื่อว่าเมื่อมีการประกาศเขตการเลือกตั้งเสร็จแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะประกาศตัวว่าที่ผู้สมัครในแต่ละเขตต่อไป

ส่วนข้อกังวลเรื่องของการแบ่งเขตที่ไม่เป็นธรรมนั้น นายองอาจ มองว่า พื้นที่กรุงเทพฯไม่ค่อยได้มีประเด็นนี้ เพราะประชากรมีจำนวนที่หนาแน่น จึงอยากขอร้องให้ กกต. ดูจำนวนประชากรในแต่ละเขตให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ คือ ประมาณ 166,000 คน ซึ่งอาจจะมีบวกลบบ้าง แต่ก็ไม่ควรให้ห่างกันมากหรือน้อยมากเกินไป และขณะนี้จะไปตำหนิ กกต. ยังไม่ได้ เพราะได้ออกแบบรูปแบบเขตมา 5 แบบแล้ว ซึ่งอยู่ที่ทุกคนจะช่วยกันให้ความเห็นเพื่อเอาความเห็นจากพรรคการเมืองและประชาชนไปปรับใช้

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำปชป.ลงพื้นที่พบประชาชน ที่ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 เขตบางคอแหลม กทม.นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมแกนนำปชป.ลงพื้นที่พบประชาชน ที่ตลาดริมคลองเจริญกรุง 103 เขตบางคอแหลม กทม.

ส่วน นายอภิมุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตยานนาวา-บางคอแหลม กทม. กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ตนอยู่พื้นที่นี่มาตั้งแต่เกิด ตนมีความเข้าใจในปัญหาแต่ละพื้นที่แต่ละชุมชน จากการที่ได้สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 20 ปี พร้อมที่จะเข้ามาทำประโยชน์ให้กับคนในพื้นที่

“ในพื้นที่ชุมชนวันนี้ ได้เห็นถึงความสามัคคีของคนในชุมชนทำให้เกิดเศรษฐกิจชุมชนที่ดี แม้ตนจะเป็นทายาทนักการเมือง มีคุณพ่อเป็นอดีตส.ส.แต่อยากให้ดูเรื่องความมุ่งมั่นตั้งใจมากกว่า”นายอภิมุก กล่าว

นายอภิมุข ฉันทวานิช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตยานนาวา-บางคอแหลม กทม.นายอภิมุข ฉันทวานิช ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตยานนาวา-บางคอแหลม กทม.

ค้านกฎหมายคุมสื่อ รัฐบาลซุ่มดันเข้าสภาฯ 7ก.พ. จ่อดัน3วาระรวด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542279

03 ก.พ. 2566

ค้านกฎหมายคุมสื่อ รัฐบาลซุ่มดันเข้าสภาฯ 7ก.พ. จ่อดัน3วาระรวด

จับตา 7 ก.พ.นี้ รัฐบาล ดัน “กฎหมายคุมสื่อ” ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน เข้าที่ประชุมร่วม 2 สภา จ่อดัน3วาระรวด

จับตา “กฎหมายคุมสื่อ” หรือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. …. ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 8 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ ซึ่งจะประชุมกันในวันวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2566 เวลา 09.00 น.


นายสุรพงษ์ กองจันทึก ประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายและสิทธิ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย เปิดเผยว่าในที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 จะมีการประชุมร่วมของรัฐสภา คือสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อพิจารณาเรื่องด่วนคือ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. … ซึ่งเป็นร่างที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

ดังนั้นหากผ่านการพิจารณาร่วมของทั้ง 2 สภา ก็สามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายได้เลย ร่างพระราชบัญญัตินี้อ้างที่มาจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 35 ที่รับรองเสรีภาพในการเสนอข่าวสารและการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพไว้ จึงมีกฎหมายลูกเป็นพระราชบัญญัติเข้ามารองรับ

นายสุรพงษ์ ซึ่งเป็นอดีตกรรมการนโยบายองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยหรือไทยพีบีเอส กล่าวว่า มีความกังวลต่อกฎหมายฉบับนี้ที่ไม่ครอบคลุมการส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพของสื่อมวลชน รัฐบาลควรดึงกลับ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของสื่อมวลชนอย่างรอบด้านก่อนเสนอเข้ามาใหม่

