นับถึงวันที่ 8 ธันวา เฉพาะปี 2565 ‘สภาล่ม’ 13 ครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538242

08 ธ.ค. 2565

นับถึงวันที่ 8 ธันวา เฉพาะปี 2565  'สภาล่ม'  13 ครั้ง

เปิดสถิติ ‘ประชุมสภา’ เฉพาะปี2565 รัฐบาลไม่สามารถรักษาองค์ประชุมได้ตลอดรอดฝั่ง ทำให้เกิดปัญหาสภาล่ม มาแล้ว 13 ครั้ง

นับจากเปิดประชุมสภาสมัยสามัญครั้งที่2 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นมา รัฐบาลเผชิญปัญหาองค์ประชุมสภาไม่ครบ เฉพาะการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว4 ครั้ง แต่หากนับตั้งแต่ต้นปี 2565 ถึงวันที่ 8 ธันวาคม ประชุมสภาและประชุมร่วมรัฐสภา ประสบปัญหาสภาล่มมาแล้ว13 ครั้ง  โดยมีรายละเอียดดังนี้

19 ม.ค. 2565 ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ก.ย.ศ.
21 ม.ค. 2565 พิจารณารายงานขุดคลองไทย 
2 ก.พ. 2565 พิจารณาร่าง พ.ร.บ. สรรพาสามิต
4 ก.พ. 2565 พิจารณารายงานการแก้ไขปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง 
10 ก.พ. 2565 ฝ่ายค้านเสนอญัตติขอนับองค์ประชุม หลังที่ประชุมสภาฯ รับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ 2565 เสร็จสิ้นแล้ว ปรากฎมีองค์ประชุม เพียง 227 เสียง ซึ่งไม่ครบองค์ประชุม 237 เสียง
15 ก.ย. 2565 ระหว่างพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องขอให้สภาฯพิจารณาเสนอต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.)ตามที่สภาฯมีมติในการออกเสียงประชามติ

ในสมัยประชุมปัจจุบัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2565 เป็นต้นมา องค์ประชุมก็ล่มไม่เป็นท่าอีกครั้ง

ประเดิมครัั้งแรกเมื่อ 3 พ.ย. 2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่2) เป็นพิเศษ ระหว่างรับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จ.กระบี่

23 พ.ย. 2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 6 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่2)
ระหว่างวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. …ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 

1 ธ.ค. 2565 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 9 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อเข้าสู่วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ..

และล่าสุด สดๆร้อนๆ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2565 ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น มีการขอตรวจสอบองค์ประชุม ปรากฏว่า หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แสดงตนซ้ำทำให้องค์ประชุมไม่ครบ

นอกจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว การประชุมร่วมรัฐสภา ก็เผชิญปัญหาสภาล่มมาแล้ว 3 ครั้งคือการประชุมเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2565 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กำหนดระยะเวลาดำเนินงานในกระบวนการยุติธรรม พ.ศ

10 ส.ค. 2565 องค์ประชุมรัฐสภาล่มอีกครั้ง ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 ของร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับแก้ไขเพ่ิมเติม สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 

และการประชุมเมื่อ15 ส.ค. 65  ขณะที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง  ส.ส. ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในวาระที่ 2

การรักษาองค์ประชุมเป็นมาตรวัด เสถียรภาพของรัฐบาลหากเกิดความร้าวฉานกัน การคุมเสียงในสภาจะยากลำบากมากขึ้น ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางนี้โจมตีฝ่ายรัฐบาล

ฝ่ายรัฐบาลจะให้ความสนใจเป็นพิเศษต่อการประชุมก็ต่อเมื่อมีร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรีเข้าสภา เพราะหากร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ไม่ผ่านสภา หรือมีเสียงที่ไม่เห็นด้วยมากกว่าเห็นด้วย เป็นธรรมเนียมทางการเมืองว่าคณะรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบด้วยการลาออก

สร้างอนาคตไทย ไม่ตกขบวนนโยบาย ‘ค่าแรงขั้นต่ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538232

08 ธ.ค. 2565

สร้างอนาคตไทย ไม่ตกขบวนนโยบาย 'ค่าแรงขั้นต่ำ'

เสนอปรับค่าแรงขั้นต่ำ ตามประสิทธิภาพ การทำงานแทนการปรับตามค่าครองชีพในแต่ละพื้นที่ ‘สร้างอนาคตไทย’ เชื่อ เป็นวิธีที่ยั่งยืน

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย แสดงความเห็นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำผ่านเฟสบุ๊ค มีเนื้อหาว่า ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ภายใต้ความสมดุลใน 2 ประเด็นหลัก คือ ปรับเพื่อให้แรงงานสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีคุณภาพสอดคล้องกับต้นทุนค่าใช้จ่ายการใช้ชีวิตในปัจจุบัน

