ศึกในอก “อู๊ดด้า” สะตอไม่สามัคคี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465145

ศึกในอก “อู๊ดด้า” สะตอไม่สามัคคี

28 เมษายน 2564 – 15:28 น.

พายุโควิดโหมซัดเรือเหล็ก “กัปตันอู๊ดด้า” ถูกคนใน ปชป.กดดัน เที่ยวหน้าไหวมั้ยในสมรภูมิเลือกตั้ง

++
จบไปแล้ว เรื่องการแบ่งงานรัฐมนตรี  เมื่อ “จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่า ปัญหาการแบ่งงานรัฐมนตรีดูแลพื้นที่ภาคใต้น่าจะเป็นที่ยุติแล้ว 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “กัปตันอู๊ดด้า” นำพา ปชป.หนุนลุงตู่

ศึกในอก "อู๊ดด้า" สะตอไม่สามัคคี

จุรินทร์ พยายามกู้ศักดิ์ศรี ปชป.คืนมา    

นัยว่า นายกรัฐมนตรีให้ยึดถือคำสั่งแรกไปก่อน และมอบหมายให้ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีแจ้ง “กัปตันอู๊ดด้า” ว่า ขณะนี้ให้ถือคำสั่งที่ 1 ที่รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ดูแลพื้นที่ภาคใต้เป็นหลัก ยกเว้นในส่วนที่มีรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามา ก็จำเป็นต้องปรับปรุงบางส่วนเท่าที่จำเป็น เพื่อให้มีภารกิจดูแลจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง    

ดังนั้น คำสั่งนายกฯ ฉบับที่มีปัญหาคือ มีการมอบหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปดูแลนครศรีธรรมราช, สงขลา และภูเก็ต นั้นยังไม่มีผลในทางปฏิบัติ    

นับแต่พ่ายศึกเลือกตั้งซ่อม เขต 3 นครศรีธรรมราช ค่าย ปชป.เจอแต่ก้อนอิฐ สถานะความเป็น “แชมป์ภาคใต้” ถูกด้อยค่าลงไปเยอะ แถมอำนาจต่อรองในพรรคร่วมรัฐบาลก็ลดลงอีก     

ก่อนหน้าที่เรื่องแบ่งงานรัฐมนตรีจะยุติ อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ที่ทำตัวเป็นฝ่ายค้านอิสระในพรรค ปชป. ก็ออกมาโวยกรณี “ธรรมนัส” จะข้ามฟากมาดูแลภาคใต้     

“ผมถามผู้บริหารในที่ประชุมพรรคถึงเรื่อง ยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูพรรคคืออะไร สิ่งที่ผมได้ยินพร้อมๆเพื่อนสมาชิกคือขอให้เชื่อผู้นำ กำลังทำ บอกไม่ได้เป็นความลับ…ผมไม่โทษคนนอกที่จะมายึดพื้นที่ของ ปชป.ครับ  เพราะเป็นสิทธิ์ ต้องโทษคนในพรรคที่ไม่มีความกล้าที่จะลุกขึ้นมาช่วยกันปกป้องพรรค  ลับหลังเห็นด้วยกับผม  แต่ต่อหน้าไม่กล้า นอกจากไม่กล้า แถมเป็นโรคแพ้ภูมิวิจารณ์ ใครพูดถึงพรรคเป็นต้องออกมาตอบโต้ น่าเป็นห่วงครับ”

ศึกในอก "อู๊ดด้า" สะตอไม่สามัคคี

เสียงจากผู้อาวุโส สัมพันธ์ ทองสมัคร

++
เสียงจากผู้เฒ่า
++
เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2564 สัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 13 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นการคัดสรรตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในอดีต โดยยกตัวอย่างการเลือกตั้งปี 2535 ที่เขต 1 นครศรีธรรมราช     

“เราคัดคนดี มีคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ดูตั้งแต่บรรพบุรุษ ว่าพ่อแม่ ปู่ย่า ตาทวด เป็นคนอย่างไร ผมขอเรียนว่าในปัจจุบันนี้ เสียงหรือคะแนนนิยมของพรรค ไม่ได้ตกต่ำ แต่พรรคคัดเลือกคนลงสมัคร ไม่ได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์เหมือนสมัยก่อนๆ ส่งใครก็ได้ เพราะเลือกพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้ว เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ทางภาคใต้ได้ให้บทเรียนกับพรรค ทางพรรคก็ควรคำนึงถึงสิ่งนี้ด้วย เพราะอีกไม่นานจะมีเลือกตั้งแล้ว..”    

ประเด็นการคัดเลือกผู้ลงสมัคร ส.ส. หลังเลือกตั้งซ่อม เขต 3 นครศรีธรรมราช ผู้อาวุโส “สัมพันธ์” ก็ได้เสนอแนะมาแล้วหนหนึ่งผ่านเฟซบุ๊คว่า “…เสียดายพรรคการเมืองที่มีอายุยืนนานมาเสียที่นั่งให้พรรคเฉพาะกิจ..ผมมีความเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ ต้องหยุดพิจารณาตนเองกันละว่าพรรคควรปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง การจัดคนลงสมัครต้องทบทวนกันใหม่จะสรรหาคนอย่างไร หากไม่คิดปรับปรุงพรรคคงจะสิ้นอายุไข”    

ดูเหมือนว่า ผู้อาวุโส ปชป. จะไม่มั่นใจในภาวะผู้นำของ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และหากตัดสินใจผิดพลาด ความพ่ายแพ้ก็จะมาเยือนอีก

ศึกในอก "อู๊ดด้า" สะตอไม่สามัคคี

++
บารมีชวน
++
เลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่แล้ว “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แต่ในสนามภาคใต้ คอการเมืองต่างฟันธงว่า “บารมีนายหัว” ชวน หลีกภัย จะช่วยให้ ปชป.กวาดเก้าอี้ ส.ส.ใต้ได้เป็นกอบเป็นกำเหมือนเดิม    

เวลานั้น พรรค ปชป. อาจมองว่า พรรคภูมิใจไทยเป็นคู่แข่งหลักในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจาก “เนวิน ชิดชอบ” ได้มอบให้น้องชาย-ศักดิ์สยาม ชิดชอบ มาประสานกับ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ เพาะเป้าสร้างแกนไว้ 3-4 ปีแล้ว    

ส่วนพรรคเฉพาะกิจอย่างพรรคพลังประชารัฐ เพิ่งก่อรูปก่อนเลือกตั้งแค่ปีเดียว ก็ถูกมองว่า มีโอกาสเบียดแทรกพื้นที่ตอนบนของ ปชป.ได้ยาก แต่แกนนำ ปชป.ยุคมาร์ค ประเมินกระแสรักลุงตู่ต่ำไป เมื่อพลังประชารัฐเสนอคำขวัญทางยุทธวิธี “เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่” ผู้ที่เคยเทคะแนนให้ปชป. ก็เปลี่ยนใจทันที    

คนเสื้อเหลือง และ กปปส.ในภาคใต้ ไม่เคยไว้วางใจกลุ่มทุนสามานย์ทั้งในรูปแบบเก่าและใหม่ พวกเขามองว่าลุงตู่คือผู้นำที่จะต่อกรกับ “ทายาททุนสามานย์” ได้ จึงออกจากบ้านไปหย่อนบัตร เลือกพลังประชารัฐ     

เหมือนตบหน้าแกนนำ ปชป.สายใต้ เมื่อพลังประชารัฐ คว้าเก้า ส.ส.ใต้ ได้ 13 ที่นั่ง ตามมาด้วยภูมิใจไทย 7 ที่นั่ง หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า “บารมีชวน” จบแล้ว    

ด้านหนึ่ง “แม่ยก ปชป.” พยายามเรียกร้องให้ “กัปตันอู๊ดด้า” แสดงความเป็นผู้นำ กล้าวิพากษ์วิจารณ์การสืบทอดอำนาจ ไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างหรือลูกไล่พรรคพลังประชารัฐ    

จับตา! จังหวะก้าวหลังจากวิกฤตโควิด เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ค่าย ปชป.จะเอายังไง และจะกล้าแยกตัวออกมาจากเรือเหล็กหรือไม่? เมื่อมีกระแสเสียงไม่พอใจรัฐบาลสูงมาก

“200 ซีอีโอ” จี้นายกฯ “ปรับ ครม.” เผยคะแนนเต็ม 10 “อนุทิน” ได้ 1 คะแนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465088

“200 ซีอีโอ” จี้นายกฯ “ปรับ ครม.” เผยคะแนนเต็ม10 “อนุทิน”ได้1คะแนน

28 เมษายน 2564 – 09:42 น.

ซีอีโอ 79% หนุน “ปรับครม.” ชี้ “อนุทิน” ควรเปลี่ยนเร็วที่สุด โยนข้อเสนอเร่งฉีดวัคซีน ผ่อนปรนกฎทำธุรกิจ ลดดอก ยืดหนี้ ปล่อยกู้ 

ซีอีโอ 55% จี้ปรับ ครม.ดึงคนเก่งร่วมบริหาร หลังโควิด “วิกฤติหนัก”  ระบุ “สาธารณสุข” ควรปรับออกมากสุด เสนอทางแก้วิกฤติ “เร่งฉีดวัคซีนให้เร็ว” จัดโรงพยาบาล เตียง สถานที่ฉีดให้พอ แนะรัฐเร่งผ่อนกฎทำธุรกิจ ลดภาษี พักเงินต้น ยืดหนี้ ลดดอก ให้คะแนนทีมเศรษฐกิจรัฐบาล “ประยุทธ์” สอบตก “อนุทิน” เต็ม 10 ได้ 1 คะแนน

“กรุงเทพธุรกิจ” สำรวจความคิดเห็น 200 ซีอีโอ องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่หลายกลุ่ม เช่น ภาคการผลิต เกษตร พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ ส่งออก การเงิน ค้าปลีก ท่องเที่ยว รถยนต์ อุปโภค บริโภค ไอทีดิจิทัล ถึงข้อเสนอแนะ “ทางออก” วิกฤติโควิดในไทยที่ขณะนี้วิกฤติระดับสูงสุด ยอดผู้ติดเชื้อยังคงหลักพัน ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น

ผลสำรวจ พบว่า ซีอีโอกว่า 55% ระบุ รัฐบาลควร “ปรับคณะรัฐมนตรี” ดึงคนเก่ง ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามาร่วมบริหาร และแก้สถานการณ์โควิด-19 ที่เข้าขั้นวิกฤติสูงสุด ซึ่งรัฐบาลชุดนี้กำลังถูกคำถามอย่างหนักถึงการบริหารจัดการที่ล้มเหลว รองลงมา ซีอีโอ 30% เห็นว่า รัฐบาลควร “ลาออก” และ 21.3% อยากให้เป็นรัฐบาลชุดเดิม แต่ขอให้มีมาตรการแก้ปัญหาแบบเชิงรุก ชัดเจน และวัดผลได้ ขณะซีอีโอราว 12.2% อยากให้รัฐบาลชุดนี้ยุบสภา 

กระทรวงที่ซีอีโอมีความเห็นว่า ควรปรับ ครม.ออกมากที่สุด 79.3% คือ กระทรวงสาธารณสุข รองลงมา 35.2% กระทรวงมหาดไทย และ 31.6% คือ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง 

วิกฤติโควิดระลอกใหม่นี้ กระทบภาพรวมธุรกิจหนัก โดยเฉพาะจากมาตรการคุมเข้มรายจังหวัด การปิดสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง สถานบริการที่ปิดเร็วขึ้น รวมถึงการขอความร่วมมือไม่ให้ประชาชนออกจากบ้านในเวลาที่กำหนด การขอความร่วมมือเวิร์คฟรอมโฮม ย่อมกระทบยอดขาย และรายได้ในภาคบริการ รวมถึงธุรกิจที่ยากจะหลีกเลี่ยง   

ขอรัฐลดภาษี ยืดหนี้ ลดดอกปล่อยกู้
ซีอีโอ เห็นว่า รัฐบาลควรเร่งนโยบายเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจเพื่อรับมือวิกฤติ โดยกว่า 82.8% ต้องการให้รัฐบาลเร่งผ่อนคลายข้อกำหนดการทำธุรกิจ ลดภาษี พักเงินต้น ยืดหนี้ ลดดอกเบี้ย รองลงมา 53% ต้องการให้ปล่อยซอฟท์โลนให้ทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ส่วน 46.5% ต้องการให้ลดหรือฟรีค่าครองชีพ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ให้ทุกครัวเรือน ขณะที่ 27.8% ต้องการให้รัฐแจกเงินเยียวยาประชาชนทุกกลุ่มเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย

ส่วนข้อเสนอเพิ่มเติม เช่น ให้รัฐเร่งแก้ที่ต้นตอ คือ เร่งฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด เปิดให้เอกชนรวมถึงโรงพยาบาลเอกชนสั่งวัคซีนได้ มีมาตรการสร้างงาน สร้างอาชีพรองรับ ปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอี หรือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบตามมากน้อยตามลำดับ ปล่อยสินเชื่อซอฟท์โลนให้กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด เติมสภาพคล่องทางการเงินให้หันมาบริโภค และใช้จ่ายในประเทศมาขึ้น 

“ฉีดวัคซีนให้เร็ว และให้มากที่สุด 
เมื่อถามว่า นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการแก้ปัญหาที่เข้าขั้นวิกฤติสูงสุด คือ อะไร ซีอีโอมากกว่า 86.9% ต้องการให้เร่งฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด รองลงมา 54.5% เร่งระดมภาคเอกชน โรงพยาบาลและทุกภาคส่วนร่วมสนับสนุน เตียง สถานที่รักษา รองรับผู้ป่วย ซีอีโอมากกว่า 43% อยากให้มีบทลงโทษทางกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนมาตรการสาธารณสุขเข้มงวด และ 42.9% ต้องการให้ใช้ระบบเทเลเมดิซีนเต็มรูปแบบรองรับผู้ป่วยที่ต้องคำแนะนำ

นอกจากนี้ ซีอีโอ 36% ยังต้องการให้รัฐบาลให้อำนาจจังหวัดล็อกดาวน์ในจังหวัดของตัวเอง ขณะที่ 33.8% บอกว่าควรเพิ่มบุคลากร อาสาสมัคร ที่มีความรู้ให้คำแนะนำการ วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อติดเชื้อ ผ่านสายด่วน หรือแอพพลิเคชัน และมีซีอีโอราว 27.3% เห็นว่าควรใช้มาตรการล็อกดาวน์บางจังหวัด รวมถึงอาจต้องล็อกดาวน์ทั้งประเทศ 

ความเห็นเพิ่มเติมในส่วนนี้ ซีอีโอ ระบุว่า รัฐอาจจำเป็นต้องปิดสถานบริการไม่มีกำหนดเพื่อควบคุมระบาดและสกัดไม่ให้เกิดคลัสเตอร์เพิ่ม รวมทั้งเข้มงวดการลักลอบเข้าประเทศที่เชื่อว่ามีคนไทยอำนวยความสะดวก เพราะอาจเป็นช่องโหว่นำโควิดสายพันธุุ์ใหม่เข้ามา ทั้งต้องบังคับใช้กฏหมายลงโทษกลุ่มบุคคลที่เป็นต้นเหตุของการแพร่เชื้อเข้มงวด 

ส่วนมุมผู้ป่วยติดเชื้อมีคำแนะนำว่า หากอาการไม่รุนแรงควรพิจารณาให้กักตัวที่บ้าน เพื่อเพิ่มจำนวนเตียงให้ผู้ป่วยรุนแรง ที่สำคัญรัฐควรเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาช่วยเต็มที่

ทีมเศรษฐกิจ-สาธารณสุข “สอบตก” 
อย่างไรก็ตาม การสำรวจครั้งนี้ “กรุงเทพธุรกิจ” เปิดให้ซีอีโอให้คะแนนความพึงพอใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเศรษฐกิจ รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในการแก้วิกฤติครั้งนี้ โดยซีอีโอส่วนใหญ่ประเมินให้ “สอบตก” ซึ่งซีอีโอที่ตอบในสัดส่วนมากที่สุดให้คะแนนเพียงแค่ 1 คะแนน จากเต็ม 10 

ซีอีโอ 24.9% ให้คะแนนความพึงพอใจต่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในการแก้วิกฤติ จากคะแนนเต็ม 10 ให้เพียง 1 คะแนน รองลงมา 14.7% ให้ 5 คะแนน 14.2% ให้ 3 คะแนน และ 10.6% ให้ 6 คะแนน มีซีอีโอเพียง 2.5% เท่านั้นที่ให้คะแนน พล.อ.ประยุทธ์เต็ม 10 คะแนน 

ด้านความพึงพอใจต่อ “นายอนุทิน ชาญวีรกุล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซีอีโอ 40% (39.9%) ให้ 1 คะแนน รองลงมา 15.7% ให้ 3 คะแนน 11.6% ให้ 2 คะแนน มีซีอีโอเพียง 1.5% เท่านั้นที่ให้คะแนนเต็ม 10  

ส่วน  “นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งรับผิดชอบงานนโยบายเศรษฐกิจ ซีอีโอ 23.4% ให้ 1 คะแนน รองลงมา 14.7% ให้ 5 คะแนน และ 13.7% ให้ 3 คะแนน มีซีอีโอเพียง 2.5% เท่านั้นที่ให้คะแนนเต็ม 10 

เช่นเดียวกับ “นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งรับผิดชอบนโยบายการเงินการคลังของประเทศ ซีอีโอ 19.5% ให้ 1 คะแนน รองลงมา 14.9% ให้ 5 คะแนน มีเพียง 1.5% เท่านั้นที่ให้คะแนนเต็ม 10

จี้รัฐหนุนเอกชนร่วม “วัคซีน”
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเพิ่มเติมของ “ทางออก” วิกฤติครั้งนี้ ซึ่งซีอีโอส่วนใหญ่ย้ำการ “เร่งฉีดวัคซีน” ให้เร็ว เพราะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ รวมถึงเรียกร้องให้เปลี่ยนทีมผู้บริหารจัดการด้านสาธารณสุขของประเทศ ตั้งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลโควิดโดยเฉพาะและให้อำนาจตรง ทั้งควรพิจารณาให้ประชาชนได้รับการตรวจโควิดฟรี

ซีอีโอให้ความเห็นการบริหารจัดการวัคซีนอย่างกว้างขวาง บางความเห็น ระบุว่า หากรัฐต้องการใช้วัคซีนเพียงแค่ 2 ยี่ห้อ ด้วยเหตุผลทางการเมือง ควรเปิดให้เอกชนจัดการวัคซีนที่มีคุณภาพยี่ห้ออื่นภายใต้การควบคุมของโรงพยาบาล ไม่ใช่มาปิดกั้น

หรือรัฐบาลควรนำเข้าวัคซีน​หลายยี่ห้อเพื่อจำหน่ายราคาต้นทุน ให้เป็นทางเลือกประชาชน​ได้เข้าถึง​​​เสรี จัดทำแผนบริหารจัดการวัคซีนเป็นระบบ ตั้งแต่จัดหา กระจายและกำหนดความร่วมมือรัฐและเอกชนในรายละเอียด

“รัฐบาลควรถอยออกไป ให้เอกชนนำเข้าวัคซีน และให้โรงพยาบาล รวมถึงเอกชนได้บริหารจัดการกันเองตามที่เคยเป็น เพราะมีประสิทธิภาพมากกว่าที่รัฐจะแทรกแซง ที่สำคัญเลิกหาผลประโยชน์จากวัคซีน และอุปกรณ์ทางการแพทย์ การคอร์รัปชั่นจะซ้ำเติมสถานการณ์อย่างมาก”  หนึ่งในความเห็นของซีอีโอ 

ดึงผู้เชี่ยวชาญสาธารณสุขร่วมงาน
ขณะเดียวกัน มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาผู้มีความรู้ ซื่อสัตย์และกล้าตัดสินใจมาทำงานแก้ปัญหาโควิด รวมถึงรัฐบาลควรเปิดทางให้มีรัฐบาลใหม่มาบริหารประเทศแทน หรือพิจารณาคืนอำนาจให้กับประชาชน

“นายกฯ ควรใช้อำนาจในการบริหารงาน และเลือกคนดีมาทำงาน หยุดการเอื้อพวกพ้อง หมดเวลารักพี่รักน้อง ปัญหาบ้านเมืองสำคัญที่สุด” ความเห็นบางส่วนจากซีอีโอ 

นอกจากนี้ รัฐบาลควรเร่งผ่าตัดหน่วยงานราชการที่ปล่อยให้เปิดผับ บาร์ นอกเวลามาหลายปีที่มีทุจริตคอร์รัปชันกันเกือบทุกหน่วยงาน ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นเหตุการระบาดวงกว้าง 

ซีอีโอ บางรายให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลต้องการบริหารต่อ ต้องเปิดกว้างระดมเอกชนทุกภาคส่วนมาช่วยเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพดำเนินการ ไม่ใช่มุ่งเน้นเอกชนรายใหญ่ แต่ต้องให้เอกชนทุกส่วนมาช่วยอย่างเป็นระบบและรวดเร็ว 

ส่วนมาตรการช่วยธุรกิจ รัฐควรชัดเจนเพื่อให้ธุรกิจเตรียมตัวล่วงหน้า ไม่ควรประกาศที่หลัง ควรให้ธุรกิจมีเวลาเตรียมแผนให้สอดคล้องกัน ขณะที่รัฐบาลอาจนำเงินเยียวยาไปช่วยเหลือกลุ่มฐานรากที่ไม่ใช้วิธีการแจกเงิน แต่เร่งส่งเสริมเชิงโครงสร้างระบบเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการคล่องตัว

“หมอไม่ทน” 2แสนชื่อไล่อนุทิน
อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวกรณี “หมอไม่ทน” ผุดแคมเปญ ล่ารายชื่อไล่ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ “ลาออก” เพื่อให้ผู้มีความสามารถ มีความเหมาะสมมากกว่าเข้ารับตำแหน่ง หลังจากเห็นว่าไม่มีความสามารถมากพอในการควบคุมดูแลการแพร่ระบาดของ โควิด-19

โดยเย็นวานนี้ (27 เม.ย.) เมื่อเวลา 18.30 น. ยอดผู้ลงชื่อร่วมสนับสนุนการ “ไล่อนุทิน” ผ่านเว็บไซต์ change.org ในครั้งนี้รวมทะลุ 207,000 รายชื่อแล้ว 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 

ซินแสเข่ง ผ่าวิกฤติ ดวงเมือง ไทยสู่ยุคโควิด-19 ถล่มประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465087

ซินแสเข่ง ผ่าวิกฤติ  ดวงเมือง ไทยสู่ยุคโควิด-19  ถล่มประเทศ

28 เมษายน 2564 – 09:25 น.

ซินแสเข่ง ผ่าวิกฤติ  ดวงเมือง ไทยสู่ยุคโควิด-19  ถล่มประเทศ พร้อมจัดขุนพล  รมต.เตรียมรับมือแนวทางขับเคลื่อนประเทศไทย  สู้ภัย โควิด-19

ซินแสเข่ง   วิเคราะห์เจาะลึก   ผ่าดวงวิกฤต   ดวงเมืองสู่ยุคโลกาวินาศ  พฤษภาทมิฬ  เชื้อไวรัสชีวภาพโควิด-19  ฑูตมรณะถล่มประเทศไทย  นายกฯ “พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา” จะแก้ไขสถานการณ์รับศึกโควิด- 19  ได้หรือไม่  พร้อมจัดขุนพล  รมต.  เตรียมรับมือ แนวทางขับเคลื่อนประเทศไทย  สู้ภัย โควิด-19  เตรียมรับศึก  เดือนแห่งความหายนะ  มหันตภัย  โควิด  ล้างโลก  ปชป.ร้อนตัว ข้องใจกลัวเสียพื้นที่คุมภาคใต้  ส่ง รมต  หาเสียงเพื่อยึดพื้นที่  เตรียมพร้อมยุบสภาเลือกตั้งใหม่หรือไม่

ซินแสเข่ง ผ่าวิกฤติ  ดวงเมือง ไทยสู่ยุคโควิด-19  ถล่มประเทศ

ซินแสเข่ง   อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง   ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย   วิเคราะห์เจาะลึก  วิกฤติ  ดวงเมือง ประเทศไทย  สู่ยุค โควิด-19  ถล่มประเทศไทย  กับมหกรรมรับมือผู้เสียชีวิต   พฤษภาคมเดือนแห่งการปะทะ เบียดเบียนให้ร้าย  สะสมคนเจ็บป่วยให้เพิ่มพูน  แตกแยก วุ่นวาย สับสน ความขัดแย้ง ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ  สร้างความวิตกกังวล  เบียดเบียน  วิตกกังวลให้อึดอัดกับเหตุที่ไม่เป็นเรื่อง  นายกรัฐมนตรี  “พ.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา”   จัดกำลังเตรียมพร้อมรับมือโควิด-19   วางแผนสยบไวรัสเดือนเมษา   เพื่อเตรียมคุมสถานการณ์  โดยจัดขุนพล  รัฐมนตรีเตรียมรับมือเพื่อให้ประชาชนได้แจ้งข่าวสารให้ความช่วยเหลือ  การติดต่อพื้นที่ในทุกจังหวัดเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน             

แต่ยุคนี้ นายกฯ ลุงตู่   ตกดวงศัตรู  จากผู้ไม่หวังดี   ยุแหย่  สร้างความแตกแยก  เหมือนทำคุณคนไม่ขึ้น ช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว กลับเป็นผลร้ายตอบกลับ จนกลายเป็นเรื่องของความขัดแย้ง อิจฉา  ริษยา ให้ร้ายป้ายสี ไม่ประสงค์ดี และไม่ไว้วางใจ  ปี 2564 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของชะตาชีวิต ปัญหาต่างๆ ในดวงชะตา ของนายกรัฐมนตรี ปี 2565 ชีวิตจะพลิกผัน ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น  สำเร็จในดวงชะตาอย่างต่อเนื่อง  กราฟชีวิต ของนายกรัฐมนตรี จะพุ่งขึ้นสูงสุด อีกครั้งหนึ่ง

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในดวงชะตา เมื่อมีผลปะทะ ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ   ปัญหาความขัดแย้ง ก่อให้เกิดความสับสนไม่ประสงค์ดี  จากบุคคลที่ไม่หวังดี  ยุแหย่สร้างความแตกแยก ไม่ไว้วางใจ เป็นเหตุให้ เป็นอุปสรรค ในช่วงปี 2564  หากไม่เข้มแข็งจริงอยู่ยาก ถึงแม้นทำดีออกไป   แต่ก็เหมือนเป็นผลร้ายตอบกลับ  ทำคุณคนไม่ขึ้น อย่างที่ท่านนายกฯ ได้กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นเวลาการเมือง แต่เป็นเวลาที่ต้องช่วยเหลือประชาชน ที่ต้องแบ่งงานให้รัฐมนตรีรับผิดชอบพื้นที่   ไม่ได้มุ่งหมาย  ให้มีพรรคใดพรรคหนึ่ง ได้ผลประโยชน์

‘บอจ่อ แฮ’ กะเหรี่ยงสายแข็ง ดับสูญเผด็จการพม่า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465054

‘บอจ่อ แฮ’ กะเหรี่ยงสายแข็ง ดับสูญเผด็จการพม่า

27 เมษายน 2564 – 18:35 น.

แนวรบตะวันตกไม่เปลี่ยน ทหารกะเหรี่ยง KNU เดินหน้าถอนรากถอนโคนเผด็จการมินอ่องหล่าย

++

ปฏิบัติการโจมตีฐานทหารพม่าริมฝั่งสาละวิน ของทหารกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 ตอนรุ่งสางวันที่ 27 เม.ย.2564 กลายเป็นข่าวในสื่อออนไลน์ฝั่งไทยทันที เพราะจุดที่มีการสู้รบกันครั้งนี้ อยู่ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน 

เมื่อ 1 เดือนที่แล้ว ทหารกะเหรี่ยง KNLA กองพลน้อยที่ 5 ได้เข้าโจมตีฐานทหารพม่า ตรงกับวันกองทัพพม่า (27 มี.ค.) หลังจากนั้น กองทัพพม่าส่งเครื่องบินรบมาทิ้งระเบิดในพื้นที่ของกองพลน้อยที่ 5 เมืองเดปุโน่ว ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตและบาดเจ็บ 7 ราย มีชาวกะเหรี่ยงกว่า 4 พันคน อพยพมาริมน้ำสาละวินของไทย และได้อพยพกลับไปหมดแล้ว

กองพลน้อยที่ 5 กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army-KNLA) มีฐานที่มั่นอยู่ในเมืองมูตรอ หรือเมืองผาปูน รัฐกะเหรี่ยง ประเทศพม่า ตรงข้าม จ.แม่ฮ่องสอน

KNLA กองพลน้อยที่ 5 เป็นกลุ่มฮาร์ดไลน์เนอร์ มีอดีตผู้บังคับบัญชาที่เข้มแข็งคือ พล.ท.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA)

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ได้ลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ ร่วมกลุ่มชาติพันธุ์อื่นสมัยรัฐบาลเต็งเส่ง เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว แต่เหตุใด กองพลน้อยที่ 5 จึงเปิดศึกรบทหารพม่า

พล.ท.บอจ่อ แฮ เคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า พวกเขาไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารของกองทัพพม่า และสนับสนุนการลุกขึ้นสู้ของประชาชน

'บอจ่อ แฮ' กะเหรี่ยงสายแข็ง ดับสูญเผด็จการพม่า

                           พล.ท.บอจ่อแฮ แม่ทัพกะเหรี่ยงสายแข็ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิถีพม่า “มินอ่องหล่าย”รัฐประหารซ้อน

กะเหรี่ยงสายแข็ง
++

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) เริ่มเจรจาแบบทวิภาคีกับรัฐบาลพม่าเช่นกัน โดยลงนามหยุดยิง 2 ฝ่ายในระดับรัฐบาลท้องถิ่นตอนต้นปี 2555 และนำไปสู่การเจรจาหยุดยิงทั่วประเทศ (NCA) ระหว่างรัฐบาลพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ 8 กลุ่ม เมื่อ 2557

หลังการเจรจาหยุดยิงทั่วประเทศ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNU) แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกนำโดย KNLA กองพลน้อยที่ 7 จ.ผาอัน ที่มี พล.อ.มูตูเซพอ ตู เซพอ ประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เป็นผู้นำ โดยกลุ่มนี้ มุ่งเน้นการดูแลความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในรัฐกะเหรี่ยง จึงต้องร่วมมือกับรัฐบาลพม่า 

'บอจ่อ แฮ' กะเหรี่ยงสายแข็ง ดับสูญเผด็จการพม่า

                                  พล.อ.มูตู เซพอ ประธาน KNU

กลุ่มที่สอง KNLA กองพลน้อยที่ 5 จ.มูตรอ นำโดย นอว์ซิปโปรา เส่ง รองประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง 

ที่สำคัญ พล.ท.บอจ่อแฮ รองผู้บัญชาการ KNLA ซึ่งเคยเป็นผู้บัญชาการ KNLA กองพลน้อยที่ 5 ซึ่งไม่ไว้ใจการร่วมมือกับรัฐบาลพม่า และยังคงให้ความสำคัญกับการเรียกร้องให้พม่าเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบประชาธิปไตย และร่วมมือกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ลี้ภัยไปต่างประเทศ 

นางซิปโปร่า เส่ง รองประธาน KNU เคยกล่าวว่า การต่อสู้ ประชาชนของเรา ไม่ต้องการให้ใครมากดขี่ แม้พม่าพยายามพูดเรื่องสันติภาพและการเจรจา แต่ในความเป็นจริงมีแทบไม่มีความคืบหน้า พวกเขาพยายามบอกกับชาวโลกว่ามีสันติภาพแล้ว แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น 

พล.ท.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการ KNLA ได้กล่าวว่า “เรายังไม่บรรลุเป้าหมาย เราต้องไม่ลืมจุดมุ่งหมายของปี ค.ศ.1949 การปฏิวัติของเรายังไม่สิ้นสุด การต่อสู้ยังคงดำเนินอยู่”

นี่คือจุดยืนและท่าทีของกะเหรี่ยง KNU สายแข็ง ไม่ประนีประนอม และประกาศถอนรากถอนโคนเผด็จการทหารพม่า

'บอจ่อ แฮ' กะเหรี่ยงสายแข็ง ดับสูญเผด็จการพม่า
'บอจ่อ แฮ' กะเหรี่ยงสายแข็ง ดับสูญเผด็จการพม่า

                       การโจมตีฐานทหารพม่า เมื่อ 27 เม.ย.64

เปิดเกม ซุ้มสะเทือน กระทุ้ง “3 ป.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/465015

เปิดเกม ซุ้มสะเทือน กระทุ้ง “3 ป.”

27 เมษายน 2564 – 14:50 น.

ดิ้นหนีตำบลกระสุนตก สายตรง “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ชี้เป้าต้นตอบริหารจัดการผิดพลาดคือ “ประยุทธ์”

++
โควิดรอบแรก ดูเหมือน “เสี่ยหนู” และพลพรรคสีน้ำเงิน จะเก็บเกี่ยวผลงานการต่อสู้กับโควิด-19 ไปได้พอสมควร ต่างจากโควิดรอบนี้ “ซุ้มบุรีรัมย์” กลายเป็นตำบลกระสุนตก ตั้งแต่คลัสเตอร์ทองหล่อ ยันมาถึงกรณีวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ขาดเขิน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “หมอไม่ทน” ผุดแคมเปญล่ารายชื่อจี้ “อนุทิน” ลาออก ล้มเหลวแก้โควิด-19 ระบาด

เปิดเกม ซุ้มสะเทือน กระทุ้ง "3 ป."

เนวิน อนุทิน ศักดิ์สยาม ต้องเรียกเรตติ้งคืนมา    

ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จึงใช้เฟซบุ๊ก Suphachai Jaismut อธิบายความเรื่องการบริหารจัดการโควิดที่ผิดพลาด     

“การประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินและการตั้ง ศบค. ซึ่งการใช้อํานาจพิเศษเป็นสิ่งที่นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา ถนัดที่สุดจึงไม่แปลกที่มีการเลือกใช้อํานาจพิเศษในการจัดการกับ “โรค ระบาด” ซึ่งโครงสร้างของ ศบค. ได้ตัดการมีส่วนร่วมของภาคการเมืองออกรวมถึงได้ ตัดคณะรัฐมนตรีออกจากการทํางานใน ศบค. โดยหน่วยงานที่นั่งหัวโต๊ะกําหนดทิศทาง ของ ศบค. กลับเป็นหน่วยงานความมั่นคงนําโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติแทนที่จะเป็นสาธารณสุข เราจึงเห็นการมองโรคระบาดเป็นภัยความมั่นคง เป็นอริราชศัตรู ต่างจากการแก้ปัญหา โรคระบาดในรอบที่ผ่านๆ มาไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดนก ไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ประสบความสําเร็จ”    

นี่คือความเห็นส่วนตัวของศุภชัย แต่คนการเมืองมองแวบเดียวก็รู้ว่า ศุภชัยคือตัวแทนของใคร?     

ศุภชัยถือได้ว่าเป็นมือกฎหมายเบอร์ต้นๆของซุ้มสีน้ำเงิน และ “นายใหญ่บุรีรัมย์” ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจมาแต่เริ่มก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย

++
สัมพันธ์ 3 ป.
++
นับแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ก่อรูปขึ้นโดยปฏิบัติการ “หักนายใหญ่” ทำให้ “เนวิน ชิดชอบ” สนิทสนมกับ 3 พยัคฆ์บูรพา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา     

ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปปี 2554 “พี่น้อง 3 ป.” หนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งจากพวงใหญ่ให้เป็นเขตเดียวเบอร์เดียว โดยออกแบบให้ภูมิใจไทยลุยสนามอีสาน ประสานประชาธิปัตย์ยึดภาคใต้ และภาคกลาง     

แผนการหนุน “มาร์ค” นั่งนายกฯ รอบ 2 ไม่สำเร็จ เพราะกระแสยิ่งลักษณ์มาแรงเกินต้าน ค่ายสีน้ำเงินพ่ายยับเยิน    

เปิดเกม ซุ้มสะเทือน กระทุ้ง "3 ป."

เสี่ยหนู เปิดเกมสร้างผลงาน

ช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ “เนวิน” หันหลังให้การเมืองไปลุยตลาดลูกหนัง และเริ่มปรับแผนใหม่วางเกมดัน “เสี่ยหนู” เข้ามาดูแลพรรค เนื่องจากเสี่ยหนูยังเป็น “เด็กดี” ในสายตาคนแดนไกล    

อย่างไรก็ตาม เนวินก็ยังเป็นคนสนิทของ “พี่น้อง 3 ป.” และดูแลกันมาตลอดช่วงรัฐบาล คสช. จนมาถึงการเลือกตั้งปี 2562 

++
ชิงสร้างผลงาน
++    
หลังเจอกระแสขับไล่ในโลกออนไลน์ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีสาธารณสุข จึงเดินเกมสร้างผลงาน โดยประสานกับพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีท่องเที่ยวและกีฬา ขอใช้สนามกีฬาอินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ใช้เป็น “ศูนย์แรกรับและส่งต่อ” ของกระทรวงสาธารณสุข ช่วยสนับสนุนและแบ่งเบาภาระของ กทม.ในการรับส่งและเตียงผู้ป่วย     

ศูนย์แรกรับและส่งต่อ เหมือนจะเป็นจิ๊กซอว์ต่อให้ครบ ระหว่างบ้านผู้ป่วย กับโรงพยาบาลสนามของ กทม.     

สิ่งที่เสี่ยหนูทำในเวลานี้ เหมือนส่งสัญญาณไปถึง ศบค. ที่มีนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะว่า ความวุ่นวายเรื่องหาเตียงไม่ได้ หรือต้องนอนรอเตียงจนตายนั้น เป็นปัญหาระบบราชการที่ไม่มีการประสานงานกัน    

หากนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้นักการเมืองมีส่วนร่วมใน ศบค. ก็น่าจะช่วยกันคนละไม้คนละมือเพื่อแก้ปัญหาคอขวดได้    

ด้านหนึ่ง ทีมงานโซเชียลสีน้ำเงินเริ่มตอบโต้ “กลุ่มหมอไม่ทน” โดยพยายามชี้เป้าว่า มีกลุ่มการเมือง และพรรคฝ่ายค้าน อยู่เบื้องหลัง ปฏิบัติการล่ารายชื่อขับไล่เสี่ยหนูออกจากตำแหน่ง    

เนื่องจากมี ส.ส.รายหนึ่ง เป็นไม้เบื่อไม้เมากับเสี่ยหนูมาตั้งแต่เรื่องการจัดหาวัคซีน มักมีวิวาทะตอบโต้กันอยู่เสมอ     

หลังโควิดคลี่คลายให้จับตาบทบาท “พี่ใหญ่บุรีรัมย์” ที่ต้องเปิดเกมรุกเรียกคะแนนคืน และค่ายพี่ใหญ่ 3 ป. น่าจะเจอแฉรายวันแบบเดียวกับที่ศุภชัยออกมาเล่นวันนี้

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ “อแมนด้า” ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ครั้งที่ 69 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464993

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤติ “อแมนด้า”  ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส  ครั้งที่  69

27 เมษายน 2564 – 13:16 น.

