เมืองกาฬสินธุ์ร้อนระอุ จับตา “พระเล็ก” เส้นตาย 7 วัน ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/493112

18 พ.ย. 2564 |11:00 น.

แผ่นดินเมืองน้ำดำกาฬสินธุ์ร้อน จับตา “พระเล็ก” เส้นตาย 7 วัน ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ ท่ามกลางกระแสต้าน ขณะที่ เปิดขั้นตอนแต่งตั้ง “เจ้าคณะจังหวัด” ไม่เข้าคุณสมบัติแม้แต่ข้อเดียว

ปัญหาร้อนในวงการสงฆ์ จากกรณีมติมหาเถรสมาคม ปลดพระเทพสารเมธี หรือ เจ้าคุณบัวศรี จากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมแต่งตั้งพระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทธิญาโณ) เจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย หรือ “พระเล็ก” ที่มีคดีอธิกรณ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) แทน และได้รับตราตั้งไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2564 นั่นจึงเป็นที่มาให้คนในพื้นที่กาฬสินธุ์ รวมทั้งพระสงฆ์ เคลื่อนไหวต่อต้าน ด้วยเหตุผลที่ “พระเล็ก” เป็นพระสงฆ์นอกพื้นที่ และ พรรษาไม่ถึง รวมทั้ง เจ้าคุณบัวศรี เอง ไม่เคยต้องคดีอธิกรณ์ใด “คมชัดลึกออนไลน์” เรียบเรียงขั้นตอน การแต่งตั้งและคุณสมบัติของตำแหน่ง “เจ้าคณะจังหวัด” ที่พึงมี ซึ่งเป็นที่มาของคนในพื้นที่เมืองน้ำดำ “กาฬสินธุ์” ไม่เอา “พระเล็ก”

เจ้าคณะจังหวัด เป็นพระสังฆาธิการ ที่ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งจากสมเด็จพระสังฆราชไทย โดยผ่านมติการเห็นชอบของมหาเถรสมาคม มีอำนาจหน้าที่การปกครองตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และกฎมหาเถรสมาคม ในเขตจังหวัดของตน
 

คุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง “เจ้าคณะจังหวัด”

  • มีพรรษา 10 พรรษาขึ้นไป กับมีสำนักอยู่ในเขตจังหวัดนั้น และ
  • กำลังดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดในจังหวัดนั้นมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี หรือ
  • กำลังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอในจังหวัดนั้นมาไม่ต่ำกว่า 4 ปี หรือ
  • มีสมณศักดิ์ไม่ต่ำกว่าพระราชาคณะชั้นสามัญ หรือเป็นพระคณาจารย์ขึ้นไป หรือเป็นเปรียญธรรม 6 ประโยคขึ้นไป

เมืองกาฬสินธุ์ร้อนระอุ จับตา "พระเล็ก" เส้นตาย 7 วัน ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่เมืองกาฬสินธุ์ร้อนระอุ จับตา “พระเล็ก” เส้นตาย 7 วัน ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่

อำนาจหน้าที่

  • ดำเนินการปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย กฎหมาย กฎมหาเถรสมาคม ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศ พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช คำสั่งของผู้บังคับบัญชาเหนือตน
  • ควบคุมและส่งเสริมการรักษาความเรียบร้อยดีงาม การศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ ให้ดำเนินไปด้วยดี
  • ระงับอธิกรณ์ วินิจฉัยการลงนิคหกรรม วินิจฉัยข้ออุทธรณ์คำสั่ง หรือคำวินิจฉัยชั้นเจ้าคณะอำเภอ
  • แก้ไขข้อขัดข้องของเจ้าคณะอำเภอให้เป็นไปโดยชอบ
  • ควบคุมบังคับบัญชาเจ้าคณะและเจ้าอาวาส ตลอดถึงพระภิกษุสามเณรผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาหรืออยู่ในเขตปกครองของตน และชี้แจงแนะนำการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อยู่ในบังคับบัญชา ให้เป็นไปโดยความเรียบร้อย
  • ตรวจการและประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองของตน

ซึ่งหากดูจากคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่ง “เจ้าคณะจังหวัด” แล้ว ดูเหมือนว่า “พระเล็ก” จะไม่อยู่ในเงื่อนไขนั้นแม้แต่ข้อเดียว ทั้งเรื่องของมีพรรษาไม่ถึง 10 พรรษา และไม่เคยปฏิบัติหน้าที่รองเจ้าคณะจังหวัด หรือเจ้าคณะอำเภอในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ เลย โดยประวัติของ “พระเล็ก” นั้น เกิดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2507 ที่ จ.ชลบุรี อุปสมบทกับ หลวงปู่ต้น สุขกาโม วัดบึงพลาราม ท่าบ่อ แต่ไปจำพรรษากับหลวงปู่เหรียญ 5 พรรษา แล้วไปสร้างวัดที่อำเภอสังคม คือวัดป่านาขาม อ.สังคม จ.หนองคาย และเมื่อปี 2562 เป็นพระครูสัญญาบัตร ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอสังคม ชั้นพิเศษ สังกัดธรรมยุติกนิกาย จนถึงปัจจุบัน 

ต่อมาปี 2557 วันที่ 2 ตุลาคม มีการสร้างโรงพยาบาลสังคม โดยใช้ชื่อตึกว่า #ตึกอนาลโยเมตตา หลวงพ่อจันมี กับหลวงพ่อจันมี อนาลโย วัดป่าแก้งใหม่ อ.สังคม จ.หนองคาย จนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ปี 2561 ต่อมา “พระเล็ก” ได้มีปัญหากับ หลวงพ่อจันมี อนาลโย และมีการปลดป้ายออก เปลี่ยนเป็น ตึกวรลาโภอนุสรณ์ หลวงปู่เหรียญ แต่ว่าการสร้างโรงพยาบาลนั้นมีพิรุธการใช้เงินหลายอย่างในการสร้าง ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบอยู่ 

ทั้งนี้ วัดในพื้นที่จังหวัดหนองคาย ที่ “พระเล็ก” ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอสังคม จะอยู่ในสังกัดคณะสงฆ์ภาค 8 ส่วนวัดในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ในสังกัดคณะสงฆ์ภาค 9 ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กัน นั่นจึงเป็นที่มา ทำให้ทั้งคนในพื้นที่กาฬสินธุ์ และ คณะสงฆ์สายธรรมยุตในพื้นที่ภาคอีสาน มีการต่อต้าน และ ลาออกจากพระสังฆาธิการ เนื่องจากเชื่อว่า การแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่แทนเจ้าคุณบัวศรี ซึ่งไม่เคยต้องคดีอธิกรณ์ มีการสอดไส้เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของ “พระเล็ก” เนื่องจากตามกฏของ พ.ร.บ.สงฆ์นั้น หลังจากเข้ารับตราตั้งแล้ว จะต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายใน 30 วัน แต่นับตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.2564 ที่ “พระเล็ก” เข้ารับตราตั้ง เหลือเวลาอีกเพียง 7 วันเท่านั้น ที่จะต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยังไม่มีวัด ที่จะเข้าไปสังกัด เนื่องจากตั้งแต่มีการปลด “เจ้าคุณบัวศรี” พร้อมแต่งตั้ง “พระเล็ก” ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์แทน ได้เกิดกระแสการต่อต้าน “พระเล็ก” มาอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนจะร้อนแรงขึ้น โดยประชาชนในพื้นที่ พยายามตรวจสอบความเคลื่อนไหว “พระเล็ก” ซึ่งคาดว่า อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อพยายามเข้าพื้นที่ และจัดหาสำนักสงฆ์ หรือ วัดร้าง เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติงาน แต่ความเคลื่อนไหวของ “พระเล็ก” จากการตรวจสอบในเดือน ต.ค.2564 พระเล็ก จำพรรษาที่วัดป่าพิชัยวัฒนมงคล ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นวัดสาขา

เมืองกาฬสินธุ์ร้อนระอุ จับตา "พระเล็ก" เส้นตาย 7 วัน ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่เมืองกาฬสินธุ์ร้อนระอุ จับตา “พระเล็ก” เส้นตาย 7 วัน ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่

เมืองกาฬสินธุ์ร้อนระอุ จับตา "พระเล็ก" เส้นตาย 7 วัน ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่เมืองกาฬสินธุ์ร้อนระอุ จับตา “พระเล็ก” เส้นตาย 7 วัน ต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่

ขณะเดียวกัน ป้ายข้อความต่อต้านพระเล็ก ได้ถูกติดตั้งไปในพื้นที่หลายอำเภอ จึงต้องจับตาดูว่า นับถอยหลัง 7 วัน “พระเล็ก” จะมีความเคลื่อนไหวอย่างไร และจะสามารถเข้าพื้นที่ได้หรือไม่ นับเป็นการเมืองใน “ศาสนจักร”
ที่ร้อนแรงมาอย่างต่อเนื่อง แล้วจะมีบทสรุปอย่างไร

8ธันวา ชี้ชะตา 5 กปปส. จับตา 2 เขตเดือดเลือกตั้งซ่อม เขต 1 ชุมพร เขต 6 สงขลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/493061

นายหัวไทร

18 พ.ย. 2564 |08:00 น.

