โคราชสะเทือน “วิรัช” ผนึกเสี่ยแป้งมัน เผชิญหน้าสามมิตรวังน้ำเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495125

01 ธ.ค. 2564 |20:00 น.

โคราชสะเทือน "วิรัช" ผนึกเสี่ยแป้งมัน เผชิญหน้าสามมิตรวังน้ำเขียว

อุ่นเครื่องสนามใหญ่โคราช “วิรัช” ไม่ทิ้งลุงป้อม แต่ทำแนวร่วมกับเสี่ยแป้งมัน ค่ายภูมิใจไทย ที่ต้องเจอคู่แข่งกำนันประนอม กลุ่มสามมิตรสายวังน้ำเขียว คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ข่าวปล่อยเชิงกลยุทธ์จากบางก๊กในพลังประชารัฐ “วิรัช” ขาใหญ่เมืองโคราช เลยต้องออกมาแก้ข่าวว่า ไม่หอบลูกหอบเมียย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ยังอยู่ดีมีสุขกับลุงป้อม

คนแจกข่าวก็รู้ดีว่า “วิรัช” เป็นพันธมิตรการเมืองท้องถิ่นกับ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ค่ายบุรีรัมย์ จึงโยนข่าววิรัชหนีลุงป้อมไปให้สื่อหลักงับไปเล่น

แม้เจอวิบากคดีฟุตซอล แต่ “วิรัช” ยังคงร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขยายอาณาจักรในพลังประชารัฐ อีกด้านหนึ่ง วิรัชก็แตะมือค่ายแป้งมันพันล้านที่เมืองย่าโม

เมื่อเร็วๆนี้ วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวว่า ตนไม่คิดย้ายออกจากพรรคพลังประชารัฐ การเลือกตั้งครั้งหน้าก็จะต่อสู้ในสนามเลือกตั้งร่วมกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคอย่างแน่นอน

นับแต่เกิดศึกแย่งชิงอำนาจภายในพลังประชารัฐ “วิรัช” ได้ยืนเคียงข้าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค ยืนซดหมัดกับกลุ่มสามมิตร, กลุ่มพลังเฮ้ง, กลุ่มเมืองสิงห์ และกลุ่ม เสธ.สายทำเนียบ

ล่าสุด วิรัชและธรรมนัส เลือกโคราชโมเดล เป็นฐานกำลังของซุ้มผู้กอง เพราะการเลือกตั้งสมัยหน้า จำนวน ส.ส.นครราชสีมา จะเพิ่มจาก 14 คน เป็น 16 คน

โคราชโมเดลคือ กลุ่มวิรัชเป็นพันธมิตรกับกลุ่มแป้งมันพันล้าน ของ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล พรรคภูมิใจไทย เพื่อต่อสู้กับพรรคเพื่อไทย และกลุ่มสามมิตรสายวังน้ำเขียว

‘สามมิตรวังน้ำเขียว’

มีหรือขาใหญ่โคราชอย่าง “วิรัช” จะไม่รู้ถึงความเคลื่อนไหวของ สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตร ซึ่งกำลังจัดหาขุนศึกโคราชคนใหม่ แทนภิรมย์ พลวิเศษ ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 2563

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อสมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ตั้งกลุ่มสามมิตร ก็ได้ภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา มารับบทมือดีลการเมือง ประสานอดีต ส.ส.อีสานให้มาอยู่ในกลุ่มสามมิตร

กลางปี 2561 กลุ่มสามมิตรแจกข่าว สมศักดิ์และสุริยะ จะไปดูดวิรัช รัตนเศรษฐ อดีต ส.ส.นครราชสีมา แต่กลับถูกวิรัชปฏิเสธข่าว เวลาต่อมา วิรัชต่อสายตรงหา พล.อ.ประวิตร โดยไม่พึ่งพาสามมิตร

กำนันประนอม โพธิ์คำ ว่าที่เลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไทกำนันประนอม โพธิ์คำ ว่าที่เลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท

ช่วงเลือกตั้ง 2562 พรรคพลังประชารัฐ นครราชสีมา จึงแบ่งออกเป็น 2 สายคือ กลุ่มสามมิตร และกลุ่มวิรัช ซึ่งผลเลือกตั้ง พลังประชารัฐ ได้ ส.ส.6 คน แยกเป็นกลุ่มบ้านรัตนเศรษฐ 5 คน และกลุ่มสามมิตร 1 คนคือ สมศักดิ์ พันธ์เกษม (เขต 11) ที่มีกำนันประนอม โพธิ์คำ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ให้การสนับสนุน

กลุ่มวิรัช 5 คน ได้แก่ ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ (เขต 4) อธิรัฐ รัตนเศรษฐ (เขต 6) ทัศนียา รัตนเศรษฐ (เขต 7) และทัศนาพร เกษเมธีการุณ (เขต 8) พ่วงด้วย เกษม ศุภรานนท์ (เขต 1)

ระยะหลัง สมศักดิ์ พันธ์เกษม ขาใหญ่ปักธงชัย ได้แยกตัวออกจากกลุ่มสามมิตร ไปอยู่กับกลุ่มวิรัช และญาติดีกับค่ายแป้งมันพันล้าน กลุ่มสามมิตรจึงไม่เหลือใครในโคราช

หลัง ภิรมย์ พลวิเศษ เสียชีวิตด้วยอาการติดเชื้อที่กระแสเลือด สมศักดิ์จึงเสาะหามือดีลการเมืองคนใหม่ ด้วยการเจรจากับกำนันประนอม โพธิ์คำ ผู้ยิ่งใหญ่แห่ง อ.วังน้ำเขียว ให้รับบทขุนศึกโคราช

สมัยที่แล้ว กำนันประนอม ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ให้การช่วยเหลือ สมศักดิ์ พันธ์เกษม และเสกสกล อัตถาวงศ์ พรรคพลังประชารัฐ

ตอนนี้ เซียนไก่ชนแถวโคราช พูดกันให้เซ็งแซ่ว่า กำนันประนอม เตรียมตัวเป็นเลขาธิการพรรคพลังท้องถิ่นไท ของชัช เตาปูน

นั่นหมายความว่า วิรัช รัตนเศรษฐ กำลังเจอคู่แข่งคนกันเองอย่างกำนันประนอม สายสามมิตร ในสีเสื้อพลังท้องถิ่นไท

‘แนวร่วมแป้งมัน’

แม้คดีสนามฟุตซอล จะทำให้ “วิรัช” และภรรยา สะดุดบนเส้นทางการเมือง แต่ทายาทของเขายังต้องเดินหน้าต่อไป โดยมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้ดูแล

วิรัชยังผูกมิตรกับ กำนันป้อ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม และแม่หน่อย ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา

จริงๆแล้ว ความสัมพันธ์ขอวิรัชกับค่ายแป้งมันพันล้าน เหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า เนื่องจากกำนันป้อ ก็มีคู่แข่งในพรรคภูมิใจไทย ที่ต้องการเบียดชิงเก้าอี้รัฐมนตรี

