เฉลิมชัย สั่งสอบเช่าคอมพ์กรมวิชาการเกษตรส่งกลิ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409759?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เฉลิมชัย สั่งสอบเช่าคอมพ์กรมวิชาการเกษตรส่งกลิ่น

11 มกราคม 2563 – 00:00 น.
เช่าคอม,กรมวิชการเกษตร,คอมพิวเตอร์,เช่าคอมพ์,งบประมาณ,ถูกตัดงบประมาณ,มนัญญา,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 152 ครั้ง

เฉลิมชัย สั่ง สอบเช่าคอมพ์กรมวิชาการเกษตร หลังกมธ.หั่นงบ 63 ถึงร้อยละ 50 เหตุสูงกว่าราคาซื้อ

11 มกราคม 2563 อธิบดีกรมวิชาการเกษตรแจงงบประมาณที่ถูกปรับลดในการเช่าคอมพิวเตอร์ เป็นงบประมาณการดำเนินงาน ไม่เกี่ยวข้องกับงบลงทุนในการจัดซื้อครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างแต่อย่างใด

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า สั่งการให้นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องการเช่าคอมพิวเตอร์ของกรมวิชาการเกษตร ตามที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ ทำหนังสือมาถึงนานแล้ว โดยในหนังสือระบุว่า งบประมาณการเช่าคอมพิวเตอร์ในปี 2563 นั้นมีความผิดปกติเนื่องจากสูงกว่าราคาจัดซื้อ

นายเฉลิมชัยกล่าวต่อว่า ทันทีที่ได้รับหนังสือจากรมช. มนัญญาได้ลงนามในคำสั่งให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว ขณะนี้รอผลสรุปจากปลัดกระทรวงอยู่ ยืนยันว่า ขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ จะไม่ให้มีการทุจริตในโครงการใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายจะไม่ให้มีการเสียสตางค์ซื้อขายตำแหน่งแม้แต่บาทเดียว

น.ส. เสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ได้ปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ของกรมวิชาการเกษตรลงร้อยละ 50 นั้นเป็นงบประมาณการดำเนินงานซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับงบลงทุนในการจัดซื้อครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้าง จึงได้กำหนดแนวทางการบริหารงบประมาณโดยปรับแผนในการดำเนินงานให้มีความสอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับ

โดยให้ทุกหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทบทวนและจัดลำดับความสำคัญรายละเอียดของงาน โดยเฉพาะงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมวิชาการเกษตร  โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  งานด้านบริการที่มีผลกระทบต่อประชาชนและการส่งออก เช่น การตรวจรับรองแหล่งผลิตพืช (GAP) โรงงานแปรรูป  โรงรม (GMP)

การตรวจสอบปัจจัยการผลิต  ศัตรูพืช  และออกใบรับรองบริการวิชาการด้านพืช การผลิตเมล็ดพันธุ์ดีซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาลเพื่อจำหน่ายและจ่ายแจกให้แก่เกษตรกร เช่น มันสำปะหลัง  ข้าวโพด  รวมทั้งพืชตระกูลถั่วที่ใช้น้ำน้อย งานบริการทั้งหมดนี้จะต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนงานอื่นๆ ให้พิจารณาปรับลดปริมาณงานตามวงเงินงบประมาณที่ได้รับ

คลอดแล้ว…ประกาศควบคุมผลิตเคมีผู้บริโภคได้ประโยชน์สุด ๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409754?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

คลอดแล้ว…ประกาศควบคุมผลิตเคมีผู้บริโภคได้ประโยชน์สุด ๆ

11 มกราคม 2563 – 00:00 น.
มนัญญา,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์,สารเคมี,พาราควอต,ข่าววันนี้,โรงงาน,สิ่งแวดล้อม
เปิดอ่าน 139 ครั้ง

ร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯควบคุมผลิต บรรจุสารเคมีจัดทำเรียบร้อย เสนอกก.วัตถุอันตราย ก่อนเฉลิมชัยลงนามย้ำเป็นกม.ให้ความปลอดภัยผู้ใช้ ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

11 มกราคม 2563 มนัญญาเผยร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯควบคุมผลิต บรรจุสารเคมีทางการเกษตรจัดทำเรียบร้อย สั่งกรมวิชาการเกษตรเสนอที่ประชุมกก.วัตถุอันตรายเห็นชอบก่อนเสนอ เฉลิมชัย ลงนาม ย้ำเป็นกฎหมายให้ความปลอดภัยต่อผู้ทำงานในโรงผลิต ผู้ใช้ และผู้บริโภค ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ส่ง (ร่าง) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิต การนำเข้า การส่งออก และการมีไว้ในครอบครอง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. ….มาให้แล้ว

สาระสำคัญคือ กำหนดให้สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายต้องได้การรับรองระบบมาตรฐานบริหารคุณภาพ ISO 9001 ระบบมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 และมีห้องปฏิบัติการซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC17025 ด้านการวิเคราะห์วัตถุอันตราย ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันการตรวจรับรองมาตรฐาน โดยหน่วยงานมาตรฐานในประเทศไทย

ยกเว้นสถานที่ผลิตสารชีวภัณฑ์ และสารสกัดจากพืช สถานที่ผลิตวัตถุอันตรายที่ผู้ประกอบการได้รับอนุญาตให้ผลิตวัตถุอันตรายอยู่ก่อนแล้ว จะให้เวลาปรับปรุงแก้ไข 2 ปี อาคารผลิตและเก็บรักษาวัตถุอันตรายที่มากกว่าสองชั้นขึ้นไปต้องมีบันไดหนีไฟ ผนังต้องใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดการลุกลามของ พื้นอาคารต้องไม่มีคุณสมบัติดูดซับวัตถุอันตราย สามารถป้องกันการรั่วไหลของวัตถุอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการระบายอากาศที่เหมาะสม

ต้องแบ่งแยกพื้นที่ผลิตและเก็บวัตถุอันตรายแต่ละประเภทเป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันการปะปนกัน มีการระบายน้ำทิ้งลงสู่บ่อพักเพื่อนำไปบำบัด สำหรับการป้องกันอันตรายสำหรับผู้ปฏิบัติงานนั้น กำหนดให้ต้องมีเสื้อผ้าชุดปฏิบัติงาน ถุงมือ รองเท้า หมวก หน้ากากป้องกันพิษ

ตรวจสุขภาพผู้ปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเพื่อป้องกันอันตรายจากการมีวัตถุอันตรายสะสมอยู่ในร่างกาย ถ้าผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับวัตถุอันตรายที่มีสารประกอบในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟสหรือคาร์บาเมตต้องตรวจหาระดับซีรัมโคลีนเอสเตอเรสด้วย พร้อมจัดทำทะเบียนประวัติสุขภาพของผู้ปฏิบัติงานและหากตรวจพบวัตถุอันตรายสะสมในร่างกายจนถึงระดับอันตราย ต้องจัดให้ผู้นั้นได้รับการรักษาหรือไปปฏิบัติงานอื่นตามความเหมาะสม

น.ส. มนัญญากล่าวต่อว่า กฎหมายใหม่นี้ยังกำหนดให้ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย โดยการตรวจสอบวิเคราะห์คุณภาพ อัตราส่วนความเข้มข้นของสารสำคัญให้ถูกต้องก่อนบรรจุภาชนะ ตรวจสอบฉลากที่จะปิดบนภาชนะบรรจุวัตถุอันตรายให้ถูกต้อง

นอกจากนี้ผู้ผลิตวัตถุอันตรายจำกัดการใช้ต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการผลิตให้พนักงาน เจ้าหน้าที่ทราบภายในวันถัดจากวันที่มีการผลิตประกอบด้วย กระบวนการการตั้งแต่เริ่มนำสารชนิดเข้มข้นมาแปรรูปโดยใช้ส่วนผสมต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นสารพร้อมใช้ แจ้งชนิดของส่วนผสม รายงานเกี่ยวกับภาชนะบรรจุที่ใช้แล้วซึ่งมีอยู่ในความครอบครอง การส่งไปทำลาย สถานที่ทำลายและวิธีการทำลาย

โดยจะต้องส่งรายงานดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในเดือนมกราคมทุกปี ในกรณีที่หากสอบสวนพบว่า เกิดข้อบกพร่องที่มีผลต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์หรือเกิดอันตรายต่อ ผู้บริโภคต้องเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวคืนอย่างรวดเร็ว มีบันทึกการเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืนจากลูกค้าแต่ละราย ตลอดจนให้แยกเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ที่เรียกคืนไว้ในบริเวณเฉพาะที่ปลอดภัย

“สั่งการให้กรมวิชาการเกษตรนำเสนอ (ร่าง) ประกาศกระทรวงฯ นี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งต่อไปเพื่อให้ความเห็นชอบ จากนั้นจะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงนาม หรือลงนามเอง หากได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ในฐานะที่กำกับดูแลกรมวิชาการเกษตร ซึ่งมั่นใจว่า เป็นกฎหมายที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงานในสถานที่ผลิต ผู้ใช้ และผู้บริโภค รวมถึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” น.ส. มนัญญากล่าว

ไร่ละ 3,000 บาทชดเชยทำลายมันสำปะหลังใบด่าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409271?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ไร่ละ 3,000 บาทชดเชยทำลายมันสำปะหลังใบด่าง

11 มกราคม 2563 – 00:00 น.
มันสำปะหลัง,กรมส่งเสริมการเกษตร,ใบด่างมันสำปะหลัง,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 71 ครั้ง

เปิดเวที ปราบใบด่างมันสำปะหลัง มั่นใจเกษตรกรได้รับค่าชดเชย ภายใน ก.พ. คุมเข้มห้ามเกษตรกรใช้ท่อนพันธุ์ ที่เป็นโรคซ้ำเด็ดขาด ขอความทุกชุมชน เฝ้าระวังและรู้จักโรค

11 มกราคม 2563 กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเวที ปราบใบด่างมันสำปะหลัง มั่นใจเกษตรกรได้รับค่าชดเชย ภายใน ก.พ. นี้ คุมเข้ม ห้ามเกษตรกรใช้ท่อนพันธุ์ ที่เป็นโรคซ้ำ เด็ดขาด ขอความร่วมมือทุกชุมชน เฝ้าระวังและรู้จักโรค 

นางกุลฤดี  พัฒนะอิ่ม รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวถึงการประชุมชี้แจงคู่มือโครงการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง ว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ได้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ พร้อมช่วยเหลือเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ กรมวิชาการเกษตร รับรองการเกิดโรคใบด่างมันสำปะหลังในประเทศไทย ที่สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส Cassava mosaic virus ซึ่งเป็นโรคที่มีความสำคัญ หากระบาดรุนแรงอาจทำให้ผลผลิตเสียหายได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์

เกษตรกรไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ เชื้อไวรัสสาเหตุโรคสามารถแพร่ระบาดโดยท่อนพันธุ์มันสำปะหลังและ แมลงหวี่ขาวยาสูบ และ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณโครงการป้องกันและกำจัดโรคใบด่างมันสำปะหลัง  เป็นค่าทำลายต้นที่เป็นโรคและเงินชดเชยให้เกษตรกร กรมส่งเสริมการเกษตรจึงได้จัดทำคู่มือโครงการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถนำไปปฏิบัติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข พื้นที่เป้าหมาย วิธีการทำลาย การใช้เงิน วิธีการจ่ายเงินชดเชย ที่คณะอนุกรรมการบริหารจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลังกำหนด

สำหรับแผนการขับเคลื่อนการปราบใบด่างมันสำปะหลัง ได้ วางไว้ 4 แนวทาง สำรวจ ชี้เป้า ทำลาย และชดเชย ซึ่งจะต้องทำ โดยรัดกุม พร้อมทั้งปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการอย่างเคร่งครัด และการทำลาย จะต้องถูกต้อง ตามหลักวิชาการ ได้แก่ วิธีฝังกลบ

โดยฝังกลบต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรค และต้นข้างเคียงโดยรอบในรัศมี 2 เมตรในหลุมที่ลึกไม่น้อยกว่า 2 – 3 เมตร ราดด้วยสารกำจัดวัชพืช อะมีทรีน 80% WG ซัลเฟนทราโซน 48% SC ไดยูรอน 80% WP อย่างใดอย่างหนึ่งก่อน จึงกลบด้วยดินหนาไม่น้อยกว่า 0.5 เมตร  วิธีใส่ถุง/กระสอบ  โดยนำต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคตัดเป็นท่อนใส่ถุง / กระสอบมัดปากให้แน่นแล้วนำไปตากแดดไม่น้อยกว่า 7 วัน หรือจนกว่าต้นมันสำปะหลังจะตาย หรือ วิธีบดสับ

โดยนำต้นมันสำปะหลังที่เป็นโรคเข้าเครื่องบดป่นหรือเครื่องสับย่อย โดยปูพลาสติกรองพื้นให้เศษต้นที่ถูกทำลายอยู่บนพลาสติก แล้วคลุมกองด้วยพลาสติกตากแดดให้ต้นมันสำปะหลังแห้งตาย ขณะนี้ เริ่มทำลายไปแล้ว กว่า 20,000 ไร่

สำหรับเกษตรกรที่ยินยอมให้ทำลายต้นที่เป็นโรค จะได้รับเงินชดเชย ไร่ละ 3,000 บาท ตามรายละเอียดเงื่อนไขของโครงการ โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินให้กับเกษตรกร ได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ขอย้ำให้เกษตรกร และสั่งการเจ้าหน้าที่ให้ทุกพื้นที่ ที่พบการระบาด รวมถึงพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง ไม่ใช้ท่อนพันธุ์ ที่เป็นโรคซ้ำ เด็ดขาด และขอความร่วมมือ เจ้าหน้าที่เกษตรกร สร้างการรับรู้ให้เกษตรกร เฝ้าระวัง และ หมั่นสำรวจแปลงอยู่เสมอ

ชวนเที่ยวงานวันเด็กฯที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409576?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ชวนเที่ยวงานวันเด็กฯที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ

10 มกราคม 2563 – 10:29 น.
พิพิธภัณฑ์เกษตร
เปิดอ่าน 180 ครั้ง

เที่ยวงานวันเด็กฯที่พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ สนุกเรียนรู้”เมล็ดพันธุ์ของพระราชา” 

“เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”คำขวัญวันเด็กปีนี้ที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มอบให้เด็กไทย เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2563 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 11 มกราคม เพื่อสื่อความว่าเด็กไทยยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญทั้งเรื่องของเทคโนโลยีและต้องรู้จักหน้าที่ของความเป็นพลเมืองไทย รับผิดชอบอนาคตประเทศชาติร่วมกันด้วย

“สหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ”(ขวา)ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ

ในปีนี้ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมจัดงานวันเด็กกันอย่างคึกคัก หนึ่งในนั้นคือ สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้จัดงานวันเด็กอย่างยิ่งใหญ่อีกปี เพื่อให้เด็กๆ ที่ถือเป็นเมล็ดพันธุ์ของพระราชาได้มีโอกาสเรียนรู้งานด้านการเกษตรอย่างครบวงจร ทั้งภาคทฤษฎีและการทดลองปฏิบัติจริง ภายใต้ชื่องาน “เมล็ดพันธุ์ของพระราชา”

   “ท่องโลกเกษตร” ตามผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ “สหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ” ไปสัมผัสกิจกรรมวันเด็กแห่งชาติ ที่สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ซึ่งได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีกิจกรรมทางด้านการเกษตรที่หลากหลายให้เด็กๆ ได้สัมผัสกัน

สหภูมิบอกว่า พิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งการเรียนรู้แบบมีชีวิต ที่ให้ความสำคัญกับเด็ก เยาวชน ที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนา และขับเคลื่อนประเทศชาติในอนาคต และเพื่อให้เด็กๆ ได้เข้าใจ เรียนรู้วิถีเกษตรจากทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ได้ความรู้ฝึกทักษะการเกษตรสู่การพึ่งพาตนเองในอนาคต สุข สนุก เรียนรู้ชัด ปฏิบัติได้จริง ภายใต้คำขวัญของนายกรัฐมนตรี ที่ว่า “เด็กไทยยุคใหม่ รู้รักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมืองไทย”

ภายในงานเมล็ดพันธุ์ของพระราชาจะได้เรียนรู้วิถีเกษตรพอเพียงที่สอดแทรกสาระความรู้ สนุกอัดแน่นทุกกิจกรรม ลงมือปฏิบัติจริงผ่านเกมสนุกๆ อาทิ จักรยานสูบน้ำ ปลูกผักกลับบ้าน ต่อวงจรโซลาร์เซลล์ ตามล่าหาเมล็ดพันธุ์ นาปาเป้า หนูน้อยจ่ายตลาด ประดิษฐ์พวงกุญแจจากหญ้าแฝก และอีกมากมายกว่า 30 ฐานการเรียนรู้ สนุกสนาน ลุ้นรับของรางวัลมากมาย จากกิจกรรมสนุกๆ ที่มีให้เลือกสารพัด เช่น แม่นจริงยิงหนู แตะบอลเข้ารู บันไดงู โยนห่วง จับได้ ดมดี สนุกครบครันพร้อมรับของรางวัลกลับบ้าน

เป็นงานจัดเต็มให้เด็กๆ เข้ามาเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์ทั้ง 6 พิพิธภัณฑ์ เรียนรู้พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9  และสนุกทะลุจอไปกับการชมภาพยนตร์แอนิเมชั่น 3 มิติ จัดเต็ม 7 เรื่อง 7 รส จัดเต็มตลอดงานตามรอบการเข้าชม ที่สอดแทรกสาระความรู้ต่างๆ ให้เยาวชนไทยได้นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

อิ่มอร่อยกับอาหาร เครื่องดื่ม เติมพลังแห่งการเรียนรู้จากผลผลิตทางการเกษตร แวะถ่ายภาพ เช็กอิน แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร สืบสาน รักษา ต่อยอด WISDOM FARM เดินเล่นชิลๆ บนสะพานไม้ไผ่กลางแปลงนาอินทรีย์ ชมเรือขุดลอกคลอง สมัยรัชกาลที่ 5 ถ่ายภาพกับเรือนไทยโบราณ 4 ภาค ชิมกาแฟอินทรีย์ และช็อปอาหารคาวหวานที่ WISDOM FARM

พลาดไม่ได้!! ที่จะพาลูกหลาน เมล็ดพันธุ์ของพระราชา มาสร้างประสบการณ์ให้เติบใหญ่เป็นต้นไม้ที่แข็งแรง หยั่งรากลึกลงดิน ออกดอกผลที่สวยงามกล้าที่จะคิดและทำสิ่งใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติตามวิถีของตนเอง เพื่อสร้างพื้นฐานสำหรับการดำรงชีวิตในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมร่วมแสดงพลังเด็กไทยยุคใหม่ ที่รู้ทันเทคโนโลยี รู้จักหน้าที่พลเมืองไทย และเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสร้างความสามัคคีให้แก่สังคมไทย เพื่อการพัฒนาประเทศที่ก้าวไกลในอนาคต

สำหรับสำนักงานพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องในมหามงคลสมัยทรงครองสิริราชสมบัติครบรอบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์การก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม  2539

และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม  2545 ต่อมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(องค์การมหาชน) เพื่อดำเนินการบริหารงานตามพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) ปี 2552 โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2552 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน

ธ.ก.ส. จับมือ สำนักอนามัย หนุนจัดทำบัตร Smart Card อสส. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409530?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ธ.ก.ส. จับมือ สำนักอนามัย หนุนจัดทำบัตร Smart Card อสส.

10 มกราคม 2563 – 01:25 น.
ธกส,สำนักอนามัย,หนุนทำบัตร,อสส,บัตร Smart Card
เปิดอ่าน 87 ครั้ง

ธ.ก.ส. จับมือ สำนักอนามัย หนุนจัดทำบัตร Smart Card อสส. แทนบัตรประจำตัว ใช้ถอนเงินสด ชำระค่าบริการในร้านที่รองรับบัตร Debit Prompt Card

นายกษาปณ์ เงินรวง ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และนายแพทย์ชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือโครงการจัดทำบัตร Smart Card อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ อสส. สามารถใช้บัตร Smart Card อสส. แทนบัตรประจำตัว อสส. อีกทั้งยังสามารถใช้บัตรถอนเงินสด และชำระค่าบริการในร้านที่รองรับบัตร Debit Prompt Card ซึ่งโครงการดังกล่าว เป็นการสนับสนุนการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) พร้อมพัฒนาระบบการเบิกจ่ายเงินค่าป่วยการของ อสส. ให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ณ ห้องประชุมชั้น 8 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง เมื่อเร็วๆ นี้

ธ.ก.ส.-คูโบต้า-ยันม่าร์ หนุนสินเชื่อเครื่องจักรการเกษตร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409529?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

ธ.ก.ส.-คูโบต้า-ยันม่าร์ หนุนสินเชื่อเครื่องจักรการเกษตร

10 มกราคม 2563 – 01:02 น.
ธกส,จับมือ คูโบต้า,ยันม่าร์,หนุนสินเชื่อเครื่องจักร,ทางการเกษตร,ข่าววันนี้,คมช้ดลึก,ลดต้นทุน,เกษตรกร
เปิดอ่าน 92 ครั้ง

ธ.ก.ส จับมือคูโบต้าและยันม่าร์ สร้างโอกาสให้เกษตรกรเข้าถึงเครื่องจักรทางการเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน พร้อมหนุนสินเชื่อ วงเงิน 15,000 ล้านบาท

ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพ ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการสินเชื่อนวัตกรรมเครื่องจักรเครื่องยนต์” ระหว่าง นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กับ นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด – นางวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามคูโบต้า ลีสซิ่ง จำกัด และนายชินจิ สุเอนางะ ประธานบริหารบริษัท ยันม่าร์ เอส พี จำกัด – นายทาคาชิ โยชิดะ ประธานบริษัท ยันม่าร์ แคบปิตอล (ไทยแลนด์) จำกัด เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกร ประชาชนทั่วไป ผู้ประกอบการ มีโอกาสในการเลือกใช้เครื่องจักรเครื่องยนต์ทดแทนแรงงาน เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตทางการเกษตรสู่ความยั่งยืน โดยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตรเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตการเกษตร

นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธ.ก.ส. มีนโยบายส่งเสริมการปฏิรูปภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืนภายใต้หลัก ปรับ เปลี่ยน พัฒนา โดยเฉพาะการปรับการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับการทำเกษตรกรรมในทุกรูปแบบที่สามารถลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ธ.ก.ส. จึงได้ทำโครงการสินเชื่อนวัตกรรมเครื่องจักรเครื่องยนต์ โดยร่วมกับเครือบริษัทคูโบต้าและยันม่าร์ ในการสนับสนุนเกษตรกรให้มาเลือกใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Agri-Tech) แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร และการทำการผลิตให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ หรือการปลูกพืชตามแผนที่เกษตร (Agri-Map) เพื่อการบริหารจัดการเชิงรุกในพื้นที่ที่เหมาะสม

รวมทั้งเปลี่ยนการผลิตการเกษตรให้ตรงกับความต้องการของตลาด สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร (Value Added) ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคการเกษตรให้มีความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเป็นเกษตรกรลูกค้า หรือผู้ที่มีความสนใจ โดยสามารถขอรับการสนับสนุนสินเชื่อตามโครงการดังกล่าว นำไปเป็นเงินทุนจัดซื้อเครื่องจักรเครื่องยนต์ในภาคเกษตรกรรม ตลอดจนเป็นค่าอุปกรณ์ ค่าบำรุงซ่อมแซม และการจัดหาอุปกรณ์พ่วงหรือเสริมให้เครื่องจักรนั้นสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วงเงินสินเชื่อรวม 15,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย
MRR-1 (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.875 ต่อปี) ระยะเวลาโครงการตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566

นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของคนในชุมชนภายใต้โครงการ
สินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย  วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเพียง ร้อยละ 0.01 ต่อปี สำหรับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตรที่สนใจการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยเครื่องจักรกลการเกษตรทั้งนี้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขต้องเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้เกิดจากเจตนารมย์ร่วมกันของ ธ.ก.ส. และสยามคูโบต้า เล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนให้เกษตรกรสามารถเป็นเจ้าของนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรได้ง่ายขึ้น ด้วยเงื่อนไขการให้สินเชื่อที่เหมาะสมกับรายได้ของเกษตรกร เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าที่ตอบสนองต่อยุคนวัตกรรมการเกษตรมากขึ้น ด้วยระบบนวัตกรรมอัจฉริยะ KUBOTA Intelligence System (KIS) ที่ช่วยให้บริหารจัดการเครื่องจักรกลได้ง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงจัดตั้ง คูโบต้า ฟาร์ม เพื่อเป็นฟาร์มสร้างประสบการณ์เกษตรสมัยใหม่ของอาเซียน มุ่งหวังให้เกษตรกรได้เข้าถึงทุกนวัตกรรมเกษตรที่ใช้ได้จริง ทั้งนี้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดียิ่งขึ้น

นายชินจิ สุเอนางะ ประธานบริหารบริษัท ยันม่าร์ เอส พี จำกัด กล่าวว่า ด้วยการสนับสนุนด้านสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. ยันม่าร์เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยพี่น้องเกษตรกรได้มีโอกาสเข้าถึงเครื่องจักรกลการเกษตรมากขึ้น และมั่นใจว่าการนำเครื่องจักรกลการเกษตรมาใช้ จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต ประกอบกับความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยีของแทรกเตอร์ยันม่าร์ในปัจจุบันที่พัฒนามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบติดตามการทำงานผ่านดาวเทียมหรือ SA-R (Smart Assist) ที่จะช่วยจัดการ การทำการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยันม่าร์มีความยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือด้านอื่นๆ กับทาง ธ.ก.ส. เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนให้เกษตรกรไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน อันเป็นวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นของยันม่าร์ทั่วโลกเช่นกัน

มนัญญา เร่งตำรวจฟ้องอดีตกก.สหกรณ์สโมสรรถไฟทุจริต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409487?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

มนัญญา เร่งตำรวจฟ้องอดีตกก.สหกรณ์สโมสรรถไฟทุจริต

10 มกราคม 2563 – 00:03 น.
สหกรณ์รถไฟ,มนัญญา ไทยเศรษฐ,ทุจริต,ข่าววันนี้,ตรววสอบ,สหกรณ์,กรรมการ,รถไฟ,สโมสรรถไฟ
เปิดอ่าน 216 ครั้ง

มนัญญา จัดการเบ็ดเสร็จ เร่งตำรวจฟ้องดำเนินคดีอาญาและแพ่ง อดีตกก.สหกรณ์สโมสรรถไฟทุจริต ภายในกุมภาพันธ์นี้

10  มกราคม 2563 มนัญญา เผยหลังตรวจสหกรณ์สโมสรรถไฟยังมีสภาพคล่องให้บริการสมาชิก  ประธานสหกรณ์ ระบุไม่ชักดาบเจ้าหนี้พันธมิตรเงินกู้แน่นอน ขอเพียงให้ยืนยันการให้กู้เท่านั้น ล่าสุดเหลือ สหกรณ์การยางแห่งประเทศไทยกับตำรวจที่ยังไม่ยันการกู้   

น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์  รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเข้ารับทราบการดำเนินการของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ว่า ได้ติดตามสอบถามและฟังคำชี้แจงของประธานสหกรณ์ออมทรัพย์และผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ(สอ.สรฟ.)ในเรื่องการบริหารสินทรัพย์ และหนี้สินของสหกรณ์  การให้บริการสมาชิกทั้งการกู้เงิน การแก้ปัญหาหนี้ที่เกิดจากการทุจริตของอดีตกรรมการสหกรณ์ โดยสหกรณ์ได้ชี้แจงและให้ดูเอกสารทางการเงินของสหกรณ์  ก็พบว่าสหกรณ์ยังมีสภาพคล่องที่จะให้สมาชิกกู้หรือถอนได้  แต่ได้กำชับให้เร่งติดตามเรื่องการฟ้องคดีกับอดีตกรรมการที่ร่วมกันทุจริต

ประเด็นสำคัญคือการฟ้องอาญาและแพ่งกับ 6 กรรมการที่ทุจริต จะได้พิสูจน์ความจริงและเรียกทรัพย์คืน ซึ่งทางตำรวจก็บอกว่าสามารถรวบรวมส่งอัยการได้ก.พ. 63 นี้ และจากที่ได้ดูข้อเท็จจริงทางการเงินแล้ว สหกรณ์เขาให้ความมั่นใจว่าสมาชิกสามารถที่จะกู้หรือจะถอนเงินได้ตามปกติ สำหรับเจ้าหนี้พันธมิตรที่ไปกู้ยืมก็รับทราบว่าสหกรณ์ได้มีการชำระไปแล้วประมาณ  100  ล้านบาท

ซึ่งก็จะได้สอบทานว่ามีการชำระจริงเพื่อพิสูจน์ความมีอยู่ของเจ้าหนี้ ซึ่งในเรื่องนี้เป็นการติดตามและขอทราบว่าสหกรณ์มีการแก้ไขอย่างไรก็ตามพบว่า ได้มีความพยายามแก้ไขและกรรมการชุดใหม่ก็ทำงานได้ดี และสามารถที่จะมีสภาพคล่องดำเนินธุรกิจได้ปกติ  อย่างไรก็ตามในอนาคตก็จะพิจารณาว่าจะมีการแก้ไขกฏหมายสหกรณ์ในประเด็นใดหรือไม่เพื่อให้การทำงานกระชับมากขึ้น “รมช.เกษตรฯกล่าว

นายสาโรจน์ สุขแสงดาว ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ(สอ.สรฟ .) กล่าวว่า  ยืนยันว่ามีสภาพคล่องพร้อมให้สมาชิกฝาก ถอนตามปกติ ซึ่งที่เข้ามา  1 ปีได้วางแนวทางการแก้ไขปัญหาไว้ได้พอสมควรแล้ว โดยขณะนี้สหกรณ์จะมีรายได้จากดอกเบี้ยเงินกู้ของสมาชิกที่ส่งดอกเดือนประมาณ 52  ล้านบาทและมีภาระที่ต้องชำระดอกเบี้ยรวม 27  ล้านบาท จึงมีเงินช่องว่างมาเสริมสภาพคล่อง และสมาชิกปฏิบัติตามเกณฑ์ที่สหกรณ์สอ.สรฟ.วางไว้ในเรื่องสัดส่วนที่จะไถ่ถอนก็คาดว่าอีกไม่นานจะสามารถแก้ไขได้ทั้งหมด

“กรณีเงินกู้พันธมิตร 15 รายวงเงิน 3,400 กว่าล้านบาท และ 10 รายที่ยืนยันการเป็นเจ้าหนี้ได้มีการลงนามความร่วมมือในการชำระเงินเป็นงวดแล้วและสหกรณ์พันธมิตรยอมรับ ในขณะที่อีก  5 แห่งที่เหลือ ที่สอ.สรฟ.ไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้ให้นั้นอยู่ระหว่างที่ให้สกรณ์เหล่านั้นยืนยันการเป็นเจ้านี้เพราะหากกรรมการนำเงินสมาชิกไปใช้หนี้โดยที่ไม่มีหลักฐาน กรรมการก็ต้องโดนฟ้องติดคุก   ล่าสุดเหลือสหกรณ์การยางแห่งประเทศไทยกับสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจที่ยังไม่ยอมแจ้งความเพื่อยืนยันการให้กู้กับสอ.สรฟ. ซึ่งหากยืนยันสอ.สรฟ.ก็พร้อมใช้หนี้ไม่มีการชักดาบ “นายสาโรจน์กล่าว 

ประธานสอ.สรฟ .กล่าวด้วยว่า ขณะนี้กรรมการชุดปัจจุบันได้เร่งรัดในการฟ้องร้องทางอาญาข้อหาลักทรัพย์กับอดีตกรรมการชุดดังกล่าว  6 ราย  ที่ได้มีการอนุมัติเงินกู้พิเศษโดยมิชอบให้กับสมาชิก 6 รายรวม  199  สัญญา วงเงินกว่า  2,279 ล้านบาทในระหว่างปี  2555-60  นั้นทางตำรวจเจ้าของคดีแจ้งว่าจะสามารถยื่นต่ออัยการได้ภายใน ก.พ.  2563  หากคดีถึงที่สุดก็จะสามารถติดตามทรัพย์มาขายเพื่อนำเงินมาคืนสหกรณ์ได้

โดยพบว่า  นายบุญส่ง หงส์ทอง อดีตประธานสหกรณ์กับพวกอีก 5 คนร่วมกันทุจริตและนำเงินไปซื้อที่ดินที่ อ.แก่งกระจานในชื่อตนเอง  โดยเป็นเงินกู้ชื่อนายบุญส่ง  658  ล้านบาท  นายวีระชัย ศรีสวัสดิ์  601 ล้านบาท  นายนรินทร์ โพธิ์ศรี  449 ล้านบาท  นายปรีชา ธนะไพรินทร์  395 ล้านบาท  นายบัญชา ช่วยประสิทธิ์ 170 ล้านบาท และนายประพันธ์ อำพันฉาย 160 ล้านบาท

นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  กล่าวว่า ในเรื่องนี้มีความพยามที่จะเชื่อมโยงเพื่อกดดันให้อธิบดีใช้อำนาจนายทะเบียนเข้าไปสั่งการให้สอ.สรฟ.กระทำการ เช่นจะให้ใช้อำนาจนายทะเบียนสหกรณ์ สั่งการให้สหกรณ์ออมทรัยพ์สโมสรรถไฟฯ ใช้หนี้พันธมิตรเจ้าหนี้ 3พันกว่าล้าน  ซึ่งขอชี้แจงว่าไม่สามารถกระทำได้เพราะจะผิดมาตรา  157

อีกทั้งสหกรณ์เป็นนิติบุคคลที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อสมาชิกของสหกรณ์นั้น ๆ หากนายทะเบียนไปสั่งให้กรรมการนำเงินสมาชิกมาชำระหนี้เจ้าหนี้นั้นไม่สามารถทำได้เพราะจะเป็นแทรกแซงกิจการของนิติ  อีกทั้งกรณีหนี้ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ากู้ยืมกันโดยชอบหรือไม่ก็จะยิ่งมีความผิดเพิ่มมากขึ้น  สหกรณ์จึงเป็นเรื่องของสมาชิกทั้งหมดที่จะร่วมกันตรวจสอบกรรมการกันเอง

กยท.ย้ำช่วยชาวสวนยางเป็นธรรม คาดโทษจนท.ทุจริตเจอวินัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409277?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

กยท.ย้ำช่วยชาวสวนยางเป็นธรรม คาดโทษจนท.ทุจริตเจอวินัย

10 มกราคม 2563 – 00:02 น.
การยางแห่งประเทศไทย,กยท,สวนยางพารา,ชดเชย,ข่าววันนี้,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 175 ครั้ง

กยท.แจงการดำเนินมาตรการ-โครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างเป็นธรรม เน้นยึดความถูกต้องปฏิบัติตามระเบียบ เงื่อนไขเคร่งครัด

10 มกราคม 2563 กยท. ชี้แจงการดำเนินมาตรการ-โครงการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางอย่างเป็นธรรม เน้นยึดความถูกต้องปฏิบัติตามระเบียบ เงื่อนไขอย่างเคร่งครัด 

นายขจรจักษณ์ นวลพรหมสกุล รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กยท. มีมาตรการในการควบคุมการซื้อขายยางผ่านตลาดกลางยางพารายางพาราทุกชนิดอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด กำหนดระเบียบการซื้อขายยางตลาด โดยมีการควบคุมคุณภาพสินค้าในตลาด มีการลงทะเบียนซื้อขายกำหนดราคากลาง และระบบการประมูลที่เป็นธรรมและเปิดเผย ให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าประมูลและขาย ป้องกันการกดราคา และหลีกเลี่ยงการถูกกดขี่จากกลุ่มพ่อค้า

ด้านโครงการประกันรายได้ชาวสวนยางเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง (เจ้าของสวน ผู้เช่า ผู้ทำ และคนกรีดยาง) ที่ขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลพื้นที่กับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทั้งที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ (บัตรสีเขียว) และไม่มีเอกสารสิทธิ์ (บัตรสีชมพู) ก่อนวันที่ 12 สิงหาคม 2562  ตามมติการประชุมคณะรัฐมนตรีตามที่คณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเป็นผู้เสนอ จะใช้ราคาอ้างอิงที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำหนดราคากลางอ้างอิง

ซึ่งมีเกษตรกรชาวสวนยางร่วมเป็นกรรมการในชุดนี้ มาคิดส่วนต่างจากราคาตลาดเพื่อชดเชยให้เกษตรกรชาวสวนยาง โดยงบประมาณของโครงการฯ ที่ใช้จ่ายชดเชยให้เกษตรกรเป็นเงินงบกลางของรัฐบาลส่วนเงินบริหารโครงการเป็นเงินจากกองทุนพัฒนายางพารามาตรา 49 (3) นอกเหนือจากโครงการดังกล่าว กยท. ได้ดำเนินการส่งเสริม และสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง/สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางผ่านมาตรา 49 (3) ยึดตามระเบียบ ข้อบังคับ

โดยอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร/สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางมาโดยตลอด ทั้งนี้ เกษตรกร/สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางทุกกลุ่มมีสิทธิ์เข้าถึง เข้ารับการช่วยเหลือหรือเข้าร่วมโครงการต่างๆที่จะเกิดในอนาคตได้ โดยขอให้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางกับ กยท. โดยสามารถติดต่อการยางแห่งประเทศไทยทุกสาขาในพื้นที่ที่มีสวนยางตั้งอยู่

รักษาการผู้ว่าการ กยท. กล่าวเพิ่มเติมว่า กยท. ให้ความสำคัญในการปฏิบัติงานของพนักงาน ซึ่งต้องอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของพนักงานและลูกจ้างประจำ และข้อบังคับคณะกรรมการ กยท. ว่าด้วยวินัยและการลงโทษพนักงานและลูกจ้างประจำ มีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในทุกระดับ หากพบการทุจริตก็จะมีการสอบสวนและลงโทษตามกระบวนการทางวินัยของ กยท.

“รัฐบาล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กยท.มีความมุ่งมั่นเต็มที่ที่จะช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางมาโดยตลอด แต่อาจจะมีเงื่อนไขปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่ส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหาจึงอยากได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางในการแก้ปัญหาต่างๆ ให้สำเร็จตามที่พี่น้องเกษตรกรคาดหวังไว้”

มีหนาว…รายชื่อนักการเมือง นายทุนฮุบส.ป.ก.ถึงมือธรรมนัส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409508?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

มีหนาว…รายชื่อนักการเมือง นายทุนฮุบส.ป.ก.ถึงมือธรรมนัส

10 มกราคม 2563 – 00:00 น.
สปก,ปารีณา,นักการเมือง,ผู้มีอิทธิพล,รุกป่า,ธรรมนัส
เปิดอ่าน 204 ครั้ง

เผยบัญชีผู้มีอิทธิพล นักการเมืองทุกพรรค บุกรุกที่ส.ป.ก.อยู่ในมือธรรมนัสแล้ว ระบุอาจหยิบยกมาอภิปรายฝ่ายตรงข้าม ยันเข้าแปลงสืบทรัพย์ เล้าไก่ ปารีณา สิ้นเดือนนี้

10 มกราคม 2563 นายสุริยน  พัชรครุกานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุม 4 สำนักงานมีหน้าที่ในการจัดแปลงเขาสนฟาร์ม กว่า 682 ไร่ 

โดยเป็นที่ดินยึดคืนจากน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรรคพลังประชารัฐ เมื่อที่ประชุมได้ข้อสรุปแนวทางจะเสนอต่อนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการ ส.ป.ก.ในการจัดแปลงให้เกษตรกร คนยากจนเข้าทำกินตามเจตนารมย์พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดิน และคทช.(คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ)จัดคนลงพื้นที่ต่อไปภายใน 180 วัน

ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.)เปิดเผยว่าสำนักงานส.ป.ก.ส่วนกลาง ถนนราชดำเนิน กรุงเทพ ประชุมทีมจัดสรรแปลงที่ดินส.ป.ก.682 ไร่ เขาสนฟาร์ม ที่ยึดคืนจากน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ โดยคณะกรรมการในการประชุมประกอบด้วยสำนักจัดสรรปฏิรูปที่ดิน สำนักกฎหมาย สำนักวิชาการและแผนงาน สำนักพัฒนาพื้นที่ สำนักถ่ายทอดเทคโนโลยี

ทั้งนี้เพื่อสรุปวันและเวลาในการเข้าตรวจสอบทรัพย์สินสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านพักรับรองของน.ส.ปารีณา และครอบครัว สำนักงาน โรงเลี้ยงเล้าไก่ขนาดใหญ่ที่มีกว่า 40 โรง บ้านพักคนงานต่าง ๆ ภายในเขาสนฟาร์ม ส่วนใดที่สามารถนำไว้ใช้ประโยชน์ได้ เช่นไว้เป็นสำนักงานสหกรณ์ที่จะจัดตั้งขึ้นเพื่อบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสร้างรายได้ให้กับชุมชน ก็จะไม่รื้อถอน รวมทั้งให้กรมพัฒนาที่ดิน เข้าสำรวจดินโดยใช้แผนที่อะกริ-แมพว่าเหมาะสมทำพืชนิดใด

อย่างไรก็ตามหากมีสิ่งปลูกสร้างส่วนใดที่ไม่สามารถใช้ได้ เพราะจะเป็นอุปสรรคในการจัดแปลง แบ่งโซนเกษตรกรรม โซนที่อยู่อาศัยให้เกษตรกร คนยากจน จะต้องรื้อถอนออกไป โดยน.ส.ปารีณา จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนเองทั้งหมด หากไม่ยินยอมจะต้องฟ้องทางแพ่งต่อไป ทั้งนี้เบื้องต้นแล้วว่าจะเข้าพื้นที่ปลายเดือนนี้ เนื่องจากขณะนี้น.ส.ปารีณา ระบุว่าติดภาระกิจประชุมงบประมาณที่รัฐสภา จึงเลื่อนจากที่จะลงพื้นที่วานนี้ออกไป

วันนี้จะประชุมวางผัง วางแปลน พื้นที่ 682ไร่ เขาสนฟาร์ม ว่าส่วนใดเป็นโซนเกษตร โซนที่อยู่อาศัย จัดทำระบบสาธารณูปโภค เรียบร้อยแล้วส่งให้กับนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการส.ป.ก. แล้วมอบให้กับคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.)จัดคนลงเข้าทำกินและอยู่อาศัย จังหวัดมีขั้นตอนคัดเลือกผู้ยากจนที่ขึ้นทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้รอที่ดินทำกิน

พิจารณาตามคุณสมบัติที่สำคัญคือเป็นคนในพื้นที่จริง ๆ เป็นคนจ.ราชบุรี และเป็นผู้มีฐานะยากจนมีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี  อีกทั้งใช้เวลาส่วนใหญ่ทำการเกษตร และไม่เป็นนอมินี ลูกไล่ของนายทุน เจ้าของเดิม ส่งมาสวมสิทธิเกษตรกร ซึ่งส.ป.ก.จะออกใบอนุญาตให้สหกรณ์เข้าขอใช้ประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ใบ ส.ป.ก.4-07 ขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสิ้นภายจะใน180วัน”แหล่งข่าวส.ป.ก. กล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่าในพื้นที่ส.ป.ก.ฝั่งสวนผึ้งจ.ราชบุรี ที่นายทวี ไกรคุปต์ บิดาของน.ส.ปารีณา ถือครองไว้เป็นพื้นที่แปลงใหญ่อีกแปลงกว่า 600 ไร่ โดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯได้สั่งให้ตรวจสอบเพื่อยึดคืนหลวงต่อไป

หลังจากที่ร.อ.ธรรมนัส ได้สั่งการให้ตรวจสอบการถือที่ดินส.ป.ก.โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั่วประเทศ ภายใน 90 วัน ล่าสุดได้สรุปส่งรายชื่อผู้ถือครองส.ป.ก.โดยมิชอบด้วยกฎหมายให้กับ ร.อ.ธรรมนัส แล้วเพื่ออาจหยิบยกมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รวมทั้งพื้นที่ทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น

จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าพื้นที่ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินกว่า 4 ล้านไร่ ที่ส.ป.ก.มีเกือบทุกจังหวัดยังเข้าไปจัดสรรสิทธิให้คนยากจนไม่ได้ เพราะอยู่ในมือคนร่ำรวย นายทุน ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น นักการเมืองทุกพรรรค ในสภา ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล อดีตรัฐมนตรี

ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ข้าราชการ ระดับบิ๊กๆ ทหาร ตำรวจ ระดับพลเอก ปลัดกระทรวง และจะตรวจสอบหาหลักฐานได้ยากเพราะคนพวกนี้รู้กฎหมายแบ่งซอยแปลงใส่ชื่อคนอื่นไว้หมด แต่ชาวบ้านในพื้นที่ต่างรู้ดีว่าเป็นที่ของใครที่เป็นเจ้าของตัวจริง

แม้แต่นายทุนระดับประเทศยังมีที่ส.ป.ก.กว่า 1 หมื่นไร่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นายทุนอีกรายใหญ่จะใช้วิธีเอา สค.บินที่อื่นมาลงแล้วให้กรมที่ดินออกโฉนด เช่น บริเวณตีนเขาใหญ่ จะใช้วิธีนี้เกือบทุกแปลง ใช้จ่ายใต้โต๊ะในการออกโฉนดบางแปลงหลายพันล้านบาท

โดยคนร่ำรวยมีอิทธิพล ข้าราชการ นักการเมือง พวกนี้แปลกมาก มีเงินทองมากมายสามารถซื้อที่ดินไม่ต้องกู้แบงค์ ใช้เงินสดซื้อที่ดินมีโฉนดได้ แต่กลับนิยมที่หลวง เพราะได้มาฟรีๆ ทำเลดีด้วย เช่น จ.เชียงใหม่ เชียงราย วังน้ำเขียว เมืองกาญจน์

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ร.อ.ธรรมนัส ได้คาดโทษไว้ถ้า ส.ป.ก.จังหวัดใดมีการตรวจสอบแล้วไม่พบที่ดินส.ป.ก.ถือครองผิดกฎหมาย แต่ส่วนกลางไปตรวจสอบเจอ จะถูกเด้งทันทีและโดนสอบสวนวินัยเอาผิดด้วย

เฉลิมชัย สั่งการด่วน ทำแผนรับมือภัยแล้งทั่วประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/409492?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เฉลิมชัย  สั่งการด่วน ทำแผนรับมือภัยแล้งทั่วประเทศ

10 มกราคม 2563 – 00:00 น.
ภัยแล้ง,แผนเร่งด่วน,กระทรวงเกษตร,น้ำ,ขาดแคลนน้ำ,เฉลิมชัย ศรีอ่อน
เปิดอ่าน 153 ครั้ง

เฉลิมชัย  สั่งการด่วน  ทำแผนปฏิบัติการรับมือภัยแล้งทั่วประเทศ พร้อมมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ

10 มกราคม 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งการด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ทำแผนปฏิบัติการรับมือภัยแล้งทั่วประเทศ รายงานสถานการณ์ต่อศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรทุกวัน  

พร้อมจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ การประกอบอาชีพ และเสริมรายได้ ตามนโยบายศูนย์บัญชาการน้ำเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำแห่งชาติ ทางด้านกรมประมง เตรียมคุมเข้มสถานการณ์ หวั่นกระทบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ แนะเกษตรกรเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ได้สั่งการด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action plan) ช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งตามที่คาดการณ์ว่า ในฤดูแล้งปี 2562/2563 ซึ่งมีปริมาณฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี ส่งผลให้มีน้ำต้นทุนในเขื่อนต่างๆ และแหล่งน้ำธรรมชาติน้อย

ทั้งนี้จากที่มอบนโยบายให้เร่งรัดการพัฒนาฟื้นฟูแหล่งน้ำเพื่อให้มีแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแก้มลิงสำหรับใช้อุปโภค-บริโภคในชุมชน การปลูกพืชใช้น้ำน้อยทดแทนการทำนาปรัง การทำปศุสัตว์ การทำประมง รวมถึงการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรใช้บริโภคและจับขายได้ ตลอดจนแผนว่าจ้างแรงงานเพื่อให้เกษตรกรซึ่งประสบภัยแล้ง ทำการเกษตรไม่ได้ สามารถมารับจ้างทำงาน มีรายได้เสริม

นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ทุกกรมและทุกหน่วยงานต้องทำแผนปฏิบัติการดังกล่าวด่วนที่สุด มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) รวบรวมนำเสนอปลัดกระทรวงและรมว. เกษตรฯ ตามลำดับ ขณะนี้ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ สรุปผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปี 2562 และการเร่งรัดจ่ายเงินช่วยเหลือ อีกทั้งประเมินสถานการณ์น้ำและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่องทุกวันเพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริหารตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว