“สุวัจน์”อวยพรปีใหม่ ขอให้เศรษฐกิจดี เลือกตั้งได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539884

29 ธ.ค. 2565

"สุวัจน์"อวยพรปีใหม่ ขอให้เศรษฐกิจดี เลือกตั้งได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศ

“สุวัจน์”อวยพรปีใหม่2566 ให้กับคนไทย ขอให้เป็นปีที่ดี เศรษฐกิจดี นักท่องเที่ยวกลับมา ส่วนการเลือกตั้ง ขอให้ได้คนดีเข้ามาบริหารประเทศ

เนื่องในโอกาสเทศกาลปีใหม่ 2566 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวอวยพรพี่น้องประชาชนคนไทย ว่า ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดอํานวยพร ให้เป็นปีใหม่ที่ดีกับเศรษฐกิจของประเทศชาติ ขอให้เรามีเศรษฐกิจที่ดี นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆ นักลงทุนกลับมาลงทุน ส่งออกได้มากๆ ขอให้ทุกท่านมีงานทำ ของไม่แพง ค้าขายดี มีกำไร ไม่ขาดทุน และขอให้เป็นปีที่ดีกับคนไทยทุกท่าน มีแต่ข่าวดีๆ มีแต่ความสุข ความรัก ความสามัคคี สุขภาพร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากทุกเรื่อง และมีแต่โชคลาภ 

ขอให้เป็นปีที่ดีสําหรับการเมืองไทย ขอให้การเลือกตั้ง นําไปสู่การเมืองที่มีคุณภาพ มีเสถียรภาพ ได้รัฐบาลที่มั่นคง ได้คนดี ได้คนเก่ง มาบริหารและแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ ให้ลุล่วงตลอดไปครับ 
 

“happy new year สุขสันต์ปีใหม่ 2566 ทุกท่านครับ” อดีตรองนายกรัฐมนตรีกล่าว

 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อวยพรปีใหม่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อวยพรปีใหม่

“วราวุธ”การันตีไม่เงียบ สั่งสอบเส้นทางการเงิน”อธิบดีกรมอุทยานฯ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539880

29 ธ.ค. 2565

"วราวุธ"การันตีไม่เงียบ สั่งสอบเส้นทางการเงิน"อธิบดีกรมอุทยานฯ"

“วราวุธ”สั่งสอบทุกมิติรวมถึงเส้นทางการเงิน”อธิบดีกรมอุทยานฯ” พร้อมชี้แจงดราม่าสั่งย้ายล่าช้า จน”นายกรัฐมนตรี”ลงมือเอง

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีตำรวจเข้าจับกุมนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ฐานเรียกรับสินบนและโยกย้ายตำแหน่งว่า ภายหลังเกิดเรื่อง ยังไม่ได้คุยกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ปล่อยให้เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการสอบสวน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และโปร่งใส ขอเน้นย้ำว่าทำทุกอย่างตามขั้นตอน เราเสียใจ และขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น

จากเหตุการนี้ ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุต้องดำเนินการทางวินัยตามกรอบของกฎหมาย ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงและแจ้งให้สาธารณชนรับทราบถึงความคืบหน้าในเรื่องการทำงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ยืนยันไม่หนีหายไปไหน ผู้บริหารหลายแห่ง เจอปัญหาแบบนี้ ที่มีบุคคลผิดแผกออกไปไม่ปฏิบัติตามนโยบายขององค์กร ในทางการเมืองก็เหมือนกัน เรื่องของปัจเจกบุคคลคาดเดาได้ยาก แต่เราต้องทำหน้าที่ดังกล่าวต่อไป

สำหรับที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกคำสั่งโยกย้ายอธิบดีกรมอุทยานฯ บางฝ่ายมองว่ากระทรวงทำงานล่าช้าหรือไม่นั้น นายวราวุธชี้แจงว่า ตนจะออกคำสั่งให้อธิบดีมาปฏิบัติราชการที่กระทรวงแล้ว แต่ตนมีภารกิจที่สำคัญ จึงไม่ทันลงนามในคำสั่ง ยืนยันคณะกรรมการที่ตั้งมาจะพิจารณาในทุกมิติที่เกี่ยวข้อง จะมีสอบ สืบสาวครบทุกคน ครบทุกมิติ พร้อมเส้นทางการเงินด้วย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

โดยนายวราวุธยังเน้นย้ำในที่ประชุมมอบนโยบายข้าราชในกระทรวง ทำงานด้วยความสุจริต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาอีก พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ตั้งใจทำงานแก้ปัญหากันอย่างหนักหน่วง ทุ่มเท ตลอด 3 ปีกว่า เมื่อเกิดปัญหา เราก็ต้องฝ่าฟันไปด้วยกัน ข้าราชการของกระทรวงมีด้วยกันทั้งหมด 30,000 ชีวิต จะให้คิดเหมือนกันหมดคงเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยการทำงาน การรักในองค์กร การรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรคือสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะความสุจริต ความโปร่งใส  


“ผมเชื่อมั่นในองคาพยพที่ชื่อว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราทำงานมาด้วยกัน 3 ปีกว่า เราสร้างศักยภาพ เราเห็นถึงความสามารถของเพื่อน ๆ ข้าราชการ ในทุก ๆ ระดับของกระทรวงทรัพย์ ผมเองยังมั่นใจ และขอเป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ข้าราชการทุกคน และผู้บริหาร” นายวราวุธกล่าว

ประชุมมอบนโยบายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประชุมมอบนโยบายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประชุมมอบนโยบายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประชุมมอบนโยบายข้าราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เบื้องหลังเบรคตั้ง “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นั่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539875

29 ธ.ค. 2565

เบื้องหลังเบรคตั้ง “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นั่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

เปิดเบื้องหลังเบรค “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นั่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พบเคยโดนร้องเรียนตรวจสอบการทำงาน เรื่องถึงปปท. ปปช. DSI และ สตง.ไล่เช็คบิล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.65 ในการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังเกิดปัญหากรณีแต่งตั้งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์  เสนอเรื่องผ่านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ นำวาระเข้าที่ประชุมครม. โดยเสนอชื่อนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อให้ครม.รับทราบ

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

แต่ปรากฏว่าถูกทักท้วงจากรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรและสหกรณ์ และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เนื่องจากเห็นว่า ตำแหน่งดังกล่าวเป็นโควตาในกำกับของรัฐมนตรีพลังประชารัฐ 

ล่าสุด วันที่ 29 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานข่าวจากแหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยเบื้องหลังถึงกรณีปัญหาเสนอ นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินการเกษตร ในที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2565  ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ข้าราชการส่วนใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ ต่างวิพาษ์วิจารณ์อย่างหนักกับเรื่องดังกล่าว ว่าเหตุใดจึงมีการเสนอชื่อนายสุพิศ ขึ้นเป็นอธิบดีกรมฝนหลวงคนใหม่ 

เนื่องจากมีข้อมูลภายในกระทรวงฯระบุว่านายสุพิศมีเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนทางวินัยตามระเบียบของทางราชการทั้งจากปปท. สตง. ปปช. ดีเอสไอ และ สตง. มาแล้วตั้งแต่สมัยยังทำหน้าที่ ผอ.สำนักเครื่องจักรกล กรมชลประทาน และล่าสุดในตำแหน่งรองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตรเช่นเดียวกัน  ซึ่งขณะนี้หน่วยงานหลายหน่วยงานดังกล่าวยังอยู่ระหว่างตรวจสอบฯ และเรื่องทั้งหมดได้รายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว

แหล่งข่าวยืนยันว่ามีเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่กรณีนายสุพิศ ถูกตรวจสอบจากทั้งปปท. ปปช. สตง.อาทิ เรื่องการจัดซื้อเครื่องบินขนาดเล็ก  กรณีปรับปรุงอาคารที่ทำการกรมฝนหลวง แขวงลาดยาว เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์หรือไม่  โครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์พระบิดาฝนหลวง ตำบลสามพระยา อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์หรือไม่ รวมไปถึงกรณีการจัดซื้อเครื่องสูบน้ำ ที่ใช้ในงานกรมชลประทาน มีการเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มบริษัทใด หรือไม่ เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเกิดปัญหาดังกล่าว นายเฉลิมชัย ได้มีการเผยแพร่คำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  แก้ไขคำสั่งมอบอำนาจรมช.เกษตรและสหกรณ์ และการปฏิบัติราชการแทนรมช.เกษตรและสหกรณ์

โดยข้อที่ 1.1 ที่ระบุว่ารมช.เกษตรและสหกรณ์(นายสุนทร ปานแสงทอง) มีอำนาจในการสั่งการ การอนุญาต การกำกับดูแล และปฏิบัติราชการหรือดำเนินการอื่น ยกเว้นเรื่องที่เป็นนโยบาย การบริหารงานบุคคล เรื่องที่ต้องเสนอนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ของส่วนราชการ ดังนี้

  1. กรมพัฒนาที่ดิน  
  2. กรมฝนหลวงและการบินเกษตร
  3. สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เบื้องหลังเบรคตั้ง “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” นั่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร

แถลงชัด “สร้างอนาคตไทย-ไทยสร้างไทย” จับมือเป็นพันธมิตร ยังไม่ควบรวมพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539872

29 ธ.ค. 2565

แถลงชัด "สร้างอนาคตไทย-ไทยสร้างไทย" จับมือเป็นพันธมิตร ยังไม่ควบรวมพรรค

“พรรคสร้างอนาคตไทย” และ “พรรคไทยสร้างไทย” นัดหารืออนาคตทางการเมือง จากกระแสควบรวมพรรค ผลปรากฎยังไม่ปิดดีล ขณะที่”สมคิด”ยก”คุณหญิงหน่อย”เป็นน้องสาว หญิงแกร่ง อุดมการณ์เดียวกันทำให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เป็นที่ฮือฮากันมาตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวานนี้(28ธ.ค.) เมื่อ“พรรคสร้างอนาคตไทย” และ “พรรคไทยสร้างไทย” นัดหารือกันในวันที่ 29 ธ.ค. เวลา 10.00 น. ทำให้สื่อมวลชนและสังคมคาดการณ์ ว่าจะเกิดการควบรวมพรรค เนื่องจากทั้ง2พรรคนี้ เจรจากันมานานหลายเดือน แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป 

ปรากฎว่า เมื่อถึงวันและเวลานัดหมาย ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาดการณ์ ทั้ง 2 พรรค ประกาศ เป็นเพียงพรรคพันธมิตร ยังไม่ได้ควบรวมพรรคแต่อย่างใด

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยว่า เคยทำงานร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคสร้างอนาคตไทย มาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี หากพูดภาษาชาวบ้านก็เป็นผู้ที่ผ่านประสบการณ์กันมา มองเห็นปัญหา หากปล่อยประเทศเป็นแบบนี้ลูกหลานจะอยู่อย่างไร ดังนั้นเราจะพูดติดปากว่า จะสร้างพรรคการเมืองที่ดี เพื่อทำให้ประเทศดีกว่านี้และส่งมอบประเทศให้คนรุ่นต่อไป

เราเคยทำเรื่องนโยบายสำคัญให้กับประเทศและสำเร็จด้วย จึงต้องหารือกันว่า หากทำงานการเมืองกันต่อจะไม่ทำเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง หรือเกิดการใช้อำนาจ แสวงหาทางออกให้กับบ้านเมืองและจะมีความร่วมมือเป็นพันธมิตรกัน เพื่อที่จะหาทางออกให้กับประเทศ สิ่งที่สำคัญคือจากปัญหาประเทศวันนี้แทบจะเดินต่อไม่ได้ทั้งความเหลื่อมล้ำ คนรุ่นใหม่ และการศึกษา เราจำเป็นที่จะต้องริ่มจากการยุติความขัดแย้งทางการเมือง และนำประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนกัน หาแนวทางว่าสามารถทำอะไรให้กับบ้านเมืองได้บ้าง 

ด้านนายสมคิด กล่าวว่า อยู่วงการการเมืองเกือบ20 ปี พวกเราตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่เคยเห็นยุคไหนที่การเมืองของเราค่อนข้างแย่เท่านี้ ทั้งในเชิงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การแย่งชิงผู้สมัครอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนและทำอย่างโจ่งแจ้ง การโยกย้ายลาออกไม่เว้นแต่ละวัน ภาครัฐไม่สามารถบริหารหรือแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ 

“ในสายตาผม คุณหญิงสุดารัตน์เป็นนักต่อสู้ประชาธิปไตย มองเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง แต่น้องสาวคนนี้แข็งแกร่ง ทำงานหนัก เป็นแม่และภรรยาที่ดี เสียสละให้บ้านเมือง “นายสมคิดกล่าว 

ส่วนนายโภคิน เป็นอาจารย์ด้านกฎหมายเทียบระดับชั้นครูด้านกฎหมาย แก้ปัญหาระดับประเทศมาแล้ว 

ส่วนนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค มีความคุ้นเคยเชี่ยวชาญ หลายกระทรวงด้านเศรษฐกิจ การที่ทั้ง 2 ฝ่ายพบปะเพราะห่วงใยประเทศ แต่ขออย่าถามหาเรื่องตำแหน่งและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะ มีภารกิจ ต้องการสร้างพรรคที่ดี เน้นความคิดสร้างประเทศเป็นหลักให้ประชาชน หากอนาคตได้เป็น นายกรัฐมนตรี ถือว่า ฟ้าลิขิตฟ้าประทาน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์พรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพบปะกันพรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพบปะกันพรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพบปะกันพรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทยพบปะกัน

จับตา วันนี้ 10 โมง “สอท.-ทสท.” แถลงควบรวมพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539863

29 ธ.ค. 2565

จับตา วันนี้ 10 โมง "สอท.-ทสท." แถลงควบรวมพรรค

วันนี้(29ธ.ค.) เวลา 10.00 น. “พรรคสร้างอนาคตไทย” และ “พรรคไทยสร้างไทย” นัดแถลงข่าว ประเด็นการควบรวมพรรค หลังดีลล่มมาหลายครั้ง จับตาตำแหน่งหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ความเคลื่อนไวทางการเมืองที่พลาดไม่ได้ เมื่อ 2 พรรคใหม่ระหว่าง “พรรคสร้างอนาคตไทย” และ “พรรคไทยสร้างไทย” นัดหารืออย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก ในวันนี้ 29 ธ.ค. เวลา 10.00 น. โดยคาดว่าจะมี คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย , นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย , นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย , นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย และกรรมการบริหารทั้ง 2 พรรค

ที่ผ่านมามีกระแสข่าวตลอดว่า จะเกิดการควบรวมพรรคกัน ถึงขั้นอาจใช้ชื่อว่า “พรรคสร้างไทย” แต่เจรจากันมาหลายครั้ง ก็ยังไม่ลงตัวเสียที จนสุดท้ายทำให้ ดีลล่มแล้วล่มอีก เนื่องจากต่างไม่ยอมรับเงื่อนไขและวางตำแหน่งไม่ได้ 

พรรคสร้างอนาคตไทย ก็ต้องการชูนายสมคิดเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ส่วนพรรคไทยสร้างไทยต้องการชู คุณหญิงหน่อย เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 1 รวมถึงความไม่ลงรอยกันของคุณหญิงหน่อยและนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยและประธานภาคกรุงเทพฯ 

แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานายสุรนันทน์ ได้ประกาศลาออกจากพรรค ให้เหตุผล “ขอโทษที่ยังทำให้ท่านทุกคนสำเร็จตามเป้าหมายไม่ได้ คือ การเป็น สส. แต่ผมยังขายกาแฟและอาหารและพร้อมให้คำปรึกษากับทุกคนครับ”

ซึ่งก่อนหน้านี้ยังมีกระแส เมื่อเจรจาไม่ลง พรรคสร้างอนาคตไทย เปิดดีลกับ “พรรคชาติพัฒนากล้า” เพราะต่างเป็นพรรคที่มีระดับกูรู้ด้านเศรษฐกิจและอุดมการณ์ค่อนข้างชัดเจนตรงกัน คือ มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่แล้วเรื่องก็เงียบไป 

ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนเรียกได้ว่าเกือบ 100% ที่ พรรคสร้างอนาคตไทยและพรรคไทยสร้างไทย จะจับมือร่วมงานกัน ซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไปว่า ชื่อพรรคจะเป็นอะไร ใครจะได้ขึ้นเป็นประธาน หัวหน้า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 

อุ๊งอิ๊ง มาแรง ทายาทโดยตรง กุมบังเหียน’เพื่อไทย’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539790

29 ธ.ค. 2565

อุ๊งอิ๊ง มาแรง ทายาทโดยตรง กุมบังเหียน'เพื่อไทย'

เปิดตัวหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ทายาทโดยตรง ทักษิณ เส้นทางการเมือง ‘อุ๊งอิ๊ง’ แลนด์สไลด์สู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

การจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 28 ต.ค.2564 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น  ภายใต้แคมเปญ พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน ได้มีการเปิดตัว แพทองธาร ชินวัตร หรืออุ๊งอิ๊ง บุตรสาวคนเล็กทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม 

อุ๊งอิ๊งบอกว่า ตำแหน่งนี้มีหน้าที่เชื่อมต่อรุ่นสู่รุ่นให้เข้าใจกันทั้งความคิด วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพราะการมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตและเห็นว่า พรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชน ต้องเป็นตัวแทนคนทุกรุ่นทุกวัยด้วย

ปัจจุบันทั่วโลกมีการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งมองว่า คนไทยยังพลาดกระบวนการเหล่านั้นและไม่มีโอกาสไขว่คว้าเทคโนโลยีเหล่านั้นมาไว้ในมือ    ต่างกับตนเองโชคดีได้ใกล้ชิดกับนายทักษิณ ได้แลกเปลี่ยนความคิดกันเพราะพ่อสนใจเทคโนโลยีอย่างมากและรู้สึกเสียดายที่คนไทยไม่มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ

จึงอยากเข้ามามีส่วนร่วมในพรรค เพื่อผลักดันให้ทุกคนมีโอกาส มีความหวังและทำให้ความฝันเป็นจริง และภายใต้มติการเมืองแบบนี้ คนรุ่นใหม่มองไม่เห็นอนาคตและคิดว่า พรรคเพื่อไทยจะมีโอกาสเข้ามาแก้วิกฤติเหล่านี้ จึงตอบรับมาเป็นที่ปรึกษาในครั้งนี้ พร้อมตั้งใจอยากใช้ประสบการณ์ที่มีมาพัฒนาโอกาสให้คนรุ่นใหม่เป็นจริง

เดือนมีนาคม 2565  อุ๊งอิ้ง มีตำแหน่งหน้าครอบครัวเพื่อไทยเพิ่มอีกตำแหน่ง ถูกวิจารณ์จาก สมชัย ศรีสุทธิยากร พรรคเสรีรวมไทยว่า ครอบครัวใหญ่กว่า พรรค การเป็นสมาชิกครอบครัว ทำลายกำแพงข้อจำกัดของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ที่สมาชิกพรรคต้องเสียค่าสมาชิก 200 บาทต่อปี เป็นสมาชิกครอบครัวนอกจากไม่ต้องเสียเงิน จึงไม่มีข้อจำกัดใดๆ แต่กลายเป็นฐานสนับสนุนของพรรคในการเลือกตั้ง  

ถือเป็นการเดินเกมทางการเมืองใหม่ของพรรคเพื่อไทย แต่ต้องระวังเรื่องการให้สิทธิประโยชน์แก่คนในครอบครัวเพื่อไทย เพราะยังถือว่าเป็นกิจกรรมทางการเมืองของพรรคอย่างหนึ่ง ที่ยังต้องถูกควบคุมโดย พ.ร.ป.พรรคการเมืองและ มีคำทำนายว่าหัวหน้าครอบครัว คือ อีกก้าวที่เข้าใกล้ตำแหน่งผู้ที่พรรคเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

“จาตุรนต์” แนะไทยตั้งการ์ด รับมือนทท.จีนหลังยุติคุมเข้มโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539853

28 ธ.ค. 2565

"จาตุรนต์" แนะไทยตั้งการ์ด รับมือนทท.จีนหลังยุติคุมเข้มโควิด

“จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีตรองนายกฯ แนะไทยรับมืออย่างระวัง นทท.ท่องเที่ยวแห่เข้าประเทศหลังยุติคุมเข้มโควิด เสนอรบ.ส่งอุปกรณ์-ยาจำเป็นช่วยเหลือเพื่อนยามยาก

วันที่ 27 ธ.ค. 65 นาย จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์จีนได้ยุตินโยบายคุมเข้มโควิดแบบกระทันหัน หลังดำเนินนโยบายโควิดเป็นศูนย์มาร่วม 2 ปี และผลการยุตินโยบายดังกล่าวได้ทำให้ชาวจีน เดินทางยังหลายประเทศในเอเชียรวมถึงไทย ท่ามกลางสถานการณ์หลังยุติมาตรการคุมเข้ม กลับมียอดผู้ติดเชื้อเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลสูงขึ้นและอัตราการเสียชีวิตที่ทำให้มีการฌาปนกิจศพวันละหลายร้อยคนว่า 

ข่าวจีนยกเลิกมาตการเข้มงวดสำหรับโควิดและจะเปิดให้ชาวจีน เดินทางออกนอกประเทศตามปรกติตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมปีหน้าเป็นเรื่องน่าสนใจติดตามอย่างมาก

การเปลี่ยนนโยบายอย่างกระทันหันของจีนครั้งนี้อาจส่งผล(ในทางที่ดี) ต่อเศรษฐกิจของจีนเองและต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมากทั้งในเรื่องการผลิต การค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยว

สำหรับประเทศไทย นอกจากเรื่องการลงทุนและการผลิตที่เชื่อมโยงกับจีน ที่กำลังเป็นความหวังอย่างมากก็คือการท่องเที่ยว ที่คาดหวังกันว่าปีหน้าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศโดยรวมประมาณ 20 ล้านคน จะเป็นจริงหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยว จาก จีน ด้วย

หากมีนักท่องเที่ยว จาก จีนเ ข้ามาเป็นจำนวนหลายๆล้านคน สิ่งที่ต้องเตรียมก็คือความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว ที่ยังมีปัญหาติดขัดมาตลอด

ที่วงการท่องเที่ยวร้องอยู่บ่อยๆก็คือเรื่องแรงงานในภาคบริการที่ยังขาดแคลนทั้งแรงงานไทยเองและแรงงานข้ามชาติ ระบบลอจิสติกส์ รถ เรือ ฯลฯและความปลอดภัยที่ยังเป็นจุดอ่อนที่ทำให้เมืองไทยลดความเป็นเมืองน่าเที่ยวลงไป

แต่จากการที่จีนเปลี่ยนนโยบายอย่างกระทันหันและมีข่าวสับสนเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตทำให้บางประเทศเช่นอินเดียเริ่มออกมาตรการเข้มงวดต่อนักท่องเที่ยว จาก จีน และประเทศที่อาจมีชาวจีน ไปเที่ยวมากๆรวมถึงไทย ด้วย เช่นเดียวกับในวันนี้ที่ญี่ปุ่นเองก็”กระชับพรมแดน”ให้คนที่เดินทางมาจากจีน ทุกคนต้องตรวจโควิดก่อนเข้าประเทศ ณ สนามบินและหากพบเชื้อจะต้องกักตัว7วัน อีกด้วย

ประเทศไทยกำลังถูกหางเลขไปด้วย

สถานการณ์เช่นนี้ประเทศไทยจึงควรเตรียมการเปิดรับ นักท่องเที่ยวจีน ด้วยความระมัดระวัง ควรตั้งการ์ดไว้บ้างเช่นติดตามสถานการณ์ในจีนอย่างใกล้ชิดเพื่อให้วงการธุรกิจและประชาชนได้ข้อมูลที่แท้จริง จะได้ไม่ตื่นตระหนกจนเกินเหตุหรือประมาทจนเกินไป ใช้มาตรกรทางสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพติดตามตรวจสอบว่าโควิดที่อาจเข้ามาจากจีนเป็นสายพันธุ์ใด มีอันตรายมากกว่าสายพันธุ์ที่มีอยู่ในไทยมากหรือไม่ เพื่อจะมีมาตรการรับมืออย่างเหมาะสมและทำให้ประเทศต่างๆที่มีคนเข้ามาเที่ยวในไทยจำนวนมากจะได้วางใจ

นอกจากนี้ ที่อยากเสนอให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาก็คือการช่วยเหลือประชาชนจีนที่เป็นข่าวว่ากำลังขาดแคลนอุปกรณ์และยาที่จำเป็นเช่น ATK ยาตามอาการและยาต้านไวรัส ถ้าองค์กรของรัฐหรือเอกชนไทยสามารถผลิตหรือหาซื้อได้มากๆก็น่าจะส่งไปให้หรือไปขายให้แก่รัฐบาลและประชาชนจีน คงช่วยผ่อนคลายความเดือดร้อนของชาวจีนได้บ้าง

มีสำนวนจีนว่า 患难见真情 (huànnànjiànzhēnqíng ) ความหมายก็เหมือน The friend in need is the friend indeed. นั่นแหละครับ

ผ่านแล้ว สภาโหวตร่าง”กู้กยศ.” เก็บดอกเบี้ย1%ต่อปี คะแนน 226:11 เสียง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539837

28 ธ.ค. 2565

ผ่านแล้ว สภาโหวตร่าง"กู้กยศ." เก็บดอกเบี้ย1%ต่อปี คะแนน 226:11 เสียง

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โหวตเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบ ร่าง”กู้กยศ.” ฉบับวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ให้เก็บดอกเบี้ย1%ต่อปี

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ มีการหยิบกฎหมาย 5 ฉบับ ที่วุฒิสภาพิจารณาเสร็จแล้วมาลงมติ โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธาน

กฎหมาย 5 ฉบับ ประกอบด้วย 

1.พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ….  

2.พิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน(ฉบับที่ ..) พ.ศ…. 

3.พิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราช บัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ….

4.พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …

5. พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กศย.)(ฉบับที่ ..) พ.ศ. …

โดยกฎหมายฉบับที่1-4 ผลการพิจารณาที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา

ส่วนกฎหมายฉบับที่ 5 ที่เกี่ยวกับกยศ.นั้น เดิมไม่คิดดอกเบี้ยและไม่มีเบี้ยปรับ แก้ไขเป็นให้เก็บดอกเบี้ยได้ 0-1%ต่อปี และให้มีเบี้ยปรับไม่เกิน 0.5%ต่อปี แต่ยังคงเนื้อหาไม่ต้องมีผู้ค้ำทุกกรณีตามร่างเดิมเอาไว้ 

โดยผู้อภิปรายมีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ส่วนใหญ่แม้จะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข เพราะเป็นการซ้ำเติมผู้ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา สร้างความเดือนร้อนให้เด็กและเยาวชนต้องมีภาระหนี้ในอนาคต และการส่งเสริมการศึกษาเป็นหน้าที่ของรัฐ ในรัฐธรรมนูญยังกำหนดให้มีการเรียนฟรีด้วย  

แต่จะไม่คัดค้านจนนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการร่วม 2 สภา เพราะจะทำให้เสียเวลา อาจไม่ทันอายุของสมัยประชุมสภา ส่งผลให้ผู้กู้ยืมได้รับความเดือดร้อนจากการฟ้องร้องและการเรียกเก็บดอกเบี้ยตามกฎหมายเดิม ซึ่งมีดอกเบี้ย 7% ต่อปี และเบี้ยปรับสูงถึง 18% ต่อปี 

โดยการลงมตินั้น ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย กับวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ด้วยคะแนน 226 : 11 เสียง 

ยังไม่ไล่ออก “บิ๊กตู่”เซ็นสั่งย้าย”อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539830

28 ธ.ค. 2565

ยังไม่ไล่ออก "บิ๊กตู่"เซ็นสั่งย้าย"อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ"

“วิษณุ”เผย “บิ๊กตู่”เซ็นสั่งย้าย”อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ” ช่วยราชการสำนักนายกฯ เพื่อให้การสอบสวนเป็นด้วยความเรียบร้อย พร้อมย้ำสั่งย้ายยังไม่ไล่ออก

หลังนายรัชฎา สุริยกุล  อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ถูกตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) บุกจับกุมคาห้องประชุมฐานเรียกรับสินบนและโยกย้ายตำแหน่ง

ล่าสุด วันนี้ 28 ธันวาคม 2565 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อมีการแจ้งเบาะแส ป.ป.ช. จะรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามกรทุจริตในภาครัฐ(ปปท.) และศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) ก่อนเข้าจับกุม ขณะนี้ถือว่าหลักฐานยังไม่ชัดเจน 100% 

นายกรัฐมนตรีจึงลงนามคำสั่งให้นำตัวนายรัชฎาเข้ามาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อดึงออกมาจากการเป็นอธิบดี มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เป็นไปตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา11 ที่นายกรัฐมนตรีมีอำนาจ ไม่ให้อยู่ตรงนั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนได้สะดวกและเรียบร้อย

นายวิษณุ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะเรียกว่าเข้ากรุก็ได้ แต่ไม่ใช่การย้าย และต้องรอสอบทางวินัย ว่ามีความผิดหรือไม่ ว่าจะปลดหรือไล่ออกหรือย้ายกลับ เพราะขณะนี้ก็เป็นการลงโทษ 50% แล้ว

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539833

28 ธ.ค. 2565

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

 ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน ติดโผผลสำรวจหลายโพล เป็น “รัฐมนตรี” ในใจประชาชน 

หากย้อนสถิติผลสำรวจโพลหลายสำนัก อาทิ มธ. ซูเปอร์โพล RIDC นิด้าโพล ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ‘พี่ต่อ’ เฉลิมชัย นับว่าทอปฟอร์ม ทุบสถิติ กระแสนิยม รัฐมนตรีที่ยังครองหัวใจพี่น้องเกษตรกรและประชาชนมากที่สุด ซึ่งเมื่อย้อนดูตั้งแต่ปี 2562 นิด้าโพลระบุว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ มากที่สุด

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

ต่อมาในปี 2563 ทั้ง ซูเปอร์โพล และ RIDC เผยตรงกัน ประชาชนพึงพอใจผลงาน รัฐมนตรีเฉลิมชัย จากการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรช่วงวิกฤตโควิด -19 จนมาในปี 2564 ที่นิด้าโพล และ มธ. ยืนยันอีกครั้ง ว่าภาพรวมรัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบผลงานมากที่สุด อันดับ 1 นั่นคือ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่โชว์ลีลาจากผลงานสุดท็อปฟอร์มมากมาย

จนล่าสุด เมื่อสวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจอีกครั้ง เรียกได้ว่าไม่ผิดหวัง เพราะพี่ต่อ ยังคงเป็นรัฐมนตรี ในใจประชาชน ทำคะแนนด้วยเรทติ้ง 7.80 คะแนน จากผลงานประกันรายได้เกษตรกร การประกันภัยพืชผล และส่งเสริมตลาดนำการผลิต โดยยังคงเชื่อมั่นในนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โปร่งใส ตรวจสอบได้

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

เรามาดูรายละเอียดสำหรับโพลล่าสุดของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ที่สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการ ดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีศึกษาประชาชนในทุกสาขาอาชีพ ทั่วประเทศทั้ง 6 ภูมิภาค จำนวน 3,038 คน ระหว่างวันที่ 17-22 ธันวาคม 2565 ผลสำรวจพบว่า

นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ประชาชนชื่นชอบและเห็นว่าเกิดประโยชน์มากที่สุด อันดับ 1 คือ นโยบาย การประกันรายได้ของเกษตรกร ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ คิดเป็น 57.50% รองลงมา คือ การประกันภัยพืชผล 41.21% และตลาดนำการผลิต 36.54% โดยประชาชนส่วนใหญ่มองว่าโครงการที่มีการดำเนินงาน และประสบผลสำเร็จมากที่สุด คือ โครงการเกษตรอินทรีย์ เกษตรปลอดภัย 52.14% รองลงมา ได้แก่ บริหารจัดการและ พัฒนาแหล่งน้ำ 33.57% และปฏิบัติการฝนหลวง 24.06%

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

และเมื่อสอบถามถึงความต้องการให้กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เข้าช่วยเหลือด้านใดมากที่สุด พบว่า ประชาชนต้องการให้กระทรวงเกษตรแลบะสหกรณ์ แก้ไขเรื่องปัญหาสินค้า เกษตรตกต่ำมากเป็นอันดับแรกถึง 78.67% รองลงมาคือช่วยเหลือหนี้สิน/กองทุน 53.16% และขอให้ช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ 50.92%

ขณะที่ด้านความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลสำรวจพบว่า ประชาชนยังมีความเชื่อมั่น ในนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 77.88% ไม่แน่ใจ 17.74% และไม่เชื่อมั่น 4.38% โดยมองว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 65.64% ไม่แน่ใจ 29.69% และเห็นว่าไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ที่ 4.67% โดยภาพรวม เต็ม 10 คะแนน ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของ “กระทรวงเกษตรและสหกรณ์” ที่ 7.66 คะแนน

‘เฉลิมชัย’ ท็อปฟอร์ม ทำแฮตทริก 3 ปีซ้อน รัฐมนตรีในใจประชาชน 

และให้คะแนนความพึงพอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ “ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ที่ 7.80 คะแนน ซึ่งนับว่า ยังคงยืนหนึ่งในใจรัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบและเชื่อมั่นมากที่สุด สอดคล้องกับผลสำรวจโพลจากหลายสำนักในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ระบุว่า ดร.เฉลิมชัย คือ รัฐมนตรีที่ประชาชนชื่นชอบ ผลงาน

ทั้งจากผลงานการช่วยเหลือการประกันรายได้ แก้ปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ การจ่ายเงินเยียวยาเกษตรกร และสร้าง ประวัติศาสตร์ราคายางเจ๋ง พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบ 3 ปี ตลอดจนผลักดันการส่งออก ตลาดนำการผลิตจนเห็นผลเป็น รูปธรรมโดนใจเกษตรกรและพี่น้องประชาชน
 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ผลักดัน ย้ำถึง 5 ยุทธศาสตร์ นโยบายหลัก 15 ด้านมาอย่างต่อเนื่อง เน้นทำงานเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยมีสโลแกนประจำตัว ที่คุ้นปากคุ้นหูกันดีว่า “ลูกผู้ชาย พูดคำไหน…ต้องเป็นคำนั้น!! ขอยึดมั่นสัญญา ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน เพราะครอบครัวเกษตรกร = ครอบครัวเฉลิมชัย”