และการปรับขึ้นค่าแรงต้องไม่กระทบกับผู้ประกอบการ เนื่องจากวันนี้ในภาพรวมผู้ประกอบการส่วนใหญ่โดยเฉพาะเอสเอ็มอียังไม่หายบาดเจ็บจากโควิด และเชื่อว่าจะต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าจะฟื้นตัว

อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทยอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย

อุตตม บอกว่า จำเป็นต้องใช้ระบบกำหนดค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำแบบใหม่ จากเดิมที่พิจารณากำหนดค่าจ้างขั้นต่ำตามอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพในแต่พื้นที่จังหวัด  เปลี่ยนเป็นการกำหนดค่าแรงที่ยึดเอาประสิทธิภาพของแรงงานเป็นหลัก ซึ่งจะตอบโจทย์ความเป็นไปในสถานการณ์ปัจจุบัน และการพัฒนาประเทศในโลกอนาคตมากกว่า

หากเป็นประเภทแรงงานเข้มข้นหรือแรงงานที่ไม่มีทักษะก็กำหนดค่าแรงอัตราหนึ่ง ที่สามารถอยู่ได้ในคุณภาพชีวิตที่ดีพอ แต่หากเป็นแรงงานที่ต้องใช้ทักษะเพิ่มก็ควรได้รับอัตราค่าแรงที่สูงกว่า ขณะเดียวกันภาครัฐก็จะต้องมีมาตรการยกระดับทักษะแรงงาน เพื่อให้แรงงานขั้นพื้นฐานสามารถยกระดับขึ้นไปขั้นที่สูงกว่า ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับของประเทศสิงคโปร์

ตัวอย่างอาชีพแม่บ้านที่นั่นหากเป็นแม่บ้านทั่วไปก็จะได้ค่าแรงราคาที่ต่ำกว่าแม่บ้านที่ทำงานสถานที่บริการหรือในสถานที่ราชการ เพราะถือว่าต้องใช้ทักษะการบริการด้วย และควรปรับโครงสร้างรายได้แรงงานในระดับมีการศึกษาสูง เช่น อนุปริญญา ปริญญาตรี ซึ่งถือเป็นกลุ่มหัวขบวนในการพัฒนาประเทศ

วันนี้ประชากรในวัยแรงงานของไทยมีประมาณ 38 ล้านคน แบ่งเป็นภาคบริการและการค้า 18 ล้าน ภาคเกษตร 10 ล้าน และภาคการผลิตอุตสาหกรรม 10 ล้าน (สำนักงานสถิติแห่งชาติ) นับเป็นกลุ่มประชากรขนาดใหญ่ จึงควรได้รับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่ที่เหมาะสม และส่งเสริมให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศอย่างเต็มที่

การปรับแนวคิดวิธีกำหนดค่าแรงขั้นต่ำแบบยึดประสิทธิภาพแรงงาน นอกจากจะเป็นประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อผู้ใช้แรงงานเองแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมให้มีความเข้มแข็งขึ้นด้วย เป็นการสร้างสมดุลทั้งด้านแรงงานและผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศทั้งระบบ

เปิดใจ “เสี่ยเฮ้ง” พร้อมหนุนลุงตู่รับศึกใหญ่ ชนแลนสไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538223

07 ธ.ค. 2565

เปิดใจ "เสี่ยเฮ้ง" พร้อมหนุนลุงตู่รับศึกใหญ่ ชนแลนสไลด์

จาก กระแสข่าวยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการบริหารพรรค พปชร. เพื่อไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) วันนี้ “เสี่ยเฮ้ง” มาตอบ ทำไมถึงออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แล้วทำไมถึงตั้งใจไปกับลุงตู่

กระแสข่าวยื่นหนังสือลาออกจากกรรมการบริหารพรรค พปชร. เพื่อไปร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) วันนี้ “เสี่ยเฮ้ง” หรือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ได้มาให้สัมภาษณ์ในรายการ คมชัดลึก ช่องเนชั่นทีวี ที่ดำเนินรายการโดย นาย วราวิทย์ ฉิมมณี ในหัวข้อ ทำไมถึงออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แล้วทำไมถึงตั้งใจไปกับลุงตู่แน่ๆ มีที่มาเบื้องลึกอย่างไร โดยรายละเอียดมีดังนี้

ทำไม “เสี่ยเฮ้ง” ถึงออกจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แล้วทำไมถึงตั้งใจไปกับลุงตู่แน่ๆ มีที่มาเบื้องลึกอย่างไร ?

กล่าวว่าในตอนนี้ผมต้องแสดงความชัดเจน ถ้าเกิดผมอยู่อย่างนี้โดยไม่แสดงอะไรเลย แล้วเกิดเป็นไปตามข่าวจริงๆ มันจะทำให้คนไม่สบายใจ ผมเองกับลุงตู่ลุงป้อม รักเหมือนกัน มีบุญคุณกับผมมากๆทั้งคู่ แต่ถ้าให้เลือก ผมห่วงลุงตู่มากกว่า เพราะลุงป้อมมีองคาพยพเก่งๆเยอะ เป็นหัวหน้าพรรคมาหลายปี ไม่มีใครหลอกท่านได้ รู้บริบทการเมืองหมดแล้ว แต่ถ้านายกเป็นไปตามข่าวออกจากพรรคจริง ผมพักตัวเองมาอยู่ในจุดสูญญากาศก่อนดีกว่า ถ้านายกไปจริงผมก็ไป

แล้วท่านนายกจะรออะไร ?

บางทีมันเป็นเรื่องของข้อกฎหมายและมารยาททางการเมือง แบบผมงี้มันไม่เป็นไร แต่แบบลุงตู่ ลุงป้อมก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมายาวนานและยังมีกันอยู่ จะแสดงตัวแบบชัดๆตอนนี้มันก็ยังไม่ใช่เวลา อันนี้ผมคิดแทนท่านนายกนะ

ตัว “เสี่ยเฮ้ง” ไม่กังวล แต่นายกไม่กังวลเหรอถ้ามันไม่มาตามเป้าหมายที่คาดคิดไว้การจะไปบ้านหลังใหม่แต่เสียงไม่มากพอ

ท่านก็ตัดสินใจอยู่ มันเป็นเรื่องที่กระทบกับตัวท่าน ผมก็รอท่านอยู่ ผมพร้อมจะไปกับท่านอยู่แล้ว ถ้าท่านอยุ่ที่เดิม ผมก็อยู่ที่เดิม เค้าไปไหนผมไปด้วย นอกจากเค้าไม่เอาผม 

เคยบอกท่านนายกให้พอจากตำแหน่งไหม ?

ผมพูดไปก็เหมือนอวยนายก คนรักลุงตู่เยอะมากๆ พลังเงียบ ฉะนั้นผมไม่เคยบอก

สุดท้ายถ้าครั้งนี้มันไม่เป็นไปตามหวัง ห่วงนายกไหม ?

ถ้าไม่เป็นไปตามหวังก็ต้องไปด้วยกันหมด การเลือกตั้งแพ้หรือชนะเป็นเรื่องของประชาชน 

‘ไทยสร้างไทย’ แฉ กู้โควิด 5 แสนล้าน แต่เงินเหลือ 0 บาท ไม่พอจ่ายค่าเสี่ยงภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538213

07 ธ.ค. 2565

'ไทยสร้างไทย' แฉ กู้โควิด 5 แสนล้าน แต่เงินเหลือ 0 บาท ไม่พอจ่ายค่าเสี่ยงภัย

‘ไทยสร้างไทย’ แฉ เห็นหลักฐาน กู้เงินโควิด 5 แสนล้าน แต่เงินเหลือ 0 บาท ไม่พอจ่ายค่าเสี่ยงภัยฝ่ายสนับสนุน หมอพยาบาล และโรงพยาบาลบางพื้นที่

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ดร.สุวดี พันธุ์พานิช เหรัญญิกและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตป้อมปราบฯ สัมพันธวงศ์ พระนคร พรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยถึงกรณีบุคลากรทางการแพทย์ยังไม่ได้เบี้ยเสี่ยงภัยโควิด19 ค้างจ่ายตั้งแต่ปี 2564 ว่า เป็นเรื่องน่าตกใจมาก เมื่อตนได้เห็นจดหมาย ซึ่งใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน กว่าจะถึงบุคลากรทางการแพทย์นอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุขว่า เงินกู้โควิด 5 แสนล้านบาทนั้น คงเหลือ 0.0000 บาท จึงไม่เหลือพอให้หน่วยงานโรงพยาบาลนอกสังกัดเบิกได้ ขณะที่หนังสือภายในของกระทรวงสาธารณสุขให้โรงพยาบาลในสังกัดเบิกได้ถึง 30 กันยายน 

โดยฝ่ายสนับสนุนทำหน้าที่ปฎิบัติงานจริงใกล้ชิดคนไข้มีความเสี่ยงโดยตรง เช่น เจ้าหน้าที่ x-ray , ผู้ช่วยพยาบาล , นักเทคนิคการแพทย์ , แม่บ้าน , เวรแปล หรือ เจ้าหน้าที่ซักรีด กลับได้รับการจัดสรรเพียงน้อยนิด ราว 1 ใน 4 ของวิชาชีพ โดยโรงพยาบาลนอกสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เช่น โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครยังไม่ได้รับค่าตอบแทนตั้งแต่ปี 64
 

