ตรวจสอบด่วน มหาดไทย โอน “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ล็อตแรกแล้ว!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541410

22 ม.ค. 2566

ตรวจสอบด่วน มหาดไทย โอน “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ล็อตแรกแล้ว!

มหาดไทย โอนแล้ว “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ล็อตแรก 3.8 หมื่นครัวเรือน นายกฯ กำชับทุกหน่วยงานต้องช่วยเหลือเยียวยาให้รวดเร็ว ถูกต้อง วอนผู้ลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือรีบตรวจสอบดสิทธิ์

น้ำท่วมปี 2565 หลายพื้นของประเทศไทยประชาชนได้รับความเดือดร้อน อย่างหนัก บ้างก็บ้านจมอยู่กับน้ำท่วมนานนับเดือน ไม่มีอาหารประทังชีวิต บ้างก็สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก บ้างก็พื้นที่เกษตรกรรมเสียหาย ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากรัฐบาลเพื่อ “เงินเยียวยาน้ำท่วม” ล็อตแรกแล้ว

โดย นางสาว ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ติดตามการแก้ไขสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดและได้เร่งรัด กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบรรเทาทุกข์ ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ รวดเร็วและถูกต้องที่สุดนั้น 

ทาง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือปภ.โดย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เริ่มโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยครั้งที่ 1 แล้ว เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนจำนวน 38,408 ครัวเรือน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2565 เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยเป็นกรณีพิเศษ พร้อมทั้งอนุมัติกรอบวงเงิน 6,258.54 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวนใน 66 จังหวัด ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการจ่ายเงินช่วยเหลือ มีอัตราตั้งแต่ 5,000-9,000 บาท ได้แก่

  • กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 1 วัน แต่ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า 7 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท
  • กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ได้รับเงินช่วยเหลือ 7,000 บาท
  • กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 60 วัน ขึ้นไปให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปภ. ได้ดำเนินการบันทึกข้อมูลเข้าระบบตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2565-20 มกราคม 2566 แล้ว รวมจำนวนทั้งสิ้น 562,212 ครัวเรือน จาก 66 จังหวัดที่ประสบอุทกภัยและกรุงเทพมหานคร ซึ่งมี 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ ชุมพร ตราด นราธิวาส และจังหวัดอำนาจเจริญ และรายงานว่าไม่มีครัวเรือนที่เข้าหลักเกณฑ์การช่วยเหลือ 

ทั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ จังหวัดปทุมธานี จัดส่งข้อมูลบัญชีรายชื่อครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัย ปี 2565 ชุดแรกให้ ปภ.จำนวน 39,425 ครัวเรือน จำนวนเงินทั้งสิ้น 311,838,000 บาท โดย ปภ.ได้ส่งกรมการปกครองตรวจสอบความถูกต้องของเลขประจำตัวประชาชน และส่งข้อมูลครัวเรือนผู้ประสบภัยให้ธนาคารออมสินเรียบร้อยแล้ว จำนวน 39,414 ครัวเรือน ส่วนผู้ประสบภัยอีก 11 รายพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องจึงได้ส่งให้จังหวัดดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง

ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา ปภ.ได้ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสินและธนาคารออมสินได้โอนเงินช่วยเหลือ ครั้งที่ 1 เข้าบัญชีผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 38,408 ราย ผ่านระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) แบ่งเป็น ธนาคารออมสิน 5,645 ราย และธนาคารอื่น 32,763 ราย อย่างไรก็ตาม มีผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 1,006 ราย ไม่สามารถโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ได้เนื่องจากไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน ซึ่งปภ.ได้แจ้งให้จังหวัดประสานผู้ประสบภัยมาดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์เพื่อรับเงินช่วยเหลือต่อไป

ขณะเดียวกันมีจังหวัดที่ได้จัดส่งข้อมูลครัวเรือนผู้ประสบอุทกภัยมาให้ ปภ. เพิ่มเติมแล้วอีก 4 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี พระนครศรีอยุธยา ขอนแก่น และสุพรรณบุรี รวม 75,841 ครัวเรือน จำนวนเงิน 547,805,000 บาท ซึ่งจะได้รวบรวมส่งให้ธนาคารออมสินเพื่อดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีต่อไป สำหรับจังหวัดอื่น ๆ หลายจังหวัดได้มีกำหนดการประชุม ก.ช.ภ.จ. เพื่อตรวจสอบและจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้ ปภ. เพื่อให้สามารถจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยได้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนด

สำหรับประชาชนที่ได้ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามสถานะการดำเนินการของตนเองได้ที่ https://flood65.disaster.go.th หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลขโทรศัพท์ 0-2637-3511

“นายกฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนให้รวดเร็ว ครอบคลุมและทั่วถึง ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นในที่อยู่อาศัย เครื่องมือทำมาหากิน ด้านเศรษฐกิจ สร้างอาชีพสร้างรายได้ ด้านสุขภาพพลานามัย ด้านจิตใจ เป็นต้น รวมทั้งเตรียมแผนรับมือปัญหาในระยะยาว”รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ราชกิจจาฯ เผยประกาศสำนักนายกฯ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ 54 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541395

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

22 ม.ค. 2566

ราชกิจจาฯ เผยประกาศสำนักนายกฯ โปรดเกล้าฯแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ 54 ราย

ราชกิจจานุเบกษา เผยประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2566 มี “พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ” แต่งตั้งข้าราชการตํารวจ 54 ราย

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ลงวันที่ 21 มกราคม 2566 โดยมีเนื้อหาระบุว่า

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตํารวจ ให้ดํารงตําแหน่งต่าง ๆ จํานวน 54 ราย โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2566 เป็นต้นไป

โดยรายชื่อข้าราชการตํารวจที่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง จํานวน 54 ราย มีดังนี้

1. พลตํารวจตรี คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 3 ดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่ที่ปรึกษาสถาบันวิชาการ ป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย)

2.พลตํารวจตรี นิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่หัวหน้าส่วนอํานวยการ และสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

3.พลตํารวจตรี วันไชย เอกพรพิชญ์ รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 4 ดํารงตําแหน่ง จเรตํารวจ (สบ 4)

4.พลตํารวจตรี สุรพล เปรมบุตร รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 1ดํารงตําแหน่ง ผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่ประสานงานและขับเคลื่อน ด้านยุทธศาสตร์)

5.พลตํารวจตรี กิติศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รองจเรตํารวจ (สบ 7) ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 9

6. พลตํารวจตรี โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการตํารวจนครบาล

7. พลตํารวจตรี อิทธิพล สุวรรณวัฒนะ รองผู้บัญชาการ สํานักงานกฎหมายและคดี ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ โรงเรียนนายร้อยตํารวจ

8.พลตํารวจตรี กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการศึกษา
 

9. พลตํารวจตรี คมสัน สุขมาก ผู้บังคับการ กองคดีปกครองและคดีแพ่ง ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ สํานักงานกฎหมายและคดี

10. พลตํารวจตรี ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม ตํารวจภูธรภาค 5 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่รองหัวหน้าส่วน อํานวยการและสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

11.พลตํารวจตรี ปภัชเดช เกตุพันธ์ ผู้บังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 9

12.พลตํารวจตรี ภมร รัตนสมัย ผู้บังคับการ กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ สํานักงานคณะกรรมการข้าราชการตํารวจ

13.พลตํารวจตรี มานัด ศรีวงษา ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 ดํารงตําแหน่งรองจเรตํารวจ (สบ 7)

14.พลตํารวจตรี ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตํารวจภูธรภาค 5 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค

15.พลตํารวจตรี ศักดิ์ชัย ลิ้มเจริญ ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม ตํารวจภูธรภาค 4 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจภูธรภาค 4

16.พลตํารวจตรี สมพร สัจพจน์ ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 1 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการศึกษา

17.พลตํารวจตรี อรุษ แสงจันทร์ ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดสตูล ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่รองหัวหน้าส่วนอํานวยการ และสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

18. พลตํารวจตรี ออมสิน ตรารุ่งเรือง ผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 3 ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

19.พลตํารวจตรี อํานาจ ไตรพจน์ ผู้บังคับการตํารวจรถไฟ ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ ตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

20.พลตํารวจตรี กฤษณะ สุขสมบูรณ์ ผู้บังคับการ กองร้องทุกข์ ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ อํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 7

21.พลตํารวจตรี กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดชลบุรี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ประจํากองบัญชาการตํารวจสันติบาล

22.พลตํารวจตรี จรูญ ไพลดํา ผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 4 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 1

23. พลตํารวจตรี ณัฐกร ประภายนต์ ผู้บังคับการอํานวยการ กองบัญชาการตํารวจสืบสวน สอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 2

24. พลตํารวจตรี ธเรศ แก้วละเอียด ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ กองคดีปกครองและคดีแพ่ง

25. พลตํารวจตรี นรินทร์ บูสะมัญ ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดปัตตานี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตํารวจภูธรภาค 9

26. พลตํารวจตรี นิพนธ์ รัตนศิริแสงโชติ ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 4 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม ตํารวจภูธรภาค 4

27. พลตํารวจตรี พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดสตูล

28. พลตํารวจตรี วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี 2 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3

29. พลตํารวจตรี วิชชุโชติ ขวัญใจธัญญา ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10

30. พลตํารวจตรี วิสูตร นาคจู ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 4

31. พลตํารวจตรี แวสาแม สาและ ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตํารวจภูธรภาค 1

32. พลตํารวจตรี สถิตย์ พรมอุทัย ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตํารวจภูธรภาค ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3

33. พลตํารวจตรี สมกิต พุ่มวารี ผู้บังคับการอํานวยการ สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ประจํากองบัญชาการตํารวจปราบปรามยาเสพติด

34. พลตํารวจตรี อาชาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการกฎหมายและคดี ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดปัตตานี

35. พลตํารวจตรี อุดร วงษ์ชื่น ผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 1 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ อํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 9

36. พันตํารวจเอก กัมพล ลีลาประภาภรณ์ รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดชลบุรี

37. พันตํารวจเอก จักรเพชร เพชรพลอยนิล รองผู้บังคับการตํารวจนครบาล 5 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการสนับสนุนทางเทคโนโลยี

38. พันตํารวจเอก จิรศักดิ์ ไกรเพชร รองผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 2 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจสันติบาล 4

39. พันตํารวจเอก ชัยรพ จุณณวัตต์ รองผู้บังคับการตํารวจนครบาล 4 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตํารวจรถไฟ

40. พันตํารวจเอก ชูศักดิ์ ขนาดนิด รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ 8 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี

41. พันตํารวจเอก ณัฐเดช พงศ์วรินทร์ รองผู้บังคับการ กองโยธาธิการ ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการอํานวยการ สํานักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

42. พันตํารวจเอก ธวัชชัย ดุกสุขแก้ว รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 4

43. พันตํารวจเอก นักรบ หลิ่มวิรัตน์ รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรม ตํารวจภูธรภาค 5

44. พันตํารวจเอก นีรนาท ฉินประสิทธิชัย รองผู้บังคับการ กองตรวจราชการ ๑๐ ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5

45. พันตํารวจเอก บรรจง วิสาสะ รองผู้บังคับการ กองมาตรฐานวินัย ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ กองตรวจสอบและทะเบียนประวัติ

46. พันตํารวจเอก ภูมิปัญญ์ญา นวตระกูลพิสุทธิ์ รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดเชียงราย ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ประจําสํานักงานผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ (ทําหน้าที่ผู้ช่วยหัวหน้าส่วน อํานวยการและสนับสนุน ศูนย์ปฏิบัติการสํานักงานตํารวจแห่งชาติ)

47. พันตํารวจเอก ยุทธนา จอนขุน รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดสระบุรี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ กองร้องทุกข์

48. พันตํารวจเอก ยุทธพงษ์ ทองนุ้ย รองผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการอํานวยการ ตํารวจภูธรภาค 9

49. พันตํารวจเอก สมภพ คูหาวิชานันท์ รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดราชบุรี ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการอํานวยการ กองบัญชาการตํารวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

50. พันตํารวจเอก สันทัศน์ เชื้อพุฒตาล รองผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ศูนย์ฝึกอบรมตรวจคนเข้าเมือง

51. พันตํารวจเอก สารนัย คงเมือง รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตํารวจภูธรภาค 5 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตํารวจภูธรภาค 5

52. พันตํารวจเอก สุนทร อรุณนารา รองผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติ

53. พันตํารวจเอก อนุรุธ อิ่มอาบ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตํารวจภูธรภาค 9 ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ตํารวจภูธรจังหวัดนราธิวาส

54. พันตํารวจเอกหญิง วิลาวัณย์ นันทมงคล เภสัชกร (สบ 4) กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลตํารวจ ดํารงตําแหน่ง ผู้บังคับการ ประจําโรงพยาบาลตํารวจ


ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (1)ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (1)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (2)ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (2)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (4)ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (4)

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (4)ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ 54 ราย (4)

“สุชาติ”ขานรับคำสั่ง”บิ๊กตู่”ผลิตแรงงานท่องเที่ยว-บริการด่วน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541384

21 ม.ค. 2566

"สุชาติ"ขานรับคำสั่ง"บิ๊กตู่"ผลิตแรงงานท่องเที่ยว-บริการด่วน

“บิ๊กตู่”สั่งการ “กระทรวงแรงงาน” เร่งผลิตแรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการด่วน หลังพบว่าขาดแคลนหนัก ขณะที่”กรมจัดหางาน” แจ้งตำแหน่งงานว่าง 1,313 ตำแหน่ง 3,698 อัตรา

หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 คลี่คลาย รัฐบาลปลดล็อคมาตรการต่างๆ ทำให้ธุรกิจและการดำเนินชีวิตของประชาชนกลับมาปกติ แต่กลับพบว่า ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการกำลังอยู่ในสภาวะขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากธุรกิจมีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว กระทั่งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน


นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่ได้นิ่งนอนใจเร่งฝึกอาชีพเพื่อผลิตแรงงานในสาขาที่ขาดแคลนรวมทั้งบรรจุตำแหน่งงานว่าง และให้สำนักงานแรงงานจังหวัดลงพื้นที่สอบถามความต้องการแรงงานจากผู้ประกอบการภาคท่องเที่ยวและบริการ พบว่า ใน 60 จังหวัด มีสถานประกอบกิจการประเภทโรงแรม ที่พัก ภัตตาคาร ร้านค้า จำนวน 32,359 แห่ง ลูกจ้าง 297,824 คน สถานประกอบกิจการที่มีความต้องการแรงงาน จำนวน 1,817 แห่ง ลูกจ้าง 9,763 คน 
 

กรมการจัดหางาน แจ้งความต้องจ้างงานในแพลตฟอร์มไทยมีงานทำจำนวนจำนวน 4,881 อัตรา มีผู้สมัครงาน จำนวน 4,019 คน ได้รับการบรรจุงานแล้ว จำนวน 3,491 คน  และที่จังหวัดภูเก็ตได้มีการจัดงานนัดพบแรงงาน มีนายจ้าง/สถานประกอบการแจ้งความประสงค์ต้องการแรงงานกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดภูเก็ต จำนวน 178 แห่ง ตำแหน่งงานว่าง 1,313 ตำแหน่ง 3,698 อัตรา บรรจุงานในสถานประกอบการแล้วจำนวน 50 แห่ง ลูกจ้างจำนวน 550 อัตรา มีนักศึกษาฝึกงานในสถานประกอบการ จำนวน 3,749 คน และนักเรียน นักศึกษาทำงานพาร์ทไทม์ช่วงว่างจากการเรียน จำนวน 345 คน

กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กำลังเร่งดำเนินการฝึกอบรมทักษะฝีมือแรงงานให้แก่แรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการ อาทิ พนักงานต้อนรับ พนักงานผสมเครื่องดื่ม นวดแผนไทย เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ได้ฝึกไปแล้ว จำนวน 1,649 คน จากเป้าหมาย 4,900 คน และปรับแผนการฝึกเพิ่มเป็น 9,000 คน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการมากขึ้น 

เมื่อการท่องเที่ยกลับมาฟื้นตัวแล้วนั้น จังหวัดภูเก็ต 1 ในจังหวัดเป้าหมายของนักท่องเที่ยว เดิมเคยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเช่นกัน แต่ขณะนี้ นายรังสิมันต์ กิ่งแก้ว อุปนายกฝ่ายยุทธศาสตร์การพัฒนาการท่องเที่ยว สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เผยว่า สถานการณ์คลี่คลายแล้ว เพราะกระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดนัดพบแรงงาน การฝึกอบรมทักษะระยะสั้น การให้นักเรียน นักศึกษาได้ทำงานพาร์ทไทม์ช่วงว่างจากการเรียน ทำให้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานลดน้อยลง และคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ เนื่องจากในช่วงเดือนมีนาคม 2566 จะมีนักศึกษาที่จบการศึกษาเข้าสู่ตลาดแรงงานเพิ่มมากขึ้น แต่ยังอยากให้เพิ่มการได้ฝึกทักษะฝีมือ โดยเฉพาะตำแหน่งบาร์เทนเดอร์ พนักงานเสิร์ฟ 
นายกฯสั่งการเร่งผลิตแรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการนายกฯสั่งการเร่งผลิตแรงงานภาคท่องเที่ยวและบริการ

“นายหน้า”แจ้งจับฝ่ายปกครองเชียงใหม่ รับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541382

21 ม.ค. 2566

"นายหน้า"แจ้งจับฝ่ายปกครองเชียงใหม่ รับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าว

“นายหน้า”แจ้งจับเจ้าหน้าที่หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนในจังหวัดเชียงใหม่ เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าวหัวละ 400 บาท 5 เดือน สูญเงิน 8.3 แสนบาท

ต่อเนื่องมาจากเรื่องฉาวในวงการข้าราชการ ที่นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ร้องเรียนกรณีของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยจากนายหน้า เพื่อทำบัตรแรงงานต่างด้าวคนละ 400 บาท นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมปกติ ซึ่งทำเป็นขบวนการมาแล้วกว่า 5 ปี 
 

