ัยังไม่รู้จะไปทางไหนดี ‘ประยุทธ์’-‘ประวิตร’ เลือกใคร ตัดสินใจยาก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539751

27 ธ.ค. 2565

ัยังไม่รู้จะไปทางไหนดี 'ประยุทธ์'-'ประวิตร' เลือกใคร ตัดสินใจยาก

‘ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์’ ยังไม่ตัดสินใจ เลือกตั้งครั้งหน้า จะไปกับนายกรัฐมนตรี หรือ อยู่กับหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึง ทิศทางการทำงานทางการเมืองว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจที่ชัดเจนในขณะนี้  แต่จะยังทำงานตามปกติ เช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ และยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะอยู่หรือจะไปจากพรรคพลังประชารัฐ 



ส่วนการลงพื้นที่ จังหวัดนครปฐมของพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ มองว่า เป็นการติดตามงาน สร้างการรับรู้ให้ประชาชน ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับนัยยะทางการเมือง  เช่นเดียวกับตอนที่นายกฯไปเชียงราย ก็ไปติดตามงานของรัฐบาล เป็นงานในหน้าที่ ไม่มีเรื่องการเมือง ไม่มีเกี่ยวกับเรื่องการรับสมัครเลือกตั้งใดๆทั้งสิ้น  ไม่ถือเป็นการหาเสียง เพราะไม่มีผู้สมัคร ส.ส.มาปราศรัย

ส่วนการลงสนามเลือกตั้งของพลเอกประยุทธ์จะเป็นการตัดคะแนนกันเองกับพลเอกประวิตรหรือไม่นั้น  ชัยวุฒิ กล่าวว่า พรรคการเมืองทุกพรรค โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล เวลาพื้นที่หาเสียงก็ตัดคะแนนกันหมด เป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว



ขณะที่พรรคฝ่ายค้านก็ตัดคะแนนกันเอง ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง ถึงเวลา ไม่มีคำว่าพันธมิตร หรือ จับมือกัน เพราะต่างคนต่างก็หาเสียง ทำหน้าที่กันไปตามกติกา เป็นเรื่องปกติ ทุกพรรคก็มีสิทธิที่จะหาเสียง อยู่ที่พี่น้องประชาชนว่าจะเลือกพรรคไหน

ก่อนหน้านี้ ชัยวุฒิ  ได้ยื่นลาออกจากจากการเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แต่ยังไม่ลาออกจากสมาชิกพรรค และยังทำหน้าที่ รองหัวหน้าพรรค

โดยให้เหตุผลว่า ต้องการให้ วลัยพร รัตนเศรษฐ น้องสาวของ วิรัช รัตน์เศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ได้เลื่อนลำดับขึ้นมาทำหน้าที่ในสภา  เพราะเป็นคนเก่งและมีความสนิทกัน

ชัดเจน”สมศักดิ์”ไม่พลิกขั้วแล้ว มีธงในใจ ขออุบก่อน รอรัฐบาลอยู่ครบเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539742

27 ธ.ค. 2565

ชัดเจน"สมศักดิ์"ไม่พลิกขั้วแล้ว มีธงในใจ ขออุบก่อน รอรัฐบาลอยู่ครบเทอม

“สมศักดิ์”ยืนยันไม่พลิกขั้วการเมืองแล้ว ยอมรับมีข้อมูลทำให้ตัดสินใจอนาคตทางการเมือง แต่ขอยังไม่บอก รอเวลา

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2565 ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความชัดเจนทางการเมืองจะเดินหน้ากับพรรครวมไทยสร้างชาติ ยอมรับว่า ขณะนี้ตนมีข้อมูลเพิ่มขึ้นแล้ว แต่อย่าให้พูดว่าตัดสินใจอย่างไร เพราะเคารพและรักผู้ใหญ่ที่ทำงานด้วยกัน หากพูดอะไรไปอาจจะเกิดความอึดอัดใจในการทำงาน แต่ตน มีแนวทางที่สามารถทำงานให้กับผู้ที่เลือกและสนับสนุนตนเข้ามา วอนสื่อมวลชน ใครจะขยับหรือพูดว่ารักใครชอบใคร แต่ตนมีมาตรฐานของตัวเอง ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องพูด

ส่วนจะออกมาพูดเมื่อไหร่ เคยระบุแล้วว่า ถ้ารัฐบาลอยู่ครบเทอม เส้นตายการขยับขยายคือวันที่ 7 ก.พ.66 ถือเป็นรถรางเที่ยวสุดท้าย แต่ตนไม่ได้ร้อนรนขนาดนั้น ยังมีเวลาอยู่

นายสมศักดิ์ ยังระบุถึงกรณีดระแสข่าวนายธนกร วังบุญคงชนะ รัญมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะจีบไปอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า ไม่ต้องจีบหรอก เพราะตนรู้จักคนในรัฐบาลอยู่แล้ว พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีโอกาสขั้วทางการเมือง

ส่วนอนาคตนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ไปด้วยหรือไม่ ยังไม่ได้คุยกันอย่างเป็นทิศเป็นทางอันเดียวกัน และยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปหรือไม่ไป ถึงเวลาค่อยตัดสินใจกัน 

“ชัยวุฒิ”ยิ้มรับฉายา”วันทอง 2ป.” แต่ขอความเป็นธรรมนายกฯ”แปดเปื้อน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539734

27 ธ.ค. 2565

"ชัยวุฒิ"ยิ้มรับฉายา"วันทอง 2ป." แต่ขอความเป็นธรรมนายกฯ"แปดเปื้อน"

“ชัยวุฒิ”ยิ้มรับฉายา”วันทอง 2ป.” ชี้ให้เห็นทำงานให้ทั้ง”บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม” แต่ขอความเป็นธรรมให้ฉายานายกฯ”แปดเปื้อน”

การการตั้งฉายารัฐบาลและคณะรัฐมนตรีประจำปี 2565 โดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับฉายา “วันทอง 2ป.” เนื่องจากรักและเคารพพี่น้อง 2 ป. ทั้ง “พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร” ไปไหนไปกัน ตามติดแทบทุกภารกิจ และ เปรียบเสมือนกับนางในวรรณคดีอย่าง “วันทอง” ที่รักขุนแผนแต่แพ้ความดีขุนช้าง ยากจะตัดสินใจว่าจะไปต่อกับใครดี

เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. นายชัยวุฒิยอมรับว่า เป็นความจริงตามที่สื่อมวลชนตั้งฉายาให้เพราะได้ทำงานให้กับทั้งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ทั้งสองคนก็มีความผูกพันกันมานาน ไม่คิดว่าจะต้องมีการแบ่งแยก 

นอกจากนี้นายชัยวุฒิ ยังไม่ตอบชัดเจนว่า สุดท้ายต้องเลือกป.ไหน ระหว่าง “บิ๊กตู่” หรือ บิ๊กป้อม” ซึ่งขอยังทำหน้าที่ร่วมกัน เป็นรัฐบาลเดียวกัน ไม่ว่าอนาคตจะอยู่ไหนก็สนับสนุนทั้งสองคน ส่วนย้ายกันเดินจะสู้การเลือกตั้งได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนและกระแสขณะนั้น

ทั้งนี้ขอความเป็นธรรมให้พลเอกประยุทธ์ ที่ได้รับฉายา “แปดเปื้อน” ถือว่าเปรียบเสมือนเสื้อผ้าที่ใช้มาหลายปีย่อมมีรอยเปื้อนแปดเปื้อนบ้าง แต่เป็นการเปื้อนที่ไม่ได้ตั้งใจหรือเกิดจากความผิดพลาด ยอมรับบางอย่างอาจจะไม่ถูกใจประชาชน อย่างเช่น สินค้าราคาแพง น้ำมันแพงที่เป็นปัจจัยภายนอกไม่สามารถควบคุมได้ 

“จุรินทร์”ไม่โกรธสื่อตั้งฉายา ชื่นชมช่วยประชาสัมพันธ์”ประกันรายได้”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539731

27 ธ.ค. 2565

"จุรินทร์"ไม่โกรธสื่อตั้งฉายา ชื่นชมช่วยประชาสัมพันธ์"ประกันรายได้"

“จุรินทร์”ไม่โกรธสื่อตั้งฉายา”ประกันไรได้” ไม่มองเป็นการบูลลี่ ให้โอกาสปีละครั้ง พร้อมชื่นชมช่วยประชาสัมพันธ์”ประกันรายได้”