ดร.สุวดี กล่าวต่อว่า รู้สึกตกใจและเป็นกังวลต่อการใช้งบประมาณตามวัตถุประสงค์การใช้เงินกู้เนื่องจากค่าใช้จ่าย โดยตรงเกี่ยวกับผู้ให้บริการในโรงพยาบาลกลับถูกเลี่ยงการจ่าย ประชาชนที่มีหน้าที่จ่ายเงินกู้จะรู้สึกอย่างไร เมื่อเงินภาษีของพวกเขาไปไม่ถึงเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาล ตอนที่ขอกู้เงิน 500 แสนล้าน ไม่ได้ระบุชื่อโรงพยาบาลไว้ 

ดังนั้นขอให้จัดสรรอย่างเท่าเทียมและซื่อสัตย์ต่อผู้ทำงานในช่วงเวลาวิกฤติ เนื่องจากพวกเขาได้แลกเอาช่วงเวลาชีวิตดังกล่าวในการทำหน้าที่ดูแลคนไข้ที่มีจำนวนมาก และขอให้ฝ่ายตรวจสอบช่วยทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินกู้ว่าเหตุใด จึงไม่นำไปใช้กับบุคลากรซึ่งทำหน้าที่โดยตรงกับการรักษาโควิดจนกระทั่งเงินหมด

ดร.สุวดี ยังจี้ถึงผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง อย่าหวังหาเสียงบ่อหน้า จากการปรับเงินเดือนหมอ พยาบาล ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยข้ามปีทั้งยืดทั้งเบี้ยว เร่งหามาจ่ายก่อน

‘เผ่าภูมิ’ เผย เหตุผลทำไม ‘เพื่อไทย’ มั่นใจ ‘ค่าแรง600’ ทำได้จริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538205

07 ธ.ค. 2565

'เผ่าภูมิ' เผย เหตุผลทำไม 'เพื่อไทย' มั่นใจ 'ค่าแรง600' ทำได้จริง

‘เผ่าภูมิ’ เผย เหตุผล ‘เพื่อไทย’ มั่นใจ ‘ค่าแรง600’ ทำได้จริง ยกโมเดลสมัย ‘ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ’ สำเร็จ ลดภาษีนายจ้าง แต่รายได้เพิ่มขึ้นและเงินเปลี่ยนมือเร็ว

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทยและผู้อำนวยการศูนย์นโยบายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสิ่งที่สังคมตั้งคำถามเหตุผลปรับ “ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” 600 บาทต่อวันและปรับเงินเดือนผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี 25,000 บาท

ค่าแรง 600 บาท กับปี 2570 เหมาะไหม ทำได้หรือไม่? 
ต้องดูว่าคนถามมองอนาคตอย่างไร หากยังมองไทยเป็นผู้รับจ้างผลิต เป็นเกษตรกรรมขั้นพื้นฐาน เป็นการท่องเที่ยวราคาถูก เป็นการผลิตที่ใช้แต่แรงงานไร้ฝีมือ ไม่แปลกใจว่าค่าแรง 600 บาท คงเป็นสิ่งที่เพ้อฝัน เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่วิธีคิดของพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่วิสัยทัศน์ของหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 

การเลือกตั้งครั้งนี้ หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ในอีก 5 ปีข้างหน้า จะยกระดับการผลิตไปอีกขั้น จากผู้ผลิตตามคำสั่งต่างชาติ จะกลายเป็นการเป็นผู้สร้างนวัตกรรม , จากภาคการเกษตรตามยถากรรมจะพลิกเป็นการเกษตรที่กำหนดราคาได้ , จากการตลาดนำการผลิต จากภาคบริการรายได้ต่ำ เป็นภาคบริการชั้นสูงที่ยกระดับรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น

ต่อไปนี้ไทยจะดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติด้วยเศรษฐกิจศักยภาพสูง ด้วยแรงงานศักยภาพสูง ไม่ใช่แรงงานทักษะต่ำราคาถูก ยกระดับไม่มองเวียดนามเป็นประเทศคู่แข่ง แต่จะมองสิงคโปร์และประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นคู่แข่งแทน ซึ่งจะต่างจากผู้วิจารณ์ที่มองและนั่นนำไปสู่ค่าแรงที่แตกกัน 

ค่าแรง 600 บาท คิดจากอะไร? 
3 องค์ประกอบของค่าแรง การโตของเศรษฐกิจ ผลิตภาพแรงงาน และเงินเฟ้อ มองว่า ค่าแรงต้องถูกปรับอย่างสม่ำเสมอตามปัจจัย แต่ 20 ปีที่ผ่านมาเกาะอยู่เงินเฟ้อและผลิตภาพแรงงาน และโตไม่ทัน GDP เศรษฐกิจขยายตัวเร็วกว่ารายได้ของแรงงาน รายได้นายจ้างโตเร็วกว่าลูกจ้าง