8 ธันวาฯ ชี้ชะตา 5 กปปส. จับตา 2 เขตเดือดเลือกตั้งซ่อม เขต 1 ชุมพร เขต 6 สงขลา ปชป.ปะทะ พปชร. ติดตามได้จากเจาะประเด็นร้อน โดยนายหัวไทร


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตระเวนอยู่ภาคใต้ตอนบน พร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ 

โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ย.อยู่ระนอง ส่วนวันที่ 17 พ.ย. เดินทางไปสุราษฎร์ธานี และชุมพร
       

ก็ไม่มีประเด็นอะไรน่าสงสัย ต้องไปเตรียมการเลือกตั้งแน่นอน และในเร็วๆนี้อาจจะมีการเลือกตั้งซ่อมชุมพร เขต 1 และสงขลาเขต 6

เนื่องจาก ศาลรัฐธรรมนูญนัด อ่านคำวินิจฉัยตัดสถานภาพของ ส.ส. 5 ซึ่งเป็นอดีตแกนนำกปปส. ในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ หลังถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุกและเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 

คดีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยกรณีนายชุมพล จุลใส ส.ส. ชุมพร นายอิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กรณีศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุก ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.317/2564 เมื่อวันที่ 24 ก.พ.64 และเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งนายชุมพล นายอิสสระ และนายณัฏฐพล 5 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา โดยศาลอาญาออกหมายจับคุกระหว่างอุทธรณ์ฎีกา และขังบุคคลทั้ง 5 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ 

8ธันวา ชี้ชะตา 5 กปปส. จับตา 2 เขตเดือดเลือกตั้งซ่อม เขต 1 ชุมพร เขต 6 สงขลา8ธันวา ชี้ชะตา 5 กปปส. จับตา 2 เขตเดือดเลือกตั้งซ่อม เขต 1 ชุมพร เขต 6 สงขลา

ต่อมา ส.ส.ทั้ง 5 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ และ กกต.เห็นว่านายชุมพล นายอิสสระ และนายณัฏฐพล เป็นบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล ส่วนนายพุทธิพงศ์ และนายถาวร เป็นบุคคลต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของบุคคลทั้ง 5 สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 ( 6 ) ประกอบมาตรา 98 ( 4 ) (6) และมาตรา 96 (2) และเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายพุทธิพงษ์ นายถาวร และ นายณัฏฐพล สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170(4) ประกอบมาตรา 160 ( 6) (7) มาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96(2) 

โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวน และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติ และนัดอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟังในวันพุธที่ 8 ธันวาคม 2564 เวลา 15.00 น.
     

ประเด็นของอิสระ ณัฏฐพล และพุทธิพงศ์ ไม่น่ามีปัญหา ถ้าพ้นจาก ส.ส.ก็ขยับลำดับถัดไปขึ้นมาได้เลย แต่สำหรับถาวร และชุมพล ถ้าพ้นจาก ส.ส.ก็ต้องเลือกตั้งซ่อม เมื่อเวลาใกล้เข้ามาเราจึงเห็นผู้หลักผู้ใหญ่ของแต่ละพรรคลงไปเตรียมการเลือกตั้งซ่อมกันแล้ว 
     

กล่าวสำหรับเขต 6 สงขลาแทนถาวรนั้น สายข่าวเชิงลึกแจ้ง #นายหัวไทรว่า พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคพลังประชารัฐได้ตัวผู้สมัครพร้อมแล้ว
     

โดยพรรคประชาธิปัตย์จะส่งคุณน้ำหอม ขาวทอง รองนายกฯอบจ.สงขลา ภรรยาของนายกฯชาย เดชอิศม์ ขาวทอง ลงสมัครรักษาฐานเดิม และออกเดินสายพบปะประชาชนในเขตเลือกตั้งมาหลายเดือนแล้ว ภายใต้การสนับสนุนเต็มกำลังของนายกฯชาย ที่ต้องออกแรงดันหลังภรรยาเต็มที่ ส่วนพลังประชารัฐ ก็ไม่น้อยหน้า ได้ตัวดีมีฐานะจากสายศรีตรังการยาง มาลงชิง ซึ่งเวลาออกงานสังคมต่อเนื่องเหมือนกัน 

น่าจับตายิ่งสำหรับคอการเมือง ถ้าถาวรพ้นจาก ส.ส.สนามเลือกตั้งนี้จะเป็นสนามเดือดแน่นอน

ส่วนเขต 1 ชุมพร ถ้าลูกหมี ชุมพล จุลใส พ้นจาก ส.ส.ก็ต้องเลือกตั้งซ่อมเช่นกัน แน่นอนว่าประชาธิปัตย์เจ้าของแชมป์ก็ต้องหามือดีทาลงรักษาฐานที่มั่นไว้ แต่แน่นอนว่าต้องเป็นคนในสายของลูกหมีแน่นอน ทราบว่าลูกหมีพยายามออกแรงดันน้องภรรยามาลงแทน ซึ่งก็คือ….?
       

คือใครยังไม่รู้รอพรรคประชาธิปัตย์เปิดตัวอย่างเป็นทางการ  แต่วันก่อนเห็น”อิสระพงษ์ มากอำไพ” เลขานุการนายก อบจ.ชุมพร เริ่มออกเดินสายพบปะชาวบ้านเขต 1 บ้างแล้ว มือไม้เริ่มอ่อน น่าจะเป็นสัญญาณว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมแทนลูกหมี
       

ถามว่าอิสระพงษ์ คือใคร อิสระพงษ์ คือคนในวงวานว่านเครือของลูกหมู เป็นน้องภรรยาของลูกหมีนั้นเอง เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเลขานุการนายกฯอบจ.ชุมพรเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าอิสระพงศ์ลงสมัคร ย่อมได้รับแรงหนุนทั้งจากลูกหมี และลูกช้าง (สุพล จุลใส) เพราะเขาคือ “จุลใสแฟมมิลี่”

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะผู้ท้าชิง น่าจะยังส่งคนเดิม ฟิตซ้อมมาตลอดหลังแพ้การเลือกตั้งปี 2562

ชวลิต อาจหาญ” หรือ “ทนายแดง” อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ชวลิต อาจหาญ” หรือ “ทนายแดง” อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

“ชวลิต อาจหาญ” หรือ “ทนายแดง” อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในการเลือกตั้งปี 2562 ได้มาเป็นอันดับ 2 คือ 32,219 คะแนน ซึ่งถือว่าเยอะมาก 

ทนายแดงแถลงเปิดตัวไปแล้ว ยืนยันความพร้อม

“แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วผมจะไม่ได้รับเลือกตั้ง แต่ก็ไม่เคยท้อ และยังคงทำงานการเมืองภาคประชาชนมาโดยตลอด หากถามถึงความมั่นใจว่าจะได้รับการเลือกตั้งนั้น คงต้องบอกว่ามั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเมตตาของชาวชุมพรในเขต 1 ว่าจะมอบความไว้วางใจให้ผม และพร้อมจะร่วมกันพัฒนาจังหวัดชุมพรไปกับพรรค พปชร.ด้วยหรือเปล่า” นายชวลิต กล่าว

ทนายแดง จบชั้นมัธยมต้นจากโรงเรียนสวีวิทยา อ.สวี จ.ชุมพร ระดับมัธยมปลายจากโรงเรียนศรียาภัย อ.เมืองชุมพร ระดับปริญญาตรีนิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง จบเนติบัณฑิตไทย และปริญญาโทรัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตั้งแต่ปี 2544 คือเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล (ส.อบต.) วิสัยใต้ อ.สวี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ชุมพร และ นายก อบต.วิสัยใต้ อ.สวีและกระโดดขึ้นเวทีระดับชาติจากการแนะนำของ พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ (เสธ.แอ๊ด) ก่อนเป็นสมาชิกวุฒิสภา

นี้คือสองสนามเลือกตั้งซ่อม ที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเผชิญศึกกับพรรคพลังประชารัฐอีกรอบ ในสถานการณ์ที่การเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ง่อนแง่นพอสมควร 
 #นายหัวไทร #มากกว่าข่าว

จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/493083

18 พ.ย. 2564 |07:00 น.

ในความพ่ายแพ้ต่อเสียงโหวต.. อาจแฝงไว้ซึ่งชัยชนะ จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ” เพราะนี่คือบทเริ่มต้นของการต่อสู้ และการเดินบนเส้นทางประชาธิปไตยในเวทีรัฐสภา

ถึงแม้ว่าร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. ที่เสนอโดยนายพริษฐ์  วัชรสินธุ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 135,257 คน จะถูกตีตกตั้งแต่วาระแรก จากผลการลงคะแนนเสียงของสมาชิกรัฐสภาเมื่อวานนี้(17 พ.ย.) ด้วยคะแนนเสียง 473 ต่อ 206 คะแนน โดยมี ส.ส.และส.ว. ไม่รับหลักการ 473 เสียง และรับหลักการ 206 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 723 เสียงและงดออกเสียง 6 เสียง  

จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ”จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ”

แต่กับการที่ได้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมอภิปรายในเวทีรัฐสภาเพื่อนำเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ก็ถือเป็นมิติใหม่ทางการเมือง และเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับแต่ประเทศไทยได้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นในปี 2549 และการรัฐประหารในปี 2557 “เจาะประเด็นร้อน” โดย อักษร 8 ทิศ เฝ้าสังเกตอากัปกิริยาที่เกิดขึ้นจากฟากฝั่งของผู้เสนอกฎหมายและพรรคการเมืองที่ร่วมสนับสนุน เห็นได้ว่านี่คือบทเริ่มต้นของการพิสูจน์ถึงแนวทางที่นำเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนว่าได้เดินมาถูกทางแล้วหรือไม่ หรือยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงแก้ไข หรือต้องพยายามต่อไป
 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลโหวตร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนจะถูกโหวตคว่ำร่าง เป็นการแพ้เสียงโหวต  แต่นี่ก็นับเป็นชัยชนะก้าวแรกของภาคประชาชน ที่ลงชื่อเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญกว่า 1.3 แสนคน หรืออาจจะเรียกว่านี่คือ “แพ้ในชนะ.. ร่างรธน.ประชาชน” เพราะถ้าหันไปจับอากัปกิริยาในบางช่วง บางตอนของบทสัมภาษณ์ หรือการแถลงข่าวของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า หรือแม้แต่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล น้ำเสียงที่ดูเหมือนยอมรับความพ่ายแพ้  นั้น แต่แฝงไปด้วยการอาการฮึดสู้ และพร้อมที่จะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย 

“ต้องยอมรับว่าภารกิจยังไม่สำเร็จ แต่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังต้องเดินหน้าต่อไป เพราะเราเชื่อว่าถ้าเรามีรัฐธรรมนูญที่มีกระบวนการและเนื้อหาที่ไม่ชอบธรรมเช่นนี้ จะไม่สามารถแก้วิกฤตทางการเมืองได้

ไม่อยากให้ติดกับดักที่ใช้ในการอภิปรายว่าร่างของเราเป็นร่างที่สุดโต่ง และขอยืนยันว่าร่างของเรามีเนื้อหาที่ไม่ได้สุดโต่ง เป็นอะไรที่ปกติมากในระบอบประชาธิปไตย และไม่อยากให้สังคมมองว่าการที่ร่างฉบับนี้ถูกปัดตกเป็นเพราะร่างของเราไกลหรือสุดโต่งเกินไป เหมือนอย่างที่สมาชิกรัฐสภาบางคนทำให้เข้าใจผิด” นายพริษฐ์ กล่าว 

จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ”จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ”

“เราคาดหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่มีข้อพิจารณาถึงความต้องการของประชาชนข้างนอกสภา และเราหวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะเงี่ยหูฟังเสียงที่ก่นร้องอยู่ข้างนอกสภาดังๆ บ้าง แต่ผลการลงมติก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสมาชิกรัฐสภาเสียงข้างมากยังไม่ยินยอมเปิดประตูให้การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนให้ผ่านในวาระที่ 1 

ดังนั้น ประชาชนที่ร่วมลงชื่อและติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่าเพิ่งสิ้นหวัง พวกเรายังมีลมหายใจ ยังมีความคิด ยังมีกำลังที่จะรณรงค์ต่อไป เพราะทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าแก้รัฐธรรมนูญปี 2560 ทำได้ยาก แต่หากเราไม่เคลื่อนไหว ไม่รณรงค์ต่อไป พวกเขาก็จะอยู่กับรัฐธรรมนูญที่เขาออกแบบมาได้อย่างต่อเนื่องตลอดกาล 

จึงเป็นภารกิจของพวกเราประชาชน ผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญตัวจริงเสียงจริง จำเป็นต้องรณรงค์ผลักดันเรื่องนี้ต่อไปแม้ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ ล้มเหลว แม้ว่าจะล้มลงกี่ครั้งก็ตาม เราต้องลุกขึ้นมาใหม่แล้วต่อสู้ผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จจนได้” นายปิยบุตร ย้ำ

จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ”จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ” 

“ประเด็นที่จะขอสื่อสารไปถึงประชาชนกว่า 1.3 แสนรายชื่อที่เข้าร่วมเสนอชื่อแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ คือ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 16 พ.ย.64 กว่า 16 ชม. ไม่ถือว่าสูญเปล่า เมื่อวันหนึ่งหากเรามองมาจากอนาคต ไม่ว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง ผมคิดว่าการอภิปรายเมื่อวานนี้เป็น Golden Moment ทำให้มีวาระที่เราสามารถถกแถลงอย่างเป็นทางการอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

พรรคก้าวไกล พร้อมจะนำข้อเสนอของพี่น้องประชาชนไปเป็นนโยบายการเมืองของพรรคในการหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นต่อไป เเละหวังว่าจะได้รับเเรงสนับสนุนจากประชาชนที่เชื่อเเละเห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เข้ามา เพื่อผลักดันแก้ไข ให้ความหวังของประชาชนให้เป็นจริงได้

ตราบใดที่มีลมหายใจ เราก็ยังมีความหวังที่จะต้องทำความฝันของพี่น้องประชาชนให้เป็นจริงในสักวัน เราต้องเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้สังคมไทยใกล้กับการเมืองไทยมากขึ้น “  หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุ 

จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ”จับอาการ “ปิยบุตร-พริษฐ์-พิธา” หลังโดนคว่ำร่างรธน.ฉบับประชาชน “แพ้ในชนะ”

ทั้งหมดคือความตั้งใจของกลุ่มผู้เสนอกฎหมาย และพรรคการเมืองที่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 แต่ในบางประเด็น บางข้อกฎหมาย อาจจะยังไม่เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย กับการเมืองไทย กับประชาธิปไตยแบบไทย ๆ.. ซึ่งต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ หล่อหลอม และ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ประชาชนคนไทย และสถาบันอันเป็นที่รักยิ่งของคนไทยตลอดไป

นักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตาย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/493073

18 พ.ย. 2564 |05:00 น.

รศ.ดร.เจษฎ์ กระตุกความคิด ชี้รัฐสภาตีตกร่างรธน.ฉบับประชาชนเพราะเนื้อหามีเจตนาจ้องโค่นล้ม คสช. ซึ่งนั่นคือการเดินหน้าสู่ความตาย

“ถ้าเสนอแก้ไขกฎหมายร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ เสนอแก้ไข มาตรา 279 ถ้าให้คิดแทนคุณประยุทธ์ ผมคิดว่าคุณประยุทธ์อาจจะคิดว่าผมเอาปืนไปยิงคุณให้ตายยังง่ายกว่า ซึ่งอาจจะแก้ต่างว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ ก็ยังดีกว่าให้คุณมาเสนอล้างคำสั่ง คสช.และหัวหน้า คสช.ให้มีผลเป็นโมฆะทั้งหมด” บางมุมมอง..บางความคิดของ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณวณิก 

กว่า 16 ชั่วโมงเต็มๆ ที่สมาชิกรัฐสภา (ส.ส.,ส.ว.) และตัวแทนฝ่ายประชาชนคือ นายปิยุบตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ได้ร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. ในวาระแรก เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา และในที่สุดเมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) ที่ประชุมรัฐสภาก็ได้โหวตคว่ำร่างฉบับนี้ตีตกด้วยคะแนนเสียง 473 ต่อ 206 คะแนน นั่นคือไม่รับหลักการ 473 เสียง และรับหลักการ 206 เสียง จากเสียงของสมาชิกที่มีทั้งหมด 723 เสียง และงดออกเสียง 6 เสียง  

นักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตายนักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตาย

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกฎหมายฉบับประชาชนนี้ที่มี นายพริษฐ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 135,257 คนเป็นผู้เสนอ หลังเปิดแคมเปญ “ขอคนละชื่อ-รื้อระบอบประยุทธ์” ที่ดำเนินการโดยกลุ่ม Re-solution โดยมีเนื้อหายกเลิกมาตรา 65 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 7 มาตรา 159 วรรคแรก เพิ่มมาตรา 193/1 มาตรา 193/2 แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 11 หมวด 12 มาตรา 256 หมวด 16 ยกเลิกมาตรา 269 มาตรา 270 มาตรา 271 มาตรา 272 และมาตรา 279 

หรือจำประเด็นหลัก ๆ ที่ทางกลุ่มตัวแทนประชาชนต้องการเสนอให้มีการแก้ไขใหม่ใน 4 หัวใจสำคัญคือ 1.ล้มวุฒิสภา 2.โละศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบันทั้งหมด ในลักษณะเซตซีโร่หมด 3.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศ โดยเสนอให้ตัดทิ้งมาตรา 257-261 ออกทั้งหมด และ 4.ล้างมรดกรัฐประหารจากยุค คสช. โดยให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 เพื่อทำให้คำสั่ง คสช.และหัวหน้า คสช.มีผลเป็นโมฆะทั้งหมด ซึ่งในมาตรานี้หากทำสำเร็จจะเป็นช่องทางให้นำไปสู่การเช็กบิลขั้วอำนาจเก่าอย่าง คสช.ได้ 
 

นักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตายนักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตาย

“เจาะประเด็นร้อน” โดย อักษร 8 ทิศ อดคิดไม่ได้ว่าหลังจากร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนนี้ถูกตีตกจากสภาแล้ว แนวทางการเคลื่อนไหวนอกสภานับจากนี้จะเป็นเช่นไร กลุ่มราษฎรและกลุ่มไม่เอาสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จะยังคงเดินหน้าจัดชุมนุมเพื่อล้มระบอบประยุทธ์และปฏิรูปสถาบันอยู่อีกหรือไม่ ในเมื่อได้พื้นที่เวทีสภาผ่านตัวแทนคือ “ปิยบุตร-พริษฐ์” ได้อภิปรายถึงความต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในมาตราต่าง ๆ ดังที่เสนอไปแล้วนั้น 

วันนี้ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณวณิก ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย ชี้ประเด็นที่เป็นจุดพีคที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนนี้ถูกตีตกได้แบบไม่ต้องคิดนานว่า.. การที่เสนอแก้ไขกฎหมายใหม่ โดยตั้งเป้าล้างมรดกรัฐประหารจากยุค คสช. ด้วยการให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 เพื่อทำให้คำสั่ง คสช.และหัวหน้า คสช.มีผลเป็นโมฆะทั้งหมดนั้น  คือการเดินสู่ความตาย 

นักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตายนักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตาย

ทำไม รศ.ดร.เจษฎ์ มองเช่นนั้น.. แล้วเราก็ได้คำตอบที่ไหลทะลักออกมาประหนึ่งลาวาแตกออกมาจากปล่องภูเขาไฟ  รศ.ดร.เจษฎ์ วิเคราะห์ให้ฟังว่า “มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปโค่นล้มอำนาจรัฐประหาร เพราะการรัฐประหารได้เกิดขึ้นแล้ว คำสั่งต่าง ๆ มีผลหมดแล้ว การคิดไปจ้องล้างมรดกรัฐประหารจากยุค คสช. จึงเป็นไปไม่ได้ที่ คสช. หรือผู้มีอำนาจจะปล่อยให้เกิดขึ้นได้” 

“ถ้าเสนอแก้ไขกฎหมายร่างรัฐธรรมนูญแบบนี้ เสนอแก้ไข มาตรา 279 ถ้าให้คิดแทนคุณประยุทธ์ ผมคิดว่าคุณประยุทธ์อาจจะคิดว่าผมเอาปืนไปยิงคุณให้ตายยังง่ายกว่า ซึ่งอาจจะแก้ต่างว่าทำไปเพราะบันดาลโทสะ ก็ยังดีกว่าให้คุณมาเสนอล้างคำสั่ง คสช.และหัวหน้า คสช.ให้มีผลเป็นโมฆะทั้งหมด” รศ.ดร.เจษฎ์ ย้ำ 

นักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตายนักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตาย

“การจะรื้อ มาตรา 279 ทำไม่ได้เพราะมันจะทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมาทันที จะเกิดการฆ่ากันตายเพราะผู้ก่อการรัฐประหารก็จะต้องโทษเป็นกบฏ และถูกประหารชีวิต เข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 113 ที่ระบุว่าผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ 
1) ล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ, 
2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้ หรือ 
3) แบ่งแยกราชอาณาจักรหรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งคงไม่มีใครยอม เฉกเช่นเดียวกันกับที่กลุ่มผู้ชุมนุม หากถูกดำเนินคดีด้วย มาตรา 113 คือประหารชีวิต จะยิมยอมหรือไม่” รศ.ดร.เจษฎ์ ชี้จุดพีค

นักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตายนักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตาย

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเหนือความคาดหมายที่ร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะถูกรัฐสภาตีตกได้อย่างง่ายดาย รศ.ดร.เจษฎ์ ยังกระตุกความคิดส่งตรงไปถึงกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยว่า “หากยังคิดมุ่งแก้ไข มาตรา 279 จะเกิดเหตุการณ์ฆ่ากันตาย คุณจะได้ตายแน่ และตายอย่างเปล่าประโยชน์ คนฆ่าอาจจะไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่ประเทศไทยไม่ได้อะไรเลย และจะยิ่งด้อยพัฒนาเพราะทุกวันนี้ก็เป็นประเทศด้อยพัฒนาอยู่แล้ว” 

ถามว่าแล้วทางออกของประเทศมีหรือไม่ แนวทางที่จะเยียวยานับจากนี้เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ที่รุนแรง มีหรือไม่ ประธานคณะนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย ชี้ทางออกให้ว่า “หากเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 279 เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกในอนาคตนั้น สามารถทำได้ โดยต้องพยายามทำให้คนทั้งประเทศเห็นเป็นไปทิศทางเดียวกันว่าการรัฐประหารนี้ผิดกฎหมายและผู้ที่ทำรัฐประหารต้องได้รับโทษ ต้องทำให้เชื่อมโยงกับกฎหมายและทำได้จริง ซึ่งจะทำเช่นนี้ได้ ประชาชนในประเทศต้องมีความเข้มแข็ง การรัฐประหารก็จะไม่เกิดขึ้น ผู้นำทางทหารก็จะไม่กล้าทำรัฐประหารอีก” 

รศ.ดร.เจษฎ์ กะเทาะเปลือกให้เห็นถึงการรัฐประหารว่าไม่ใช่สิ่งที่ดี และโดยส่วนตัวก็ไม่ได้ชื่นชอบการรัฐประหาร เพราะการรัฐประหารคือการยึดอำนาจประชาธิปไตย ยึดอำนาจของประชาชน และยึดพระราชอำนาจ เป็นรัฐาธิปัตย์ เป็นระบบรัฐสภาที่มีระบบเผด็จการซ้อนอยู่ ผู้ก่อการรัฐประหารต้องถูกลงโทษ แต่จะแก้ไขไม่ให้มีการรัฐประหารได้ ถ้าประชาชนในประเทศเข้มแข็ง 

ในตอนท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ย้ำไปถึงกลุ่มผู้เสนอแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชนและกลุ่มผู้ชุมนุมว่า การมุ่งแก้ มาตรา 279 นั้น เป็นการคิดสั้นและขาดวุฒิภาวะ เพราะในส่วนของมาตราอื่น ๆ นั้นมีแนวทางแก้ไขได้ ในส่วนของ ส.ว.ที่ต้องการล้ม ถามว่าถ้าล้ม ส.ว.ชุดนี้ แล้ว ส.ว.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาแทนชุดเดิม คุณยอมรับได้ไหม หรือถ้าเป็น ส.ว.แบบเดียวกับชุดรัฐธรรมนูญปี 2540 คุณยอมรับได้ไหม ซึ่งการเสนอกฎหมายในส่วนของการยกเลิก ส.ว. ก็ไม่ได้มีการเสนอทางออกแบบนี้ไว้ แต่ต้องการยกเลิกส.ว.ไปเลย หรือในส่วนขององค์กรอิสระ ก็สามารถปรับแก้ไขได้ 

“ผมเห็นด้วยที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือให้มี ส.ส.ร.มาร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่มุ่งปฏิรูปสถาบัน ควรรณรงค์ให้มีการแก้ไขปัญหาของประเทศดีกว่าไหม ประเทศเรายังเป็นประเทศด้อยพัฒนา ขาดความเจริญในหลาย ๆ ด้าน ควรให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชนได้กินดี อยู่ดี และมีความสุข.. 


ฉะนั้น แนวทางที่พรรคการเมือง หรือที่กลุ่มผู้ชุมนุมกำลังทำอยู่นี้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่แท้จริง ไม่ได้ทำให้บ้านเมืองดีขึ้นจริง แต่คุณมีวาระซ่อนเร้นอยู่ ถ้าคุณหวังดีให้บ้านเมืองดีขึ้นจริง จงไปคิดให้จงหนัก อย่าคิดว่าการเป็นนักการเมืองแล้วจะเลิศเลอ และจะสามารถแก้ปัญหาแบบพลิกฟ้า คว่ำดินได้ เพราะถ้าประชาชนอยู่ดี กินดี ประชาธิปไตยก็จะมาด้วยตัวมันเอง” รศ.ดร.เจษฎ์ ย้ำ 

นักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตายนักวิชาการชี้คว่ำร่างรธน.มวลชน เหตุจ้องโค่นล้ม คสช. บ่อเกิดแห่งความตาย

แปะฝาบ้านสัญญา”ลุงตู่”ครม.สัญจรทุ่มเกือบ 500 ล้าน หนุน 7 โครงการ เสร็จ1 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/493048

17 พ.ย. 2564 |20:00 น.

