“ชัยวัฒน์”แจงที่มาเงิน98,000บาทในห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541327

20 ม.ค. 2566

"ชัยวัฒน์"แจงที่มาเงิน98,000บาทในห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ

“ชัยวัฒน์” พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีก16 คน เข้าให้ข้อมูลคณะกรรมการ เพื่อแจงที่มาเงินจำนวน98,000บาทในห้องอธิบดีกรมอุทยานฯ แฉเป็นเงินจ่ายรายเดือนตั้งแต่ผอ.คนก่อน จนต้องขอต่อรอง พร้อมวอนเร่งสอบสวน เกรงถูกข่มขุ่

คดีที่นายรัชฎา สุริยกุล   อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพืนธุ์พืช ถูกเจ้าหน้าที่บุกจับกุมฐานเรียกรับเงิน โดยพบเงินสดร่วม 5 ล้านบาทที่คาดว่า ผู้ใต้บังคับบัญชามอบให้

วันนี้ 20 มกราคม 2566 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 พร้อมด้วย พยานอีก 16 คน ที่เป็นระดับผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ , หัวหน้าส่วนอุทยานฯ , หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และ ผู้อำนวยการส่วน เข้าให้ข้อมูลกับ นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีพบเงินสดขณะเข้าจับกุม 

นายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า วันนี้ตนและเจ้าหน้าที่อีก 16 คนเข้าให้ข้อมูลให้ฐานะพยานและผู้เสียหายในกรณีนี้ โดยในส่วนตนชี้แจงระยะเวลา ที่มาที่ไป ของการเข้าไปพูดคุยกับนายรัชฎา เนื่องจากมีปัญหาเรื่องงบประมาณ จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ไม่เพียงพอ เจ้าหน้าที่ต้องจ่ายค่ารักษาตำแหน่ง แต่ตนมาไม่ทันในช่วงส.ค.และก.ย. ที่จ่ายไปก่อนแล้ว ประกอบกับช่วงนั้น ทุกคนมีปัญหาทางด้านการเงิน จนเป็นที่มาของการพูดคุยกัน และเข้าไปเจรจากับอธิบดีฯ ขอร้องและต่อรองเกี่ยวกับการเรียกเก็บต่างๆ สุดท้ายตนต้องเป็นผู้นำเงินไปจ่าย

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9

ซึ่งต่อมาตนเรียกคุยกับเจ้าหน้าที่เหล่านี้ แจ้งไปว่าจ่ายตามความสมัครใจ จนได้ข้อสรุปจ่ายอุทยานละ 7,000 บาท เขตพันธ์รักษาป่าละ 1,000 บาท รวมจ่ายเดือนละ 43,000 บาท ซึ่งเป็นที่มาของเงินจำนวน 98,000 บาท บรรจุอยู่ใน 2 ซองใหญ่ 43,000 บาท และ 1 ซองเล็ก 12,000 บาท 

โดยตนได้ชี้แจงว่า มีทั้งถูกบังคับข่มขู่ให้จ่ายเงิน แต่กำชับต้องไม่ได้นำเงินในส่วนของราชการหรือเบียดบังมาจ่าย เพราะเราคุยกันแล้วว่าห้ามไปทุจริตและนำเงินมาจ่าย ซึ่งทุกคนชี้แจงว่าไปกู้เงินมาและไปกู้สหกรณ์ 

แต่ที่สำคัญขนาดนั้นเงินงบประมาณยังไม่ออก จึงเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ทุกคนได้ว่า ไม่มีใครทุจริตต่อหน้าที่

นายชัยวัฒน์ ระบุอีกว่า ตนทำงานปกป้องป่า งานลาดตระเวนถูกตัดงบ คนก็ถูกตัดลง มีการเรียกเก็บมาตั้งแต่สมัยอดีต ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 คนก่อน แต่ขณะนี้เกษียณไปแล้ว ตนมารับหน้าที่ต่อ เกิดผลกระทบโดยตรง

ทั้งนี้มั่นใจในหลักฐานทุกอย่างชัดเจน และต้องมีการคุ้มครอง ทั้งตำแหน่งหน้าที่การงานความปลอดภัยด้วย มิเช่นนั้นใครจะกล้าเป็นพยาน  

