ป่วนกรุง ‘3 พ.’ ล้างบาง ขั้วอำนาจเก่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469419

ป่วนกรุง ‘3 พ.’ ล้างบาง ขั้วอำนาจเก่า 

6 มิถุนายน 2564 – 12:46 น.

อิทธิฤทธิ์ “3 พ.” แม่ทัพเมืองหลวง กดดันคน “ขั้วอำนาจเก่า” ออกจากพรรคเพื่อไทย

++

เป็นไปตามความคาดหมาย ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง และอดีตเลขาธิการกลุ่มเพื่อไทยพลัส พร้อมด้วย บำรุง รัตนะ ส.ก.เขตวังทองหลาง 4 สมัย และประเสริฐ ทองนุ่น อดีต ส.ก. เขตบางกะปิ ที่ยื่นใบลาออกจากพรรคเพื่อไทย

นับแต่พรรคเพื่อไทย ปรับปรุงโครงสร้างการบริหารพรรค “ตรีรัตน์” ก็ไม่ได้ถูกเรียกให้ร่วมกิจกรรมกับพรรค แถม “กลุ่ม 3 พ.” ที่คุมเมืองหลวง ได้ส่งทีมงานท้องถิ่นชุดใหม่ลงพื้นบางกะปิ และวังทองหลาง เรียบร้อยแล้ว

ทีมงานชุดใหม่ของเพื่อไทย ประกอบด้วย พงศกร รัตนเรืองวัฒนา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกะปิ และอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตวังทองหลาง  

สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง น่าจะเป็น ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เพราะชนินทร์ลงพื้นแถววังทองหลาง และบางกะปิ อยู่เป็นประจำ

หลังคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ลาออกจากเพื่อไทย “กลุ่ม 3 พ.” ได้เข้ามาจัดทัพผู้สมัคร ส.ก. และ ส.ส.ในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นที่มั่นเดิมของคุณหญิงสุดารัตน์ ถูกเขย่าหลายเขต

อาศัยจังหวะโควิดระบาด เพื่อไทยจึงชิงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ด้วยกิจกรรมการลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านในทุกด้าน ขณะที่พรรคการเมืองอื่น ก็ขยับด้วยเช่นกัน

ป่วนกรุง '3 พ.' ล้างบาง ขั้วอำนาจเก่า 

                                     ปุ๊น ตรีรัตน์ ผู้จากลา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สนั่นปทุม “พรพิมล-สมชาย” ไม่แคร์คนแดนไกล

++
อิทธิฤทธิ์ 3 พ.
++

ดังที่ทราบกัน พรรคเพื่อไทยยุคโทนี่และน้องสาว ได้วางตัว 6 แม่ทัพคุม 6 โซนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ,พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ,พิชัย นริพทะพันธ์, วิชาญ มีนชัยนันท์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง 

พิชัย นริพทะพันธ์ เป็นไม้เบื่อไม้เมากับคุณหญิงสุดารัตน์มานานแล้ว ช่วงที่มีการก่อตั้งพรรคไทยรักษาชาติ เสี่ยใหญ่จึงวิ่งไปอยู่พรรคใหม่ เพราะไม่อยากอยู่ใต้อาณัติคุณหญิงหน่อย

จะว่าไปแล้ว “3 พ.” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ,พวงเพ็ชร ชุณละเอียด ,พิชัย นริพทะพันธ์ ก็คือดรีมทีมไทยรักษาชาติ เมื่อทีมถูกยุบ ก็ต้องกลับมายึดทีมเก่า ตามนโยบายคนแดนไกล

ขณะนี้ มีการวางตัวผู้สมัคร ส.ก. เกือบครบทุกเขต ยกเว้นเขตที่มี ส.ส.เพื่อไทย สายตรงคุณหญิงหน่อย ที่ยังลังเลว่า จะอยู่หรือไปดี?   

++
ส.ก.ขั้วอำนาจใหม่
++

กลางปีที่แล้ว พงศกร รัตนเรืองวัฒนา, มธุรส เบนท์ และ อนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ตัดสินใจเข้าสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล เพื่อเตรียมลงสมัคร ส.ก. โดยวันดังกล่าว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคได้ให้การต้อนรับ ที่สำนักงานพรรค สาขาบางแค

ตอนนั้น ก็มีข่าวเลือดไหลออกจากเพื่อไทยไปก้าวไกล แต่พอพวกเขาย้ายออกจากก้าวไกล กลับเงียบเชียบ 

ต้นปีนี้ ทั้ง “พงศกร,มธุรส และอนุรักษ์” ได้ย้ายกลับพรรคเพื่อไทย หลังจากคุณหญิงหน่อยลาออกจากเพื่อไทย โดยพงศกร เป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตบางกะปิ, มธุรส เบนท์ ว่าที่ผู้สมัครส.ก.เขตสะพานสูง และอนุรักษ์ เลิศวัฒนาไพบูลย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตวังทองหลาง 

สามคนนี้ จะผนึกกำลังกันทำงานเป็นทีม โดยมี พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนานาว พรรคเพื่อไทย เป็นพี่เลี้ยง

พูดถึง พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ก็มีเรื่องแปลกๆ เนื่องจากเขาโหวตสวนมติพรรคในสภาฯ หลายหน กระทั่งล่าสุด ศึกงบประมาณ พลภูมิก็อยู่ในกลุ่มไม่ไปลงคะแนนเสียง แต่เขากลับได้รับความไว้วางใจจาก “3 พ.” ให้มาเป็นพี่เลี้ยงเขตบางกะปิ-วังทองหลาง

ด้าน มธุรส เบนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมเขตสะพานสูงนั้น เป็นทีมงานพลภูมิ และตอนที่ย้ายไปก้าวไกล เธอก็คงได้รับสัญญาณบางอย่างจากพลภูมิ

คาดว่า เพื่อไทยเมืองหลวงเลือดยังไม่หยุดไหล แต่ก็มีเลือดใหม่ที่จะเข้าแทนที่เลือดเก่าในทันทีเช่นกัน

ส่องอุตรดิตถ์ ‘ขาใหญ่’ ล้นสนาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469335

ส่องอุตรดิตถ์’ขาใหญ่’ ล้นสนาม

5 มิถุนายน 2564 – 16:36 น.

เบื้องลึก “ส.ส.หนวดงาม” จะย้ายพรรค สนามเมืองพระยาพิชัย มีแต่ “ขาใหญ่” รอลงสนาม

พรรคเพื่อไทยมาแรง ประกาศ “เปิดรับสมัคร ส.ส.”  เพื่อร่วมกันพลิกประเทศให้พ้นวิกฤต ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทวงคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คืนความหวัง คืนประชาธิปไตยให้ประชาชน 
    นัยว่า คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย ยุคจันทร์ส่องหล้า เตรียมการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ ให้เสร็จภายในเร็วๆนี้ 
    อีกด้านหนึ่ง มีข่าว “ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย จะถูกดูดไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ ร้อนถึงเจ้าตัวต้องออกมาชี้แจงว่า ถูกชวนจริง แต่ไม่ไป ขออยู่ฝ่ายประชาธิปไตย
    จ.อุตรดิตถ์ เป็นเมืองขนาดกลางอยู่ภาคเหนือตอนล่าง แต่ในทางการเมือง เคยสร้างปรากฏการณ์ “2 รัฐมนตรี”  สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คือ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีตรัฐมนตรีช่วยคลัง และกฤษณา สีหลักษณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

++
ถิ่นเพื่อไทย
++
    ก่อนเลือกตั้งปี 2562 ค่ายเพื่อไทย เมืองพระยาพิชัยดาบหัก ก็วุ่นเล็กๆ เพราะมีอดีต ส.ส.อยู่ 4 คน กฤษณา สีหลักษณ์, กนก ลิ้มตระกูล, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย แต่เขตเลือกตั้งลดจาก 3 เขต เหลือ 2 เขต
    ตอนแรกวางตัว ทนุศักด์และศรัณย์วุฒิ ลง ส.ส.เขต พรรคเพื่อไทย ส่วน กฤษณาและกนกศักดิ์ ย้ายไปลงบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ เหมือนจะจบ แต่ก็ไม่จบ

ส่องอุตรดิตถ์'ขาใหญ่' ล้นสนาม

กฤษณา สีหลักษณ์ 

    ในที่สุด กนกศักดิ์ ทิ้งไทยรักษาชาติกลับมาลงเขต 1 และศรัณย์วุฒิ เขต 2 ส่วนทนุศักดิ์ไปลงบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งเพื่อไทยก็กวาด 2 ที่นั่ง ไปตามความคาดหมาย

ส่องอุตรดิตถ์'ขาใหญ่' ล้นสนาม

ศรัณย์วุฒิ ส.ส.หนวดงาม 

    พรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ กฤษณาก็พลาดเข้าสภาฯ เหมือนทนุศักดิ์ ที่ชวดเป็น ส.ส.เพราะพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ
    วันนี้ กฤษณาเดินตามอดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ กลับมาฟื้นฟูพรรคเพื่อไทย ส่วนทนุศักดิ์ ก็มีบทบาทในพรรคมากขึ้น

++
2 อดีตรัฐมนตรี
++
    หากมีการเลือกตั้งใหม่ ตามกติกาเดิม คงไม่มีใครอยากลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นั่นคือปัญหาของ กฤษณา สีหลักษณ์ และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต ส.ส.หลายสมัย และอดีตรัฐมนตรี รัฐบาลยิ่งลักษณ์
    เขต 1 (อ.เมืองอุตรดิตถ์, อ.ลับแล และ อ.ตรอน) กนก ลิ้มตระกูล เจ้าของพื้นที่หลายสมัย คงไม่ยอมถอย เขต 2 (อ.พิชัย, อ.ทองแสนขัน, อ.ท่าปลา, อ.น้ำปาด, อ.ฟากท่า และอ.บ้านโคก) ศรัณย์วุฒิ ก็คงปักหลักอยู่ที่เขตนี้

ส่องอุตรดิตถ์'ขาใหญ่' ล้นสนาม

ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย 

    ปลายปีที่แล้ว มีข่าวลือว่า พรรคเพื่อไทย จะส่งกฤษณา สีหลักษณ์ ลงสมัครนายก อบจ.อุตรดิตถ์ แต่ทนุศักดิ์ก็ปฏิเสธข่าวนี้ ซึ่งผลการเลือกตั้ง ชัยศิริ ศุภรักษ์จินดา ยังได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.อุตรดิตถ์ อีกสมัย
    จะว่าไปแล้ว ชัยศิริก็เคยได้รับการสนับสนุนจากเพื่อไทย แต่สมัยนี้ ชัยศิริย้ายไปอยู่พลังประชารัฐ

ได้กลิ่นยุบ ‘ธรรมนัส-วิรัช’ จัดทัพอีสาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469297

ได้กลิ่นยุบ’ธรรมนัส-วิรัช’จัดทัพอีสาน

5 มิถุนายน 2564 – 12:40 น.

กลิ่นยุบสภาแรง พปชร.ลุยอีสาน “ธรรมนัส” คุม “สามมิตร”จะเอายังไง คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

เหมือนพรรคการเมืองได้กลิ่นยุบสภา จึงมีการจัดวางตัวผู้สมัคร ส.ส. ราวกับจะได้เลือกตั้งกันเร็ววันนี้ พรรคเพื่อไทย ได้เตรียมตัวหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง “เลือดใหม่” ทดแทนคนเก่า ที่จะย้ายออกไปอยู่พรรคใหม่
    พรรคก้าวไกล เปิดรับสมัครผู้อาสาลงสนามเลือกตั้งทั่วประเทศ คณะกรรมการพรรคกำลังคัดสรรกันเคร่งเครียด 
    ฟากพรรคร่วมรัฐบาล ตกเป็นฝ่ายตั้งรับ เพราะวิกฤตโควิดรุนแรงเกินคาด แต่ก็ไม่วายเล่นการเมืองเรื่องงบประมาณ และวัคซีนป้องกันโควิด 
    ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของพรรคพลังประชารัฐ จะย้ายจากกรุงเทพฯ ไปจัดที่ขอนแก่น วันที่ 20 มิ.ย.2564 ท่ามกลางกระแสข่าวจะมีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค จากอนุชา นาคาศัย เป็น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
    เหตุที่ต้องเป็นขอนแก่น เพราะมี ส.ส.บัญชีรายชื่อ “เอกราช ช่างเหลา” เป็นคนสนิทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ 
    “ธรรมนัส-เอกราช” จับคู่ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยกันมานานปี ช่วงเลือกตั้งทั่วไป เอกราช ก็ทุ่มสรรพกำลังอุ้มลูกชายเข้าสภาฯ ได้ และเลือกตั้งซ่อมปลายปี 2562 ธรรมนัสมาบัญชาการรบ จนทำให้ สมศักดิ์ คุณเงิน กลับเข้าสภาฯสำเร็จ
    ฉะนั้น การเลือกขอนแก่น เป็นสถานที่ประชุมใหญ่ ก็พอจะคาดเดาได้ว่า ใครจะเป็นเลขาธิการพรรคคนใหม่ของพลังประชารัฐ 

ได้กลิ่นยุบ'ธรรมนัส-วิรัช'จัดทัพอีสาน

ธรรมนัสไปภาคอีสาน ภาคเหนือถี่ขึ้น 

++
เหนื่อยกว่าเก่า
++
    วัดผลจากการเลือกตั้งปี 2562  พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส. ในภาคอีสาน 14+1 คน (ได้จากเลือกตั้งซ่อม 1 คน) ถือว่า “พลาดเป้า” ไปเยอะ โดยเฉพาะบรรดา “ส.ส.เกรด A” ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย สอบตกเกลี้ยง 
    โชคดีที่กติกาเลือกตั้งใหม่ “นับทุกคะแนน” จึงทำให้พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมาพอสมควร 
    ไล่รายชื่อผู้แทนอีสานของ พปชร. เริ่มจากบัญชีรายชื่อ 3 คน ได้แก่ วิรัช รัตนเศรษฐ, สุพล ฟองงาม และเอกราช ช่างเหลา
    ส่วน ส.ส.เขต ขอนแก่น วัฒนา ช่างเหลา,สุวิทย์ คุณกิตติ, สุรินทร์ ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์, อุบลราชธานี ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ชัยภูมิ เชิงชาย ชาลีรินทร์ และสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ 
    นครราชสีมา ได้ ส.ส.มากที่สุด 6 คน ได้แก่ ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ,อธิรัฐ รัตนเศรษฐ, ทัศนียา รัตนเศรษฐ ,ทัศนาพร เกษเมธีการุณ ,เกษม ศุภรานนท์ และสมศักดิ์ พันธ์เกษม
    การเลือกตั้งหนที่แล้ว ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ สายอีสาน แตกเป็นหลายก๊ก มีทั้งก๊กสามมิตร, ก๊กเอกราช ช่างเหลา, ก๊กวิรัช รัตนเศรษฐ , ก๊กสุชาติ ตันเจริญ, ก๊กนายก อบจ.อีสานเหนือ และก๊กสุพล ฟองงาม 
    หากการประชุมใหญ่ที่ขอนแก่น ได้เลขาธิการพรรคคนใหม่ ภาคอีสาน จะอยู่ในการดูแลของ “ธรรมนัส-วิรัช” เท่านั้น
    4 ส.ส.อีสาน สายสามมิตร จะมีการขยับอะไรหรือไม่? ห้ามกระพริบตา

ได้กลิ่นยุบ'ธรรมนัส-วิรัช'จัดทัพอีสาน

วิรัช ยังต้องรักษาพื้นที่นครราชสีมา

++
แชมป์เก่าไม่ถอย
++
    นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป 2544 จนถึงปี 2562 พรรคการเมืองของทักษิณ ทั้งไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย ถือว่าเป็นแชมป์ภาคอีสานมาตลอด 
    ปี 2554 พรรคเพื่อไทย กวาด ส.ส.ภาคอีสาน 104 ที่นั่ง แต่ปี 2562 ลดลงเหลือ 83 ที่นั่ง แต่เพื่อไทยก็ยังเป็นแชมป์อีสาน 
    สำหรับพรรคเพื่อไทยยุคจันทร์ส่องหล้า ไม่กังวลเรื่องกติกาเลือกตั้ง ไม่แตกแบงก์พันเป็นแบงก์ย่อย เดินหน้าส่งผู้สมัคร ส.ส.เต็มทุกพื้นที่ 
    เหนืออื่นใด “พี่โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกตัวเร็ว ไม่ต้องเหนียมอายเปิดหน้าชน “พี่น้อง 3 ป.” ผ่านเวทีคลับเฮาส์ ,ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ค เพราะประเมินแล้วว่า รัฐบาลประยุทธ์ กำลังอยู่ในภาวะขาลง เจอทั้งวิกฤตโควิด และเศรษฐกิจย่ำแย่สาหัส
    การเลือกตั้งหนที่แล้ว เพื่อไทยยึดพื้นที่อีสานเหนือ อีสานตอนกลางไว้ได้เป็นส่วนใหญ่ และมีจุดอ่อนอยู่แค่อีสานใต้ ถูกเจาะไปเยอะที่บุรีรัมย์ และนครราชสีมา 
    ดังนั้น “พี่โทนี่” และน้องสาว เลยต้องลุยเอง หวังอุดช่องโหว่ในอีสานใต้ งานนี้ พลังประชารัฐ จะเหนื่อยกว่าปี 2562 แน่นอน

นึกว่าใคร พปชร.จะดูด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469212

นึกว่าใคร พปชร.จะดูด

4 มิถุนายน 2564 – 17:42 น.

เฉลยแล้ว “ศรัณย์วุฒิ” คือเป้าหมายของ พปชร. ลึกๆ มีรอยร้าวในเพื่อไทยเมืองลับแล

หลัง เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทิ้งพรรคเพื่อไทย มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ ก็มีข่าวว่าจะมีดาวเด่นดาวดังภาคเหนือ จะย้ายมาซบ “พรรคลุงป้อม” อีก คอการเมืองก็ถามไถ่กันมากมายว่า ส.ส.คนนั้นคือใคร?
    ล่าสุด(4 มิ.ย.2564) ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย ออกมายอมรับว่า มีผู้ใหญ่ของพรรคพลังประชารัฐติดต่อมาจริง และหลายครั้ง พร้อมโน้มน้าวว่า อีกไม่นานจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจมีการยุบสภาในปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า 
    “ผมยืนข้างประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ไม่ย้ายข้างไปซบฝ่ายเผด็จการอย่างแน่นอน”
    ข่าวลือเรื่อง ส.ส.อุตรดิตถ์ จะย้ายขั้ว คงมาจาก “ศรัณย์วุฒิ” ไม่ได้อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณครั้งที่ผ่านมา 
    ศรัณย์วุฒิ ชี้แจงว่า ที่ไม่อภิปรายในครั้งนี้นั้น เนื่องจากการจัดสรรเวลาอภิปรายมีจำกัด ไม่เพียงพอกับเนื้อหาที่จะอภิปราย มองว่าถ้าได้เวลาไม่เหมาะสมกับเนื้อหา จึงตัดสินใจไม่อภิปราย 

++
ดาวสภายุคโซเชียล
++
    ยุคสมัยที่การแบ่งข้างแบ่งขั้วยังดำรงอยู่ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ จึงเป็นดาวจรัสแสงดวงใหม่ในซีกฝ่ายประชาธิปไตย ขณะที่กองเชียร์ลุงตู่-ลุงป้อม กลับมองว่า เป็น ส.ส.บ้าน้ำลาย
    อย่างไรก็ตาม ด้วยรูปลักษณ์และคาแร็กเตอร์ส่วนตัวที่โดดเด่น “ผมดกดำ คิ้วเข้ม เคราแสนงาม” จึงถูกเรียกว่า ส.ส.เอลวิสบ้าง ส.ส.หนวดงามบ้าง
    การเลือกตั้งปี 2562 “ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ” สวมชุดนักรบโบราณ เป็นขุนพลคู่ใจพระยาพิชัยดาบหัก ขี่ม้าไปสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมชูดาบ จะเข่นฆ่าเผด็จการให้สิ้นจากแผ่นดินไทย 
    ศรัณย์วุฒิ ไม่ใช่คนเมืองลับแล เกิดในครอบครัวคนจีนแต้จิ๋วย่านบางรัก แล้วไปโตที่สำเพ็ง วัยหนุ่ม ทำธุรกิจหลากหลาย และมีคนชวนไปทำมาหากินแถวอุตรดิตถ์
    ปี 2548 ศรัณย์วุฒิได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.อุตรดิตถ์ สังกัดพรรคไทยรักไทย หลังจากพรรคไทยรักไทยถูกยุบ ศรัณย์วุฒิย้ายไปสังกัดพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และลงเลือกตั้งปี 2550 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง 
    ปี 2554 ศรัณย์วุฒิ ได้ย้ายกลับมาลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยที่ 2

นึกว่าใคร พปชร.จะดูด

ส.ส.ศรัณย์วุฒิ คนดังแห่งเมืองลับแล 

เดิมที พรรคเพื่อไทยยึดที่นั่ง ส.ส.เขต 3 คน คือ กนก ลิ้มตระกูล ,ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ส่วนกฤษณา สีหลักษณ์ เป็น ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย
    ปี 2562 ส.ส.อุตรดิตถ์ ลดจาก 3 คน เหลือ 2 คน กกต.อุตรดิตถ์ จึงแบ่งเขตใหม่ เขต 1 อ.เมืองอุตรดิตถ์, อ.ลับแล และอ.ตรอน เขต 2 อ.พิชัย, อ.ทองแสนขัน, อ.ท่าปลา, อ.น้ำปาด, อ.ฟากท่า และ อ.บ้านโคก  
          ผลเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทย ยึดได้ทั้ง 2 เขตคือ เขต 1 กนก ลิ้มตระกูล และเขต 2 ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ โดยทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (สอบตก)
    คาดว่า หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ สนามเลือกตั้งอุตรดิตถ์ของเพื่อไทย อาจมีปัญหา เมื่อกฤษณา สีหลักษณ์ อดีต ส.ส.เมืองลับแล จะกลับมาลงสนามอีกหน เนื่องจากการเลือกตั้งหนที่แล้ว กฤษณาไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ
    นัยว่า กฤษณาเป็นสายตรงของ “เจ๊แดง” ที่ยังทรงอิทธิพลในพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ “ส.ส.หนวดงาม” อาจถูกเบียดออกไป รวมถึง ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต ส.ส.หลายสมัยก็อยากเป็น ส.ส.เขต

สนั่นปทุม “พรพิมล-สมชาย” ไม่แคร์คนแดนไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469190

สนั่นปทุม “พรพิมล-สมชาย” ไม่แคร์คนแดนไกล

4 มิถุนายน 2564 – 14:55 น.

การเมืองสายคลอง “บิ๊กแจ๊ส” ยินดีกับ “นายกฯ สมชาย” และอนาคต “ส.ส.พรพิมล”

++
ผลโหวตร่าง พ.ร.บ.ประมาณ ปี 2565 ทำเอา ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ต้องมานั่งตอบคำถามนักข่าวกรณี “11 เสียงฝ่ายค้าน” ที่หายไป ซึ่งเที่ยวนี้ ไม่มี ส.ส.เพื่อไทย ที่โหวตสวนมติพรรค แต่มี ส.ส.ไม่มาลงมติ 5 คน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… ทีมพรพิมล ลาก่อนเพื่อไทย

สนั่นปทุม "พรพิมล-สมชาย" ไม่แคร์คนแดนไกล

การกลับมาของนายกฯ สมชาย

ปรากฏว่า พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. , วันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ส.ส.นนทบุรี และไชยวัฒนา ติณรัตน์ ส.ส.มหาสารคาม ได้แจ้งล่วงหน้าขอลาป่วน ส่วน พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี และจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี ยังติดต่อไม่ได้    

จะว่าไปแล้ว พรพิมล ธรรมสาร ก็เคยถูกพรรคเพื่อไทยตักเตือน และคาดโทษจะไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ในนามเพื่อไทย สมัยหน้า    

สำหรับคนปทุมธานี ยังพบเห็น “ส.ส.พรพิมล” ในพื้นที่เลือกตั้งแทบทุกวัน เพียงแต่เธอไปไหนมาไหน ไม่ได้แบกยี่ห้อเพื่อไทยไปด้วยเหมือนเก่า    

ที่สำคัญ สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ คู่ชีวิตของ ส.ส.ก้อย ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และ กกต.เพิ่งรับรองให้เข้าทำงานได้เมื่อเร็วๆ นี้    

ช็อตสำคัญวันแรกที่เปิดประชุมสภาเทศบาลสนั่นรักษ์ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี หอบช่อดอกไม้มาอวยพรนายกฯ สมชาย ถึงถิ่นเทศบาลสนั่นรักษ์  ในฐานะพันธมิตรทางการเมือง    

เนื่องจากช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ทีมสนั่นรักษ์พัฒนา ของนายกฯ สมชาย ได้ส่ง “สจ.เบี้ยว” เฉลิมพงษ์ รักสิวัฒนศักดิ์ ลงสนาม ส.อบจ.ปทุมธานี ในนามกลุ่มรักปทุม

++
สอบตก 2 หน
++
หลายคนอาจสงสัย “ก้อย” อดีตนักร้องนำวงโอเวชั่น เป็นชาวลำปาง แต่เหตุใดมาเป็น ส.ส.ปทุมธานี คำตอบคือ ก้อยมีสามีชื่อ สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ ที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ มาหลายสมัย    

“มาดามก้อย” เริ่มต้นเป็น ส.อบจ.ปทุมธานี เขต อ.ธัญบุรี โดยล้มตระกูลหาญสวัสดิ์ ฐานทางการเมืองเก่าอย่างราบคาบ ปี 2550 ก้อยลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรก และได้เป็น ส.ส.ปทุมธานี พรรคพลังประชาชน    

เลือกตั้ง 2562 พรพิมล ชนะเลือกตั้งเป็น ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 (อ.ธัญบุรี และ อ.ลำลูกกา) พรรคเพื่อไทย ส่วนสามี สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ ไปลงสมัคร ส.ส.ที่เขต 6 (อ.หนองเสือ) พรรคเดียวกันกับภรรยา แต่สอบตก    

สนั่นปทุม "พรพิมล-สมชาย" ไม่แคร์คนแดนไกล

ส.ส.ก้อย ออกช่วยเหลือประชาชนช่วงโควิด

จริงๆ แล้ว สมชายเคยลงสมัคร ส.ส.มาแล้ว เมื่อปี 2550 หลัง ร.ต.สุเมธ ฤทธาคนี ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทย ได้ลาออกไปลงสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี และผลักดันให้ สมชายลงสมัคร ส.ส.แทน แต่ก็แพ้ ปชป.    

เมื่อโชคร้ายพ่ายสนามใหญ่ 2 หน สมชายจึงหวนคืนสนามการเมืองท้องถิ่น โดยปูทางหาเสียงมาตั้งแต่ปี 2563 

++
ทีมพรพิมล
++
เดือน พ.ค.2563 “มาดามก้อย” ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 ได้เคลื่อนไหวพบปะชาวบ้านแถว อ.ธัญบุรี และ อ.ลำลูกกา เป็นปกติ โดยใช้คำว่า “ทีมพรพิมล” แทนพรรคเพื่อไทย    

คำว่า ทีมพรพิมล ประกอบด้วย ส.ส.ก้อย ,สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ และเฉลิมพงษ์ รังสิวัฒนศักดิ์ ส.อบจ.ปทุมธานี เขต 7 อ.ธัญบุรี    

ทุกวันนี้ ส.ส.ก้อย ออกช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิดระบาด ยกอย่างในแฟนเพจเฟซบุ๊กพรพิมล ธรรมสาร เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2564 “ดิฉันได้จัดทีมงานออกดำเนินการฉีดพ่นโควิด ให้กับพื้นที่บริษัท คิงสตาร์ เมทัลเฟอร์นิเจอร์ จำกัด สถานีตำรวจภูธรคลองสิบสอง..” พร้อมติดแฮชแท็ก #ปัญหาที่เกิดต้องได้แก้ขอแค่นึกถึง ส.ส.ก้อย #StandWithPORNPIMON #ปทุมธานีต้องพัฒนา    

“มาดามก้อย” ไม่ติดแฮชแท็ก #พรรคเพื่อไทย จึงต้องติดตามกันต่อไปว่า เธอจะไปอยู่พรรคไหน? 

เปิดหน้าชกทีม “ทนายเสื้อแดง” สวมเสื้อทีมบุรีรัมย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469161

เปิดหน้าชก ทีม”ทนายเสื้อแดง”สวมเสื้อทีมบุรีรัมย์

4 มิถุนายน 2564 – 12:06 น.

เจาะเรียงตัว “ทีมทนายเสื้อแดง” ค่ายสีส้ม ออกอาการ “รักหนูแต่ไล่ลุง” คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ควันหลงจากศึกงบประมาณ เวบไซต์พรรคภูมิใจไทย และแฟนเพจเฟซบุ๊กฉันเชียร์ภูมิใจไทย ได้นำเสนอข่าวของ คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ได้ใช้สิทธิ์ของพรรคภูมิใจไทย อภิปรายงบประมาณรายจ่ายปี 2565 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “หลาดา” อุทัยเดือด สัญญาณบุรีรัมย์

เปิดหน้าชก ทีม"ทนายเสื้อแดง"สวมเสื้อทีมบุรีรัมย์

ส.ส.คารม พลพรกลาง    

เนื้อหาการอภิปรายของคารม ก็ไม่ต่างจาก ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อย่าง ชาดา ไทยเศรษฐ์ และภราดร ปริศนานันทกุล โดยพุ่งเป้าไปที่คนจัดทำงบประมาณคือ สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์ ที่ไม่ดูแลกระทรวงสาธารณสุข    

ผู้ที่นั่งชมการถ่ายทอดสดการอภิปรายงบประมาณฯ เห็นหน้า “คารม” อภิปรายในโควต้าภูมิใจไทย คงคาดเดาได้ว่า ผลโหวตจะเป็นเช่นใด    

ในที่สุด คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี, พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย และเอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย ได้โหวตหนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ สวนมติพรรคก้าวไกล ที่ให้คว่ำร่างงบประมาณฯ     

จะว่าไปแล้ว ส.ส.พรรคก้าวไกล 4 คน ก็เคยโหวตไว้วางใจ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในศึกซักฟอกมาแล้ว ซึ่งปฏิบัติการแหกค่ายคราวโน้น ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล บอกว่า จะไม่ไล่ ส.ส. 4 คนนี้ออกจากพรรค เพราะไม่ต้องเติมเสียงให้รัฐบาล อย่างที่พวกเขาต้องการ    

ทุกวันนี้ ส.ส. 4 คน ลงพื้นที่ ไม่ได้ใช้ชื่อพรรคก้าวไกล ต่างแสดงตัวในฐานะผู้แทนราษฎร ทำงานรับใช้ชาวบ้าน ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ไม่ได้แสดงตัวว่าอยู่สังกัดพรรคการเมืองใดในทางนิตินัย    

เปิดหน้าชก ทีม"ทนายเสื้อแดง"สวมเสื้อทีมบุรีรัมย์

ส.ส.ขวัญเลิศ พานิชมาท

ก่อนหน้าโควิดระบาดรอบใหม่ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และทีมงาน ได้ลงพื้นที่เชียงราย และชลบุรี เพื่อขอโทษประชาชน และมอบหมาย ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นตัวแทนพรรค

++
ทนายลูกอีสาน
++
นับแต่ประกาศแหกค่ายสีส้ม “ทนายคารม” เป็นคนเดียวในกลุ่ม 4 ส.ส. ที่เปิดหน้าให้สัมภาษณ์สื่อ อธิบายความเรื่องต่างๆ และตอบโต้ผู้ที่มาตราหน้าพวกเขาว่าเป็น “งูเห่า” ทรยศอุดมการณ์    

“คารม” มีบทบาททนายความช่วยเหลือคนเสื้อแดงมาแต่ปี 2553 ทั้งคดีสลายการชุมนุม และคดี ม.112 เขาจึงได้ฉายาว่า “ทนายเสื้อแดง” ซึ่งเป็นหน้าที่และภารกิจเชิงอุดมการณ์ต่อสู้เพื่อมวลชน     

ย้อนไปช่วงพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ได้มีกระแสข่าวคารม อาจจะไม่ไปร่วมงานกับพรรคก้าวไกล ซึ่งตอนนั้น ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ 9 คน ย้ายไป สังกัดพรรคภูมิใจไทย เมื่อแกนนำค่ายสีส้มเกลี้ยกล่อม ทนายคารมก็ไม่ทิ้งพรรคก้าวไกล    

จุดเปลี่ยนที่ทนายเสื้อแดงตัดสินใจย้ายขั้ว เมื่อพรรคก้าวไกล ตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาการแก้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คารมไม่เห็นด้วยเรื่องดังกล่าว และยกมือสวนมติพรรคในสภาฯ    

เปิดหน้าชก ทีม"ทนายเสื้อแดง"สวมเสื้อทีมบุรีรัมย์

หมอเอก เชียงราย

ทนายคารม ก็เหมือนคนเสื้อแดงส่วนหนึ่งที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย แต่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดปฏิรูปสถาบันฯ ด้านหนึ่ง คารมเป็นนักการเมืองมาก่อนจะเป็นทนายเสื้อแดง เคยลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 2 พรรคพลังธรรม ยุคทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง    

ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทย คารมได้เป็นสมาชิกพรรคของทักษิณ และมีความพยายามจะลงสมัคร ส.ส.ที่นนทบุรี และร้อยเอ็ด แต่ก็ไม่มีที่ทางให้เขาลงสนามได้ จึงรอมาจนถึงวันที่พรรคอนาคตใหม่ได้ให้โอกาสเขา    

ชั่วโมงนี้ ทนายคารมเดินสายทั่วร้อยเอ็ด พร้อมกับสร้างพันธมิตรกับนักการเมืองท้องถิ่น โดยไม่มีเรื่องพรรคมาเกี่ยวข้อง 

++
รักหนูแต่ไล่ลุง
++
สำหรับ 3 ส.ส.เขต พรรคก้าวไกล ยังเกาะติดพื้นที่ โดยไม่หวั่นกระแสงูเห่า ที่ถูกปล่อยผ่านเครือข่ายกองเชียร์สีส้ม

ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี เขต 5 (อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี) เป็นคนหนุ่มที่ขยันทำงานช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งงานราษฎร์งานหลวง โดยการสนับสนุน “หมอหนู” ส.ส.ขวัญเลิศก็คาดหวังที่จะมีการยกระดับ รพ.สต.บ่อวิน เป็นโรงพยาบาลชุมชนบ่อวิน    

เปิดหน้าชก ทีม"ทนายเสื้อแดง"สวมเสื้อทีมบุรีรัมย์

ส.ส.พีรเดช แห่ง อ.แม่สาย

“หมอเอก” นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย เขต 1 (อ.เมืองเชียงราย) ที่ยอมรับว่า ชื่นชอบ “หมอหนู” และเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข ที่ลงพื้นที่เชียงราย ตามคำขอของหมอเอก    

“ส.ส.ต้น” พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย เขต 6 (อ.แม่สาย) ก็มีเหตุผลเดียวกับหมอเอก ได้รับการสนับสนุนการทำงานในพื้นที่จาก “หมอหนู”     

มีข้อน่าสังเกตว่า ทั้งหมอเอก และ ส.ส.ต้น ยังมีจุดยืนทางการเมือง “ไม่เอาประยุทธ์” เหมือนสมัยเป็น ส.ส.พรรคสีส้ม ดังที่ “ส.ส.ต้น” โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ฉีดวัคซีนเถอะครับเพื่อรักษาสุขภาพของเราผ่อนหนักเป็นเบา จะได้มีเวลาที่เหลือ  “ไว้ไล่ลุง”..”    

นี่เป็นกลยุทธ์เฉพาะตัวของ ส.ส.ที่ย้ายค่าย เพราะต้องรักษาฐานเสียงเดิม โดยเฉพาะ 2 ส.ส.เชียงราย ขืนส่งเสียงบิ๊กตู่ก็เหนื่อยเลย 

วิถี ‘เรืองไกร’ ย้ายไปย้ายมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469066

วิถี ‘เรืองไกร’ ย้ายไปย้ายมา

3 มิถุนายน 2564 – 15:37 น.

นักร้องย้ายค่าย “เรืองไกร” ขอโอกาสทำงาน ไม่เลือกขั้วเลือกฝ่าย

++

ชัดเจนแล้ว วิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่า เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ มาเดือนกว่าแล้ว

วิรัชบอกว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐรับทราบว่า เรืองไกรมาเป็นสมาชิกพรรคแล้ว พร้อมระบุว่าใครทำงานอะไรได้ก็ขอให้ช่วยกันทำงาน

หลังกลางดึกวันที่ 2 มิ.ย.2564 มีการประกาศรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณฯ  ปรากฏว่ามีชื่อ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อยู่ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ท่ามกลางความแปลกใจของผู้คนว่า เหตุใด “เรืองไกร” จึงย้ายจากฝ่ายค้านอยู่ฝั่งรัฐบาล

ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพปชร.รับทราบว่านายเรืองไกร มาเป็นสมาชิกพรรคแล้ว พร้อมระบุว่าใครทำงานอะไรได้ก็ขอให้ช่วยกันทำงาน 

วิถี 'เรืองไกร' ย้ายไปย้ายมา

                                เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ

++
ส.ว.หลายสี
++

ปฐมบทของ “นักร้อง” ที่ชื่อ เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เป็นที่รู้จักของคนไทยคือ เรืองไกรได้ยื่นฟ้องกรมสรรพากรว่าสองมาตรฐาน กรณีที่กรณีตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ปได้ ไม่ต้องเสียภาษี 

ปี 2551 เรืองไกรได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกวุฒิสภาในแบบสรรหา ซึ่งตอนอยู่ในสภาสูงเรืองไกรจัดอยู่ในกลุ่ม 40 ส.ว.

ปีเดียวกัน เรืองไกรได้ยื่นฟ้องร้อง สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จัดรายการโทรทัศน์ชิมไป บ่นไป ทางช่อง 3 เป็นการผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 267 

ต้นปี 2553 เรืองไกรได้ไปร่วมเสวนาการเมืองกับกลุ่ม นปช. บ่อยครั้ง กองเชียร์เสื้อเหลืองส่งเสียงทวงถามจุดยืนของเขา หลังจากนั้น เรืองไกรได้เคลื่อนไหวตรวจสอบทุกฝ่าย

เลือกตั้งทั่วไปปี 2557 เรืองไกรได้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 41 (การเลือกตั้งโมฆะ) เลือกตั้งปี 2562 เรืองไกรย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่พรรค ทษช.ถูกยุบ

ถ้าใครจะมองว่าย้ายฝ่ายย้ายขั้ว คงไปห้ามไม่ได้ ก็ถูกมองมาตั้งแต่ตรวจสอบภาษีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่าเป็นเสื้อเหลือง พอมาอยู่กับเพื่อไทย ก็หาว่าเป็นเสื้อแดง แต่ผมมีจุดยืนคือการทำงาน อยู่ที่ไหนก็ได้” เรืองไกรให้สัมภาษณ์สื่อ

ตลอดช่วงรัฐบาล คสช. และรัฐบาลประยุทธ์ เรืองไกร ได้ทำหน้าที่นักร้องเรียนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ยื่น ปปช.ตรวจสอบ “3 ป.” ก็หลายหน

กลางปีที่แล้ว เรืองไกร ทำหนังสือถึง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรื่องขอให้ชี้แจงเบื้องหลังการสลับชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งเป็นการไม่ให้โอกาสให้เขาได้ทำงาน

ข้าพเจ้าจึงขอทำจดหมายเปิดผนึกนี้ เพื่อขอให้มีการชี้แจงอย่างเปิดเผย แต่หากยังไม่อธิบายความให้กระจ่าง ผลที่ตามมาคือ นับแต่นี้ไปคงไม่มีอะไรจะต้อง CARE อีกแล้ว ดังนั้น เพื่อความโปร่งใสตรวจสอบได้ ขอให้หัวหน้าพรรคฯ และคุณ ภ. ได้เป็นผู้ชี้แจงความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อ ส.ส. ของพรรคเพื่อไทยต่อไปด้วยขอบคุณและลาก่อน

แสดงว่า นับแต่กลุ่มแคร์เข้ามาทำงานหลังม่านพรรคเพื่อไทย ได้ทำให้เรืองไกร รู้สึกถูกลดบทบาทลง จึงมีพรรคการเมืองหลายมาชักชวนให้เขาไปทำงาน แต่ดูเหมือนเขาจะเลือกพรรคพลังประชารัฐ

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติบทสุดท้ายแห่งชีวิต ของลุงพล บ้านกกกอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469056

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติบทสุดท้ายแห่งชีวิต  ของลุงพล  บ้านกกกอก

3 มิถุนายน 2564 – 14:14 น.

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติบทสุดท้ายแห่งชีวิต  ของลุงพล  บ้านกกกอก แม้นโหงวเฮ้งจะดี แต่พฤติกรรม ไม่ช่วยให้เกิดการหักล้างการกระทำที่ดีได้

ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติบทสุดท้ายแห่งชีวิต ของลุงพล บ้านกกกอก ด้วยวิกฤติชีวิตจากการกระทำของตนเอง ถึงแม้นโหงวเฮ้งจะดี ที่จะทำให้ชีวิตดีได้ แต่พฤติกรรม การกระทำที่รุนแรงไม่ช่วยให้เกิดการหักล้างการกระทำที่ดีได้ เพราะความใจร้อน ไม่ยอมคน ใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง เป็นคนสองอารมณ์อยู่ในตนเอง คนเราในดวงชะตามีทั้งดีและเลว แต่อยู่ที่เราจะเลือกทางเดินของชีวิต ว่าควรจะไปในเส้นทางไหน

"ซินแสเข่ง"  ผ่าดวงวิกฤติบทสุดท้ายแห่งชีวิต  ของลุงพล  บ้านกกกอก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปอกเปลือก ก๊วน “ลุงพล” ขาใหญ่ยูทูบเบอร์

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่องผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์เจาะลึก ผ่าดวงวิกฤติ บทสุดท้ายแห่งชีวิตลุงพล บ้านกกกอก ถึงดวงชะตา ที่เคยรุ่งสูงสุดกับชื่อเสียงในช่วงจังหวะปีที่ผ่านมา ช่วงจังหวะที่มีเหตุการณ์หายตัวของน้องชมพู่ วัย 3 ขวบ จนกลายเป็นศพอยู่บนเขาภูเหล็กไฟ 1 ปีเศษ ที่เป็นช่วงจังหวะปีเสริมที่ทำให้ลุงพล มีชีวิตที่พลิกผันกลายเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังไปตามดวงชะตาที่ตกปีเสริม ในปี 2563 และรับบริจาคสร้างองค์พยานาคไว้ในพื้นที่ของตนเอง ที่เป็นปีปะทะลุงพล จนถึงเดือนตุลา 2563 เป็นช่วงจังหวะที่ดวงตก รอบอายุเริ่มเข้าเคราะห์ ปัญหาความขัดแย้งเริ่มตามมา ความแตกแยกของคนที่ให้ความช่วยเหลือเริ่มตีตัวออกห่าง เพราะความใจร้อนมุทะลุ  สร้างความแตกแยกให้กับตนเอง จนถึงเดือนมิถุนายน เข้าสู่เดือนแห่งศัตรูที่ตกเดือนแห่งความขัดแย้ง ในคดีความ ต่อเนื่องเดือนกรกฏาคม ที่รุนแรงที่สุด กับหมายจับที่ออกมาชัดเจน  ถึงคดีน้องชมพู่ ถึงแม้นจะเป็นการปฏิเสธการทำร้าย แต่เหมือนกับเป็นการพรากที่ทำให้เด็กต้องเสียชีวิต หากไม่ปรับตัวรับในความผิดที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง  อนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้าเชื่อว่ายังมืดมนแน่นอน

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมถึงดวงชะตาของลุงพลว่า ปี 2565 ยังคงเป็นปีแห่งความแตกแยกพลัดพราก ถึงปี 2566 เป็นปีแห่งคดีความเพิ่มเติมที่จะมีผลต่อชะตาชีวิต และต่อถึงปี2567  เป็นปีที่จะเบียดเบียนให้เดือดเนื้อร้อนใจ ให้อึดอัดไม่สบายใจ ต่อเนื่องถึงปี 2568 ที่ยังกลายเป็นปีแห่งศัตรูคดีความอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นจากโหงวเฮ้ง หรือนรลักษณ์ศาสตร์ที่ดีที่มีโอกาศ แต่ก็มีจุดเปลี่ยนที่ไม่ดี ที่บ่งบอกถึงความรั้นและเชื่อมั่นตนเอง  แต่ถ้าเชื่อในทางที่ผิดก็อาจจะมีสิทธิ์ติดคุกได้ยาวเหมือนกัน

เปลี่ยนหัว วัดใจ ‘บ้านใหญ่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/469038

เปลี่ยนหัว วัดใจ ‘บ้านใหญ่’ 

3 มิถุนายน 2564 – 11:48 น.

ภูมิใจไทยเจอเกมสวนกลับ “เขี่ยพ้นพรรคร่วมรัฐบาล” แถมข่าวเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค เสี่ยหนูขายไม่ออก

++

หลังจบศึก พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 ค่ายบุรีรัมย์ มีอาการนอนไม่หลับกันทั้งพรรค เพราะวาจา “เสี่ยทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายคักคอเรื่อง “ลิเกโรงใหญ่” ไว้ล่วงหน้าว่า “ท่านอภิปรายอย่างกับราชสีห์ แต่ลงคะแนนอย่างกับหนู”

แล้วผลโหวต ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ก็เป็นไปเช่นนั้นจริงๆ ในโซเชียลจึงเต็มไปด้วยคำว่า “ปาหี่” แถมได้เสียง “งูเห่า” มาเพิ่มอีกต่างหาก

เชื่อว่า วลีเด็ด “อภิปรายอย่างราชสีห์ โหวตแบบหนู” จะตามหลอกหลอนพรรคภูมิใจไทย ไปอีกนาน เนื่องจาก “หลาดา” เจ้าพ่ออุทัยฯ เล่นใหญ่เหลือเกิน ตามมาด้วยก๊วนคนหน้าเดิม “โต้ง แบด แชมป์” ออกลูกหนัก ลำหักลำโค่นดี พอขึ้นยก 5 ก็ทำท่าป้อแป้ 

ดังนั้น ช่วงกลางดึก(2 มิ.ย.2564) ภราดร ปริศนานันทกุล ลูกชาย “เฮียตือ” จึงโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค Paradorn Battman ตอบโต้ค่ายเสี่ยทิม “ตามนี้นะ!! เขาบอกพวกผมอภิปรายอย่างราชสีห์โหวตอย่างหนู!!! ใช่ครับ!! #ผมโหวตอย่างหนู_จะให้ผมโหวตอย่างทิม_คงไม่เอาครับ”

ตามมาด้วย “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ก็โพสต์ยาวๆ ระบายผ่านเฟซบุ๊ค Siripong Angkasakulkiat “….อภิปรายแบบราชสีห์ โหวตแบบหนู ครับ พี่หนูโหวตอะไร ผมก็โหวต เพราะเป็นมติพรรค  ไม่ได้โหวตอย่างทิมครับ คนละพรรคกัน”

เสี่ยโต้ง” ยังออกมาตีปลาหน้าไซ “..แล้วอย่ามาดราม่าเรื่องโหวตนายก เพราะตอนนั้นผมโหวตตามที่ผมรับปากชาวบ้านที่เลือกผมมา และคราวนี้ ผมเชื่อว่า สิ่งนี้ยังดีกับชาวบ้านของผมมากกว่า การคว่ำร่าง”

สรุปว่า ภูมิใจไทยเสียหายพอประมาณ ในเกมปาหี่สภาฯ แต่พวกเขาก็เลือกที่จะเล่น เพราะเป้าหมายอยู่ที่การส่ง “สัญญาณ” ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่า บ้านใหญ่เหลืออดเหลือทนแล้วนะ ทำไมปล่อยให้เสี่ยหนู เป็นตำบลกระสุนตกอยู่กระทรวงเดียว

บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ไม่ต้องการเล่นกันถึงแตกหักในยามนี้ แต่ก็ต้องแอ๊กชั่นให้คนเห็นบ้าง เผื่อวันหน้าข้าง ต้องเลือกทางใครทางมันจริงๆ ก็จะได้มีคำอธิบายแบบหรูๆ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
สะพัด “นายกฯ” จ่อปรับ “อนุทิน” พ้น รมว.สธ.

++
โทษบิ๊กตู่ 
++

วันอังคารที่ผ่านมา มีรายงานข่าวตรงกันทุกสำนักว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ปรารภกลางวง ครม.ว่า ไม่มีพรรคร่วมรัฐบาลช่วยชี้แจง ขณะเดียวกัน ได้ปล่อยให้ลูกน้องซัดร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 แบบไม่เกรงใจ

ต่อมา ได้มีเสียงสะท้อนมาจาก “บ้านใหญ่” ว่า 2 พรรคใหญ่ไม่ได้ทิ้งพรรคพลังประชารัฐ ตรงกันข้าม “บิ๊กตู่” ต่างหากที่โดดเดี่ยวพรรคร่วมรัฐบาล ดังพฤติกรรมข้างล่างนี้

1.ริบอำนาจรัฐมนตรี และรวบอำนาจทั้งหมดไปไว้ที่ตัวเองแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  

2.โยนความผิดให้คนอื่น อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ออกมารับแรงปะทะแทนนายกฯประยุทธ์ บ่อยครั้ง 

ถ้าฟังการอภิปรายของ ส.ส.ภูมิใจไทย ทั้งตัวจี๊ด ตัวเก๋า ก็จะออกมาในโทนตัดพ้อต่อว่า และไม่พอใจที่ทำให้เป็น “ตำบลกระสุนตก” แต่เพียงพรรคเดียว

หากวันนี้ บิ๊กตู่ รู้สึกโดดเดี่ยว นั่นไม่ได้เป็นเพราะทุกคนทอดทิ้ง แต่บิ๊กตู่เลือกที่จะทอดทิ้งคนเหล่านี้ก่อนเองทั้งสิ้น..” นี่คือสัญญาณจากบุรีรัมย์  

เปลี่ยนหัว วัดใจ 'บ้านใหญ่' 

                                    เสี่ยหนู จะไปได้อีกกี่ยก

++
เปลี่ยนเสี่ยหนู
++

เมื่อค่ายสีน้ำเงิน ใช้เวทีสภาฯ ถล่ม “บิ๊กตู่” โดยข้ออ้างว่า ไม่ได้โจมตีนายกรัฐมนตรี แต่ต้องการวิจารณ์สำนักงานงบประมาณแผ่นดิน จึงเจอแผนใต้ดินสวนกลับ

เริ่มจากปฏิบัติการตอบโต้ด้วยข่าว “เขี่ยอนุทิน” พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุข “เขี่ยภูมิใจไทย” พ้นพรรคร่วมรัฐบาล

ที่น่าสนใจคือ ข่าวการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจาก “อนุทิน” เป็น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.

จะว่าไปแล้ว “จักรทิพย์” ไม่ใช่คนแปลกหน้าของบ้านใหญ่บุรีรัมย์ สมัยที่ กนกศักดิ์ ปิ่นแสง, วิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของคิงเพาเวอร์ หนุน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เนวินนี่แหละที่หนุน “บิ๊กแป๊ะ” ทำทีมลูกหนังโปลิศ เทโร เอฟซี 

เหนืออื่นใด ใครก็ทราบว่า “ทีมเนวิน” ตัวจริงคือ เนวิน ชิดชอบ, กนกศักดิ์ ปิ่นแสง และวิชัย ศรีวัฒนประภา (เสียชีวิตแล้ว) ซึ่งมีบทบาททางการเมือง ธุรกิจ และกีฬา ของบ้านใหญ่

ขนาด “เสี่ยหนู” รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคใหม่ ๆ ช่วงปี 2560 ก็ยังมีข่าวลือว่อนว่า “เจ้าสัววิชัย” จะมาเป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยแทนเสี่ยหนู ทำเอาปีนั้น เสี่ยหนูต้องพา “ผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ” ไปงานวันเกิดปู่ชัย ที่บุรีรัมย์

ดังนั้น หากจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในพรรคสีน้ำเงิน ก็ต้องรอสัญญาณจาก “ศิษย์วัดสุวรรณภูมิฯ คอนเนกชั่น

รู้ยัง..โรงเรียนไหนบ้างที่ต้องจ่ายค่าเทอม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468975

รู้ยัง..โรงเรียนไหนบ้างที่ต้องจ่ายค่าเทอม

3 มิถุนายน 2564 – 08:20 น.

รู้ยัง..โรงเรียนไหนบ้างที่ต้องจ่ายค่าเทอม บทวิเคราะห์โดย ชัยวัฒน์ ปานนิล

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 54 ระบุว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ อย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หลอกครูและคนทั้งประเทศ ‘เลื่อนการเปิดเทอมทิพย์’ อีกแล้ว

เห็นได้ชัดว่า ประชาชนคนไทยทุกคนต้องได้รับการการศึกษาฟรี 12 ปี นับตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนจนถึงจบการศึกษาภาคบังคับ (อนุบาล 3 ขวบ – มัธยมศึกษาปีที่ 3 ) ซึ่งเป็นสิทธ์ตามรัฐธรรมนูญ

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้ปกครองร้องเรียนเรื่องการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่น ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ของสถานศึกษา เข้ามาที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จำนวนมากนั้น

โดยไม่ได้ระบุว่า ผู้ร้องเรียนเป็นใคร เป็นบุคคลกลุ่มไหน ได้รับความเดือดร้อนอย่างไร จากการเรียกเก็บเงิน ของสถานศึกษา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ยังกล่าวอีกว่า ตนได้รับทราบปัญหาและมีนโยบายให้ต้นสังกัดของโรงเรียนและสถานศึกษาในสังกัดและในกำกับของ ศธ.ไปดำเนินการแก้ไขปัญหา และเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนก็ได้ลงนามในประกาศ ศธ. เรื่อง แนวปฏิบัติการเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นไปแล้ว เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองในสถานการณ์ปัจจุบัน ให้โรงเรียนหรือสถานศึกษาในสังกัด หรือในกำกับของ ศธ.ถือปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

1. ในกรณีที่ได้มีการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียม การเรียน และค่าธรรมเนียมอื่นไปแล้ว ให้คืนเงินบำรุงการศึกษาหรือค่าธรรมเนียมดังกล่าว ในส่วนที่ไม่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้นในระหว่างที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)

2. ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียน และค่าธรรมเนียมอื่น เพื่อใช้จ่ายในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน อาจพิจารณาผ่อนผันหรือขยายระยะเวลาการเรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษา หรือค่าธรรมเนียมดังกล่าว ตามความเหมาะสมเป็นกรณีไป

3. พิจารณาให้ความช่วยเหลือ ในกรณีที่ผู้ปกครองของนักเรียน นักศึกษา ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ตามความจำเป็น เหมาะสม

4. ให้หน่วยงานต้นสังกัดหรือที่กำกับโรงเรียนหรือสถานศึกษา แจ้งเวียนไปยังสถานศึกษาในสังกัด หรือในกำกับ ให้ปฏิบัติตามประกาศนี้

ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น

รู้ยัง..โรงเรียนไหนบ้างที่ต้องจ่ายค่าเทอม

แถลงการณ์นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน ดิ้น สวนหมัด “ตรีนุช เทียนทอง” หลังรมว.ศึกษาธิการออกประกาศให้โรงเรียนจ่ายคืนค่าเทอมช่วงไม่ได้เรียนเพราะโควิด19

หากพิจารณาจากภาพรวม จะเห็นได้ว่าเป็นผลดี แก่ผู้ปกครอง แต่อาจจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ ดังนี้

ข้อ 1. “ให้คืนเงินในส่วนที่ไม่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอน…….” ฉะนั้นไม่คืนเงินในส่วนที่มีการจัดการเรียนใช่ไหม

ข้อ 2. “กรณีที่มีความจำเป็นต้องเก็บเงิน……….อาจพิจารณาผ่อนผัน………..เป็นกรณีไป” หมายความว่า จะเก็บเงินก็ได้ แล้วพิจารณาผ่อนผันเป็นกรณี

จาก ข้อ 1. จะมีปัญหาที่ว่ามีกิจกรรมอะไรที่ไม่ได้จัด ที่จะจัด (คืน ไม่คืนเงิน)

จาก ข้อ 2. เรียกเก็บเงินเพื่อใช้จัดกิจกรรม แต่ก็ผ่อนผันได้ในบางกรณี (ก็ยังเก็บได้อยู่ดี)

ทั้ง 2 ข้อ มีช่องโหว่เพราะเป็นการใช้ดุลยพินิจของแต่ละคน มีโรงเรียนอยู่ประมาณ 30,000 แห่ง มีการใช้ดุลยพินิจที่บิดเบี้ยวเพียง 30 แห่ง ก็ถือว่าไม่บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว

จากคำสั่งดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการยอมรับโดยนัยยะว่า การศึกษาในทุกระดับมีการเก็บเงินจริง ซึ่งอาจจะขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องการให้เด็กไทยทุกคน ได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ในช่วงของการศึกษาภาคบังคับ

ในส่วนของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการศึกษาที่จัดโดยเอกชน นับเป็นการศึกษาทางเลือก หากจะมีค่าใช้จ่ายบ้างผู้ปกครองก็ควรรับผิดชอบตามความสมัครใจ