สะพัด “นายกฯ” จ่อปรับ “อนุทิน” พ้น รมว.สธ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468953

สะพัด “นายกฯ” จ่อปรับ “อนุทิน” พ้น รมว.สธ.

2 มิถุนายน 2564 – 16:58 น.

สะพัด นายกรัฐมนตรี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา จ่อปรับ”อนุทิน ชาญวีรกูล “พ้น รมว.กระทรวงสาธาณสุข หลังเกิดปัญหาวัคซีนโควิด-19 ไม่มาตามนัด และปล่อยให้ลูกพรรคภูมิใจไทยถล่มการจัดทำ “งบ 65” กลางสภา

ขณะนี้มีข่าวแพร่สะพัดในบรรดานักการเมืองฝ่ายรัฐบาล ว่า อาจจะมีการ “ปรับ ครม.” โดยปรับให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พ้นจากกระทรวงสาธารณสุข 

ทำให้เกิดการเช็คข่าวกันให้วุ่นว่า จะนำไปสู่การยุบสภา และเกิดการเลือกตั้งใหม่หรือไม่

เหตุผลที่สร้างความไม่พอใจให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม จนจะนำไปสู่การปรับ นายอนุทิน พ้นกระทรวงสาธารณสุข คือ ปัญหาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ที่รัฐบาลได้ประกาศปูพรมฉีดวัคซีนโควิดให้ประชาชน ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ แต่ก็เกิดปัญหา “วัคซีนไม่มาตามนัด” จนทำให้รัฐบาลต้องดิ้นรนจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ประชาชนให้ได้ตามที่ประกาศไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อรัฐบาล  

ขณะที่ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ก็เกิดปรากฏการณ์ ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย รุมถล่มรัฐบาล รุมถล่มนายกฯ รุมถล่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ โดยต่างแสดงความไม่พอใจที่มีการ “หั่นงบประมาณ” ใน 2 กระทรวง ที่ พรรคภูมิใจไทย บริหารอยู่ คือ กระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ส.ส.ภูมิใจไทยที่ออกมาใช้เวทีสภาถล่มรัฐบาลในการจัดทำประมาณประจำปี 2565 ก็ประกอบไปด้วย นายชาดา ไชยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่อภิปรายกลางสภาอย่างดุเดือดว่า เป็นการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ให้เกียรติน้องประชาชน เพราะรัฐบาลตัดงบกระทรวงสาธารณสุข แทบทุกกรม ถือว่าสำนักงบประมาณ และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ใจดำมาก
“หรือสำนักงบประมาณคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไม่รัก นายอนุทิน หัวหน้าพรรค เสียแล้ว ท่านถึงได้ตัดงบประมาณแบบนี้ ผมก็อยากจะบอกว่า หัวหน้าครับถ้าเขาไม่รักก็กลับบ้านเราเถอะ” นายชาดา ระบุ

และตามมาด้วย นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย  นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.พรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ อังคสุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งทั้งหมดล้วนตอกย้ำเรื่องที่ กระทรวงสาธารณสุข และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่พรรคภูมิใจไทยดูแลถูกตัดงบประมาณลง 
นอกจากนั้น ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เมื่อวันอังคารที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ก็มีรายงานว่า ประเด็นที่ครม.หารือกันส่วนใหญ่เป็นมาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แต่ในบางช่วงมีการพูดถึงบรรยากาศในการประชุมสภาฯ พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีประมาณ 2565 เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปรารภเชิงตัดพ้อ น้อยใจ กรณีมีส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะ พรรคภูมิใจไทย และ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์การจัดทำงบประมาณว่า “ขอให้ช่วยๆ กัน ตรงไหนเกี่ยวข้องก็ให้ช่วยเร่งตอบ ปากก็ว่าโอเค แต่ปล่อยให้ลูกพรรคซัดโครมๆ “

ขณะที่ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดกับ นายอนุทิน  และ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้ช่วยชี้แจงรายละเอียดงบประมาณกระทรวงสาธารณสุข ที่ถูกตัดไปว่าเป็นส่วนไหนอย่างไร และให้บอกด้วยว่าในงบพ.ร.ก.กู้เงิน กระทรวงสาธารณสุขได้งบตรงไหนอย่างไรบ้าง 

 ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าข่าวลือ จะเป็นจริงหรือไม่..และหากเป็นจริง จะสะเทือนเสถียรภาพ”รัฐบาลประยุทธ์” แค่ไหน 

“กกกอก” ในตำนาน จากดาวแดงสู่ดาวดับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468913

“กกกอก” ในตำนาน จากดาวแดงสู่ดาวดับ

2 มิถุนายน 2564 – 13:54 น.

กว่า 60 ปี “กกกอก” หมู่บ้านนี้ เคยผ่านสงครามประชาชน และสงครามยูทูบเบอร์ 

++
1 ปีเศษ สำหรับคดีน้องชมพู่ เสียชีวิตปริศนาบนเขาภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านพัก 2 กิโลเมตร ในพื้นที่บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร     

50 กว่าปีที่แล้ว บ้านกกกอก เดิมขึ้นกับ อ.นาแก จ.นครพนม เป็น 1 ใน 30 หมู่บ้าน ที่กระจายตัวอยู่ตามหุบเขา รอยต่อนครพนม-สกลนคร-กาฬสินธุ์ (สมัยโน้น ยังไม่มี จ.มุกดาหาร)

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…
ย้อนไทม์ไลน์ 1 ปี 21 วัน ปิดคดี “น้องชมพู่”
เปิดหมดใจ ความรู้สึก พ่อ – แม่ ‘น้องชมพู่’ หลังรู้ข่าวหมายจับลุงพล 

"กกกอก" ในตำนาน จากดาวแดงสู่ดาวดับ

ฟาร์มหนูนา บ้านกกกอก

บ้านกกกอก อยู่ติดกับพื้นที่ ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ที่มี 2 หมู่บ้านอยู่ภูเขาคือ บ้านกวนบุ่น และบ้านบึงสา จึงทำให้ชาวบ้านกกกอก สามารถติดต่อกับชุมชนที่ราบได้ 2 เส้นทางคือ ลงไปทางฝั่ง อ.นาแก และ อ.เต่างอย     

ก่อนปี 2508 พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่งผู้ปฏิบัติงานเข้ามาปลุกระดมชาวบรู (ไทยโซ่) และชาวภูไท บนเทือกเขาภูพานตะวันออก ให้ศรัทธาในลัทธิคอมมิวนิสต์  

ดังนั้นช่วงปี 2511-2524 บ้านกกกอก เป็นหมู่บ้านอำนาจรัฐแดง    

หลังปี 2525 เทือกภูพานเปลี่ยนไป สงครามประชาชนยุติโดยสิ้นเชิง “ทหารป่า” ได้เข้ามอบตัวต่อทางการกลายเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.)      

ทางการตัดถนนผ่านพื้นที่สีแดงบนภูเขา เรียกว่า ถนนเปรมพัฒนา เชื่อม อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ ถึง อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ถนนเส้นนี้ตัดผ่านบ้านกกกอก จึงนำความเจริญมาสู่หมู่บ้านในตำนานของคอมมิวนิสต์อีสาน

"กกกอก" ในตำนาน จากดาวแดงสู่ดาวดับ

ชาวกกกอก ยึดอาชีพยูทูบเบอร์

++
เส้นทางเถื่อน
++
อ.ดงหลวง ยกฐานะจากกิ่งอำเภอ เป็นอำเภอ เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2527 แบ่งเขตการปกครอง 6 ตำบล 60 หมู่บ้าน    

สภาพทางภูมิศาสตร์ อ.ดงหลวง 1,076.2 ตารางกิโลเมตร แต่มีประชากรเพียง 39,088 คน ที่อาศัยอยู่ในราบสูง สลับกับเทือกเขาหินทราย    

ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ กว้างใหญ่ในอดีตของ อ.ดงหลวง ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติภูผายล หรือเดิมเรียกว่าอุทยานแห่งชาติห้วยหวด    

อุทยานแห่งชาติภูผายล ครอบคลุมท้องที่ อ.โคกศรีสุพรรณ อ.เต่างอย จ.สกลนคร ,อ.นาแก จ.นครพนม และ อ.ดงหลวง อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร    

กว่าครึ่งหนึ่งของอุทยานแห่งนี้ เป็นพื้นที่ อ.ดงหลวง และเป็นที่มาของ “แก๊งมอดไม้” อาละวาดในแถบ 4 จังหวัดภาคอีสาน คือ มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ และนครพนม   

ถนนเปรมพัฒนา เส้นทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง สมัยสงครามเย็น ได้กลายเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ขบวนการค้าไม้พะยูงใช้เป็นเส้นทางลำเลียงไปส่งยังชายแดน    

บ้านกกกอก สถานีตำรวจภูธรกกตูม จึงเป็นด่านสกัดแก๊งมอดไม้ที่สำคัญ และสายสืบตำรวจ สภ.กกตูม มีข้อมูลขบวนการค้าไม้พะยูงทั้งหมด 

"กกกอก" ในตำนาน จากดาวแดงสู่ดาวดับ

ป้าจำลอง คนกกกอก ยูทูบเบอร์สายลุงพล

++
หมู่บ้านหนูนา
++
7-8 ปีมานี้ บ้านกกกอก มีชื่อเสียงจากการเป็นแหล่งเพาะเลี้ยง “หนูนา” พ่อของน้องชมพู่ ทำธุรกิจฟาร์มหนูนา และการเพาะเลี้ยงด้วง ลุงพล ตัวละครสำคัญในเรื่องการตายของน้องชมพู่ ก็เลี้ยงหนูนา    

ผู้ที่สร้างชื่อเสียงให้บ้านกกกอก ในฐานะต้นแบบฟาร์มหนูนาพารวย ชื่อ “นรินทร์ หลาบโพธิ์” ลูกชายอดีตผู้ใหญ่บ้านกกกอก และเป็นน้องชาย “สาวิตรี วงศ์ศรีชา” หรือแม่น้องชมพู่    

นับแต่เกิดเรื่องคดีน้องชมพู่ และสื่อทีวีที่ได้สร้าง “ลุงพล-ป้าแต๋น” เป็นดาวเด่นดาวดัง บ้านกกกอกก็เปลี่ยนไป กลายเป็น “หมู่บ้านยูทูบเบอร์” และเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่    

คนกกกอกจำนวนหนึ่ง เห็นนักยูทูบเบอร์ มาทำคอนเทนท์ชีวิตลุงพล และเรื่องราวในบ้านกกกอก สร้างรายได้ พวกเขาเลยเปลี่ยนอาชีพจาก “ฟาร์มหนูนา” มาทำอาชีพยูทูบเบอร์     

ปัจจุบัน มีคนกกกอก ไม่ต่ำกว่า 100 คน ที่ยึดอาชีพยูทูบเบอร์ มีทั้งฝ่ายหนุนลุงพล และฝ่ายเชียร์แม่น้องชมพู่ รวมถึงฝ่ายไม่เลือกข้างไหน ก็หาคอนเทนท์ป้อนช่องยูทูบ ไม่ยุ่งยากเหมือนเลี้ยงหนูนา

ปอกเปลือก ก๊วน “ลุงพล” ขาใหญ่ยูทูบเบอร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468882

ปอกเปลือก ก๊วน “ลุงพล” ขาใหญ่ยูทูบเบอร์

2 มิถุนายน 2564 – 11:18 น.

ลุงพลดังเพราะสื่อ มี “กองทัพยูทูบเบอร์” เป็นองครักษ์คอยปกป้อง พวกเขาคือใคร? ทำไมกล้าเล่นกับตำรวจ  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ก่อนหน้าจะมีปฏิบัติการ “ฟ้าสางกลางกกกอก” ของตำรวจกองปราบ เมื่อรุ่งเช้าวันที่ 2 มิ.ย.2564 ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ย้อนไปช่วงกลางคืน ได้มีการเผชิญหน้ากัน ระหว่างกองทัพนักข่าวส่วนกลาง กับกองทัพยูทูบเบอร์ ที่บริเวณหน้าบ้าน “ลุงพล” หรือไชย์พล วิภา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… เปิดคำสาบาน “ลุงพล” คำต่อคำ หลังเคยจุดธูปสาบานไว้ถึง 3 ครั้ง

ปอกเปลือก ก๊วน "ลุงพล" ขาใหญ่ยูทูบเบอร์

ลุงพล กับกองทัพยูทูบเบอร์    

เช้าวันที่ตำรวจบุกจับลุงพล ปรากฏว่า ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีฆ่าน้องชมพู่ไม่อยู่บ้าน แต่เจ้าหน้าที่ได้ตำรวจคุมตัว “พี่อ๋อ diy” ยูทูบเบอร์คนสนิทลุงพล ในข้อหาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปที่ สภ.กกตูม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย     

ดังที่ทราบกัน ระยะหลังมานี้ “ลุงพล” มีกองทัพสื่อส่วนตัวที่เรียกกันว่า “ยูทูบเบอร์สายลุงพล” มีประมาณ 30 ช่อง ทั้งที่เป็นคนบ้านกกกอก และคนนอกพื้นที่    

ต้นปีที่ผ่านมา ชาวบ้านกกกอกส่วนหนึ่ง ได้ไปร้องเรียนนายอำเภอดงหลวง ขอให้จัดการกลุ่มยูทูบเบอร์ที่มารุกรานความเป็นส่วนตัวของชาวบ้าน แต่ทางการก็ทำได้แค่ขอความร่วมมือลุงพล ให้ดูแลยูทูบเบอร์ให้อยู่กรอบกฎหมายด้วย    

จะว่าไปแล้ว ลุงพลก็ไม่ต่างจาก “เจ้าพ่อสื่อ” เพราะมียูทูบเบอร์เป็นหูเป็นตา และเป็นกระบอกเสียง

++
ละครในข่าว
++
นับแต่น้องชมพู่ เสียชีวิตบนเขาภูเหล็กไฟ ลุงพลก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีดังกล่าว จากคนธรรมดาๆ ลุงพลกลายเป็น “เซเลบ” ชั่วข้ามคืน เมื่อทีวีดิจิตอลอย่างน้อย 2 ช่อง แข่งกันรายการข่าวคดีน้องชมพู่     

ทีวีดิจิตอลยุคล่าเรตติ้ง ข่าวคดีน้องชมพู่ มีการนำเทคนิค immersive graphic หรือ ‘กราฟิกจำลองสถานการณ์’ เข้ามาช่วยอธิบายและเล่าเหตุการณ์ ให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ตรงนั้นจริงๆ บวกกับการส่งนักข่าวลงพื้นที่เกาะติด พูดคุยกับ “ตัวละคร” ในหมู่บ้านกกกอก    

จากข่าวอาชญากรรมทั่วไป ก็กลายเป็น “ละครในข่าว” มีการนำเสนอทุกวัน วันละเกือบ 1 ชั่วโมง นี่คือการสร้างละครฉากใหญ่ซ้อนทับลงไปบนเรื่องจริง    

เมื่อเรตติ้งพุ่งกระฉูด ทีวีดิจิตอล 2 ช่อง ก็แข่งขันกันสร้าง “พล็อตข่าว” ในแต่ละวัน รวมถึงการเสาะหาดาราเข้ามาเสริมให้มีสีสันชวนติดตาม     

ปอกเปลือก ก๊วน "ลุงพล" ขาใหญ่ยูทูบเบอร์

จากคนธรรมดา กลายเป็นเซเลบ เพราะสื่อ

ถ้าจำกันได้ ช่วงนั้น มีนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนออกมาวิจารณ์การทำหน้าที่ของสื่อทีวีกันมากมาย บ้างก็มองว่า เรตติ้งของข่าวน้องชมพู่ คือภาพสะท้อนรสนิยมและความสนใจของผู้ชมเช่นเดียวกัน 

++
ยูทูบเบอร์มาแล้ว
++
พลันที่สื่อทีวีสร้าง “ลุงพล-ป้าแต๋น” ให้กลายเป็นคนดังระดับประเทศ มีเอฟซีมากมายทั้งในและนอกประเทศ บรรดา “นักยูทูบเบอร์” ก็เข้ามาที่บ้านกกกอก เพื่อเกาะติดชีวิตลุงพล สร้างยอดวิว สร้างรายได้จากยูทูบ ตามมาด้วยการขายสินค้าเป็นรายได้เสริม    

ต่อมา นักยูทูบเบอร์ที่มาเกาะติดชีวิต “ลุงพล-ป๋าแต๋น” ได้เข้าพักที่กระท่อม และกางเต็นท์ในป่ายาง จึงกลายเป็น “หมู่บ้านยูทูบเบอร์” แห่งแรกในโลก     

ชาวบ้านกกกอกเห็นคนนอกพื้นที่ มีรายได้จาก “คอนเทนท์” ชีวิตลุงพล-ป้าแต๋นขาย พวกเขาได้เรียนรู้การทำช่องยูทูบ และผันตัวเองมาเป็นยูทูบเบอร์ มีรายได้ดีกว่าการเลี้ยงหนูนาขายเสียอีก     

สำหรับส่วนตัว “ลุงพล-ป้าแต๋น” ก็ทำช่องยูทูบ และต่อยอดทำธุรกิจ มีทั้งรับจ้างเป็นพรีเซนเตอร์สินค้า และขายของออนไลน์ผ่านแฟนเพจส่วนตัว    

ด้วยความสนิทสนมกันเป็นส่วนตัว นักยูทูบเบอร์บางคนได้จับกลุ่มสร้างเครือข่าย “ยูทูบเบอร์สายลุงพล” เป็นกองทัพสื่อสวนตัว คอยปกป้องและแก้ต่างให้กับลุงพล    

จากนั้น ลุงพลจึงคิดการใหญ่ หวังใช้สื่อทางเลือกอย่างช่องยูทูบปลุกบ้านกกกอก ให้เป็นแลนด์มาร์กของ อ.ดงหลวง มีการสร้างพญานาค และนำไม้ตะเคียนมาขึ้นแท่นบูชา บริเวณลานหน้าบ้านลุงพล จึงกลายเป็นตลาดนัด     

ตอนที่ “ทนายตั้ม” ษิทรา เบี้ยบังเกิด เดินทางมาที่บ้านกกกอก เพื่อช่วยเหลือด้านคดีความให้ลุงพล ยังเคยนัดเหล่ายูทูบเบอร์สายลุงพล ไปสังสรรค์ที่รีสอร์ทวังน้ำเขียว นครราชสีมา เพื่อปลุกเร้าใจให้ต่อสู้เคียงข้างกัน เนื่องจากเวลานั้น ลุงพลต้องเผชิญคดีครอบครองไม้หวงห้าม และบุกรุกที่อุทยานฯ    

ด้านหนึ่ง ลุงพลได้มีความขัดแย้งกับทีวีดิจิตอล 2 ช่อง ที่เป็นผู้ปั้นลุงพลเป็นดาราหน้าจอ จึงผลักให้ลุงพลไปพึ่งพิงกลุ่มยูทูบเบอร์มากขึ้น ถึงขั้นเปิดศึกเผชิญหน้ากับสื่อหลัก     

กระทั่งนาทีสุดท้าย ก่อนศาลมุกดาหาร จะออกหมายจับลุงพล กองทัพยูทูบเบอร์ลุงพล ก็ยังเล่นลับ ลวง พราง จนตำรวจคว้าน้ำเหลวในการจับกุมคนดังแห่งบ้านกกกอก

สื่อสาร สับสน ศบค. เบรกกทม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468814

สื่อสาร สับสน ศบค.เบรกกทม.

1 มิถุนายน 2564 – 20:00 น.

ไล่เรียงไทม์ไลน์ ศบค.เบรกกทม. ยังไม่ให้เปิดกิจการเสี่ยง หลังผู้ติดเชื้อในพื้นที่สีแดงยอดยังไม่ลด ยังให้เปิดไม่ได้

… “อยากให้เธอไปคุย เธอไปคุยกับเขาก่อน”

ท่อนสร้อยของเพลง “เค้าก่อน” ของศิลปิน UrboyTJ ที่เปิดตัวตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ถูกผู้คนในโซเชียลใช้แสดงความรู้สึก หลังข่าว “ศบค.เบรก กทม. คลายล็อกกิจการ 5 ประเภท” ที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 พฤษภาคม 2564

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

ด่วน กทม.เห็นชอบผ่อนคลาย เปิดสถานประกอบการ 5 ประเภท มีผลทันทีพรุ่งนี้

ศบค.เบรกมติกทม.เปิดสถานประกอบการ 5 ประเภท ออกไปอีก 14 วัน

บ่ายวันที่ 31 พ.ค. 2564 มีข่าวออกมาจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ว่า กทม. ผ่อนคลายให้สถานที่ – กิจการ 5 ประเภท ดังนี้ กลับมาเปิดได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2564

 5 สถานที่-กิจการ “ดีใจเก้อ

1 พิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ หอศิลป์

2 ร้านสัก เจาะ ทำเล็บ

3 สถานบริการควบคุมน้ำหนัก คลินิกเสริมความงาม

4 ร้านสปา นวดสุขภาพ นวดเสริมความงาม นวดแผนไทย

5 สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์ สวนดอกไม้

 กระแส “ดีใจ” ปน “ห่วงใย” 

กทม. คือ พื้นที่สีแดง ใจกลางการระบาดของโควิด-19 รอบ 3 โดยวันที่ 31 พ.ค. 2564 เป็นวันที่มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่มากกว่า 5,000 คน เฉพาะ กทม. เอง มีรายงานผู้ติดเชื้อเป็นอันดับ 1 ของประเทศ มากกว่า 1,300 คน

มากกว่า 5 ชั่วโมง หลัง กทม.ออกข่าวเจ้าของ “กิจการ” ที่จะได้รับอนุญาต ต่างกลับมาเคลื่อนไหวด้วยความหวัง แต่แล้วก็ถูกเบรกหัวทิ่ม

เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ ได้โพสต์ข้อความว่า

“ศบค.ชะลอมติกทม.ออกไปอีก 14 วัน สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร วันนี้(31 พ.ค.64) มีมติให้ผ่อนปรนมาตรการสำหรับสถานประกอบการ 5 ประเภท โดยจะให้เริ่มเปิดกิจการภายใต้มาตรการควบคุมป้องกันโรคนั้น ศบค. ให้ใช้ประกาศกรุงเทพมหานครขยายการปิดกิจการและกิจกรรมที่มีความเสี่ยงทั้งหมด ตามประกาศฉบับที่ 29 ออกไปอีก 14 วัน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างอื้ออึง 

ต่อมา พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวย ศปก.ศบค. หรือ ศบค.ชุดเล็ก ได้กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพฯ พิจารณามาตรการผ่อนคลายเนื่องจากภาคเอกชนได้ขอมา ซึ่งได้พิจารณาว่า ไม่ขัดแย้งกับข้อกำหนดหรือแนวทางที่ ศบค.ได้กำหนดไว้ แต่ทุกเรื่องนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค. สามารถมีนโยบาย หรือข้อกำหนดอะไรที่แตกต่างได้ เพราะนายกฯ มองในภาพรวม