เก็บตกการประชุมครม.สัญจรครั้งแรกในรอบปี หลังประเทศเผชิญสถานการณ์โควิด “ลุงตู่” โชว์ชุดสวยเรียกความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กลุ่มจังหวัดอันดาม้นแต่ยังมาพร้อมสัญญาสาธารณะ ทุ่มงบเกือบ500 ล้านแล้วเสร็จ1 ปี ติดตามได้เจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

เก็บตกการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่หรือ ครม.สัญจร  ที่จ.กระบี่ ซึ่งมี” ลุงตู่”  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน  นอกจากเป็นการประชุมครม.สัญจร ครั้งแรกในรอบปีหรือ ครั้งที่ 1 /2564  ภายหลังจากรัฐบาลได้ประกาศคลายล็อคสถานการณ์โควิด-19 เปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว โดยการปักหมุดที่จ.กระบี่ หนึ่งในสสี่จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว หวังเรียกความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ 

การประชุมครม.นอกสถานที่หรือครม.สัญจร ครั้งที่ 1 / 2564 ที่จ.กระบี่ การประชุมครม.นอกสถานที่หรือครม.สัญจร ครั้งที่ 1 / 2564 ที่จ.กระบี่

อีกประเด็นที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสำหรับครม.สัญจร นั่นคือ การทุ่มงบพัฒนาพื้นที่จังหวัดและกลุ่มจังหวัดใกล้เคียง อย่างการประชุม ครม.สัญจรรอบนี้ คือ กระบี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดอันดามัน  

ผลจึงตามมาประหนึ่งสัญญาผูกพันระหว่างรัฐบาลกับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดอันดามัน ดังปรากฎจากการแถลงข่าวของ นายธนกร วังบุญคงชนะ   โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

” ที่ประชุมมีมติสำคัญ 2 เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด (กระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง ระนอง และสตูล) ดังนี้ ประเด็นแรก ที่ประชุม ครม. อนุมัติงบประมาณ 494 ล้านบาทสำหรับโครงการเร่งด่วนที่จะสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ประกอบด้วย 7 โครงการ” โฆษกรัฐบาล กล่าว 

7 โครงการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ภายใต้งบประมาณ 400 กว่าล้านบาท

ประกอบด้วย โครงการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อมเกาะหลีเป๊ะ รองรับการท่องเที่ยวนานาชาติ จ. สตูล โดยการขยายปรับปรุงอาคารและจัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ของโรงพยาบาลเสริมสร้างสุขภาพ ต. เกาะหลีเป๊ะ

แปะฝาบ้านสัญญา"ลุงตู่"ครม.สัญจรทุ่มเกือบ 500 ล้าน หนุน 7 โครงการ เสร็จ1 ปีแปะฝาบ้านสัญญา”ลุงตู่”ครม.สัญจรทุ่มเกือบ 500 ล้าน หนุน 7 โครงการ เสร็จ1 ปี

โครงการพัฒนาเรียนรู้อนุรักษ์ฟื้นฟูพะยูน และสัตว์ทะเลหายาก จ. ตรัง โดยการปรับปรุงศูนย์อนุบาลและเพาะสัตว์น้ำ ห้องปฏิบัติการ ปรับปรุงภูมิทัศน์ เป็นต้น

โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และสังคม สิ่งแวดล้อม จ. ระนอง ปรับปรุงภูมิทัศน์สถานที่ต่าง ๆ

โครงการภูเก็ตเฮลธ์แซนด์บ็อกซ์ เป็นโครงการบูรณาการระบบสาธารณสุขภูเก็ตให้เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

โครงการศูนย์กลางการท่องเที่ยวและนันทนาการชายฝั่งแห่งพังงา

โครงการปรับปรุงท่าเทียบเรือโดยสารท่องเที่ยวปากคลองจิหลาด จ. กระบี่

โครงการพัฒนาสปาวารีบำบัด น้ำพุร้อนคลองท่อม จ. กระบี่

ไม่เพียงเท่านั้น ครม.ยังมีมติเห็นชอบข้อเสนอของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันครอบคลุม 5 ด้าน คือ ด้านเยียวยา การท่องเที่ยว การเกษตร พัฒนาคุณภาพชีวิตและโครงสร้างพื้นฐาน

ธนกร วังบุญคงชนะ  ยังได้เปิดเผยว่า  ครม.ยังเห็นชอบหลักการไทยเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัด 3 อีเว้นท์ขนาดใหญ่ ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการเสนอ ประกอบด้วย งาน Expo2028 Phuket-Thailand ในปี 2571 และมหกรรมพืชสวนโลก 2 งาน ได้แก่ มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี ในปี 2569 และพืชสวนโลกนครราชสีมาในปี 2572

บันทึกไว้สำหรับการประชุมครม.สัญจรนัดแรกในรอบปีที่จ.กระบี่ โดยรัฐบาลอนุมัติงบ400กว่าล้านบาทบันทึกไว้สำหรับการประชุมครม.สัญจรนัดแรกในรอบปีที่จ.กระบี่ โดยรัฐบาลอนุมัติงบ400กว่าล้านบาท

ทั้งนี้ หากประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพกิจกรรมทั้ง 3 งาน กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ประเมินว่าจะสามารถสร้างเงินสะพัดในประเทศไทยรวม 100,173 ล้านบาท ผลักดันการเติบโตให้จีดีพีได้ 68,520 ล้านบาท สร้างรายรับภาษีให้ภาครัฐ 20,641 ล้านบาท และ สร้างการจ้างงาน 230,442 คน

ทั้งหมดนี้  ครม.ภายใต้การนำของ”ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปักหมุดทิ้งไว้ด้วยคำมั่นและสัญญา ที่ต้องติดตามกันต่อไป โดยเฉพาะกับงบประมาณ 400 กว่าล้านบาท  กับ 7 โครงการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี จะเกิดมรรคผลคืบหน้าอย่างไรบ้าง

หรือจะเหมือนกับ บทเพลง“เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน แล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมา” จนล่วงเลยผ่านมาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว 

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” ระวังปี65 ไม่รอดคุกหากดันทุรัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/493033

17 พ.ย. 2564 |18:00 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” แผนกำจัดไวรัส “ประยุทธ์” หวังแก้ รธน. ยกเลิกส.ว. เตือนปีหน้าระวังชะตาขาดให้ระวังไม่รอดคุก หากดันทุรัง ชะตาตกร่วม “ปิยบุตร” บุกสภาย้ำเสนอแก้ รธน. พาประเทศกลับประชาธิปไตย แนะทำงานเป็นทีมจะดีมาก ดวงน้าหลานเกื้อกูลกันดี

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบันโหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติเส้นทางชีวิต การเมือง “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” หลานอดีต นายกรัฐมนตรี อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ วัย 29 ปี เกิดวันพฤหัสที่ 10 ธันวาคม 2535 เดือนมรณะพฤศจิกายน ตกดวงขัดแย้งเป็นศัตรู ระวังผลร้ายตอบกลับ 

เกณท์ชะตา “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” รอบหน้า ปี 65 เจอมรสุมหนัก เมื่อดาวมฤตยูโคจรทับดวงชะตา อีกดาวเสาร์ขัดแย้งเป็นศัตรู ตกชะตาชีวิต แตกแยก สาดซัด พลัดพรากไม่สมหวัง วุ่นวาย เกณท์ชะตาร่วม ปิยบุตร แสงกนกกุล ไอติม ชะตาชีวิต ไม่มีดวงเล่นการเมือง แต่เพราะอยากหาเรื่องใส่ตนเอง ไร้ความเป็นผู้นำ

หากเป็นตัวสำรองอาจเป็นได้ ชีวิต “ไอติม พริษฐ์” ไม่มีตำแหน่งเส้นทางมืดมน ถึงแม้นว่า เป็นคนที่รู้จักปรับตัวเองได้ทุกสถานการณ์ และ มีผู้หลักผู้ใหญ่คอยให้การสนับสนุน เป็นคนที่เรียนรู้อะไรได้เร็ว ทำงานเป็นทีมจะดีมาก 

มีความพยายาม มีความอดทนตั้งใจอยากจะทำอะไรให้สำเร็จ ก็จะตั้งเป้าหมายตนเองเอาไว้ เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทาง แต่สำเร็จหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าก้าวจังหวะผิด หรือก้าวผิดเส้นทางชีวิตก็อาจจะล่มสลายได้เหมือนกัน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม หลังผูกดวง ระหว่าง ไอติม และ ดวงอภิสิทธิ์ เป็นน้าหลานที่เกื้อกูลและสมพงศ์กัน หากจะจับมือร่วมอุดมการณ์เดียวกันก็ทำได้

ซินแสเข่ง ผ่าดวง "ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ" ระวังปี65 ไม่รอดคุกหากดันทุรังซินแสเข่ง ผ่าดวง “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” ระวังปี65 ไม่รอดคุกหากดันทุรัง

แต่หากเป็น คุณปิยบุตร แสงกนกกุล อาจจะพากันล่ม เพราะต่างฝ่ายมีชนักติดหลังและฐานดวงไอติมไม่มั่นคงพอสมควร และนายปิยบุตรนั้น ถูกศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ยังแอบย่องเข้าร่วมแถลงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ

ได้กลิ่นเลือกตั้ง “สุชาติ ตันเจริญ” ขยับเลือกข้างป้อม-ธรรมนัส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492994

17 พ.ย. 2564 |15:00 น.

สัญญาณใกล้เลือกตั้ง “สุชาติ ตันเจริญ” ซุ้มบ้านริมน้ำ โผล่เลือกข้าง พล.อ.ประวิตร-ธรรมนัส จัดทัพผู้สมัคร ส.ส.ภาคตะวันออก และภาคอีสาน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เงียบไปนาน “สุชาติ ตันเจริญ” แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ เริ่มขยับขับเคลื่อน เหมือนได้กลิ่นการเลือกตั้งครั้งใหม่ แม้ซุ้มบ้านริมน้ำจะมี ส.ส.ไม่กี่คน แต่ก็เป็นพันธมิตรบ้านใหญ่ทั้งชลบุรีและสระแก้ว

ภาพสะท้อนความขัดแย้งในพลังประชารัฐ จากยุทธการกดดันธรรมนัสที่ผ่านมา กลุ่มบ้านริมน้ำของ “สุชาติ ตันเจริญ” ชัดเจนว่าเลือกฝั่งบ้านป่ารอยต่อฯ ถ่วงดุลกลุ่ม 6 รัฐมนตรีฝั่งทำเนียบ

การเลือกตั้งครั้งใหม่ “สุชาติ” พร้อมเครือข่ายกลุ่มบ้านริมน้ำในอีสานเหนือ อาจช่วยเติมเต็มกลุ่มธรรมนัส ที่พยายามเข้าไปจัดทัพอีสาน

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.2564 ไพศาล พืชมงคล เจ้าสำนักกฎหมายธรรมนิติ โพสต์เฟซบุ๊ค Paisal Puechmongkol บอกเล่าสถานการณ์ในพรรคพลังประชารัฐ ว่า “พปชร.เร่งจัดทัพ อาการใกล้เลือกตั้ง ทางหนึ่งว่า พปชร.เละแล้ว รอลุงตู่เข้าไปยึดพรรค แต่อีกทางหนึ่ง ลุงป้อมบัญชาการ จัดทัพเลือกตั้งไปไกลแล้ว..”

ตอนหนึ่ง ไพศาลพูดถึงกลุ่มบ้านริมน้ำว่า “ส่วนภาคตะวันออก บ้านริมน้ำ แกนนำกลุ่ม16 ก็แน่นปึ้กกับลุงป้อม-ธรรมนัสกันมานาน แต่ที่เงียบกริบนั้นก็คือสัญญานพร้อมเหมือนกัน”

หมวกอีกใบหนึ่งของไพศาลคือ อุปนายกและเลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน ซึ่งปัจจุบัน สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 ก็เป็นอุปนายกสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน

หลายปีมาแล้ว ไพศาล พืชมงคล และสุชาติ ตันเจริญ ได้อาศัย สมาคมไทย-จีนคอนเนกชั่น เคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งในประเทศและต่างประเทศ ฉะนั้น ข่าวสารจากกลุ่มบ้านริมน้ำ จึงเชื่อถือได้แน่นอน

‘ซุ้มเล็ก-หัวหน้าเก๋า’

ช่วงเลือกตั้ง 2562 “สุชาติ ตันเจริญ” อาสามาเป็นแม่ทัพเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐ โดยรับผิดชอบภาคตะวันออก และภาคอีสานเหนือ(6 จังหวัด) แต่ผลเลือกตั้งก็พลาดเป้าเกือบหมด

โชคดีที่สนามฉะเชิงเทรา พลังประชารัฐได้มา 2 ที่นั่งคือ เขต 2 ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ และเขต 3 สุชาติ ตันเจริญ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้สมัคร ส.ส.สายบ้านริมน้ำในภาคอีสาน ถึงจะพ่ายแต่ก็เก็บคะแนนได้เฉลี่ยเขตละไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น บางเขตได้เกิน 3 หมื่นคะแนน ส่งผลให้ อรรถกร ศิริลัทธยากร ลูกชายของ อิทธิ ศิริลัทธยากร อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา 4 สมัย ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ

นอกจากนี้ “สุชาติ” ยังเป็นพันธมิตรกับตระกูลเทียนทอง บ้านใหญ่สระแก้ว และตระกูลคุณปลื้ม บ้านใหญ่ชลบุรี สุชาติจึงส่งลูกน้องคนสนิท พิกิฏ ศรีชนะ อดีต ส.ส.ยโสธร ไปเป็นเลขานุการรัฐมนตรีวัฒนธรรม(อิทธิพล คุณปลื้ม) และเวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีวัฒนธรรม

ปลายปี 2563 สุชาติ ตันเจริญ และอิทธิ ศิริลัทธยากร ออกแรงเต็มที่ หนุนผู้ใหญ่ไก่-กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ เป็นนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา อีกสมัย และมดเล็ก-ศักดิ์ชาย ตันเจริญ เป็น ส.อบจ.เขต อ.พนมสารคาม

‘เลือกบ้านป่ารอยต่อ’

ศึก 6 รัฐมนตรีขับเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ “สุชาติ” ไม่ได้แสดงตัวว่ายืนข้างไหน เพราะสวมหัวโขนรองประธานสภาฯ แต่ อรรถกร ศิริลัทธยากร กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ สายบ้านริมน้ำ เลือกฝั่งธรรมนัส

ยกเว้น ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 เพื่อนรักของ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามธรรมนัส เช่นเดียวกับสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง

ปลายเดือน ต.ค.2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พยายามโชว์บทบาทการจัดกระบวนทัพเลือกตั้ง โดยยกขบวนไปประชุมเลือกตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ ประจำเขตเลือกตั้ง จ.ร้อยเอ็ด

ในวันดังกล่าว เวียง วรเชษฐ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด สายบ้านริมน้ำ และจุรีพร สินธุไพร อดีตแกนนำแดงพัทยา สายตรงธรรมนัส เป็นผู้จัดเวทีประชุมตัวแทนพรรคสาขาร้อยเอ็ด พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.

มีข้อน่าสังเกต วันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปตรวจราชการที่สกลนคร และทอดกฐินที่นครพนม กลับไม่มีอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ สายบ้านริมน้ำ แถวสกลนคร ไปต้อนรับ หรือว่านักการเมืองกลุ่มนั้น ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่แล้ว

สถานการณ์ที่พลังประชารัฐตกเป็นรองในภาคอีสาน อดีต ส.ส.และนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มบ้านริมน้ำ แถวยโสธร ,ร้อยเอ็ด,มุกดาหาร และอำนาจเจริญ ก็พอจะจัดทัพลงสู้กับเพื่อไทยได้บ้าง

“แพ้โหวต” ในสภา ยังเดินหน้า หาทางแก้รัฐธรรมนูญ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492990

17 พ.ย. 2564 |15:00 น.

พริษฐ์-ปิยะบุตร “แพ้โหวต” ในสภา แต่ยังเดินหน้าหาทางแก้รัฐธรรมนูญ เชื่อ เลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นบทพิสูจน์แนวทางที่เสนอ

"แพ้โหวต" ในสภา ยังเดินหน้า หาทางแก้รัฐธรรมนูญ“แพ้โหวต” ในสภา ยังเดินหน้า หาทางแก้รัฐธรรมนูญ

จบไปตามความคาดหมาย สำหรับการลงมติวาระ1 ขั้นรับหลักการ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ รีโซลูชั่น ที่ประชาชน กว่าแสนสามหมื่นคน ร่วมลงชื่อเสนอกฏหมายตามรัฐธรรรมนูญ  ที่ประชุมรัฐสภา มีมติเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา256 วงเล็บสาม  การลงมติรับหลักการต้องมีเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสภา 723 เสียง หรือต้องได้รับเสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 362 เสียง ในจำนวนนี้ ต้องมีสว.อยู่ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 84 คน ก่อนการลงมติ ที่ประชุมวิปรัฐบาลมีมติไม่รับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำให้ทั้ง  ทำให้ความหวังที่ร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านวาระแรกรับหลักการ เลือนรางลงทันที และเป็นไปตามท่าทีการอภิปรายในสภาเมื่อวานนี้  

23 มาตราของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถูกเชื่อมโยง เป็นการให้อำนาจสภาผู้แทนราษฎรมากเกินไป ผู้อภิปรายหลายคนปริวิตกว่า อำนาจดังกล่าว จะไปก้าวก่าย อำนาจอธิปไตยอื่นๆ จนทำให้เสียรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  สมาชิกวุฒิสภา บางส่วน เลือกที่จะไม่พูดถึงผลกระทบ ต่อสถานะตัวเอง จากร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้  แต่ยกตัวอย่างที่เป็นผลกระทบ ต่อศาล องค์อิสระ และกองทัพ ขึ้นมาอภิปรายให้เห็นถึงอำนาจที่ล้นเกินของสส.อันมีที่มาจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้  ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด คือการกำหนดให้มีผู้ตรวจการ กองทัพ ศาล องค์กรอิสระและเข้าไปมีส่วนร่วมในสภากลาโหม สมาชิกวุฒิสภา ที่โต้แย้งอย่างแข็งขันคือนาย กิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ กล่าวหาผู้ชี้แจง เนรคุณแผ่นดิน ล้มล้างสถาบัน  จนประธานต้องสั่งให้ถอนคำอภิปราย
"แพ้โหวต" ในสภา ยังเดินหน้า หาทางแก้รัฐธรรมนูญ“แพ้โหวต” ในสภา ยังเดินหน้า หาทางแก้รัฐธรรมนูญ

หลังการลงมติ ตัวแทนผู้เสนอร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญ ทั้ง พริษฐ์ วัชระสินธุ์ จากกลุ่ม รีโซลูชั่น และ ปิยะบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการกลุ่มก้าวไกล แถลงท่าทีว่า ยังไม่หมดหวัง กับความพยายาม เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ร่างของพวกเขา ไม่ได้สุดโต่ง ตามที่ถูกกล่าวหา แต่เป็นร่างรัฐธรรมนูญปกติ ธรรมดาที่ควรจะเป็น ไม่ใช่แบบรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นเครื่องค้ำยันอำนาจ
"แพ้โหวต" ในสภา ยังเดินหน้า หาทางแก้รัฐธรรมนูญ“แพ้โหวต” ในสภา ยังเดินหน้า หาทางแก้รัฐธรรมนูญ


กลุ่มผู้เสนอกฏหมาย ฝากให้ประชาชน พิจารณา ส.ส.ที่ลงมติ แล้วนำร่างรัฐธรรมนูญไปกำหนดเป็น นโยบาย  กำหนดท่าทีการเลือกตั้งครั้งหน้าให้ได้ตัวแทนเข้ามาทำหน้าที่ ตามเจตนารมย์ที่ประชาชนต้องการ

ยิ่งกว่า “ละครน้ำเน่า” การเมืองต้องตบจูบ เรื่องจริงเพื่อขู่หรือปรับครม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492894

นายหัวไทร

16 พ.ย. 2564 |20:00 น.

“รัฐบาลผสม” ของหลายพรรคการเมืองเป็นเรื่องปกติธรรมดา แต่วันนี้การเมืองเริ่มแสดงให้เห็นถึงบทนักแสดงที่ยิ่งกว่า “ละครน้ำเน่า”

รัฐบาลผสมอันเกิดจากการรวมตัวของหลายพรรคการเมือง แม่น้ำต่างสาย ไผ่ต่างกอ เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการเมืองต่างพรรค ย่อมมีฉากตบจูบกันบ้างพอเป็นกษัย

แต่หลังจาก “ตบจูบ” “ตบจูบ” ก็มักจะจบลงด้วยบทรักอันหวานชื่น เหมือนกันคนในรัฐบาลพ่นน้ำลายใส่กัน สุดท้ายก็จบลงด้วยงานเลี้ยงประสานสามัคคี จูบปากกันของพรรคร่วมรัฐบาล “ละครน้ำเน่า”

พรรคประชาธิปัตย์มี ส.ส. 50 คน แต่เสียงดังกว่าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี ส.ส.ในมือถึง 122 คน อันเกิดจากนักการเมืองกระดูกคนละเบอร์ นักมวยชั้นเชิงกับนักมวยไฟท์เตอร์ ลีลาย่อมต่างกัน

แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่กล้าที่จะขัดคอ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ขัดเคืองใจ ทั้งๆที่ใจบางเรื่องอาจจะคิดว่า ทำไม ทำไม เช่น สินค้าราคาแพง เอารถไปเร่ขาย มันได้อะไร หรือร้านธงฟ้า ทุกวันนี้คนเข้าไปใช้บริการกี่มากน้อย

ปัญหาล่าสุดเกิดจาก “นายสันติ พร้อมพัฒน์” รมช.คลัง พรรคพลังประชารัฐ ออกมาวิจารณ์โครงการประกันรายได้เกษตรกรว่า ทำให้เกษตรกรอ่อนแอ การเกษตรไม่พัฒนา สร้างภาระหนักให้รัฐบาลต้องหางบจ่ายชดเชยประกันราคาข้าว

คำพูดของ “สันติ” ไปแหย่รังแตนพรรคประชาธิปัตย์เต็มๆ เพราะนโยบาย “ประกันรายได้เกษตรกร” เป็นนโยบายที่พรรคประชาธิปัตย์ผลักดัน และเป็นเงื่อนไข 1 ใน 4 ข้อของการร่วมรัฐบาล

ประชาธิปัตย์ ส่งเด็กๆออกมาตอบโต้พอเจ็บๆคันๆอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์แถลงตอบโต้ นายสันติ ว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นโครงการของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นเงื่อนไขที่พรรคประชาธิปัตย์ยอมเข้าร่วมรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ยอมรับโครงการประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์ไปบรรจุเป็นนโยบายรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา

ดังนั้น รัฐบาลต้องรับรู้อยู่แล้วว่าจะต้องใช้เม็ดเงินจ่ายชดเชยให้เกษตรกรแต่ละปีจำนวนเท่าใด??

เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลังต้องไปจัดงบมาจัดสรรให้เพียงพอ แทงตรงขั้วหัวใจของสันติ แถมตอกย้ำว่า สันติ จึงไม่ควรบ่นว่าโครงการนี้สร้างภาระหนักให้รัฐบาล และไม่ควรวิจารณ์ว่าโครงการประกันราคาทำให้ชาวนาอ่อนแอ ฯลฯ

โดนพรรคประชาธิปัตย์สวนกลับโครมเดียว สันติ เงียบกริ๊บ

แค่นั้นยังไม่พอ ประชาธิปัตย์อัดสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ และ รมว.พลังงาน ยับเยินที่ไม่กระตือรือร้นแก้ไขวิกฤติราคาน้ำมันแพง ที่ส่งผลกระทบต่อภาคการขนส่ง ต่อราคาสินค้าขายปลีกและค่าครองชีพประชาชน ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าเรียกร้องปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง 5 บาท เพื่อให้ราคาน้ำมันมาอยู่ที่ 25 บาท/ลิตร

แต่รัฐบาลโดยสุพัฒน์พงษ์ กลับปฏิเสธ เพราะภาษีสรรพสามิตน้ำมันเป็นรายได้หลักของรัฐบาล สุพัฒน์พงษ์ กลับเสนอ ครม.สัญจรที่กระบี่ขอกู้เงินเข้ากองทุนน้ำมัน 20000 ล้านบาท เพื่อพยุงดีเซลไว้ที่ไม่เกิน 30 บาท/ลิตร และ ครม.ก็เห็นชอบ

อัครเดช ส.ส.ราชบุรี เรียกร้องให้ สุพัฒนพงษ์ ไขก๊อกจากรัฐมนตรีพลังงาน ถ้าไม่ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอของภาคเอกชนให้ปรับโครงสร้างราคาเชื้อเพลิง ซึ่งมีผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างสำคัญ

ถ้า “สุพัฒนพงษ์” ยังไม่มีแอ็กชั่นใดๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงก็ขอให้นายกฯปลดสุพัฒน์พงษ์พ้นรัฐมนตรีพลังงาน

อ่วมเลยครับงานนี้

มีคลิปวีดีโอออกมาเผยแพร่ผ่านมาโซเชียลระบุว่า รถบรรทุกจากบ้านเราข้ามฝั่งไปเติมน้ำมันฝั่งเมียนมา แค่ราคาลิตรละ 21 บาทเอง ทั้งๆที่เป็นน้ำมันที่ ปตท.ส่งออกไปขาย

คลิปนี้คนใน ปตท.และกระทรวงพลังงานเงียบกริบเหมือนเดิม ไม่มีคำอธิบาย หรือคำชี้แจงใดๆ

ชาวบ้านเดือนร้อนกันทุกหย่อมหญ้ากับปัญหาน้ำมันแพง แต่ ปตท.กลับแถลงผลประกอบการมีกำไรอื้อซ่า มีอะไรจะอธิบายกับชาวบ้านเพิ่มหรือไม่

ดูเหมือนพรรคพลังประชารัฐจะไม่หยี่หร่ากับปัญหาเหล่านี้ กลับปล่อยให้ “เอ๋-ปารีณา” ละลาบละล้วงผู้อาวุโสของพรรคประชาธิปัตย์ “ชวน หลีกภัย” หาว่าเป็นคนแก่ แถมยังยุส่งให้เปลี่ยนเป็น “สุชาติ ตันเจริญ”

การปรับ ครม.ต้องมีขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เพื่อทดแทนรัฐมนตรีสองคนที่ถูกให้ออก “รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า-นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” ก็อยากให้นายกฯตู่พิจารณาด้วยว่า รัฐมนตรีที่มีอยู่คนไหนด้อยคุณภาพ ไม่ทำงานก็ควรปรับออก อย่าปล่อยให้เป็นลูกตุ้มถ่วงรัฐบาล และหาคนใหม่ที่มีคุณภาพ มุ่งมั่น ตรงใจทำงานเข้ามาทำหน้าที่แทน เพราะอย่าลืมว่า การเมืองกำลังเดินไปสู่สนามเลือกตั้งแล้ว

เรื่อง : นายหัวไทร  

มองข้ามช็อต เกมแก้ไขร่างรธน.ฉบับประชาชน ปลุกมวลชนโหนกระแส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492789

16 พ.ย. 2564 |20:00 น.

ช็อตต่อไปหลังเกมแก้ไขร่างรธน.ฉบับลุย-ล้อม-โละ-รื้อ-ถอนรากระบอบเดิมๆที่มวลชนสามนิ้วมิปรารถนา หากไม่ประสบผลตามอารมณ์หมาย จะมีการอาศัยจังหวะขับเคลื่อนมาเป็นลูกระนาด เจาะประเด็นร้อน โดย เมฆาในวายุ

ค่อนข้างแน่นอนแล้วว่า  เพลานี้แกนนำมวลชน”สามนิ้ว”หลากรุ่นโดนคดียาวเป็นหางว่าวและยากที่จะได้รับการประกันตัวชั่วคราวมาสู้คดี แม้ฝ่ายคนหลังฉากและผู้กำกับบทจะพยายามปั้นแกนนำรุ่นใหม่ที่เสมือนไม่กลัวน้ำร้อนขึ้นมาลุย-รับไม้ต่อเพื่อสานฝันสิบข้อเรียกร้องและต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์?  รวมทั้งเหตุความรุนแรงที่คล้ายว่าจะเป็นหนึ่งบทละครที่ต้องมีแทบบุกคราวหากเกิดการชุมนุมขึ้น

ถามว่า..หลายครั้งจะพิสูจน์ทราบได้ว่ามวลชนก่อเหตุรุนแรงขึ้นเอง…ทำไมผู้จัดการชุมนุมหรือแกนนำรวมทั้งฝ่ายหนุนการชุมนุมเลือกที่จะหลบเข้ามุม แต่บางครั้งที่ยังไม่อาจหาตัวผู้ลงมือมาดำเนินคดีได้ กลับมีการกล่าวร้ายให้โทษว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐโดยพลัน(บางครั้งเจ้าหน้าที่รัฐบางนายก็ดำเนินการด้วยวิธีสุ่มเสี่ยงนอกกติกาเอง ตรงนี้ต้องว่ากันไปตามขั้นตอน)

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว "รุ้ง ปนัสยา" คดี ม.112 ชี้ หลังถูกฟ้องคดีนี้เเล้วเกรงปล่อยตัวจะกระทำผิดซ้ำเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ศาลอาญากรุงเทพใต้ ยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว “รุ้ง ปนัสยา” คดี ม.112 ชี้ หลังถูกฟ้องคดีนี้เเล้วเกรงปล่อยตัวจะกระทำผิดซ้ำ

เหลียวมองไปยังเสียงสะท้อนของบรรดามวลชนหลายชีวิตที่ออกมาร่วมชุมนุมกับสารพันกลุ่มการชุมนุมจากสื่อออนไลน์ที่นำเสนอข้อมูลของพวกเขานั้น…อ่านนัยยะได้ว่าพวกเขาไม่พอใจหลายวาระของสถาบันและรัฐบาลรวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ บวกกับกฎหมายไม่เป็นธรรม (รวมทั้งความเชื่อตามๆกันมา โดยมิได้ไตร่ตรองข้อมูลให้รอบด้าน)จึงจำเป็นต้องเคลื่อนไหวและยกระดับความรุนแรง

ขณะเดียวกันมักจะมีการอ้างความไม่รู้โทษานุโทษของการฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับที่บังคับใช้ในวันวาน-วันนี้  บางรายก็อ้างความเป็นเยาวชนมาเป็นเกราะกำบังการต่อสู้คดี


พิจารณากันให้ดี  แกนนำที่โดนคดีไปหลายครั้ง มักจะแสดงจุดยืนช่วงก่อนและหลังการชุมนุม นัยว่ารู้ตัวดีว่าหากออกไปปรากฏกายในเพลาที่การชุมนุมบังเกิด งานเข้าทันที  ดังนั้นการปั่นกระแสและเร้ามวลชนให้สู้นั้น จึงเป็นการบ้านข้อเดียวที่แกนนำบางคนเลือกใช้ แล้วจึงหาเหตุแก้ตัววันหลังในการไม่ไปโชว์ตัวร่วมกับมวลชน

เอาเข้าจริงแล้ว….หากเทียบการชุมนุมครั้งแรกๆของกลุ่มสามนิ้วตั้งแต่ปีที่แล้ว-วันนี้ คล้ายว่าหลุมดำในห้วงอวกาศที่พวกเขากำหนดอาณาเขตการต่อสู้นั้นคล้ายว่า….กำลังดูดพวกเขาให้ร่วงหล่นจมสู่ก้นหลุมลึกลงไปเรื่อยๆ


ขณะเดียวกันกลเกมการเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายหลากฉบับ(ร่างรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน-ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112)ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกรัฐสภานั้น มองแล้วน่าจะจอดป้ายนี้

ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า มาชี้แจงการยืนญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเมื่อวันที่ 16  พ.ย.64 ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า มาชี้แจงการยืนญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเมื่อวันที่ 16 พ.ย.64

หากอ่านกลเกมการแก้กฎหมายนั้น เชื่อเลยว่ากุนซือ”ม็อบสามนิ้ว”มองออกว่าอย่างไรเสียร่างกฎหมายเหล่านี้โดนคว่ำแน่…โดยจะโยนบาปไปให้250ส.ว.และพรรคร่วมรัฐบาลชุดนี้ที่เป็นการสืบทอดอำนาจของคสช.(โดยมิมองว่าสมาชิกรัฐสภานั้นมีเอกสิทธิในการแสดงความเห็นและลงมติ และมิมองว่าเนื้อหาของร่างกฎหมายฉบับนั้นๆ หากผู้เสนอร่างกฎหมายอภิปรายชี้แจงเหตุผลที่โน้มน้าวสมาชิกรัฐสภาได้นั้น การลงมติเห็นชอบร่างกฎหมายฉบับนั้นๆก็เกิดขึ้นได้)

แต่การที่ร่างกฎหมายต่างๆนานาเหล่านี้ ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภานั่นแหละ..จะเป็นปฐมบทใหม่ที่เป็นต้นเหตุ-เชื้อไฟที่จะนำไปปลุกมวลชนใหม่ในวาระถัดๆไปแบบขยายความกว้างของหลุมดำนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บวกกับข้อเรียกร้องสิบข้อที่ฝืนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญของบรรดาผู้ชุมนุมที่จะออกมาแสดงออกในวาระอื่นๆแบบมิกลัวเกรงกฎหมายนั้น ส่อว่าเป็นการวางแผนในห้วงเวลาที่สอดรับการเตรียมตัวลงสนามเลือกตั้งใหญ่ของบางพรรคในเวลาไม่กี่อึดใจข้างหน้าหรือไม่..

การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามนิ้ว ที่อยู่ในสภาพ ไร้แกนนำ การเคลื่อนไหวของกลุ่มสามนิ้ว ที่อยู่ในสภาพ ไร้แกนนำ

เพราะการปลุกกระแสให้เกิดฐานคะแนนใหม่และรักษาฐานคะแนนเดิม (เน้นคนรุ่นใหม่และคนที่มีแนวคิดซ้าย-ซ้ายจัดที่จะเป็นผู้ใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง) โดยการวางหมากไว้แบบนี้ไปเรื่อยๆและบางวาระอาจเน้นกิจกรรมหลักแบบBiG BanGนั้น ประเมินว่าฝ่ายกุนซือม็อบสามนิ้วน่าจะเชื่อว่า จะปั่นกระแสและแต้มคะแนนเพื่อเพิ่มจำนวนส.ส.ได้หลายชีวิตจากฐานตัวเลขเดิมที่มาจาก22มี.ค.2562

เกมลุย-ล้อม-โละ-รื้อ-ถอนรากระบอบเดิมๆที่มวลชนสามนิ้วมิปรารถนา จึงต้องขับเคลื่อนมาเป็นลูกระนาด

เพื่อให้เกิดปฏิกริยาทางสังคม แล้วจึงนำข้อมูลในสิ่งที่บังเกิดมาร่างกฎเพื่อบังคับใช้ในบ้านเมือง

หากมิสมหวัง..สมการเหล่านี้ก็วนกลับมาใหม่แปรเปลี่ยนเพียงเงื่อนไขและวิธีการ รวมทั้งการกระทำที่ส่อเค้าจะแรงขึ้นไปเรื่อยๆ คล้ายดั่งเสียงร้องเรียกของทารกที่เพิ่มดีกรีเรื่อยๆหากมิได้ดั่งใจนึก

แต่..การขยับแบบนี้บ่อยๆ ระวังอาการตายด้านจากสังคมจะพึงบังเกิด

และการร่วงดิ่งลงสู่หลุมดำที่พวกเขาตีเส้นอาณาเขตไว้นั้นจะขยายวงและเพิ่มแรงดูดพวกเขาให้ตกลงไปแบบไม่รู้ตัว

โดยที่…ผู้กำกับบทและฝ่ายกุนซือ จะลอยหลุดจากแรงดึงดูดนี้ไปสไตล์ชิลล์ๆเพื่อไปแสวงหาเหยื่ออธรรมรายใหม่ๆมาลงสนามสู้ในเกมต่อไป