“วิษณุ”ชี้ ปมสว.เสนอแจกเงินเลือกตั้ง500บาท ไม่มีที่ไหนทำกัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541562

24 ม.ค. 2566

"วิษณุ"ชี้ ปมสว.เสนอแจกเงินเลือกตั้ง500บาท ไม่มีที่ไหนทำกัน

“วิษณุ”เผย สว..เสนอแจกเงิน500บาท คนมาเลือกตั้ง ไม่มีที่ไหนทำกัน! ยืนยันกกต.ของบ 6,000 ล้านบาท ไม่มีนัยยะทางการเมือง เผย 4ก.พ.นี้ รู้ผลสอบอธิบดีกรมอุทยานฯ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 6,000 ล้านบาทเพื่อจัดการเลือกตั้ง ได้นำมาหารือในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้ 24 ม.ค. 


กูรูด้านกฎหมายอย่าง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผย หากโครงการใดที่มีงบประมาณผูกพันเกิน1ปีและมียอดเกิน1,000ล้านบาท จะต้องนำเสนอครม.ก่อน และทุกรัฐบาลจะเข้ามาในช่วงเดือนมกราคม เพราะเป็นช่วงสิ้นสุดการส่งคำขอไปยังสำนักงบประมาณ เพื่อพิจารณางบประมาณในปีต่อๆไปได้ ยืนยันงบดังกล่าวไม่มีมีนัยยะทางการเมือง เพราะจำเป็นต้องของบผูกพัน และหากเหลือจะเก็บเอาไว้และทำเรื่องขอใช้งบผูกพันในปีหน้า เมื่อถึงเวลาใช้งบจะพูดคุยกันอีกครั้ง เบื้องต้น กกต.เข้าชี้แจงแล้ว 

ส่วนกรณีสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เสนอจ่ายเงิน 500 บาท ให้กับผู้เดินทางมาเลือกตั้งทางวิชาการมองอย่างไร นายวิษณุ ตอบว่า ไม่มอง หากจะทำก็ทำได้ แต่ต้องไปแก้กฎหมายกันใหญ่โตมโหฬาร เพราะกฎหมายขณะนี้ไม่ให้จ่ายเงิน แต่รัฐอาจจะจัดให้ได้ แต่ต้องแน่ใจว่า เสมอภาคกันหมด ซึ่งที่เสนอมา อาจจะทำได้ในอีก2-3ปีข้างหน้า 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่จะทำได้หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า “ไม่มีที่ไหนทำกัน” 

กรณีความคืบหน้าการสอบสวนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชนั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องรอกรรมการสอบภายใน 30 วัน ครบกำหนดวันที่ 4 ก.พ. หากมีหลักฐานเพียงพอ ไม่ต้องชัด100% แต่มีให้เห็นว่าทุจริตจริง ก็จะสามารถดำเนินการตามกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน ม.101 ประกอบกับกฎกระทรวง หรือ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพ.)ว่าด้วยการสอบวินัย สามารถให้มีการสั่งออกจากราชการไว้ก่อน ไม่ใช่เพิ่งเกิดเรื่องขึ้นมา และสั่งออกราชการ อาจจะถูกฟ้อง อย่างน้อยต้องให้พ้นการสอบสวนไประยะหนึ่ง 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทราบว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปป.) ส่งข้อมูลให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ไปแล้ว แต่ตนไม่ทราบเป็นหลักฐานอะไร ซึ่งจะนำมาประกอบ ผลการสอบสวนของกระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ พิจารณาออกจากราชการ ไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรี

“ธนกร”ยืนยัน”บิ๊กตู่”ปราศรัยชุมพร 28 ม.ค.นี้ ไม่ผิดกฎหมาย กกต.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541543

24 ม.ค. 2566

"ธนกร"ยืนยัน"บิ๊กตู่"ปราศรัยชุมพร 28 ม.ค.นี้ ไม่ผิดกฎหมาย กกต.

“ธนกร”ยืนยัน”บิ๊กตู่”ปราศรัยชุมพร 28 ม.ค.นี้ ในนามสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ”ไม่ผิดกฎหมาย กกต. ขณะเดียวกันสวน”อ.วันชัย”ผวนคำพรรครวมทาสสร้างชัย ให้ประชาชนตัดสิน

การลงพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ขณะนี้ถูกจับจ้อง ว่าเป็นการลงพื้นที่ในนาม“นายรัฐมนตรี” หรือ “สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ” ซึ่งหากเป็นในช่วงเวลาราชการนั้น อาจจะมีความเสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งได้

ตามกำหนดการนายกรัฐมนตรี วันนี้ 24 ม.ค. ในช่วงบ่ายเตรียมเดินทางไปยัง ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี (นามนายกรัฐมนตรี) วันที่ 28 ม.ค.ที่ ปราศรัย จ.ชุมพร (นามสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ) และ วันที่ 30 ม.ค. เดินทางไป จ.นครสวรรค์ (นามนายกรัฐมนตรี)
 

ล่าสุดนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าจะเดินทางไป จ.ชุมพร กับนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นวันหยุดราชการ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของกกต.อยู่แล้ว ส่วนจะเป็นการหาเสียงหรือไม่นั้น ที่ผ่านมาทุกพรรคก็ทำ ไม่ได้ผิดกฎหมายและประชาชนได้ประโยชน์ 

นายกรัฐมนตรีเองก็เป็นลูกผู้ชาย ไม่ได้ไปเอาเปรียบใคร พร้อมกับเชื่อมั่นในสิ่งที่ทำ เพราะผลงานที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าทำงานให้เป็นประโยชน์มากมาย มีการเปลี่ยนแปลงให้เห็น เป็นรูปธรรมชัดเจน ดังนั้นจะนำผลงานของนายกรัฐมนตรีไปเสนอกับประชาชน 

ส่วนกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) คำผวนชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นรวมทาสสร้างชัยนั้น นายธนกร กล่าวว่า แต่ละคนก็เป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง เชื่อว่า ประชาชนจะมีวิจารณญาณในการรับฟังพฤติกรรมของแต่ละคนจะเป็นแบบไหน และขอย้ำว่าการทำการเมืองต้องเป็นแบบสร้างสรรค์ซึ่งตนก็พยายามทำอยู่ 

นายธรกร วังบุญคงชนะนายธรกร วังบุญคงชนะ

เพื่อไทยเดินหน้าหาเสียงแลนด์สไลด์ ไม่ตอบโต้ประธาน’นปช.’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541554

24 ม.ค. 2566

เพื่อไทยเดินหน้าหาเสียงแลนด์สไลด์ ไม่ตอบโต้ประธาน'นปช.'

เพื่อไทยเร่งเดินหน้าแลนด์สไลด์ ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ประธานนปช. เชื่อ นายกรัฐมนตรี’ยุบสภา’เร็วกว่าที่คาดการไว้

แม้จะถูก จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชนและ อดีตแกนนำ นปช.ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคเพื่อไทย ว่าปลุกผีเสื้อแดง เพื่อเป้าหมายทางการเมือง แต่ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และอดีตแกนนำ นปช. ยืนยันว่า จะไม่ตอบโต้  ไม่สร้างพื้นที่วิวาทะ จะไม่ทำให้เกิดการกระทบกระทั่งบานปลายระหว่างคนในพรรคเพื่อไทย และ จตุพรมากไปกว่าที่เป็นอยู่ ไม่เปิดประเด็นสวนกันไปมาอย่างแน่นอน ต้องรักษาสมาธิในการเดินหน้าเพื่อเป้าหมายแลนด์สไลด์ เพื่อตั้งรัฐบาลของประชาชน แก้ปัญหาให้กับประชาชนตามที่ได้ประกาศไว้

ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2566  ครอบครัวเพื่อไทยเตรียมเปิดเวทีปราศรัยใหญ่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง นำโดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม  และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย โดยแต่ละเวทีจะมีการสับเปลี่ยนผู้ปราศรัยตามความเหมาะสมแต่ละพื้นที่ เริ่มจากวันที่ 27 มกราคมที่ เลยและหนองบัวลำภู  28 มกราคมมที่หนองคายและปิดท้ายที่ กาญจนบุรีวันที่ 29 มกราคม

ตลอดเวลาที่ผ่านว่า คำว่า แกนนำ นปช. ไม่ได้ดำรงสภาพแบบเดิม ไม่ได้มีการประชุม ไม่ได้มีการขับเคลื่อนมา 2-3 ปี แล้ว แต่เพื่อนมิตรพี่น้องในส่วนที่ยังทำกิจกรรมร่วมกัน ยังมีอยู่จุดยืนแบบเดียวกันคือให้พรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ในสนามเลือกตั้งให้ได้   โดยในวันที่ 25-26 มกราคม 2566 นี้ จะพา ก่อแก้ว พิกุลทอง  วิภูแถลง พัฒนภูมิไท ชินวัฒน์ หาบุญพาด และพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์  ลงพื้นที่พบประชาชนในภาคใต้ ส่วนเพื่อนมิตรที่เห็นต่างกันก็เป็นแนวทางของแต่ละคน ไม่ได้เป็นเรื่องบาดหมางใดๆ ทั้งสิ้น

พรรคเพื่อไทย คาดการณ์ว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  มีความต้องการรักษาอำนาจไว้ให้นานที่สุด คาดว่าจะลากไปถึงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม แต่หากดูบรรยากาศที่เกิดขึ้นหลายวันที่ผ่านมา  มีความเป็นไปได้ที่พลเอกประยุทธ์ อาจจะประกาศยุบสภาเร็วขึ้น

โดยมีเงื่อนไขสำคัญนอกจากความไม่มีเสถียรภาพ คือการอภิปรายแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152  แม้จะไม่สามารถล้มพลเอกประยุทธ์ได้  แต่คงเป็นครั้งแรกที่พลเอกประยุทธ์ จะขึ้นเวทีสภาเผชิญหน้ากับพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยไม่มี ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐคอยทำงานให้ในสภา  ความสัมพันธ์ของ 3 ป.หรือพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่เป็นเอกภาพเหมือนในช่วงที่ผ่านมาแล้ว

“สมศักดิ์”แจง สาเหตุ”ตะวัน-แบม”ยื่นถอนประกัน ต้องกลับเข้าเรือนจำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541531

24 ม.ค. 2566

"สมศักดิ์"แจง สาเหตุ"ตะวัน-แบม"ยื่นถอนประกัน ต้องกลับเข้าเรือนจำ

“สมศักดิ์”แจง “ตะวัน-แบม” ไม่พอใจถูกใส่กำไลEM กักบริเวณ สาเหตุยื่นถอนประกัน ขณะที่กระแสนักการเมืองเอี่ยวเว็บไซต์พนันออนไลน์ กำลังตรวจสอบ เบื้องต้น”อธิดีดีเอสไอ”สั่งย้ายข้าราชการระดับซี 8 หลายราย ไม่ให้เกี่ยวข้องคดี

หลังจากที่ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ หรือ ตะวัน และ น.ส.อรวรรณ ภู่พงษ์ หรือ แบม นักกิจกรรมทางการเมือง เดินทางไปถอนประกันที่ศาลอาญา ในคดี ม.112 และ ทำให้ต้องกลับเข้าคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ซึ่งทั้ง 2 ราย ประกาศจะอดอาหารและน้ำ เพื่อประท้วงเรียกร้องความยุติธรร 

นาย สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ผู้ต้องขังทั้ง 2 ราย เดิมศาลให้ประกันตัวออกมาแล้ว อนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่มีเงื่อนไขใส่กำไลEM และจำกัดบริเวณ ทำให้ผู้ต้องขังมีความรู้สึกว่า ไม่เต็มใจเงื่อนไขประกันตัว จึงขอถอนประกันตัว และกลับเข้ามาอยู่ในเรือนจำใหม่

ซึ่งตนไม่เข้าใจในการตัดสินใจดังกล่าว หากขอประกันตัว เป็นเรื่องของศาล ไม่ใช่หน่วยงานที่ตัวเองดูแลอยู่ คือ กรมราชทัณฑ์ แต่ทางเราก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด เรื่องความปลอดภัย อดข้าว อดน้ำ ตามหลักการอย่างละเอียดถี่ถ้วน 

ทั้งนี้ที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เข้าไปร่วมแสดงจุดยืนในเรื่องนี้ด้วย จะมีนัยยะทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เป็นแนวปฏิบัติของแต่ละพรรคการเมือง บางพรรคชอบทำงานให้เป็นรูปธรรม ก็มีความแตกต่างกันไป และประเทศไทยมีอิสระเสรีในการแสดงออก ซึ่งคดีนี้แม้จะมีนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็อยู่ที่ศาลรับผิดชอบ ไม่ได้อยู่ในส่วนของราชทัณฑ์ แต่กำชับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ อย่าให้มีอะไรผิดพลาด

ส่วนการปฏิเสธรับการรักษาจาก โรงพยาบาลราชทัณฑ์ นั้น หากอาการหนักไม่ไหวจริงๆ ก็สามารถไปรักษาข้างนอกได้ ยืนยันเราดูแลอย่างเต็มที่ ก็ให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ทุกอย่างมีมาตราฐานดูแลผู้ต้องขังอยู่แล้ว

