3 ปีที่รอคอยกับ “กม. แอปเรียกรถ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468160

3 ปีที่รอคอยกับ “กม. แอปเรียกรถ”

27 พฤษภาคม 2564 – 12:22 น.

3 ปีที่รอคอยกับ “กม. แอปเรียกรถ”จับตาโค้งสุดท้ายก่อนฝันกลายเป็นจริง

เป็นเวลากว่า 3 ปีแล้วหลังจากที่กระทรวงคมนาคมได้พยายามผลักดันให้รถยนต์ส่วนบุคคลสามารถนำมาให้บริการรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย จนกระทั่งถึง “โค้งสุดท้าย” ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา เมื่อนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เผยว่า  ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. ดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว โดยหลังจากนี้จะจัดทำประกาศตามกฎกระทรวงให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และคาดว่าประกาศฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนหรือไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ไม่เฉพาะกับภาครัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นผู้โดยสาร ผู้ขับขี่ และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม 

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

ทำความรู้จักบริการ และร่างกฎหมายแอปเรียกรถ

ในยุคสมัยที่ชีวิตของผู้คนขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ทั้งการเข้าถึงสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตที่ง่ายและสะดวกสบาย ประกอบกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีและดิจิทัลที่รุดหน้าอย่างรวดเร็ว และการเติบโตของสังคมเมือง รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและคล่องตัวมากขึ้น ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้แพลตฟอร์มต่างๆ รวมถึงบริการเรียกรถผ่านแอป (Ride-hailing) มีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเพื่อเชื่อมต่อผู้โดยสารที่ต้องการใช้บริการให้สามารถเจอกับผู้ขับขี่ได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้กฎหมายไทยยังไม่ได้เปิดกว้างหรือรองรับให้สามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการสาธารณะได้ โดยเน้นให้ความสำคัญไปกับรถรับจ้างอย่างแท็กซี่เท่านั้น

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก จึงได้ผลักดันให้มีการออกกฎหมายที่จะทำให้ประชาชนสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาจดทะเบียนเป็น “รถยนต์รับจ้าง” กับกรมการขนส่งทางบกเพื่อนำไปให้บริการสาธารณะผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (หรือ แอปพลิเคชัน) ที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ให้บริการแอปพลิเคชันเรียกรถหลายราย ไม่ว่าจะเป็น แกร็บ (Grab) โบลท์ (Bolt) ไลน์แมน แท็กซี่ (LINE MAN Taxi) โกเจ็ก (Gojek) ทรูไรด์ (True Ryde) และ บอนกุ (Bonku)  

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างกฎหมายฯ ดังกล่าวยังครอบคลุมในประเด็นต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น การกำหนดขนาด กำลังขับเคลื่อน (กิโลวัตต์) หรือประเภทของรถที่จะสามารถนำมาให้บริการ การต้องติดเครื่องหมายบนตัวรถว่าเป็นรถที่ให้บริการผ่านแอป การกำหนดอายุการใช้งานของรถที่ต้องไม่เกิน 9 ปี และต้องตรวจสภาพรถตามหลักเกณฑ์ของกระทรวง รวมไปถึงการกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องแต่งกายสะอาดและสุภาพ ขณะที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันต้องมีระบบการลงทะเบียนคนขับ การกำหนดให้ต้องมีการแสดงตัวตนของคนขับ เลขทะเบียนรถ ระยะทาง ระบบติดตาม-ตรวจสอบเวลา สถานที่รับส่ง ระบบคิดอัตราค่าโดยสารล่วงหน้า ตลอดจนระบบแจ้งข้อร้องเรียนหรือขอความช่วยเหลือ เป็นต้น  

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

เมื่อแอปเรียกรถถูกกฎหมาย แล้วใครบ้างที่ได้ประโยชน์

•    ผู้โดยสาร หรือประชาชนทั่วไปที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะจะได้รับความสะดวกสบายในการสัญจรเดินทาง ซึ่งเพิ่มทางเลือกให้สามารถใช้บริการได้ทั้งการโบกรถแท็กซี่แบบเดิม หรือเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อให้มารับได้ถึงที่โดยไม่ต้องรอนาน สามารถคาดการณ์ระยะเวลาการเดินทางได้ ทั้งยังมีการแสดงราคาที่โปร่งใสให้ทราบก่อนการเดินทางทุกครั้ง และยังสามารถเลือกวิธีการชำระเงินได้ตามความสะดวก ไม่ว่าจะด้วยเงินสดหรือตัดบัญชีผ่านแอปพลิเคชันได้เลย  ที่สำคัญคือ มาตรฐานด้านความปลอดภัย เพราะมีระบบติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ มีฐานข้อมูลของคนขับที่สามารถตรวจสอบได้หากมีเหตุฉุกเฉิน และมีระบบร้องเรียนหรือระบบให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา
•    ผู้ขับขี่ ก็จะสามารถหารายได้เสริมและสร้างประโยชน์จากทรัพย์สินอย่างรถยนต์ที่มีอยู่เพื่อก่อให้เกิดรายได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องโดนดำเนินคดีทางกฎหมายเหมือนที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันหลายรายยังมอบสิทธิประโยชน์ให้กับคนขับเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติเหตุในขณะให้บริการ ระบบหรือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้คนขับ รวมไปถึงบางรายอาจมีผลิตภัณฑ์ด้านการเงินอย่างสินเชื่อหรือการผ่อนชำระสินค้าเพื่อสนับสนุนหรือแบ่งเบาภาระให้กับคนขับด้วย
•    ในส่วนของแพลตฟอร์มหรือผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาและขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะเมื่อเปิดให้มีการแข่งอย่างเสรี ย่อมส่งผลให้เกิดการยกระดับของทั้งอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการพัฒนามากขึ้น ทั้งในด้านมาตรฐานการบริการที่ดียิ่งขึ้น ราคาในการให้บริการที่สมเหตุสมผล  ซึ่งผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดก็คือผู้บริโภคนั่นเอง
•    สำหรับกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่าบริการเหล่านี้จะมาแย่งอาชีพหรือแย่งผู้โดยสาร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาครัฐพยายามสร้างความสมดุลเพื่อให้อุตสาหกรรมบริการเดินทางขนส่งสาธารณะเกิดการพัฒนาและเดินหน้าได้โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มคนขับรถแท็กซี่ในหลายมิติ เช่น การขยายอายุรถแท็กซี่จาก 9 เป็น 12 ปี การลดภาระต้นทุนติดตั้งอุปกรณ์ส่วนตัวโดยสนับสนุนการใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันเข้ามาแทนที่ ปัจจุบัน คนขับแท็กซี่หลายหมื่นรายหันมาหารายได้จากการรับงานผ่านแอปเรียกรถเหล่านี้อยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสในการหารายได้ได้สองช่องทาง ทั้งจากการรับงานแบบดั้งเดิมที่ผู้โดยสารโบกเรียกตามท้องถนน และการรับผู้โดยสารจากแอปเรียกรถที่จะช่วยประหยัดเวลาในการวนหาลูกค้า
•    และหากมองถึงผลประโยชน์ที่เกิดกับประเทศในภาพรวม การที่แอปเรียกรถถูกกฎหมายถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งในการสนับสนุนนโยบาย “ประเทศไทย 4.0” (Thailand 4.0) ของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มีการหมุนเวียนของรายได้ในระบบเศรษฐกิจมหภาค ยกระดับมาตรฐานในด้านการเดินทางและขนส่ง รวมไปถึงช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คุ้นชินกับการเรียกรถผ่านแอป รวมทั้งการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะในเมืองรอง ซึ่งไม่มีระบบขนส่งสาธารณะรองรับ ที่สำคัญ การทำให้แอปเรียกรถถูกกฎหมายยังถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันและเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันและพัฒนากฎหมายรูปแบบใหม่ที่สอดรับกับบริบทของธุรกิจดิจิทัลในปัจจุบัน ต่อไปในอนาคต

3 ปีที่รอคอยกับ "กม. แอปเรียกรถ"

ปัจจุบันมีการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาให้บริการรับส่งคนผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ นับหลายหมื่นคัน ยังไม่นับรวมคนขับแท็กซี่จำนวนมากที่หันมารับงานจากแอปเรียกรถเหล่านี้ ฝันของประชาชนคนไทยที่จะสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวมาประกอบอาชีพได้อย่างถูกกฎหมายไม่ใช่เรื่องลมๆ แล้งๆ อีกต่อไป แม้จะตามหลังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย หรือเวียดนาม แต่ก็ยังไม่สายเกินไป… อดใจอีกนิด ไม่นานเกินรอ 

ลุกเป็นไฟ ‘กะเรนนี’ รบพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468094

ลุกเป็นไฟ’กะเรนนี’ รบพม่า

26 พฤษภาคม 2564 – 18:57 น.

ประชาชนลุกขึ้นสู้ ชาวกะเหรี่ยงแดง(KPDF) ไม่ทนเผด็จการพม่า รบเดือด 5 วันติดต่อกัน

ห้วงเวลาตั้งแต่วันที่ 23-25 พ.ค.2564 กองกำลังพิทักษ์ประชาชนกะเรนนี (KPDF) ร่วมกับกองทัพกะเรนนี (Karenni Army) ซึ่งกองทหารของพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี(KNPP) ได้บุกยึดด่านตรวจและฐานของทหารพม่า ในเมืองเดโมโส่ และบอลาเค ในรัฐกะยา 

ปฏิบัติการของกองกำลังประชาชน (KPDF) สร้างความเสียหายให้แก่ฝ่ายสภาบริหารภาครัฐ(SAC) มากพอสมควร กองทัพพม่าจึงส่งกำลังทหาร และรถหุ้มเกราะ พร้อมการสนับสนุนด้วยกำลังทางอากาศ เข้าตอบโต้ฝ่ายต่อต้าน โดยระดมยิงปืนใหญ่ใส่บ้านเรือนประชาชน ทำให้ชาวกะยานับพันคน ต้องหลบหนีไปอยู่ในป่าเขา

 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า

นักรบประชาชน KPDF

    ปฏิบัติการของ KPDF ได้รับการฝึกอาวุธจากกองกำลังชาติพันธุ์กะเหรี่ยงแดง (Karenni Army) เป็นการตอบโต้ที่กองทัพพม่าเข้าคุกคาม จับกุม และกราดยิงใส่ชุมชน เพื่อข่มขู่มิให้ประชาชนเข้าร่วมกับขบวนการอารยะขัดขืน CDM และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก 

 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า
 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า

สัญลักษณ์ของกองกำลังประชาชนกะเรนนี หรือกะเหรี่ยงแดง

    ก่อนหน้านี้ กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในรัฐกะยา ได้ออกแถลงการณ์พร้อมที่จะปกป้องประชาชนในกรณีที่มีการปราบปรามผู้ประท้วงอย่างสันติในรัฐกะยา ซึ่งกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในรัฐกะยา ประกอบด้วย Kayan New Land Party (KNLP), The Karenni National People’s Liberation Front (KNPLF) หรือกะเหรี่ยงดาวแดง,Karenni National Progressive Party (KNPP) และ Karenni National Solidarity Organization (KNSO)

++
รัฐกะยา
++
    รัฐกะยา(Kayah) หรือรัฐกะเรนนี (Karenni) มีพื้นที่เล็กๆ ขนาดเท่าจังหวัด ตั้งอยู่ตอนเหนือของรัฐกะเหรี่ยง ประชาชนกะเรนนีเผชิญกับสงครามและการประหัตประหารมายาวนานหลายทศวรรษเช่นเดียวกับชาวกะเหรี่ยง 
           รัฐกะยาอยู่ติดกับแม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงและป่าไม้ ที่ราบมีน้อย แผ่นดินอุดมด้วยแร่ธาตุนานาชนิด ทั้งทองคำ ทองคำขาว เหล็ก ตะกั่ว พลอย ดีบุก วุลแฟรม และก๊าซธรรมชาติ
           ในอดีตรัฐกะยาเป็นรัฐอิสระ ไม่เคยอยู่ใต้รัฐบาลพม่า หลังจากพม่าได้เอกราชจากอังกฤษในปี 2491 รัฐกะยาถูกรวมเข้าในสหภาพพม่า เหมือนรัฐฉาน รัฐกะเหรี่ยง และรัฐมอญ
           กองทัพกู้ชาติกะเรนนี จึงถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม 2491 ในนาม “กองทัพแห่งชาติกะเรนนี” (Karenni National Army-KNA) ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี (KNPP) ทำการต่อสู้กับรัฐบาลทหารพม่าที่ยึดครองแผ่นดินของพวกเขา

 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า

ทหารกองทัพกะเรนนี 

    4 ปีที่แล้ว พม่าเจรจาให้กองกำลังติดอาวุธชาติพันธ์ต่างๆ แปรสภาพเป็น BGF Border Guard Forces กองกำลังพิทักษ์ชายแดนพม่า ก็มีทั้งกลุ่มที่ยอมและไม่ยอม โดยเฉพาะพรรคก้าวหน้าแห่งชาติกะเรนนี KNPP นำโดยนายพลบีทู ยืนยันจะต่อสู้กับเผด็จการทหารพม่าต่อไป

 ลุกเป็นไฟ'กะเรนนี' รบพม่า

ทหารพม่านำรถหุ้มเกราะ ปราบปรามประชาชน

    ปัจจุบัน ประธานสูงสุดของ KNPP คือ แตบูแพ ซึ่งค่อนข้างเก็บตัว ส่วนนายพลบีทู ทำหน้าที่ควบคุมกองกำลังรบ รวมทั้งดูแลด้านเศรษฐกิจ
            นายพลบีทู เป็นคนกะเหรี่ยงขาว ปกากะญอ นับถือศาสนาคริสต์ เกิดในครอบครัวชาวไร่ชาวนา ที่หมู่บ้านโชโหลก ทางตะวันตกของเมืองมอชี รัฐกะยา ได้เรียนหนังสือจบชั้นมัธยมปลาย มีความรู้ทั้งภาษากะเหรี่ยง ภาษาพม่า ภาษาอังกฤษ ภาษาไทใหญ่ และพูดภาษาไทยได้บ้าง

ปอกเปลือก “คณะไทยไม่ทน” รวมพลคนกลับใจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468073

ปอกเปลือก “คณะไทยไม่ทน”รวมพลคนกลับใจ

26 พฤษภาคม 2564 – 15:30 น.

แง้มโฉมหน้าแกนนำ “ไทยไม่ทน” มีทั้งคนเคยรักลุงตู่ คนเคยชังแม้ว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เมื่อวันอังคารที่ 25 พ.ค.2564 คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. พร้อมแนวร่วม เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ผ่านที่ปรึกษาสำนักปลัดสำนักนายกฯ เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้ดำเนินการตามกระบวนการประชาธิปไตย

ปอกเปลือก "คณะไทยไม่ทน"รวมพลคนกลับใจ

วีระ สมความคิด

ขบวนการไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เรียงหน้ากันมาในช่วงนี้ ทั้งกลุ่มไทยไม่ทน และกลุ่มประชาชนคนไทย มีทั้งคนกันเอง หรือคนที่เคยอยู่ฝ่ายตรงกันข้ามมาตลอด รวมกันเป็นเสื้อหลากสี เปิดอภิปรายออนไลน์ขยี้ระบอบ 3 ป. เสียเละเป็นโจ๊ก    

ในสถานการณ์รัฐบาลขาลง “จตุพร” และคณะ จึงเดินสายยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล แต่ความเป็นจริงทางการเมือง พรรคร่วมรัฐบาลไม่มีทางถอนตัว     

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์การเมืองคาดว่า หลังผ่านงบประมาณรายจ่าย 2565 เดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ น่าจะเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการผ่าทางตันของรัฐบาล    

ด้วยเหตุนี้  คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงปลุกปลอบใจมิตรสหายว่า “ปลุกประชาชนด้วยศรัทธา ก้มหน้าเดินอย่างมีหวัง เชื่อวันนี้ไม่ออก พรุ่งนี้ประยุทธ์ก็ออก”


ไทกร พลสุวรรณ

++
อดีตแนวร่วมเสื้อเหลือง
++
ต้องยอมรับกันว่า จุดอ่อนของคณะไทยไม่ทน ที่ถูกกองเชียร์ลุงตู่ หรือแม้แต่ฝ่ายประชาธิปไตยจ๋า นำมาดิสเครดิตอยู่บ่อยๆ คงหนีไม่พ้นดาวไฮด์ปาร์กหลายคน เคยเป็นแนวร่วมเสื้อเหลือง และแนวร่วม กปปส.     

วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่เคยเชียร์ทักษิณ แล้วเปลี่ยนใจมาขึ้นเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขับไล่ระบอบทักษิณ
    ปี 2552 วีระ สมความคิด นำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ไปทวงคืนดินแดนไทยรอบปราสาทพระวิหาร และบุกเข้าไปพิสูจน์เขตแดนแถว อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จนถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัวไปขังอยู่ 3 ปีเศษ    

หลังถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ กลับสู่ประเทศไทย วีระหันไปจับงานต้านคอร์รัปชัน และพุ่งเป้าไปที่รัฐบาลประยุทธ์เป็นสำคัญ    

ไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ ก็เคยนำมวลชนภาคอีสานเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ แต่ก็อยู่ในฐานะแนวร่วม    

สองปีมานี้ ไทกรเริ่มวิพากษ์การสืบทอดอำนาจของ คสช. และความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์    

ปอกเปลือก "คณะไทยไม่ทน"รวมพลคนกลับใจ

ไพศาล พืชมงคล

ปี 2556 มีอดีตนายทหารกลุ่มหนึ่ง จัดตั้งกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ไทกรได้รับบทบาทเป็นเสนาธิการร่วมเสนาธิการ กปท. ปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินี กว่า 28 วัน ก่อนจะเข้าร่วมกับการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.    

ไพศาล พืชมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจไทย-จีน สมัยม็อบเสื้อเหลือง ไพศาลก็เป็นแนวร่วมคนสำคัญของกลุ่มพันธมิตรฯ     

ช่วงรัฐบาล คสช. ไพศาลมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี) แต่รัฐบาลประยุทธ์(มาจากการเลือกตั้ง) ไพศาลไม่ได้อยู่กับ “บิ๊กป้อม” แล้ว พักหลัง จตุพรเข้าพบไพศาล ที่สำนักธรรมนิติ ย่านบางโพ ได้มีการพูดจาหารือกันมากขึ้น จึงเข้ามาร่วมเวทีไทยไม่ทน 


เมธา มาสขาว

++
ครป.ยุคใหม่
++
เมธา มาสขาว  เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งคณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ร่วมกับจตุพร พรหมพันธุ์ และอดุลย์ เขียวบริบูรณ์    

ในอดีต คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) เป็นธงนำของฝ่ายประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ แต่ช่วง 10 กว่าปีมานี้ บทบาทของ ครป. ค่อยๆหายไป เพราะแกนนำ ครป.บางคน เป็นแกนนำคนเสื้อเหลือง และเป็ยแนวร่วม กปปส.    

ภาพลักษณ์ของ ครป. จึงถูกมองว่าเป็นหางเครื่องกลุ่มจารีต และคณะเผด็จการทหาร ดังนั้น วันที่ 22-23 มิ.ย.2562 คณะกรรมการ ครป. และเครือข่ายภาคประชาชนเข้าร่วมประชุมสมัชชาวิเคราะห์สถานการณ์และความเป็นไปทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ที่ จ.กาญจนบุรี    

การประชุมสมัชชาฯ ครั้งนั้น ได้มีการเลือกคณะกรรมการ ครป.ชุดใหม่ ประธาน พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต  รองประธาน บรรจง นะแส,บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์,สุริยะใส กตะศิลา และศักดิ์ณรงค์ มงคล ส่วนเลขาธิการ เมธา มาสขาว รองเลขาธิการ กิตติชัย ใสสะอาด, ธัชพงศ์ แกดำและพิชิต ไชยมงคล      

ครป.ยุคใหม่ จึงกลับมาเป็นหัวขบวนประชาธิปไตยอีกครั้ง ด้วยการเข้าร่วมกับจตุพร พรหมพันธุ์ ฟื้นบรรยากาศพฤษภา 2535 ล้มล้างระบอบเผด็จการทหาร ซึ่งวันนี้ “ประยุทธ์” เป็นตัวแทนของกลุ่มพลังอนุรักษนิยม

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “จันทรุปราคา” ฤกษ์มงคล เสริมดวงเมือง รัฐบาลจะประคองตัวได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468072

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ “จันทรุปราคา” ฤกษ์มงคล เสริมดวงเมือง รัฐบาลจะประคองตัวได้

26 พฤษภาคม 2564 – 15:16 น.

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ดาวโคจรเป็นแนวเส้นตรง ส่งผลถึงบ้านเมือง เมื่อเกิดปรากฎการณ์”พระอาทิตย์ทรงกลด-จันทรุปราคา” ถือเป็นฤกษ์มงคล เสริมดวงเมือง แก้สถานการณ์ให้มั่นคงขึ้น และยังเสริมดวงนายกฯ แนะคนที่เกิดปี มะเมีย เถาะ ปีขาล ไหว้ขอพรเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  ดวงดาวโคจรเป็นแนวเส้นตรง  ชี้วิกฤติส่งผลถึงบ้านเมือง  ในเดือนแห่งกลียุคศัตรูขัดแย้งต่อดวงเมือง  ทำให้บ้านเมืองเข้าสู่ยุคสงคราม หรือ ก่อให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น  แต่เมื่อได้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  เมื่อวันจันทร์ที่ 24  พฤษภาคม  ท่ามกลางวิกฤติ  ขับไล่นายกฯที่พรรคประชาธิปัตย์ เกิดพระอาทิตย์ทรงกลด  ที่ทำเนียบรัฐบาล  ถือเป็นฤกษ์มงคลให้แก่บ้านเมืองและรัฐบาล  ประกอบกับคืนนี้  วันพุธที่  26  พฤษภาคม  จะเกิดจันทรุปราคา  ในเวลา  18.48 น. – 20.40  น.  ถือเป็นฤกษ์มงคล  ที่รัฐบาลจะประคองตัวเองได้ผ่าน  แต่ดวงนายกรัฐมนตรีก็ยังมีศัตรูรุกรานตลอดเวลา

“ซินแสเข่ง”   อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ  สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ตามหลักของโหราศาสตร์ซึ่งเป็นเรื่องของศาสตร์แห่งดวงดาว วิเคราะห์ตามหลักของการโคจรดวงดาว  แล้วแต่คนจะมองในแง่ไหน  เมื่อดวงจันทร์   อยู่แนวเดียวกับโลก  และพระอาทิตย์  ก็ถือว่าเป็นการบ่งบอกถึงสัญญาณอะไรบ้างอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ของโลก  อาจจะเป็นเรื่องของภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น  รวมทั้งประเทศไทย  และส่วนของประเทศไทย เหมือนสวรรค์รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  จึงเกิดเหตุ “จันทรุปราคา”  ในเวลาคับขัน และ จับยามตามเวลา  18.48  – 20.40  เป็นยามที่เสริมดวงเมือง  ให้แก้สถานการณ์ให้มั่นคงขึ้น  เพราะอาจจะเข้าสู่กลียุค  เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น  จากบุคคลที่ให้ร้ายประเทศ  ยุแหย่ให้เกิดความเกลียดชัง  การทำงานของนายกรัฐมนตรี  จึงเป็นสัญญาณของการทำนาย  ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้นอกจากจะเสริมดวงเมืองแล้ว  ยังเสริมดวงนายกรัฐมนตรี  “ประยุทธ  จันทร์โอชา”  อีกด้วย

“ซินแสเข่ง”  กล่าวเพิ่มเติมว่า  หลังจากนี้ไปหากรัฐบาลฝ่าวิกฤติผ่านเดือนมิถุนาไปแล้ว  สิ่งที่จะตามมาเกี่ยวกับเหตุการภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น  เพราะเมื่อดวงดาวบ่งชี้ว่าจะมีทั้งเหตุการณ์ที่ดี  และไม่ดี  รัฐบาลก็ต้องเตรียมพร้อมในการรับมือ  ที่จะต้องช่วยเหลือผู้ประสบภัย  สำหรับคืนนี้บ้านที่อยู่ในที่โล่ง  ก็อาจจะเห็นพระจันทร์ได้ชัดเจน  อาจจะเป็นสีชมพู  หรือสีส้ม สำหรับคนที่เกิดในปีนัก – ษัตร มะเมีย  เถาะ  และปีขาล  เพื่อขอพรให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

เปิดตัว “เอริค เซี่ย” หุ้นใหญ่ “ซิโนแวค” เศรษฐีแสนล้าน หลานชายเจ้าสัวธนินท์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/468058

 เปิดตัว “เอริค เซี่ย” หุ้นใหญ่”ซิโนแวค” เศรษฐีแสนล้าน หลานชายเจ้าสัวธนินท์

26 พฤษภาคม 2564 – 14:06 น.

 “เอริค เซี่ย” ( Eric Tse) หุ้นใหญ่ “ซิโนแวค” เจ้าของ Sino Biopharmaceutical เศรษฐีแสนล้าน   หากนับสายสัมพันธ์”ตระกูลเซี่ย” มีศักดิ์เป็นหลานชายเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์

โลกออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพของ Eric Tse เอริค เซี่ย หรือ เซี่ยเฉิงรุ่น อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ Sino Biopharmaceutical

โดยรายงานของเว็บไซต์ scmp.com ได้เขียนบทความถึง เอริค เซี่ย โดยใช้พาดหัวว่า “ใครคือ เอริค เซี่ย  ผู้ที่
เป็นมหาเศรษฐีที่รวยกว่าโดนัลด์ ทรัมป์ เพียงชั่วข้ามคืน”

 เปิดตัว "เอริค เซี่ย" หุ้นใหญ่"ซิโนแวค" เศรษฐีแสนล้าน หลานชายเจ้าสัวธนินท์

                                               เอริค เซี่ย

 เปิดตัว "เอริค เซี่ย" หุ้นใหญ่"ซิโนแวค" เศรษฐีแสนล้าน หลานชายเจ้าสัวธนินท์

รายงานระบุว่า เอริค เซี่ย ได้รับมรดกเป็นหุ้นในบริษัท Sino Biopharmaceutical มูลค่า 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ (คิดเป็นเงินไทยราวแสนล้านบาท) จากพ่อแม่ของเขา

ตระกูลเซี่ยมี 2 สายคือสายประเทศจีน และสายประเทศไทย ต้นตระกูลคือ เซี่ยอี้ชู คหบดี เมืองซ่านโถว พ่อของเซี่ย เจิ้งหมิน และเซี่ยกั๋วหมิน (นายธนินท์ เจียรวนนท์)

จะเห็นได้ว่า เซี่ยเจิ้งหมิน คือพ่อของ เซี่ยปิง นั่นเท่ากับว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ จะเป็น “ลุง, อา” ของ เซี่ยปิง และเซี่ยปิง คือพ่อของ เอริค เซี่ย ก็เท่ากับว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ มีศักดิ์เป็นปู่ ของ เอริค เซี่ย ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Sino Biopharmaceutical

 เปิดตัว "เอริค เซี่ย" หุ้นใหญ่"ซิโนแวค" เศรษฐีแสนล้าน หลานชายเจ้าสัวธนินท์

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ เมื่อ 25 พ.ค.  2564 เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ออกแถลงการณ์ชี้แจง ระบุว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อวัคซีน Sinovac ของรัฐบาล ทั้งทางตรงและทางอ้อม เนื่องจากปัจจุบันปรากฏข่าวสารสับสนเกี่ยวกับวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ทางโลกออนไลน์ โดยระบุว่า (1) ซีพีถือหุ้นซิโนแวค 15% และ (2) ซีพีอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อวัคซีนซิโนแวคของรัฐบาลนั้น 

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ขอแจ้งให้ทราบว่า ข้อมูลดังกล่าว ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยมีข้อเท็จจริง ดังนี้

การจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค เป็นแบบรัฐบาล ต่อรัฐบาล (G2G) เท่านั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับซีพี ทั้งทางตรงและทางอ้อมเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น บริษัทซิโนแวค 15% ตามที่เป็นข่าว
โดยข้อเท็จจริง ผู้ลงทุน คือ Sino Biopharmaceutical ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ของจีน จดทะเบียนใตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยในบริษัท Sino Biopharmaceutical นี้ เท่านั้น
ข้อเท็จจริง ผู้ขายหุ้น คือ Sinovac Life Sciences เป็นบริษัทลูกของบริษัท ซิโนแวค ต้องการระดมทุน เพื่อต้องการขยายกำลังการผลิตวัคซีนซิโนแวค
ข้อเท็จจริง Sino Biopharmaceutical เข้าไปถือหุ้นใน Sinovac Life Sciences จำนวน 515 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 15.03% ถือเป็นการดำเนินธุรกิจของบริษัทดังกล่าวเอง โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ได้มีหุ้นใด ๆ และไม่ได้มีสิทธิการเป็นเจ้าของ ในบริษัท Sinovac Life Sciences ใด ๆ ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นเพียงผู้ถือหุ้นรายย่อยในSino Biopharmaceutical ที่เข้าไปลงทุนผ่านทางตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ไม่มีสิทธิในการบริหารและแทรกแซงการตัดสินใจใด ๆ ใน Sinovac
และเครือเจริญโภคภัณฑ์ขอยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม กับการสั่งซื้อวัคซีน Sinovac ของรัฐบาล เข้ามาในประเทศไทยอย่างที่เกิดการบิดเบือนในสื่อออนไลน์แต่อย่างใด

ทั้งนี้หากพบว่า ยังมีการเจตนานำข้อมูลไปบิดเบือน และสร้างความเสียหายก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

‘ชนาพรรณ’ พี่สาว ‘ทอน’ ลุย กทม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467991

‘ชนาพรรณ’ พี่สาว ‘ทอน’ ลุย กทม.

25 พฤษภาคม 2564 – 18:37 น.

จับตา “ชนาพรรณ” พี่สาวธนาธร จะเป็นกองหนุนหรือกองหน้า “กลุ่มเปลือกส้ม” ในสมรภูมิท้องถิ่นเมืองกรุง

++

ช่วงเดือน มี.ค.2564 มีข่าว “ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ” พี่สาวของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เตรียมตัวจะลงสมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนามพรรคก้าวไกล และมีอ้างถึงสเป็ก “ใหม่ ชัด โดน” ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

ต่อมา ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล รีบออกมาชี้แจงทันทีว่า  ข่าวนี้ไม่เป็นความจริง ผู้จะลงสมัครผู้ว่า กทม. ของก้าวไกล ไม่ใช่คนนี้แน่นอน

ต้นเดือน พ.ค.2564 พรรคก้าวไกล ได้เปิดตัว “กลุ่มเปลือกส้ม” พร้อมกับแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ก. ในบางเขต และแจกจ่ายถุงน้ำใจ “ก้าวไปได้ไกล ก้าวไปด้วยกัน” ให้กับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะวิกฤตโรคระบาดโควิด-19

'ชนาพรรณ' พี่สาว 'ทอน' ลุย กทม.
'ชนาพรรณ' พี่สาว 'ทอน' ลุย กทม.