ล่าสุดวันนี้ 20 ม.ค. 2566 ที่สถานีตำรวจภูธรดอยสะเก็ด นายกันต์ธร (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี นายหน้าของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพ.ต.ท. อำนาจ ทองแท้  สารวัตร (สอบสวน) ให้ดำเนินคดีกับนายมีศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี หัวหน้าศูนย์บริหารการทะเบียนแห่งหนึ่งสาขาจังหวัดเชียงใหม่ ฐานความผิด เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน โดยถูกเรียกรับเงินกว่า 831,740 บาท ระหว่าง วันที่ 27 พฤษภาคม 2565 ถึงวันที่ 6 มกราคม 2566 ต่อเนื่องกัน 
 

นายกันต์ธร ถือเป็นหนึ่งผู้เสียหายที่ถูกนายมีศักดิ์ เป็นเจ้าพนักงาน เรียกรับเงินแลกกับการออกบัตรแรงงานต่างด้าว (สีชมพู) สอดคล้องกับที่นายบุญญฤทธิ์ ออกมาแฉเช่นกัน ว่ามีการเรียกรับเงินแบบไม่มีใบเสร็จ แลกกับการออกบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว จากกลุ่มนายหน้าตัวแทน  โดยคิดหัวละ 400 บาท นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมในการจัดทำบัตรคนละ 80 บาท  พร้อมกับหลักฐานเป็นรูปและสลิปการโอนเงิน เคยออกมาเปิดโปงพฤติกรรมและแจ้งความ ตั้งแต่ปี 2561 สมัยที่ยังเป็นปลัดอำเภอแม่ริมแต่เรื่องยังเงียบ ไม่มีการดำเนินการเอาผิดผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด

หนังสือร้องเรียนหนังสือร้องเรียน
แจ้งความเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าวแจ้งความเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าว

แจ้งความเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าวแจ้งความเจ้าหน้าที่เรียกรับเงินทำบัตรแรงงานต่างด้าว

ครั้งแรก”อุ๊งอิ๊ง”ควง”เศรษฐา”ลงพื้นที่ย่านเยาวราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541380

21 ม.ค. 2566

ครั้งแรก"อุ๊งอิ๊ง"ควง"เศรษฐา"ลงพื้นที่ย่านเยาวราช

“อุ๊งอิ๊ง”ควง”เศรษฐา”ลงพื้นที่ย่านเยาวราชครั้งแรก เพื่อขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์และรับฟังปัญหาในพื้นที่จากผู้ประกอบการ พบว่า พ่อค้าแม่ค้าต้องหยุดขายของทุกวันจันทร์ และต้องการปรับภูมิทัศน์

ไม่รู้เป็นเพราะถือฤกษ์งามยามดีหรือไม่ วันนี้ “วันตรุษจีน” นายเศรษฐา ทวีสิน สมาชิกพรรคเพื่อไทยและ 1 ในว่าที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ถือโอกาสควงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และกลุ่ม ส.ก. ส.ส. กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ย่านเยาวราช

ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของนายเศรษฐา นักธุรกิจแถวหน้าของเมืองไทย ที่ลงมาร่วมเดินบนถนนพบปะพี่น้องประชาชนพร้อมหารือกับผู้ประกอบการในย่านเยาวราช เช่น นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ นายวิศิษฏ์ ลิ้มประนะ เจ้าของแบรนด์พริกไทย ตรามือ นางสาวเกยูร โชคล้ำเลิศ และนายเกรียงไกร กิตติธเนศวร เจ้าของแบรนด์ยู้ลูกชิ้นปลา นางสาวเกื้อกูล ลิ้มศิริ เจ้าของร้านรังนกโบราณ โดยจะเข้ามาช่วยพรรคดูเรื่องเศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ

พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยาวราชพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยาวราช นายเศรษฐา ทวีสิน และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายเศรษฐา ทวีสิน และ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร

นายกสมาคมค้าทองคำ ยก “เยาวราช” เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของโลก อยากให้นักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่มองเห็นโอกาสเข้ามาโดยต้องวางแผนให้ดี เช่นเดียวกับเจ้าของแบรนด์พริกไทย ตรามือ “เยาวราช” มีเสน่ห์ที่สตรีทฟูดจำนวนมากมายในราคาถูก มาตรการปิดแผงลอยทุกวันจันทร์ของสัปดาห์ถือว่ากระทบกับการทำมาหากินของผู้ประกอบการรายย่อยและความคึกคักของเยาวราช จะสังเกตว่ามาเยาวราชต้องเห็นแสงไฟ จึงขอเสนอให้ปิดแผงลอย 1 วันต่อเดือน ส่วนเจ้าของร้านรังนกโบราณ อยากให้นำสายไฟลงดิน เพื่อความสวยงาม 
 

นางสาวแพทองธาร ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้เข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่การปรับเปลี่ยนพัฒนาพื้นที่เยาวราชควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไป พรรคการเมืองไม่ได้คิดเรื่องการเมืองเพียงอย่างเดียว เรื่องเศรษฐกิจก็มีความสำคัญ มีหลายเรื่องที่พรรคเพื่อไทยได้รับฟัง น่าจะนำไปใช้ได้ทันที ขอให้มั่นใจในพรรคเพื่อไทย การคัดสรรไม่ว่าจะเป็น ส.ส.แต่ละเขต หรือแคนดิเดตพรรค เราเลือกคนที่มีคุณภาพแน่นอน 

อย่างไรก็ตามคณะเพื่อไทนได้ร่วมสักการะ เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศสร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ มูลนิธิศาลเจ้าเทียนฟ้า และเข้ากราบขอพรพระอาจารย์จีนคณาณัฐจีนพรต(เย็นงี้) เจ้าอาวาสวัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่)

ครั้งแรก"อุ๊งอิ๊ง"ควง"เศรษฐา"ลงพื้นที่ย่านเยาวราช

พรรคเพื่อไทยหารือผู้ประกอบการย่านเยาวราชพรรคเพื่อไทยหารือผู้ประกอบการย่านเยาวราชพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยาวราชพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่เยาวราช

“ชาติพัฒนากล้า” เปิดนโยบายชุด 2 “เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541371

21 ม.ค. 2566

"ชาติพัฒนากล้า" เปิดนโยบายชุด 2 “เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี”

“ชาติพัฒนากล้า” เปิดนโยบายชุด 2 “เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี” สำหรับมนุษย์เงินเดือน เชื่อเงินกลับมาเป็นรายได้หมุนเวียนในประเทศ

เมื่อสัปดาห์ก่อนพรรคชาติพัฒนากล้าเปิดนโยบายเศรษฐกิจชุดแรก “ยกเลิกแบล็กลิสต์ รื้อระบบสินเชื่อ”แก้ไขปัญหาได้โดยไม่ต้องใช้เงินภาษีแม้แต่บาทเดียว ด้วยการรื้อระบบเก็บข้อมูลของบริษัทเครดิตบูโร ยกเลิกระบบแบล็กลิสต์ ใช้ระบบ Credit Scoring หรือวิธีประเมินสินเชื่อตามจริงแทน

ล่าสุดวันนี้ 21 ม.ค. ไม่รอช้าออกนโยบายเศรษฐกิจชุดที่ 2 คือ “เงินเดือน 40,000 บาทแรก ไม่ต้องเสียภาษี” ซึ่งนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และ ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ออกมาแถลงข่าวนโยบายนี้ประชาชนจะได้รับประโยชน์ทันที 4 ล้านคน โดย 2 ล้านคนที่รายได้ เงินเดือนไม่ถึง 40,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษีทันที ส่วนที่รายได้สูงกว่านั้น จะได้รับการยกเว้นภาษีในเงิน 40,000 บาทแรกด้วย

หากถามว่านโยบายนี้พุ่งเป้าไปถึงใคร ก็คือ กลุ่มมนุษย์เงินเดือนและฟรีแลนซ์ เดิมเกณฑ์เสียภาษีเงินเดือนต่ำอยู่ที่ 26,000 บาท ไม่ต้องเสียภาษี แต่ไม่ได้เปลี่ยนมายาวนานหลายปี ในขณะที่ค่าครองชีพ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเดินทางสูงขึ้น ในขณะที่บริษัทขนาดใหญ่ได้รับการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เป็น 20% มายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว ประกอบกับการประมาณการรายได้ของรัฐบาลปี 2567 รายได้ภาษีของรัฐจะเพิ่มขึ้นเกือบ 3 แสนล้านบาท จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่กำลังจะดีขึ้น จึงเป็นเวลาที่เหมาะสม ที่ต้องหันมาให้ความช่วยเหลือมนุษย์เงินเดือน

รายได้ที่จะเข้ารัฐส่วนนี้ มีสัดส่วนไม่ถึง 5% ของรายได้รวมของรัฐ หรือ 6,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น ถ้าลดภาษีให้ส่วนนี้ได้ คนกลุ่มนี้ก็มีเงินในกระเป๋ามากขึ้น และเชื่อว่าเงินส่วนนั้นจะกลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแน่นอน และบางส่วนจะกลับมาเป็นรายได้ของรัฐในรูปแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม นี่คือสิ่งที่เคยเกิดขึ้นเป็นระดับนโยบายหาเสียงเมื่อปี 2562 แล้ว จากหลาสยพรรคการเมือง แต่กลับเงียบไม่เดินหน้าต่อจนถึงทุกวันนี้  


