นักการเมือง 9 ราย ถูก ‘ศาลฎีกา’ สั่งพักงานข้ามปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540047

01 ม.ค. 2566

นักการเมือง  9 ราย ถูก 'ศาลฎีกา' สั่งพักงานข้ามปี

‘ทุจริต’ ผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สาเหตุที่ทำให้นักการเมือง 9 ราย ถูกศาลฎีกาฯ สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ จะกว่าจะมีคำพิพากษา

ในบรรดานักการเมืองที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ในปี2565 ข้ามมาถึงปี 2566 มีสาเหตุมาจากสองกรณี คือ กรณีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตและผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ประกอบไปด้วย

อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ พรรคเพื่อไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2564 หลังศาลฎีการับพิจารณาคดี ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด กรณีเรียกรับเงินจำนวน 5 ล้านบาทจากอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลแลกกับการผ่านงบประมาณ เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

สมหญิง บัวบุตร ส.ส.เพื่อไทยสมหญิง บัวบุตร ส.ส.เพื่อไทย

สมหญิง บัวบุตร พรรคเพื่อไทย  หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ประทับรับฟ้องคดีนางสมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย กับพวกรวม 12 คน เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2565 ตามที่อัยการสูงสุดเป็น โจทก์ยื่นฟ้องกดี ที่กณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช ) มีมติชี้มูลความผิดนางสมหญิงกับพวก คดีทุจริตการก่อสร้างสนามฟุตซอล จ.อำนาจเจริญ

วิรัช รัตนเศรษฐ  รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

วิรัช รัตนเศรษฐ พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังศาลฎีกาสั่งประทับรับฟ้อง คดีทุจริตสนามฟุตซอลจังหวัดนกรราชสีมา เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2564

ทัศนียา รัตนเศรมฐ พรรกพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่หลังศาลฎีกาสั่งประทับรับฟ้อง กดีทุจริตสนามฟุตชอลจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2564

ทัศนาพร เกษเมธีกรุณ พรรคเศรษฐกิจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่ หลังศาลฎีกาสั่งประทับรับฟ้อง คดีทุจริตสนามฟุตซอลจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2564

ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ พรรคพลังประชารัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่ 11 ส.ค.64 ศาลฎีการับคำร้อง ป.ป.ช.คดีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯ อย่างจากการเสียบบัตรแทนกัน

กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาฯกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาฯ

กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถูกศาลฎีกาคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่กรณีถูกร้องว่าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง (ชั้นรับคำร้อง) ครอบครอบที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งศาลฎีการับคำร้องของป.ป.ช.ไว้พิจาตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 ประกอบมาตรา 87 รรคสาม และระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาว่าด้วยการพิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวกับการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2561 ข้อ 12 วรรคสอง

ฉลอง เทอดวีระพงศ์ พรรคภูมิใจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่3 ก.ย. 64 ศาลฎีการับคำร้อง ปปช. กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงกระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน

ภูมิศิษฎ์ คงมี พรรคภูมิใจไทย หยุดปฏิบัติหน้าที่ 3 ก.ย. 64 ศาลฎีการับคำร้องปปช. กรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กระทำผิดมาตรฐานจริยธรรมฯอย่างร้ายแรง จากการเสียบบัตรแทนกัน

นักการเมืองทั้ง 9 ราย จะขยับตัวเคลื่อนไหว ทางการเมือง เพื่อเตรียมเลือกตั้งครั้งหน้าได้ไม่เต็มที่ เพราะมีชนัก ค้างคาอยู่ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของนักการเมือง

“ซินแสเข่ง”เปิดชะตา”นายกรัฐมนตรี”คนต่อไป ต้อนรับปีเถาะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539677

01 ม.ค. 2566

"ซินแสเข่ง"เปิดชะตา"นายกรัฐมนตรี"คนต่อไป ต้อนรับปีเถาะ

“ซินแสเข่ง”เปิดชะตาคนดังการเมือง ใครจะได้เป็น”นายกรัฐมนตรี”คนต่อไป “บิ๊กตู่”โอกาสสูงสุด “บิ๊กป้อม”มีบารมีแต่ไร้อำนาจ เตือนห่วงสุขภาพ ขณะที่”อุ๊งอิ๊ง”มีดวงผู้นำสูงมาก แต่ไม่ใช่เลือกตั้งครั้งนี้

ซินแสเข่งซินแสเข่ง

ปี 2566 ตรงกับ “ปีเถาะ” ธาตุน้ำ อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือ “ซินแสเข่ง” ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง

โดยปี 2566 พบกับความสงบมากขึ้น ปัญหาจากความขัดแย้งรุนแรงมีโอกาสลดน้อยลง แต่ยังมีบุคคลที่ต่อต้านด้านกฎหมายเคลื่อนไหวอยู่ เพราะปีที่ผ่านมา ปีขาล ธาตุน้ำ ก่อให้เกิดการปะทะ ความรุนแรง จากปัญหาต่างๆ แต่ “ซินแสเข่ง” ยืนยันโอกาสเกิดการเลือกตั้งขึ้นอย่างแน่นอน

