“ณัฐวุฒิ”ขอร้อง”จตุพร”หยุดพาดพิง เห็นใจ”อุ๊งอิ๊ง”หัวใจคนเสื้อแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541827

27 ม.ค. 2566

"ณัฐวุฒิ"ขอร้อง"จตุพร"หยุดพาดพิง เห็นใจ"อุ๊งอิ๊ง"หัวใจคนเสื้อแดง

“ณัฐวุฒิ”ขอร้อง”จตุพร”หยุดพาดพิง”อดีตนายกฯ”ปล่อยเพื่อไทยเดินหน้าต่อ ขณะที่”อุ๊งอิ๊ง”ลั่นเป็นคนเสื้อแดง เปิดทางประชาธิปไตย เลือกพรรคใดย่อมได้

ฟาดกันไปมาสำหรับคนเคยกอดคอต่อสู้ทางการเมืองระหว่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชนฯ และ  ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

ล่าสุดวันนี้ 27 ม.ค. “อุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร” หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม กล่าวขณะกำลังลงพื้นที่จังหวัดเลย “รู้สึกสะเทือนใจเมื่อกล่าวถึงการต่อสู้ของคนเสื้อแดง เราผ่านมาอะไรกันมาเยอะ แน่นอนว่าคนเสื้อแดงถ้ายังสนับสนุนประชาธิปไตย เราสนับสนุนสิทธิ จะเลือกพรรคใด ย่อมได้ อิ๊งเป็นนำคนนำคนมาหาเสียง อิ๊งคือคนเสื้อแดงคนหนึ่ง มีความสูญเสีย มีหลายเหตุการณ์เกิดขึ้น มีญาติคนสนิทเสียชีวิต พูดกี่ทีก็สะเทือนใจ”
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง

ขณะที่ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ย้ำว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวทางที่ไม่ตอบโต้ หรือขยายพื้นที่วิวาทะนายจตุพรและคนอื่นๆ พร้อมยอมรับว่าส่วนตัวถูกตั้งคำถามจากเพื่อนมิตร ที่กอดคอต่อสู้กันมา แม้เหตุการณ์จะล่วงเลยมาถึงตอนนี้ แต่ไม่เคยล่วงเกินนายจตุพรในนามของส่วนบุคคล วอนนายจตุพร  ให้หยุดแสดงท่าที ขอให้พวกเราเดินหน้าเลือกตั้งต่อไป 

“พี่ก็ทราบว่าน้องอิ๊งมีหัวใจเป็นคนเสื้อแดง เธอเติบโตมากับการเห็นภาพการถูกกระทำของคนเสื้อแดง เธอหลั่งน้ำตาให้กับความสูญเสีย  กับความเจ็บปวดของคนเสื้อแดง  อยากให้พี่เห็นภาพวันแบบนั้น  ให้น้องอิ๊งได้ทำหน้าที่อย่างที่ควรจะทำ อย่างที่ประชาชนตั้งความหวัง  อย่างที่ประเทศไทยกำลังรอคอยโอกาส” 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า หากพี่น้องคนเสื้อแดงสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยพรรคอื่น คงเป็นไปด้วยเหตุผลอื่น ไม่ใช่เพราะนายจตุพรเปิดประเด็น เชื่อว่าคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ยังเชื่อในพรรค หลังยุบสภาอยากให้พี่น้องเสื้อแดงทบทวนวิธีคิดและจับมือร่วมกันเหมือนเดิม  เพราะเป้าหมายแลนด์สไลด์ไม่ใช่พา ดร.ทักษิณ กลับบ้าน แต่เป็นการนำพาประยุทธ์ พาประวิตร พารัฐบาลสืบทอดอำนาจกลับบ้าน  เพื่อให้พรรคเพื่อไทยต้องจัดตั้งรัฐบาลที่ต้องแลนสไลด์ให้ได้

ส่วนกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ เปิดรายชื่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็นพรรคแรก ก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง แต่ไม่ทำให้พรรค“เพื่อไทย”หวั่นไหว เนื่องจากเป็นไปตามข้อบังคับของแต่ละพรรค

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันทันทีที่ประกาศยุบสภา ก็พร้อมประกาศทันทีเช่นกัน ตอนนี้มีมากกว่า 3 รายชื่อ และจะประกาศตามกฎหมายกำหนดที่ 3 รายชื่อแน่นอน และผลสำรวจที่ผ่านมาจะเป็นตัวบอกอยู่แล้วว่าใครคือแคนดิเดตของพรรคเพื่อไทย 

ขณะที่การจูบปากเป็นมิตรกับพรรคพลังประชารัฐ อุ๊งอิ๊ง แพรทองธาร  ยืนยัน ยังไม่เคยคุยกัน ไม่มีดีล

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

“อุ๊งอิ๊ง”ลั่นเลือกเพื่อไทย อาจเห็น”ลิซ่า แบล็กพิงค์”คนต่อไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541815

27 ม.ค. 2566

"อุ๊งอิ๊ง"ลั่นเลือกเพื่อไทย อาจเห็น"ลิซ่า แบล็กพิงค์"คนต่อไป

“เพื่อไทย”ยกทัพลุยจังหวัด ชูหลักคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ขณะที่”อุ๊งอิ๊ง”ปราศรัย มุ่งสรร้างงานและอาชีพอาจเห็น”ลิซ่า แบล็กพิงค์”คนต่อไป แต่ค่าแรง 600 บาทมาแน่ ส่วน”สุทิน”ประกาศเพิ่มเงินผู้สูงอายุ

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2566 นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย , นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ยกขบวน ผู้บริหารพรรคลงพื้นที่จังหวัดเลยเพื่อปราศรัยและรับฟังปัญหา รวมทั้งหารือตัวแทนภาคเอกชนของจังหวัด ที่ต่างสะท้อนศักยภาพเมืองเลย โดยเฉพาะด้านซอฟต์เพาเวอร์ ทั้งวิถีชีวิต การแต่งกาย เสื้อผ้าและอาหาร เมืองท่องเที่ยวและเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เชื่อมต่อกับลาวทั้งบนและล่าง 


โดยนพ.ชลน่าน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมพัฒนาเป็นนโยบาย ทั้งในเรื่องการท่องเที่ยว และการเกษตร ตามมีหลักคิดสำคัญ คือ ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ซึ่งในส่วนนี้อาจมีการคิดต่อยอดไปสู่การเตรียมการรองรับพี่น้องผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส. น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ส่วนนางสาวแพทองธาร กล่าวขึ้นปราศรัยบนเวที เตรียมพัฒนาจังหวัดเลยดังนี้
เสริมศักยภาพ ด้วยนโยบาย หนึ่งครอบครัว หนึ่งซอฟต์เพาเวอร์ ที่จะส่งเสริมคนที่มีศักยภาพ ให้มีโอกาส จะช่วยให้เกิดการเพิ่มอาชีพ และมีรายได้เพิ่ม โดยมีรายได้เริ่มต้น 2แสนบาทต่อปี และตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องสร้างงาน สร้างอาชีพให้ได้มากถึง 20 ล้านตำแหน่ง เราอาจจะได้เห็น “ลิซ่า แบล็กพิงค์” ศิลปินชื่อดังระดับโลก คนต่อไปมาจากจังหวัดเลย 

เกษตรกร นำเอาเทคโนโลยีเข้ามาจับเพื่อช่วยส่งเสริมการเพาะปลูกของเกษตรกร ขายได้ง่ายขึ้น ขยายตลาดต่างประเทศ ทำให้สินค้าเกษตรราคาขึ้นยกแพง และแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งที่เป็นอุปสรรคในการเกษตรจะต้องถูกแก้ไขอย่างจริงจัง
ท่องเที่ยว สานต่อนโยบายพรรคไทยรักไทยเคยได้เริ่มไว้ อย่างโครงการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง สร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของเลยให้กลับมาเติบโต พี่น้องชาวเลยจะได้ไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปขายลอตเตอรี่ไกลบ้านอีก มีรายได้และอาชีพที่มั่นคง 
ยาเสพติด ไม่ใช้แค่ปราบปราม แต่ยังต้องบำบัดผู้ที่ได้รับผลกระทบจากยาเสพติดอีกด้วย เพราะพื้นฐานอนาคตของลูกหลานเป็นสิ่งสำคัญ 
ค่าแรง ในปี 2570 ค่าแรงขั้นต่ำจะต้องขึ้นเป็นวันละ 600 บาท

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเคยอาศัยอยู่ใน จ.เลย ช่วงหนึ่ง  ตอนนี้พัฒนาไปมาก น้ำไหล ไฟสว่าง หนทางดี  แต่พบว่าพี่น้องประชาชนเป็นหนี้สินมากกว่าเดิม จากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำแต่ราคาปุ๋ยเคมียังเท่าเดิม เทียบราคาตั้งแต่ยุครัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ราคารับซื้อยางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท ยุครัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท แต่ตอนนี้เหลืออยู่ที่ 30 บาท ส่วนยางก้นถ้วย ราคารับซื้อ ณ วันนี้เหลือกิโลกรัมละ 17 บาท  ส่วนราคารับซื้อข้าวในยุครัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ อยู่ที่ตันละ 15,000-20,000 บาท ตอนนี้เหลือตันละ 7,000 บาท  

ขณะที่การขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในอดีต พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ขายเสร็จเอาเงินมาไว้ที่บ้าน  แต่รัฐบาลชุดนี้ บีบผู้ขายรายย่อยให้ขายในราคา 80 บาท แต่ยี่ปั๊วหรือนายทุนรายใหญ่ได้กำไรเท่าเดิม  นอกจากนี้ยังมีปัญหาโรคระบาดในสัตว์ ทั้งลัมปีสกิน อหิวาห์สุกร ที่รุมเร้าพี่น้องเกษตรกรที่ไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที  

เราจะเพิ่มให้สวัสดิการให้พี่น้องประชาชน เบี้ยผู้สูงอายุเพิ่มให้จากเดิมที่ 600 บาท เป็นบำนาญผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน และเงินโอนคนสร้างตัวสำหรับประชาชนที่ยังทำงานและอายุไม่ถึง 60 ปี  หากรายได้ไม่ถึงค่าแรงขั้นต่ำ พรรคเพื่อไทยจะโอนให้ถึงค่าแรงขั้นต่ำ  

“นี่คือสูตรเพื่อไทย หนี้ลดลง ไม่ใช่สูตรประยุทธ์ ต้องแลนด์สไลด์เพื่อไทยเท่านั้น อยากอยู่กับประยุทธ์ แก้แบบเก่า อยากอยู่กับเพื่อไทย แก้แบบใหม่” นายสุทิน กล่าว
นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จังหวัดเลยพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่จังหวัดเลยส.ส.เลย พรรคเพื่อไทยส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย

ประกาศพรรคแรก “บิ๊กป้อม” แคนดิเดตนายกฯคนเดียวของ”พลังประชารัฐ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541784

27 ม.ค. 2566

ประกาศพรรคแรก "บิ๊กป้อม" แคนดิเดตนายกฯคนเดียวของ"พลังประชารัฐ"

สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โหวตเลือก “บิ๊กป้อม” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ขณะที่ “สกลธี-บุญสิงห์-อภิชัย”นั่งกรรมการบริหารพรรค

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้รับมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เสนอให้เป็น “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” เพียงคนเดียว ในที่ประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 1/256 ในวันนี้(27 ม.ค.) 

ถือเป็นพรรคแรก ที่เปิดเผยรายชื่อออกมาอย่างเป็นทางการ

ส่วนเพราะเหตุใดไม่รอให้มีการประกาศ พระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก่อนนั้น นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงว่า ต้องการทำทุกอย่างอย่างเปิดเผย จึงแก้ไขข้อบังคับดังกล่าวให้สามารถดำเนินการได้ก่อนและสามารถเสนอชื่อในที่ประชุมใหญ่ได้เลย

สมาชิกพรรคพลังประชารัฐเลือกพลเอกประวิตรเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเลือกพลเอกประวิตรเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

สำหรับการเสนอพลเอกประวิตรเพียงคนเดียวนั้น เหมาะสมที่สุด คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ศักดิ์ศรีของพรรคพลังประชารัฐ เชื่อว่า จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 อย่างแน่นอน 

นอกจากนี้มีการคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่าง เพิ่มเติม 

พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ เป็น นายทะเบียนสมาชิกพรรค 

นายสกลธี ภัททิยกุล , นายบุญสิงห์ วรินทรักษ์, นายอภิชัย เตชะอุบล เป็นกรรมการบริหารพรรคเพิ่มเติม 

ส่วนตำแหน่งกรรมการสรรหา จากสัดส่วนกรรมการบริหารพรรค คือ นายไพบูลย์ 

ประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ

ประชุมใหญ่”พปชร.”คึกคัก “สันติ”รับดีลแก๊ง4กุมาร เสริมทัพเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541776

27 ม.ค. 2566

ประชุมใหญ่"พปชร."คึกคัก "สันติ"รับดีลแก๊ง4กุมาร เสริมทัพเศรษฐกิจ

ประชุมใหญ่”พปชร.”คึกคัก เลือกแคดดิเดตนายกฯและกรรมการบริหารพรรค ขณะที่”สันติ”รับดีลแก๊ง4กุมาร เสริมทัพเศรษฐกิจ

ที่ผ่านมาชื่อของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ถูกพูดถึงและหยิบยกให้เป็น “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” แต่ยังไม่ได้เข้าพิจารณาจากสมาชิกพรรคอย่างเป็นทางการ 

วันนี้ 27 ม.ค. พรรคพลังประชารัฐ จัดการประชุมใหญ่สามัญ มีหลายวาระให้พิจารณา วาระที่น่าสนใจคือ วาระที่ 6 คัดเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไว้ล่วงหน้าก่อนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งทั่วไป 

ปรากฎว่า พลเอกประวิตร มอบหมายให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ทำหน้าที่แทน เนื่องจากยังอยู่ในช่วงเวลาราชการ 

สำหรับพลเอก วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ยังไม่ปรากฎตัวตามที่มีกระแสข่าวว่าจะกลับเข้ามาสมัครสมาชิกพรรคอีกครั้ง

นายวิรัช รัตนเศรษฐนายวิรัช รัตนเศรษฐ

ทั้งนี้จากกระแสข่าวแก๊ง 4 กุมาร เตรียมกลับรังเก่าอย่าง “พรรคพลังประชารัฐ” นั้น นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค ยอมรับ พลเอกประวิตร วางแนวทางไว้ พร้อมรับทุกคน ไม่รังเกียจใคร ซึ่งสอดคล้องกับที่ผ่านมาจะเห็นได้ พูดอยู่เสมอกับคำว่า “ก้าวข้ามความขัดแย้ง”

หาก นายสมคิด และ นายอุตตม จะเข้าร่วมพรรค นายสันติก็เชื่อว่า เป็นเรื่องดี มาช่วยเสริมทัพ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พร้อมยืนยันผ่านมาไม่ได้มีความขัดแย้งกัน และพรรคพลังประชารัฐไม่ได้เป็นพรรคทหารอย่างที่คิดกัน บางครั้งความคิดไม่ตรงกัน ก็ถอยไประยะหนึ่ง และเมื่อจะมีการกลับมาร่วมกันใหม่ก็ไม่ได้มีความเสียหาย  

อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายของวันนี้มีรายงานว่าพลเอกประวิตรจะเปิดเจรจากับพรรคสร้างอนาคตไทย ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถนนแจ้งวัฒนะ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนสถานที่ ไปเจรจากันที่ โรงแรมพูลแมนมคิงพาวเวอร์ ได้ข้อสรุปว่า ในสัปดาห์หน้า จะมีการเปิดตัว นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ กลับร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ 
 

ประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐประชุมใหญ่สามัญพรรคพลังประชารัฐ

อดีตเลขาฯพรรคเพื่อไทย ย้ายเข้าพรรค’ไทยสร้างไทย’สัปดาห์หน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541770

27 ม.ค. 2566

อดีตเลขาฯพรรคเพื่อไทย ย้ายเข้าพรรค'ไทยสร้างไทย'สัปดาห์หน้า

น.อ.’อนุดิษฐ์ นาครทรรพ’ ลาเพื่อไทย เตรียมเข้าร่วมงานกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคไทยสร้างไทย วันจันทร์หน้า

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ให้เหตุผลกับคมชัดลึกว่าเหตุที่ยังไม่เปิดตัวเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทยในสัปดาห์นี้ เนื่องจากยังคงมีภาระกิจต้องปฏิบัติในฐานะกรรมาธิการปปช.อยู่  หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจแล้ว วันนี้ จะให้เจ้าหน้าที่ ไปยื่นหนังสือกับ กกต. และประธานรัฐสภา เพื่อเตรียมไปเปิดตัว สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทยในวันจันทร์ ที่ 30 มกราคม เวลา 10.00 น.ที่พรรคไทยสร้างไทย 

น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ได้ทำความเข้าใจกับพี่น้องในพื้นที่เขตสายไหมถึงเหตุผลที่ต้องไปร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทยแล้ว และเชื่อว่า จะไม่ทำให้เสียคะแนนนิยม เพราะตัวเขาและทีมงานทำงานการเมือง ให้กับชาวสายไหมมาอย่างต่อเนื่อง โดยการเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพฯที่ผ่านมา ผู้สมัคร สก.พรรคไทยสร้างไทย เขตสายไหม ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนสูงเป็นอันดับ 1 ของกทม. กว่า สี่หมื่นสี่พันคะแนน 

ส่วนเหตุผลที่ ย้ายเข้าพรรคไทยสร้างไทยในช่วงนี้ เนื่องจากตั้งใจไว้แล้วว่า จะไปร่วมงานกับคุณหญิงสุดารัตน์ เมื่อสะสางภาระกิจที่คั่งค้าง ที่พรรคเพื่อไทยเรียบร้อยแล้ว ไม่เกี่ยวกับเงื่อนไข ต้องสังกัดพรรค 90 วัน ก่อนมีการเลือกตั้งซึ่งเดทไลน์ วันที่  7 กุมภาพันธุ์นี้  เพราะเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจยุบสภาต้นเดือนมีนาคม หลังการอภิปรายโดยไม่ลงมติ 

‘หมอสุภัทร’ เตรียมร้องศาลปกครองเชื่อมีใบสั่งให้ย้ายไปสะบ้าย้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541767

27 ม.ค. 2566

'หมอสุภัทร' เตรียมร้องศาลปกครองเชื่อมีใบสั่งให้ย้ายไปสะบ้าย้อย

ผอ.’โรงพยาบาลจะนะ’ ชี้พิรุธคำสั่งย้ายไปสะบ้าย้อย เชื่อมีมูลเหตุมาจากการทำหน้าที่ประธานชมรมแพทย์ชนบท เตรียมฟ้องศาลปกครองแล้ว

เหตุผลที่นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะเชื่อว่ามีแรงจูงใจในการโยกย้ายเขาไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อยมาจากบทบาท ประธานชมรมแพทย์ชนบท ทำหน้าที่ทักท้วงเสนอแนะเรื่องราวใน สธ. อาทิ การไม่เห็นด้วยต่อนโยบายกัญชาเสรี การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม การบริหารจัดการโควิดและวัคซีน การไม่ลงนามงบส่งเสริมป้องกันปี 2566 หรือ การซื้อ ATK ที่มีข้อสงสัย สิ่งเหล่านี้สร้างความหงุดหงิดต่อใครบางคน จนนำมาสู่คำสั่งให้ย้ายก่อนยุบสภา 

โดยมีการแก้ระเบียบให้ผู้ตรวจการมีอำนาจการโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนเพียง 1 วัน  ก่อนมีคำสั่งย้ายในวันถัดมา และขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ 

ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ภาพประกอบจากเฟสบุ๊ค นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ

หมอสุภัทร เล่าไว้ในโพสล่าสุดเมื่อเช้านี้ว่า  เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 สธ.ลงนามคำสั่งโยกย้ายผู้ตรวจราชการทั่วประเทศ ผู้ตรวจฯสวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ได้ขึ้นที่เขต 4 (สระบุรี) ส่วนเขต 12 ยังเป็นผู้ตรวจสุเทพ เพชรมาก คนเดิม ช่วงนั้นมีข่าวว่าตัวเขาจะถูกย้ายอีก แต่ผู้ตรวจฯสุเทพไม่ยอมลงนาม ด้วยเห็นว่าไม่มีเหตุให้สั่งย้าย ผลก็คือ วันที่  11 มกราคม 2566 ปลัดกระทรวงมีคำสั่งย้ายผู้ตรวจฯสุเทพไปอยู่เขตอื่น เอาผู้ตรวจฯสวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ จากเขต 4 มาเขต 12 ทั้งๆที่เพิ่งย้ายไปเขต 4 ได้เดือนเดียว

แต่ระเบียบการให้อำนาจผู้ตรวจสั่งย้ายผู้อำนวยการเชี่ยวชาญในโรงพยาบาลชุมชนก็ยังไม่ชัดเจน    ปลัดกระทรวงสาธารณสุขจึงลงนามในหนังสือหลักเกณฑ์ใหม่ลงวันที่ 23 มกราคม 2566 ให้ผู้ตรวจฯมีอำนาจย้ายผู้ดำรงตำแหน่งวิชาการระดับเชี่ยวชาญได้   ก่อนมีการประชุมคณะกรรมการย่อยพิจารณาย้ายและลงนามในคำสั่งย้ายเขาไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อยทันทีในวันที่ 25 มกราคม   คำสั่งย้ายหลุดออกมาทางสื่อ วันที่ 26 มกราคม 2566  โดยที่เขายังไม่ได้เห็น    ถือเป็นพิรุธ ในการย้าย ผอ.โรงพยาบาลบ้านนอกสักคนแต่ก็เป็นผลดีในการฟ้องศาลปกครองและฟ้องผิดกฎหมายอาญา ม. 157

หมอสุภัทรเล่าอีกว่า เขารับราชการมาตั้งแต่ปี 2538  มาเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะตั้งแต่ปี 2542 มีแพทย์เพียง 3 คนอยู่หลายปี สนุกกับงาน เป็นทั้งผอ.และหมอ ตรวจคนไข้ อยู่เวร ออกชุมชน สอนนักศึกษา บริหารโรงพยาบาล ร่วมกิจกรรมชุมชนทั้งการคัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมหรือกิจกรรมสร้างสรรค์มากมาย จึงรู้สึกผูกพันและกลายเป็นส่วนหนึ่งของจะนะ อายุราชการที่เหลืออีก 7 ปีก็คิดจะเกษียณที่จะนะ

สาธารณสุขได้วางระบบไว้ว่า ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนและแพทย์สามารถขึ้นได้ถึงระดับวิชาการเชี่ยวชาญ ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งบริหารจึงไม่มีวาระที่ต้องย้าย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนจำนวนมากรวมทั้งตัวเขาจึงเลือกทำงานจนเกษียณโดยไม่ขอย้าย ทำให้งานสาธารณสุขในชนบทเกาะติดพื้นที่พัฒนาได้ต่อเนื่อง

ประธานชมรมแพทย์ชนบทบอกอีกว่า การจะย้ายเขาไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ปลัดกระทรวงสั่งย้ายตามอำนาจที่มี แต่ต้องมีเหตุมีผลเพราะตำแหน่งวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ไม่มีเกณฑ์ที่ต้องถูกย้ายตามวาระ เหตุความผิดที่ต้องถูกย้ายก็ไม่มี ปลัดกระทรวงจึงไม่กล้าเซ็นเอง เพราะกลัวผิดกฎหมายอาญา ม. 157 จึงต้องมีการสั่งการให้ผู้ตรวจราชการเป็นคนเซ็น ใครลงนามอาจจะได้เลื่อนชั้นรวดเร็ว เรื่องราวจึงโกลาหล  กระทั่งถึงวันนี้  คำสั่งย้ายที่เป็นทางการยังส่งมาไม่ถึง ส่วนใครเป็นคนบงการสั่งย้าย ก็ขอให้คิดเอาเอง

ไทยสร้างไทยตั้งเป้า หาเครือข่ายบำนาญประชาชน 5 ล้านคนก่อนเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541741

26 ม.ค. 2566

ไทยสร้างไทยตั้งเป้า หาเครือข่ายบำนาญประชาชน 5 ล้านคนก่อนเลือกตั้ง

คุณหญิง’สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์’ ย้ำ เดินหน้าบำนาญประชาชน ขอเครือข่าย 5 ล้านก่อนเลือกตั้ง เข็นกฎหมายผ่านสภาไม่เกิน 5 เดือน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ระบุมีเป้าหมายที่จะสร้างเครือข่ายบำนาญประชาชนให้ได้ถึง 5 ล้านคน ก่อนการเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนร่วมสนับสนุน กฎหมายบำนาญประชาชน ที่พรรคไทยสร้างไทยเสนอเข้าสภาเรียบร้อยแล้ว   

โดยการเปิดตัว ปณิธาน ประจวบเหมาะ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตบางนา พระโขนง พรรคไทยสร้างไทย เขตบางนา มีการมอบบัตรสมาชิกเครือข่ายบำนาญประชาชน คนที่ 2 ล้าน ให้กับคุณป้าอริณช์ บุญศิลป์ ผู้สูงอายุ ชาวบางนา พร้อมมอบบัตร สมาชิกเครือข่ายบำนาญประชาชน ของเขตบางนาอีก 578 คน ด้วย

ไทยสร้างไทยเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เขตบางนาไทยสร้างไทยเปิดตัวผู้สมัครส.ส.เขตบางนา

คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่าถึงแม้พรรคไทยสร้างไทยจะเป็นพรรคการเมืองใหม่ ยังไม่ผ่านการเลือกตั้ง และยังไม่มีส.ส.ในสภาฯแม้แต่คนเดียว แต่พรรคไทยสร้างไทยได้เสนอร่างกฎหมายบำนาญประชาชนเข้าสู่สภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เปรียบเสมือนนำรถไปจอดที่สภาไว้แล้ว รอเพียงคนขับคือส.ส. ของพรรคไทยสร้างไทย ที่จะเข้าไปขับเคลื่อนให้กฎหมายบำนาญประชาชนผ่านสภาได้สำเร็จภายใน5 เดือน จึงขอพี่น้องช่วยเลือกส.ส. ของพรรคไทยสร้างไทย ทุกเขต เพื่อมายกมือให้กฎหมายบำนาญประชาชนผ่านสภาให้เร็วที่สุด

นโยบายบำนาญประชาชนของพรรคไทยสร้างไทย จะสร้างประโยชน์ถึงสี่ด้านประกอบด้วย

  • ผู้สูงอายุที่มีรายได้เพียงพอต่อการยังชีพ เดือนละ3,000 บาท สามารถดำรงชีพได้อย่างมีศักดิ์ศรี
  • เป็นการลดภาระลูกหลานคนหนุ่มคนสาวที่ต้องทำงานเลี้ยงดูพ่อแม่ ให้คนวัยทำงานสามารถตั้งตัวได้เร็วขึ้น
  • สร้างสุขภาพดี และอาชีพแก่ผู้สูงอายุ ที่ศูนย์สุขภาพที่รัฐจัดหาให้ใกล้บ้าน โดยตั้งเป้าลด 3 โรคสำคัญ คือโรคความดันสูง โรคไขมันอุดตัน และโรคเบาหวาน ที่เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายแรงและค่าใช้จ่ายสูง เมื่อผู้สูงอายุแข็งแรงจะลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลปีละเป็น แสนล้านบาท และยังจะทำให้ผู้สูงอายุสามารถกลับไปทำงานสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและประเทศชาติได้
  • นโยบายบำนาญประชาชน 3,000 บาท จะเป็นกำลังซื้อมหาศาลที่จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัว เงินหมุนเวียนในชุมชน จากการที่ผู้สูงวัยนำเงินไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่งผลทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมทั้งประเทศดีขึ้นอย่างยั่งยืน

‘ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ’ ไม่รู้ถูกสั่งย้ายไปสะบ้าย้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541737

26 ม.ค. 2566

'ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ' ไม่รู้ถูกสั่งย้ายไปสะบ้าย้อย

นพ.’สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ’ ขอตรวจสอบคำสั่งย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ก่อนแถลงข่าวพรุ่งนี้

นายแพทย์ สุภัทร ฮาสุรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ประธานชมรมแพทย์ชนบทโพสต์เฟสบุ๊ค ระบุว่ายังไม่ทราบรายละเอียด คำสั่งย้ายไปเป็นผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ตามรายงานของเพจ hfocus โดยบอกว่าจะขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน เพราะโดยปกติการย้ายเพราะทำงานดี หรือขอให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเพื่อแก้ปัญหาที่อื่น ผู้ใหญ่ก็จะโทรมาคุยหรือเรียกไปหารือ แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเช่นนั้น  และเมื่อตรวจสอบแล้ว จะแถลงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้

เพจ hfocus  รายงานพร้อมคำสั่งย้ายมีเนื้อหาว่า นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 125/2566 เรื่อง ย้ายข้าราชการ  โดยระบุว่า อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 57 มาตรา 63 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎ ก.พ.ว่าด้วยการย้าย การโอน หรือการเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการใน หรือต่างกระทรวงหรือกรม พ.ศ.2564

คำสั่งย้าย ผอ.โรงพยาบาลจะนะคำสั่งย้าย ผอ.โรงพยาบาลจะนะ

กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนสามัญได้รับเงินเดือน พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กฎ ก.พ.ว่าด้วยการให้ข้าราชการพลเรือนได้รับเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทน นอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการ และลูกจ้างประจำของส่วนราชการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2553 หนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร 1006/ ว14 ลงวันที่ 11 ส.ค. 2564 ให้ย้ายข้าราชการไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 97/2556 ลงวันที่ 23 มกราคม พ.ศ.2566 เรื่อง มอบอำนาจให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข  ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุขในเขตสุขภาพ

โดยการย้ายครั้งนี้ มี นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ถูกคำสั่งให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา  โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนาม คือ วันที่ 25 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

  • ก้าวไกลแถลงจุดยืนค้านย้ายประธานชมรมแพทย์ชนบท

พรรคก้าวไกลออกแถลงการณ์แสดงจุดยืน กรณีมีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขโยกย้ายข้าราชการ นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ และประธานชมรมแพทย์ชนบท ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา มีผลตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

โดยแถลงการณ์ระบุว่า พรรคก้าวไกลขอแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าว และขอตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมืองหรือไม่ เนื่องจากนายแพทย์สุภัทรเป็นข้าราชการที่ทำงานเป็นปากเสียงแทนประชาชน มีความกล้าหาญในการแสดงความเห็นคัดค้านผู้มีอำนาจ และเปิดเผยข้อมูลสาธารณสุขที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนคำสั่งดังกล่าวโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชน

‘ส.ส.จองชัย’ ทวงถามรัฐบาลกลางสภา ปมออกโฉนดน้ำลบชายฝั่งเมืองชลบุรี  

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541729

26 ม.ค. 2566

‘ส.ส.จองชัย’ ทวงถามรัฐบาลกลางสภา ปมออกโฉนดน้ำลบชายฝั่งเมืองชลบุรี  

‘ส.ส.จองชัย’ กระตุกรัฐบาลเห็นใจพี่น้องประมงพื้นบ้าน เร่งเยียวยา หลังรับผลกระทบมาตรการIUU  จี้ ‘รมว.คมนาคม’ เร่งแก้ปัญหาการจราจรเร่งด่วน 

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปช.) กล่าวหารือก่อนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า  ผมขอทวงถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงโครงการดีๆที่ได้เคยเสนอไปก่อนหน้านี้ว่าทำไมยังไม่มีการดำเนินการ  โดยเรื่องที่ 1. ขอทวงถามไปถึงนายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรวมถึงอธิบดีกรมที่ดิน ถึงปัญหาการออกโฉนดที่ดินน้ำลบในเขตพื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.เมืองชลบุรี ซึ่งประชาชนอาศัยกันมาหลายชั่วอายุคน  ทั้งนี้ ผมพูดผ่านสภาฯเป็นครั้งที่ 3 และได้มีโอกาสพบท่านส่วนตัว เพื่อแจ้งปัญหาและยื่นหนังสือแล้ว เวลาผ่านไปนานพอสมควร ขอให้นายกฯและรัฐมนตรีมหาดไทย ช่วยเร่งรัดพิจารณาหาข้อสรุป ให้พี่น้องประชาชนได้มีโฉนดที่ดินเพื่อเป็นหลักประกันและความมั่นคงในชีวิตด้วย

‘ส.ส.จองชัย’ ทวงถามรัฐบาลกลางสภา ปมออกโฉนดน้ำลบชายฝั่งเมืองชลบุรี  

ร.อ.จองชัย ยังกล่าวอีกว่า  นอกจากนี้เรื่องที่ 2 ขอให้กรมประมงเยียวยาพี่น้องประมงพื้นบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการออกมาตราการ IUU ของรัฐในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเยียวยามากน้อยเท่าไร ขอให้รีบดำเนินการ ให้เขาได้มีกำลังใจบ้าง  เพราะผมพูดผ่านสภาไปหลายครั้งแล้ว ขอให้เห็นใจพี่น้องประมงพื้นบ้านด้วย  ผมลูกหลานชาวประมง เข้าใจความทุกข์ร้อน