อย่างไรก็ตามวันที่ 24 ม.ค.66 นี้ จับตาว่าพรรคชาติพัฒนากล้าจะแถลงนโยบายชุดใหญ่อีกครั้ง เอารัฐจะเอาเงินรายได้มาจากไหนมาทำ ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก 5 ล้านล้านบาทได้อย่างไร  

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้านายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

พรรคชาติพัฒนากล้า แถลงนโยบายชุด 2พรรคชาติพัฒนากล้า แถลงนโยบายชุด 2

“จุรินทร์”นำทีมเยือนถิ่นเก่าปชป. ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ”วันตรุษจีน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541365

21 ม.ค. 2566

"จุรินทร์"นำทีมเยือนถิ่นเก่าปชป. ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ"วันตรุษจีน"

“จุรินทร์-เจิมมาศ-มาดามเดียร์”ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ”วันตรุษจีน” ขอคนไทยค้าขายดี เศรษฐกิจรุ่ง มั่นใจกระแสพรรคประชาธิปัตย์เริ่มกลับมาดี หลังเคยพ่ายเลือกตั้ง2562

เมื่อวันที่ 21 ม.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพมหานคร และ นางวทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ เดินทางไปไหว้ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในเทศกาล “ตรุษจีน”

“ขอให้เมืองไทยค้าขายดี เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ส่งออกดีๆ สร้างเงินให้ประเทศไทย สร้างเงินให้คนไทยทั้งประเทศได้เยอะๆ ตั้งแต่เกษตรกรคนตัวเล็กไปจนถึงคนตัวใหญ่” นายจุรินทร์อวยพร

พรรคประชาธิปัตย์ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือพรรคประชาธิปัตย์ขอพรศาลเจ้าพ่อเสือ

ทั้งนี้ บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตพระนคร เดิมถูกครองด้วยพรรคประชาธิปัตย์มาหลายสมัย แต่ปรากฎว่า เลือกตั้ง 2562 พ่ายแพ่ให้กับพรรคพลังประชารัฐ แต่ทางนางเจิมมาศ จึงเลิศศิริ ว่าที่ผู้สมัคร ส ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันตอนนี้กระแสของพรรคเริ่มดีขึ้น

โดย นางสาวนิภาพรรณ จึงเลิศศิริ คนของพรรคก็ได้รับคะแนนเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาทีมงาน สก. ของพรรคลงพื้นที่ทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่องได้รับเสียงตอบรับดีมาก บอกกับกระแสตอบรับนโยบาย “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” ดีมาก เช่น ธนาคารชุมชน ๆ ละ 2ล้านบาท เป็นนโยบายโดนใจคนกรุงทุกชุมชน รวมถึง นโยบายนมฟรี 365 วัน  ก็เป็นประโยชน์กับชาวกทม.ที่มีเด็กเล็กๆในครอบครัว

พรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่บริเวณศาลเจ้าพ่อเสือ

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541351

21 ม.ค. 2566

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

นายกรัฐมนตรี ร่วมงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพบก ไร้เงา “บิ๊กป้อม” ติดลงพื้นที่นครสวรรค์ ขณะที่ “องคมนตรี- บิ๊กแดง” ร่วมงานคึกคัก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานในงานเลี้ยงรับรองวันกองทัพบก ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี , พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ  พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี , พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองราชเลขาธิการพระราชวัง , พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย เดินทางมาร่วมงานด้วย

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

นอกจากนี้ ยังมี ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขาดเพียง พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ติดภารกิจเยือนประเทศเมียนมา ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตผู้บัญชาการทหาร แจ้งไม่มาร่วมงาน เนื่องจากเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.นครสวรรค์

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

อย่างไรก็ตาม ยังมีนายทหาร ตำรวจ ผู้ช่วยทูตทหาร มาร่วมงานกันอย่างคึกคัก โดยในงานมีการฉายวีดีทัศน์สื่อผสม กิจกรรมของกองทัพบกในปีที่ผ่านมา รวมถึงการแสดงบนเวทีหลายรายการ

นายกฯ ร่วมงานเลี้ยง วันกองทัพบก ไร้เงา ประวิตร ติดตรุษจีนนครสวรรค์

ฉาว”ปลัดสันทราย”แฉ ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541338

20 ม.ค. 2566

ฉาว"ปลัดสันทราย"แฉ ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าว

“ปลัดสันทราย”แฉ ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าวนาน5ปี คดีไม่คืบหน้า พบทำเป็นขบวนการ มีหลักฐานแชทหลุดสลิปโอนเงิน