เดือนธันวาคม 2565 และเดือนมกราคม 2566 เป็นเดือนที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องพิสูจน์ตัวเองคิดอย่างไรกับสถานการณ์ที่จะก่อให้เกิดการปะทะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างท้ายปีนี้ เพราะธันวาคม เป็นเดือนของความแตกแยกวุ่นวายสับสน ส่วนมกราคมเป็นเดือนแห่งการขัดแย้ง แห่งศัตรู เกิดความไม่ไว้วางใจ จะเกิดความรุนแรงทิ้งท้าย ก่อนวันตรุษจีนวันที่ 22 มกราคม 66 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการของการนับดวง มีดาวอริหรือดาวศัตรูโคจรมา 
 

หลังจากผ่านพ้นวันตรุษจีน ปัญหาต่างๆจะเริ่มคลี่คลาย และจับตา พล.อ.ประยุทธ์ จะคิดแก้ไขสถานการณ์การเมืองอย่างไร “ยุบสภา” หรือ อยู่ต่อจนครบวาระ แต่ยังมีเกณฑ์ได้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก 2 ปี

พลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตรพลเอกประยุทธ์และพลเอกประวิตร

ความสัมพันธ์ 2 ป.
“ซินแสเข่ง” ยืนยัน เหนียวแน่น เสือสิงห์คู่นี้เป็นคู่หูกันมานาน หากแยกกันเดิน เพื่อต่างคนต่างนำทีม และอนาคต 2 พรรครวมกัน จะยิ่งใหญ่ มีโอกาสเป็นของรัฐบาลมาก

ชะตาบิ๊กตู่
ปี2566 นาวาที่จะนำไปสู่จุดหมายปลายทางฟ้าโปร่งสว่างไสว สดใส การเดินทางอุปสรรคต่างๆก็จะผ่านพ้น ในปี 2565 เป็นช่วงจังหวะอายุเข้าเคราะห์สิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2566 จากนั้นท้องฟ้าจะโปร่งขึ้น การทำงานสิ่งต่างๆจะมีผลดี

ชะตาบิ๊กป้อม
ปี 2566 บิ๊กป้อมจะเจอมรสุม มีดวงปะทะ ก่อให้เกิดการแตกแยกพลัดพรากและตายจาก เปรียบเสมือนเรือของบิ๊กป้อมเดินสู่กลางมหาสมุทรและเจอคลื่นลมกระหน่ำพัดเข้ามา จะต้องประคองเรือลำนี้ให้ผ่านพ้นมหาสมุทรและอุปสรรคต่างๆ รอบอายุเข้าเคราะห์ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน2565ต่อเนื่อง2566 ให้ระวังเรื่องของอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น

“เวลานี้ชะตาของพลเอกประวิตรมีอำนาจ แต่ไม่มีบารมี คือ อำนาจยังมีบุคคลที่ยำเกรงแต่ไม่สามารถปกครอง ลูกพรรคค่อนข้างที่จะลดลงและไม่มีกำลัง แนะนำให้ ถอยลงมาดูแลตัวเองระมัดระวังเรื่องของอุบัติเหตุ”

อุ๊งอิ๊งอุ๊งอิ๊ง

ชะตาอุ๊งอิ๊ง

มีความเป็นผู้นำ ดวงงานราชการที่จะเข้ามาสนับสนุน ดวงมีโอกาสเป็นผู้นำ แต่อยากให้ใช้ประสบการณ์และโอกาส เรียนรู้ที่จะเข้าสู่การเป็นผู้นำให้มากขึ้นกว่านี้ ซึ่งในปัจจุบันนี้หากขึ้นปราศรัยบนเวทีปราศรัย ก็ไม่ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น แต่ถ้าพยายามรักษาภาพลักษณ์ของการเป็นผู้นำของตนเองเชื่อว่าอนาคตของอุ๊งอื๊งมีโอกาสเป็นผู้นำมาก เพราะในดวงชะตามีครบถ้วนที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้นำ

ไม่มีโอกาสซ้ำรอยนายทักษิณ ชินวัตร บิดาและนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ต้องไม่นำเรื่องของ 2 คนนี้ เข้ามาเป็นตัวผูกพันดวงชะตัวเอง ต้องขึ้นเป็นผู้นำด้วยตัวเอง สดใสมากกว่า มีโอกาสอยู่ในช่วงปี 2570 


ส่วนพรรคเพื่อไทย มีโอกาสที่จะเติบโต แต่ต้องไม่ได้รับการสนับสนุนจากทักษิณหรือยิ่งลักษณ์ ต้องให้อุ๊งอิ๊งเข้ามาเป็นตัวผลักดัน นำทัพแบบอิสระ 

ส่วนนายทักษิณจะมีโอกาสกลับเข้ามาประเทศไทยแบบไร้มลทินไม่มีทางนอกซะจากกลับมาเพื่อต่อสู้ทางคดีความ

