“ชุมสาย” ดักคอ ส.ว.ก่อนจะแก้ รธน.ปลดล็อกนายกฯ 8 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540905

14 ม.ค. 2566

“ชุมสาย” ดักคอ ส.ว.ก่อนจะแก้ รธน.ปลดล็อกนายกฯ 8 ปี

“ชุมสาย” รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ดักคอ ส.ว.ก่อนจะแก้ รธน.ปลดล็อกนายกฯ 8 ปี ไปแก้ ม.272 ,159 ตัดอำนาจ ส.ว.ก่อน ชี้หัดเคารพเสียง ปชช.บ้าง

วันที่ 14 มกราคม 2566 นายชุมสาย ศรียาภัย รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) บางคน มีแนวคิดแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 158 วาระดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ควรจำกัดแค่ 8 ปี ถ้านายกรัฐมนตรีเป็นคนดีนั้น ก่อนที่บรรดา ส.ว.จะแก้ไขมาตรา 158 สิ่งที่ ส.ว.ควรทำ คือแก้ไขมาตรา 272 ที่กำหนดให้ ส.ว.มีอำนาจโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ถือเป็นเมล็ดพันธุ์ของความขัดแย้งในสังคม ไม่มีความเป็นธรรม ไม่เคารพเสียงของประชาชน

เนื่องจาก ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเข้าสู่สภาไม่อาจเอาชนะเสียงของ ส.ว.ที่มีที่มาจากการสรรหาของ คสช.ได้ ทำให้คนไทยไม่สามารถเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีความรู้ ความสามารถได้ ซึ่งเชื่อมโยงกับมาตรา 269 ที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่แต่งตั้งโดย คสช. ออกแบบไว้ให้ ส.ว.มีวาระดำรงตำแหน่งยาวไปถึง 5 ปี 

เป้าหมายเพื่อให้สามารถโหวตนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งหนึ่ง และสอดรับกับมาตรา 256 ที่บัญญัติให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ยากที่สุด ถึงกับขนาดที่แทบเป็นไปไม่ได้เลยในทางปฏิบัติจริง

ดังนั้น การที่ ส.ว.มีความพยายามแผ้วถางเส้นทางรอพลเอกประยุทธ์ โดยอ้างว่ามีสิทธิ์ที่จะอยู่ต่อได้เพราะเป็นคนดีนั้น เท่ากับคนกลุ่มนี้ไม่เคารพเสียงของประชาชน ดังนั้นหากอยากจะอยู่ต่อ ต้องไม่เอาเปรียบคนอื่น เข้าสู่อำนาจอย่างเท่าเทียม

ซึ่งการที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวน 101 คน ได้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยยกเลิกมาตรา 272 และแก้ไขมาตรา 159 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว. เพื่อให้เฉพาะ ส.ส.เท่านั้นมีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส.และ ส.ว.ต้องร่วมมือกันผลักดันให้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง

“คำพูดที่ว่าคนดีอยู่เกิน 8 ปีก็ได้ พยายามแก้ไขกฎหมายต่ออายุอำนาจ จึงสงสัยว่า ส.ว.กลุ่มนี้รับงานมาหรือไม่ เหตุใดจึงเอาแต่เพิ่มความขัดแย้งให้บ้านเมือง ท้าทายสติปัญญาคนไทย ส.ว.กลุ่มนี้มีที่มาจากการสรรหา กินเงินเดือนเท่ากับ ส.ส.ที่ประชาชนเลือกเข้ามา แทนที่จะทำงานเพื่อประชาชนบ้าง แต่กลายเป็นว่าทำงานตอบสนองต่ออำนาจเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน บ่งบอกว่า ส.ว.บางคนเป็นตรายางหรือไม่” นายชุมสาย ระบุ

“จุรินทร์” นำทัพแกนนำปชป. มอบ “นโยบาย 5ฟรี” ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540902

14 ม.ค. 2566

"จุรินทร์" นำทัพแกนนำปชป. มอบ "นโยบาย 5ฟรี" ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ

คึกคัก! “จุรินทร์” นำทัพแกนนำปชป. มอบ “นโยบาย 5ฟรี” เป็นของขวัญวันเด็กแห่งชาติ พร้อมเปิดเวทีีให้เด็กๆ และผู้สนใจร่วมทำกิจกรรมตามโครงการ “ฟัง-คิด-ทำ” ตอน คิด-สร้างคน

เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มกราคม 2566 เวลา 10.30 น.ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ดูแล กทม. น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. และนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ได้ร่วมกันเปิดเวทีให้เด็กๆ และผู้สนใจร่วมทำกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติของพรรคประชาธิปัตย์ในโครงการ “ฟัง-คิด-ทำ” ตอน คิด-สร้างคน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า พรรคให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับงานวันเด็ก เพราะเด็กเยาวชนคืออนาคตของชาติ และช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นรัฐบาลทำงานก็ยึดเด็ก เยาวชนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาประเทศ โดยคำขวัญปี 2566 คือ “รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี” ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของเยาวชนที่จะเติบโตไปเป็นบุคลากรสำคัญของประเทศ คำขวัญวันเด็กอย่างเดียวคงยังไม่พอ แต่ต้องมีมากกว่านั้นคือยุทธศาสตร์ทิศทางนโยบายที่จะขับเคลื่อนเด็กเยาวชนไปข้างหน้าเพื่อให้เป็นอนาคตของชาติที่มีศักยภาพต่อไปด้วย

“วันนี้แม้ไม่มีของขวัญวันเด็ก เป็นสมุด ดินสอ ปากกา ลูกโป่ง การ์ตูน แต่ประชาธิปัตย์ก็มีของขวัญวันเด็ก ที่เป็นนโยบายสำคัญ ถ้าประชาธิปัตย์ได้มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราก็จะขับเคลื่อนนโยบายที่จะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อนพัฒนาเด็ก เยาวชน ต่อไปภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ 3 ข้อ คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าว

พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2566พรรคประชาธิปัตย์ จัดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2566

"จุรินทร์" นำทัพแกนนำปชป. มอบ "นโยบาย 5ฟรี" ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ

พร้อมกับได้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบาย 5 ฟรี ประกอบด้วย

1. เดินหน้าต่อนโยบาย “เรียนฟรี” ที่ประชาธิปัตย์ได้เริ่มต้นไว้ตั้งแต่ปี 2552 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี และมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

2. “รักษาฟรี” เป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เริ่มต้นมาตั้งแต่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยให้เด็กและเยาวชนรักษาฟรี ซึ่งจะเดินหน้าต่อไปและพัฒนาให้มีศักยภาพมากขึ้น

3.จัดให้มี “นมโรงเรียนฟรี” ที่เริ่มต้นไว้ตั้งแต่สมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยจะเดินหน้าต่อและจะขยายให้มีนมโรงเรียนฟรี 365 วัน เพื่อสร้างคน สร้างชาติต่อไปในอนาคต

4. “อาหารกลางวันฟรี” ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าจากการที่ยังมีเด็กยากจนจำนวนมาก ดังนั้นอาหารกลางวันฟรี ตั้งแต่อนุบาล ถึง ป.6 จึงเป็นความคิดหนึ่งของประชาธิปัตย์และเดินหน้ามาถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งจะได้ขยายผลเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต

5. เด็กอายุ 0-6 ขวบ ที่ทุกวันนี้มีเงินสนับสนุนแม่ 600 บาทต่อเดือน แต่ยังได้รับไม่ทั่วถึง ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะเดินหน้าต่อ และจะต้องได้รับแบบถ้วนหน้าทุกคน

พร้อมกันนี้ นายจุรินทร์ ยังได้พูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาที่มาร่วมงาน โดยได้สอบถามเรื่องวิชาเรียน พร้อมกับให้คำแนะนำกลุ่มนักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่กำลังเรียนในคณะศึกษาศาสตร์ว่า “เรียนในห้องสอบก็ไม่สำคัญเท่ากับโลกของความเป็นจริง” และยังเสริมอีกว่า สาขาปฐมวัยเป็นสาขาหนึ่งที่ยังขาด เพราะเป็นวิชาเฉพาะ มีวิธีการเฉพาะอยู่ ซึ่งจะช่วยในการสร้างชาติสร้างประเทศได้ ขณะที่มีนักศึกษาที่จบการศึกษาและกำลังประกอบอาชีพครูได้กล่าวถึงปัญหาจากการเรียนการสอนว่า การต้องสอนตามหลักสูตรทำให้ไม่ทันโลก จึงอยากให้แก้ไขหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้ทันสมัยขึ้น