นายสุรพงษ์กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ควรมีทั้งการคุ้มครองและส่งเสริมเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งการคุ้มครองและส่งเสริมต้องเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนในสังคม แต่พระราชบัญญัติฉบับนี้กลับให้เป็นเพียงหน้าที่ของสภาวิชาชีพสื่อมวลชนเพียงองค์กรเดียวเท่านั้น การคุ้มครองและส่งเสริมเสรีภาพสื่อมวลชน มีเพียงมาตรา 5 ซึ่งเป็นมาตราเดียวอยู่ในหมวด 1 ที่ไม่ครอบคลุม

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการคุ้มครองและส่งเสริมเสรีภาพสื่อมวลชนมากขึ้น และจะต้องมีรายละเอียดอีกหลายมาตราเพื่อคุ้มครองและส่งเสริมเสรีภาพของสื่อมวลชน มาตราที่เหลือเป็นเรื่องของสภาวิชาชีพสื่อมวลชน ดังนั้นจะเห็นชัดเจนว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ใช่พระราชบัญญัติในการส่งเสริมและคุ้มครองเสรีภาพของสื่อมวลชน

นายสุรพงษ์กล่าวว่า การคุ้มครองเสรีภาพสื่อมวลชนที่ปฏิบัติตามจริยธรรมที่ต้องมี แต่ไม่มีในกฎหมายฉบับนี้คือ กรณีสื่อมวลชนถูกรังแกจะช่วยเหลืออย่างไร หรือสื่อมวลชนถูกฟ้องเพื่อปิดปาก กฎหมายจะเข้าไปคุ้มครองอย่างไร ถ้าสื่อมวลชนเสนอข่าวสารและความคิดเห็นตามจริยธรรมสื่อมวลชน ต้องไม่ถูกรังแกและไม่ถูกฟ้อง และต้องกำหนดหน้าที่ของสภาวิชาชีพสื่อมวลชนที่จะต้องทำการคุ้มครองสื่อมวลชนด้วย การคุ้มครองและส่งเสริมสื่อมวลชนอย่างเสมอภาค ไม่มีการเลือกปฏิบัติ

“สื่อมวลชนที่จดแจ้งและไม่จดแจ้ง สื่อมวลชนทั้ง 2 ประเภทต้องได้รับประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้อย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจากพระราชบัญญัติฉบับนี้เน้นให้ประโยชน์กับสื่อมวลชนที่จดแจ้งเป็นสำคัญ นอกจากนี้ในบทเฉพาะกาล ต้องกำหนดให้กรมประชาสัมพันธ์ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการของคณะกรรมการสรรหากรรมการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนเท่านั้น โดยไม่ต้องทำหน้าที่หน่วยงานธุรการให้กับสภาวิชาชีพสื่อมวลชน เพราะโดยหลักการสภาวิชาชีพสื่อมวลชนต้องเป็นอิสระจากอำนาจรัฐและการจัดการโดยรัฐ ดังนั้นจึงใคร่เรียกร้องให้รัฐบาลถอนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกจากการพิจารณา เพื่อไปปรับปรุงและรับฟังความคิดเห็นของสื่อมวลชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้รอบด้านครบถ้วน”นายสุรพงษ์ กล่าว

คลิกอ่าน>> ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ….

นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามเรื่อง ‘ยุบสภา’ โบ้ยต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542280

03 ก.พ. 2566

นายกรัฐมนตรี ไม่ตอบคำถามเรื่อง 'ยุบสภา'  โบ้ยต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่

สวนข้อเรียกร้องให้ ‘ยุบสภา’ นายกรัฐมนตรี ลั่นไม่เคยก้าวก่ายฝ่ายนิติบัญญัติ ยังไม่รู้ลงสมัครสส.ปาร์ตี้ลิสต์หรือไม่

พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชน ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการสมุทรสงคราม กรณีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่2 เรียกร้องให้ยุบสภาเพราะไม่มีสส.มาประชุมและรัฐมนตรีไม่มาตอบกระทู้ในสภาว่า เป็นเรื่องของสภา ที่ผ่านมาได้ขอร้อง พรรคการเมือง พรรคร่วมรัฐบาล ให้ไปดูว่าปัญหาว่าอยู่ตรงไหน  เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องของกฎหมายแต่ละฉบับว่าเป็นของใคร  ส่วนเราก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในฐานะฝ่ายบริหาร ไม่เคยไปก้าวก่ายอำนาจนิติบัญญัติ

นายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่พยายามสอบถามความชัดเจนเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสว่าเป็นความจริงหรือไม่  โดยระบุสั้นๆว่ายังไม่ถึงเวลา จะขอตัดสินใจอีกที เพราะเรื่องบางเรื่องยังไม่จำเป็นต้องตอบในขณะนี้  และบอกว่าที่ผ่านมาได้ฝากให้บรรดา สส. ช่วยดูในเรื่องกฎหมาย  เพราะบางเรื่องที่พยายามเสนอเข้าไปแต่ออกไม่ได้ เนื่องจากไม่เข้าใจกัน  ส่วนตัวไม่อยากให้ประเด็นของกฎหมาย หรือ พ.ร.บ ที่เสนอเข้าไปกลายเป็นเรื่องของการเมืองทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องของประชาชน  ทั้งกฎหมายการศึกษา กฎหมายการประมง ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง 

ความวุ่นวายในการประชุมสภา จนเกิดปัญหาสภาล่มติดต่อกันนับครั้งไม่ถ้วนทำให้ กรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ต้องเรียกประชุมกันในวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล

กทม.เปิดรับฟังความเห็น ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ 4-13 กุมภาพันธ์ นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542272

03 ก.พ. 2566

กทม.เปิดรับฟังความเห็น 'แบ่งเขตเลือกตั้ง' 4-13 กุมภาพันธ์ นี้

5รูปแบบ ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ กรุงเทพมหานคร เปิดให้แสดงความเห็นผ่านคิวอาร์โค๊ด 4-13 กุมภาพันธ์นี้ ตามประกาศ กกต.

กกต.กทม.วอนพรรคการเมือง-ประชาชนช่วยกันแสดงความเห็นประกาศ 5 รูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 4 – 13 กุมภาพันธ์นี้    ก่อนสรุปความเห็นให้ กกต.กลาง 16 กุมภาพันธุ์  

สำนักงาน กกต.กทม. ได้ประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร  เป็นเวลา 10 วัน   โดยจะเริ่มแสดงความคิดเห็นได้ในวันพรุ่งนี้  ซึ่งสำนักงาน กกต.กทม.ได้จัดทำประกาศ แผนที่รูปแบบการแบ่งเขต บรรจุไว้ใน  QR CODE   โดย กทม. จัดทำรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งไว้  5 รูปแบบ

นายสำราญ  ตันพานิช ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร บอกว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งเป็นเพียงขั้นตอนการเริ่มต้น    โดยให้ ผอ.กกต.จังหวัดและกรุงเทพมหานคร  เป็นผู้ดำเนินการจัดการแบ่งเขตเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 3 รูปแบบ ต่อ 1 จังหวัด   เพื่อประกาศ รับฟังความคิดเห็น พรรคการเมือง ประชาชน ในเขตนั้นๆ  ยังไม่ได้เคาะกว่ารูปแบบไหนดีกว่าแบบไหน    ซึ่ง กทม.แบ่งเขตเลือกตั้งไว้ 5 รูปแบบ ทุกรูปแบบเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ   โดยจะรับฟังความเห็นพรรคการเมือง คนกรุงเทพว่ารูปไหนที่เห็นว่ามีความเหมาะสมที่สุดกับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น   

คิวอาร์โค๊ด สแดงความเห็นแบ่งเขตเลือกตั้ง กทม. คิวอาร์โค๊ด สแดงความเห็นแบ่งเขตเลือกตั้ง กทม.

คิวอาร์โค๊ดแสดงความเห็นแบ่งเขตเลือกตั้งกทม.คิวอาร์โค๊ดแสดงความเห็นแบ่งเขตเลือกตั้งกทม.

หลังจาก 10 วันแล้ว ก็จะรวบรวมความคิดเห็นทั้งหมดในแต่ละรูปแบบเสนอต่อ กกต.กลางให้วินิจฉัยรูปแบบเขตเลือกตั้งที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด   ซึ่งวิธีการขั้นต้นในการแบ่งเขตแต่ละจังหวัดไปดำเนินการ    โดยจะออกประกาศรูปแบบการแบ่งเขตวันนี้    มีผลวันพรุ่งนี้   และเริ่มแสดงความคิดเห็นได้ไปจนถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์รวมระยะเวลา 10 วัน ตามที่กำหนด  และภายในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ทุกจังหวัดก็จะพิจารณารูปแบบที่เห็นว่ามีความเหมาะสมเรียงตามลำดับ

ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งในครั้งนี้    ในส่วนของ กทม.มีการเปลี่ยนแปลงจากการเลือกตั้งปี  2562    ซึ่งเดิมมี 30 เขต  ส.ส. 30 คน   ปัจจุปันเพิ่มมาเป็น 33 เขต ส.ส. 33 คน    ซึ่งในการแบ่งเขตได้นำรูปแบบการแบ่งเดิมมาปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามเงื่อนไขในมาตรา 27 กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.   ก่อนเปิดรับฟังความคิดเห็น ขณะเดียวกันก็ย้อนไปดูการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 และ 2557 ที่มี 33 เขตเลือกตั้งเท่ากันด้วย

คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปครั้งแรก ภายหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พุทธศักราช 2564 พร้อมให้ความเห็นชอบกรอบระยะเวลาการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ดำเนินการดังนี้

1.จังหวัดที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่า 1 คน ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจัดทำรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งภายใน 3 วัน โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขต ให้ติดต่อกันและต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งใกล้เคียงกัน แล้วประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งอย่างน้อย 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองและประชาชนในจังหวัดเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งแต่ละรูปแบบต้องประกอบด้วย

  • รายละเอียดเกี่ยวกับอำเภอหรือตำบล หรือเขตพื้นที่ที่อยู่ในเขตเลือกตั้งแต่ละเขต
  • จำนวนราษฎรของแต่ละเขตเลือกตั้ง และผลต่างของของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งจากจำนวนเฉลี่ยราษฎรต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คนในจังหวัดนั้น ทั้งนี้ ผลต่างของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของจำนวนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผุ้แทนราษฎร 1 คนในจังหวัดนั้น เว้นแต่ เป็นกรณีมีความจำเป็นเพื่อให้ราษฎรในชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกันสามารถเดินทางได้โดยสะดวก
  • เหตุผลประกอบการเสนอแนะการแบ่งเขตเลือกตั้ง
  •  แผนที่แสดงรายละเอียดของพื้นที่ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งแต่ละเขตเลือกตั้ง

ในกรณีที่จังหวัดใดมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 และมีผลต่างของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งจากจำนวนเฉลี่ยราษฎรต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคนในจังหวัดนั้นไม่เกินจำนวนผลต่างที่กำหนดไว้ใน (2) ให้จัดทำรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใช้ในการเลือกตั้งเป็นการทั่วไปเมื่อปี 2562 และประกาศรับฟังความคิดเห็นในการแบ่งเขตเลือกตั้งในครั้งนี้ด้วย

 2. ให้ดำเนินการปิดประกาศรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งนี้ ให้รวมถึงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร สำนักงานเขต และศาลาว่าการเมืองพัทยาด้วย และให้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆด้วย เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองและประชาชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

  3. จังหวัดที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 คน ให้ดำเนินการปิดประกาศเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ ณ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล และให้เผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด รวมทั้งประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ

‘กกต.’ เปิดรับการสรรหา เป็นผอ.และกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542267

03 ก.พ. 2566

'กกต.' เปิดรับการสรรหา เป็นผอ.และกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง

6-10 กุมภาพันธุ์นี้ ‘กกต.’ เปิดรับการสรรหา ผอ.และกรรมการประจำเขตเลือกตั้ง คุณสมบัติใกล้เคียงกับผู้สมัครส.ส.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหา เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง เพื่อรองรับการเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้น  ที่ กกต. จะแต่งตั้งบุคคลเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง  เขตเลือกตั้งละ  1 คน  และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง  เขตเลือกตั้งละ 3 คน   

โดย กกต.กำหนดการสรรหา ด้วยการรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 6-10 กุมภาพันธ์นี้   

ผู้ประสงค์จะเข้ารับการสรรหาต้องยื่นใบสมัครต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด  ตามแบบใบสมัครด้วยตนเองต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด 

ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติ สัญชาติไทยโดยการเกิด   มีอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีบริบูรณ์ในวันสมัครหรือวันที่ได้รับการทาบทาม  มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดนั้น  มีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริต และห้ามมีลักษณะต้องห้าม คือ  ติดยาเสพติดให้โทษ  เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต  เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช   อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่   วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ  อยู่ระหว่างถูกระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นการชั่วคราวหรือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง  ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล  เคยได้รับโทษจำคุกโดยได้พ้นโทษมาแล้วไม่ถึง 10 ปี นับถึงวันสมัครหรือวันที่ได้รับการทาบทาม เว้นแต่ ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ   

เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริต หรือประพฤติมิชอบในวงราชการ   เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต   เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง

เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น   เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ  อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  เป็นสมาชิกหรือผู้ดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง

เมื่อเสร็จสิ้นการรับสมัครแล้ว หากมีผู้สมัครผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งน้อยกว่า 2 คน หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง น้อยกว่า 6 คน  ให้ ผอ.ประจำจังหวัด   ดำเนินการทาบทามบุคคลจากผู้มีคุณสมบัติตามข้อ 8 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 9 เพื่อสมัครเข้ารับการสรรหาให้ครบตามจำนวน   โดยยื่นใบสมัคร แล้วแต่กรณีภายใน 3 วันนับแต่วันสิ้นสุดการรับสมัคร และตรวจสอบคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม ประวัติ และพฤติการณ์ของผู้เข้ารับการสรรหาและผู้ที่ได้รับการทาบทามให้แล้วเสร็จภายใน 10 วัน  นับแต่วันปิดรับสมัคร

บ้านใหญ่ เลือดใหม่ แข่งเดือดเลือกตั้งเมือง ‘แปดริ้ว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542244

03 ก.พ. 2566

บ้านใหญ่ เลือดใหม่ แข่งเดือดเลือกตั้งเมือง 'แปดริ้ว'

ลุ้นเลือกตั้ง ‘แปดริ้ว’ ระอุ บ้านใหญ่ เลือดใหม่ ร่วมชิงชัยทุกพื้นที่ ซุ้มมังกรน้ำเค็มมีลุ้น ในเขตเลือกตั้งที่ 4

การเลือกตั้งครั้งหน้า แม้ฉะเชิงเทรายังมี 4 เขต เหมือนรอบที่ผ่านมา แต่บอกเลยว่าครั้งนี้ แปดริ้วแข่งเดือดทั้ง 4 พื้นที่ เนื่องด้วยมีทั้ง คนรุ่นใหม่-รุ่นเก่า-รุ่นเก๋า เตรียมพร้อมลงสนามเข้าแข่งขัน เพื่อเป็นตัวเลือกให้กับชาวบ้าน  เป็นการห้ำหั่นของบรรดาบ้านใหญ่ เพื่ออนาคตที่สดใสในทางการเมือง

เขตเลือกตั้งที่ 1  สายแข็ง ตัวเต็ง แห่ลงสมัครมากที่สุด โดยมี ส.ส.แบงค์ กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ โดยครั้งที่แล้วสอบผ่านในนามอนาคตใหม่ ก่อนหันมาซบภูมิใจไทยเพราะพรรคถูกยุบ เป็นเจ้าของเก้าอี้
 

ครั้งนี้ พลังประชารัฐ เตรียมส่ง รัฐสภา นพเกตุ รองนายก อบจ. ฉะเชิงเทรา ลูกชาย   สมบัติ นพเกตุ อดีตกำนันตำบลหัวสำโรง ซึ่งมีโปรไฟล์เป็นเขยตระกูลจารุสมบัติพ่วงท้าย   จึงได้รับแรงหนุนจาก พินิจ จารุสมบัติ ผู้มากประสบการณ์การเมือง


โดยมี นายกไก่ กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ. ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบ้านใหญ่เมืองแปดริ้ว ส่งเด็กในคาถา คือ เสี่ยอาร์ม มติชน ชูทับทิม ลูกชายเจ้าของฟาร์มไก่ไข่รายใหญ่ของฉะเชิงเทรา สู้นนามพรรครวมไทยสร้างชาติ

นอกจากนี้ยังมี เปิ้ล ฐิติมา ฉายแสง อดีต ส.ส.  น้องสาว “เสี่ยอ๋อย” จาตุรนต์ ฉายแสง ลงแก้มือ หลังชวดเลือกตั้งปี 62 เพราะพรรค ไทยรักษาชาติ ต้องสูญสลายก่อนลงสนาม จากผลพวงการเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ งานนี้จึงขอรีเซ็ตใหม่

