เปิดตัว “อุตตม-สนธิรัตน์-บิ๊กน้อย” กลับรังพลังประชารัฐ ไร้ความขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541984

30 ม.ค. 2566

เปิดตัว "อุตตม-สนธิรัตน์-บิ๊กน้อย" กลับรังพลังประชารัฐ ไร้ความขัดแย้ง

“พล.อ.ประวิตร”เปิดตัว”อุตตม-สนธิรัตน์-บิ๊กน้อย”กลับรังพรรคพลังประชารัฐ พูดเป็นเสียงด้วยกัน “ก้าวข้ามความขัดแย้ง” 2กุมาร พร้อมสานต่อโครงการประชารัฐ

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้อนรับการกลับมาของ นายอุตตม สาวนายน , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กลับเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีกครั้ง เพื่อเสริมการทำงานด้านเศรษฐกิจ

ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ผู้ที่มีส่วนร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ จะย้ายกลับมาร่วมงานหรือไม่  พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องไปอีกฝ่าย ไม่ได้มีการพูดคุยกัน


ผู้สื่อข่าวถามว่า การกลับมาของทั้ง 3 คน จะช่วยให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ต้องให้ประชาชนเลือก ตนถึงจะได้เป็น สื่อมาถามแบบนี้ไม่ได้ มันผิดนะ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียวหรือไม่  พล.อ.ประวิตร ตอบพร้อมกับหัวเราะ “ผมไม่รู้ พอบอกว่าไม่รู้ ก็บอกว่าไม่รู้อีก “


สำหรับนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ที่เคยประกาศจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร ถามกลับทันที ใครบอก ถ้านายมิ่งขวัญ บอกเอง ก็ต้องไปถามเจ้าตัว และขณะนี้นายมิ่งขวัญยังอยู่กับพรรค ช่วยเรื่องเศรษฐกิจ และไม่กังวลเรื่องการทำงานเศรษฐกิจที่ทับซ้อน เพราะพรรคมีงานทำเยอะ 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ด้านนายอุตตม กล่าวว่า ตนทำงานด้านการเมือง ยึดความปรองดองเป็นหลัก ขอบคุณ พล.อ.ประวิตร ที่เชิญมาทำงานร่วมกันในเวลาที่ประเทศชาติต้องการเดินหน้า ต้องการคนทำงาน ต้องการรวมพลัง 

ตนเคยเป็นสมาชิกพรรคและมีส่วนร่วมริเริ่มสร้างพรรค เคยร่วมคิดและผลักดันนโยบาย เช่น ประชารัฐสวัสดิการ บัตรประชารัฐ ซึ่งพล.อ.ประวิตร ประกาศชัดเจน จะขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ต่อ เราก็ยินดี ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ยืนยันไม่ได้คุยเรื่องตำแหน่ง หรือเก้าอี้รัฐมนตรีและเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีคนตามมาอีก ยังไม่ทราบว่าจะอยู่ ส.ส.ปาร์ตี้ลิส ลำดับที่เท่าไร วันนี้ก้าวข้ามความขัดแย้งแล้ว ยอมรับว่า ความเห็นต่าง ความเข้าใจไม่ตรงกัน เป็นเรื่องธรรมดา 


ส่วนการที่ออกจากพรรคสร้างอนาคตไทย เชื่อว่าจะมีคนตามมาอีก ในส่วนของพรรคยังเดินหน้าต่อไปได้ และยังคงอยู่ จะมีผู้บริหารและทีมงานใหม่ พร้อมยอมรับว่า ได้ปรึกษากับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ท่านก็ยินดี บอกว่า ตราบใดมาช่วยกันทำให้ประเทศเดินไปได้ ปรองดอง ลดความขัดแย้งไปได้ ซึ่งความสัมพันธ์กับนายสมคิดยังเหมือนเดิม และตอบแทนไม่ได้ว่าจะเดินหน้าทำการเมืองต่อหรือไม่ 


ส่วนที่ก่อนหน้านี้เคยคุยเปิดดีลกับพรรคไทยสร้างไทยและพรรคชาติพัฒนากล้านั้น นายอุตตมขอสงวนความเห็น เพราะเป็นมารยาททางการเมือง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะทำงานร่วมกันกับร.อ.ธรรมนัสได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบแทนว่า วันนี้ยังไม่เข้ามา ต้องไปถามเค้าว่า จะมาไหม ไปถามนายอุตตม เสียหายนะ ไม่สมมติ ก็ถามไม่ได้ 

นายอุตตม สาวนายนนายอุตตม สาวนายน

ด้าน นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า วันนี้กลับมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ คุ้นเคย ไม่ได้แปลกอะไร วันนี้สถาบันการเมืองอ่อนแอ ต้องสร้างความเข้มแข็ง อย่ามองการเมืองในเชิงแตกแยก การแข่งขันเอาเป็นเอาตาย วันนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าพลังประชารัฐเป็นการเมืองที่สมานฉันท์ ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก เปรียบ พล.อ.ประวิตร เหมือน “เล่าปี่ของประเทศไทย” ที่พยายามรวบรวมผู้คนเข้ามากอบกู้แก้ปัญหาบ้านเมือง หลังจากมีความแตกแยกเกิดขึ้น เพื่อเป็นความหวังให้ประชาชน 