เรื่องที่ 3 ผม ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อบจ.ชลบุรี และเทศบาลเมืองชลบุรี ประสานทำงบประมาณร่วมกัน เพื่อปรับปรุงสนามฟุตบอลเทศบาลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ที่เสื่อมโทรมมากๆ ให้กลับมาสวยงามสร้างรายได้ให้จังหวัด เพราะเป็นแลนด์มาร์กแหล่งท่องเที่ยว สถานที่จัดการแข่งขันและออกกำลังกาย


ร.อ.จองชัย ยังกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ ขอให้รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม  ช่วยอนุมัติโครงการต่อไปนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาการจราจร  โดยเฉพาะปัญหาจุดตัดทางรถไฟ บ้านเก่า-พานทอง เรื่องนี้พูดผ่านสภาครั้งที่ 4 แล้ว ขอให้ทำสะพานต่างระดับข้ามทางรถไฟ และขยายผิวการจราจรบริเวณตรงทางรถไฟเป็น 4 เลน รวมถึงปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณแยกดอนหัวฬ่อ และแยกวัดท้องคุ้ง นาป่า  ทั้งนี้ ผมขอให้สร้างสะพานต่างระดับ หรือ อุโมงค์ลอดข้ามแยก หรือทำการขยายช่องทางการจราจรให้กว้างขึ้น

ร.อ.จองชัย  กล่าวด้วยว่า  เส้นทางเชื่อมต่อพื้นที่บ้านสวนกับหนองข้างคอก  โดยขอให้เร่งสร้างสะพานต่างระดับข้ามแยก ซึ่งจะทำให้เกิดทางลอดใต้สะพานเชื่อมพี่น้องประชาชนสองฝั่งเดินทางไปมาได้สะดวก  รวมถึงเร่งสร้างส่วนต่อขยายทางด่วนบูรพาวิถีไปทางบายพาส และทำทางขึ้นลงเข้า อ.พานทองผ่านถนนบ้านเก่า และเพื่อให้สอดรับกับส่วนต่อขยายสะพานชลมารควิถีหรือสะพานกลางทะเล ที่จะเชื่อมต่อจาก ต.บางทราย มาถึง ต.คลองตำหรุ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กระผมผลักดันจนสำเร็จ โดยจะเริ่มสร้างในปีนี้.

“นักวิชาการ”เรียกร้อง ตัดอำนาจ สว.เลือกนายกฯ เคารพเสียงประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541723

26 ม.ค. 2566

"นักวิชาการ"เรียกร้อง ตัดอำนาจ สว.เลือกนายกฯ เคารพเสียงประชาชน

“นักวิชาการ” เสวนา เรียกร้อง ตัดอำนาจ สว.เลือกนายกฯ เคารพเสียงประชาชน “อ.ปริญญา” ตั้งข้อสังเกตเสนอแก้รธน. ขยายเวลานายกฯ 8 ปี แลกต่ออายุสว.

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดเสวนา “เลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย : หยุดให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ” เพื่อเรียกร้องให้การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ โปร่งใส เคารพเสียงประชาชน เปิดให้ภาคประชาชนและนานาชาติเข้ามาร่วมสังเกตการณ์ได้  โดยมี นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 , ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง มหาวิทยาลัยรังสิต , ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และนายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมอภิปราย

ผศ.วันวิชิต เปิดเผยว่า การเมืองที่ผ่านมาติดหล่มมาตลอด 8 ปี หลังเลือกตั้งเมื่อปี 62 เราคิดว่าการเมืองไทยจะดีขึ้น แต่ปัญหาหลายอย่างก็ติดกับดักรัฐธรรมนูญ หรือ ใช้อำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีติดวังวนแบบนี้มาตลอด 4 ปี

ประชาธิปไตยถูกท้าทายและล้มล้างเข้าสู่อำนาจนิยมแบบอำพราง ผู้มีอำนาจจึงออกแบบให้ตัวเองมีประโยชน์สูงสุด โดยหยิบยกตัวอย่างปี 2559 ห้ามกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองวิพากษ์วิจารณ์จุดแข็งจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญ 2560 จึงทำให้คนที่ไม่ได้ศึกษารัฐธรรมนูญอย่างลึกซึ้งพอ ทั้งนี้ตนเคยร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยกเลิกอำนาจ ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี แต่ก็ถูกคว่ำอย่างบรรจงจากวุฒิสภา

ประเด็นนี้สังคมไทยควรตั้งคำถามอย่างกว้างขวางว่าเหมาะสมหรือไม่และสมควรยกเลิกได้แล้วหรือยัง ไม่เคยเห็นที่ไหนให้อำนาจ สว. ออกมาตรวจสอบฝ่ายค้าน ออกมาปกป้องรัฐบาล เสนอความคิดแจกเงินสนับสนุนให้ประชาชนไปเลือกตั้ง 500 บาท  ด้วยเหตุผลจูงใจประชาชนออกมาใช้สิทธิ ซึ่งความจริงแล้ว ความคิดแบบนี้มีตั้งแต่ 2557 ช่วงรัฐประหารใหม่

ตอนนั้นเสนอ 300 บาท ซึ่งในประเทศที่เจริญแล้วไม่ต้องแจกเงิน เพียงแค่ติดกระดาษA4 ก็ได้ ไม่แคร์เรื่องตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิ เพราะมาจากความรู้สึกของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ได้มาจากการกดดันหรือบีบบังคับให้ออกมาใช้สิทธิ ก็จะได้นักการเมืองที่มาจากประชาชน