ส่วนที่มีการอ้างว่า เงินเช่าพระ ก็ได้ชี้แจงชัดเจนว่า ในชุดเราก็มี แยกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 คือ เงินที่ต้องจ่ายรายเดือน ส่วนที่ 2 คือ หัวหน้าบางคน ได้มีการเช่าพระพุทธรูป ร.5 ไว้ ส่วนที่ 3 คือ การวิ่งเต้น จ่ายเงินค่าตำแหน่ง ซึ่งมองว่าไม่ชอบธรรม เจ้าหน้าที่ต้องหาเงินมาเพื่ออยู่ให้ได้ ทั้งๆที่เจ้าหน้าที่เหล่านี้รักป่ารักสัตว์ป่า เชื่อว่าคณะกรรมการจะเร่งสรุปสำนวนการสอบสวนให้เร็วที่สุด พร้อมขอให้เร่งดำเนินการ เพราะเกรงเจ้าหน้าที่จะถูกข่มขู่กดดัน 

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พาพยานเข้าให้ข้อมูลนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร พาพยานเข้าให้ข้อมูล

ว่าที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เป็นบุตรชาย’ประธานรัฐสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541323

20 ม.ค. 2566

ว่าที่ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ เป็นบุตรชาย'ประธานรัฐสภา'

‘สุรบถ หลีกภัย’ จ่อดำรงตำแหน่งส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนครบวาระสภาเดือนมีนาคมนี้

สุรบถ หลีกภัย หรือ ปลื้ม บุตรชายของชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะได้เป็นผู้เเทนฯสมัยเเรก ในช่วงท้ายของสภาฯชุดปัจจุบันซึ่งจะครบวาระ 4 ปี ในเดือนมี.ค. 2566 นี้เนื่องจาก อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นใบลาออกจาก การเป็นส.ส.ในช่วงบ่าย ต่อจาก ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น ส.ส. ต่อประธานสภาฯ ไปก่อนหน้า

หนังสือลาออกจากส.ส. ของอิสระ เสรีวัฒนวุฒิหนังสือลาออกจากส.ส. ของอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ

อิสระ ถือเป็นคณะทำงานใกล้ชิดของชวน หลีกภัย ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบงานต่างๆของประธานสภาฯ โดยตลอด รวมทั้งได้รับแต่งตั้งเป็น เลขานุการประธานรัฐสภา ก่อนหน้าจะมาดำรงตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป.

อิสระ ยอมรับว่าได้ยื่นใบลาออกแล้วจริง เป็นการลาออกจากส.ส. แต่ยัง เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ได้ปรึกษานายชวน  เพราะเชื่อว่าปรึกษาก็คงไม่ยอมให้ลาออก แต่เห็นว่าในช่วงสุดท้ายของงานสภา คณะทำงานหลายคนจะต้องลงพื้นที่ รวมถึงนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร จึงได้ตัดสินใจลาออก เพื่อเปิดทางให้กับผู้สมัครลำดับต่อไป แต่ยังคงทำงานอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ย้ายไปอยู่พรรคอื่น และในการเลือกตั้งสมัยหน้าหากผู้บริหารพรรคยังให้โอกาสก็พร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อต่อไป.

สำหรับสุรบถ หรือ ปลื้ม อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับที่ 33 ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นอดีตรองโฆษกกระทรวงวัฒนธรรมเคยเป็นพิธีกรวีอาร์โซ และยังเคยเป็นที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการด้วย

รัฐบาลสัญญาจะจัดการปัญหาที่ดินให้’ชาวเล’เกาะหลีเป๊ะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541317

20 ม.ค. 2566

รัฐบาลสัญญาจะจัดการปัญหาที่ดินให้'ชาวเล'เกาะหลีเป๊ะ

22 ม.ค.นี่ บิ๊กโจ๊กบุก’เกาะหลีเป๊ะ’ ตรวจสอบปัญหาที่ดินให้ชาวเล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำต้องพิสูจน์สิทธิ์ ถึงราก

ข้อพิพาทเกาะหลีเป๊ะต้องสาวลึกถึงที่มาที่ไปไม่ใช่ดูแค่เอกสารสิทธิ์ ขอตัวแทนตัวแทนชาวเลมั่นใจความยุติธรรมยังมีในประเทศ  

การประชุมหารือเรื่อง การแก้ไขปัญหาข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาท ในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ที่ห้องประชุม 3 ชั้น 3 สำนักงาน ก.พ ถนนพิษณุโลก  ซึ่ง อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานโดย ได้ยืนยันหลังการหารือกับตัวแทนชาวเลเกาะหลีเป๊ะที่มาติดตามการแก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวว่า

ขอให้มั่นใจได้ว่าความยุติธรรมยังมีอยู่ในประเทศ  ขณะนี้ได้ดำเนินการตามขั้นตอนมาตลอดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงไปทำงานเชิงลึกถึงที่มาที่ไปที่ดิน ซึ่งต้องยอมรับว่ามีมานานแล้วจริงๆ และมีการดำเนินคดีแล้ว  แต่ยังไม่ยอมแพ้ จะดำเนินการให้ถึงที่สุด และยืนยันว่ามีการพิจารณาทั้งหมดเรื่องเอกสารสิทธิ์การครอบครองที่ดิน ประวัติตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันว่าความยุติธรรมไม่ได้อยู่แค่บนเอกสารหลักฐานที่ปรากฎอยู่เท่านั้น แต่มีที่มาที่ไปของเอกสารหลักฐานด้วย ว่ามาโดยชอบโดยถูกต้องหรือไม่อย่างไร โดยการสืบลึกไปตั้งแต่อดีตทุกอย่างว่าสิทธิ์ใครที่ควรได้ก็ควรได้สิทธิ์  ใครไม่ควรได้ก็ไม่ควรได้ ขอให้มั่นใจ จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะเพื่อติดตามการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยตนเองในวันที่ 22 มกราคมนี้ และไม่เกรงกลัวเรื่องกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แต่อย่างใด

“ซ้อเจน”โบกมือลาปชป. เตรียมซบพปชร. “นิพนธ์”แฉ บางคนยื่นเงื่อนไขขอตำแหน่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541311

20 ม.ค. 2566

"ซ้อเจน"โบกมือลาปชป. เตรียมซบพปชร. "นิพนธ์"แฉ บางคนยื่นเงื่อนไขขอตำแหน่ง

“ซ้อเจน”เจ้าแม่เมืองกาญจน์ โบกมือลา ประชาธิปัตย์ เตรียมสมัครเข้า พลังประชารัฐ ด้าน”นิพนธ์”แฉ ส.ส.บางคนยื่นเงื่อนไขขอตำแหน่ง

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์  หรือ “ซ้อเจน” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์แล้ว โดยก่อนหน้านี้มีข่าวลือเตรียมเข้าพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย

แต่ล่าสุดมีรายงานแน่ชัดว่าเตรียมไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ และจะลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อด้วย

สำหรับการเลือกตั้งเมื่อปี2562 เคยพ่ายแพ้ทุกเขต ขณะนั้นพรรคพลังประชารัฐและตระกูลโพธิพิพิธที่เคย(แม่ทัพเมืองกาญจนบุรีของพรรคประชาธิปัตย์) กำลังเป็นกระแส 

ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่รู้สึกกังวล เพราะทราบมาก่อนแล้วว่านางศรีสมรจะออกจากพรรค และมีข่าวจะไปเปิดตัวกับพรรคการเมืองอื่นมาก่อนแล้ว ซึ่งเมื่อนางศรีสมรออกไปก็เตรียมคนใหม่มาแทน 

ส่วนจะมีผลกระทบในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีหรือไม่นั้น เมื่อเจ้าตัวไม่สมัครใจจะอยู่ และเป็นคนให้ข่าวด้วยตัวเองมาระยะหนึ่งแล้วว่าจะย้ายไปที่อื่น พรรคก็ต้องเตรียมคนใหม่ โดยเฉพาะในระบบบัญชีรายชื่อมีคนแสดงความจำนงเข้ามาจำนวนมาก

แต่บางคนมาด้วยเงื่อนไขว่า มาแล้วจะต้องอยู่ในลำดับบัญชีรายชื่อที่เท่าไหร่ บางคนขอมีตำแหน่งบริหารด้วย ซึ่งการกำหนดตรงนี้ถือเป็นเรื่องของกรรมการบริหารพรรค จึงไม่กล้ารับปากใคร หรือการันตี เพราะไม่สามารถทำได้ อย่างเช่นกรณีของซ้อเจนก็มีคนมาพูดเหมือนกันว่า ถ้าอยู่จะได้ลำดับที่เท่าไหร่  

