‘คริสติน่า’ บ่จบ จักรวาลลาวเปลี่ยน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468537

‘คริสติน่า’ บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

30 พฤษภาคม 2564 – 18:56 น.

กรณีดราม่าคริสติน่า ศึกชิงจักรวาลลาว จบที่ “ลาวใน” ชนะ “ลาวนอก” 

++

แทบไม่น่าเชื่อว่า เวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 จะมีดราม่าระหว่าง National Director (ND) กับมิสยูนิเวิร์สลาว กลายเป็นเรื่องเมาท์มอยในแวดวงนางงามที่ไมอามี ฟลอริดา แถมสื่อออนไลน์สองฝั่งโขงได้เกาะติดเรื่องนี้ เพราะอยู่ในความสนใจทั้งคนลาวและไทย

ก่อนเที่ยงวันที่ 29 พ.ค.2564 คริสติน่า ลาชะสิมมา เดินทางจากสหรัฐอเมริกาถึงสนามบินสากลวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด จึงมีเพียงครอบครัวของเธอไปต้อนรับ นำโดยบิดา วิไลคำ ลาชะสิมมา กับมารดา Natalia Lasasimma พร้อมน้องชาย คริสติน่า Dmitry Lasasimma 

'คริสติน่า' บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

                                     คริสติน่า ถึงเวียงจันทน์

แม้ว่าคริสติน่าจะไม่ประสบผลสำเร็จในเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2020 แต่ชาวลาวยังรักและตามเชียร์เธออยู่ตลอด ลึกๆแล้ว ทีมงานผู้สนับสนุนเธอในลาว ต่างหวังไว้สูงว่า เธอต้องผ่านเข้ารอบใดรอบหนึ่ง 

สำหรับ National Director (ND) ของนางามลาวคือ แอรอน บุปผาปะเสิด (Aaron Bouphapraseuth) เป็น “ลาวนอก” หรือคนลาวที่เติบโตอยู่ในสหรัฐฯ มีประสบการณ์การเป็นผู้จัดการหลายเวทีประกวด 

จริงๆแล้ว คริสติน่า ยังมีทีมงานสปอนเซอร์ทางฝั่งลาว คอยช่วยเหลือคือ “ต้า” แห่งบริษัทก้าวหน้า ออแกไนเซอร์ และช่วยประสานกับทางฝั่งอเมริกา ดูทุกอย่างก็ราบรื่นดี

กระทั่งคริสติน่า ประกวดในรอบชุดประจำชาติ และรอบพรีลิมมินารี หลังจบรอบพรีลิมมินารี คริสติน่ากลับถูก ND ท้าวแอรอน วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักผ่านไลฟ์กองประกวด Miss Universe 2020 ตำหนิเธอที่ไม่ได้ทำตามคำสั่งของ ND และได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เสียใจที่เลือกคนผิด” ก่อนที่จะลบทิ้ง

ต่อมา “ต้า” และทีมงานที่อยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ก็แฉกลับ โดยระบุว่า ท้าวแอรอน ไม่ได้ช่วยเหลือคริสติน่าเลย นับแต่เรื่องวีซ่า ก็ได้มาแบบเฉียดฉิว แถมทีมงานฝ่ายลาวขอวีซ่าไม่ได้ เธอต้องเดินทางคนเดียวไปสหรัฐฯ 

'คริสติน่า' บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

                                               ท้าวแอรอน

เมื่อถึงสหรัฐฯ ก็ถูกลอยแพ ต้องรอ ND หลายชั่วโมง จนมีคนลาว 2 คนที่รู้จักกัน มาช่วยจัดการพาไปหาที่พัก ผ่านไปกว่า 20 ชั่วโมง จึงได้พบท้าวแอรอน

เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2564 ท้าวแอรอน ได้โพสต์ชี้แจงผ่านแฟนเพจ  Miss Universe Laos ในทุกประเด็นข้อขัดแย้ง ตั้งแต่การขอวีซ่า การรอรับที่สนามบินในสหรัฐ และจัดหาที่พัก โดยท้าวแอรอน ชี้ว่ามีการสื่อสารที่ผิดพลาด ทำให้บุคคลอื่นที่อ้างว่า เป็นพี่น้องงามเข้าจัดการเรื่องที่สนามบินและหาที่พักให้นางงาม

ถึงท้าวแอรอนจะแถลงการณ์ยาวเหยียด แต่คนลาวส่วนใหญ่ไม่ฟัง เพราะไม่พอใจท้าวแอรอน ตั้งแต่ไลฟ์วิจารณ์นางงามตัวเองแล้ว

ว่ากันตามตรง ท้าวแอรอน ก็พุ่งเป้ามาที่ทีมงานของต้าร์ เอแพ็กส์ ที่อยู่ใน สปป.ลาว คล้ายเป็นผู้สร้างปัญหา ขณะที่ตัวเขาได้ทุ่มเทเพื่อนางงามลาวเต็มที่ แต่ฟังหางเสียงคนลาว กลับไม่เชื่อถือถ้อยแถลงของเขา 

'คริสติน่า' บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

                                 นางจันโส ND ลาวคนใหม่

++
ทีมงานจักรวาลชุดใหม่
++

วันที่ 29 พ.ค.2564 ศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว ผู้ดูแลการประกวดนางงามทุกเวทีใน สปป.ลาว ได้ประกาศแต่งตั้ง นางจันโส จิดติวง เป็น National Director (ND) คนใหม่ สำหรับมิสยูเวิร์สลาว 2021 ซึ่งนางจันโส หรือ แพน เป็นผู้อำนวยการร้านเพ็ดพะไท จิวเวลลี่ 

พร้อมกันนี้ ยังมีการแต่งตั้ง ท้าวเทบมะหาไซ ไซทิลาด หรือ ต้าร์ เอแพ็กส์ ผู้อำนวยการบริษัทก้าวหน้า ออแกไนเซอร์ เป็น General Director of Miss Universe Laos คนใหม่ 

สรุปว่า ทีมงานของต้าร์ เอแพ็กส์ ได้ดูแลนางงามจักรวาลลาว 2021 ที่จะเดินไปประกวดรอบสุดท้ายปลายปีนี้ และปลดท้าวแอรอน ออกจาก ND นางงามลาว

'คริสติน่า' บ่จบ  จักรวาลลาวเปลี่ยน

        ตาร์ เอแพ็กส์ ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สลาวคนใหม่

บุรีรัมย์สะดุ้ง ‘รวมไทยสร้างชาติ’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468525

บุรีรัมย์สะดุ้ง ‘รวมไทยสร้างชาติ’

30 พฤษภาคม 2564 – 16:37 น.

ส่งสัญญาณชัด ไม่เอา “บิ๊ก ป.” เขย่ากันเห็นๆ ไม่ต้องเกรงใจกันอีกแล้ว

++

เหมือนได้กลิ่นยุบสภา อยู่มาวันหนึ่ง สื่อสายโรงโม่ ก็จุดพลุเรื่อง “รวมไทยสร้างชาติ” เพื่อโยงไปหา “บิ๊ก ป.” ผู้คุมมหาดไทย

มิหนำซ้ำ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ผู้ที่ไม่ขานชื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มาเล่นเรื่อง “บิ๊ก ป.” กับการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ด้วย

จริงๆแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติ ถูกโจษขานมานานแล้วว่า เป็นพรรคสำรอง ของผู้ถืออำนาจในปัจจุบัน มีการวิเคราะห์เจาะลึกถึง “ปลัดคนดัง” ที่ถูกวางตัวเป็นหัวหน้าพรรค

แปลกที่ “บ้านใหญ่โรงโม่” ให้ความสำคัญกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้งที่พรรคนี้เพิ่งจดทะเบียน และยังไม่เปิดโฉมหน้าคณะกรรมการบริหารพรรคตัวจริง แต่ดูเหมือนว่า หลายคนจะหวาดกลัวพรรคนี้ไปเสียแล้ว

ช่วงรัฐบาลอภิสิทธิ์ พรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงสำคัญในฐานะรัฐมนตรีว่าการได้แก่ กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงคมนาคม

ห้วงเวลานั้น ความสัมพันธ์ระหว่าง เนวิน ชิดชอบ กับพี่น้อง 3 ป. มีความสัมพันธ์แนบแน่นและซื้อใจกันในวันที่ต้องฝ่าด่าน “คนเสื้อแดง” และเครือข่ายคนแดนไกล

วันนี้ กลับมีสุ้มเสียงแปลกแปร่งต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และสองพี่ใหญ่ ผ่านกระบอกเสียงในเครือข่ายอีสานใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรวบอำนาจ การทำงานแบบวันแมนโชว์ ของ “บิ๊กตู่” 

อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทย ไม่กล้าแตกหักกับ “3 ป.” ในเวลานี้ เนื่องจากสถานการณ์โควิดที่ยืดเยื้อ ไม่ได้เป็นแต้มบวกแก่ “อนุทิน” ในฐานะรัฐมนตรีสาธารณสุข ขณะที่ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เจอปัญหาคลัสเตอร์ทองหล่อ ก็ถึงกับไปลำบาก

การเลือกตั้งปี 2562 ค่ายสีน้ำเงิน ยังอาศัยนโยบายกัญชาหาเสียง ได้รับความนิยมระดับหนึ่ง แต่หากมีเลือกตั้งใหม่ ยังไม่เห็นว่า พรรคนี้มีจุดขายใหม่ๆอะไร?

พรรคภูมิใจไทย เพิ่งมาอายุได้ 13 ปี เริ่มจากคนของสมศักดิ์ เทพสุทิน ไปจดทะเบียนพรรคไว้ตั้งแต่ปี 2551 ก่อนจะเปลี่ยนแปลงผู้บริหารพรรคใหม่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค และพรทิวา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค 

ระยะ 3-4 ปีแรกของภูมิใจไทยคือ พรรคท้องถิ่น พรรคไฟท์เตอร์ ชักธงรบกับคนเสื้อแดง ไม่ประสบความสำเร็จ “เนวิน” จึงรื้อพรรคใหม่ ให้ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ลดการเผชิญหน้ากับ “นายเก่า”

บุรีรัมย์สะดุ้ง 'รวมไทยสร้างชาติ'

                       เนวิน และเสี่ยหนู จะขายนโยบายกัญชาอีกมั้ย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หมอพัง “หนู-โอ๋” ถอย พปชร.รุกชิงมวลชน

++
ยุคหนูซิ่ง
++

การเข้ามาของอนุทิน ก็เพื่อจะปรับภาพลักษณ์จาก “พรรคสีน้ำเงิน” หรือพรรคขั้วสี ให้เป็นพรรคขนาดกลางที่ปรองดองกับทุกฝ่าย โดยอาศัยบุคลิกแบบ “หนูดิ้นได้” เป็นตัวชูโรง 

สังเกตได้จากช่วงปี 2561 เสี่ยหนูเริ่มออกอีเวนท์กับเสี่ยทอม เครือโสภณ ขายแนวคิดการเมืองสไตล์คนรุ่นใหม่ รวมถึงมีสำนักข่าวส่วนตัว ที่ได้นักวิชาการ และคนทำทีวีจอแดงมาช่วยโปรโมตเสี่ยหนูอีกแรง บวกกับ เนวิน ชิดชอบ ลุยตลาดฟุตบอล และอีสปอร์ต ก็เข้าไปอยู่ในหัวใจคนรุ่นใหม่ที่ชอบกีฬา

ภาพพรรคไฟท์เตอร์ชนกับเพื่อไทยทุกสนามได้เจือจางลง กลายเป็นพรรครวมคนทุกรุ่นทุกสี ไม่มีได้ตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับเครือข่าย “คนแดนไกล

ว่ากันตามจริง กติกาเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้เอื้อแค่พรรคเล็กเท่านั้น พรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทย ก็ได้อานิสงส์ ทุกคะแนนไม่ตกน้ำ เพียงผู้สมัคร ส.ส.เขต ทำแต้มให้ได้ถึง 1-2 หมื่นแต้มต่อเขต ก็ส่งผลดีต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค

สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป ไม่ทราบว่า จะมีการแก้ไขกติกาหรือไม่? หากไปยึดตามแนวรัฐธรรมนูญ 2540 บัตร 2 ใบ พรรคภูมิใจไทยก็เสียเปรียบ

ดังนั้น เมื่อมีข่าวเรื่องพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่รวบรวมผู้คนไว้ทุกสี จะเปิดตัวลงสนาม ก็ทำให้ค่ายบุรีรัมย์หวั่นไหว แถมมีข่าวลือว่า คนเด่นคนดังที่เตรียมจะไปสมัครผู้ว่าฯ กทม. อาจเปลี่ยนใจมาเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

เลือกตั้งสมัยหน้า อาจเป็นปลายปีหรือต้นปีหน้า ภูมิใจไทยจะเจอคู่แข่งที่สำคัญอย่างรวมไทยสร้างชาติ ด้วยเหตุนี้ ปฏิบัติการแฉ “บิ๊ก ป.” กับรวมไทยสร้างชาติ จึงอุบัติขึ้น

บุรีรัมย์สะดุ้ง 'รวมไทยสร้างชาติ'

                         เสี่ยโอ๋กับเสี่ยหนู แกนหลักของค่ายบุรีรัมย์

รู้จัก ‘นายกสมนึก’ ต้นคิดวัคซีนประชานิยม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468500

รู้จัก ‘นายกสมนึก’  ต้นคิดวัคซีนประชานิยม

30 พฤษภาคม 2564 – 12:23 น.

ท้องถิ่นชูวัคซีนทางเลือก วิ่งหาซิโนฟาร์ม แต่ต้นคิด ‘นายกสมนึก’ ยังรอรัฐปลดล็อก

++

ปรากฏการณ์ผู้นำท้องถิ่น เสนอขอซื้อวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” ในเวลานี้ ทำให้นึกถึง “สมนึก ธนเดชากุล” นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี ที่ลุกขึ้นมาประกาศจะใช้งบประมาณเทศบาลฯ 260 ล้านบาท ซื้อวัคซีนป้องกันโควิด เพื่อกระจายฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่เทศบาลเมืองนนทบุรี

นั่นเป็นเหตุการณ์เมื่อต้นปี 2564 แนวคิดของ “นายกสมนึก” ได้ขานรับแนวคิดดังกล่าวมากมาย แต่ทุกท้องถิ่นก็ได้แค่คิด เนื่องจากผู้ตรวจการแผ่นดิน บอกว่า ท้องถิ่นไม่มีอำนาจการจัดซื้อวัคซีนผ่านกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ต้องรอให้มหาดไทยปลดล็อคให้ท้องถิ่น จึงจะสามารถจัดซื้อได้

เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2564 สมนึก ธนเดชากุล ให้สัมภาษณ์สื่ออีกครั้งเกี่ยวกับวัคซีนทางเลือก เพื่อประชาชน อิงตามข้อมูลประชากร ในเขตเทศบาลนครนนทบุรี มีผู้อาศัยอยู่ 256,000 คน และมีประชากรแฝงอีกประมาณ 200,000 คน แถมยังมีแรงงานต่างด้าวอีกต่างหาก รวมแล้วในเขตเทศบาลนครนนทบุรี มีประชากรรวมกว่า 5 แสนคน 

แต่วันนี้ ทางการให้วัคซีนมาให้เพียง 2,000 โดส เทศบาลนครนนท์ จึงฉีดให้กับประชาชนได้เพียง 1,000 คนเท่านั้นเอง ขอฝากรัฐบาลให้จัดสรรวัคซีนแก่เทศบาลท้องถิ่นต่างๆ ให้รวดเร็วขึ้น 

ส่วนแนวคิดที่จะจัดซื้อวัคซีนเอง ยังมีแนวคิดอยู่ โดยเฉพาะกรณีวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” หาก 1 โดส ราคา 1,000 บาท จะใช้คนละ 2,000 บาท เทศบาลนครนนท์ มีประชากรอยู่ 256,000 คน ถ้าฉีดแค่ 150,000 คน ก็จะใช้เงินประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้เทศบาลนครนนทบุรี ได้ผ่านงบประมาณ โดยสภาเทศบาลฯ ไปแล้ว รอเพียงจะให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นซื้อได้ 


                  นายกฯ สมนึก ดูแลการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ท้องถิ่น’ คึกคัก ประชานิยมวัคซีน

++
นายกเล็กในตำนาน
++

ผลเลือกตั้งนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2564 “สมนึก” ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีนครนนทบุรี สมัยที่ 9 ซึ่งจัดว่า เขาเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรียาวนานที่สุดในประเทศไทย 

ปัจจุบัน สมนึก อายุ 75 ปี อยู่ในตำแหน่ง ‘นายกเล็ก’ เมืองนนท์มา 40 ปี โดยมีกลุ่มการเมืองท้องถิ่นชื่อ “พลังหนุ่ม” ที่ยังหานักการเมืองคนไหนมาโค่นบัลลังก์เขาได้

สมนึกเกิดและโตที่เมืองนนทบุรี ในครอบครัวชาวจีนแต้จิ๋วฐานะปานกลางที่อพยพถิ่นฐานมาอยู่เมืองไทย พ่อกับแม่เปิดร้านขายกาแฟควบคู่กับขายของในตลาดศรีเมือง

ปี 2511 หลังเรียนจบวิทยาลัยช่างก่อสร้างดุสิต สมนึกไปทำงานเป็นหัวหน้างานติดตั้งเดินสายโทรศัพท์ ของกรมชลประทาน 6 ปี แล้วลาออกมาช่วยแม่ทำการค้าขาย ด้วยนิสัยใจคอกว้างขวาง ใจนักเลง จึงมีพรรคพวกเพื่อนฝูงเยอะ

สมนึก รู้จักกับ บุญเยี่ยม โสภณ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ เพราะเขาชอบมวยไทย ตอนนั้น บุญเยี่ยมมีค่ายมวย และนำเอานักมวยมาฝากเลี้ยง 20 คน 

ปี 2517 บุญเยี่ยมแนะนำให้สมนึกลงเล่นการเมืองท้องถิ่น และตั้งชื่อกลุ่มพลังหนุ่ม เพราะตอนนั้น รายการมวยศึกพลังหนุ่ม กำลังโด่งดัง และสมนึกได้เป็น สท.นนทบุรี 

ปี 2521 สมนึกได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเทศบาลเมืองนนทบุรี เป็นครั้งแรก และในปี 2527 ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองนนทบุรี สมัยแรก  

++
เครือข่ายเพื่อไทย
++

สมนึก” รู้จักมักคุ้นกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ มาตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรม จนมาถึงยุคไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย

ในสังเวียนเลือกตั้ง ส.ส. “สมนึก” สนับสนุน นิทัศน์ ศรีนนท์ ลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 1 มาตั้งแต่ปี 2544 สวมเสื้อค่ายทักษิณ เป็น ส.ส.มา 4 สมัย สำหรับเลือกตั้งปี 2562 นิทัศน์พ่ายแพ้แก่ เจริญ เรี่ยวแรง ภรรยาของฉลอง เรี่ยวแรง พรรคพลังประชารัฐ

อดีต ส.ส.นนทบุรีอีกคนหนึ่ง ที่สนิทชิดเชื้อกับ “นายกสมนึก” คือ อุดมเดช รัตนเสถียร ตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรม จนถึงพรรคเพื่อไทย

ต้องจับตาดูว่า เมื่อ “คุณหญิงหน่อย” สร้างพรรคไทยสร้างไทย และยามที่มีการเลือกตั้ง ส.ส. “นายกสมนึก” จะช่วยพรรคใหม่หรือไม่?

รู้จัก 'นายกสมนึก'  ต้นคิดวัคซีนประชานิยม

อุดมเดช พาสมนึก เข้าพบปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อต้นปี 2564

หลอกแล้วหลอกอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก สุดท้ายไม่มีทั้ง “วัคซีน-เปิดเทอม” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468439

หลอกแล้วหลอกอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก สุดท้ายไม่มีทั้ง “วัคซีน-เปิดเทอม”

29 พฤษภาคม 2564 – 18:40 น.

อ้างเลื่อนเปิดเทอมออกไป เพราะครูต้องฉีดวัคซีนโควิด19 สุดท้าย”วัคซีนทิพย์” ครูฝันสลาย บทวิเคราะห์ ชัยวัฒน์ ปานนิล

จึงต้องเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกไป เพื่อความปลอดภัยและระวังป้องกันนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด 19 และเพื่อให้มีระยะเวลารับการฉีดวัคซีนของครูและบุคลากรทางการศึกษา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : หลอกครูและคนทั้งประเทศ ‘เลื่อนการเปิดเทอมทิพย์’ อีกแล้ว

ดูเหมือนว่า น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวย้ำเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564  อ้างศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศปก.ศบค.) ได้รับทราบให้สถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เลื่อนการเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จากวันที่ 1 มิถุนายน ออกไปอีก เป็นวันที่ 14 มิถุนายน 2564

ตามที่ ศธ.เสนอ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) ยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จึงต้องเลื่อนการเปิดเทอมออกไป เพื่อความปลอดภัยและระวังป้องกันนักเรียน นักศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษา ไม่ต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อโควิด 19 และเพื่อให้มีระยะเวลารับการฉีดวัคซีนของครูและบุคลากรทางการศึกษา และรองรับการย้ายสถานศึกษาของนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น

ก่อนหน้า เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 ณ ห้องประชุมจันทรเกษม นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตอบคำถามสื่อมวลชนภายหลังแถลงข่าว ถึงความคืบหน้าการเตรียมการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา ว่าขณะนี้ ศธ.ยังกำหนดให้มีการเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2564 ในวันอังคารที่ 1 มิ.ย.นี้ แต่ยังมีความกังวล

เนื่องจาก ศธ.มีนักเรียนนักศึกษาในสังกัดจำนวนมากกว่า 8 ล้านคน ทำให้ครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่อาจได้รับเชื้อโควิด 19 จึงพยายามผลักดันให้ข้าราชการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ทุกคน ทุกสังกัด ได้เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันก่อนเปิดภาคเรียน


เนื่องจากครูต้องใกล้ชิดกับนักเรียนจำนวนมาก และยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ปกครอง เมื่อเปิดภาคเรียนใหม่ จะสามารถลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อโควิด 19 ได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งยังให้ความมั่นใจได้ว่า โรงเรียนมีมาตรการความปลอดภัยด้านสุขภาพ ซึ่งขณะนี้ ศธ.ได้เสนอมาตรการดังกล่าวให้ ศบค.ชุดเล็ก พิจารณา และผ่านการเห็นชอบแล้ว

ศธ.กำลังรวบรวมรายชื่อครูทุกอำเภอ ทุกสังกัด ส่งให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อจัดสรรวัคซีนให้ครูทั้ง 6 แสนกว่าคน คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จเร็วๆนี้ เพื่อพร้อมสำหรับการทยอยฉีดให้ทันก่อนการเปิดภาคเรียน (กำหนดเดิม วันที่ 1 มิถุนายน 2564)

หลอกแล้วหลอกอีก เลื่อนแล้วเลื่อนอีก สุดท้ายไม่มีทั้งวัคซีนและความหวังที่จะเปิดเรียน

หากนับตามเวลาจริง สมมุติว่า ครูทุกคนได้รับวัคซีนเข็มแรกในวันที่ 1 มิถุนายน 2564 นับไปอีก 2-4 สัปดาห์ ก็จะได้รับวัคซีน เข็มที่ 2 และหลังจากรับวัคซีนครบแล้ว ต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 2 สัปดาห์ในการสร้างภูมิคุ้มกันล

เพราะฉะนั้น ครูที่ได้รับวัคซีนในวันที่ 1 มิถุนายน จะสามารถมีภูมิคุ้มกันได้เร็วที่สุด คือ 45 วัน หรือเดือนครึ่ง นับตามปฏิทิน คือ กลางเดือนกรกฎาคม จึงจะเป็นไปตามเงื่อนไข และสามารถเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย

แต่ปัญหามีอยู่ว่า หลังจากที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ดำเนินการรวบรวมข้อมูลครู เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ยังไม่ปรากฏแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนให้กับครู ว่าต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

หลอกให้รอ หลอกให้หวัง แถมยังมีข่าว รัฐบาล ชะลอการใช้งาน “หมอพร้อม” ยิ่งไปกันใหญ่ ที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้าก็หาย ที่ลงทะเบียนใหม่ก็ไม่เห็นอนาคต แล้วเด็กๆจะได้เปิดเทอมมาพบเพื่อนๆไหมหนอ

‘ท้องถิ่น’ คึกคัก ประชานิยมวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468433

‘ท้องถิ่น’ คึกคัก ประชานิยมวัคซีน

29 พฤษภาคม 2564 – 17:37 น.

วัคซีนร้อนๆ “นายก อบจ.” จองซิโนฟาร์ม แต่ “นายกเล็ก” ที่จุดพลุท้องถิ่นทุ่มเงินซื้อวัคซีนกลับเงียบฉี่

กรณีที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงข่าวบูรณาการความร่วมมือนำเข้าวัคซีนโควิดทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” โดยจะนำเข้าล็อตแรกในช่วงเดือน มิ.ย.2564 จำนวน 1 ล้านโดส   
    เบื้องต้นจะมีการจำหน่ายให้กับภาคเอกชน ซึ่งเมื่อซื้อไปแล้ว จะต้องนำไปฉีดให้แก่ บุคลากร พนักงาน หรือกลุ่มคนขององค์กรนั้นๆ โดยไม่มีการเก็บเงินกับผู้ฉีดแต่อย่างใด ห้ามมีการนำไปจำหน่ายต่อ

++
อบจ.นำร่อง
++
    หลังการแถลงข่าววัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์ม ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ที่มานั่งฟังการแถลงข่าวด้วยตัวเอง ได้ตัดสินใจจะขอจองวัคซีนซิโนฟาร์ม โดยจะกลับไปขอเปิดประชุมสภา อบจ.เพื่อหารือซึ่งต้องการฉีดให้คนปทุมธานีอย่างน้อย 500,000 คน หรือ 1 ล้านโดส พร้อมตั้งงบประมาณ ก่อนทำการคุยกับสถาบันราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ 
    “บิ๊กแจ๊ส” กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้ช้าไม่ได้ เพราะแต่ละวันมีการติดเชื้อมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรื่องเงินนั้น ถ้าติดระเบียบมหาดไทยก็จะทำหนังสือเพื่อขออนุมัติ เพราะถือว่าเหมือนเป็นภาวะสงคราม ถ้ามัวเดินตามไวรัสอาจช้าเกินไป จึงต้องหาทางป้องกันให้เร็วไว้ดีที่สุด

'ท้องถิ่น' คึกคัก ประชานิยมวัคซีน

บิ๊กแจ๊ส จุดพลุจองวัคซีนคนแรก

    ด้าน “นายกต้อย” กนกพร เดชเดโช นายก อบจ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่ส่งผลให้เกิดผู้ติดเชื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง ทาง อบจ.นครศรีธรรมราช จึงเตรียมจองวัคซีนซิโนฟาร์ม ล็อตแรก 100,000 โดส มาให้ชาวนครศรีฯ 
    วิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงวัคซีนทางเลือก เบื้องต้นได้ปรึกษากับรองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ว่า หากสามารถสั่งซื้อวัคซีนได้ ทางจังหวัดจะขอประสานกับทาง อบจ.นครราชสีมา ขอใช้เงินท้องถิ่นในการจัดซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนในพื้นที่ 
    ในแฟนเพจของ “แม่หน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา ได้โพสต์ว่า “อบจ. พร้อมใช้เงินท้องถิ่น สนับสนุนผู้ว่า ในการจัดหาวัคซีน เพื่อพี่น้องชาวโคราช”

'ท้องถิ่น' คึกคัก ประชานิยมวัคซีน

นายกหน่อย โคราช หนุนผู้ว่าฯ ซื้อวัคซีน

++
คนเคยหาเสียง
++
    ย้อนไปเมื่อเดือน ม.ค.2564 ช่วงก่อนการหาเสียงเลือกตั้งนายกเทศมนตรี และสมาสภาเทศบาล ได้มีบรรดาองค์กรปกครองท้องถิ่น ได้เสนอแนวคิดสนับสนุนรัฐบาลโดยกำหนดนโยบายการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิด 19 ด้วยงบของท้องถิ่นเอง 
    สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี เสนอใช้งบประมาณ 260 ล้านบาท เพื่อซื้อวัคซีนให้ประชาชน ซึ่งนายกฯ สมนึก ถือว่าเป็นคนแรกที่จุดพลุเรื่องการใช้งบท้องถิ่นซื้อวัคซีน ตอนนั้นเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วประเทศ
    ตามมาด้วย  วิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศบาลนครปากเกร็ด แถลงข่าวใหญ่ว่า เทศบาลนครปากเกร็ด พร้อมทุ่มงบ 240 ล้านบาทซื้อวัคซีนฉีดช่วยเหลือประชาชน
    ฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ได้อนุมัติงบฉุกเฉินไว้ 40 ล้านบาท ในการเตรียมไว้ซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด และธีระศักดิ์  ฑีฆายุพันธุ์  นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น พร้อมทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อซื้อวัคซีนโควิด 
    เวลานั้น ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า ท้องถิ่นทำไม่ได้ เพราะติดล็อกมหาดไทย แต่ “นายกเล็ก” หลายคนก็แอบหวังผลด้านเสียงสนับสนุน 
    ปัจจุบัน นักการเมืองท้องถิ่นเหล่านี้ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีต่ออีกสมัย แต่เมื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ “วัคซีนทางเลือก” บรรดา “นายกเล็ก” เหล่านี้ กลับเงียบ ไม่มีการแถลงข่าวใดๆ เหมือนนายก อบจ.หลายแห่งที่สนใจสั่งจองวัคซีนซีโนฟาร์ม

ปั่นความหลัง ‘แม้ว’ ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468394

ปั่นความหลัง’แม้ว’ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว

29 พฤษภาคม 2564 – 12:13 น.

กลุ่มแคร์ปั่นไม่เลิก ปลุกความหลังสมัย “ทักษิณ” คนรากหญ้ามีความสุข แต่ความรวยก็พาไปสู่บทอวสาน คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

เหมือนได้กลิ่นยุบสภา เลือกตั้งใหม่ พรรคการเมืองไม่ว่าฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน ฉวยจังหวะโควิดระบาด ออกช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นกระบวนการ 
    แม้แต่เรื่องวัคซีนป้องกันโควิด ก็กลายเป็น “วัคซีนการเมือง” พรรคร่วมรัฐบาลต่างแย่งชิง “วัคซีน” กันวุ่นวาย ขนาดนายแพทย์ใหญ่ ระดับ ผอ.โรงพยาบาล ยังออกมาวิจารณ์พฤติกรรมนักการเมืองแบบไม่ไว้หน้า
    กลุ่มแคร์ ฝ่ายเสนาธิการของพรรคเพื่อไทย เห็น “ลุงตู่” กำลังเมาหมัด กองเชียร์เสียงแผ่วเบา จึงรุกฆาต ด้วยการปั้น “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร ให้กลับมาเป็นความหวังของคนไทยทั้งชาติอีกครั้ง
    ล่าสุด ทีมงานกลุ่มแคร์ ได้เขียนบทความเรื่อง “จริงไหมที่คนไทยส่วนใหญ่มีความสุขในยุคพี่โทนี่?” โดยอ้างอิงทักษิณ ชินวัตร เคยให้สัมภาษณ์ในสื่อออนไลน์ Thai Enquirer ในหัวข้อ Exclusive Interview with Former Prime Minister Thasin Shinawatra โดยมีความตอนหนึ่ง โทนี่ได้ระบุไว้ว่า “…ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่มี ความสุขดีในยุคของผม…” 
    ผู้เขียนบทความชิ้นนี้ ยังพูดถึง “เพลงลูกทุ่ง” ที่สามารถสะท้อนภาพความเป็นไปในสังคมได้เป็นอย่างดี หรือแม้กระทั่งใช้เป็นเครื่องมือในทางการเมืองก็ได้ ซึ่งยุครัฐบาลไทยรักไทย มีเพลงลูกทุ่งดังหลายเพลง ที่สะท้อนว่า “ประชาชนมีความสุขมากในยุคทักษิณ”

ปั่นความหลัง'แม้ว'ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว

กลุ่มแคร์ กำลังขายความหลัง ปลุกฝัน

++
เพลงหาเสียง
++
    ผู้เขียนบทความชิ้นนั้น ได้ยกเพลง “สามโห่ สามช่า” ร้องโดย “คัทลียา มารศรี” แต่งโดย ครูลพ บุรีรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเพลงนี้เผยแพร่ครั้งแรกในปี 2546 เป็นปีที่ 2 ของรัฐบาลทักษิณ 
    เวลานั้น นโยบายประชานิยมเฟื่องฟู ทั้งกองทุนหมู่บ้าน และโอท็อปหรือหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ จึงถูกนำมาร้อยเรียงในเนื้อเพลง
    “หมู่บ้านเรานี้ กำลังโชคดีมากมายหลายต่อ ลูกตามีเรียนหมอ แล้วลูกป้านอก็ได้เป็นกำนัน
ต่างคนมีงาน กองทุนหมู่บ้านกำลังลือลั่น หนึ่งผลิตภัณฑ์กับหนึ่งตำบลคนบอกดี๊ดี..”
    ผู้เขียนอาจไม่ทราบเบื้องหลังแท้จริง เพลง “สามโห่ สามช่า” นี้ ชัย ศิษย์ประเสริฐ ผู้บริหารค่ายชัย โปรโมชั่น ได้มีการปรับแก้เนื้อเพลงเดิมของครูลพ บุรีรัตน์ ที่เขียนชื่อเพลง “โห่สามลา” เป็นเรื่องราวของหนุ่มบ้านนาจะบวช ให้แฟนสาวอุ้มหมอนแล้วโห่หน้านาค 
    เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมืองเวลานั้น กระแสพรรคไทยรักไทยมาแรง “ชัย” จึงให้ครูลพปรับแก้เนื้อใหม่ เอาหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลมาใส่ เป็นเรื่องความรักของหนุ่มสาวสองตำบล ถ้าค้าขายดีก็จะมารวมหมู่บ้านกัน
    อันที่จริง ยังมีเพลง “ไอ้หนุ่มชุมชน” ขับร้องโดย ศร สินชัย สังกัดแกรมมี่โกลด์ ออกมาเผยแพร่ในช่วงใกล้เลือกตั้ง 2548 
    “คนจนคืออ้าย วันวาเลนไทน์ยังไปไต้หนู ความจนสอนให้คนสู้ กะพอได้อยู่หม่มมื้อหม่มวันแต่ถ้าได้น้องมาประคองคงดีกว่านั้น สิกู้เงินกองทุนหมู่บ้าน มาช่วยสร้างฝันในวันแต่งเรา”
    เพลงนี้ได้บอกว่า การเกิดขึ้นของสถานีวิทยุชุมชนในยุคทักษิณ และนโยบายกองทุนหมู่บ้าน ถ้าใครได้ชมเอ็มวีเพลงไอ้หนุ่มชุมชน จะเห็นว่า พระเอกนั้นสวมเสื้อยืดสีขาว มีชื่อพรรคไทยรักไทย คาดอกเสื้อชัดเจน
    อาการฟีเวอร์ของทักษิณ และไทยรักไทย ทำให้นักร้องหมอลำคนหนึ่งใช้ชื่อ “รักไทย ก้องวาริน” แต่เสียดายออกเพลงชุดเดียวก็แป้ก แจ้งเกิดไม่สำเร็จ

ปั่นความหลัง'แม้ว'ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว

พระเอกเอ็มวี เพลงไอ้หนุ่มชุมชน ใส่เสื้อพรรคไทยรักไทย 

ปั่นความหลัง'แม้ว'ในเพลงลูกทุ่ง ความจริงครึ่งเดียว

++
เพลงรวยเพลงลา
++
    สำหรับเพลงลูกทุ่ง ที่โผล่มาในยุคทักษิณรุ่งเรืองอีกเพลงหนึ่งคือ เพลง “หนุ่มราชภัฎ” ร้องโดย ดำรง วงศ์ทอง และแต่งโดยชลธี ธารทอง 
    “รวยเหมือนทักษิณ จะซื้อเครื่องบินไอพ่น ขับเวียนวนเที่ยวยลนางฟ้า แต่วันนี้ยังมีหนี้ท่วมนาต้องหลับตาฝันค้างกลางวัน”
    “รวยเหมือนทักษิณ จะซื้อเครื่องบินคอปเตอร์ขับพาเธอ เที่ยวสองต่อสอง หนุ่มราชภัฏอัตคัตเงินทอง ได้แค่มองลอดรั้วมหาลัย”
    อาจารย์ชลธี ตั้งใจขายท่อนฮุค “รวยเหมือนทักษิณ” ให้คนจดจำและคาดว่า เพลงนี้จะดังระเบิดเถิดเทิง แต่บังเอิญเพลงนี้ออกเผยแพร่ ในช่วงที่มีกระแสไล่ระบอบทักษิณ เลยไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ก็ยังมีคนจำได้ถึงวันนี้
    ต้นปี 2549 ความรวยของทักษิณ กลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองไทย หลังตระกูลชินวัตรและดามาพงศ์ขายหุ้นกลุ่มบริษัทชินคอร์ปให้แก่บริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ (พีทีอี) จำกัด ซึ่งเป็นการขายหุ้นที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทย ผ่านตลาดหลักทรัพย์ ทำให้เกิดกระแสโจมตีทักษิณเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
    การขายหุ้นครั้งมโหฬารของทักษิณ ส่งผลให้เกิดขบวนการล้มระบอบทักษิณ และปิดท้ายด้วยการรัฐประหาร 2549 

ส่อง “ชูพงศ์” แดงสาย 112 หลบโควิดที่ปารีส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468294

ส่อง “ชูพงศ์” แดงสาย 112 หลบโควิดที่ปารีส

28 พฤษภาคม 2564 – 13:16 น.

โควิดไม่เป็นอุปสรรค สำหรับแดงสาย 112 “จรัล” นัดจิบไวน์ “ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ” 

++
บังเอิญมีข่าวสารจากเมืองไทย เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2564 กรณีกระทรวงดีอีเอส แจ้งความเอาผิด สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานงานเรื่องนี้กับทางการฝรั่งเศสอยู่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… แดงพเนจร “ชูพงศ์” หนีโควิด เผ่นเข้ายุโรป 

ส่อง "ชูพงศ์" แดงสาย 112 หลบโควิดที่ปารีส

จรัล และชูพงศ์ ในปารีส    

วันเดียวกัน ในเฟซบุ๊ก Jaran Ditapichai อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน จรัล ดิษฐาอภิชัย อัพสเตตัส Paris Restaurant Italian พร้อมโพสต์ภาพตัวเขาเอง นั่งรับประทานอาหารกับ ชูพงศ์ ถี่ถ้วน อยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งในนครปารีส     

“จรัล” บอกว่า หลังสถานการณ์โควิดในฝรั่งเศสคลี่คลาย ความคึกคักก็มาเยือนปารีส โดยตัวเขาได้โพสต์ภาพชีวิตคนฝรั่งเศสที่ออกมาใช้ชีวิตกันตามปกติ    

ทั้งจรัลกับชูพงศ์ ต่างก็เป็นคนใต้ และศรัทธาในแนวทางการปฏิวัติประเทศไทย แต่ช่วงหนึ่ง เขาทั้งสองต่างแยกกันต่อสู้ตามความเชื่อ ก่อนจะโคจรมาพบกันใน พ.ศ.นี้

++
หลวงตาชูพงศ์
++
คนเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์จะรู้จัก ชูพงศ์ ถี่ถ้วน หรือ “หลวงตาชูพงศ์” หรือ “ชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ” มานานกว่าสิบปีแล้ว    

“ชูพงศ์” เป็นคนใต้ เติบโตจากสายแรงงานปฏิวัติ และเคยเป็นประธานสหภาพแรงงานประปาส่วนภูมิภาค ในยุคซ้ายครองเมืองปี 2517-2525 ชูพงศ์กับจรัล เดินทางคนละเส้น เนื่องจากชูพงศ์เป็นศิษย์สำนักซอยศาสนา ของประเสริฐ ทรัพย์สุนทร จึงศรัทธาในลัทธิปฏิวัติประชาธิปไตย และถูกมองว่าเป็น “ลัทธิแก้”    

ขณะที่ “จรัล” เลือกเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธ ภายใต้ร่มธงพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) แต่การปฏิวัติไทยล้มเหลว จรัลออกจากป่าคืนเมือง และได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือต่อที่ประเทศฝรั่งเศส    

ส่อง "ชูพงศ์" แดงสาย 112 หลบโควิดที่ปารีส

สองสหาย ในปารีส

ปี 2542-44 ชูพงศ์ ลงพื้นที่แถวอีสาน ช่วยงานจัดตั้งมวลชนให้กับพรรคความหวังใหม่

ปี 2548 มีรัฐมนตรีอีสานใต้ ในรัฐบาลทักษิณ ได้ให้ ชินวัฒน์ หาบุญพาด นายกสมาคมผู้พิทักษ์ผลประโยชน์ผู้ขับรถแท็กซี่ จัดตั้งเวทีคนรักทักษิณ ที่สถานีขนส่งหมอชิต เพื่อต่อต้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย    

ชูพงศ์ ขอไปขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีคนเสื้อเหลือง และประกาศจัดตั้งสมาพันธ์พิทักษ์ประชาธิปไตย หลังรัฐประหาร 2549 อดีตซ้ายไทยก็ปรากฏตัวที่สนามหลวง อาทิ ชูชีพ ชีวสุทธิ์, ชูพงศ์ ถี่ถ้วน และสุรชัย แซ่ด่าน    

ปลายปี 2551 “ขาใหญ่บุรีรัมย์” ทรยศ “นายทักษิณ” จึงเกิดการแตกแยกภายในองค์กรแท็กซี่หมอชิต “ชินวัฒน์” เลือกเดินไปกับกลุ่ม นปช. ส่วนแกนนำแท็กซี่อีกปีกหนึ่งไปสังกัดพรรคสีน้ำเงิน จัดตั้งวิทยุชุมชนรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์    

ปี 2552 ชูพงศ์ ปลีกวิเวก แยกตัวไปก่อตั้งสถานีวิทยุชุมชนคนรู้ใจ แถวเมืองนนท์ เปิดแนวรบ “แดงตาสว่าง” จนต้องหลบหนีคดี 112 จากเมืองไทยไปปักหลักที่ฟิลิปปินส์ จัดรายการวิทยุใต้ดิน ผ่านช่องยูทูบ และปีที่แล้ว ชูพงศ์ทำเรื่องผ่านองค์การสิทธิมนุษยชน ขอลี้ภัยในฝรั่งเศส     

ชูพงศ์ พูดเรื่องการปฏิวัติประเทศไทยมา 10 กว่าปีแล้ว แต่แนวทางปฏิวัติของเขา ก็ต่างจากสุรชัย แซ่ด่าน     

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.2564 ชูพงศ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คเรื่องปัญหาขบวนการปฏิวัติในประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นจุดอ่อนการปฏิวัติไทย    

“ทำไมขบวนการปฏิวัติในประเทศไทยจึงไม่แข็งแรง  ปัญหาของขบวนการปฏิวัติอยู่ที่ พรรคการเมือง และนักการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ที่ยังยอมรับการทำงานในสภาเผด็จการอยู่ ขณะที่นอกสภา ขบวนของนักศึกษา เยาวชนเรียกร้องถึงขั้นปฏิวัติไปแล้ว จึงทำให้ขบวนขาดพลัง ปล่อยให้ขบวนการต่อสู้ของนักศึกษาต้องสู้อย่างโดดเดี่ยว”    

ชูพงศ์ยังวิจารณ์ขบวนคนเสื้อแดงว่า “..การเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดง ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ในปี 2553 มีพลังมากกว่าปัจจุบันมาก แต่ยุทธศาสตร์ในเวลานั้นก็ต่ำกว่าปัจจุบัน และก็เป็นยุทธศาสตร์ที่ผิดด้วย  ทำให้การต่อสู้พ่ายแพ้  และสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์”    

แนวคิดของชูพงศ์ มักจะถูกวิจารณ์ว่า เพ้อฝัน เลื่อนลอย เป็นนักพูดมากกว่านักปฏิบัติ และไม่ต่างจาก “แดงพเนจร” คนอื่นๆ อาศัยพ่อยกแม่ยกหล่อเลี้ยงชีวิตในต่างแดน

พ้นพงหนาม “เจ๊เป้า” สามมิตร นายหญิงค้างคาวไฟ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468282

พ้นพงหนาม “เจ๊เป้า” สามมิตร นายหญิงค้างคาวไฟ

28 พฤษภาคม 2564 – 11:33 น.

จบคดีฝายแม้ว จับตา “เจ๊เป้า” จะหวนคืนสังเวียนการเมืองหรือไม่?  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สำนักข่าวออนไลน์พาดหัวข่าวกันพรึบ “อนงค์วรรณ ภรรยา รมว.ยุติธรรม รอดคดีฝายแม้ว เหตุ พยานหลักฐานไม่มั่นคง ปิดมหากาพย์ 13 ปี ป.ป.ช. มติ 6 ต่อ 3 ให้ยกคำร้อง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “อนงค์วรรณ” สิ้นข้อครหา​ ป.ป.ช.ยกคำร้อง​ หลักฐานสาวไม่ถึง

พ้นพงหนาม "เจ๊เป้า" สามมิตร นายหญิงค้างคาวไฟ

เจ๊เป้า ในฐานะแม่ทัพค้างคาวไฟ    

สำหรับ อนงค์วรรณ เทพสุทิน คงดีใจที่ได้พ้นพงหนามเสียที เพราะต้องสู้กับคดีความนี้มายาวนาน เป็นข่าวดีมากลบข่าวเศร้าเมื่อช่วงปิดฤดูไทยลีก 2020 ทีมสุโขทัย เอฟซี ตกชั้นจากไทยลีก 1 ไปเล่นไทยลีก 2      

“วันนี้เราพลาด ในฐานะประธานสโมสรพูดไม่ออกบอกไม่ถูก มันช็อกและชาชั่วขณะ  คิดได้ว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่จะหาจำเลย เพื่อตอกย้ำซ้ำเติมความผิดหวัง ความเศร้าเสียใจให้ทรุดหนักยิ่งขึ้น  แต่เราต้องลุกขึ้นให้เร็วเพื่อนั่ง ยืน และก้าวอย่างระมัดระวังต่อไป”     

ในฐานะประธานสโมสร “เจ๊เป้า” อนงค์วรรณ ได้โพสต์บอกกล่าวแฟนบอลผ่านแฟนเพจสุโขทัย เอฟซี เมื่อต้นเดือน เม.ย.2564    

ย้อนไปเมื่อ 9 ก.ย.2561 สโมสรสุโขทัย เอฟซี ฉายา “ค้างคาวไฟ” ประกาศแต่งตั้งให้ อนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็นประธานสโมสรคนใหม่แทนสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ลาออกจากตำแหน่งไปลุยสนามการเมืองในนาม “กลุ่มสามมิตร” ก่อนจะขยับเข้าพรรคพลังประชารัฐ    

ฤดูกาลใหม่ “เจ๊เป้า” มีภารกิจต้องพาทีมค้างคาวไฟ สู้ศึกไทยลีก 2 และต้องเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีก 1 ให้เร็วที่สุด เพื่อเรียกศรัทธาจากคนเมืองแม่ย่า

พ้นพงหนาม "เจ๊เป้า" สามมิตร นายหญิงค้างคาวไฟ

สมศักดิ์-เจ๊เป้า ลุยตลาดลูกหนัง

++
สาวสวรรคโลก
++
สมศักดิ์ เทพสุทิน บุตรชาย “โกเหนา” ประเสริฐ-พร เทพสุทิน ผู้รับเหมาก่อสร้างแห่ง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย เป็น ส.ส.สุโขทัย สมัยแรก เมื่ออายุ 26 ปี อยู่มาวันหนึ่งในงานกาชาด ส.ส.หนุ่ม ได้พบสบตาครูสาวอนงค์วรรณ ที่มาช่วยงานขายบัตร จึงสานสัมพันธ์กันต่อ จนเข้าสู่ประตูวิวาห์    

ครูอนงค์วรรณ เติบโตในตระกูล “พุกประเสริฐ” อ.สวรรคโลก สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พิษณุโลก (มหาวิทยาลัยนเรศวรในปัจจุบัน) โดยเริ่มบรรจุข้าราชครูที่บ้านเกิด อ.สวรรคโลก     

มนู พุกประเสริฐ พี่ชายของอนงค์วรรณ เป็น ส.จ.สุโขทัย เขต อ.สวรรคโลก มาหลายสมัย ก่อนจะได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.สุโขทัย และการเลือกตั้งนายก อบจ.สุโขทัย ปีที่แล้ว “มนู” ยังได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.อีกสมัย    

เลือกตั้งปี 2544 สมศักดิ์ เทพสุทิน นำทีมอดีต ส.ส.พรรคกิจสังคม ย้ายเข้าไปสังกัดพรรคไทยรักไทย ซึ่งการเลือกตั้ง ส.ส.ปีนั้น เป็นการเลือกตั้งเขตเดียว เบอร์เดียว อนงค์วรรณ จึงได้ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก     

เนื่องจากเป็นภรรยาของสมศักดิ์ หัวหน้ากลุ่มวังน้ำยม ที่มากบารมีในพรรคของทักษิณ จึงได้เป็นประธานชมรม ส.ส.หญิงไทยรักไทย    

“เจ๊เป้า” เป็น ส.ส.สุโขทัย 2 สมัยในนามพรรคไทยรักไทย หลังรัฐประหาร 2549 สมศักดิ์ เทพสุทิน นำทีมอดีต ส.ส.กลุ่มวังน้ำยม ตั้งพรรคมัชฌิมาธิปไตย และเจ๊เป้าเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าพรรค    

ปี 2551 เจ๊เป้าได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลของสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์  แต่ต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี ในคดียุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย  


หนุ่มศรีสำโรง-สาวสวรรคโลก

++
ลูกหนังและไก่ชน
++
พูดถึงของรักของชอบ 2 อย่างของสมศักดิ์ เทพสุทิน คือฟุตบอล และไก่ชน จึงทุ่มเทสรรพกำลังสร้างสโมสรฟุตบอลสุโขทัย เอฟซี ตั้งแต่ระดับลีกบ้านนอก จนขยับขึ้นมาเล่นไทยลีก 1 ส่วนไก่ชน สมศักดิ์สร้างสนามกีฬาไก่ชนเทิดไท บางเสาธง สมุทรปราการ    

จะว่าไปแล้ว สมศักดิ์ได้ทำให้ “ทีมค้างคาวไฟ” เป็นทีมในดวงใจของคนสุโขทัย แต่ละนัดในการแข่งขันที่สนามทะเลหลวง มีแฟนบอลเข้าชมจำนวนมาก    

ด้านทายาทของ “สมศักดิ์-อนงค์วรรณ” 2 คนคือ ณัฐธิดา เทพสุทิน ทำธุรกิจด้านก่อสร้างเป็นอาชีพดั้งเดิมสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อแม่ และเทิดไท เทพสุทิน ทำธุรกิจร้านอาหาร     

ทุกวันนี้ ร้านอาหาร “กินเส้น” ของเจ๊เป้า ที่สนามบินน้ำ เป็นเหมือนกองบัญชาการส่วนหน้าของกลุ่มสามมิตร และต้องจับตาดูว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า จะมีชื่ออนงค์วรรณ ลงสมัคร ส.ส.หรือไม่

อินไซด์ปารีส ‘สศจ.’ สบายดีมั้ย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468232

อินไซด์ปารีส ‘สศจ.’ สบายดีมั้ย

27 พฤษภาคม 2564 – 21:08 น.

จับสัญญาณจากปารีส “สศจ.” กบดาน ต่างจากผู้ลี้ภัยคนอื่นที่ท่องเที่ยวหลังโควิดระบาด

++

ทุกวันนี้ กรุงปารีส ฝรั่งเศส กลายเป็นชุมทางผู้ลี้ภัยคดี 112 บางคนได้เป็นพลเมืองฝรั่งเศส บางคนได้เป็นผู้ลี้ภัย และหลายคนยังอยู่ระหว่างการทำเรื่องเป็นผู้ลี้ภัย

สมาชิกวงดนตรีไฟเย็น ที่เดินทางจาก สปป.ลาว ไปอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส เป็นกลุ่มที่มีกิจกรรมทางการเมืองในปารีสบ่อยครั้ง ร่วมกับจรัล ดิษฐาอภิชัย นักวิชาการอิสระที่ได้เป็นพลเมืองฝรั่งเศสแล้ว

ส่วน “สศจ.” หรือ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่เดินทางมาถึงปารีส ตั้งแต่ปี 2557 และได้สถานะผู้ลี้ภัยเรียบร้อยแล้ว น่าจะเป็นผู้ลี้ภัยคนเดียวในปารีส ที่ไม่ได้ออกมาพบปะมิตรสหาย เขาจะอยู่คนเดียวเงียบๆ 

สศจ.” ของเหล่าสาวกสายประวัติศาสตร์ เลือกที่จะสื่อสารกับผู้คนทางเฟซบุ๊คส่วนตัวของเขา แต่ชอบติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ผ่านสื่อโซเชียล

ล่าสุด จรัล ดิษฐาอภิชัย โพสต์เฟซบุ๊คบอกเล่าชีวิตในปารีส หลังโควิดคลี่คลาย โดยมีสหายแดนไกล ชูพงศ์ ถี่ถ้วน หรือชูพงศ์ เปลี่ยนระบอบ มาพบเจอกันในร้านอาหารแห่งหนึ่ง แสดงว่า ระยะนี้ ผู้ลี้ภัย 112 ยังมีความสุขตามอัตภาพ 

คาดว่า สศจ.หรือสมศักดิ์ ของหลานๆ สายราษฎร ก็คงเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน ไม่โผล่ออกมาพบปะมิตรสหายเหมือนจรัล

อินไซด์ปารีส 'สศจ.' สบายดีมั้ย

                          สมศักดิ์ เก็บตัวเงียบ ไม่พบปะใคร?

++
หนีตายผ่านเขมร

วันที่ 12 ก.พ.2557 สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถูกชายนิรนาม 2 คน ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามายิงถล่ม ใส่บ้านพักภายในหมู่บ้านนันทวัน รามอินทรา จากนั้น สมศักดิ์ต้องออกจากบ้านพักไปหลบซ่อนในเซฟเฮาส์อยู่หลายเดือน เพื่อความปลอดภัย

เดือน มิ.ย.2557 สมศักดิ์หลบหนีออกจากไทย ผ่านช่องทางธรรมชาติ เข้าไปอาศัยในพนมเปญ กัมพูชา อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนที่จะทำเรื่องขอลี้ภัยในฝรั่งเศส และเมื่อได้รับอนุญาต เขาจึงเดินทางไปปารีส

ขณะที่จักรภพ เพ็ญแข และจรัล ดิษฐาอภิชัย เคลื่อนไหวจัดตั้งองค์กรเสรีไทย ต่อต้าน คสช. รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดงในกัมพูชา และลาว จัดวิทยุใต้ดิน (ผ่านยูทูบ) ปลุกระดมประชาชนโค่นล้มรัฐบาลทหาร ตรงข้ามกับสมศักดิ์ที่เลือกจะดำเนินชีวิตเยี่ยงนักวิชาการอิสระ

อย่างไรก็ตาม สมศักดิ์เป็นผู้ที่ติดตามฟังวิทยุใต้ดินของทุกกลุ่ม เรียกว่าเป็นแฟนตัวยง และบ่อยครั้งที่เขาจะไปเสนอความคิดความเห็นเรื่องกลยุทธ์การต่อสู้ของกลุ่มวิทยุใต้ดิน จนทำให้ผู้ลี้ภัย 112 บางกลุ่มไม่พอใจเขา

อินไซด์ปารีส 'สศจ.' สบายดีมั้ย

                                จรัล และชูพงศ์ ในปารีสวันนี้

++
ป่วยไข้เจียนตาย

เดือน ส.ค.2561 สมศักดิ์ป่วยกะทันหัน เส้นเลือดในสมองด้านซ้ายแตก ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของร่างกายฝั่งขวา หลังจากรักษาตัวในโรงพยาบาลมาระยะหนึ่ง ก็ออกมาฟื้นฟูสภาพร่างกาย(กายภาพบำบัด)  ที่บ้านพัก

กลางปี 2562 จรัล ดิษฐาอภิชัย พลเมืองฝรั่งเศส ได้ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของสมศักดิ์ ว่า มีอาการดีขึ้น และสามารถกลับมาใช้งานโซเชียลมีเดียได้หลายเดือนแล้ว โดยใช้มือซ้ายในการพิมพ์แทนมือขวา ซึ่งใช้งานไม่ได้ แต่หลังจากเกิดเหตุเส้นเลือดแตก สมศักดิ์ได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างดี ฝึกทำกายภาพอย่างต่อเนื่อง จนขณะนี้สภาพร่างกายดีขึ้น

แม้แขนข้างขวาจะใช้งานได้ไม่ดี แต่ฝึกใช้แขนข้างซ้ายมาตลอด ตั้งแต่กินข้าว อาบน้ำ สระผม เปิดไอแพด อ่านเฟซบุ๊ก มาหลายเดือนแล้ว” จรัลบอกเล่าอาการในคราวนั้น

วันที่ 22 พ.ย.2562 มีความเคลื่อนไหวของ สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา จนใครหลายคนเริ่มสงสัยกันว่า อาจเป็นตัวปลอมมาเป็นคนโพสต์ หรือสงสัยกันว่าหายแล้วหรือ

ต่อมา สมศักดิ์ได้ไลฟ์สดเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังไม่ได้ออกอากาศมานานปีเศษ พร้อมสยบข่าวลือต่างๆ โดยได้ออกมายืนยันด้วยตัวเองว่าบนหน้าฟีดที่โพสต์ไปทุกตัวอักษร เป็นคนโพสต์เองทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถโพสต์ได้บ่อยนัก

ปี 2563 สมศักดิ์กลับมาใช้เฟซบุ๊คได้ตามปกติ โดยเฉพาะช่วงการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และกลุ่มราษฎร มีคนติดตามความเคลื่อนไหวของเขามากขึ้น

หมอพัง “หนู-โอ๋” ถอย พปชร.รุกชิงมวลชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468188

หมอพัง “หนู-โอ๋” ถอย พปชร.รุกชิงมวลชน

27 พฤษภาคม 2564 – 14:37 น.

หมอพร้อมหรือหมอพัง “อนุทิน” ถอยกรูด เจอ “3 ป.” ปรับแผนกระจายวัคซีนใหม่  

++
“วัคซีนการเมือง” หรือ “การเมืองวัคซีน” ถ้อยวลีนี้หลุดออกมาจากปากนักการเมือง 2 พรรคคือ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ หลัง ศบค. มีมติสั่งชะลอการลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดผ่าน “หมอพร้อม” เพื่อเปิดทางให้มีแพล็ตฟอร์มอื่นๆ มารองรับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวจข้อง… 
“อนุทิน” ไม่รู้เรื่อง เพิ่มอำนาจนำเข้าวัคซีน”ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”

หมอพัง "หนู-โอ๋" ถอย พปชร.รุกชิงมวลชน

แผนกระจายวัคซีนของเสี่ยหนู สะดุด

ยกตัวอย่างกรุงเทพมหานคร ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เปิดระบบลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด-19 “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯปลอดภัย” เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ให้ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 นอกโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว    

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการ เลขาธิการ สมช. ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค.ประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงสาธารณสุขและอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้มีการปรับแผนการกระจายวัคซีนใหม่ จากเดิมจัดสรรวัคซีนตามโควต้าการจอง ปรับมาเป็นการจัดสรรให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน     

หลังมีเสียงเรียกร้องเรื่องการกระจายวัคซีนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง มาจาก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หลายจังหวัด อาทิ เพชรบุรี,ชลบุรี และสงขลา ก็มีข่าวปรับแผนการจัดสรรวัคซีนใหม่    

นักข่าวทุกสำนักต่างจับจ้องไปที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีการประชุมเตรียมความพร้อมการประชุมรัฐสภา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เมื่อบ่ายวันพุธที่ 26 พ.ค.2564    

ประชุมเสร็จ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรค และศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค นำทีมตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องผลการประชุมเรื่อง พ.ร.บ.งบประมาณฯ แถมด้วยเรื่องชะลอ “หมอพร้อม” และการกระจายวัคซีน    

น้ำเสียงของ “หมอหนู” ที่ชี้แจงเรื่องดังกล่าวข้างต้นนั้น แฝงไว้ด้วยความน้อยใจ เหมือนมองไม่เห็นหัว แต่ก็พยายามบอกว่า ไม่มีปัญหา ไม่มีความขัดแย้ง เพราะเป็นอำนาจของ ศบค.    

สำหรับประเด็นการเมือง กรณีกลุ่มไทยไม่ทน เรียกร้องให้พรรคภูมิใจไทย ถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาล อนุทินตอบนักข่าวว่า เราเป็นรัฐบาลที่อยู่ด้วยกันมาสองปี และทำงานร่วมกัน ตนไม่เคยคิดที่จะออกจากพรรคร่วมรัฐบาล จะถอนตัวทิ้งไว้กลางทางไม่ได้    

“ถ้าอยากให้ผมเป็นนายกฯ ต้องให้เลือกเสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา แต่ถ้าหากมีอุบัติเหตุทางการเมืองอยู่ไม่ครบเทอม พรรคภูมิใจไทย มีกระทรวงคมนาคมจะพยายามไม่ให้มีอุบัติเหตุ เราทุกคนมีความหมาย มีคุณค่า และมีความตั้งใจในการทำงาน”    

หมอหนูพูดติดตลก เรื่องอุบัติเหตุทางการเมืองไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะค่ายสีน้ำเงินดูแลคมนาคม ก่อนจะมองหน้า “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม 

++
ลูกพรรคไม่นิ่ง
++
หลังกรุงเทพมหานคร ประกาศโครงการ “ไทยร่วมใจกรุงเทพฯ ปลอดภัย” เปิดให้ชาวกรุงได้ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด    

เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2564 “แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย น้องชาย “แบด ภราดร” โฆษกพรรค ได้โพสต์เฟซบุ๊ควิจารณ์โครงการไทยร่วมใจกรุงเทพฯปลอดภัยว่า อย่าเห็นคนต่างจังหวัดเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศอีกเลย ถ้าจะให้ไทยร่วมใจ ต้องทำให้คนไทยทั้งประเทศปลอดภัย ไม่ใช่แค่คนในกรุงเทพมหานคร”    

ส.ส.แชมป์ ยังบอกว่า “อย่าลืมว่าเรายังมีทรัพยากรคือวัคซีนจำกัด และวัคซีนก็เป็นของคนไทยทุกคน ตอนนี้คนต่างจังหวัดก็รอคอยวัคซีนไม่ได้ต่างจากคนกรุงเทพแต่อย่างใด ยกตัวอย่างอ่างทองจังหวัดเล็กๆ ผมตอนนี้ มีประชาชนลงชื่อจองวัคซีนหลายหมื่นคน แต่วัคซีนมีให้เพียงแค่หลักพัน..”    

ก่อนหน้านั้น พลพีร์ สุวรรณฉวี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง(อนุทิน ชาญวีรกูล) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “สาธารณสุขเหมือนกองหน้า ทำแต้มสู้ไวรัสไล่ฉีดวัคซีน แต่กองหลังรั่วเป็นรู แรงงานเถื่อนพาไวรัสตัวใหม่ๆมาไม่หยุด ยิงได้กี่ลูกก็ไม่ทันเสียประตู”    


เสี่ยโอ๋ หวังแผนฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ คนตอบรับ

สอดรับกับสำนักข่าวออนไลน์สายบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ที่เสนอบทวิจารณ์การทำงานของกระทรวงกลาโหม และกระทรวงมหาดไทย ยังมีข้อบกพร่องในการสกัดกั้นแรงงานเถื่อนตามแนวชายแดน มีเนื้อหาเดียวกับที่ “พลพีร์” โพสต์ไว้นั่นเอง    

ถอดความจาก “พลพีร์” ก็คงหวังที่จะกระทบชิ่ง “บิ๊กป้อม” และ “บิ๊กป๊อก” นั่นเอง

++
พปชร.ชิงมวลชน
++
ตามแผนเดิม กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จะเป็นผู้จัดสรรวัคซีนตามแนวทางให้บริการวัคซีนโควิด-19 แบบปูพรมทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ระบาด ตั้งแต่ มิ.ย.-ก.ย.2564 ปรากฏว่า จ.เพชรบุรี ได้รับจัดสรรวัคซีนเดือน มิ.ย. เพียง 24,000 โดส แต่ช่วงนี้ มีคลัสเตอร์ใหญ่จากโรงงานที่ อ.เขาย้อย คนป่วยติดเชื้อกว่า 2 พันคน หรือที่ จ.ชลบุรี ซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสม กว่า 4,341 คน ได้รับจัดสรรวัคซีนในเดือนมิ.ย. 54,000 โดส    

เมื่อเปรียบเทียบกับ จ.บุรีรัมย์ ที่มีผู้ติดเชื้อสะสม 186 คน (ข้อมูลเมื่อ 26 พ.ค.) กลับได้รับการจัดสรรวัคซีนล็อตเดือน มิ.ย.ถึง 43,000 โดส มากกว่าที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤติ    

ด้วยเหตุนี้ 3 ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ จึงร้องเรียนถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเรื่องการจัดสรรวัคซีนดังกล่าวก็ถึงหู พล.อ.ประยุทธ์    

พล.อ.ประยุทธ์ จึงรับลูก ส.ส.พลังประชารัฐ สั่งจัดสรรวัคซีนโดยใช้เกณฑ์ใหม่ ต้องเพิ่มโควตาให้จังหวัดที่ติดเชื้อสูงเพื่อควบคุมโรค พิจารณาจากความสำคัญเชิงเศรษฐกิจ สังคม และกลุ่มเสี่ยง    

การตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ ถือเป็นการหักนักการเมืองที่แอบล้วงลูกบริหารจัดการวัคซีนจนบานปลายกลายเป็นปัญหา