“ไพศาล” ไม่ฟันธง “บิ๊กตู่” ยุบสภาเมื่อใด แต่มีการปรับ รัฐมนตรีเกิน10 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/537000

23 พ.ย. 2565

"ไพศาล" ไม่ฟันธง "บิ๊กตู่" ยุบสภาเมื่อใด แต่มีการปรับ รัฐมนตรีเกิน10 คน

“ไพศาล” พืชมงคล ให้สัมภาษณ์ในหัวข้อ อนาคต “ประยุทธ์” ยุบสภา ลาออก หรือลากยาว ลั่นตนไม่ทราบว่าจะยุบสภาตอนไหน แต่จะมีการซ่อมรอยที่รั่ว และมีการปรับรัฐมนตรีแน่ 12 คน 

วันนี้เมื่อเวลา 15.15 ในรายการ “คมชัดลึก” ช่องเนชั่น ได้เชิญ คุณ “ไพศาล” พืชมงคล เป็นกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี อุปนายกและเลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นักกฎหมายชาวไทย อดีตสมาชิกวุฒิสภาและอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ มาให้สัมภาษณ์ในหัวข้อ อนาคต “ประยุทธ์” ยุบสภา ลาออก หรือลากยาว โดยรายละเอียดมีดังนี้

หลังมีข่าวกรณี 2 ป.แยกทาง “ประยุทธ์” เปิดใจบอกลา “ประวิตร” เพื่อแยกค่ายไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อม “สุชาติ” ขน 12 ส.ส.พลังประชารัฐหนีตามไปอยู่สังกัดใหม่ รอแถลงเปิดตัวเป็นทางการ “ประวิตร” เต้นสั่งแกนนำเช็กกำลังพลที่เหลืออยู่ โดย คุณ “ไพศาล” พืชมงคล กล่าวว่า ท่านนายก “ประยุทธ์” วางตัวเหมือนพลเอกเปรม ลอยตัวเหนิอการเมืองมาตลอด 8 ปี แต่มั่นใจว่านายกต้องเห็นใจ ส.ส. ความไม่แน่นอนมีในพลังประชารัฐมากที่สุด ส่วนตัว เคยบอกให้ลงขยากตำแหน่งแล้ววันที่ พฤศจิกายน 64 จะเปนเวลาลงที่สวย

นาย “ไพศาล” พืชมงคลยังบอกอีกว่า ตนไม่ทราบว่า “ประยุทธ์” จะยุบสภาตอนไหน แต่จะมีการซ่อมรอยที่รั่ว และมีการปรับรัฐมนตรีแน่ เท่าที่คำนวนมีจากการดูดวง มีการปรับแน่ 12 คน 

ไพศาลไพศาล

‘ประชุมสภา’ ส่อแววไปไม่รอด ล่มนัดแรกหลังเอเปค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536986

23 พ.ย. 2565

'ประชุมสภา' ส่อแววไปไม่รอด ล่มนัดแรกหลังเอเปค

องค์ประชุมไม่ครบ ทำประชุม ‘สภาล่ม’ นัดแรก หลังประชุมเอเปค ชวน พร้อมเปิดรายชื่อ ให้ไปตอบคำถามมเองว่าทำไมไม่มาประชุม

เปิดประชุมสภาวันนี้ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดให้สมาชิกปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการแก้ไข

ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมตามปกติ จากนั้นได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ประทับรับฟ้องคดีนางสมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคเพื่อไทย กับพวกรวม 12 คน เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2565 ตามที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดี

ส่งผลให้นางสมหญิงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 จนกว่าศาลฎีกาฯ จะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น  จำนวน ส.ส.ที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนี้มี 474 คน มีองค์ประชุม 237คน

เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมในเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. โดยเป็นการพิจารณาต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว มีการอภิปรายของส.ส.และลงมติมาต่อเนื่อง จนถึงการลงมติในมาตรา 9 เพราะมีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและมีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ โดยขอเพิ่มมาตรา 9/1 ถึงมาตรา 9/21

ซึ่งนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กรรมาธิการ ได้ขอปรึกษาที่ประชุม เนื่องจาก ในมาตรานี้มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ และขอให้ที่ประชุมได้ถามมติในมาตรา 9/1 อีกครั้ง และอาจจะขัดกับมาตราอื่นๆต่อไป ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการลงมติใหม่  

หลังจากได้สั่งพักประชุมไปประมาณ 40 นาที เพื่อให้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและกรรมาธิการเสียงข้างมาก หารือให้ได้ข้อสรุปว่าจะให้ลงมติในมาตรา 9/1 ใหม่หรือไม่ ผลปรากฏว่าหลังจากกลับเข้าสู่การประชุมอีกครั้ง องค์ประชุมไม่ครบ ทำให้ประธานจึงสั่งปิดการประชุมทันทีในเวลา 14.05 น. โดยระบุสั้นว่า จะเปิดเผยรายชื่อส.ส.ที่ไม่มาร่วมเป็นองค์ประชุม เพื่อให้ไปตอบชาวบ้านเองว่า มีเหตุผลอย่างไร

เชื่อ ‘กฎหมายเลือกตั้ง’ ผ่านทั้งสองฉบับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536982

23 พ.ย. 2565

เชื่อ 'กฎหมายเลือกตั้ง' ผ่านทั้งสองฉบับ

อดีตเลขานุการ กมธ.ร่างกฎหมายพรรคการเมือง มั่นใจได้เลือกตั้งแน่ หลังกฎหมายพรรคการเมืองผ่านฉลุย เชื่ออีกฉบับไม่น่ามีปัญหา

นิกร จำนง ส.ส. พรรคชาติไทยพัฒนา อดีตเลขานุการ กมธ. ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ 9:0 ชี้ว่าร่างกฏหมายพรรคการเมืองไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ด้วยส่วนตัวเชื่อตั้งแต่ต้นว่าร่างกฎหมายเลือกตั้งทั้ง 2 ฉบับ จะไม่มีปัญหา และเตรียมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง โดยเชื่อว่าการเลือกตั้งอาจจะเกิดขึ้นไม่นานหลังจากนี้

พร้อมยืนยันว่าในการยกร่างกฎหมาย เพื่อแก้ไขในสิ่งที่กำหนดไว้ในกฎหมายแต่เป็นปัญหาในทางปฏิบัติ เช่นการทำไพรมารี่โหวต ที่การเลือกตั้งปี 2562 คสช. ออกคำสั่งให้งดเว้นการทำไพรมารี่

ส่วนการปรับเงื่อนไขคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง เพื่อเปิดให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง ประเด็นตัวแทนประจำจังหวัดที่ในทางปฏิบัตินั้นมีปัญหามาก เดิมหากในจังหวัดสงขลา มี 8 เขต ต้องมีตัวแทนประจำจังหวัดทั้ง 8 เขต และการแก้กฎหมายใหม่ กำหนดไว้ 1 แห่ง จะใช้สาขาพรรค หรือตัวแทนประจำจังหวัด ดำเนินการก็ได้ ในการพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

โดยขั้นตอนหลังจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะส่งคำวินิจฉัยกลับมายังประธานรัฐสภา จากนั้นตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 145 ประธานรัฐสภาจะส่งร่างให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมเพื่อโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม บังคับใช้เป็นกฎหมาย ซึ่งพรรคการเมืองเตรียมการได้เลยสำหรับดำเนินการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ทุกอย่างคลี่คลายแล้วและเตรียมเข้าสู่โหมดของการเลือกตั้ง

ส่วนหลังจากนี้ จะรอความชัดเจนจากร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาในวันพุธที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาใดที่จะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นกฎหมายที่ยกร่างมาจาก กกต. และผ่านการพิจารณาจากครม. สำนักงานกฤษฎีกาแล้ว 

ประเด็นเดียวที่ถูกแย้งว่าขัดกับกฎหมายคือ เรื่องของการจัดทำกฎหมายไม่แล้วเสร็จภายใน 180 วัน ส่วนตัวเชื่อว่าการกระทำกฎหมายเป็นของรัฐสภา ซึ่งหากจะขัดก็ขัดแต่ข้อบังคับการประชุมของรัฐสภาไม่ได้ขัดต่อกฎหมายอื่น

สภาวุ่น “ชูวิทย์-สันธนะ” หวิดวางมวย ปะทะคารมตะโกนด่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536973

23 พ.ย. 2565

สภาวุ่น "ชูวิทย์-สันธนะ" หวิดวางมวย ปะทะคารมตะโกนด่า

“ชูวิทย์” ยื่นกมธ.ป.ป.ช. ตรวจสอบเส้นทางการเงิน แต่เกิดเหตุเผชิญหน้า “สันธนะ” ที่กำลังเข้ายื่นร้องเรียนเช่นกัน ต่างฝ่ายปะทะคารม หวิดวางมวยกลางสภา เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมสถานการณ์ได้

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. ที่อาคารรัฐสภา เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย หลังจาก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีต ส.ส. เดินทางมารออยู่ก่อนแล้ว หลังยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ของนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล 

จากนั้นไม่นาน นายสันธนะ ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกมธ.ป.ป.ช.ด้วยเช่นกัน 

โดยระหว่างที่ทั้งคู่เผชิญหน้ากัน นายชูวิทย์ (ตะโกน) “ใส่กระโปรงมาหรือเปล่าให้ถอดมาเลย จะเดินหนีทำไม ชอบตีกินไปเรื่อย เก่งทุกอย่าง รู้ทุกเรื่อง และขอให้นายสันธนะเดินเข้ามาหาตนเอง สัญญาต่อหน้าตำรวจ ว่า ไม่ทำอะไร ไม่ต้องกลัว ทำต่อหน้าดีกว่า อย่าเก่งลับหลัง”

ขณะที่ทางนายสันธนะ ยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ซึ่งห่างจากจุดที่นายชูวิทย์ยืนอยู่ 10 เมตรเท่านั้น โดยมีตำรวจสน.บางโพ และตำรวจประจำรัฐสภา ยืนกั้นกลางเพื่อป้องกันการเผชิญหน้า 

นายสันธนะ ยืนยัน ไม่ได้ตั้งใจตามนายชูวิทย์มาที่อาคารรัฐสภาเพื่อยั่วยุ แต่มีนัดหมายล่วงหน้าอยู่แล้ว ส่วนตัวเชื่อว่านายชูวิทย์ทราบ ตนจะเดินทางมาที่รัฐสภา และเจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะอยู่แล้ว ตนให้เกียรติเจ้าหน้าที่ที่ใส่เครื่องแบบมา และนี่คือรัฐสภา ตนให้เกียรติสถานที่ มันคงเกิดการเผชิญหน้าไม่ได้ 

“ถ้าอยากเจอคงไม่ต้องมาเจอที่นี่ ตรงไหนมันแอบเจอกันได้ และ หากวันไหนเกิดเหตุอะไรกับเขาขึ้น ไม่ใช่ตน เพราะมีคนไม่พอใจเขาแทนผม” นายสันธนะ กล่าว

ส่วนที่มายื่นหนังสือในเวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ใช่ความตั้งใจใช่หรือไม่ นายสันธนะ กล่าวว่า เรื่องเวลาสามารถคาดเคลื่อนได้จากปัญหาการจราจร และที่มาเวลาใกล้เคียงกันเป็นเรื่องบังเอิญ (ทำเสียงสูง) และวันนี้ตนมีหลักฐานมายื่น ไม่เหมือนอีกฝ่าย ต้องเข้าใจด้วยว่าตนเองทำงานมาก่อน ไม่ได้ใช้ปากอย่างเดียว 

 “เห่าก็เห่าไป การทำงานถ้าเราฟังแต่เสียงข้างถนน เห่าไปเห่ามา ไม่นานก็คงไม่สำเร็จดังนั้นตนไม่ได้ใส่ใจ ขอสังคมอย่ากังวล” นายสันธนะ กล่าว

ส่วนกรณีที่นายชูวิทย์ เปิดชื่อของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่ส อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รู้จักกับนาย ตู้ห่าว นายทุนชาวจีน ว่า ให้อีกฝ่ายเปิดเลย เขาจะได้รับผิดชอบ แต่ส่วนตัวต้องมีหลักฐานที่เป็นเอกสารราชการ และตนเชื่อว่า ร.อ.ธรรมนัส กับ นายตู้ห่าว รู้จักกัน พูดคุยกัน อยู่ในระดับพูดคุยกันได้ แต่ตน เคยเจอหน้าพร้อมกันกับนายตู้ห่าว และ ร.อ.ธรรมนัส 

ส่วนจะพากันไปพบกับคนที่ชอบสะสมนาฬิกา หรือไม่ คงตอบไม่ได้เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่ยอมรับว่าตนเองกับร.อ.ธรรมนัส รู้จักกันตั้งแต่เป็นยศ ร.ท.

ทั้งนี้พร้อมที่จะเข้าชี้แจงต่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพราะเตรียมหลักฐานมาพร้อมแล้ว อยากจะพิสูจน์อะไรก็ทำได้ เสื้อตนก็ถอดได้ กางเกงก็ถอดให้คุณดู ทุกอย่างนายชูวิทย์ กล่าวหา เป็นเรื่องส่วนตัวทั้งหมดสามารถพิสูจน์ได้ว่าใช่หรือไม่ใช่ 

อย่างไรก็ตาม นายชูวิทย์ ได้ยืนรอนายสันธนะ ร่วม 40 นาที ก่อนเดินทางกลับ โดยไม่มีเหตุความรุนแรง ก่อนกลับ นายชูวิทย์ ได้แตะบ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและกล่าวชื่นชมและขอบใจที่มาดูแลรักษาความปลอดภัย 

“วันนี้คงไม่ต้องบอกว่าตนเป็นคนดีหรือใครเป็นคนเลว ขอให้คุณดูเอาแล้วกัน อย่างน้อยสังคมบ้าแบบนี้ ต้องมีคนที่พูดความจริง เอาเรื่องจริงมาพูด ไม่อย่างนั้นสังคมนี้จะอยู่ไม่ได้ คนแบบนี้ต้องจัดการ พวกคุณจำไว้ว่าคุณมาช่วยผม ไม่ต้องห่วง ผมไม่ทำอะไรหรอก” นายชูวิทย์ กล่าว 

นายสันธนะ ประยูรรัตน์นายสันธนะ ประยูรรัตน์นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์2 ฝ่าย เผชิญหน้ากัน2 ฝ่าย เผชิญหน้ากัน

พรรคเพื่อไทย เดินหน้า ค้านกฎหมายกัญชาเต็มที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536970

23 พ.ย. 2565

พรรคเพื่อไทย เดินหน้า ค้านกฎหมายกัญชาเต็มที่

พรรคเพื่อไทยเห็นว่ากฎหมายกัญชา มีช่องโหว่นำไปใช้สันทนาการ จึงต้องคัดค้าน แต่ไม่ปิดกั้น นำไปใช้ทางการแพทย์

สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้กัญชาออกจากบัญชียาเสพติด โดยที่ยังไม่มีกฎหมายการใช้มารองรับ เท่ากับเป็นการเปิดช่องให้ใช้กัญชาในทางที่ผิด การสนับสนุนกัญชาเสรีของพรรคที่สนับสนุนแนวคิดนี้  ดูเหมือนจะเป็นไปเพื่อใช้ในทางการแพทย์   แต่มีช่องโหว่ให้ใช้เพื่อการสันทนาการด้วย 

สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ปัญหาที่ถกเถียงกันอยู่ในขณะนี้คือ หากใช้ในทางการแพทย์อย่างเดียว  ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ผ่านความเห็นชอบจากสภาแน่นอน  แต่เรารู้ทันเพราะมีการเปิดช่องเพื่อสันทนาการ  ซึ่งในการนำเอาร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง  ต้องมาดูในรายละเอียด  โดยมีข้อสังเกตและจุดยืนดังนี้

1.รัฐบาลไม่ห้ามเสพกัญชา  ยอมรับว่ากัญชามีประโยชน์ในทางการแพทย์ แต่หากใช้เพื่อการสันทนาการ พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะไม่ยกมือสนับสนุนให้ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชงผ่านสภาแน่นอน หากจะนำกลับมาพิจารณาใหม่ จะต้องเข้าไปดูในรายมาตราอีกครั้ง

2.แม้จะห้ามจำหน่ายกัญชา  โดยไม่ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีซื้อ  หมายความว่า ซื้อมาเสพมีความผิด แต่ปลูกเองเสพเองไม่ผิด  เพราะอนุญาตให้ปลูกในครัวเรือนได้ไม่เกิน 15 ต้นตามมาตรา 18 ในร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ทั้งยังห้ามขาย   ดังนั้นประชาชนไม่จำเป็นต้องซื้อปลูกเองได้  ยิ่งทำให้ประชาชนเสพกัญชาในบ้านได้ง่าย เมื่อไปถึง โรงเรียนก็เสพในห้องน้ำ  สิ่งเหล่านี้ทำได้ไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ 

3.ส่งเสริมให้ปลูกในครัวเรือน จากที่เคยหาเสียงไว้ว่าปลูกเพื่อจำหน่าย ชาวบ้านตาโต ให้ปลูกครอบครัวละ 6 ต้น รับซื้อกิโลกรัมละ 70,000 บาท ปีละ 400,000 กว่าบาท แต่ในชั้นกฎหมายห้ามขาย จึงต้องปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือน  นำไปประกอบอาหาร หรือทำยา และอย่าลืมว่าในกัญชามีทั้งสารดีอย่าง CBD และสารร้าย THC  พี่น้องประชาชนจำนวนมากยังไม่รู้  และไม่สามารถแยกสารเลือกเอาเฉพาะสารดีเข้าร่างกายได้  คือมีแค่พี้และเสพ

“ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่เข้าสภา ไม่ได้จำกัดการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างเดียว แต่มีช่องโหว่ให้เสพเพื่อสันทนาการด้วย  เราเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ไม่ชอบ  จึงให้ผ่านไม่ได้  จนกว่าจะไปแก้คำจำกัดความของกัญชาไม่ใช่ยาเสพติดในมาตรา 3  และข้อห้ามยุกยิก ห้ามเรื่องเล็กน้อยรวม 90 มาตรา  แม้บางอย่างเขียนไว้ห้าม  แต่ในทางปฏิบัติทำไม่ได้ เช่น การขออนุญาตปลูกขาย  ต้องแยกสาร  แล้วชาวบ้านจะมีเครื่องมือแยกได้อย่างไร หากปลูกทุกครัวเรือน ประเทศไทยมีกี่ครัวเรือน  ตำรวจกี่คนที่ต้องไปนั่งเฝ้า ตามจับกุม ลำพังยาบ้าอย่างเดียวคุณยังเอาไม่ไหว กัญชามีทุกครัวเรือนท่านจะทำอย่างไรไหว” นายสุทิน กล่าว

น.พ.สุริวทย์คนสมบูรณ์ ส.ส. ชัยภูมิพรรคเพื่อไทยน.พ.สุริวทย์คนสมบูรณ์ ส.ส. ชัยภูมิพรรคเพื่อไทย

นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ไม่มีความจำเป็นต้องไปแก้กฎหมายหรือปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด เพราะแต่เดิมใน พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ.2562  สามารถนำกัญชามาใช้ศึกษาวิจัยทางการแพทย์ได้ อีกทั้งการออกกฎหมายไปปลดล็อกได้สร้างปัญหามากมาย เพราะไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ทางการแพทย์ ที่จะนำมาใช้เพื่อสุขภาพอนามัย นอกจากนี้ราชวิทยาลัย แพทยสมาคม และแพทยสภา ก็มีความเห็นตรงกันว่าการนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์นั้นไม่ขัดข้อง แต่ไม่เห็นด้วยที่จะนำกัญชามาเสพเพื่อสันทนาการ กลุ่มแพทย์ทั้งหลายจึงได้ตั้งเงื่อนไขว่า การใช้กัญชาทางการแพทย์ที่มีประโยชน์ ควรเข้าเงื่อนไข 5 ข้อ ประกอบด้วย

1. การใช้กัญชาทางการแพทย์ จะต้องมีหลักฐาน งานวิจัย ข้อมูลเชิงประจักษ์ ลงตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองน่าเชื่อถือในระดับโลก ไม่ใช่เป็นการใช้ตามความเชื่อหรือฟังเขาเล่าต่อกันมา 

2. ผลิตภัณฑ์กัญชา ต้องเป็นการผลิตกัญชาที่มีคุณภาพ ปลูกภายใต้การควบคุมมาตรฐาน ภายใต้การควบคุมของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้สารสำคัญจำเป็นใช้ทางการแพทย์ แต่ที่ให้ปลูกกันตามบ้าน 15 ต้น  ไม่ได้คุณภาพ ไม่ใช่เพื่อการแพทย์แต่เป็นสันทนาการ

3. มีการควบคุมการรักษา ไม่ว่าจะรักษาด้วยการแพทย์สมัยใหม่หรือการแพทย์แผนโบราณ จะต้องผ่านการอบรมเรียนรู้ก่อนนำไปรักษา

4. ผู้ป่วยที่จะรับการรักษา ต้องมีการคัดกรองผู้ป่วย จำเป็นต้องใช้การรักษาด้วยกัญชาอย่างไร รวมถึงประเมินผลตั้งแต่ก่อนรักษาจนถึงหลังรักษา

5. รัฐต้องกำหนด ให้กัญชา เป็นยาเสพติด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาดูแลควบคุมได้ง่าย

ในร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ กลุ่มแพทย์ได้ศึกษาในรายละเอียดเช่นกัน โดยเห็นว่าไม่สอดคล้องกับเงื่อนไข 5 ข้อดังกล่าว หากปล่อยกฎหมายนี้ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภา จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีแน่นอน

สรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยสรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าดูในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่จะนำใช้ในทางการแพทย์ เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น  แต่ช่องโหว่ที่เหมือนกับเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มทุนทำธุรกิจได้ก็มีเช่นกัน เพราะทราบมาว่าผู้ที่มีส่วนในการร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เป็นทนายของบริษัทใหญ่  ที่เขียนกฎหมายขึ้นมาเปิดกรอบไว้เหมือนจะดูดี แต่แท้จริงแล้วเขียนเพื่อเอื้อให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ใช่หรือไม่ 

 การส่งเสริมให้มีการปลูกกัญชาส่งผลดีในทางเศรษฐกิจได้อย่างไร  จะทำให้ประเทศไทยเก็บภาษีได้มากขึ้นหรือไม่ เพราะในบางประเทศ อย่างแคนาดาจะเก็บภาษีจากการปลูกกัญชา หรือในสหรัฐอเมริกา  ไม่ได้เปิดเสรีกัญชาทั้งประเทศ  โดยเลือกเปิดเป็นรัฐ แล้วแต่ความพร้อม  และเก็บภาษีสูงมาก  แต่ประเทศไทยยังไม่เห็นมีการกำหนดการเก็บภาษีสำหรับการปลูกและจำหน่ายไว้แต่อย่างใด

ส.ส.’ประชาธิปัติย์’ อัดส.ส.ภูมิใจไทย ไม่มีวุฒิภาวะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536968

23 พ.ย. 2565

ส.ส.'ประชาธิปัติย์' อัดส.ส.ภูมิใจไทย ไม่มีวุฒิภาวะ

ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์สอนมวย 2 ส.ส.’ภูมิใจไทย’ ขู่ลาออก หากกฎหมายกัญชา ไม่ผ่านสภาถือ เป็นพฤติกรรมที่ไร้วุฒิภาวะ

พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึง  2 ส.ส.พรรคภูมิใจไทย สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และคารม พลพรกลาง ขู่ว่า หากสภาฯไม่ผ่านร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ….. จะมี สส.จากหลายพรรคการเมืองประมาณ 20-30 คน ลาออก ว่า เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ขาดวุฒิภาวะ ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างยิ่ง

เนื่องจากเป็นการจับเอาสภาเป็นตัวประกัน โดยไม่ฟังเหตุผลจากฝ่ายที่ทักท้วง ทั้งที่มีการให้ข้อมูลชัดเจน มีความกังวลของสังคม ถึงปัญหาที่จะเกิดการมอมเมาเด็กและเยาวชน เข้าถึงกัญชาง่าย ควบคุมยาก จนมีข่าวให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

ที่น่าหนักใจคือ เด็กที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเสพกัญชามีอายุลดลง ล่าสุดเด็กเสพกัญชาในโรงเรียน อายุเพียงแค่ 8-10 ขวบเท่านั้น และอยากย้ำอีกครั้งว่า กัญชาปลูกในบ้าน 15 ต้นต่อครัวเรือน จะกลายเป็นประตูแรกที่ทำให้เยาวชนก้าวสู่วังวนของยาเสพติดได้ง่ายขึ้น 

ในฐานะที่เป็นส.ส. นอกจากรับผิดชอบต่อคนที่เลือกเรามาแล้ว เรายังต้องรับผิดชอบต่อสังคมไทย ให้สมกับเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยด้วย ไม่เอาประโยชน์พรรคเป็นที่ตั้ง โดยปราศจากความรับผิดชอบต่อสังคม การทำกัญชาการแพทย์และเพื่อเศรษฐกิจการแพทย์ไม่มีใครคัดค้าน หากแต่การอ้างกัญชาเพื่อการแพทย์ที่มีข้อกังขาเรื่องสอดไส้ผลประโยชน์ จนไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อเยาวชน และคนเปราะบาง อันนี้เรายอมไม่ได้

 รัฐบาลพลาดไปแล้วครั้งหนึ่งที่ยอมให้มีการปลดล็อกกัญชาจากยาเสพติด โดยไร้กฎหมายรองรับ เมื่อออกกฎหมายก็ยังไม่ครอบคลุม จึงต้องทบทวนหาทางออก เพื่อยุติสุญญากาศกัญชาเสรี เพราะประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมาในขณะนี้ ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้

สุดท้ายถ้าต้องกลับไปให้กัญชาเป็นยาเสพติดเหมือนเดิมก็ต้องทำ เพียงแต่เปิดช่องให้ชัดสำหรับการแพทย์จริง ๆ ปกป้องเยาวชนและคนเปราะบาง ก็จะช่วยลดความกังวลของสังคมได้ ขณะเดียวกันผู้ป่วยที่ต้องการกัญชาเพื่อการรักษาก็ยังได้ประโยชน์อยู่

“ศาลรธน.” ไฟเขียว “กฎหมายพรรคการเมือง” ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536951

23 พ.ย. 2565

"ศาลรธน." ไฟเขียว "กฎหมายพรรคการเมือง" ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

“ศาลรัฐธรรมนูญ” นัดลงมติ กรณีสว.ยื่นขอให้วินิจฉัย พรป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ล่าสุด วินิจฉัยแล้ว ไม่ขัดรัฐธรรมนูญตามที่ร้อง

จากกรณีที่ สมาชิกวุฒิสภา จำนวน 77 คน ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132 ว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่.. ) พ.ศ.

หรือตามมาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9 และมาตรา 10 มีข้อความขัดแย้งหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 มาตรา 83 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 และมาตรา 258 ก.ด้านการเมือง (2) หรือไม่ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือไม่  

ล่าสุดวันนี้ 23 พ.ย. เวลา น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย

พรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9แ ละมาตรา 1  ไม่มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา45 มาตรา83 มาตรา86 มาตรา90 มาตรา91และมาตรา258 ก.ด้านการเมือง(2)

สำหรับ ประเด็นยื่นตีความนั้น เช่น

-กรณีที่ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง แก้ไขเกี่ยวกับอัตราค่าธรรมเนียม และค่าบำรุงพรรคการเมืองที่เรียกเก็บจากสมาชิก 

โดยลดค่าบำรุงพรรครายปีจาก 200 บาท เป็น 20 บาท และแบบตลอดชีพ จาก 2,000 บาท เป็น 200 บาท อาจเปิดเกิดโอกาสที่มีผู้ออกเงินแทนและทำให้เกิดการครอบงำได้ ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ซึ่งออกแบบให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมือง  

-กรณี ลดคุณสมบัติสมาชิกพรรคการเมือง ร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมืองได้แก้ไขให้บุคคลที่มีมลทินสามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ จากเดิม ห้ามบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค ถือว่า ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ป้องกันผู้ที่มีมลทินเข้าสู่การเมือง

-กรณีการแก้ไขการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. (ระบบไพรมารี่) เดิมกำหนดให้สมาชิกพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนไปเป็นผู้สมัคร ส.ส. แบบเขตเลือกตั้ง แต่ถูกแก้ไขให้กรรมการสรรหาของพรรคเป็นผู้เลือกตัวแทนไปดำเนินการ

ขณะที่กระบวนการไพรมารี่ของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดิมกำหนดให้การเรียงลำดับจะมาจากคะแนนผู้ที่ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคด้วยคะแนนสูงสุดลดหลั่นไป แต่ถูกแก้ไขให้กรรมการสรรหาจัดลำดับได้เองจึงมองได้ว่าขัดรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญแถลงศาลรัฐธรรมนูญแถลง

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ชะตา กฎหมาย’พรรคการเมือง’วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536933

23 พ.ย. 2565

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ชะตา กฎหมาย'พรรคการเมือง'วันนี้

09.30 น.ลุ้น ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ วินิจฉัย กฎหมายพรรคการเมืองขัดรัฐธรรมนูญ หลังสว.ข้องใจส่งตีความหลายมาตรา รัฐสภาอาจต้องนับหนึ่งใหม่

ศาลรัฐธรรมนูญ นัดแถลงด้วยาจา และลงมติ กรณีที่ประธานรัฐสภา  ส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา  จำนวน 77 คน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 148 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 132   ว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่.. ) พ.ศ. 

มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 5 มาตรา 6 มาตรา 7 มาตรา 9  และมาตรา 10 มีข้อความขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 45 มาตรา 83 มาตรา 86 มาตรา 90 มาตรา 91 และมาตรา 258 ก.ด้านการเมือง (2) หรือไม่   หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่   เวลา 9.30 น.  วันนี้

คำร้องนี้ ประธานรัฐสภา   ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่  29 สิงหาคมที่ผ่านมา และศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องเมื่อวันที่ 21 กันยายน    พร้อมมีคำสั่งแจ้งผู้ร้อง และให้ผู้เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือ พร้อมส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ  



ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัย   แล้วเห็นว่าคดีเป็นปัญหาทางข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้   จึงยุติการไต่สวนตาม  พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติดังกล่าว

สำหรับประเด็นที่ถูกร้องเรียนว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ หรือตราขึ้นโดยไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ อาทิ
-การแก้ไขค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง
-คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสมาชิกพรรคการเมือง
-วิธีการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเบื้องต้น หรือ ไพมารี่

หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าประเด็นที่ร้องเรียน ขัดรัฐธรรมนูญ รัฐสภา ยังพอมีเวลาเริ่มต้นกระบวนร่างกฎหมายใหม่ เพราะจะปิดสมัยประชุม ในเดือนกุมภาพันธุ์ ปีหน้า

บิ๊กเนม “ปชป.” ประกาศ พรรคนี้คบได้สนิทใจ ไม่แทงหลัง พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536920

22 พ.ย. 2565

บิ๊กเนม "ปชป." ประกาศ พรรคนี้คบได้สนิทใจ ไม่แทงหลัง พร้อมเปลี่ยนแปลงตัวเอง

“จุรินทร์” สู้ศึกเลือกตั้ง ประกาศพร้อมเปลี่ยนแปลงพรรคทันสมัยทุกมิติ แต่คงไว้อุดมการณ์3ข้อ ด้าน “เฉลิมชัย” เห็นด้วย โดยเฉพาะ ความซื่อสัตย์ ลั่น “พรรคนี้คบได้สนิทใจ ไม่แทงหลัง “

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ภายในจัดกิจกรรม “ฟัง-คิด-ทำ” นวัตกรรมเปลี่ยนกรุงเทพฯ ที่พรรคประชาธิปัตย์จัดขึ้น นำทีมโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค , นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค , นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคฯ (ภาค กทม.)  , นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานคณะทำงานนโยบาย กทม. และน.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง เพื่อเปิดโอกาสรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องชาวกทม. 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

นายจุรินทร์  กล่าวย้ำว่า วันที่ตนมาเป็นหัวหน้าพรรค บอกกับสมาชิกพรรคและคนไทยทั้งประเทศ ถึงเวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ อะไรดีพรรคประชาธิปัตย์ต้องรักษาไว้ แต่อุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ 3 ข้อจะยังคงอยู่เช่นเดิม จะไม่มีวันเปลี่ยน คือ 
1. อุดมการณ์ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
2. อุดมการณ์ที่จะทำหน้าที่เพื่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศและส่วนรวมไม่ใช่ส่วนตัว
3. อุดมการณ์ แห่งความซื่อสัตย์สุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เปลี่ยนและจะไม่มีวันเปลี่ยน 

แต่อุดมการณ์อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ จึงเป็นที่มาในการจัดกิจกรรม “ฟัง-คิด-ทำ” เป็นอุดมการณ์ที่ทันสมัย สิ่งสำคัญที่สุด คือ การฟังความคิดเห็นประชาชน นโยบายทุกยุคทุกสมัยของพรรคประชาธิปัตย์ก็เกิดจากสิ่งนี้ จึงอยู่ยืนยงมา 76 ปี ต้องเปลี่ยนแปลงจะอยู่ต่อไปมากกว่า 100 ปีในอนาคตไปสู่ความเป็นสถาบันที่ยั่งยืน เพื่อประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ
 

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน

ขณะที่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า วันนี้ตนไม่อยากให้ทุกคนมองว่าพรรคเป็นสถาบันการเมืองที่อยู่มา 76 ปี อยากให้มองว่า เป็นพรรคการเมืองที่เป็นความหวังของประชาชน ตนเป็นเลขาธิการพรรค 2 สมัย สมัยแรกที่ตนเป็นเลขาฯในปี 2554 ในวันที่นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรค และวาระที่ 2 มาเป็นในวันที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค แต่ทั้งวาระที่ 2 นี้แตกต่างกันสิ้นเชิง โดยวาระแรกเราแพ้การเลือกตั้งและเป็นฝ่ายค้าน แต่วาระที่2 เราแพ้การเลือกตั้งเหมือนกัน แต่เราได้มาเป็นรัฐบาล จากวันนั้นถึงวันนี้ พรรคมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงและเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนได้หรือไม่ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังทำ คือ กล้าเปลี่ยนแปลง และจะกลับมาเป็นสถาบันการเมืองที่ภาคภูมิ 

นายเฉลิมชัย ยืนยันว่า สิ่งหนึ่งที่ยังอยู่และจะอยู่ตลอดไปคือความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารพรรค สิ่งนี้จะยังอยู่คู่กับพรรค แต่ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอากระจกมาส่องตัวเอง ไม่กล้าคิด ไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ผ่านไป 100 ปีก็ไม่มีความหมาย ตนจึงอยากจะขอโอกาสทุกคน ไม่ได้ขอให้รักพรรคประชาธิปัตย์ แต่ขอให้เปิดใจให้กว้าง แล้วดูว่าจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ “เชื่อมั่นเถอะประชาธิปัตย์คบได้ และคบได้โดยสนิทใจ เดินไปไม่ต้องกลัวโดนแทงหลัง นักเลงพอ”

พรรคประชาธิปัตย์ จัดกิจกรรม "ฟัง-คิด-ทำ" นวัตกรรมเปลี่ยนกรุงเทพฯพรรคประชาธิปัตย์ จัดกิจกรรม “ฟัง-คิด-ทำ” นวัตกรรมเปลี่ยนกรุงเทพฯ

“เสี่ยเฮ้ง” โพสต์ถึง “บิ๊กตู่” ชัดเจนแล้ว เลือกอยู่ต่อกับใคร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536910

22 พ.ย. 2565

"เสี่ยเฮ้ง" โพสต์ถึง "บิ๊กตู่" ชัดเจนแล้ว เลือกอยู่ต่อกับใคร

“สุชาติ ชมกลิ่น” โพสต์เฟซบุ๊กระบุชัดเจน หากทิ้ง “ลุงตู่” จะเอาหน้ากลับเมืองชลบุรี ได้อย่างไร ท่ามกลางกระแสแยกทางเดินกับ “ลุงป้อม” ย้ายซบ “พรรครวมไทยสร้างชาติ”

หลังจากมีกระแสข่าว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมสมัครเป็นสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” สร้างความสนใจให้กับวงการการเมือง หากเป็นจริงจะมี “องค์พิทักษ์ลุงตู่” เหล่า ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐ เดินตามหรือไม่ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะ ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ หากไม่กล่าวถึงคงจะไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาถือว่าเป็นอีก 1 คนที่ออกมาอยู่เคียงข้าง พลเอกประยุทธ์ ตลอดระยะเวลา 3 ปี ล่าสุดได้โพสต์เฟซบุ๊ก เผยความในใจว่า

“ผมคนจริงใจ จิตใจนักเลง เป็นนักรบ บาดเจ็บบ้าง เป็นเรื่องธรรมชาติ

ขออย่าให้ใครมานินทา ว่าเอาแต่ได้ ถึงเวลาต้องแสดงความจริงใจ

คนชลบุรี จิตใจ นักเลงจริง สมคำว่า นักเลงเมืองชล

ลุงตู่ ปกป้องดูแล ผมมาตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปี จะทิ้งลุงตู่ไปคนเดียว

ผมจะเอาหน้ากลับมาบ้าน ได้อย่างไร เสียชื่อ คนชลบุรี หมดสิครับ”

นายสุชาติ ชมกลิ่น โพสต์เฟซบุ๊ก นายสุชาติ ชมกลิ่น โพสต์เฟซบุ๊ก