ตามด้วยชาติไทยพัฒนา ที่ส่ง เฉลิง จูจำรัส ประธานบริษัท เป็ดสยามฟู้ด จำกัด ที่ปรึกษา ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยเปิดตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตนี้ ในนามเพื่อไทย ต้องเบนเข็มทิศใหม่ เมื่อไทยเคาะชื่อน้องสาวจาตุรนต์ลงแทน

โดยมี ประโยชน์ โสรัจจกิจ อดีตประธานหอการค้าเมืองแปดริ้ว เจ้าของฟาร์มปลากระพงยักษ์ ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ลงชิงชัยนามประชาธิปัตย์



เขต 2 ที่มี ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.พลังประชารัฐ เป็นเจ้าของเก้าอี้คนปัจจุบัน แต่มีข่าวเตรียมย้ายไปร่วมงานกับ รทสช. ตามคำทาบทาม  สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน รอบนี้อาจขยับตัวเองไปลงบัญชีรายชื่อไม่เกินอันดับ 10 ส่งผลให้  อรรถกร ศิริลัทยากร ลูกชาย อิทธิ ที่ปัจจุบันเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ขยับมาลงเขตแทน



พรรคเพื่อไทย เตรียมส่ง พงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ หรือ “จั๋ง” ที่ปัจจุบันดํารงตําแหน่งผู้ช่วยผู้อํานวยการ ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาคธนาคารแห่งประเทศไทย มาทวงเก้าอี้คืน และยังมี อมรชัย ปิ่นเจริญ คณะทำงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ที่จะลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์

เขต 3 เจ้าของเก้าอี้คนปัจจุบัน เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฏร คนที่ 1 เลือกตั้งครั้งนี้คาดกันว่าจะถือธงพรรคเพื่อไทย และส่ง มดเล็ก ศักดิ์ชาย ตันเจริญ สจ. 3 สมัย ลงรักษาพื้นที่ แล้วขยับตัวเองนั่งปาร์ตี้ลิสต์ โดยมีนักการเมืองหนุ่มรุ่นใหม่ ธรรมชาติ พรมพิทักษ์ อดีตประธานสภา อบจ. ฉะเชิงเทรา เด็กปั้น นายกไก่ท้าชน โดยจะลงชิงเก้าอี้ ในสังกัดรวมไทยสร้างชาติ  ส่วนอีกคน คือ ฉัตรชัย เข็มทอง อดีตผู้สมัครที่เคยลงเลือกตั้งเมื่อปี 62 ก็เร่งฝีเท้าเดินหาสียงในนามพรรคประชาธิปัตย์ 


ปิดท้ายเขต 4 เจ้าของเก้าอี้ปัจจุบัน คือ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ พรรคก้าวไกล มี พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ อดีต ส.ส. ประธานที่ปรึกษา รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม (สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) ที่รอเวลาขอทวงเก้าอี้คืนในนามพรรคพลังประชารัฐ แต่ถูกตามประกบ จาก “จ่าสิงห์” จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ อดีตผู้สมัครนายก อบจ. ฉะเชิงเทรา ที่ปัจจุบันเป็นข้าราชการการเมือง ประจำสำนักงานเลขาธิการนายกฯ ปฎิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน คนสนิท  ปักธงลงชิงเก้าอี้ในนามรวมไทยสร้างชาติ

ขณะที่ เพื่อไทย ส่ง  วุฒิพงศ์ ฉายแสงอดีต รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช และอดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่ น้องชาย จาตุรนต์  ลงสมัคร และยังมีนักการเมืองสาวหน้าใหม่อย่าง สาริศา แสงจันทร์ อดีตปลัดอำเภอบางปะกง ที่กำลังเดินหน้าทำแต้มในนามภูมิใจไทย  ปิดท้ายด้วย“ชำนาญ เกิดโสภา ลูกหม้อประชาธิปัตย์ ซึ่งการเลือกตั้งปี 62 ก็ลงสนามชิมลางมาแล้ว โดยได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3  



สนามเลือกตั้งแปดริ้ว จึงเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่คอการเมือง ต้องตามติดกันแบบตาห้ามกระพริบ ใครจะอยู่ ใครจะไป มักมีเซอร์ไพรส์ชนิดที่ว่า หักปากกาเซียนกันมาแล้วนักต่อนัก