ย้อนวีรกรรม ‘หมอสุภัทร’ ก่อนสาธารณสุข มีคำสั่งย้ายพ้นโรงพยาบาลจะนะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542124

01 ก.พ. 2566

ย้อนวีรกรรม 'หมอสุภัทร' ก่อนสาธารณสุข มีคำสั่งย้ายพ้นโรงพยาบาลจะนะ

ประธานชมรมแพทย์ชนบท ดิ้นสู้คำสั่งย้ายของกระทรวงสาธารณสุข วีรกรรม ‘หมอสุภัทร’ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายหลายอย่าง

ความเคลื่อนไหวชมรมแพทย์ชนบท ก่อนหมอสุภัทร ก่อนถูกคำสั่งย้ายจากโรงพยาบาลจะนะไปเป็นผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย

  • นำแพทย์ในชมรมแพทย์ชนบทตรวจเชิงรุก-รักษาผู้ป่วยโควิดในกทม.
  • ค้านกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องการระบายวัคซีน16.8ล้านโดสให้โรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศ เพราะไม่อยากให้โรงพยาบาลชุมชนเป็นเพียงสถานที่ระบายวัคซีนจากส่วนกลาง  เนื่องจากความต้องการรับวัคซีนในพื้นที่ ลดลง ยังมีวัคซีนในสต๊อกและที่สำคัญคือไม่มีอุปกรณ์ในการเก็บรักษาวัคซีน
  • วิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข ผิดหลักธรรมาภิบาลและถูกแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง
  • โจมตีนโยบายกัญชาเสรี ไม่รัดกุม เป็นสุญญากาศ  ไม่มีการควบคุม มอมเมาเยาวชน
  • สมาชิกพรรคภูมิใจไทยเสนอคณะกรรมาธิการสาธารณสุขให้ดำเนินการสอบวินัย
  • คณะกรรมการสอบวินัยฯ ลงโทษภาคทัณฑ์ ฐานกระทำผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่สุภาพเรียบร้อยไม่รักษาความสามัคคี ไม่ช่วยเหลือราชการระหว่างราชการด้วยกัน
  • ถูกสั่งย้ายไปเป็นผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย
  • ประกาศฟ้องศาลปกครองเพราะเห็นว่าถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม ไม่มีเหตุผล
  • แนวร่วมชมรมแพทย์ชนบท คนในพื้นที่จะนะ และเอ็นจีโอ ให้กำลังใจ และจัดกิจกรรมคัดค้านคำสั่งย้าย หมอสุภัทร
  • รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้ทบทวนคำสั่งย้าย หมอสุภัทร
  • ประธานกรรมาธิการป.ป.ช.สภาผู้แทนราษฎรฯเตรียมรับคำร้องคำสั่งย้ายหมอสุภัทรไม่เป็นธรรม2ก.พ.นี้

“สมชัย”จี้ กกต. แจงให้ชัด กรณีนับต่างด้าวรวม”แบ่งเขตเลือกตั้ง”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542117

01 ก.พ. 2566

"สมชัย"จี้ กกต. แจงให้ชัด กรณีนับต่างด้าวรวม"แบ่งเขตเลือกตั้ง"

“สมชัย”จี้ กกต. ชี้แจงให้ชัด กรณีนับต่างด้าวรวมด้วย เพื่อแบ่งเขตเลือกตั้ง เตือน”เลือกตั้ง”เสร็จอาจถูกร้องศาลรธน. ให้ตีความ”ราษฎร-แบ่งเขตเลือกตั้ง”

หลังนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย และอดีตกรรมการการเลือกตั้ง ออกมาตั้งข้อสังเกตถึงวิธีการคำนวณสมาชิกวุฒิสภา (ส.ส.) ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่นำผู้ที่ไม่ได้ใช้สัญชาติไทยมานับรวม 

วันนี้ 1 ก.พ. นายสมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนก่อนจะแบ่งเขตเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้น 3 จังหวัดที่ได้ ส.ส.เกิน และ 3 จังหวัดที่ได้ ส.ส.ขาด จะกำหนดพื้นที่แบ่งเขตผิด ทำให้การเลือกตั้ง 6 จังหวัดนั้นเป็นปัญหา หากมีปัญหาขึ้นจะไม่สามารถเรียกประชุมรัฐสภาได้ เพราะมีไม่ถึงร้อยละ 95 ตามที่มาตรา 84 รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดไว้ 

แม้ก่อนหน้านี้จะเคยทำมาแล้ว แต่ กกต. ต้องชี้แจงด้วย เพราะแบบเดิมอาจจะผิดพลาดได้ และไม่เคยมีใครออกมาทักท้วงว่าถูกหรือผิดอย่างไร จึงยึดแนวปฏิบัติใช้มาโดยตลอด 

ทั้งนี้หากจะแก้ไขหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง ทำได้ หากมีผู้ไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ตีความคำว่าราษฎร ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 86 ว่า หมายถึงราษฎรที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น หรือหมายความรวมถึงราษฎรที่ไม่ได้สัญชาติไทยด้วย  

นายสมชัยยังบอกด้วยว่า ส่วนตัวยังไม่ได้ยื่นร้องศาล เพราะว่าถ้ายื่นศาลอาจจะทำให้เวลาในการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กกต.ล่าช้าอีก และส่งผลให้การเลือกตั้งช้าออกไปอีก ต้องระมัดระวังว่า หากการเลือกตั้งเสร็จแล้ว และมีคนไปยื่นร้องภายหลังว่ากกต.ตีความหมายของคำว่าราษฎรผิดและแบ่งเขตเลือกตั้งผิด อาจส่งผลทำให้การเลือกตั้งเกิดปัญหาขึ้นได้ โดยเฉพาะจังหวัดที่มี ส.ส.เกินและจังหวัดที่มี ส.ส.ขาด แต่คงไม่เสียไปทั้งหมดอาจจะแค่ 6 จังหวัดเท่านั้น 

สำหรับตัวเลขจังหวัดที่มีคนไม่ได้สัญชาติไทย สูงสุด 3 จังหวัดคือ เชียงใหม่ 161,567 คน จ.ตาก 137,410 คน และจ. เชียงราย 132,515 คน  

“ชวน หลีกภัย” แจ้งมี ส.ส.ลาออกเพิ่ม 5 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542110

01 ก.พ. 2566

"ชวน หลีกภัย" แจ้งมี ส.ส.ลาออกเพิ่ม 5 คน

“ชวน หลีกภัย” แจ้งมี ส.ส. ลาออกเพิ่ม 5 คน ทำให้องค์ประชุมกึ่งหนึ่งเหลือ 213 คน พร้อมอนุญาตถอดหน้ากากในห้องได้ด้วยความสมัครใจ

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ เป็นประธานการประชุม

นายชวนแจ้งว่า มี ส.ส.ลาออก จากทั้งหมด 5 คน คือ

-นายจุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรครวมพลัง ลาออกเมื่อวันที่ 27 ม.ค.66 

-น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ลาออกเมื่อวันที่ 27 มค. 

-น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ลาออกเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 

-นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ลาออกเมื่อวันที่ 31 ม.ค. 

-นายองอาจ วงศ์ประยูร ส.ส.สระบุรี พรรคเพื่อไทย ลาออกเมื่อวันที่ 1 ก.พ.

โดยขณะนี้มีส.ส.ปฎิบัติหน้าที่ 425 คน องค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่ากึ่งครึ่งหนึ่ง คือ 213 คน  

นอกจากนี้ยังสามารถให้สมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม ถอดหน้ากากอนามัยโดยสมัครใจได้ แต่ต้องรับวัคซีนอย่างน้อย 4 เข็ม ส่วนผู้ที่ฉีดวัคซีน 3 เข็มและติดเชื้อ โควิด-19 หนึ่งครั้ง ก็เท่ากับว่าได้วัคซีนครบ 4 เข็ม สามารถถอดหน้ากากได้เช่นกัน

“สุทิน”จับตา”แบ่งเขตเลือกตั้ง” หลังกกต.ขอเวลา 1 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542107

01 ก.พ. 2566

"สุทิน"จับตา"แบ่งเขตเลือกตั้ง" หลังกกต.ขอเวลา 1 เดือน

“สุทิน”ชวนจับตา”แบ่งเขตเลือกตั้ง” หลังกกต.ขอเวลา 1 เดือน ขู่คราวนี้ฝ่ายค้านไม่ปล่อย ขณะที่การอภิปรายไม่ลงมติหมายปอง”บิ๊กตู่”คนแรก เชื่อประชุมสภาวันนี้ไม่ล่ม เพราะกฎหมายของรัฐบาลเอง

เมื่อวันที่ 1 ก.พ. นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเผยถึงกรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอเวลาแบ่งเขตเลือกตั้ง 30 วันว่า เป็นอีกจุดที่เริ่มต้นว่าเป็นธรรมหรือไม่ ทุกครั้งที่ผ่านมาการแบ่งเขตก็มีการเอาเปรียบกัน ฝ่ายรัฐบาลหรือคนที่มีอำนาจมักจะใช้โอกาสนี้แบ่งเขตเพื่อให้ตัวเองได้เปรียบ ฉะนั้นคราวนี้เราจะไม่ปล่อย ฝ่ายค้านและทุกคนต้องมีส่วนร่วมและจับตาในการแบ่งเขตเลือกตั้ง

ทั้งนี้เชื่อว่า การแบ่งเขตจะไม่นาน เพราะในช่วงเวลาที่ผ่านมากกต.แต่ละเขตมีตุ๊กตาไว้แล้ว เพียงกฎหมายลูกโปรดเกล้าฯ เชื่อว่ากระบวนการก็เดินต่อแล้ว แต่หากรัฐบาลจะใช้โอกาสนี้เป็นข้ออ้างก็ไม่ติดใจ  

ส่วนการอภิปรายไม่ลงมติ ในวันที่15-16ก.พ.นี้ เป็นการอภิปรายครั้งสุดท้าย ไม่จับตาอะไรเป็นพิเศษ ซึ่งนายกรัฐมนตรีคือจำเลยที่ 1 และทุกรัฐมนตรีด้วย และทุกรัฐมนตรีด้วย เพราะเกี่ยวกับทุกนโยบาย โดยเฉพาะการทุจริตอยู่ที่ใครก็รัฐมนตรีคนนั้นก็จะโดนเยอะ

อย่างไรก็ตามวันนี้มีการประชุมสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กัญชา กัญชง พ.ศ. … สภาล่มหรือไม่ อยู่ที่รัฐบาล เพราะเป็นกฎหมายของรัฐบาล โดยจะต้องผิดชอบ จัดการองค์ประชุมให้ได้ เพื่อผลักดันกฎหมายของตัวเองให้ผ่าน เชื่อว่าวันนี้จะทำอย่างนั้น ไม่อย่างนั้นก็ล่ม หรือรัฐบาลจะทิ้งกฎหมายตัวเองก็ต้องดู 

วิวาทะ’แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ต้องเอาต่างด้าวคำนวณด้วยหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542098

01 ก.พ. 2566

วิวาทะ'แบ่งเขตเลือกตั้ง' ต้องเอาต่างด้าวคำนวณด้วยหรือไม่

เลขาฯ ‘กกต.’ แจง เอาต่างด้าวมาคำนวณแบ่งเขตเลือกตั้งดำเนินการมานานแล้ว หลังถูก สมชัย ศรีสุทธิยากรแย้ง อาจทำให้จำนวนส.ส.เพี้ยน

หลังถูกทักท้วงจากสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งว่าการนำเอาจำนวนประชากรที่ไม่มีสัญชาติไทยมาร่วมคำนวนในการแบ่งเขตเลือกตั้ง อาจทำให้เขตเลือกตั้งผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง


ทำให้แสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องอ้างบันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการนับจำนวนราษฎรตามมาตรา11 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล 2496 มายืนยันความถูกต้องของการแบ่งเขตเลือกตั้ง ในครั้งนี้ 

โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่1  วินิจฉัยการนับจำนวนราษฎรไว้เมื่อปี 2555 มีสาระสำคัญว่า การนับจำนวนพลเมืองหรือราษฎรเพื่อประโยชน์ในการจัดฐานะของท้องถิ่น จึงต้องคำนึงถึงบุคคลที่มีสิทธิใช้บริการและมีหน้าที่ในการเสียภาษีอากรต่าง ๆ

นิยามคำว่าราษฎร ตามคำวินิจฉัย คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1นิยามคำว่าราษฎร ตามคำวินิจฉัย คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1

บุคคลที่จะถือได้ว่ามีสิทธิใช้บริการและมีหน้าที่ในการเสียภาษีอากร ย่อมได้แก่บุคคลที่มีสิทธิอยู่อาศัยในท้องถิ่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีสัญชาติไทยหรือไม่ และไม่ว่าจะมีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ เพราะแม้แต่ผู้มีสัญชาติไทยก็มิได้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคน

ขณะที่อดีตกรรมการการเลือกตั้งโต้แย้งว่า คำว่า ราษฎร หมายถึง ผู้ที่เป็นคนของประเทศ ถือสัญชาติเดียวกัน อยู่ภายใต้การปกครองเดียวกัน มีสิทธิตามกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองเหมือนกันทุกคน

เมื่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 86 กำหนดให้คำนวณจำนวน ส.ส. เขตของแต่ละจังหวัด  โดยหาค่าเฉลี่ยจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศ หารด้วย 400

สิ่งที่ กกต.ควรดำเนินการ คือใช้จำนวนราษฎร ที่มีสัญชาติไทย มาคำนวณ มิใช่ เอาราษฎรที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทยมารวมด้วย  จะอ้างว่า เมื่อก่อนก็คิดแบบนี้มาตลอดไม่ได้ สิ่งที่ผิด ก็ต้องแก้ไขให้ถูกต้อง

สมชัยระบุว่าเรื่องนี้ ต้องเคลียร์ให้ชัดเจน ก่อนเดินหน้าแบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัด ไม่เช่นนั้น 3 จังหวัดที่ได้ ส.ส.เกิน และ 3 จังหวัดที่ได้ ส.ส.ขาด จะกำหนดพื้นที่แบ่งเขตผิด และทำให้การเลือกตั้ง 6 จังหวัดนั้นเป็นปัญหา 6 จังหวัดดังกล่าว มี จำนวน ส.ส.รวมกันได้ 40 คน คิดเป็นร้อยละ 8 ของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หากมีปัญหาขึ้น จะไม่สามารถเรียกประชุมรัฐสภาได้ เพราะมีไม่ถึงร้อยละ 95 (มาตรา 84 รัฐธรรมนูญ 2560)  6จังหวัดในโพสที่ผ่านมาของสมชัย ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลพบุรี ตาก อุดรธานี แลภูเก็ต

ครม.เห็นชอบ”ผู้เสียหาย”คดีฟอกเงิน ขอทรัพย์สินคืนได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542070

31 ม.ค. 2566

ครม.เห็นชอบ"ผู้เสียหาย"คดีฟอกเงิน ขอทรัพย์สินคืนได้

ครม.เห็นชอบ”ผู้เสียหาย”ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดคดีฟอกเงิน สามารถขอขอทรัพย์สินคืน-ชดใช้คืนได้ ยื่นคำร้องภายใน 90 วันนับตั้งแต่ประกาศ

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน พ.ศ. …. ตามที่สำนักงานคณะกรรมการปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)เสนอ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย 

โดยจะกำหนดระยะเวลา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในกระบวนการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายที่ได้รับความเสียหายโดยตรงจากการกระทำความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินที่มี 21 ลักษณะความผิด 

ผู้เสียหายที่ไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดมีสิทธิได้รับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดคืนหรือชดใช้คืน รวมถึงได้รับการชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ เสรีภาพ อนามัย หรือชื่อเสียง

สาระสำคัญของร่างกฎกระทรวง โดยสรุปมีดังนี้
1. หลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไข และระยะเวลาในการยื่นคำร้อง ให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องดังกล่าวภายใน 90 วันนับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของ ปปง. เพื่อแจ้งให้ผู้เสียหายยื่นคำร้องเพื่อขอรับคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายจากทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด 
-คำร้องต้องระบุข้อความให้ถูกต้องครบถ้วน พร้อมทั้งแนบหลักฐานที่แสดงถึงการเป็นผู้เสียหายในความผิดมูลฐานและสามารถยื่นคำร้องด้วยตนเอง ทางไปรษณีย์ หรือช่องทางอื่นตามที่เลขาธิการ ปปง. ประกาศกำหนด 
-กรณีบุคคลอื่นยื่นคำร้องแทน จะต้องเป็น ผู้แทนโดยชอบธรรม (กรณีผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์) ผู้อนุบาล (กรณีผู้เสียหายเป็นคนไร้ความสามารถ) ทายาท (กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย) และบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายเป็นหนังสือจากผู้เสียหาย
 

2. วิธีการพิเศษในการตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายในความผิดบางมูลฐาน คือ การค้ามนุษย์และความผิดมูลฐานที่เกิดนอกราชอาณาจักร โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือถึง พม. (สำหรับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ) หรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศที่รายงาน (สำหรับความผิดมูลฐานที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร) เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหายและสถานการณ์ดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายนั้น

3. การเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมและพนักงานอัยการ เมื่อได้รับคำร้องถูกต้องครบถ้วนแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้เสียหายและความเสียหายโดยเร็ว และจัดทำรายงานพร้อมความเห็นต่อเลขาธิการ ปปง. เพื่อให้ความเห็นชอบในการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการธุรกรรมพิจารณาและมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้อง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืนแก่ผู้เสียหาย และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งมติของคณะกรรมการธุรกรรมและสิทธิในการขอให้ทบทวนมติให้แก่ผู้เสียหาย บุคคลอื่น หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ โดยทางไปรษณีย์ตอบรับหรือไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

4. การจัดการทรัพย์สินเพื่อคืนหรือชดใช้คืนหรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไปคืนหรือชดใช้คืน หรือชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้เสียหาย ให้ ปปง.ดำเนินการโดยเร็ว

“อนุพร”นั่ง ส.ว.คนล่าสุด ชี้ทุกคนมีอิสระเลือกนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542074

31 ม.ค. 2566

"อนุพร"นั่ง ส.ว.คนล่าสุด ชี้ทุกคนมีอิสระเลือกนายกฯ

“อนุพร”นั่ง ส.ว.คนล่าสุด ยึดมั่นทำหน้าที่ตามพระปฐมบรมราชโองการในหลวงร.9 ชี้ทุกคนมีอิสระเลือกนายกฯ บนหลักประโยชน์ประชาชนและประเทศชาติ

ภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอนุพร อรุณรัตน์ อดีตที่ปรึกษานายกสภาทนายความ ให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) แทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องด้วยพลเอก สกล ชื่นตระกูล สมาชิกวุฒิสภา ได้ถึงแก่อนิจกรรม มีผลตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2566 เป็นต้นไป 

วันนี้ (31 ม.ค. 66) ที่รัฐสภา นายอนุพร เข้ารายงานตัวพร้อมกล่าวปฏิญาณตนก่อนเข้าร่วมประชุมวุฒิสภาครั้งแรกทันที ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ยืนยันตั้งใจเข้ามาทำหน้าที่ ส.ว. ยึดมั่นปฏิบัติตามพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีความว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”และสอดคล้องกับพระปฐมบรมราชโองการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงองค์ปัจจุบันว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป”  นั่นคือหัวใจของการปกครอง ว่าจะทำอย่างไรถึงจะให้ประชาชนโดยรวมนั้น อยู่ร่วมกันอย่างมีความผาสุกตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  
 

สำหรับบทบาทส.ว. มีส่วนสนับสนุนร่วมมือกันทำงานกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) รับฟังข้อร้องเรียนความเดือดร้อนจากประชาชน นำมาสู่การแก้ไขผ่านระบบรัฐสภา เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมีความสุข โดยตนจะใช้ประสบการณ์จากการเป็นอดีตที่ปรึกษานายกสภาทนายความ เคยลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากประชาชนและจากทนายความทั้ง 112 เขตอำนาจศาลทั่วประเทศมาแล้ว วุฒิสมาชิกนั้น เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ ต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทุกกลุ่ม พรรคการเมืองทุกฝ่าย เพื่อนำมาสะท้อน ให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ตนพร้อมทำหน้าที่ขับเคลื่อนและเสนอแนะด้านกฎหมาย รวมถึงหาวิธีพัฒนาที่สอดคล้องตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ส่วนจุดยืนของตนในฐานะส.ว. ที่จะมีส่วนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นายอนุพร ยืนยันว่า วุฒิสมาชิกทุกท่านรวมถึงตน มีเจตจำนงรักบ้านรักเมือง การเลือกผู้นำสูงสุดมาบริหารประเทศต้องมองที่นโยบายการทำงาน แนวความคิดทั้งคณะทำงาน ที่จะจัดตั้งเป็นรัฐบาลอย่างละเอียดถี่ถ้วน ส.ว.ทุกท่านต่างมีวิจารณญาณในการเลือกเป็นอิสระ จะไปกำหนดให้มีมุมมองเหมือนกันทั้งหมดคงไม่ได้ จึงเห็นว่าควรต้องเคารพการตัดสินใจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรีท่านไหน แต่สุดท้ายต้องยึดที่ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศและความผาสุกของประชาชนโดยรวม 

นายอนุพร อรุณรัตน์ สักการะสิ่งศักดิ์ก่อนทำหน้าที่ส.ว.ยครั้งแรกนายอนุพร อรุณรัตน์ สักการะสิ่งศักดิ์ก่อนทำหน้าที่ส.ว.ยครั้งแรกนายอนุพร อรุณรัตน์ เข้าประชุมวุฒิสภานายอนุพร อรุณรัตน์ เข้าประชุมวุฒิสภา

“วิษณุ”ดับฝัน “ยุบสภา”เดือนก.พ. ยังแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เสร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542063

31 ม.ค. 2566

"วิษณุ"ดับฝัน "ยุบสภา"เดือนก.พ. ยังแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เสร็จ

“วิษณุ”แจงเหตุผล”ยุบสภา”เดือนก.พ.ไม่ได้ ยังแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เสร็จ ชี้สัปดาห์หน้าประกาศกฎหมายใหญ่ 1 ฉบับ ก่อนล่อนจดหมายถึงผู้ว่าฯและกกต.ทั่วประเทศ พร้อมยืนยันต่างด้าวเลือกตั้งไม่ได้

ภายหลังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เข้าพบ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล พยายามสอบถามถึงประเด็นการพูดคุยว่าเกี่ยวกับไทม์ไลน์และกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งปี 2566 หรือไม่ เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เตรียมออกระเบียบและร่างประกาศจัดเลือกตั้ง 66

นายวิษณุ ยืนยันไม่ได้พูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมการเลือกตั้ง คุยเรื่องราชการทั่วไป ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดที่รองนายกรัฐมนตรีจะพูดคุยกับนายกรัฐมนตรี โดยวันนี้ได้รายงานเรื่องการเลือกตั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เหมือนที่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวานนี้ (30ม.ค.)

ส่วนนายกรัฐมนตรีเห็นชอบเงื่อนไขเวลา 30 วัน เตรียมพร้อมเลือกตั้งหรือไม่ นายกรัฐมนตรีรับทราบ เพราะเป็นปัญหาของทุกพรรคการเมืองที่จะต้องช่วยกัน ซึ่งภายในเดือนกุมภาพันธ์จะยังไม่สามารถยุบสภาได้ตามที่กกต. แจ้ง “ไม่ใช่ว่าตื้อ ไม่ใช่ว่ายื้อ หรือถ่วงเวลาอะไรทั้งสิ้น” หาก กกต. สามารถแบ่งเขตได้เร็วกว่านั้น ก็จะเป็นอิสระมากกว่านั้น  แต่ขณะนี้ทราบว่าขอเวลาประมาณ 1 เดือน คือ ประมาณวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 และยังไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้
 

ขณะนี้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 2 ฉบับ จาก 4 ฉบับ จะเสร็จสิ้นภายในสัปดาห์นี้ และสัปดาห์หน้าเตรียมประกาศใหญ่ 1 ฉบับ จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. เป็นต้นไปจะส่งหนังสือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและกกต.จังหวัดเปิดรับฟังความคิดเห็น ซึ่งขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลาคาดว่าถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ก่อนจะเริ่มกระบวนการเลือกตั้งได้ 

ทั้งนี้ประกาศทั้ง 4 ฉบับ เป็นเรื่องของ กกต. ไม่เกี่ยวนำเข้าครม.เห็นชอบ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการแบ่งเขต หน้าที่ครม.มีเพียงอย่างเดียวคือยุบสภา

ส่วนกระแสยุบสภาในวันที่ 15 มีนาคม นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นสมมุติฐานจากเงื่อนไข 45 วัน คือ แบ่งเขตเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะยุบสภาช้าหรือเร็วก็ได้ หากเอาตามสะดวก ต้องบวกไปอีกประมาณ 15 วัน จึงกลายเป็น 45 วัน แต่หากไม่เอาให้สะดวก 30 วันก็สามารถยุบได้ แต่จะยุ่ง เหมือนเป็นการโยนหินถามทางว่าพรรคเล็กจะว่าอย่างไร เพราะพรรคใหญ่ไม่เดือดร้อน มีการสุ่มไพรมารีโหวตไว้อยู่แล้ว แต่เพื่อให้เกียรติและให้โอกาสแก่พรรคเล็ก กกต.จึงเห็นควรให้ใช้เงื่อนเวลา 45 วัน  


ส่วนกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นโยบายพรรคเสรีรวมไทย และอดีตกกต.ตั้งข้อสังเกต เรื่องการคำนวนจำนวนส.ส. โดยนับรวมต่างด้าว นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะคนต่างด้าวไม่มีสิทธิเลือกตั้งอยู่แล้ว จะเลือกได้เฉพาะคนไทยเท่านั้นและใช้สามารถคำนวนเขตไม่ได้ด้วยเช่นกัน เหตุผลนี้จึงทำให้เขตในกรุงเทพมหานครลดลงจาก 36 เขตเหลือ 33 เขต เพราะนับไปนับมาแล้วมีคนต่างด้าว และผู้ไม่มีสิทธิ์เลือกตั้งอายุต่ำกว่า 18 ปี

ส่องผลโพล LINE TODAY “บิ๊กตู่” ชนะขาด ส่วน “บิ๊กป้อม” อมบ๊วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542065

31 ม.ค. 2566

ส่องผลโพล LINE TODAY "บิ๊กตู่" ชนะขาด ส่วน “บิ๊กป้อม” อมบ๊วย

เปิดโพล LINE TODAY “อยากได้ใครมาบริหารประเทศคนต่อไป” “ประยุทธ์” ได้ 23.55% ทิ้งห่าง “อุ๊งอิ๊ง” ที่เบียดกันอยู่ที่ 2-3 “เสรีพิศุทธ์” มาที่ 4 สูสี “หญิงหน่อย” ที่รั้งอันดับ 5 “เศรษฐา” ยังไม่ปังแต้มมาที่ 7 แต่ยังเหนือ “กรณ์-สมคิด-อนุทิน” ส่วน “ประวิตร” รั้งท้ายได้แค่ 612 โหวต

วันนี้ (31 ม.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฟีเจอร์ LINE TODAY (ไลน์ ทูเดย์) ของแอปพลิเคชัน LINE (ไลน์) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสนทนาสื่อสารยอดนิยมในประเทศไทย ได้สำรวจความคิดเห็น (โพล) ในหัวข้อ “ใกล้เลือกตั้งปี 2566 ชาว LINE TODAY อยากได้ใครมาบริหารประเทศคนต่อไป” โดยทำการสำรวจช่วงระหว่างวันที่ 11-30 ม.ค.66 ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมโหวตถึง 1.03 แสนคน

ผลปรากฎว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิก และว่าที่แคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้รับการโหวตมาเป็นอันดับ 1 ด้วย 24,394 คะแนน คิดเป็น 23.55% เหนืออันดับ 2 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรมพรรคเพื่อไทย  และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่ได้ 17,163 คะแนน คิดเป็น 16.57% ใกล้เคียงกับอันดับ 3 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่ได้ 17,062 คะแนน คิดเป็น 16.47%
 

  • อันดับ 4 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ 13,192 คะแนน คิดเป็น 12.73% ใกล้เคียงกับ
  • อันดับ 5 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ที่ได้ 12,799 คะแนน คิดเป็น 12.35%
  • อันดับ 6 ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ 7,679 คะแนน คิดเป็น 7.41%
  • อันดับ 7 นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ 4,066 คะแนน คิดเป็น 3.92%
ส่องผลโพล LINE TODAY "บิ๊กตู่" ชนะขาด ส่วน “บิ๊กป้อม” อมบ๊วย
  • อันดับ 8 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ได้ 2,277 คะแนน คิดเป็น 2.2%
  • อันดับ 9 นายสมคิด จาตึศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ได้ 1,930 คะแนน คิดเป็น 1.86%
  • อันดับ 10 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ 1,317 คะแนน คิดเป็น 1.27%
  • อันดับ 11 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ 1,106 คะแนน คิดเป็น 1.07%
  • อันดับ 12 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรพลังประชารัฐ ได้ 612 คะแนน คิดเป็น 0.59%.

แบ่งเขตเลือกตั้งผิดหรือไม่ สมชัย สงสัย ‘กกต.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542054

31 ม.ค. 2566

แบ่งเขตเลือกตั้งผิดหรือไม่ สมชัย สงสัย 'กกต.'

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง สงสัยว่า กกต.อาจแบ่งเขตเลือกตั้งไม่ถูกต้อง เพราะรวมผู้ไม่มี’สัญชาติไทย’ มาคำนวณด้วย

การคำนวณ โดยใช้ราษฎร ที่มีสัญชาติไทย  กับ รวมที่ไม่มีสัญชาติไทย ทำให้จำนวน ส.ส. ของแต่ละจังหวัดต่างกันอย่างไร เป็นคำถามที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งถามไปยัง กกต.



สมชัยระบุว่ากกต. แถลงถึงจำนวน ส.ส.เขต ที่แต่ละจังหวัดพึงมี โดยใช้จำนวนราษฎรที่รวมผู้ไม่มีสัญชาติไทย มาเป็นฐานในการหาค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรต่อ ส.ส. หนึ่งคน

ตัวเลขราษฎรที่ใช้ คือ 66,090,475 คน ซึ่งเป็นคนที่มีสัญชาติไทย 65,106,481 คน ไม่ได้สัญชาติไทย 983,994 คน  โดยจังหวัดที่มีคนไม่ได้สัญชาติไทย สูงสุด 3 จังหวัดคือ เชียงใหม่ 161,567 คน ตาก 137,410 คนและ เชียงราย 132,515 คน  หากคำนวณใหม่โดยตัดคนที่ไม่ได้สัญชาติไทยออก  3 จังหวัดนี้ จะเหลือเศษที่จะมาคำนวณจำนวน ส.ส. ที่จะได้เพิ่ม คือ ตาก 58,432 คน เชียงราย 27,759 คน และ เชียงใหม่ 3,247 คน เท่านั้น
ซึ่งเมื่อเทียบกับ อุดรธานี เหลือเศษ 90,571 คน ลพบุรี เหลือเศษ 82,793 คน และภูเก็ต เหลือเศษ 81,454 คน

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากรภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากร

แปลว่า หากคำนวณโดยไม่นำคนไม่ได้สัญชาติไทยมารวม  จังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย และตาก ควรได้ ส.ส.น้อยลงจังหวัดละ 1 คน  ในขณะที่ อุดรธานี ลพบุรี ภูเก็ต ควรได้ ส.ส.เพิ่มอีกจังหวัดละ 1 คน

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากรภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค สมชัย ศรีสุทธิยากร

คำถามคือ ใครจะรับผิดชอบ หากคำนวณจำนวน ส.ส.ของแต่ละจังหวัดผิด และจะนำไปสู่การแบ่งเขตผิด