 “ยืนยันว่า ไม่ใช่การที่กรุงเทพฯ เสนอมาแล้ว ศบค.เบรกเอาไว้ เป็นเพียงแค่ผลการประชุมไม่ใช่การออกประกาศอย่างเป็นทางการ แต่กรุงเทพฯ ให้ข่าวออกมาก่อน ซึ่งนายกรัฐมนตรีในฐานะ ผอ.ศบค.ได้พิจารณาจากตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่า ยังมีสูงอยู่และมีการแพร่ระบาดของเชื้อเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงในภาพรวมจึงให้ชะลอเรื่องดังกล่าวเอาไว้ก่อน”

เปิดใจผู้ประกอบการ 1 ในกิจการ 5 กลุ่มที่เฮเก้อ

“มิ้น” เจ้าของกิจการร้านทำเล็บ Nails Time ที่มี 2 สาขา คือ ทาวน์อินทาวน์ และ ซอยลาดพร้าว 71 ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว คมชัดลึกออนไลน์ว่า ความรู้สึกที่ได้รู้ข่าวเมื่อวานนี้ คือ “งงค่ะ” เพราะตอนบ่ายทราบว่าร้านจะเปิดได้ตั้งแต่วันนี้(1มิ.ย.2564) แต่พอช่วงค่ำๆ แฟนอ่านข่าวให้ฟังว่า เปิดไม่ได้แล้ว และยังไม่เชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริงที่เปิดไม่ได้ เพราะไม่คิดว่า คำสั่งจะมีการเปลี่ยนไป-มา เร็วเช่นนี้

เมื่อวาน(31พ.ค.2564)พอทราบว่าจะได้เปิดร้าน ก็ได้เรียกประชุมพนักงาน ซึ่งทั้ง 2 สาขา มีจำนวนเกือบ 10 คน ทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ เตรียมรับลูกค้า แต่ยอมรับว่า ในใจก็คิดว่า จะได้เปิดเป็นเวลาเท่าไหร่ เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดในกทม. ยังสูงทุกวัน แต่ในเมื่อภาครัฐบอกว่าให้เปิดได้ คนทำมาหากินอย่างเรา ก็ต้องเปิด ก็ต้องเตรียมตัว แต่สุดท้ายแล้วก็ยังเปิดไม่ได้

เราเข้าใจสถานการณ์และอยากให้ล็อกดาวน์อย่างจริงจัง เหมือนที่มีการระบาดรอบแรก เพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างจริงจัง แต่ทุกวันนี้คือการปิดเป็นหย่อมๆ แล้วก็มีส่วนใหญ่เลยที่ยังเปิดแล้วอย่างนี้ สถานการณ์จะเปิดปกติเมื่อไหร่ เราก็ต้องปิดไปเรื่อยๆ หรือไม่อย่างไร

โควิดระบาดทุกครั้ง “ร้านทำเล็บ” เป็น 1 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบทุกรอบ

เราปิดๆ เปิดๆ หลายครั้ง ตั้งแต่การระบาดรอบแรก แต่รอบล่าสุดนื้ถือว่าหนักสุด เพราะโควิดรอบแรก ที่ร้านต้องปิดชั่วคราว เราได้เปิดบริการทำเล็บ เดลิเวอรี่ มีลูกค้าเรียกพนักงานไปทำเล็บนอกสถานที่ และทุกวันก็ได้ยอดทุกวัน แต่การระบาดรอบ 3 บางวันมีลูกค้าแค่ 1-2 คน แต่พนักงานก็มาขอให้เราเปิดบริการเดลิเวอรี่ต่อ เพราะพวกเขาไม่มีเงิน ทางร้านเองก็มีช่วยพนักงานบ้านแต่บอกตรงๆ ว่าเราก็จะไม่ไหว แล้วไม่เคยมีเยียวยามาถึง “ผู้ประกอบการ” เลย มีแต่ให้ไป “กู้” สินเชื่อต่ำ แต่เราอยากบอกว่า “เรา” จะเอาที่ไหนไปกู้อีก

เจ้าของกิจการร้านทำเล็บ ย่านลาดพร้าว ยังฝากว่า อย่าให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกเลย เรื่อง “คำสั่ง” ไม่ใช่ให้รู้สึกว่า “เล่นอะไรกันอยู่” อีกทั้งการจะกลับมาเปิดกิจการก็ต้องมีการเตรียมตัว ไม่ใช่ “พรุ่งนี้” จะให้เปิดเพิ่งมาบอกวันนี้ แล้วอย่างเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ “เลิกเถอะค่ะ”

แน่นอนว่า สถานการณ์วิกฤตที่เกิดขึ้นเพราะ “โควิด-19” เป็นสิ่งที่ “มนุษย์” หลีกเลี่ยงไม่ได้ …แต่ “การสื่อสารที่ชัดเจนในภาวะวิกฤต” ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรง ที่ “ผู้นำ” จะทำให้ “ประชาชน” ได้ เพราะคำสั่งที่ “แน่นอน” “ชัดเจน” และ “ไม่สับสน” ย่อมส่งผลดีต่องการบริหารสถานการณ์ในภาวะวิกฤตเช่นนี้ที่สุด

อยากได้ ‘คนละครึ่ง เฟส 3’ ต้องทำอย่างไร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468806

อยากได้ ‘คนละครึ่ง เฟส 3’ ต้องทำอย่างไร

1 มิถุนายน 2564 – 19:25 น.

อยากได้ ‘คนละครึ่ง เฟส 3’ ตอบครบ จบที่นี่

โครงการ “คนละครึ่ง” คือ 1 ในมาตรการเยียวยาจากภาครัฐ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีประชาชนสนใจมาก ทั้ง เฟส 1 และ เฟส 2

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครม.ไฟเขียวโครงการคนละครึ่งเฟส 3 แจกคนละ 3,000 บาท

ล่าสุดวันนี้ (1 มิถุนายน 2564 ) ครม.อนุมัติ “คนละครึ่ง เฟส 3” ให้วงเงินคนละ 3,000 บาท นาน 6 เดือน จำนวน 31 ล้านคน

โอนเงิน 2 รอบ คือ

– กรกฎาคม ถึง กันยายน 2564 จำนวน 1,500 บาท

– ตุลาคม ถึง ธันวาคม 2564 จำนวน 1,500 บาท

โดยเริ่มเปิดลงทะเบียนวันแรก คือ วันจันทร์ ที่ 14 มิถุนายน 2564

ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น.

ทั้งนี้ ผู้ที่เคยได้สิทธิ์ คนละครึ่ง เฟส 1 / เฟส 2 จะไม่ได้สิทธิ์ คนละครึ่ง เฟส 3 อัตโนมัติ ต้องลงทะเบียนใหม่ คือ สามารถลงทะเบียนได้ผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือ เว็บไซต์ คนละครึ่ง.com ได้ คนที่เคยได้สิทธิ์ในเฟส 1 / เฟส 2 จะมีข้อมูลในระบบอยู่แล้ว แต่ที่ไม่ใช่การได้สิทธิ์ อัตโนมัติ เพราะต้องเปิดโอกาส หากจะยกเลิกสิทธิ์ ไปใช้โครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้

ส่วนผู้ไม่เคยได้สิทธิ์มาก่อน ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ คนละครึ่ง.com เท่านั้น และต้องยืนยันตัวตน ผ่านสาขาหรือตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย

คาดว่า จะเริ่มใช้สิทธิ์โครงการ คนละครึ่ง เฟส 3 ในวันที่ 1 กรกฎาคม แต่เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ขอให้รอประกาศการเริ่มใช้สิทธิ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม หากต้องการใช้สิทธิ์ คนละครึ่ง เฟส 3 จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ โครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ รับ “อีวอชเชอร์” (e-Voucher) คืนผ่านแอพฯเป๋าตัง ในอัตรา 10-15% สูงสุดไม่เกินคนละ 7,000 บาท ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

โธ่ ‘หนู’ จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468801

โธ่ ‘หนู’จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้

1 มิถุนายน 2564 – 18:34 น.

โธ่คนอย่าง “หนู” ต้องร้องเพลง “จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้ ก็ไม่ต่างกัน เมื่อหัวใจฉัน มันพังยับไป..”

“กลับบ้านเราเถอะ” ถ้อยวลีที่หลุดออกมาจากปากของ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย ในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ก็เป็น “ลูกเล่น” เดิมๆ ที่นักการเมืองอาวุโส มักใช้อยู่เป็นประจำ เพื่อเรียกร้องความสนใจ

วันที่ 1 มิ.ย.2564 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตรียมรับมือนักข่าวสภาอยู่แล้ว เมื่อถูกถามประเด็น “ชาดา” ท้วงติงการจัดทำงบประมาณ โดยไม่ให้ความสำคัญกับกระทรวงสาธารณสุข
    “พล.อ.ประยุทธ์” อธิบายว่า ได้ทำความเข้าใจกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว รวมถึงมีการพูดคุยกันในคณะรัฐมนตรีด้วย 
    นักข่าวพยายามจะโยงมาถึง “ประโยคเด็ดโดนใจ” ของชาดา พล.อ.ประยุทธ์ก็ตอบว่า “ก็แล้วแต่ เป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคที่จะไปพิจารณาเอง
    หากนักข่าวนำประเด็นเดียวกันนี้ ไปถาม “อนุทิน” ก็คงไม่ได้คำตอบที่ไม่แตกต่างไปจาก พล.อ.ประยุทธ์
    ถ้าถอดความจากคำพูดประโยคชวน “กลับบ้าน” ของชาดา อารมณ์ของ “เสี่ยหนู” ในวันนี้ ก็คล้ายเนื้อในเพลง “วานนี้รักวันนี้ลืม” ของสายัณห์ สัญญา “จะให้หัวเราะหรือว่าร้องไห้ ก็ไม่ต่างกัน เมื่อหัวใจฉันมันพังยับไป ฉันปลงสังขารไขลานหัวใจ อย่างหมดอาลัยอยู่ไปวันวัน..”

 โธ่ 'หนู'จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้

เสี่ยหนู ต้องครวญเพลงสายัณห์

++
ชิงคะแนน
++
    ในวิกฤตโควิด ปี 2564 อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีสาธารณสุข ไม่ใช่พระเอก เพราะเชื้อมันแรงมาก และคลัสเตอร์ใหญ่ๆ เกิดในชุมชนเมือง และโรงงานอุตสาหกรรม บทบาทของ อสม. จึงไม่โดดเด่นเหมือนปีที่แล้ว
    เฉพาะหน้านี้ ค่ายสีน้ำเงิน จึงโฟกัสอีเวนท์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด
    1.ศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ โดยกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดูแลสถานที่ฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรบริการขนส่งสาธารณะทุกประเภททั้งภาครัฐและภาคเอกชน ตั้งเป้าฉีดวันละประมาณ 10,000 คน 
    2.ป้ายรณรงค์ฉีดวัคซีน ที่ ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ออกไปเคลื่อนไหวระดมชาวบ้านมาลงทะเบียนฉีดวัคซีน ซึ่งมีการทำป้ายเชิญชวน โดยใช้ภาพ “อนุทิน” กับ ส.ส. หรืออดีตผู้สมัคร ส.ส. จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์
    “เสี่ยหนู” บอกนักข่าวว่า ให้ปลดป้ายเหล่านั้นแล้ว แต่เอาเข้าจริง ในหลายพื้นที่ ก็ยังติดหราอยู่ พร้อมกับการมอบเอกสารการทำประกันภัยโควิด-19 ให้ อสม. และ รพ.สต.

 โธ่ 'หนู'จะให้หัวเราะ หรือว่าร้องไห้

จับตาเลือกตั้งครั้ง ค่ายบุรีรัมย์อาจเปลี่ยน 

++
ยุบสภาก็เหนื่อย
++
    คอลัมนิสต์การเมือง ไม่ว่าสำนักไหน ต่างวิเคราะห์ไปในทิศทางเดียวกันว่า หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย และการฉีดวัคซีนโควิดได้รับการปูพรมไปเยอะแล้ว น่าจะมีการยุบสภา ผ่าทางตันความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล
    สำหรับค่ายสีน้ำเงิน ถ้าจำเป็นต้องเลือกตั้งใหม่ในระยะอันใกล้นี้ ก็ถือว่ายังไม่พร้อมเรื่อง “กระแส”
    1.“เสี่ยหนู” มาแรงด้วยนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์ และการสร้างขุมพลัง “อสม.” แต่มาเจอโควิดรอบใหม่ และการจัดการซื้อวัคซีนป้องกันโควิดที่ล้าช้า ก็เสียแต้มบุญไปเยอะ
    2.เมื่อปลดล็อกกัญชาได้ ก็มีเสียงโอดครวญว่า กัญชาไม่เสรี พวกใครพวกมัน มือใครยาวสาวได้สาวเอา
    3.กระแสคนรุ่นใหม่ไม่ตอบรับค่ายสีน้ำเงิน เหมือนช่วงหาเสียงปี 2561-2562 เนื่องจาก “เสี่ยหนู” นำภูมิใจไทย มาหนุน “3 ป.” หรือระบอบประยุทธ์ 
    4.กรณีการเปิดศึกทะเลาะกับพรรคก้าวไกล เรื่องวัคซีนการเมือง กลายเป็นจุดอ่อน ยิ่งทำให้เยาวชนคนรุ่น Gen Z ถอยห่าง
    “เสี่ยหนู” เป็นคนชอบร้องเพลง ชอบเฮฮาปาร์ตี้ ฉะนั้น คนใกล้ตัวเสี่ยหนู ควรหาคาราโอเกะเพลง “วานนี้รักวันนี้ลืม” ของสายัณห์ สัญญา มาให้เสี่ยหนูฝึกร้องโดยด่วน
    “จะให้หัวเราะหรือว่าร้องไห้ ก็ไม่ต่างกัน เมื่อหัวใจฉันมันพังยับไป ฉันปลงสังขารไขลานหัวใจ อย่างหมดอาลัยอยู่ไปวันวัน..”    

‘แจ๊สโมเดล’ วัคซีนมหาชน ก้าวข้ามมหาดไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468694

‘แจ๊สโมเดล’วัคซีนมหาชน ก้าวข้ามมหาดไทย

1 มิถุนายน 2564 – 09:11 น.

เดินหน้า “ปทุมธานีโมเดล” วัคซีนทางเลือก “บิ๊กแจ๊ส” ผนึกราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

วัคซีนป้องกันโควิดยี่ห้อซิโนฟาร์มกับท้องถิ่น น่าจะได้สรุปแล้ว หลังกระทรวงมหาดไทย อ้างถึงหนังสือของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2564 ให้รับทราบคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน และข้อเสนอแนะที่ให้ อปท. ทราบว่า ระยะแรกนี้ภาครัฐเท่านั้น ที่จะดำเนินการจัดซื้อและบริหารวัคซีน จึงไม่สามารถให้เอกชนและ อปท.ซื้อได้โดยตรง
    เวลานั้น มีนายกเทศมนตรีเทศบาลหลายแห่ง ได้ประกาศจะนำงบประมาณของท้องถิ่นมาซื้อวัคซีนป้องกันโควิด ทางมหาดไทยจึงให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตอบชี้แจงไป แต่ครั้งนี้ เป็นเรื่องของ อบจ. กับวัคซีนทางเลือก
    เมื่อมหาดไทยยืนยันคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน นายก อบจ.หลายแห่งที่ออกตัวว่าจะซื้อวัคซีน คงต้องถอย ยกเว้น อบจ.ปทุมธานี 

++
ต้นแบบฉีดวัคซีน
++ 
    เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2564 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้ประชุมร่วมคณะผู้บริหารและหัวหน้าส่วนราชการ โดยมี พล.อ.ต. นพ.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมเป็นประธานการประชุมหารือการฉีควัคซีน ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

 'แจ๊สโมเดล'วัคซีนมหาชน ก้าวข้ามมหาดไทย

บิ๊กแจ๊ส ผู้ว่าฯ ปทุมธานี และตัวแทนราชวิทยาลัยฯ 

    นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือระหว่าง อบจ.ปทุมธานี กับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ได้ช่วยฉีดวัคซีนให้บุคลาการทางการศึกษา เมื่อเดือน พ.ค.2564 โดยครั้งนั้น อบจ.ปทุมธานี ได้รับวัคซีนจำนวน 2,700 โดส 

 'แจ๊สโมเดล'วัคซีนมหาชน ก้าวข้ามมหาดไทย

การฉีควัคซีนทางเลือก ครั้งแรกของ อบจ.ปทุมธานี

    พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี เห็นว่า วัคซีนที่ได้รับมาเบื้องต้น ไม่เพียงพอ จึงทำบันทึกถึงราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ขอจองไว้ก่อนอย่างน้อย 500,000 โดส
    วันที่ 30 พ.ค.2564 พล.อ.ต.นพ.สันติ ศรีเสริมโภค ผู้ช่วยเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์เปิดเผยว่า ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เลือกปทุมธานี เป็นต้นแบบบริหารจัดการวัคซีนซิโนฟาร์ม เพื่อเป็นการจัดสรรวัคซีนทางเลือกให้กับประเทศ
    “บิ๊กแจ๊ส” บอกว่า การจองฉีดวัคซีนดังกล่าว ยังต้องขออนุมัติจากกระทรวงมหาดไทย ซึ่งหากจะถูกเบรกก็ไม่เป็นไร เพราะต้องหาแนวทางกันต่อไป 

++
ปูฐานเสียง
++
    ชัยชนะในการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี ของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ในนาม “กลุ่มคนรักปทุม” ไม่ใช่เรื่องโชคช่วย หรือมีพรรคการเมืองหนุน
    “บิ๊กแจ๊ส” เลือกที่จะลงสนามการเมืองท้องถิ่น โดยสวมเสื้อ “คนรักปทุม” ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย เพราะ ส.ส.ปทุมธานี บางคนคัดค้าน เขาจึงเลือกที่จะสามัคคีกับทุกฝักฝ่ายในเมืองปทุม
    ก่อนวันเลือกตั้ง มี ส.ส.ปทุมธานี พรรคเพื่อไทยคนเดียว ที่หนุน “บิ๊กแจ๊ส” อีก 3 ส.ส.ปทุมธานี เลือกที่จะวางเฉย มีบางคนแอบไปช่วยฝ่ายตรงข้าม แต่สุดท้ายบิ๊กแจ๊ส ก็ชนะ เพราะพลังเงียบได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกันเป็นจำนวนมา
    ชาญ พวงเพ็ชร์ อดีตนายก อบจ.ปทุมธานี 3 สมัย ถึงกับช็อก มิคิดว่าจะพ่ายแพ้แก่บิ๊กแจ๊ส ทั้งที่วางเครือข่ายอุปถัมภ์ไว้ทั่วจังหวัด
    ต้นปี 2564 มีการเลือกตั้งเทศบาล “โบว์ลิ่ง” ตรีลุพธ์  ธูปกระจ่าง ลูกชายบิ๊กแจ๊ส ลงสนามชิงตำแหน่งงนายกเทศมนตรีนครรังสิต ในนามทีมคนรักปทุม 
    ผลการเลือกตั้ง “ตรีลุพธ์” มีคะแนนเหนือ เดชา  กลิ่นกุสุม อดีตนายกนครรังสิต หลายสมัย เพียง 5 คะแนนเท่านั้น ซึ่งการล้มตระกูล “กลิ่นกุสุม” ได้นั้น สร้างปรากฏการณ์สะเทือนแผ่นดินรังสิต
    ตระกูล “กลิ่นกุสุม” ผูกขาดการเมืองท้องถิ่นที่นครรังสิต มายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ และฝังรากลึกในส่วนราชการ ฉะนั้น สมาชิกสภาเทศบาลส่วนใหญ่ยังเป็นของกลุ่มตระกูลกลิ่นกุสุม
    บิ๊กแจ๊สรู้ดีว่า การบริหารงานท้องถิ่นปทุมธานีไม่ง่าย เพราะตระกูล “พวงเพ็ชร์” ยังได้รับการหนุนช่วยจากพรรคการเมืองใหม่ และมี ส.อบจ.ปทุมธานี อยู่ในมือกลุ่มใหญ่
    การผลักดันโครงการวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” เพื่อชาวปทุมธานี หากทำสำเร็จ คะแนนนิยมจะไหลมาเทมาอย่างแน่นอน

‘หลาดา’ อุทัยเดือด สัญญาณบุรีรัมย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468645

‘หลาดา’ อุทัยเดือด สัญญาณบุรีรัมย์

31 พฤษภาคม 2564 – 18:06 น.

คนโตลุ่มน้ำสะแกกรัง ชวน “เสี่ยหนู” กลับบ้าน สัญญาณไม่ธรรมดาจาก 2 บ้านใหญ่

++ 

จับสัญญาณ ส.ส. และทีมงานการเมืองพรรคภูมิใจไทย จากเฟซบุ๊คส่วนตัวของพวกเขา ดูจะเปิดศึกแตกหักกับ “3 ป.” ชัดเจน 

ไม่แปลกหรอก วันที่ 31 พ.ค.2564 ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นอภิปรายการจัดทำงบประมาณ โดยพุ่งเป้าไปที่สำนักงบประมาณตัดงบของกระทรวงสาธารณสุข ลงแทบทุกกรมทุกส่วน ทั้งที่สถานการณ์โควิด – 19 คนที่ดูแลประชาชนคือสาธารณสุข 

คำอภิปรายของ “ชาดา ตอนท้าย ถูกแชร์ในโซเชียลพรึบ “…หรือสำนักงบประมาณคิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะไม่รักนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เสียแล้ว ท่านถึงได้ตัดงบประมาณแบบนี้ ผมก็อยากจะบอกว่า หัวหน้าครับถ้าเขาไม่รักก็กลับบ้านเราเถอะ” 

จะบอกว่าเป็นลีลาปราศรัยของ ส.ส.จอมเก๋า ก็ได้ แต่หลังจบการอภิปรายในสภา ได้ตัดคลิปช่วง “ชาดา” อภิปรายร่าง พรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2565 วาระ 1 ลงยูทูบ และแอดมินแฟนเพจ Chada Thaised ได้แชร์มาลงหน้าเฟซบุ๊คทันที

ก่อนหน้านั้น มีการปล่อยบทความเรื่อง “2 ปี รัฐบาลกู้เงินแก้โควิด 1.5 ล้านล้าน งบการแพทย์ไม่ถึง 6 หมื่นล้าน หวังซื้อเวลาต่ออำนาจตัวเอง” ซึ่งมีเนื้อหาบางตอนคล้ายคำอภิปรายของชาดา 

น้ำเสียงชาดาชวน “เสี่ยหนู” กลับบ้าน ฟังแล้วเหมือนตัดพ้อน้อยใจ แต่คนที่พูด ไม่ใช่ ส.ส.พรรษาเดียว หากแต่เป็น “หลาดา” ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองอุทัยธานี


                             ชาดา หรือหลาดา ส.ส.จอมเก๋า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
บุรีรัมย์สะดุ้ง ‘รวมไทยสร้างชาติ’

++
ผู้ยิ่งใหญ่สะแกกรัง
++

คนอุทัยฯ เรียกชาดาว่า “หลาดา” กันทั้งเมือง นับแต่วันแรกที่เล่นการเมืองท้องถิ่นในนามกลุ่มคุณธรรม ผูกขาดตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี กระทั่ง ชาดาลงเล่นการเมืองระดับชาติ “เบแหม่ม มนัญญา ไทยเศรษฐ์ จึงสืบทอดเป็น “นายกเล็ก” เมืองอุทัยฯ 

ปัจจุบัน ลูกสาวของชาดาคือ ปานัดฌา ไทยเศรษฐ์ เป็นนายกเทศมนตรีเมืองอุทัยธานี ในนามกลุ่มคุณธรรม

ปลายปีที่แล้ว เผด็จ นุ้ยปรี ลงสมัครนายก อบจ.อุทัย แบบไร้คู่แข่ง และได้เป็นนายก อบจ.อุทัยธานี สมัยที่ 3 ด้วยการสนับสนุนของ “หลาดา

ก่อนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 “หลาดา” คนโตเมืองอุทัยฯ ตัดสินใจลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา มาอยู่พรรคภูมิใจไทย และอาสารับดูแลอุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์และกำแพงเพชร รวมถึงประจวบคีรีขันธ์

หลังเลือกตั้ง ค่ายสีน้ำเงิน ยึดที่นั่ง ส.ส.อุทัยธานี 2 เขต คือ เขต 1 หลานชาย “ชาร์จ” เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ (ลูกชายมนัญญา) และเขต 2 ชาดา 

ตอนแรก บ้านใหญ่บุรีรัมย์ จะให้ชาดาเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ แต่ถูกค่าย 3 ป. ทักท้วงเรื่องภาพลักษณ์ จึงต้องเปลี่ยนตัวให้น้องสาว-มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ลาออกจากนายกเล็กมาเป็นรัฐมนตรีแทน

ทุกวันที่ 7 มิถุนายน ของทุกปี ชาดาจะเปิด “บ้านดอนหมื่นแสน” ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี ต้อนรับคนใกล้ชิดและหัวคะแนน ที่เข้ามาอวยพรวันเกิดเขา ปีนี้ สถานการณ์โควิด ผู้คนคงอวยพร “หลาดา” ผ่านออนไลน์

'หลาดา' อุทัยเดือด สัญญาณบุรีรัมย์

               ปานัดฌา ไทยเศรษฐ นายกเทศมนตรีเมืองอุทัย ลูกสาวชาดา

ส.ส.ป้ายแดง “ยุทธนา” หลานเฮียเม้ง ชาติไทยประชารัฐ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468610

ส.ส.ป้ายแดง “ยุทธนา” หลานเฮียเม้ง ชาติไทยประชารัฐ 

31 พฤษภาคม 2564 – 14:37 น.

สมใจประภัตร หลานรัก “ยุทธนา” ได้เป็น ส.ส.เสียที

++
เมื่อ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. แล้ว โดยใบลาออกได้ลงวันที่ 29 พ.ค.2564 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ยุทธนา โพธสุธน-ต่อศักดิ์ อัศวเหม- จักพันธ์  ปิยพรไพบูลย์” จ่อคิว นั่ง ส.ส. 

ส.ส.ป้ายแดง "ยุทธนา" หลานเฮียเม้ง ชาติไทยประชารัฐ 

ยุทธนา สมัยหาเสียงกับชัยวุฒิ ปี 2562    

“เสี่ยตั้น” ให้เหตุผลถึงการลาออกในครั้งนี้ว่า เป็นเหตุผลส่วนตัว เนื่องจากพิจารณาเรื่องคดีความที่จะต่อสู้นั้น ต้องใช้เวลานานจึงต้องการสู้คดี โดยไม่ต้องกังวลเรื่องของภาระหน้าที่ ส.ส. และขณะนี้ ตัวเขาอยู่ระหว่างการหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งศาล    

สำหรับบุคคลที่จะได้เลื่อนขึ้นมาแทนณัฏฐพล คือ “ยุทธนา โพธสุธน” ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ลำดับที่ 21 

++
อดีตกำนันวังน้ำซับ
++
ยุทธนา โพธสุธน อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี 2 สมัย พรรคชาติไทยพัฒนา อดีตกำนัน ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี และเคยเป็นประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อ.ศรีประจันต์    

เส้นทางการเมืองของยุทธนา ได้รับการสนับสนุนจากประภัตร โพธสุธน หรือ “เง็กเม้ง แซ่เฮ้ง” คนโตเมืองศรีประจันต์ มาแต่ปี 2548 ประภัตรไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้หลานลงสมัคร ส.ส.เขต กระทั่งปี 2551 ศาลยุบพรรคชาติไทย ยุทธนาเป็นกรรมการบริหารพรรค ต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี     

เลือกตั้งปี 2554 ประภัตร นำหลานสาว พัชรี โพธสุธน มาลงสมัคร ส.ส.เขต แทนยุทธนา แต่ปีนั้น มุกดา เที่ยงธรรม ภรรยาของจองชัย สอบตกพ่ายแพ้แก่พรรคเพื่อไทย    


ส.ส.คนใหม่ สมัยหน้าจะอยู่ พปชร.อีกหรือไม่

ถ้ายังจำกันได้ ก่อนเลือกตั้งปี 2562 เกิดรอยร้าวภายในพรรคชาติไทยพัฒนา ระหว่างประภัตร โพธสุธน กับ จองชัย เที่ยงธรรม     

เมื่อมีข่าวว่า ประภัตรจะดันยุทธนา โพธสุธน หลานชายลงสมัคร ส.ส.เขต 4 จ.สุพรรณบุรี ในนามพรรคพลังประชารัฐ ชนกับเสมอกัน เที่ยงธรรม บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของจองชัย 

สนามเลือกตั้งสุพรรณบุรีครั้งที่แล้ว ลดจาก 5 เขต เหลือ 4 เขต มีการวางตัวดังนี้ เขต 1 สรชัด สุจิตต์ เขต 2 ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เขต 3 ประภัตร โพธสุธน และเขต 4 เสมอกัน เที่ยงธรรม    

หากยุทธนา หลานประภัตร จะลงเขต 4 ก็เป็นศึก 2 ตระกูล จองชัยจึงประกาศกร้าวด้วยท่าทีไม่พอใจว่า “จะไม่ยอมให้คนในตระกูลเที่ยงธรรมถูกรังแก” และลาออกจากพรรคชาติไทยพัฒนา ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับลงสมัคร ส.ส.เขต 3 ชนประภัตร    

คุณหญิงแจ่มใส ศิลปะอาชา พยายามขอเป็นกาวใจ ประสานรอยร้าว โดยเดินสายพูดคุยหลายฝ่ายเพื่อสงบศึก ในที่สุด ยุทธนาก็ไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ส่วนเสมอกัน ลง ส.ส.เขต 4 พรรคชาติไทยพัฒนา    

ดังนั้น การเลือกตั้ง ส.ส.สุพรรณบุรี จึงได้รับความสนใจจากประชาชนทั้งประเทศ เพราะสองสิงห์ “ประภัตร-จองชัย” ลงสู้กันเอง และเมื่อประกาศผลเลือกตั้ง ทุกอย่างก็จบ    

วันนี้ ประภัตร ได้ลาออกจากพรรคภูมิใจไทย กลับมาสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนลูกชาย เสมอกัน เที่ยงธรรม ได้เป็น ส.ส.เขต 4 ส่วนยุทธนา หลานชายประภัตร ก็จะได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

เหลือเชื่อ “ชลอ-เทิดภูมิ” บนทางสายวัดป่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468573

เหลือเชื่อ “ชลอ-เทิดภูมิ” บนทางสายวัดป่า

31 พฤษภาคม 2564 – 11:01 น.

สรรพสิ่งไม่เที่ยง “อดีตมือปราบ” กับ “อดีตคอมมิวนิสต์” ใช้ชีวิตระยะสุดท้าย ใต้ร่มเงาวัดป่า  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
แชร์กันในโซเชียลพรึบ! เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 พ.ค.2564 ไพศาล พืชมงคล อัพสเตตัส “สรรพสิ่งไม่เที่ยง” สองสิงห์โคจรมาพบกันใต้ร่มชายคาวัดป่า ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   “ม็อบดุสิตธานี”อดีตที่ไม่อยากจดจำของ “ท่านผู้หญิงชนัตถ์”

เหลือเชื่อ "ชลอ-เทิดภูมิ" บนทางสายวัดป่า

เทิดภูมิ กับหลวงพ่อกัณหา

“คนหนึ่งเป็นนายตำรวจใหญ่มือปราบคนสำคัญ ชื่อเสียงโด่งดังไปทั้งเมือง อีกคนหนึ่งเคยเป็นคอมมิวนิสต์ใหญ่ เป็นนักรบคนสำคัญของประชาชน เป็นนักสู้ที่เลื่องชื่อลือชาของภาคประชาชน แต่วันนี้ทั้งสองคน กลับมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ในสำนักของหลวงพ่อกัณหา หลานของหลวงปู่ชา..”    

ไพศาล พืชมงคล ได้โพสต์ภาพ พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ นั่งอยู่บนรถเข็น และเทิดภูมิ ใจดี อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ยืนพนมมืออยู่ข้างๆ    

“นี่ก็เป็นการแสดงธรรมอย่างหนึ่ง ที่พึงทำความศึกษา ก็จะเป็นประโยชน์แก่ชีวิต ชีวิตคนเราก็เท่านี้แหละครับ จะหลงอำนาจหลงโลภโมโทสัน เบียดเบียนกันไปทำไม”     

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2564 ไพศาล ได้โพสต์เรื่องราวของอดีตนายตำรวจใหญ่ และอดีตคอมมิวนิสต์มาหนหนึ่งแล้ว     

พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ ป่วยด้วยเส้นเลือดตีบในสมอง ทำให้เดินลำบาก ขณะนี้ไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดหลวงพ่อกัณหา พระป่าซึ่งเป็นหลานของหลวงพ่อชา!! ร่วมกับคอมมิวนิสต์ใหญ่ คุณเทิดภูมิ ใจดี จะได้รีบส่งหมอฝังเข็มและเคล็ดวิชาขยายเส้นเอ็นไปให้!!! ขอให้ท่านหายเป็นปกติเถิด!!!”    

วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมารามแห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม หรือเรียกกันว่า วัดหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม หรือหลวงพ่อใหญ่ (เจ้าอาวาสวัดแพร่ธรรมาราม จ.แพร่ ปัจจุบันจำพรรษาที่วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม จ.นครราชสีมา)    

หลายคนคงทราบกันดีว่า วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม เป็นวัดป่าสายปฏิบัติธรรมหลวงปู่มั่นภูริทัตโต และหลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง วัดตั้งอยู่ทางหลวงชนบท เส้นตัดเชื่อมระหว่าง อ.น้ำเขียว-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อยู่ใกล้กับอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง บ้านบุเจ้าคุณ ต.วังหมี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

เหลือเชื่อ "ชลอ-เทิดภูมิ" บนทางสายวัดป่า

อดีตแกนนำพันธมิตรฯ บนทางธรรม

++
คอมมิวนิสต์รักเจ้า
++
หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 “เทิดภูมิ ใจดี” พ่อครัวโรงแรมเชอราตัน ได้เคลื่อนไหวรวบรวมพนักงานโรงแรมดุสิตธานี โรงแรมนารายณ์ โรงแรมมโนราห์ และโรงแรมเชอราตัน จัดตั้งสมาคมลูกจ้างโรงแรม     

กลางปี 2517 เทิดภูมิ ได้จัดการชุมนุมนัดหยุดงานของพนักงานโรงแรมดุสิตธานี หรือม็อบดุสิตธานีที่โด่งดัง พร้อมกับจัดชุมนุมใหญ่ของผู้ใช้แรงงานหลายหมื่นคนที่ท้องสนามหลวง เรียกร้องให้มีการกำหนดค่าแรงขั้นต่ำ เปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เคยเอาเปรียบกรรมกร    

ปี 2518 เทิดภูมิเป็นแกนนำแนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ส่งผลให้ตกเป็นเป้าหมายการล่าสังหารจากฝ่ายขวา เทิดภูมิร่วมกับเพื่อนผู้นำนักศึกษา ได้แก่ ปรีดี บุญซื่อ, ประสิทธิ์ ไชโย, สมาน เลิศวงศ์รัฐ, เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และ จิระนันท์ พิตรปรีชา ต้องเดินทางไปฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาเวียดนาม และเข้าร่วมการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)    

ออกจากป่า เทิดภูมิ ได้ลงสมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ บ้านเกิด และได้เป็น ส.ส. สังกัดพรรคความหวังใหม่ 2-3 สมัย    

ปี 2549 เทิดภูมิเข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และได้เขียนหนังสือ “คนรักแผ่นดิน” บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ของตัวเอง ตั้งแต่เป็นผู้นำกรรมกร จนถึงวันที่เข้าป่า และย้ำจุดยืนรักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์    

ระยะหลัง เทิดภูมิป่วยไข้ จึงได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม ของหลวงพ่อกัณหา  

เหลือเชื่อ "ชลอ-เทิดภูมิ" บนทางสายวัดป่า

ป๋าลอ ในชีวิตบั้นปลาย

++
บั้นปลายมือปราบ
++
พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ อดีตผู้บัญชาการประจำกรมตำรวจ ถูกตัดสินจำคุกในคดียักยอกเพชรซาอุฯ รวมทั้งยังถูกจำคุกในคดีอุ้มสันติ ศรีธณะขัณฑ์ เสี่ยเจ้าของร้านเพชรย่านบ้านหม้อ แต่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษถึง 3 ครั้ง จนเข้าเงื่อนไขการพักการลงโทษ และพ้นโทษเมื่อ 25 ต.ค.2556     

“ป๋าลอ” อดีตมือปราบคนดัง มีอาการป่วยเป็นอัมพฤกษ์ท่อนล่าง ใช้ชีวิตบั้นปลายที่คุ้มพระลอ ริมน้ำปิง จ.ตาก อาณาจักรที่สร้างไว้ตั้งแต่สมัยยังรุ่งเรือง ในฐานะผู้กำกับตำรวจภูธรจังหวัดตาก    

ปี 2560 พล.ต.ท.ชลอ ได้บวชเป็นพระ ได้รับฉายา “อิสสโร” ปฏิบัติธรรมยังวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อสึกออกมา ก็ยังเดินทางไปมาระหว่างคุ้มพระลอ กับวัดป่าหลวงพ่อกัณหา    

นั่นเองจึงเป็นที่มาของสเตตัส “สรรพสิ่งไม่เที่ยง” พร้อมกับภาพถ่ายคู่กับอดีตคอมมิวนิสต์ใหญ่ ที่เพื่อนทางธรรม และคอยช่วยเข็นรถเข็นให้ “ป๋าลอ” ภายในวัดป่า