นอกจากนี้ “ซินแสเข่ง” ยังวิเคราะห์ถึง “พรรคภูมิใจไทย” ได้แรงสนับสนุนจาก “เนวิน ชิดชอบ” ดวงมีโอกาสเป็นผู้นำหรือรัฐบาลมากในปี2566 แต่นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค ยังมีกำลังไม่มากพที่จะยืนอยู่บนตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากขาดทุกคนที่ประคับประคองหรือคนที่คอยสนับสนุน โอกาสประสบความสำเร็จยาก ยังไม่ถึงผงาด ยังเหมือนเดิม ดวงอนุทิน-เนวิน เกื้อหนุนกัน หากเนวินเข้าสู่ การเมืองมีโอกาสมากกว่า

นายเนวิน ชิดชอบ , นายอนุทิน ชาญวีรกุล และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบนายเนวิน ชิดชอบ , นายอนุทิน ชาญวีรกุล และ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ

“จุรินทร์”วาดภาพ”การ์ตูนอู๊ดด้า”อวยพรปีใหม่ชาวไทย ปีกระต่าย2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540028

31 ธ.ค. 2565

"จุรินทร์"วาดภาพ"การ์ตูนอู๊ดด้า"อวยพรปีใหม่ชาวไทย ปีกระต่าย2566

“จุรินทร์”วาดภาพ”การ์ตูนอู๊ดด้า”อวยพรปีใหม่ชาวไทย กระโดดโลดแล่นสู่อนาคตอันสดใสตลอดปีใหม่ ขณะที่สาขาพรรคทั่วประเทศขึ้นภาพ “จุรินทร์-ชวน” สวัสดีปีใหม่2566

เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่2566 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์ภาพ “การ์ตูนอู๊ดด้า” จากฝีมือตัวเอง ผ่าน Facebook จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ Aoodda พร้อมระบุข้อความ “สวัสดี ปีกระต่าย 2566 ขอให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข  และกระโดดโลดแล่นสู่อนาคตอันสดใสตลอดปีใหม่ครับ” 

สำหรับการ์ตูนอู๊ดด้า เป็นภาพวาดลายเส้น กระต่ายในดวงตะวันสีฟ้าที่กำลังขึ้นจากทิวเขา ส่องประกายแสงเป็นรูปหัวใจสีฟ้าเล็กๆหลายดวง

สมัยนายจุรินทร์ เรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จนกระทั่งเรียนจบ เคยเป็นนักเขียนการ์ตูนการเมือง ใช้นามปากกาว่า “อู๊ดด้า” ถือเป็นนักเขียนการ์ตูนการเมืองที่มีชื่อเสียงและมีผลงานการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่เฉียบคม มีชื่อเสียง เป็นที่นิยมและยอมรับอย่างสูงคนหนึ่งของประเทศ ก่อนมาเป็นผู้แทนราษฎร 11 ครั้งแรกในปี 2529 กระทั่งปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่ 8

ขณะเดียวกัน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ “สวัสดีปีใหม่ พุทธศักราช 2566 พี่น้องประชาชนทุกคน ขอบพระคุณที่ได้เป็นกำลังใจให้กันเสมอมา และขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนผ่านพ้นอุปสรรคในปีใหม่นี้ด้วยพลังที่เข้มแข็ง”

โดยบอกด้วยว่า ตัวแทนสาขาพรรคทุกจังหวัดได้มีการติดป้าย สวัสดีปีใหม่ มีภาพนายจุรินทร์ คู่กับ นายชวน หลีกภัย พร้อมกับข้อความ “สวัสดีปีใหม่ 2566” ทั่วทั้งประเทศ 

รวมพรรคจิ๋วแต่แจ๋ว ปี2565 สู้ศึกเลือกตั้งปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540024

31 ธ.ค. 2565

รวมพรรคจิ๋วแต่แจ๋ว ปี2565 สู้ศึกเลือกตั้งปีหน้า

การเมืองร้อนแรงตลอดปี 2565 ยิ่งช่วงสิ้นปีเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งปีหน้า มีทั้งพรรคสำรองเมื่ออกหัก ควบรวมพรรค ย้ายพรรค

ตลอดปี 2565 การเมืองร้อนแรงอย่างต่อเนื่องกับความสัมพันธ์ 3 ป. “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กป้อม” จะรวมกันอยู่ หรือ แยกกันเดิน ถึงขั้นมีกระแส ส่งสมุนล่วงหน้าจัดตั้งทัพรองรับตัวเองกันเลยทีเดียว ป้องกันเหตุ “พรรคพลังประชารัฐ” ไม่เอา เกรงจะยืนโดดเดี่ยวเดียวดาย ไร้ที่พึ่ง

มาเริ่มกันที่ความไม่ลงรอยกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากปัญหาข่าวลือโค่นล้มพล.อ.ประยุทธ์ จนทำให้สมาชิกพรรคเกิดความไม่พอใจ มีมติขับออกจากพรรค ขณะนั้น ร.อ.ธรรมนัส นำทีม ส.ส. ในก๊วนกว่า 20 ชีวิต ออกมา และเข้าร่วมเป็นสมาชิก “พรรคเศรษฐกิจไทย” ซึ่งต่างพูดกันว่า เป็นพรรครองรับพล.อ.ประวิตร 

พรรคเศรษฐกิจไทยพรรคเศรษฐกิจไทย

อีกฟากฝั่ง ที่รองรับ พล.อ.ประยุทธ์ คือ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ก่อตั้งจากองค์พิทักษ์บิ๊กตู่ที่ออกตัวแรง อย่าง “แรมโบ้อีสาน” ที่ประกาศชัดตั้งแต่แรกว่า “จะเป็นบ้านหลังที่ 2 หากวันหนึ่งพรรคพลังประชารัฐ เปลี่ยนใจไม่สนับสนุนเป็นนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติก็พร้อมเป็นพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี” แต่ต่อมา แรมโบ้อีสาน ก็ลาออกจากพรรค จัดตั้ง “พรรคเทิดไท” เพื่อหลีกทางให้ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ลูกน้องข้างกายฝีมือดี เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค พร้อมกันยกตำแหน่งล่าสุด เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

พรรครวมไทยสร้างชาติพรรครวมไทยสร้างชาติ

แต่อย่างไรก็ตาม การเมืองมีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ล่าสุดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ พล.ประยุทธ์ ยอมรับจะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ แรมโบ้อีสาน ก็ลาออกจากพรรคเทิดไททันที เพื่อจะกลับมารอซบออก พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนฟาก ร.อ.ธรรมนัส ก็มีกระแสว่าจะกลับเข้ามาซบออก พล.อ.ประวิตร เช่นกัน 

ท่ามกลางกระแส 2 ป. ไม่รักกันแล้ว แต่ล่าสุด วันนี้(31 ธ.ค.) ป.คนพี่อย่าง พล.อ.ประวิตร ออกมายืนยัน “อยู่กันมา 40-50 ปี ดูแลกัน ยังรักกันเหมือนเดิม ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน” ถือว่า จบปีและจบปัญหาแตกหัก

ขณะเดียวกันก็มี พรรคเล็ก พรรคใหม่ ที่มีบทบาททางการเมือง สู้ศึกเลือกตั้งปี2566  เช่น

“พรรคสร้างอนาคตไทย” รวมตัวกูรูทางด้านเศรษฐกิจ อย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค , นายอุตตม สาวนายน อดีตรมว.คลัง , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรมว.พลังงาน เป็นฝ่ายบริหาร ชูนโยบายมุ่งแก้ปัญหาปากท้องประชาชน แม้จะเป็นพรรคเล็กและพรรคใหม่ แต่ถือว่า เสน่ห์แรงแซงโค้ง หลายพรรคติดต่อรุมจีบอยากให้ควบรวมพรรค

เด่นๆ คือ “พรรคไทยสร้างไทย” ที่มี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้า ซึ่ง 2 พรรคนี้ เจรจากันมานานหลายเดือน แต่ยังปิดดีลไม่ได้ เนื่องจากต่างไม่ยอมรับเงื่อนไขและวางตำแหน่งไม่ลงตัว 

แต่เกือบจะมีลุ้น เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของพรรคสร้างอนาคตไทยแจ้งหมายนัดแถลงข่าว หลายฝ่ายฟันธงว่า ควบรวมพรรคแน่นอน แต่แล้วผิดคาด เมื่อ “ไม่ใช่ควบรวมพรรค แต่เป็นเพียงพันธมิตร” เท่านั้น 

พรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทย

ไม่เหมือน “พรรคชาติพัฒนา” ที่คุยลงตัวกับ “พรรคกล้า” ไม่ต้องรอลุ้นกันนาน จนเกิดชื่อใหม่ว่า “พรรคชาติพัฒนากล้า” ซึ่งเป็นอีกพรรคที่โดดเด่นเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เต็มไปด้วยบุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งระดับประเทศมาแล้ว เช่น นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรค เคยเป็นอดีตรมว.คลัง , นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค เคยเป็นรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 

พรรคชาติพัฒนากล้าพรรคชาติพัฒนากล้า
อย่างไรก็ตามขณะนี้การเมืองไทยยังไม่มีความชัดเจน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ปีหน้า 2566 ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าจะเกิดการควบรวมพรรค ย้ายพรรค ลาออกจากพรรค หรือ “ยุบสภา” แต่ที่แน่ๆ รัฐบาลยุคพล.อ.ประยุทธ์จะครบเทอมวันที่ 24 มีนาคม 2566 หากเป็นเช่นนั้น ก็จะเกิดการ “เลือกตั้ง” วันที่ 7 พฤษภาคม 2566 ตามที่ กกต. กำหนด

สิ้นปีแล้ว”อรรถวิชช์”จี้รัฐบาลเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น แก้ปัญหาราคาน้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540014

31 ธ.ค. 2565

สิ้นปีแล้ว"อรรถวิชช์"จี้รัฐบาลเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น แก้ปัญหาราคาน้ำมัน

“อรรถวิชช์”จี้สิ้นปีภาษีแล้ว รัฐบาลยังไม่เก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่น ถึงเวลารื้อโครงสร้างพลังงาน ช่วยนายทุน แต่ประชาชนเจ็บเอง

ที่ผ่านมานายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า และดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ต่างออกมาแนะการแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูง โดยให้รัฐบาลเข้าไปกำกับดูแลค่าการกลั่น เพื่อไม่ให้โรงกลั่นกำหนดค่าการกลั่นสูงเกินไป 

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ดร.อรรถวิชช์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสิ้นปีภาษี แต่รัฐบาลยังไม่มีความคืบหน้าในการเก็บภาษีลาภลอย โรงกลั่นน้ำมัน ขณะที่บริษัทโรงกลั่นเริ่มเอากำไร ไปการลงทุนเพิ่ม จ่ายเงินปันผลกันแล้ว 
 

ตนทวงเรื่องภาษีลาภลอยตั้งแต่หนี้กองทุนน้ำมันยังไม่ถึงแสนล้าน ทางกระทรวงพลังงานบอก จะไปขอบริจาคโรงกลั่น 2 หมื่นล้าน ขณะนั้นเตือนแล้วว่า โรงกลั่นเป็นบริษัทมหาชนจะบริจาคแบบนั้นได้อย่างไร มันต้องชัดเจน ให้ทำเป็นพระราชกำหนดเก็บภาษีจะชัดเจนกว่า

แต่รัฐบาลก็ไม่ทำจนถึงวันนี้ วันสิ้นปีภาษี 1 ปีผ่านไป อย่าให้ระบอบอุปถัมภ์จากธุรกิจพลังงานกัดกินประเทศ พลังงานเป็นรากฐานของราคาสินค้า ปัญหาของแพง ขอให้ผู้ใหญ่ทั้งหลายคิดให้ดี ถึงเวลารื้อโครงสร้างพลังงานหรือยัง ช่วยเขาแต่เราประชาชนต่างหากที่เจ็บ

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2565 เตือนเรื่องกำไรเกินจริงของโรงกลั่น อันเกิดจากราคาน้ำมันสำเร็จรูป มีราคาห่างจากราคาน้ำมันดิบมหาศาล เพราะสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อช่วงต้นปี ทำให้โรงกลั่นเกิดกำไรเกินจริงไปทั่วโลก

โดยหลายประเทศมีการเก็บภาษีลาภลอยในส่วนนี้ เพื่อนำไปบรรเทาสถานการณ์พลังงาน แต่ไทยกลับไม่เก็บภาษีลาภลอย ดันไปเลือกใช้วิธีค้ำประกันหนี้ให้กองทุนน้ำมัน 1.5 แสนล้านบาท เอาเงินกู้มาอุ้มราคาพลังงาน แทนที่จะเก็บภาษีจากโรงกลั่นที่กำไรมหาศาล 

ผลคือคนไทยต้องผ่อนหนี้ให้กองทุนน้ำมันยาวถึง 7 ปี โดยรัฐบวกไว้ในราคาน้ำมันที่เราเติมแบบไม่รู้ตัว เพื่อจ่ายให้กองทุนน้ำมัน เหตุที่เป็นแบบนี้ เพราะกระทรวงพลังงานไม่กล้าไปเก็บภาษีลาภลอย ปล่อยให้โรงกลั่นโกยกำไร

ทวงเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่นน้ำมัน ทวงเก็บภาษีลาภลอยโรงกลั่นน้ำมัน

“บิ๊กป้อม”เปิดใจ 2ป.แยกกันเดิน ไร้ปัญหา รัก”บิ๊กตู่”ดั่งพี่น้อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540008

31 ธ.ค. 2565

"บิ๊กป้อม"เปิดใจ 2ป.แยกกันเดิน ไร้ปัญหา รัก"บิ๊กตู่"ดั่งพี่น้อง

“บิ๊กป้อม”เปิดใจ 2ป.แยกกันเดิน ไร้ปัญหาขัดแย้ง ยังรัก”บิ๊กตู่”เหมือนเดิม เปรียบเสมือนน้องชาย ขณะเดียวกันไม่ขอตอบถูกเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ พปชร.

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศความชัดเจนทางการเมืองจะไป “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ยิ่งถูกจับตามองถึงความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าถึงจุดแตกหัก แยกกันเดินจริงแล้วหรือไม่ 

เมื่อวันที่ 31 พล.อ.ประวิตร เปิดใจว่า เรื่องการเมืองเป็นการเมือง เรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนตัว การที่ พล.อ.ประยุทธ์ แยกไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ทำให้การวางตัวและการทำงาน ลำบาก ยังเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม เพราะอยู่กันมา 40-50 ปี เราก็ดูแลกันมา ยืนยันยังรักกันเหมือนเดิม ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน เพราะพรรคพลังประชารัฐ ต้องการก้าวข้ามความขัดแย้ง หัวใจสำคัญในการเดินหน้าของพรรค ตนจะไม่ขัดแย้งกับใครและที่ผ่านมาก็ไม่เคยทะเลาะกับใคร

นอกจากนี้พล.อ.ประวิตร ยังไม่ขอพูดถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ พปชร. แม้จะมีสมาชิกพรรคเสนอชื่อจนก็ตาม เพราะต้องรอการประชุมจากพรรคก่อน และไม่ขอไม่แสดงความเห็นหากจะได้เป็น นายกรัฐมนตรี เพราะไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านขั้นตอนการเลือกในสภา

ส่วนจะเป็นคู่แข่งกับพล.อ.ประยุทธ์หรือไม่ เนื่องจากก็ได้รับการสนับสนุนจากพรรครวมไทยสร้างชาติให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเช่นกันนั้น 
พล.อ.ประวิตร ยืนยัน ไม่ถือเป็นคู่แข่ง เพราะพล.อ.ประยุทธ์เป็นน้อง แต่ถ้าทางการเมืองใครดีกว่าคนนั้นก็เป็นไป ไม่มีปัญหา 

ส่วนการย้ายพรรคของสมาชิก ก็ไม่กังวลใจ เป็นเรื่องธรรมดาของนักการเมือง มีย้ายเข้า-ออก พรรคไหนสะดวกใจกว่าได้ผลประโยชน์มากกว่าก็อยู่ที่นั่น เป็นเรื่องส่วนตัวที่บังคับกันไม่ได้

“รัฐบาล”เชิญชวน”สวดมนต์ข้ามปี”เสริมสิริมงคล มีทั้งวัดและออนไลน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540001

31 ธ.ค. 2565

"รัฐบาล"เชิญชวน"สวดมนต์ข้ามปี"เสริมสิริมงคล มีทั้งวัดและออนไลน์

“รัฐบาล”เชิญชวนประชาชนร่วมกิจกรรม”สวดมนต์ข้ามปี”เสริมสิริมงคลชีวิต ทั้งวัดและแบบออนไลน์ พร้อมเขียนคำอวยพรปีใหม่แบบอิเล็กทรอนิกส์

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

เสริมสิริมงคลช่วงส่งท้ายปีเก่าตอนรับปีใหม่วันนี้ 31 ธ.ค. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ขอชวนประชาชนร่วมกิจกรรม “สวดมนต์ข้ามปี เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับศักราชใหม่ 2566″  ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2566 ซึ่งมีกิจกรรมทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และออนไลน์ ดังนี้

ทั้งนี้ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร จัดที่วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กำหนดให้วัดพระเชตุพนฯ เป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดสัญญาณภาพกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี เชื่อมโยงกับส่วนภูมิภาคของประเทศไทยและต่างประเทศ ผ่านทางสถานีวิทยุโทรทัศน์และช่องทางอื่นๆ

ขณะที่ภูมิภาค สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด(สวจ.) ทั้ง 76 จังหวัด จัดตั้งศูนย์อำนวยการกลางการจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีของจังหวัด และอำนวยความสะดวกหน่วยงานต่างๆ  

นอกจากนี้ใครที่ไม่สะดวกเดินทางไปยังวัดหรือสถานที่จัดกิจกรรม สามารถสวดมนต์ข้ามปีออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ www.prayer2566.com เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนได้มีโอกาสสวดมนต์ได้ในทุกสถานที่ ทุกช่วงเวลาตามอัธยาศัย และยังสามารถเขียนคำอวยพรในการ์ดอวยพรปีใหม่ (ส.ค.ส) แบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Card) แล้วส่งต่อให้ผู้อื่นผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ได้อีกด้วย

สวดมนต์ข้ามปีออนไลน์สวดมนต์ข้ามปีออนไลน์

“พรรคประชาธิปัตย์”ชูยุทธศาสตร์ 3 สร้าง ชิงศึกเลือกตั้ง เตรียมแถลงเร็วๆนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539982

30 ธ.ค. 2565

"พรรคประชาธิปัตย์"ชูยุทธศาสตร์ 3 สร้าง ชิงศึกเลือกตั้ง เตรียมแถลงเร็วๆนี้

“พรรคประชาธิปัตย์” เปิดยุทธศาสตร์ 3 ส. ชูเป็นนโยบาย พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งปีหน้าแล้ว บางส่วนเหลือแค่จัดสรรผู้สมัคร พร้อมเตรียมแถลงใหญ่ ม.ค. นี้

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการเตรียมการเลือกตั้งของพรรค เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคมีความพร้อมทุกด้านกว่า 90% เพื่อเข้าสู่โหมดการเลือกตั้งที่จะถึง ส่วนอีก 10% คือ การเตรียมผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ เพราะหลายพื้นที่ มีจำนวนผู้สนใจลงสนามและมีคุณภาพหลายคน หรือบางพื้นที่ต้องเตรียมผู้สมัครใหม่ลงแทน หลังสมาชิกผู้แทนราษฏร (ส.ส.) บางคนมีแนวโน้มจะไปสมัครในนามพรรคอื่น 
 

สำหรับนโยบายหาเสียง พรรคให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบทุกด้าน ทั้งความเป็นไปได้ในการปฎิบัติ กรอบงบประมาณ ระยะเวลา เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ ขณะนี้หลักคิดเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งจะเป็นทั้ง มาสเตอร์แพรน (Master plan) นโยบายในการหาเสียงครั้งนี้คือ สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ 
 

สร้างเงิน โดยการแยะเป็นสองส่วนใหญ่ๆคือ สร้างเงินให้ประเทศ และสร้างเงินให้ประชาชน
สร้างคน ที่พรรคจะสนับสนุนและส่งเสริมดูแลคนตั้งแต่ในครรภ์มารดา จนส่งสู่เชิงตะกอนสร้างสวัสดิ์การเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่นคงขึ้น เพราะพรรคเชื่อว่าเมื่อเราสร้างคนให้มีความความรู้และความมั่นคงในชีวิต จะแปรเปลี่ยนพลังของประชาชนให้เป็นพลังในการสร้างประเทศชาติได้อย่างมั่นคง 
สร้างชาติ ด้วยระบบประชาธิปไตย ที่สุจริต ควบคู่ไปกับการกระจายอำนาจมุ่งสู่สร้างเมืองมหานครพร้อมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เพื่อเชื่อมประเทศไทยกับโลก 


นายนิพนธ์ กล่าวว่า ทั้งหมดนี้มีความคืบหน้าจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากนี้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคจะแถลงเปิดนโยบายพรรคประชาธิปตย์อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมกราคม 2566

ฟิตจัด”บิ๊กป้อม”เปิดผลงานทั้งปี65 ลงพื้นที่แก้ปัญหาด้วยตัวเอง ที่ไหนบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539978

30 ธ.ค. 2565

ฟิตจัด"บิ๊กป้อม"เปิดผลงานทั้งปี65 ลงพื้นที่แก้ปัญหาด้วยตัวเอง ที่ไหนบ้าง

“บิ๊กป้อม”เผยผลงานประจำปี2565 ลงพื้นที่ด้วยตัวเองครบ 12 เดือน เพื่อรับฟังและแก้ปัญหาให้ประชาชน อาทิ น้ำท่วม ภัยแล้ง ยืนยันปีหน้าสานต่อนโยบาย

เปิดผลงานตลอดปี 2565 กับเจ้าของวลีเด็ด ใจบันดาลแรง! พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มุ่งมั่นยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้มีความกินดีอยู่ดี ผ่านการขับเคลื่อนการต่อยอด 3 พันธกิจหลักของพรรคได้แก่ 
1.สวัสดิการประชารัฐ : ขจัดความเหลื่อมล้ำ
2.เศรษฐกิจประชารัฐ : สร้างความสามารถและโอกาสที่เท่าเทียม  
3.สังคมประชารัฐ : สงบสุข เข้มแข็ง แบ่งปัน

เดือนมกราคม ได้เร่งขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการน้ำภาคกลางลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรมีน้ำอุปโภคบริโภคใช้ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษา และสำรวจพื้นที่ในการพัฒนาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำให้เพียงพอโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการ เพื่อให้สอดรับกับความต้องการใช้ในแต่ลพื้นที่
  
เดือนกุมภาพันธ์ เร่งรัดแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ เพื่อให้ไทยก้าวขึ้นสู่เทียร์ 2 สร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศ  แสดงเจตนารมย์ ต่อต้านการค้ามนุษย์ทางเพศ และการใช้แรงงานเด็ก โดยบูรณาหน่วยงานเร่งยกระดับมาตรฐานกฎหมายเข้าสู่เกณฑ์สากล
   
เดือนมีนาคม วางแผนพัฒนาโครงการแก้ปัญหาภัยแล้ง-อุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำยั่งยืน  
   
เดือนเมษายน บรรลุเป้าหมายจัดหาแหล่งน้ำเพิ่ม 2.6 หมื่นแห่ง ใน 2 ปี เพิ่มความมั่นคงด้านน้ำให้ประชาชน  เดือนพฤษภาคม ผลักดันโครงสร้างพื้นฐานระบบราง – ดิจิตัล  ลดภาระ เพิ่มรายได้ กระจายความเจริญ ตามยุทธศาสตร์ พปชร.
  

เดือนมิถุนายน แก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับชาวหาดใหญ่ ฟื้นฟูการท่องเที่ยว พลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคใต้  ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 
  
เดือนกรกฎาคม เร่งแผนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ พร้อมมอบหมายหน่วยงาน ช่วยเหลือประชาชนรับมือฤดูมรสุม ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ มุกดาหาร จันทบุรี และระนอง
   
เดือนสิงหาคม ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่จ.สระบุรี และใกล้เคียง  เพื่อเตรียมแผนบริหารน้ำ ลดผลกระทบน้ำท่วมพื้นที่ภาคกลาง   
  
เดือนกันยายน รับมือมวลน้ำจากภาคเหนือ ป้องกันน้ำทะลักเข้ากรุงเทพ เร่งตรวจประตูระบายน้ำ หาแนวทางป้องกันน้ำท่วมกทม.-มีนบุรี-หนองจอก 
    
เดือนตุลาคม ลงพื้นที่แก้ปัญหารับมือน้ำท่วม จ.ชัยนาท อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพฯ ลดผลกระทบประชาชน โดยการฟื้นฟูพื้นที่ทำกิน กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว                        
   
เดือนพฤศจิกายน ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งบริหารจัดการน้ำหนองหาร จ. สกลนคร เพื่อกักเก็บน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง 
  
เดือนธันวาคม ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ หนุนพัฒนาเศรษฐกิจทั้งระบบ สร้างสันติสุขในพื้นที่ เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน  สร้างอาชีพที่มั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่แบ่งแยกศาสนา ขึ้นเหนือจ.เชียงราย ลดปัญหาฝุ่น เพิ่มแหล่งน้ำใช้ให้เพียงพอตลอดทั้งปี 
 

อย่างไรก็ตาม ปี 2566 พล.อ.ประวิตรยังคงสานต่อนนโยบาย เพื่อมอบให้กับคนไทย ในการที่จะพัฒนาอาชีพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไป

ปี65″พรเพชร”ให้ผ่าน ส.ว.ทำงานดี ลั่นอย่ารีบปิดสวิตซ์ ครบวาระเดี๋ยวไปเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539973

30 ธ.ค. 2565

ปี65"พรเพชร"ให้ผ่าน ส.ว.ทำงานดี ลั่นอย่ารีบปิดสวิตซ์ ครบวาระเดี๋ยวไปเอง

“พรเพชร”ให้คะแนน ตัวเองและสมาชิกส.ว.ทำหน้าที่ได้ดี ลั่นอย่ารีบปิดสวิตซ์ อีกปีเศษๆ ครบวาระเดี๋ยวไปเอง พร้อมรับมือร่วมงาน ส.ส.ชุดใหม่หลังเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ยังเหลือเวลาการทำงานอีกปีเศษๆ ได้แจ้งสมาชิกแล้วว่าคงจะมีการเปลี่ยนและร่วมงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 500 คนใหม่ รวมถึงพรรคการเมืองด้วย ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าพรรคไหนจะได้คะแนนเสียงมากและประธานรัฐสภาจะมาจากพรรคไหน แต่ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือ 

จากประสบการณ์ 3-4 ปีที่ผ่านมา เราทำงานและประสานงานกับส.ส.ให้ได้กฎหมายที่ดี เสนอกฎหมายตามขั้นตอน จากสภาฯ พิจารณาก่อน ถึงจะเข้าวุฒิสภา ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีส่วนในการแก้ไขและตกลงกันได้แทบทุกฉบับ คิดว่าประเทศไทยพัฒนากฎหมายมาเช่นนี้จะได้กฎหมายที่ดี ส่วนที่ไม่ ผ่าน ก็ต้องยอมรับ 

ส่วนความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ ที่ถูกวิจารณ์ว่ายังไม่ไปถึงไหน นายพรเพชร ชี้แจง มีกฎหมายที่เกี่ยวกับปฏิรูปประเทศบางส่วนผ่านไปบ้างแล้ว เช่น การปฏิรูปด้านตำรวจ แต่เท่าที่ตนทราบยังไม่เป็นที่พอใจ เช่นเดียวกับเรื่องพ.ร.บ.การศึกษาฯ ที่จะเข้าที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 10-11 ม.ค. 66 นั้น รู้สึกว่าขณะร่างมาก็ยังไม่พอใจ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่สั้นหน่อยก็ผ่านไปได้ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวกับการซ้อมทรมาน กฎหมายทำแท้งก็ผ่านไปได้ด้วย

สำหรับผลงานของวุฒิสภาตลอดปี 65 และผลงานตัวเองในฐานะประธานวุฒิสภานั้น ประเมินว่าทำได้ดี อาจจะมีถูกวิจารณ์ว่า ไม่ผ่าน มีเฉพาะกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านไปเพียงเรื่องระบบเลือกตั้ง จึงเป็นเรื่องที่ต้องพัฒนากันต่อไป ซึ่งตนก็ยอมรับว่าประชาชนหรือผู้ที่เห็นว่ากฎหมายที่ไม่ผ่านเป็นต้นเหตุมาจากรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจส.ว. 1 ใน 3 จริงๆ แล้วบางครั้งที่กฎหมายไม่ผ่าน ก็ไม่ได้เกี่ยว เพราะบางครั้งเสียงส.ว.ก็ไม่ให้ผ่านเลย 
 
นอกจากนี้นายพรเพชรยังระบุถึง กรณีที่พรรคเพื่อไทยเสนอให้ตัดอำนาจ ส.ว. เลือกนายกรัฐมนนตรี นั้น ว่า การพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วแต่สมาชิกของสองสภา เพราะตนไม่รู้สึกเดือดร้อนอะไร เพราะใกล้จะจบวาระของส.ว.แล้ว คงไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องรีบปิดสวิตซ์ส.ว. เพราะเดี๋ยวก็ปิดอยู่ในตัว อีก 1 ปีเศษ  

ส่วนส.ว. มีโอกาสที่ส.ว.จะเห็นด้วยในการปิดสวิตซ์ตัวเองหรือไม่ ตอบแทนคนอื่นไม่ได้ พูดไปก็จะเป็นประเด็นเปล่าๆ แต่ตนเชื่อมั่นว่าส.ว.ส่วนใหญ่มีวิจารณญาณว่าจะทำอย่างไรให้เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งตนพูดเสมอว่าเราต้องทำงานเพื่อประเทศชาติ