ค่าแรง 600 บาท กับนายจ้าง? 
นายจ้างกับลูกจ้างต้องเดินไปคู่กัน การปรับค่าแรงขั้นต่ำต้องทำคู่ขนานกับต้นทุนนายจ้าง เราจะมีการออกมาตรการสำหรับผู้ประกอบการ เช่น การลดภาระนายจ้าง ลดภาษี โดยได้หยิบยก สมัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เคยมีนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันสามารถ 1.เพิ่มค่าแรง 2.ลดภาษีผู้ประกอบการ แต่เก็บภาษีได้เพิ่มมากขึ้น รายได้เอกชนขยายตัวขึ้น 3. GDP ขยายตัว ถือเป็นสำเร็จของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การขึ้นค่าแรง เศรษฐกิจยังโต

ค่าแรง 600 บาท กับการเร่งเงินให้หมุนเร็วในระบบเศรษฐกิจ?
ปัจจุบันเม็ดเงินในประเทศหมุนช้าที่สุดในรอบ 20 ปี ประเทศไทยจำเป็นต้องเพิ่มความเร็วของการหมุนเงินในระบบเศรษฐกิจ และรายได้ที่เพิ่มขึ้นของแรงงานเป็นหนึ่งในคำตอบที่สำคัญ จำเป็นต้องสร้างรายได้ให้ชนะภาระหนี้และสามารถสร้างเศรษฐกิจที่ขยายตัว  ซึ่งสำเร็จในรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เงินเปลี่ยนมือเร็ว เงินหมุนเร็ว กว่าในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกือบ 40% 

‘เพื่อไทย’ ประกาศขึ้นค่าแรง600 ได้จริง แต่ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538192

07 ธ.ค. 2565

'เพื่อไทย' ประกาศขึ้นค่าแรง600 ได้จริง แต่ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้

‘เพื่อไทย’ ซัด 10 ปี ค่าแรงคนไทย ขึ้น 50 บาท ทำให้เกิด ‘รวยกระจุก จนกระจาย’ ยืนยันนโยบายขึ้นค่าแรง600บาทต่อวัน ทำได้หากเป็นรัฐบาล

กรณีพรรคเพื่อไทยประกาศ นโยบาย “ขึ้นค่าแรง” ไม่ต่ำกว่า 600 บาทต่อวัน เงินเดือนของผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อยู่ที่ 25,000 บาทขึ้นไป กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและฝ่ายไม่เห็นด้วย ซึ่งฝ่ายไม่เห็นด้วยเกรงว่าจะกระทบต่อค่าครองชีพ การจ้างงาน การลงทุน 


วันนี้ 7 ธ.ค. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พรรคเพื่อไทย และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ผู้ที่ประกาศ 10 นโยบายพลิกฟื้นประเทศ ปี 2570 ชี้แจงว่า วิสัยทัศน์ดังกล่าว หากเพื่อไทยได้เข้ามาเป็นรัฐบาล จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะค่าแรง 600 บาท วันนี้หากคิดว่าการขึ้นค่าแรง จะส่งผลให้ต้นทุนการทำธุรกิจต่างๆเพิ่มขึ้น แน่นอนว่าเดือดร้อนแน่ เพราะภาพรวมของเศรษฐกิจขณะนี้ไม่ดี

แต่ที่พรรคเพื่อไทยพูดถึงนโยบายนี้นั้น หากเราเข้ามาเป็นรัฐบาล จะทำภาพรวมเศรษฐกิจเติบโตไปพร้อมๆกัน ซึ่งสมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เคยมีประกาศนโยบาย “ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” 300 บาท แต่ขณะนี้เวลาผ่านมา 10 ปี ขึ้นเพียง 50 บาทเท่านั้น

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ “รวยกระจุก จนกระจาย” คนที่ได้ผลประโยชน์มีเพียงคนกลุ่มเล็กเท่านั้น แต่ฐานรากยังได้รับความเดือดร้อน ยังไม่ได้รับเกียรติ ศักดิ์ศรีเท่าที่ควร ฉะนั้น เพื่อไทยต้องคิดใหญ่ เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปด้วยกัน และไม่ได้เป็นการเอานโยบายมาใช้ 

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

น.ส.แพทองธาร ได้เปรียบเทียบประเทศญี่ปุ่นที่มี ค่าแรง 1,800 บาท ต่อวันเพราะภาพรวมเศรษฐกิจของเค้าดีทั้งประเทศ เมื่อแรงงานมีรายได้เพิ่ม จับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น เป็นตัวผลักดันเศรษฐกิจทั้งประเทศดีขึ้นเช่นกัน 

“วันนี้ไม่แปลกเลยที่ค่าแรง600บาท ยังทำไม่ได้ในประเทศไทย เพราะเศรษฐกิจยังไม่ดี หากเศรษฐกิจดีทั้งระบบ ทุกอย่างจะไปตามธรรมชาติ”

ส่วนที่บอกว่า จะมี GDP เติบโต 5% เราไม่ได้บอกจะกำหนดตัวเลขนี้ทุกปี ปีแรกที่ทำงานอาจสูง 5%ก็ได้ แต่ปีต่อไปอาจจะลดลงตามเลขเฉลี่ยของแต่ละปีที่เติบโต รวมถึงดูเศรษฐกิจโลกประกอบด้วย ซึ่งต้องการให้ทุกคน ทุกชนชั้น ทุกฐานะ ได้รับประโยชน์ออกมาใช้สอย ลดหนี้สิน ดูแลครอบครัวของตัวเองได้ นี่คือสิ่งที่ พรรคเพื่อไทยเปลี่ยนแคมเปญเป็น “คิดใหญ่ ทำเป็นเพื่อไทยทุกคน” คิดเล็กปัญหาไม่จบแน่นอน 

นายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายเพื่อไทยนายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายเพื่อไทย

ด้านนายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการนโยบายเพื่อไทย ยืนยันการขึ้นค่าแรงไม่ทำลายโครงสร้าง ยังเป็นการทำงานร่วมกันในระดับไตรภาคี ค่าแรงขั้นต่ำ คิดขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ เพราะค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น พรรคเพื่อไทยรู้ว่าผลิตภาพการผลิต คือที่มากำไรของผู้ประกอบการที่จะนำมาจ่ายเงินเดือน-โบนัส แรงงานได้  รวมถึงพูดถึงการแนวทางสร้างรายได้หากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลและทำได้แน่นอน  ว่า 

ภาคธุรกิจ 
รัฐเก็บรายได้จากกลุ่มธุรกิจ 20% จากกำไร แปลว่า รัฐถือหุ้นเอกชน 20% ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่รัฐ ที่ต้องทำให้เศรษฐกิจเติบโต เพื่อหารายได้  

ภาคการเกษตร

คิดเป็น 40% ของประเทศ แต่สร้างรายได้เพียง 8% ของ GPD จึงต้องยกระดับรายได้จากภาคเกษตรจาก 10,000 บาท/ไร่/ปี เป็น 30,000 บาท/ไร่/ปี ด้วยหลักการทำงาน ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ ก็จะเกิดรายได้

ภาคการท่องเที่ยว 
รายได้การท่องเที่ยวก่อนเกิดการระบาดของโควิด อยู่ที่มูลค่า 1.9 ล้านล้านบาท แต่เพื่อไทยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 3 ล้านล้านบาท ด้วยการสร้างแรงดึงดูดจากศักยภาพการท่องเที่ยวที่ไทยมีอยู่มากมาย และการจัดการบริหารการบิน-สนามบิน-ด่านตรวจคนเข้าเมือง เราจะไม่บริหารราชการแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบปัจจุบัน

Soft power 
ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ใหม่ 1 ครอบครัว 1 คน จะสร้างงานขึ้น 20 ล้านตำแหน่ง คำนวณรายได้ 200,000 บาท/ปี คิดเป็นรายได้ 4 ล้านล้านบาท หรือรายได้เพิ่มขึ้น 25%   

ขยายความทำอย่างไรได้ “ค่าแรงขั้นต่ำ” 600 บาท/วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538181

07 ธ.ค. 2565

ขยายความทำอย่างไรได้ "ค่าแรงขั้นต่ำ" 600 บาท/วัน

เจ้าของสโลแกน คิดใหม่ ทำใหม่ ขยายแนวคิด ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ทำได้จริง ด้วยการทำให้เศรษฐกิจขยายตัวตามเป้าที่วางไว้

ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีปรากกฏการณ์ ฮือฮา ในโลกโซเชียล พากันติด แฮชแท็ก ลบไม่ช่วยให้ลืม มีเนื้อหาถึงนโยบายพรรคพลังประชารัฐที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ถูกลบไปจากโซเชี่ยล ประกอบไปด้วย

-นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท

-ป.ตรีเงินเดือน 2 หมื่น อาชีวะเงินเดือน 1.8 หมื่น

-เด็กจบใหม่ เสนอยกเว้นภาษี 5 ปี

-เสนอยกเว้นภาษี พ่อค้าแม่ค้า ออนไลน์ 2 ปี

-ลดภาษี 10 % บุคคลธรรมดา

หลังเป็นรัฐบาลมาเกือบสี่ปี ยังไม่มีนโยบายที่ทำสำเร็จ

นโยบายหาเสียงพรรคพลังประชารัฐนโยบายหาเสียงพรรคพลังประชารัฐ

เรื่องเหล่านี้ได้รับการชี้แจงจากไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคและชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ว่าเป็นนโยบายเก่าของพรรค หลายเรื่องมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียด และจากนี้ต้องมองไปข้างหน้า หานโยบายใหม่มาทำให้ประชาชน เพราะเรื่องอดีตผ่านมาแล้ว และนโยบายเมื่อร่วมรัฐบาล ก็ต้องนำนโยบายของพรรคการเมืองอื่น ๆ มาร่วมดำเนินการด้วย ประกอบกับมีการปรับเปลี่ยนทีมโซเชี่ยลมีเดียใหม่ จึงมีการลบนโยบายดังกล่าว

นี่เป็นข้อมูลอีกด้านที่ถูกขุดขึ้นมาตั้งคำถามกลับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ที่ตั้งคำถามว่า จะหาเงินจากไหนมาจ่ายค่าแรงขั้นต่ำวันละ600 บาท รวมถึงปริญญาตรี เงินเดือน2.5 หมื่นบาท  เช่นเดียวกับ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ระบุว่า นโยบายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาท เป็นการหาเสียงที่ไม่รับผิดชอบ และทำให้เศรษฐกิจพังพินาศ

เพื่อไทยแจงที่มานโยบาย ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวันเพื่อไทยแจงที่มานโยบาย ค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน

คิดใหญ่ ทำเป็น ของพรรคเพื่อไทย ได้รับการอธิบายจาก คิดใหม่ ทำใหม่  สมัยไทยรักไทย โดยไม่ต้องประจานความล้มเหลวของนโยบายพลังประชารัฐที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 และอยู่มาจนเกือบครบวาระยังไม่สามารถทำได้  ด้วยชุดคำอธิบายที่ว่า ค่าแรงขั้นต่ำที่ว่ามีหลักคิดมาจากการปั้นเศรษฐกิจให้ดีทำให้ขึ้นค่าแรงได้  600 บาท เป็นการปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เกิดการใช้เงินดูดคนเข้ามาทำงาน เงินเดือนก็จะสูงขึ้นตามกลไก เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น

สอดคล้องกับศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ที่อธิบายว่าค่าแรงขั้นต่ำเป็นเครื่องมือในการคัดว่า  ธุรกิจไหนไม่ต้องอยู่  ไม่มีธุรกิจไหนเจ๊ง เพราะการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ดับฝัน ‘ปลดล็อกท้องถิ่น’ ตั้งแต่เริ่ม ด้วยมติเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย 245

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538175

07 ธ.ค. 2565

ดับฝัน 'ปลดล็อกท้องถิ่น' ตั้งแต่เริ่ม ด้วยมติเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย 245

การลงมติรับหลักการ ‘ปลดล็อกท้องถิ่น’ เป็นอันต้องจบลงที่วาระแก ด้วยคะแนนเสียงไม่เห็นด้วย 245 เห็นด้วย 254 และงดออกเสียง 129

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมพิจารณาลงมติรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ “ปลดล็อกท้องถิ่น” ที่นำเสนอโดยนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ,นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล 

โดยก่อนหน้านี้(30 พ.ย.) สมาชิกร่วมอภิปรายในร่างดังกล่าวใช้เวลานานเกือบ 12.30 ชั่วโมง จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้นัดประชุมรัฐสภา (ส.ส.-ส.ว.) ลงมติร่างฯ ดังกล่าวในวาระแรกในวันนี้ 

ปรากฎว่า ผลในที่ประชุม ส่วนใหญ่ไม่รับหลักการ ด้วยคะแนนเสียง ไม่เห็นด้วย 245 เห็นด้วย 254 และงดออกเสียง 129 ทำให้ร่างแก้ไขการปกครองส่วนท้องถิ่นถูกตีตกไปทันที

ขอ’อัยการสูงสุด’ ตรวจสอบคดี ตู้ห่าว ที่ภูเก็ต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538173

07 ธ.ค. 2565

ขอ'อัยการสูงสุด' ตรวจสอบคดี ตู้ห่าว ที่ภูเก็ต

วัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ขอให้ตั้งกรรมการสอบ คำสั่งไม่ฟ้อง ‘ตู้ห่าว’ คดีพยายามฆ่า คู่กรณีที่ภูเก็ต

วัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือผ่านนายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด  ถึงน.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีอัยการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งไม่ฟ้อง ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือ ตู้ห่าว ซึ่งตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีจ้างวานพยายามฆ่าผู้อื่น และจ้างวานวางเพลิงเผาทรัพย์สินผู้อื่น  ผู้ต้องหาในคดี

คนร้ายซึ่งเป็นธุรกิจคู่แข่ง บุกเข้าไปเผาสวนงู ที่จังหวัดภูเก็ต และทำร้ายรปภ. ได้รับบาดเจ็บสาหัสจนพิการ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.55 แต่สุดท้ายอัยการจังหวัดภูเก็ตมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคดีทั้งหมด  สำนวนคดีมีจำนวน 800 หน้า แต่ใช้เวลาพิจารณาเพียง 1 วัน และต่อมาเมื่อปี 2563 นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดแล้วนั้น 

วัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ขอรื้อคดีตู้ห่าวที่ภูเก็ตวัชระ เพชรทอง ยื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด ขอรื้อคดีตู้ห่าวที่ภูเก็ต

 เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจและเคลือบแคลงสงสัยของประชาชน ด้วยความเคารพต่อองค์กรของอัยการซึ่งเป็นทนายของแผ่นดิน จึงขอสอบถามอัยการสูงสุดดังนี้

– อัยการจังหวัดภูเก็ต (ขณะนั้น) มีคำสั่งไม่ฟ้องนั้นเป็นตามหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรมหรือไม่

– การที่อัยการสูงสุด (ขณะนั้น) มีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องคดี  สำนักงานอัยการสูงสุดสามารถทบทวนคำสั่งตามกฎหมายอื่นใดเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียหายได้หรือไม่ อย่างไร

-ขอให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนอัยการจังหวัดภูเก็ตกับพวก (ขณะนั้น) กรณีคดีนายชัยณัฐร์  กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว กับพวก ข้อหาจ้างวานพยายามฆ่าผู้อื่น และจ้างวานวางเพลิงเผาทรัพย์สินผู้อื่น ว่าการสั่งคดีเป็นไปตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยชอบหรือไม่

อัดเพื่อไทยทำเศรษฐกิจเสียหายจากนโยบาย’ค่าแรงขั้นต่ำ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/538156

07 ธ.ค. 2565

อัดเพื่อไทยทำเศรษฐกิจเสียหายจากนโยบาย'ค่าแรงขั้นต่ำ'

รมว.แรงงานลืมว่าพรรคพลังประชารัฐเคยหาเสียงเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไว้ อัด ‘เพื่อไทย’ ให้600บาท/วัน ทำเศรษฐกิจเสียหาย

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสเฟสบุ๊ควิจารณ์นโยบาย คิดใหญ่ ทำเป็น ของพรรคเพื่อไทย ที่มีเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน โดยเรียกร้องให้พรรคเพื่อไทย ให้คำนึงหายนะทางเศรษฐกิจ จากการหาเสียงดังกล่าว อย่าหาเสียงเพราะนึกสนุก เพราะสิ่งที่พูดออกมามันเหมือนการโยนระเบิดเวลาให้เจ้าของกิจการ การหาเสียงแบบนี้เป็นการโยนภาระให้ภาคเอกชน แต่ตัวเองได้คะแนนเสียงซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวจะกระทบต่อนักลงทุนต่างประเทศเพราะจะไม่กล้าเข้ามาลงทุน การออกมาพูดแบบนี้ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ

นโยบายค่าแรงขั้นต่ำ ถูกนำมาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งมาอย่างต่อเนื่อง แม้แต่พรรคพลังประชารัฐก็หาเสียงเรื่องค่าแรงขั้นต่ำเช่นกัน  ก่อนหน้านี้อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย เคยตั้งคำถามถึงมติคณะกรรมการค่าจ้างเสนอคณะรัฐมนตรี ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 2565 ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต ค่าแรง 354 บาทต่อวัน ส่วน 3 จังหวัดชายแดนใต้ , น่าน และ อุดรธานี ถูกสุด 328 บาทต่อวัน ว่ายังห่างไกลจากนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท เท่ากันทั่วประเทศ ที่พรรคพลังประชารัฐหาเสียงเลือกตั้งเอาไว้

อนุสรณ์ บอกว่า เรื่องนี้ ต้องถามกกต.ว่าจะดำเนินการอย่างไร ถ้าพรรคการเมืองไปหาเสียงแล้วทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ แล้วไม่เกิดผลทางกฏหมาย ต่อไปพรรคไหนอยากพูดอะไร อยากสัญญาอะไร พอทำไม่ได้ก็ไม่มีความผิด ไม่ต้องรับผิดชอบ กลายเป็นเพียงคำสัญญาที่ว่างเปล่าหลอกลวงประชาชน นโยบายที่ใช้หาเสียงแล้วทำไม่ได้ควรมีราคาที่ต้องจ่าย จะยุบพรรคหรือถูกลงโทษอย่างไรก็ควรต้องมีบรรทัดฐาน