“ธนกร”ลาออก ส.ส.และสมาชิกพปชร. เดินตาม”บิ๊กตู่”สานงานต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541227

19 ม.ค. 2566

"ธนกร"ลาออก ส.ส.และสมาชิกพปชร. เดินตาม"บิ๊กตู่"สานงานต่อ

“ธนกร”ยื่นลาออกจาก ส.ส.และสมาชิกพปชร. เตรียมสมัครเข้า”พรรครวมไทยสร้างชาติ” เพื่อทำงานต่อกับ”บิ๊กตู่” เผยท่านคนซื่อสัตย์ มีผลงานมากมาย

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ เดินทาง ยื่นใบ ลาออก จากการเป็น ส.ส. เป็นที่เรียบร้อย หลังเมื่อช่วงเช้า ได้ยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐแล้ว

นายธนกร วังบุญคงชนะ ยื่นใบลาออกที่ กกต.นายธนกร วังบุญคงชนะ ยื่นใบลาออกที่ กกต.

นายธนกร กล่าวว่า ตนจะไปทำงานช่วยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งขอขอบคุณพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ,นายสมศักดิ์เทพสุทิน, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่มอบโอกาสทำงานทางการเมือง ซึ่งช่วงที่เป็นส.ส. ตนได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งได้รับโอกาสและความเมตตาจากพลเอกประยุทธ์ ให้ดำรงตำแหน่งประจำรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประกอบกับทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีมาโดยตลอด

วันนี้จึงตัดสินใจที่จะไปช่วยงานกับพลเอกประยุทธ์ต่อ เพราะจากการร่วมงานกันท่านมีความซื่อสัตย์ สุจริต เป็นที่ประจักษ์ เป็นผู้นำและนักบริหาร มีผลงานมากมายเป็นที่ประจักษ์ต่อสังคมฉะนั้นยังมีอีกหลายสิ่งที่ตนเชื่อว่าท่านจะสานต่อและยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังค้างอยู่

ลาออกจากส.ส.ลาออกจากส.ส.หนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

‘ประชาธิปัตย์’ เพิ่มทีมโฆษก สู้ศึกเลือกตั้งอีก 3 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541223

19 ม.ค. 2566

'ประชาธิปัตย์' เพิ่มทีมโฆษก สู้ศึกเลือกตั้งอีก 3 คน

ตั้งเป้าประชาสัมพันธุ์ผลงาน สู้การ’เลือกตั้ง’ครั้งหน้า ประชาธิปัตย์ เพิ่มทีมโฆษกเป็น 8 คน ครอบคลุมทุกพื้นที่

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แต่งตั้งทีมโฆษกพรรค เพิ่มอีก 3 คน เสริมทัพสู้ศึกเลือกตั้ง รวมทีมโฆษกทั้งสิ้น 8 คน โดยผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเพิ่มเติม ประกอบด้วย  จักษ์ พันธ์ชูเพชร  ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก อดีตผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร ตัวแทนภาคเหนือ   ธนชาภา จันทวารา ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดอำนาจเจริญ คณะทำงานด้านสังคม เด็ก สตรี คนพิการ ตัวแทนภาคอีสาน และเมธี อรุณ หรือ เมธี ลาบานูน ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดนราธิวาส ตัวแทนภาคใต้ประชาธิปัตย์

ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์หนึ่งในทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า การจัดทัพทีมโฆษกพรรค ประกอบไปด้วยคนคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ เพื่อทำหน้าที่สื่อสารข้อมูลนโยบาย ผลงานและกิจกรรมพรรคไปสู่ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ฉับไว

เพื่อแสดงให้เห็นว่าพรรคมีความพร้อมในการให้ข่าวสารครอบคลุมทุกมิติได้อย่างเต็มที่ เต็มประสิทธิภาพ รวดเร็ว ฉับไว เป็นทางเลือกที่สามารถแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้จริง

การแต่งตั้งรองโฆษกเพิ่มอีก 3 คน ทำให้ทีมโฆษกพรรคประชาธิปัตย์มีทั้งสิ้น 8 คน ประกอบไปด้วย ราเมศ  รัตนะเชวง เป็นโฆษกพรรคฯ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพังงา  ชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.จังหวัดนครศรีธรรมราช รองเลขาธิการพรรค  อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.จังหวัดราชบุรี  ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กเยาวชน และสิทธิมนุษยชน และ ดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย

‘ชาติไทยพัฒนา’ ประชุมพรุ่งนี้ แก้ข้อบังคับ ปรับนโยบายพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541220

19 ม.ค. 2566

'ชาติไทยพัฒนา' ประชุมพรุ่งนี้ แก้ข้อบังคับ ปรับนโยบายพรรค

รับฟัง ทำจริง นำมาแก้ปัญหา ธีมนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนา ประชุมพรุ่งนี้ พร้อมปรับข้อบังคับพรรครับ’เลือกตั้ง’ครั้งหน้า

พรรคชาติไทยพัฒนา จัดการประชุมใหญ่สามัญ ครั้งที่ 1/2566 ในวันศุกร์ที่ 20 ม.ค.66นี้ เพื่อพิจารณาแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับพรรค และมีการนำเสนอนโยบายพรรคชาติไทยพัฒนากับการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2566  โดยรับฟังแนวนโยบาย มาจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ

จากการลงพื้นที่ของสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา และผู้แทนราษฎรของพรรค นำมาประมวลผล รวบรวมและผลักดันออกมาเป็นแนวนโยบาย ที่จะนำเสนอให้กับประชาชน พรรคชาติไทยพัฒนาเน้น ‘รับฟัง ทำจริง’ และนำมาแก้ไข

วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาระบุว่าการทำงานของพรรคชาติไทยพัฒนาที่ผ่านมา ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำปัญหาของพี่น้องประชาชนมาแก้ไขได้อย่างเป็นรูปธรรมหลายเรื่อง และแน่นอนว่ายังมีอีกหลายเรื่องที่ยังต้องทำ

ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักปฎิบัติของพรรคชาติไทยพัฒนาตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี มาจนถึงปัจจุบัน  และยังยึดถือแนวนโยบายดังกล่าวอยู่ ไม่เน้นลดแลกแจกแถม แต่เน้นถึงการทำได้จริง และแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในระยะยาว โดยพุ่งเป้าไปที่ประเด็นเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน และความยั่งยืนของประเทศชาติ

ส่วนการแก้ไขข้อบังคับพรรคนั้น ก็เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายเลือกตั้งที่ออกมาใหม่เท่านั้น เช่น กติกา ค่าสมาชิก เพื่อความคล่องตัวในการทำงานให้มากขึ้นเมื่อกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายพรรคการเมืองที่มีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นเราจึงต้องปรับแก้ข้อบังคับพรรคให้สอดคล้องกับกฎหมายในอนาคต

ฟิตจัด”คุณหญิงสุดารัตน์”กลับอีสาน ลุยต่อกทม. ลั่นแก้ค่าไฟแพง 34 ต่อหน่วย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541204

18 ม.ค. 2566

ฟิตจัด"คุณหญิงสุดารัตน์"กลับอีสาน ลุยต่อกทม. ลั่นแก้ค่าไฟแพง 34 ต่อหน่วย

“คุณหญิงสุดารัตน์” ลุยพื้นที่กทม.แนะนำผู้สมัครเขต ลาดพร้าว-วังทองหลาง ประกาศพร้อมแก้ปัญหาค่าไฟแพง เหลือ 34 ต่อหน่วย จาก 50 ต่อหน่วย เพื่อลดค่าครองชีพ เพิ่มเงินในกระเป๋า ปลดหนี้คนตัวเล็ก

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยนายสุวงค์ จินตรักษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตลาดพร้าว-วังทองหลาง นายชัยวัฒน์ เชื้อสกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง เขต1 และทีมงานพรรคไทยสร้างไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณถนนโชคชัย4 จนถึงตลาดศูนย์การค้าตลาดโชคชัย 4 เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่พร้อมกับแนะนำร้านค้าเจ้าเด็ด ท่ามกลางแฟนคลับและชาวบ้านต่างให้กำลังใจ 

ระหว่างลงพื้นที่มีหนูน้อยวัย 6 ขวบ มอบดอกไม้ให้กำลังใจพร้อมกับเอ่ย “ขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป นะคะ”

ฟิตจัด"คุณหญิงสุดารัตน์"กลับอีสาน ลุยต่อกทม. ลั่นแก้ค่าไฟแพง 34 ต่อหน่วย

คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า วันนี้ชาวบ้านเขตลาดพร้าว-วังทองหลาง ให้กับต้อนรับอย่างอบอุ่น มีร้านค้าขายของอาหารรสเด็ดจำนวนมาก แต่หลายๆร้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ซึ่งตนได้บอกให้ทุกคนก้าวข้ามความขัดแย้ง และพรรคไทยสร้างไทย จะเป็นผู้แก้ไข ค่าครองชีพขั้นต่ำหรือลดค่าครองชีพให้ได้ แต่เพิ่มเงินในกระเป๋า อย่างเช่น ค่าไฟแพงกว่าปกติ มีการทำสัญญาซื้อไฟล่วงหน้าเกินความจำเป็นเกือบ 60% ซึ่งมากเกินไปทำให้ทุกบ้านต้องจ่ายค่าไฟแพง ทั้งต้นทุนและการผลิต ค่าใช้จ่ายครัวเรือน

ดังนั้นหากพรรคไทยสร้างไทยเป็นรัฐบาล ประชาชนจะ ต้องเสียค่าไฟไม่เกิน 3.50 บาทต่อหน่วย ไม่ใช่ 50 บาทต่อหน่วนเหมือนปัจจุบันนี้ จากนั้นก็จะยื่นเรื่องต่อศาลทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เนื่องจากเป็นสัญญาที่เสียเปรียบมาก หากทำได้จะลดเงินเฟ้อและค่าครองชีพได้ 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ประชาชนก็จะมีเงินในกระเป๋าเพิ่ม เศรษฐกิจก็ถูกกระตุ้น อย่างโครงการ 3,000 บาทจะลงไปที่ประชาชนฐานราก ขณะเดียวกันเราก็จะให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน SME ดอกเบี้ยถูก และมีเงื่อนไขผ่อนปรน คนตัวเล็กอย่าง พ่อค้า แม่ขาย ที่เป็นหนี้นอกระบบ เราจะให้กองทุนคนตัวเล็ก ซึ่งจะใช้เครดิตประชาชนค้ำไม่ต้องมีหลักทรัพย์บุคคลใดค้ำประกันหรือติดเครดิตยูโร เริ่มต้นกู้ที่ 5,000 บาท เอาที่ตัวเองค้ำก่อน หาก 6 เดือนผ่อนส่งครบ ก็จะเพิ่มวงเงินในการกู้ให้ เพื่อล้างหนี้นอกระบบและสามารถตั้งตัวได้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายสุวงค์ จินตรักษ์คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายสุวงค์ จินตรักษ์

สำหรับการส่งนายสุวงค์ ลงเขตนี้ เรามั่นใจเนื่องจากเป็นคนในพื้นที่ เนื่องจากทำงานต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาสมควร แม้ตอนนั้นไม่ได้เป็นผู้สมัคร แต่ก็ลงพื้นที่เต็มที่และเป็นเขตที่ตนก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากประชาชนด้วย

ด้านนายสุวงค์ เล่าว่า ก่อนที่จะตัดสินใจลงสนามการเมืองนั้น ก็เป็นคนในพื้นที่นี้ มองเห็นปัญหาระบบหน่วยงานราชการเวลาเรียกร้องขอความช่วยเหลือแต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขหรือพัฒนา หรือลงมือช้ามาก สะท้อนให้เห็นว่าเสียงไม่ดังพอ จึงเกิดความอึดอัด นักการเมืองทำตัวไม่เหมือนนักการเมือง จึงเกิดความคิดว่า ตนก็เป็นคนรุ่นใหม่ อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงระบบ อยากให้ พูดและเหมือนตะโกน ไม่ใช่ตะโกนและเหมือนพูด 

 คุณหญิงสุดารัตน์ลงพื้นที่โชคชัย 4คุณหญิงสุดารัตน์ลงพื้นที่โชคชัย 4

นายสุวงค์ จินตรักษ์นายสุวงค์ จินตรักษ์พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่ถนนโชคชัย 4พรรคไทยสร้างไทยลงพื้นที่ถนนโชคชัย 4

“สุวัจน์” นำทีม “ชาติพัฒนากล้า” แถลงนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541200

18 ม.ค. 2566

“สุวัจน์” นำทีม “ชาติพัฒนากล้า” แถลงนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้

“สุวัจน์” นำทีม ชาติพัฒนากล้า แถลงนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้ ระบุ รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจให้ทุกคนมีโอกาส ที่จะทำให้คนไทย งานดี มีเงิน ของไม่แพง

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2566 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 24 ม.ค.นี้ เวลา09.30น.ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพมหานคร ถนนราชดำริ พรรคชาติพัฒนากล้า นำโดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค พร้อมแกนนำพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค ที่ปรึกษาพรรค กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าสาขาพรรค ตัวเทนพรรคชาติพัฒนากล้าประจำจังหวัด และสมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้า จะได้มีการเสนอนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า ที่ได้จัดทำขึ้น

โดยคณะทำงานด้านนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้าต่อสื่อมวลชน เพื่อนำไปเป็นนโนบายในการหาเสียงของพรรคชาติพัฒนากล้าต่อไป โดยใช้ชื่อว่า “รื้อโครงสร้างเศรษฐกิจให้ทุกคนมีโอกาส เปิดนโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า ที่จะทำให้คนไทย “งานดี มีเงิน ของไม่แพง”

“สุวัจน์” นำทีม “ชาติพัฒนากล้า” แถลงนโยบายสู้ศึกเลือกตั้ง 24 ม.ค.นี้

‘พลังประชารัฐ’ขอเหมา 2 เก้าอี้ส.ส.นครราชสีมาที่เพิ่มขึ้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541188

18 ม.ค. 2566

'พลังประชารัฐ'ขอเหมา 2 เก้าอี้ส.ส.นครราชสีมาที่เพิ่มขึ้น

เลือกตั้งครั้งหน้าพลังประชารัฐ ขอ 10 เก้าอี้ ที่’นครราชสีมา’ เชื่อ 2 เขตเลือกตั้งใหม่ อยู่ในพื้นที่ ที่บริหารจัดการได้

การเลือกตั้งปี2562  พรรคพลังประชารัฐ กวาดส.ส.นครราชสีมา เกือบครึ่งจังหวัด มีส.ส. 6 คน จากจำนวนส.ส.ทั้งสิ้น 14 คน  เหลือให้พรรคเพื่อไทย 4 คน พรรคภูมิใจไทย 3 คน และพรรคชาติพัฒนา  1 คน

ทั้ง 6 เขตเลือกตั้งที่พลังประชารัฐชนะ  ประกอบไปด้วย  เขตเขตเลือกตั้งที่ 1 ซึ่งอยู่มีอาณาบริเวณอยู่ในอำเภอเมืองนครราชสีมา  เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอพิมาย โนนสูง โนนไทย เขตเลือกตั้งที่ 6  อำเภอ คง  ประทาย   ลำทะเมนชัย   โนนแดง และเขตเลือกตั้งที่ 7 คาบเกี่ยวพื้นที่ อำเภอพิมายและอำเภอโนนสูง  เขต8 ที่อำเภอจักราชและห้วยแถลง และเขต 11 พื้นที่คาบเกี่ยวอำเภอเมืองปากช่อง ปักธงชัย และวังน้ำเขียว  

กราฟฟิคพื้นที่เลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐกราฟฟิคพื้นที่เลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ

การเลือกตั้งครั้งต่อไป  จังหวัดนครราชสีมา มีส.ส.เขตเพิ่มขึ้นอีก 2 คน นั่นหมายความว่าต้องมีการแบ่งเขตเลือกตั้งเพิ่มอีก  2 เขต

วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มั่นใจว่า เขตเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้น
จะอยู่ในพื้นที่เลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งครอบคลุมเกือบครึ่งของจังหวัดนครราชสีมา และจะสามารถคว้า สองเก้าอี้ส.ส.ที่เพิ่มขึ้นใหม่มาไว้ในมือได้  โดยตั้งเป้าหมายคว้าชัยชนะ 10  เขตเลือกตั้ง 
โดยไม่ได้มองพรรคเพื่อไทยอยู่ในสายตา


ในบรรดา ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทย 4 คน มีสุชาติ ภิญโญ 1 ราย ที่จะย้ายไปอยู่กับภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า ขณะที่ เขตเลือกตั้งที่ 2 ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ประพิศ นวมโคกสูง ของพลังประชารัฐแพ้ ค่ายสีน้ำเงินไปเพียงสามพันกว่าคะแนน และในเขต14 พจน์ เจริญสันเทียะ ก็เสียท่าแพ้เพื่อไทยไปสี่พันกว่าคะแนนเช่นกัน

การแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่เพิ่มขึ้น กกต.มีหลักเกณฑ์ พิจารณาจาก

  • จำนวนประชากรแต่ละเขตเลือกตั้งต้องใกล้เคียงกัน
  • อาณาเขตตามภูมิประเทศ
  • เส้นทางคมนาคมในเขตเดียวกัน 
  • หากมีความจำเป็นสามารถแบ่งพื้นที่ออกจากกันในระดับอำเภอได้ แต่ไม่สามารถแบ่งพื้นที่ในระดับตำบลได้

“นพ.ชลน่าน”ชี้ส.ส.แห่ย้ายพรรค เป็นเหตุสภาล่ม หวั่นซ้ำซากตลอดไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541185

18 ม.ค. 2566

"นพ.ชลน่าน"ชี้ส.ส.แห่ย้ายพรรค เป็นเหตุสภาล่ม หวั่นซ้ำซากตลอดไป

“นพ.ชลน่าน” เผยสาเหตุสภาล่ม ส.ส.มัวแห่ย้ายพรรค หวั่นอนาคตเป็นแบบนี้ตลอดไป พร้อมน้อมรับคำด่าของประชาชน กินเงินเดือนจากภาษี แต่ไม่ทำงาน

หลังการลงมติในกฎหมาย พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ต้องถูกพักไปก่อน เนื่องจากสมาชิกไม่ครบองค์ประชุม โดยมีเพียง 203 คน เห็นด้วย 174 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน และงดออกเสียง 24 เสียง 

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เข้าใจความรู้สึกคับแค้นใจของประชาชนเป็นอย่างดี หลายคนประณามว่ากินเงินเดือนจากภาษีอากรประชาชน แต่ไม่ทำงาน แต่ตนมองว่า หากนำเรื่องกฎหมายกัญชาเข้าสู่วาระการประชุม เป็นปัญหา มีข้อถกเถียงกันมากในชั้นการพิจารณา ขณะนี้อยู่ในวาระที่ 2 หมายความว่า ชั้นที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว กำลังเข้าสู่การพิจารณารายมาตรา มีทั้งฝ่ายที่สนับสนุน และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย 
 

แต่ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่ใช่กัญชาเสรี หรือสันทนาการ ในชั้นกรรมาธิการ ทุกคนต้องการคือกัญชาเพื่อการแพทย์ ไม่มีตัวบทกฎหมายรองรับ ว่า จะควบคุมไม่ให้เสรีได้อย่างไร ที่ผ่านมาพยายามเรียกร้องว่า ต้องไม่ให้เป็นกัญชาเสรี เดิมมี 45 มาตรา เพิ่มเป็น 95 มาตรา ไม่มีบทมาตราใดเลย ที่ไปควบคุมกัญชาเสรี เพราะฉะนั้นจึงเป็นประเด็นที่ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย และเมื่อกลไกในสภาเสียงข้างมากไม่มีมากพอ องค์ประชุมตอนนี้ใช้แค่ 217 เสียง ดังนั้นหากเสียงข้างมาก ไม่ยอมจะใช้เสียงข้างมากตัวเองผลักดันอย่างจริงจัง องค์ประชุมก็จะไม่ครบ ส่วนฝ่ายเสียงข้างน้อย ยินดีร่วมพิจารณากฎหมาย แต่ภายใต้เงื่อนไขเสียงข้างมาก ต้องเป็นองค์ประชุม 

นายแพทย์ชลน่าน ยอมรับ เสียงข้างน้อยนั้น มีการลาออก มีการย้ายพรรค โดยไม่สนใจพี่น้องประชาชนที่เลือกเขาเข้ามา เพื่อแสวงหาโอกาสว่าจะได้กลับมาเป็น ส.ส.ใหม่เท่านั้นเอง สิ่งนี้คือสาเหตุที่ทำให้ “สภาล่ม” ถ้าเป็นแบบนี้ ก็จะเป็นตลอดไป
 

เราเคยเสนอไปให้ประธานสภาว่า หากประชุมตามปกติ ติดกับดักแน่ ควรนัดประชุมเป็นวาระพิเศษ เช่น พรุ่งนี้มีกฎหมายหลายฉบับ ส่วนสภาล่มจะส่งผลต่อการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีในการ“ยุบสภา”หรือไม่ ตนไม่ทราบ เพราะนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เคยเห็นมีบทบาทและให้ความสำคัญในสภาอยู่แล้ว หากสภาไม่ทำผิดจนนายกรัฐมนตรีทนไม่ได้ ไม่น่าจะใช้เป็นเงื่อนไขในการยุบสภา และตนก็เคยพูดหลายครั้งแล้วว่า นายกรัฐมนตรีจะยุบสภา ไม่เคยดูไปตามข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ดูว่ายุบเมื่อไหร่จะได้สืบทอดอำนาจต่อ และเป็นไปไม่ได้ที่กฎหมายที่ร่างกฎหมายกัญชา กับกฎหมายคู่ชีวิตจะถูกแขวนตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีบอก ซึ่งมองว่าต้องใช้วิธีการนัดประชุมวาระพิเศษพิจารณากฎหมายเหล่านี้ได้

‘สร้างอนาคตไทย’ มั่นใจ ได้แจ้งเกิด ส.ส.กทม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541170

18 ม.ค. 2566

'สร้างอนาคตไทย' มั่นใจ ได้แจ้งเกิด ส.ส.กทม.

มีผู้สนใจสมัครส.ส.’กทม.’สังกัดพรรคสร้างอนาคตไทยถึง 40 รายแล้ว หัวหน้าพรรคมั่นใจสู้คู่แข่งได้ในหลายพื้นที่

มีผู้แสดงตน เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.กทม.สังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย  40 คน ในการประชุมผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ ซึ่งมีวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรค เป็นประธานยุทธศาสตร์ภาค

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคกล่าวว่า สถานการณ์การเมืองวันนี้อยู่ในโหมดเลือกตั้ง เข้าสู่โค้งสุดท้าย ทุกพรรคการเมืองกำลังปรับยุทธศาสตร์เข้าสู่สนามเลือกตั้ง พรรคสร้างอนาคตไทยก็เช่นเดียวกัน


พื้นที่ กทม. เป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมายที่พรรคปักธง มั่นใจว่ามีตัวผู้สมัครที่สู้ได้หลายเขต ที่สำคัญขอให้ทุกคนอย่าลืมเป้าหมาย ว่าพรรคสร้างอนาคตไทย ตั้งขึ้นมาเพื่ออาสาทำงานให้กับพี่น้องประชาชน 

เรามีทั้งทีมงานที่มีศักยภาพและความพร้อมของชุดนโยบายที่ตอบโจทย์ประเทศว่าจะต้องแก้ปัญหาอะไร และขับเคลื่อนการพัฒนาไปในทิศทางใด นั่นหมายถึงเรามีศักยภาพที่จะเข้าไปทำงานในรัฐบาลได้ พรรคเราเดินหน้ามาอย่างต่อเนื่องและจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

สนธิรัตน์  สนธิจิระวงศ์ เลขาธิการพรรค เห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคสู้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ที่สำคัญต้องวางกลยุทธ์ให้ดี และสอดคล้องกับจุดแข็งของพรรคในแต่ละพื้นที่ ซึ่งบางเขตเราอาจจะมุ่งเน้นไปที่คะแนนของตัวผู้สมัคร ขณะที่บางเขตต้องให้ความสำคัญกับคะแนนของบัญชีรายชื่อ

อย่างไรก็ตาม พรรคพร้อมจะเดินหน้าไปกับผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัครทุกคน ที่ผ่านมาเราได้โอกาสทำงานเชิงพื้นที่กันมาเกือบ 1 ปี  รู้ข้อมูลพื้นที่เป็นอย่างดี นับเป็นข้อดีที่จะเป็นจุดแข็งให้เราสามารถขับเคลื่อนต่อกับคู่แข่งในแต่ละพื้นที่ได้

“สภาล่ม” เพียง 22 นาที กฎหมาย”กัญชากัญชง” ถูกเบรกกลางที่ประชุม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541163

18 ม.ค. 2566

"สภาล่ม" เพียง 22 นาที กฎหมาย"กัญชากัญชง" ถูกเบรกกลางที่ประชุม

“สภาล่ม”อีกครั้ง หลังเปิดประชุมกฎหมาย”กัญชา กัญชง” ใช้เวลาสั้นสุด 22 นาที เท่านั้น สมาชิกลงมติเพียง 203 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎรมีการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง “พ.ร.บ.กัญชา กัญชง”ช่วงที่เข้าสู่วาระมติในมาตรา 11 เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกัญชา กันชง โดยปรากฏว่า จากองค์ประชุม 220 คน มีผู้ลงมติเพียง 203 คน เห็นด้วย 174 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน และงดออกเสียง 24 เสียง

โดยบรรยากาศก่อนการลงมตินั้น นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ประธานการ แจ้งว่าให้ที่ประชุมแสดงตนเพื่อลงมติ โดยใช้เวลารอองค์ประชุมประมาณ 17 นาที จึงครบจำนวน 220 คน จากนั้นให้ลงมติและปิดการลงมติ

ต่อมานายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาฯ และเลขาในที่ประชุม แจ้งนายสุชาติ จนเห็นท่าทีตกใจและกล่าวว่า “ยังไม่เต็มหรือ” ก่อนจะปิดไมโครโฟนของตนเอง และหารือกับนายสาธิตด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเป็นเวลาประมาณ 1 นาที

นายสุชาติ กล่าวว่า ตอนเช็คองค์ประชุมครบ แต่ลงคะแนนองค์ประชุมไม่ถึง 216 คน เคยมีคำพิพากษาศาลฏีกาไว้ว่า การเช็คองค์ประชุม และลงมติต้องมีจำนวนคงองค์ประชุมด้วย การลงมติถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ทำให้นายสุชาติ สั่งปิดประชุม เมื่อเวลา 11.11 น. เท่ากับว่า มีผู้ลงมติ เพียง 203 คน เห็นด้วย 174 คน ไม่เห็นด้วย 4 คน และงดออกเสียง 24 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “สภาล่ม”ครั้งนี้ใช้เวลาการประชุมเพียง 22 นาทีเท่านั้น สั้นที่สุด ตั้งแต่ที่เคยมีสภาฯ ชุดที่ 25

เพื่อไทย อัด’ประยุทธ์’ไร้มารยาทตั้งคนรวมไทยสร้างชาติเข้าทำเนียบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541166

18 ม.ค. 2566

เพื่อไทย อัด'ประยุทธ์'ไร้มารยาทตั้งคนรวมไทยสร้างชาติเข้าทำเนียบ

ระวังจบแบบพรรคสามัคคีธรรม ตั้ง’คนรวมไทยสร้างชาติ’ เป็นข้าราชการการเมืองสังกัดสำนักเลขาฯ ถือว่าไม่มีมารยาท

มติแต่งตั้งสยาม บางกุลธรรม รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตยานนาวา พรรครวมไทยสร้างชาติ  ให้เป็นข้าราชการการเมืองในตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามที่ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอ   

ถูกชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย มองว่า  ยิ่งนานวัน รัฐบาลพลเอกประยุทธ์  ยิ่งทำสิ่งที่ไร้มารยาททางการเมือง

นอกจากจะล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองแล้ว  ยังสร้างความไม่ไว้วางใจให้กับพี่น้องประชาชนซ้ำๆ  ทั้งที่เหลือเวลาในการทำงานไม่ถึง 2 เดือน แต่ยังเดินหน้าแต่งตั้งคนในพรรคที่ตนเองสังกัดมาทำงานรอบกาย 

โดยปกติการแต่งตั้งบุคคลมาช่วยทำงาน  จะแต่งตั้งหลังจากที่มีการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ  แต่พลเอกประยุทธ์ แต่งตั้งคนในพรรคที่สังกัดมาดำรงตำแหน่งในรัฐบาล  เพื่อไปสู้ศึกเลือกตั้ง

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทยอยแต่งตั้งคนในพรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ว่า

พล.อ.ประยุทธ์ ต้องกลับไปศึกษาจุดจบของพรรคทหารเฉพาะกิจ ตั้งแต่สามัคคีธรรม เปรียบเทียบกับพลังประชารัฐ และจะลามมาถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่สุดจะมีชะตากรรมเดียวกัน