ศาลออกหมายจับ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” คดีย้ายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536812

21 พ.ย. 2565

ศาลออกหมายจับ  "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" คดีย้ายถวิล เปลี่ยนศรี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาลฎีกานักการเมืองออกหมายจับ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” คดีย้ายถวิล เปลี่ยนศรีไม่ชอบ หลังนัดพิจารณาคดีครั้งเเรก เจ้าตัวไม่มาศาล นัดตรวจหลักฐาน 14 มี.ค.ปีหน้า

“ศาลฎีกา” แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งเเรก(สอบคำให้การ)ในคดี หมายเลขดำที่ อม.11/2565 ระที่อัยการสูงสุด  เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.“ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตกรณีเมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” กับพวก ใช้อำนาจโอนนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการ สมช. ในขณะนั้น ให้มาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัญมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ  โดยมิชอบเมื่อช่วงเดือน ก.ย.54 โดยฟ้องเมื่อเมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมา “ศาล”ประทับรับฟ้อง ตาม พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560มาตรา 27แล้วเมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา และได้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยโดย วิธีปิดหมาย กับประกาศที่หน้าศาล

วันนี้ “ศาลอาญา” แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดพิจารณาครั้งแรก 

ผู้รับมอบอำนาจโจทก์มา“ศาล”  ส่วนจำเลยไม่เดินทางมาศาล แต่จำเลยตั้งนายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง และนาย วิญญัติ ชาติมนตรี เป็นทนายจำเลย 

โจทก์แถลงว่า ปัจจุบันจำเลยไม่ได้ดำรงตำแหน่งใดในทางการเมือง กรณีจึงไม่จำต้องมี คำสั่งเกี่ยวกับการหยุดปฏิบัติหน้าที่ของจำเลยอีกต่อไป จำเลยมิได้มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือร้องขอเลื่อนคดี จึงออกหมายจับจำเลย ตาม พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาง การเมือง พ.ศ. 2560มาตรา 28 วรรคหนึ่ง

 จำเลยมิได้มาศาลให้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ตามพรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 33 วรรคสาม ตอนท้าย ทนายจำเลยแถลงขอยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 60 วัน นับแต่วันนี้ อนุญาตตามขอนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 14 มี.ค.2566 เวลา 13.30 น.

‘ศาลปกครอง’ รับคำร้อง ถอนประกาศกัญชา ออกจากยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536789

21 พ.ย. 2565

'ศาลปกครอง' รับคำร้อง ถอนประกาศกัญชา ออกจากยาเสพติด

ศาลปกครองรับคำร้อง ให้’กัญชา’กลับไปสู่สถานะยาเสพติดดังเดิม ก่อนออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับคำฟ้อง ของนายแพทย์ สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภาและนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล, นายวิรัตน์ วรศสิริน รองหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และนายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนชาวไทย

ที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา   ไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำที่ 2417/65 และอธิบดีศาลปกครองกลางได้มีการจ่ายสำนวนให้องค์คณะและแต่งตั้งตุลาการผู้แถลงคดี  ซึ่งเป็นขั้นตอนหนึ่งในการพิจารณาคดีแล้ว

คำฟ้องคดีกัญชาคำฟ้องคดีกัญชา

'ศาลปกครอง' รับคำร้อง ถอนประกาศกัญชา ออกจากยาเสพติด

คำร้องของนายกสมาคมแพทย์นิติเวชแห่งประเทศไทยและฝ่ายค้าน นอกจากจะขอให้มีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 8 ก.พ. 2565 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีการออกประกาศฉบับดังกล่าว และให้กัญชาจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 8 ธ.ค. 2563 เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 พ.ศ. 2563 ดังเดิม

พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ด้วยการทุเลาการบังคับตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว ก่อนการพิพากษาคดีด้วย

แถลงการณ์ YNACแถลงการณ์ YNAC

ในการประชุมป.ป.ส.09.30 ในวันพรุ่งนี้  กลุ่มเครือข่ายเยาวชนไม่นะกัญชาและยาเสพติด(YNAC) ซึ่งรวมรายชื่อถึงประมาณ 15,000 กว่าคนจะไปยื่นแถลงการณ์ ต้องการให้เอากัญชากลับไปอยู่ตามกฎหมายยาเสพติด โดยการเพิกถอนประกาศกระทรวงฯ และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไข พ.ร.บ. กัญชากัญชง ซึ่งเป็น พ.ร.บ. ที่ทำขึ้นเพื่อใช้กัญชาทางการแพทย์

แถลงการณ์ YNACแถลงการณ์ YNAC

โดยแก้ไขให้มีการควบคุมกัญชาให้มากกว่าประเทศที่อนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ และหากแก้ไขไม่ได้ก็ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคัดค้าน ร่างพ.ร.บ. นั้นด้วย

เตือน ‘ป.ป.ส.’ ย้ำ กัญชา ไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536783

21 พ.ย. 2565

เตือน 'ป.ป.ส.' ย้ำ กัญชา ไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว

อนุทินย้ำ ป.ป.ส. ไม่มีอำนาจพิจารณา เรื่อง ‘กัญชา’ เพราะไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว ยัน ทำตามนโยบาย ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบ

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุถึง การประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในพรุ่งนี้ ว่า จะมีอยู่ 2 ประเด็น คือ วาระการประชุมเพื่อทราบ กรณีที่มีคนไปฟ้องศาลปกครอง ว่าให้เพิกถอนประกาศชื่อยาเสพติดให้โทษ ที่ประกาศไว้วันที่ 9 กุมภาพันธ์ /  และ  เรื่องประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม(กัญชา) ฉบับปรังปรุง
 

ซึ่งในส่วนนี้ไม่น่าเกี่ยวข้องกับป.ป.ส. เพราะกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ที่สำคัญ ประกาศ สธ. เป็นไปตามคำแนะนำของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย

เมื่อถามถึงการประชุมป.ป.ส.ที่มีข้าราชการ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นั่งในบอร์ด จะมีความเห็นอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ อนุทิน ระบุว่า ต้องดูวาระ  ส่วนประกาศกระทรวงสาธารณสุข มีความชัดเจนในกฎหมายแล้วว่า ประกาศกระทรวง รัฐมนตรีมีอำนาจเต็มโดยกฎหมาย เมื่อส่งไปให้เลขาครม.ก็ต้องประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา ดังนั้น การที่นำประกาศเข้าคณะรัฐมนตรี เกิดจากความเข้าใจผิดว่าเป็นกฎกระทรวงหรือไม่  ซึ่งส่วนตัว มองว่า กัญชา ไม่สามารถกลับไปเป็นยาเสพติดได้อีกแล้ว

เมื่อถามถึงความเห็นของแพทย์ในนามองค์กรแพทย์ ที่ต่างแสดงความเห็นต่อนโยบายกัญชาทางการแพทย์ อนุทิน ระบุว่า ต้องยึดนโยบายของรัฐบาล กระทรวงสาธารณสุขเป็นหลัก ซึ่งนโยบายนี้มีหลักฐานทางวิชาการ ผ่านกระบวนการ ผ่านคณะกรรมการทั้งแพทย์แผนไทย หรือแผนปัจจุบัน

อนุทิน ยืนยันว่านโยบายกัญชา เป็นการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ทำตามกฎหมาย มีการควบคุมการใช้ในทางที่ผิด ใช้ประโยชน์กัญชา กัญชงในด้านการแพทย์ สุขภาพ เศรษฐกิจ ซึ่งเป็นนโยบายเร่งด่วนข้อ 4 ของรัฐบาล  ไม่มีการให้ใช้ในเรื่องสันทนาการ สูบหรือเสพ

ด้านเครือข่ายตื่นรู้สู้ภัยสารเสพติดสุขภาพจิตภาคประชาชน นำโดย บัญญัติ เจตนจันทร์ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และทิวัฒน์ รัตนเกตุ รองประธานเครือข่ายฯ  ยื่นหนังสือให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรช่วยผลักดันให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ทบทวนการปลดกัญชาออกจากยาเสพติดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เครือข่ายผู้ตื่นรู้ภัยสารเสพติด จี้ ป.ป.ส.ทบทวน ประกาศ สธ.ปล่อยกัญชาเสรีเครือข่ายผู้ตื่นรู้ภัยสารเสพติด จี้ ป.ป.ส.ทบทวน ประกาศ สธ.ปล่อยกัญชาเสรี

การที่ ป.ป.ส. ได้เห็นชอบต่อประกาศกระทรวงสาธารณสุขข้างต้น และกระทรวงสาธารณสุขละเลย มิได้เสนอ ร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. …. ประกาศใช้เป็นกฎหมายเสียก่อนจึงส่งผลทำให้มีการซื้อขาย ปลูก เสพ หรือบริโภคกัญชาอย่างเสรีโดยไม่มีการควบคุม ทำให้เด็ก เยาวชน และประชาชนสามารถซื้อและบริโภคกัญชาเพื่อนันทนาการโดยปราศจากมาตรการควบคุมที่เหมาะสม

จึงขอเรียกร้องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรช่วยผลักดันให้  ป.ป.ส. พิจารณาแก้ไขเนื้อหาของประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5  พ.ศ. 2565   เพื่อให้มีการนำกัญซามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น และมีมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาการใช้กัญชาเสรีเพื่อนันทนาการโดยเร็ว  โดยเฉพาะการขายกัญชาในผับ บาร์ โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยว จนส่งผลเสียต่อประชาชนและสังคมในวงกว้าง และกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยเป็นอย่างมาก

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รับตรวจสอบ กรณีสลายม็อบ ‘เอเปค’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536780

21 พ.ย. 2565

กมธ.พัฒนาการเมืองฯ รับตรวจสอบ กรณีสลายม็อบ 'เอเปค'

คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองรับ ตรวจสอบ เหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้ ‘ความรุนแรง’ สลายกลุ่มผู้ชุมนุม ราษฎรหยุดเอเปค

อานนท์ นำภา  ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรหยุดเอเปค  รวบรวมพยานหลักฐานจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน ที่บริเวณถนนดินสอ ยื่นต่อกรรมาธิการพัฒนาการเมือง  และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ให้ตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่ในการใช้กำลังขัดขวางการชุมนุม จนเกิดเหตุความรุนแรงมีผู้บาดเจ็บและถูกจับหลายราย จึงอยากให้กรรมาธิการและฝ่ายค้านช่วยตรวจสอบทั้งข้อกฎหมายในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รวมถึงหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ 

ยื่นกมธ.พัฒนาการเมืองฯตรวจสอบ สลายการชุมนุมยื่นกมธ.พัฒนาการเมืองฯตรวจสอบ สลายการชุมนุม

โดยนายบารมี  ชัยรัตน์  ตัวแทนผู้ชุมนุม  มองว่ากลุ่มผู้ชุมนุมได้แจ้งการชุมนุมตามกฏหมายแล้ว แต่ถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังขัดขวางไม่ให้เดินขบวนไปยังอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ซึ่งเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย

ณัฐชา   อินไชยบุญสวัสดิ์  กรรมาธิการพัฒนาการเมือง กล่าวว่า  เหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่อแววไปในความรุนแรง เป็นเพียงการออกมาเรียกร้องสิทธิเท่านั้น ซึ่งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจรุนแรงเกินกว่าเหตุ ไม่มีมาตรการจากเบาไปหาหนัก

ดังนั้นในวันพฤหัสบดีที่24 พ.ย.65 จะนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระการพิจารณาของกรรมาธิการและจะเสนอเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลกับกรรมาธิการ  และในวันเดียวกันในเวลา11.00น. สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศที่อยู่ในเหตุการณ์จะนำหลักฐานมายื่นต่อคณะกรรมาธิการฯด้วย

ขณะที่ธีรารัตน์  สำเร็จวาณิชย์  โฆษกพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีภาพปรากฏชัดมีการยั่วยุจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  จนสถานการณ์บานปลายมีการใช้กำลังทำให้มีผู้บาดเจ็บ  อย่างไรก็ตามมองว่ารัฐบาลที่ดีควรที่จะเปิดหูเปิดตารับฟังความเห็นจากประชาชนไม่ใช่อยู่กดอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุม 

ซึ่งหลังจากนี้ทางกรรมาธิการและพรรคฝ่ายค้าน ก็จะร่วมกันแสวงหาข้อเท็จจริงถึงสาเหตุการกระทำที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงจากภาครัฐ

“หมอวรงค์”เผย กระแสคนใต้ต้องการรีเซ็ตการเมืองในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536767

21 พ.ย. 2565

"หมอวรงค์"เผย กระแสคนใต้ต้องการรีเซ็ตการเมืองในพื้นที่

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้า “พรรคไทยภักดี” รับฟังความคิดเห็นพี่น้องคนใต้ ตนสัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจ เชื่อต้องการรีเซ็ตการเมืองในพื้นที่

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรคซึ่งอยู่ระหว่างเดินสายในกิจกรรมไทยภักดีล่องใต้ ระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2565 ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ – สุราษฎร์ธานี – นครศรีธรรมราช ซึ่งช่วงบ่ายวานนี้ (20 พ.ย.65) ได้จัดเวทีพบปะพี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีเพื่อเสนอแนวคิดและนโยบายของพรรคไทยภักดี ณ หอประชุมโรงเรียนเวียงสระ ต.เวียงสระ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี โดยหัวหน้าพรรคไทยภักดี เปิดเผยว่า 2 วันที่ผ่านมาของการเดินสายรับฟังความคิดเห็นพี่น้องคนใต้ ตนสัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจของพี่น้องในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นว่า จะไปทางไหนดีเพราะพี่น้องคนใต้เป็นคนยึดมั่นในอุดมการณ์ เป็นคนจริง เป็นนักสู้ มาวันนี้ประเทศยังอยู่ในภาวะเสี่ยงภัย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ จะไปซ้ายพรรคเดิมที่เคยมีอุดมการณ์ก็เปลี่ยนไป 

หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า เสียงของพี่น้องคนใต้บอกกับตนว่า วันนี้การเมืองภาคใต้ไม่เหมือนเดิม ถึงเวลาที่จะต้องรีเซ็ตการเมืองพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งตนยืนยันกับพี่น้องว่า เมื่อถึงเวลาที่ต้องรีเซ็ต ให้พี่น้องกรีดเลือดแล้วมาส่องกล้องดูดีเอ็นเอจิตวิญญาณการต่อสู้ของพี่น้องคนใต้สอดคล้องกับจิตวิญญาณการต่อสู้ของพรรคไทยภักดีพรรคเดียว วันนี้ไม่ต้องหวั่นไหว พรรคไทยภักดีจะเป็นที่พึ่งของพี่น้องคนใต้ 

กระแสคนใต้ต้องการรีเซ็ตการเมืองในพื้นที่   กระแสคนใต้ต้องการรีเซ็ตการเมืองในพื้นที่

หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวอีกว่า พรรคไทยภักดีเหนือกว่าพรรคการเมืองอื่นๆคือ เทคโนโลยี เป็นพรรคเดียวที่ไม่ผลาญภาษี แต่จะหาเงินเข้าประเทศ สร้างงาน โดยใช้นวัตกรรมเปลี่ยนหญ้าเนเปียให้เป็นพลังงานสะอาด จะนำประเทศปลดแอกออกจากพลังงานระบบเก่า และนวัตกรรมเดียวกันนี้ยังสามารถผลิตปุ๋ยราคาถูกเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสวนปาล์ม ยางพารา เกษตรกรจะหันไปปลูกหญ้าเนเปียซึ่งมีกำไรไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท/ไร่ มากขึ้น ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรล้นตลาดจะหมดไป
​หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า วันนี้พรรคไทยภักดีกำลังต่อสู้กับระบบที่ต้องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งตราบใดที่เราตื่นตัว ยืนยันว่า เราสู้ได้ จะไม่ยอมให้มีการยกเลิกมาตรา 112 เช่นเดียวกันปัญหายาเสพติด พรรคยืนยันนโยบายปราบโกง เพราะหากไม่มีสินบน ไม่มีการทุจริต ปัญหายาเสพติดจะลดลง

เครือข่าย’นักวิจัย’ ค้านนำกัญชา กลับไปเป็นยาเสพติด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536769

21 พ.ย. 2565

เครือข่าย'นักวิจัย' ค้านนำกัญชา กลับไปเป็นยาเสพติด

สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทยยื่น 5พันรายชื่ ค้าน คณะกรรมการปปส. วันพรุ่งนี้ ไม่นำ ‘กัญชา’ กลับไปอยู่ในบัญชียาเสพติดอีก

สมาคมนักวิจัยแห่งประเทศไทย นำโดย พิพัฒน์ นนทนาธรณ์ นายกสมาคมนักวิจัยฯ และคณะ  นำรายชื่อผู้สนับสนุนอีกกว่า 5,000 คน  ยื่นจดหมายเปิดผนึก ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้เพื่อขอให้คงไว้ ซึ่งประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับปลดกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษ 

โดยระบุว่า ตามที่สังคมมีความคิดเห็นทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในประเด็นเรื่องการปลดพืชกัญชาออกจากรายการยาเสพติดให้โทษนั้น  เครือข่ายนักวิจัยได้ติดตามข้อมูลข่าวสารมาอย่างต่อเนื่อง และได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการดำเนินการที่ผ่านมาของกระทรวงสาธารณสุข เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้อง  ตามความต้องการที่แท้จริงของประชาชนประกอบกับกัญชาไม่อยู่ในรายการยาเสพติดแล้ว จึงไม่อยู่ในอำนาจของคณะคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่จะนำมาพิจารณาอีก 

สถานการณ์ของกัญชาในสังคมที่เป็นอยู่ในขณะนี้มีการให้ข้อมูลแก่ประชาชนที่หลากหลาย มีทั้งข้อเท็จจริง ความห่วงใย (กับสิ่งที่ยังไม่เกิด) และข้อมูลจากงานวิจัย (ที่มาจากต่างประเทศ) ปะปนกัน จนทำให้สังคมเกิดความสับสน ซึ่งนับเป็นสภาวะที่อันตรายอย่างยิ่ง หากรัฐบาลปล่อยให้เกิดสภาวะเช่นนี้จะเป็นบรรทัดฐานกับกรณีอื่นๆ นโยบายกัญชาทางการแพทย์ เป็นนโยบายหนึ่งของรัฐบาล ที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด

เครือข่ายนักวิจัยจึงอยากขอให้รัฐบาลเร่งรัดการออกพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ…..ออกมาโดยเร็วที่สุด เนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาวาระ 1 ของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว และร่างนี้ก็มีกรรมาธิการถึง 25 คน มาจากพรรคการเมือง นักวิชาการและข้าราชการ และในระหว่างที่รอการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรรอบใหม่

 เครือข่ายขอสนับสนุนให้คงมีการบังคับใช้ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2565 ที่ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา
ที่มีการปรับแก้จากฉบับที่ประกาศเมื่อ 16 มิถุนายน 2565 ตามข้อห่วงใยของเครือข่ายนักวิชาการแล้ว

‘ประชาธิปัตย์’ จี้ นายกฯ ถึงเวลา ต้องปรับครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536755

21 พ.ย. 2565

'ประชาธิปัตย์' จี้ นายกฯ ถึงเวลา ต้องปรับครม.

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทวงนายกรัฐมนตรี ถึงเวลา’ปรับครม.’ หลังเอเปค จบสวย ว่ารัฐมนตรีช่วยฯมหาดไทย แต่งตัวรอแล้ว

จุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงการปรับครม.ที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติเสนอชื่อนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ ว่า เมื่อการประชุม APEC2022 เสร็จสิ้นแล้วก็น่าจะถึงเวลา ที่นายกรัฐมนตรี จะดำเนินการนำชื่อนายนริศ ขึ้นทูลเกล้าฯ ตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญต่อไปได้แล้ว

เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ทำเองก็ไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ กติกา ท่านนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเท่านั้นที่จะนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ดำเนินการตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การทางการเมืองหลังจากการประชุมเอเปคว่า เรื่องยุบสภาถือเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่ในฐานะเป็นพรรคการเมืองสถานการณ์เช่นนี้ต้องเตรียมความพร้อม

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คงต้องติดตามเรื่องกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญในเบื้องต้นก่อนซึ่งจะมีผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในปลายเดือนที่จะถึงนี้


ในส่วนของพรรคได้ให้ความสำคัญกับนโยบายพรรคที่จะนำไปใช้รณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่จะถึงนี้ รวมถึงการเตรียมผู้สมัครที่จำเป็นต้องคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาเป็นตัวแทนพรรคให้พี่น้องประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวตอนท้ายว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลักสำคัญของพรรคทั้งในส่วนของนโยบายและภายใต้การนำของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงการทำหน้าที่ในด้านเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

เห็นได้จากเสียงสะท้อนจากประชาชนผ่านผลโพลจากการทำหน้าที่ เสียงสะท้อนจากประชาชนโดยทั่วไป พรรคเชื่อมั่นและพร้อมสนับสนุนนายจุรินทร์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เพื่อให้ได้ทำหน้าที่เพื่อคนไทยทั้งประเทศ พรรคพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งอย่างเต็มรูปแบบ

ภาคีนักกฎหมายสิทธิฯ ฟ้องตำรวจสลายม็อบ พรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536753

21 พ.ย. 2565

ภาคีนักกฎหมายสิทธิฯ ฟ้องตำรวจสลายม็อบ พรุ่งนี้

นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ร้องศาลแพ่ง 10.00 น. ไต่สวน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ใช้ความรุนแรงสลายม็อบ ละเมิดสิทธิมนุษยชน

ทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจะเข้ายื่นคำร้องต่อศาลแพ่งวันที่ 22 พ.ย. 2565 เวลา 10.00 น. เพื่อให้เรียกตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  มาไต่สวน เนื่องจากการสลายการชุมนุมม็อบเอเปค เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2565 เป็นการละเมิดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว

ซึ่งศาลแพ่งเคยมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสั่งให้ตำรวจต้อง ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุมโดยคำนึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน

ทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนในฐานะผู้ทำคดีกระสุนยาง คดีหมายเลขดำที่ พ.3683/2564 ซึ่งสื่อมวลชนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กรณีได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระสุนยางของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าสลายการชุมนุมบริเวณถนนดินสอใกล้กับอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

จึงจะดำเนินการร้องต่อศาลเพื่อเรียกตัวแทน สตช. มาชี้แจง เนื่องจากมีสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย เช่น นักข่าวรอยเตอร์ นักข่าว The MATTER โดยจะมีการสืบพยานพยานฝ่ายโจทก์ 14 ปาก 3 นัด ระหว่างวันที่ 19-21 กรกฎาคม 2566 พยานฝ่ายจำเลย 8 ปาก 2 นัด ระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2566

ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, iLaw และ Mob Data Thailand พบว่า ตั้งแต่ปี 2563 ถึงปัจจุบันมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เฉพาะกรณีถูกยิงกระสุนยางเข้าใส่ มีอย่างน้อย 65 ราย โดย 25 รายถูกเล็งยิงบริเวณศีรษะ ในนั้น 5 คนต้องบาดเจ็บสาหัส 1 คนเป็นอัมพาต และ 3 คนสูญเสียการมองเห็น

แต่กลับไม่ปรากฏข้อมูลว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ตำรวจควบคุมฝูงชน ที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวได้ถูกสอบสวน ถูกตรวจสอบหรือดำเนินการทางวินัยใดๆ แม้คดีนี้จะมีการฟ้องศาลเพื่อขอให้ศาลใช้อำนาจตุลาการตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่รวมทั้งตรวจสอบการควบคุมดูแลสั่งการของผู้บังคับบัญชา ตลอดจนนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ



การยื่นคำร้องขอให้ศาลเรียกตัวแทน สตช.มาไต่สวนในครั้งนี้ ภาคีฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยในการปรับปรุงพฤติกรรมการใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและใช้อำนาจตามอำเภอใจ จะมีการใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ภาพ cr  @LookkateChonth1

พล.อ.ประยุทธ์ กำลังย่ำตามรอยเท้ารุ่นพี่ ‘เผด็จการ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536744

21 พ.ย. 2565

พล.อ.ประยุทธ์ กำลังย่ำตามรอยเท้ารุ่นพี่ 'เผด็จการ'

รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย มองพล.อ.’ประยุทธ์’ กำลังย่ำตามรอยเท้า เผด็จการในอดีต ขอเวลาอีกไม่นาน เป็นแค่วาทะกรรม

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย โพสเฟสบุ๊ค รำลึกอดีตจากชุมนุมกปปส. สู่ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และ ขอเวลาอีกไม่นาน

นิพิฏฐ์ เล่าว่า คำว่า ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เป็นคำกล่าวของคณะบุคคลในกลุ่มกปปส. ที่ไม่ยอมให้มีการเลือกตั้งจนกว่าจะมีการปฏิรูปการเมือง คำกล่าวนี้ ทำให้แนวร่วมกปปส. แตกแยกออกเป็นหลายฝ่าย เพราะบางฝ่ายเห็นว่า การปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ไม่มีตัวชี้วัด และไม่เห็นด้วย ซึ่งช่วงนี้เองที่ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์แยกทางเดินกับกลุ่มกปปส.

เพราะประชาธิปัตย์ เมื่อไม่มีกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอย และ ไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ก็เดินกลับที่ตั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง ลาออกจากสมาชิกพรรค ไปชุมนุมต่อ เปลี่ยนชื่อเป็น กปปส.ใช้นโยบาย ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง  จบลงด้วยการยึดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557

ภาพประกอบจากวิกิพีเดียภาพประกอบจากวิกิพีเดีย

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจแล้ว ก็แต่งเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทยและกล่าวว่าจะอยู่ไม่นาน    การเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้น ต้นปี 2566 มีการตั้งพรรคการเมืองบางพรรคขึ้นมา เพื่อสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจต่อไป

ในอดีตก็มีพรรคที่ตั้งขึ้นมาสนับสนุนทหารที่ยึดอำนาจ เช่น พรรคเสรีมนังคศิลา ในปี 2498 ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนจอมพลป.พิบูลสงคราม, พรรคสหประชาไทย ในปี 2512 ที่ตั้งขึ้นมาสนับสนุนจอมพลถนอม กิตติขจร และ จอมพลประภาส จารุเสถียร ,พรรคสามัคคีธรรม ที่ตั้งขึ้นมาสนับสนุนรสช. จากการยึดอำนาจในปี 2534

หากพรรคใดจะตั้งขึ้นมาสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองนั้น แต่ขอให้ดูก้าวย่างของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ดีกว่า ว่ากำลังเดินย่ำรอยเท้าของของ จอมพลป.พิบูลสงคราม,กำลังย่ำรอยเท้าของจอมพลถนอม กิตติขจร และ จอมพลประภาส จารุเสถียร และสุดท้ายกำลังย่ำรอยเท้าของพลเอกสุจินดา คราประยูร ทุกกระเบียดนิ้ว หรือไม่

ส่วนพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่ต่างกับพรรคสหประชาไทย ที่มีจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นหัวหน้าพรรค เพียงแต่ครั้งนี้ จะเปลี่ยนจากชื่อ จอมพลถนอม กิตติขจร เป็นชื่อใคร และหากจอมพลถนอม เป็นแฝดผู้พี่ วันนี้ใครจะเป็นแฝดผู้น้องเท่านั้น

พปชร. ตั้ง’ไพบูลย์ นิติตะวัน’ เป็นประธานฯลุยหาเสียงเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/536740

21 พ.ย. 2565

พปชร. ตั้ง'ไพบูลย์ นิติตะวัน' เป็นประธานฯลุยหาเสียงเลือกตั้ง

ประธาน ‘กรรมการนโยบาย’ พรรคพลังประชารัฐ ประชุมนัดแรก 23 พ.ย.นี้ ลุยหาเสียงเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ หลังยึกยักมานาน

คำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่  132/2565  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่  18 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา  แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้การกำหนดนโยบายในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ ดำเนินการไปด้วยความเรียบร้อย เปิดโอกาสให้ส.ส.ของพรรค สมาชิกพรรค นักวิชาการ และประชาชนทั่วไปเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของทุกภาคส่วน

รองรับการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า และตอบสนองต่อสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และประชาคมโลกในปัจจุบัน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและเกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประชาชนคนไทย ทุกคนอยู่ดีกินดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   อาศัยอำนาจตามข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 17 (1)(ซ)

คำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 132/2565คำสั่งพรรคพลังประชารัฐ ที่ 132/2565

โดยมีองค์ประกอบ หน้าที่และอำนาจ ดังนี้1. นายไพบูลย์ นิติตะวัน  ประธานกรรมการ 2.พล.ต.อ.ธรรมศักดิ์ วิชชารยะ รองประธานกรรมการ 3. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม กรรมการ 4.นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กรรมการ 5.นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ กรรมการ 6. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ กรรมการ 7.นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา กรรมการ 8. นายรงค์ บุญสวยขวัญ กรรมการ 9.นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ กรรมการ 10.น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ กรรมการ 11. พล.อ.กฤษณ์โยธิน ศศิพัฒนวงษ์ กรรมการ 12. นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ กรรมการ 13. นายบุรินทร์ สุขพิศาล กรรมการ 14 นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการ 15 รศ.ดร.พรรรณชฎา ศิริวรรณบุศย์ กรรมการและเลขานุการ

คำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่ 132/2565คำสั่งพรรคพลังประชารัฐที่ 132/2565

คณะกรรมการนโยบาย  มีหน้าที่และอำนาจ 
– ศึกษาและจัดทำร่างนโยบายเพื่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้อง เสนอหัวหน้าพรรคพิจารณา เพื่อปรับปรุงแก้ไข หรือดำเนินการอื่นใดเพิ่มเติม ให้เกิดความสมบูรณ์ครบถ้วน รวมทั้ง นำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป
– จัดให้มีการรับฟัง แลกเปลี่ยน และระดมความคิดเห็นจาก ส.ส.ของพรรค สมาชิกพรรค นักวิชาการ และประชาชนทั่วไป รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมในกระบวนการศึกษาและจัดทำร่างนโยบายเพื่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรคที่เกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่าง ๆ ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับชุมชนท้องถิ่น ระดับจังหวัด ระดับภูมิภาค และระดับชาติ 
 

– จัดทำเอกสารประกอบนโยบายเพื่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งของพรรค เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560   

– แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะอนุกรรมการ และคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือสนับสนุนการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย

– รายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการในทุกขั้นตอนต่อหัวหน้าพรรคโดยตรง

และดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ และปฏิบัติงานอื่นตามที่หัวหน้าพรรคมอบหมาย

โดยประธานคณะกรรมการนโยบาย เตรียมประชุมนัดแรก ในวันที่ 23 พ.ย.นี้ เวลา 14.00 น. 
ที่รัฐสภา