"จุรินทร์" นำทัพแกนนำปชป. มอบ "นโยบาย 5ฟรี" ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ
"จุรินทร์" นำทัพแกนนำปชป. มอบ "นโยบาย 5ฟรี" ของขวัญวันเด็กแห่งชาติ

‘นายกรัฐมนตรี’ ขอบคุณ เด็กๆให้กำลังใจทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540889

14 ม.ค. 2566

'นายกรัฐมนตรี' ขอบคุณ เด็กๆให้กำลังใจทำงาน

ย้ำ 4 กลยุทธ์ บ่มเพาะสู่ความสำเร็จ เนื่องใน’วันเด็ก’แห่งชาติ นายกรัฐมนตรี บอกให้รู้จักวางตัว วางความคิด ให้เหมาะสม

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โพส ขอบคุณเด็กๆ ที่ได้ส่งบัตรอวยพรและงานฝีมือมาให้ เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน อวยพรให้ดำเนินภารกิจต่างๆ ไปได้ด้วยความสำเร็จราบรื่น  จึงขอรับน้ำใจและความระลึกถึงกันจากเด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติไว้ด้วยความขอบคุณและขอส่งมอบความปรารถนาดีไปยังเด็กไทยทั่วประเทศ ผ่านคำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 รู้หน้าที่ มีวินัย ใฝ่ความดี 

วันนี้ ได้เปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับเด็กๆ และจัดกิจกรรมที่มีแนวคิดหลัก 3 ประการ คือการ ปลูกฝัง ใจรักชาติ, ภาคภูมิความเป็นไทย และให้โอกาสแสดง พลังอำนาจของเด็กไทย ซึ่งจะได้ร่วมรับชม รับฟัง การนำเสนอผลงาน และแลกเปลี่ยนความเห็น การนำเสนอความคิดผ่านมุมมองของตัวแทนเยาวชน 10 ทีม

ในฐานะนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่ในวันเด็ก แต่ในทุกๆ วัน ทั้งวันนี้และวันข้างหน้า ในบริบทของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป โดยได้ผลักดันแนวทางการพัฒนาศักยภาพเด็กและเยาวชนอย่างรอบด้าน มีความพร้อมทั้งความรู้และทักษะชีวิต ตามหลักกลยุทธ์ 4 H ได้แก่

  • ด้านอารมณ์-จิตใจ (Heart) คือ ความดี มีคุณธรรม
  • ด้านสติปัญญา (Head) คือ ความเก่ง ฉลาดเฉลียว
  • ด้านสุขภาพ (Health) คือ สุขภาพดี แข็งแรง
  • ด้านทักษะฝีมืออาชีพ (Hand) คือ ทักษะที่สำคัญและจำเป็นในศตวรรษที่ 21  

ทั้งหมดนี้ พื้นฐานที่สำคัญคือการมีส่วนร่วมของครอบครัว (Home) และชุมชน ในการบ่มเพาะเยาวชนให้เติบโตขึ้น เป็นพลเมืองคุณภาพของบ้านเมืองต่อไป

ในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ ขอให้ลูกหลานไทยทุกคน วางใจ ไว้ในที่ๆ ถูกต้องเหมาะสม วางความคิดไว้ในทางที่จะเป็นประโยชน์ ไม่มีโทษต่อทั้งตัวเรา ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ และ วางตัวในการหมั่นเพียร ทั้งการเรียนและการทำความดี เท่านี้เราก็จะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของสังคมได้อย่างแน่นอน

อดีต’กกต.’ ยัน มีระเบียบให้รายงานคะแนนเลือกตั้งเรียลไทม์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540868

13 ม.ค. 2566

อดีต'กกต.' ยัน มีระเบียบให้รายงานคะแนนเลือกตั้งเรียลไทม์

งัดระเบียบคณะกรรมการการ’เลือกตั้ง’ ยืนยัน กกต. ต้องมีการรายงานผลการนับคะแนนแบบเรียลไทม์ อิทธิพร บุญประคอง ลงนามเอง