อีกอย่างสมัยที่แล้ว ค่ายภูมิใจไทย ได้ ส.ส.นครราชสีมา 3 คนคือ อภิชา เลิศพชรกมล (เขต 9) ,พรชัย อำนวยทรัพย์ (เขต 10) และวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ (เขต 13) ซึ่งดูได้น้อยไปหน่อย ดังนั้น การเลือกตั้งสมัยหน้า จะต้องเพิ่มจำนวน ส.ส.ให้ได้

ครอบครัวของวิรัช ไม่ย้ายพรรค เช่นเดียวกับกำนันป้อ วีรศักดิ์ก็ไม่ย้ายพรรค แต่สองกลุ่มคือพวกเดียวกัน และมีศัตรูคู่แข่งคือ กำนันประนอม สายสามมิตรวังน้ำเขียว

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ลุงพล” ตกดวงศัตรูต้องคดีความวิกฤตชีวิตจมดิ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495120

01 ธ.ค. 2564 |19:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ลุงพล" ตกดวงศัตรูต้องคดีความวิกฤตชีวิตจมดิ่ง

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤต “ลุงพล” บ้านกกกอก กับ ทนายตั้ม ทั้งที่ดวงสมพงษ์แต่เดินทางร่วมกันไม่ได้ อายุเข้าคราวเคราะห์ ทั้งที่มีบริวารรอบข้างช่วยเหลือมากมาย แต่เมื่อธาตุแท้ปรากฏ ปมแตกแยกเพิ่มขึ้นเตือนจบคดีปี 2566 ตกดวงศัตรูต้องคดีความวิกฤตชีวิตจมดิ่ง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤตดวงวิกฤติชีวิต “ลุงพล” บ้านกกกอก หรือ นายไชยพล วิภา กับทนายตั้ม หรือ ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด น่าจะเดินด้วยกันได้เพราะปีสมพงษ์ ชะตาเข้าใจซึ่งกันและกัน ตกดวงช้ำตลอดปี 2564

“ลุงพล” ไชยพล วิภา อายุ 45 / 46 เกิดวันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2519 หลังอวดรวย อวดบริวาร เพราะความใจใหญ่ ตกดวงปัญหาความขัดแย้งเพิ่มเติม

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด หนีไม่พ้นชะตากรรม มีเงินขนาดไหนก็หนีไม่พ้น ปะทะยามเของดือนขัดแย้งเป็นศัตรู ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง

ปี 2565 “ลุงพล” หนักต่อเนื่องตกคดีความ ปี 66 ปีเบียดเบียนปี 67 มีเรืองให้เดือดเนื้อร้อนใจเจ็บป่วยไม่สบาย มีแต่เสียกับเสีย เตรียมใจไว้เลย กับคดีฆ่าน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ แห่งบ้านกกกอก ตำบลกกตูม จังหวัดมุกดาหาร

ส่วนทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด อายุ 40 / 41 ปี เกิดวันพฤหัส 13 เดือนสิงหาคม 2524 เป็นหนุ่มที่รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัวดูดี นัดหมายกับใครถ้าผิดนัดหงุดหงิดใจ เป็นคนที่มีไฟในตนเอง ซื่อสัตย์ชอบช่วยเหลือคนอื่น

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ลุงพล" ตกดวงศัตรูต้องคดีความวิกฤตชีวิตจมดิ่ง

ทนายษิทรา เป็นคนเผยมีความเชือมั่นตนเอง และมีเสน่ห์ มีดวงสมพงษ์กับ “ลุงพล” เป็นอย่างดี แต่ไม่ชอบคนปลิ้นปล้อน โกหกหลอกลวง เพราะพฤติกรรมที่ตรงไปตรงมาของทนายษิทรา อาจเป็นจุดที่ทำให้ต้องถอนตัว จากการเป็นทนายให้ “ลุงพล” ก็ได้เหมือนกัน

ซินแสเข่ง กล่าวสรุปถึงดวงชะตา ของ “ลุงพล” เพราะความประมาทเกินไป และทำอะไรในสิ่งที่อวดตนเอง เหมือนตนเองเก่งไม่กลัวใคร เพราะมีพวกมีทีมทนาย แต่อาจจะเพรี้ยงพล้ำได้

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ลุงพล" ตกดวงศัตรูต้องคดีความวิกฤตชีวิตจมดิ่ง

“เพราะขาดความหยั้งคิดเย่อหยิ่ง ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง จนคนที่เข้ามารับไม่ได้ กลายเป็นลบ ถึงแม้นความมีเสน่ห์ในโหงวเฮ้ง ทำให้ความสงสาร แต่ก็ทำให้ทุกคนตีจาก”ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ “ลุงพล”

นายกฯเยือน “คำชะโนด” ขอพร พ่อปู่ – แม่ย่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495096

01 ธ.ค. 2564 |15:00 น.

ขอพร พ่อปู่-แม่ย่า นายกฯเยือน “คำชะโนด” ขอคนไทยพ้นโควิด รัฐบาลประสบความสำเร็จในการบริหารบ้านเมือง ให้ลุล่วงไปได้

นายกฯเยือน "คำชะโนด" ขอพร พ่อปู่ - แม่ย่า

นับเป็นลีลาทางการเมืองสุดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างลงพื้นที่วัดป่าบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี  หยอดลูกอ้อนกับคนอีสาน ไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง  ครั้งนี้ ไปพร้อมหน้า กับพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค เพิ่มน้ำหนักเราไม่ทิ้งกัน  รับปากเดินหน้าทุกโครงการ  โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร ที่มีหัวหน้าป้อมเป็นคนกำกับ  เดินไปหยอดมุขอ้อนชาวบ้านที่มาต้อนรับไปเป็นระยะ จากที่รณรงค์ให้ชาวบ้าน ระวังโควิดสายพันธ์ใหม่ กลายเป็นฝากหัวใจดวงน้อยๆเอาไว้ซะงั้น

ไฮไลท์สำคัญ อยู่ที่การให้คำมั่นจะทำงานต่อไปจนกว่าจะแก้ปัญหาได้สำเร็จ ดั่งที่ตั้งใจไว้ เพราะได้กำลังใจที่สำคัญทุกครั้งที่เข้าเฝ้าปิดทริปอุดรธานี หนีไม่พ้นต้องไปบนบาน ต้องไปกราบไหว้  ขอพรจากพ่อปู่ศรีสุทโธ และ แม่ย่าศรีปทุมา  ตำนานพญานาคแห่งคำชะโนด  ไม่รู้ว่านายกฯขออะไร แต่ใช้เวลา หลายนาที 

นายกฯเยือน "คำชะโนด" ขอพร พ่อปู่ - แม่ย่า

แม้นายกฯจะบอกว่ามาขอพรเพื่อให้ประเทศผ่านวิกฤติโควิด ทุกชีวิตปลอดภัย และขอให้รัฐบาลบริหารและแก้ปัญหาต่างๆได้ โดยสะดวก แต่ถ้าย้อนกลับไปการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคมปี2562 ที่ผ่านมา จะพบว่า พรรคพลังประชารัฐ แพ้เขตเลือกตั้ง  คะแนนที่ได้มากสุดอยู่ที่เขตสอง อดีตคนเพื่อไทย แปรพักตร์ วิชัย ชัยจิตสนิชกุล ได้มากว่าสองหมื่นห้าพันคะแนน ตาม ผู้ชนะที่ได้ไปกว่าสามหมื่นแต้ม  ผู้สมัครที่ได้คะแนนน้อยที่สุดอยู่ที่เขต3 ได้ไม่ถึงหกพันคะแนนแต่การเมืองไม่มีอะไรแน่นอนแพ้เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ไม่ได้หมายความว่า คราวหน้าจะชนะไม่ได้  

อวสานแดงอุดร “อานนท์ แสนน่าน” ขุนพลลุงตู่ ขวัญชัยกบดาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/495088

01 ธ.ค. 2564 |15:00 น.

อวสานแดงอุดร "อานนท์ แสนน่าน" ขุนพลลุงตู่ ขวัญชัยกบดาน

2 ป.เยือนอุดรฯ “อานนท์ แสนน่าน” นำคนเสื้อแดงแปรพักตร์รอรับ เปิดวังนาคินทร์คำชะโนด หนุนลุงตู่นั่งนายกฯอีกสมัย ด้านขวัญชัย ไพรพนา เก็บตัวเงียบ เฝ้ารอนายใหญ่กลับไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เหลือแค่คำเล่าขานอุดรธานี เมืองหลวงคนเสื้อแดง “อานนท์ แสนน่าน” นำอดีตสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดง สนับสนุนลุงตู่อยู่ต่ออีก 1 สมัย ขณะที่ขาใหญ่ ขวัญชัย ไพรพนา เก็บตัวเงียบ

10 กว่าปีที่แล้ว “อานนท์ แสนน่าน” ขยายหมู่บ้านเสื้อแดงทั่วอีสาน ประสาน ขวัญชัย ไพรพนา ปลุกกระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์ และวันนี้ อานนท์จับมือแรมโบ้สานฝันลุงตู่

แดงอีสานแปรพักตร์ของ “อานนท์ แสนน่าน” ต้องฝ่าพายุเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ในการเลือกตั้งสมัยหน้า จึงขอนับหนึ่งที่วังนาคินทร์คำชะโนด อุดรธานี

วันที่ 1 ธ.ค.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจราชการที่ จ.อุดรธานี

ท่ามกลางเสียงประชาชนที่มาให้กำลังใจ ต่างชูป้ายเชียร์ขอให้ลุงตู่อยู่ยาว, เรารักลุงตู่,รักลุงตู่หลายๆ เด้อ ในทุกจุดที่คณะของ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปทำภารกิจ

นี่คือผลงานของ อานนท์ แสนน่าน อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย และเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ที่นำอดีตสมาชิกหมู่บ้านเสื้อแดงอุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียงมาต้อนรับลุงตู่

เป้าหมายหลักของ อานนท์ แสนน่าน คือการต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเยือนวังนาคินทร์คำชะโนด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เพราะวังนาคินทร์คำชะโนดแห่งนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมขอพรขอบารมีองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธนาคราช และองค์เจ้าย่าศรีปทุมมานาคินี ปีละหลายล้านคน


‘ทางใครทางมัน’

ดังที่ทราบกัน หลังเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 แดงอีสานสลายตัว “อานนท์ แสนน่าน” เลือกที่จะไปหนุนลุงตู่ ตามคำเชิญของแรมโบ้-เสกสกล บางกลุ่มยังทำงานกับ ส.ส.เพื่อไทย บางกลุ่มไปสังกัดพรรคก้าวไกล บางกลุ่มยืนหยัดอยู่กับม็อบสามนิ้ว

สำหรับขวัญชัย ไพรพนา ขาใหญ่แดงอุดรฯ เลือกที่จะเดินไปกับ ศราวุธ เพชรพนมพร ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย และวิเชียร ขาวขำ นายก อบจ.อุดรธานี จนผลักดันให้อาภรณ์ สาราคำ ภรรยาเป็น ส.ส.อุดรธานี และกรวีร์ สาราคำลูกชาย เป็น ส.อบจ.อุดรธานี

ปัจจุบัน ขวัญชัย มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วย ส.ส. อาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี เขต 4 พรรคเพื่อไทย (อ.หนองหาน, อ.ประจักษ์ศิลปาคม และ อ.เมืองอุดรธานี)

ส่วนชมรมคนรักอุดร องค์กรการเมืองของแดงอุดรที่เคยสร้างวีรกรรมไว้มากมาย เมื่อขวัญชัยยุติบทบาทแกนนำ จึงแปรสภาพเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมคนรักอุดร

ขวัญชัยยังเลือกที่จะอยู่กับคนแดนไกล ยึดวิถีนักเลือกตั้ง หันหลังให้ม็อบท้องถนน ขณะที่ “อานนท์ แสนน่าน” ที่เลือกไปอยู่กับลุงตู่ ดังนั้น คำว่าแดงอุดร จึงสลายตัวเองไปโดยปริยาย

อานนท์ แสนน่าน ลูกนาคาธิบดี อานนท์ แสนน่าน ลูกนาคาธิบดี

‘ลูกนาคาธิบดี’

ชั่วโมงนี้ “อานนท์ แสนน่าน” เจ้าพ่อหมู่บ้านเสื้อแดง ได้เปลี่ยนเป็น อานนท์ ลูกนาคาธิบดี (ลูกองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธ) ไปเรียบร้อยแล้ว

ปลายปี 2562 อานนท์ร่วมมือกับแรมโบ้ สุภรณ์ หรือ เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ประสานงาน จัดตั้งเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น เรารักประเทศไทย ตามโครงการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

ปี 2563 อานนท์ปักหลักที่ศูนย์เรียนรู้เมืองสมุนไพรคำชะโนด ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ขยายเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นเรารักประเทศไทย ที่ยึดมั่นในความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

แนวร่วมของอานนท์ประกอบด้วย องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายภูมิปัญญาชุมชนท้องถิ่นไทย และศักดิ์ชาย พรหมโท ประธานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.)

ก่อนหน้าที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเยือนเมืองอุดรฯ เสกสกล อัตถาวงศ์ ได้เดินทางมาเป็นประธาน ทำพิธีการบวงสรวงเจ้าปู่ศรีสุทโธ และเจ้าย่าศรีปทุมมา หวังให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปอย่างสงบร่มเย็น และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่บริหารประเทศอย่างยาวนาน

ในฐานะลูกองค์เจ้าปู่ศรีสุทโธ “อานนท์ แสนน่าน” จึงทำป้ายไวนิลและสติกเกอร์มีข้อความว่า คนอุดรธานีรักลุงตู่ ขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีอีก 1 สมัย

ผู้กองห้าว “สมศักดิ์” จุก คนสนิทเมืองน่านถูกเขี่ยทิ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494937

30 พ.ย. 2564 |19:00 น.

ผู้กองห้าว "สมศักดิ์" จุก คนสนิทเมืองน่านถูกเขี่ยทิ้ง

ผู้กองธรรมนัสจัดทัพ ข้ามหัว “สมศักดิ์” พาลุงป้อมไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เมืองน่าน โละทิ้งคนเก่า ไม่เอา สจ.ทุ่งช้างคนสนิทแกนนำกลุ่มสามมิตร คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ไปด้วยกันยาก “สมศักดิ์” เจอเกมผู้กองคนดัง จัดทัพ ส.ส.น่าน พลังประชารัฐ โดยไม่ปรึกษาหารือ เขี่ยทิ้งที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม

เลือกตั้งสมัยที่แล้ว “สมศักดิ์” แม่ทัพเหนือจัดทัพผู้สมัคร ส.ส.น่าน ทั้ง 3 เขต แม้จะพ่ายแพ้แต่คะแนนก็ไม่ขี้เหร่ โดยเฉพาะอดีต ส.จ.ทุ่งช้าง คนสนิทประมุขสามมิตร คะแนนดีมีอนาคต

วันก่อน “สมศักดิ์” แกนนำสามมิตรจุกอก ผู้กองพาลุงป้อมไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.น่าน 3 คน โดยไร้เงาผู้สมัครคนเดิม

วันที่ 29 พ.ย.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ควง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค ไปเมืองน่าน เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.น่าน 3 เขต ได้แก่ สักก์สีห์ พลสันติกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1, พิชิต โมกข์ศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 และฉัตรชัย จิตตรง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3

ข่าวนี้ทำเอาค่ายสามมิตรลุกเป็นไฟ เพราะคุณดร งามธุระ อดีตผู้สมัคร ส.ส.น่าน พลังประชารัฐ สมัยที่แล้ว ซึ่งมีผลงานดี กลับไม่มีชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.น่าน

เหนืออื่นใด คุณดร งามธุระ ยังมีตำแหน่งคณะที่ปรึกษารัฐมนตรียุติธรรม สมศักดิ์ เทพสุทิน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยังตามรัฐมนตรีไปหาเสียงที่เมืองน่านอยู่เลย

‘หักดิบสามมิตร’

ช่วงเลือกตั้งปี 2562 “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รับบทแม่ทัพเหนือ คู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คณะทำงานยุทธศาสตร์เลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ

วันที่ 28 ธ.ค.2561 สมศักดิ์ เทพสุทิน พร้อมคณะ เดินทางไปเปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ จ.น่าน และเปิดตัว อานนต์ ตันตระกูล ว่าที่ผู้สมัครเขต 1 ,ประเสริฐ เจริญดี ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 และคุณดร งามธุระ ว่าที่ผู้สมัครเขต 3

เนื่องจากสมศักดิ์คุ้นเคยกับ สจ.ดร หรือคุณดร งามธุระ มาแต่สมัยเลือกตั้งปี 2554 สมัยที่กลุ่มมัชฌิมา ย้ายมาสังกัดพรรคภูมิใจไทย และปีนั้น สมศักดิ์ ส่ง ส.จ.ดร ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 ลงแข่งกับวัลลภ สุปริยศิลป์ พรรคเพื่อไทย แต่อดีต สจ.ทุ่งช้าง ประสบความพ่ายแพ้

ปี 2561 กลุ่มสมศักดิ์มาสังกัดพลังประชารัฐ สจ.ดร จึงเป็นแม่ทัพพลังประชารัฐ เมืองน่าน จัดทีมผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งผลเลือกตั้ง ส.ส. ผู้สมัครทั้งสามพ่ายทีมเพื่อไทย

เฉพาะเขต 3 (ปัว,เชียงกลาง,สองแคว,ทุ่งช้าง,เฉลิมพระเกียรติ และอ.บ่อเกลือ) ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ เพื่อไทย ได้ 31,659 คะแนน ส่วน สจ.ดร หรือคุณดร งามธุระ ได้ 22,640 คะแนน

หลังจัดตั้งรัฐบาล สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม ได้แต่งตั้ง คุณดร งามธุระ เป็นคณะที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม และหวังที่จะให้ สจ.ดร ลงสนามเมืองน่านอีกครั้ง

ทุกครั้งที่สมศักดิ์ ในฐานะรัฐมนตรียุติธรรม มีภารกิจในพื้นที่ จ.น่าน ก็จะหิ้ว สจ.ดร มาลงพื้นที่ เหมือนปูทางสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า

‘ทีมใหม่ผู้กอง’

ผ่านศึกเสือเหนือใต้มาโชกโชน “สมศักดิ์” คงไม่นึกไม่ฝันว่า จะถูกลูบเหลี่ยมลูบคม จากคนในพรรคเดียวกัน

ก่อนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะบินขึ้นไปเมืองน่าน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ก็เดินทางไปประชุมพรรคที่ จ.น่าน สองสามครั้งแล้ว

ผู้กองธรรมนัส ได้จัดวางผู้สมัคร ส.ส.น่าน เป็นคนหน้าใหม่ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย สักก์สีห์ พลสันติกุล อาจารย์วิทยาลัยชุมชนน่าน , พิชิต โมกข์ศรี อดีตผู้สมัครนายก อบจ.น่าน และฉัตรชัย จิตตรง นักธุรกิจในท้องถิ่น

ที่น่าจับตาในกลุ่มผู้สมัคร ส.ส.น่าน พลังประชารัฐ ชุดผู้กองธรรมนัสคือ ป.พิชิต หรือ พิชิต โมกข์ศรี อดีตปลัดเทศบาลเมืองน่าน ที่เคยลงสมัครนายก อบจ.น่าน แต่พ่ายแพ้แก่แชมป์เก่า เพื่อไทย

แม้ตัวผู้สมัครหน้าใหม่ อาจจะดีเด่นดัง แต่ทำไมผู้กองธรรมนัส ไม่ยกหูปรึกษาหารือสมศักดิ์ เทพสุทิน เสียหน่อย จู่ๆ ก็โละทีมเก่าของแกนนำกลุ่มสามมิตรทิ้งไปเลย

สถานการณ์ในพลังประชารัฐ นับวันจะร้าวลึก ยากที่จะหันหน้ามาพูดคุยกันได้ ตราบใดที่ลุงป้อมยังถือหางผู้กองธรรมนัสอยู่

เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน “กรรมการมหาเถรสมาคม” ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494810

30 พ.ย. 2564 |18:00 น.

เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน "กรรมการมหาเถรสมาคม" ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

ใครเป็นใคร หลุดหรือไม่หลุดใน “กรรมการมหาเถรสมาคม” ชุดปัจจุบัน ครบ 2 ปี ก่อนหมดวาระ และ แต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่

ดำรงตำแหน่งครบวาระ 2 ปีแล้ว สำหรับคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) องค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทย ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 เนื่องจากการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรฯ ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ระบุว่า มหาเถรสมาคม ประกอบด้วยสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือ ภิกษุ ซึ่งมีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสม โดยเป็นไปตามพระราชอัธยาศัย จะทรงปรึกษาหารือกับสมเด็จพระสังฆราชก่อนก็ได้ ซึ่งคาดว่า จะมีการแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ ภายในวันที่ 5 ธ.ค.2564

เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน "กรรมการมหาเถรสมาคม" ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

การจัดตั้งมหาเถรสมาคมครั้งแรก

มหาเถรสมาคม เป็นถ้อยคำที่ใช้ครั้งแรก ในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) อันตราขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คำว่า “เถระ” หมายถึง “พระผู้ใหญ่” ตามพระวินัยกำหนดว่า พระมีพรรษาตั้งแต่สิบขึ้นไป เรียกว่า “พระเถระ” โดยตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) มาตรา 4 ให้เรียกสมเด็จเจ้าคณะใหญ่ และพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ตำแหน่งต่าง ๆ ว่า “มหาเถระ” และมหาเถระเหล่านี้ จะประชุมกันเพื่อถวายความเห็นแก่พระมหากษัตริย์ ในเรื่องพุทธศาสนาตามที่ทรงปรึกษา ที่ประชุมนี้เรียกว่า “มหาเถรสมาคม” โดยต้องมีมหาเถระอย่างน้อย 5 รูปมาประชุม จึงจะเป็นองค์ประชุม พระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ (ร.ศ. 121) ไม่ได้ใช้บังคับทันที แต่จะมีประกาศให้ใช้บังคับในมณฑลต่าง ๆ เป็นรายมณฑลเรื่อยไป จนทั่วประเทศสยาม (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น ประเทศไทย)

กรรมการมหาเถรสมาคม

พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2561 กำหนดให้
    

  1. สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคมโดยตำแหน่ง
  2. กรรมการอื่นอีกไม่เกิน 20 รูป ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ หรือพระภิกษุ ซึ่งมีพรรษาอันสมควร และมีจริยวัตรในพระธรรมวินัยที่เหมาะสมแก่การปกครองคณะสงฆ์ รวมกรรมการมหาเถรสมาคม มีจำนวนทั้งสิ้น 21 รูป กรรมการมหาเถรสมาคม ตามข้อ 2 มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี
เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน "กรรมการมหาเถรสมาคม" ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

โครงสร้างกรรมการมหาเถรสมาคม

สำหรับกรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน นับเป็นกรรมการมหาเถรฯ ชุดแรก ในรัชสมัยรัชกาลที่ 10 โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งกรรมการมหาเถรฯ 20 รูป เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2562 

  1. สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร ป.ธ.6) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม (ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม)
  2. สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.9) วัดบวรนิเวศวิหาร
  3. สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย ป.ธ.8) วัดเทพศิรินทราวาส
  4. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.9) วัดไตรมิตรวิทยาราม
  5. สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3) วัดยานนาวา
  6. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน ประโยค 1-2) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
  7. สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช ป.ธ.6) วัดไตรมิตรวิทยาราม
  8. พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.9) วัดปากน้ำ
  9. พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9) วัดปากน้ำ
  10. พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9) วัดประยุรวงศาวาส
  11. พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสฺสโร ป.ธ.5) วัดเครือวัลย์
  12. พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7) วัดปทุมคงคา
  13. พระวิสุทธาธิบดี (เชิด จิตฺตคุตฺโต ป.ธ.9) วัดสุทัศนเทพวราราม
  14. พระพรหมมุนี (บุญเรือง ปุญฺญโชโต ป.ธ.4)วัดพระศรีมหาธาตุ
  15. พระธรรมไตรโลกาจารย์ (พูนศักดิ์ วรภทฺทโก ป.ธ.8 ,ดร.) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม
  16. พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย ป.ธ.7) วัดปทุมวนาราม
  17. พระธรรมบัณฑิต (อภิพล อภิพโล ป.ธ.5) วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก
  18. พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินฺทปญฺโญ ป.ธ.9) วัดบพิตรพิมุข
  19. พระธรรมปาโมกข์ (สุนทร สุนฺทราโภ ป.ธ.4) วัดราชผาติการาม
  20. พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต ป.ธ.9 ,ดร.) วัดราชาธิวาสวิหาร
  21. พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท ป.ธ.9) วัดอรุณราชวราราม

หน่วยงานในปกครองมหาเถรสมาคม

  • เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
  • สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต
  • เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ
  • เจ้าคณะใหญ่หนกลาง สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
  • เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร
  • เจ้าคณะใหญ่หนใต้ พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปญฺญาวุโธ) วัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง
  • เจ้าคณะภาค
  • เจ้าคณะจังหวัด
  • เจ้าคณะอำเภอ
  • เจ้าคณะตำบล
  • เจ้าอาวาส
  • ทุกวัดธรรมยุตและมหานิกาย

กรรมการมหาเถรสมาคม ที่หมดวาระแล้ว สามารถรับการแต่งตั้งใหม่อีก ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ซึ่งระบุว่า กรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
 

วงใน ว่ากันว่า การแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ ที่คาดว่า จะมีการประกาศแต่งตั้งไม่เกินวันที่ 5 ธ.ค.2564 นี้ มี Big Surprise ที่คาดไม่ถึง ไม่น่าจะหลุด แต่ก็หลุด และ รวมทั้งต้นตอ ที่เกิดข่าวลือสะพัด ก็น่าจะหลุดโผไปด้วยเช่นกัน 

เปิดโครงสร้าง ใครเป็นใครใน "กรรมการมหาเถรสมาคม" ชุดปัจจุบัน ปกครองสงฆ์ไทย

ที่มา : มหาเถรสมาคม ,วิกิพีเดีย

บิ๊กป้อมไม่สนใจ ข่าวความเคลื่อนไหว “ย้ายพรรค”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494895

30 พ.ย. 2564 |15:00 น.

บิ๊กป้อม ไม่สนใจ ข่าวความเคลื่อนไหว ใครจะ “ย้ายพรรค” ขณะที่แกนนำกลุ่มสามมิตรยัน ยังไม่ใช่เวลาจะมาพูดกันตอนนี้

บิ๊กป้อมไม่สนใจ ข่าวความเคลื่อนไหว  "ย้ายพรรค"

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์เหมือน ปัดความรำคาญ  หลังมีข่าวกดดัน เรื่องการย้ายพรรคของกลุ่มสามมิตร เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  จะว่าไปแล้ว ข่าวทำนองนี้ ไม่ได้เพิ่งมีเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก หลังจากพรรคพลังประชารัฐ เริ่มลงหลักปักฐาน เดินหน้าในสมรภูมิการเมือง ต่อไปก็ปรากฏความเคลื่อนไหว หาตำแหน่งแห่งที่ ของคนภายในพรรคมาอย่างต่อเนื่อง 
สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มสามมิตรระบุว่านี่ ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมจะมาพูดเรื่องการย้ายพรรค วาระรัฐบาล เหลืออีกกว่าหนึ่งปี การนำเรื่องของการเลือกตั้งหรือการโยกย้ายต่างๆ มาพูดตอนนี้ไม่เป็นผลดีกับประเทศในภาพรวม เ รื่องการเมืองยังไม่ควรเอามาพูดกันในเวลานี้  ตีความตามตัวอักษร สรุปว่า ไม่ได้ปิดประตูเรื่องการย้ายพรรค เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม  ส่วนใครจะปล่อยข่าวผ่านสื่อฉบับไหน เป็นอันเข้าใจได้ แต่ขอบอกว่าไม่เป็นธรรมชาติ 
บิ๊กป้อมไม่สนใจ ข่าวความเคลื่อนไหว  "ย้ายพรรค"

ข่าวความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ปรากฏให้เห็นตลอดมานับจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อกันยา แต่โครงสร้างของพรรคพลังประชารัฐมิได้มีการขยับขยาย  ตำแหน่งหลักๆ ทั้งเหรัญญิก และ เลขาธิการพรรค คนหน้าเก่ายังคงยืนบัญชาการ 
นี่เป็นผลทำให้เกิดแรงกระเพื่อมตามมา ลือกันถึงขั้นว่า จะมีการแยกทางระหว่าง  ป. ประวิตร กับ ป.ประยุทธ์  แม้จะมีคำยืนยัน เราจะแยกกันได้ ก็ต่อเมื่อตายจากกันเท่านั้น  แต่นั่นก็มิอาจทำให้ ทุกบริบทของความเคลื่อนไหว ภายในพรรคพลังประชารัฐ ถูกตั้งสมมติฐาน ว่ามาจากความไม่ลงรอยกันของสอง ป.
 

การลงพื้นที่ จังหวัดน่าน ของพลเอกประวิตร เป็นอีกก้าวสำคัญ ทางการเมือง ที่เหยียบเข้า ไปในหัวใจของพรรคเพื่อไทยฝ่ายตรงข้าม จึงไม่แปลกใจที่เจ้าของพื้นที่ จะส่งเสียงตามมาในฐานะหัวหน้าพรรคคู่แข่งทางการเมือง อย่างเพื่อไทย  แปรเจตคติ การลงพื้นที่ ของพลเอกประวิตร  เป็นการหว่านนโยบาย หวังผลในการเลือกตั้งครั้งหน้า  พรรคพลังประชารัฐรุกไล่ทุกพื้นที่  ยิ่งเมื่อปรากฏผลการเลือกตั้ง อบต. ยิ่งเห็นแต้มต่อยิ่งเห็นความฮึกเหิมทางการเมือง  ใครที่ทำให้ผู้มีอำนาจในพรรคขัดเคือง ก็ต้องถูกปล่อยข่าวสกัดความเคลื่อนไหวเป็นธรรมดา 

ดอกผล อบต. “พิธา” ฝันไกล โมเดลส้มสลายแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494883

30 พ.ย. 2564 |14:00 น.

ดอกผล อบต. "พิธา" ฝันไกล โมเดลส้มสลายแดง

อบต.ก้าวหน้าเบ่งบานที่อีสาน “พิธา” ก้าวไกลรับอานิสงส์ ปรากฏการณ์รากหญ้าสีส้ม ต่อยอดเลือกตั้ง ส.ส. แชมป์เก่าเพื่อไทยประมาทก็ถูกเจาะรายเขต คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ชัยชนะเป็นหย่อมๆของคณะก้าวหน้า 13 จังหวัดภาคอีสาน ส่งผลดีแก่ “พิธา” และพรรคก้าวไกล เทศบาลก้าวหน้า และอบต.ก้าวหน้า เสมือนกองโฆษณาปูทางสร้างพลพรรคสีส้ม

“พิธา” มีความคาดหวังสูงต่อการเปลี่ยนแปลงในสนามเลือกตั้งอีสาน ผลการเลือกตั้ง อบต. ที่ผ่านมา สะท้อนภาพกระแสสีส้มเริ่มเบ่งบานในกลุ่มคนรากหญ้า

พรรคก้าวไกลโดยการนำของ “พิธา” ไม่ใช่แค่ภาพพรรคคนเมือง ชัยชนะเกือบ 30 อบต.ของคณะก้าวหน้าในภาคอีสาน เป็นจุดเริ่มต้นของการสลายสีแดงให้กลายเป็นสีส้ม

คณะก้าวหน้าแถลงผลการเลือกตั้ง อบต. สรุปว่าได้เก้าอี้นายก อบต. รวมทั้งสิ้น 38 ที่นั่ง จากทั้งหมดที่ส่งลง 196 ที่นั่ง หรือคิดเป็น 19.4% ของจำนวนที่ส่งทั้งหมด

ใน อบต. 38 แห่งที่คณะก้าวหน้าจะได้เป็นคณะบริหารนั้น อยู่ในพื้นที่ 13 จังหวัดภาคอีสานได้แก่ 1.กาฬสินธุ์ 2.ขอนแก่น 3.ชัยภูมิ 6.นครราชสีมา 7.บึงกาฬ 8.มหาสารคาม 9.ร้อยเอ็ด 10.ศรีสะเกษ 11.หนองคาย 12.หนองบัวลำภู 13.อุดรธานี

ส่วนภาคเหนือ 4 จังหวัดคือ เชียงใหม่,น่าน,พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง 2 จังหวัดคือ นครปฐม และสุพรรณบุรี

อีกด้านหนึ่ง คณะก้าวหน้าประสบความล้มเหลวในสนามเลือกตั้ง อบต. โซนปริมณฑลกรุงเทพฯ และโซนอุตสาหกรรมภาคตะวันออก

การปรากฏตัวของ อบต.ก้าวหน้า ใน 13 จังหวัดภาคอีสาน ย่อมทำให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล มองเห็นความหวังในการปักธง ส.ส.เขต ในสนามเลือกตั้งที่มี ส.ส.มากถึง 133 คน

‘ฐานเสียงรากหญ้า’

นับแต่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส่งไม้ต่อให้ “พิธา” ก็หันมาขับเคลื่อนคณะก้าวหน้าเต็มตัว เริ่มจากสมรภูมินายก อบจ. ที่ประสบความล้มเหลว ธนาธรก็ขยับมาลุยเลือกตั้งเทศบาล ได้รับชัยชนะ 16 เทศบาลตำบล

เฉพาะภาคอีสาน มี 2 จังหวัดที่เป็นเป้าหมายของแกนนำคณะก้าวหน้าในการร่วมบริหารเทศบาลอย่างร้อยเอ็ด 3 เทศบาลคือ เทศบาลตำบลอาจสามารถ อ.อาจสามารถ, เทศบาลตำบลดงสิงห์ อ.จังหาร และเทศบาลตำบลขวาว อ.เสลภูมิ

อุดรธานี 3 เทศบาลคือ เทศบาลตำบลศรีธาตุ อ.ศรีธาตุ เทศบาลตำบลบ้านยวด อ.สร้างคอม และเทศบาลตำบลปะโค อ.กุดจับ

โมเดลเทศบาลก้าวหน้า กลายเป็นเครื่องมือที่เจาะฐานการเมืองระดับรากหญ้า และออกดอกออกผลในการเลือกตั้งนายก อบต.

ไม่แปลกที่คณะก้าวหน้า จะได้เก้าอี้นายก อบต.ที่ร้อยเอ็ด 8 แห่ง ,อุดรธานี 5 แห่ง, หนองบัวลำภู 5 แห่ง และศรีสะเกษ 4 แห่ง

ปรากฏการณ์หนึ่งในสนามเลือกตั้ง อบต.อีสาน ระหว่างการหาเสียงของคณะ อบต.ก้าวหน้า ก็มีชาวบ้านพูดถึง “พิธา” และพรรคก้าวไกลมากขึ้น

‘เพื่อไทยหนาว’

ต้นเดือน ต.ค.2564 “พิธา” เดินทางมาที่ จ.ขอนแก่น ทำอีเวนท์ปักธงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 เนื่องจากการเลือกตั้ง 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้ ส.ส.เขต 1 คนที่ภาคอีสานคือ ส.ส.ขอนแก่น เขต 1 แต่ ส.ส.คนนั้น ได้ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่แล้ว

เดิมที ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ มีภาพเป็นตัวแทนเยาวชนคนรุ่นใหม่ จึงได้แต่กระแส ไม่สามารถสร้างฐาน ส.ส.เขตในภาคอีสานได้มากมายเหมือนในกรุงเทพฯ

ทักษิณ ชินวัตร และพรรคการเมืองในเครือข่ายยึดครองสนามเลือกตั้งอีสานมานานเกือบ 20 ปี จึงมีความได้เปรียบพรรคก้าวไกล

จากผลการเลือกตั้งเทศบาล และ อบต. พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนรากหญ้าก็เริ่มเชื่อมั่นในแนวคิดและอุดมการณ์ของกลุ่มธนาธร ซึ่งรวมถึงพรรคก้าวไกลด้วย

เสือซุ่ม “สมศักดิ์” เจอขาใหญ่ขวาง รอจังหวะเปลี่ยนเกม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494796

29 พ.ย. 2564 |19:00 น.

เสือซุ่ม "สมศักดิ์" เจอขาใหญ่ขวาง รอจังหวะเปลี่ยนเกม

ค่ายพลังป้อมป่วนไม่เลิก “สมศักดิ์” โดนขาใหญ่ชิงขึ้นแม่ทัพเหนือ ปล่อยข่าวแอบสอย ส.ส.ซุ้มสามมิตร รอวัดใจหัวหน้าพรรค ก่อนเปลี่ยนเกมเล่น คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เสือซุ่มมังกรซ่อน “สมศักดิ์” เจอข่าวปล่อยกลุ่มสามมิตรย้ายกลับค่ายเพื่อไทย ร้อนถึงคนใกล้ตัวต้องออกมาแถลงว่า ยังไม่หนีลุงตู่ลุงป้อมไปไหน

ชั่วโมงนี้ กลุ่มสามมิตรของ “สมศักดิ์” อาจไม่มีบทบาทมากนักในพลังประชารัฐ เพราะสายผู้กองธรรมนัสดาหน้าเข้ายึดพรรคไปเรียบร้อย แถมเจอเพื่อนแอบมาตกปลาในบ่อสามมิตรอีกต่างหาก

38 ปี บนถนนการเมือง “สมศักดิ์” อยู่มา 6 พรรค มีประสบการณ์โชกโชน มีหรือจะไม่รู้เกมขาใหญ่ คิดอยากคุมภาคเหนือคนเดียว

นับแต่มีข่าว กลุ่มสามมิตร ย้ายกลับพรรคเพื่อไทย สมศักดิ์ เทพสุทิน ยังไม่พูดอะไร นอกจาก อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะออกมาปฏิเสธข่าวว่าไม่เป็นความจริง

เสี่ยแฮงก์บอกว่า ไม่มีกลุ่มสามมิตรแล้ว มีแต่คนที่ทำงานการเมืองอยู่พรรคพลังประชารัฐส่วนใหญ่ตนไม่ค่อยพูดเรื่องการเมืองอยู่แล้ว เป็นคนไปตรงไปตรงมา ถึงได้มีข่าวน้อย

กลุ่มสามมิตรเกิดขึ้นในช่วงก่อร่างสร้างพรรคพลังประชารัฐ โดย สมศักดิ์ เทพสุทิน และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อปีที่แล้วกลุ่มสามมิตร ได้ร่วมมือกับกลุ่มมุ้งต่างๆ เบียดขับกลุ่ม 4 กุมาร ออกจากพรรคไป โดยชู พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และอนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค

สถานการณ์ของสามมิตรง่อนแง่น เมื่อ พล.อ.ประวิตรเขย่าโครงสร้างพรรคใหม่ มอบให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นเลขาธิการพรรค ส่วนสมศักดิ์ถูกปลดจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งตอนหลัง พล.อ.ประวิตรตั้งสมศักดิ์เป็นที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเป็นการปลอบใจ

‘ชิงแม่ทัพเหนือ’

สมัยเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว “สมศักดิ์” เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคเหนือ ร่วมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยพื้นที่เหนือตอนล่าง สมศักดิ์รับผิดชอบเป็นหลัก ส่วน ร.อ.ธรรมนัส ดูแลพื้นที่เหนือตอนบน ยกเว้นเพชรบูรณ์ เป็นเรื่องของสันติ พร้อมพัฒน์

ผลเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 พลังประชารัฐ กวาด ส.ส.โซนเหนือตอนล่างมาเป็นกอบเป็นกำ ไล่มาตั้งแต่สุโขทัย,ตาก,กำแพงเพชร,พิจิตร,พิษณุโลก,นครสวรรค์ และเพชรบูรณ์ ส่วนโซนเหนือตอนบน ได้แค่ ส.ส.พะเยา 2 คน

ช่วงหลัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ จึงพยายามแผ่บารมีคุม ส.ส.โซนเหนือตอนล่าง ได้ ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร เป็นมือทำงาน ดึง ส.ส.ตาก ,พิจิตร และพิษณุโลก มาอยู่ในสังกัดผู้กอง

แม้วันนี้ ร.อ.ธรรมนัส จะไม่มีหัวโขนรัฐมนตรี แต่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค และเป็นน้องรักของลุงป้อม จึงทำให้ ส.ส.พลังประชารัฐ โซนเหนือตอนล่าง 6-7 คน ยังเดินตามผู้กองอยู่

การจัดทัพพลังประชารัฐสมัยหน้า ร.อ.ธรรมนัส คงอยากดูแลภาคเหนือทั้งหมด แต่สะดุดตรงที่กลุ่มสามมิตรยังอยู่ สนามสุโขทัย สมศักดิ์ดูแลเองอยู่แล้ว และมี อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 ที่ยังไปมาหาสู่กับกลุ่มสามมิตร

สนามกำแพงเพชร กลุ่มวราเทพ รัตนากร และกลุ่มไผ ลิกค์ ดูเหมือนจะเป็นเนื้อเดียวกัน แต่เอาเข้าจริง 3 ส.ส.กำแพงเพชร สายวราเทพก็อยู่กับกลุ่มสามมิตร มีเพียง ส.ส.คนเดียวที่ไปทางฝั่งธรรมนัส

ส่วนสนามนครสวรรค์ และพิจิตร ส.ส.พลังประชารัฐส่วนใหญ่ก็แยกไปอยู่ในสาย ร.อ.ธรรมนัส และหิมาลัย ผิวพรรณ

ส.ส.พลังประชารัฐสายเหนือ จึงประกอบด้วยกลุ่มสามมิตร-กลุ่มวราเทพ ,กลุ่มธรรมนัส และกลุ่มสันติ พร้อมพัฒน์ การจัดทัพครั้งใหม่ก็ขึ้นอยู่กับ พล.อ.ประวิตร จะสร้างสมดุลอย่างไร ไม่ให้พรรคแตก

‘สามมิตรจะไปไหน’

“สมศักดิ์” เล่นการเมืองตั้งแต่อายุ 25-26 ปี เคยสังกัดพรรคกิจสังคม, พรรคไทยรักไทย, พรรคมัชฌิมาธิปไตย ,พรรคภูมิใจไทย และย้ายมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเนื้อแท้กลุ่มสามมิตร มีอยู่ 4 ตระกูลคือ เทพสุทิน, จึงรุ่งเรืองกิจ, นาคาศัย และนิติกาญจนา

ขุมกำลัง 4 ตระกูลนี้ มี ส.ส.อยู่ในมือประมาณ 15 คน รวมถึงกลุ่มกำแพงเพชรสามัคคี ของวราเทพ รัตนากร

ส.ส.พลังประชารัฐสายอีสาน 2-3 คน รวมถึงอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ที่เคยอยู่กับกลุ่มสามมิตร เลือกตั้งสมัยหน้าก็ยังไม่แน่ใจว่า จะอยู่บ้านหลังเดิมหรือไม่

ว่ากันตามตรง สมศักดิ์ เทพสุทิน และวราเทพ รัตนากร ต่างก็คุ้นเคยกับเจ๊แดง-เยาวภา วงษ์สวัสดิ์ เรื่องจะกลับพรรคเพื่อไทย ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น และไม่ต้องวานให้ลูกน้องใครบางคนไปแจกข่าวกรุยทาง

ดังนั้น สถานการณ์ภายในพรรคพลังประชารัฐ ภายใต้การบริหารจัดการของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของ “สมศักดิ์” และพันธมิตร

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “กลุ่ม 3 มิตร” เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/494791

29 พ.ย. 2564 |19:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "กลุ่ม 3 มิตร" เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “กลุ่ม 3 มิตร” ใกล้อัสดงการเมืองแล้ว จับตานักการเมืองเก๋า “สุริยะ สมศักดิ์ อนุชา” พลิกชีวิตทิ้งไพ่ใบสุดท้ายสิ้นปี 2564 เริ่มต้นเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ ถึงจะได้ปีที่ดีเสริมดวง แต่ปี 65 มีแต่เรื่องปัญหามรสุม ความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้ง อาจวางมือทางการเมือง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤตวิเคราะห์ดวงการเมืองผู้นำ “กลุ่ม 3 มิตร” สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ,สมศักดิ์ เทพสุทิน และอนุชา นาคาศัย เจอมรสุมท้ายปี บวกรอบอายุเข้าเคราะห์ เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อนอัสดงการเมือง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "กลุ่ม 3 มิตร" เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เกิดวันที่ 10 เดือนธันวาคม 2503 คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน วันพฤหัสที่ 13 เดือนมกราคม 2498 ติดปี 2497 คุณอนุชา นาคาศัย วันศุกร์ที่ 15 เดือนเมษายน 2503 ปลายปีนี้เจอมรสุมหนัก ถึงเดือนมกราคม 

แต่รอบอายุที่มีผลกระทบเกิดขึ้น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงปี 2566 กับปัญหาความขัดแย้ง ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง มีเรื่องให้อึดอัดใจ ไร้สาระไม่เป็นเรื่องไม่เป็นราวเกิดขึ้น ตลอดปี 2565 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "กลุ่ม 3 มิตร" เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

ทุกวันนี้เฉพาะนักการเมืองเก๋า ก็ถือสุดยอดทางการเมืองแล้ว โอกาศที่หวังจะได้ตำแหน่งสูงกว่านี้คงยาก ด้วยเหตุนี้ในปี 2565 ถ้าใช้ชีวิตเพื่อช่วยสังคม เปลี่ยนแปลงชีวิต เสริมชีวิต ธุรกิจ การงานก็จะไปได้ดี

ซินแสเข่ง วิเคราะห์เพิ่มเติมดวงตามราศีปีเกิด “กลุ่ม 3 มิตร”  ของคุณสุริยะ และคุณสมศักดิ์ เพราะพื้นฐานดวงชะตาจุดหมายสุดท้าย ของการเมือง

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "กลุ่ม 3 มิตร" เตรียมทิ้งไพ่ใบสุดก่อน วางมือการเมือง

เพราะดวงชะตาตกเหตุให้เกิดความไม่ปรองดอง แตกแยก วุ่นวาย สับสน เป็นทุกขลาภ ไม่ได้ดั่งใจที่คาดหวัง ปี 2565 ปัญหาและอุปสรรค

ตลอดระยะเวลา 18 เดือน ที่จะต้องระมัดระวัง ทั้งต้องดูแลสุขภาพของตนเองให้ดี อาจจะมีผลข้างเคียงให้เกิดขึ้น