สำหรับผู้สมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีนั้น ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีผู้สมัครอยู่แล้วโดยเป็นคนเดิม 

อย่างไรก็ตาม พบว่า เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกจากกลุ่มพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยท่ามกลางกระแสเตรียมย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ

‘พรรคชาติไทยพัฒนา’ ไม่สร้างเงื่อนไขล่วงหน้าจับขั้วรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541299

20 ม.ค. 2566

'พรรคชาติไทยพัฒนา' ไม่สร้างเงื่อนไขล่วงหน้าจับขั้วรัฐบาล

เปิด 10 นโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา ลั่นไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด เน้นโครงสร้างเศรษฐกิจ’สิ่งแวดล้อม’รับกับเทรนด์โลก

พรรคชาติไทยพัฒนา ประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1 / 2566 วาระสำคัญเป็นการพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค ให้สอดคล้องกับร่างแก้ไขกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่างแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ รวมถึงนำเสนอนโยบายของพรรคชาติไทยพัฒนา ในการเลือกตั้งปี 2566 ผ่านแคมเปญที่ใช้ชื่อว่า ว้าว ไทยแลนด์  

10 นโยบาย ที่พรรคชาติไทยพัฒนา จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2566 ประกอบด้วย

  • รัฐธรรมนูญประชาชน : บรรหารโมเดล ปี 40 เราทำสำเร็จมาแล้ว โดยแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยกลไกของสภาร่างรัฐธรรมนูญ
  • เกษตรกรรุ่นใหม่ ขายคาร์บอนเครดิตได้
  • แจกพันธุ์ข้าวฟรีทั่วประเทศ 60 ล้านไร่ เพื่อลดต้นทุน และยกระดับผลผลิตให้มีคุณภาพมากขึ้น
  • ขยายเขตไฟฟ้าการเกษตร ทั่วประเทศ หน่วยละ 2 บาท
  • สานต่อระบบบาดาลขนาดใหญ่ทุกตำบล น้ำสะอาดทุกหมู่บ้าน
  • งบลงทุนท้องถิ่น 10 ล้านบาท
  • เรียนในสิ่งที่ใช่ ใช้ในสิ่งที่เรียน ปรับปรุงการเรียนการสอน พัฒนาทักษะวิชาชีพ ให้นักเรียนที่จบ ม.6 หรือ ปวช. สามารถออกมามีงาน มีรายได้รองรับ
  • สุขภาพดีมีเงินคืน 3,000 บาท สวัสดิการอัปเกรดได้
  • สร้างงาน สร้างรายได้ แก่ผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เดือนละ 3,000 บาท
  • ระบบขนส่งมวลชน เข้าถึง เท่าเทียม

วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาอธิบายแคมเปญ ว้าว ไทยแลนด์  ว่าเกิดจากการระดมความคิดเห็นจากในพรรค และประชาชนกลุ่มต่างๆ จากทุกพื้นที่ จนได้ข้อสรุปว่า จะต้องกำหนดนโยบายเชิงรุก และสร้างมุมมองใหม่ๆ โดยใช้ สิ่งแวดล้อม เป็นแกนหลักในการกำหนดนโยบาย เพื่อสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเมกะเทรนด์ของโลก

เพื่อให้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ยั่งยืนเพื่อลูกหลานไทย เน้นไปที่การสร้างเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานสะอาด เมืองสีเขียว สิ่งแวดล้อมสีเขียว ท่องเที่ยวยั่งยืน อาหารแห่งอนาคต เกษตรสีเขียว สาธารณสุขเชิงป้องกัน และการเมืองสร้างสรรค์  สร้างความมั่งคั่ง สร้างโอกาส และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อประชาชน โดยครอบคลุม และทั่วถึงคนไทยทั้ง 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ประชาชนเข้มแข็ง เกษตรกรแข่งขันได้ ธุรกิจขยับขยาย และคนไทยแข็งแรง

การประชุมใหญ่พรรคชาติไทยพัฒนาวันนี้ มี สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล มาร่วมสังเกตการณ์ พร้อมระบุจะลงสมัครในเขตบางนา-พระโขนง กับพรรคชาติไทยพัฒนา ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ด้วย

