อุ้มป้อมลุยระนอง “ธรรมนัส” เขย่าขวัญ ส.ส.ค่ายลูกชิ้นฮั้งเพ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492878

16 พ.ย. 2564 |20:00 น.

ไม่ได้ไปกระบี่ “ธรรมนัส” ย่องเงียบพา พล.อ.ประวิตร ลุยระนอง ทีมนายก อบจ.สายผู้กอง ต้อนรับอบอุ่น แต่ทายาทลูกชิ้นฮั้งเพ้ง ส.ส.ภูมิใจไทย หนาวยะเยือก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เก็บตก ครม.สัญจร 6 จังหวัดอันดามัน “ธรรมนัส” ย่องเงียบพา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บุกระนอง กรุยทางสร้างฐานหาเสียงสมัยหน้า เขย่าขวัญเจ้าถิ่นค่ายภูมิใจไทย

หลายคนอาจไม่ทราบ “ธรรมนัส” หนุน สจ.อิทธิ์-ธนกร บริสุทธิญาณี ยึดเก้าอี้นายก อบจ.ระนอง เมื่อปลายปีที่แล้ว ฉะนั้น ทีม อบจ.สายพลังประชารัฐ จึงยกทีมต้อนรับ พล.อ.ประวิตร คึกคักยิ่ง

น่าจับตา “ธรรมนัส” กับย่างก้าวสำคัญในเมืองฝนแปดแดดสี่ คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ส.ส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ทายาทลูกชิ้นฮั้งเพ้ง คงหนาวยะเยือก

วันที่ 15 พ.ย.2564 ธนกร บริสุทธิญาณี นายก อบจ.ระนอง พร้อมด้วย พงศกร พรหมสุวรรณ รองนายก อบจ. และคณะผู้บริหาร พร้อมสมาชิกสภา อบจ. ได้ร่วมต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดระนอง ติดตามงานด้านความมั่นคง

ตัวละครสำคัญในทริปนี้คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พ่วงด้วย นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค

ปลายปีที่แล้ว “ธรรมนัส” ส่ง หิมาลัย ผิวพรรณ มาช่วย สจ.อิทธิ์-ธนกร บริสุทธิญาณี ทำศึกเลือกตั้ง อบจ.ระนอง และสามารถเอาชนะคู่แข่งจากค่ายลูกชิ้นฮั้งเพ้งไปได้ขาดลอย

‘รวมพลังระนอง’

วันรับสมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.ระนอง หิมาลัย ผิวพรรณ เงาของ “ธรรมนัส” เดินทางมามอบช่อดอกไม้ให้กำลังแก่ สจ.อิทธิ์-ธนกร บริสุทธิญาณี ผู้สมัครนายก อบจ.ระนอง แค่ภาพนี้ภาพเดียวก็สะเทือนไปทั้งระนอง

เดิมที ธนกร บริสุทธิญาณี อดีต สจ.หลายสมัย และอดีตรองประธาน ส.อบจ. ก็อยู่ในกลุ่มระนองก้าวหน้า ของ บดินทร์ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้ดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายลูกชิ้นหมูฮั้งเพ้ง และลูกชิ้นเนื้อแชมป์ มาตั้งแต่ปี 2527

เสี่ยลูกชิ้นฮั้งเพ้ง บดินทร์ตั้งกลุ่มระนองก้าวหน้า ลงสนามการเมืองท้องถิ่น เป็นนายก อบจ.ระนอง 3 สมัย ก่อนส่งไม้ต่อให้ลูกชาย คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เป็นนายก อบจ.ระนอง ปี 2555

มาถึงปี 2563 กลุ่มระนองก้าวหน้า ส่งโกชัย-ชัยพัฒน์ เศรษฐยุกานนท์ อดีตเลขานุการนายก อบจ.ระนอง สมัยนายกฯฮั้งเพ้ง เป็นตัวแทนลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.

ส่วนคู่แข่งโกชัยคือ สจ.อิทธิ์-ธนากร บริสุทธิญาณี ที่แยกวงมาตั้งกลุ่มระนองรวมพลัง แตะมือกับคนการเมืองสายพลังประชารัฐ สจ.อิทธิ์ เป็นทายาทเจ้าของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์

ร.อ.ธรรมนัส ได้รับการต้อนจากทีม อบจ.ระนองร.อ.ธรรมนัส ได้รับการต้อนจากทีม อบจ.ระนอง

ผลเลือกตั้ง สจ.อิทธิ์-ธนกร ชนะโกชัย-ชัยภัทร ด้วยคะแนนที่ห่างกันนับหมื่นแต้ม และตั้งทนายกุ่ย-พงศกร พรหมสุวรรณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ระนอง พลังประชารัฐ เป็นรองนายก อบจ.

‘ค่ายลูกชิ้นสะเทือน’

ว่ากันว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.ภาคใต้ ตอนบน “ธรรมนัส” ได้ให้การสนับสนุนผู้สมัครนายก อบจ.ระนอง และสุราษฏร์ธานี ซึ่งทั้งสองสนามก็ประสบชัยชนะ

สำหรับ คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ส.ส.ระนอง สมัยแรก ได้ใช้เวลาหลายปี สะสมขุมกำลังโดยอาศัยฐานการเมืองของบิดา-บดินทร์ ฉัตรมาลีรัตน์ สร้างไว้ให้สมัยเป็นนายก อบจ.

การเลือกตั้งปี 2562 กระแสเปลี่ยนในระนองมาแรงมาก จึงทำให้ คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ล้มแชมป์ 8 สมัยอย่างวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์

ส่วนผู้สมัครที่คะแนนเป็นอันดับ 2 คือ ทนายกุ่ย-พงศกร พรหมสุวรรณ พลังประชารัฐ ได้21,943 คะแนน ชนะอันดับ 3 วิรัช ร่มเย็น ที่ได้แค่ 17,600 คะแนน

ตอนเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว เสธ.แอ๊ด-พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ เตรียมทหารรุ่น 12 เพื่อนรักของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ชุมพร และระนอง ปัจจุบัน ทนายกุ่ยมาอยู่ร่วมทีม สจ.อิทธิ์-ธนากร บริสุทธิญาณี สายผู้กองธรรมนัสแล้ว

เบื้องหลังเลือกตั้งนายก อบจ.ระนอง ส.ส.เอ-คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ไม่ได้ทุ่มเทช่วยโกชัยเต็มร้อย เพราะ สจ.อิทธิ์ก็คนรู้จักกันมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ส.ส.คงกฤษ และมือขวา สจ.แดง-วรานนท์ เกลื่อนสิน รองประธาน สภา อบจ.ระนองก็พร้อมป้องกันแชมป์ ส.ส.สมัยหน้า ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นสายธรรมนัส หรือสาย ปชป.

พรรคใหม่ไปยาก “จาตุรนต์” ยึดคนตุลาคอนเนกชั่น เมินดีล ส.สมคิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492857

16 พ.ย. 2564 |17:00 น.

อาการลูกผีลูกคน “จาตุรนต์” กับพรรคเส้นทางใหญ่ ไม่มีดีล ส.สมคิด ยึดอุดมการณ์คนตุลา ส่วนณัฐวุฒิ และ นปช.ส่งสัญญาณกลับบ้านเก่า คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กติกาเลือกตั้ง และอุ๊งอิ๊งเอฟเฟกต์ ส่งผลให้ “จาตุรนต์” ขับเคลื่อนพรรคเส้นทางใหม่ ไปต่อยาก ไม่ต่างจากพรรคป้ายแดงที่เคลื่อนไหวอยู่ในเวลานี้

อาคารที่ทำการพรรคสร้างเสร็จแล้ว “จาตุรนต์” ก็ยังไม่ได้ฤกษ์เปิดตัวพรรคเสียที ท่ามกลางความเงียบงัน จึงมีข่าวหลายกระแสที่มีชื่อจาตุรนต์ ไปเกี่ยวข้อง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และเหล่า 4 กุมาร

ภาพลักษณ์ของ “จาตุรนต์” คือคนเดือนตุลา ทุกย่างก้าวแวดล้อมด้วยผองเพื่อนนักกิจกรรม มช.คอนเนกชั่น อุดมการณ์ต่างจากสมคิดและพวกพ้องโดยสิ้นเชิง

แฟนเพจเฟซบุ๊คพรรคเส้นทางใหม่ เผยแพร่ภาพอาคารสำนักพรรคมาตั้งแต่เดือน ต.ค.2564 แต่ไม่มีความคืบหน้าเรื่องการเปิดตัวพรรค

ขณะที่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” ผู้ก่อการตั้งพรรค ยังนำเพื่อนพ้องน้องพี่กลุ่ม OctDem เคลื่อนไหวเรียกร้องศาลให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎร

ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ ใช้บัตร 2 ใบเหมือนรัฐธรรมนูญ 2540 มีผลกระทบต่อแผนการเปิดตัวของพรรคเส้นทางใหม่อย่างมาก ก่อนหน้านั้น “จาตุรนต์” ก็ยังหวังว่าการเลือกตั้งจะใช้กติกาเดิมที่เอื้อต่อพรรคทางเลือก

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน การเปิดตัวพรรคเส้นทางใหม่ในเดือน พ.ย.2564 ก็ต้องเลื่อนออกไป บวกกับการต่อสู้บนท้องถนนเปลี่ยนไปเร็วมาก “จาตุรนต์” พร้อมผองเพื่อนนักกิจกรรม มช. จึงต้องพูดคุยใหม่

‘เส้นทางใหม่ นปช.’

สองเดือนที่แล้ว ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ขยับเคลื่อนขบวนคาร์ม็อบ กรุยทางให้พรรคใหม่ของ “จาตุรนต์” เป็นที่รู้จักของเยาวชนคนรุ่นใหม่ แต่คาร์ม็อบก็แผ่วลงอย่างรวดเร็ว เพราะเหตุอนาธิปไตยที่สมรภูมิดินแดง

แม้ณัฐวุฒิ จะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่เขาก็เป็นคนหลังม่านตัวจริง ในการก่อร่างสร้างพรรคเส้นทางใหม่ ดังจะเห็นได้จากข้อของ กกต. พรรคเส้นทางใหม่ (สทม.) หรือชื่อภาษาอังกฤษ NEW DIRECTION PARTY (NEWDP) มีที่ทำการพรรคอยู่ที่ 3/1-3/2 ถนนนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ ม.13 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช อันเป็นบ้านเกิดของณัฐวุฒิ

“จาตุรนต์” และณัฐวุฒิ ได้พูดคุยกันมาตั้งแต่ยุบพรรคไทยรักษาชาติ เรื่องการตั้งใหม่ ให้เป็นพรรคทางเลือกของคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่สาขาพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคเสื้อแดง แต่จะวาง Positioning แบบเดียวกับพรรคก้าวไกล

ก้าวแรกของณัฐวุฒิคือ การก่อตั้งสำนักข่าว UDD news ที่แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยรวบรวมแกนนำ นปช.กลุ่มหนึ่ง มาสร้างอาณาจักรใหม่

พรรคเส้นทางใหม่ จึงมีผู้ก่อการประกอบด้วย จาตุรนต์ ฉายแสง, ก่อแก้ว พิกุลทอง,เหวง โตจิราการ, นิคม ไวยรัชพานิช ,วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ,ประภัสร์ จงสงวน,เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์, ฐิติมา ฉายแสง และวุฒิพงษ์ ฉายแสง โดยมีณัฐวุฒิเป็นกองหนุนตัวหลัก

การก่อสร้างอาคารสำนักงานพรรคเส้นทางใหม่ในย่านปากเกร็ด นนทบุรี เป็นก้าวต่อมาของณัฐวุฒิ แต่จะไปต่อหรือไม่ พวกเขากำลังครุ่นคิดกันอย่างหนัก

‘มช.คอนเนกชั่น’

“จาตุรนต์” มีดีเอ็นเอการเมืองของ อนันต์ ฉายแสง อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา มาตั้งแต่ก้าวแรกสู่ถนนเลือกตั้งปี 2529 แต่อุดมการณ์ประชาธิปไตยที่มั่นคงนั้น จาตุรนต์ก่อรูปมาแต่สมัยเป็นนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.)

ช่วงจังหวะที่จาตุรนต์เป็นนักศึกษา มช. ดอกไม้ประชาธิปไตยกำลังเบ่งบาน แนวร่วมนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ถือว่าเป็นกลุ่มนักศึกษาฝ่ายก้าวหน้าที่แข็งขัน ไม่แพ้จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ และมหิดล

ทุกวันนี้ อดีตแกนนำแนวร่วมนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กระจายตัวอยู่ในภาคธุรกิจและการเมือง ซึ่งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มี ไกรวุฒ ศิรินุพงศ์ อดีตเจ้าของ นสพ.ไฟแนนเชียลไทม์ เป็นเสาหลักของกลุ่มนี้ (ไกรวุฒิเสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2549)

อ๋อยหรือจาตุรนต์ ยังเกาะเกี่ยว “มช.คอนเนกชั่น” ในนามของคนเดือนตุลา และคนกลุ่มนี้มีส่วนผลักดันให้จาตุรนต์ ก่อตั้งพรรคเส้นทางใหม่ เป็นพรรคทางเลือกในยุคสมัยของการเปลี่ยนผ่าน

ผดุงศักดิ์ พื้นแสน ก็เป็นหนึ่งในแกนนำแนวร่วมนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อ 46 ปีที่แล้ว ปัจจุบัน ผดุงศักดิ์ทำงานอยู่ในมูลนิธิสัมมาชีพของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดผดุงศักดิ์กล่าว เรื่องดีลการเมืองระหว่าง จาตุรนต์ กับสมคิด ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะอุดมการณ์การเมืองต่างกัน แม้จะรู้จักกันมาแต่สมัยไทยรักไทย

จาตุรนต์กับเส้นทางใหม่ อาจไม่สดใส แต่จะให้เปลี่ยนจุดยืนและอุดมการณ์ เสี่ยอ๋อยคงเลือกกลับเส้นทางเก่าดูจะง่ายกว่า

อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492845

16 พ.ย. 2564 |15:00 น.

อึ้งไปตามกัน กับโผแต่งตั้งนายตำรวจ พบชื่อ “ผกก.หนุ่ย” พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นายตำรวจติดตามอดีตนายกฯ ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ คัมแบ็ค นั่งตำแหน่งรอง ผบก.กชข.

ทันทีที่มีโผรายชื่อปรากฏออกมาว่า พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ประจำ บช.ส. หรือ “ผกก.หนุ่ย” อดีตบอดี้การ์ด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขยับเป็นรองผู้บังคับการกลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบก.กชข.) ตามที่เว็บไซต์กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เผยแพร่คำสั่ง ตร. ที่ 583/2564 

หลังจากที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งราชการตำรวจ ระดับ ผู้กำกับการฯ และรองผู้บังคับการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 583-585/2564 ลงวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ทั้งที่ผู้กำกับหนุ่งเคยถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงมาแล้วเมื่อปี 2562 เนื่องจากพบว่า พ.ต.อ.วทัญญู หรือ “ผกก.หนุ่ย” เคยปรากฎข่าวถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง กรณีปรากฏภาพในขณะที่ พ.ต.อ.วทัญญู ได้ติดตาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเชียร์ฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซีย 

อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช. 

เหตุการณ์เมื่อครั้งนั้น ปรากฏว่า พ.ต.อ.วทัญญู มีการร้องทุกข์ต่อ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. โดยเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2562 คณะอนุกรรมการ ก.ตร.ชุดร้องทุกข์ ข้อหารือปัญหาข้อกฎหมาย กับที่ประชุม ก.ตร. แต่กรณีที่พ.ต.อ.วทัญญู ได้ร้องทุกข์ไว้นั้นได้มีการถอนวาระดังกล่าวออกไป และมีรายงานด้วยว่าจนถึงขณะนี้การพิจารณายังไม่แล้วเสร็จและกรณีดังกล่าวคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงที่มี พ.ต.อ.สุทธิพงศ์ แจ้งอริยวงศ์ รองผบก.อก.บช.ส.เป็นประธาน พบว่าพ.ต.อ.วทัญญู มีการเดินทางออกนอกประเทศ  9 – 10 ครั้ง โดยไม่ขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชา และไม่มีการลาราชการตามระเบียบของทางราชการ

ต่อมา พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (ผบช.ส.) จึงได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ พ.ต.อ.วทัญญู โดยมี พ.ต.อ.พิทยา การะเกษ รองผบก.ส.3 เป็นประธาน โดย ผบช.ส. ยืนยันว่ามีตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับ พ.ต.อ.วทัญญู จริง และหลังจากคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ตรวจสอบพบว่ามีมูลการกระทำผิดวินัย ส่วนผลการสอบสวนและรายละเอียดต่าง ๆ ปิดเป็นความลับ

อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.

สำหรับกรณีนี้ตามขั้นตอนของกฎหมาย ยังไม่ถือว่าถึงที่สุด พ.ต.อ.วทัญญู สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อ ก.ตร.ได้ หาก ก.ตร.พิจารณาแล้วมีความเห็นยืนตามต้นสังกัด พ.ต.อ.วทัญญู ก็สามารถยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้

ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งจากนายตำรวจระดับสูง ระบุถึงผลการสอบสวนล่าสุดของผู้กำกับการหนุ่ยว่า “ถ้ายังอยู่ในระหว่างการสอบสวน และมีการยื่นอุทธรณ์ ก็ต้องคืนตำแหน่งให้ไปก่อน จนกว่าจะมีการชี้ชัดว่าผิดจริง จึงจะให้ออก ซึ่งขั้นตอนจากนี้ ยังไม่รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว” นายตำรวจระดับสูงระบุ

กระทั่งล่าสุด ผู้กำกับการหนุ่ย ก็ตกเป็นข่าวฮือฮายิ่งกว่าข่าวแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ด้วยการกลับเข้ามารับราชการตำรวจในตำแหน่งรองผู้บังคับการกลุ่มงานผู้เชี่ยวชาญการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบก.กชข.)

แน่นอนเมื่อมีข่าวว่า ผู้กำกับหนุ่ยได้กลับเข้ามารับราชการอีกครั้ง.. สปอตไลท์ก็ฉายพรึ่บทาบทับร่างของผู้กำกับหนุ่ย ไม่ต่างจากแสงและเสียงแฟลตชัตเตอร์ที่กดรัว ๆ ของสื่อมวลชน ถ้าหากบังเอิญเดินชนกับผู้กำกับหนุ่ย ณ วินาทีนี้ 

อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.

“กลับมาได้ไง?” คำถามนี้อาจผุดขึ้นในหัวของหลาย ๆ คน ทั้งที่เป็นทั้งคนข่าวคอการเมือง คอตำรวจ คอสื่อมวลชน หรือคอ FC อดีตนายกฯทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะทุกคนย่อมรู้ดีว่าสมัยที่ นายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น จะมีนายตำรวจหน้าตาดี มาดดี เดินประกบไม่ห่าง คอยกันและอารักขานายใหญ่ทั้งสอง ผู้ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ “เจาะประเด็นร้อน” โดย  อักษร 8 ทิศ เกาะติดชีวิตผู้กำกับหนุ่ย มาให้พอเห็นภาพถึงเส้นทางชีวิตของนายตำรวจผู้นี้ที่ไม่ธรรมดา.. ขนาดว่าบางช่วงบางตอนของชีวิตเขานั้น ถูกเรียกขานว่า “หนุ่ยเทวดา” กันเลยทีเดียว 

ผู้กำกับหนุ่ย หรือ พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย นายตำรวจคนดัง เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2513 ปัจจุบันอายุ 49 ปี เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ 49 เส้นทางชีวิตราชการของผู้กำกับการหนุ่ย โลดโผนและน่าสนใจไม่น้อยเพราะ

ในอดีตนั้น เขาเคยรั้งตำแหน่ง ผกก.ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ศูนย์พัฒนาด้านการข่าว กองบัญชาการตำรวจสันติบาล แต่ประเด็นที่ทำให้ผู้กำกับหนุ่ย.. กลายเป็นนายตำรวจดาวเด่น ดาวรุ่งพุ่งแรงแซงโค้งชนิดหาตัวจับยากได้นี้ เป็นเพราะผู้กำกับการหนุ่ยได้เข้าทำหน้าที่คอยติดตามและอารักขา อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และภาพก็ยิ่งโดดเด่นมากยิ่งขึ้นเมื่อมาเดินประกบคู่กับอดีตนายกฯ “ปูคนสวย” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.

ผู้กำกับการหนุ่ย.. บรรจุเข้ารับราชการครั้งแรกในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ทำให้ได้มีโอกาสรู้จักกับ พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ธารีฉัตร หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย นายทักษิณ ชินวัตร สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งในขณะนั้น พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ดำรงตำแหน่งในกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน 

ต่อมา พล.ต.ต.อรรถกฤษณ์ ได้โยกมาเป็นผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ทำหน้าที่ดูแลงานรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และเป็นหัวหน้าทีมอารักขานายทักษิณ ทำให้ดึงตัวผู้กำกับการหนุ่ย ผู้เป็นคนคุ้นเคยและรู้มือ รู้ใจ รู้ศักยภาพในการทำงานกันเป็นอย่างดี เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมอารักขาผู้นำประเทศด้วย

หลังจากที่รัฐบาลนายทักษิณ ถูกรัฐประหารเมื่อปี 2549 ผู้กำกับการหนุ่ย ในฐานะหัวหน้าชุดคุ้มกันคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ถูกย้ายลงใต้เป็น สวป.สภ.กรงปินัง จ.ยะลา แต่ภายหลัง พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รอง ผบ.ตร.ในขณะนั้น ได้มีคำสั่งขอตัวผู้กำกับการหนุ่ย มาช่วยราชการในสำนักงาน รอง ผบ.ตร.

แต่ทันทีที่พรรคพลังประชาชนชนะการเลือกตั้งเมื่อปี 2551 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.ในขณะนั้น จึงได้คำสั่งโยกย้ายผู้กำกับการหนุ่ย กลับเข้าทำงานที่สันติบาลอีกครั้ง ในตำแหน่งสารวัตร สังกัดกองบังคับการตำรวจสันติบาล 1 มีหน้าที่ดูแลพื้นที่ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร 

ต่อมาในปี 2555 พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ผบ.ตร. ขณะนั้นได้เซ็นแต่งตั้งนอกวาระให้ผู้กำกับการหนุ่ย ขยับขึ้นเป็น รอง ผกก. ในตำแหน่งผู้ช่วยนายเวร (สบ.3) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. ซึ่งการแต่งตั้งในครั้งนี้ถือเป็นการแต่งตั้งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เพราะเหลือระยะเวลาเพียงแค่เดือนเศษก็จะถึงวาระการแต่งตั้งประจำปี แต่ปรากฏว่าผู้กำกับการหนุ่ย ไม่ได้ทำหน้าที่ผู้ช่วยนายเวรแต่อย่างใด แต่ไปปรากฎตัวในฐานะหัวหน้าทีมอารักขา น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่นเดิม

ช่วงเวลาต่อจากนั้นไม่นาน วันที่ 14 มิ.ย. 2556 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในขณะนั้น ได้มีคำสั่งแต่งตั้งผู้กำกับการหนุ่ย ในตำแหน่งผู้ช่วยนายเวร (สบ.4) เทียบเท่าตำแหน่ง ผกก. โดยใช้วิธียกเว้นหลักเกณฑ์ เนื่องจากผู้กำกับการหนุ่ย อยู่ในตำแหน่งรองผู้กำกับการไม่ครบ 3 ปี 

แต่เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองพลิกผัน เมื่อสิ้นวาสนาของนายใหญ่ทั้งสอง และตัวเองก็ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไปด้วย ชีวิตต้องระเหเร่ร่อนเพียงใดนั้น ผู้กำกับหนุ่ยรู้ซึ้งดีกว่าใคร ซึ่งบางคนอาจตั้งคำถามว่าเขาไปอยู่ที่ไหน ไปอยู่ลอนดอนกับอดีตนายกฯ ปู หรือไปดูงาน ช่วยงานอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ดูไบ แต่ที่แน่ๆ วันนี้ผู้กำกับการหนุ่ยกลับเข้าสู่รั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง เรียกว่าเป็นผู้กำกับการ “หนุ่ยเก้าชีวิต” ก็ว่าได้.. เขากลับมาได้ยังไง? ยังต้องสืบค้นในเบื้องลึกกันต่อไป 
 

อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ "ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.อึ้ง “หนุ่ยเทวดา” บอดี้การ์ดอดีตนายกฯ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” คืนรัง สตช.

เปิดปมฉาว ทำไมคนกาฬสินธุ์ไม่เอา “พระเล็ก” ทั้งพรรษาไม่ถึง ไร้ที่มาแห่งธรรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492809

16 พ.ย. 2564 |12:00 น.

เปิดปมฉาว วงการพระสงฆ์เมืองน้ำดำ ทำไมคนกาฬสินธุ์ถึงไม่เอา “พระเล็ก” ทั้งข้ามห้วย พรรษาไม่ถึง และไร้ที่มาแห่งสายธรรม

กลายเป็นเรื่องบานปลาย กับคำสั่งมติ มหาเถรสมาคม ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด โดยเฉพาะการปลด พระเทพสารเมธี หรือ เจ้าคุณบัวศรี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) พร้อมแต่งตั้ง พระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทธิญาโณ) หรือ พระเล็ก เจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย ที่มีคดีอธิกรณ์ แต่ได้มติ มส.แต่งตั้งให้ เป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) แทนเจ้าคุณบัวศรี และได้รับตราตั้งไปแล้วเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2564 ผลดังกล่าว ทำให้คณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) และ ญาติธรรม เคลื่อนไหวคัดค้านทันที เพราะมองว่าไม่เป็นธรรม และมีการล่ารายชื่อ 1 แสน ถวายฎีกาต่อในหลวงรัชกาลที่ 10 และส่งหนังสือถึง คณะกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ตรวจสอบความเป็นธรรม พร้อมที่จะคว่ำบาตร โดยเฉพาะรายงานระบุว่า สมเด็จชิน เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช ปฏิเสธว่า ไม่รู้ว่ามีคำสั่งปลดพระสังฆาธิการทั้ง 3 รูป 

เปิดปมฉาว ทำไมคนกาฬสินธุ์ไม่เอา "พระเล็ก" ทั้งพรรษาไม่ถึง ไร้ที่มาแห่งธรรมเปิดปมฉาว ทำไมคนกาฬสินธุ์ไม่เอา “พระเล็ก” ทั้งพรรษาไม่ถึง ไร้ที่มาแห่งธรรม
 

สาเหตุปลดดังกล่าว รายงานจากสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ อ้างว่า การถอดถอนพระสังฆาธิการ 3 รูป โดยเฉพาะกรณี เจ้าคุณบัวศรี สาเหตุหนึ่ง เกิดจากปัญหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีปัญหาของพระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง ในเขตตำบลลำพาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ที่ถูกสีกาใกล้ชิดร้องเรียนว่า เสพเมถุน โดยเรื่องเกิดขึ้นในปี 2557 ที่เป็นเหตุอ้างว่า เจ้าคุณบัวศรี ละเว้นปล่อยวาง ไม่ดำเนินการใด ๆ แต่มีข้อมูลจากแหล่งข่าววงในแจ้งว่า ปัญหาการร้องเรียนนี้เกิดขึ้นจริงในปีดังกล่าว ซึ่งในปีเดียวกัน ได้มีการนำเรื่องเข้ามาที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำเรื่องเข้ามาแจ้งยังสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) 

โดยเจ้าคุณบัวศรี ซึ่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) ได้เรียกประชุมสงฆ์ ทำการตรวจสอบ และมีมติร่วมกันว่า หลักฐานยังไม่ชัดเจน และไม่อาจเชื่อได้ว่า เป็นพฤติกรรมของเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว โดยได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พฤติกรรมของสีกาคนนี้ เป็นการทำขึ้นเพื่อกรรโชกทรัพย์ และทางวัดป่าฯ ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว 2 คดี คือ กรรโชกทรัพย์ 30 ล้านบาท และกระทำผิด พ.ร.บ.คอมฯ
 

เปิดปมฉาว ทำไมคนกาฬสินธุ์ไม่เอา "พระเล็ก" ทั้งพรรษาไม่ถึง ไร้ที่มาแห่งธรรมเปิดปมฉาว ทำไมคนกาฬสินธุ์ไม่เอา “พระเล็ก” ทั้งพรรษาไม่ถึง ไร้ที่มาแห่งธรรม

ส่วนอีกเหตุผลของการปลดเจ้าคุณบัวศรี คาดว่า น่าจะเกิดขึ้นในช่วงที่ เจ้าคุณบัวศรี ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะภาค 8(ธ) ซึ่งได้เข้าไปตรวจสอบปัญหาการร้องเรียน ระหว่าง พระเล็ก เจ้าคณะอำเภอสังคม กับหลวงพ่อจันมี 
อนาลโย แห่งวัดป่าแก้งใหม่ ซึ่งมีรายงานว่า หลวงพ่อจันมี ได้ถวายเงินให้ พระเล็ก ไปทำการก่อสร้างโรงพยาบาลสงฆ์ในอำเภอสังคม และบางส่วนก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2561 โดยใช้ชื่อตึกว่า ตึกอนาลโยเมตตาหลวงพ่อจันมี แต่ต่อมา พระเล็ก ได้มีปัญหารุนแรงกับหลวงพ่อจันมี จึงได้ใช้อำนาจเจ้าคณะอำเภอสังคม(ธ) ปลดหลวงพ่อจันมี แต่เจ้าคุณบัวศรี เห็นว่ามีปัญหาอธิกรณ์ จึงเข้าตรวจสอบ และได้แก้ไขปัญหา ซึ่งพบว่า ยังมีการปลดป้ายชื่อตึกพยาบาลออกจากเดิมของหลวงพ่อจันมี เป็น ตึกวรลาโภ อนุสรณ์หลวงปู่เหรียญ  แต่ว่าการสร้างโรงพยาบาลนั้นมีพิรุธ มีการใช้เงินหลายอย่างในการสร้าง จึงเดินหน้าทำการสอบสวน ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ จึงอาจทำให้พระเล็กไม่พอใจ โดยมีหลวงปู่อินทร์ถวายอยู่เบื้องหลัง 

ซึ่งการปลดออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ในวันนั้น ทำให้เรื่องบานปลาย วงการสงฆ์ร้อนแรง มาจนถึงวันนี้ ที่ทำให้คนกาฬสินธุ์ ออกมาขึ้นป้ายคัดค้าน ต่อต้านการเข้าพื้นที่ของ “พระเล็ก” รวมทั้ง คณะสงฆ์ สายธรรมยุติ ลาออกเกือบจะยกจังหวัด เพราะเชื่อว่า การแต่งตั้ง พระเล็ก มีกระบวนการสอดไส้

ซึ่งหากกรณีนี้ มติมหาเถรสมาคม หรือสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ ใช้เป็นประเด็นในการถอดถอน ก็ต้องถามว่า ในเมื่อ เจ้าคุณบัวศรี ยังไม่รู้ว่าตนเองมีปัญหาอธิกรณ์อะไร หรือมีความผิดอะไร ตาม พ.ร.บ.สงฆ์ฯหรือ กฏของมหาเถร การถอดถอนจะต้องมีการสอบสวน แต่เมื่อไม่มีการสอบสวนตาม ผู้ที่ใช้อำนาจ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามมาตรา 157 ด้วยหรือไม่ เรื่องนี้ จึงต้องการคำตอบ

อีกทั้ง สิ่งที่คนกาฬสินธุ์คลางแคลงใจ “พระเล็ก” ไม่มีที่มาที่ไป พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ เป็นใคร พรรษาในการบวชก็น้อย แถมข้ามห้วยมาอีก เปรียบเหมือนคนจากตำแหน่งปลัดอาวุโส แต่ข้ามห้วยมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นั่นเป็นสิ่งที่คนกาฬสินธุ์รับไม่ได้ ในขณะที่ เจ้าคุณบัวศรี บวชมาถึง 52-53 พรรษา และไม่เคยทำผิดอธิกรณ์ จึงทำให้คนกาฬสินธุ์ เจ็บช้ำน้ำใจ

ทั้งนี้ ในส่วนของ “พระเล็ก” ขณะนี้ ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ได้ โดยจำพรรษา อยู่ที่วัดป่าพิชัยวัฒนมงคล ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 

เปิดปมฉาว ทำไมคนกาฬสินธุ์ไม่เอา "พระเล็ก" ทั้งพรรษาไม่ถึง ไร้ที่มาแห่งธรรมเปิดปมฉาว ทำไมคนกาฬสินธุ์ไม่เอา “พระเล็ก” ทั้งพรรษาไม่ถึง ไร้ที่มาแห่งธรรม

มารู้จัก “ไอติม พริษฐ์” กับบทบาทดันร่างแก้ไข รธน. ภาคประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492749

15 พ.ย. 2564 |23:00 น.

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน จำนวน 150,921 รายชื่อ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาวาระแรกวันนี้ ( 16 พ.ย.).. มาทำความรู้จัก “ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ” แกนนำ Re-Solution ที่ล่าชื่อประชาชนสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชนภายใต้แคมเปญ ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์

วันนี้(15 พ.ย.)ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ภายใต้แคมเปญขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ที่กลุ่ม Re-Solution ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชนเพื่อสนับสนุนการยื่นร่างฯมาเป็นเวลานานถึง 6 เดือนจนได้รายชื่อประชาชนจำนวน 150,921 รายชื่อและได้รับการบรรจุในวาระ จะเข้าสู่การประชุมของรัฐสภาวาระแรก  

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนหรือที่กลุ่ม Re-Solution เรียกว่าร่างรื้อระบอบประยุทธ์   มีสาระสำคัญดังนี้

-ล้ม ส.ว.  เดินหน้า สภาเดี่ยว เอา ส.ว. 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. ออกไป เพื่อใช้ระบบสภาเดี่ยว

– โละและยกเลิกศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ที่มีที่มาและยึดโยงกับส.ว. 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. เพื่อให้บุคคลที่ดำรงตำแหน่งในศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระมาจากบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย ,

-เลิกยุทธศาสตร์ชาติ20ปีและแผนปฏิรูป ปลดโซ่ตรวนอนาคตประเทศ ไม่ให้ คสช. มีเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้าม

-ล้างมรดกรัฐประหารด้วยการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ม. 272 เพื่อไม่ให้นิรโทษกรรม คสช. รวมถึงยกเลิกประกาศ คำสั่งของคณะรัฐประหาร

ทั้งนี้กลุ่ม Re-Solution เตรียมส่ง 4 ผู้เชิญชวนเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นตัวแทนประชาชนไปชี้แจงต่อรัฐสภาในวันนี้ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ไอติมพริษฐ์ วัชรสินธุ” ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า (ConLab)และแกนนำกลุ่มRe-Solution

“พริษฐ์ วัชรสินธุ “หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่สังคมตั้งความหวังผ่านวิธีคิดและการลงมือทำ ในการขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปสู่จุดที่ดีกว่า จากอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ที่ตัดสินใจลาออกจากพรรคหลังการเลือกตั้ง เมื่อประชาธิปัตย์ตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะรู้สึกขัดกับอุดมการณ์ส่วนตัว เหมือนไปรับรองการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร

.

ตั้งแต่นั้น “พริษฐ์ วัชรสินธุ”หรือ “ไอติม” จึงเลือกแนวทางการเมืองนอกสภา ด้วยการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ผ่านการเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า (CONLAB) และกลุ่ม Re-solution กับแคมเปญขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์ โดยใหเหตุผลว่าเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นประชาธิปไตยสากล

กิจกรรมที่ทำนั้นเหมือนไอลอว์ที่รวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้วิธีตั้งโต๊ะเปิดรับรายชื่อ ภายในเวลา 6 เดือนจากนั้นจะให้เครือข่ายที่สมัครตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อด้วย 

การเปลี่ยนกฎหมายให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น คุ้มครองคนที่เปิดโปงการทุจริต รวมทั้งการเพิ่มอำนาจ ส.ส. ฝ่ายค้าน ที่ Re-solution เสนอในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วย จะทำให้กลไกตรวจสอบถ่วงดุลที่เข้มข้นกว่าการมี ส.ว. อย่างมาก 

ภาระการพิสูจน์ว่าทำไมต้องยกเลิกวุฒิสภาไม่ได้อยู่ที่เรา ในเมื่อคุณเป็นองค์กรที่อาศัยงบประมาณอย่างน้อยหนึ่งพันล้านบาทต่อปี ภาระการพิสูจน์ต้องอยู่กับสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 250 คน ว่าจะอภิปรายอย่างไรเพื่อชี้แจงให้ประชาชนเห็นถึงประโยชน์ในการคงไว้ของวุฒิสภา ถ้าชี้แจงแล้วไม่ชัด ประชาชนไม่เห็นด้วย หรือเหตุผลที่ให้มามันฟังไม่ขึ้น ก็จะยิ่งทำให้การเดินหน้าสู่สภาเดี่ยวเป็นทางเลือกเดียวของประเทศนี้มากขึ้น “พริษฐ์” กล่าว

“พริษฐ์ วัชรสินธุ” หรือ”ไอติม” ปัจจุบันอายุ 29 ปี เขามีศักดิ์เป็นหลานของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ

“พริษฐ์” จบการศึกษาจากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่ออายุ 9 ปี จากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษที่โรงเรียนเตรียมมัธยมศึกษาและวิทยาลัยอีตัน

เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาปรัชญา การเมือง และเศรษฐศาสตร์ เกียรตินิยมเหรียญทอง(อันดับ1ของรุ่น)จากวิทยาลัยเซนต์จอห์น มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด 

ระหว่างที่เขาศึกษาที่ออกซ์ฟอร์ดเมื่อ พ.ศ. 2557 เขาได้รับเลือกเป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด และประธานชมรมโต้วาทีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งทำให้เขากลายเป็นคนแรกจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้ดำรงตำแหน่งนี้


“พริษฐ์” เริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างของคนไทยมากขึ้นจากการมาฝึกงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อปี  2552 สมัยที่นายอภิสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากนั้นเข้าร่วมเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

เขาร่วมก่อตั้งกลุ่มนิวเด็ม ซึ่งเป็นกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์

ปี 2561 เขาได้รับมอบหมายจากพรรคประชาธิปัตย์ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 13  กทม. แต่สอบตกไม่ได้รับเลือกตั้ง

เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เขาได้ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์

หนุนลุงตู่ “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ภาคใต้ แยกวงสายธรรมนัสท่องยุทธภพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492737

15 พ.ย. 2564 |19:00 น.

อดีตสหายเทือกเขาบรรทัด “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” หนุน พล.อ.ประยุทธ์ เดิมทีอยู่กับสุรทิน พิจารณ์ สายธรรมนัส วันนี้แยกตัวมาอยู่สายทำเนียบ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สีสัน ครม.สัญจรภาคใต้ ฐานเสียงสำคัญรัฐบาลประยุทธ์ ตัวแทน “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” (ผรท.) หรืออดีตสหายเทือกเขาภูบรรทัด ชักแถวชูป้ายต้อนรับคึกคัก

“ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” 5 จังหวัดภาคใต้ แสดงจุดยืนปกป้องสถาบันฯ คัดค้านการแก้ไข ม.112 และสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

ก่อนหน้านั้น “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” (ผรท.) ภาคใต้เคยเป็นฐานเสียงพรรคประชาธิปไตยใหม่ พันธมิตรของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ตอนหลัง ผรท.ใต้ ถอยห่างออกมาต่อสายตรงทำเนียบ

วันที่ 15 พ.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางถึง จ.กระบี่ เพื่อร่วมประชุม ครม.สัญจร ปรากฏว่า ที่ศูนย์การเรียนรู้วัฒนธรรมอันดามัน เทศบาลเมืองกระบี่ มีกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย(ผรท.)ภาคใต้ สวมหมวกดาวแดง มารอต้อนรับและให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมชูป้ายข้อความยินดีต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ คัดค้านการแก้กฎหมาย ม.112 และ ม.116

เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2564 ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคใต้กลุ่มนี้ ได้เข้ามายื่นหนังสือถึง น.พ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ เพื่อคัดค้านการแก้ไข ม. 112 ที่อาคารรัฐสภามาแล้ว

‘ผรท.ปกป้องสถาบัน’

“ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” 5 จังหวัดภาคใต้ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2554 โดยการนำของสหายเฟิร์น หรือ กฤษฎีกา มณีมัย อดีตสหายเขตงาน จ.กระบี่ เทือกเขาบรรทัด ซึ่งเวลานั้น กลุ่มสหายเฟิร์น ได้รวมตัวกันเรียกร้องค่าชดเชยประกอบอาชีพ ตามนโยบาย 66/2523 จากรัฐบาลยิ่งลักษณ์

สืบเนื่องจากสมัยรัฐบาลเปรม ได้มีนโยบาย 66/2523 เปิดทางให้สหาย หรือทหารป่า เข้ามอบตัวต่อทางการ และสัญญาว่าจะช่วยเหลือการดำรงชีพตามสมควร วันเวลาล่วงเลยผ่านมาหลายรัฐบาล จนกระทั่งรัฐบาลสุรยุทธ์ ได้จัดงบประมาณช่วยเหลือ ผรท.อีสานไปจำนวนหนึ่ง

ต่อมา รัฐบาลอภิสิทธิ์ อนุมัติงบฯเยียวยาค่าประกอบอาชีพรายละ 2 แสนบาทให้ ผรท.ทั่วประเทศ ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผรท.กลุ่มตกค้างได้เรียกร้องให้ช่วยเหลืออีก และมีการอนุมัติงบฯช่วยเหลือเงินค่าประกอบอาชีพ ผรท.ในสมัยรัฐบาลประยุทธ์(คสช.)

ปลายปี 2563 กลุ่มเยาวชน นักเรียนนักศึกษาลุกขึ้นมาเสนอให้มีการปฏิรูปสถาบันฯ สหายเฟิร์น หรือกฤษฎีกา มณีมัย ผู้ประสานงาน ผรท.ภาคใต้ 5 จังหวัด (กระบี่, ตรัง นครศรีธรรมราช, สุราษฏร์ธานีและสตูล) กว่า 1 พันคน ออกมารวมตัวแสดงพลังจุดยืนปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่โรงเรียนบ้านลำทับ ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่

เมื่อมีการเคลื่อนไหวขอแก้ไข ม.112 และ ม.116 สหายเฟิร์น จึงได้นำพลพรรคเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ไปยื่นหนังสือคัดค้านการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว และแสดงจุดยืนปกป้องสถาบันฯ

‘ไม่ใช่สหายผู้กอง’

สองปีก่อน “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ภาคใต้ กลุ่มสหายเฟิร์น ได้เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปไตยใหม่ และเข้าร่วมรณรงค์หาเสียงในช่วงการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562

ย้อนไปเมื่อ 8 ต.ค.2561 พรรคประชาธิปไตยใหม่ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่สำนักสงฆ์ทุ่งไทรทอง ต.ทุ่งไทรทอง อ.ลำทับ จ.กระบี่ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ และคณะกรรมการบริหารพรรค

ที่ประชุมยังไว้วางใจให้ สุรทิน พิจารณ์ เป็นหัวหน้าพรรค โดยสหายเฟิร์น หรือกฤษฎีกา มณีมัย ได้เป็นรองหัวหน้าพรรค รับผิดชอบภาคใต้

สหายเฟิร์น กับทีมงานทำเนียบรัฐบาล ที่ จ.กระบี่สหายเฟิร์น กับทีมงานทำเนียบรัฐบาล ที่ จ.กระบี่

หลังเลือกตั้งปี 2562 สุรทิน พิจารณ์ ได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนำพรรคเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ โดยการประสานงานของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

ต่อมา สุรทิน ได้มีการประชุมปรับโครงสร้างพรรค โดยเชิญ ธนพร ศรีวิราช ภรรยา ร.อ.ธรรมนัส มาเป็นเลขาธิการพรรคประชาธิปไตยใหม่ ช่วงสั้นๆ ก่อนจะลาออกไปเป็นข้าราชการการเมือง ถึงตอนนี้ สหายเฟิร์นไม่ได้เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่แล้ว

วันที่ 7 พ.ย.2564 พรรคประชาธิปไตยใหม่ จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี เพื่อเลือกหัวหน้า และกรรมการบริหารพรรคใหม่ โดยครูทิน-สุรทิน พิจารณ์ ยังได้เป็นหัวหน้าพรรคอีก 1 สมัย พร้อมกรรมการบริหารพรรคสายครูทินโดยเฉพาะ

ที่แน่ๆ สหายเฟิร์นไม่ใช่สหายรักของผู้กองธรรมนัส และมีความเห็นต่างกับสุรทิน เพราะศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจหนล่าสุด สุรทินยกมือไม่ไว้วาง พล.อ.ประยุทธ์ และเลือกข้างธรรมนัส

ส่วนสหายเฟิร์นมีจุดยืนหนุนลุงตู่ จึงระดมพลมาต้อนรับนายกรัฐมนตรีกันแต่เช้า โดยประสานงานกับแรมโบ้-เสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี

เส้นทาง “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ภาคใต้ ของสหายเฟิร์นยังขับเคลื่อนไปในฐานะภาคประชาชน ผู้ปกป้องสถาบันฯ แม้จะโดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็น “คอมมิวนิสต์เปลี่ยนสี” ก็ตามที

ปชป.ชิงธง “ภูมิใจไทย” ทวงคืนแชมป์ ส.ส.กระบี่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492723

15 พ.ย. 2564 |18:00 น.

มอง ครม.สัญจร ผ่านม่านการเมือง ค่าย “ภูมิใจไทย” เจอค่าย ปชป.รุกหนัก หวังทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.กระบี่ มองยาวไปถึงศึกชิงแชมป์ 6 จังหวัดฝั่งทะเลอันดามัน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

อีกด้านหนึ่งของ ครม.สัญจรเมืองกระบี่ ในมิติทางการเมืองคือการต่อสู้ของ “ภูมิใจไทย” กับแชมป์เก่า-ประชาธิปัตย์

“ภูมิใจไทย” เพิ่งปักธงสีน้ำเงินบนสมรภูมิเลือกตั้งกระบี่สำเร็จ และเริ่มลงหลักปักฐานให้เข้มแข็ง ขณะที่ประชาธิปัตย์พยายามจะทวงคืน 1 ที่นั่งกลับคืนมา แต่ก็ติดขัดปัญหาภายใน ต้องรอสะสาง

ภาพรวมทั้งฝั่งอันดามัน 6 จังหวัด ก็ยังเป็นการชิงชัยระหว่าง “ภูมิใจไทย” กับประชาธิปัตย์ แถมด้วยพรรคพลังประชารัฐ

วันที่ 15-16 พ.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม จะเดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)สัญจร ที่จ.กระบี่ ซึ่งมีรายงานข่าวว่า ครม.ประยุทธ์ จะผลักดัน 16 โครงการ 2 พันล้านบาท ให้ 6 จังหวัดอันดามัน ได้แก่ สตูล,กระบี่,ภูเก็ต,พังงา,ตรัง และระนอง

ส่องกล้องมองตลาดการเมืองตลอดแนวฝั่งอันดามัน การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว มีเก้าอี้ ส.ส. 11 ที่นั่ง ปรากฏว่า พรรคประชาธิปัตย์ 4 ที่นั่ง ได้แก่ สาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ เขต 1,กันตวรรณ ตันเถียร กุลจรรยาวิวัฒน์ ส.ส.พังงา, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง เขต 2 และสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 3

พรรคภูมิใจไทย 4 ที่นั่ง ได้แก่ สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ เขต 2, พิบูลย์ รัชกิจประการ ส.ส.สตูล เขต 1 ,วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล เขต 2 และคงกฤษ ฉัตรมาลี ส.ส.ระนอง

พรรคพลังประชารัฐ 3 ที่นั่ง ได้แก่ สุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต เขต 1 ,นัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 และนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง เขต 1

ชั่วโมงนี้ “ภูมิใจไทย” ยังรักษาพื้นที่สตูล,กระบี่ และระนอง ไว้อย่างเหนียวแน่น ส่วนประชาธิปัตย์ ก็มีโอกาสถอนแค้นที่ภูเก็ตและตรัง เนื่องจากพลังประชารัฐ มีปัญหาขัดแย้งภายในอ่อนแอลง

‘ปชป.เลือกใครดี’

สำหรับสมรภูมิกระบี่ เขต 2 แกนนำพรรคประชาธิปัตย์พยายามเฟ้นหาตัวผู้สมัคร ส.ส.หน่วยก้านดี หวังโค่น “ภูมิใจไทย” เพื่อกลับมายึดครองกระบี่เบ็ดเสร็จอีกครั้ง

เดิมทีปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ วางตัว พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ลูกสาวของพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล อดีต ส.ส.กระบี่ ไว้ในบัญชีรายชื่อลำดับ 24 ส่วน สาคร เกี่ยวข้อง ลงสมัครเขต 1 และสุชีน เอ่งฉ้วน ลูกชายอาคม เอ่งฉ้วน อดีต ส.ส.กระบี่ ลงเขต 2

ผลเลือกตั้งคราวที่แล้ว สาคร เกี่ยวข้อง ได้รับเลือกเป็น ส.ส.สมัยที่ 3 โดยชนะคู่แข่งขาดลอย แต่เขต 2 สุชีนเจอคู่ต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาคือ สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย จึงพ่ายไป

สฤษดิ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทยสฤษดิ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย

เมื่อเร็วๆนี้ มีข่าวว่า สาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ และพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ วางแผนจะผลักดัน ธนวัช ภูเก้าล้วน ทายาทเศรษฐีเมืองกระบี่-ชวน ภูเก้าล้วน ลงสมัคร ส.ส.เขต 2 แต่บัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ให้การสนับสนุนสุชีน เอ่งฉ้วน

คาดว่า คณะกรรมการบริหารพรรค ปชป.คงหาทางออกให้ทุกฝ่ายได้ เพราะมีเป้าหมายใหญ่จะต้องโค่นคนของภูมิใจไทยให้ได้

‘สายตรงเนวิน’

เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของพลพรรค “ภูมิใจไทย” มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลการเมือง “กิตติธรกุล แห่งกระบี่มานานกว่า 15 ปี

ปี 2548 สมัยรัฐบาลไทยรักไทย อดีตนายกฯทักษิณ ส่งเนวิน มาดูแลพื้นที่อันดามัน และ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เฉพาะที่กระบี่ เนวินได้จับมือกับโกหงวน-สมศักดิ์ กิตติธรกุล นายก อบจ.กระบี่ 7 สมัย เป็นพันธมิตรการเมือง

เลือกตั้งปี 2550 สมศักดิ์ กิตติธรกุล จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ ในนามพรรคพลังประชาชน โดยมี สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ในฐานะน้องเขยของสมศักดิ์ กิตติธรกุล ลงสนามด้วย แต่ก็พ่ายแชมป์เก่า ปชป.

หลังจากนั้น โกสุทธิ์-สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้ทำงานการเมืองต่อเนื่องในตำแหน่งรองนายก อบจ.กระบี่ รอเวลาพิสูจน์ฝีมือในสนามใหญ่อีกครั้ง

ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 เนวิน ได้วางแผนยุทธศาสตร์ปักธงอันดามัน ร่วมกับพิพัฒน์-นาที รัชกิจประการ โดยตั้งเป้า 3 จังหวัดคือ สตูล ,กระบี่ และระนอง ปรากฏว่า ผู้สมัคร ส.ส.ที่วางตัวไว้เข้าเป้าทั้งหมด

ที่เมืองกระบี่ โกหงวน-สมศักดิ์ กิตติธรกุล เป็นกำลังหลักในการช่วยให้สฤษฏ์พงษ์เป็น ส.ส.สมัยแรก และปลายปีที่แล้ว สมศักดิ์ลงสมัครนายก อบจ.กระบี่แบบไร้คู่แข่ง จึงเป็นเสาหลักให้ค่ายสีน้ำเงินต่อไป

ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์ จึงต้องเสาะหาดาวรุ่งดวงใหม่ เพื่อต่อกรกับ สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง พรรคภูมิใจไทย คาดว่าอีกไม่นาน คงได้เปิดตัวผู้อาสาโค่นสายตรงเนวิน

“ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ภาคประชาชน ร่วงตั้งแต่ด่านแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492692

15 พ.ย. 2564 |15:00 น.

ยังไม่ทันเสนอเข้าสภา “ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ภาคประชาชน ยากจะเดินหน้าไปได้ เพราะเหตุผลการริเริ่มกฏหมาย ไม่ถูกใจ คนยกมือในสภา

"ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ภาคประชาชน ร่วงตั้งแต่ด่านแรก“ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ภาคประชาชน ร่วงตั้งแต่ด่านแรก
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ มี 4 ประเด็นที่เป็นปัญหา ล้ม -โล๊ะ- เลิก -ล้าง ถูกรุมต่อต้านจากผู้เห็นต่าง ตั้งแต่ยังไม่ผ่านเข้าสู่สภา    ร่างแก้ไขที่เสนอโดยภาคประชาชนฉบับที่สองนี้ มีเหตุจูงใจที่ทำให้ผู้คนร่วมลงชื่อ เสนอกฏหมาย กว่าแสนห้าหมื่นราย แม้มีเพียง 23 มาตรา แต่ทว่ามีเนื้อหา เปลี่ยนสาระสำคัญ หัวใจหลักรัฐธรรมนูญฉบับปัจุบันเกือบสิ้นเชิง
เริ่มจากวุฒิสภา ด่านสำคัญการแก้รัฐธรรมนูญ ที่คณะผู้ริเริ่มเห็นว่า เป็นกลไกสืบทอดอำนาจคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ดูจากประวัติศาสตร์แล้วไม่มีความจำเป็นตามระบอบการปกครองของไทย จึงเสนอให้เพิ่มกลไกล ให้สภาผู้แทนราษฎร ถ่วงดุลย์ ฝ่ายบริหารแทนวุฒิสภา ที่มองว่าไม่จำเป็นอีกต่อไป เพราะจากประวัติรัฐธรรมนูญและการเมืองไทย พบว่าถูกออกแบบมาเพื่อรับใช้อำนาจ 

"ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ" ภาคประชาชน ร่วงตั้งแต่ด่านแรก“ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ภาคประชาชน ร่วงตั้งแต่ด่านแรก

ศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากมีปัญหาเรื่องความชอบธรรมทางประชาธิปไตย องค์ประกอบและการได้มายังโยงใยคสช. มีอำนาจหน้าที่มากเกินไป และทำตัวอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ และถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง จึงต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการได้มาซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียใหม่ เรื่องนี้น่าสนใจ เพราะกำหนดให้มีที่มาจากการเลือกตั้งของสภาผู้แทนราษฎรลดจำนวนตุลาการจากเก้าคนเหลือสามคน ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง 7 ปี ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว คล้ายกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. ให้มีที่มาจากสภาฯจำนวนสองคน ในส่วนโทษทางอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ผู้ถูกชี้มูลและศาลอาญาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่ามีความผิด ยังมีลุ้นว่าจะถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เป็นเวลา 10 ปีด้วยหรือไม่ก็ได้  
ในขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็มีสัดส่วนที่มาจากพรรคการเมืองเสนอชื่อ และสภาผู้แทนราษฎรลงมติเลือก จำนวนสองคน จากกรรมการทั้งหมด 7 คน 
 

ในส่วนของการล้มล้างผลพวงของการรัฐประหาร ให้ยกเลิกการนิรโทษกรรมที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับ ชั่วคราว ปี 2557 มาตรา 48 ทั้งยังกำหนดว่า เมื่อเกิดกรณีรัฐประหาร เมื่ออำนาจกลับคืนมาสู่ปวงชนชาวไทยและได้รัฐบาลที่ชอบธรรมแล้ว ให้ดำเนินคดีต่อคณะรัฐประหารทันทีและไม่มีอายุความ ทั้งหมดนี้ คือสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ที่ว่ากันว่า รู้ผลตั้งแต่ยังไม่ได้นำเข้าไปพิจารณาในที่ประชุมรัฐสภา 16 พฤศจิกายนนี้

“ครม.สัญจร”ห้วงเวลาประยุทธ์ปักหมุด จัดแพคเกจ อัดฉีดงบซื้อใจประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492615

15 พ.ย. 2564 |01:00 น.

เริ่มแล้วประชุม”ครม.สัญจร”นัดแรกในรอบสองปีหลังสถานการณ์โควิด เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เลือกปักหมุดพื้นที่ทะเลชายฝั่งอันดามัน จังหวัดกระบี่ อัดฉีดงบแบบแพกเกจซื้อใจภูมิภาค ติดตามได้จากเจาะประเด็นร้อน โดย อสนีบาต

ตั้งแต่เช้าของวันที่ 15 พ.ย.64 นี้ บรรดาคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายใต้การนำของ”ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี พร้อมหน้าพร้อมตากันที่จังหวัดกระบี่  เหตุเพราะรมต.ทุกรายได้รับหมายไฟท์บังคับให้เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย.ที่ โรงแรมโซฟิเทลกระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ท ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ 

ประชุมครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2564 ครั้งแรกในรอบสองปีหลังโควิด ที่จ.กระบี่ 15-16 พ.ย.64ประชุมครม.สัญจร ครั้งที่ 1/2564 ครั้งแรกในรอบสองปีหลังโควิด ที่จ.กระบี่ 15-16 พ.ย.64

ขึ้นชื่อว่า “ครม.สัญจร”  รับรู้กันอย่างกว้างขวางตั้งแต่ยุคสมัย ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี บุกเบิกจัดให้มีการประชุมครม.นอกสถานที่ หรือเรียกกันง่ายๆสั้นๆว่า “ครม.สัญจร” ด้วยการยกคณะเสนาบดีที่เคยประชุมกันอยู่เฉพาะห้องแอร์ ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) หรือไม่ก็ประชุมกันที่ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล  ขยับร่างก้าวขาออกไปเปิดหูเปิดตานอกสถานที่กันบ้าง

โดยมอบหมายให้ทีมงานยุทธศาสตร์ สำนักเลขาธิการนายกฯ สำนักเลขาธิการ ครม. ทำงานร่วมกับฝ่ายการเมือง สรรหาจังหวัดที่สมควรไปประชุม พร้อมกันนั้น มอบหมายแบ่งงานรมต.ลงพื้นที่ตรวจราชการ พบปะประชาชนไปในคราวเดียวกัน เบื้องหลังของการกำหนดจังหวัดจัดหาสถานที่ในบางครั้งถึงกับมีการรวมกลุ่มส.ส.ในภูมิภาคนั้นๆประสานขอร้องให้ทีมงานนายกฯเลือกไปประชุมจังหวัดที่มีส.ส.ของพรรคจำนวนมากก็เคยมี 

อีกประการ ทุกครั้งของการประชุมถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติแบบขาดเสียไม่ได้  เมื่อสำนักเลขาธิการครม.จะต้องมีการจัดระเบียบวาระการประชุมที่เกี่ยวกับการอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการสำคัญๆที่อยู่ในจังหวัดนั้นและกลุ่มจังหวัดให้เป็นกรณีพิเศษ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อครั้งไปประชุมครม.สัญจรที่บุรีรัมย์และสุรินทร์ระหว่างวันที่ 7-8พ.ค.61พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เมื่อครั้งไปประชุมครม.สัญจรที่บุรีรัมย์และสุรินทร์ระหว่างวันที่ 7-8พ.ค.61

“ภาพปรากฎ ภายหลังการประชุม ทีมโฆษกรัฐบาลออกมาแถลงมติ ครม.ว่า ครม.อนุมัติงบประมาณให้กับจังหวัด หรือกลุ่มจังหวัด จากนั้นจะปรากฎเป็นข่าวในวันรุ่งขึ้น สร้างความอิ่มเอมใจให้กับผู้รับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในภูมิภาค ว่าฝ่ายการเมืองได้มาให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด จัดสรรงบประมาณพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ขยายถนน น้ำไหลไฟสว่าง จัดแพคเกจการ พัฒนาให้พี่น้องประชาชนได้รับความประทับใจในทุกระดับ”   

ดังนั้น การเลือกไปประชุม ครม.สัญจร ณ ภูมิภาคใด จังหวัดไหนก่อนหลัง จึงมีนัยยะทางการเมืองไม่มากก็น้อย   

ครม.สัญจร จึงแฝงด้วยการซื้อใจประชาชนรายภูมิภาคอย่างได้ผล ทำให้ รัฐบาลแต่ละยุคสมัย ยึดถือปฏิบัติ จัดให้มีการประชุม ครม.สัญจรเรื่อยมา 

กระทั่งมาถึงรัฐบาลยุค “ลุงตู่”  ยึดแนวทางการประชุมครม.สัญจรเหมือนกับรัฐบาลชุดที่ผ่านๆมาเช่นกัน นอกจากการที่นายกฯหรือรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจราชการ หรือ ลงไปติดตามแก้ปัญหาภัยทางธรรมชาติ รายจังหวัดอย่างที่ผ่านมาแล้ว  การยกคณะรัฐมนตรีที่มีพรรคร่วมรัฐบาลไปพร้อมเพียงกันผ่านการประชุมครม.สัญจรก็เคยปฏิบัติมาแล้วตั้งแต่ปี 2560    

รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ประเดิมจัดประชุมครม.สัญจรครั้งแรกเมื่อวันที่ 21-22 ส.ค.60 ที่จังหวัดบ้านเกิด”นครราชสีมา” จากนั้นกำหนดจัดขึ้นเกือบทุกเดือนกระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ดำเนินการจัดประชุม ครม.สัญจร มาถึงปี 2562  นั่นคือ เมื่อวันที่ 14-15 ม.ค.ที่จังหวัดเชียงใหม่และลำปาง

"ครม.สัญจร"ห้วงเวลาประยุทธ์ปักหมุด จัดแพคเกจ อัดฉีดงบซื้อใจประชาชน“ครม.สัญจร”ห้วงเวลาประยุทธ์ปักหมุด จัดแพคเกจ อัดฉีดงบซื้อใจประชาชน

เมื่อเข้าสู่ปี 2563 เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องออกมาตรการคุมเข้มปิดประเทศ ส่งผลให้การประชุมครม.สัญจรหยุดชะงักไปด้วย

ผ่านมาถึงพ.ศ.นี้  เมื่อรัฐบาล”ลุงตู่” มีความมั่นใจว่าสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิดเริ่มลดลง จึงตัดสินใจประกาศคลายล็อคเปิดประเทศเมื่อวันที่ 1 พ.ย.64  หวังเชื้อเชิญชาวต่างชาติมาท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศ จึงขอชิมลางด้วยการจัดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก่อน จนมาสร้างความมั่นใจมากขึ้น ผ่านการจัดประชุมครม.สัญจร ระหว่างวันที่ 15-16 พ.ย. ที่จังหวัดกระบี่ อันเป็นหนึ่งในกลุ่มจังหวัดอันดามันที่มีชื่อเสียงด้านแหล่งท่องเที่ยวมากมาย และเป็นหนึ่งใน 4 จังหวัดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวตามการออกข้อกำหนดคลายล็อครับการเปิดประเทศ 

จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป.ชิงเสนอขออนุมัติงบสองพันกว่าล้านพัฒนากลุ่มจังหวัดอันดามัน ในการประชุมครม.สัญจรครั้งนี้ จุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าปชป.ชิงเสนอขออนุมัติงบสองพันกว่าล้านพัฒนากลุ่มจังหวัดอันดามัน ในการประชุมครม.สัญจรครั้งนี้

อย่างที่ขาดไม่ได้ ต้องมีการจัดวาระเสนองบประมาณเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนาท่องเที่ยวรับการฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิดหลายพันล้าน เช่นเดียวกับที่รัฐมนตรีสายใต้จากพรรคประชาธิปัตย์ อย่างจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฎ์ รองนายกและรมว.พาณิชย์ ออกมาชิงตัดหน้าครม.แล้วว่า ครม.สัญจรรอบนี้ เตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณเกือบสองพันกว่าล้านรองรับ 16 โครงการในกลุ่มจังหวัดอันดามัน 6 จังหวัด 

