ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ทนายคู่กัดแห่งปี” แตกแยกในดวงชะตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495426

03 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ทนายคู่กัดแห่งปี" แตกแยกในดวงชะตา

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤต “ทนายคู่กัดแห่งปี” เดชา-ษิทรา แตกแยกในดวงชะตา หากปรองดองจะก่อโชคลาภอภิมหาทรัพย์ก้อนใหญ่ เพราะชะตาชีวิตหากทำงานร่วมกัน จะรวยด้วยกันทั้งคู่ เพราะดวงชะตาได้กำลังธาตุเสริม

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤตวิเคราะห์ “ทนายคู่กัดแห่งปี” ดวงคู่แค้นต่างวัย เหมือนเกิดเพื่อที่จะต้องขัดแย้งกันตลอด ระหว่าง ทนายเดชา กิตติวิทยานนท์ และ ทนายตั้ม ษิทรา  เบี้ยบังเกิด เหมือนฟ้าส่งมาเกิดเพื่อฆ่ากัน

แต่ดวงชะตาถึงจะไม่ลงรอยกัน แต่หากวันใดจับมือร่วมงานกัน อาจรวยเป็นพันล้าน เพราะกำลังธาตุที่เกื้อหนุนกัน แต่ต้องตัดความขัดแย้งออกจ่กกัน ให้เหลือธุรกิจและการงาน แต่หากวันใดที่มองหน้ากันไม่ได้ก็จะเป็นเช่นนี้ตลอด

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ทนายคู่กัดแห่งปี" แตกแยกในดวงชะตา

ทนายเดชา กิตติวิทยานนท์ เกิดวันอาทิตย์ที่ 28 เดือนตุลาคม 2505 ปีขาล ธาตุทอง วัย 59 ปี จากพฤติกรรมที่เป็นคนไม่ยอมคน เอาความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง ชอบเครียดชอบคิดอะไรล่วงหน้า 

ทนายเดชา เป็นคนที่เจ้าสงสัยตลอดในลักษณะโหงวเฮ้ง เป็นคนที่ทำอะไรเพื่อคนอื่นและมักจะถูกเอาเปรียบ มีความมั่นคงอาชีพในดวงชะตา ทำอะไรมักจะชอบฉกฉวยโอกาศ เป็นคนอ่านคนได้ออก รักครอบครัวห่วงใยครอบครัว

ในดวงชะตามีเรื่องของศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง มีปมขัดแย้งไม่ถูกชะตากับ ทนายษิทรา เพราะเป็นศัตรูคู่อาฆาต

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ทนายคู่กัดแห่งปี" แตกแยกในดวงชะตา
ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เกิดเมื่อวันพุธที่ 13 เดือนสิงหาคม 2523 ปีวอก ธาตุทอง ทนายความรูปหล่อ วัย 40 ปี ตามดวงชะตา เป็นบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ดี มีความทะเยอทะยาน ไม่นิ่งอยู่กับที่นิสัยตรงไปตรงมากล้าได้กล้าเสีย ละเอียดถี่ถ้วน 

ซินแสเข่ง วิเคราะห์ดวงชะตา ทนายษิทราอีกว่า ทำงานติดต่องานประสานงานดี ทำงานเป็นทีม เรียนรู้อะไรได้เร็ว ชอบหยอกเย้ากระเซ้าแหย่ นัดหมายกับใครถ้าผิดนัดหงุดหงิดไม่สบายใจ

ไม่ชอบคนหลอกลวงปลิ้นปล้อน มีดวงคู่ปะทะไม่ลงรอยหักเหลี่ยมลูบคม และด้วยทนายเดชาไม่ยอมคน ผลก็คือต้องมีปะทะกันตลอดเวลาแน่นอน หากไม่รู้เขารู้เราหรือจักถอยหลังบ้าง ปีหน้าเป็นปีปะทะ ที่จะต้องระวังปัญหาที่จะก่อให้เกิดการแตกแยกและให้รู้หลีกเลี่ยงปัญหาที่จะเกิด

ซินแสเข่ง กล่าวเติมว่า ถึงแม้นดวงชะตาของทั้งสองทนายจะไม่ถูกกัน ขัดแย้งไม่ปรองดอง แตกแยกวุ่นวาย ไม่เข้าใจ โรมรัดสาดซัด แต่ถ้าทั้งสองสามัคคีกัน จับมือทำงานร่วมกัน ก็จะกลายเป็น หลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งไม่ลงรอยกัน อภิมหาทรัพย์ก็จะบังเกิด

เพราะดวงกำลังธาตุที่จะเกื้อกูลส่งเสริม ก่อให้เกิดทรัพย์ที่หลั่งไหลให้ไดรับผลประโยชน์ แต่ถ้าทำใจยากชีวิตนี้ก็คงจะเป็นศัตรูที่ไม่สามารถบรรจบกันได้เลย แต่ปีหน้าก็ต้องเตือน ทนายษิทรา ว่าปี 2565 มรสุมชีวิตกำลังจะเกิด ควรระวังไว้ให้มากที่สุด

แยกกันไม่ได้ “ประวิตร” พึ่งประยุทธ์สู้ศึกเมืองหลวง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495419

03 ธ.ค. 2564 |18:00 น.

แยกกันไม่ได้ "ประวิตร" พึ่งประยุทธ์สู้ศึกเมืองหลวง

เก็บตกทัวร์คำชะโนด “ประวิตร” ประกบประยุทธ์ โชว์ปึ้กพี่น้อง 3 ป. นำทัพพลังประชารัฐ เตรียมพร้อมสู่สมรภูมิ กทม. และเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ทัวร์คำชะโนดยังไม่จบ “ประวิตร” ติดขบวน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อุดรธานี หนีไม่พ้นการเมืองเรื่องพี่น้อง 3 ป.

ก่อนหน้านั้น “ประวิตร” เพิ่งย้ำสัมพันธ์พี่น้องกับ พล.อ.ประยุทธ์ มา 40 ปีต่อหน้า ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ ไม่มีวันแยกจากกัน

“ประวิตร” รู้ดีไปอุดรฯ ไม่มีผลอะไรกับพลังประชารัฐ แต่ประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ มองการณ์ไกลในสนาม กทม. ยังไงก็ต้องพึ่งพาน้องรัก ป.ประยุทธ์

ควันหลงตรวจราชการเมืองอุดรธานีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สื่อหลายสำนักยังนำคลิปกองเชียร์อดีตหมู่บ้านเสื้อแดง และคลิปสาวบ้านดุง มาเล่นกันสนุกสนาน

จริงๆแล้ว ผู้รับหน้าที่จัดการมวลชนเพื่อต้อนรับคณะนายกรัฐมนตรี ก็คือ อานนท์ แสนน่าน อดีตผู้ก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง ซึ่งตอนหลังได้มาทำงานให้กับแรมโบ้อีสาน-เสกสกล อัตถาวงศ์

ในมิติการเมือง สนามเลือกตั้งอุดรธานี พรรคเพื่อไทยยึดครองได้ทั้งเก้าอี้ ส.ส. และนายก อบจ. มาหลายสมัยแล้ว ยังยากที่จะมีพรรคอื่นมาต่อกรได้

ดังนั้น ภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร ควงคู่กันไปเมืองอุดรฯ จึงส่งผลต่อการเมืองภายในพลังประชารัฐมากกว่า เพราะก่อนหน้านี้มีแต่ข่าวความขัดแย้งของ ส.ส.แต่ละกลุ่มแต่ละซุ้ม

เหนืออื่นใด สัญญาณการเลือกตั้งท้องถิ่นกรุงเทพมหานครได้มีความชัดเจนมากขึ้น เมื่อ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า ควรจะถึงวาระเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.)

‘กระแสตัวชี้ขาด’

สนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร “พล.อ.ประวิตร” แถลงชัดพลังประชารัฐจะไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม. แต่จะส่ง สก.ทั้ง 50 เขต เพื่อปูทางสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า ซึ่งการต่อสู้ในสนามเมืองหลวงเป็นเรื่องของกระแส มากกว่าฐานเสียงของตัวบุคคล

ในแง่การตลาดการเมือง ชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังขายได้ในคนกรุงเทพฯกลุ่มหนึ่ง หากดูจากผลการสำรวจของสถาบันการศึกษาหลายแห่ง พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐก็รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว

ย้อนดูผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 พรรคพลังประชารัฐ ได้เกือบ 8 แสนคะแนน สูสีกับพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 8 แสนคะแนน ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ 6 แสนคะแนน และพรรคประชาธิปัตย์ ได้กว่า 4 แสนคะแนน

โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เป็นการต่อสู้ 2 กระแสคือ กระแสความสงบจบที่ลุงตู่ กับกระแสพ่อของฟ้า จึงทำให้คะแนนของเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ลดลงอย่างฮวบฮาบ เมื่อเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งปี 2554

ยกตัวอย่างการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อ 3 มี.ค.2556 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรคประชาธิปัตย์ พลิกเอาชนะพงศพัศ พงษ์เจริญ พรรคเพื่อไทย ในสัปดาห์สุดท้าย เมื่อมีการปลุกกระแสต้านระบอบทักษิณ ทั้งที่ก่อนหน้านั้น โพลทุกสำนักระบุตรงกันว่า คุณชายสุขุมพันธุ์แพ้พงศพัศ

‘ต้องพึ่งลุงตู่’

แม้จะมีการปล่อยข่าว “ประวิตร” มอบให้ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นแม่ทัพ กทม. แต่เสียงจากหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ครั้งล่าสุด ย้ำชัดว่า จะขอดูแลสนามเมืองหลวงเอง เพื่อลดความขัดแย้งภายในพรรค

เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2564 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ เขตบางพลัด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานมอบนโยบายการทำงานของภาค กทม.แก่ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ตอนหนึ่ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมจะมาดู กทม.เอง ขอให้สบายใจได้ ขอให้รักกัน ไม่ทะเลาะกัน ขอให้อยู่ด้วยกัน”

พล.อ.ประวิตร ประกาศว่า 12 ส.ส.ที่เคยได้นั้น ถือว่าน้อยไป เลือกตั้งครั้งหน้าอยากได้เพิ่มอีก 12 คน ซึ่งจากอดีตถึงปัจจุบัน ความสำเร็จในสนามกรุงเทพฯ กระแสภาพรวมของผู้นำและพรรคเป็นปัจจัยหลัก ส่วนฐานเสียงของ ส.ส.หรือผู้สมัคร ส.ส.แต่ละคนเป็นปัจจัยรอง

ลึกๆแล้ว ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พยายามจะเข็น พล.อ.ประวิตร นำทัพเมืองหลวงเอง โดยไม่ต้องพึ่ง ป.ประยุทธ์ แต่ประมุขบ้านป่ารอยต่อฯ รับรู้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างธรรมนัส กับ ส.ส.กทม.บางกลุ่ม จึงกระโดดเข้ามาคุม กทม.เอง

ดังที่รู้กัน 12 ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ มากกว่าครึ่งนั้น ไม่ได้สังกัดกลุ่มธรรมนัส และมีความใกล้ชิดกลุ่ม 6 รัฐมนตรีที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์

“40 กว่าปีผมกับนายกฯ ดูแลกันมาตลอด ยืนยันเป็นหนึ่งเดียวไม่แตกแยก นายกฯ มีหน้าที่บริหารประเทศ ผมมีหน้าที่บริหารพรรค” คำพูดของ พล.อ.ประวิตร ต่อหน้า ส.ส.กทม.วันนั้น ส่งสัญญาณชัดเจนว่า เลือกตั้งสมัยหน้า พลังประชารัฐยังต้องพึ่งพากระแสลุงตู่ เหมือนปี 2562

“คนกลางคืน” รับ 5 พันบาท ต่อเดือน เซ่นพิษโควิด กิจการปิด ขาดรายได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495384

03 ธ.ค. 2564 |14:00 น.

"คนกลางคืน" รับ 5 พันบาท ต่อเดือน เซ่นพิษโควิด กิจการปิด ขาดรายได้

ก.แรงงาน เตรียมเยียวยา “คนกลางคืน” ทั่วประเทศ รายละ 5 พันบาทต่อเดือน จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายสามารถประกอบอาชีพได้

กว่าสองปีที่ผู้ประกอบอาชีพ นักร้อง นักแสดง นักดนตรี และผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอะเกะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แม้รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือบางส่วน สำหรับผู้ที่อยู่ใน 29 จังหวัดควบคุม ด้วยเยียวยารายละห้าพันบาท ตลอดระยะเวลาควบคุมที่ประกาศดังกล่าว แต่ทว่าปัญหาโควิดที่ยังมีการแพร่ระบาด ก็ทำให้มีผู้เดือนร้อน เพิ่มขึ้นจากตัวเลขที่มีอยูในระบบกว่าสองหมื่นราย มาครั้งนี้ รวมทั้งประเทศประมาณการผู้ได้รับผลกระทบอยู่ที่ 1-2 แสนคน

"คนกลางคืน" รับ 5 พันบาท ต่อเดือน เซ่นพิษโควิด กิจการปิด ขาดรายได้

จำนวนดังกล่าวรวมไปถึงกลุ่มคนขับรถรับส่งนักดนตรี เด็กเสิร์ฟ หรืออาชีพที่ได้รับการรับรองจากสมาคมฯ และสมาคมฯ ยืนยันได้ ซึ่งตัวเลขของผู้ประกอบการกับตัวเลขที่รัฐบาลมี ต่างกันอยู่หลายเท่าตัว ทำให้ต้องวางหลักเกณฑ์คล้ายกับการเยียวยาผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้าง มีเงื่อนไขต้องอายุไม่เกิน 65 ปี เหมือนกัน จึงจะเข้าข่ายได้รับการเยียวยาตามมาตรา 40 ในครั้งนี้ กรณีคนขับรถรับจ้าง เป็นหน้าที่กระทรวงคมนาคมรับไม้ต่อ กรณีคนกลางคืนต้องพึ่งบริการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 

หลังได้ข้อสรุปจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ จากสมาคมผู้ประกอบการสถานบันเทิง สัปดาห์หน้าจะนำข้อมูล เสนอสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กำหนดงบประมาณ ซึ่งคาดการไว้ในเบื้องต้นใช้งบฯจากเงินกู้ หนึ่งพันล้านบาทสำหรับการเยียวยา ในรอบหนึ่งเดือน เพื่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี อนุมัติก่อนจัดสรรให้ตามลำดับต่อไป  บรรทัดฐานการเยียวยาอยู่ที่รายละ 5,000 บาทซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับ การเยียวผู้ประกอบการใน29 จังหวัดที่ผ่านมาและหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ไม่สามารถเปิดกิจการผับบาร์ คาราโอเกะได้ หลังวันที่ 16 มกราคมปีหน้า ก็จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือในรอบต่อไป ส่วนใครที่กังวลว่านายกฯจะถอดใจ ก่อนจะได้รับการเยียวยา มีคำตอบสดๆร้อนๆวันนี้ ว่าจะอยู่จนครบวาระ ถ้าไม่มีอุบัติเหตุทางเมืองเกิดขึ้นเสียก่อน 

"คนกลางคืน" รับ 5 พันบาท ต่อเดือน เซ่นพิษโควิด กิจการปิด ขาดรายได้

“พระจะสึก ฝนจะตก ลูกจะออก ห้ามไม่ได้” เมื่อสถานภาพเปลี่ยนเข้าสู่สามัญ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495222

ทิดโบราณ

03 ธ.ค. 2564 |09:00 น.

"พระจะสึก ฝนจะตก ลูกจะออก ห้ามไม่ได้"  เมื่อสถานภาพเปลี่ยนเข้าสู่สามัญ

“ข่าวคราวพระรูปหนึ่งมีดีกรีทางธรรมสูงสุดประกาศสึก ทำให้นึกถึงสำนวน “พระจะสึก ฝนจะตก ลูกจะออก ห้ามไม่ได้” ..แม้ว่าจะสึกเป็นคฤหัสถ์ไปแล้ว ต้องทำหน้าที่ล้างฐาน หรือส้วมที่วัด วันละครั้ง รวม 3 วัน จึงจะเป็นทิด อย่างสมบูรณ์…” ติดตามได้ในเจาะประเด็นร้อน โดย ทิดโบราณ

ข่าวพระมหารูปหนึ่ง มีดีกรีทางธรรมสูงสุดคือ ป ธ 9 และเป็นนาคหลวง เพราะสอบป.ธ.9 ได้ขณะเป็นสามเณร  ส่วนดีกรีทางโลก ก็ไม่ธรรมดา เป็นพระภิกษุมีชื่อเสียงในสังคมและโซเชียลมีเดีย ท่านประกาศสึก หรือลาสิกขาวันที่ 4 ธันวาคม 2564 จึงได้รับความสนใจจากสาธารณชนพอสมควร เพราะท่านเป็นพระดัง คนรู้จักทั่วไป
 

ผมไม่พูดว่าท่านสมควรสึก หรือไม่ เพราะการสึกจากพระเป็นเรื่องธรรมดา ดังโบราณว่าพระจะสึก ฝนจะตก ลูกจะออก ห้ามไม่ได้

ความจริงบวชแล้วสึกเป็นประเพณีอย่างหนึ่งของชาวพุทธไทย บางคนอยากบวชนานๆ  แต่แล้วผ้าเหลืองร้อน ก็ต้องสึก


การสึกจากพระไม่มีข้อห้าม เว้นแต่หลวงพ่อ หรือเจ้าอาวาสบางวัดจะกำหนดเป็นการเฉพาะ เช่นวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านต้องการให้ผู้ที่จะสึกมีอะไรติดตัวออกไปตอนเป็นคฤหัสถ์  จึงได้กำหนดเงื่อนไข เฉพาะวัดของท่าน
ว่าเมื่อบวชแล้วสึก เขาเรียกว่า ทิด หรือฑิต(จากคำว่าบัณฑิต) ต้องท่องทิศ 6 ให้ได้


ทิศ 6 คือหน่วยสังคมรอบตัวที่เราต้องให้เกียรติ ยกย่อง คือ


1. ปุรัตถิมทิศ ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ บิดามารดา


2. ทักขิณทิศ คือทิศเบื้องขวา ได้แก่ครู อาจารย์


3. ปัจฉิมทิศ คือทิศเบื้องหลัง ได้แก่ สามี หรือ ภรรยา


4. อุตรทิศ คือทิศเบื้องซ้าย ได้แก่ มิตร สหาย


5. เหฎฐิมทิศ คือทิศเบื้องล่างได้แก่ ลูกจ้าง ข้าทาส บริวาร


6. อุปริมทิศ คือทิศเบื้องบน ได้แก่ สมณะ ชี พราหมณ์

เมื่อผู้จะสึก ท่องจำขึ้นใจเป็นที่พอใจ หลวงพ่อจะกำหนดฤกษ์ ยามว่า ควรสึกเวลาเท่าไร วันไหน
 

ในการนี้ผู้จะสึกต้องเตรียมชุดฆราวาส นิมนต์พระสงฆ์ 5 รูป เพื่อสวดชัยมงคลคาถา และเป็นสักขีพยานในการสึกตามวันเวลาที่หลวงพ่อกำหนดให้

จากนั้น ต้องตั้งบาตรใส่น้ำพอสมควร ให้หลวงพ่อทำน้ำมนต์ ตอนกลางคืน

เมื่อได้ฤกษ์ยาม(ส่วนมากเป็นเวลาเช้าตรู่) ครองผ้าเรียบร้อย พร้อมทั้งพาดผ้าสังฆาฏิไปยังที่ประชุมสงฆ์ กราบพระประธาน กราบพระสงฆ์ แล้วตั้งใจกล่าวคำลาสิกขาว่า สิกฺขํ ปจฺจกฺขามิ คิหีติ มํ ถาเรถ แปลว่า ข้าพเจ้าขอลาสิกขา  ท่านทั้งหลายจงจำไว้ว่าข้าพเจ้าเป็นคฤหัสถ์แล้ว 

จากนั้นหลวงพ่อจะดึงผ้าสังฆาฏิ ออกจากตัวผู้ที่ลาสิกขา (พ้นสภาพจากพระภิกษุ เมื่อสังฆาฏิหลุดจากบ่า) จากนั้นผู้ที่ลาสึกอุ้มบาตรน้ำมนต์ออกไป ณ ที่จัดไว้ให้หลวงรดน้ำมนต์ พระสงฆ์ทั้งนั้นสวดชัยมงคลคาถา

ผู้ลาสิกขา บอกลาสิกขาบท หรือ ศีล 227 ข้อแล้ว แต่งชุดคฤหัสถ์มากราบพระสงฆ์ อาราธนาศีล เพื่อรับศีล 5  จากนั้นถวายไทยธรรมแด่พระสงฆ์ เป็นเสร็จพิธี

แม้ว่าจะสึกเป็นคฤหัสถ์ไปแล้ว ต้องทำหน้าที่ล้างฐาน หรือส้วมที่วัด วันละครั้ง รวม 3 วัน จึงเป็นจะเป็นทิด อย่างสมบูรณ์
 

เงื่อนไขของหลวงพ่อแบบนี้ ทำให้คนในหมู่บ้านรอบวัด ไม่ทิ้งวัดไม่ทิ้งหลวงพ่อ มีงานต้องมาช่วยเต็มที่
 

หลวงพ่อใช้ระเบียบนี้ ตั้งแต่ก่อน พ.ศ 2500 จนกระทั่งท่านมรณภาพ เมื่อ พศ. 2516
 

กล่าวถึงคุณมหาป.ธ.9 จะสึก เมื่อไร ไม่มีข้อห้าม ผ้าเหลืองร้อน อยู่ไม่ได้ก็ต้องลาผ้าเหลืองและครูบาอาจารย์ไปเป็นฆราวาส  สาธุชนอย่าคิดมาก
 

เมื่อพูดเรื่องสึกแล้ว จะเล่าเรื่องบวชไว้ประดับสติปัญญานิดหน่อย เพราะการบวช มีข้อจำกัด และเงื่อนไขมาก

พูดง่ายๆ ว่าบวชยาก 

ในปัจจุบัน ใครจะบวชหาวัดได้

หลวงพ่อรับแล้ว แต่ยังบวชไม่ได้ นะครับ จนกระทั่งได้รับการตรวจสอบประวัติอาชญากร จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน หากปลอดจากประวัติอาชญากร จึงบวชได้ ข้อนี้เป็นมติมหาเถรสมาคม ที่ต้องการให้วงการพระและวัดบริสุทธิ ไม่เป็นขี้ปากชาวโลกว่าวัดเป็นที่พำนักอาชญากร
 

นอกจากถูกตรวจประวัติอาชญากรแล้ว ขณะที่จะบวชยังต้องถูสอบอันตรายิกธรรม จากอุปัชฌาย์ อีก 13 ข้อ ซึ่งเป็นข้อห้ามเก่า เช่นเป็นโรคเรื้อน หรือไม่ หลบหนีราชการมาบวชหรือเปล่า เป็นหนี้สินหรือเปล่า และเป็นบุรุษ หรือไม่  พ่อแม่อนุญาตหรือไม่ มีบาตร จีวรครบไหม

ถ้าสอบไม่ผ่าน ก็เป็นได้แค่เป็นสามเณร ถ้าผ่าน(ผ่านทุกเคส) ก็เข้าพิธีอุปสมบทต่อไป
 

ที่เล่าถึงการลาสิกขา และการบวชนั้น เพื่อจะบอกว่า การสึกนั้นง่าย การบวชนั้นยาก
 

ส่วนคุณมหาที่จะสึกวันที่ 4 ธค.นี้ ขออนุญาตบอกว่าต้องทำใจ เมื่อสถานภาพเปลี่ยน เข้าสู่สามัญ หรือโลกใหม่ ที่ท่านเห็นแต่ไม่คุ้นเคย จึงขอแนะนำพี่ทิดว่าต้องพยายามสลัดคราบผ้าเหลืองให้หมด วางตัวให้สมารท์ เพราะโลกใหม่มีอะไรต้องปรับตัวมาก 

มิใช่ สภาพ สภาพ สภาพ ตามที่คุ้นเคย ครับ

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495306

03 ธ.ค. 2564 |07:00 น.

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

เกาะติดความคิดและการสะท้อนมุมมองปัญหาการพนันของไทย ผ่าน 4 ผู้เสนอญัตติตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการตั้งสถานบันเทิงแบบครบวงจรและบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย หลังเสียงส่วนใหญ่ของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรโหวตผ่านให้ 310 เสียง

การมีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย.. ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับสังคมไทย และประเทศไทย แต่ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรของไทย ก็เปิดไฟเขียวเพื่อให้มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ผ่านการตั้งคณะกรรมาธิการฯ ขึ้นมาพิจารณาและแปรญัตติในห้วงเวลา 90 วัน ผ่านส.ส. 60 ชีวิต ที่จะร่วมกำหนดและเขียนบันทึกหน้าใหม่ในประวัติศาสตร์ไทยกับก้าวย่างของการเปิดประตูสู่บ่อนกาสิโนเสรี .. ไปส่องบางมุม บางความคิดของผู้แทนไทยกัน 

หลังจากที่เมื่อวานนี้ (2 ธ.ค.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ได้ลงมติด้วยเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) ทั้งหมด 12 ญัตติ เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ 

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

นี่อาจถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกที่สภาผู้แทนของไทยได้เปิดทาง หรือไฟเขียว ให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรขึ้นในประเทศไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเสนอเรื่องนี้มาในหลายรัฐบาล แต่ก็ไม่ได้ไปต่อได้..  จนกระทั่งวันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศเกิดภาวะซบเซาอย่างมาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่หดหายไป เม็ดเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงมาก ซึ่งเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 

“เจาะประเด็นร้อน” โดย อักษร 8 ทิศ ได้สืบค้นข้อมูลเพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นหัวใจสำคัญของการเสนอตั้งกรรมาธิการฯ ขึ้นมาศึกษาเรื่องดังกล่าว ซึ่งพบข้อเสนอและความคิดเห็นที่น่าสนใจมากไม่น้อย ซึ่งมีหลายคนที่ได้เสนอญัตติเกี่ยวกับเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณษของสภามาตั้งแต่ปี 2563 แล้ว กระทั่งได้รวบรวมและหยิบยกมาพิจารณากันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และเมื่อวานนี้ที่ได้ข้อสรุปร่วมกัน โดยเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการธิการฯ ขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังในทุกมิติ ก่อนที่จะเดินหน้าประเทศเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย 

คนแรกที่อยากพาไปดูความคิดเห็น นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.พรรคไทยศรีวิไลย์ ส.ส.ตัวแทนคนรุ่นใหม่ ผู้มีบุคลิกที่รู้กันว่าฝีปากกล้า ท้าชนและมักปรากฏเป็นข่าวอยู่เสมอ ถ้าเขาเปิดประเด็นไหนออกมาแล้ว ถ้าในยุคหนังสือพิมพ์เฟื่องฟู “ส.ส.เต้-มงคลกิตติ์” คนนี้เป็นต้องมีข่าวขึ้นหน้าหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ในยุคสมัยดิจิทัลนี้หน้าเว็บข่าวต่าง ๆ ก็มักมีข่าวเกี่ยวกับตัวเขานำเสนออยู่เนือง ๆ  

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

ส.ส.เต้-มงคลกิตติ์ ให้เหตุผลของการขอให้สภาเปิดทางตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการเปิดกาสิโนถูกกฎหมาย ไว้อย่างน่าสนใจว่า.. “ เนื่องด้วยสถานการณ์การเงินการคลังของประเทศไทยมีปัญหาอย่างมาก หนี้สาธารณะปัจจุบันกว่า 9.3 ล้านล้านบาท รัฐบาลขายพันธบัตรไปกว่า 10.9 ล้านล้านบาท หนี้ประชาชนร่วม 14.4 ล้านล้านบาท ดูแนวโน้มแล้วประเทศไทย จะมีสถานะหนี้สินล้นพ้นตัว จึงจำเป็นต้องหารายได้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์การเงินการคลังของประเทศ” 

ส.ส.เต้ ฟาดประเด็นแบบตรงไป ตรงมาว่า การเปิดบ่อนกาสิโนขนาดเล็กในประเทศมีมาช้านานแล้ว ซึ่งรายได้จากการเก็บค่าต๋งจะอยู่ในระบบ (นอกระบบ) เฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ (ตำรวจและทหาร และเจ้าหน้าที่ปกครอง)  ซึ่งเป็นรายได้ที่ผิดกฎหมายจำนวนกว่า 80,000-120,000 ล้านบาทต่อปี ฉะนั้น เฉพาะในประเทศไทยถ้ามีการเปิดกาสิโนถูกกฎหมายให้ชาวต่างประเทศที่เล่นจริง เล่นแบบออนไลน์ และคนไทยเฉพาะที่มีฐานะเท่านั้น ไม่เกิน 6% ก็น่าจะทำรายได้หมุนเวียนปีละไม่น้อยกว่า 15-20 ล้านล้านบาท เป็นภาษีไม่น้อยกว่า 1 ใน 2 ล้านล้านบาท ก็จะสามารถนำมาใช้หนี้สาธารณะประเทศได้ ลดภาษีน้ำมัน สร้างหลักประกันคนเกษียณเดือนละ 3,000 บาทต่อเดือน เงินที่เหลือก็นำมาดูแลการศึกษาต่อไป

มุมมองและเหตุผลของส.ส.เต้-มงคลกิตติ์ ถือว่ามองขาดในแง่ของสถานการณ์ทางการเงินของประเทศ และการมองหาแหล่งทุนหรือเม็ดเงินที่จะช่วยนำมาประคับประคองสถานการณ์ของประเทศได้ แม้จะดูเป็นเงินภาษีบาป แต่ถ้าเป็นเงินที่มีเส้นทางการได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย นำเงินใต้ดิน เงินจากธุรกิจเถื่อนเข้าสู่ระบบและมีกฎหมายควบคุม ก็น่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม กับสถานการณ์ที่คนทั้งชาติยากจนข้นแค้นและแสนยากลำบากเหลือเกิน 

ขณะที่อีกความคิดเห็นของผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการกาสิโนของเมืองไทย ที่เอ่ยชื่อมาแล้ว ไม่มีใครไม่รู้จัก “ชัช เตาปูน” นายชัชวาลล์ คงอุดม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ผู้มากบารมีและความรู้ ความสามารถและยังมองเห็นปัญหาการพนันของเมืองไทยแบบทะลุปรุโปร่ง 

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

“ชัช เตาปูน” สะท้อนภาพการพนันของไทยที่มีการลักลอบเล่นพนันกันมาอย่างแพร่หลาย และเมื่อประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีการเปิดบ่อนกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย เงินจำนวนมหาศาล ก็ยิ่งไหลทะลักออกนอกประเทศ “ชัช เตาปูน” บอกว่า บ่อนการพนันที่อยู่บริเวณรอบชายแดนประเทศไทยที่มีไม่ต่ำกว่า 50 แห่ง ลูกค้าหลัก ซึ่งเป็นคนไทยและมีวงเงินจำนวนมหาศาลที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ และพบว่าประเทศเมียนมา ลาวและมาเลเซีย มีการอนุญาตให้เปิดกาสิโนอย่างถูกกฎหมาย ทำให้สามารถเปิดสถานกาสิโน หรือบ่อนการพนันในหลายแห่ง ควบคู่กับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการบริการและการส่งเสริมการท่องเที่ยว ทำให้ประชาชนและนักธุรกิจไทยจำนวนมากเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนที่อยู่ตามแนวชายแดนของไทย ทำให้เงินไหลออกนอกประเทศ โดยไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่งผลให้ไทยต้องสูญเสียรายได้ อันเป็นรายได้ทางเศรษฐกิจของประเทศไปเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

ดังนั้น หากมีการสร้างระบบเพื่อควบคุมกำกับดูแล และจัดระบบบ่อนการพนันที่ผิดกฎหมายให้อยู่ในระบบ และมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบระเบียบ มีการจัดเก็บรายได้ที่เป็นภาษีให้กับรัฐอย่างถูกต้อง ก็อาจจะเป็นช่องทางหนึ่งในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ ทั้งรายได้ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจสถานกาสิโนและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งธุรกิจด้านกีฬาและธุรกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศ อีกทั้งยังจะเป็นการช่วยลดปัญหาการคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ และทำให้รัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถเข้าจัดการควบคุมธุรกิจการพนันที่ผิดกฎหมาย ที่ลักลอบกันทำอยู่ในปัจจุบันได้

ฟังความเห็นจากตัวจริง เสียจริงและรู้จริงเกี่ยวกับปัญหาการพนันของไทยแล้ว ลองมาฟังความคิดเห็นจากผู้กว้างขวางแดนเหนือ และต้องการปักธงให้ภาคเหนือของไทยเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและแหล่งรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หากไทยเปิดให้มีสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) คนผู้นี้คือส.ส.เชียงราย “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” พรรคเพื่อไทย  

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

ส.ส.พิเชษฐ์ ยกเหตุและผลที่ไทยควรเปิดให้มีบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายว่า ปัจจุบันงบประมาณหรือรายได้หลักของประเทศไทยมาจากการเก็บภาษีของประชาชนปีละ 2.7 ล้านล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอที่จะทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้รัฐบาลยังต้องแบกรับภาระหนี้สาธารณะของประเทศสูงถึง 7.2 ล้านล้านบาท ซึ่งโอกาสที่จะหาเงินมาใช้หนี้คงไม่มีและคงเป็นไปได้น้อย ดังนั้น สถานบันเทิงแบบครบวงจรจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่จากกลุ่มนักท่องเที่ยว และนักแสวงโชคชาวต่างประเทศเข้าประเทศ โดยที่ไม่ต้องมีการลงทุนจากภาครัฐ แต่สามารถสร้างรายได้แก่ประเทศได้ปีละ 4 ล้านล้านบาท เพราะประเทศไทยมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก 

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

นอกจากนี้ นักธุรกิจชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีความพร้อมด้านการลงทุนและมีประสบการณ์ในการดำเนินการด้านสถานบันเทิงแบบครบวงจรระดับโลก เช่น กาสิโน สวนสนุก (Ferrari World) สนามแข่งรถสูตร 1 (Formula one หรือ F1) โรงแรมระดับโลก ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร สนามกอล์ฟ  สนามฟุตบอลโลก สนามกีฬาโอลิมปิก เป็นต้น มีความพร้อมจะเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ (NEC) ซึ่งจะก่อให้เกิดการจ้างงานสร้างอาชีพในหลายด้าน เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร จึงเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของประเทศที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังประสบปัญหาภาวะความตกต่ำ

ส.ส.แดนเชียงราย อ้างถึงประโยชน์และเม็ดเงินมหาศาลที่จะได้จากการท่องเที่ยว ซึ่งมีสถานบันเทิงแบบครบวงจรเป็นตัวล่อแล้ว ลองมาฟังคนสุดท้าย ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย “จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์” ที่อยากให้รัฐบาลมีแก้ไขปัญหาการพนันที่มีมาอย่างยาวนานของสังคมไทย และยิ่งในยุคปัจจุบันมีการพนันในรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะตู้เกมพนันไฟฟ้า หรือตู้สล็อตแมชชีน ซึ่งเป็นการพนันที่นิยมมากชนิดหนึ่งและกำลังแพร่ระบาดอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้ง กทม. 

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

ส.ส.ศรีสะเกษ ผู้นี้บอกว่า ตู้เกมพนันไฟฟ้า เป็นการพนันชนิดร้ายแรงที่สามารถมอมเมาให้เยาวชนติดการพนันได้ง่าย โดยเฉพาะเยาวชนที่ไม่มีรายได้ อันจะเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาอีกมากมาย จนนำไปสู่ปัญหาสังคมรุนแรง จากเยาวชนติดเกมกระทั่งไปถึงยาเสพติด ไม่เรียนหนังสือ และสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นในครอบครัว ซึ่งปัญหาตู้เกมสล็อตแมชชีนได้มีการร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรม ถึงการลักลอบตั้งตู้เกมพนันไฟฟ้าในเขตชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ภาครัฐและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งดำเนินการออกมาตรการป้องกัน แก้ไขและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบตั้งตู้พนันไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน

ทุกความคิดเห็นของส.ส.ทั้ง 4 คน ที่เป็นทั้งผู้เสนอญัตติและร่วมเป็นกรรมาธิการในการพิจารณาศึกษาการตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายแบบครบวงจร เป็นเพียงส่วนหนึ่งของส.ส.ในสภาที่สะท้อนถึงความสำคัญและความจำเป็นในการออกกฎหมายดังกล่าว และผลักดันให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ซึ่งแน่นอนว่าระยะเวลา 90 วันนับจากนี้ กฎหมายที่จะนำเสนออกมาจะต้องมีความครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งในแง่ของการช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ผ่านเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่จะมาจากการท่องเที่ยวของชาวต่างชาติ และการป้องกันเงินไหลออกนอกประเทศจากบ่อนกาสิโนของประเทศเพื่อนบ้าน 

ส่องความคิด 4 ผู้เสนอญัตติเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย บันทึกหน้าใหม่สังคมไทย

แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีมาตรการทางกฎหมายที่สามารถควบคุม และป้องกันอย่างเข้มงวดกับผู้ที่จะเข้าใช้บริการในสถานบันเทิงแบบครบวงจร และบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย ควบคู่กับการให้ความรู้และทำความเข้าใจแก่สังคมไทย ถึงการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย ได้เงินภาษีช่วยชาติ สังคมและประชาชนในประเทศ ไม่มอมเมาชักชวนให้เห็นผิดเป็นชอบ จนเกิด “ผีพนัน” เต็มบ้านเต็มเมือง .. นี่อาจเป็นอีกทางออกในการช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศได้ ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงและโรคระบาดโควิด-19 คร่าชีวิตคนไทยรายวัน

ลุ้นไตรมาสแรกปีหน้า หย่อนบัตร”เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.” ชัชชาติ ยังนำ……

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495257

02 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

ลุ้นไตรมาสแรกปีหน้า หย่อนบัตร"เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม."  ชัชชาติ ยังนำ......

แน่ชัดจากปากของ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรีแล้วว่า คิวต่อไปหลังการลงคะแนนเลือกตั้งนายกและสมาชิกอบต.ทั่วไทยจบลงแล้วนั้น คือคิวการ”เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.”และอาจรวมนายกเมืองพัทยา ติดตามได้จากเจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

แน่ชัดจากปากของ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรีแล้วว่า คิวต่อไปหลังการลงคะแนนเลือกตั้งนายกและสมาชิกอบต.ทั่วไทยจบลงแล้วนั้น คือคิวการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.และอาจรวมนายกเมืองพัทยา

“เมืองพัทยาและกทม.” ถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่อยู่ในกำกับของกระทรวงมหาดไทยเช่นกัน และมีแนวโน้มว่าอีกสามเดือนข้างหน้า(ช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า) ประชาชนในเมืองพัทยาและกทม.น่าจะได้ไปใช้สิทธิ


รอเพียง “พลเอกอนุพงษ์  เผ่าจินดา” รมว.มหาดไทยเคาะ และครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งไม้ให้กกต.รับไปเตรียมการ

ชัชชาติ  สิทธิพันธุ์  ผู้ประกาศลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่ากทม.ในนามอิสระ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ประกาศลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่ากทม.ในนามอิสระ

อย่าลืมว่าสองสนามนี้ชี้เรตติ้งทางการเมืองของขั้วฝ่ายค้านและค่ายรัฐบาลไปอีกชั้นหนึ่ง หากคะแนนของสองสนามนี้ออกมาแล้วคนการเมืองและนักวิเคราะห์น่าจะจับสัญญาณในขั้นต้นเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส.งวดหน้าได้และวางกลเกมในการชิงตึกไทยคู่ฟ้าและเก้าอี้ประมุขฝ่ายบริหาร

คลิกอ่านเพิ่มเติม >>>

เช็คที่นี่ “ผลเลือกตั้งอบต.” นายกฯอบต.และสมาชิก 5พันกว่าแห่งทั่วประเทศ

โดยสนามเมืองพัทยานั้น “ตระกูลคุณปลื้ม” แห่งชลบุรีผูกขาดมานาน  แม้ยามนี้ตระกูลคุณปลื้มจะย้ายสังกัดจากพรรคพลังชลมาสวมเสื้อพรรคพลังประชารัฐ  และตอนนี้มีผู้ท้าชิงแล้วจากคณะก้าวหน้า ตรงนี้ก็น่าสนใจหลังจากคณะก้าวหน้าฟุ้งว่าได้ 38 ที่นั่ง จากที่ทีมก้าวหน้า ส่งลง 210 ทีม(ทั่วประเทศมีอบต.กว่า5,300แห่ง )และพรรคก้าวไกลก็พร้อมลุยสนามเมืองหลวงด้วยเช่นกัน  

ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์  ซึ่งหลายพรรคทาบทามลงสมัครเลือกต้้งผู้ว่าฯกทม.ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ซึ่งหลายพรรคทาบทามลงสมัครเลือกต้้งผู้ว่าฯกทม.

แม้ขั้วสีส้มเวอร์ชั่นล่าสุด(พรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้า) ยังแทงกั๊กไม่เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯเมืองหลวง โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะโดนเทจากสนามท้องถิ่นหลายครั้งหรือไม่(อบจ./เทศบาล/อบต.โดยสัดส่วนที่ชนะยังไม่ถึง20 % )ทั้งที่แกนนำโปรโมทกันหนักหลายช่องทาง ตรงนี้น่าจะเป็นการบ้านให้ทีมกุนซือสีส้มนำไปวางแผนปรับกลยุทธ์เพราะการจะหวังแต้มในสนามใหญ่นั้น มันหนักหน่วงกว่าเกมที่ผ่านมาและจะหวังแต้มแบบ “ส้มหล่น”เหมือนเลือกตั้งส.ส.งวดที่แล้วก็ยาก เพราะปัจจัยหลายอย่างแปรสภาพ แม้ตอนนี้จะทราบแล้วว่าแฟนพันธุ์แท้สีส้มมีสัดส่วนเท่าใดกับจำนวนประชากรที่มีสิทธิเลือกตั้งก็ตาม…

ส่วนพรรค-กลุ่มการเมืองอื่นๆยังไม่แสดงท่าทีกับเวทีเมืองพัทยาโดยชัดแจ้ง…(ไม่รู้ว่าเหตุใดไม่แสดงความสนใจหรือทราบแน่ชัดแล้วว่าลงไปแข่งขันโอกาสชนะมีน้อย)

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง  ผู้ว่ากทม.คนปัจจุบัน พร้อมลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.อีกสมัย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่ากทม.คนปัจจุบัน พร้อมลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่ากทม.อีกสมัย

หันมาสนามเมืองหลวงยามนี้ พบว่าพรรคอื่นๆที่พอหาแต้มในเมืองกรุงได้ เช่น พรรคกล้า/พรรคไทยสร้างไทย ก็ยังกั๊กกับว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. มีแต่เปิดตัวทีมส.ก.และคนการเมืองเลือดใหม่ของพรรคนั้นๆไปแบบเลี้ยงกระแส  (เพราะสองพรรคนี้ แกนนำพรรคแยกตัวมาจากสังกัดเดิมที่มีฐานคะแนนตามคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์และกรณ์ จาติกวณิชมาด้วย) ดังนั้นการปั้นผู้สมัครส.ก.ให้สอบติดนั้นก็ต้องเน้นให้เข้าเป้า 

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็ทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ก.และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ไปบางส่วน และค่อนข้างชัวร์ว่าดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ “ดร.เอ้” จะสวมเสื้อสีฟ้าขายไอเดียยกระดับเมืองกรุงลงประชัน และลุ้นว่า “ดร.เอ้”จะฟื้นกระแสปชป.ในกทม.ได้หรือไม่หลังจากงวดที่แล้วสูญพันธุ์กับสนามผู้แทนราษฎร

เทียบหมัดต่อหมัดปอนด์ต่อปอนด์ตอนนี้ บนเวทีเมืองหลวงนั้น แน่ชัดเพียง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”  ที่ลงสมัครแบบอิสระและยังมีคะแนนนำ โดยพรรคเพื่อไทยสนับสนุน เพราะผู้สมัครส.ก.นั้น สังกัดพรรคนี้ และอย่าลืมประวัติศาสตร์การเมืองด้วยเพราะตั้งแต่ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย-พลังประชาชน-เพื่อไทยนั้น ยังไม่เคยมีปรากฎการณ์ชนะเลือกตั้งในสนามนี้เลย และคราวนี้แกนนำพรรครวมทั้งคนแดนไกลและอดีตนายกฯหญิงน่าจะมั่นใจว่าอดีตรมว.คมนาคมคนนี้น่าจะปักธงได้ เพราะการไม่ใส่เสื้อพท.ลงแข่งขันนั้นก็พอเรียกแต้มคนขั้วตรงข้ามที่ไม่ชอบพท.แต่ให้ใจกับชัชชาติในการทำงานได้หลายเปอร์เซ็นต์อยู่

ส่วนพรรคพลังประชารัฐนั้น พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคบอกแล้วว่า ส่งเพียงผู้สมัครส.ก.ในนามพรรค ส่วนผู้ว่าฯกทม.ไม่ส่งในนามพรรค แต่หนุนผู้สมัครอิสระที่มิใช่ “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา” อดีตผบ.ตร.ที่ไขก๊อกในสนามนี้ไปแล้ว และคงจะรอก้าวไปเป็นรมต.ในวันข้างหน้า ดังนั้นแนวโน้มตอนนี้น่าจะเป็น “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง”เพราะเตรียมตัวมานานและเร่งโปรโมทผลงาน โดยที่หลายคนทราบว่าพ่อเมืองหลวงคนปัจจุบันนี้เป็นสายตรงของ “พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา”

คนวงในการเมืองให้ความเห็นไปแนวทางเดียวกัน   “ชัชชาติประชันพล.ต.อ.อัศวินและดร.เอ้” บนกติกาหย่อนบัตรใน ไตรมาสแรกของปีหน้า พบว่า”ชัชชาติ”ยังโอกาสสูงอยู่….

ว่าที่นายกฯเขมร “ฮุน มาเนต” ทายาทผู้พิทักษ์ระบอบฮุนเซน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495267

02 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

ว่าที่นายกฯเขมร "ฮุน มาเนต" ทายาทผู้พิทักษ์ระบอบฮุนเซน

ลีลาผู้นำจอมเก๋า ฮุน เซน ประกาศดัน “ฮุน มาเนต” เป็นนายกรัฐมนตรีกัมพูชา หลังปูทางวางโครงข่ายอำนาจคุมการเมือง-การทหารเบ็ดเสร็จ ก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกชายคนโต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สมเด็จฮุน เซน ประกาศดัน “ฮุน มาเนต” เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป โดยผ่านกระบวนการเลือกตั้ง หลังจากนายกฯฮุน เซน วางมือในอีก 9 ปีข้างหน้า

ก่อนหน้านี้ “ฮุน มาเนต” ปูทางสู่การเมือง เข้ารับตำแหน่งคณะกรรมการถาวรพรรคประชาชนกัมพูชา(ซีพีพี) และรับผิดชอบงานเยาวชนของพรรคฯ

“ฮุน มาเนต” คุมกองทัพกัมพูชาเบ็ดเสร็จ นั่งเก้าอี้รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ,ผู้บัญชาการทหารบก,ผู้บัญชาการทหารพิทักษ์ผู้นำ และผู้บัญชาการหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย

วันที่ 2 ธ.ค.2564 สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางไปประธานเปิดถนนและระบบบำบัดน้ำเสีย มูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ ที่สีหนุวิลล์ ระหว่างการปราศรัยผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติกัมพูชา ตอนหนึ่งสมเด็จฮุน เซน กล่าวว่า “ฉันขอประกาศในวันนี้ จะขอสนับสนุนลูกชายของฉันให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยผ่านการเลือกตั้ง”

“ฮุน มาเนต” จะเป็นหนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้ง และไม่ใช่ผู้สมัครเพียงรายเดียว แต่จะมีพรรคการเมืองอื่นเข้าร่วมแข่งขันด้วย

ปัจจุบัน สมเด็จฮุน เซน อายุ 69 ปี โดยเขาประกาศจะอยู่ในอำนาจไปอีก 9 ปี หลังจากนั้น เขาจะเสนอชื่อ ฮุน มาเนต บุตรชายคนโต เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งทั่วไป

“ฮุน มาเนต” วัย 44 ปี มีตำแหน่งทางทหารและการเมือง เป็นคณะกรรมการถาวรของพรรคประชาชนกัมพูชา(ซีพีพี) ยังมีตำแหน่งเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทหารบกพ่วงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยพิทักษ์ผู้นำ และผู้บังคับการหน่วยต่อต้านการก่อการร้าย

‘ระบอบฮุนเซน’

“ฮุน มาเนต” ถูกวางตัวให้เป็นทายาททางการเมืองของสมเด็จฮุน เซน มานานแล้ว ซึ่งกลุ่มสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส มักจะโจมตีว่า ฮุน มาเนต มีบิดาเป็นคนเวียดนาม

สมเด็จฮุน เซน กำลังอยู่ในอำนาจเป็นปีที่ 36 ในฐานะผู้นำประเทศ การปกครองกัมพูชาภายใต้การนำของเขา หวนคืนสู่ระบบพรรคการเมืองเดียว หรือระบอบฮุนเซน ซึ่งตอนนี้ เขาถือว่าเป็นนายกฯ ที่ครองอำนาจนานที่สุดในโลก

เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ศาลสูงพนมเปญ สั่งยุบพรรคกอบกู้ชาติกัมพูชา(ซีเอ็นอาร์พี) ของสม รังสี ในปีถัดมา กัมพูชาจัดการเลือกตั้งทั่วไป พรรคประชาชนกัมพูชา(ซีพีพี)ชนะการเลือกตั้งอย่างง่ายดาย และได้ครองเสียงข้างมากในสภาพรรคเดียว

ไม่นานมานี้ รัฐสภากัมพูชา ได้ผ่านกฎหมายห้ามบุคคล 2 สัญชาติ เป็น ส.ส. ,ส.ว. และรัฐมนตรี ซึ่งเท่ากับปิดประตูตายสำหรับ สม รังสี และแกนนำพรรคซีเอ็นอาร์พี ที่ลี้ภัยการเมืองอยู่ในฝรั่งเศส และสหรัฐ

‘ทายาทตระกูลฮุน’

“ฮุน มาเนต” สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบกเวสต์พอยต์ เมื่อปี 2542 และสำเร็จการศึกษาระดับเศรษฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยบริสทอล อังกฤษ

ระยะแรก ฮุน มาเนต ถูกวางตัวให้มาทางสายกองทัพ เช่นเดียวกับน้องชาย ฮุน มานิต ที่ดูแลงานข่าวกรองของประเทศ

ส่วนน้องชาย ฮุน มานี เดินงานสายการเมือง เป็นผู้แทนราษฎร และเป็นประธานศูนย์กลางสมาคมเยาวชนแห่งชาติ และน้องสาว ฮุน มานา เป็นผู้อำนวยการใหญ่สถานีโทรทัศน์บายน และหนังสือพิมพ์รายวันภาษาเขมร

ปี 2561 “ฮุน มาเนต” ได้รับการสนับสนุนจากคณะกรรมการกลางพรรคประชาชนกัมพูชาให้เป็นหนึ่งในกรรมการถาวรของพรรค ที่มีทั้งหมด 37 คน และปีที่แล้ว ฮุน มาเนต ได้เป็นประธานคณะทำงานเยาวชนกลางพรรคประชาชนกัมพูชา

สมเด็จฮุน เซน สรุปบทเรียนจากการเติบโตของพรรคซีเอ็นอาร์พี ของสม รังสี เมื่อสิบกว่าปีก่อนหน้านั้น โดยสม รังสี ได้เจาะกลุ่มเยาวชน และหนุ่มสาวโรงงานมาเป็นฐานเสียง จึงได้มอบให้ฮุน มานี มาจับงานเยาวชน ดึงฐานเสียงคืนมาจากฝ่ายค้าน

ขณะเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน ก็มอบให้ฮุน มาเนต เข้าไปทำงานด้านเยาวชน ในนามพรรคซีพีพี เพื่อกุมสภาพเยาวชนคนรุ่นใหม่ของกัมพูชา

ฮุนมาเน็ต และภรรยา พิช จันมุนีฮุนมาเน็ต และภรรยา พิช จันมุนี

ด้านครอบครัว “ฮุน มาเนต” แต่งงานกับพิช จันมุนี มีลูก 3 คน เป็นหญิง 2 คน และชาย 1 คน โดยภรรยาของเขา ได้ทำงานด้านสังคมสงเคราะห์ และงานพัฒนาชนบท

อีก 9 ปีข้างหน้า จับตาดูย่างก้าวทางการเมืองของ “ฮุน มาเนต” ที่จะมาสืบทอดอำนาจจากบิดา เพื่อรักษาระบอบฮุนเซน

13 ปีทิ้งนายใหญ่ “เนวิน” อัดฉีด ภท.ขวาง พท.แลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495229

02 ธ.ค. 2564 |16:00 น.

13 ปีทิ้งนายใหญ่ "เนวิน" อัดฉีด ภท.ขวาง พท.แลนด์สไลด์

โหมโรงเลือกตั้ง “เนวิน” ทิ้งนายใหญ่ 13 ปี ปั้นภูมิใจไทยผงาด สมัยหน้าเจอศึกใหญ่ บัตร 2 ใบเพื่อไทยแลนด์สไลด์ กระแสข่าวพรรคพลังดูดดังกระหึ่ม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

13 ปีแล้ว จุดเปลี่ยนของ “เนวิน” หลังศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคพลังประชาชน ได้เกิดกลุ่มเพื่อนเนวิน แยกตัวออกจากนายใหญ่ทักษิณ

กำเนิดพรรคภูมิใจไทย ในอุ้งมือ “เนวิน” นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปฐมบทของกลุ่มอำนาจ 3ป.ที่ต่อทอดอำนาจลากยาวมาจนถึงวันนี้

ในฐานะครูใหญ่ “เนวิน” กำลังเผชิญศึกหนักภายใต้กติกาบัตร 2 ใบ เมื่อพรรคนายใหญ่ปักธงแลนด์สไลด์ ภาพนารีขี่ม้าขาวกวาดเรียบ ส.ส.อีสาน ยังตามหลอนคนโตบุรีรัมย์อยู่

วันที่ 2 ธ.ค.2551 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งให้ยุบ 3 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ด้วยข้อกล่าวหากระทำการที่เข้าข่ายทุจริตการเลือกตั้ง ส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 3 พรรค ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฝ่ายบริหาร พลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาล จากรัฐบาลพรรคพลังประชาชนเป็นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เนวิน ชิดชอบ ได้นำ ส.ส. 23 คน ในนามกลุ่มเพื่อนเนวิน รวมกับกลุ่มสมศักดิ์ เทพสุทิน 8 คน เข้าร่วมการจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ ซึ่งปฏิบัติการแหกค่ายนายใหญ่ ทำให้เกิดวลี “มันจบแล้วครับนาย” จากปากเนวิน

‘ภูมิใจหนู’

ระยะแรก “เนวิน” แตะมือสมศักดิ์ เทพสุทิน ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย ผู้บริหารพรรคยุคแรกคือ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และพรทิวา นาคาศัย เลขาธิการพรรค (อดีตภรรยาของอนุชา นาคาศัย) และพรทิวา เป็นตัวแทนกลุ่มสมศักดิ์

เลือกตั้งปี 2554 “เนวิน” นำภูมิใจไทยลงสนามแบบมวยไฟท์เตอร์ชนกับเพื่อไทย และเป็นปฏิปักษ์กับเครือข่ายคนแดนไกล จึงประสบความปราชัยยับเยิน

ปลายปี 2556 สมศักดิ์ เทพสุทิน นำพลพรรคแยกตัวออกจากเนวิน กลับไปคุยกับเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ก่อนเข้าสู่โหมดเลือกตั้งปี 2562 เนวินปรับภาพลักษณ์ภูมิใจไทย ให้เป็นพรรคทางสายกลาง ดัน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ลดการเผชิญหน้ากับนายใหญ่ ลดความเป็นภาพพรรคขั้วสี โดยอาศัยบุคลิกแบบหนูดิ้นได้เป็นตัวชูโรง

กติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 พรรคภูมิใจไทย ก็ได้อานิสงส์เต็มๆ เพราะทุกคะแนนไม่ตกน้ำ เพียงผู้สมัคร ส.ส.เขต ทำแต้มให้ได้ถึง 1-2 หมื่นแต้มต่อเขต ก็ส่งผลดีต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค

ฉะนั้น ผลเลือกตั้งปี 2562 พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 12 ที่นั่ง และ ส.ส.39 ที่นั่ง (ไม่นับรวมงูเห่า) ขณะที่เลือกตั้งปี 2554 กติกาบัตร 2 ใบ ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 5 คน และ ส.ส.เขต 34 ที่นั่ง

เนวินรู้อยู่เต็มอก กติกาเลือกตั้งบัตร 2 ใบในสมัยหน้า จะทำให้ค่ายภูมิใจไทยตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ อาจสูญเสียที่นั่งให้พรรคใหญ่ในภาคอีสานและภาคกลาง

‘ยึดอีสานใต้’

สมรภูมิเลือกตั้งสมัยหน้า “เนวิน” ครูใหญ่ค่ายสีน้ำเงินต้องทำการบ้านอย่างหนัก จึงหันมาเห็นที่สนามอีสานใต้ เพื่อเพิ่มจำนวนเก้าอี้ ส.ส.เขต

บุรีรัมย์ เลือกตั้งปี 2554 บัตร 2 ใบ “เนวิน” เสียหน้าไปไม่ใช่น้อย เมื่อพรรคเพื่อไทยเจาะได้ 2 ที่นั่ง แต่เลือกตั้งปี 2562 บัตรใบเดียว เนวินกู้หน้าสำเร็จ ภูมิใจไทยชนะยกจังหวัด

ศรีสะเกษ เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่เนวิน กำลังปั้นเป็นศรีสะเกษโมเดล โดยให้ครอบครัวของไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกรัฐบาล เป็นแกนหลัก จากเดิมมี ส.ส. 2 คน อาจเพิ่มเป็น 5-6 คนได้ในสมัยหน้า

สุรินทร์ เนวินพยายามจะปักธงที่เมืองช้าง 2 หน ก็ได้แค่ 1 ที่นั่งจาก 7-8 ที่นั่ง และตอนนี้ จึงมีกระแสข่าวดึงตัว ส.ส.สุรินทร์ เพื่อไทย 2-3 คน ไปสังกัดค่ายสีน้ำเงิน ดังกระหึ่มสภาฯ

นครราชสีมา สนามใหญ่จะมี ส.ส.16 ที่นั่ง เนวินฝากความหวังไว้กับวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และวันที่ 19 ธ.ค.2564 พรรคภูมิใจไทยจะจัดการประชุมใหญ่ที่เมืองโคราช

สมัยที่แล้ว ภูมิใจไทย ได้ ส.ส.โคราช 3 คน สมัยหน้าจึงตั้งเป้าให้ได้มากกว่าเดิม แต่เนวินก็ต้องแก้ปัญหาทางใจคนในพรรค เพราะมีข่าวเสี่ยแป้งมัน วีรศักดิ์ รู้สึกน้อยอกน้อยใจน้องชายครูใหญ่อยู่บ้างเหมือนกัน

ขณะที่นายใหญ่ปลุกกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์ เนวิน ชิดชอบ ก็ต้องสู้ด้วยกลยุทธ์ปักธง ส.ส.เขตจึงจะรอดพ้นพายุใหญ่ไปได้

เอาอยู่ไหม ไวรัสสายพันธ์ใหม่ “โอไมครอน”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495223

02 ธ.ค. 2564 |15:00 น.

นักไวรัสวิทยา เตือนไวรัส “โอไมครอน” หนีภุมิคุ้มกันได้ดี แพร่กระจายได้ง่าย ไทยต้องปรับมาตรการใหม่ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์ มาก่อน

เอาอยู่ไหม ไวรัสสายพันธ์ใหม่ "โอไมครอน"

ทุกประเทศจะต้องเจอโอไมครอน เพราะเขาหนีภูมิคุ้มกันได้ดี และแพร่กระจายได้ไว นี่เป็นคำยืนยันจาก ดอกเตอร์ อนันต์ จงแก้ววัฒนา  นักไวรัสวิทยา ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  ความรุนแรงของสายพันธุ์ Omicron B.1.1.529 อาการ เบื้องต้นไม่พบความแตกต่าง กับสายพันธ์ก่อนหน้านี้บางรายงานระบุว่ามีอาการปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ไม่สูญเสียการรับกลิ่น/รส  อาการไม่รุนแรง 

เอาอยู่ไหม ไวรัสสายพันธ์ใหม่ "โอไมครอน"

ข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจ คือการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งที่ 681 ของกรดอะมิโนบนโปรตีนหนามสไปค์ ของไวรัสโควิด-19 เป็นตำแหน่งที่นักไวรัสสนใจเป็นพิเศษ เพราะถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลง  ที่ตำแหน่รงไวรัสนี้ อาจกลายเป็น VOC  หรือ Variant of Concern หมายถึงไวรัสกลายพันธุ์ที่น่าเป็นห่วงและวิตกกังวล แทนสายพันธ์เดลตาซึ่งครองพื้นที่มายาวนาน  แม้คนที่ได้รับวัคซีนครบโดสมาแล้ว ก็ยังติดเชื้อโอไมครอนได้ง่าย  เพราะร่างกายไม่เคยรู้จักมาก่อนไม่สามารถคาดการได้ว่า เมื่อติดเชื้อแล้ว จะมีอาการที่รุนแรงหรือไม่   แต่ที่เคยติดเชื้อโควิดโดยธรรมชาติ ร่างกายสามารถจดจำไวรัสและสามารถสร้างภูมิคุ้นกันขึ้นมาต้านทานได้ แต่ที่น่ากังวลกลับเป็นคนที่เคยได้รับวัคซีนมาแล้ว 

ในขณะที่ประเทศไทย ยังไม่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับ โอไมครอนว่าใช้เวลาฟักตัวนานขนาดไหน หากยังใช้มาตรการเปิดประเทศแบบที่ผ่านมา  โอกาศที่เชื้อจะแพร่เข้ามาในประเทศไทย จึงเป็นไปได้สูง ไม่ว่าเราจะมีมาตรป้องกันดีขนาดไหน ก็ตาม
ทั้งหมดนี้ป็นข้อห่วงใยจากนักไวรัสวิทยา จึงต้องจับตาการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ วันพรุ่งนี้ จะมีมาตรการรับมือและสกัดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่ “โอไมครอน” อย่างไร  ต้องยอมรับว่าสองปีที่ผ่านมา สภาพของไทยหนักหนาเกินกว่าจะรับมือ  การล็อกดาวน์ในรอบต่อไปได้อีกแล้ว 

“ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม.”พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495139

02 ธ.ค. 2564 |01:00 น.

"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน

เกาะติด ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่หลายพรรคการเมืองเริ่มเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร และเล็งหาเสียงเลือกตั้ง รวมทั้งผู้สมัครอิสระ หลังการเลือกตั้ง อบต.เสร็จสิ้นลงไปเมื่อเดือนที่แล้ว

เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) หวยสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 ตัวล่างออก 82 .. แต่วันที่คนไทยทั้งประเทศลุ้นกันแบบสุดๆ ว่าใครบ้างที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต. และ สมาชิก อบต. คือวันที่ 28 พ.ย. 2564 แบ่งเป็นนายก อบต. 5,300 คน และ สมาชิกสภา อบต. 56,641 คน 

สนามเลือกตั้งท้องถิ่นในส่วนของ อบต. เรียกว่า..” 7 ปีที่รอคอย” ได้ปิดฉากลงด้วยดี หวยออกไปแล้วว่ามีใครบ้างที่ได้รับเลือกตั้ง ซึ่งวันสุดท้ายที่ กกต.จะประกาศผลการเลือกตั้ง หรือรับรองผลการเลือกตั้ง อบต. คือ 27 ม.ค. 2565 หรืออาจจะเร็วกว่านั้น หลัง กกต.ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม ก็จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้แก่ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง 

"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน

หันมองสนามเลือกตั้งท้องถิ่นอีกแห่ง.. สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พื้นที่ที่ใคร ๆ มักพูดกันเสมอว่า “กรุงเทพฯ คือประเทศไทย” ดังนั้น การสู้ศึกเพื่อชิงเก้าอี้พ่อเมืองแห่งสยามประเทศ จึงเป็นอีกศึกใหญ่ที่พรรคการเมืองต่าง ๆ รวมทั้งผู้สมัครอิสระจับจ้องตาเป็นมันเพื่อบุกยึดพื้นที่สำคัญแห่งนี้ ชนิดที่ว่า “ดับเครื่องชน” กันเลยทีเดียว 

“เจาะประเด็นร้อน” โดย อักษร 8 ทิศ เห็นถ้อยวจีของอาจารย์วิษณุ  เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่บอกกับสื่อมวลชนว่า เลือกตั้ง อบต.แล้วเสร็จ คงต้องถึงคราวที่จะมีการ “เลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” ตามปฏิทิน ซึ่งการ “เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.” ทางกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้เสนอมายัง ครม. หาก ครม.เห็นชอบ ก็แจ้งไปยัง กกต.เพื่อกำหนดวันและระยะเวลาในการเลือกตั้ง แต่จะมีการเลือกตั้งเมื่อไรนั้น ยังไม่ทราบ ต้องรอให้ครบ 1 เดือน หลังประกาศผลเลือกตั้งอบต.ก่อน 

"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน

สำหรับผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่เป็นส.ส. ต้องไปลาออก จากการดำรงตำแหน่ง ส.ส. ก่อนแล้วค่อยลงสมัคร “ผู้ว่าฯ กทม.” เช่นเดียวกับ ผู้สมัคร อบต. เมื่อมีการประกาศเลือกตั้ง คนเก่าต้องพ้นจากตำแหน่งไปก่อน แต่ตามกฎหมายในการเลือกตั้งท้องถิ่น ข้าราชการการเมือง ส.ส. ไม่สามารถหาเสียงเลือกตั้งช่วยผู้สมัครได้ แต่ไม่ถึงกับห้ามไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยพรรคการเมืองยังสามารถให้การสนับสนุนได้

อาจารย์วิษณุ ชี้เป้าปฏิทินการเมืองเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มาแบบนั้นแล้ว คงต้องไปส่องดูกันหน่อยว่าศึกเลือกตั้งครั้งนี้ จะร้อนแรง ดุเด็ด เผ็ดมัน ใครเป็นใคร ใครฟัดกับใครบ้าง..??? 

คนแรกที่มองข้ามไม่ได้เลย..เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นเบอร์ใหญ่ที่หมายมั่นปั้นมือขอเป็น 1 ใน 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 คือ ดร.ชัชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และอดีตผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งปี 2562 และครั้งนี้เขาตั้งใจลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ในนามอิสระ ไม่สังกัดพรรคเพื่อไทย หรือพรรคการเมืองใด 

"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน

ดร.ชัชชาติ ผู้ซึ่งบอกว่าเขาเป็นอัศวินม้าขาว ที่เมื่อใดมีคนเรียกต้องมา บอกเอาไว้ถึงการลงชิงเก้าอี้พ่อเมือง กทม. ว่า “ไม่ได้จะแข่งกับใคร แค่เสนอความหวังและทางเลือกให้กับประชาชนเพราะสุดท้ายประชาชนเลือกเอง ผมไม่ได้ต้องการแข่งขันเอาเป็นเอาตาย แต่เป็นการหาความหวัง หาคำตอบให้กับประชาชน” 

ฟังสำเนียงที่ ดร.ชัชชาติ ที่บอกว่าศึกชิงผู้ว่าฯ กทม. ไม่คิดสู้แบบเอาเป็นเอาตาย .. แต่กับสถานการณ์การเมืองในช่วงปลายปีแล้ว คาดว่ามีโอกาสดับเครื่องชนสูง !! อีกทั้งล่าสุดนิด้าโพลชี้ว่า บุคคลที่ประชาชนอยากเลือกให้เป็นผู้ว่าฯ กทม. มากเป็นอันดับ 1  คือ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 

ส่วนคู่แข่งคนสำคัญของดร.ชัชชาติ ที่มีดีกรีเป็นศาสตราจารย์ดอกเตอร์ และเรียนจบด้านวิศวกรรมเหมือนกัน นาทีนี้คงไม่มีไม่รู้จัก พี่เอ้-ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่มีข่าวออกมาว่าเป็นผู้ที่พรรคประชาธิปัตย์จะให้การสนับสนุนและจัดให้เป็นตัวเต็ง ตัวแทนคนรุ่นใหม่ของพรรค ในการสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 

"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน

ครั้งหนึ่ง ศ.ดร.สุชัชวีร์ พูดถึงการแก้ปัญหาไฟไหม้ใน กทม.ว่า “เหตุภัยพิบัติ ที่น่าจะป้องกันได้ แต่กลับเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากเกินไป สะท้อนวิธีการป้องกัน การแก้ปัญหาไฟไหม้ในกทม.และปริมณฑล ที่ต้องเปลี่ยน!!! ชีวิตเสี่ยงๆ แบบนี้ ชาวบ้านคงไม่มีใครหลับไดัเต็มตา? ผมฝันอยากเห็นเมืองที่ปลอดภัย เชื่อไหมครับ ในฐานะนายกสภาวิศวกร เมื่อผมและทีมวิศวกรเข้าไปดู แทบทุกกรณี สามารถป้องกัน #จะทำก็ทำได้ แต่..ถึงเวลาจัดการเรื่องนี้อย่างมืออาชีพ หรือยังครับ?” 

น้ำเสียงหนักแน่น มั่นคงและพร้อมจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ปลอดภัย และแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพ คือความตั้งใจของ ศ.ดร.สุชัชวีร์ เมื่อถึงวันที่เขาประกาศเปิดตัวลงสู้ศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างเป็นทางการแล้ว งานนี้มีดับเครื่องชนแน่ !! เพราะพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ประกาศกร้าวออกมาก่อนหน้านี้แล้วว่า “ถึงเวลาทวงคืนเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.” ซึ่งจะนำไปสู่การทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.กทม. ที่พรรคประชาธิปัตย์สอบตกอย่างราบคาบ ไม่ได้ส.ส.กทม.เลยแม้แต่ที่นั่งเดียว เมื่อครั้งเลือกตั้งใหญ่ปี 2562

สำหรับผู้ท้าชิงรายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.คนปัจจุบัน ที่วันนี้ยังคงแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ฟันธงว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยหรือไม่ แต่แอบเตรียมทีมสู้ศึกเลือกตั้งไว้ในมือแล้ว พูดชัดว่า “ไม่กลัวใครเลย และก็ยังไม่ได้คิดจะลงสมัครด้วย รอให้หมดวาระก่อน แล้วค่อยมาถามผม” 

"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน

ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นั้นได้ประกาศถอนตัวจากการลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ใส่เกียร์เหยียบคันเร่งเต็มที่ว่าจะลงชิงเก้าอี้พ่อเมือง กทม.อย่างแน่นอน แต่แล้วก็ยอมหลีกทางให้ พล.ต.อ.อัศวิน หลังถูกผู้ใหญ่ขอให้ถอนตัวเพื่อไปทำงานการเมืองด้านอื่น ซึ่งต่างก็รู้กันว่า พล.ต.อ.อัศวินนั้น คือผู้ที่พรรคพลังประชารัฐเตรียมส่งลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 

"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน

แต่แล้วข่าวอัปเดตแบบสุดๆ.. แจ้งมาว่าผู้สมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐนั้น มีถึง 3 รายชื่อด้วยกันคือ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ และที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ซึ่งนายพีระพันธุ์ เคยย้ำกับ “คมชัดลึก” ว่า “สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ไม่ใช่เวทีของเขา เขามองเป้าสนามการเลือกตั้งใหญ่มากกว่า” ตามด้วยชื่อของ “ผู้ว่าฯหมูป่า” นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯปทุมธานี ที่ก่อนหน้านี้เข้าพบพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ และอีกคนที่ฮอตมากในพ.ศ.นี้คือ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) บุรุษหนึ่งเดียวที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเช่นกัน

"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน
"ลั่นระฆังเลือกตั้งผู้ว่ากทม."พรรคใหญ่-เล็ก-อิสระใส่เกียร์ดับเครื่องชน


นอกจากนี้ยังมี น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว. ผู้สมัครอิสระ กลุ่มตัวแทนภาคพลังงานและองค์กรเอกชน นายสกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครจากพรรคกล้า และผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย รวมไปถึงพรรคก้าวไกลที่ยังไม่ได้เปิดตัวว่าใครจะถูกรับเลือกให้เข้าชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เพราะล่าสุด “ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์” ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล ออกมาบอกว่า ที่มีข่าวว่าพรรคจะส่ง “ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล หรือ “ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ” พี่สาวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ลงชิงผู้ว่าฯ กทม. นั้นไม่เป็นความจริง

นับจากนี้.. คงต้องติดตามดูการเปิดตัวและนโยบายในศึกชิงผู้ว่าฯ กทม. ที่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เชื่อว่าทุกคนพร้อมดับเครื่องชนเพื่อชิงเก้าอี้พ่อเมือง ณ เสาชิงช้านี้ไปครอบครอง !!