การการตั้งฉายยารัฐบาลและคณะรัฐมนตรีประจำปี 2565 โดยนายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับฉายา “ประกันไรได้” ซึ่งมีที่มาคือ ในยุคที่ข้าวของขึ้นราคาไม่หยุด แต่สินค้าเกษตรกลับต้องทุ่มเงินไปประกันอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดคำถามกับการแก้ปัญหาของรัฐบาลด้วยวิธีประกันรายได้ ว่าถูกทางจริงหรือ? ที่ว่าประกันนั้น “ประกันไรได้บ้าง”

ล่าสุดวันนี้ 27 ธ.ค. นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า ตนไม่โกรธ ฉายาที่ได้ก็ดี ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเป็นนักการเมืองในระบบประชาธิปไตย รับฟังความเห็นทุกฝ่ายและก็ชินแล้ว หากเทียบกับสมัยก่อนถือว่าเบามาก

นอกจากนี้นานจุรินทร์มองว่า ฉายาดังกล่าวเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์นโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะที่ผ่านมาเราทำได้ไวทำได้จริง พร้อมขอบคุณสื่อที่ช่วยประชาสัมพันธ์ 

ส่วนที่นักวิชาการมองว่าการตั้งฉายาให้กับรัฐมนตรีเป็นการบูลลี่นั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า 1 ปี ให้โอกาสสื่อมวลชนสักครั้ง จะได้มีความสุข หากมองว่าเป็นกระจกก็เป็นกระจกบานหนึ่ง เพราะประเทศมีกระจกหลายบาน 

ลุ้น ‘คณะรัฐมนตรี’ อนุมัติ เราเที่ยวด้วยกันเฟส5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539730

27 ธ.ค. 2565

ลุ้น 'คณะรัฐมนตรี' อนุมัติ เราเที่ยวด้วยกันเฟส5

กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เสนอfครงการ ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ เฟส5 ให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาเป็นขอ’ขวัญปีใหม่ ใให้ประชาชน

การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีวาระที่น่าสนใจเป็นชองขวัญปีใหม่แก่ประชาชน โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กำหนดจำนวนสิทธิ 400,000-500,000 ห้อง/คืน โดยจะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสูงสุด 3,600 บาท แบ่งเป็น ค่าห้องพักไม่เกิน 3,000 บาท และวอยเชอร์อีก 600 บาท คาดว่าจะใช้งบทั้งหมดราว 1,440-1,800 ล้านบาท

ส่วนมาตรการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งเป็นงบสำหรับการทำตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  จะใช้วงเงินประมาณ 2,200-2,560 ล้านบาท และ เสนอการประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

ส่วนเป้าหมายของกระทรวงการคลังในปี 2566  ได่แก่โครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย ระยะที่ 2 และจะเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษา

รวมถึงการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่กิจการของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสำหรับการให้กู้ยืมเงินตาม โครงการสนับสนุน SMEs รายย่อยผ่านกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

และร่างกฎหมายว่าด้วยการขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ และ การขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการดำเนินโครงการภาคีสนับสนุนป่าชุมชนลดโลกร้อน รวม 2 ฉบับ

ภูมิใจไทยลั่น ‘เลือกตั้ง’ ครั้งหน้า ขอกำหนดเกมเองบ้าง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539724

27 ธ.ค. 2565

ภูมิใจไทยลั่น 'เลือกตั้ง' ครั้งหน้า ขอกำหนดเกมเองบ้าง

ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ ‘ภูมิใจไทย’ ตั้งมากว่าสิบปีแล้ว หัวหน้าพรรค ลั่น เลือกตั้งครั้งหน้า ขอเป้นผู้กำหนดเกมเองบ้าง

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง,การย้ายเข้าของนักการเมืองจำนวนมาก จนถูกมองเป็นเครื่องดูด ว่าเป็นคำที่ใช้กันเพื่อสร้างความน่าสนใจให้ประเด็น เวลามีการย้ายพรรค ในอดีตอาจจะมีพรรคการเมืองที่มีทุนหนา ตั้งขึ้นมาเฉพาะกิจเพื่อเป้าหมายบางอย่าง

แต่พรรคภูมิใจไทยอายุ 10 กว่าปีแล้ว เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ เป็นพรรคที่ยืนหยัดในถนนการเมืองอย่างมั่นคง ทำงานเต็มที่ค่อยๆ สร้างความมั่นใจให้ประชาชน ก้าวอย่างระมัดระวัง

โดยการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคภูมิใจไทยจะขยับจากพรรคเล็ก พรรคกลาง เป็นพรรคขนาดใหญ่ และจะขอเป็นผู้กำหนดเกมบ้าง ไม่ใช่เป็นพรรคที่คอยดูว่าพรรคอื่นทำอะไรบ้าง แล้วไปจอยไปจับกับเขา เพราะทำพรรคมาขนาดนี้ มีความพร้อมและมีสมาชิกพรรคมาสมัครมากมาย

ทั้ง ส.ส.ที่ยอมลาออกจากพรรคเดิม มาร่วมงาน ซึ่งเป็นทิศทางที่แสดงให้เห็นว่า ภูมิใจไทยพร้อมที่จะเป็นแกนนำ จัดตั้งรัฐบาล  หากประชาชนเห็นว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำมีประโยชน์เขาก็เลือกให้เราทำหน้าที่ ไม่มีอะไรที่ซับซ้อน

ฟังเสียงหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยได้ที่นี่

อนุทิน ยังระบุว่าไม่กังวลที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เริ่มขยับลงพื้นที่หลังประกาศตัวร่วมพรรคไทยสร้างชาติ และกระแสพรรคเริ่มได้รับความนิยม เพราะมีวิถีทาง ยุทธศาสตร์ และนโยบายเป็นของตัวเอง

กระแสข่าวการเมือง ปัจจุบัน คือ ‘วงจรอุบาทว์’ ทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539722

27 ธ.ค. 2565

กระแสข่าวการเมือง ปัจจุบัน คือ 'วงจรอุบาทว์' ทางการเมือง

รองหัวหน้าพรรค ‘สร้างอนาคตไทย’ ชวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ตัดวงจรอุบาทว์ หยุดแนวคิดธุรกิจการเมือง ที่ลงต้องหวังผลกำไร

สันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยโพสเฟสบุ๊คเรื่องการเมืองคุณธรรม  การเมืองวิถีใหม่ มีเนื้อหา ถึงกระแสข่าวที่ปรากฎทั่วไปที่ทำให้เข้าใจถึงอิทธิพลของทรัพย์สินเงินทองที่มีต่อการดำเนินงานทางการเมืองนั้น คงจะเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่ปฏิเสธว่าเป็นเรื่องจริง

แม้จะรู้สึกว่าเป็นเรื่องไม่ชอบธรรม แต่ก็คงทำให้เจ้าของคะแนนเสียงเลือกตั้งได้ทำใจยอมรับไปแล้วว่า เป็นปรากฎการณ์ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะรู้ว่า การลงทุนใด ๆ  ผู้ลงทุนย่อมหวังผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือเรียกได้ว่า เป็นการนำแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่แสวงหากำไรสูงสุด มาเป็นแนวคิดเดียวกับการทำงานทางการเมืองไป

สันติตั้งคำถามว่า จะดีกว่าไหม ถ้าหากคนที่ทำงานการเมืองจะเป็นคนที่ลดความคิดในการแสวงหาอำนาจเพื่อผลประโยชน์ที่ต้องการของตนและพวกพ้อง แต่เพิ่มความคิดที่ต้องการเห็นการพัฒนาของประเทศ ต้องการเห็นการพัฒนาสังคมส่วนรวม ต้องการเห็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมั่นคง ต้องการเห็นความสามารถในการแข่งขันของประเทศเพิ่มขึ้น ฯลฯ ซึ่งความคิดที่ต้องการเห็นและสร้างคุณานุประโยชน์ต่อส่วนรวมเหล่านี้

ต้องมาจากพื้นฐานความเสียสละ ไม่ใช่มาจากความคิดที่ต้องการหาประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง และพื้นฐานความเสียสละที่ว่านั้น คงจะไม่ได้เริ่มต้นจากการลงทุนด้วยทรัพย์สินเงินทองอย่างบ้าระห่ำ ไร้เหตุผล แต่น่าจะเริ่มต้นจากการลงทุนด้วยการนำเสนอชุดความคิด แนวนโยบาย ประสบการณ์ ตลอดจนความตั้งใจจริงที่ต้องการจะเข้ามามีส่วนในการผลักดันให้เกิดคุณานุประโยชน์ต่อส่วนรวม

หากเป็นการลงทุนแบบหลังนั้น การใช้ทรัพย์สินเงินทองเพื่อการแนะนำตัว ส่งข้อมูลข่าวสารไปถึงผู้มีสิทธิหย่อนบัตรลงคะแนน ก็จะเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล สอดคล้องกับแนวทางการเลือกตั้งที่ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และข้อกำหนดต่าง ๆ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

แม้จะเป็นเพียงความฝันของคนโลกสวย ที่อยากเห็นการเมืองที่ใช้เงินทองอย่างสมเหตุสมผล ไม่ทุ่มเทเงินทองซื้อม้าเข้าคอก ไม่ทุ่มเทเงินทองซื้อเสียง ไม่ทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ฯลฯ ซึ่งความฝันอย่างนี้ อาจจะรวมเรียกได้ว่า ฝันอยากเห็น การเมืองคุณธรรม (moral politics) ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด การเมืองวิถีใหม่(new-paradigm politics ) เป็นทางเลือกที่ควรจะเป็นในการดำเนินงานทางการเมือง ซึ่งจะทำให้เกิดการพัฒนาจากฐานราก และคุณประโยชน์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นแก่ส่วนรวม ก็จะเป็นผลจากการดำเนินงานทางการเมืองด้วยแนวคิดนี้

การเมืองคุณธรรม และ การเมืองวิถีใหม่ ต้องเป็นทางออกของการดำเนินงานทางการเมือง เป็นงานการเมืองที่แข่งกันเสนอชุดความคิด นโยบาย ประสบการณ์ ของผู้ที่อาสาเข้ามาทำงานสาธารณะ ปฏิเสธการใช้ทรัพย์สินเงินทองที่ไร้รากฐานและเกินกว่าจำเป็น

แม้จะเป็นการฝืนสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน แต่หากไม่เริ่มต้นการปลูกฝังแนวคิดการเมืองคุณธรรม หรือการเมืองวิถีใหม่ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยแล้ว ไม่มีทางที่ประเทศไทยจะหลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์

แม้ว่าคนที่นำประเทศไทยเข้าสู่วงจรอุบาทว์ดังกล่าวนั้น จะเป็นนักการเมืองที่ชั่วร้าย แต่ผู้ที่จะถอนประเทศไทยออกจากวงจรอุบาทว์นั้น กลับจะต้องเป็นพลังของ พลเมืองตื่นรู้ (active citizen) ที่ต้องให้บทเรียนแก่นักการเมืองที่ชั่วร้ายเหล่านั้น

“สร้างอนาคตไทย”ติวเข้ม ผู้สมัครส.ส.กทม. มั่นใจคว้าเก้าอี้ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539695

26 ธ.ค. 2565

"สร้างอนาคตไทย"ติวเข้ม ผู้สมัครส.ส.กทม. มั่นใจคว้าเก้าอี้ได้

“สร้างอนาคตไทย”ติวเข้ม ผู้สมัคร ส.ส.กทม. มั่นใจคว้าเก้าอี้ได้แน่ ไม่สนกระแสข่าวพรรค สมาชิกย้าย-เข้าออกพรรค

เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2565 ที่พรรคสร้างอนาคตไทย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย เป็นประธานการประชุมผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยมีนายวิเชียร เชาวลิต รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรค , ดร.สันติ กีระนันทน์ รองหัวหน้าพรรค และประธานนโยบายพรรค , ศ.ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ ประธานคณะกรรมการวิชาการ และทีมโฆษกพรรคเข้าร่วม เพื่อหารือแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคสู่สนามในพื้นที่ กทม. โดยมีผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส. ส. กทม. กว่า 40 คน 

นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย

นายอุตตม กล่าวว่า ที่ผ่านมามีกระแสข่าวต่างๆของพรรค เป็นเรื่องที่ไม่เกินความคาดหมายในฐานะพรรคการเมืองใหม่ การที่พรรคสร้างอนาคตไทยเดินมาถึงจุดนี้ เป็นที่รู้จัก ถือว่าเราทำได้เข้าเป้าแล้ว

ขณะเดียวกันขอให้ทุกคนมีความหนักแน่น เพราะยังมีความท้าทายอีกหลายอย่าง เรามีแต่เดินไปข้างหน้า ส่วนที่มีสมาชิกย้ายเข้า-ออก เป็นเรื่องปกติทางการเมือง หลังจากนี้จะมีบุคลากรที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานกับพรรค และเปิดตัวต่อไป

นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าจะได้ที่นั่งส.ส. ใน กทม. เพราะบุคคลที่พรรคคัดสรรให้ลงสู่สนามเลือกตั้ง และชุดความคิดนโยบายที่ตอบโจทย์พี่น้องชาว กทม. ขณะนี้การเมืองกำลังเข้าโค้งสุดท้าย ต้องทำงานอย่างหนัก การเลือกตั้งขอให้เป็นไปตามกติกาและข้อกฎหมาย

40 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคสร้างอนาคตไทย40 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคสร้างอนาคตไทย

วุฒิสภา เลือก ‘อุดม รัฐอมฤต’ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539691

26 ธ.ค. 2565

วุฒิสภา เลือก 'อุดม รัฐอมฤต' เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่

มติวุฒิสภา 200 : 2 เสียง เห็นขอบให้ อุดม รัฐอมฤต เป็น ‘ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ‘ คนใหม่ แทน ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ที่ครบวาระ

การประชุมวุฒิสภาวาระให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 วันนี้  

เป็นการให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจาก ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ครบวาระเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2565 ส่งผลให้ต้องมีการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจากศาสตราจารย์ด้านนิติศาสตร์คนใหม่แทนตำแหน่งเดิมที่ว่างลง

ขั้นตอนการพิจารณาให้ อุดม เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เริ่มจากคณะกรรมการสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านฯ ประธานศาลปกครองสูงสุด ตัวแทน กสม. และตัวแทนผู้ตรวจการแผ่นดิน จำนวน 6 คน

โดยที่ประชุมกรรมการสรรหาฯ มีมติเห็นชอบ 4 ต่อ 2 เสียง เสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นชอบ ให้เหตุผลว่า อุดม ไม่เหมาะสม เพราะเป็นผู้จัดทำรัฐธรรมนูญ 2560 การเข้ามาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะเกิดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

หลังวุฒิสภาประชุมลับ ก่อนมีมติเห็นชอบให้ อุดม รัฐอมฤต กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ ด้วยคะแนน  เห็นชอบ 200 เสียง  ไม่เห็นชอบ 2 เสียง และ  งดออกเสียง 6 เสียง

3 ผู้อาวุโสทางการเมือง ย้าย ซบ’รวมไทยสร้างชาติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/539682

26 ธ.ค. 2565

3 ผู้อาวุโสทางการเมือง ย้าย ซบ'รวมไทยสร้างชาติ'

คนเก่าแก่พรรค’ประชาธิปัตย์’ ย้ายบ้าน ซบพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ – ประชาธิปัต์เลือดยังไม่หยุดไหล

27 ธันวาคม 65 มีรายงานว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะมีการแถลงเปิดตัวสมาชิกระดับอาวุโส 3 คน โดยแจ้งสื่อมวลชนผ่านทางกลุ่มไลน์พรรคว่า เรียนสื่อมวลชนที่เคารพ วันที่ 27 ธ.ค. 65 เวลา 15.00 น. ทางพรรคมีแถลงข่าว เปิดตัว 3 VIP สมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ

สำหรับวีไอพีดังกล่าวประกอบด้วย ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่ได้ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนหน้านี้ชุมพล กาญจนะ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ 7 สมัย บิดาของ วชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 3 

ชุมพล ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อ 24 ธ.ค. 65 เท่ากับว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า วชิราภรณ์ จะลาออกจากประชาธิปัตย์ เพื่อไปลงเลือกตั้งในนามพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย

วีไอพี คนสุดท้ายได้แก่ ชัชวาลล์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังท้องถิ่นไท ที่ย้ายตาม ชื่นชอบ คงอุดม บุตรชาย ซึ่งลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ มาอยู่รวมไทยสร้างชาติก่อนแล้ว

พรรครวมไทยสร้างชาติจะทยอยแถลงเปิดตัวสมาชิกอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่มาจากประชาธิปัตย์ และพลังประชารัฐ