ส่วนกระแสมีนักการเมืองบางรายเข้าไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า หากคดีที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน แต่ไม่ได้เกี่ยวกับยาเสพติดนั้นจะส่งเรื่องไปที่สำนักงานคณะกรรมการการฟองเงิน หรือ ปปง. ในช่วงนั้นจะเกิดปัญหาบางคดีส่งครบหรือไม่ ซึ่งกำลังให้ตรวจสอบ ที่อาจจะมี 15 เว็บไซต์ ทั้งนี้เมื่อวานนี้ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้สั่งย้ายข้าราชการระดับซี 8 ที่ไม่เกี่ยวข้องปรับย้ายไปทำระดับนโยบาย ไม่เกี่ยวกับคดีความ ยืนยันต้องทำให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมมากที่สุด 

สำหรับท่าทีทางการเมืองของกลุ่มสามมิตรมีความชัดเจนแล้วหรือไม่ นายสมศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังมีการควบรวบอีกหลายพรรค จำนวนอดีตส.ส.และสมาชิกพรรคจะเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น สถานการณ์ต่างๆจึงต้องรอให้ควบรวมกันไปก่อนซักระยะหนึ่ง เพราะยังมีเวลาอยู่ ส่วนกลุ่มสามมิตรขอให้เป็นไปตามธรรมชาติ

แนะ สนธิญา ศึกษากฎหมายก่อน ร้องยุบพรรค เสรีรวมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541519

24 ม.ค. 2566

แนะ สนธิญา ศึกษากฎหมายก่อน ร้องยุบพรรค เสรีรวมไทย

อดีตกรรมการการเลือกตั้งหยัน สนธิญา สวัสดี ใช้กฎหมายคนละฉบับร้องเอาผิดยุบพรรคเสรีรวมไทย ไม่ศึกษาให้รอบคอบ

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง อธิบายกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 101 ที่สนธิญา สวัสดี นำไปร้อง ต่อกกต.เพื่อให้ลงโทษ ถึงขั้นยุบพรรคเสรีรวมไทยที่เขาสังกัดว่า

เป็นกฎหมายคนละฉบับกับที่ใช้ร้องกกต.ให้ตรวจสอบ การเปิดตัวเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการร้องตามพรป.เลือกตั้ง ไม่ใช่พรป.พรรคการเมือง ที่นายสนธิญา นำมาอ้าง

คำร้องของสนธิญาอ้างการทำผิดตามมาตรา 101 ของ พ.ร.ป. พรรคการเมือง โดยมาตรานี้มีข้อความดังนี้  ผู้ใดแจ้งหรือกล่าวหาเสียงพรรคการเมืองหรือบุคคลใดที่กระทำความผิดตาม พ.ร.ป.นี้ ต่อ กกต. โดยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ  ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

และถ้าผู้กระทำเป็นพรรคการเมือง ต้องระวางโทษสองเท่า และให้ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคนั้น



ประเด็นคือ เป็นการกระทำผิดตาม กฎหมาย ฉบับนี้ ซึ่งคือพรป.พรรคการเมืองที่สนธิญานำไปใช้  เช่น ไปร้องว่า พรรครับเงินต่างชาติ ร้องว่ามีคนครอบงำพรรค หรือพรรคยอมให้ครอบงำ หรือ ร้องว่าพรรคกระทำการปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นต้น  เป็นกฎหมายคนละฉบับกับที่เขาใช้ร้องกกต.ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติทำความผิดตามพรป.เลือกตั้ง 
ซึ่งนอกจากจะเป็นกฎหมายคนละฉบับกันแล้ว ตัวเขาเองกับวีระ สมความคิด ก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จำนำไปสู่การยุบพรรคเสรีรวมไทยได้เลย   ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรู้ด้านกฎหมายของผู้ร้อง

เมื่อวานนี้ สนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการกฎหมายฯสภาผู้แทนราษฎร ไปร้องกกต.ให้เอาผิดสมชัย ศรีสุทธิยากร และ วีระ สมความคิด และยุบพรรคเสรีรวมไทย เพราะใส่ร้ายพรรครวมไทยสร้างชาติ จัดประชุมใหญ่ รับพล.อ.ประยุทธ์  สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคจากความโกรธ เกลียดชัง เป็นการส่วนตัว

สว.เสนอจ่ายคนละ 500 บาทจูงใจให้ไป’เลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541471

23 ม.ค. 2566

สว.เสนอจ่ายคนละ 500 บาทจูงใจให้ไป'เลือกตั้ง'

สว.เสนอจ่ายค่าอำนวยความสะดวกผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งคนละ500บาทให้ไปลงคะแนน ใช้บัตรใบเดียวเลือก ‘ส.ส.’ทั้ง2ระบบ

วุฒิสภาพิจารณาแนวทางการส่งเสริมและการพัฒนาการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม ที่กรรมาธิการ การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน พิจารณาแล้วเสร็จ  มีข้อสังเกตเรื่องการแก้ไขระบบเลือกตั้ง ส.ส.เขต ให้ใช้บัตรใบเดียว โดยที่ไม่ต้องมี ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดลำดับที่หนึ่งเป็น ส.ส. ในเขตเลือกตั้งนั้น เว้นในเขตที่มีได้มากกว่าหนึ่งคนให้ผู้ที่ได้คะแนนลำดับรองลงมาเป็น ส.ส. เรียงตามลำดับคะแนนไปจนกว่าจะครบจำนวน

ส่วนส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต ที่แพ้เลือกตั้ง แต่ได้คะแนนสูงสุดในบรรดาผู้ที่ไม่ได้รับเลือก  เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อให้เรียงลำดับไปจนครบจำนวนตามที่กำหนด เพื่อให้ได้ ส.ส.เขต และ ส.ส. บัญชีรายชื่อมาจากผู้ได้รับคะแนนสูงสุดจากประชาชน

เสรี สุวรรณภานนท์ ประธานกรรมาธิการฯ รายงานผลการศึกษา ปัญหาอุปสรรคเกี่ยวกับการใช้กฎหมายเลือกตั้ง ระบุว่าการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมมาจากหลายกรณี เช่น การซื้อสิทธิ์ขายเสียง เกิดจากภาวะความเป็นอยู่ของประชาชนและปัญหาทางเศรษฐกิจ และเกิดวัฒนธรรมทางการเมืองแนวทางที่จะสร้างปัญหากลายเป็นอิทธิพลในท้องถิ่น และการจัดเลือกตั้งยังไม่เอื้ออำนวยให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ   

และยังพบว่ามีการใช้เงินซื้อเสียงอย่างกว้างขวาง สะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมายขาดประสิทธิภาพ  เขาย้ำว่ารายงานฉบับนี้ได้รายงานบนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และอาจจะกระทบต่อนักการเมืองบางส่วน แต่จะก่อให้เกิดผลดีในทางปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม

สำหรับปัญหาในการจัดการเลือกตั้งประกอบด้วย

  • กระบวนการทุจริตการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
  • การบังคับใช้กฎหมายและการประชาสัมพันธ์เลือกตั้งยังไม่ครอบคลุมและเพียงพอ
  • กรอบระยะเวลาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดการเลือกตั้งมีน้อย
  • ผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่สามารถทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตและเที่ยงธรรม
  • กฎหมายไม่เอื้อต่อการตรวจสอบและนำเข้าสู่การจับกุมผู้กระทำผิด
  • ภาครัฐต้องกำหนดค่าพาหนะคนละ500 บาท เป็นแรงจูงใจในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งซึ่งต้องใช้งบประมาณ20,000 ล้านบาท
  • ผู้ที่ลาออกจากตำแหน่งต้องออกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งซ่อม
  • แก้ไขกฎหมายให้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 16:00 น.

ประธานวุฒิสภายังเตือนสมาชิก คำนึงถึงข้อควรระวัง สว. ดำเนินการที่มีผลต่อการหาเสียงของพรรคการเมือง และ ส.ส. ในการเลือกตั้ง และข้อห้ามการไปแทรกแซง หรือไปทำงานให้รัฐบาล  ส่วนการเปิดประชุมวุฒิสภา ระหว่างที่ไม่มีสภาผู้แทนราษฎร จะไม่สามารถประชุมวุฒิสภาได้เว้นแต่มีการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการเปิดสมัยประชุมวิสามัญ เพื่อพิจารณาวาระสำคัญจำเป็น เช่นการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ

นครพนมวุ่น ชวลิต โบกมือลา’เพื่อไทย’ ไปซบคุณหญิงสุดารัตน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541459

23 ม.ค. 2566

นครพนมวุ่น ชวลิต โบกมือลา'เพื่อไทย' ไปซบคุณหญิงสุดารัตน์

เลือกตั้ง’นครพนม’ครั้งต่อไป เพื่อไทยหืดจับ แลนด์สไลด์ไม่ง่ายอย่างที่คิด หลังตัวเต็งเขต4 หนีไปซบไทยสร้างไทย

ชวลิต วิชยสุทธิ์ ระบุเหตุผลที่ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่าเกิดจากการตกผลึกความคิดทางการเมืองว่า ต้องหาพรรคการเมืองที่มีจุดยืนอุดมการณ์ประชาธิปไตย และต้องมีนโยบายก้าวข้ามความขัดแย้งระหว่างการเมืองสองขั้ว เพื่อเป็นทางออกให้กับบ้านเมือง เพราะนับจากปี 2549  จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาเกือบ 20 ปี การเมืองประเทศไทยยังอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้ง แบ่งเป็นฝัก เป็นฝ่าย ทำลายล้างกัน จนประเทศตกหล่ม ถอยหลังเข้าคลอง วิ่งตามเพื่อนบ้านไม่ทัน และประชาชนยากจนลงแต่หนี้สินเพิ่มขึ้น

ชวลิตเห็นว่าพรรคการเมืองที่จะนำมาซึ่งทางออก ทางรอดให้กับประเทศไทยคือ พรรคไทยสร้างไทย ที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เคยประกาศว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่ยึดอุดมการณ์ประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ขอเป็นพรรคทางออกที่ก้าวข้ามความขัดแย้ง ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังประสบปัญหาอยู่ในและจะสมัครเข้าไปเป็นสมาชิกพรรคไทยสร้างไทยในวันที่24 มกราคมนี้

เขตเลือกตั้งที่ 4 ครอบคลุมพื้นที่ อำเภอนาแก วังยาง ปลาปาก และ บางส่วนของอำเภอเมืองนครพนมเลือกตั้งในปี2562 ชวลิต ชนะ ชูกัน กุลวงษา อดีต ส.ส.นครพนม เขต 4 ที่เปลี่ยนใจไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐแบบขาดลอย  พรรคเพื่อไทย มีส.ส.3 ที่นั่งจากการเลือกตั้งปี 62  โดยเขต1เลือกตั้งที่1  ตกเป็นของ ศุภชัย โพธิ์สุ จากพรรคภูมิใจไทย  คราวนี้จะย้ายมาลงสมัครรับเลือกตั้งที่เขต2 ชนกับมนพร เจริญศรี เจ้าของพื้นที่พรรคเพื่อไทย และส่ง พูนสุข โพธิ์สุ ภรรยา ไปรักษาพื้นที่เลือกตั้งเดิมของตัวเองไว้ในเขตเลือกตั้งที่ 1

ศุภชัยกำลังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมเพราะลูกสาวเพิ่งชนะเลือกตั้งได้เป็นนายกอบจ.นครพนม ล้มแชมป์เก่าจากเพื่อไทยมาได้หมาดๆ  โดยในเขตเลือกตั้งที่ 2 นี้ ยังมีณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ หลานสาวบิ๊กจิ๋ว ที่พรรคพลังประชารัฐส่งเข้าประกวดรวมอยู่ด้วย

การเลือกตั้งที่นครพนมครั้งต่อไป พรรคเพื่อไทยตกอยู่ในสภาวะเผชิญศึกหลายด้าน ทั้งศึกนอก เป็นคู่แข่งจากพรรคภูมิใจไทย ไทยสร้างไทย และพลังประชารัฐ ยังต้องมาเผชิญศึกใน ที่คนเสื้อแดง ไม่พอใจการส่งพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตที่4  ทั้งที่ก่อนหน้านี้มีชื่อสมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม และ ชาญชัย คำจำปา นายกเทศมนตรีตำบลพระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ที่สร้างฐานครอบครัวเพื่อไทยได้จำนวนมากเป็นแคนดิเดต

40.1 ล้านคน’แรงงาน’ ฐานเสียงสำคัญพรรคการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541447

23 ม.ค. 2566

40.1 ล้านคน'แรงงาน' ฐานเสียงสำคัญพรรคการเมือง

สำรวจนโยบาย’ค่าจ้างแรงงาน’พรรคการเมือง ก่อนเลือกตั้งครั้งใหม่ นโยบายพรรคไหนตอบโจทย์ 40.1 ล้านคนวัยทำงานบ้าง

ปลายปีที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย เรียกเสียงฮือฮาจากการประกาศนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ในปี 2570 หรืออีก5 ปี ข้างหน้า จากการเลือกตั้งเมือปี 62 ที่เสนอค่าแรงขั้นต่ำไว้ 400 บาทต่อวันเงินเดือนปริญญาตรี 18,000 บาท  โดยเชื่อว่า ค่าแรง 600 บาทต่อวัน จะเป็นตัวเร่งสำคัญในระบบเศรษฐกิจ เพราะจะมีแรงซื้อตามมาจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น