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤติ “อแมนด้า”  ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส  ครั้งที่  69 อุปสรรคมงกุฎใหญ่นั้น  เกิดขึ้นมาจากพื้นฐานดวงชะตาของตนเอง  ที่มีดวงปะทะ  ขัดแย้ง  เป็นศัตรู  ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  

ซินแสเข่ง    ผ่าดวงวิกฤติ  “อแมนด้า ออบดัม”  ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส ฟลอริดา  ครั้งที่  69  พร้อมเดินทาง  27 เมษายน  ทั้งฤกษ์ยาม   และ  ดวงชะตากำลังมาแรง  ทั้งโอกาส และจังหวะชีวิต  เจอดาวพฤหัสเสริมดวง สมพงษ์  เกื้อหนุน ให้เข้ารอบ แต่ต้องระวัง  ดวงปะทะศัตรูทั้งความคิดตนเองและบุคคลรอบข้าง  ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  อีกทั้งมีความคิดขัดแย้งก่อให้เกิดเป็นศัตรู ไม่ไว้วางใจ  อาจเป็นอุปสรรคทำให้อาจพลาดโอกาสตำแหน่งที่สูงสุด  ต้องให้ปล่อยวาง  และหลีกเลี่ยง  ความไม่เข้าใจขัดแย้ง   แล้วกราฟชีวิตจะพุ่งสูงขึ้น

ซินแสเข่ง   ผ่าดวงวิกฤติ "อแมนด้า"  ท้าชิงมงกุฎมิสยูนิเวิร์ส  ครั้งที่  69

ซินแสเข่ง อาจารย์ชนม์ทรรศน์   ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วัดดวงวิเคราะห์  วิกฤติอุปสรรค  “อแมนด้า ออบดัม”  ชิงมงกุฎใหญ่ยังมีอยู่อีก 30 %   ติด 1 ใน  5  อาจได้มงกุฎ แต่ต้องระวังอุปสรรคดวงศัตรู  ขัดแย้ง ทั้งในตนและผู้อื่น  ตั้งใจทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  เพราะในพื้นฐานดวงมั่นคงทั้งดวงชะตาที่เกื้อหนุน  ทั้งวันเกิด  วันเดินทาง  และวันประกวด  17  เมษายน  ที่จะส่งผลให้ได้รับตำแหน่ง  แต่อุปสรรคมงกุฎใหญ่นั้น  เกิดขึ้นมาจากพื้นฐานดวงชะตาของตนเอง  ที่มีดวงปะทะ  ขัดแย้ง  เป็นศัตรู  ทำดีกลับเป็นผลร้ายตอบกลับ  ระวังทั้งความคิด  และจิตใจ  ที่จะต้องปรับและจูนเพื่อให้มีความคิดเดียวกัน  ไม่คิดในสิ่งที่ให้ร้ายให้กับตนเอง  หรือทำให้เป็นศัตรูเกิดขึ้น  และมาจากการกระทำของตนเอง  ที่จะทำให้เกิดความสับสนไม่เข้าใจ

เพราะในดวงชะตา   “อแมด้า  ออบดัม”   รอบอายุช่วงนี้ไม่ได้เข้าเคราะห์  ถือว่าผ่านแต่เป็นบุคคลที่ดื้อรั้น  อยากรู้อยากเห็น   กล้าได้กล้าเสียทะยานไม่นิ่งอยู่กับที่   มักจะใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง  คิดอะไรมักจะคิดว่าตนเองถูกต้องเสมอ  เป็นคนที่รักสวยรักงาม  ไม่ชอบผิดนัดแล้ว จะทำให้หงุดหงิดไม่สบายใจ   สัญญาอะไรกับใครไว้ต้องทำให้ได้  ถ้าไม่ได้จะรู้สึกไม่สบายใจ

ซินแสเข่ง  จึงเตือนให้ระมัดระวัง  ที่จะต้องควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ให้มีผลกระทบเกิดขึ้น  พยายามปรับจูนให้ความคิดกับจิตใจให้ตรงกัน      และหากใครไม่เข้าใจก็ไม่ต้องไปสะท้อนกลับยิ่งจะทำให้แย่มากขึ้น  เพราะจะทำให้ตัวเราแพ้ได้  หากถูกกรรมการมองยังไม่ดีพอก็ขอให้ตั้งใจทำให้ดีที่สุด  เพราะเป็นแก้ที่จะเป็นกำลังใจให้ตัวเองได้ดี  และอวยพรให้สำเร็จในความตั้งใจที่ดีให้ได้รับตำแหน่งสูงสุด

วัคซีนฟรี 1.4 ล้านโดส จีนช่วยลาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464928

วัคซีนฟรี  1.4 ล้านโดส จีนช่วยลาว

26 เมษายน 2564 – 19:54 น.

ส่งด่วนวัคซีนซิโนฟาร์ม จีนช่วยลาว หยุดโควิดระบาดรอบใหม่

++

วัคซีนป้องกันโควิด-19 ของ Sinopharm จำนวน 300,000 โดส เดินทางมาจาก สปป.ลาว เมื่อช่วงเย็นวันที่ 26 เม.ย.2564 ซึ่งเป็นครั้งที่ 3 ที่ทางการจีนมอบวัคซีนฟรีให้แก่ สปป.ลาว

ตามข้อมูลเบื้องต้น จีนได้มอบวัคซีนป้องกันโควิดแบบให้เปล่าแก่ลาว 3 ครั้ง

-ต้นเดือน ก.พ.2564 จำนวน 300,000 โดส

-ปลายเดือน มี.ค.2564 จำนวน 800,000 โดส

-วันที่ 26 เม.ย.2564 จำนวน 300,000 โดส 

รวมการช่วยเหลือเบื้องต้น 1,400,000 โดส

วัคซีนฟรี  1.4 ล้านโดส จีนช่วยลาว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2564 เป็นวันครบรอบ 60 ปี สายพัวพันลาว-จีน ซึ่งทางการจีน จึงจัดส่งวัคซีนซิโนฟาร์ม มาให้ลาวอีกล็อต 

นับแต่ต้นเดือน เม.ย. เป็นต้นมา กระทรวงสาธารณสุขลาว ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด แก่กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่พนักงานของรัฐ ตำรวจ ทหาร นักศึกษา พ่อค้าแม่ค้า พนักงานเอกชนที่ทำงานใกล้ชิดผู้คน และผู้สูงอายุ

สำนักข่าวซินหัว ได้รายงานข่าวไปแล้วว่า ทางการลาวจะฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 85 ของกลุ่มเป้าหมาย แต่นักเล่าข่าวทีวีไทยบางช่อง กลับไปอธิบายว่า ลาวฉีดวัคซีนได้ร้อยละ 85 ของประชากรลาว ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดอย่างมหันต์

วัคซีนฟรี  1.4 ล้านโดส จีนช่วยลาว



ขอบคุณภาพ/ข้อมูลวิทยุจีนสากล(ลาว) Cri Laos
สำนักข่าวสารปะเทดลาว

ทองลนไฟ “หนู” อยู่ไม่สุข #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464889

ทองลนไฟ “หนู” อยู่ไม่สุข

26 เมษายน 2564 – 15:32 น.

สถานการณ์เปลี่ยน “เสี่ยหนู” หวังให้สาธารณสุขเป็นฐานต่อยอดการเมือง แต่โควิดระลอกใหม่ ทำเอาเรตติ้งดิ่งเหว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กลางดึกวันที่ 25 เม.ย.2564 โลกโซเชียลร้อนระอุ วิพากษ์วิจารณ์ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ผ่าน #ทองแท้ไม่กลัวไฟ อย่างดุเดือด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “หมอไม่ทน” ผุดแคมเปญล่ารายชื่อจี้ “อนุทิน” ลาออก ล้มเหลวแก้โควิด-19 ระบาด

ทองลนไฟ "หนู" อยู่ไม่สุข

สี่ยหนู มั่นใจมีลูกพี่ชำนาญเกมการเมือง

ต้นเหตุแห่งโซเชียลสะเทือน สืบเนื่องมาจากที่หลายโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลปากช่องนานา (จ.นครราชสีมา), โรงพยาบาลลำปาง (จ.ลำปาง) และ โรงพยาบาลพุทธชินราช (จ.พิษณุโลก) พร้อมใจกันขึ้นโพสต์ข้อความให้กำลังใจรัฐมนตรีอนุทิน ที่ได้เสียสละทุ่มเทแรงกายแรงใจแก้ปัญหาโควิด-19 มาโดยตลอด และมีการติดแฮชแท็ก #ทองแท้ไม่กลัวไฟ และ #Saveอนุทิน    

นัยว่า ขบวนการ #ทองแท้ไม่กลัวไฟ นั้น น่าจะเกมตอบโต้กรณีกลุ่ม “หมอไม่ทน” ตั้งแคมเปญล่ารายชื่อผ่านเว็บไซต์  เรียกร้องให้อนุทิน ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีสาธารณสุข เนื่องจากล้มเหลวในการแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ล่าสุดมีผู้ร่วมลงชื่อแล้วจำนวนกว่า 100,000 คนแล้ว

++
หมอชนบทไม่ทน
++
ด้านหนึ่ง ชมรมแพทย์ชนบท ซึ่งเป็นทหารราบของทัพสาธารณสุขไทย ในการต่อสู้กับโควิดเมื่อวันที่ 23 เม.ย.2564 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ  ประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “วัคซีนโควิด บทสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาลและระบบราชการไทย”     

ทองลนไฟ "หนู" อยู่ไม่สุข

สี่ยหนู มั่นใจมีลูกพี่ชำนาญเกมการเมือง

“ประเทศไทยเป็นหนึ่งประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสัดส่วนที่น้อยลำดับท้ายแถวของโลก แถมยังมีการพยายามแก้ตัวว่า เพราะเรามีการะบาดน้อย การที่เราใส่แมสก์ล้างมือเว้นระยะห่างนั้นดีกว่าวัคซีนอีก ทั้งหมดนี้เพื่อกลบเกลื่อนข้อเท็จจริงที่ว่า “เรามีการจัดการเรื่องวัคซีนที่ผิดพลาด จนแทบจะไม่มีวัคซีนจะฉีดให้ประชาชน”…”    

ชมรมแพทย์ชนบท ไม่ได้เจาะจงไปที่ “เสี่ยหนู” คนเดียว หากแต่ยังมองภาพรวมระบบสาธารณสุขไทย     

“โควิดและวัคซีน จึงไม่ควรจบเพียงการจัดหาวัคซีนหรือการฉีดวัคซีนถ้วนทั่วเท่านั้น  แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของรื้อใหญ่รัฐธรรมนูญไทยและระบบราชการไทย ที่ทุกองค์กรต้องช่วยกันผลักและดันให้เป็นจริง” 

++
หมอแหยงหายไปไหน
++
ย้อนไปตั้งแต่ปี 2561 พรรคภูมิใจไทย ได้เคลื่อนไหวเรื่องกัญชาทางการแพทย์ โดยมี “เนวิน ชิดชอบ” เป็นหัวเรือใหญ่ และมอบให้ “เสี่ยหนู” เดินสายไปทั่วประเทศ    

เวลานั้น “เนวิน” ได้วางแผนจับจอง “กระทรวงสาธารณสุข” ไว้แล้ว พร้อมเดินหน้ายุทธศาสตร์กัญชาเสรี และยึดฐาน “อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน” (อสม.)     

เฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั่วประเทศ จำนวน 1,054,729 คน และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ อสม.จะถูกชักนำให้เป็น “หัวคะแนน” ประจำหมู่บ้าน
 
ค่ายภูมิใจไทย วางตัว “หมอแหยง” นพ.สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา และคร่ำหวอดอยู่ในสายหมอเอ็นจีโอมายาวนาน เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเรื่อง อสม.    

“หมอแหยง” อดีตแกนนำชมรมแพทย์ชนบท หลังพลาดท่าปราชัยในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.ปี 2555 จึงสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย    

นับแต่ก้าวแรกที่ “อนุทิน” ชักดาบต่อหน้าย่าโม ช่วงต้นปี 2561 ย้ำชัดว่า “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ต้องเป็นรัฐมนตรี และ “หมอแหยง” จะกลับมาบริหาร อบจ.โคราช อีกครั้ง     

หลังจัดตั้งรัฐบาลเสร็จ “เสี่ยหนู” คุมกระทรวงสาธารณสุขตามเป้าหมาย “หมอแหยง” ได้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีสาธารณสุข และรับผิดชอบงาน อสม.ทั่วประเทศ    

ปลายปีที่แล้ว “กำนันป้อ” ตัดสินใจส่ง “มาดามหน่อย” ยลดา หวังศุภกิจโกศล ชิงนายก อบจ.โคราช และขอร้องให้ “หมอแหยง” หลีกทาง จึงเกิดปัญหาภายในพรรคสีน้ำเงิน   

หมอแหยงเดินหน้าลงสมัครนายก อบจ.โคราช แข่งมาดามหน่อย โดยไม่สนคำขอร้องจากผู้มากบารมี และหัวหน้าพรรค ผลเลือกตั้ง หมอแหยงพ่ายขาดลอย และเร้นกายหายไปจากพรรคสีน้ำเงิน    

ปีที่แล้ว เสี่ยหนูหน้าบาน เพราะองค์การอนามัยโลกชื่นชม อสม.คือด่านหน้าที่ประเทศไทยมี แต่ประเทศอื่นไม่มี การรับมือการระบาดโควิด-19 ของประเทศไทย    

โควิดระลอก 3 สถานการณ์เปลี่ยน ความรุนแรงของโรคมากขึ้น และเรื่องวัคซีนล่าช้า ทำให้ภูมิใจไทยตกเป็นฝ่ายตั้งรับ    

จับตา อาจมี อสม.บางจังหวัด ออกมาชูป้ายให้กำลังใจ “เสี่ยหนู” เพราะเกมแบบนี้ ผู้มากบารมีบุรีรัมย์ถนัดมาก 

“ซินแสเข่ง” ชี้ ชะตา “รมต. สาธารณสุข อนุทิน” จะอยู่หรือไป วิกฤติโรคระบาดโควิด 19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464820

“ซินแสเข่ง” ชี้ ชะตา “รมต.สาธารณสุข อนุทิน” จะอยู่หรือไป  วิกฤติโรคระบาดโควิด 19

25 เมษายน 2564 – 20:46 น.

“ซินแสเข่ง” ชี้ ชะตา “รมต.สาธารณสุข อนุทิน” จะอยู่หรือไป  วิกฤติโรคระบาดโควิด 19

ซินแสเข่ง เจาะลึกแก้วิกฤต  พลิกชะตาดวงเมือง  ดวงโลก  ตกดาวมฤตยูดาวบาปพระเคราะห์ ดวงสูญสิ้น  ดวงมรณะ  วิกฤติหนักรอบ 100 ปี โรคระบาดโควิด 19 ต่อเนื่องสุดยับยั้งเชื้อไวรัสชีวภาพกลายพันธุ์รุนแรงเพิ่มขึ้น รัฐบาลพังหากไม่เด็ดขาด ชี้ชะตา รมต.สาธารณสุข อนุทิน ดวงตกไร้ฝีมือทำประเทศไทยสู่วิบัติ  จี้คนไทยไร้วินัยกักตัว เตือนภัย เดือนปะทะดวงเมืองซ้ำเติมพฤษภาคมนี้ ชี้ชะตาคนไทย ตกดวงมรณะ เร่งรัฐบาลวางมาตรการ แก้ไขด่วน ก่อนถึงจุดสุดท้าย สังเวยชีวิตคนไทย เตือนไม่จำเป็นอย่าออกจากบ้าน 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ ของอดีตนักเล่าข่าว “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” หลังประกาศหวนคืนจอ

ซินแสเข่ง  อ.ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย วิเคราะห์ผ่าดวงเมือง  จับยามดวงเมืองประเทศไทย ดวงโลก ตกเกณท์มรณะ ดาวมฤตยูโคจรทับดวงเมืองตลอดช่วง เดือนพฤษภาคม ดวง รมต.สาธารณะสุข อนุทิน ชาญวีรกุล จะแก้ไขอย่างไร แสดงความรับผิดชอบ ต่อวิกฤติหนักปะทะดวงเมืองอีกระลอกเป็นลูกโซ่ จากไวรัสกลายพันธ์โควิด 19 กระหน่ำเพิ่มกับสายพันธ์ใหม่ ทำให้เศรษฐกิจทรุด รัฐบาลควรจะต้องเร่งจี้มาตราการคุมเข้ม แก้สถานการณ์ก่อน เชื้อกลายพันธ์ก่อนบานปลายแพร่ระบาดหนัก รัฐบาลเอาไม่อยู่ รมต.สาธารณะสุข ไร้ฝีมือกำกับสถานการณ์ พารัฐบาลล่ม เพราะดวงคุณอนุทิน ชาญวีรกุล ก่อให้เกิดทรัพย์สูญ ปะทะทั้งปี และรอบอายุเข้าเคราะห์ โรมรัน สาดซัด เจอวิกฤติ สัยสนวุ่นวายเดินไม่ถูกทาง แก้ปัญหาไม่ได้ มีแต่เรื่องที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ดวงชะตาไม่สมพงษ์ ต้องรู้จักลงมือแก้ไขเอง ปัญหาและอุปสรรคทำให้ต้องมีเสียงเรียกร้องให้ รมต.สาธารณะสุข  ลาออก หากแก้ไขสถานการณ์ไม่ได้ต้องพืจารณาตนเองหรือไม่ ก่อนที่จะทำให้รัฐบาลล่ม ประกอบกับต้องเตือนคนไทยให้มีวินัยในการป้องกัน ไม่ต้องให้รัฐบาลประกาศล๊อกดาวน์ ต้องคุมกันเอง ไม่จำเป็นไม่ควรออกนอกบ้าน เพื่อยับยั้งโรคระบาดไวรัสชีวภาพ โควิด  19  

ซินแสเข่ง กล่าวเพิ่มเติม จากการวิเคราะห์จับยาม ฑูตมรณะ ทับดวงเมือง ประเทศไทย ดวงโลก เป็นตัวชี้วิกฤติที่จะเกิดขึ้น ที่จะต้องแก้ไขจากกำลังใจของคนทั้งประเทศ  ต้องผ่านวิกฤตินี้ไปให้ได้  หากวิเคราะห์จากสถิติศาสตร์ หากวิกฤติในบ้านเมืองที่คนไทย ตกอยู่ในดวงมรณะมาเยือนทำอย่างไรที่จะไม่ให้คนไทยตายมากขึ้น และอยู่ที่กระทรวงสาธารณะที่จะต้องบริหารการจัดการ กำลังแพทย์ พยาบาล ที่ต้องพอเพียงกับสถานการณ์ และหน่อยราชการทุกภาคส่วน เพียงเพื่อช่วยเหลือชีวิตให้รอดกับวิกฤตินี้ไปให้ได้ และเดือนพฤษภาคม เป็นเดือนที่ต้องเตือนผลกระทบที่ร้ายแรงที่สุด ที่รัฐบาลที่จะต้องฟันฝ่าวิกฤตินี้ให้ผ่านพ้นและชี้ชะตาวัดดวงของ รมต.สาธารณะสุข ว่าจะอยู่หรือจะไป

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464810

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน

25 เมษายน 2564 – 18:21 น.

ช่วงโควิดระบาด ลาวเปิดด่านรับแรงงานคืนถิ่น ป้องกันลักลอบข้ามโขง

++
วันที่ 24 เม.ย.2564 สำนักข่าวสารปะเทดลาว รายงานข่าวว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองลาวและไทย เห็นดีร่วมกัน จะอนุญาตให้คนลาวที่เข้าไปทำงานในไทย แบบไม่ถูกกฎหมาย สามารถกลับลาวได้ “บ่ถือว่ามีความผิดใดๆ”

เจ้าหน้าที่ ตม.ลาว ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้สื่อมวลชนลาว ได้ทราบว่า คนลาวที่เข้าไปทำงานในไทย ด้วยกรณีใดๆก็ตาม สามารถกลับลาวได้ ขอแต่ให้รายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตม.ประจำด่านสากลให้ทราบ

 “จะบ่มีการเอาผิดเอาโทษหยัง ถือว่านโยบายให้กลับประเทศลาวได้ในระยะนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ท่านสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีลาว ได้ลงไปตรวจราชการที่ด่านสากล สะพานมิตรภาพลาว-ไทย แห่งที่ 1 (นครหลวงเวียงจันทน์-หนองคาย) เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2564 คาดว่า คงมีการพูดกันเรื่องแรงงานลาวในไทย จะขอกลับบ้าน หลังประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อโควิดสูงขึ้น 

ด้านรัฐบาลลาว ไม่มีนโยบายปิดกั้นคนลาวกลับบ้าน แต่ต้องการให้พวกเขาเข้ามาอย่างถูกต้อง เพื่อจะได้ตรวจหาเชื้อโควิด และกักกัน 14 วัน เนื่องจากที่ผ่านมา มีการลักลอบข้ามแดน และเข้าไปในหมู่บ้าน ไม่แสดงตัว ทำให้ทางการไม่ทราบข้อมูล หลายคนติดเชื้อโควิด

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน

                        รัฐบาลลาว ให้แรงงานผิดกฎหมายกลับบ้านได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาบ่อยู่ ล็อกดาวน์ เวียงจันทน์

ดังนั้น แรงงานลาวในไทย ผู้ใดประสงค์จะเดินทางกลับลาว ได้ไปติดต่อ ตม.ไทยและลาว ประจำด่านสากล นับแต่วันที่ 25 เม.ย.2564 เป็นต้นไป

สำหรับท่าทีทางฝั่งไทย พ.ต.อ.ธานินทร์ อินทพรต ผกก.ตม.หนองคาย เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว ในการรับคนลาวที่ลักลอบเข้ามาทำงานในไทยโดยผิดกฎหมายกลับประเทศ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทั้งในประเทศไทยและ สปป.ลาว 

วันที่ 25 เม.ย.2564 เป็นวันแรกที่จะดำเนินการ ซึ่งขั้นตอนนั้นคนลาวที่ต้องการกลับประเทศ ต้องมาลงทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ด่านสากล จุดใดก็ได้ เช่น ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 จ.หนองคาย หรือด่านสากลจังหวัดชายแดนไทย-ลาว

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน

            ทหารลาว ลาดตระเวนลำน้ำโขง ป้องกันคนลักลอบข้ามแดน 

ขั้นตอนการลงทะเบียนรอกลับลาวของคนลาว ที่เข้าเมืองไม่ถูกกฎหมาย

1.ลงทะเบียน ตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย จะส่งรายชื่อคนลาวที่ระบุไว้ให้ทางการลาวตรวจสอบว่าเป็นประชากรลาวจริงหรือไม่ มีประวัติอาชญากรรมสำคัญหรือไม่

2.คัดกรอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและปฏิบัติตามขั้นตอนป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดเช่นเดียวกันทุกคน

3.รอเดินทางกลับ เมื่อทางการลาวตรวจสอบประวัติและรับรองเป็นประชากรลาวแล้ว ก็จะแจ้งให้ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายทราบ และจะมีการส่งกลับตามจำนวนที่ลาวกำหนด ซึ่งยังไม่สามารถเดินทางกลับประเทศได้ทันที ต้องรอการดำเนินการตามขั้นตอนที่กล่าวมา 

โดยระหว่างรอกลับประเทศลาว ก็ต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่และปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย

หนีโควิด ลาวเปิดด่าน รับแรงงานกลับบ้าน

                       การลักลอบข้ามโขง ทำให้ควบคุมโควิดไม่ได้