พรรคชาติไทยพัฒนายังไม่มีแนวทางในการจับมือกับพรรคใดร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยจะขอรอเลือกตั้งแล้วเสร็จและต้องดูตัวเลข ส.ส.ก่อน     การตั้งเงื่อนไขดังกล่าวไม่มีประโยชน์ เพราะพรรคชาติไทยพัฒนาเคยเป็นทั้งแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน พรรคร่วมรัฐบาลมาแล้ว

เปิดรายชื่อพรรค ส.ส. หนีลงมติร่างพ.ร.บ.กัญา กัญชง จนเกิดเหตุ “สภาล่ม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541263

19 ม.ค. 2566

เปิดรายชื่อพรรค ส.ส. หนีลงมติร่างพ.ร.บ.กัญา กัญชง จนเกิดเหตุ "สภาล่ม"

เปิดรายชื่อพรรคและจำนวน ส.ส. ในสังกัดไม่อยู่ลงมติร่างพ.ร.บ.กัญา กัญชง จนเกิดเหตุ “สภาล่ม” เปฌนประวัติศาสตร์ เมื่อวันที่18ม.ค.65

หลังจากเมื่อวานนี้เกิดเหตุการณ์ “สภาล่ม” ช่วงพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ซึ่งนับเป็นครั้งประวัติศาสตร์เนื่องจากเปิดประชุมเพียง 22 นาทีเท่านั้น ช่วงแรกมีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประกอบ 220 คน แต่เมื่อถึงช่วงลงมติ กลับเหลือเพียง 203 คน เห็นด้วย 174 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน และงดออกเสียง 24 เสียง

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเอกสาร พรรคการเมืองที่มีส.ส.ตั้งแต่ 10 คน ผลปรากฎ ดังนี้ 

ส.ส.พรรคเพื่อไทย 121 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 86 คน 

ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ 79 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 35 คน

ส.ส.พรรคภูมิใจไทย 62 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 9 คน

ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 50 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 32 คน 

ส.ส.พรรคก้าวไกล 45 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 22 คน

ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา 12 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 6 คน 

ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย 11 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 7 คน 

ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย 10 คน ไม่อยู่ร่วมโหวต 5 คน 

ประธานรัฐสภา ขอร้องร่วมกันแก้ปัญหา’องค์ประชุม’ไม่ให้สภาล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541254

19 ม.ค. 2566

ประธานรัฐสภา ขอร้องร่วมกันแก้ปัญหา'องค์ประชุม'ไม่ให้สภาล่ม

เหลือเวลาอีก 5 สัปดาห์ก่อนปิดสมัยประชุม ‘ประธานรัฐสภา’ ขอความร่วมมือแก้ปัญหาองค์ประชุม มีความรับผิดชอบ ไม่หนีปัญหา

การประชุมวิป2ฝ่าย กับ อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรี วันนี้ ชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ขอความร่วมมือเรื่ององค์ประชุม โดยระบุว่าแม้จะมีสมาชิกไม่เห็นด้วยกับกฎหมายโดยเฉพาะกฎหมายกัญชา กัญชง สมาชิกสามารถแสดงออกความไม่เห็นด้วยโดยการ ลงมติไม่รับ

แต่หากแสดงออกด้วยการทำให้องค์ประชุมไม่ครบ แบบนี้เป็นการหนีปัญหา และต้องหนีตลอดไม่จบสิ้น กฎหมายก็ไม่ได้ผ่านการพิจารณา จึงขอร้องว่าเวลาที่เหลืออยู่ของสภาอีก 5 สัปดาห์  ให้ร่วมประชุมให้ครบ เพื่อให้กฎหมายเหล่านี้ได้จบ จึงขอความร่วมมือทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลว่าเป็นภาระหน้าที่แสดงความรับผิดชอบไม่หนีปัญหา

ประธานรัฐสภาขอให้นายอนุชา แจ้งต่อรัฐบาลในฐานะเสียงข้างมาก ช่วยบอกพรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบเรื่องขององค์ประชุมให้มาก ส่วนฝ่ายค้านก็ขอความร่วมมือ แม้จะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนั้น แต่อยากให้ใช้วิธีการไม่รับ มากกว่าการไม่กดบัตรแสดงตนทำให้ไม่ครบองค์ประชุม เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นก็เหมือนหนีปัญหา เช่นกันและหวังว่าคำขอร้องวันนี้จะทำให้องค์ประชุมดีขึ้น

