มีคำตอบ ‘เก็บเห็ดลาว’ ได้ฉีดวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/477102

มีคำตอบ ‘เก็บเห็ดลาว’ ได้ฉีดวัคซีน

3 สิงหาคม 2564 – 14:05 น.

คนไทยตื่นข่าวโซเชียล “เก็บเห็ดลาว” ได้ฉีดวัคซีน mRNA เท็จจริงอย่างไร มาหาคำตอบกัน ขอลัมน์ท่องยุทธภาพ โดยขุนน้ำหมึก

“ลาวยัน! 7 คนไทยเก็บเห็ดล้ำแดน จะได้ฉีดวัคซีน mRNA ก่อนส่งกลับไทย”

เพียงแค่สำนักข่าวในประเทศไทย พาดหัวข่าวตัวโปรยอย่างนี้ โซเชียลก็ลุกเป็นไฟ คนไทยนับล้าน อยากไปเก็บเห็ดที่เมืองลาว

คำว่า “ลาวยัน” นั้น สำนักข่าวดังกล่าว อ้างคำพูดของ อภัย วุฒิโสภากร นายอำเภอสิรินธร จ.อุบลราชธานี กรณีคนไทย 7 คน ถูกจับข้อหาล้ำแดนลาว เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และทหารลาวนำตัวไปกักบริเวณอยู่ที่เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก

ตอนหนึ่ง นายอำเภอสิรินธร พูดว่า ในความโชคร้าย แต่ก็ยังมีความโชคดี เพราะชาวบ้านทั้ง 7 คนนี้ จะได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ หรือจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ในลาวทั้งหมด เพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 ก่อน ถูกนำตัวส่ง ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองลาว ประจำด่านสากลวังเตา ซึ่งอยู่ตรง ด่านช่องเม็ก อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อผลักดันคนทั้งหมดกลับประเทศไทยตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศต่อไป

ประเด็นข้อสงสัยคือ เจ้าหน้าที่ลาวคนไหน บอกกับนายอำเภอสิรินธร? และในข้อเท็จจริง แขวงจำปาสัก ไม่ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ เนื่องจากวัคซีนไฟเซอร์ ที่รัฐบาลลาวได้รับจากโครงการ Covax นั้น ต้องอาศัยตู้แช่มาตรฐาน ซึ่งมีเฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ จึงไม่มีการฉีดไฟเซอร์ให้คนต่างแขวงแต่ประการใด

ล่าสุด คณะกรรมการเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิดลาว ได้มีนโยบายจะฉีดวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ให้แรงงานลาวกลับจากไทย โดยแรงงานเหล่านี้ จะถูกกักตัวอยู่ในศูนย์เป็นเวลา 14 วัน ก่อนกลับบ้าน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขลาว จะฉีดวัคซีน J&J แบบเข็มเดียวให้ทุกคน

ดังนั้น กรณีนายอำเภอสิรินธร บอกนักข่าวท้องถิ่นว่า คนไทยทั้ง 7 คน จะได้รับวัคซีน mRNA ก่อนส่งกลับไทย อาจมีเจ้าหน้าที่ลาวบางคนพูดถึงการฉีดวัคซีน J&J ให้แรงงานลาวที่ถูกกักตัวอยู่ในศูนย์

ชายแดนไทย-ลาว จุดที่คนไทยถูกจับตัวไป

อย่างไรก็ตาม การที่จะฉีดวัคซีนป้องกันโควิดให้คนต่างประเทศ กรณีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จะเป็นเรื่องการตัดสินใจของคณะกรรมการควบคุม ป้องโควิด แขวงจำปาสัก เท่านั้น ซึ่งจนถึงเวลานี้ ทางลาวก็ยังเงียบอยู่

++

ข้อเท็จจริง

++

เหตุการณ์ทหารลาวจับคนไทย เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-ลาว ซึ่งตามวิถีชีวิตคนสองประเทศนี้ มักจะเข้าไปหาของป่า เก็บเห็ดในป่าแถวนี้อยู่เสมอ บางครั้งคนลาวก็ล้ำแดนไทย บางคราวคนไทยก็ล้ำแดนลาว แต่เจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ ก็จะตักเตือนและปล่อยตัว ไม่มีการนำตัวไปดำเนินคดีข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

สำหรับกรณีทหารแขวงจำปาสัก ได้จับกุมตัวชาวบ้านสุขเกษม หมู่ 14 ต.คันไร่ อ.สิรินธร จำนวน 7 คน เป็นหญิง 5 คน ชาย 2 คน เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางการลาวได้ดำเนินการกฎหมายของฝ่ายลาวคือ เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

จุดเกิดเหตุอยู่ชายแดนไทย-ลาว บริเวณเมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก เมื่อทหารลาวจับตัวชาวไทย 7 คน ก็ส่งตัวไปศูนย์กักตัวสังเกตอาการโควิด-19 เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก เพราะลาวกังวลเรื่องการนำเชื้อโควิดเข้าประเทศ

ขณะนี้ จังหวัดอุบลราชธานีอยู่ระหว่างประสานขอรับตัวคนไทยทั้ง 7 คน ประกอบด้วย ทศพล แพงทรัพย์ อายุ 30 ปี, สุวิทย์ ชมชวน อายุ 33 ปี, สิรินยา ผลขาว อายุ 32 ปี, วรรณภา ผลขาว อายุ 27 ปี, สงกรานต์ มูลสิน อายุ 42 ปี, วิเชียร แก้วแสง ไม่ทราบอายุ และนางหนูปิ่น ผลขาว ไม่ทราบอายุ กลับคืนประเทศไทย

สำนักข่าว Rfa Lao เผยแพร่ภาพคนไทยที่ถูกจับกุมข้อหาเข้าเมืองผิดกฏหมาย

สำนักข่าว Rfa Lao เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2564 ระบุว่า ทางการลาวได้ส่งคนไทยทั้ง 7 คนไปอยู่ที่ศูนย์กักตัวสังเกตอาการโควิด-19 เมืองปะทุมพอน แขวงจำปาสัก จากนั้น อาจจะได้ส่งตัวคนทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ ตม.ลาวประจำด่านสากลวังเตา ผลักดันคนทั้งหมดกลับประเทศไทย ตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศต่อไป

ในรายงานข่าวของ Rfa Lao ไม่ได้มีการพูดถึงเรื่องการฉีดวัคซีนโควิดให้คนไทยทั้ง 7 คน หลังกักตัวครบ 14 วัน แต่อย่างใด

ขอบคุณภาพ สำนักข่าว RFA Lao

‘ประยุทธ์’ ชิ่งหนีพิษวัคซีน ‘กทม.-ภท.’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476984

‘ประยุทธ์’ ชิ่งหนี พิษวัคซีน ‘กทม.-ภท.’

2 สิงหาคม 2564 – 19:20 น.

ปมวัคซีนการเมือง “อนุทิน-อัศวิน” ยังไม่จบ “ประยุทธ์” ลอยตัว ประชาชนถูกเท ครั้งแล้วครั้งเล่า  คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เวรกรรมคนไทย ต้องมาเจอเกมวัคซีนการเมือง ระหว่าง “กรุงเทพมหานคร” กับ “กระทรวงสาธารณสุข” จึงทำให้คนจำนวนมากที่ลงทะเบียนกับโครงการ “ไทยร่วมใจ” ต้องเจอโรคเลื่อนหลายรอบแล้ว แถมศูนย์ฉีดวัคซีน 25 แห่ง ของ กทม. ก็จ่อปิดตัวลงอีกครั้ง    

'ประยุทธ์' ชิ่งหนี พิษวัคซีน 'กทม.-ภท.'

ศูนย์ฉีดวัคซีนภาคเอกชน

ขณะที่ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ ก็ล้นหลามไปด้วยผู้คนที่แห่ไปเข้ารับการฉีดวัคซีน จนกองเชียร์ค่ายเซาะกราว เรียกว่า “โอเอซิสวัคซีน” เมื่อมีข่าวคนวงใน ศบค. จะชงยุบศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ ฝ่ายพรรคภูมิใจไทย ก็เต้นเร่าๆ ตีข่าวใหญ่โต     

มิหนำซ้ำ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ประกาศ “ทวงวัคซีน” และถามหาความเป็นลูกผู้ชายจากคนโตในปีกกระทรวงสาธารณสุข     

สื่อทุกสำนักมองว่า นี่เป็นเกม “วัคซีนการเมือง” บนสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และเสียงร้องไห้ของครอบครัวผู้เสียจากการโควิด    

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กุมอำนาจสูงสุดของ ศบค. จะบอกว่า ไม่รู้ปัญหาก็คงไม่ได้ และการทำตัวอยู่เหนือความขัดแย้ง ปล่อยให้ชาวบ้านเผชิญโควิดตามยถากรรม ไม่ใช่ผู้นำแบบซิงเกิลคอมมานด์แน่นอน    

เหตุใดค่ายภูมิใจไทย ตั้งใจชงศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ เป็นเสมือนโอเอซิสวัคซีน และทำไม “บิ๊กวิน” ต้องขอดึงวัคซีนมาให้ฉีดให้คนกรุงเทพฯ ทั้งหมดมีคำตอบอยู่ที่ “ผลงาน” อันจะนำไปต่อยอดในสมรภูมิเลือกตั้งได้ 

++
แทงกั๊กวัคซีน
++
ย้อนไปดูข่าวการประชุมหารือเรื่องการบริหารวัดซีนโควิด-19 ของสถานีกลางบางซื่อ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันนั้น ได้เกิดข้อโต้เถียงกันเกิดขึ้นระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กับ กทม. เกี่ยวกับวัคซีนที่มีการส่งมอบให้ กทม.     

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า กทม.เพิ่งจะได้รับวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุขเพียง 7 แสนโดสเท่านั้น นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค จึงชี้แจงว่า สาธารณสุขได้ส่งมอบวัคซีนให้กับสำนักอนามัย สังกัด กทม. ในเดือน มิ.ย. 1 ล้านโดส และเดือน ก.ค. 1.1 ล้านโดส    

ถึงตอนนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ตอบกลับไปว่า ที่ สธ.ส่งมา เป็นการส่งให้สำนักอนามัย และนำไปให้คนที่ลงทะเบียนหมอพร้อม ไม่ได้เป็นการจัดการของ กทม.    

นพ.โอภาส บอกว่า สธ.ให้ไปแล้ว สำนักอนามัยจะนำไปส่งมอบให้ใครต่อ ถือเป็นเรื่องการบริหารจัดการของ กทม. ทำให้ พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า “คุณพูดให้เป็นลูกผู้ชายหน่อยสิ” พล.อ.ประยุทธ์ ต้องออกมาเบรกทั้งคู่    

ล่าสุด ศูนย์ฉีดวัคซีนที่ภาคเอกชนจัดตั้งขึ้น 25 แห่ง ใน กทม. ได้ประกาศปิดศูนย์ชั่วคราวเนื่องจากไม่ได้รับการจัดสรรวัคซีนว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรวัคซีนให้กับ กทม. ตามที่ตกลงกันไว้     

อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศราว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โทรศัพท์มาสั่งการด่วนให้ตนจัดสรรวัคซีนให้กับศูนย์ฉีดของภาคเอกชน 25 แห่ง โดยกรมควบคุมโรค จัดส่งวัคซีนโดยตรงไม่ต้องผ่าน กทม.ให้กับศูนย์ฉีดวัคซีน 25 แห่ง แห่งละ 1,000 โดสต่อวัน ซึ่งรวมแล้วจะฉีดได้ 25,000 โดสต่อวัน โดยเฉพาะเดือน ส.ค.จะได้ทั้งหมด 750,000 โดส ซึ่งใกล้เคียงกับความสามารถในการฉีดของบรรดาศูนย์ฉีดเหล่านี้    

นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค จะส่งมอบวัคซีน 500,000 โดส เพื่อให้ กทม. จัดสรรไปฉีดในสถานพยาบาลต่างๆที่อยู่ในสังกัด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเพียงพอกับความต้องการ

++
ปลดผู้ว่าฯกทม.
++
เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2564 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ให้สัมภาษณ์สื่อว่า “หากได้รับจัดสรรวัคซีนจากกระทรวงสาธารณสุข จะเร่งทำการฉีดให้แก่ผู้ที่ลงทะเบียนผ่านไทยร่วมใจ จากตัวเลขผู้ที่ลงทะเบียนไว้ประมาณ 1,400,000 คน ให้ได้รับการฉีดวัคซีนครบทุกคนต่อไป”    

สิ่งที่ “อนุทิน” อ้างนายกฯประยุทธ์ สั่งการให้กรมควบคุมโรค ส่งตรงวัคซีนป้องกันโควิด ถึงหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด 25 แห่ง โดยไม่ผ่าน กทม.นั้น หากเรื่องเป็นจริง “บิ๊กวิน” จะคิดอย่างไร?

ศูนย์ฉีดวัคซีนบางซื่อ    

สำหรับหน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคซีนโควิด–19 กรุงเทพมหานคร-หอการค้าไทย ซึ่งเอกชนเสียค่าใช้จ่ายไปแล้ว ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านบาท ประธานหอการค้าไทย ก็หวังว่า จะมีการกระจายวัคซีนจากสถานีกลางบางซื่อมาให้ศูนย์ฉีดวัคซีนทั้ง 25 แห่ง ได้แบ่งเบาภาระของกระทรวงสาธารณสุข โดยที่ประชาชนไม่ต้องไปแออัดที่ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อเพียงแห่งเดียว    

นี่คือซิงเกิลคอมมานด์ สไตล์ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่มีความเด็ดขาด ปล่อยให้ กทม. กับสาธารณสุข โดยหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย งัดข้อกันเรื่องแย่งกันฉีดวัคซีน

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “สิงหามรณะ” รัฐบาลแพแตกโควิดระบาดหนัก-ม็อบรวมตัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476989

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ”สิงหามรณะ”รัฐบาลแพแตกโควิดระบาดหนัก-ม็อบรวมตัว

2 สิงหาคม 2564 – 17:40 น.

“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติรัฐบาลแพแตกจะอยู่หรือจะไป “สิงหามรณะ” โควิดระบาดหนัก-ม็อบรวมตัวจุดเชื้อไม่ยำเกรง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”ประยุทธ์”โดดเดี่ยว”บิ๊กป้อม-บิ๊กป๊อก”ลอยตัว แนะนายกฯเด็ดขาดปราบโควิดจบก่อนสิ้นปี64

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ ชี้ชะตารัฐบาลถึงจุดวัดดวง สิงหาเดือนมรณะ ปะทะดวงเมือง ระวังวิกฤติหนักปะทะเดือด รัฐบาลแพแตกว่าจะอยู่หรือจะไป วิกฤติทั้งเศรษฐกิจทรุด กับสถานการณ์ที่อาจจะรุนแรง เพราะตกดวงปะทะแตกแยก ตายจาก วุ่นวาย สับสน

พรรคร่วมรัฐบาลระส่ำสับสนเตรียมสละเรือท่ามกลางมรสุมหนัก ทั้งไวรัสโควิด ระบาดหนักแพร่กระจายคนตายเพิ่ม กลุ่มม๊อบรวมตัวจุดเชื้อไม่ยำเกรง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน  แพร่กระจายเชื้อโรคระบาดเพิ่ม จับตารัฐบาล ภาครัฐ ที่จะเด็ดขาดหรือไม่เพื่อประชาชนส่วนใหญ่ที่รอคอยความหวัง

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการ สถาบัน โหราศาสตร์ พยากรณ์ แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติชี้ชะตารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าจะอยู่หรือจะไป สิงหาเดือนมรณะ ปะทะดวงเมือง รัฐบาลแพแตกเสียงแตกระส่ำ

ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดโควิดที่ยังไม่หยุดนิ่ง คนตายเพิ่ม วิกฤติเศรษฐทรุดหนัก รัฐบาลคะแนนเสียงตก เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยเกียร์ว่างทำงานไม่เต็มที่ นายกฯ เหมือนหัวเดียวกระเทียมหลีบ บิ๊กป้อม บิ๊กป๊อกขัดแย้งลอยตัวเหนือปัญหา 

รองนายกฯ รมต. สาธารณะสุข อนุทิน ต้องเชื่อนายใหญ่ของพรรคกำกับเพราะเกรงฐานเสียงสะเทือน ส่วนประชาธิปัตย์ กลายเป็นประเภทนกสองหัว เละเทะทั้งพรรค สุดท้ายอาจตัวใครตัวมัน

เตรียมสละเรือแล้วนายกฯจะโดดเดี่ยว หากไม่ตัดสินใจเด็ดขาด แสดงศักยภาพรัฐบาล เพื่อกู้สถานการณ์ให้กลับมาเป็นปกติของบ้านเมืองก่อน เพราะไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ส่วนโรคระบาดต้องปล่อยให้แก้ไปตามยะถากรรมจนกว่าจะหายเองเพราะควบคุมไม่ได้อาจต่อเนื่องถึงสิ้นปี หรือนานกว่านั้น

ซินแสเข่ง สรุปท้ายสุด กับดวงสถานการณ์ ทั้งเศรษฐกิจ และปัญหาบ้านเมือง หากไม่ลงตัวในเดือนสิงหาคม ที่จะเป็นเดือนของการชี้ขาด ของรัฐบาล กับกลุ่มผู้สร้างความวุ่นวายกับความหายนะ ยั่วยุให้นายกฯ ประยุทธ์

และภาครัฐต้องออกมาใช้อำนาจกำลังปราบปรามให้เด็ดขาด และต้องสรุปการบริหารการป้องกันควบคุมหยุดหยั้งโรคระบาดโควิด 19 ให้เห็นรูปธรรมภาพที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อหยุดหยั้งก่อนสิ้นปี 2564

‘ม็อบตู่’ ทำอะไร ในสมรภูมิดินแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476950

‘ม็อบตู่’ ทำอะไร ในสมรภูมิดินแดง

2 สิงหาคม 2564 – 13:40 น.

“ม็อบ 1 สิงหา” เหตุปะทะดินแดง กังขา “ม็อบจตุพร” เปิดเวทีปราศรัยหน้าบ้านประยุทธ์ทำไม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

คาร์ม็อบหรือ #ม็อบ 1 สิงหา จบด้วยเหตุปะทะ ระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนกับผู้ชุมนุมวัยรุ่น(กลุ่มจักรยานยนต์) ที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ตั้งแต่ช่วงเย็น ไปจนถึงสองทุ่ม เจ้าหน้าที่ได้ยิงแก๊สน้ำตาเพื่อสลายการชุมนุม และเคลียร์พื้นที่ไปจนถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

บก.ลายจุด หรือสมบัติ งามบุญอนงค์ แกนนำจัดคาร์ม็อบ ได้ย้ำในคลับเฮาส์ว่า เมื่อขบวนผ่านแนวรั้วของกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ร.1 ทม.รอ.) ซึ่งมีการวางแนวตู้คอนเทนเนอร์และรั้วลวดหนามสกัดไว้ ขอให้ขับผ่านไปเลย อย่าจอดรถปราศรัย อย่าเอาปะทะ

จากการตรวจสอบข่าวที่นำเสนอในช่วงเหตุเกิดความวุ่นวายที่ดินแดง พบว่า มีรถบรรทุกของกลุ่มไทยไม่ทน จอดปราศรัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ประมาณช่วง 17.00 น.

แม้ “ตู่” จตุพร พรหมพันธ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จะอยู่ในเรือนจำ แต่ “เจ๋ง ดอกจิก” ยศวริศ ชูกล่อม ก็ได้รับบทบาทผู้นำชั่วคราว และนำขบวนไทยไม่ทนเข้าร่วมคาร์ม็อบ

ขบวนคาร์ม็อบไทยไม่ทน ออกสตาร์ทหน้าปั๊ม ปตท.ถนนเลียบด่วนรามอินทรา มุ่งหน้าวิภาวดี เมื่อผ่านแนวรั้วของ ร.1 ทม.รอ. ได้เปิดปราศรัยโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องจากมีบ้านพักรับรองของ พล.อ.ประยุทธ์

ขณะเดียวกัน บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลทหารผ่านศึก มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้เดินทางเข้ามาปักหลักในพื้นที่ กิจกรรมไล่ประยุทธ์

เวลา 17.30 น. ตำรวจควบคุมฝูงชน นำกำลังออกมาจากซอยพหลโยธิน 2 ข้าง รพ.ทหารผ่านศึก กดดันให้ผู้ชุมนุมยุติการทำกิจกรรม

เวลา 17.42 น. ผู้ปราศรัยบนรถบรรทุกของกลุ่มไทยไม่ทน ประกาศยุติการชุมนุม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุบานปลาย แต่หลังจากนั้น ได้เกิดเหตุปะทะชุลมุนวุ่นวายอยู่นานกว่า 3 ชั่วโมง สถานการณ์จึงยุติ

สำหรับม็อบ 1 สิงหา มีหลายขบวนหลายกลุ่ม โดย “บก.ลายจุด” พยายามสื่อสารผ่านคลับเฮาส์ แต่ก็ทำได้เฉพาะบางขบวนเท่านั้น

++

รอวันคืนสังเวียน

++

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2564 มีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2564 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2564 ปรากฏว่า จตุพร พรหมพันธุ์ ได้เข้าเกณฑ์พระราชทานอภัยโทษ จะได้รับการปล่อยตัวภายในเดือน ส.ค.นี้ หลังจากเข้ารับการอบรมโคก หนอง นา โมเดล

จตุพรต้องรับโทษจำคุกต่อ 11 เดือน 16 วัน คดีหมิ่นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อต้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา และก่อนเข้าเรือนจำ จตุพรได้โทรศัพท์ไปหา “บ.ก.ลายจุด” ฝากฝังภารกิจไล่ประยุทธ์ ให้ขบวนคาร์ม็อบดำเนินการต่อ และขอให้ประสบความสำเร็จ

ดังที่ทราบกัน จตุพรนำกลุ่มไทยไม่ทนลงถนน เจอสถานการณ์ “ม็อบจุดไม่ติด” เพราะบรรดา 30 องค์กรฝ่ายประชาธิปไตยที่เข้าร่วมในนามคณะสามัคคีประชาชนฯ มีแต่ “หัว” กับ “ชื่อ” ไม่มีมวลชน

ขบวนคาร์ม็อบไทยไม่ทน

ปี 2564 สถานการณ์เปลี่ยน ไม่ใช่ยุคคนเสื้อแดง ไม่ใช่เวลาของแกนนำมวลชนยุคทีวีดาวเทียม นี่คือสัจธรรมของแกนนำมวลชน

++

พระเอกเสื้อแดง

++

ต้องยอมรับว่า คาร์ม็อบ 1 สิงหา สื่อส่วนใหญ่จะโฟกัสไปที่ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งนำทีมคาร์ม็อบคนเสื้อแดงลงถนนอย่างคึกคัก มีพิธีกรรมเล็กๆน้อยๆ ก่อนเคลื่อนขบวน

วันเดียวกัน ในเฟซบุ๊คของณัฐวุฒิ ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ต้องสวมเสื้อแดง มีตัวหนังสือคำว่า “ไพร่” ติดหน้าอก

“ไอ้ควายแดง บ้านนอก โง่ ไร้การศึกษา ถูกเขาหลอกมา ม็อบรับจ้าง ไอ้ก่อการร้ายพวกนี้ไงถูกยิงตายเกลื่อนบางกอกสิบกว่าปีก่อน มันยังอยู่ ถูกเขาไล่ฆ่า จับขัง ดูถูกเหยียดหยามยังยืนหยัดกัดฟันสู้ วันนี้พวกมันกลับมาแล้ว..”

ลีลาพระเอก เสื้อแดงของเต้น

“เต้น” แกนนำ นปช. เคยตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับเรื่องจะกลับสู้บนท้องถนนอีกหรือไม่ “มันเป็นคนละยุคสมัยกันแล้ว ผมไม่เคยคิดที่จะหยุดต่อสู้ แต่การจะกลับไปบนถนนหรือเวที ขอให้สถานการณ์เป็นตัวกำหนด ผมไม่ได้แทงกั๊กหรือเล่นตัว แต่มันเป็นเรื่องของยุคสมัย”

ทำไม “เต้น” กระโจนเข้าร่วมคาร์ม็อบในเวลานี้ คงหาคำตอบได้ไม่ยาก เมื่อ “โทนี่” ออกมาเร่งเกมเปลี่ยนม้ากลางศึก ผ่านคลับเฮาส์เกือบทุกสัปดาห์

‘คาร์ม็อบ’ จุดติด สิงหาชี้ชะตา ‘ตู่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476868

‘คาร์ม็อบ’ จุดติด สิงหาชี้ชะตา ‘ตู่’

1 สิงหาคม 2564 – 18:45 น.

คาร์ม็อบ 1 สิงหา “บก.ลายจุด” ขยายแนวร่วมทั่วประเทศ รุกไล่ประยุทธ์ จับตา “ม็อบแว้น” ป่วนกรุง คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

คาร์ม็อบภายใต้ชื่อกิจกรรม “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” (วิภาวดี-รังสิต) ในวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค.2564 มีรถทุกชนิดเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 1 พันคัน ถือว่า “คาร์ม็อบจุดติดแล้ว”

เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีคาร์ม็อบ 3 ขบวนคือ คาร์ม็อบของ บก.ลายจุด ,คาร์ม็อบราษฎร นำโดย ไผ่-เพนกวิน และคาร์ม็อบคนเสื้อแดง ของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด แกนนำผู้จัดคาร์ม็อบ สื่อสารกับกลุ่มต่างๆ ผ่านคลับเฮ้าส์ โดยวางกติการ่วมกัน ไม่มีการจอดรถเพื่อหยุดทำกิจกรรมภาคพื้นในที่ใดที่หนึ่งโดยเฉพาะ แต่จะใช้วิธีการขับรถวนไปเรื่อยๆ

บก.ลายจุด นักกิจกรรมแนวสันติวิธี เน้นย้ำ “ไม่เอาปะทะ ไม่เอาวุ่นวาย” และคาร์ม็อบไม่มีเป้าหมายไปบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภายในค่าย ร.1 รอ.

สิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของ บก.ลายจุด ก็คือ กลุ่มจักรยานยนต์ หรือกลุ่ม 2 ล้อ เพื่อประชาธิปไตย ที่ได้ร่วมทำกิจกรรมคาร์ม็อบกับกลุ่ม “ม่อน อาชีวะ” ไปเมื่อวันเสาร์(31 ก.ค.64) ด้วยเหตุนี้ จึงมีเหตุการณ์ปะทะ ระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมบริเวณ ด้านหน้า รพ.ทหารผ่านศึก

นี่เป็นสิ่งที่ บก.ลายจุด คงไม่ปรารถนาที่จะให้เกิดขึ้น เมื่อมีคนมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก หลายกลุ่มก้อน

++

ออกแบบคาร์ม็อบ

++

จับสัญญาณการแสดงออกผ่านโซเชียลของคนไทยหลากหลายกลุ่ม ที่มีต่อรัฐบาลประยุทธ์ในมหาวิกฤตโควิด นักวิเคราะห์การเมือง อาจสรุปว่า สถานการณ์ “สุกงอม” แล้ว สำหรับการเคลื่อนไหวบนท้องถนน

วันเสาร์ที่ 10 ก.ค.2564 บก.ลายจุด ได้อุ่นเครื่องจัด “คาร์ม็อบ” กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “กดแตรไล่ประยุทธ์” ตามหลักการเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ใช้อารมณ์ขัน ความสนุก ลดความตึงเครียด

ม็อบแว้น จุดอ่อนคาร์ม็อบ

เนื่องจากสถานการณ์โควิดระบาด บก.ลายจุด จึงเลือกเคลื่อน “รถ” แทน “คน” ปรากฏว่าคาร์ม็อบได้ปลุกให้คนชั้นกลางกล้าเข้าร่วมขบวน “สมบัติทัวร์” ได้

คาร์ม็อบอาจเปรียบเทียบกับการเคลื่อน “คน” นับหมื่นนับแสนไม่ได้ แต่กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แบบนี้ มี “รถ”เข้าร่วมนับพันคัน ก็สร้างพลังและสร้างความตื่นตัวได้

กิจกรรมคาร์ม็อบ ได้ขยายวงไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และมีเป้าหมายลักษณะรวมศูนย์คือ ขับไล่รัฐบาลประยุทธ์

++

สายพิราบ

++

กว่าสิบปีมานี้ ชื่อ “หนูหริ่ง” หรือ “บก.ลายจุด” จะถูกบันทึกไว้ในทำเนียบนักเคลื่อนไหวมวลชน ที่ชอบออกแบบการประท้วงเผด็จการ ตามแนวทางการต่อสู้สันติวิธี

บก.ลายจุด ต่อต้านเผด็จการทหาร มาแต่สมัยเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ กระทั่งเกิดรัฐประหาร 2549 เขาได้นำพามิตรสหาย จัดกิจกรรมต้านเผด็จการเป็นกลุ่มแรกๆ เมื่อขบวนการประชาชน ขยับเป็น “ม็อบ” ลงสู่ท้องถนน บก.ลายจุด ก็ถอยออกมา

ปี 2553 หลายคนคงจำกิจกรรม “วันอาทิตย์สีแดง” ได้ดี หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ บก.ลายจุด ในบทบาทแกนนอน ได้เปิดปฏิบัติการ “นัดกินแมค” ที่สี่แยกราชประสงค์ พร้อมกับยกป้าย “ที่นี่มีคนตาย”

กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ครั้งนั้น ได้ปลุกให้คนเสื้อแดงกล้าแสดงตัวตนมากขึ้น เพราะหลังสลายการชุมนุม คนเสื้อแดงตกอยู่ในสภาวะระส่ำระสาย แกนนำถูกจับ มีคนเจ็บคนตาย

'คาร์ม็อบ' จุดติด  สิงหาชี้ชะตา 'ตู่'

บก.ลายจุดแกนนำคาร์ม็อบ

เมื่อกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ หรือที่เรียกกันว่า “ม็อบสามนิ้ว” ออกมาจัดกิจกรรม และเคลื่อนขบวนลงถนน ช่วงเวลานั้น ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่อง “ยุทธวิธี” และการแสวงหา “แนวร่วม”

โดยเฉพาะการเคลื่อนม็อบรีเด็ม (ม็อบไม่มีแกนนำ) ที่มีการปะทะกับตำรวจควบคุมฝูงชนบ่อยครั้ง จึงมีเสียงสะท้อนจากนักกิจกรรมรุ่นใหญ่ว่า ควรหลีกเลี่ยงการทำม็อบไร้แกนนำ

บก.ลายจุด เชื่อว่า พื้นที่การต่อสู้ที่แท้จริงไม่ใช่บนถนน สนามต่อสู้ที่แท้จริงคือการรับรู้และวิธีคิด ความเข้าใจและระบบคุณค่าทางการเมือง ส่วนปฏิบัติการการชุมนุมเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งที่จะเรียกร้องทำให้เกิดความสนใจเพื่อสื่อสารกับสังคม

‘ทักษิณ’ มาแล้ว คาร์ม็อบเสื้อแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476841

‘ทักษิณ’ มาแล้ว คาร์ม็อบเสื้อแดง

1 สิงหาคม 2564 – 14:35 น.

ม็อบ 1 สิงหา “ทักษิณ” โผล่แล้ว คาร์ม็อบเสื้อแดงแห่ตาม “ณัฐวุฒิ” ไล่ประยุทธ์สุดคึก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ใกล้เที่ยงวันอาทิตย์ที่ 1 ส.ค.2564 บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ขบวนคาร์ม็อบ โดยการนำของ “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการ นปช. ก็มาตามนัด ทั้งมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง และแท็กซี่ หลายร้อยคัน  

 “เสี่ยเต้น” สวมเสื้อแดงตัวเก่ง มีตัวหนังสือคำว่า “ไพร่” ตรงกลางอก ขึ้นเวทีปราศรัยพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะเคลื่อนรถไปสมทบกับกิจกรรมคาร์ม็อบ ของ “บก.ลายจุด” สมบัติ บุญงามอนงค์ ที่ถนนวิภาวดีรังสิต 

ขบวนคาร์ม็อบเสื้อแดง

 แม้ “เสี่ยเต้น” พยายามจะบอกว่า คาร์ม็อบเที่ยวนี้ ไม่ใช่เรื่องของ นปช. เป็นเรื่องส่วนตัว แต่การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของคาร์ม็อบ ก็มีทั้งผ้าแดง และติดสติกเกอร์สีแดงข้อความ #ไล่ประยุทธ์ แถมด้วยศิลปินคนเสื้อแดง อาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ ที่มาร้องเพลงของกลุ่มคนเสื้อแดง รำลึกการถูกสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ เมื่อ 19 พ.ค.2553   

ที่ขาดไม่ได้คือ การติดธงที่มีรูปของทักษิณ ชินวัตร พร้อมข้อความ “นายกในดวงใจ” เนื่องจากผู้ที่เข้าร่วมคาร์ม็อบสายเสี่ยเต้น ล้วนแต่เป็นคนเสื้อแดง และคนรักทักษิณ 

++
ชิงการนำ
++

ขบวนคาร์ม็อบหรือ #ม็อบ 1 สิงหา ของ บก.ลายจุด กระจายไปในหลายสิบจังหวัดทั่วประเทศ เป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ตามแนวถนัดของเขา แต่วันนี้(1 ส.ค.2564) มีดาวเด่นดาวดังอย่าง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เข้ามาร่วมด้วย สื่อทุกสำนัก จึงโฟกัสไปที่แกนนำ นปช.  

'ทักษิณ' มาแล้ว คาร์ม็อบเสื้อแดง

จับตาบทบาท ณัฐวุฒิ

“เสี่ยเต้น” ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เป็นการทำเพื่อตอบสนองความทุกข์ยากเจ็บปวดและยืนยันเกียรติยศศักดิ์ศรีของประชาชน ตนเริ่มต้นด้วยความรู้สึกนี้และจะไล่ให้ได้ วันนี้ไม่ออก พรุ่งนี้ก็ไล่อีกก็จะทำอย่างสุดกำลัง    

“อีกไม่กี่วัน เดี๋ยวรู้ เราจะเดินหน้าอย่างไร ทั้งนี้จะไม่หยุดแน่ จะเดินหน้ากันต่อไป ในการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อย่างแน่นอน ยืนยัน เราจะแสดงออกด้วยสันติวิธี”    

เหมือนไม่มีไม่มีขลุ่ย ไม่มีใครคาดคิดหรอกว่า “เสี่ยเต้น” จะออกมาชักธงรบ “สู้เถิดพี่น้อง เพื่อนมิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ มาเคียงไหล่ใกล้บ่ากันอีกครั้ง”    

ก่อนหน้านี้ แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) องค์กรใหญ่ที่แยกเป็น 2 สายคือ สายเต้น และสายตู่ มวลชนเสื้อแดงส่วนใหญ่ ต่างสงบนิ่ง มีเพียงบางกลุ่มที่เข้าไปร่วมทำกิจกรรมกับเยาวชนคนหนุ่มสาว     

กระทั่ง “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ แยกตัวไปเคลื่อนไหว “ไล่ประยุทธ์” ในนามกลุ่มไทยไม่ทน ก็ไม่มีเสียงตอบจากคนเสื้อแดงมากนัก     

น่าสังเกตว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา “ทักษิณ ชินวัตร” ขยับตัวแรง ส่งสัญญาณให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ถอยออกไป ให้กลับไปพักผ่อนเลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน    

ถัดจากวันเกิดปีที่ 72 ของทักษิณ ชินวัตร “เสี่ยเต้น” ก็ประกาศ “ไล่ประยุทธ์” ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว และสื่อในเครือข่ายอย่าง UDDnews 

++
เครือข่ายไล่ประยุทธ์
++

เมื่อวันที่ 31 ก.ค.2564 “เสี่ยเต้น” บอกผ่านเฟซบุ๊คว่า “หลังคาร์ม็อบ จะประสานพลังกำหนดแนวต่อสู้ วัน ว. เวลา น. ผมไม่ใช่ผู้นำแต่เป็นคนทำงาน ในนาม เครือข่ายไล่ประยุทธ์”     

น่าจับตาว่า เสี่ยเต้นจะเคลื่อนขบวน นปช.ออกสู่ท้องถนน หรือจะตั้งองค์กรใหม่ คล้าย “เสี่ยตู่” ตั้งกลุ่มไทยไม่ทน     

ว่ากันตามจริง ณัฐวุฒิยังมีภาพเป็น “พระเอก” ของคนเสื้อแดง และเขายังซื้อใจเยาวชนคนรุ่นใหม่ ด้วยการสนับสนุนแนวทางการต่อสู้ของกลุ่มราษฎร และกลุ่มอื่นๆ     

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า ทุกการเคลื่อนไหวของขบวนการสามนิ้ว จะภาพของ ส.ส.พรรคก้าวไกล จะเป็นพี่เลี้ยงเยาวชนคนรุ่นใหม่ แม้จะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าไปร่วมแจมบ้างก็เหมือนยังมีช่องว่างอยู่    

ว่ากันว่า โดยจุดยืนและอุดมการณ์ “ม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่” กับพรรคก้าวไกลคือขบวนการเดียวกัน และยังมีความต่างจาก “ทักษิณ” ในแง่ของอุดมการณ์ทางการเมือง    

ด้วยเหตุนี้ ทักษิณจึงต้องตรึงกำลัง “คนเสื้อแดง” เอาไว้ใกล้กับพรรคเพื่อไทย การขยับแรงของเสี่ยเต้น ก็เพื่อภารกิจ “กลับบ้าน” ของโทนี่     

พูดง่ายๆ ทักษิณในคราบ “โทนี่” มุ่งรีแบรนด์เพื่อไทย และ “เสี่ยเต้น” ก็หันมารีโนเวท “นปช.” ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง 

ซินแสเข่งผ่าดวง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตลกอาวุโสอัจฉริยะ ดื้อ “คนไม่ยอมคน” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476806

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตลกอาวุโสอัจฉริยะ ดื้อ “คนไม่ยอมคน”

1 สิงหาคม 2564 – 08:27 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวง “ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ตลกอาวุโสอัจฉริยะ นักสู้ผู้ไม่ยอมถอย สุดฮอตในปี 2564 คลิประบายผ่านยูทูปดังระเบิดชั่วข้ามคืน คิวโชว์ตัวเกือบทุกช่อง ถูกกลุ่มเฟกนิวส์รุมขย่มยับ แต่ขนมเปี๊ยะกลับขายดี

ขนมเปี๊ยะ ของป๋าเทพ โพธิ์งาม จากเดิมขายได้วันละพัน เป็นวันละแสน กลุ่มตลกแตกคอขัดแย้ง สามกีบถล่มหนัก เด็กรุ่นใหม่ก่อม๊อบก่อเหตุ ด่าแรง ทำลายสถาบันฯ นักวิชาการ

อาจารย์แก่ๆ หัวหงอกเอาดีแต่พูด ยุให้เด็กเสียคน สร้างความแตกแยก พลิกประวัติศาสตร์ชีวิตกลับโด่งดัง ในบั้นปลาย เพราะความคิดของกูเอง ไม่มีใครจ้าง นายกฯ กูก็ไม่รู้จัก แต่กูว่า นายกฯดีที่สุดแล้ว

ซินแสเข่ง อ. ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติวิเคาระห์ ตลกอาวุโส ป๋าเทพ โพธ์งาม วัย 71 ปี จบการศึกษาแค่ ป. 4 แต่มีความคิดเสียดทะลุฟ้า ปล่อยคลิประบายความรู้สึกปัญหาความแตกแยก ไม่คาดคิด ดังชั่วข้ามคืน ระบมเพราะโดนถล่มจากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เพราะความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง

ในดวงชะตา ป๋าเทพ โพธิ์งาม เป็นคนดื้อรั้น อยากรู้อยากเห็น ชอบเครียดมักจะคิดอะไรล่วงหน้าอ่านคนได้ออก มีความเป็นผู้นำคนรักครอบครัวห่วงใยครอบครัว แต่มักจะคิดแล้วมักจะเบียดเบียนตนเองกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง

เอาเรื่องคนอื่นมาคิดให้ตนเองเดือดร้อน ในดวงชะตาทำอะไรมักจะมีคนอิจฉาริษยา ไม่หวัง สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ทำคุณคนไม่ขึ้น ช่วยเหลือคนอื่นแล้วกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ 

แต่ถึงอย่างไรก็มีดวงอุปถัมภ์ ที่ได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ และขายขนมเปี๊ยะถือว่าเป็นอาชีพที่ถูกโฉลกแล้ว

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ดวงของป๋าเทพ เกิดที่จ.ปราจีน เติบโตที่ จ.นราธิวาส เรียนจบ ป. 4 ที่รร. บ้านยะบะ รือเสาะ เป็นคนที่ชอบเครียด มักจะคิดอะไรล่วงหน้า ถ้าคิดอะไรได้ถอยหลังสักก้าวหนึ่ง ชีวิตจะไปได้ดี

และหากใช้ชีวิตที่ให้กลับไปบ้านเกิดเป็นครั้งเป็นคราว เหมือนชีวิตได้ชาร์ทแบตเตอร์รี่ ส่งผลให้เกิดพลังให้ชีวิตประสพความสำเร็จ และหากใช้ชีวิตที่ปล่อยวางบ้าง อย่าเอาเรื่องคนอื่นมาคิดให้เกิดความวิตกกังวล ชีวิตก็จะไปได้ดี

“ป๋าเทพ โพธิ์งาม” ในดวงชะตานั้นเป็นคนไม่ยอมคน และเป็นลูกจ้างใครก็ไม่ได้ นอกจากเป็นนายของตัวเอง

ปูด “รัฐประหาร” ได้กลิ่นอนาธิปไตย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476763

ปูด “รัฐประหาร” ได้กลิ่นอนาธิปไตย

31 กรกฎาคม 2564 – 18:13 น.

ลือรัฐประหาร “ผบ.ทบ.” จัดการคนปล่อยข่าว เกาะติด “ม็อบ 7 สิงหา” แม่น้ำร้อยสายไม่เอารัฐบาลประยุทธ์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

แสดงพลังแว้นสนั่นกรุงจบไปแล้ว เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่ 31 ก.ค.2564 กิจกรรม “รวมพลังคนพันธ์ R  CAR MOB อาชีวะขับไล่เผด็จการ” นำโดย ธนเดช ศรีสงคราม หรือ “ม่อน อาชีวะ” แกนนำกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชน  นับแต่ปลายปีที่แล้ว มีกลุ่มนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ เข้าร่วมขบวนการสามนิ้ว มีหลายกลุ่มหลายก๊วน และสร้างปัญหาความขัดแย้งในระดับหนึ่ง จนบางกลุ่มต้องแยกทางกันเดิน พักหลัง “ม่อน อาชีวะ” หรือ ธนเดช ศรีสงคราม หัวหน้ากลุ่มอาชีวะมีนบุรี ได้แยกตัวมาเคลื่อนไหวร่วมกับชินวัตร จันทร์กระจ่าง และกลุ่มแดงก้าวหน้า  ล่าสุด ม่อน อาชีวะ ร่วมมือกับกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ “ชาว 2 ล้อไม่เอาประยุทธ์” โชว์พลังแว้นทั่วกรุงเทพฯ มีอะไรบางอย่าง ชวนให้น่าจับตามอง

ปูด "รัฐประหาร" ได้กลิ่นอนาธิปไตย

พลังคนรุ่นใหม่ 2 ล้อ เพื่อประชาธิปไตย

เปลี่ยนม้ากลางศึก

กลางดึกวันที่ 30 ก.ค.2564 มีรายงานข่าวแปลก ๆ เผยแพร่ในโซเซียลอ้างว่า มีการก่อรัฐประหาร โดย “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตต์แก้วแท้  ผู้บัญชาการทหารบก แถมมีการบุกจับตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และตั้งนายกฯ คนใหม่เรียบร้อย ทางโฆษกกองทัพบก ต้องออกมาแถลงด่วนว่า ไม่เป็นความจริง และข่าวดังกล่าวนั้นเป็น “เฟคนิวส์” อย่าได้หลงเชื่อ

ปูด "รัฐประหาร" ได้กลิ่นอนาธิปไตย

บิ๊กบี้ พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ.

วันรุ่งขึ้น พล.อ.ณรงค์พันธุ์ จิตต์แก้วแท้  ผบ.ทบ. ได้มอบให้ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อํานวยการสํานักงานพระธรรมนูญทหารบก (ผอ.สธน.ทบ.) เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข่าวอันเป็นเท็จ ซึ่งกองทัพบก ได้ตรวจสอบพบว่า  มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊คชื่อ “Nathapong Akkara” ได้กระทำการนำเข้าสู่ระบบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ อันเป็นเท็จ ข่าวปล่อยเรื่องรัฐประหาร มีมาเป็นระยะๆ แต่ที่น่าสนใจ ตรงที่มีการโหมกระแสยึดอำนาจ ในวันที่ “ม็อบ” นัดหมายลงถนน 7 สิงหา วันเสียงปืนแตก

นายกฯพระราชทาน

สัปดาห์ที่แล้ว ในโซเชียลจุดกระแส “นายกฯพระราชทาน” ตามมาด้วยติดแฮชแท็ก “ไม่เอานายกฯพระราชทาน” ตามมาด้วยคณะก้าวหน้าออกแถลงการณ์คัดค้านนายกฯ พระราชทาน และนายกฯ นอกบัญชีพรรคการเมือง  ต่อมา  ฝ่ายรัฐบาลจึงได้รุกกลับ โดยอ้างแหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานความมั่นคง ระบุว่า เรื่องนายกฯพระราชทาน หรือเปลี่ยนตัวนายกฯนั้น ไม่เป็นความจริง 100% และภายใน 1 ปีครึ่งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลาออกหรือยุบสภาแน่นอน 

มีข้อน่าสังเกตว่า ผู้ที่จับประเด็น มจ.จุลเจิม ยุคล วิจารณ์รัฐบาลเรื่องการแก้โควิด ไปผนวกกับเรื่องเปลี่ยนม้ากลางศึก แล้วปล่อยข่าว “นายกฯพระราชทาน” ก็ไม่ใช่ใครอื่น ก็เป็นคนคุ้นหน้าในยุทธจักรสามนิ้ว  แปลกที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล เด้งรับลูกเร็วมาก และยังวิเคราะห์เรื่องกระแส “ดีลลับ” เป็นตุเป็นตะ โดยไม่มีการตรวจสอบที่ไปที่มาของข่าวนายกฯ พระราชทาน  จริงหรือไม่จริง ชาวโซเชียลไม่ค่อยตรวจสอบ ก็ร่วมด้วยช่วยกันปั่น จนกระทั่ง #กุไม่เอานายกพระราช ติดเทรนด์ทวิตเตอร์

อย่างไรก็ตาม ประเด็น “ปูดข่าว” รัฐประหารหรือนายกฯพระราชทาน ได้จุดกระแสความไม่พอใจในฝ่ายประชาธิปไตยอย่างรวดเร็ว เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล ตกอยู่ในภาวะวิกฤตศรัทธา ชาวบ้านร้านตลาดพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากเปลี่ยนม้ากลางศึก แต่ก็เปลี่ยนไม่ได้ เมื่อพรรคร่วมรัฐบาล ยังเกาะกันแน่น ทางเดียวที่จะทำให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ตัดสินใจลาออกคือ อาศัยพลังมวลชนเรือนหมื่นเรือนแสนกดดัน ด้วยเหตุฝ่ายตรงข้ามจึงระดมสรรพกำลังตีป้อมค่าย “3 ป.” ในเดือนสิงหานี้

ดังที่รู้กัน มวลชนยังมี “จำนวน” ไม่มากพอ แต่อารมณ์ของผู้ชุมนุมพลุ่งพล่านเกินพิกัด หลายฝ่ายรู้สึกเป็นกังวล “ม็อบเดือนสิงหา” อาจนำไปสู่อนาธิปไตย 

“นปช.” แปลงโฉม เครือข่ายไล่ประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476749

“นปช.” แปลงโฉม เครือข่ายไล่ประยุทธ์

31 กรกฎาคม 2564 – 16:09 น.

สถานการณ์สุกงอม “ณัฐวุฒิ” ลุยเอง สร้างเครือข่าย “ไล่ประยุทธ์” ทิ้งแบรนด์ นปช. คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ย่างเข้าเดือนสิงหา ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจแตะหลัก 2 หมื่นต่อวัน ขณะที่สถานการณ์การเมืองก็ดูร้อนแรงขึ้น เมื่อสารพัดกลุ่มประกาศชุมนุม “ไล่ประยุทธ์” โดยไม่สนใจการระบาดของโควิด-19หน่วยข่าวฝ่ายความมั่นคง ต้องทำงานหนักขึ้น ลำพังเครือข่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่และอาชีวะ ก็มีหลากหลายกลุ่ม ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ขึ้นตรงต่อกัน ส่วนแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) องค์กรใหญ่ที่แยกเป็น “2 หัว” (ตู่-เต้น) และมวลชนที่กระจัดกระจาย ไม่ยิ่งใหญ่เหมือนเก่า

ล่าสุด “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” เลขาธิการ นปช. ออกมาชักธงรบ เริ่มจาก “คาร์ม็อบ” วันที่ 1 ส.ค.2564 “สู้เถิดพี่น้อง เพื่อนมิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ มาเคียงไหล่ใกล้บ่ากันอีกครั้ง สู้เถิดประชาชน ไม่เปลี่ยนแปลงมีแต่รอความตาย ให้มันจบที่รุ่นมัน”  ตามมาด้วย “ธิดา ถาวรเศรษฐ” ที่ปรึกษา นปช. เขียนบทความพิเศษ “ถึงเวลากลียุคในพระนครและราษฎรทั้งประเทศ” โดยมีเนื้อหาสรุปได้ว่า “สถานการณ์ของปัญหาและเรื่องราวของการติดเชื้อโควิดในประเทศไทย และความเลวร้ายแบบรุนแรงในครั้งนี้ ประมาณคล้าย ๆ วาระจะเสียกรุงศรีอยุธยา เสียกรุงครั้งที่ 2 ก็ดูประมาณเหมือนกับว่ากรุงรัตนโกสินทร์ พระนครเที่ยวนี้ถูกตีแตกโดยเชื้อโควิด ประมาณนั้น”

ช่วงที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ขับเคลื่อนขบวนไทยไม่ทน ออกสู่ท้องถนน ปรากฏว่า นปช.สายณัฐวุฒิ และธิดา กลับนิ่งเฉย ไม่สนใจไยดี ตรงข้ามกับวันนี้ “ณัฐวุฒิ” กระโจนสู่แถวหน้าไล่ประยุทธ์อย่างมั่นอกมั่นใจ

คาดว่า “เต้น” คงไม่ไปจับมือกับ “กลุ่มไทยไม่ทน” ของ “ตู่” เพราะเต้นยังอยู่ในสายตาของ “คนแดนไกล” ผิดจากตู่ที่ถูกเขี่ยให้พ้น “วงในชินวัตร” ไปแล้ว

องค์กรใหม่

วันที่ 31 ก.ค.2564 “เต้น” แจ้งผ่านเฟซบุ๊คว่า “หลังคาร์ม็อบ จะประสานพลังกำหนดแนวต่อสู้ วัน ว. เวลา น. ผมไม่ใช่ผู้นำแต่เป็นคนทำงาน ในนาม เครือข่ายไล่ประยุทธ์” แสดงว่า เสี่ยเต้นเปิดทางถอยให้ตัวเอง โดยไม่ลงทุนลงแรงเป็น “แกนนำ” เหมือน “ตู่” ที่ลงมือปั้นกลุ่มไทยไม่ทนทั้งเนื้อทั้งตัว ส่องดูกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่รวมกันหลวมๆ ประกอบด้วยเยาวชนปลดแอก, ราษฎร, ทะลุฟ้า และนักเรียนเลว ยกเว้นกลุ่มการ์ด ที่มีกลุ่มวีโว่ กลุ่มการ์ดปลดแอก และกลุ่มอาชีวะเพื่อประชาธิปไตย

ส่วนกลุ่มการ์ดอาชีวะ สายม่อน อาชีวะ มีความแปลกแยกจากกลุ่มราษฎร แต่พวกเขากลับใกล้ชิดเสื้อแดงบางกลุ่ม ลักษณะการจัดตั้งกลุ่มหรือองค์กรของเยาวชนคนรุ่นใหม่ จะไม่มีรูปแบบตายตัว ไม่มีการนำรวมหมู่ มีลักษณะปัจเจกค่อนข้างสูง ฉะนั้น นักเคลื่อนไหวรุ่นใหญ่ จะมาสั่งขวาหัน ซ้ายหัน คงทำไม่ได้

“เต้น” รู้ปัญหานี้ดี เครือข่ายไล่ประยุทธ์ จึงอาจจะเป็นการรีเทิร์นของกลุ่มเสื้อแดงในต่างจังหวัดอีกครั้งหนึ่ง และเป็นไปได้ว่า “เต้น” อาจจับมือ “บก.ลายจุด” สมบัติ งามบุญอนงค์ เพราะเคยเคลื่อนไหวร่วมกันมาแต่สมัยแดงทั้งแผ่นดิน

"นปช." แปลงโฉม เครือข่ายไล่ประยุทธ์

นปช.สายคนแดนไกล ขยับตั้งองค์กรใหม่ 

ทิ้งแบรนด์ นปช.

ปลายปี 2563 มีกระแสเรียกร้องจากคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ขอให้เปลี่ยนตัวประธาน นปช. เนื่องจาก “ตู่” จตุพร มีทัศนะที่เป็นลบต่อกลุ่มราษฎร กลุ่มเยาวชนปลดแอก และไปหาเสียงนายก อบจ.เชียงใหม่ ช่วยบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ แข่งกับคนของพรรคเพื่อไทย

ธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษา นปช. ซึ่งในปัจจุบัน คุมสื่อออนไลน์ “ยูดีดีนิวส์” ได้ทำการสำรวจความเห็นคนเสื้อแดงทั่วประเทศ เกี่ยวกับอนาคตองค์กร นปช. ปรากฏว่า ร้อยละ 95.5 ไม่ให้ยุบ นปช. และร้อยละ 89.1 ควรเปลี่ยนแกนนำ นปช.

"นปช." แปลงโฉม เครือข่ายไล่ประยุทธ์

ธิดา คุมทัพสื่อ UDD news 

เมื่อ “ตู่” จตุพร ได้ข่าว จึงส่งเสียงโวยวายว่า ทำโพลล์เพื่ออะไร? และร่ายยาวเหมือนทวงบุญคุณ “ธิดา” ลุกมาแจกแจงว่า เป็นเพียงการนำเสนอข้อมูลที่สมาชิก นปช. ที่ได้แสดงความคิดเห็นต่อ นปช. เท่านั้น 

พูดง่ายๆ “เต้น” ไม่กล้าแตกหัก “ตู่” ต้องปล่อยให้ นปช. เป็น “ตำนาน” ที่วางไว้บนหิ้ง เมื่อถึงวันที่ต้องลงถนนอีกครั้ง “เต้น” จึงต้องสร้างองค์กรใหม่

‘สุนิสา’ ม้งลาว ราชินียิมนาสติก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/476633

‘สุนิสา’ ม้งลาว ราชินียิมนาสติก

30 กรกฎาคม 2564 – 19:10 น.

ราชินียิมนาสติกคนใหม่ “สุนิสา ลี” ม้งลาว-อเมริกันคนแรก ผู้สร้างประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญทองในโอลิมปิกเกมส์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

ต้องใช้คำว่า “มหัศจรรย์แห่งชาติพันธุ์” เมื่อสาวน้อยวัย 18 ปี เชื้อสายม้ง-อเมริกัน คนแรก คว้าเหรียญทอง ยิมนาสติก ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2020 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

วันที่ 29 ก.ค.2564 “สุนี” หรือ สุนิสา ลี ลงแข่งขันยิมนาสติก ประเภทบุคคล รวมอุปกรณ์ เธอทำคะแนนรวม 57.433 คะแนน รวมทั้ง 4 อุปกรณ์ ได้เหรียญทองไปครอง

'สุนิสา' ม้งลาว  ราชินียิมนาสติก

เหรียญทองประวัติศาสตร์ของม้ง-อเมริัน

ก่อนหน้านี้ สุนิสา ลี ได้คว้าเหรียญเงินกับให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันยิมนาสติกทีมหญิง รวมอุปกรณ์ และเธอยังมีโอกาสจะคว้าเหรียญรางวัลอีกหลายประเภท

วันนี้ สื่อในสหรัฐฯ ได้นำเสนอเรื่องราวของสาวน้อยวัย 18 ปี อย่างมากมาย รวมถึงสื่อท้องถิ่นที่รัฐมินนิโซต้า ต่างร่วมแสดงความยินดีกับนักกีฬายิมนาสติกชาวเมืองเซ็นต์พอล และชุมชนชาวม้ง ก็ได้ออกมาเฉลิมฉลองกันครึกครื้น

พูดถึงทีมชาติสหรัฐ นับแต่ โมน ไบลส์ ราชินียิมนาสติก ขอถอนตัวเนื่องจากปัญหาด้านสภาพจิตใจ ทำให้ สุนิสา ลี ต้องก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของสหรัฐ และเธอก็ทำได้สมใจกองเชียร์เพื่อนร่วมชาติ

++

ลูกหลานวังเปา

++

“สุนี” หรือ สุนิสา ลี (Sunisa Lee) เกิดเมื่อ 9 มี.ค.2546 ในเมืองเซนต์พอล รัฐมินนิโซตา เป็นลูกสาวของแย็ป ทาว ผู้ช่วยด้านการเเพทย์ และจอห์นหรือฮัว ลี ช่างวิศวกรรมที่บริษัทแห่งหนึ่ง

'สุนิสา' ม้งลาว  ราชินียิมนาสติก

ฮัว ลี และแย็ปทาว พ่อแม่ของสุนิสา

เมืองเซนต์พอล มีชุมชนชาวม้งขนาดใหญ่ ประชากรประมาณ 8 หมื่นคน ซึ่งพวกเขาอพยพมาบ้านเกิดเมืองนอนในเมืองลาว เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว

ช่วงสงครามลับในลาว (ปี 2500-2517) ซีไอเอได้เข้าไปสนับสนุน “วังเปา” ผู้นำชาวม้ง ในแขวงเชียงขวาง ให้จัดตั้ง “กองทัพม้ง” ต่อสู้กับฝ่ายแนวลาวอิสระ ที่มีคอมมิวนิสต์เวียดนามหนุนหลัง โดยตั้งกองบัญชาการที่เมืองล่องแจ้ง

ปี 2517 เมื่อสหรัฐถอนกำลังทหารออกจากเวียดนามใต้ ส่งผลกระทบถึงกองทัพม้งวังเปา ที่ถูกให้ต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว สุดท้าย “นายพลวังเปา” ก็จำต้องอพยพทหารม้ง และพลเรือน หลายหมื่นคน ออกจากเมืองล่องแจ้ง เดินทางอาศัยอยู่ในประเทศไทย

'สุนิสา' ม้งลาว  ราชินียิมนาสติก

สุนิสา ในชุดชาวม้ง และมารดาของเธอ

สมัยโน้น ฮัว ลี กับแย็ป ทาว พ่อแม่ของ “สุนี” ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ ไม่รู้เรื่องสงคราม พ่อแม่ชาวม้งกระเตงลูกๆ ข้ามป่าข้ามเขามาอยู่ศูนย์อพยพบ้านวินัย อ.ปากชม จ.เลย ต่อมา รัฐบาลสหรัฐ จึงเปิดรับชาวม้งอพยพ และทยอยบินลัดฟ้าสู่สหรัฐ ในฐานะผู้ลี้ภัยประเทศที่สาม ครอบครัวของฮัว ลี ไปสหรัฐปี 2522 ครอบครัวของแย็ป ทาว ก็เดินทางไปปี 2530

ชาวม้งผู้หลบภัยสงคราม ได้มาตั้งรกรากอยู่ในหลายรัฐที่สหรัฐ และส่วนใหญ่จะอยู่ในรัฐมินนิโซต้า ชาวม้งลาวเหล่านี้ได้กลายเป็นพลเมืองอเมริกัน

จริงๆแล้ว จอห์นหรือฮัว ลี มีสถานะเป็นพ่อบุญธรรมของสุนี โดยแย็ป ทาว ได้มาแต่งงานใหม่กับฮัว ลี ในปี 2548 ซึ่งตอนนั้น สุนีเพิ่งมีอายุ 2 ปี

++

สาวม้งผู้พิชิต

++

จุดเริ่มต้นการเล่นยิมนาสติกของสุนีนั้น มาจากฮัว ลี และแย็ป ทาว ต้องการให้ลูกๆ ทั้ง 5 คน มีการออกกำลังกาย ทำให้สุขภาพเข้มแข็ง จึงพาลูกไปสมัครเป็นสมาชิกกีฬายิมนาสติกในท้องถิ่น และสุนิสา หรือสุนี ดูจะมีพรสวรรค์ในการเล่นยิมนาสติกมากกว่าลูกคนอื่นๆ

เส้นทางสู่โอลิมปิกของสุนี เต็มไปด้วยความยุ่งยาก ในปี 2562 พ่อบุญธรรมของเธอ ประสบอุบัติเหตุตกราวบันได เป็นอัมพาตตั้งแต่ช่วงหน้าอกลงไป ช่วงก่อนที่เธอจะไปแข่งขันกีฬาแห่งชาติสหรัฐ เธอสะเทือนใจมากที่เห็นพ่อต้องนั่งรถเข็น

ฮัว ลี ขอร้องให้ลูกสาวไปแข่งตามแผนการ หากไม่ไปจะหมดสิทธิ์ไปโอลิมปิก เธอทำได้ตามที่พ่อแม่หวัง เธอได้ที่ 2 รองจากโมน ไบลส์ ราชินียิมนาสติก

ปีที่แล้ว โควิดระบาดทั่วสหรัฐ ลุงและป้าของสุนีเสียชีวิตเพราะโควิด โรงยิมก็ถูกสั่งปิด ทำให้เธอไม่ได้ฝึกซ้อม ภายหลังโรงยิมเปิด เธอจึงได้เร่งฝึกซ้อม เพื่อไปแข่งขันโตเกียวเกมส์

“ในนามที่เป็นพ่อแม่ของเธอ พวกเรารู้สึกดีใจมาก เธอเป็นคนม้ง-อเมริกัน คนแรกที่ไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ฉะนั้น การที่เธอได้เข้าไปแข่งขัน ก็ทำให้พวกเราดีใจมากที่สุดแล้ว..” ฮัว ลี บอกกับผู้สื่อข่าว

วันนี้ “สุนิสา” หรือ “สุนี” ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการกีฬาสหรัฐ สำหรับครอบครัว ประชาคมลาวและม้งในสหรัฐ ย่อมภาคภูมิใจกับความสำเร็จของเธอ นี่คือมหัศจรรย์แห่งชาติพันธุ์ม้ง ผู้เดินทางไกลมาจากเมืองล่องแจ้ง เมื่อ 4 ทศวรรษที่แล้ว