เหนืออื่นใด มองผ่านภาพทางการเมือง การจัดให้มีการประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบสองปีหลังสถานการณ์โควิด ย่อมเป็นการประเดิมเพื่อทดลองเส้นทางการสะสมไมล์ซื้อใจประชาชนของพล.อ.ประยุทธ์ ภายใต้สังกัดพรรคพลังประชารัฐ

ดังปรากฎข้อความตอนหนึ่งในหนังสือพรรคพลังประชารัฐ “ประชารัฐ สร้างชาติ” ที่ระบุถึงหลักไมล์ประเทศไทยของพล.อ.ประยุทธ์ ว่า        ” ตั้งแต่ปี 2560 พล.อ.ประยุทธ์ จัดให้มีการประชุมครม.สัญจร  เขาเดินทางไปแทบทุกจังหวัดครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค เริ่มตั้งแต่จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นบ้านเกิด คือหมุดหมายแรกของครม.สัญจร”

“พื้นที่ 513,115 ตารางกิโลเมตร สำหรับชายชื่อประยุทธ์ สามารถย่างก้าวไปถึงทุกหลักไมล์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  ทุกครั้งในการลงพื้นที่ ก็ลงมือพัฒนาจริงทันที  โดยครม.ผ่านความเห็นชอบโครงการพัฒนาพื้นที่หลายโครงการ สร้างความสุขให้กับประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ” 

“สิ่งที่รัฐบาลคิดและทำเพื่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่เลือกพื้นที่ไม่เลือกจังหวัด ”  คำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ กับพี่น้องประชาชนระหว่างประชุมครม.สัญจรเมื่อปี 62

และนี่จะเป็นการเริ่มต้นอีกครั้งของการยกคณะรัฐมนตรีเข้าถึงเข้าใจประชาชนรายพื้นที่ สะสมไมล์ซื้อใจประชาชนไปเรื่อยๆ ซึ่งจะยืนระยะสร้างคะแนนนิยมอย่างได้ผลเหมือนหลายปีที่ผ่านมาหรือไม่ ขึ้นกับช่วงเวลาการบริหารประเทศที่เหลืออยู่ของพล.อ.ประยุทธ์ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองเสียก่อน 

“หลุมดำการเมือง”ก้าวพลาดดำดิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งป่ายปีนยากขึ้นเท่านั้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/492612

เมฆาในวายุ

15 พ.ย. 2564 |01:00 น.

การเคลื่อนไหวเรียกร้องของพวกเขานั้น กำลังถลำลึงลงไปทุกที เสมือนหลุดเข้าไปในหลุมดำอวกาศที่ลึกสุดบรรยาย รวมทั้งยากที่จะหาทางออก หากหลุดมิติจักรวาลเข้าไป ติดตามได้ที่เจาะประเด็นร้อน โดยเมฆาในวายุ

และแล้วภาวะไม่ยอมรับผลการวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการชุมนุมของม็อบสามนิ้วว่า ใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง และมีมติสั่งให้เลิกการกระทำ

ภาพในวันนี้และไม่กี่วันที่ผ่านมาหลังเก้าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกบัลลังก์นั้น คือความชัดเจนและเป็นไปตามขั้นตอนประชาธิปไตยที่ถูกออกแบบมาด้วยฉันทามติเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ 

เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันเก็บแผ่นกระดาษที่กลุ่มมวลชนโปรยทิ้งไว้หลังแสดงความไม่พอใจคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขบวนการล้มล้างการปกครองฯเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยกันเก็บแผ่นกระดาษที่กลุ่มมวลชนโปรยทิ้งไว้หลังแสดงความไม่พอใจคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ขบวนการล้มล้างการปกครองฯ

แต่ภาพที่สังคมรับรู้ยามนี้และไม่กี่อึดใจก่อนหน้านั้นจะพบแล้วว่า… 

ใครกันแน่ที่”สับสนกับข้อเรียกร้องของตัวเอง?”

ใครกันแน่ที่”ชักนำประชาธิปไตยของประเทศถอยหลังเข้าคลอง? “

ใครกันแน่ที่”ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน ในช่วงดำเนินการยื่นหนังสือต่อองค์กรระหว่างประเทศ/สถานทูตหลายชาติในห้วงนี้และห้วงที่ผ่านมาให้เข้ามาแทรกแซงกิจการบ้านเมือง?”

ใครกันแน่ที่”เรียกร้องให้สังคมและอำนาจสามฝ่ายในระบอบประชาธิปไตย(นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ) รับฟังเสียงเรียกร้องของพวกเขาและต้องกระทำทันที? “

ใครกันแน่ที่”เริ่มฝ่าฝืนกติกาบ้านเมืองและใช้วิธีนอกกฎหมายหลากวาระยามเมื่อมิได้ดั่งใจหมาย?”

ใครกันแน่ที่”ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม  แม้แต่กฎการอยู่ร่วมกันในสังคม?”

กลุ่มมวลชนเดินทางไปยื่นหนังสือที่สถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พ.ย.64 กลุ่มมวลชนเดินทางไปยื่นหนังสือที่สถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 14 พ.ย.64

หากบุคคลเหล่านี้ยืนยันว่าพวกเขาคือประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศ หนึ่งเสียงของพวกเขามีความหมายกับเวลายามนี้และอนาคตของบ้านเมือง…

หากยังยืนยันแบบกระต่ายขาเดียวเยี่ยงนี้..ก็ยากที่จะพูดคุย

สารพันข้อเรียกร้องในวันวานและวันนี้ รวมทั้งการกระทำที่บังเกิดขึ้นนั้น  ขอถามว่า พวกเขาศึกษาถ่องแท้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์บ้านเมืองรอบด้านแล้วหรือ?..และเคยถอดบทเรียนหลายชาติที่เกี่ยวกับการต่อสู้ในระบอบการปกครองของประเทศเหล่านั้นมาพินิจและปรับใช้บ้างหรือไม่?

ภาวะยามนี้ของมวลชนกลุ่มสามนิ้วที่รวมตัวกันหลากแขนง/หลายชื่อนั้น..ถามสักนิดว่าหากจะมีการพูดคุยหารือเพื่อหาทางออกแบบสันติร่วมกันนั้น ใครคือตัวแทนและแกนนำที่เป็นตัวจริง-เสียงจริงและกลุ่มสามนิ้วให้การยอมรับและยืนยันให้ไปร่วมเสนอหาทางออกตามวิถีที่พวกเขาต้องการ?

รู้ๆกันอยู่ว่า หากใครกล้าหาญออกตัวว่า ข้าพเจ้าคือตัวแทนของมวลชนกลุ่มสามนิ้ว..อะไรจะเกิดขึ้นบ้างกับชีวิตในยามหน้า(และพวกเขาก็รู้ตัวกันดีว่าหากออกตัวแล้วผลลัพธ์กับชีวิตคืออะไร?)

หลากคำถามในพื้นที่นี้ที่สะท้อนขึ้นมานั้น มิใช่ว่าจะตำหนิมวลชนกลุ่มสามนิ้วเพียงมุมเดียว เพราะความกล้าที่จะลุกขึ้นมาตั้งคำถามในสิ่งที่พวกเขามิเข้าใจก็เป็นมุมที่ดี  แต่หากพินิจในข้อเรียกร้องและการกระทำของพวกเขานั้น คล้ายว่ามุมดีนั้นอยู่ในจุดอับ

มวลชนมายื่นหนังสือที่สถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน มวลชนมายื่นหนังสือที่สถานทูตเยอรมันประจำประเทศไทย ก่อนแยกย้ายกลับบ้าน

เพราะมุมตรงข้ามของพวกเขาที่ปรากฏต่อสังคมนั้น…มันกว้างยิ่งกว่ากว้างและเสมือนหลุมดำในอวกาศที่ลึกสุดบรรยาย รวมทั้งยากที่จะหาทางออกได้หากหลุดมิติจักรวาลเข้าไป (พิจารณาจากเหตุผลที่นำมา กล่าวอ้างและปลุกเร้าการต่อสู้ของพวกเขานั้น..คล้ายว่าน้ำหนักของขนนกจะมีปริมาตรมากกว่าหลายเท่าตัว)

กลเกมที่มวลชนสามนิ้วขับเคลื่อนในตอนนี้ หากมองให้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นั้น คงต้องใช้บางวรรคทองของบทเพลง  Knockin’ on heaven’s doo  ของ Bob Dylan ที่บรรจงจารไว้ว่า

“Mama take this badge from me
I can’t use it anymore
It’s getting dark too dark to see
Feels like I’m knockin’ on heaven’s door…”

หากมองตามรูปเกมการเมืองแล้วนั้น “หลุมพรางและหลุมดำการเมือง”ที่พวกเขาบรรจงขุดไว้นั้น ลึกยิ่งกว่าลึก ยากยิ่งที่จะป่ายปีนกลับขึ้นมา….


และคล้ายว่าพวกเขาเสียเองแทบทั้งนั้นที่ตั้งใจและพลาดในการ”เดินตกลงไปด้วยตัวเอง…”