                                            กลุ่มเปลือกส้ม

นอกจากนี้ กลุ่มเปลือกส้ม ยังส่งมอบเครื่องช่วยหายใจ HFNC ให้แก่โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน 

ดังที่ทราบกัน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้พูดคุยกับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยคณะก้าวหน้า จะส่งผู้สมัคร อบจ. ,เทศบาล, เมืองพัทยา และ อบต. ส่วนกรุงเทพมหานคร เป็นภารกิจของพรรคก้าวไกล 

แกนนำคณะก้าวหน้า และพรรคก้าวไกล จึงตั้งกลุ่มเปลือกส้ม ขึ้นมา เพื่อเตรียมการหาตัวผู้สมัคร ส.ก. และว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเวลานี้ มีการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ก.ไปบ้างแล้ว 

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2564 มูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา ,คณะก้าวหน้า ,พรรคก้าวไกล และกลุ่มเปลือกส้ม ออกตรวจโควิดเชิงรุก เพื่อบริการประชาชนฟรี พร้อมแจกถุงน้ำใจสำหรับผู้มีรายได้น้อยที่ต้องกักตัวในบ้าน บริเวณใกล้ตลาดวัดสะพาน ดินแดง กรุงเทพมหานคร

ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจโควิดเชิงรุกให้กับชุมชนตลาดวัดสะพาน เขตดินแดง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนาดำเนินการมาตลอดตั้งเเต่มีการระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยวัตถุประสงค์สำคัญจากกรณีที่การบริการของระบบสาธารณสุขภาครัฐเข้าไม่ถึงประชาชน เราอยากจะเป็นอีกหนึ่งแรงที่เข้ามาช่วยตรวจหาผู้ป่วยที่ติดเชื้อ นอกจากนั้นเมื่อพบผู้ติดเชื้อเเล้วเราก็จะช่วยประสานไปยังสถานพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาต่อไป

ที่ผ่านมา มูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา มีส่วนร่วมสนับสนุนและบริจาคให้กับทางกลุ่มเปลือกส้มในการทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ อุปกรณ์ตรวจโควิดเชิงรุกแบบ rapid antigen test และถุงน้ำใจ 

มูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2550 โดย สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท เพื่อเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร และมีความตั้งใจช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ อาทิ การบำบัดความเดือดร้อนทางสาธาณภัยต่าง ๆ กิจกรรมช่วยลดโลกร้อนและกิจกรรมทางด้านการส่งเสริมการศึกษา

'ชนาพรรณ' พี่สาว 'ทอน' ลุย กทม.

                                ชนาพรรณ แม่ทัพไทยซัมมิท

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลาแล้ว ‘เจี๊ยบ นครปฐม’ สมัยสุดท้าย

++
เธอชื่อ “จิง”

“จิง” ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ลูกสาวคนโตของพัฒนา-สมพร วัย 40 ปี ได้รับมอบหมายให้รับช่วงกิจการต่อจากบิดา- พัฒนา จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ก่อตั้งไทยซัมมิทฯ 

ชนาพรรณจบการศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการจัดการการผลิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านการเรียนรู้งานกิจการของครอบครัวมาหลากหลาย ตั้งแต่เด็ก ขณะที่เธอกำลังฝึกงานอยู่ที่ Mitsubishi Corporation ที่ญี่ปุ่น ก็ทราบข่าวว่า บิดาเสียชีวิต

หลังสามีเสียชีวิต “สมพร” จึงปรับทัพใหม่ โดย “จิง” เข้ามาดูแลด้านการเงินทั้งหมด พร้อมกับนั่งเก้าอี้รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท โอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด 
 ทุกวันนี้ ชนาพรรณ ทำหน้าที่แทนแม่สมพรเกือบทุกตำแหน่ง ทั้งงานบริหารบุคคล จัดซื้อ-จัดจ้าง และทำโปรเจ็กต์ใหม่ๆ ในกิจการต่างประเทศ ที่ไทยซัมมิทกระจายอยู่ ทั้งในจีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, อเมริกา และเวียดนาม

น่าจับตา บทบาทของชนาพรรณ รองประธานมูลนิธิไทยซัมมิทพัฒนา กับกลุ่มเปลือกส้ม ในช่วงนี้ จะเป็นแค่ “กองหนุน” หรือโผล่ออกมายืนเป็น “กองหน้า” บนสังเวียนผู้ว่าฯ กทม.

'ชนาพรรณ' พี่สาว 'ทอน' ลุย กทม.

                 ธนาธร แม่สมพร และชนาพรรณ ตอนหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.

“ศรีนวล” เหยื่อหิวแสง หัวหน้าหิวอะหยัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467949

“ศรีนวล” เหยื่อหิวแสง หัวหน้าหิวอะหยัง

25 พฤษภาคม 2564 – 14:26 น.

ทัวร์ลง “ส.ส.ศรีนวล” เหยื่ออารมณ์ เพราะใครบางคนในภูมิใจไทย เดินเกมพลาด คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กรณีป้ายรณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดของ “ศรีนวล บุญลือ” ส.ส.เชียงใหม่ พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่ อ.ดอยหล่อ, อ.สันป่าตอง, อ.จอมทอง และ อ.แม่วาง กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองไปทันที

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…

รื้อแล้ว… “ศรีนวล” สั่งรื้อป้าย ปัดหาเสียง แค่อยากให้ปชช.ฉีดวัคซีนกันเยอะๆ
ภูมิใจ “หนู” ประชานิยมวัคซีน 

"ศรีนวล" เหยื่อหิวแสง หัวหน้าหิวอะหยัง

ส.ส.ศรีนวล ยังออกพบชาวบ้านตามปกติ

เมื่อป้ายนั้น มีภาพหัวหน้าอนุทิน กับศรีนวล พร้อมมีข้อความว่า “ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ชีวิตปลอดภัย” จึงมีกระแสวิจารณ์ถึงความเหมาะสม     

ในโซเชียล กลุ่มที่ฝังความแค้น ส.ส.ศรีนวล ตั้งแต่ช่วงถูกขับออกจากพรรคอนาคตใหม่ ไปพรรคภูมิใจไทยก็ถล่มว่า เธอเป็นคนจำพวกหิวแสง อยากเด่นอยากดัง    

ประกอบกับ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดกับนักข่าวว่า “ผมขอยืนยันว่าไม่ได้สั่งการให้ทำเป็นการทำกันเอง โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากตนเอง ผมได้ตำหนิไปแล้วว่าไม่ควรทำ พร้อมทั้งสั่งให้เอาป้ายออกแล้ว และขอย้ำว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งหาเสียง..”    

ดั่งที่ได้ร่ายยาวไปในคอลัมน์นี้ไปแล้ว ป้ายรณรงค์ประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ไม่ได้มีแค่ ส.ส.ศรีนวล คนเดียวเท่านั้น หากยังมี ส.ส. และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย อีกหลายจังหวัดได้ติด “ป้ายฉีดวัคซีน” เช่นเดียวกัน     

สรุปว่า ศรีนวล บุญลือ ไม่ได้ทำไปตามลำพัง หากแต่เป็นนโยบายเฉพาะหน้าของพรรคภูมิใจไทย ที่พยายามปลุกระดมประชาชนไปลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิด 

"ศรีนวล" เหยื่อหิวแสง หัวหน้าหิวอะหยัง

ทีมงาน อสม.ของ ส.ส.ศรีนวล

++
เหยื่ออารมณ์
++
หลังหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่าทางพรรคไม่ได้สั่งการให้ทำ ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ จึงให้ทีมงานถอดป้ายเชิญชวนฉีดวัคซีนออกไป    

ส.ส.ศรีนวล อธิบายว่า แนวคิดดังกล่าวมาจากที่ได้พูดคุยกับเพื่อน ส.ส.ในพรรคภูมิใจไทย สำหรับการใส่ภาพของอนุทิน เนื่องจากเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ไม่ใช่การหาเสียงแต่อย่างใด     

จริงๆแล้ว ไม่ใช่เรื่อง ส.ส.คิดกันเองหรอก ยกตัวอย่าง “เจ๊นาง” วันเพ็ญ เศรษฐรักษา อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย เคยลงสมัคร ส.ส.มา 2 รอบแล้ว สู้กระแสทักษิณไม่ได้ จึงสอบตก แต่ไม่ท้อถอยยังเดินหน้าหาเสียงต่อเนื่อง    

เมื่อวันที่ 24 พ.ค.2564 “เจ๊นาง” ได้ลงพื้นที่รณรงค์เชิญชวนให้ อสม. ผู้สูงอายุ ลงทะเบียนฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด19 ในพื้นที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ และทุกแห่งที่เจ๊นางไปพบชาวบ้าน จะป้ายไวนิล ที่มีภาพของเจ๊นางกับอนุทิน เหมือนศรีนวลกับหัวหน้าพรรค แถมข้อความก็แตกต่างกัน    

สังเกตได้ว่า อดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ได้ติดป้ายฉีดวัคซีนแบบเดียวกับ ส.ส.ศรีนวล มากกว่าคนที่เป็น ส.ส. ราวกับว่า กำลังจะมีการเลือกตั้งในเร็ววันนี้    

ดังนั้น อนุทินจะมาพูดว่า พรรคไม่ได้สั่งการทำป้ายก็ดูแปลกๆ เพราะรูปแบบของป้ายเหมือนสั่งทำจากโรงงานเดียวกัน 

"ศรีนวล" เหยื่อหิวแสง หัวหน้าหิวอะหยัง

เจ๊นาง ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ ก็ทำแบบเดียวกับ ศรีนวล

++
ชีวิตศรีนวล
++
ถ้าประชาชนในเขต 8 เชียงใหม่ จะทราบดีว่า หลังเจอกระแสโจมตีเรื่อง “งูเห่า” ส.ส.ศรีนวล ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานช่วยเหลือชาวบ้าน โดยอาศัยความที่พรรคภูมิใจไทย คุมกระทรวงคมนาคม และกระทรวงสาธารณสุข จึงประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ได้ง่ายกว่า ส.ส.พรรคอื่น    

ตระกูลของ “ศรีนวล บุญลือ” เป็นคนเก่าแก่ของ ต.แม่วิน ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งที่เคยอยู่กับ อ.สันป่าตอง ขณะนั้น ต.แม่วิน ห่างไกลความเจริญ (ปัจจุบันขึ้น อ.แม่วาง)     

ศรีนวลทำงานเป็น อสม. และผู้นำสตรีของชุมชน จึงได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบต.แม่วิน ก่อนจะขยับมาเล่นการเมืองสนามระดับจังหวัด เป็น ส.อบจ.เชียงใหม่ เขต อ.แม่วาง และเป็นที่ปรึกษาพิเศษนายก อบจ.เชียงใหม่ (บุญเลิศ บูรณุปกรณ์)    

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ศรีนวลเป็นหัวคะแนนของ สุรพล เกียรติไชยากร อดีต ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 อ.จอมทอง และ อ.แม่วาง บังเอิญว่า เลือกตั้งหนที่แล้ว สุรพลเจอใบเหลือง ต้องเลือกตั้งซ่อม ศรีนวลได้คะแนนส่วนหนึ่งมาจากเพื่อไทย จึงได้เป็น ส.ส.หญิงคนแรกของ อ.แม่วาง    

เมื่อโควิดระบาดปีที่แล้ว ศรีนวลพร้อมทีมงานพรรคภูมิใจไทยลงพื้นที่เชียงใหม่ เขต 8 มอบหน้ากากผ้า เจลล้างมือ น้ำดื่ม และฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามชุมชนต่างๆ ความคึกคักของหน้าฟีดข่าวแฟนเพจ ส.ส.ศรีนวล กลับมาอีกครั้ง ทีมงานศรีนวลลุยแจกเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยชาวบ้านทุกหมู่บ้าน     

สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ศรีนวล ต้องต่อสู้กับทายาท ของสุรพล เกียรติไชยากร พรรคเพื่อไทย ซึ่งไม่ง่ายเลยที่เธอจะเอาชนะไปได้ง่ายๆ

ลาแล้ว ‘เจี๊ยบ นครปฐม’ สมัยสุดท้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467867

ลาแล้ว ‘เจี๊ยบ นครปฐม’ สมัยสุดท้าย

24 พฤษภาคม 2564 – 18:30 น.

ส.ส.สายล่อฟ้า “เจี๊ยบ ก้าวไกล” ได้เวลาหลบฉาก ขอเป็น ส.ส.สมัยสุดท้าย 

++

เอ่ยชื่อ “เจี๊ยบ นครปฐม” หรือ “เจี๊ยบ ก้าวไกล” ในโซเชียล ก็มีทั้งบวก ทั้งลบ ทั้งเชียร์ ทั้งแช่ง เพราะเธอเป็น “คนแรง” 

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2564 ที่อาคารรัฐสภา มีการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 แก่ ส.ส. บุคลากรของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร บุคคลในวงงานรัฐสภา และสื่อมวลชนประจำรัฐสภา และหนึ่งในนั้น มี “ส.ส.เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้ารับการฉีดวัคซีน

ส.ส.เจี๊ยบ ได้ใช้เฟซบุ๊ค Amarat Chokepamitkul สื่อสารถึงเอฟซี โพสต์ภาพตัวเองเข้ารับการฉีดวัคซีนซิโนแวค พร้อมเขียนข้อความว่า “ประธานสภาฉีดวัคซีนแล้ว และกลัวมีปัญหาไม่ได้ร่วมอภิปรายงบประมาณรายจ่ายปี 65 เมื่อเปิดสมัยประชุมสภาในสัปดาห์หน้า...”

จากนั้น ก็มีเอฟซีค่ายสีส้ม เข้ามาแสดงความเห็นมากมาย รวมถึงสื่อออนไลน์นำภาพ ส.ส.เจี๊ยบ ไปเล่นข่าว “ฉีดไป ด่าไป” ทำเอาขาใหญ่ฝ่ายประชาธิปไตยบางคน ออกมาตำหนิ ส.ส.เจี๊ยบว่า ไม่มีอุดมการณ์ ไปฉีดวัคซีนซิโนแวค

ตกค่ำๆ ส.ส.เจี๊ยบ ลบโพสต์นั้นทิ้ง และโพสต์ใหม่ มีข้อความว่า “เมื่อวานบ่าย ฉีดวัคซีนซิโนแวค ตอนค่ำมีไข้หนาวสั่นกินพารา เข้านอนตื่นเช้าไข้ลด ตอนนี้ปกติดี ถ้าเลือกได้ไม่เคยอยากฉีดแต่อยากทำงานต่อก็จำเป็น”

มีเอฟซี ส.ส.เจี๊ยบ รายหนึ่งมาคอมเมนท์ว่า “พี่เจี๊ยบครับ ผมไหว้ล่ะขอสมัยหน้าอีกสมัยได้ไหมครับพี่ ช่วยลงสมัคร ส.ส. เพื่อเป็นแบบอย่างบรรทัดฐานของตัวแทนประชาชนที่แท้จริงให้กับส.ส.รุ่นต่อไปก่อนนะครับ..”

