ประชาธิปัตย์ส่อเค้าสูญพันธุ์ ในสมรภูมิเลือกตั้งที่จังหวัด’ตาก’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541609

25 ม.ค. 2566

ประชาธิปัตย์ส่อเค้าสูญพันธุ์ ในสมรภูมิเลือกตั้งที่จังหวัด'ตาก'

แม้จังหวัดตากจะมีเขต’เลือกตั้ง’เพิ่มขึ้นอีก 1 เขต และปชป.เคยผูกขาด ส.ส.มาต่อเนื่อง แต่จะไม่ใช่การเลือกตั้งครั้งหน้านี้แน่

ต้องยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์ ยึดครองพื้นที่ ส.ส.ตาก มาอย่างเหนียวแน่นกว่า 20 ปี แม้ว่า.oช่วงทักษิณฟีเวอร์  แดงทั้งแผ่นดิน ยังฝ่ากระแสมาได้  แต่กระนั้น ในช่วงการเลือกตั้งหลังๆ มนต์ขลังของตระกูล ไชยนันทน์ และ บรรณวัฒน์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์เริ่มเสื่อมคลาย

กระทั่งล่าสุดเหลือเพียง 1 เก้าอี้ ที่ นายชัยวุฒิ บรรณวุฒิ อดีตรมว.อุตรสาหกรรม และแกนนำภาคเหนือ สามารถป้องกันแชมป์ในเขต 2 ไว้ได้  ส่วนอีก 2 เขต ถูกพรรคพลังประชารัฐเจาะไข่แดงไปได้

ปัจจัยที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้เนื้อหอมเหมือนเช่นอดีต ซึ่งเคยมีคนกล่าวไว้ว่าแพ้ที่ไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ที่ จังหวัดตาก ส่วนหนึ่งมาจากการวิธีการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ที่หลายมองว่ายึดหลักการมาก ทำให้การทำงานเชื่องช้า ไม่ทันใจคอการเมือง และที่ผ่านมาภายในพรรคมีการผ่องถ่ายอำนาจ

อีกทั้งเก้าอี้นายกอบจ.ตาก ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งการเอื้อต่อผลการเลือกตั้ง กลับไม่มีคนของพรรคเข้าไปนั่งบริหาร โดยมีนายณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ รั้งเก้าอี้ดังกล่าว จนสามารถผลักลูกชายคนโต อย่างนายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ซิวเก้าอี้ส.ส.ตาก เขต 1 ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ จ.ตาก มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ทำให้มีส.ส.เพิ่ม 1 ที่นั่ง จาก 3 เพิ่มเป็น 4 เขต แต่การแบ่งพื้นที่ยังไม่ชัดเจนนัก  หลายพรรคเริ่มมีการเปิดตัว แต่ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ที่ยังไร้วี่แวว ไร้การเคลื่อนไหว

หากไล่เรียงยึด 3 เขตเดิมนั้น คอการเมืองเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์อาจเพลี่ยงพล้ำ ถึงขั้นสูญพันธุ์ก็มีความเป็นไปได้ โดยเขต 1  ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ แชมป์เก่า ที่เคยทิ้งพรรคพลังประชารัฐ ไปพรรคเศรษฐกิจไทยตาม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ล่าสุด เตรียมกลับรังเก่าสู้ศึกเลือกตั้ง ยังเป็นต่อคู่แข่งหลายช่วงตัว เพราะได้น้ำเลี้ยงชั้นดีจาก นายกอบจ.ตาก ผู้เป็นพ่อ

เขต 2  ชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ แม้เลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 จะชนะคู่แข่งอย่าง เงินตรา ทั้งเกสร จากพรรคอนาคตใหม่ และ ฑีฆะพล ทวีเกื้อกูลกิจ จากพรรคพลังประชารัฐ แบบคะแนนทิ้งห่างเกือบ 1 เท่าก็ตาม  แต่ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เจ้าตัวจะสลัดเสื้อแม่พระธรณีบีบมวยผมที่ปักหลักอยู่มานานจนนั่งเก้าอี้เสนาบดี กระทรวงอุตสาหกรรม มาซบตัก ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังมีภาพควง จุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคเหนือ โดดร่วมวงเปิดตัวพรรครวมไทยสร้างชาติ

แม้ว่าจะยังไม่ชัดเจน 100 % แต่เชื่อว่าเร็วๆนี้จะมีการลาออกจากส.ส. เพื่อไปสังกัดพรรคใหม่ และคุณสมบัติครบก่อนวันเลือกตั้ง

ส่วนเขต 3 ส.ส.ปั้น ภาคภูมิ บูลย์ประมุข มือขวา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เตรียมกลับมาสวมเสื้อพลังประชารัฐ หลังจากผละตามบอส ไปสวมเสื้อพรรคเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจจะต้องมาปะมือกับคู่ปรับเก่าอย่าง ชัยณรงค์ มะเดชะ หรือ ดอกเตอร์อาทอดีตนายกเทศมนตรีตำบลแม่ระมาด ที่ช้ำรักกับพรรคเพื่อไทย โดยหันมาสวมเสื้อพรรคภูมิใจไทย เพื่อเป้าหมายผลักดัน อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ว่ากันว่า อนุทิน ไว้วางใจและหมายมั่นปั้นมือจะปักธงในพื้นที่ชายแดน จ.ตากให้ได้ จนได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา รมว.สาธารณสุข

ขณะที่ ธนิตพล ไชยนันทน์ อดีตส.ส.ตาก 4 สมัย ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ นักการเมืองรุ่นลายครามจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่เคยแพ้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดมีคะแนนมาเป็นอันดับ 3 ดูเหมือนจะหืดจับ แม้ว่าจะสอบตกและทางพรรคปูนบำเหน็จรางวัลเป็นที่ปรึกษารมช.สาธารณสุข (นายสาธิต ปิตุเดชะ)มีผลงานการแก้ไขปัญหาโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดน จ.ตาก แต่ยากที่จะฝ่าด่านกระแส-กระสุน

ว่ากันว่า ตราบใดที่กกต.ยังไม่ประกาศแบ่งเขตพื้นที่เลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายหลังที่มีการเพิ่มอีก 1 เขตเลือกตั้ง บรรดานักเลือกตั้งสามารถขยับลงในเขตที่ตนเองมีฐานเสียงเหนียวแน่น และปัจจุบันประชาธิปัตย์ยังไม่มีการขยับ เปิดหน้าส่ง ม้าศึกชั้นดีลงมาวัดพลังกับคู่แข่ง ขณะที่ ขุนพล กลับพร้อมตีจากไปซบรังใหม่   อดีตที่ประชาธิปัตย์เคยนอนมาในพื้นที่ จ.ตาก น่าจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว มีโอกาศที่ปรากฏการณ์ สูญพันธุ์จะเข้ามาแทน

“สามีเป้ย-ปานวาด”และ”หาญส์ หิมะทองคำ” ลงว่าที่ผู้สมัคร เปิดตัวเพิ่ม 71 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541599

24 ม.ค. 2566

"สามีเป้ย-ปานวาด"และ"หาญส์ หิมะทองคำ" ลงว่าที่ผู้สมัคร เปิดตัวเพิ่ม 71 คน

“พรรคพลังประชารัฐ” เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส. 71 คน พื้นที่กทม.และต่างจังหวัด “สามีเป้ย-ปานวาด”และ”หาญส์ หิมะทองคำ” ลงกทม.

ความเคลื่อนไหวของพรรคพลังประชาชนรัฐในวันนี้ 24  มกราคม 2566 เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้งหมด 71 คน ที่จะลงสนามเลือกตั้งทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศ เตรียมส่งครบทุกเขตเลือกตั้ง 400 คน ทุกจังหวัด ขณะนี้เปิดตัวไปแล้ว 350 คน และขอให้ผู้สมัครลงพื้นที่ให้ครบทุกหลังคาเรือนด้วยตัวเอง อย่าฝากความหวังไว้ที่หัวคะแนนเพียงอย่างเดียว พปชร.จะก้าวข้ามความขัดแย้ง ขจัดทุกปัญหา พัฒนาทุกพื้นที่ โดยเร็วๆนี้เตรียมปราศรัยในเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร เพื่อประกาศว่า พปชร. พร้อมแล้วที่จะรับใช้คนกกรุงเทพมหานคร โดยการเลือกตั้งปี 2562  พรรคพลังประชารัฐกวาดไป 12 เขต

สำหรับ การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในครั้งนี้ รวมทั้งสิ้น 71 คน  

พื้นที่กรุงเทพมหานคร ผู้สมัครจำนวน 28 คน  (นายสกลธี ภัททิยกุล ในฐานะหัวหน้าทีมกรุงเทพมหานคร )
1.นายธิชดล สกุล  2.ดร.ภูมิพิชัย ธารดำรง 3.น.ส.ชญาภา ปรีดาพากย์ 4.ร.อ.รชฎ พิสิษฐบรรณกร 5.นายพณิชย์ วิทยาภัทร์ 6.นายสฤษดิ์ ไพรทอง 7.นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ 8.นายปราโมทย์ เพ็ชรฤทธิ์ 9.น.ส.น้ำฝน ไพรทอง 10.ภ.ญ.นพวรรณ หัวใจมั่น 11.นางนฤมล รัตนาภิบาล 12.นายรังสรรค์ กียปัจจ์ 13.นายกานต์ กิตติอำพน 14.น.ส.ณิรินทร์ เงินยวง 15.นายกิตติภูมิ นีละไพจิตร์ 16. ดร.คมสัน พันธุ์วิชาติกุล 17.นายศิริพงษ์ รัสมี 18.นายพีระพงษ์ รัสมี 19.นางนาถยา แดงบุหงา 20.นายตรีสิทธิ์ ศิริวรรณ 21.นายศันสนะ สุริยะโยธิน 22.นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ 23.นายรพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา 24.นาวาตรีนิธิ บุญยรัตกลิน 25.พ.ต.ท.วันชัย ฟักเอี้ยง 26.ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช 27.ดร.บุณณดา สุปิยพันธุ์ 28.นายเอกชัย ผ่องจิตร์ 

โดย “ป๊อป นิธิ” สามีของดาราสาว “เป้ย ปานวาด” และ “หาญส์ หิมะทองคำ” อดีตนักแสดงช่อง 7 อดีตพิธีกร และ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นอดีตสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตวังทองหลาง อดีตพิธีกร​ ลงพื้นกรุงเทพมหานคร

นาวาตรีนิธิ บุญยรัตกลิน หรือ ป๊อป สามีเป้ย-ปานวาดนาวาตรีนิธิ บุญยรัตกลิน หรือ ป๊อป สามีเป้ย-ปานวาดนายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ อดีตดาราช่อง 7นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ อดีตดาราช่อง 7

พื้นที่ภาคเหนือ รวม 7 คน 
จ.แพร่ 
29.นางสาวอาทิตยา อินนะไชย 30.นายสุรสิทธิ์ เพชรปิตุพงษ์ 31.นางปอรวัลย์ มุดเจริญ 
จ.ตาก 
32.นายชิงชัย ก่อประภากิจ 
จ.พิษณุโลก 
33.นายเอกพงษ์ กุลเจริญ  
จ.นครสวรรค์ 
34.นายธนรัชต์ วิเชียรรัตน์ 35.นายนัยศาลิน ถนอมมิตรวัฒนา 

พื้นที่ภาคกลาง รวม 7 คน 
จ.นครปฐม 
36.นายศิรวริศ สวนแก้ว 37.นายณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม 38.นายมนตรี บุญประคอง 
จ.กาญจนบุรี  
39.นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ 40.นายชูเกียรติ จีนาภักดิ์ 41.พล.ต.ต.กมลสันติ กลั่นบุศย์ 42.นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์  

พื้นที่ภาคใต้  รวม 1 คน 
จ.นครศรีธรรมราช 
43.ดร.นพ.พิชาญศักดิ์ บุญมาศ  

พื้นที่ภาคตะวันออก รวม 5 คน 
จ.ระยอง 
44. นายพายัพ ผ่องใส 
จ.ฉะเชิงเทรา 
45.ดร.รัฐสภา นพเกตุ 46.พล.ต.ท.พิทักษ์ จารุสมบัติ  
จ.ชลบุรี 
47.นายเพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทอง  
จ.ปราจีนบุรี  
48. นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ 

พื้นที่ภาคอีสาน รวม 23 คน 
จ.ศรีสะเกษ  
49. นายสุรณัฐ แนบเนียม 50. ดร.อภิชา ระยับศรี  
จ.อุดรธานี 
51. นายวิฑูรย์ นามคุณ  
จ.สุรินทร์  
52.ว่าที่ร้อยตรีศักดินันท์ ศุภนิมิตรมนตรี 53. นายพิเชษฐ์ สุทธิศิริวัฒนะ 54. นางสาวณชณฆ์ ตรงใจ  
จ.ชัยภูมิ  
55.นายพีระพล ติ้วสุวรรณ 
จ.นครราชสีมา  
56.ดร.กาญจนา เปรมภิรักษา 57.นายสุกฤษณ์ วัชรมาลีกุล 58.พ.ต.อ.ปริวัฒน์ นาคำ เขตสูงเนิน 
จ.เลย  
59.นายชูศักดิ์ บัวระภาสิริ 
จ. สกลนคร 
60.นายอภิวัฒน์ มีชัย  
จ.กาฬสินธุ์ 
61.น.ส.พาวิไล พิมพะสาลี 
62.นายสิทธิศักดิ์ พัฒนชัย 
จ.ร้อยเอ็ด 
63.นายพงศกรณ์ ตั้งกิตติ์ตระกูล  
จ.ขอนแก่น  
64.นายอัษฎางค์ แสวงการ 
65.นายพัฒนา นุศรีอัน
66.นายปัญญา ศรีปัญญา 
67.นายณรงค์เลิศ สุรพล 
68.นายสมใจ ชาญจระเข้ 
69.นายเลอพงศ์  ลิ้มรัตน์
70.นายไพฑูรย์ ผิวผาง 
71. นพ.กันณพงศ์ อัครไชยพงศ์

พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว 71 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐเปิดตัว 71 ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

ดีเดย์ 28 ม.ค. “จุรินทร์” นำทีมประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครอีสาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541591

24 ม.ค. 2566

ดีเดย์ 28 ม.ค. "จุรินทร์" นำทีมประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครอีสาน

“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ” เตรียมขนแกนนำ-สมาชิก บุกนครราชสีมา เปิดตัวบิ๊กล็อต “ว่าที่ผู้สมัครส.ส.” ภาคอีสาน28ม.ค.นี้

นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา ปรึกษาคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าหลังจากที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค และนายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าพรรคภาคอีสาน ได้เคาะว่าที่ผู้สมัคร สส.ภาคอีสานเป็นที่เรียบร้อย 

ดีเดย์ 28 ม.ค. "จุรินทร์" นำทีมประชาธิปัตย์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครอีสาน

นายจุรินทร์ ได้สั่งการมอบหมายคุณหญิงกัลยาเเละนายไชยยศ พร้อมแกนนำทีมภาคอีสาน อาทิ นายสมชัย ฉัตรพัฒนศิริ นายประชาธิปไตย คำสิงห์นอก อดีต ส.ส.โคราชหลายสมัยและนายพิเชฐ พัฒนโชติ อดีตรองปธ.สว.คนที่1 เตรียมเปิดตัวใหญ่ผู้สมัครภาคอีสาน ในวันเสาร์ที่ 28 มกราคม 2566 เวลา10.00น.-12.00น. ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล จ.นครราชสีมา

ด้านน.ส.ธนชาภา จันทวารา รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าในงานเปิดตัวผู้สมัครครั้งนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะเน้นย้ำถึงความสำเร็จของนโยบายประกันรายได้และขยายสู่นโยบายใหม่ เพราะตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พรรคประชาธิปัตย์ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นโยบายประกันรายได้พืช 5 ชนิด เป็นนโยบายที่ทำสำเร็จตามที่หาเสียงไว้ และนโยบายนี้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้มากกว่า 8 ล้านครัวเรือน โดยตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ใช้งบประมาณไปกว่า 5 แสนล้านบาท และจะมีโครงการพัฒนาต่อยอดต่อไป

รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่าในช่วงบ่ายจะมีการอบรมว่าที่ผู้สมัคร นำโดย นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้ง สำหรับว่าที่ผู้สมัครของพรรคจะผสมผสานทั้งอดีต ส.ส. นักการเมืองท้องถิ่น รุ่นใหญ่ รุ่นใหม่(Young Blue) จากทั่วภาคอีสาน ทุกเพศ ทุกวัย ทุกสาขาอาชีพ ที่ยึดมั่นอุดมการณ์ของสถาบันการเมืองประชาธิปัตย์ และระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ที่จะมาร่วมประสานงาน ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เเละนโยบายพรรค ‘สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ’ ทั้งภาคอีสาน และนำพาอีสานเชื่อมโลก ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณความพร้อมเข้าสู่โหมดเลือกตั้งและเข็มทิศในการก้าวไปข้างหน้าอย่ามั่นคงเเละยั่งยืนสำหรับสถาบันทางการเมืองที่อยู่เคียงคู่ประเทศไทยอย่างมั่นคงยาวนาน 
เพราะอุดมการณ์ประชาธิปัตย์ศรัทธาและภักดีต่อประชาชน สถาบันของประเทศชาติและประชาธิปไตย 

“เราเชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนในภาคอีสานและทั่วประเทศ จะไว้ใจเราผ่านการเลือกตั้งกลับเข้ามาท่วมท้น เพื่อให้เราเคียงข้างประชาชนนำพาบ้านเมืองของเราเพื่ออนาคตของรุ่นต่อๆไป “ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

เปิด 12 นโยบาย “ชาติพัฒนากล้า” ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541588

24 ม.ค. 2566

เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

“สุวัจน์-กรณ์” นำทีมพรรคชาติพัฒนากล้า เปิดตัว 12 นโยบาย สู้เลือกตั้ง ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร – รื้อระบบราชการตั้งเป้าพลิกวิกฤตเศรษฐกิจ ภายใน5 ปี มีรายได้ให้ประเทศ 5ล้านล้านบาท ผ่านตั้งหลายกองทุนสนับสนุนสร้างงาน-อาชีพ

พรรคชาติพัฒนากล้า นำโดย นายกรณ์ จาติกวณิช  หัวหน้าพรรค, นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา ,  นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค , นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานยุทธศาสตร์และนโยบายเศรษฐกิจ พร้อมด้วยแกนนำพรรค ว่าที่ผู้สมัครส.ส. และสมาชิกพรรค ร่วมแถลงเปิดตัวนโยบายของพรรคเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง

เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

ทั้งนี้นายสุวัจน์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์การเมืองขณะนี้อยู่ในสถานการณ์วิกฤตที่ 35 ปีที่ผ่านมาที่ตนอยู่ในการเมืองไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งนี้ตนเชื่อว่าวิกฤตครั้งนี้จะผ่านไปได้พร้อมกับประเมินว่าวิกฤตที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากภาวะโรคระบาด เงินเฟ้อ น้ำมันแพง นอกจากนั้นยังมีภาวะหนี้ครัวเรือน กว่า 90% ทำให้ตัวเลขจีดีพีของไทยถดถอยรั้งท้ายอาเซียน 

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

“ผมไม่เคยเจอวิกฤตแบบนี้ ดังนั้นพรรคการเมืองต้องร่วมมือกันเพื่อให้ประชาชนเชื่อว่าเป็นทางออกของวิกฤต พรรคชาติพัฒนากล้าพร้อมอาสาและมีนโยบายรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกคนมีงาน มีเงิน และของไม่แพง แนวคิดของพรรคคือการสร้างแพลตฟอร์มเศรษฐกิจใหม่ ให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจของไทยที่เข้มแข็ง บนพื้นฐานของทรัพยากรที่เข้มแข็งและสร้างความยั่งยืนให้ประชาชน” นายสุวัจน์ กล่าว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับนโยบายพรรคชาติพัฒนา เปิดตัวมีทั้งสิ้น  12 ด้าน โดยตั้งเป้าหมายคือ กอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจชาติ ได้แก่

  1. หาเงินใหม่ให้ประเทศ 5 ล้านล้านบาท
  2. ลดภาษีบุคคล เงินเดือน 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี
  3. น้ำมัน แก๊ส ไฟฟ้า ต้องถูกลง รื้อโครงสร้างพลังงาน
  4. ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร รื้อระบบสินเชื่อ
  5. รื้อระบบราชการ โดยใช้ GOv-Tech ราชการมือถือรวดเร็ว ปลอดคอร์รัปชั่น
  6. เกษตรสร้างชาติ เพิ่มมูลค่าด้วยเทคโนโลยี-อุตสาหกรรม
  7. สร้างเด็กไทย 3 ภาษา
  8. ทุนธุรกิจสร้างสรรค์ สูงสุดรายละ1ล้านบาท ไม่จำกัดวุฒิและวัย
  9. สูงวัยไฟแรง งานใหม่ 5 แสนตำแหน่ง
  10. อารยสถาปัตย์ ปรับเงินบ้าน 50,000 บาทให้ผู้สูงวัยและผู้พิการ
  11. มอร์เตอร์เวย์ทั่วไทย 4 ทิศ 2,000 กม.
  12. ท่องเที่ยวนำไทย เพิ่มนักท่องเที่ยว 2 เท่า 
เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

จากนั้น นายกรณ์​ กล่าวถึงข้อเสนอในนโยบายสร้างรายได้ใหม่ให้ประชาชน และคนไทย 5ล้านล้านบาท ในช่วงเวลา 5 ปี โดยมั่นใจว่าหากพรรคสามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่่นำเสนอทำได้แน่นอน โดยยุทธศาสตร์ของพรรคได้จัดกลุ่ม 7 กลุ่ม  คือ กลุ่มยุทธศาสตร์สีเขียว คือ รักษ์โลก เพื่อแก้ปัญหาโรคร้อน นำประเทศไปสู่ภาวะเป็นกลางทางคาร์บอน นำไปสู่การลงทุนครั้งใหญ่รอบ 40 ปี โดยต้องรื้อระบบอุตสาหกรรม การเกษตร พลังงาน เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของโลกที่มุ่งด้านสิ่งแวดล้อม

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่าพรรคชาติพัฒนาจะช่วยภาคอุตสาหกรรมปรับตัว รวมถึงภาคการเกษตร สนับสนุนการปลูกป่า 26ล้านไร่ โดยออกพันธบัตรปลูกป่า 65,000 บาทให้กับประชาชน ซึ่งจะเกิดผลตอบแทนให้กับประชาชนในอนาคต นอกจากนั้นคือ การขายคาร์บอนเครดิต ปัจจุบัน มีราคา125 บาทต่อตัน ได้เงินคืน 6,000 ล้านบาท และในอนาคตเชื่อว่าจะมีมูลค่าสูงขึ้น 65,000 ล้านบาท

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า กลุ่มยุทธศาสตร์สีเทา โดยจะนำธุรกิจและเศรษฐกิจสีเทาให้สู่ที่สว่าง โดยพรรคจะส่งเสริมพื้นที่ที่พร้อม ออกใบอนุญาตทำคาสิโนรีสอร์ท เพื่อสร้างรายได้ให้ประเทศ และแก้ปัญหาเงินจากบ่อนใต้ดิน ดึงรายได้ของคนไทยที่เล่นการพนันในคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน และทำให้เกิดการท่องเที่ยว นอกจากนั้นจะช่วยแก้ปัญหาลอตเตอร์รี่ราคาแพง, ยุทธศาสตร์สีขาว ที่มาจากความเชื่อและศรัทธา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่มาจากการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยจะตั้งกองทุนให้กับ 77 จังหวัดเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวสายมู  

เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

นายกรณ์ กล่าวด้วยว่า ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจสร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้คนไทย โดยตั้งกองทุนสนับสนุน เพื่อให้คนไทยเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม เช่น การจองห้องพัก, ยุทธศาสตร์สีฟ้า ด้วยใช้เทคโนโลยีเพื่อปฏิรูประบบราชการ ลดโอกาสการทุจริต ลดต้นทุนการบริหารจัดการ, ยุทธศาสตร์สีเหลือง โดยใช้ซอฟต์พาวเวอร์ของไทย

ทั้งศิลปวัฒนธรรม อาหาร กีฬา เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยพรรคจะมีกองทุนสนับสนุนที่ชัดเจน, ยุทธศาสตร์สีเงิน เพื่อผู้สูงอายุ โดยพรรคจะให้เงินสนับสนุนผู้ประกอบการเพื่อจ้างงานผู้สูงอายุ และมีกองทุน 50,000 บาทต่อครัวเรือนเพื่อปรับอารยสถาปัตย์เพื่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ตั้งเป้า 4ล้านครัวเรือนในปีแรก และยุทธศาสตร์สีรุ้ง 

เปิด 12 นโยบาย "ชาติพัฒนากล้า" ยกเลิกแบล็กลิสต์บูโร-รื้อระบบราชการ

“ยุทธศาสตร์ของพรรค คือการสร้างรายได้ใหม่ให้คนไทยและประเทศ มีงานดีที่ประชาชนอยากทำ มีรายได้ที่เหมาะสม มีเงินพออยู่พอกิน มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจไม่มีหนี้สิน และไม่แพงคือผู้ประกอบการมีกำไรที่เหมาะสม ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ เชื่อว่าจะเป็นเป้าหายที่ไปถึงได้ และนำประเทศเข้าสู่กระแสหลักของโลกและ ยกระดับไทยจากประเทศรายได้ปานกลางไปสูงได้ภายใน 5 ปี ซึ่งต้องขอแรงให้ประชาชนเลือกพรรคชาติพัฒนากล้า” นายกรณ์ กล่าว

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541587

24 ม.ค. 2566

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้ง 3 จังหวัด ชายแดนใต้ “นายกกูเซ็ง” ชงส่งครบทุกเขต “วัชระ”มั่นใจกวาดที่นั่ง ส.ส. ได้ครบทุกจังหวัด

วันนี้ (24 ม.ค.66) ที่ทำการพรรคสร้างอนาคตไทย นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการฝ่ายการเมืองพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (22 ม.ค.66) ตนได้ไปร่วมประชุมกับนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายก อบจ.นราธิวาส โดยมีนายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. 3 จังหวัดชายแดนใต้ คือ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี และแกนนำในพื้นที่กว่า 30 คน ที่จังหวัดนราธิวาสเข้าร่วมประชุมด้วย 

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

ทั้งนี้นายวัชระ ระบุว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมเตรียมความพร้อมในการเปิดตัวผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคสร้างอนาคตไทยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้จำนวน 12 เขต แบ่งเป็น นราธิวาส 5 เขต , ปัตตานี 4 เขต และยะลา 3 เขต ตามข้อเสนอของนายกูเซ็งที่เสนอให้พรรคสร้างอนาคตไทยส่งผู้สมัครให้ครบทุกเขตในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

นอกจากนี้ในที่ประชุมได้เสนอให้นายกูเซ็งเป็นแม่ทัพในการรับผิดชอบในการจัดและวางตัวผู้สมัครแต่เพียงผู้เดียว รวมถึงได้มีการหารือถึงการวางตัวผู้สมัครในพื้นที่อื่นๆ ในภาคใต้ เช่น สตูล และสงขลาอีกด้วย และจะมีการเปิดตัวศูนย์ประสานงานพรรคสร้างอนาคตไทยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยจะมีกิจกรรมทางการเมืองที่สำคัญคือ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย จะนำทัพผู้บริหารลงมาร่วมประชุมกับว่าที่ผู้สมัครและแกนนำเพื่อกำหนดนโยบายพรรคเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยตัวเอง 

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

นายวัชระ กล่าวต่อว่า วันนี้ตนมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ทางการเมืองและผลงานตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีของนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน ล้วนเป็นที่ยอมรับของประชาชนในจังหวัดนราธิวาสและพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ รวมไปถึงการมีเครือข่ายคนการเมืองในพื้นที่ที่พร้อมเข้ามาร่วมทำงานกับนายกูเซ็งเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการได้นายกูเซ็งจะเป็นผู้จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งของพรรคสร้างอนาคตไทย จึงถือว่ามีความเข้มแข็งและจะสามารถปักธงกวาดที่นั่ง ส.ส. ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้ครบทุกจังหวัดอย่างแน่นอน 

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

“วันนี้การที่พรรคสร้างอนาคตไทยได้รับความไว้วางใจจากท่านนายกฯกูเซ็ง ผมถือว่าเป็นความสำเร็จของพรรคสร้างอนาคตไทยอย่างแท้จริง และเป็นการเติมความแข็งแกร่งทางการเมืองของพรรคในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมอยากจะเปรียบเทียบว่านี่คือ สถานการณ์ที่เรียกว่า “พยัคฆ์ติดปีก” สำหรับพรรคสร้างอนาคตไทย เพราะในวันนี้ในขณะที่พรรคการเมืองคู่แข่งในพื้นที่ต่างอ่อนกำลังลง และมีจุดบอดอย่างมากมาย ทั้งตัวพรรคและผู้สมัครของพรรคจนทำให้ประชาชนเกิดความเบื่อหน่ายและไม่มีทางเลือก ดังนั้นนี่คือวินาทีทองสำหรับเราในการที่จะขย้ำและยึดพื้นที่แทนที่เจ้าของเดิม ซึ่งผมมั่นใจว่าเราจะมีส.ส.ครบทั้ง 3 จังหวัดอย่างแน่นอน ส่วนจะนับแต้มสักได้เท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับตัวเราที่จะสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนได้เห็นผ่านตัวผู้สมัครและนโยบายของพรรค” นายวัชระ กล่าวทิ้งท้าย

“สร้างอนาคตไทย” ผนึก 2 พ่อลูก “ยาวอหะซัน” จัดทัพสู้ศึกเลือกตั้งชายแดนใต้

ท่าที 2 ป. ปาดหน้าลงพื้นที่ “บิ๊กตู่”ลั่น “ไม่ได้ผูกขาเขาไว้”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541576

24 ม.ค. 2566

ท่าที 2 ป. ปาดหน้าลงพื้นที่ "บิ๊กตู่"ลั่น "ไม่ได้ผูกขาเขาไว้"

หลังประชุม ครม. 2 ป.ถูกจับตาประเด็นปาดหน้าลงพื้นที่กัน ด้าน”บิ๊กตู่”ลั่น ไม่ได้ผูกขาเขาไว้ ส่วน”บิ๊กป้อม”ท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด

ท่าที 2 ป. “บิ๊กตู่” และ “บิ๊กป้อม” หลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในวันนี้ 24 ม.ค. ท่ามกลางกระแส ผู้เป็นพี่ชิงปาดหน้าลงพื้นที่ต่างๆ ทั้ง จ.ราชบุรี จ.นครสวรรค์ และเยาวราช กรุงเทพมหานคร นั้น

โดยจากนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวกลาโหม มีกำหนดการเดินทางไปยัง จ.ชุมพร ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ ในฐานะ”สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ” จะเห็นภาพ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไปปรากฎตัวก่อนหรือไม่ สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลพยายามถามถึงประเด็นดังกล่าว
 

พลเอกประยุทธ์ ตอบว่า “ใครจะไปก็ไปสิ แผ่นดินผืนนี้ ใครไปไหนก็ไปได้ไม่ใช่หรือ ใครจะไปก่อนไปหลังก็ไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ขัดข้อง อย่าไปเสนอข่าวทำนองนี้นะ เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรอยู่แล้ว”


พลเอกประวิตร ตอบด้วยเสียงที่แสดงถึงความไม่พอใจ ว่า “โห่ ถามอยู่ได้”

ทั้งนี้การสัมภาษณ์ของพลเอกประยุทธ์นั้น ดูเข้มข้นขึ้นมาทันที เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนอดไม่ได้ที่มองว่าเป็นการปาดหน้าลงพื้นที่ 
พลเอกประยุทธ์ ตอบว่า “ผมไม่ได้ผูกขาเขาไว้นี่นา ท่านก็ไม่ได้ผูกขาผม ผมไปไหนก็ไปได้ ท่านไปไหนก็ได้ ไปเวลาเดียวกันก็ได้ไม่มีปัญหาหรอก” 

พร้อมปฏิเสธและแสดงท่าทีหงุดหงิดเมื่อถูกถามว่าเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมืองหรือไม่ ต่อมาผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้พี่น้อง 2 ป.ดูมีระยะห่างต่อกัน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่มีหรอกครับ” ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที

ครม. ตั้ง “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นั่ง ประธานบอร์ด GISTDA

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541572

24 ม.ค. 2566

ครม. ตั้ง "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นั่ง ประธานบอร์ด GISTDA

ครม. มีมติแต่งตั้ง “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” อดีต ผบ.ตร. นั่งประธานบอร์ด GISTDA “หมอทวีศิลป์” เป็นโฆษก สธ.

(24 มกราคม 2566) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งที่ประชุมมีมติอนุมัติ / รับทราบ ในเรื่องการแต่งตั้ง ดังนี้

1. การแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง (สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ)

  • โดย ครม.มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายกฤษณ์ กระแสเวส ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ให้ดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป

2. ขออนุมัติต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 (กระทรวงพาณิชย์)

  • คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เสนอ ต่อเวลาการดำรงตำแหน่งของ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะดำรงตำแหน่งดังกล่าวครบการต่อเวลา 1 ปี (ครั้งที่ 1) ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ต่อไปอีก 1 ปี (ครั้งที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2567

3. การแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

  • คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) รวม 7 คน เนื่องจากประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมได้ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2565 ดังนี้
  1. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ประธานกรรมการ
  2. นายเจษฎา ศิวรักษ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  
  3. พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  4. นายภาณุ จันทร์เจียวใช้  กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  5. นางรวีวรรณ ภูริเดช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  6. นายสมประสงค์ บุญยะชัย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ
  7. นายสุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

4. การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ

  • คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จำนวน 2 คน เพื่อแทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากขอลาออก ดังนี้
  1. นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ 
  2. นายมณฑล สุดประเสริฐ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2566 เป็นต้นไป และผู้ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว

5. การแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการแพทย์และสาธารณสุขในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

  • คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอแต่งตั้ง นายเกียรติภูมิ วงศ์รจิต เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (ด้านการแพทย์และสาธารณสุข) ในคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แทนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเดิมที่ขอลาออก

6. เรื่อง การแต่งตั้งโฆษกกระทรวงสาธารณสุข

  • เพื่อให้การประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร การดำเนินงานของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล มีประสิทธิภาพ เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงแต่งตั้งโฆษก สธ. ขึ้นใหม่ ดังนี้
  1. นายทวีศิลป์ วิษณุโยธิน รองปลัด สธ.
  2. นายณรงค์ สายวงศ์ รองปลัด สธ.
  3. ร้อยตำรวจเอก รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับ สธ. (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ)

‘ไทยสร้างไทย’รับสองคนเพื่อไทย เสริมทัพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541573

24 ม.ค. 2566

'ไทยสร้างไทย'รับสองคนเพื่อไทย เสริมทัพ

เก่ง การุณ ‘ ชวลิต วิชยสุทธิ์’ เข้าเสริมทัพไทยสร้างไทย คุณหญิงสุดารัตน์ ให้การต้อนรับ ยันไ่ม่ใช่สองคนสุดท้ายที่จะย้ายมา

การุณ โหสกุล อดีต ส.ส. กทม. เขตดอนเมืองและชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีต ส.ส. นครพนม เขต 4 พรรคเพื่อไทย เป็นอดีตส.ส.สองรายที่ย้ายเข้ามาร่วมชายคาพรรคไทยสร้างไทย ล่าสุด โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ระบุว่าชวลิต เป็นคนคุณภาพทำงานเรื่องการปรองดองมายาวนาน

เช่นเดียวกับอดีตสส.การุณ ที่ทำงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็งไม่เคยขาดตกบกพร่อง ดูแลพี่น้องประชาชนด้วยความเข้มแข็ง มั่นใจว่าจะนำทัพไทยสร้างไทย สร้างประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้ เป็นบุคคลคุณภาพ 2 คนที่เข้ามา แต่ไม่ใช่ 2 คนสุดท้าย

ชวลิต กล่าวว่า เหตุผลที่ตนตัดสินใจมาอยู่พรรคไทยสร้างไทย มี 2 ประการ เหตุผลแรกตนเวลาและสถานการณ์ที่สุขงอมในการตัดสินใจทางการเมือง ตนเป็นส.ส.มาตั้งแต่ปี 2544 ผ่านการถูกยุบพรรคมาแล้ว 2 ครั้ง ผ่านการปฏิวัติมาแล้ว 2 ครั้ง หัวหน้าที่เปลี่ยนมาแล้วก็ไป แต่คนเดือดร้อนคือพี่น้องประชาชน ถ้าเราออกจากความขัดแย้งไม่ได้บ้านเมืองก็ยังเป็นอยู่เช่นนี้ เคยเห็นภาวะผู้นำของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมัยที่ทำหน้าที่ประธานพรรคซึ่งเคยสังกัด เป็นแรงผลักดันให้ก้าวเข้ามาสู่พรรคไทยสร้างไทย

การุณ บอกว่าอาศัยเรื่องคุณธรรมความกตัญญูเป็นหลัก กตัญญูแรกคือกับพี่น้องประชาชนคนดอนเมือง ที่เติบโตมาโดยอาศัยพี่น้องคนดอนเมือง ทั้งการเป็นอยู่ ทำมาหากิน รวมทั้งให้โอกาสทำงานในนามพรรคการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่นถึงระดับประเทศ และกตัญญูที่สอง คนถามว่าหากออกจากบ้านหลังเก่าซึ่งเป็นบ้านหลังใหญ่ ก็ใจหายเพราะได้ร่วมก่อสร้างมา

การออกมาจากบ้านหลังใหญ่ไม่มีตัวเลือกอื่นๆนอกจากมุ่งมาพรรคไทยสร้างไทย เพราะคุณหญิงสุดารัตน์เป็นแบบอย่างในการทำงานให้พี่น้องประชาชนคนไทยและได้รับความเมตตาจากคุณหญิงสุดารัตน์ทั้งช่วงที่ตกต่ำที่สุดและช่วงที่มีภัยส่วนตัวมาโดยตลอด

ครม. อนุมัติ งบเกือบ 6,000 ล้านบาท ใช้จัดการ “เลือกตั้ง”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541570

24 ม.ค. 2566

ครม. อนุมัติ งบเกือบ 6,000 ล้านบาท ใช้จัดการ "เลือกตั้ง"

ครม. มีมติอนุมัติ งบ 5,945,161,000 บาท เพื่อใช้จัดการ “เลือกตั้ง” สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุ วันที่ 23 ม.ค.นี้  

เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มติครม. มีอนุมัติหลักการให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 5,945,161,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ  แบ่งเป็นค่าใช้จ่าย 

1. รายการค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ดำเนินการ โดยสำนักงาน กกต. จำนวน 5,104,546,750 บาท อาทิ การจัดการเลือกตั้ง การเตรียมความพร้อมบุคลากร วิทยากร และเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งทุกระดับ รวมทั้จัดการเลือกตั้งกรณีกกต.สั่งให้มีการลงคะแนน/เลือกตั้งใหม่/ แทนตำแหน่งที่ว่าง

2. รายการค่าใช้จ่ายในการควบคุมและจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการโดยหน่วยงานสนับสนุน ทั้งราชการและรัฐวิสาหกิจ รวม 10 หน่วยงาน วงเงิน  840,614,250 บาท อาทิ สนับสนุนการควบคุมและการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร โดยกระทรวงการต่างประเทศ , การรักษาความสงบเรียบร้อย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ,  การรณรงค์เผยแพร่ความรู้การเลือกตั้ง โดยกระทรวงศึกษาธิการ , ขนส่งบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง หนังสือแจ้งเจ้าบ้านและอื่นๆ  โดย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นต้น 

ทั้งนี้อายุของสภาผู้แทนราษฎรว่า จะสิ้นสุดลงในวันที่ 23 มีนาคม 2566  กกต.ต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45  วันนับแต่วันสิ้นอายุ

ครม.อนุมัติงบฯ’เลือกตั้ง’ ไล่ตามกกต.ที่แจ้งเตือนพรรคการเมืองวานนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541566

24 ม.ค. 2566

ครม.อนุมัติงบฯ'เลือกตั้ง' ไล่ตามกกต.ที่แจ้งเตือนพรรคการเมืองวานนี้

ครม.อนุมัติงบประมาณจัดการเลือกตั้งตามที่ ‘กกต.’ร้องขอ โดยกกต.ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนพรรคการเมืองให้เตรียมพร้อมตั้งแต่วานนี้

เมื่อวานนี้ กกต.ได้ส่งหนังสือแจ้งเตือนพรรคการเมืองให้เตรียมพร้อมการเลือกตั้ง หนังสือของกกต. มีสาระสำคัญ4 ข้อ ประกอบด้วย

  • ให้พรรคการเมืองบันทึกข้อมูลสมาชิกพรรคการเมืองและระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองให้เป็นปัจจุบันเพื่อใช้ในการตรวจสอบการเป็นสมาชิกตามร่างกฎหมายพรรคการเมืองมาตรามาตรา24 วรรคแรกที่ระบุให้ หัวหน้าพรรคการเมืองต้องจัดทำทะเบียนสมาชิกให้ตรงตามความเป็นจริงเก็บรักษาไว้ ณ ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของพรรคการเมืองและพร้อมที่จะให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตรวจสอบได้
  • จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด  กรณีพรรคการเมืองใดยังไม่ได้จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองหรือแต่งตั้งตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดในจังหวัดใด ซึ่งในร่างกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 40 ระบุว่าการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่าสองร้อยคนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ของสาขาพรรคการเมืองที่จัดตั้ง และให้หัวหน้าพรรคการเมืองมีหนังสือแจ้งการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองต่อ นายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองนั้น
  • จัดให้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมือง กรณีพรรคการเมืองใดยังไม่ได้มีคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือมีไม่ครบตามกฏหมายและข้อบังคับพรรคการเมือง ถูกกำหนดไว้ในร่างกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา41 คณะกรรมการสาขาพรรคการเมืองให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน ประกอบด้วย ประธาน สาขาพรรคการเมือง รองประธานสาขาพรรคการเมือง เลขานุการสาขาพรรคการเมือง รองเลขานุการสาขาพรรค การเมือง เหรัญญิกสาขาพรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิกสาขาพรรคการเมือง โฆษกสาขาพรรคการเมือง และ กรรมการอื่นของสาขาพรรคการเมืองอีกไม่น้อยกว่าสองคน ซึ่งเลือกตั้งโดยที่ประชุมใหญ่สาขาพรรคการเมือง  จากสมาชิกผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (1) (2) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) และ (17) ของรัฐธรรมนูญ กรรมการสาขาพรรคการเมืองมีวาระการดำรงตำแหน่งตามข้อบังคับพรรคการเมืองซึ่งต้องไม่เกิน คราวละสี่ปีและอาจได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกได้อีก
  • การเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคการเมือง  กรณีพรรคการเมืองใดยังมีกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ครบตามกฏหมายและข้อบังคับพรรคการเมือง
    เมื่อพลิกดูร่างกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา17 คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน ประกอบด้วย หัวหน้าพรรคการเมือง รองหัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรคการเมือง รองเลขาธิการพรรคการเมือง เหรัญญิก พรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง โฆษกพรรคการเมือง และกรรมการบริหารอื่นอีกไม่น้อยกว่า สองคนซึ่งเลือกตั้งจากสมาชิกผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์และไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่นเดียวกับกรรมการสาขาพรรค มีวาระดำรงตำแหน่งตามข้อบังคับพรรคการเมือง ซึ่งต้องไม่เกิน คราวละสี่ปีและอาจได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งได้อีก


ล่าสุดวันนี้ คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติงบประมาณ 5,945ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการจัดการเลือกตั้ง ตามที่กกต.เสนอแล้ว  หลังจากนี้  กกต.ให้รอจนกว่าจะแจ้งให้ทราบว่า กฎหมายเลือกตั้งทั้งสองฉบับบังคับใช้เมื่อใด  โดยขั้นตอนต่อจากนั้น กกต.จะต้องดำเนินการแบ่งเขตเลือกตั้งให้แล้วเสร็จ ตามการเลือกตั้งแบบใหม่ ที่มีบัตรเลือกตั้งสองใบและมีส.ส.เขต เพิ่มขึ้นอีก 50 เขตเลือกตั้ง