เทียบนโยบาย 4 รัฐบาล ยังไม่สามารถจัดการ’ยาเสพติด’ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542048

31 ม.ค. 2566

เทียบนโยบาย 4 รัฐบาล  ยังไม่สามารถจัดการ'ยาเสพติด'ได้

ย้อนไทม์ไลน์นโยบายแก้ปัญหายาเสพติด ล่าสุดแก้กฎกระทรวงครอบครองเกิน1เม็ด ถือเป็นผู้ค้า พิสูจน์ทางแก้ปัญหาของรัฐบาล

การแก้ปัญหายาเสพติด ของรัฐบาลกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนกฎกระทรวงให้ผู้ครอบครองยาเสพติดมากกว่า 1 เม็ด เป็นผู้ค้า แม้จะยังไม่ได้นำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะมองว่าแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้   ทำให้นึกถึงยุคสมัยที่มีการปราบปรามยาเสพติดอย่างหนัก จนมีปัญหาสิทธิมนุษยชนตามมา 

ย้อนกลับปี2539 ในรัฐบาลพล.อ. เชาวลิต ยงใจยุทธ   เสนาะ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น คือผู้ตั้งชื่อยาเสพติดประเภท เมทแอมเฟตามีน ว่า ยาบ้า หลังเกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักในห้วงเวลาดังกล่าว

ปี 2546 รัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ประกาศสงครามกับยาเสพติด ส่งผลให้มีการปราบปรามอย่างเด็ดขาด บรรดามาเฟียขาใหญ่ นักค้ารายย่อย
รัฐบาลกำหนดกรอบเวลาปฏิบัติการที่เร่งรัดอย่างมาก ต้องบรรลุผลภายใน3เดือน ทุกอำเภอต้องรายงานผลการดำเนินการต่อศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัด (ศตส.จ.) ภายในเวลา 16.30 และ ศตส.จ. ต้องรายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบภายในเวลา 18.00 น.ของทุกวัน ทุกจังหวัดต้องทำยอดให้ได้ 25% ของตัวเลขที่ส่วนกลางกำหนดไว้

ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน 2546 มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นสูงเฉลี่ยถึงร้อยละ 87.98 ต่อเดือน หรือเฉลี่ยจากเดือนละ 454 คดี เป็น 853 คดี  คณะกรรมการฯ (คตน.) ระบุว่ามีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น 2,604 คดี เป็นคดีฆาตกรรมที่ผู้ตายมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด 1,187 คดี โดยมีผู้เสียชีวิต 1,370 คน  มีการประกาศเป็นวาระแห่งชาติ จำนวนคดียาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภายใต้แนวคิดหลัก ภายใต้แสงอาทิตย์นี้ ไม่มีอะไรที่ตำรวจไทยทำไม่ได้

ในปี 2552 รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กำหนดยุทธสาสตร์ 5 รั้ว แก้ปัญหายาเสพติด ประกอบด้วย รั้วชายแดน ปลุกพลังคนชายแดนป้องกันไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้ามา   รั้วชุมชน ดึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม.เข้ามาร่วมแก้ปัญหา   รั้วสังคม สร้างพื้นที่ ในเชิงสร้างสรรค์เช่นลานดนตรี ลานกีฬา ลานกิจกรรมให้เยาวชน   รั้วโรงเรียน ช่วยปลูกฝังและสอดส่องพฤติกรรมเด็ก และรั้วครอบครัวต้องมีความเข้มแข็งพร้อมดูแลสมาชิกในครอบครัวและมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อเอาชนะยาเสพติดในทุกจังหวัด  

รัฐบาลเพื่อไทยดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติด ตามแนวทางของ ทักษิณ ชินวัตร นโยบายปราบปรามยาเสพติด ถูกวางไว้เป็นนโยบายเร่งด่วน ของรัฐบาลและเป็นวาระแห่งชาติ โดยยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องการแก้ไขจุดอ่อน ที่เคยถูกโจมตีในสมัยรัฐบาลทักษิณ จึงวางยุทธศาสตร์การปราบปรามยาเสพติดในลักษณะ เชิงการป้องกันควบคู่การปราบปราม คือ ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ  คงแนวทางเดิมในสมัยรัฐบาลทักษิณที่เป็นเชิงแข็งกร้าว ในการปราบปราม และเน้นหนักการป้องกันและการบำบัดรักษาที่เป็นเชิงละมุนมากขึ้น  ใช้เป้าหมายเชิงปริมาณมากำกับชี้วัดความสำเร็จของนโยบายปราบปรามยาเสพติด ทั้งการป้องกันและการบำบัดรักษา