ข้อความในไลน์ อวยพรปีใหม่ของ แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ระบุช่วงหนึ่งเกี่ยวกับการทำงานของ กกต.ในปีนี้ว่า ไม่มีแอปพลิเคชันในการรายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเหมือนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย ถึงความโปร่งใสในการทำหน้าที่

ล่าสุด สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง งัดระบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร พ.ศ. 2561 ประกาศในราชกิจจาฯ วันที่ 26 ธันวาคม 2561 ที่ลงนามโดย อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.คนปัจจุบัน

โดยมาตรา 168 เขียนไว้ชัดเจนว่า ให้สำนักงานจัดให้มีแอปพลิเคชันรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการบนโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบสมาร์ทโฟนหรือแท็ปเล็ต

การที่ กกต.จะมีมติ ไม่ให้สำนักงานทำระบบดังกล่าว ถือว่า เป็นการมีมติที่มิชอบ ขัดกับ ระเบียบที่ตัวเองเคยประกาศ
หากเป็นจริง  ร้อง 157 ก็เหมาะสม  ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอีกเรื่องหนึ่ง  จึงได้แต่หวังว่า ข่าวดังกล่าวที่ว่า กกต. จะไม่ทำระบบรายงานอย่างไม่เป็นทางการ คงไม่เป็นความจริง


ขณะที่ส.ส.พรรคก้าวไกล ออกมาเรียกร้องว่าการจัดเลือกตั้งให้โปร่งใสเป็นหน้าที่ของ กกต.  หากไม่มีระบบดังกล่าว ประชาชนจะเกิดความกังวลว่าไม่เห็นคะแนนหลังปิดหีบระหว่างทาง ไม่รู้เลยว่าผลคะแนนสุดท้ายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่นการเลือกตั้ง 2562 เกิดข้อครหาเรื่องบัตรเขย่ง ผลคะแนนไม่ตรงกัน

แต่ถ้ามีการรายงานผลคะแนนต่อเนื่อง จะช่วยให้สื่อมวลชนและประชาชนเห็นความคืบหน้าการนับคะแนน ร่วมกันตรวจสอบ เปรียบเทียบระหว่างผลคะแนนที่ได้กับผลลัพธ์สุดท้ายได้ ซึ่งผลทั้งสองควรจะใกล้เคียงกัน

สติธร ธนานิติโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ความเห็นว่า สำนักงาน กกต. มีหน้าที่รายงานผลอย่างเป็นทางการเท่านั้น ระบบรายงานผลนับคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เป็น ของแถม ที่กฎหมายไม่ได้บังคับ

แต่เป็นของแถมที่ปกติก็ทำให้กัน เพื่อยืนยันความโปร่งใสในการทำงานของตัวเอง แสดงให้ประชาชนเห็นว่า จัดการเลือกตั้งได้อย่างสุจริต และเที่ยงธรรม สมกับคำขวัญ ที่แสดงถึงความโปร่งใส ยอมให้ตรวจสอบ แต่ถ้าไม่อยากโปร่งใส ก็ไม่ต้องทำ

รายงานผลคะแนนเรียลไทม์ไม่ได้ ถือว่า’กกต.’ไม่พร้อมเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540852

13 ม.ค. 2566

รายงานผลคะแนนเรียลไทม์ไม่ได้ ถือว่า'กกต.'ไม่พร้อมเลือกตั้ง

‘เลือกตั้ง’ครั้งหน้า กกต. ต้องพร้อมกว่านี้ ก้าวไกล อัด ไม่มีระบบรายงานผลคะแนนออนไลน์ เหมือนไม่โปร่งใส ไร้ความน่าเชื่อถือ

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กรุงเทพฯ เขตบางแค พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นกรณี แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ชี้แจงว่า กกต. ไม่มีระบบรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ หรือการรายงานผลเรียลไทม์ กลับยืนยันด้วยปากเปล่าเพียงว่าจะรู้คะแนนเลือกตั้งประมาณ 21.00-22.00 น. หลังปิดหีบ

คล้ายกับเป็นข้ออ้างว่าองค์กรยังไม่มีแอปพลิเคชันที่พร้อมจะนำไปใช้งานในการรายงานผลแบบเรียลไทม์ซึ่งอาจสะท้อนด้วยว่า กกต. ไม่อยากให้มีระบบที่สามารถรายงานผลคะแนนได้อย่างโปร่งใสหรือไม่

ทั้งที่การจัดเลือกตั้งให้โปร่งใสเป็นหน้าที่ของ กกต.  หากไม่มีระบบดังกล่าว ประชาชนจะเกิดความกังวลว่าไม่เห็นคะแนนหลังปิดหีบระหว่างทาง ไม่รู้เลยว่าผลคะแนนสุดท้ายได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง เช่นการเลือกตั้ง 2562 เกิดข้อครหาเรื่องบัตรเขย่ง ผลคะแนนไม่ตรงกัน

แต่ถ้ามีการรายงานผลคะแนนต่อเนื่อง จะช่วยให้สื่อมวลชนและประชาชนเห็นความคืบหน้าการนับคะแนน ร่วมกันตรวจสอบ เปรียบเทียบระหว่างผลคะแนนที่ได้กับผลลัพธ์สุดท้ายได้ ซึ่งผลทั้งสองควรจะใกล้เคียงกัน

ณัฐพงษ์บอกว่า กกต. ต้องไม่ลืมว่าตัวเองมีชนักติดหลัง คือข้อครหาว่ามีที่มาที่ยึดโยง คสช. ดังนั้น หากต้องการพิสูจน์และปกป้องตัวเอง กกต. ต้องทำหน้าที่อย่างโปร่งใส  ให้คำตอบประชาชนก่อนเลือกตั้งว่าจะมีระบบการรายงานผลเลือกตั้งแบบเรียลไทม์หรือไม่ แต่หากสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ประชาชนต้องตัดสินใจผ่านการเลือกตั้ง เลือกพรรคที่มีนโยบายร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทำให้องค์กรอิสระทุกองค์กรยึดโยงประชาชน ในอนาคตถ้า กกต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างน่าสงสัยแบบที่เป็นอยู่ ประชาชนสามารถถอดถอนได้

ปดิพัทธ์ เห็นว่า กกต. ควรแสดงความพร้อมในการจัดเลือกตั้งให้มากกว่านี้ เพราะตอนนี้แม้จะใกล้วันเลือกตั้ง แต่ กกต. ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนเรื่องการแบ่งเขต ไม่มีความพร้อมเรื่องแอปพลิเคชันรายงานผล ทั้งหมดนี้ทำให้ความน่าเชื่อถือขององค์กรจัดการเลือกตั้งยิ่งถดถอย

” วันนี้ประชาชนต้องการฟื้นฟูประเทศด้วยฉันทามติ โดยมีการเลือกตั้งเป็นคำตอบ เขาตระหนักรู้แล้วว่าบทเรียนเมื่อปี 2562 นำไปสู่ความล้มเหลวในกระบวนการทางรัฐสภา ดังนั้น หาก กกต. ยังนิ่งเฉย และทำเรื่องที่ซ้ำรอยความล้มเหลวในอดีต  สังคมไทยคงไปต่อยาก “

สว.แบไต๋ เสนอ’แก้รัฐธรรมนูญ’ปลดล็อคนายกฯ8ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540838

13 ม.ค. 2566

สว.แบไต๋ เสนอ'แก้รัฐธรรมนูญ'ปลดล็อคนายกฯ8ปี

คนดี ควรอยู่เกิน 8 ปีได้ สมาชิกวุฒิสภา แบไต๋ ปลดล็อควาระดำรงตำแหน่ง’นายกฯ’ เป็นประเด็นสำคัญ ที่ควรแก้ไขรัฐธรรมนูญ

กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงแก้รัฐธรรมนูญครั้งใหญ่ ว่า ถึงเวลาแล้ว โดยควรปลดล็อคกฎหมายหลายอย่าง ยกเว้นมาตรา 1 และ 2 ที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าหากแก้กฎหมายแล้วจะต้องมาหารือร่วมกันจากสมาชิกวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร และคณะรัฐมนตรี ถ้าหากจะมีการแก้รัฐธรรมนูญจริง โดยเฉพาะวาระดำรงตำแหน่งนายกฯไม่ควรจำกัดแค่ 8 ปี ดังนั้น ควรจะแก้รัฐธรรมนูญข้อนี้ด้วย หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พ้นวาระไปแล้ว แต่นายกรัฐมนตรีเป็นคนดี ก็ไม่ควรจะจำกัดวาระการทำงาน คนดีอยู่เกิน 8 ปี ไม่เป็นไร

กิตติศักดิ์ บอกว่า หากแก้รัฐธรรมนูญข้อนี้จริง ตนไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่หรือไม่ และรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขใหม่มีผลบังคับใช้กับพรรคการเมืองทุกคนทุกพรรค ที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ใช่เฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์

สำหรับรัฐธรรมนูญข้ออื่นๆ ที่ต้องการแก้ไขนั้น ต้องดูว่า ทางฝ่ายนักการเมืองต้องการในประเด็นอะไรบ้าง ตนขอเพียงอย่าแตะต้องมาตรา 1 มาตรา 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์และราชอาณาจักรไทย ส่วนมาตราอื่นต้องลงรายละเอียด หรือตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตนไม่ขัดข้อง แต่เห็นด้วยที่จะแก้ธรรมนูญ

“ ส.ว. หลายท่านสนับสนุนให้แก้ไข รวมทั้งการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ที่กำลังหมดวาระ จะต้องปิดล็อกห้ามเป็น ส.ส. 2 ปีหรือไม่ นี่ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ ส.ว. กำลังคิดและทำ ส่วนนักการเมือง ส.ส. มีประเด็นใดที่ต้องการแก้ไข ต้องร่วมมือกันหาจุดร่วมที่จะไปด้วยกันได้ ” นายกิตติศักดิ์ กล่าว.

‘นายกรัฐมนตรี’ ยืนยันสัมพันธ์ พล.อ.ประวิตร ไม่สั่นคลอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540833

13 ม.ค. 2566

'นายกรัฐมนตรี' ยืนยันสัมพันธ์ พล.อ.ประวิตร ไม่สั่นคลอน

โมโหสื่อถามถึงจดหมายเผยความในใจของพล.อ.’ประวิตร’ นายกรัฐมนตรี ยืนยัน สัมพันธ์ 40-50 ปี ร่วมเป็นร่วมตาย ไม่มีสั่นคลอน

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย้ำว่ากรณีที่รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เขียนจดหมายเปิดใจและอวยพร รวมถึงสาเหตุที่ต้องแยกทางกันเดิน ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับพลเอกประวิตรยังไม่ได้ฟังและเห็นจดหมายทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างกันดีมาตลอด และอวยพรกันมาโดยตลอดอยู่แล้ว  พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาพูดมาตลอด เหมือนที่พลเอกประวิตรที่พูดมาหลายรอบแล้ว ว่าไม่ได้มีปัญหากัน ไม่รู้ว่าพลเอกประวิตรจะน้อยใจเรื่องอะไร และเราก็ไม่ใช่คนใจน้อยกันอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า อยู่กับพลเอกประวิตรมานาน 40-50 ปี ร่วมเป็นร่วมตายในสนามรบ อยู่ชายแดนก็อยู่ด้วยกันมาแล้ว จึงไม่มีอะไรมาสั่นคลอนความสัมพันธ์ได้


ฟังเสียงพล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ได้ที่นี่

ด้านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ ปัญหาคุณภาพน้ำ และความก้าวหน้าโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สำคัญในพื้นที่ จ.สมุทรสงครามและสมุทรสาคร ได้แก่ โครงการแก้มลิงทุ่งหิน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม การก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักและระบบป้องกันน้ำท่วม ชุมชนเมืองสมุทรสงคราม (ระยะที่ 1) อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม     การก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำท่าจีน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และโครงการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำคลองอ้อมตัน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมพบปะประชาชนในพื้นที่ โดยมี ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล

‘เลือกตั้ง’ ครั้งหน้า พลังประชารัฐ ต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540830

13 ม.ค. 2566

'เลือกตั้ง' ครั้งหน้า พลังประชารัฐ ต้องเป็นรัฐบาลเท่านั้น

หัวหน้าพรรค’พลังประชารัฐ’ ให้ความมั่นใจ เลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาจัดตั้งรัฐบาล อวยพร พล.อ.ประยุทธ์ โชคดี ในทางที่เลือก

  • บิ๊กป้อมย้ำ ขอนำพรรคพลังประชารัฐ กลับมาจัดตั้งรัฐบาล

เพจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งได้รับการยืนยันจากโฆษกกระทรวงกลาโหม ว่าเป็นเพจของพลเอกประวิตรจริง เผยแพร่ จดหมายเปิดใจ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีเนื้อหาสำคัญ เป็นคำประกาศในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ว่า

จะขอรับผิดชอบและจะไม่มีวันทอดทิ้งสมาชิกพรรคทุกคน ที่เคยทำงานการเมืองมาด้วยกัน และพร้อมจะเดินนำทุกคนที่มีความเชื่อมั่นในความตั้งใจอันแน่วแน่ของเขา เข้าสู่การเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตยต่อไป เพื่อกลับมาเป็นพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลบริหารบ้านเมืองอีกครั้ง

  • อวยพร พล.อ.ประยุทธ์ ประสบความสำเร็จบนเส้นทางที่เลือกเดิน 

หลังจากมีความชัดเจนแล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์ แสดงจุดยืนทางการเมืองเมื่อวันจันทร์ที่ 9 มกราคม 2566 ว่าจะแยกทางจากพรรคพลังประชารัฐที่เคยสนับสนุนขึ้นเป็นนายกฯ เพื่อไปร่วมงานการเมืองกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ตรงกับที่สื่อมวลชนไปสืบข่าวมาก่อนหน้านี้ ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นพรรคสำรองให้กับ พล.อ.ประยุทธ์

พล.อ.ประวิตร ระบุอีกว่า ที่เคยกล่าวไว้ว่า 3 ป. Forever มาวันนี้ ก็ยังมีความรู้สึกเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในเมื่อพล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ไม่สามารถจะบรรยายความรู้สึกออกมาเป็นคำพูดได้ คงจะบอกได้เพียงว่า ขอแสดงความยินดีกับพล.อ.ประยุทธ์ด้วย ขอให้ประสบความสำเร็จบนเส้นทางการเมืองใหม่ที่ได้ตัดสินใจเลือกแล้ว

‘พรรคประชาธิปัตย์’ ประกาศ พร้อมเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540826

13 ม.ค. 2566

'พรรคประชาธิปัตย์' ประกาศ พร้อมเลือกตั้ง

ทะยอยเปิดนโยบาย เลือกตั้งอย่างต่อเนื่องสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น ไม่กลัวรวมไทยสร้างชาติ ประกาศ พร้อม’เลือกตั้ง ‘

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมในการเตรียมผู้สมัครเลือกตั้ง และนโยบายในการหาเสียง ขณะที่สถานการณ์ทางการเมือง กำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง อีกประมาณ 2 เดือนจะการประกาศการเลือกตั้งทั่วไป

ก่อนหน้านี้ พรรคฯ ได้มีการเปิดยุทธศาสตร์หลักไปแล้ว ได้แก่ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ เพื่อนำประเทศไปสู่อนาคตที่สดใส ผ่านนโยบายเศรษฐกิจ ที่มีหลายนโยบายปลีกย่อย โดยเฉพาะการประกันรายได้ให้กับประเทศ // นโยบายสังคม ที่มุ่งเน้นการศึกษาทันสมัย และสาธารณสุข และสร้างชาติด้วยนโยบายการเมือง มุ่งเน้นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประชาธิปไตยสุจริต

โดยการแถลงเปิด 8 นโยบายด้านการเกษตร และการพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชนวันนี้ เป็นแนวนโยบายเบื้องต้น ในการสร้างฐานรากของประเทศ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่ นโยบายการประกันรายได้ส่วนต่างให้กับเกษตรกร ทั้งข้าว มัน ปาล์ม ยางข้าวโพด ซึ่งต่อยอดจากการดำเนินการในปัจจุบัน

นโยบายนมโรงเรียนฟรี 365 วัน เพื่อให้เกษตรกรโคนมมีแหล่งจำหน่าย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตเยาวชน   นโยบายกรให้เงินอุดหนุนกลุ่มประมง 100,000 บาททุกปี ทั้ง 2,800 กลุ่ม รวมถึงการปลดล็อคประมง พาณิชย์ ภายใต้เงื่อนไข IUU    นโยบายการออกโฉนดที่ดิน 1,000,000 แปลงภายใน 4 ปี  นโยบายธนาคารหมู่บ้าน และชุมชนทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานครทุกชุมชน แห่งละ 2,000,000 บาท เพื่อให้ฐานรากมีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน เป็นต้น

ส่วนการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กรุงเทพมหานครนั้น คาดว่า จะสามารถเปิดตัวได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ และในภาคเหนือ จะสามารถเปิดตัวใดภายในสัปดาห์นี้ แต่ยืนยันว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีความพร้อมแล้ว และพรรคฯ ก็จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ครบทั้ง 400 เขต

พรรคประชาธิปัตย์ ไม่กังวลต่อกระแสของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เปิดตัวพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นสมาชิกพรรคฯ เนื่องจาก พรรคฯ เห็นว่า ไม่มีสิ่งใดใหม่ และพรรคฯ ทราบอยู่นานแล้ว และพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทดแทนไว้แล้ว จึงไม่กระทบใด ๆ ทั้งสิ้น

“หัวหน้าอุทยานลำปาง” เข้าพบ ปปป. หลังมีชื่อบนซองเงิน ในห้องทำงานอธิบดีฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540792

12 ม.ค. 2566

"หัวหน้าอุทยานลำปาง" เข้าพบ ปปป. หลังมีชื่อบนซองเงิน ในห้องทำงานอธิบดีฯ

“หัวหน้าอุทยานลำปาง” เข้าพบพนักงานสอบสวน ปปป. หลังมีชื่อบนซองเงิน ในห้องทำงานอธิบดีกรมอุทยานฯ เบื้องต้น อ้าง ไม่ใช่ชื่อตัวเอง แต่เป็นชื่อหน่วยงาน

วันนี้ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หัวหน้าส่วนอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง เดินทางเข้าให้ข้อมูลพนักงานกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ  หรือ บก.ปปป. หลังเป็น 1 ในรายชื่อปรากฏบนซองที่พบในห้องนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 

เบื้องต้นปฏิเสธ ว่า ชื่อบนซองเงินไม่ใช่ของตน แต่มีชื่อหน่วยงานที่ดูแล ปรากฎอยู่บนซองเงินจึงต้องการมาชี้แจง เพื่อยืนยันความโปร่งใสและบริสุทธิ์ใจ สาเหตุชื่อหน่วยงานที่ถูกระบุบนซองเงินของกลางนั้น คาดว่าจะเป็นของบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือหน่วยที่อยู่ภายใต้กำกับดูแล แต่เขียนระบุชื่อหน่วยงานหลักลงไป โดยใช้เวลากว่า2ชั่วโมง พยานคนดังกล่าวเดินทางกลับโดยไม่ให้ข้อมูลใดๆ

หัวหน้าส่วนอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปางเข้าพบ ปปป.หัวหน้าส่วนอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปางเข้าพบ ปปป.

ขณะที่ทางด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. ถึงการสอบสวนพยานเจ้าหน้าที่อุทยานในจังหวัดปัตตานีเมื่อวานนี้ ว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ไม่ว่าจะให้การอย่างไรก็เป็นสิทธิที่จะให้การ 

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า เงินในซอง จำนวน 100,000 บาท ที่ปรากฏภายในห้องทำงานของอธิบดีนั้น เป็นเงินค่าเช่าพระและเงินค่าทำบุญ ไม่ใช่เงินสินบนแต่อย่างใด พร้อมกับนำรูปภาพพระบูชาดังกล่าวมามอบให้พนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณานั้น ตำรวจจะต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเบิกมาจากที่ใด เป็นค่าเช่าพระจริงหรือไม่ 
 
ทั้งนี้เชื่อว่า ผู้ที่เข้าให้การไม่มีใครอยากยอมรับว่าเป็นการให้สินบน เพราะจะเข้าข่ายตวามผิดด้วย ก็ต้องบิดเบือนเป็นเรื่องอื่น ยกเว้นบางคนมีหลักฐานชัดเจน และตำรวจต้องสอบให้ละเอียด เพื่อให้เคลียร์ทุกข้อสงสัย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.  พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป.