อินไซด์ครม. “บิ๊กตู่” ส่งสัญญาณ อยู่ครบเทอม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536907

22 พ.ย. 2565

อินไซด์ครม. "บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณ อยู่ครบเทอม

อินไซด์วงประชุมครม. “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ส่งสัญญาณไม่ยุบสภา อยู่ครบเทอมถึงสิ้นเดือนมีนาคมปี พ.ศ. 2566 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 22 พ.ย.2565 ก่อนการประชุมที่โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะผู้บริหาร เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

อินไซด์ครม. "บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณ อยู่ครบเทอม

เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว ประจำปี 2565 พร้อมติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สากลในการเผยแพร่การจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องทุกปีแก่นายกรัฐมนตรีด้วย


สำหรับการประชุมในวันนี้มีรัฐมนตรีลา 4 คน ได้แก่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และพล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม 

อินไซด์ครม. "บิ๊กตู่" ส่งสัญญาณ อยู่ครบเทอม

ด้านพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวก่อนประชุมตอนหนึ่งว่า ในวันที่ 21 พ.ย. ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาและแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในนามนายกฯ เวลาจะสิ้นสุดเดือน มี.ค.66 จากนี้จะมุ่งมั่นทำงานให้มากที่สุด และพูดให้น้อย เพื่อสร้างบรรยากาศที่ให้จะมีแต่สุข และสร้างสงบเรียบร้อยในประเทศอย่างเต็มที่

ช่วงท้ายการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมงานแก้ปัญหาอุทกภัยที่ผ่านมา ตอนนี้อุทกภัยหลายพื้นที่ผ่านพ้นไปแล้ว อยากให้เร่งสำรวจความเสียหายและรีบเสนอเข้ามา เพราะตอนนี้เหลือจังหวัดที่น้ำยังท่วมอยู่ 4 จังหวัด โดยขอให้สำนักงบประมาณเตรียมข้อมูลการเบิกจ่ายในส่วนนี้ไว้ด้วย เพราะอาจจะมีการซักถามในสภาได้

นอกจากนี้ ภายหลังการประชุมครม. บรรดารัฐมนตรีได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบฯ โดยโต๊ะใหญ่มี พล.อ.ประยุทธ์นั่งหัวโต๊ะ และมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ร่วมอยู่ในโต๊ะ 

บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น นายอนุทินกับนายจุรินทร์ที่นั่งติดกัน และมีการพูดคุยกันอย่างสนิทสนม อย่างไรก็ตาม 

มีอยู่ช่วงหนึ่งได้มีการสนทนาถึงบรรยากาศการเมือง รวมถึงการเลือกตั้ง ในลักษณะที่ว่าพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ครบเทอมในเดือน มี.ค.66 ทำให้นายอนุทินพูดขึ้นว่า “ก็ไม่มีใครอยากเสียตังค์เร็วหรอก” พล.อ.ประยุทธ์ จึงพูดขึ้นว่า “งั้นก็อยู่กันไปยันมีนาคมปีหน้า”

นายกฯ สั่งการติดตามเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” แฟลตตำรวจเมืองนราธิวาสใกล้ชิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536901

22 พ.ย. 2565

นายกฯ สั่งการติดตามเหตุการณ์ "คาร์บอมบ์" แฟลตตำรวจเมืองนราธิวาสใกล้ชิด

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ รับทราบสั่งการติดตามเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” ใกล้ชิด พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบรายงานเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” ภายใน แฟลตตำรวจ ตรงข้ามโรงเรียนนราสิกขาลัย เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส สั่งการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ย้ำให้เร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุโดยเร็ว

นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ “คาร์บอมบ์” พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต กำชับให้ส่วนราชการในพื้นที่ดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่ สำหรับพื้นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตรวจสอบให้ละเอียด หวั่นเกิดอันตรายตามมา พร้อมกันพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่เกิดเหตุ

นายอนุชา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ว่าที่ไหน ๆ ของประเทศไทย ประชาชนต้องปลอดภัย และขอให้ฝ่ายความมั่นคงเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น  

รัฐบาลโชว์ผลงาน ปี65 เก็บรายได้ ทะลุเป้า 1.51 แสนล้าน กู้น้อยลง 4.74 หมื่นล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536883

22 พ.ย. 2565

รัฐบาลโชว์ผลงาน ปี65 เก็บรายได้ ทะลุเป้า 1.51 แสนล้าน กู้น้อยลง 4.74 หมื่นล้าน

ที่ประชุม ครม. รับทราบรายงานจัดเก็บรายได้ ปี 65 จำนวน 2,400,000 ล้านบาท ทะลุเป้ากว่า 1.51 แสนล้าน ขณะที่การกู้เงิน ลดลงถึง 4.74 หมื่นล้าน

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2565 ครอบคลุมระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2565 จากกระทรวงการคลังที่ประมวลข้อมูลจากระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ (New GFMIS Thai) ที่หน่วยงานของรัฐบันทึกเข้ามาในระบบ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1.รายได้แผ่นดินที่หน่วยงานของรัฐจัดเก็บและนำเงินส่งคลัง ประมาณการ 2,400,000 ล้านบาท จัดเก็บจริง 2,551,223 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 151,223 ล้านบาท สาเหตุที่รายได้สูงกว่าประมาณการ เนื่องจากมีรายได้จากภาษีอากร การขายสิ่งของและบริการ และรัฐพาณิชย์เพิ่มขึ้น

2.รายรับจากการกู้เงิน เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ประมาณการ 700,000 ล้านบาท กู้จริง 652,553 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 47,447 ล้านบาท สาเหตุที่ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากมีการปรับลดกรอบวงเงินกู้

3.รายจ่ายตามงบประมาณ ประมาณการ 3,100,000 ล้านบาท จ่ายจริง 2,900,727 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 8,717 ล้านบาท (ยังไม่รวมเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 190,556 ล้านบาท) สาเหตุที่รายจ่ายต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้หน่วยงานของรัฐใช้จ่ายเงินงบประมาณช้าไม่ทันตามระยะเวลาที่กำหนด

4.รายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง จำนวน 33,655 ล้านบาท

5.ดุลการรับ-จ่ายเงิน ประกอบด้วย

-รายรับทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นจริง 3,203,775 ล้านบาท (รวมรายได้แผ่นดินที่ได้รับจริง 2,551,223 ล้านบาท และเงินกู้ฯ ที่รับจริง 652,553 ล้านบาท)

-รายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงตามประมาณ 3,148,060 ล้านบาท (รวมรายจ่ายงบประมาณตามงบประมาณ 2,900,727 ล้านบาท รายจ่ายจากเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีที่จ่ายจริง (ปี 2564) 213,678 ล้านบาท และรายจ่ายตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง 33,655 ล้านบาท)

ทั้งนี้ รายรับสูงกว่ารายจ่าย 55,715 ล้านบาท  เนื่องจากหน่วยงานของรัฐจัดเก็บและนำส่งรายได้สูงกว่าประมาณการ เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสินค้าเข้า – ออก

โดยครม.มีมติเห็นชอบหลักการและกรอบการจัดทำยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 ซึ่งประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1.ความมั่นคง 2.สร้างความสามารถในการแข่งขัน 3.พัฒนาเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4.สร้างโอกาสความเสมอภาคทางสังคม 5.สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 6.ปรับสมดุลพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 

ส่วนโครงการที่หน่วยราชการเสนอเข้ามาในเบื้องต้นมีจำนวนประมาณ 1,026 โครงการ สำหรับการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ในระยะต่อไปนั้น ในช่วงเดือนธันวาคม 2565 – มกราคม 2566 หน่วยรับงบประมาณจัดทำรายละเอียดคำขอรับงบประมาณ ช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2566 พิจารณารายละเอียดงบประมาณ ช่วงเดือนมีนาคม- เมษายน 2566 เปิดรับฟังความคิดเห็น ช่วงเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2566 สภาพิจารณางบประมาณ วาระที่ 1

พลิกแฟ้ม ‘ยิ่งลักษณ์’ ชินวัตร จ่อรอหมายจับเพิ่มอีก หลายคดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536887

22 พ.ย. 2565

พลิกแฟ้ม 'ยิ่งลักษณ์' ชินวัตร จ่อรอหมายจับเพิ่มอีก หลายคดี

อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังมีชนักอีกหลายคดี รอออก ‘หมายจับ’ ถูกกล่าวหา ทั้งร่ำรวยผิดปกติ ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

อดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุว่าถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองไม่รู้จบ หลังศาลออกหมายจับคดี โยกย้าย อดีตเลขา ฯสมช. ถวิล เปลี่ยนศรี พลิกแฟ้มคดีการเมือง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นอกจากล่าสุดที่ ศาลออกหมายจับ เมื่อวันที่21 พ.ย. 2565 คดีใช้อำนาจโยกย้าย ถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมิชอบ ศาลนัดตรวจหลักฐานวันที่ 14 มี.ค. 2566 แล้ว    
ยังพบว่ายังมีหลายคดีที่เข้าคิวรอการชี้ชะตาในชั้นการพิจารณาของ ป.ป.ช.

ภาพประกอบจากทวิตเตอร์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรภาพประกอบจากทวิตเตอร์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยิ่งลักษณ์ ยังมีหมายจับคดีปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งศาลมีคำพิพากษาจำคุก 5 ปีโดยไม่รอลงอาญา และ คดีเอื้อประโยชน์เอกชน จัดโรดโชว์ไทยแลนด์ 2020 เป็นเหตุให้รัฐเสียหาย 240 ล้านบาท ซึ่งจำเลยไม่เดินทางมาศาล สถานะของคดีอยู่ระหวางการพิจารณา
 

นอกจากนี้ยังมีคดีค้างในชั้น ป.ป.ช. อย่างน้อย 6 คดี ประกอบด้วย


-คดีซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี ภาค 2  ที่ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหายิ่งลักษณ์ พร้อมพวกรวมถึงทักษิณ ชินวัตร และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ท่ามกลางกระแสข่าว ป.ป.ช. กันชื่อนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำเลยคดีระบายข้าวจีทูจีไว้เป็นพยาน


-คดีจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทางการเมือง ระหว่างปี 2548-2553 โดยไม่มีกฎหมายรองรับ ทำให้รัฐเสียหาย 1.9 พันล้านบาท


-คดีละเว้นไม่ลงโทษผู้ใต้บังคับบัญชา นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในขณะนั้น พร้อมพวกปราศรัยรุนแรงแบ่งแยกประเทศ


-คดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ อนุญาตให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยแพร่ภาพและเสียง มวยไทยวอริเออร์ส ที่เขตปกครองพิเศษมาเก๊า ถูกกล่าวหามีเจตนาแพร่ภาพการกล่าวเปิดงานของ ทักษิณ ชินวัตร มีเนื้อหาบางส่วนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน


-คดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินนาฬิกาหรูมูลค่า 2.5 ล้านบาท จำนวน 1 เรือน


-คดีร่ำรวยผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว

ทั้งหมดนี้ คือ บัญชีหางว่าว ที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ถูกกล่าวหา ท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีความพยายามลดความร้อนแรง ของกระแสแลนด์สไลด์ ของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า 

“วิษณุ” ยืนยัน ไม่มีคำสั่ง ดึง “กัญชา” กลับมาเป็น “ยาเสพติด”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536875

22 พ.ย. 2565

"วิษณุ" ยืนยัน ไม่มีคำสั่ง ดึง "กัญชา" กลับมาเป็น "ยาเสพติด"

“วิษณุ” ยืนยัน ยังไม่มีคำสั่ง ดึง “กัญชา” กลับมาเป็น “ยาเสพติด” ย้ำต้องใช้กฎหมายและประกาศหลายฉบับควบคุมคู่ขนานกัน

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กล่าวถึง จะมีการนัดประชุมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) เรื่อง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ในช่วงบ่ายของวันนี้ ว่า เป็นการหารือภายในไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ยืนยันไม่มีประกาศคำสั่งอะไร ตามที่มีกระแสข่าวจะให้ “กัญชา” กลับมาเป็น “ยาเสพติด” และชะลอการออกประกาศ ซึ่งประกาศที่ออกมาเป็นของคณะกรรมการภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย อย่างที่ทราบว่า ได้ปรับกัญชาให้พ้นจากการเป็นยาเสพติดจากประมวลกฎหมายยาเสพติด

ส่วนประกาศของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ไม่เป็น การประกาศตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด และประมวลกฏหมายยาเสพติด แต่เป็นไปตามการควบคุมในเรื่องของการใช้ ให้ไปในทางที่ถูกต้อง ทั้งการจำหน่าย การแปรรูป นำเข้า-ส่งออก และใช้ตามกาละเทศะ

ส่วนกรณีที่มีบางฝ่ายพูดถึงช่องโห่วของกฎหมายพ.ร.บ.กัญชา กัญชง  นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องเอากฎหมายหรือประกาศอื่นๆมาประกอบด้วย เช่น ในประกาศของกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้มีในเรื่องของการห้ามใช้กัญชาในโรงเรียน แต่ในส่วนของประกาศกระทรวงศึกษาธิการได้มีการประกาศห้าม เสพ-จำหน่ายไว้อยู่แล้ว 

ส่วนสถานการณ์ทางการเมืองหลังผ่านพ้นการประชุมเอเปค นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับทราบถึงกระแสข่าว “ยุบสภา” พร้อมยืนยันตามสิ่งที่เคยกล่าวไปก่อนหน้านั้น หากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ยังไม่เสร็จสิ้น มีการยุบสภาเกิดขึ้น จะมีปัญหาตามมา

ส่วนกระแสข่าว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย จะกลับมาพรรคพลังประชารัฐ สามารถทำได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทางกฎหมายสามารถกลับมาได้เพราะไม่มีข้อห้าม ในอดีตก็เคยมีเช่นนี้ ปรับคณะรัฐมนตรี ก็มีการโยกออกและกลับเข้ามาในตำแหน่งเดิม

ก้าวไกล จี้ กทม.จ่ายหนี้ ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536873

22 พ.ย. 2565

ก้าวไกล จี้ กทม.จ่ายหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

พรรคก้าวไกล ชี้ กทม.เป็นหนี้ต้องชำระให้ ฺ’BTS’ แต่ต้องโปร่งใส ไม่เอาเงื่อนไข ขยายสัญญาสัมปทานเข้าไปเป็นเงื่อนไขด้วย

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ทำการสื่อสารคลิปวิดิโอทวงถามหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวกว่า
4 หมื่นล้านบาท  ว่าต้องรีบใช้อย่าให้เป็นเงื่อนไขขยายสัมปทาน แต่ต้องมีความโปร่งใส เปิดเผยสัญญา
ให้รู้ยอดหนี้จริง ลำดับแรกต้องตอบให้ชัดว่าจะเอาอย่างไรกับการขยายสัมปทานออกไปอีก 30 ปี
ว่าจะเอาหรือไม่เอา

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล

สุรเชษฐ์ระบุว่าพรรคก้าวไกลเคยแสดงความเห็นอย่างละเอียดไปแล้วว่าไม่ควรขยายสัมปทานและควรเริ่มต้นแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบได้เสียที แก้ปัญหาตั๋วร่วมและค่าโดยสารร่วมอย่างจริงจังหรืออย่างน้อยหากจะปะผุปัญหาต่อไปอีก 30 ปีก็ต้องโปร่งใส  ชี้แจงตัวเลข กระแสเงินสดให้ได้ว่าทุนใหญ่ไม่เอากำไรเกินควรและเปิดเผยสัญญาระหว่างกรุงเทพธนาคมกับ BTS และหากรัฐบาลและ กทม. ชัดเจนว่าไม่ขยายสัมปทานไปอีก 30 ปี ก็ควรจ่ายหนี้ไม่ปล่อยให้ปัญหาคาราคาซัง เพราะ กทม. บอกว่าพร้อมจ่าย อย่างน้อยก็ในส่วนของส่วนต่อขยายหนึ่ง

สุรเชษฐ์ กล่าวต่อไปอีกว่า ติดหนี้ ต้องจ่าย แต่ต้องตรวจสอบด้วยว่ายอดถูกต้องหรือไม่ สัญญาส่วนต่อขยายที่แอบไปทำกันถึงปี 85 ชอบธรรมหรือไม่ ต้องเอามาเปิดเผยต่อสาธารณะและตัดสินเสียทีว่าเป็นการหลีกเลี่ยง พรบ.ร่วมทุน หรือเปล่า  นี่ยังไม่นับรวมการขอขยายสัมปทานไปอีก 30 ปีด้วย ม.44 โดย ทหารการเมือง และเงินที่หายไปจากการเบี้ยวหนี้โดยอดีตผู้ว่าฯ ควรเร่งแก้ปัญหา ไม่ควรปล่อยให้คาราคาซังเพราะหนี้จะยิ่งพอกพูน

เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กทม.ชี้แจงว่า ในช่วงปี  2562 คชส. ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมเพื่อเจรณาขยายสัมปทาน  รถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยใช้เวลาในการพิจารณา  60 วัน และได้ตัวร่างสัญญาขึ้นมา โดยมีประเด็นค่าจ้างเดิน หากมีการต่อสัญญาสัมปทานค่าจ้างเดินรถทั้งจะต้องถูกโอนไปอยู่ในสัญญาสัมปทานใหม่ ดังนั้น กทม. จึงยังไม่ได้พิจารณาจ่ายเงินค่าเดินรถให้แก่บริษัทเอกชน เนื่องจากยังรอมติ ครม. อยู่ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร

หาก ครม.เห็นชอบต่อสัญญาสัมปทาน ค่าจ้างเดินรถทั้งหมดจะต้องถูกโอนเข้าไปอยู่ในสัญญาสัมปทานฉบับใหม่ แต่ หากครม. ไม่เห็นชอบ ค่าจ้างเดินรถส่วนต่อขยายส่วนที่ 1 จำนวน 10,000 กว่าล้าน สามารถทำได้เลย เพราะสัญญามีความสมบูรณ์แล้ว แต่จะต้องรอมติจาก ครม. ให้ชัดเจนก่อน  แต่ส่วนต่อขยายส่วน 2 ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะยังไม่ผ่านการพิจารณาของสภากทม.  

ทาบ อ๋อม สกาวใจ พรรค ‘เพื่อไทย’ ยังไม่หมดหวัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536865

22 พ.ย. 2565

ทาบ อ๋อม สกาวใจ พรรค 'เพื่อไทย' ยังไม่หมดหวัง

เพื่อไทย ยังหวังได้ ‘อ๋อม สกาวใจ’ ร่วมสู้ศึกเลือกตั้ง หลังเจ้าตัวอยู่ระหว่างตัดสินใจ และยังมีเวลาตามเงื่อนไข กกต.

พรรคเพื่อไทย แถลงเปิดตัว ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เพิ่มอีก 9 เขต มีอดีตส.ส.ก้าวไกล จิรวัฒน์ อรัญกานนทฺ ลงพื้นที่ ทวีวัฒนา หนองแขม ลีลาวดี วัชโรบล  อดีตส.ส. กทม. ลงพื้นที่ ราชเทวี ดุสิต  ภิชชาภัสร์ อมาตย์วรานนท์ อดีตผู้สมัคร จากพรรคเสรีรวมไทย มาลงพื้นที่ เขตบางขุนเทียน  เป็นต้น 

เปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม. 9 เขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยเปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม. 9 เขตเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย


ผู้สมัครที่เปิดตัวคราวนี้ ส่วนมากเป็นคนรุ่นใหม่ รวมถึงอ๋อม สกาวใจ พูนสวัสดิ์ ที่มีรายชื่อถูกทาบทาม ซึ่ง พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร ยอมรับว่ามีการทาบทามจริง

เนื่องจากนางสาวสกาวใจเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และรู้จักสนิทกับสมาชิกของพรรคเพื่อไทย

อีกทั้งยังยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งในเบื้องต้นอ๋อม สกาวใจ อยู่ในระหว่างการตัดสินใจ ยังไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ซึ่งพรรคเคารพทุกการตัดสินใจ
 

ภาพประกอบจากทวิตเตอร์ อ๋อม สกาวใจภาพประกอบจากทวิตเตอร์ อ๋อม สกาวใจ
อ๋อม เป็นดาราที่แสดงตนอยู่ในฝั่งประชาธิปไตยเคยออกมาคอลเอ้าท์ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายรัฐบาล และการปฏิบัติต่อฝ่ายประชาธิปไตย ด้วยความรุนแรง มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งหากตัดสินใจแล้ว จะมีการเปิดตัวพร้อมกับผู้สมัครส.ส. กทม. ที่เหลือ

หลังจากที่พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งได้ที่นั่ง ส.ก.ใน กทม. สำเร็จมาแล้ว 20 คน ขณะนี้ได้ทำงานภายใน กทม.อย่างมุ่งมั่นตั้งใจ สามารถผลักดันนโยบายที่ได้หาเสียงได้สำเร็จอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อมั่นว่า  ใครจะหาเสียงอย่างไรก็ได้

แต่พรรคที่หาเสียงแล้วทำได้จริงคือพรรคเพื่อไทย ขอให้พี่น้องประชาชนเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ทุกพื้นที่  โดยยังมีผู้ซึ่งประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม ที่อยู่ในระหว่างการคัดสรร  ซึ่งยังมีระยะเวลาตามเงื่อนไขที่ กกต.กำหนด

พรรคภูมิใจไทยพร้อม ‘เลือกตั้ง’ ทุกเงื่อนไขทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536846

22 พ.ย. 2565

พรรคภูมิใจไทยพร้อม 'เลือกตั้ง' ทุกเงื่อนไขทางการเมือง

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมเลือกตั้ง ทุกสถานการณ์ ไม่ว่า ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ จะวินิฉัยกฎหมายลูก 2 ฉบับออกมาอย่างไร

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยสัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม.เรื่องส.ส.พรรคอื่น ที่จะไหลเข้ามาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยว่า มีพูดคุยกัน แต่รอวันที่ทุกอย่างถูกต้องตามกระบวนการตามกฎหมายและคงมีการเปิดตัวผู้สมัครอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ทั่วประเทศลงตัวแล้ว แต่ขอปิดไว้ก่อนว่าคุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ จะร่วมงานกับภูมิใจไทยหรือไม่

เช่นเดียวกับ  ส.ส.พรรคพลังประชารัฐที่จะมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยก็ต้องคุยกับคนที่คิดว่าเราทำงานด้วยกันได้  ถ้านักการเมืองคนใดเห็นว่าแนวทางของพรรคภูมิใจไทยจะทำให้ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนก็มาคุยกัน

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

ถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังอยากกลับมากระทรวงสาธารณสุขอยู่หรือไม่ อนุทินบอกว่า สนุกดี อยู่กระทรวงนี้ ท้าทาย และสามารถทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนได้มาก เห็นพี่น้องประชาชนมีสุขภาพดีขึ้น มีความปลอดภัยจากโรคระบาดร้ายแรง เห็นอาสาสมัครทำงานเป็นหมอคนแรกได้ เห็นคนไทยสามารถฟอกไตได้ทุกคน เห็นคนเป็นมะเร็งไปรักษาได้ทุกที่ ก็มีความสุขมีความภาคภูมิใจ อย่างน้อยเราได้ทำอะไรที่เป็นประโยชน์ในช่วงที่เราเป็นรัฐมนตรี

พรรคภูมิใจไทยเราเน้นในเรื่องการเลือกตั้ง เน้นให้ผู้สมัครสร้างความนิยมให้กับตนเอง เน้นให้นำนโยบายของพรรคภูมิใจไทยไปให้ประชาชนได้รับทราบให้มากที่สุด และใช้ความเชื่อมั่นที่ประชาชนเริ่มติดปากว่า”ภูมิใจไทยพูดแล้วทำ” ถ้าผู้สมัครมีความนิยมแล้ว พรรคมีนโยบายดีแล้ว จะหาร 100 หาร 500 บัตร 2 ใบหรือใบเดียว ไม่มีปัญหาสำหรับพรรคภูมิในไทย  ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยกฎหมายลูก 2 ฉบับอย่างไรก็ ไม่เป็นปัญหา

เมื่อถามว่าสถานการณ์ขณะนี้น่าจะอยู่จนครบวาระหรือยุบสภาฯก่อนหรือไม่ อนุทิน บอกว่า จนถึงขณะนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้  ถ้าจะยุบสภาก็เชื่อว่าพรรคการเมืองทุกพรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้ง ถ้าป่านนี้เข้าใกล้เดือนธันวาคม สภาฯหมดสมัยเดือนมีนาคม ถ้าพรรคการเมืองใดยังบอกว่าไม่พร้อมก็ไม่ต้องแข่งแล้ว เพราะไม่ทันแล้ว

ลุ้นนโยบาย ‘กัญชา’ เดินหน้า หรือไม่ หลังหารือในครม.วันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536843

22 พ.ย. 2565

ลุ้นนโยบาย 'กัญชา' เดินหน้า หรือไม่ หลังหารือในครม.วันนี้

อนุทิน โล่งใจ ‘ป.ป.ส.’ พิจารณาเรื่องกัญชาไม่ได้ มั่นใจ เคลียร์ ครม. เรื่องข้อสงสัย ประกาศสาธารณสุขฉบับล่าสุด ฉลุย

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แชร์เฟสบุ๊ค วาสนา นาน่วม สื่อมวลชนอาวุโสที่ เผยแพร่ภาพ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ซึ่งกำลังหารือกัน ที่ตึกบัญชาการ1 วานนี้ 

โดยระบุว่าเป็นการหารือกัน เรื่อง  พรบ.กัญชา ที่จะนำเข้า ครม  22 พ.ย.โดยในที่ประชุมจะมีการหยิบยกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับกัญชาขึ้นมาหารือ ว่ามีอะไรที่ครม.สงสัย และขอให้อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกช่วยชี้แจง

ภาพประกอบ จากเฟสบุ๊ค วาสนา นาน่วมภาพประกอบ จากเฟสบุ๊ค วาสนา นาน่วม

เฟสบุ๊ค นี้ ยังรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า วิษณุ  ได้ตอบคำถามกรณีที่จะมีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ที่จะมีขึ้นในวันอังคารที่ 22 พ.ย.นี้ โดยมีกระแสข่าวว่าจะทบทวนให้กัญชากลับมาเป็นยาเสพติดนั้น ไม่เป็นความจริง ไม่สามารถทำได้  ป.ป.ส. ก็ไม่สามารถไปแก้ไขอะไรได้เพราะไม่มีอำนาจ และเชื่อว่ากรรมการป.ป.ส. แต่ละคนยังไม่มีใครเห็นประกาศดังกล่าว เนื่องจากยังไม่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา แต่ต่อให้รับฟังคำชี้แจงแล้ว ก็ไม่มีอำนาจไปยับยั้งประกาศดังกล่าวแต่อย่างใด  รอขั้นตอนประกาศในราชกิจจานุเบกษา


ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เชื่อว่า ปัญหานโยบายกัญชาเสรีที่เกิดความขัดแย้งอย่างหนัก  ไม่มีวี่แววว่าจะยุติได้ง่าย เพราะยังมีพรรคการเมืองอีกหลายพรรคและภาคส่วนอื่นๆที่ไม่เห็นด้วยเพราะห่วงใยผลกระทบต่อสังคม ในส่วนของคณะรัฐมนตรีก็ไม่ได้แสดงท่าทีที่รับผิดชอบร่วมกัน ตรงกันข้ามกลับขัดแย้งกันเอง โดยรัฐบาลต้อง พิจารณาเรื่องสมุนไพรควบคุมเฉพาะช่อดอกกัญชา ที่ปรับปรุงประกาศฯลงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 อีกครั้ง

ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทยตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย

นอกจากนี้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายดำที่ 2417/65 และอธิบดีศาลปกครองกลางได้มีการจ่ายสำนวนให้องค์คณะและแต่งตั้งตุลาการผู้แถลงคดีแล้ว ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในกระบวนการพิจารณากรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านและน.พ.สมิทธิ์ ศรีสนธ์ กรรมการแพทยสภาและนายกสมาคมนิติเวชแห่งประเทศไทยยื่นฟ้องยื่นฟ้องนายอนุทิน

เพื่อขอให้ศาลมีคําพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 8 ก.พ.2565 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ขอให้เพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษหลังปลดล็อกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด        

และสุดท้าย คือร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาแปรญัตติที่จากเดิมมีเพียง 45 มาตรากลับเพิ่มขึ้นมาเป็น 95 มาตราจะเข้าสภาวาระ 2 ได้เมื่อใด

“หมอทศพร” เผย “สลายชุมนุม” พบสาหัส 3 ราย “พายุ ดาวดิน” หนักสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536808

21 พ.ย. 2565

"หมอทศพร" เผย "สลายชุมนุม" พบสาหัส 3 ราย  "พายุ ดาวดิน" หนักสุด

“หมอทศพร” เผย เหตุสลายชุมนุม 18 พ.ย. พบบาดเจ็บสาหัส 3 ราย “พายุ ดาวดิน” หนักสุด ดวงตาไม่มีโอกาสกลับมาเหมือนเดิม สุดเศร้า 2-3 ปีนี้ มีคนเสียการมองเห็นแล้ว 3 ราย

จากเหตุการณ์สลายชุมนุมเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 65 ของกลุ่ม ราษฎรหยุด APEC 2022 มีผู้บาดเจ็บหลายรายและหลายฝ่าย ทั้งผู้ชุมนุม สื่อมวลชน และตำรวจ เนื่องจากจะเดินขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าไปยังศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่จัดงานประชุมผู้นำ APEC


นพ.ทศพร เสรีรักษ์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มีขณะนี้เบื้องต้นพบ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ที่อาการสาหัส คือ 
 

รายแรก พายุ ดาวดิน อาการหนักที่สุด ตาแตก อาการหนักสุด ตาข้างข้างขวา กล้ามเนื้อตาฉีกขาด หัวตาฉีกขาด อวัยวะในลูกตาออกมาข้างนอกหมด ซึ่งไม่มีโอกาสกลับมาเหมือนเดิม สันนิษฐานว่า เกิดจากของแข็งกระแทกเข้าอย่างจัง อาจจะกระสุนยางหรืออะไรก็ได้ ซึ่งบริเวณใกล้เคียงที่พายุได้รับบาดเจ็บ มีคนเก็บปลอกกระสุนยางได้หลายปลอก ตอนนี้พายุรู้สึกตัวปกติ 
รายที่ 2 กระดูกเบ้าตาแตก ต้องดูอาการต่อไปว่ามีอะไรแทรกซ้อนหรือไม่ ซึ่งโดนของแข็งกระแทกเข้าใส่ รวมถึงมีแผลที่หน้าผาก ฟันแตก ในปากมีแผลต้องเย็บ ผู้บาดเจ็บบอกโดนกระบองตี ซึ่งเป็นไปได้ เพราะมีรอยเชื่อมต่อเป็นแนวเฉียงเดียวกัน 
รายที่ 3 แผลแตกเหนือคิ้ว เย็บ 10 เข็ม แต่ยังไม่ทราบว่า สมองหรือกระโหลกด้านในได้รับกระทบหรือไม่ 

พายุ ดาวดิน ได้รับบาดเจ็บสาหัสพายุ ดาวดิน ได้รับบาดเจ็บสาหัส
นพ.ทศพร ระบุว่า ผู้บาดเจ็บทั้ง 3 คน แนวโน้มมาจากของแข็งกระแทก แต่ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นกระสุนยางหรือกระบองหรืออะไร ส่วนผู้บาดเจ็บคนอื่น พบรอยพกช้ำตามเนื้อตัวและหน้า บางคนมีรอยเท้าอยู่ที่หลัง เห็นเป็นยี่ห้อรองเท้าคอมแบท คล้ายโดนกระทืบ และเท่าที่ตนเห็นยังพบมีโดนกระสุนยาง ที่แขน 1 ราย ท้อง 2 ราย หลัง 2 ราย แต่คิดว่ามีมากกว่านี้ ตัวเลขผู้บาดเจ็บไม่ทราบชัดเจน เนื่องจาก เหตุเกิดกระจัดกระจาย ส่วนสื่อมวลชนที่ได้รับ 2 ราย ตนเห็นเฉพาะ สื่อของReuters เยื่อบุตาฉีก เลือดไหลออกมา แต่ยังโชคดีที่ไม่กระทบลูกกระตา ส่วนสื่อจาก The Matter นั้น ตนไม่เจอ

ส่วนที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อ้างว่า ทำตามยุทธวิธี ตนมองว่า ไม่น่าใช่ เป็นอะไรที่แย่มาก ยุทธวิธี ต้องสงบ ไม่ใช่แบบนี้ วิถีกระสุนขนานกับพื้นโลก ปืนประทับบ่า ไม่ได้ยิงลงพื้นที่ ซึ่งจังหวะตำรวจสลายชุมนุม มวลชนส่วนใหญ่ นั่งกินข้าว แต่อาจจะมีแนวหน้า ที่ยืนประชันหน้ากับตำรวจ แต่ห่างกันแค่ 20-30 เมตร ยืนยันขณะนั้นไม่ใช่การกดดันที่ค่อยๆเข้ามา หากเอาโล่ดันมาเรื่อยๆ ประชาชนทำอะไรไม่ได้ ก็ถอยล่นไปอยู่แล้ว

ทั้งนี้เหตุการณ์บานปลาย จะเป็นมือที่ 3 หรือไม่ ไม่ทราบ จะมีคนแฝงตัวแทรกซึมเข้ามาสร้างสถานการณ์ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงก็เป็นได้ จึงไม่อยากโทษชัดเจน 100 % ว่าเกิดจากตำรวจ ขอให้ตรวจสอบกันเอาเอง ตนเข้าไปในฐานะแพทย์ ดูแลคนที่เจ็บ ไม่ว่าฝ่ายไหน ตนก็ช่วย เพราะไม่ชอบความรุนแรง 2-3 ปีที่ผ่านมา การชุมนุมมีการปะทะกันเกือบทุกครั้ง มีคนเสียตาไปแล้ว 2-3 คน 

นพ.ทศพร ยังกล่าวด้วยว่า การที่จะเคลื่อนขบวน แค่จะไปยื่นเรื่องแสดงจุดยืน หากตนเป็น “นายกรัฐมนตรี” จะเปิดทางและอำนวยความสะดวก จัดพื้นที่ให้ และออกมารับหนังสือ หากยังไม่กล้าหาญพอ ส่งตัวแทน รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ก็ได้ จะเท่ห์มากกว่า เมื่อผู้ชุมนุมได้ยื่นหนังสือแล้ว ก็แยกย้าย แปลกใจที่มีการทำให้เกิดเรื่องขึ้น โดยไม่จำเป็น และยืนยันออกมาการจัดชุมนุมช่วงประชุมเอเปคนั้น ไม่ได้ต้องการทำลายรัฐบาล หรือ สร้างความเสื่อมเสียให้ประเทศ เพราะการประชุมนานาชาติในต่างประเทศ ก็มีชุมนุม เพื่อเปิดโอกาสแสดงออกไปสู่เวทีโลกอย่างสงบ

นพ.ทศพร เสรีรักษ์ นพ.ทศพร เสรีรักษ์