ขณะที่นโยบายการแก้ปัญหายาเสพติด รัฐบาลปัจจุบัน กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายระดับชาติ มีการปรับปรุงประมวลกฎหมายยาเสพติด เพื่อทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่ การปราบปรามขยายผล มีประสิทธิภาพมากขึ้น  มีศูนย์ปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ  มีมาตรการป้องกันผู้เสพหน้าใหม่ และการทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่สีขาว โดยมีกองทัพสนับสนุนดูแลพื้นที่ชายแดน  กระนั้นสถานการณ์ การแพร่ระบาดยาเสพติดก็ไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลง 

“บิ๊กตู่”สั่งฟัน”คนไม่ดี”ทำลายภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542040

31 ม.ค. 2566

"บิ๊กตู่"สั่งฟัน"คนไม่ดี"ทำลายภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย

“บิ๊กตู่”สั่งฟัน”คนไม่ดี” หากมีหลักฐานชัดเจน ชี้ทำลายภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ส่วนกฎหมายลูก 2 ฉบับและไทม์ไลน์เลือกตั้ง หน้าที่กกต. ปัดก้าวล่วง ย้ำคนในรัฐบาลทำงานให้ดีที่สุด ระวังเรื่องเบิกงบประมาณ

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยขณะนี้ว่า จะต้องแก้ไขทั้งหมด เพราะมีทั้งคนดีและคนไม่ดี ซึ่งคนไม่ดีก็เอาไปลงโทษเท่านั้นเอง เป็นปัญหามายาวนานแล้ว ยืนยันไม่เคยปล่อยปละละเลย มีเรื่องก็ทำสอบสวนทุกอัน หากผิดมีหลักฐานชัดเจน ต้องดำเนินคดีทั้งวินัยและอาญา

“คนไม่ดีมีอยู่ทุกพื้นที่ ผมพยายามทำให้ทุกคน มีความรักองค์กร อย่าทำให้องค์กรเสียหาย ย้ำคนดีมีเยอะกว่าอยู่แล้ว แต่คนไม่ดีที่ทำให้ภาพลักษณ์เสียหาย ก็ลงโทษไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รายงานไทม์ไลน์เลือกตั้งหลังประกาศใช้กฎหมายลูก 2 ฉบับให้กับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรับทราบหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นเรื่องของคณะกรรมปารการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งก็ถ่ายทอดมาจากที่กกต.ตอบมา นายกฯไม่มีสิทธิไปก้าวล่วง หลังกฎหมายเลือกตั้งออกมา หน้าที่ของรัฐบาลหมดแล้ว หน้าที่รัฐบาลมีแค่นั้น

เมื่อถามว่า รัฐบาลเหลือเวลาทำงานอีก 2 เดือน ได้กำชับอะไรหรือไม่ ก็ทำงานปกติ และจะทำให้ดีที่สุด เหมือนกับที่ทำมาหลายปี เรื่องอะไรสำคัญเร่งด่วนก็ทำต่อ แต่ขอให้ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณอย่างที่สุด เพราะช่วงการเลือกตั้งไม่ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใดก็ตาม รัฐบาลยังคงรักษาการอยู่ ดังนั้นการใช่จ่ายงบประมาณ ต้องคุ้มค่า โปร่งใส ประหยัด มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ ซึ่งตนสั่งการแบบนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ฉะนั้นหากมีการทุจิรต ต้องมีการตรวจสอบผู้ใช้จ่ายงบประมาณว่าทำถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกก็ลงโทษไปตามกระบวนยุติธรรม

“พิพัฒน์”ชี้ ตำรวจจับปรับ”สูบบุหรี่ไฟฟ้า”ไม่ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542037

31 ม.ค. 2566

"พิพัฒน์"ชี้ ตำรวจจับปรับ"สูบบุหรี่ไฟฟ้า"ไม่ได้

“พิพัฒน์”ชี้ ตำรวจจับปรับ”สูบบุหรี่ไฟฟ้า”ไม่ได้ ขณะที่ดราม่าบริการสาวฮ่องกงเสมือนแขกVIP ทำโดยพลการ พร้อมยอมรับควบคุมขาย”บัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด” เกินราคาไม่ได้

สัปดาห์ที่ผ่านมามีกระแสดราม่าประเทศหลายเรื่อง ทั้ง ตำรวจท่องเที่ยวให้บริการท่องเที่ยวชาวฮ่องกงระดับแขก VIP และ ตำรวจสน.ห้วยขวาง เรียกรับเงินจากดาราสาวชาวไต้หวัน

วันนี้ 31 ม.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า 

ประเด็นดาราสาวไต้หวันครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายในประเทศไทย ดังนั้นใครที่พก นำเข้ามาในประเทศไทยถือว่าผิดกฎหมายไทย แต่การเจอนักท่องเที่ยวสูงเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจับปรับได้ต้องนำส่งศาลอย่างเดียว

ประเด็นนักท่องเที่ยวชาวฮ่องกง เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เพียง 2 คนที่ไปกระทำโดยพลการ ไม่ได้ขออนุญาต จากกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว 

ซึ่งการจะให้บริการกับนักท่องเที่ยวสามารถทำได้ แต่ต้อง 4-5 กลุ่ม เช่น แขกของรัฐบาล บุคคลสำคัญที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ผู้นำรัฐบาลที่เข้ามาเป็นส่วนตัว ราชวงศ์ของประเทศต่างๆ หรือนักท่องเที่ยวที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ หรือกลุ่มรถเล็ก มาในลักษณะการแรลลี่ 

หากต้องการอำนวยความสะดวกหรือดูแลเรื่องความปลอดภัย สามารถแจ้งมาที่กระทรวงการท่องเที่ยว หรือกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวได้

ส่วนที่มีการขาย “บัตรไทยแลนด์ พริวิเลจ การ์ด” เกินราคานั้น นายพิพัฒน์ ยอมรับ เป็นเรื่องการตลาด ไม่สามารถควบคุมได้ เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งบัตรนี้จะมี 7-8 บัตร มีวงเงินที่จะสามารถจองที่นั่งพิเศษและมีเจ้าหน้าที่เข้าไปรับ แล้วนำเข้าช่องทางพิเศษ รวมถึงให้การบริการในการส่งถึงหน้าประตูทางออก หรือส่งถึงหน้าประตูแต่หากอยากให้มีรถรับส่งก็จะคิดค่าบริการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ 

ทั้งนี้ การขายเกินราคา ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ และบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ การ์ด จำกัด ไม่สามารถรับผิดชอบได้ ซึ่งประเทศไทยมีการมอบบัตรพิเศษให้กับบุคคลที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ รวมถึงทำประโยชน์ให้ประเทศไทย อาทิ กรณีหมี่เซียะ นักแสดงชื่อดัง มาโปรโมทการท่องเที่ยว หลังเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวชาวจีน 

ส่วนที่มีการโฆษณาเกินจริงว่า มีโปรโมชั่นเสริมสามารถทำบัตรประชาชนได้นั้น ได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบ หากเกิดขึ้นจริง จะให้ตำรวจเข้าไปสืบสวนสอบสวนบริษัททัวร์ว่ากระทำเกินจริงหรือไม่ ซึ่งหลักเกณฑ์ของบัตรไม่มีการโฆษณาเกินจริง เพราะมีอัตราค่าใช้บริการที่แน่นอนและมีราคาที่สูง

พรรคไทยสร้างไทย ได้ ‘อนุดิษฐ์ นาครทรรพ’ เดินเครื่องศูนย์ปราบโกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542029

31 ม.ค. 2566

พรรคไทยสร้างไทย ได้ 'อนุดิษฐ์ นาครทรรพ' เดินเครื่องศูนย์ปราบโกง

อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย สานต่อภาระกิจปราบโกง ใต้ชายคาใหม่พรรค’ไทยสร้างไทย’ ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ขอบคุณ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ที่ได้มอบโอกาสดีๆ ในชีวิตมาตลอดเส้นทางการเมือง และในครั้งนี้ได้มาเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ยังได้รับความไว้วางใจจากพรรคให้เป็นผู้อำนวยการสำนักงานปราบโกง  ต่อจากนี้จะเดินหน้าสานต่ออุดมการณ์ 3 เรื่อง คือ รณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน, ทำให้คนไทยกินดีอยู่ดีตั้งแต่เกิดจนแก่, และปราบการคอรัปชัน

คุณหญิงสุดารัตน์ เป็นตัวแทนพรรคสวมเสื้อ สำนักงานปราบโกง หรือ สปก. ให้ น.อ.อนุดิษฐ์ พร้อมกล่าวแสดงความยินดี ที่ทุกคนช่วยกันตั้งศูนย์ปราบคอรัปชั่น Corruption Eradication Commission หรือ CEO แห่งนี้จนสำเร็จ  การคอร์รัปชั่นของประเทศ เริ่มจากประชาธิปไตยที่ถูกคลุมด้วยเสื้อเผด็จการ ไทยสร้างไทย จึงสร้างรัฐธรรมนูญ ที่แก้ไขให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย ศูนย์ปราบโกงแห่งนี้เปิดมาในเวลาที่เหมาะสมเพราะทุกวันนี้ข่าวเกี่ยวกับการโกง การคอร์รัปชัน ปรากฏให้เห็นทุกวัน ทั้ง ทุนจีนสีเทา การรีดไถนักท่องเที่ยว หรือการทุจริตของข้าราชการและนักการเมือง

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ย้ำว่า ประเทศไทยสามารถปราบโกงได้ โดยเริ่มต้นด้วยการมีผู้นำที่มีความตั้งใจจริง หรือ  Political Will ที่จะมาปราบคอร์รัปชัน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเทศไทยจะได้นายกฯได้ผู้นำที่มีความตั้งใจจริงที่จะปราบคอร์รัปชัน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผอ.สปก.พรรคไทยสร้างไทยน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ผอ.สปก.พรรคไทยสร้างไทย

น.อ.อนุดิษฐ์ในฐานะ ผอ.สปก.ระบุว่าได้รวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดประกอบด้วย 10 เรื่องมาทำต่อ ได้แก่ ค่าไฟฟ้าที่แพงและเกิดจากสัญญาที่อยุติธรรม, เรื่องทุจริตในกองทัพและการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆ จนมีคำซุบซิบว่าเรามีกองทัพมีไว้รับใช้การเมืองหรือไม่ หรือมีกองทัพไว้ผลาญเงินหรือไม่ ตัวเองจะร่วมกับผู้มีอุดมการณ์เดียวกันเป็นทหารฝ่ายประชาธิปไตย มาร่วมกันเดินหน้าทำให้กองทัพเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน เป็นกองทัพที่ใสสะอาด ปราศจากคอรัปชั่น เป็นกองทัพที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างแท้จริง 

ประชาชนสามารถติดต่อและแจ้งเบาะแสร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชัน ผ่านระบบปกป้องและป้องกันผู้แจ้งเบาะแสผ่านเบอร์ 090-980-9888 หรือไลน์ @CEO227 หรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ สำนักงานปราบโกง พรรคไทยสร้างไทย

แก้กม.”ครอบครองยาบ้า”เกิน 1 เม็ดยังไม่เข้าครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542019

31 ม.ค. 2566

แก้กม."ครอบครองยาบ้า"เกิน 1 เม็ดยังไม่เข้าครม.

“อนุทิน” เผยแก้กฎหมายครอบครอง”ยาบ้า”เกิน 1 เม็ดยังไม่เข้าครม.วันนี้ ส่วน”สมศักดิ์”แจงหากผ่าน แค่ 2 เม็ด นอนคุกทันที

หลังนายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ปราศรัยเตรียมแก้กฎหมาย ใครครอบครองยาเสพติด 1 เม็ดถือเป็นผู้เสพ และหากมี 2 เม็ดขึ้นไปเป็นผู้จำหน่าย

วันนี้ 31 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะรัฐมนตรี จึงจับตานายอนุทินจะนำประเด็นดังกล่าวเสนอหรือไม่ แต่ล่าสุดได้รับการยืนยันแล้วว่า ยังไม่เสนอ เพราะอยู่ระหว่างเตรียมประกาศ 

ส่วนจะทำให้เจ้าหน้าที่ฉวยโอกาสยัดข้อหายาเสพติดให้กับประชาชนนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของเยาวชนมากกว่าและการใช้ยาเสพติด เพราะเป็นการทำลายครอบครัว ทำลายเยาวชนของไทยมากกว่า เรื่องการทุจริตเป็นเรื่องที่หัวหน้าหน่วยต้องไปบริหารจัดการไม่ให้เกิดการทุจริต และเราต้องนึกถึงอนาคตของเยาวชนเป็นสำคัญ

ขณะที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกฎกระทรวงดังกล่าวจะเป็นปัญหาให้ผู้ต้องขังลุ้นคุกหรือไม่นั้น ว่า เดิมการครอบครองยาบ้า 5 เม็ด หากถูกจับ จะสอบถาม กับผู้นั้นว่า จะสมัครใจบำบัดหรือไม่ สมัครใจ ก็ต้องส่งศาลพิจารณาคดี ซึ่งก่อนส่งศาลต้องถูกขังในห้องขังสถานีตำรวจ

แต่หากเปลี่ยนกฎหมาย มาครอบครองเกิน 1 เม็ด จะเป็นผู้ค้านั้น ถ้ามียาบ้า 2 เม็ด ทุกคนจะต้องเข้าห้องขังทั้งหมด เมื่อครบ 48 ชั่วโมงแล้ว ต้องนำตัวส่งศาล ให้พิจารณาว่าเป็นผู้เสพ หรือเป็นผู้ค้า ดังนั้นหากใครครอบครองยาบ้าเกิน 1 เม็ด ก็ต้องถูกนำตัวเข้าไปขังทันที ซึ่ง ต้องมาดูว่า การใช้ยาแรงก็เป็นสถานการณ์ในช่วงนี้เพราะการฟื้นฟูบำบัดทำไม่ทัน ประมวลกฎหมายยาเสพติด มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ดูแลการบำบัด

หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมองว่า แพทย์และพยาบาลหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เจอคนเสพยาบ้าหลอนและทำอันตราย คิดว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวในส่วนนี้มาก จึงผลักให้เข้าห้องขัง อันนี้คือความคิดส่วนตัวของตน 

หน้าที่ของกระทรวงยุติธรรมคือ การยึดทรัพย์เป็นหลัก หากปล่อยไปลักษณะนี้เป็นช่วงรอยต่อระหว่างการเลือกตั้ง จะไม่มีคนดูแล จึงต้องปรับในส่วนนี้ แต่ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขตัดสินใจ ตนไม่มีอำนาจบอกว่า เห็นด้วยหรือไม่ และการออกร่างกฎกระทรวงดังกล่าว ไม่ช่วยแก้สถานการณ์ยาเสพติด เพราะการแก้คือยึดทรัพย์ แต่อันนี้เป็นเรื่องของผู้เสพ

‘กกต.’เห็นชอบจำนวนเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542018

31 ม.ค. 2566

'กกต.'เห็นชอบจำนวนเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัดแล้ว

คณะกรรมการการเลือกตั้ง เห็นชอบจำนวน’ส.ส.’แบบแบ่งเขตและจำนวนเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัดแล้ว รอเพียงขั้นตอนประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเตรียมส่งเรื่องจำนวนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งและจำนวนเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัดให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็ว

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณากำหนดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี และจำนวนเขตเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด โดยพิจารณาจากจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งมีจำนวน 66,090,475 คน จึงมีจำนวนราษฎรโดยเฉลี่ยประมาณ 164,226 คน ต่อจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน และเสนอร่างประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. …. และแนวทางการแบ่งเขตเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอทั้ง 2 เรื่อง โดยมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและเขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัด ปรากฏตามเอกสารที่แนบมาดังนี้

จำนวนส.ส.เขตแต่ละจังหวัดที่ได้รับอนุมัติจากกกต.จำนวนส.ส.เขตแต่ละจังหวัดที่ได้รับอนุมัติจากกกต.

'กกต.'เห็นชอบจำนวนเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัดแล้ว
'กกต.'เห็นชอบจำนวนเขตเลือกตั้งแต่ละจังหวัดแล้ว

จากจำนวนประชากรและจำนวนส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งข้างต้น   ทำให้มีจังหวัดที่มีส.ส.เพิ่มขึ้น 43 จังหวัดโดยกทม.มีส.ส.แบบแบ่งเขตเพิ่มมากที่สุด 3 เก้าอี้ 

“สมศักดิ์”ปฏิเสธ ร่วมขบวนการขับไล่”4กุมาร”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542014

31 ม.ค. 2566

"สมศักดิ์"ปฏิเสธ ร่วมขบวนการขับไล่"4กุมาร"

“สมศักดิ์”ปฏิเสธ อดีตเคยลงชื่อขับไล่”4กุมาร” ชี้อยู่ในห้วงเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ เชื่อยังทำงานร่วมกัน ไร้ปัญหา ขณะที่ช่วงบ่ายเตรียมติดตามอาการ”ตะวัน-แบม”

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้ร่วมลงชื่อขับไล่ 4กุมาร และล่าสุดเมื่อวานนี้(30ม.ค.)นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพลังงาน กลับเข้าพรรคพลังประชารัฐนั้น จะสามารถกลับมาร่วมงานกันได้หรือไม่นั้น ว่า อย่าไปใช้คำว่า ลงชื่อขับไล่เลย ไม่เคยขับไล่ จำได้ว่า ช่วงนั้นเป็นการเลือกหัวหน้าพรรคชุดใหม่ เป็นเรื่องความเหมาะสมสถานการณ์ในช่วงนั้น 

การกลับมาของทั้ง 2 คนก็ไม่มีปัญหาการทำงานร่วมกัน ส่วนตัวคิดว่า หากมีคนที่มีความรู้ ความสามารถ ในทิศทางการเมืองและการบริหารเข้ามาเสริม เชื่อว่าพรรคไม่ได้แย่ไปกว่าเดิม ต้องดีขึ้น และทั้ง2คน จะทำงานร่วมกับ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นฤมล และนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ทีมเศรษฐกิจพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้หรือไม่ เชื่อว่า ทุกคนจะปรับตัวเข้ากันได้ 

เมื่อสื่อถามย้ำว่า กลุ่มสามมิตรยังอยู่พรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ยังคงอยู่ ส่วนจะยังอยู่ครบกลุ่มหรือไม่ เปรียบเหมือนครอบครัวใหญ่ที่ต้องออกเรือนมีลูกมีหลาน ออกเรือนไปเพื่อไปเติบใหญ่ เป็นเท่าแก่ที่นั่นที่นู่นได้ ก็ให้โอกาสแต่ละคน ไม่ไปบังคับ เราไม่ใช่นักเลง เราเป็นคนทำงานต้องให้โอกาสคน และพลเอกประวิตร ก็กล่าวไว้ว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง เพื่อกลับมาเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาล ตนเคยบอกแล้วว่า 99% ยังไม่เปลี่ยนแปลง 

ทั้งนี้งานเปิดระดมทุนพรรคพลังประชารัฐเมื่อคืนนี้ (30ม.ค.) มีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ ทนายตั้ม ร่วมงานด้วย เนื่องจากยังมีที่ว่างเหลืออยู่จึงเชิญมา ซึ่งได้คุยกันถึงอนาคตทางการเมืองแล้ว แต่ทนายตั้มไม่เล่นการเมือง แต่อนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ เป็นเรื่องส่วนตัว และตนไม่ได้พบปะทนายตั้มตลอดเวลา แต่เคยนำคดีอนาจารของดารามาช่วยประชาสัมพันธ์ด้านกฎหมายเรื่องการกระทำความผิดซ้ำ

ส่วนที่กรณีอาการของทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม นักเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น นายสมศักดิ์ ระบุว่า เมื่อวานนี้มีตัวแทนแกนนำมาปรึกษาตน แบ่งเป็น 3 ระยะ ช่วยกันแก้ปัญหา ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ได้พูดคุยเรื่องสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีแนวทางที่จะปรับเข้าหากัน โดย2คนนี้ตั้งใจอดอาหารจริง อดเอาเป็นเอาตาย คนอื่นไม่ได้อดแบบนี้ การอดข้าวจะแข็งแรงได้อย่างไร แต่ในทางการแพทย์ วินิจฉัยว่า ยังมีน้ำตาลในร่างกาย จึงดำเนินชีวิตต่อได้ ทั้งนี้ ช่วงบ่าย จะมีเดินทางเข้าเยี่ยมอาการ ก็อยากให้หยุดอดอาหาร 

“ราชกิจจาฯ” พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542015

31 ม.ค. 2566

"ราชกิจจาฯ" พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ"

“ราชกิจจาฯ” เผยแพร่ พระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้ง”นายอุดม รัฐอมฤต” เป็น “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ”

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2566 “ราชกิจจานุเบกษา”  เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศว่า

ตามที่ ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง “นายทวีเกียรติ  มีนะกนิษฐ”  เป็นตุลาการศาลรัฐธรมนูญ ตามประกาศลงวันที่ 21 ตุลาคม 2556 นั้น ต่อมา นายทวีเกียรติ  มีนะกนิษฐ ได้พ้นจากตำแหน่งตุลาการศาสรัฐธรรมนูญ เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่ง เป็นเหตุให้ตำแหน่งว่างลง

บัดนี้ วุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ “นายอุดม  รัฐอมฤต” ผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 200 (3) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 200 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบมาตรา 8 และมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง นายอุดม รัฐอมฤต เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

 ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

 "ราชกิจจาฯ" พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง "ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ"“ราชกิจจาฯ” พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ”