นอกจากมีเสียงวิพากวิจารณ์ตามมาว่าเป็นนโยบายประชานิยมขายฝันยังถูก สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงานที่ยังสังกัดพรรคพรรคพลังประชารัฐในขณะนั้นบอกว่า เป็นการหาเสียงแบบนึกสนุกไม่คำนึงถึงหายนะทางเศรษฐกิจ โยนระเบิดเวลาให้เจ้าของกิจการ โยนภาระให้ภาคเอกชน 

การเลือกตั้งปี 62 พรรคพลังประชารัฐก็เสนอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 – 425 บาทต่อวัน เงินเดือนอาชีวะ 18,000 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 20,000 บาท เช่นกัน  แม้ได้เป็นรัฐบาลจนกระทั่งใกล้ครบวาระ แต่ค่าแรงขั้นต่ำก็ขยับขึ้นมาได้แค่ใกล้เคียงนโยบายที่หาเสียงไว้ในบางพื้นที่เท่านั้น

การเลือกตั้งที่งวดใกล้เข้ามาพรรคพลังประชารัฐยังไม่ประกาศนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ แต่หันไปรีแบรนดิ้ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ที่มีมาตั้งแต่ปี2560 ด้วยการประกาศเพิ่มวงเงินจากเดิม 200 – 300 บาทต่อคนต่อเดือน เป็น 700 บาททันทีที่ได้เป็นรัฐบาลแทน

พรรคก้าวไกล ประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทันทีเป็น 450 บาท หากได้เป็นรัฐบาลโดยคำนวณให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ และดัชนีค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทุกปี  และเพิ่มการคุ้มครองสิทธิแรงงาน อาทิ ทำงานไม่เกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ถ้าทำงานเกินเวลา จะต้องมีค่าล่วงเวลาเป็นต้น  โดยในสมัยที่ยังเป็นพรรคอนาคตใหม่เสนอให้ปรับตามอัตราเงินเฟ้อ

พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเคยเสนอประกันรายได้ของแรงงาน ขั้นต่ำ 120,000 บาทต่อปี เมื่อการเลือกตั้งปี 2562  มาคราวนี้ยังไม่ประกาศนโยบายค่าแรง แจ้งเอาไว้ ว่าหลังปีใหม่จะมีความคืบหน้า

ขณะที่พรรคสร้างอนาคตไทยเสนอใช้ระบบกำหนดค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำแบบใหม่ จากเดิมที่พิจารณากำหนดค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพในแต่พื้นที่จังหวัด  เปลี่ยนเป็นการกำหนดค่าแรงที่ยึดเอาประสิทธิภาพของแรงงานเป็นหลัก เช่นเดียวกับของประเทศสิงคโปร์

สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานประชากรวัยทำงานของประเทศไทย ณ สิ้นปี2565 อยู่ที่40.1 ล้านคน  ปลายปีที่ผ่านมาคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เสนอปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เป็นวันละ 712 บาท เพื่อให้เพียงพอสำหรับการเลี้ยงดูบุคคลในครอบครัว 3 คน ตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ไอแอลโอ  ขณะที่ แล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ฐานเศรษฐกิจไว้ว่า ตามธรรมชาติ ไม่เคยมีองค์กรนายจ้างไหน เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าแรง

แต่ค่าแรงในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทยในอดีต จาก 215 บาท เป็น 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ  สะท้อนให้เห็นว่าคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับค่าแรงขั้นต่ำ เป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองเพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลเท่านั้น หากรัฐบาลยืนยันจะทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลุ่มทุน

จ่อเรียก 4 หน่วยงาน แจงปม “กองสลากพลัส” ใน กมธ.สิทธิมนุษยชน วุฒิสภา พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541427

22 ม.ค. 2566

จ่อเรียก 4 หน่วยงาน แจงปม "กองสลากพลัส" ใน กมธ.สิทธิมนุษยชน วุฒิสภา พรุ่งนี้

“สมชาย” เรียก 4 หน่วยงาน ชี้แจงปม “กองสลากพลัส” ในกมธ.สิทธิมนุษยชน วุฒิสภา พรุ่งนี้ ตั้งข้อสงสัย ผู้ถือหุ้นในบริษัท มีความสัมพันธ์ตำรวจคุมคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย แสวงการ ส.ว. ฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นัดประชุม กมธ. ในวันที่ 23 มกราคม เวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการค้า ลอตเตอรรี่ออนไลน์