ส่วนกรณีที่ สว. ขอแก้รัฐธรรมนูญ อายุนายกฯ 8 ปี นั้น หากไม่ใช่คนที่คุณสนับสนุนจะเป็นอย่างไร ตนมองว่า สว.ที่เหลืออายุเพียงปีเศษจะหมดวาระ ไม่รู้ว่าขั้นตอนที่ สว. ชุดใหม่จะมามาอย่างไร คนที่เป็นบทเฉพาะการ จะมีโอกาสกลับมาอีกหรือไม่ หรือ เว้นวรรค 2 ปี และจะมีการแก้ไขกติกาอะไรหรือไม่ ที่อาจนำไปสู่การเอื้อประโยชน์

อย่างไรก็ตามขอ เรียกร้องไห้นักวิชาการ นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ออกมาแสดงความคิดเห็น เป็นไฟนำทางส่องสว่างให้กับสังคมด้วย

ด้านผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า การทำประชามติเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตนมองว่าควรถาม เห็นด้วยหรือไม่ที่วุฒิสภามีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะอดีตที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2534 ที่อาจารย์มีชัย ฤชพันธ์ ก็เคยยัดไว้เพื่อให้คณะรัฐประหาร รสช. สืบทอดอำนาจแต่ทำไม่สำเร็จ แต่มาสำเร็จในปี 2560 โดยแอบยัดซ่อนไปในคำถามพ่วงในการประชามติ ซึ่งเป็นการอำพรางหลอกลวงประชาชน ซึ่งสว.จะมีอำนาจ 5 ปี แต่ผลพ่วงอาจจะไปจนถึง 8 ปีเพราะเลือกนายกรัฐมนตรีได้ 2 ครั้ง หรือ อาจไม่ใช่แค่ 8 ปีอาจจะยาวกว่านั้น

เสวนา “เลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย : หยุดให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ” เสวนา “เลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย : หยุดให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ”

ตนจึงขอเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ ในฐานะเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่เป็นผู้ยึดอำนาจ ไม่ใช่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ออกมารับผิดชอบที่สัญญาไว้ว่า ขอเวลาอีกไม่นานความสงบสุขจะกลับคืน จะปฏิรูปประเทศ แต่วันนี้จะครบ 9 ปีแล้ว ประเทศได้รับการปฏิรูปไปถึงไหนแล้ว การเมืองไทยวันนี้แตกต่างกันหรือไม่กับการเมืองไทยก่อนท่านยึดอำนาจ ท่านทำการเมืองไทยซ้ำรอยการเมืองเก่า และทำให้ระบบตรวจสอบทั้งประเทศแย่ไปกว่าเก่า

ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวต่อว่า 5 สิงหาคม 2559 ก่อนประชามติรัฐธรรมนูญ 60 เพียง 2 วัน ขอให้รับรัฐธรร มนูญฉบับนี้และสัญญาว่าจะไม่สืบทอดอำนาจ แต่ยังสืบทอดอำนาจมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่เรื่องกติกาการเมือง 8 ปี ก็ยังไม่ปฏิบัติและพยายามจะขยายเวลาออกไปอีก  ในทางกฎหมายไม่สามารถทำได้ เพราะถ้าแก้ไขต้องเขียนว่าสำหรับนายกฯ คนต่อไปเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับคนเก่า

การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น ขอให้เคารพเสียงข้างมาก เสียงประชาชน จะได้ไม่ต้องมานั่งถกเถียงกัน เพราะที่ผ่านมาประชาชนเลือกท่านแค่ 116 เสียงจาก 500 คน แต่ท่านได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเสียงสว. จึงมองว่า สว.พยายามเสนอแก้ นายกฯ 8 ปีนั้น เพื่อเป็นการโยนหินถามทางดูกระแสสังคมว่าเห็นด้วยหรือต่อต้าน ขยายเวลาของสว.ให้อยู่เกิน 5 ปีสว. หากเป็นเช่นนั้น จะยิ่งทำให้กระบวนการประชาธิปไตยไม่เริ่มต้นสักที

แม้ 2 ป. จะแยกกันเดิน แต่ไม่ได้แปลว่าสว.จะแยกกัน ดังนั้นเสียงประชาชนก็ไม่มีความหมาย ซึ่งจะแยกกันก็ต่อเมื่อ 2 ป. แย่งกันจัดตั้งรัฐบาล เรียกร้องให้สว.ประกาศเคารพเสียงประชาชนจะเป็นตัวชี้ในการจัดตั้งรัฐบาล สิ่งนี้ยากที่จะเกิด ดังนั้นเห็นควรว่า ต้องถสใเสียงประชาชนอีกครั้งหนึ่งผ่านการทำประชามติปิดสวิตช์สว.ก่อนจะมีการเลือกตั้ง

ด้าน รศ.ดร.พิชาย กล่าวประเด็น สว.เสนอให้รัฐจ่ายให้ประชาชนคนละ 500 บาทเพื่อไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งโดยไม่ขายเสียงและรู้คุณแผ่นดิน แสดงถึงวิธีคิดของ ส.ว. ที่คิดว่านักการเมืองเป็นต้นตอของปัญหา ขณะที่ประชาชนคิดว่า รัฐประหารและ ส.ว.เป็นต้นตอของปัญหาการเมืองไทยในปัจจุบัน

โดยเทียบการซื้อสิทธิขายเสียงระหว่างไทยและอังกฤษ ที่ต้องสร้างจิตสำนึกทางการเมือง ไม่ใช่กฎหมาย ตนเห็นว่า อำนาจ ส.ว.ไม่ได้ยึดโยงกับประชาชน มี ส.ว. เพียง 23 คนเท่านั้นที่ร่วมโหวตตัดอำนาจตนเองในร่างแก้ไขรัฐธรรมที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่ติดกับดักอำนาจรัฐประหาร ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านจะได้เกิน 300 เสียง แต่พรรคร่วมรัฐบาลในปัจจุบันจะได้เสียงไม่ถึง 200 เสียง