ประกาศ ณ วันที่ 28 มกราคม พุทธศักราช 2566 เป็นปีที่ 8 ในรัชกาลปัจจุบัน

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พรเพชร วิชิตชลชัย

ประธานวุฒิสภา
 

นายอุดม  รัฐอมฤตนายอุดม รัฐอมฤต

เตรียมร้องกกต.สอบป้ายนโยบาย’สาธารณสุข’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/542012

31 ม.ค. 2566

เตรียมร้องกกต.สอบป้ายนโยบาย'สาธารณสุข'

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง เตรียมร้อง ‘กกต.’ สอบการจัดทำป้ายประชาสัมพันธุ์ นโยบายกระทรวงสาธารณสุข เหมาะสมหรือไม่

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง มองว่าข้าราชการประจำ มีสิทธิถูกร้องเรียนไปยัง กกต. ว่าวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง กรณีการขึ้นป้ายนโยบายกระทรวงสาธารณสุข   มีรูป อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับ 2566 ปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย โดยมีข้อสังเกตดังนี้

  • คำสั่ง คำขอความร่วมมือให้จัดทำป้ายตามรูปแบบ มาจากผู้ตรวจราชการกระทรวงคนหนึ่งเพียงคนเดียว ที่ขอความร่วมมือไปยัง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด ไม่ใช่ผู้ตรวจราชการทั้งหมด 12 คน หรือ จากคำสั่งคำขอของปลัดกระทรวง
  • ผู้ตรวจราชการกระทรวง คนดังกล่าว มีประวัติการทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง  ทำให้สามารถเติบโตในตำแหน่งราชการอย่างรวดเร็ว ข้ามหน้าข้ามตาข้าราชการคนอื่น ๆ  ทำลายระบบธรรมาภิบาลในกระทรวง
  • คำขอความร่วมมือ แม้ไม่ใช่คำสั่ง  และงานที่ประชาสัมพันธ์ ก็ไม่อยู่ในสายงานที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงดูแล  แต่สร้างความลำบากใจให้แก่ข้าราชการในกระทรวงต้องดำเนินการตามคำขอ และถ่ายภาพผลงานมาแสดง  เพราะผู้ขอเป็นที่รู้ทั่วไปว่า มีความใกล้ชิดกับฝ่ายการเมือง

หากกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่มีการแก้ไขให้ถูกต้อง  จะยื่นเรื่องต่อ กกต. พร้อมหลักฐาน การขอให้มีการดำเนินการตรวจสอบการจัดทำป้ายของข้าราชการประจำดังกล่าว และหาก กกต.เห็นว่า เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม จะต้องให้หน่วยงานต้นสังกัดสั่งสอบทางวินัย และย้ายออกจากตำแหน่งหน้าที่จนกว่าจะพ้นการเลือกตั้ง

การยื่นเรื่องครั้งนี้ จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพื่อสร้างบรรทัดฐานการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง



ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอธิบายเรื่องป้ายโฆษณาดังกล่าวผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์มีเนื้อหาสรุปว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นเรื่องปกติของการโฆษณาหน่วยงานรัฐ หรือโฆษณาหน่วยงานใดๆที่จำเป็นต้องมีแบรนด์แอมบาสเดอร์

พรรคไทยภักดี”เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 80 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541997

30 ม.ค. 2566

พรรคไทยภักดี"เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 80 คน

“พรรคไทยภักดี”เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 80 คน ลั่น ต้นไม้ใหญ่ ย่อมเกิดจากเมล็ดพันธุ์ที่ดี ชู นโยบายปราบโกงควบคู่ปกป้องสถาบัน แต่ไม่ทิ้งปากท้อง ลั่น พร้อมนั่งนายกฯ ไม่เป็นนั่งร้านให้ทั้ง 2ป.

วันนี้ (30 ม.ค.66) พรรคไทยภักดี เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ทั่วประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “เมล็ดพันธุ์การเมืองใหม่พรรคไทยภักดี” ที่โรงแรมริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี นำโดยนายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรค ,นายถาวร เสนเนียม ประธานพรรค และพลตำรวจโท ชาญเทพ เสสะเวช เลขาธิการพรรค และกรรมการบริหารพรรค ร่วมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และเปิดนโยบายหาเสียงของพรรค

พรรคไทยภักดี"เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 80 คน

นายถาวร กล่าวถึงว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคว่าไม่มีบิ้กเนม ไม่มีบ้านใหญ่ แต่มีหัวใจที่ยิ่งใหญ่ที่รับใช้ประชาชน มีสิทธิ์ที่จะเดินเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร พร้อมหยิบยกประสบการณ์ของตัวเองในอดีต ก่อนที่จะเป็น ส.ส. 7 สมัย มาเล่าเป็นอุทาหรณ์ให้ว่าที่ผู้สมัครฟัง ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ว่าครอบครัวที่ยากจน ความไม่เท่าเทียมนำมาซึ่งความสูญเสีย และการขาดโอกาส รวมถึงปัญหาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และปัญหาความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม โดยเห็นว่าผู้แทนราษฎรเป็นบุคคลที่มีโอกาสในการนำปัญหาของประชาชนนำไปสู่การแก้ไข จากที่เป็นอัยการก็ได้รับออกมาลงสมัครรับเลือกตั้ง 

พรรคไทยภักดี"เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 80 คน

ด้าน นพ.วรงค์ กล่าวย้ำจุดยืนว่า พรรคไทยภักดีไม่ยุบพรรค ไม่ย้าย ไม่จ่าย ไม่ซื้อเสียง และยืนยันว่าพรรคไทยภักดีไม่ใช่พรรคนั่งร้านของใคร ไม่ได้เชียร์ ป.ไหน ม่เป็นนั่งร้านให้ทั้ง ป.ประวิทย์ และ ป.ประยุทธ์ ส่วนพรรคไทยภักดีหากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ตนก็พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี

พรรคไทยภักดี"เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 80 คน

โดยภายในงานได้มีการเปิดวีทีอาร์ ซึ่งมีเนื้อหาระบุว่า”ไทยภักดี พร้อมแล้ว เรามาพร้อม กับเมล็ดพันธุ์ทางการเมืองใหม่ ที่สำคัญ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีมีคุณภาพ มีอุดมการณ์! เมล็ดพันทางการเมืองใหม่ ทั้งหมดนี้ จะหยั่งรากลึก และเติบโตในนามพรรคไทยภักดี จะเป็นกำลังหลัก ที่สำคัญในการก้าวข้ามการเมืองเก่า ธุรกิจการเมือง นักการเมืองขายตัว นักการเมืองซื้อเสียงขี้โกง นักการเมืองที่ซุกใต้ปีกนายทุน นักการเมืองสีเทา ที่ทำให้ประเทศของเราไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้

พร้อมกันนี้ได้เปิดนโยบายหาเสียงของพรรค ที่ผ่านการรับฟังและคิดเป็นนโยบายตลอด 2 ปี อาทิ ลดค่าครองชีพ ค่าไฟครัวเรือนหน่วยละ 2.50 บาท ไม่มีค่าเอฟที ,ก๊าซหุงต้มกิโลกรัมละ 15 บาท ,ปุ๋ยยูเรียเพื่อเกษตรกรกระสอบละ 750 บาท ปลดหนี้เกษตรกรด้วยการปลูกหญ้าเนเปีย, ทวงคืนกิจการดาวเทียมให้กลับมาเป็นของรัฐ, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไม่เกิน 100 บาทต่อเดือน, โรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชนใช้อินเตอร์เน็ตฟรีทั่วประเทศ , ลอตเตอรี่ราคา 80 บาททุกช่องทาง กำจัดกลุ่มผลประโยชน์ , โครงการเคหะชุมชนรถแท็กซี่, เป็นต้น 

พรรคไทยภักดี"เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กว่า 80 คน

ด้าน นพ.วรงค์ ยังกล่าวว่า การปราบโกงเป็นเรื่องที่สำคัญ และเป็นนโยบายหลักควบคู่กับการปกป้องสถาบัน พรรคไทยภักดี เป็นพรรคการเมืองพรรคเดียวที่ประกาศตัว รบแตกหัก คนโกงชาติ กำจัดนักการเมือง หรือข้าราชการหรือกลุ่มทุนสีเทา สีดำ โดยจะแก้กฎหมายให้ผู้ถูกเรียกสินบน เป็นผู้เสียหาย เพื่อให้กล้าเข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษ และที่สำคัญคดีทุจริตต้องไม่มีอายุความ ทุกนโยบาย ที่พรรคไทยภักดี ได้คิดและนำมาเป็นนโยบาย เกิดจากข้อเท็จจริงของปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งเรามั่นใจ เราทำได้จริง ถ้าเรามีโอกาส ได้บริหารประเทศ