ฉาวอีกในวงการราชการ ล่าสุด นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้ช่วยนายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเคยเป็นผู้ร้องเรียนมาแล้วตั้งแต่ปี 2561 สมัยตัวเองเป็นปลัดอำเภอแม่ริม ว่า พบเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ศูนย์บริหารการทะเบียนภาค สาขาจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ลักลอบจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวสัญชาติลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม  

โดยทำเป็นขบวนการ คือ ชายฉกรรจ์ คอยเฝ้าประจำบริเวณจุดออกบัตร เพื่อทำการเก็บบัตรที่ออกแล้วเอาไว้ก่อน จากนั้นเรียกเก็บเงินกินเปล่าแบบไม่มีใบเสร็จจากแรงงานต่างด้าว คนละ 400 บาท นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมจัดทำบัตรคนละ 80 บาท ซึ่งให้เอกชนที่เป็นนายหน้าตัวแทนที่พาแรงงานต่างด้าวมาทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัว รวบรวมเงินจนครบตามยอดและนำมาจ่ายให้ภายในวันเดียวกันก่อน จึงจะมอบบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าวให้ หากไม่ยินยอมจะยึดบัตรเอาไว้

 นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

นอกจากนี้ยังมีหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินจากนายหน้าแรงงานต่างด้าวที่ร้องเรียนเพียงรายเดียว ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วต้องจ่ายเงินไปแล้วรวมกว่าแสนบาท โดยอ้างว่า เป็นไปตามนโยบายของข้าราชการในจังหวัดเชียงใหม่ ที่สั่งการกลุ่มบุคคลให้เข้าดำเนินการ ซึ่งมีแชทไลน์หลุดเป็นสลิปการโอนเงินหลายใบ

หลังจากนี้ นายบุญญฤทธิ์ จะเดินหน้านำรายละเอียดส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะนายทะเบียนจังหวัดเชียงใหม่ได้ทราบและพิจารณา เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาไม่ให้มีผู้อื่นเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด พร้อมกับตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่ลักลอบกระทำเช่นนี้

ฉาว"ปลัดสันทราย"แฉ ฝ่ายปกครองเชียงใหม่ เรียกรับส่วยทำบัตรแรงงานต่างด้าวสลิปการโอนเงินสลิปการโอนเงิน

หาม”นริศ ขำนุรักษ์” รมช.มหาดไทย ส่งรพ.ด่วน หลังวูบหมดสติขณะลงพื้นที่ตรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541328

20 ม.ค. 2566

หาม"นริศ ขำนุรักษ์" รมช.มหาดไทย ส่งรพ.ด่วน หลังวูบหมดสติขณะลงพื้นที่ตรัง

หาม”นริศ ขำนุรักษ์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ส่งโรงพยาบาล หลังวูบหมดสติ มีอาการชักเกร็ง ขณะลงพื้นที่ จังหวัดตรัง

20 ม.ค.2566 นายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.พัทลุง ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน หลังเกิดอาการวูบหมดสติ ขณะลงพื้นที่ จ.ตรัง ไปพบปะกับประชาชน ในพื้นที่ ตำบลบางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง และร่วมพิธีละหมาดภายในมัสยิด ต.บางเป้า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ที่ผ่านมา 
 

นายนริศ ขำนุรักษ์  รมช.มหาดไทยนายนริศ ขำนุรักษ์ รมช.มหาดไทย

โดยนายนริศ เกิดอาการวูบ และมีอาการชักเกร็ง คณะผู้ติดตาม ต้องรีบน้ำตัวส่งรพ.กันตัง และ รีบส่งตัวไปรักษาที่รพ.ตรัง โดยเดินทางมาถึงในเวลา 14.50 น.

ต่อมานายนริศ รู้สึกตัว และยังคงมีสติพูดคุยได้ ก่อนที่จะนำตัวเข้ารักษาภายในห้องไอซียู 

หาม"นริศ ขำนุรักษ์" รมช.มหาดไทย ส่งรพ.ด่วน หลังวูบหมดสติขณะลงพื้นที่ตรังหาม”นริศ ขำนุรักษ์” รมช.มหาดไทย ส่งรพ.ด่วน หลังวูบหมดสติขณะลงพื้นที่ตรัง

ทั้งนี้ นายนริศ เคยมีประวัติการรักษาการทำบายพาสหัวใจด้วย โดยแพทย์ให้พักผ่อนแต่นายนริศ ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดตรัง