ร้องสอบ ‘รองประธานสภาฯ’ คนที่2 ตั้งผู้ช่วยเลขาฯขัดจริยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542398

06 ก.พ. 2566

ร้องสอบ 'รองประธานสภาฯ' คนที่2 ตั้งผู้ช่วยเลขาฯขัดจริยธรรม

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ร้องสอบจริยธรรม ‘รองประธานสภาฯ’ คนที่2 ตั้งผู้ช่วยเลขาฯ ขัดจริยธรรมนักการเมือง

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ยื่นคำร้องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านนางผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร

เพื่อขอให้สอบจริยธรรม รองประธานสภาฯคนที่2 กรณีแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิดซึ่งเคยถูกจำคุกในเรือนจำคลองเปรม 4 ปี 5 เดือน 8 วัน ฐานความผิดปล้นทรัพย์ โดยมีอาวุธปืน ร่วมกันข่มขืนใจและหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้มาเป็นผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาฯคนที่สองถึง 2 ครั้ง คือ

ช่วงวันที่ 29 พ.ค.62-1 ส.ค.63 และช่วงวันที่ 1 ม.ค.64 – 1 ม.ค.65 ซึ่งบุคคลดังกล่าวได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งรวมทั้งหมดกว่า 1,174,230 บาท

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ระบุว่าตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา ระบุชัดเจนว่า ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองต้อง ไม่มีลักษณะต้องห้ามคือเป็นผู้เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ


การที่รองประธานสภาฯ คนที่2 แต่งตั้งบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมาดำรงตำแหน่งข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง จึงอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมและมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ด้านนางผ่องศรี กล่าวว่า จะนำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการตามขั้นตอนและแจ้งให้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบเพื่อนำเข้าสู่การไตร่ตรองของคณะกรรมการจริยธรรม ซึ่งมีขั้นตอนตามระเบียบข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป

“ประชาธิปัตย์”แนะโซนนิ่ง”PM2.5″ในกทม.เข้มใช้กฎหมายเขตก่อสร้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542392

06 ก.พ. 2566

"ประชาธิปัตย์"แนะโซนนิ่ง"PM2.5"ในกทม.เข้มใช้กฎหมายเขตก่อสร้าง

“ประชาธิปัตย์”จี้ทุกฝ่ายแก้ปัญหา”PM2.5″ในกทม.และปริมลฑล ห่วงสุขภาพประชาชน แนะโซนนิ่งพร้อมบังคับใช้กฎหมายเขตก่อสร้างและติดตั้งเครื่องวัดฝุ่น 2,000 จุด

เมื่อวานนี้ 6 กุมภาพันธ์ 2566 คณะกรรมการยุทธศาสตร์ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ จัดเสวนา “ฝุ่นพิษ PM 2.5 ปัญหาที่ต้องเร่งแก้” 

รศ.ดร.ปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธุ์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยถูกจัดอันดับอยู่ที่ 12 ของโลก โดยเฉพาะเขตกรุงเทพมหานครพบที่เขตยานนาวาสูงสุดเป็นลำดับที่ 5 ของประเทศ 

องค์การอนามัยโลก กำหนดค่า PM 2.5 ไม่ควรเกิน 25 มคก. /ลบ.ม. แต่กรมควบคุมมลพิษ ประเทศไทย กำหนดไว้ที่ไม่ควรเกิน 50 มคก. /ลบ.ม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนไม่ตระหนักถึงอันตราย 

ส่วนตัวเลขล่าสุดของไทยในหลายพื้นที่เกินกว่า 150 -200 แล้ว อยู่ในโซนสีส้มสีแดงส่งสัญญาณว่าอันตรายมาก  

สำหรับต้นเหตุของปัญหามลพิษฝุ่นPM2.5 เกิดจาก3 ส่วนหลัก คือ 

-กิจกรรมในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เช่น การขับขี่ยานพาหนะ 

-ภาคการเกษตร เช่นการเผาเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร 

-ภาคอุตสาหกรรมที่ใช้กระบวนการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ก่อให้เกิดเขม่า ควันพิษ 

จากสภาพอากาศปิดเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการแพร่กระจายของฝุ่น PM.2.5 โดยเฉพาะในช่วงหน้าหนาว และเนื่องจากมีขนาดเล็กกว่าเส้นผม 30 เท่า ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ จึงสะสมในปอด ทางเดินหายใจ ก่อให้เกิดมะเร็ง บางคนมีอาการตาแดง จมูกแสบ ผื่นคันที่ผิวหนัง ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคหืด หอบ หญิงตั้งครรภ์ คนชรา โดยเฉพาะทางการแพทย์พบว่า มีผลต่อสมองเด็กอย่างมาก ก่อปัญหาระยะยาว 

เมื่อรู้สาเหตุปัญหาที่มาของฝุ่นพิษแล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนด้วยใจ ไม่ใช่แก้ปัญหาแบบขอไปที และต้องจริงจังตั้งแต่วันนี้ 

ด้านศ.ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อดีตนายกสภาวิศวกร และประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า บ้านเราการแก้ปัญหายังไม่จริงจัง จึงขอให้รัฐและกทม.ออกมาพูดความจริง พร้อมเสนอ 3.มาตราฐาน 

-แก้ด้วยกายภาพ เขตกรุงเทพชั้นในที่มีทั้งโรงเรียน โรงพยาบาลมากมาย ควรเป็นเขต LEZ (Low Emission Zone) เช่น ถ้ารถสิบล้อเข้าเขตนี้ต้องเสียภาษีเพิ่ม รถควันดำห้ามเข้า เป็นต้น 

-แก้ด้วยกฎหมาย เช่น ตึกที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างต้องมีการ Wrap ตึกและสามารถเคลมเป็นภาษีได้ แต่ถ้าไม่ Wrap ต้องมีมาตรการเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างหรือโดนภาษีหนัก ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างนี้เป็นต้น

-แก้ด้วยเทคโนโลยี เช่นติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นคุณภาพสูงอย่างน้อย 2,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ ขอความร่วมมือป้าย LED แจ้งปริมาณฝุ่นพร้อมส่งสัญญาณเตือนเมื่อเกินค่ามาตรฐาน 

“หากตนมีอำนาจสิ่งแรกที่จะทำการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น ผู้ว่าฯ มีอำนาจชะลอ เพิกถอนอาคารก่อสร้างที่ไม่ Wrap ตึกที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมได้ทันที การตรวจสอบสภาพจริงจังหรือไม่ รถเก่าต้องมีมาตรการเด็ดขาด เช่น ต้องเสียภาษีเพิ่มตามปริมาณฝุ่นพิษที่ปล่อยออกมา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้านควบคุมมลพิษต้องเอาจริงเอาจัง และอยากฝากไว้ว่าฝุ่นเลวสร้างมลพิษไม่เท่ากับการไม่เชื่อและไม่ตระหนักถึงอันตรายด้วยการปล่อยฝุ่นพิษทิ้งไว้ทำลายชีวิตผู้คน” ดร.สุชัชวีร์ กล่าว

ด้านนายอภิมุข ฉันทวานิช ในฐานะที่คลุกคลีดูแลประชาชนในเขตยานนาวาซึ่งมีฝุ่นพิษติดอันดับ 1 ใน 5 ได้แสดงความห่วงใยถึงประชาชนทุกคน โดยเฉพาะเด็ก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของชาติ การศึกษาคือกลไกขับเคลื่อนประเทศ แต่ถ้าฝุ่นพิษ PM 2.5 ทำร้ายสมองเด็ก หยุดพัฒนาการ ประเทศจะเป็นเช่นไร 

ด้านว่าที่ร.ต.ศรุต เสนอปลูกต้นไม้ ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดมลพิษได้ ในปารีส สิงคโปร์ เบอร์ลิน มีการปลูกต้นไม้ 56 ตารางเมตรต่อคนแล้ว แม้ไม่ใช่แก้ที่ต้นเหตุ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำ

นัดประชุม ‘วิปรัฐบาล’ หวังสะสางปัญหาสภาล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542390

06 ก.พ. 2566

นัดประชุม 'วิปรัฐบาล' หวังสะสางปัญหาสภาล่ม

ประธาน ‘วิปรัฐบาล’ นัดประชุม หลังสภาล่มต่อเนื่อง ล่าสุดถึงขั้นผู้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เรียกร้องให้นายกฯยุบสภา

ความระหองระแหงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่ปรากฏผ่านการประชุมสภา มาตั้งแต่พรรคภูมิใจไทย เสนอร่างกฎหมายกัญชา กัญชง จำนวน 95 มาตรา เข้าสู่การพิจารณาในวาระสาม มีการนัดพิจารณามาหลายครั้ง แต่ก็ยังลงมติได้ไม่ถึง  20 มาตรา สภาล่มทุกครั้งที่มีพิจารณากฎหมายฉบับนี้ 
 

กระทั่งล่าสุด การประชุมเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ขณะกำลังมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร ได้เพียง  16 นาที จบลงด้วยการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา โดยผู้ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม จากพรรคภูมิใจไทย

การเรียกประชุมวิปรัฐบาล เวลา 10.00 น. ของนิโรธ สุนทรเลขา ประธานวิปรัฐบาล ถือเป็นการออกหน้า ทำหน้าที่ ครั้งแรกของปีนี้นิโรธ ถูกมองว่าสอบไม่ผ่าน จากการตั้งฉายาของสื่อมวลชนรัฐสภา  เพราะตลอดปี2565 สภาล่มนับครั้งไม่ถ้วน  ตั้งแต่ศักราชใหม่ บทบาทประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ตกไปเป็นของ ชินวรณ์ บุญยเกียรติ รองประธานวิปรัฐบาลจากพรรคประชาธิปัตย์เป็นส่วนใหญ่


ขณะที่ท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศจุดยืนจะไม่เป็นองค์ประชุมสภาอีก ได้รับการอธิบายจากอนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรคว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นองค์ประชุมมาโดยตลอด มีแต่ถูกกระทำ และมีความอดทนอยู่ระดับหนึ่ง

การอภิปรายโดยไม่ลงมติตามมาตรา152 ที่จะมาถึง จะมาคาดหวังองค์ประชุมจากพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียวโดยที่พรรคอื่นไม่มีสิปิริตกับพรรคภูมิใจไทยนั้น  ก็ต้องขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค เพราะทุกคนมีชีวิตจิตใจ  มีสิทธิจะแสดงท่าทีตามกระบวนการในระบอบประชาธิปไตย

น่าติดตามว่าผลประชุมวิปรัฐบาลในวันนี้  จะทำให้การประชุมสภาฯในนัดที่เหลือก่อนสภาหมดวาระ หรือ มีการยุบสภา จะสามารถเยียวยาความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันได้หรือไม่

พันธบัตรป่าไม้ นโยบายสีเขียวพรรค ‘ชาติพัฒนากล้า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542377

05 ก.พ. 2566

พันธบัตรป่าไม้ นโยบายสีเขียวพรรค 'ชาติพัฒนากล้า'

พรรค ‘ชาติพัฒนากล้า’ ผุดนโยบาย พันธบัตรป่าไม้ 1ในนโยบายสีเขียว แก้ปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่า ลดสภาวะโลกร้อนและPM2.5

ภายหลังเข้าพบ นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และ ดร. อดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษานโยบายทรัพยากรธรรมชาติและการลดก๊าซเรือนกระจก TDRI และ อนุกรรมการพันธบัตรป่าไม้ เพื่อหารือถึงแนวคิดการใช้ พันธบัตรป่าไม้ ที่จะเป็นความหวังในการแก้ปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าอันเกิดจากการบุกรุก

ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนแล้ว ยังมีป่าเศรษฐกิจไว้ใช้อย่างยั่งยืนด้วย

กรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้ากรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

นายกรณ์ จาติกวนิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้ากล่าวว่า ถือเป็นความโชคดีที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาจารย์ศศิน นักอนุรักษ์พื้นที่ป่าที่มีชื่อเสียง และ ดร.อดิศร์ นักวิชาการที่มีความคิดแหลมคม จน สุดท้ายได้ออกมาเป็นนโยบาย พันธบัตรป่าไม้ ของพรรคชาติพัฒนากล้าในเฉดสีเขียว ซึ่งเป็น 1 ในยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเฉดสี เพื่อเป็นเครื่องมือใช้ในการส่งเสริมการปลูกป่า


หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า เป้าหมายของการออกพันธบัตรป่าไม้ คือ เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าในประเทศให้ได้ 40% ของพื้นที่โดยรวม ซึ่งหมายถึงเราต้องปลูกป่าเพิ่ม 26 ล้านไร่ แต่เมื่อย้อนกลับไปดูนโยบายของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา พบว่ามีการส่งเสริมให้มีการปลูกป่า ด้วย 2 วิธีหลัก คือ

1. ใช้กฎหมายควบคุมการบุกรุกป่า ซึ่งก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เนื่องจากพื้นที่ป่าลดลงทุกปี และ 2. การจัดสรรงบประมาณ ซึ่งที่ผ่านมาใช้งบประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี เมื่อมาคำนวณดูในแง่ของต้นทุนการปลูกป่าพบว่า ถ้าใช้ 500 ล้านบาทอย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถปลูกป่าได้ไม่เกิน 2 แสนไร่ต่อปี และถ้าจะให้ได้ตามเป้าหมาย 26 ล้านไร่ ต้องใช้เวลาประมาณ 130 ปี

นายกรณ์ กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่เราควรเอาจริงเอาจังกับการเพิ่มพื้นที่ป่า เพราะจะส่งผลโดยตรงในเรื่องของการบริหารจัดการแหล่งน้ำ การลดภาวะโลกร้อน การไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทยตามเป้าหมายที่รัฐบาลประกาศไว้ต่อหลายประเทศทั่วโลก

ซึ่งถ้าเราทำได้ดีก็จะสามารถได้พื้นที่กลับคืนมาจากการบุกรุกและแปลงสภาพป่าดั้งเดิมเป็นไร่ข้าวโพด ที่มีการใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง และการเผาป่าจนเกิดมลพิษ ฝุ่น ควัน และ PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้

‘แพทองธาร’ ขำ ข่าวเพื่อไทยชวนส.ส.ประชาธิปัตย์ย้ายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542375

05 ก.พ. 2566

'แพทองธาร' ขำ ข่าวเพื่อไทยชวนส.ส.ประชาธิปัตย์ย้ายพรรค

ข่าวชวนส.ส.ประชาธิปัตย์มาอยู่กับพรรคเพื่อไทย อาจทำให้นักร้องมีงานทำ อุ๊งอิ๊ง ‘แพทองธาร’ ขำ ไม่จำเป็นต้องทำ แบบนั้น

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย ถามผู้สื่อข่าวกลับว่า มีความจำเป็นอะไรที่ อดีตนายกรัฐมนตรีของเพื่อไทยจะต้องนัดอดีต ส.ส.ของประชาธิปัตย์ที่ประเทศสิงคโปร์  เพื่อชวนให้ย้ายมาอยู่กับพรรคเพื่อไทย  เพราะการคุยกันเรื่องย้ายพรรคเป็นเรื่องอนาคต  ซึ่ขณะนี้ก็มีทั้งคนของพรรคเพื่อไทยออกไปอยู่พรรคอื่นและคนของพรรคอื่น ก็ย้ายมาอยู่พรรคเพื่อไทยเป็นเรื่องปกติ

นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทยมองว่า การปล่อยข่าวแบบนี้เจตนาจะพาดพิงบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องสมาชิกพรรคเพื่อไทยและต้องการให้เกิดผลกระทบกับพรรค เปิดโอกาสให้นักร้องมีงานทำทันที ยืนยันว่าไม่มีข้อเท็จจริงเพราะกระบวนการของพรรคมีทั้งกรรมการบริหาร หัวหน้า และเลขาฯพรรคอยู่  หากใครจะเข้ามาก็ให้ติดต่อสองคนนี้ได้เลย

ส่วนการปล่อยข่าว เพื่อไทยจะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริงเสียงจริงเป็นคนที่ชื่อ ส. ตัวใหญ่ นางสาว แพทองธาร บอกว่าต้องขออักษรตัวต่อไปด้วย เพราะไม่ทราบจริงๆ แต่ไม่ใช่ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทยแน่ เนื่องจากไม่ได้พูดคุยกัน


โดยพรรคเพื่อไทยจะยังเดินหน้าหาเสียงต่อไป ยื่นนโยบายสู่มือประชาชนสัญญาว่าจะทำได้ และที่สำคัญเพื่อไทยเลือกคนที่มีคุณภาพที่สุดให้กับประชาชนแน่นอน

นอกจากนาย วัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่อ้างว่ามีส.ส.เพื่อไทย ติดต่อส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ให้เดินทางไปสิงคโปร์ วันที่ 10-11 กุมภาพันธ์ เพื่อไปพบกับบุคคลคนหนึ่งเรื่องการย้ายไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยแลกกับตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ได้ออกมาโพสเฟซบุ๊ค มีเนื้อหาว่ามีการเตรียมแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีตัวจริง ของพรรคเพื่อไทยเอาไว้แล้ว  มีชื่อย่อ ส. เสือตัวใหญ่ 

เชื่อคนกรุงเทพฯให้โอกาส ‘ประชาธิปัตย์’ ส่งผู้การฯแต้มลงหลักสี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542364

05 ก.พ. 2566

เชื่อคนกรุงเทพฯให้โอกาส 'ประชาธิปัตย์' ส่งผู้การฯแต้มลงหลักสี่

เปิดศูนย์เลือกตั้งหลักสี่พร้อมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.วันนี้ พรรค ‘ประชาธิปัตย์’ เชื่อว่าคนกรุงเทพฯจะให้โอกาสพรรคอีกครั้ง

นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคกรุงเทพมหานคร
ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ และมาดามเดียร์ วทันยา บุนนาค ทีมผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทีมยุทธศาสตร์ กทม. และสมาชิกพรรค ร่วมกิจกรรมเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งเขตหลักสี่ ของพล.ต.ต.วิชัย  สังข์ประไพ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตหลักสี่ของพรรค   

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า การเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งและศูนย์ประสานงานพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นศูนย์แรกในพื้นที่กรุงเทพฯของพรรค แสดงถึงความพร้อมของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งที่จะมาถึงและเป็นศูนย์เปิดรับร้องเรียนความเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือของประชาชน

ขณะเดียวประชาธิปัตย์มีความพร้อมสำหรับสนามเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร เพียงแต่รอเวลาเหมาะสมที่จะเปิดตัวเพราะว่า ประชาธิปัตย์ต้องทยอยเปิดตัวในหลายภาค กรุงเทพถือเป็นอีกภาคหนึ่งที่มีความสำคัญเช่นเดียวกัน ขณะนี้มีผู้สมัครครบ30 เขตแล้ว ยังขาดอีก 3 เขต ที่ยังไม่รู้ว่าเพิ่มตรงไหนบ้าง แต่ก็มีผู้แจ้งความจำนงค์เกือบ10คน ซึ่งต้องพิจารณาว่าใครจะได้เป็นผู้สมัครและเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร 



ส่วนความมั่นใจในสนามการเลือกตั้งกรุงเทพฯครั้งนี้ จากการเลือกตั้งปี 2562 เป็นครั้งเดียวที่ประชาธิปัตย์ไม่ได้รับเลือกตั้งเลยสำหรับ ส.ส. แต่หลังจากนั้นมีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพหรือ ส.ก.เสียงตอบรับดีขึ้นมาก เพราะฉะนั้นอันนี้คือสัญญาณที่ทำให้เห็นว่า พี่น้องกรุงเทพมหานครกลับมาต้อนรับประชาธิปัตย์อีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อ้างว่า มีส.ส.พรรคเพื่อไทย 2 คนติดต่อมาที่อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ให้เดินทางไปประเทศสิงคโปร์เพื่อพบอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งในวันที่ 10-11 กุมภาพันธ์นี้ ถึงขั้นจองตั๋วเครื่องบินให้พร้อมให้ผู้ติดตามไปด้วยอีก1คน มีเป้าหมายเพื่อให้ไปลงสมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อมจะยกตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งให้ด้วย

ประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยเปลี่ยนเกณฑ์ครอบครอง ‘ยาเสพติด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542362

05 ก.พ. 2566

ประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยเปลี่ยนเกณฑ์ครอบครอง 'ยาเสพติด'

กฏกระทรวงสาธารณสุข สวนทางหลักสากล ประชาธิปัตย์เชื่อปรับเกณฑ์ครอบครอง ‘ยาเสพติด’ เกินหนึ่งเม็ดเป็นผู้ค้า แก้ปัญหาไม่ได้

นางสาวศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนการกำหนดให้ผู้ครอบครองยาเกิน 1 เม็ดเป็นผู้ค้า  เพราะเชื่อว่าไม่สามารถแก้ปัญหายาเสพติดได้ มีแต่จะสร้างปัญหาอื่นเพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะปัญหาผู้ต้องขังล้นเรือนจำ แต่เป็นการตัดโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมของผู้ป่วยด้วยเช่นกัน



กระทรวงสาธารณสุข ควรศึกษามาตรการเหล่านี้ให้ชัดเจน เพราะการเปลี่ยนแปลงกติกาใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ควรมีผลการศึกษารองรับ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน  ตลอดจนหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย  ไม่ควรทำ เหมือนกับกรณีปลดล็อกกัญชา ในขณะที่ยังไม่มี  พ.ร.บ.กัญชากัญชง ออกมาควบคุม จนทำให้สังคมเกิดความปั่นป่วนมาแล้ว

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์บอกว่าเห็นด้วยกับ การปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจัง แต่การปราบปรามยาเสพติดที่ยั่งยืน ควรแก้ปัญหาที่ต้นตอด้วยการบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เข้มงวดกับผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติด ผ่านความร่วมมือระดับสากลระหว่างรัฐบาลเพื่อปราบปรามเครือข่ายผู้ค้าและผู้ผลิตรายใหญ่

และแก้ปัญหาผู้เสพด้วยการยกระดับระบบการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพยาให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้เสพสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างสมบูรณ์ ก่อนจะออกกฎใดๆ จำเป็นจะต้องมีความเข้าใจปัญหาอย่างท่องแท้ มิเช่นนั้นจะมีแต่นำประเทศลงเหว

การที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เห็นชอบร่างกฎกระทรวงฯ ว่าด้วยการกำหนดจำนวนยาบ้า ให้ผู้ครอบครองเกิน 1 เม็ด เป็นผู้ค้ายาเสพติด และเตรียมส่งเข้า ครม. พิจารณาวันอังคาร ที่ 7 กุมภาพันธ์นี้    เป็นเรื่องที่ย้อนแย้งกับความพยายามของหลักการสากล ในการเปลี่ยนมุมมองจากผู้เสพเป็นผู้ป่วย มากว่าผลักให้คนเหล่านี้ไปเป็นอาชญากร

‘แพทองธาร’ เพื่อไทย นำโด่งโพลเลือกตั้งที่โคราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542358

05 ก.พ. 2566

'แพทองธาร' เพื่อไทย นำโด่งโพลเลือกตั้งที่โคราช

นิด้าโพล เผยผลสำรวจคนโคราช เลือก อุ๊งอิ๊ง ‘แพทองธาร’ และพรรคเพื่อไทย นำโด่งมาเป็นอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ผลสำรวจคนนครราชสีมา เรื่อง คนโคราชเลือกพรรคไหนระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2566 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในจังหวัดนครราชสีมา  ถามถึงบุคคลที่คนโคราชจะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 37.80 ระบุว่าเป็น น.ส.แพทองธาร (อุ๊งอิ๊งค์) ชินวัตร (พรรคเพื่อไทย) เพราะ ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้หญิงที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ชื่นชอบพรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 2 ร้อยละ 12.40 ระบุว่าเป็น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ (พรรคก้าวไกล) เพราะ เป็นคนมีความรู้ความสามารถ มีแนวคิดและวิธีการทำงานแบบคนรุ่นใหม่ และชื่นชอบนโยบายของพรรคก้าวไกล
  • อันดับ 3 ร้อยละ 11.73 ระบุว่าเป็น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา (พรรครวมไทยสร้างชาติ) เพราะ เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบ ขณะที่บางส่วนระบุว่า จะได้บริหารประเทศอย่างต่อเนื่อง และชื่นชอบผลงานที่ผ่านมา
  • อันดับ 4 ร้อยละ 9.27 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 
  • อันดับ5 ร้อยละ 6.60 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (พรรคเสรีรวมไทย) เพราะ เป็นคนตรงไปตรงมา พูดจริงทำจริง มีความซื่อสัตย์สุจริต

ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย  อยู่ลำดับที่6  นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาเป็นอันดับ 7

ผลนิด้าโพล เรื่องคนโคราชเลือกพรรคไหนผลนิด้าโพล เรื่องคนโคราชเลือกพรรคไหน

เช่นเดียวกับความนิยมพรรคการเมืองที่คนโคราชมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบแบ่งเขต ในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 48.40 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย  
  • อันดับ 2 ร้อยละ 13.80 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล  
  • อันดับ 3 ร้อยละ 8.53 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 4 ร้อยละ 7.07 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ 
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.73 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า
  • อันดับ 6 ร้อยละ 4.13 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 7 ร้อยละ 3.20 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.93 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย
  • อันดับ 9 ร้อยละ 2.47 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์
  • อันดับ 10 ร้อยละ 2.27 ระบุว่าเป็น พรรคพลังประชารัฐ

พรรคการเมืองที่คนโคราชมีแนวโน้มจะเลือกให้เป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ในวันนี้ พบว่า

  • อันดับ 1 ร้อยละ 47.60 ยังเป็น พรรคเพื่อไทย
  • อันดับ 2 ร้อยละ 14.00 ระบุว่าเป็น พรรคก้าวไกล
  • อันดับ 3 ร้อยละ 8.67 ระบุว่าเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ
  • อันดับ 4 ร้อยละ 8.14 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ
  • อันดับ 5 ร้อยละ 4.14 ระบุว่าเป็น พรรคชาติพัฒนากล้า
  • อันดับ 6 ร้อยละ 3.73 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย
  • อันดับ 7 ร้อยละ 3.33 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย
  • อันดับ 8 ร้อยละ 2.93 ระบุว่าเป็น พรรคไทยสร้างไทย

‘คิง ก่อนบ่าย’ ลงส.ส.ประจวบฯ / พรรคประชาชาติชนกัญชาที่สตูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542355

05 ก.พ. 2566

'คิง ก่อนบ่าย' ลงส.ส.ประจวบฯ  / พรรคประชาชาติชนกัญชาที่สตูล

พรรคประชาชาติขวางนโยบายกัญชา ส่งผู้สมัครส.ส.เน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจและการศึกษาที่สตูล ‘คิง ก่อนบ่าย’ ลงส.ส.ประจวบคีรีขันธ์

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมคณะ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สตูล วานนี้ ประกอบด้วย

เขต 1  นายรอมสรี กะด๊ะ  ผู้ได้รับใบอนุญาตโรงเรียนโรงเรียนแสงธรรม จ.สตูล

เขต 2 นายไพศาล หลีเส็น อดีต กกต.สตูล และเป็นพี่ชายของ นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา อดีตผู้ว่าฯนราธิวาส

ผู้สมัครส.ส.ทั้งสองเขตได้รับการคัดเลือกจาก “สภาซูรอ” (สภาของผู้ทรงคุณวุฒิตามหลักอิสลาม) ซึ่งพรรคประชาชาติเป็นพรรคของทุกคน เป็นพรรคพหุวัฒนธรรม พรรคประชาติหวังจะสร้างความสุขให้เกษตรกรชาวสวนยาง จะทำให้ราคายางพาราาอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท ทำให้ชาวสวนยางและเกษตรกรมีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน  เน้นแก้ปัญหาการศึกษา มุ่งล้างหนี้ กยศ. ให้สามารถใช้การทำประโยชน์เพื่อสาธารณะนำมาใช้หนี้แทนเงินได้

สำหรับ จ.สตูล เคยเป็นฐานที่มั่นทางการเมืองที่สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ เดิมมี 1 เขต และต่อมาเพิ่มเป็น 2 เขต พรรคประชาธิปัตย์ได้ ส.ส.ผูกขาดยกจังหวัดมาตั้งแต่ปี 2535 ก่อนจะมาพลาดท่าให้พรรคชาติไทยพัฒนา เสียไป 1 ที่นั่งเมื่อปี 2554 และเสียทั้ง 2 ที่นั่งให้กับพรรคภูมิใจไทย ในการเลือกตั้งปี 2562



ในการเลือกตั้งปีนี้ พรรคภูมิใจไทยประกาศแคมเปญ แลนด์สไลด์อันดามัน ซึ่งหนึ่งในจังหวัดเป้าหมายก็คือ จ.สตูล แต่พรรคภูมิใจไทยเป็นผู้ผลักดันนโยบายกัญชา ซึ่งพี่น้องมุสลิมไม่ยอมรับ ทำให้จังหวัดที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมาก เช่น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และสตูล มีกระแสไม่สู้ดี จึงเป็นโอกาสให้พรรคอื่นเบียดแทรกเข้ามา   สำหรับสตูลก็มีคู่แข่งสำคัญคือพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของพื้นที่เดิม และพรรคประชาชาติที่เพิ่งเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.ในวันนี้

  • พปชร. เปิดตัว คิง ก่อนบ่าย ลงส.ส.ประจวบฯ

คิง ก่อนบ่าย ลงสมัครส.ส.ประจวบฯคิง ก่อนบ่าย ลงสมัครส.ส.ประจวบฯ


นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
นำนายณภัทร ชุ่มจิตตรี หรือ คิง ก่อนบ่าย ผู้สมัคร ส.ส.เขต1 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ขึ้นเวทีปราศรัยที่ลานกิจกรรม เมืองประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้หัวข้อก้าวข้ามความขัดแย้งถ้าจะทุกปัญหาพัฒนาทุกพื้นที่   โดยมีนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ สลับขึ้นเวทีปราศัย



นายชัยวุฒิ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่าพลังประชารัฐจะเป็นรัฐบาลอีกแน่นอนเพราะว่าเป็นพรรคใหญ่  ขณะเดียวกันชูนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้ง นำคนเก่งเข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาทุกพื้นที่ทุกจังหวัด  ดังนั้นวันนี้จะสำเร็จหรือไม่อยู่ที่ประชาชนทุกคน ขอให้เลือกคนที่พร้อมและพรรคที่พร้อมจะทำงานเพื่อคนไทยทุกคน

‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ กทม. ส่อเค้าวุ่น ประชากรต่างกันมากหลายเขต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542353

05 ก.พ. 2566

'แบ่งเขตเลือกตั้ง' กทม. ส่อเค้าวุ่น ประชากรต่างกันมากหลายเขต

5 รูปแบบ ‘แบ่งเขตเลือกตั้ง’ กทม. ถูกอดีต กกต.ทักท้วงว่ามีความต่างของประชากรเกินเกณฑ์ 10 % ตามประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสเฟซบุ๊ค ถึงกกต.กทม.ที่ดูเหมือนจะทำงานเร็วกว่ากกต.จังหวัดอื่นๆ ด้วยการประศเชิญชวนให้คนกรุงเทพฯ วิพากษ์วิจารณ์การแบ่งเขตเลือกตั้ง 33 เขตเลือกตั้ง ของกทม.ใน 5 รูปแบบ ระหว่างวันที่ 4-13 กุมภาพันธ์นี้ แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดแล้วกลับพบว่า

ใน 5 รูปแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของกกต.กทม. มีความแตกต่างของจำนวนราษฎรระหว่างเขต เกินกว่าร้อยละ10 ซึ่งเป็นเกณฑ์การแบ่งเขตเลือกตั้งที่ดีและมีระบุไว้ในประกาศ แบ่งเขตเลือกตั้งล่าสุดของกกต. โดยค่าเฉลี่ยราษฎรต่อเขตของ กทม. คือ 166,513 คน

ดูเนื้อในของการแบ่งเขตเลือกตั้งของกกต.กทม.ทั้ง 5 รูปแบบ พบว่า กกต. กทม.จะใช้การรวมพื้นที่ระดับเขตเป็นหลัก ไม่ค่อยมีการฉีกบางแขวงออก ทำให้จำนวนความแตกต่างของราษฎรระหว่างเขต แตกต่างกันมหาศาล มีผลต่างจากจำนวนเฉลี่ยราษฎรต่อ ส.ส. หนึ่งคน เกินกว่าที่จะรับได้ ดังตัวอย่างเช่น



แบบที่ 1 เขต 11 สายไหม มีราษฎร 208,928 คน เกินกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 25.47  เขต 26 ทุ่งครุ มีราษฎร 123,761 คน ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยร้อยละ 26.67  เท่ากับห่างกันถึง 85,167 คน

แบบที่ 2 เขตที่ 18 คลองสามวา มีราษฎร 209,120 คน เกินกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 25.59  เขต 22 สวนหลวง มีราษฎร 122,676 คน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 26.33 เท่ากับห่างกันถึง 86,444 คน

แบบที่ 3 เขตที่ 18 คลองสามวา มีราษฎร 209,120 คน เกินกว่าค่าเฉลี่ย ร้อยละ 25.59 เขตที่ 10 หลักสี่ ดอนเมือง(เฉพาะแขวงสนามบิน) ราษฎร 122,411 คน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 26.49 เท่ากับห่างกันถึง 86,709 คน

แบบที่ 4 เขต 18 คลองสามวา มีราษฎร 209,120 คน เกินกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 25.59  เขต 6 บางซื่อ มีราษฎร 119,431 คน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ร้อยละ 28.28 เท่ากับห่างกัน 89,689 คน

แบบที่ 5 เขต 22 สวนหลวง ประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอนและแขวงดอกไม้) 217,818 คน เกินกว่าค่าเฉลี่ยร้อยละ 30.81 เขต 10 บางซื่อ มีราษฎร 119,431 คน ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ร้อยละ 28.28 เท่ากับห่างกันถึง 98,387 คน


สรุปทั้ง 5 รูปแบบที่นำเสนอ มีราษฎรแตกต่างระหว่างเขตสูงสุด กับเขตน้อยสุด ตั้งแต่ 85,167 ถึง 98,387 คน  จากค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรต่อเขต คือ 166,513 คน

กกต.ได้ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 2 มีสาระสำคัญ กำหนดให้ ผลต่างของจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งไม่ควรเกินร้อยละ 10 ของจำนวนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 1 คนในจังหวัดนั้น เว้นแต่ เป็นกรณีมีความจำเป็นเพื่อให้ราษฎรในชุมชนเดียวกันหรือใกล้เคียงกันสามารถเดินทางได้โดยสะดวก