จากนั้น ส.ส.เจี๊ยบ ตอบว่า “ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ ไม่ลงสมัคร ส.ส.แล้ว ก็จะยังช่วยทำงานให้พรรคไม่ทิ้งไปไหนค่ะ”

ก่อนหน้านี้ ส.ส.เจี๊ยบ ได้เคยบอกกับแกนนำพรรคก้าวไกลแล้วว่า สมัยหน้าจะไม่ลงสมัคร ส.ส. จะทำงานในพรรคอย่างเดียว ทุกวันนี้ เธอได้หน้าทำหน้าที่คัดเลือกตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคก้าวไกล ในภาคกลาง 

ลาแล้ว 'เจี๊ยบ นครปฐม' สมัยสุดท้าย

                                     ส.ส.เจี๊ยบกับป้าเป้า

++
ลูกสาวกำนันหัวโต 

ถ้าติดตามความเคลื่อนไหวของ “เจี๊ยบ” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล มาตั้งแต่สมัยคนเสื้อแดงเฟื่องฟู เธอจะสนใจการเมืองเชิงโครงสร้าง มากกว่าการเมืองแบบนักเลือกตั้ง เธอจึงศรัทธาในแนวคิดสุรชัย แซ่ด่าน มากกว่าแกนนำ นปช.

ส.ส.เจี๊ยบ” เป็นลูกสาวกำนันหัวโต-สัมพันธ์ โชคปมิตต์กุล อดีตกำนัน ต.นครปฐม และเจ้าของ บจก.สัมพันธ์ปิโตเลียม ซึ่งสนิทสนมกับ “หัวหน้าอ้อน” หรือ “เสี่ยอ้อน” ไชยา สะสมทรัพย์ มานาน โดยเฉพาะยุคพรรคไทยรักไทย พวกเขาชื่นชอบทักษิณ ชินวัตร

หลังรัฐประหาร 2549 “เจี๊ยบ” ลูกสาวกำนันหัวโต จึงนำพาคนรักทักษิณแถวนครปฐม เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหาร และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการคนเสื้อเสื้อแดง 

เมื่อมีรัฐประหาร 2557 ลูกสาวกำนันหัวโต จึงนำมวลชนเข้าร่วมกับ รังสิมันต์ โรม , จ่านิว-สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ,อานนท์ นำภา ฯลฯ ในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ขยับทำกิจกรรมต้าน คสช. ซึ่งนักกิจกรรมรุ่นใหม่ ต่างรู้จักชื่อเสียง “พี่เจี๊ยบ นครปฐม” เป็นอย่างดี

ลาแล้ว 'เจี๊ยบ นครปฐม' สมัยสุดท้าย

                                   ส.ส.เจี๊ยบ และครอบครัว

++
นครปฐมไม่เปลี่ยน

ปี 2561 ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์ธรรมศาสตร์ ที่คุ้นเคยกับ “เจี๊ยบ” จึงชวนให้มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เธอตัดสินใจเล่นการเมือง โดยทางครอบครัวก็สนับสนุน

ช่วงเลือกตั้ง 2562 เจี๊ยบลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และช่วยหาเสียงผู้สมัคร ส.ส.เขต ในพื้นที่นครปฐม ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ย่อมตกเป็นรองอย่างแน่นอน

ผลเลือกตั้งครั้งนั้น ต้องพูดว่า หักปากกาเซียน เมื่อ “สะสมทรัพย์” บ้านใหญ่นครปฐม ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เป็น ส.ส.คนเดียว นอกนั้นแพ้รวด รวมถึงอนุชา สะสมทรัพย์ และเผดิมชัย สะสมทรัพย์ 

พรรคอนาคตใหม่ ได้ 2 ที่นั่งคือ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เขต 3 และจุมพิตา จันทรขจร เขต 5 แต่ตอนหลัง จุมพิตาป่วย จึงต้องลาออก มีเลือกตั้งซ่อม เผดิมชัย กลับมาเอาชนะไพรัฎฐโชติ จันทรขจร สามีของจุมพิตา

ลึกๆแล้ว ชัยชนะของพรรคอนาคตใหม่หรือก้าวไกลในเวลานั้น มาจากพรรคไทยรักษาชาติ ถูกยุบ และกระแส 2 ขั้ว “เอาตู่หรือเอาธนาธร” ที่พัดแรงมาจากเมืองหลวง ตระกูล “สะสมทรัพย์” ในสีเสื้อชาติไทยพัฒนา จึงถูกมองข้าม

ปลายปีที่แล้ว เลือกตั้งนายก อบจ.นครปฐม ทีมก้าวหน้า ส่งผู้สมัครนายก อบจ. แข่งกับจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ลูกชายคนโตของไชยา ผลปรากฏว่า ทีมก้าวหน้าพ่ายยับ ส่งผลถึงการเลือกตั้งเทศบาลเมืองนครปฐม ที่ไม่มีตัวแทนจากสายสีส้มมาท้าแข่งตระกูล “แก้วพิจิตร”

สรุปการเมืองท้องถิ่นของนครปฐม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง “สะสมทรัพย์” ยังยึดครอง อบจ.นครปฐม และ “แก้วพิจิตร” บริหารเทศบาลเมืองนครปฐมต่อไป

ภูมิใจ “หนู” ประชานิยมวัคซีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467846

ภูมิใจ “หนู” ประชานิยมวัคซีน

24 พฤษภาคม 2564 – 15:45 น.

ตาวิเศษเห็นนะ “ป้ายชวนฉีดวัคซีน” มีภาพ ส.ส. คู่ “เสี่ยหนู” แถมแจกประกันโควิดแก่ อสม. คอลัมน์… ท่องยุทธภพ. โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
สืบเนื่องจากกรณี ธงทอง จันทรางศุ อดีตปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Tongthong Chandransu เกี่ยวกับภาพป้ายโฆษณาของพรรคภูมิใจไทย ระบุข้อความว่า “ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด ชีวิตปลอดภัย” พร้อมภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กับ ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย

ภูมิใจ "หนู" ประชานิยมวัคซีน

ทีม ส.ส.ศรีนวล พร้อม อสม.

“ตัวอักษรบอกสถานที่ฉีดวัคซีนขนาดนิดน้อยจนแทบมองไม่เห็น ข้อมูลที่ประชาชนควรทราบเพื่อเตรียมการฉีดวัคซีน มีอะไรบ้างหนอ ถ้าชาวบ้านร้านตลาดสงสัยอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมจะติดต่อได้ที่ไหนอย่างไร เฮ้อ…อ้อ! วัคซีนนี้ป้าศรีนวลออกสตางค์ซื้อมาใช่ไหมครับ ผมเข้าใจดีว่าป้ายนี้เป็นป้ายของพรรคการเมืองจัดทำขึ้น ก็เลยอยากจะถามต่อไปว่าความเหมาะความควรของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ใด และถูกต้องกับเทศกาลความทุกข์ยากของบ้านเมืองเพียงใด หรือไม่”    

เช้าวันที่ 24 พ.ค.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีสาธารณสุข พร้อมกับศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม ได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมศูนย์ฉีดวัคซีนสถานีกลางบางซื่อ นักข่าวจึงประเด็นนี้ไปสอบถามหัวหน้าพรรคทันที    

ภูมิใจ "หนู" ประชานิยมวัคซีน

เจ๊รวยคนสนิท “ศักดิ์สยาม” มอบประกันโควิดให้ อสม.

“เสี่ยหนู” ชี้แจงว่า ป้ายโฆษณาเชิญชวนไปฉีดวัคซีนที่ว่านี้ ไม่ได้รับความเห็นชอบจากเขา และย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ควรเป็นการเมือง จับน้ำเสียงของเสี่ยหนู ดูเหมือนจะโกรธลูกพรรคที่ไปทำแบบนั้น    

อย่างไรก็ตาม กรณีป้ายโฆษณาผลงานของ ส.ส.บ้านเรา ไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก 

++
ศรีนวลเจ้าเก่า
++
ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เขต 8 เชียงใหม่ ที่ย้ายจากพรรคอนาคตใหม่ มาสังกัดพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากอุดมการณ์ไม่ตรงกับแกนนำพรรค เธอมักถูกจ้องโจมตีจากกองเชียร์สีส้ม    

ส่องเฟซบุ๊กของ ส.ส.ศรีนวล เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2564 เธอโพสต์ว่า “วันนี้ได้รับวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 2 ..ในการฉีดวัคซีนไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าหากเราเตรียมตัวมาดี พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ อยากให้พ่อแม่พี่น้องทุกท่านไว้ใจ และร่วมมือกันฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเราเอง และคนใกล้ชิด เพื่อให้ชีวิตเรากลับคืนมาเหมือนเดิมเจ้า”

ภูมิใจ "หนู" ประชานิยมวัคซีน

สมบูรณ์ ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์    

พร้อมกันนั้น ศรีนวลได้ลงภาพที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด 2 เข็ม และภาพเชิญชวนให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีน ที่มีภาพตัวเธอคู่กับอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข     

จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีแค่ ส.ส.ศรีนวล อย่าง อนาวิล รัตนสถาพร ส.ส.ปทุมธานี เขต 3 ได้โพสต์เฟซบุ๊กลงภาพคู่กับอนุทิน เชิญชวนคนไปฉีดวัคซีน เช่นเดียวกับอภิชา เลิศพชรกมล ส.ส.นครราชสีมา เขต 9 พรรคภูมิใจไทย    

ส.ส.ไข่ดำ ภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง เขต 1 สายตรงของเจ๊เปี๊ยะ ได้โพสต์ภาพตัวเขาคู่กับอนุทิน และข้อความเดียวกันกับ ส.ส.ศรีนวล    

หากพิจารณาจากการทำเอกสารแผ่นพับแล้ว เป็นเรื่องที่พรรคภูมิใจไทย จงใจจะให้ ส.ส.ทุกคน ลงภาพคู่อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะแม่ทัพด้านสารณสุข

ภูมิใจ "หนู" ประชานิยมวัคซีน

เจ้นาง อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ โปรดสังเกตป้ายด้านหลัง

++
ประกันโควิด
++
ไม่เพียงแต่ป้ายเชิญชวนประชาชนไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเท่านั้น ส.ส. และทีมงานพรรคภูมิใจไทย ยังสนับสนุนการทำงานของ อสม. ในฐานะนักรบแนวหน้าสู้โควิด    

ยกตัวอย่าง “เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีคมนาคม (ศักดิ์สยาม ชิดชอบ) พร้อมด้วยทีมงาน อบจ.อำนาจเจริญ กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ ลงพื้นที่ให้กำลังใจและรับมอบเอกสารการทำประกันภัยโควิด-19 ให้ อสม.และเจ้าหน้าที่ รพ.สต.     

แม้ จ.อำนาจเจริญ จะไม่มี ส.ส.ค่ายภูมิใจไทย แต่นายก อบจ.อำนาจเจริญ และนายกเทศมนตรีเมืองอำนาจเจริญ ก็เป็นของกลุ่มภูมิใจไทยอำนาจ การเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้า “ศักดิ์สยาม” มั่นใจว่า ได้ 2 ที่นั่งแน่นอน จึงทุ่มสรรพกำลังลงพื้นที่อำนาจเจริญเต็มที่    

ภูมิใจ "หนู" ประชานิยมวัคซีน

ส.ส.ไข่ดำ พัทลุง

จักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 7 ก็มอบเอกสารประกันภัยโควิด-19 ให้แก่ อสม. เหมือน ภูมิศิษฏ์ คงมี ส.ส.พัทลุง และ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อีกหลายจังหวัด    

สรุปว่า ช่วงโควิดระบาดรอบนี้ พรรคภูมิใจไทย มีนโยบายให้ ส.ส. หรืออดีตผู้สมัคร ส.ส.รณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีน และมอบประกันภัยโควิด-19 ให้ อสม.

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์ ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ชี้ เป็นการเสริมดวงเมือง ให้มีความแข็งแกร่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/467831

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์ ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ชี้ เป็นการเสริมดวงเมือง ให้มีความแข็งแกร่ง

24 พฤษภาคม 2564 – 14:14 น.

‘ซินแสเข่ง’ วิเคราะห์ ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ พระอาทิตย์ทรงกรด เหนือตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล ชี้ เป็นการเสริมดวงเมือง ให้มีความแข็งแกร่ง แต่ต้องเตือนภัยกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น

ซินแสเข่ง วิเคราะห์วิกฤติมูลเหตุของการที่จะเกิดปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ในวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 เวลาประมาณ 18.40 น. ถึงเวลา 20.48 น.ในต่างประเทศ จะเห็นพระจันทร์สีส้ม ในกรุงเทพฯอาจจะเป็นสีชมพู ซึ่งเป็นการโคจร ของดวงจันทร์ให้อยู่เป็นแนวเส้นตรงกับโลก และพระอาทิตย์ ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้จะส่งผลให้บ้านเมืองมีสิ่งที่เป็นมงคล ซึ่งเวลาตามหลักของโหราศาสตร์จีน เวลาเคลื่อนตัวโคจรให้เห็นปรากฏการณ์ 18.40 -20.48 น. ตกยามจอ ซึ่งตามหลักของศาสตร์ถูกโฉลกกับดวงเมืองในเวลาที่เสริมดวงเมือง เพราะในยามของเดือนพฤษภาคม ที่จะเกิดเหตุการณ์วิปริตของบ้านเมืองเกิดขึ้น และซึ่งตรงกับวันพระขึ้น15 ค่ำ วันจอ เช่นเดียวกันให้ว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีอันเป็นมงคล เพราะเดือนนี้เป็นเดือนแห่งความวินาศเกิดขึ้น แต่การที่เกิดเหตุการณ์ทางธรรมชาติครั้งนี้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่เป็นการเสริมดวงเมือง ให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น  

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ซินแสเข่ง”ผ่าดวงวิกฤติ “สุทธิพงศ์” ดวงตก โดนคดีหนัก หาเรื่องใส่ตัวเอง
 

ซินแสเข่ง อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า อีกทั้งในวันจันทร์ที่ 24 พ.ค.2564 ที่เหนือตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาลได้เกิดเหตุการณ์ พระอาทิตย์ทรงกรด ในเวลา 12.15 น.ซึ่งเป็นยามมะเมีย กลับเป็นยามที่ดีที่เกิดเหตุการณ์เหนือความคาดหมาย ที่ถือว่าเป็นการส่งผลเสริมดวงเมือง เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์อันอัปมงคลในเดือนแห่งความวิปลาส ซึ่งวันนี้ความจริงและเป็นวันแห่งการปะทะที่มีดวงตกแตกแยก พลัดพราก และตายจาก ที่จะเกิดความรุนแรง

'ซินแสเข่ง' วิเคราะห์ ปรากฏการณ์ตามธรรมชาติ ชี้ เป็นการเสริมดวงเมือง ให้มีความแข็งแกร่ง

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า แต่ต้องเตือนภัยกับภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น จากพายุ ภัยธรรมชาติ วาตะภัย อุทกภัย ที่จะต้องเตือนภัยทุกภาคส่วน และความเครียดของคนความคิดจิตวิปลาสของจิตคนที่จะมีความรุนแรงเกิดขึ้น การฉกฉวยโอกาศ กระทำการแย่งชิง และทำลาย อีกทั้งเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่เกี่ยวกับศาสนา เรื่องวิญญาณ เทพเทวดาเทพารักษ์ ที่จะก่อให้เกิดเหตุอัปมงคลเกิดขึ้นในแผ่นดิน จากการกระทำของมนุษย์