หลังจากที่ก่อนหน้านี้หน่วยงานของรัฐนำกำลังเข้าตรวจค้น บริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด หรือ “กองสลากพลัส” ตามคำร้องเรียนของ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ต่อกรณีการขายสลากเกินราคาและมีสลากจำนวนมากที่เข้าข่ายการหลอกลวงประชาชน

ดังนั้น กมธ. เห็นว่าปัญหาค้า สลากออนไลน์ ควรพิจารณาหามาตรการและแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหา ซึ่งกมธ. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ), ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค, เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล

มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่าสำหรับประเด็นที่ กมธ.สิทธิมนุษยชน ตั้งเป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับการตรวจค้นบริษัท “กองสลากพลัส” แต่ยังไม่มีการตั้งข้อหาใดๆ นั้น เป็นเพราะสายสัมพันธ์ของบุคคลที่เป็นหุ้นส่วนบริษัทดังกล่าว เป็นบุตรชายของนายตำรวจที่มีส่วนคุมคดี

สอบคนใกล้ตัวหมดแล้ว ‘รมต.ธนกร’ ยันไร้คนเอี่ยวปมเที่ยว VVIP

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541420

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

22 ม.ค. 2566

สอบคนใกล้ตัวหมดแล้ว 'รมต.ธนกร' ยันไร้คนเอี่ยวปมเที่ยว VVIP

“รมต.สำนักนายกฯ ธนกร วังบุญชนะ” แจงไม่เกี่ยวข้องปมเที่ยว VVIP เผยสอบถามคนขับรถ-หน้าห้องทุกคนแล้ว ไม่มีใครเกี่ยวข้อง

ไปกันใหญ่กับเรื่องราวที่ นักท่องเที่ยวสาวชาวจีน เผยแพร่คลิปรีวิวเที่ยวแบบ VVIPผ่าน TikTok หลังเจ้าตัวได้รับบริการอย่างดี มี ตำรวจอำนวยความสะดวกตั้งแต่ในสนามบินสุวรรณภูมิ พาเดินไปขึ้นรถตำรวจ หนำซ้ำยังมีมอเตอร์ไซตำรวจนำทางไปจนถึงโรงแรมที่พัก

แต่มีประเด็นที่น่าสนใจมากกว่านั้น เพราะมีการอ้างว่าได้รับการประสานงานจากคนขับรถของรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ให้ช่วยอำนวยความสะดวก

เรื่องนี้ทำให้ 1 ในรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี “นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” ออกมาชี้แจงยืนยันว่าไม่ใช่ตนอย่างแน่นอน เพราะยึดแนวทางการทำงานเหมือนกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่เด็ดขาดกับการทุจริต มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ 

นายธนกร บอกอีกว่า เบื้องต้นได้สอบถามคนขับรถ รวมถึงหน้าห้องทุกคนแล้ว ซึ่งได้รับคำตอบยืนยันว่า ไม่มีใครไปดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน

นายธนกร บอกอีกว่า เบื้องต้นได้สอบถามคนขับรถ รวมถึงหน้าห้องทุกคนแล้ว ซึ่งได้รับคำตอบยืนยันว่า ไม่มีใครไปดำเนินการเรื่องดังกล่าวอย่างแน่นอน 

และทราบเรื่องดังกล่าวจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลเช่นกัน 

หากยังมีข้อสงสัยผมก็พร้อมชี้แจง และยินดีให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เพราะในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นที่ยอมรับในเรื่องการเด็ดขาดกับการทุจริตนั้น ไม่ควรปล่อยให้มีการแอบอ้างชื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาลไปดำเนินการในเรื่องที่ไม่สมควร 

“ผมยืนยันว่าไม่ใช่ผมแน่นอน และไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องไปสั่งการให้ทำอะไรแบบนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม หากมีข้อสงสัยผมก็พร้อมชี้แจงและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพราะผมยึดแนวทางการทำงานของท่านนายกฯ เป็นแบบอย่าง ดังนั้น ไม่มีทางที่ผมจะไปทำอะไรที่จะทำให้รัฐบาลต้องด่างพร้อยอย่างแน่นอนและจากการสอบถามนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯก็ยืนยันว่าไม่มีใครในทีมไปเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว”นายธนกร กล่าว