ส่วนเรื่องการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา152 นั้น นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรไทยคนที่ 1 จะนัดประชุมหารือวันที่25 ม.ค.นี้ เพื่อกำหนดวันอภิปราย และขออย่าไปกังวลว่ารัฐบาลจะหนีไม่ให้อภิปราย โดยการยุบสภา ถ้ารัฐบาลทำเช่นนั้นรัฐบาลก็พังและเสียหาย เท่ากับหนีการอภิปรายความเชื่อถือก็หมด ฉะนั้นข้อวิตกนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น

เมื่อกฎหมายหลายฉบับถ้าผ่านสภาผู้แทนฯไปแล้ว ช่วงปิดประชุมสามารถเปิดสมัยวิสามัญเพื่อให้วุฒิสภาได้พิจารณากฎหมายได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญหรือไม่ หากไม่มีการยุบสภา

“กกต.” เปิดยอดบริจาคพรรคการเมือง “ภูมิใจไทย”สูงสุด 26 ล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541237

19 ม.ค. 2566

"กกต." เปิดยอดบริจาคพรรคการเมือง "ภูมิใจไทย"สูงสุด 26 ล้าน

“กกต.” เปิดยอดบริจาคพรรคการเมือง “ภูมิใจไทย”อันดับ1 จำนวน 26 ล้าน รองลงมา”เพื่อไทย” จำนวน 16 ล้าน และน้องใหม่อย่าง”รวมไทยสร้างชาติ”3ล้าน

เมื่อวันที่ 19 ม.ค.66 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่า มีการเผยแพร่ บัญชีรายชื่อผู้บริจาคและจำนวนเงินที่บริจาคให้กับพรรคการเมืองประจำเดือน พ.ย.2565 โดยมีทั้งหมด 14 พรรค ประกอบด้วย 

พรรคมิติใหม่ 552,500 บาท

พรรครวมไทยรักชาติ 105,150 บาท

พรรคเศรษฐกิจไทย 1,740,000 บาท

พรรครวมไทยสร้างชาติ 3,000,000 บาท

พรรคเพื่อไทย 16,000,000 บาท

พรรคไทยศรีวิไลย์ 250,000 บาท

พรรคเส้นทางใหม่ 200,000 บาท

พรรคประชาธิปัตย์ 598,000 บาท

พรรครักษ์ธรรม 21,000 บาท

พรรคประชาชาติ 50,000 บาท

พรรคกล้า 800,000 บาท

พรรคเป็นธรรม 48,000 บาท

พรรคก้าวไกล 251,239 บาท

พรรคภูมิใจไทย 26,000,000 บาท

โดยพรรคที่น่าสนใจและมียอดบริจาค 3 อันดับแรก คือ

พรรคภูมิใจไทย มียอดบริจาค 85 รายการ รวมมูลค่า 26 ล้านบาท ผู้บริจาค เช่น หจก.น้ำก่ำก่อสร้าง เอกชนรับเหมาก่อสร้าง บริจาค 10 ล้านบาท, บริษัท บีเอสซี โอเปอเรชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด 1 ล้านบาท, บริษัท ธนาวิส 2020 จำกัด 1 ล้านบาท, น.ส.ทัศนีย์ โพธารส บริจาค 2 ล้านบาท, นายกำพล อัศวโชค บริจาค 2 ล้านบาท, น.ส.สุภัทรา สอนแตง บริจาค 2 ล้านบาท, นายนรเทพ อมรางกูร บริจาค 3 ล้านบาท, นายธวัช เบญจพลชัย บริจาค 2 ล้านบาท, นายบุญส่ง ศิริมาศเกษม บริจาค 1 ล้านบาท เป็นต้น

พรรคเพื่อไทย ผู้บริจาครวม 9 รายการ รวมมูลค่า 16 ล้านบาท เช่น นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร (กทม.) พรรคเพื่อไทย 2 ล้านบาท, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แกนนำคนสำคัญของพรรค 4 ล้านบาท, น.ส.จุฑารัตน์ เมนะเสวต เพื่อนสนิทคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ 3 ล้านบาท, นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช 1 ล้านบาท เป็นต้น

พรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้บริจาครวม 3 รายการ รวมมูลค่า 3 ล้านบาท ได้แก่

– นายชัยชาญ อุปพันธ์ นักธุรกิจ เป็นกรรมการบริษัท 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท เซอร์วิส ออโต้ช๊อป จำกัด บริษัท เดอะ ทีพีเอส จำกัด หจก.เพอร์เฟค ชายน์ บริจาค 1 ล้านบาท, บริษัท เอ วาย ดับบลิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทำธุรกิจขายเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ มี น.ส.สุมนัส มนตรีโชค เป็นกรรมการ บริจาค 1 ล้านบาท, บริษัท อี.เอ็น.ซ็อฟท จำกัด 

-นายสาวิทย์ อิทธิพงษ์ และนายธนพล ขันธหิรัญ เป็นกรรมการบริการเป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับด้านวิศวกรรมบริการติดตั้งคอมพิวเตอร์พร้อมระบบซอฟต์แวร์ นายสาวิทย์ อิทธิพงษ์ 

-นายธนพล ขันธหิรัญ บริจาค 1 ล้านบาท

เลือกตั้งครั้งหน้า ‘แลนด์สไลด์’นนทบุรี ไม่ใช่เรื่องง่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541248

19 ม.ค. 2566

เลือกตั้งครั้งหน้า 'แลนด์สไลด์'นนทบุรี ไม่ใช่เรื่องง่าย

ไม่ง่ายเป้าหมายแลนด์สไลด์ 8 เขตเลือกตั้ง’นนทบุรี’ ครั้งหน้า พรรคก้าวไกลมีคะแนนไล่จี้ อาจถูกแซงในหลายพื้นที่

จังหวัดนนทบุรี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่  ที่จะมีเก้าอี้ส.ส.เพิ่มอีก 2 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากดูตามจำนวนประชากรแล้ว พื้นที่อำเภอเมือง ซึ่งมีจำนวนประชากรมากที่สุด อาจมีเขตเลือกตั้งเพิ่มมาอีกหนึ่งเขต โดยการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 อำเภอเมืองถูกแบ่งเป็นพื้นที่ ไปรวมกับอำเภอข้างเคียง เป็นเขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2 

เจ้าของพื้นที่เป็นคนจากพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย ตามลำดับ  การลงพื้นที่ ของแพทองธาร และคณะเพื่อไทยก็เลือกเขตอำเภอเมืองนี้ เปิดพื้นที่หาเสียงเลือกตั้ง และประกาศแลนด์สไลด์ในจังหวัดนนทบุรี

แผนที่จังหวัดนนทบุรีแผนที่จังหวัดนนทบุรี

การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เขตเลือกตั้งที่ 1 นิทัศน์ ศรีนนท์จากพรรคเพื่อไทย แพ้ เจริญ เรี่ยวแรง จากพลังประชารัฐไม่ถึงพันคะแนน  ขณะที่จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ เขตเลือกตั้งที่2 ของพรรคเพื่อไทย เอาชนะฉลอง เรี่ยวแรงคนเคยคุ้นจากพลังประชารัฐไปด้วยคะแนน พอๆกันราวหนึ่งพันคะแนนเท่านั้น

อีกพื้นที่ ซึ่งมีจำนวนประชากรเกินเกณฑ์ส.ส.1คน คืออำเภอบางบัวทอง และบางใหญ่มีประชากรรวมกันกว่าสี่แสนคนมีพื้นที่เชื่อมต่อปากเกร็ด ซึ่งประชากรเกินเกณฑ์ส.ส. ทำให้การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พื้นที่บางส่วนถูกผนวกไปเป็นเขตการเลือกตั้งที่ 2 กับพื้นที่อำเภอเมือง มีวันชัย เจริญนนทสิทธ์ เจ้าของพื้นที่เลือกตั้งเขต 5 เดิมจากพรรคเพื่อไทยมีคะแนนนำคู่แข่งจากพรรคอนาคตใหม่และพลังประชารัฐ ราวหนึ่งพันคะแนน วันนี้ ย้ายค่าย ออกไปซบพรรคสีน้ำเงินแล้ว   

