‘พรรคประชาชาติ’กังขา ยกเว้นค่าปรับก่อสร้างรัฐสภาล่าช้า ไม่ถูกต้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541158

18 ม.ค. 2566

'พรรคประชาชาติ'กังขา ยกเว้นค่าปรับก่อสร้างรัฐสภาล่าช้า ไม่ถูกต้อง

เลขาธิการพรรคประชาชาติ ข้องใจ ทำไม สำนักเลขาฯสภา จึงยอมแก้สัญญา ทำให้ผู้รับจ้างสร้าง’รัฐสภา’ ไม่ต้องเสียค่าปรับ

แม้การก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ จะครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2563 แต่บริษัท ซิโน-ไทยผู้รับเหมาก่อสร้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จตามเวลาที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งตามสัญญาจ้างก่อสร้างฯ ข้อ 20 ค่าปรับและค่าเสียหาย กำหนดให้ ผู้รับจ้างจะต้องชำระค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10  ของราคางานจ้างก่อสร้างทั้งหมดตามสัญญา หรือวันละ 12.28 ล้านบาท และต้องชำระค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้ควบคุมงานและที่ปรึกษาบริหารโครงการ วันละ 332,140 บาท รวมแล้วประมาณวันละ 12.61 ล้านบาทเศษ

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ผู้รับจ้างทำงานไม่เสร็จก่อสร้างล่าช้า ซึ่งการทำสัญญาและหลักประกันนั้น ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ใน มาตรา 97  สัญญาหรือข้อตกลงเป็นหนังสือที่ได้ลงนามแล้วจะแก้ไขไม่ได้ และกรณีนี้ไม่น่าจะเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 97 กับ มาตรา 102 การงดหรือลดเบี้ยปรับผู้มีอำนาจพิจารณาได้ตามจำนวนวันที่มีเหตุเกิดขึ้นจริง เฉพาะในกรณีที่กฎหมายกำหนด

ปรากฎว่าเมื่อเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ผู้รับจ้างได้มีหนังสือแจ้งขอส่งมอบงานทั้งโครงการตามสัญญางวดสุดท้าย แต่ผู้ควบคุมงาน ที่ปรึกษาบริหารโครงการ และคณะกรรมการตรวจการจ้างได้ตรวจงานแล้วพบว่ายังมีงานก่อสร้างที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการแก้ไขเนื่องจากไม่ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา จึงไม่รับมอบงานและสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรผู้ว่าจ้างได้มีคำสั่งให้ผู้รับจ้างดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง

ปัจจุบันอยู่ระหว่างผู้รับจ้างดำเนินการงานก่อสร้างตามรูปแบบและรายการให้แล้วเสร็จทั้งหมด รวมทั้งแก้ไขงานที่ชำรุดบกพร่อง (Defects) ซึ่งงานตามสัญญายังไม่แล้วเสร็จ

ถึงปัจจุบัน (18 มกราคม 2566) ยังส่งมอบงานไม่ได้ มีความล่าช้าเป็นเวลาประมาณ 778 วัน หรือมากกว่า  2 ปี  บริษัทผู้รับจ้างต้องถูกปรับรวมเป็นเงินมากกว่าหมื่นล้านบาท

กราฟฟิคประกบจากเพจ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง กราฟฟิคประกบจากเพจ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ มองว่า ข้ออ้างบริษัทผู้รับจ้างสร้างสภารัฐสภาที่ไม่จ่ายค่าปรับ คือได้มีหนังสือขอรับสิทธิตามมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ หลายฉบับสามารถสรุปสาระสำคัญได้ว่า

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ให้กำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ  โดยมีแนวทางให้กำหนดอัตราค่าปรับเป็นอัตราร้อยละ 0 เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจากผลกระทบของโควิด 19

คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 29 วรรคหนึ่ง (4) อนุมัติยกเว้นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ข้อ 162 กำหนดอัตราค่าปรับเป็นอัตราร้อยละ 0 ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือ

เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นดีเห็นงาม และได้ดำเนินการแก้ไขสัญญาจ้างที่ได้ลงนามเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งจากเดิมสัญญามีการกำหนดค่าปรับตามสัญญาค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 นั้นได้แก้ไขเป็นไม่มีค่าปรับเลย โดยใช้ถ้อยคำว่า กำหนดค่าปรับเป็นร้อยละ 0ไม่น่าจะถูกต้อง

ทั้งนี้เนื่องจากความในข้อ 162 ของระเบียบกระทรวงการคลังฯ เป็นบทบัญญัติที่อยู่ในหมวด การทำสัญญาและหลักประกันกล่าวคือ เป็นข้อกำหนดในขั้นตอนการทำสัญญาที่หน่วยงานของรัฐจะต้องกำหนดค่าปรับอันถือเป็นหลักประกันไว้ในสัญญาตามอัตราที่ระเบียบกำหนด ไม่ใช่ในขั้นตอนการ แก้ไขสัญญา

ส่วนการแก้ไขสัญญา เป็นไปตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 97 ซึ่งเป็นกฎหมายลำดับศักดิ์พระราชบัญญัติ และเป็นกฎหมายที่ให้อำนาจ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐในการยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงหรือระเบียบที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้ เท่านั้น

คณะกรรมการวินิจฉัยฯ จึงไม่อาจยกเว้นหรือผ่อนผันการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ที่ให้อำนาจแก่ตนเองได้ 



เลขาธิการพรรคประชาชาติเห็นว่าการที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรไปแก้ไขสัญญาฯ เป็นการกระทำที่นอกเหนือจากขอบอำนาจที่กฎหมายกำหนดและฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 97 และมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

เพื่อไทยมั่นใจ เลือกตั้งครั้งหน้ารักษาพื้นที่’นนทบุรี’ไว้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541150

18 ม.ค. 2566

เพื่อไทยมั่นใจ เลือกตั้งครั้งหน้ารักษาพื้นที่'นนทบุรี'ไว้ได้

‘แพทองธาร’ พาคณะหาเสียงเลือกตั้งนนทบุรี สานต่อนโยบายประชาธิปไตยกินได้จากพ่อ ประกาศเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯทันทีที่ยุบสภา

กิจกรรมหาเสียงเลือกตั้ง ที่จังหวัดนนทบุรี ของหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แพทองธาร ชินวัตร พร้อมด้วยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ชลน่าน ศรีแก้ว และว่าที่ผู้สมัครส.ส.จังหวัดนนทบุรีทั้ง 8 เขต เริ่มต้นด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์ที่ศาลเจ้าพ่อเสือก่อนเดินตลาดท่าทราย ซึ่งตั้งอยู่ในซอยประชานิเวศน์ 3 เพื่อสอบถามปัญหาราคาสินค้าช่วงเทศกาลตรุษจีน พบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชน ที่มาจับจ่ายใช้สอย

โดยมีประชาชนให้การต้อนรับ มอบพวงมาลัย ดอกกุหลาบ และขอถ่ายรูปอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องให้ฟังอย่างคึกคัก

แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

แพทองธาร กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และได้ยินเสียงตอบรับจากประชาชนที่หลายคนอยากเลือกตั้ง ทำให้มั่นใจว่าจะต้องเดินหน้าหาเสียงต่อ หลายคนยังคงเป็นฐานเสียงเดิมที่ไว้ใจตั้งแต่สมัยอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ขณะที่หัวหน้าพรรคเพื่อไทยมั่นใจว่า จะสามารถปักหมุดจังหวัดนนทบุรีซึ่งมีทั้งหมด 8 เขตได้อย่างแน่นอน เพราะ ส.ส. อยู่ใกล้ชิดประชาชน

เหตุผลที่จะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นพรรคเพื่อไทยมากกว่าพรรคพลังประชารัฐกับพรรครวมไทยสร้างชาติ  คือผลงานของพรรคเพื่อไทย และย้อนไปถึงรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ซึ่งประชาชนเชื่อว่าเป็นประชาธิปไตยที่กินได้ โดยเฉพาะนโยบายที่ทำได้จริง