ด้าน พล.อ.วิชญ์ ระบุว่า ตนอยู่กับ พล.อ.ประวิตรมา 40 ปี เห็นว่าเป็นผู้นำที่เด่นชัดมากที่สุด เป็นความโชคดีของพรรคพลังประชารัฐ จะทำให้พวกเราไปสู่จุดมุ่งหมายได้สบาย ตนเต็มใจที่จะทำให้พลังประชารัฐเดินไปให้ได้และเป็นรัฐบาลให้ได้ด้วย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์

พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยาพล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

4พรรคฟาดเดือด ดวล’เลือกตั้ง’เมืองชาละวัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541967

30 ม.ค. 2566

4พรรคฟาดเดือด ดวล'เลือกตั้ง'เมืองชาละวัน

ดวลเดือด สนามเลือกตั้ง’พิจิตร’ 4 พรรคชิง3เก้าอี้ส.ส. ล้วนตัวแทนบ้านใหญ่เมืองชาละวัน ที่เคยร่วมค่ายการเมืองกันมา

แม้เป็นเพียงจังหวัดทางผ่านขึ้นสู่ภาคเหนือ แต่ในทางการเมืองแล้ว พิจิตร ดินแดนชาละวัน ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ที่หลายพรรคต่างให้ความสนใจหวังครอบครอง เพื่อเพิ่มแต้มต่อในสภาหินอ่อน

ปี 2562 พลังประชารัฐ กวาด ส.ส.พิจิตร ไปทั้ง 3 เขต จากพรรคการเมืองน้องใหม่เวลานั้น ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแม่เหล็กดึงดูด ภายใต้คอนเซ็ปต์ เลือกความสงบจบที่ลุงตู่กวาด ส.ส.เข้ามาได้เป็นกอบเป็นกำ

หากย้อนกลับไปช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา พิจิตร ถูกครองจาก 3 ตระกูลใหญ่ ที่คนในพื้นที่ต่างคุ้นหู คือ ภัทรประสิทธิ์  ขจรประศาสน์ และ แก้วทอง  โดยมี 2 บ้าน ภัทรประสิทธิ์ และ ขจรประศาสน์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เคยสังกัดพรรคเก่าแก่ เช่น ประชาธิปัตย์ ก่อนจะแตกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศคนละทาง

พื้นที่ พิจิตร ในการเลือกตั้ง 66 จึงกลายเป็นสนามที่ต้องจับตามองอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแข่งของคนเคยร่วมค่ายกันมา

เมื่อส่องดูรายพื้นที่เริ่มด้วยเขต 1 เจ้าของเก้าอี้ คือ พรชัย อินทร์สุข พรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งก่อนหน้าถูกพลังประชารัฐมีมติขับออกไปพร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา จะลงรักษาพื้นที่ตามเดิม หลังชัดเจนว่า ผู้กองธรรมนัส เตรียมกลับเข้าอ้อมอก ลุงป้อม อีกครั้ง สะท้อนชัดจากผู้กองคนดัง ยกโขยงไปต้อนรับ พล.อ.ประวิตร ระหว่างลงพื้นที่ลำปาง และ พะเยา ช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

แต่เส้นทางพปชร. ใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะมีเสี้ยนหนาม อย่าง ภูมิใจไทย โดยช่วงกลางปี 65 เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล พร้อม เสี่ยโอ๋ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยกขบวนไปเปิดตัวผู้สมัครเมืองชาละวัน ซึ่งมี เสี่ยอ๊อด ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยคลัง และส.ส.พิจิตร 4 สมัย มาร่วมทัพ โดยส่งหลานชาย ภัทรพงษ์ ภัทรประสิทธิ์ อดีตกำนันตำบลหัวดง อีกทั้ง ยังมีสายสัมพันธ์กับครูใหญ่ค่าย ภท. ในฐานะหลานเขย ลุงเนวิน ชิดชอบ มาสวมเสื้อค่ายสีน้ำเงิน

ส่วนเพื่อไทย ส่งน้องชาย สุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีตเลขาธิการเพื่อไทย คือ ปุณยวัจน์ เหลืองวิจิตร อดีต รองนายก อบจ. เข้าต่อกร ขณะที่รวมไทยสร้างชาติ ไม่ชัดว่าจะเคาะใครลงชิงชัยเขตนี้ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ที่คาดกันว่าเป็น นราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค ลูกชาย ไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงจับกัง สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในฐานะเจ้าของพื้นที่เดิม ลงสู้ศึกด้วยตัวเอง แต่ท้ายสุดมอบหมาย พล.ท.ฉลวย แย้มโพธิ์ใช้ อดีตนายทหารจากค่ายจีรประวัติ รับภาระกิจเข้ารบ