ในขณะที่เขตเลือกตั้งที่ 6 ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิจากเพื่อไทย เป็นเจ้าของพื้นที่ มีผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์และอนาคตใหม่ตามมาห่างๆ

การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคเพื่อไทยคว้าส.ส.มา 5 ที่นั่งจาก 6 เขตเลือกตั้ง แบ่งให้พรรคพลังประชารัฐในเขตเลือกตั้งที่ 1  แต่แพ้ไปด้วยคะแนนไม่ถึงพันคะแนน  มีพรรคพลังประชารัฐ ตามมาในลำดับเพียง 2 เขตเลือกตั้ง  ประชาธิปัตย์ 1 เขตเลือกตั้ง อีก 3 เขตเลือกตั้ง เป็นผู้สมัคร จากพรรคอนาคตใหม่  หรือ พรรคก้าวไกลในปัจจุบัน  โดยพรรคก้าวไกล ได้เปิดตัวผู้สมัครส.ส.ไปตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาแล้ว

ชัยวัฒน์ นำพยาน’สินบน’กรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลวันพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541231

19 ม.ค. 2566

ชัยวัฒน์ นำพยาน'สินบน'กรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลวันพรุ่งนี้

คณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นัดพยานคดีสินบน’กรมอุทยานฯ’ ให้ปากคำวันพรุ่งนี้ วราวุธ ขอสองเดือนเห็นหน้าเห็นหลังแน่

ความคืบหน้าการสอบสวนเอาผิด อธิบดีกรมอุทยานฯ จากข้อกล่าวหาการเรียกรับสินบน ได้รับการเปิดเผยจาก วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า เบื้องต้นทราบว่ามีความผิดทางวินัย ขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนอยู่ คาดว่าภายในเดือน สองเดือนนี้จะได้ความคืบหน้า เพราะการสอบนั้น มีข้าราชการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย แต่ได้ย้ำให้ทำด้วยความรวดเร็วและรอบคอบ เพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และสังคมจับตาดูอยู่

ส่วนโทษของความผิดวินัยร้ายแรงนั้นมีหลายระดับ หนักที่สุดคือไล่ออก ปลดออก ตามระเบียบของราชการ ซึ่งจะมีโทษแตกต่างกันไป ส่วนในทางอาญาจะต้องมีการดำเนินการหลังจากการกล่าวโทษเรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน

ความคืบหน้ากรณีตำรวจ บก.ปปป. ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. จับกุมอธิบดีกรมอุทยานฯ รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา พร้อมเงินสดร่วม 5 ล้านบาท ที่เรียกรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณในฐานะประธานกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง แจ้งให้ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร เข้าให้ถ้อยคำ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่ง ลับ ที่3/2566 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง กรณีกล่าวหาว่า รัชฎาสุริยกุล ณ อยุธยา มีพฤติการณ์เรียกรับเงินจากหัวหน้าหน่วยงานภาคสนามทั่วประเทศเพื่อแลกกับการดำรงตำแหน่งหน้าที่เดิม

โดยหากหัวหน้าหน่วยงานแต่ละหน่วยไม่นำเงินมาจ่ายให้แก่อดีตอธิบดี จะถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่งเดิมและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในพื้นที่ห่างใกลภูมิลำเนา รวมถึงมีการเรียกเงินจากผู้ใด้บังคับบัญชาเป็นรายเดือนเพิ่มเติมอีกด้วย

คณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยอย่างร้ายแรงเห็นว่าเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินการสอบสวนอาศัยอำนาจตามความในมาตรา99แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 จึงขอให้ชัยวัฒน์นำพยานบุคคลและพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงในวันที่20ม.ค.2566 ณ ห้องประชุมกองกลางชั้น4อาคารกรมควบคุมมลพิษกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยพยานที่จะเข้าให้ปากคำต่อคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงประกอบด้วยชัยวัฒน์และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ6แห่งหัวหน้าวนอุทยานฯ1แห่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า6แห่งและผู้อำนวยการส่วนอีก3ส่วนรวม17 นาย กรณีสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 นำเงินใส่ซองมอบให้ชัยวัฒน์ นำมาจ่ายแก่ รัชฎา ที่ห้องทำงานกรมอุทยานฯ จำนวน 3 ซอง รวมเป็นเงิน 98,000 บาท