ขณะเดียวกันก็มีเหตุผลเรื่องบุคลากรของพรรคที่ทำงานกับประชาชนอย่างจริงจัง ส.ส.ในพื้นที่เข้าใจและเข้าถึงประชาชน และประชาชนจะเชื่อมั่น คือตัวบุคคลที่จะมานำพาประเทศ นำพานโยบายของพรรคเพื่อไทยสู่ประชาชน ทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยชี้ขาดทำให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยจะเปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกฯทั้ง 3 รายชื่อพร้อมกัน โดยจะประกาศรายชื่อทันทีหลังการยุบสภา คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนมีนาคม ก่อนที่สภาจะครบวาระในวันที่ 23 มีนาคมนี้ ส่วนจะจัดลำดับหรือไม่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญส่วนการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ยืนยันว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จได้ภายในเดือนกุมภาพันธุ์นี้ 

‘ฮูวัยดียะ’ ซบพลังประชารัฐ เสริมบทบาทสตรีชายแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541144

18 ม.ค. 2566

'ฮูวัยดียะ' ซบพลังประชารัฐ เสริมบทบาทสตรีชายแดนใต้

พรรคพลังประชารัฐได้อดีตส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ เสริมทัพสตรี’ชายแดนใต้’ ตามนโยบายของพล.อ.ประวิตร

ฮูวัยดียะ พิศสุวรรณ อุเซ็ง ทายาททางการเมือง สุรินทร์  พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนผู้ล่วงลับ นับเป็นผู้หญิงมุสลิมเพียงไม่กี่คนของสังคมมุสลิมที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์การทำงานทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ด้วยบทบาททั้งงานในสภาและการทำงานร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่

ในฐานะอดีต ส.ส.เขตของนครศรีธรรมราช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เหตุผลการเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐเพราะเปิดโอกาสให้ได้ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มความสามารถตามเจตนารมย์ที่ยึดถือมาโดยตลอด

โดยสิ่งแรกที่จะทำเมื่อเข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐคือการสานต่อนโยบายของพรรคฯ ที่ช่วยเหลือประชาชนได้จนถึงรากหญ้า เช่น นโยบายบัตรสวัสดิการต่างๆ  รวมถึงการผลักดันเรื่องเศรษฐกิจชุมชน โดยจะเข้าไปส่งเสริมและต่อยอดเรื่องการผลิต การจัดจำหน่าย และการตลาดให้ครบทุกมิติและครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก พรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ฮูวัยดียะถือเป็นบุคลากรสำคัญที่มีคุณภาพและศักยภาพเต็มเปี่ยมในการเข้ามาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพื่อขับเคลื่อนนโยบายหลักด้านสวัสดิการประชารัฐ เศรษฐกิจประชารัฐ และสังคมประชารัฐ ที่จะขยายผลเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างทั่วถึง

พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการส่งเสริมสตรีให้มีบทบาทเท่าเทียมในสังคม โดยเฉพาะในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งพล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคฯ ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นทั้งการยกระดับความเป็นอยู่และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ 

ร้องกกต.สอบเปิดตัว’ประยุทธ์’ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541141

18 ม.ค. 2566

ร้องกกต.สอบเปิดตัว'ประยุทธ์'ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ร้อง กกต. ว่าการเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ เป็นสมาชิก’รวมไทยสร้างชาติ’ อาจมีการทำผิดกฎหมายหลายมาตรา

หมวก เสื้อยืด และ ธง ที่ติดชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติเหล่านี้ เป็นภาพ ประกอบโพสต์ของ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย ที่แจ้งประชาสัมพันธ์ว่า เวลา 10.30 น.วันพรุ่งนี้ จะร่วมกับ วีระ สมความคิด ประธานยุทธศาสตร์แผนงานต้านคอร์รัปชั่น นำหลักฐาน เหล่านี้  ไปร้องกกต.ให้สอบสวนว่ามีพรรคการเมือง มีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง จำนวน 5 ข้อกล่าวหา

สมชัยระบุว่าที่ร้องครั้งนี้ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการวินิจฉัยของกกต. เพราะมีอีกหลายเรื่องที่ กกต.ยังไม่ออกมาระบุว่าการกระทำเหล่านี้ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ประกอบไปด้วย

  • เอารถบัสเป็นร้อยคัน ขนคนข้ามจังหวัดมาฟังปราศรัย โดยถือโอกาสพาคนไปเที่ยวในจังหวัดที่มีการปราศรัยเป็นการทัศนศึกษา
  • แจกเสื้อ หมวก ธง เป็นพันชุดเพื่อเป็นอุปกรณ์ในช่วงการฟังปราศรัย แต่ลืมเรียกคืน
  • เอาศิลปินระดับประเทศ มาร้องเพลงของพรรค ไม่ใช่เพลงบันเทิง โดยบอกว่า ไม่ใช่มหรสพ หากทำได้ จะได้เชิญ น้าเบิร์ด น้าแอ๊ด หรือ น้องลิซ่า มาร้องบ้าง
  • อ้างประชุมวิสามัญพรรค จะได้จัดเลี้ยงอาหาร เครื่องดื่ม แต่มีคนไม่เป็นสมาชิก มามั่วกินเป็นพันคน

ก่อนหน้านี้  สมชัยเคยตั้งคำถาม การเปิดตัวพล.อ.ประยุทธ์ เข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ มีการแจกเสื้อ หมวก สีธงชาติไทย เพื่อให้ผู้ฟังเข้าไปนั่ง เพื่อให้ปรากฏเป็นภาพธงชาติไทยผืนใหญ่ รวมอย่างน้อยสามพันชุด ถือเป็นการแจกทรัพย์สินอันอาจคำนวณเป็นเงิน เพื่อจูงใจเลือกตั้ง ผิด พ.ร.ป.ส.ส. มาตรา 73(1)หรือไม่  เป็นข้อสงสัยที่ต้องการให้ กกต.ตอบเป็นบรรทัดฐานในการเตรียมการเลือกตั้งด้วย

กสศ.เสนอครม.เคาะงบ7.9พันล้าน เพิ่มโอกาสนร.ยากจนเข้าถึงการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541131

17 ม.ค. 2566

กสศ.เสนอครม.เคาะงบ7.9พันล้าน เพิ่มโอกาสนร.ยากจนเข้าถึงการศึกษา

กสศ.เสนอครม.เคาะงบ7.9พันล้าน เพิ่มโอกาสนร.ยากจนเ 3.5ล้านคน เข้าถึงการศึกษา ชี้เศรษฐกิจเป็นต้นเหตุปัญหาทางการเงินของครอบครัวยากจน พบเฉลี่ยรายได้ 34 บาทต่อวัน

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการจัดนิทรรศการหลักประกันโอกาสทางการศึกษา 20 ปี ไร้รอยต่อ และการส่งเสริมทักษะชีวิต ทักษะอาชีพ ผ่านโครงการขยายผลและพัฒนาความร่วมมือสร้างเครือข่ายสถานศึกษาเพื่อความเสมอภาค หรือ Equity Partnership’s School Network โดยมีนายพงศกร อาสาพิทักษ์ไพร หรือ น้องแดง เจ้าของจดหมายลาครูที่เคยโด่งดังในโซเชียล เพราะต้องลาโรงเรียนไปช่วยพ่อแม่ทำงาน เป็นตัวแทนนักเรียนทุนเสมอภาคที่ได้รับการศึกษาต่อเนื่อง และนายนพรัตน์ เจริญผล จากอำเภอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ติดตามน้องแดง ให้กลับมาเรียน เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ร่วมเข้าพบนายกรัฐมนตรีด้วย 

พลเอกประยุทธ์ กล่าวทักทายว่า ให้ตั้งใจเรียน พร้อมฝากครูบอยให้ดูแลเด็กนักเรียน พาเด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสให้กลับมาเรียนต่อ

กสศ.เสนอครม.เคาะงบ7.9พันล้าน เพิ่มโอกาสนร.ยากจนเข้าถึงการศึกษา

นายกรัฐมนตรี ยังให้กำลังใจและชื่นชมผลงานนักเรียนภายใต้โครงการดังกล่าว ถือเป็นต้นแบบสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมทักษะชีวิตระหว่างเรียน หวังว่า จะช่วยพัฒนาทักษะของนักเรียนให้สามารถนำไปต่อยอดเป็นอาชีพเพื่อสร้างรายได้ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน จะช่วยลดช่องว่างในสังคม โดยไม่มีเด็กคนไหนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง นับเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทาง การศึกษา 

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเลือกซื้อผลงานนักเรียนในโครงการผ่านแพลตฟอร์ม shopee รายได้ทั้งหมดมอบให้กับนักเรียนทุนเสมอภาคในโครงการโดยไม่หักค่าใช้จ่าย 

ด้านดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานกว่า 5 ปี สามารถสร้างระบบหลักประกันโอกาสการศึกษา โดยป้องกันเด็กและเยาวชนกว่า 3.5 ล้านคนไม่ให้หลุดจากระบบการศึกษาและส่งต่อให้ศึกษาสูงกว่าภาคบังคับจนถึงอุดมศึกษาหรือสายอาชีพ เพื่อขจัดวงจรความยากจนข้ามรุ่น นอกจากนี้ยังสามารถช่วยเด็กและเยาวชนนอกระบบกว่า 40,000 คน ได้กลับเข้าสู่การเรียน 

จากการสำรวจนักเรียนยากจนพิเศษ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563-2565 พบว่า มีในระดับการศึกษาภาคบังคับเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และล่าสุดในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 มีจำนวนมากถึง 1,307,152 คน  

ซึ่งพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขนักเรียนยากจนพิเศษเพิ่มขึ้น มีแนวโน้มว่ามาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากมาตรการป้องกันต่าง ๆ และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น โดยพบภาวะยากจนเฉียบพลันของประชากรและรายได้ต่อครัวเรือนลดลงต่อเนื่อง โดยตัวเลขล่าสุดในภาคเรียนที่ 1 ของปี 2565 พบว่ารายได้เฉลี่ยของครอบครัวนักเรียนกลุ่มยากจนพิเศษอยู่ที่ 1,044 บาทต่อเดือน หรือคิดเป็นวันละ 34 บาทเท่านั้น 

มีนักเรียนกว่า 1.3 ล้านคน ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไข (ทุนเสมอภาค) จาก กสศ. และนักเรียนยากจนอีก 1.8 ล้านคน กสศ. ได้สนับสนุนผลการคัดกรองให้ต้นสังกัดจัดสรรทรัพยากรเพิ่มเติม

สำหรับเงินอุดหนุนนักเรียนยากจนพิเศษแบบมีเงื่อนไขหรือทุนเสมอภาค ตั้งแต่ในปีการศึกษา 2561 มีนักเรียนชั้น ม.3 ได้รับทุนเสมอภาคจาก กสศ. และทุนอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานฯ จาก สพฐ. รวม 148,021 คน โดยปีการศึกษา 2564 พบว่านักเรียนกลุ่มนี้เรียนอยู่ชั้น ม.6 จำนวน 62,042 คน และ กสศ. ได้เชื่อมโยงข้อมูลนักเรียนที่เข้าศึกษาต่อผ่านระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) ปีการศึกษา 2565 พบว่ามีเด็กที่ได้รับความช่วยเหลือจากการคัดกรองนักเรียนยากจนและยากจนพิเศษของ กสศ. เมื่อปีการศึกษา 2561 ยืนยันสิทธิ์ผ่านระบบ TCAS ในปีการศึกษา 2565 จำนวน 20,018 คน กระจายอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 75 แห่ง หากเด็กนักเรียนทั้ง 20,018 คน สามารถสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จะทำให้รายได้ตลอดช่วงชีวิตของพวกเขาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นถึง 66,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.3 ล้านบาทต่อคน

สำหรับต้นทุนสนับสนุนให้เด็ก ๆ สามารถเรียนจนสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีได้ในภาพรวม อยู่ที่ประมาณ 8,200 ล้านบาท หรือคิดเป็น 410,000 บาทต่อคน ซึ่งคิดเป็นผลตอบแทนกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 7 เท่า หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนของการลงทุนแบบ IRR อยู่ที่ประมาณร้อยละ 9 ซึ่งถือว่าสูงมากหากเทียบเคียงกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้า และยังสูงกว่าต้นทุนทางการเงินของรัฐประมาณร้อยละ 2.7 จึงเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาแผนการใช้เงินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงินงบประมาณจำนวน 7,985786,100 บาท เพื่อลดผลกระทบทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย กสศ. ได้เตรียมแผนเพิ่มอัตราเงินอุดหนุนทุนเสมอภาคให้กับนักเรียนยากจนพิเศษ 1.3 ล้านคน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพประชาชนและอัตราเงินเฟ้อต่อไป

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ราชบุรีลุกเป็นไฟ “บิ๊กป้อม” ย่องเงียบพบส.ส.ราชบุรีจริง ปาดหน้า”บิ๊กตู่”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541127

17 ม.ค. 2566

ราชบุรีลุกเป็นไฟ "บิ๊กป้อม" ย่องเงียบพบส.ส.ราชบุรีจริง ปาดหน้า"บิ๊กตู่"

“บิ๊กป้อม” ยอมรับลาประชุมครม.ไม่ได้ป่วย ไปธุระ แต่ล่าสุดมีภาพหลุดร่วมเฟรม”บุญยิ่ง-วิวัฒน์” บ้านใหญ่ราชบุรี พร้อมส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่น

หลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรีถึง กรณี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลาประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไป จ.ราชบุรี ทำให้เกิดความสับสน เนื่องจากช่วงเช้าผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาลได้รับแจ้งว่า เป็นการลาเนื่องจากป่วย 

แต่ล่าสุด เวลา 15.00 น. ของวันนี้ 17 ม.ค. เป็นที่แน่ชัดเมื่อพลเอกประวิตรออกมายืนยันลาประชุมครม.ไปทำธุระจริง แต่ไม่ตอบว่าเป็นธุระอะไร ก่อนจะเดินขึ้นที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ เพื่อมอบนโยบายแรกของพรรค 

มีช่วงหนึ่งได้ประกาศพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และสามารถจับมือได้กับทุกขั้วทางการเมือง เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง 

นอกจากนี้ยังปรากฎภาพ พลเอกประวิตรเดินทางไปจ.ราชบุรีจริง เป็นการพบปะและรับประทานข้สวกับ ส.ส.ราชบุรี สังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยมีนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ และนายวิวัฒน์ นิติกาญจนา อบจ.ราชบุรี สามี รวมถึงมี ส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่นร่วมด้วย 

พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พบปะส.สและนักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดราชบุรีชพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พบปะส.สและนักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดราชบุรีช

“วิษณุ” เบรกสว.ยื่นแก้รธน.นายกฯ8ปี รอเปิดสภาสมัยหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541118

17 ม.ค. 2566

"วิษณุ" เบรกสว.ยื่นแก้รธน.นายกฯ8ปี รอเปิดสภาสมัยหน้า

“วิษณุ” เบรกสว.ยื่นแก้รธน.ตำแหน่งนายกฯ8ปี รอเปิดสภาสมัยหน้า สมัยนี้ไม่ทัน ขณะที่ ครม.แต่งตั้งสมาชิก รทสช. เข้าสำนักเลขาธิการนายกฯ ทำได้ เป็นโควต้าพรรค

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมอภิปรายทั่วไปโดยไม่ได้ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ว่า ขณะนี้ยังไม่แน่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เพราะเห็นว่านายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร อยากให้อภิปรายเร็วขึ้น โดยนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า ในวันที่ 25 มกราคมนี้วิป จะตกลงกัน

ซึ่งตนได้เตือนว่า รัฐมนตรีหลายคนมีภารกิจ ไปต่างประเทศ ไม่ได้หนีไม่ได้กลัวอะไร ทั้งนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่อาจจะอยู่ในข่ายถูกอภิปรายพาดพิง และทาง ครม.ได้แจ้งไปว่า พร้อมตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป

ส่วนกรณีที่ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา มีแนวคิดจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรค 4 เกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปี  นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่แก้รัฐธรรมนูญ และยังไม่สามารถทำได้ เพราะ 1 เดือนครึ่ง หมดอายุของสภาฯ คือ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 นี้ จึงไม่ทัน เพราะโดยกำหนดเวลาก็มีข้อจำกัด สมัยหน้าค่อยว่ากัน 

ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวคิดนี้น่าจะพับเก็บไปได้เลยใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า “ใช่ครับ”

นอกจากนี้ส.ส.ก็คงจะไม่เห็นด้วย โดยตรรกะก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไปทำไม แม้ว่าในทางวิชาการอาจพูดได้ทั้งสองทาง แต่ไม่ใช่เวลาที่จะมาพูดกันในขณะนี้ หลักการในรัฐธรรมนูญเยอะแยะไปที่ควรจะแก้ แต่โดยสภาพทางการเมืองไม่มีอะไรที่จะไปแก้ 

ส่วนมติ ครม.แต่งตั้ง สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จำนวนสองคนให้ดำรงตำแหน่งประจำ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ กล่าวว่า ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ยังมีอีกเยอะ และแบ่งไปตามโควต้าพรรค ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการการเมือง ที่สามารถตั้งได้ ไม่มีภาระหน้าที่อะไรมาก ปฏิบัติเป็นไปเท่าที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ในส่วนของตนก็มีตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่มอบหมายให้มาอยู่กับตน 

ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส. หรือไม่ แต่สามารถตั้งได้ ยกตัวอย่างตั้งนายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยกว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะลงสมัครส.ส. ก็สามารถตั้งได้ไม่มีปัญหา ตำแหน่งทางการเมืองเป็นเรื่องของการเมือง อย่าเอามาปะปนกันกับระบบการตั้งข้าราชการปกติ 

พปชร.ประกาศเติมเงิน’บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ 700 บาท ทันที ที่ได้เป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541112

17 ม.ค. 2566

พปชร.ประกาศเติมเงิน'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' 700 บาท ทันที ที่ได้เป็นรัฐบาล

เลือกตั้งครั้งหน้าหากได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ‘พลังประชารัฐ’ประกาศเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป้น 700 บาท ทันที

เพิ่มเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็น 700 บาท  ทันที หากได้เป็นรัฐบาลคือนโยบายแรกที่พรรคพลังประชารัฐ โดยพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคเข็นออกมาสู้ศึกเลือกตั้งที่จะมาถึง  

หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงนโยบายแรกบนเวที ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก มีการติดป้ายสโลแกน เตรียมใช้หาเสียง เลือกตั้งครั้งหน้า ตามนโยบายหัวหน้าพรรค ก้าวข้ามความขัดแย้งขจัดทุกปัญหาและพัฒนาทุกพื้นที่ พรรคได้จัดทำและติดป้าย สโลแกนดังกล่าวทั่วบริเวณพรรค และเตรียมให้ว่าที่ผู้สมัคร ติดป้ายในแต่ละพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์พรรคด้วย

นโยบายที่พรรคพลังประชารัฐจะใช้หาเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า  จะมีการทยอยเปิดนโยบายสำคัญต่อจากวันนี้ ซึ่งพล.อ. ประวิตร เป็นผู้แถลงนโยบายแรกจากที่พรรคเตรียมไว้ 104 นโยบาย ครอบคลุม 16 ด้าน เน้นการสานต่อนโยบาย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับประชาชนไปใช้จ่ายในครัวเรือน เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ในการเป็นค่าโดยสารรถสาธารณะ อาทิ ค่ารถประจำทางรถไฟ รวมถึง ก๊าซหุงต้ม ไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งเป็นค่าของชีพของประชาชน 

นโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถูกเคลมจากพรรคสร้างอนาคตไทยว่าริเริ่มโดยสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนพรรค

สำหรับกรรมการนโยบายพรรคพลังประชารัฐประกอบไปด้วย

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานกรรมการ
พลตำรวจเอก ดร.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองประธานกรรมการ
นายอัครวัฒน์ อัศวเหม
นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์
นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ
นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ
นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา
นายรงค์ บุญสวยขวัญ
นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ
นางสาวภาดาท์ วรกานนท์
พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์
นายบุรินทร์ สุขพิศาล
นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย
นางสาวพรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ กรรมการและเลขานุการ

ครม.ตั้งคนรวมไทยสร้างชาติ ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541109

17 ม.ค. 2566

ครม.ตั้งคนรวมไทยสร้างชาติ ประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ

2 คนรวมไทยสร้างชาติ ผงาดดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตามที่สำนักเลขาฯเสนอครม.

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอการแต่งตั้งสยาม บางกุลธรรม รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และ เนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี  ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2566 เป็นต้นไป

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ว่า ตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ยังมีอีกเยอะ และแบ่งไปตามโควต้าพรรค ซึ่งเป็นตำแหน่งข้าราชการการเมือง ที่สามารถตั้งได้ ไม่มีภาระหน้าที่อะไรมาก ปฏิบัติเป็นไปเท่าที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ส่วนตัวก็มีตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ ที่มอบหมายให้มาอยู่ด้วย

รองนายกฯวิษณุ บอกอีกว่า แม้ยังไม่รู้ว่าทั้งสองคนเป็น ว่าที่ผู้สมัครส.ส.หรือไม่ แต่ก็สามารถแต่งตั้งได้ ไม่แปลกอะไร ยกตัวอย่างตั้งนายนริศ ขำนุรักษ์ รัฐมนตรีช่วยกว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะลงสมัครส.ส. ก็สามารถตั้งได้ไม่มีปัญหา ตำแหน่งทางการเมืองเป็นเรื่องของการเมือง อย่าเอามาปะปนกันกับระบบการตั้งข้าราชการปกติ และการตั้งตำแหน่งทางการเมืองก็เอามาใช้งานของการเมือง

“บิ๊กตู่”ห่วงสุขภาพ”บิ๊กป้อม” หลังลาครม. ลือสะพัดย่องเงียบไปราชบุรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541103

17 ม.ค. 2566

"บิ๊กตู่"ห่วงสุขภาพ"บิ๊กป้อม" หลังลาครม. ลือสะพัดย่องเงียบไปราชบุรี

“บิ๊กตู่”ห่วงสุขภาพ”บิ๊กป้อม”หลังลาไม่เข้าประชุมครม.วันนี้ ขณะที่ผู้สื่อเนชั่นทีวีได้รับการยืนยัน ไม่ได้ป่วย แต่ติดภารกิจ ท่ามกลางกระแสย่องเงียบไป จ.ราชบุรี

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) สื่อมวลชนพยายามสอบถาม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกรณีที่พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลาประชุม เนื่องจากป่วยหลังลงพื้นที่จังหวัดลำปางและจังหวัดพะเยา  

พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ตนก็เป็นห่วงท่าน เตือนเรื่องสุขภาพมาตลอด แต่เดี๋ยวท่านก็หาย ท่านแข็งแรงอยู่แล้ว 
 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ไม่ใช่ลาป่วยการเมือง ไม่อยากเจอหน้า หลังเมื่อวานนี้ลงพื้นที่และพบกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย นายกฯตอบกลับ จะหลบหน้าตนเรื่องอะไร 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ได้เห็นจดหมายน้อยจากพลเอกประวิตรหรือไม่ ก่อนที่พลเอกประยุทธ์ จะส่ายหน้าพร้อมกับร้อง “หึ๊ย” ก่อนจะเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที 

ทั้งนี้มีรายงานว่า แท้จริงแล้ว พลเอกประวิตร ไม่ได้ป่วย แต่เดินทางไปยังพื้นที่จ.ราชบุรี เพื่อพบกับนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งต่อมาผู้สื่อข่าวเนชั่นทีวี ได้รับการยืนยันทางโทรศัพท์แล้วว่า ตนไม่ได้ป่วย แต่มีภารกิจ “ฉันมีงาน จะไปงานข้างนอกไม่ได้เลยหรือ เอะอะอะไรๆ ก็หาว่าป่วย” ส่วนช่วงบ่ายเวลาประมาณ 15.00 น. จะเดินทางไปพรรคพลังประชารัฐ เพื่อแถลงนโยบายของพรรค


สำหรับนายบุญยิ่ง เป็นภรรยาของ นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี ซึ่งสังกัดกลุ่มสามมิตร เคยร่วมสร้างพรรคมัชฌิมาธิปไตยกับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ก่อนจะย้ายไปภูมิใจไทย เพื่อไทยและมาที่พลังประชารัฐ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ก้มกราบ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ก้มกราบ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