ถัดมาเขต 2 เจ้าของแชมป์ คือ โกทรัพทย์ ภูดิท อินทร์สุวรรณ์ จากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งจะส่งรักษาพื้นที่เดิมเอาไว้ให้ได้ โดยมีผู้ท้าชิง คือ วินัย ภัทรประสิทธิ์ น้องชาย เสี่ยอ๊อด แห่งค่ายภูมิใจไทย ในฐานะบ้านใหญ่เมืองพิจิตร โดยเมื่อช่วงปี 62 วินัย เคยร่วมงานกับพรรคแตกแบงก์พัน อย่าง ไทยรักษาชาติ แต่ก็ไปไม่ถึงฝั่ง เพราะถูกยุบ เลยทำให้อดชิมลงผู้แทน งานนี้จึงมาแก้มือทวงพื้นที่ ส่วน รทสช. ยังไร้วี่แววว่าจะเป็นใคร ซึ่งต้องรอติดตามช่วงโค้งท้าย

ขณะที่ ประชาธิปัตย์ ส่ง วรวุฒิ แก้วทอง อดีต สจ. น้องชาย ไพฑูรย์ เข้าประกวด กับภารกิจหนักด้วยการพาตระกูลเข้าวินเลือกตั้ง 66 ส่วนเพื่อไทยส่ง ณริยา บุญเสรฐภรรยาสุดเลิฟ นาวิน บุญเสรฐ อดีต ส.ส. พิจิตร ซึ่งเป็นลูกชายของ พ.ต.ท.อดุลย์ บุญเสรฐ อดีต ส.ส.หลายสมัย มาคว้าชัย โดยตระกูล บุญเสรฐ ถือเป็นอีกหนึ่งคู่ปรับการเมืองตลอดกาล ระหว่าง พ.ต.ท.อุดลย์ กับ เสธ.หนั่นพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ครั้งทั้งคู่ยังมีชีวิตอยู่ จึงเป็นอีกพื้นที่น่าจับตากับความดุเดือดในการแข่งขัน 

ปิดท้ายเขต 3 เจ้าของเก้าอี้ คือ สุรชาติ ศรีบุศกร จากพลังประชารัฐ ซึ่งล่าสุดโบกมือลาต้นสังกัดเก่า เข้ารวมไทยสร้างชาติ เนื่องจากเป็นเด็กในซุ้ม เสธ.หิ หิมาลัย ผิวพรรณ เพื่อไปสนับสนุน ลุงตู่ ในการเลือกตั้ง 66  โดย รทสช. จะส่งลงป้องกันแชมป์อีกสมัย ขณะที่ภูมิใจไทย ส่งลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เสธ.หนั่น คือ ลูกยอด  ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ซึ่งมีดีกรีเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยแกษตรฯ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ลงดวล

ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่ง สจ.น้ำ วิชัย ด่านรุ่งโรจน์ อดีตเลขานุการ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งการเลือกตั้งปี 62 สจ.น้ำ ลงในนามภูมิใจไทย ซึ่งครั้งนี้ขอประมือแก้ตัว ภายใต้สังกัดใหม่นาม พท. ขณะเดียวกัน ประชาธิปัตย์ เตรียมส่ง ผศ.ดร.มานพ เกศเมฆ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบางมูลนากภูมิวิทยาคม หนึ่งในทีมงานบ้าน แก้วทอง ยึดพื้นที่นี้ สำหรับ พปชร. ยังไม่แววจะเอาใครมาแทน   

เมื่อมองรูปเกมทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง แสกนทุกตารางนิ้ว เรียกได้ว่าดุเด็ดเผ็ดมัน เพราะแต่ละพรรคต่างก็ไม่มียอมกัน ขนทุกสรรพกำลัง งัดทุกกลยุทธ์ หวังพิชิตศึกเลือกตั้ง 66 และยิ่งโดยเฉพาะ พิจิตร ซึ่งคงจะได้เห็นจระเข้ฟาดหาง เมื่อปี่กลองการเมืองโหมจังหวะบรรเลง

ประชาธิปัตย์ขอนายกฯอย่า’ยุบสภา’หนีอภิปราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541964

30 ม.ค. 2566

ประชาธิปัตย์ขอนายกฯอย่า'ยุบสภา'หนีอภิปราย

เชื่อว่าตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านได้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขอนายกฯอย่ายุบสภาก่อนญัตติ’อภิปราย’ทั่วไปของฝ่ายค้าน

แม้การยุบสภาจะเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีแต่จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เห็นว่า หากจะมีการยุบสภาควรให้ผ่านพ้นการเปิดอภิปรายทั่วไปรัฐบาลของฝ่ายค้าน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ไปก่อน มิฉะนั้น อาจจะเกิดข้อครหาได้โดยไม่จำเป็น 

เพราะโดยส่วนตัวมั่นใจว่า รัฐบาล สามารถต่อสู้กับเวทีอภิปรายของฝ่ายค้านที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ไม่มีสิ่งใดน่ากังวล โดยเฉพาะในรัฐสภา เพราะรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล ยืนอยู่บนพื้นฐานของความจริง เพื่อบ้านเมือง จึงมั่นใจว่า จะสามารถตอบชี้แจงได้ทุกคำถาม และทุกสถานการณ์ พร้อมยืนยันว่า รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมชี้แจงทั้งหมด

ส่วนสนามการเลือกตั้งครั้งนี้ จะแตกต่างจากสนามการเลือกตั้งในปี 2562 หรือไม่อย่างไรนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า สนามทางการเมืองเปลี่ยนไป ที่ในการเลือกตั้ง 2562 ประชาชนถูกบังคับให้เลือกข้างไปโดยปริยาย แต่ขณะนี้ การเมืองไทย กลับเข้าสู่ระบอบรัฐสภาที่ควรจะเป็นแล้ว หลังการเลือกตั้งพรรคใดสามารถรวบรวมเสียงข้างมากในสภาได้ ก็จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะมีความแตกต่าง ระหว่างพรรคการเมืองเก่า ที่เป็นสถาบันทางการเมือง และพรรคการเมืองใหม่ ที่ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจ

ซึ่งจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ คือ ความเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืน พร้อมรับผิดชอบต่ออนาคต แต่บางพรรคก็กำลังพัฒนาสู่ความเป็นสถาบันทางการเมือง และยังมีบางพรรค ที่ตั้งขึ้นมา เพื่อสนับสนุนตัวบุคคล เหมือนในอดีต แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถไปต่อได้ หากประชาชนเลือกพรรคเฉพาะกิจ ก็จะได้อนาคตแบบเฉพาะกิจเช่นเดียวกัน

พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งหมด 14 จังหวัดแล้ว ทั้งผู้สมัครแบบเขต แบบบัญชีรายชื่อ รวมไปถึงนโยบาย และจะมีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ทั้งหมด ในวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์นี้ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช

‘ผู้สมัครส.ส.’ทั้งสองระบบต้องผ่านการสรรหาจากสาขาพรรคการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541961

30 ม.ค. 2566

'ผู้สมัครส.ส.'ทั้งสองระบบต้องผ่านการสรรหาจากสาขาพรรคการเมือง

กฎหมายพรรคการเมือง กำหนดให้การส่งผู้สมัครส.ส.ทั้งสองระบบ ต้องผ่านการสรรหาแต่สุดท้าย ให้’กรรมการบริหารพรรค’ชี้ขาด

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง(ฉบับที่2)พ.ศ.2566 มีสาระสำคัญ ว่าด้วยการส่งผู้สมัครส.ส.ทั้งสองระบบดังนี้

  • พรรคการเมืองซึ่งประสงค์จะส่งผู้สมัครฯส.ส.เขตจังหวัดใด ต้องมีสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองในจังหวัดนั้น
  • ต้องมีการสรรหาผู้สมัครส.ส.เขต กำหนดระยะเวลาในการเปิดรับสมัครฯ
  • สาขาหรือตัวแทนพรรคแต่ละจังหวัดเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในเบื้องต้น
  • สาขาหรือตัวแทนพรรคส่งรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหาทั้งหมดพร้อมเหตุผลให้กรรมการบริหารพรรคชี้ขาด
  • การส่งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อต้องมีคณะกรรมการสรรหากำหนดวันเวลาการรับสมัคร แจ้งกรรมการบริหารพรรค สาขาหรือตัวแทนประจำจังหวัดทราบ
  • กรรมการบริหาร หัวหน้าสาขา หรือตัวแทนประจำจังหวัดเป็นผู้เสนอรายชื่อให้คณะกรรมการสรรหา
  • กรรมการสรรหาจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครฯไม่เกิน100 คน โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศ
  • หัวหน้าสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองจัดรับฟังความเห็นจากสมาชิกพร้อมเหตุผลส่งคืนกรรมการสรรหา
  • กรรมการสรรหาส่งบัญชีรายชื่อให้กรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบ
  • ไม่ต้องดำเนินการสรรหาผู้สมัครส.ส.ทั้งสองระบบนี้ใหม่ หากได้ดำเนินการสรรหาไว้ก่อนกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ
  • สาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมให้เป็นสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองตามกฎหมายฉบับนี้ หากมีทั้งสองอย่างให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งและต้องแจ้งกกต.
  • ห้ามไม่ให้สาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองปล่อยคนนอกที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแสดงความเห็นในที่ประชุมสรรหาผู้สมัครฯ

อ่านรายละเอียดกฎหมายพรรคการเมืองได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

ไม่ได้สมคบคิดกับใคร ขอ45วัน’แบ่งเขตเลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541954

30 ม.ค. 2566

ไม่ได้สมคบคิดกับใคร ขอ45วัน'แบ่งเขตเลือกตั้ง'

เลขาฯ ‘กกต.’ ยืนยันขอเวลา 45 วัน แบ่งเขตเลือกตั้ง อยู่ในกรอบกฎหาย ไม่ได้เอื้อประโยชน์ ให้พรรคการเมืองใดเตรียมการเลือกตั้ง

กกต.ยืนยันว่าเวลา 45 วันที่ขอไว้ใช้แบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปตามกรอบกฎหมาย แต่ปรับเปลี่ยนได้หากมีการยุบสภา  เตรียมหารือ กรรมการการเลือกตั้งบ่ายวันนี้ เพื่อดำเนินการให้เร็วที่สุด

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันว่า เข้าพบวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐนตรี เพื่ออธิบายขั้นการการเตรียมเลือกตั้งของ กกต. ไม่ได้มีการหารือเรื่องยุบสภา เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่กกต. มีความจำเป็นที่จะต้องได้ 45 วัน เพื่อเตรียมความพร้อม แต่หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของส่วนงานอื่น ที่เขาจะต้องไปพิจารณา กกต. อยากเตรียมการเลือกตั้งทุกอย่างให้มีความพร้อม ไม่ต้องการสร้างมีเงื่อนไข

เรื่องที่หลายพรรคการเมืองเกรงว่าจะมีการแบ่งเขตเลือกตั้งแปลกประหลาดซ้ำรอยการเลือกตั้งปี 2562 นั้น เชื่อว่าเป็นเพียงความเห็นบางพรรค หรือบางคน ที่ไม่ถูกใจการแบ่งเขต  เพราะทำให้เขาไม่ได้ประโยชน์ แต่ยืนยันว่ากกต.แบ่งเขตตามกฏหมายเวลา 45 วัน ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใด ถามว่า ถ้าไม่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว จะมีการเลือกตั้งได้หรือไม่  แล้วแต่ใครจะจินตนาการอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยึดตามไทม์ไลน์ขณะนี้ จะยังมีการเลือกตั้งไม่เกินวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 หรือไม่ เลขาฯกกต.บอกว่า วันดังกล่าวเป็นกรณีหากรัฐบาลอยู่ครบวาระ  กกต. มีแผนการทำงานอยู่แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนจะเลือกตั้งวันไหนก็ต้องรอนายกรัฐมนตรีและตอนนี้ยังไม่ครบวาระ กกต. ยังไม่มีไทม์ไลน์ ตอนนี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง

เลขาฯกกต.บอกว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงใด   ก็เป็นเรื่องของคนทุกคนในชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวันหยุดกี่วัน หากทุกคนได้รู้และเตรียมตัวว่าจะมีการเลือกตั้งในวันไหนก็ขอให้มาใช้สิทธิกันให้มากๆ และไม่ว่าจะหยุดกี่วันกกต. ก็ต้องทำงานเหมือนเดิมตามที่มีปฏิทินงานที่วางไว้อยู่แล้ว

สาระสำคัญกฎหมายเลือกตั้งแบบ’บัตรเลือกตั้ง2ใบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541944

30 ม.ค. 2566

สาระสำคัญกฎหมายเลือกตั้งแบบ'บัตรเลือกตั้ง2ใบ'

กกต.อำนาจล้นฟ้าสั่งยกเลิกการเลือกตั้งได้แค่ส่อว่าไม่สุจริต เปิดสาระสำคัญกฎหมาย’เลือกตั้ง’ส.ส. ที่มาสภา500

ในจำนวน 32 มาตราของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่2) พ.ศ.2566 หรือกฎหมายเลือกตั้งส.ส. มีสาระสำคัญประกอบด้วย

  • ส.ส.500 คน เป็นส.ส.เขต400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน
  • พรรคการเมืองที่จะส่งส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ต้องส่งส.ส. เขตก่อน
  • เป็นการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง2ใบ
  • เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้มีสมัครรายใดได้คะแนนมากกว่า คะแนนงดออกเสียง ให้กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่โดยผู้สมัครฯรายเดิมไม่มีสิทธิสมัครอีก
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อมาจากผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อของทุกพรรคหารด้วย100 ผลลัพธุ์=คะแนนเฉลี่ยของส.ส.บัญชีรายชื่อ1คน
  • หากยังมีส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้ส.ส.เพิ่มอีก 1 คนตามลำดับ
  • พรรคการเมืองใด มีลำดับคะแนนเท่ากัน ทำให้จำนวนส.ส.  เกิน100คน ให้กกต.กำหนดให้พรรคการเมืองที่มีคะแนนเท่ากันมาจับสลาก
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองเรียงลำดับตามโควต้าที่ได้รับจากการคำนวณ
  • หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตทั้งก่อนเลือกตั้งหรือในวันเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจยกเลิกการเลือกตั้ง สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ได้

อ่านรายละเอียดกฎหมายเลือกตั้งส.ส.ได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566

แค่’แบ่งเขตเลือกตั้ง’ไม่ต้องใช้เวลาถึง45 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541938

30 ม.ค. 2566

แค่'แบ่งเขตเลือกตั้ง'ไม่ต้องใช้เวลาถึง45 วัน

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง แจงไทม์ไลน์ ทำไมใช้เวลาแบ่งเขตเลือกตั้งได้ ภายใน 25 วัน ไม่ต้องลากยาว 45 วัน ตามที่เลขาฯ ‘กกต.’ ระบุ

การแบ่งเขตเลือกตั้งตามกฎหมายเลือกตั้งส.ส.ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ภายในเวลา 25 วัน โดยไม่ต้องใช้เวลาถึง 45 วัน ตามที่เลขาฯกกต.ออกมาพูดไว้ก่อนกฎหมายบังคับใช้  

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งข้อสังเกตไว้ในโพสล่าสุดวันนี้ว่า การที่เลขาฯกกต.ระบุว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งต้องใช้เวลา 45 วัน หลัง พ.ร.ป. 2 ฉบับมีผลบังคับใช้  คล้าย ๆ จะบอกว่า รัฐบาลไม่ควรยุบสภาก่อน 15 มีนาคม 2566โดยจำแนก 45 วัน คือ เวลาสำหรับ กกต.จังหวัดเตรียมการแบ่งเขต 5-7 วัน สำหรับฟังความเห็น 10 วัน สำหรับ กกต.ตัดสินใจเรื่องแบ่งเขต 7 วัน  รวม 25 วัน ส่วนที่สอง สำหรับพรรคการเมือง ทำไพรมารีโหวต 20 วัน รวมแล้ว 45 วัน พอดีนั้น

มีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ การแบ่งเขตที่ทำโดยจังหวัดได้เตรียมการมาเป็นปี ทำเสร็จนานแล้ว สามารถประกาศรับฟังความคิดเห็นได้ทันที  ตัดขั้นตอนช่วงที่หนึ่งได้ 7 วัน และขั้นสุดท้าย ตัดได้อีก 3 วัน  จึงเหลือเพียง 15 วันน่าจะเพียงพอ

กระบวนการทำ primary vote สำหรับจังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งเท่าเดิม พรรคการเมืองสามารถทำได้ทันที เพราะ พรป. พรรคการเมืองฉบับใหม่ มีผลใช้บังคับแล้ว  เหลือเพียงแค่จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งเพิ่ม ต้องรอ กกต.แบ่งเขตก่อน จึงไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 20 วัน ลดเหลือ 10 วันก็เพียงพอ

รวม 2 กิจกรรม ไม่ต้องใช้เวลาถึง 45 วัน แต่ใช้แค่ 25 วัน ก็เพียงพอ หากขยัน และไม่เกรงใจบางพรรคที่ยังตั้งตัวแทนจังหวัดไม่เสร็จ

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ชี้ว่า พ.ร.ป 2 ฉบับ ประกาศใช้แล้ว มีผลวันที่ 29 มกราคม 2566 หากบวกไป 45 วัน คือ 15 มีนาคม 2566

หากยุบสภา 15 มีนาคม 2566 เลือกตั้งช้าสุด คือ 14 พฤษภาคม 2566 แต่หากยุบสภาลากไปถึง 22 มีนาคม 2566 เลือกตั้งช้าสุดคือ 21 พฤษภาคม 2566 ซึ่งประยุทธ์ เคยบอกว่า จะไม่ให้มีปัญหาต่อผู้สมัคร ส.ส. จึงน่าจะเป็นไปได้ว่า การยุบสภาจะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 15-22 มีนาคม 2566 

 โดยจะขยับวันเลือกตั้งออกไปเป็น 14 หรือ 21 พฤษภาคม 2566  ใครอยากย้ายพรรค หากเชื่อในสัจจะ ความตั้งใจของประยุทธ์ ก็ไม่ต้องย้ายช่วงนี้ รอยุบสภาก่อนได้  แต่หากคิดว่าสัจจะไม่มีจริง  ให้รีบย้ายก่อน 7 กุมภาพันธ์ 2566  เพราะหากสภาอบู่ครบวาระ ผู้สมัครส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง 90 วันก่อนการเลือกตั้ง

อ้อนหนัก”เพื่อไทย”ขอเสียงคนเมืองกาญจน์แลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541922

29 ม.ค. 2566

อ้อนหนัก"เพื่อไทย"ขอเสียงคนเมืองกาญจน์แลนด์สไลด์

“หมอชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง”ขอเสียงคนเมืองกาญจน์กาเพื่อไทย 2 ใบ ประกาศแลนด์สไลด์ได้ นโยบายที่พูดไว้ทำได้แน่ พร้อมจับตาหลัง”ยุบสภา”ปล่อยนโนบายเด็ดอีก 7 ข้อ

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อม ส.ส. และสมาชิกพรรค ลงพื้นจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชน 


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า หากพี่น้องประชาชนชาวกาญจนบุรีพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตของบ้านเมือง และเพื่อความสุขของทุกคน ขอให้เลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ครบทั้ง 5 เขต ต้องเปลี่ยนผู้แทนราษฎรและเปลี่ยนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกไป ด้วยการกาเพื่อไทยทั้ง 2 บัตร  มั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพี่น้องชาวเมืองกาญจน์และจะสามารถทำงานร่วมกันกับนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือหมอหนุ่ย ชนะเลือกตั้ง นายก อบจ.กาญจนบุรี  ในระดับท้องถิ่น และผลักดันการเมืองระดับชาติได้ดียิ่งขึ้น แลนด์สไลด์ไม่ไกลเกินเอื้อม หลัง“ยุบสภา”พรรคเพื่อไทยมีทีเด็ดเตรียมประกาศ 7 นโยบายทันที

นายแพทย์ชลน่าน เล่าว่า ตนลงพื้นที่พบคุณลุงคนหนึ่ง เปิดเสื้อให้ดูแผลผ่าหัวใจ ที่ผ่านการผ่าหัวใจ 3 เส้น คาผ่าเส้นละ 10 บาท จากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เมืองกาญจน์เปลี่ยนได้ด้วยนโยบายของพรรคเพื่อไทย จะขับเคลื่อนได้ด้วยนายกรัฐมนตรีที่เข้าใจประชาชน ใครเป็นแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ไม่ต้องประกาศ เพราะประชาชนประกาศแทนแล้ว


“ขอพี่น้องประชาชน พี่น้องคนเสื้อแดง อย่าหวั่นไหว อย่าตกใจ พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ได้ต้องชนะมาร เป็นเพียงมารผจญเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการแลนด์สไลด์เพื่อนำพาความสุขของพี่น้องประชาชนกลับคืนมา”นายแพทย์ชลน่านกล่าว

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ด้านนางสาวแพทองธาร กล่าวว่า จากที่รับฟังปัญหาประกอบการการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าโอทอปต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้เมืองกาญจนบุรีจะเป็นเมืองท่องเที่ยว และประเทศเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว แต่ธุรกิจต่างๆ ยังคงซบเซา ส่งผลให้ยังคงใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ซึ่งหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะสร้างให้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของการท่องเที่ยวเที่ยวในสายตานานาชาติ 

ส่วนปัญหาที่ดินทำกินซึ่งเป็นปัญหาหลักของพี่น้องชาวเมืองกาญจนบุรีจำนวนมาก เนื่องจากพบว่าที่ดินยังถูกผูกอยู่กับกฎหมายที่เป็นบทเฉพาะการตั้งแต่สมัยสงครามโลก ซึ่งสิทธิที่ทำกินไม่ชัดเจน พรรคเพื่อไทยจะนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นนโยบาย ไม่ต้องโยกย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างถิ่น สร้างเศรษฐกิจระดับจังหวัดให้เข้มแข็ง นโยบายค่าแรง 600 บาท/วัน และค่าแรงปริญญาตรีขั้นต่ำ 25,000 บาท เป็นไปได้จริงอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ ถ้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน กาญจบุรีแลนด์สไลด์ทั้งจังหวัด

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยปราศรัยจังหวัดกาญจนบุรีพรรคเพื่อไทยปราศรัยจังหวัดกาญจนบุรี

“ประชาธิปัตย์”เปิดตัวผู้สมัครภูเก็ต พร้อมแฉสาเหตุแพ้เลือกตั้งปี 62

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541918

29 ม.ค. 2566

"ประชาธิปัตย์"เปิดตัวผู้สมัครภูเก็ต พร้อมแฉสาเหตุแพ้เลือกตั้งปี 62

“ประชาธิปัตย์”เปิดตัว 3 ผู้สมัครภูเก็ต มั่นใจกวาดส.ส.ได้ครบ แฉสาเหตุแพ้”พรรคพลังประชารัฐ”เมื่อปี2562 จนได้เทวดาที่หายตัวได้ 2 ตน

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้บริหารและแกนนำพรรค เปิดตัวว่าที่ผูัสมัคร ส.ส.จังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย นายกวี ตันสุคตานนท์ อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลภูเก็ต , นายชัยยศ ปัญญาไวย ประธานสภาทนายความจังหวัดภูเก็ต และ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์  สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต ภายใต้สโลแกน “ประชาธิปัตย์ หยัดได้”

เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ตเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต

นายจุรินทร์ มั่นใจ เลือกตั้งปี2566 สามารถกวาดที่นั่งส.ส.ภูเก็ตได้ครบ 3 เขต เพราะไม่เคยทอดทิ้งชาวภูเก็ต แม้กระทั่งไม่มีนักท่องเที่ยวสักคนก็ตาม

โดยบางช่วงที่ปราศรัย ยังพูดถึง สาเหตุการที่เคยพ่ายแพ้ให้พรรคพลังประชารัฐ 2 ที่นั่ง(ขณะนั้นมี2เขต) เนื่องจากโดนสึนามิทางการเมืองลูกใหญ่ เป็นการเลือกตั้งครั้งนั้นในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ประชาชนถูก บังคับแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย ต้องเลือก “เอาทักษิณ-ไม่เอาทักษิณ” ทำให้ไม่ได้เลือกผู้แทน แต่ได้เลือก”ตู่” ทำให้ได้เทวดามา 2 ตน จนล่าสุดกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หายตัวได้ ซึ่งจังหวะนี้สร้างเสียงฮือฮาให้ชาวภูเก็ตเป็นอย่างมาก 

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า เลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นการแข่งขันระหว่างสถาบันการเมืองและพรรคการเมืองเฉพาะกิจ ซึ่งพรรคเฉพาะกิจตั้งขึ้นมาเพื่อหนุนคนเดียวเป็นเทพเจ้าแห่งความถูกต้อง สั่งการได้ทุกเรื่องหากประชาชนเลือกก็จะได้อนาคตเฉพาะกิจ 

ส่วนที่ขณะนี้หลายพรรคการเมืองกระหน่ำลงพื้นที่ภาคใต้นั่น นายจุรินทร์ ถึงกับบอกว่า “กลัว…กลัวไม่มา” เพราะยิ่งมามาก เสียงยิ่งแตก แต่ยังมั่นใจในฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์

"ประชาธิปัตย์"เปิดตัวผู้สมัครภูเก็ต พร้อมแฉสาเหตุแพ้เลือกตั้งปี 62
ชาวภูเก็ตฟังปราศัยจากพรรคประชาธิปัตย์ชาวภูเก็ตฟังปราศัยจากพรรคประชาธิปัตย์

“ไทยสร้างไทย”ข้องใจคำสั่งย้าย”หมอสุภัทร”หลายข้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541914

29 ม.ค. 2566

"ไทยสร้างไทย"ข้องใจคำสั่งย้าย"หมอสุภัทร"หลายข้อ

“ไทยสร้างไทย”ข้องใจคำสั่งย้าย”หมอสุภัทร” พบข้อสงสัยหลายอย่าง ทั้งไม่แจ้งเหตุผล เป็นตำแหน่งทำได้จนเกษียณ เปลี่ยนตัวคนเซ็นคำสั่งไม่กี่วัน

หลังจากนพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามคำสั่งย้ายข้าราชการ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา 

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ดร.สุวดี พันธุ์พานิช คณะทำงานสาธารณสุข และ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 1 พรรคไทยสร้างไทย ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนคำสั่งโยกย้าย โดยที่นพ.สุภัทรยังไม่ได้รับการชี้แจงเหตุผล และตำแหน่งปัจจุบันไม่ใช่ตำแหน่งบริหาร สามารถทำงานที่เดิมได้จนเกษียณอายุราชการ 

ตั้งข้อสงสัยถึงกระบวนการโยกย้ายข้าราชการ เพียงไม่กี่วันมีคำสั่งสลับตัวผู้มีอำนาจควบคุมในพื้นที่ ก่อนออกระเบียบให้อำนาจเพิ่มในการโยกย้ายและตั้งกรรมการพิจารณา ประกาศคำสั่งการแบบไร้การพูดคุยในพริบตา

ขณะที่การออกระเบียบตั้งกรรมการพิจารณาเรื่องอื่นกลับช้า ที่ผ่านมาลักษณะแบบนี้มีแต่การลงโทษร้ายแรง อย่าลืมว่าหากพบความผิดปกติ ไม่เป็นธรรม ผู้สั่งการก็จะมีความผิดตามกฎหมาย

ดร.สุวดี กล่าวต่อว่า ข้าราชการแพทย์มีสิทธิมีเสียงในการบริหารและร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อดูแลสุขภาพประชาชน ทุกความเห็นมีความหมาย เพราะต่างเคารพในความแตกต่าง ความเชี่ยวชาญ การวิจารณ์นโยบายมีส่วนสำคัญเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน รวมถึงการทำงานอาสาของกลุ่มแพทย์เพื่อเสริมรัฐในช่วงที่ทรัพยากรมีจำกัด ล้วนแต่เป็นการแบ่งปันเพื่อประโยชน์ของประชาชน คำสั่งโยกย้ายนี้ได้บั่นทอนกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ทั้งใหญ่เล็ก ลดทอนความภาคภูมิใจและแรงบันดาลใจในการทำงาน

ดร.สุวดี พันธุ์พานิชดร.สุวดี พันธุ์พานิช