‘โอ๋’ ขาลง หนาววงศ์วาน ‘เนวิน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464794

‘โอ๋’ ขาลง หนาววงศ์วาน ‘เนวิน’

25 เมษายน 2564 – 15:36 น.

โควิดวิกฤตศรัทธา “ศักดิ์สยาม” ฝ่ามรสุมคลัสเตอร์ทองหล่อ “เนวิน” จะเอายังไง

++

หลังจากเข้ารับการรักษาจากอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.2564 สัปดาห์หน้า “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีคมนาคม จะกลับมาปฏิบัติงานตามปกติ

ระหว่างที่ “เสี่ยโอ๋” หายหน้าหายตาไป สื่อมวลชนก็ยังเกาะติดประเด็น “คลัสเตอร์ทองหล่อ” ต้นตอโควิดรอบใหม่ ซึ่งเสี่ยโอ๋ได้ชี้แจงไปแล้ว ไม่ได้เข้าไปสถานบันเทิงย่านนั้น แต่ติดเชื้อโควิดจากคนใกล้ชิดที่ไปแถวทองหล่อ  

อย่างไรก็ตาม “เสี่ยโอ๋” มอบอำนาจให้ทนายความส่วนตัว แจ้งความดำเนินคดีกับมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กรณีหมิ่นประมาทตามที่มีข่าวไปก่อนหน้านี้

ด้าน “เสี่ยเต้” โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “ขอบคุณเสี่ยโอ๋ที่กรุณาฟ้องผม ต่างคนต่างทำหน้าที่..” ดูเหมือน “เสี่ยเต้” จะไม่ยอมจบง่ายๆ เตรียมบุกบุรีรัมย์ไปฟ้องเสี่ยโอ๋อีกต่างหาก 

เนวิน ชิดชอบ” พี่ชายเสี่ยโอ๋ รู้ดีว่า คลัสเตอร์ทองหล่อ จะตามหลอกหลอนน้องชายสุดรักไปอีกนาน และเริ่มมีขบวนการใต้ดินออกมาแล้ว จึงต้องเดินเกมรุกโตกลับบ้าง

คลัสเตอร์ทองหล่อ และการบริหารจัดการโควิดระลอก 3 ทำเอาพรรคภูมิใจไทยตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง แถมมีคนลุกขึ้นมาขับไล่ “เสี่ยหนู อนุทิน ชาญวีรกูล ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีอีก

ใครก็รู้ว่า พรรคภูมิใจไทยที่มี “เสี่ยหนู” เป็นหัวหน้าพรรค และ “เสี่ยโอ๋” เป็นเลขาธิการพรรคนั้น แท้จริงๆแล้ว ผู้ถือดุลอำนาจแฝงในพรรคคือ “เสี่ยเป็ด” แห่งบ้านชิดชอบ

                                  เนวิน พี่เลี้ยงเสี่ยหนู และเสี่ยโอ๋

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไฟโควิดลามไหม้รู’หนู’ อยู่ยาก
 

++
นักกลยุทธ์
++

14-15 ปีที่แล้ว สมัยที่ “เนวิน” ยังเป็นยอดขุนพลของทักษิณ ชินวัตร มีนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังคนหนึ่ง ที่เขียนบทความประจำใน นสพ.ผู้จัดการรายวัน ได้อธิบายความเป็นยอดขุนพลของนักการเมืองบุรีรัมย์ว่า

“คุณเนวินเป็นคนมีเสน่ห์ทางการเมือง ในบรรดาพรรคการเมืองที่มีชีวิตเกือบครึ่งหนึ่งในปัจจุบัน คุณเนวินมีโอกาสโปรยเสน่ห์ทางการเมืองมาแล้ว บรรดาหัวหน้ารัฐบาลที่คุณเนวินร่วมด้วย ล้วนหลงเสน่ห์คุณเนวินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคุณบรรหาร ศิลปอาชา หรือคุณชวน หลีกภัย หรือแม้แต่คุณทักษิณเอง”

บทความนี้เผยแพร่เมื่อปี 2547 แต่ก็ยังใช้ได้ เพราะยุคหลังๆ สุเทพ เทือกสุบรรณ และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ยังหลงเสน่ห์เนวิน รวมถึง “พี่น้อง 3 ป.” ที่ไว้เนื้อเชื่อใจกันมาแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ จนมายุครัฐบาล คชส. และรัฐบาลประยุทธ์ 

“เสน่ห์ของคุณเนวิน มิได้อยู่ที่คุณสมบัติด้านกายภาพ หากแต่อยู่ที่การเป็นคนเอาการเอางาน หนักเอาเบาสู้ อ่านใจ “นาย” แม่นราวกับจับวาง เมื่อทำงานรับใช้ใคร ก็ทำงานอย่างเต็มสติปัญญา และกำลังความสามารถ เรียกได้ว่าเป็นการทำงานชนิดถวายหัว”

นักเศรษฐศาสตร์-นักเขียนคนดังกล่าวพูดถึงเนวิน ยอดขุนพลของอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคน และในวันข้างหน้า เขาพร้อมจะทำงานถวายหัวให้ “นาย” ใหม่ ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ 

'โอ๋' ขาลง หนาววงศ์วาน 'เนวิน'

                                           เสี่ยหนู และเสี่ยโอ๋

++
คืนดีนายใหญ่
++

แม้คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ ยังมองว่า เนวินคือคนทรยศนายใหญ่ และไม่มีวันที่คนแดนไกลจะให้อภัย แต่คนที่รู้จักเนวินก็เชื่อว่า ในอนาคต ผู้มากบารมีบุรีรัมย์กับทักษิณ อาจได้ทำงานร่วมกันอีกก็ได้ 

หลายปีก่อน มีคนเล่าว่า ที่วัดเทพศิรินทราวาส ราชวรวิหาร ในงานบำเพ็ญกุศลศพนายวิชัย ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ค่ำคืนหนึ่ง บังเอิญว่า เนวิน ชิดชอบ, วิษณุ เครืองาม และคุณหญิงพจมาน พร้อมลูกๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพ

ก่อนที่คุณหญิงอ้อ จะเดินทางเข้าสู่ศาลาสวดศพ เนวินลุกขึ้นมายืนรอตรงประตูทางเข้าอย่างตั้งใจ ทันทีที่คุณหญิงจันทร์ส่องหล้าเดินเข้ามา เนวินยกมือไหว้อย่างนอบน้อม คุณหญิงก็รับไหว้ด้วยใบหน้ายิ้มนิดๆ 

คำว่า การเมืองไทยไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ยังคงใช้ตลอดไป ซึ่งนักเลือกตั้งระดับจอมยุทธ์เชื่อว่า วันข้างหน้าโอกาสที่พรรคสีน้ำเงิน จะจับขั้วกับพรรคสีแดงก็เป็นไปได้

ที่สำคัญ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรกับทักษิณ และเขาเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า ยังเคารพนับถืออดีตนายกฯ ทักษิณ 

ดังนั้น ในภาวะขาลงของภูมิใจไทย อันเนื่องจากมาวิกฤตโควิด เนวินอาจยอมเจ็บเหมือนตอนเจอกระแส “ยี้” เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งครอบครัว “ชิดชอบ” ต้องถอยไปสังกัดพรรคเล็กๆ เพื่อรอคอยโอกาสการกลับมาผงาดอีกหน

‘โหรฟองสนาน’ ชี้ดวงเมือง หวาดเสียวเพราะโควิดหนัก-ยกสุดท้าย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464790

‘โหรฟองสนาน’ ชี้ดวงเมือง หวาดเสียวเพราะโควิดหนัก-ยกสุดท้าย

25 เมษายน 2564 – 15:28 น.

“โหรฟองสนาน” คาดสถานการณ์การรับมือโควิด-19 รอบสาม ระหว่าง 14 เม.ย.- 8 พ.ค.64 ตัวเลขจะหวาดเสียว แต่ผลปรากฏว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติรายวันสูงกว่าการรับมือสองรอบใหญ่ที่ผ่านมาหวาดเสียวมากกว่าที่คิด

“โหรฟองสนาน” เปิดเผยคำทำนายผ่านบทความ แม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 373 โดยฟองสนาน จามรจันทร์ หวาดเสียวเพราะโควิดหนัก-ยกสุดท้ายโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน-ฟัง

'โหรฟองสนาน' ชี้ดวงเมือง หวาดเสียวเพราะโควิดหนัก-ยกสุดท้าย

ภาพลัคนาเมือง (และโลก) รับมือโควิด-19 ระลอกที่สาม-และคาดหมายการแปรเป็นสถานการณ์ปกติ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘โหรฟองสนาน’ เผย 29 มี.ค.นี้ ผลของพฤหัสบดีจรย้ายต่อคนทุกลัคนาราศี(4)

แม้ในบทความแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 371 ผู้เขียนจะคาดหมายถึงสถานการณ์การรับมือโรคระบาดโควิด-19 รอบที่สามจาก-สถานบันเทิงเอฟเฟค-ว่าระหว่าง 14 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2564 ตัวเลขจะหวาดเสียว แต่ผลปรากฏว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติรายวันสูงกว่าการรับมือสองรอบใหญ่ที่ผ่านมาหวาดเสียวมากกว่าที่คิด

บทความและภาพของแม่หมอสมัครเล่นตอนนี้จึงขออธิบายเพิ่มเติมถึงปรากฏการณ์ทางโหรที่บ่งบอกความแรงของโควิด-19 ที่เป็นอยู่และคาดหมายถึงการเป็นจะแปรโรคปกติ ดังนี้

A1. เริ่มตั้งแต่ 6 มีนาคม 2559 มฤตยูจร (0) เจ้าของภัยอาเพศ+การปฏิวัติใหญ่+โรคระบาดใหญ่เข้ามาเดินในราศีเมษทับลัคนาดวงเมือง(และโลก)เป็นสื่อล่อเป้ารอดาวร้ายมาผสมโรงให้เกิดโรคระบาดใหญ่ 

ถ้ายังจำกันได้วันที่ 6 มีนาคม 2559 เจ้าคุณธงชัยวัดไตรมิตร หรือปัจจุบันคือ “สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี” หรือ “สมเด็จธงชัย”  “เจ้าคณะใหญ่หนกลาง”เคยพาสวดเจริญพระพุทธมนต์สร้างขวัญ-กำลังใจมาแล้ว-เพียงแต่คงละลืมกัน และแล้วผ่านไปตั้งนานครั้นวันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 จีนก็พบผู้ป่วโควิด-19 หมายเลข 1 ที่อู่ฮั่น

แล้วโรคนี้เข้าไทยครั้งแรกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2563 เมืองต้องสู้ยก-ระลอกแรกเกิดความแตกตื่น-วุ่นวาย-ล้อคดาวน์ทั้งประเทศแต่รับมือได้ดีจนได้รับทำชมจากองค์การอนามัยโลก( ทางโหรคือพฤหัสบดีจร(5) หัวหน้าเทวดาประจำเมืองกำลังอยู่ในระหว่างเข้มแข็งเป็นฐานสำคัญสำหรับรับมือ)

แต่เป็นเพราะมฤตยูจร(0) ยังเดินอยู่ในราศีเมษ ที่ลัคนาเมือง(และโลก)ตั้งอยู่ จึงเป็นสื่อรอให้โรคเกิดได้เป็นระยะ ๆ ตัวเลขติดเชื้อขึ้น ๆ ลง ๆ แบบสามวันดี สี่วันไข้

A2. เกณฑ์ร้าย(กว่ารอบแรก) ผสมโรงรอเกิดอีกหนึ่งเกณฑ์เพื่อรอดาวอื่นมาช่วยกันบีบเมืองเริ่ม 10 กันยายน 2563 เป็นต้นไป – 29 มีนาคม2565 (ราหูจร8 ที่เดินตามเข็มนาฬิกาสวนกับดาวอื่นเข้าราศีพฤษภค้นทรัพย์ดวงเมือง-รอดาวดวงอื่นที่เดินทวนเข็มนาฬิกามาบีบลัคนาเมืองที่ราศีมีน)

ผลจากที่เกณฑ์ร้าย A2. นี้เข้ามาผสมโรง (กับมฤตยูจร0)ทำให้การระบาด-ยก-ระลอกที่สองจากตลาดกลางกุ้ง+บ่อนการพนันภาคตะวันออกหนักกว่าระลอกแรก แต่แม้จะสาหัสขึ้นเคยติดเชื้อสูงสุดเมื่อ 26 มกราคม 2564 ที่ 959 คนก็ตามเมืองก็ค่อย ๆ ผ่านมาได้ทุกองศาที่เกณฑ์ร้ายเคลื่อนไป

A3. เกณฑ์ระลอกสามเริ่ม 14 เมษายน 2564 เป็นผลร้ายจากความบันเทิงเกินเหตุส่งต่อจากย่านทองหล่อไปทั่วประเทศ(พระอาทิตย์จร1ร่วมกับพระราหูจร 8 ช่วยกันบีบลัคนาเมือง)

A4. ระลอกสามเกิดเกณฑ์-ร้ายมาก-กว่าระลอกแรกและระลอกสอง (เป็นเพราะรอบนี้เกิดขณะมฤตยูจร0ที่เดินทวนเข็มนาฬิกาอยู่ในราศีเมษอ้อยอิ่งล่อเป้ามานานเข้าประชิดองศาใกล้ลัคนาเมืองที่ตั้งอยู่ในราศีเมษประมาณ 24 องศา 10 ลิปดาทุกขณะคือ ช่วยนอกจากจะช่วยพระราหูจร 8 บีบ-แล้วมฤตยูเองก็กดทับลัคนาเมืองเพิ่มเกณฑ์ร้ายขึ้นอีกหนึ่งหนึ่งเท่า)     

ผลคือขณะปิดต้นฉบับนี้ 23 เมษายน 2564 ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่อวันทำสถิติสูงสุดทะลุเกินสองพันคนขึ้นไปแล้ว เป็นที่หวาดเสียวจริง ๆ ต้องสร้างโรงพยาบาลสนามและหาวัคซีนเพิ่มจ้าละหวั่น แถมคนดัง-ดารา-คนสำคัญติดเชื้อกันเพียบสร้างความระทึกใจไปทั่ว โดยสถานการณ์จะบีบคั้นเมืองไปอีกระยะหนึ่ง

ฐานการสู้ยกที่สาม ระหว่าง 29 มีนาคม – 17 มิถุนายน 2564 ระบบและบุคลากรทางสาธารณสุขของเมืองยังเข้มแข็งพอจะพารอดได้-มีเพื่อนช่วยเช่นได้ซื้อวัคซีนจากรัสเซีย ฯลฯ (พฤหัสบดีจร5เดินอยู่ในราศีกุมภ์ภพสิบเอ็ดของเมือง-เหมือนพิเภกไม่ว่าจะเจอหนักแค่ไหนก็รอดจากศึกมหาบาลเพราะหนุมานดั้นเมฆมาช่วย)เพื่อยันสถานการณ์ไว้พอให้เกณฑ์จากดาวร้ายค่อยๆเคลื่อนไปคือ

B1. ระลอกสามเริ่มคลี่คลายขั้นแรก จะเริ่มเห็นตั้งแต่ประมาณ 8 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป-เหมือนที่เคยทำนายไว้ในแม่หมอสมัครเล่นตอนที่ 371 (พระอาทิตย์จร1ยุติการร่วมกับราหูจร8บีบลัคนาเมืองทางองศา)

B2. คลี่คลายสองเริ่มประมาณ 15 พฤษภาคม เป็นต้นไป -15มิถุนายน2564(พระอาทิตย์จร1ย้ายเข้าราศีพฤษภหยุดการช่วยพระราหูจร8บีบลัคนาเมืองทางราศี)

B3.คลี่คลายขั้นสามความร้ายแรงสุด ๆ ค่อย ๆ จางเริ่มประมาณ 25 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป (มฤตยูจร0เดินอยู่ในราศีเมษประมาณ 24 องศา 12 ลิปดาหยุดร่วมพระราหูจร 8 บีบ+กดลัคนาเมืองทางองศา)

แต่ถึงอย่างไรบรรยากาศของโรคยังอ้อยอิ่งล่อเป้ารอเกณฑ์ร้ายผสมโรงเกิดใหม่พอให้ได้รับมือ-ปรับแผนไปเรื่อย (มฤตยูจร0ยังเดินอยู่ในราศีเมษ)เพียงแต่ความรุนแรงจะไม่เท่ารอบที่สามที่จะหนักที่สุดสำหรับโรคระบาดนี้อีกทั้งเมืองจะสามารถรับมือข้ามปีไปได้ดี-เมื่อหาเกณฑ์ได้แล้วจะได้เตือนแนวโน้มต่อไป

B4. เริ่มตั้งแต่ประมาณ 8 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป วาระเมืองและโลกลาจากมฤตยูจรคือการปฏิวัติใหญ่+ภัยอาเพศรวมทั้งจากโควิด19ที่เป็นมาเจ็ดปี(มฤตยูจร0ย้ายจากราศีเมษเข้าไปเดินในราศีพฤษภ )

จึงคาดว่าหลังจากสู้ไปจนถึงบัดนั้นโควิด-19 จะกลายเป็น-โรคสามัญประจำโลก-ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์และยารวมทั้งวัคซีน

แต่แม้มฤตยูจร(0) จะย้ายจากเมษไปแล้ว เมืองและโลกก็จะมีปรากฏการณ์ปฎิวัติเรื่องใหม่-โรคใหม่ท้ายทายอยู่เรื่อย และมีผลต่อคนทุกลัคนาราศีเอาไว้ใกล้ ๆ จะได้บอกเค้าโครงให้ทราบต่อไปเพื่อเป็นคู่มือให้ใช้ไปอีก 7 ปี

ฟองสนาน จามรจันทร์

23เมษายน2564

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464766

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง  เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย 

25 เมษายน 2564 – 11:53 น.

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย 

การเมืองเรื่องโควิด กำลังเขย่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯอย่างหนัก หลังการระบาดระลอก3 ที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการยับยั้งไวรัสตัวนี้ 
 
อย่างที่ทราบกันดีว่า ความระหองระแหงในพรรคร่วมรัฐบาลระหว่าง พลังประชารัฐ กับ ภูมิใจไทย ส่งผลต่อการร่วมมือกันในการบริหารงานในครม.  
 
ความไม่เป็นเอกภาพเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆระหว่างตัวนายกฯ และ อนุทิน ชาญวรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่กำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข 
 
นับแต่การจัดหาวัคซีนที่มีความล่าช้า จนนายกฯต้องตั้งคณะกรรมการภาคเอกชนให้จัดหาวัคซีนในองค์กรธุรกิจเนื่องเพราะอำนาจการอนุญาตไปอยู่ที่คณะกรรมการอาหารและยา ที่มีพรรคภูมิใจไทยคอยกำกับอยู่   

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไฟโควิดลามไหม้รู’หนู’ อยู่ยาก

แต่กว่าจะถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะการระบาดระลอกที่3 ที่มีต้นตอมาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ นอกจากดารา นักร้อง และสาวบริการจะติดโควิดแล้วเป็นตัวแพร่เชื้อไปทั่วประเทศ ยังมีรัฐมนตรีติดโควิดในช่วงเวลาเดียวกันด้วย แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเที่ยวทองหล่อ แต่มีลูกน้องและตำรวจติดตามรวมถึงสส.ในพรรคไป สังคมก็คงมีคำตอบเองว่าไปหรือไม่ไป 
 
ประกอบกับการระบาดรอบ3 สะท้อนความบกพร่องในการบริหารจัดการของกระทรวงสาธารณสุขที่มี อนุทิน เป็นรัฐมนตรี เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถตรวจหาเชื้อจากโรงพยาบาลได้ และไม่มีโรงพยาบาลรับคนป่วย นี่ถือเป็นความบกพร่องร้ายแรงของผู้บริหาร  
 
จนกระทั่งกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า หมอไม่ทน เปิดแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อขับไล่ อนุทิน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี 
 
พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงจะอึดอัดอยู่พอสมควร แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก ต้องปล่อยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และผู้จัดการรัฐบาลไปดำเนินการหาแผนสองรองกรณีฉุกเฉินเอาไว้ 
 
เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ก็ได้พูดคุยกับ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่มีสัมพันงะ์อันดีกับ ทักษิณ ชินวัตร ที่สำคัญ สุริยะ ก็มีสส.ฝากเลี้ยงไว้ในพรรคเพื่อไทย จำนวนหนึ่ง เพื่อขอพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคทางเลือกหากจำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับพรรคภุมิใจไทยออก  

“ทางพรรคเพื่อไทย ยืนยันมาจากแดนไกลว่า ไม่มีเงื่อนไขและข้อต่อรองกับตำแหน่งรัฐมนตรี จะให้เก้าอีกระทรวงไหนก็ได้” แหล่งข่าวคนใกล้ชิดระดับแกนนำเปิดเผยการหารือกัน 
 
เช่นนี้เท่ากับว่าหากปรับพรรคภุมิใจไทยออก จะทำให้กระทรวงสาธารณสุข ที่มีความสำคัญในการต่อสู้กับโควิด มาอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางตัว นพ.ปิยสกล สกลสัตยาธร อดีตรมว.สาธารณสุขเอาไว้เป็นตัวตายตัวแทนในเก้าอี้ว่าการสาธารณสุข  
 
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนแปลในพรรคพลังประชารัฐ เพราะในการประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้น พล.อ.ประวิตร จะประกาศลาออกเพื่อล้างไพ่แล้วให้สมาชิกเลือกหัวหน้าใหม่ ก็ยังเป็นพล.อ.ประวิตร เหมือนเดิม 
 
ส่วนตำหน่งเลขาธิการพรรคนั้น ให้ สันติ พร้อมพัฒน์ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปตกลงกันว่าใครจะเป็นเลขาธิการพรรค เพราะตำแหน่งเลขาธิการพรรคจะต้องมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายพรรคเดือนละ20ล้าน  
 
เมื่อเปลี่ยนโครงสร้างใหม่พลังประชารัฐเสร็จสรรพแล้ว จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะต้องปรับใหญ่ทั้งครม.มีการเกลี่ยเก้าอี้กันใหม่ จะอาศัยช่วงนี้ ปรับเอาพรรคที่มีปัญหาอย่างภุมิใจไทยออกไป แต่ข่าววงในรายงานว่า อย่างเร็วน่าจะหลังงบประมาณปี2565 ผ่านสภาไปเสียก่อน 
 
จากนั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่

ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464722

ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

24 เมษายน 2564 – 17:42 น.

ลาววิกฤต คลัสเตอร์หนุ่มไทย ตะลุยเวียงจันทน์ คาดมีคนติดโควิดทะลุ 2,000 คน เตรียม 1,300 เตียงรองรับ

วันที่ 24 เม.ย.2564 คณะเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุมและแก้ไขการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้แถลงว่า สปป.ลาวตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 88 คน แยกเป็นนครหลวงเวียงจันทน์ 84 คน ,แขวงบ่อแก้ว 2 คน และแขวงจำปาสัก 2 คน
    คลัสเตอร์ใหญ่ที่สุดก็มาจากกรณีที่ 59 คือ นักศึกษาหญิงวัย 25 ปี ที่ได้พา 2 คนไทยเที่ยวราตรีทั่วนครหลวงเวียงจันทน์ ช่วงบุญปีใหม่ลาว 
    นับจากกรณีที่ 59 (20 เม.ย.) จนมาถึงกรณีที่ 247 (24 เม.ย.)ปรากฏว่า มีถึง 167 กรณี ที่เกิดขึ้นในนครหลวงเวียงจันทน์ ถือเป็นการระบาดระลอกใหม่ที่สาธารณสุขลาว ยอมรับว่าเป็นเชื้อโควิดสายพันธุ์อังกฤษ 

 ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

วันที่ 24 เม.ย. ยอดผู้ติดโควิดรายใหม่ 88 คน 
    ผู้เชี่ยวชาญลาวและตัวแทนองค์การอนามัยโลก คาดการณ์เบื้องต้นว่า เฉพาะนครหลวงเวียงจันทน์ จะมีผู้ติดเชื้อโควิดสูงถึง 2,000 คน อันเนื่องมาจากคลัสเตอร์บุญปีใหม่ลาวหรือสงกรานต์     

 ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

สื่อออนไลน์ลาว พาดหัวคาดติดโควิด 2,000 คน

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงสาธารณสุขลาว จึงได้เตรียมโรงพยาบาลสนามไว้รองรับ 1,366 เตียง ประกอบด้วย
    โรงหมอมิดตะพาบ, โรงหมอกองทัพ, โรงหมอเซดถาทิราด รวม 216 เตียง
    สนามกีฬาห้วยพง จำนวน 150 เตียง
    สโมสรหลัก 27 จำนวน 500 เตียง
    สนามกีฬาหลัก 16 จำนวน 500 เตียง

 ลาวติดโควิด คาดทะลุ 2 พัน เหตุคลัสเตอร์หนุ่มไทย

ทางการลาว เตรียมโรงพยาบาลสนาม

++
ล่าสองหนุ่มไทย
++
    แม้ทางการลาวจะไม่แถลงข่าวใดๆ เกี่ยวกับ 2 คนไทยที่ลักลอบข้ามแดนไปเที่ยวสงกรานต์ในนครหลวงเวียงจันทน์ แต่สำนักออนไลน์ในลาว ต่างให้ความสนใจการติดตามดำเนินคดีผู้ลักลอบเข้าเมืองของเจ้าหน้าที่ ตม.ของไทย
    สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.พีรภัทร์ ปรมพุฒิ รอง ผกก.ตม.หนองคาย พร้อม พ.ต.ท.อภิชาติ คลธา สว.ตม. ได้เข้าพบ ร.ต.ท.หญิง ชลธิชา ธิศาลา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษชาวไทย 2 คน คือ “ชิตพล” ขอสงวนนามสกุล อายุ 30 ปี ชาวร้อยเอ็ด , “ธนกฤต” ขอสงวนนามสกุล อายุ 31 ปี และหญิงลาว 1 คน อายุ 26 ปี ที่ลักลอบเข้าออกประเทศโดยผิดกฎหมาย ต้องสงสัยนำเชื้อโควิดไปแพร่ระบาดใน สปป.ลาว และปกปิดข้อมูลการเดินทางต่อเจ้าพนักงาน  

รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายตรวจสอบแล้ว ปรากฏหลักฐานชี้ชัดว่า ผู้ลักลอบเข้าลาว-ไทยช่วงก่อนและหลังสงกรานต์ เป็นชิตพลกับธนกฤตจริง มีพฤติกรรมพาหญิงสาวไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ในแขวงสะหวันนะเขต และนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อกลับมาในประเทศไทย มีอาการเข้าข่ายต้องสงสัย จึงไปตรวจหาเชื้อและพบว่าติดเชื้อโควิด

ทุกวันนี้ หนุ่มไทยสองคน และหญิงลาว ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนองคาย และเมื่อพวกเขาหายป่วยแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีตามที่ ตม.หนองคาย แจ้งจับ

รู้จัก ‘ชูศักดิ์’ มือขวา ‘สมศักดิ์’ คลัสเตอร์สุโขทัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464719

รู้จัก ‘ชูศักดิ์’ มือขวา ‘สมศักดิ์’ คลัสเตอร์สุโขทัย

24 เมษายน 2564 – 17:24 น.

คลัสเตอร์สุโขทัยไม่แพ้ทองหล่อ รู้จัก “ชูศักดิ์” ติดโควิดคนสนิท “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เจ้าพ่อค้างคาวไฟ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมีก

++
    การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบนี้ เกี่ยวกับคนการเมืองถึง 2 กลุ่มก้อนคือ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ติดเชื้อโควิดจากกรณีคนใกล้ชิดไปที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ
    ตามมาด้วย ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ติดเชื้อโควิด เพราะร่วมวงกินข้าวกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม และกลุ่มเพื่อน ที่ร้านอาหารในเมืองสุโขทัย เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2564 ที่พบการแพร่ระบาดไปยังผู้ร่วมงานอย่างน้อย 28 ราย โดยเสียชีวิตแล้ว 1 ราย 
    วันที่ 23 เม.ย.2564 “ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง” ออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเวลานี้ตัวเขาได้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 

 รู้จัก 'ชูศักดิ์' มือขวา 'สมศักดิ์' คลัสเตอร์สุโขทัย

ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย

    ส่วน “สมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่า เป็นการกินข้าวในกลุ่มผู้ใกล้ชิด ไม่ใช่งานรดน้ำสงกรานต์ แต่บังเอิญมีคนกลุ่มหนึ่งที่เคารพนับถือกันมารดน้ำขอพรเท่านั้นเอง 
    หลังกลับกรุงเทพฯ เมื่อทราบข่าวว่าคนร่วมวงกินข้าวติดเชื้อโควิด สมศักดิ์ และครอบครัวจึงไปตรวจหาเชื้อโควิด และผลออกมาเป็นลบ จึงทำการกักตัว 14 วัน
    จริงๆแล้ว ร้านอาหารดังกล่าว เป็นร้านคนสนิทของสมศักดิ์ ยามใดที่เขาเดินทางกลับสุโขทัยก็มักจะนัด “คนการเมือง” ในท้องถิ่นมากินข้าวที่ร้านนี้

++
ชูศักดิ์คือใคร?
++
    สมศักดิ์ เทพสุทิน เล่นการเมืองมาแต่อายุ 25 ปี เป็น ส.ส.สุโขทัย มายาวนาน พักหลังส่งไม้ต่อให้ภรรยา, น้องสาว และพี่เมีย สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ยามใดที่สมศักดิ์แถลงข่าว จะปรากฏผู้ชายร่างใหญ่ๆ ยืนเป็นฉากหลังอยู่เป็นประจำ
    เนื่องจากเพิ่งเป็น ส.ส.สมัยแรก จึงไม่ค่อยมีใครรู้จัก “ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง” กระทั่งโควิดระบาดระลอกใหม่ ส.ส.สุโขทัยรายนี้ติดเชื้อโควิด ตกเป็นข่าวใหญ่ ผู้คนจึงรู้จักหน้าค่าตามากขึ้น
    นักเลือกตั้งแบบ “ชูศักดิ์” เริ่มต้นทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในนาม หจก.คีรีมาศก่อสร้าง ก่อนจะเป็นสมาชิกสภาเทศบาลตำบลบ้านโตนด ,นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโตนด อ.คีรีมาศ และ ส.อบจ.สุโขทัย เขต อ.คีรีมาศ 
    เลือกตั้งทั่วไปปี 2554 ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ลงสมัคร ส.ส.เป็นครั้งแรก ที่เขต 2 สุโขทัย สังกัดพรรคเพื่อไทย ขณะนั้น สมศักดิ์ เทพสุทิน พาพลพรรค “ค้างคาวไฟ” ไปอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย ส่ง เกียรติศักดิ์ ต้นประสงค์ เสี่ยรับเหมารายใหญ่ อ.กงไกรลาศ ลงสนาม
    ทั้งชูศักดิ์ และเกียรติศักดิ์ พ่าย สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล พรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็น ส.ส.สมัยแรกปี 2550 ด้วยกระแสต้านระบอบทักษิณ 
    หลังจากนั้น ชูศักดิ์ได้เข้าไปอยู่ในกลุ่มค้างคาวไฟ เพราะช่วงว่างเว้นการเมือง สมศักดิ์ เทพสุทิน หันไปปลุกปั้นทีมฟุตบอล “สุโขทัย เอฟซี” ที่มีฉายาว่า ค้างคาวไฟ

 รู้จัก 'ชูศักดิ์' มือขวา 'สมศักดิ์' คลัสเตอร์สุโขทัย

ชูศักดิ์ ในชุดค้างคาวไฟ

++
อภินิหารแบ่งเขต
++
    ก่อนการเลือกตั้งปี 2562 มีการแบ่งเขตใหม่ โดยสนามสุโขทัย ลดจาก 4 เขต เหลือ 3 เขต มาตัั้งแต่การเลือกตั้งปี 2557 (เลือกตั้งโมฆะ) และที่เขต 2 กกต. จัดการผ่า อ.กงไกรลาศ ให้บางตำบลไปอยู่ที่เขตเลือกตั้งที่ 1 และส่วนใหญ่อยู่ที่เขตเลือกตั้งที่ 2 พ่วงด้วย อ.บ้านด่านลานหอย อ.ทุ่งเสลี่ยม และ อ.คีรีมาศ
    ถ้ายังจำกันได้ สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล อดีต ส.ส.สุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ควันออกหู เพราะ อ.กงไกรลาศ เป็นฐานเสียงสำคัญของสัมพันธ์มาทุกสมัย แถม กกต. ยังโยก อ.ทุ่งเสลี่ยม อันเป็นฐานคะแนนของกลุ่ม “ค้างคาวไฟ” เข้ามาอยู่ในเขตนี้
    ในที่สุด ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง เอาชนะสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล ไปได้ด้วยคะแนนที่ทิ้งห่างกันกว่า 2 หมื่นคะแนน แต่กลุ่มค้างคาวไฟของสมศักดิ์ ก็ไม่ชนะยกจังหวัด ได้มาเพียง 2 เก้าอี้ จากเขต1 พรรณสิริ กุลนาถศิริ น้องสาวสมศักดิ์ และเขต 2 ชูศักดิ์ คีรีมาศทอง 

 รู้จัก 'ชูศักดิ์' มือขวา 'สมศักดิ์' คลัสเตอร์สุโขทัย

สมศักดิ์ สุริยะ และชูศักดิ์ 
    อย่างไรก็ตาม ชัยชนะของชูศักดิ์ ก็มาจากกลยุทธ์ปลุกคนคีรีมาศเลือกคนบ้านเดียวกันเป็นผู้แทน บวกกระแสลุงตู่ที่มาแรงในเวลานั้น
    วันนี้ ชูศักดิ์กลายเป็นกำลังหลักในพื้นที่ของสมศักดิ์ และในวันข้างหน้า หากกลุ่มค้างคาวไฟจะต้องไปอยู่ที่ไหน พื้นที่เขต 2 ชูศักดิ์ต้องเป็นตัวยืน และรักษาแชมป์ไว้ให้ได้

โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464650

โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย

23 เมษายน 2564 – 18:59 น.

ลาววิกฤต ติดโควิดพุ่งวันเดียว 65 คน ต้นตอ “คลัสเตอร์หนุ่มไทย” ท่องราตรีเวียงจันทน์ช่วงสงกรานต์

วันที่ 23 เม.ย.2564 ดร.พูทอน เมืองปาก รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขลาว และคณะ ในนามคณะเฉพาะกิจควบคุม ป้องกันโควิด-19 ได้แถลงข่าวผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ จำนวน 65 คน แยกเป็นนครหลวงเวียงจันทน์ 60 คน, แขวงจำปาสัก 2 คน, แขวงบ่อแก้ว 2 คน และแขวงเวียงจันทน์ 1 คน 
    นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้นปี 2563 มาจนถึงช่วงหลังสงกรานต์ 2564 สปป.ลาว มียอดสะสมการติดเชื้อโควิดเพียง 60 คน 

 โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย

คณะเฉพาะกิจลาว แถลงติดโควิดวันเดียว 65 ราย\

    เฉพาะต้นเดือน เม.ย. ถึงวันที่ 23 เม.ย.นี้ มียอดสะสมผู้ติดเชื้อโควิดร้อยกว่าคน เกิดจากแรงงานลาวในไทยกลับบ้าน และช่วงบุญปีใหม่ลาว ที่มีคนไทย 2 คน ลักลอบข้ามแดนมาเที่ยว พร้อมกับหญิงลาว 2 คนให้การต้อนรับ พบว่า มีผู้ติดเชื้อโควิดจากการสัมผัสกรณีที่ 59 (นักศึกษาหญิงลาว) รวมแล้ว 86 คน (26+60)

 โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย

หลังเกิด “คลัสเตอร์หนุ่มไทย” ที่ลักลอบข้ามแดนมาเที่ยวสงกรานต์ ท่านพันคำ วิพาวัน นายกรัฐมนตรีลาว จึงออกคำสั่งล็อกดาวน์นครหลวงเวียงจันทน์ ตั้งแต่ 22 เม.ย. ถึง 5 พ.ค.2564
    ขณะเดียวกัน เจ้าแขวงที่มีชายแดนติดประเทศไทย ก็มีคำสั่งล็อกดาวน์ รวมถึงบางแขวงที่มีผู้ติดเชื้อโควิดเข้าไปในแขวง รวมทั้ง 6 แขวง ได้แก่แขวงบ่อแก้ว, แขวงพงสาลี, แขวงไซยะบุลี, แขวงบอลิคำไซ, แขวงเวียงจันทน์ และแขวงเซียงขวาง

++
แกะรอยหนุ่มไทย
++
    หนุ่มไทย 2 คน เป็นชาวอีสาน มีภูมิลำเนาอยู่ในอีสานตอนกลาง ทำธุรกิจออนไลน์ จึงรู้จักหญิงสาวชาวลาว เลยมีการชักชวนให้เล่นสงกรานต์เมืองลาว
    6 เม.ย. หนุ่มไทย 2 คน ลอบนั่งเรือข้ามโขงจากมุกดาหาร โดยมีข้อมูลว่า นักศึกษาหญิงที่ติดเชื้อโควิด กรณีที่ 59 และเพื่อนหญิงคนหนึ่ง ได้ไหว้วานให้สาวชาวสะหวันนะเขต ติดต่อเรือรับจ้าง ลักลอบพาหนุ่มไทยข้ามโขง มาขึ้นฝั่งที่นครไกสอนพมวิหาน
    จากนั้นหญิงสาวกรณีที่ 59 และเพื่อนหญิงก็พาหนุ่มไทยทั้งคู่ เดินทางมานครหลวงเวียงจันทน์และเข้าพักที่โรงแรมเจือง 2 เมืองจันทะบุลี
    ระหว่างวันที่ 8-12 เม.ย.2564 สาวลาวทั้งสอง ได้พาหนุ่มไทยทั้งสอง ไปไหว้พระที่วัดสีเมือง และกินเที่ยว ทั้งร้านอาหาร คลับบาร์ คาราโอเกะ และร้านนวด  
    13 เม.ย. หนุ่มไทยคนหนึ่ง มีอาการไข้ ปวดเนื้อปวดตัว และ 16 เม.ย. สาวลาวอีกคนหนึ่งและคนไทยออกจากโรงแรม เดินทางกลับไทย โดยว่าจ้างเรือลักลอบข้ามโขงไปขึ้นฝั่งที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย 
    17 เม.ย. นักศึกษาหญิงได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนหญิงลาวว่า ทั้งสามคน ติดเชื้อโควิด โดยทั้งหมดรักษาตัวอยูที่ จ.หนองคาย 
    19 เม.ย. นักศึกษาหญิงลาว รู้สึกไม่สบาย จึงเดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิดที่โรงหมอมิดตะพาบ 150 เตียง ผลเป็นบวก เธอจึงเข้ารักษาอาการป่วยติดเชื้อโควิด

 โควิดลาวพุ่งวันเดียว 65 ราย คลัสเตอร์หนุ่มไทย

จากกรณีหญิงลาว 2 คนและหนุ่มไทย 2 คน ท่องราตรีเวียงจันทน์ ติดเชื้อโควิด ทำเอาโซเชียลลาวร้อนเป็นไฟ โดยเฉพาะนักศึกษาหญิงติดโควิด มีคนลาวนำภาพเธอไปแชร์ผ่านเฟซบุ๊ค พร้อมก่นด่าอย่างรุนแรง
    บรรยากาศในโซเชียลลาวช่วงนี้ บรรยากาศคุกรุ่น เหมือนยุคสงครามเย็น มีคนลาวจำนวนไม่น้อยที่มองคนไทย และคนลาวที่ขายแรงอยู่ในเมืองไทยเชิงลบ มองว่า เป็นพาหะนำเชื้อโควิดข้ามโขง
    คลัสเตอร์หนุ่มไทยท่องราตรีเวียงจันทน์ จึงเป็นบทเรียนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในภาวะวิกฤตโควิด แต่คนไทยบางกลุ่มยังดูเบา และทำผิดกฎหมายประเทศเพื่อนบ้าน

ไฟโควิดลามไหม้รู ‘หนู’ อยู่ยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464627

ไฟโควิดลามไหม้รู’หนู’ อยู่ยาก

23 เมษายน 2564 – 15:04 น.

โควิดระลอก 3 ก่อวิกฤตสาธารณสุข เตียงไม่พอ ยาจะไม่มี วัคซีนมาช้า “เสี่ยหนู” จะรับผิดชอบอะไรบ้าง คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมีก

เสียงสวดชยันโตรัฐบาลดังหนักขึ้นทุกวัน เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ไม่ลดระดับความรุนแรง ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งทะลุสองพัน
    มิหนำซ้ำ ปัญหาการประสานจัดหาสถานที่รักษาพยาบาลผู้ติดเชื้อรายใหม่ ไม่เพียงพอ ไม่ทันต่อความต้องการของผู้ป่วย เกิดมีดราม่ามากมายในสื่อโซเชียลล่าสุด วันที่ 23 เม.ย.2564 แฟนเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์ข้อความกรณีอาม่า 3 คน ติดโควิดตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. จนถึง 22 เม.ย. ยังไม่มีใครเข้าช่วยเหลือ และเกิดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน กรณีอาม่าสร้างความเศร้าสะเทือนใจคนทั้งแผ่นดิน
    การระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 แพร่กระจายขยายเป็นวงกว้าง จากคลัสเตอร์ผับ บาร์ คาราโอเกะ ลุกลามไปยังคณะรัฐมนตรี ,ทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภา ซึ่งมีอัตราการแพร่เชื้อเร็วและรุนแรงกว่าปีที่แล้ว
    “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะแม่ทัพใหญ่ฝ่ายการเมืองของกองทัพสาธารณสุขไทย ถูกตั้งคำถามมากมาย เรื่องเตียงคนไข้ไม่เพียงพอ ,การประสานงานล้มเหลว รวมไปถึงเรื่องบริหารจัดการวัคซีน
    รัฐมนตรีสาธารณสุข ผู้ที่เคยประกาศอย่างทะนงองอาจว่า การสาธารณสุขเรารับมือไหวกับโควิดทุกสายพันธุ์ บอกผู้สื่อข่าวว่า ระบบสาธารณสุขทั่วประเทศสามารถคุมสถานการณ์ได้ หากผ่านพ้นวงรอบการระบาดเดือน เม.ย.นี้ ประมาณ 2-3 สัปดาห์ คาดว่าจะกลับเป็นปกติ
    ประเด็นร้อน “วัคซีนโควิด” ทำเอารัฐบาลประยุทธ์เป๋ไปทั้งองคาพยพ วันก่อน “เสี่ยหนู” ให้สัมภาษณ์สื่อว่า ตนจะพบกับตัวแทนจากไฟเซอร์ บริษัทยาสัญชาติสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อเจรจาให้ผู้ผลิตรายนี้ส่งมอบวัคซีนให้ไทยได้เร็วที่สุด
    “จะให้กราบเขาเพื่อให้ส่งได้เร็วที่สุด ก็จะทำ” ถ้อยวลีนี้ ถูกแชร์ไปมากมายในโซเชียล และค่อนข้างเป็นลบแก่รัฐมนตรี
    เนื่องจาก “เสี่ยหนู” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนมาแต่ปีที่แล้ว ด้วยความมั่นอกมั่นใจว่า เราจัดหาวัคซีนได้เพียงพอแน่ แต่ถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน เราก็มีวัคซีนจำนวนไม่มาก กระทั่งภาคเอกชนต้องมากระตุ้นรัฐบาลให้เร่งจัดหาวัคซีนโควิดมาโดยเร็ว
    คำว่า “วัคซีนเสรี” ที่ฝ่ายค้านเรียกร้องมาหลายครั้งหลายหน จึงเริ่มเป็นจริง เมื่อรัฐบาลประยุทธ์มีปัญหาเรื่องการจัดหาวัคซีน

++
การเมืองเก่า
++
    ช่วงปี 2561 พรรคภูมิใจไทย ที่มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค ได้พยายามสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ให้เป็นพรรคการเมืองทางเลือกของประชาชน
    อันดับแรกคือ การสร้างภาพ “อนุทิน” จากลูกชายเถ้าแก่รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของประเทศ ให้เป็นนักการเมืองคนรุ่นใหม่ คนติดดิน จึงมีจัดพิมพ์หนังสือชีวิตอนุทินชื่อ “ “มีรู..มีหนู” อันหมายถึง “ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีอนุทิน”
    ที่ไหนมีโอกาส ก็มีเสี่ยหนู เริ่มจากปี 2539 ได้เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาฯ ช่วงนั้น บิดา-ชวรัตน์ ชาญวีรกูล นั่งรัฐมนตรีช่วยคลัง สมัยรัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โควตาพรรคชาติพัฒนา
    ปี 2539-2542 เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีตั้งแต่กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลพล.อ.ชวลิต และรัฐบาลชวน 
    ปี 2544 เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และเป็นกรรมการที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.อ.วัฒนชัย วุฒิศิริ)
    ปี 2547-2548 ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข ,รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ แล้วกลับไปนั่งรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุข อีกรอบ
    จริงๆแล้ว เส้นทางการเมืองในอดีตของเสี่ยหนู ไม่ค่อยมีใครได้จดจำเท่าไหร่ เพราะเข้ามาสู่วงจรอำนาจการเมืองเพียงช่วงสั้นๆ

ไฟโควิดลามไหม้รู'หนู' อยู่ยาก

อนุทิน เจอศึกหนักในโควิดระลอก 3

++
คนชื่อหนู
++
    นับแต่ปี 2560 “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ได้ใช้เฟซบุ๊ก Anutin Charnvirakul สื่อสารความคิดความอ่านทางการเมือง เพื่อแนะนำตัวกับผู้คน ด้วยสไตล์นักการเมืองรุ่นใหม่
    ปี 2561 เสี่ยหนูมอบให้ทีมงาน “สื่อคนเสื้อแดง” มาทำสื่อออนไลน์ ทั้งช่องยูทูบ “Ringside การเมือง” ที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊กด้วย พร้อมกับเว็บไซต์ เนื่องจากเมื่อการเลือกตั้งปี 2554 ภาพของพรรคภูมิใจไทย คือพรรคทรยศคนแดนไกล จึงไม่เป็นชื่อชอบของคนเสื้อแดงทั่วไป
    ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เสี่ยหนูได้โปรโมตตัวเอง ผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ของนักสื่อสารรุ่น Gen X ทำให้ฝ่ายผู้รักประชาธิปไตย และไม่ชอบ คสช. มีความชื่นชอบเสี่ยหนู จำนวนไม่น้อย
    หลังเลือกตั้ง เข้าสู่ห้วงเวลาเตรียมการจับขั้วตั้งรัฐบาล ฝ่ายประชาธิปไตยจึงส่งเสียงถึงเสี่ยหนู ให้จับขั้วกับฝ่ายพรรคเพื่อไทย และพรรคอนาคตใหม่ แต่สุดท้าย เสี่ยหนูก็เข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์
    ความจริงทางการเมืองที่ “ละอ่อน” ฝ่ายประชาธิปไตยไม่ทราบคือ พรรคภูมิใจไทย ได้เจรจากับ “3 ป.” ไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าจะได้กระทรวงไหนบ้าง
    นี่คือคุณลักษณะของนักการเมืองผู้ยึดคติที่ว่า “ที่ไหนมีโอกาส ที่นั่นมีเสี่ยหนู” ฉะนั้น นักการเมืองสายพันธุ์นี้ ก็ไม่ต่างจากนักการเมืองยุคเก่า 

‘มิน’ ถาม ลืมยัง ‘โทนี่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464556

‘มิน’ ถาม ลืมยัง ‘โทนี่’ 

22 เมษายน 2564 – 17:46 น.

อดีตหลอน ภาพเก่า “ทักษิณ” เจอ “มินอ่องหล่าย” แชร์กระจายในโซเชียล

++

กลับมาดังอีกรอบ สำหรับชายชื่อ Tony Woodsome หรือทักษิณ  ชินวัตร ลุกขึ้นมาเสนอความเห็นเกี่ยวกับวัคซีนโควิด แถมอาสาจะเป็นตัวกลางเจรจาขอซื้อวัคซีนสปุกนิกจากปูติน 

ย้อนไปต้นเดือน มี.ค.2564 ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ ได้มาพูดคุยเรื่อง “ศิลปะในการเจรจาระหว่างประเทศ” โดยเขาเล่าประสบการณ์สมัยเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ยกตัวอย่างการแก้ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลายกรณี

เมื่อมีคนถามว่า หากโทนี่ มี authority จัดการทางการทูต จะดีลแบบไหน กับรัฐบาลทหารเมียนมาในปัจจุบัน

“ผมรู้จักมักคุ้นกับทหารมานาน เพราะตันฉ่วยเป็นเคาเตอร์พาร์ทมาหลายปี ขอความร่วมมือก็ยอมทุกอย่าง พวกนี้กลัวเช็คบิลก็เลยสืบทอดอำนาจ เหมือนบ้านเรานี่แหละ..”

ไม่ใครเถียงว่า “ทักษิณ” มีความสัมพันธ์อันดีกับทหารเมียนมา ตั้งแต่สมัยรัฐบาลไทยรักไทย กับนายพลตันฉ่วย จนมาถึงยุคนายพลมินอ่องหล่าย แม้ทักษิณจะหมดอำนาจ แต่ก็เข้าไปเมียนมา เยี่ยงผู้มากบารมี

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิถีพม่า “มินอ่องหล่าย”รัฐประหารซ้อน

บังเอิญแฟนเฟซบุ๊ค  Khurtai Maisoong ได้แชร์ความทรงจำเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งหน้าเฟซบุ๊คKhurtai Maisoong วันที่ 18 เม.ย.2556

“อดีตนายกรัฐมนตรีไทย คนหนึ่ง กำลังรดน้ำปีใหม่ ให้ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผบ.ทหารสูงสุดพม่า  ที่บ้านพักในเมืองปยินอูลวิ่น (เหม่เมี้ยว) ภาพนี้ ไม่ใช่ภาพแอบถ่ายเหมือนที่ใน ทวาย เพราะลงอยู่ในเฟซบุ๊กของเจ้าตัวเอง แหล่งข่าวในพม่ารายงานเพิ่มเติมว่า อดีตนายกรัฐมนตรีไทยคนนี้ น่าจะมีทรัพย์สินอยู่ในทวายและปยินอูลวิน  และเคยไปพบ พล.อ.อาวุโสตานฉ่วย มาแล้ว  รายละเอียดขอกั๊กไว้ก่อน”

'มิน' ถาม ลืมยัง 'โทนี่' 

                           เฟซบุ๊คแชร์ความทรงจำ เมื่อ 8 ปีที่แล้ว

นี่คือข้อความของเจ้าของเฟซบุ๊ค ที่เขียนบรรยายภาพทักษิณ กำลังรดน้ำ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย โดยมียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยืนอยู่ข้างๆ และที่เห็นแต่หลังคือ ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาในวันนี้

สอดรับกับสำนักข่าว Eleven media group รายงานว่า ปี 2556 ทักษิณเดินทางไปที่เมืองทวายเพื่อเข้าดูท่าเรือของโครงการทวาย และช่วงสงกรานต์ ทักษิณได้พบ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ที่บ้านพักหรูเชิงเขาในเขตมัณฑะเลย์ 

                       สงกรานต์ที่บ้านนายพลมินอ่องหล่าย ปี 2556

ต่อมา ก่อนการรัฐประหาร 2557 ทักษิณได้เข้าพักที่โรงแรมชาเทรียม ย่างกุ้ง โดยมีแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดยเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พร้อมข้าราชการเดินทางเข้าพบจำนวนมาก มีการระบุว่า ทักษิณมาเพื่อทำบุญแก้กรรม

อนึ่ง ตอนที่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ขยับขึ้นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และเป็นสมาชิกของสภาป้องกันและความมั่นคงแห่งชาติ (NDSC) และเป็นมือทำงานของเต็งเส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาสมัยนั้น

วิถีพม่า “มินอ่องหล่าย” รัฐประหารซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464537

วิถีพม่า “มินอ่องหล่าย”รัฐประหารซ้อน

22 เมษายน 2564 – 16:15 น.

ข่าวลือรัฐประหารซ้อน “มินอ่องหล่าย” กักตัว 10 นายพล จับตาจอมเผด็จการบินไปอินโดนีเซียสุดสัปดาห์นี้ 

++
สุดสัปดาห์นี้ สถานการณ์ในเมียนมาที่น่าจับตาคือ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และประธานสภาบริหารภาครัฐ (SAC) จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “มินอ่องหล่าย” หลังพิงมังกร สู้ม็อบสามนิ้ว


ซอมินตุน โฆษกรัฐบาลทหาร    

ขณะที่รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมา (NUG) นำโดยพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของออง ซาน ซู จี ส่งเสียงคัดค้านการเข้าร่วมประชุมอาเซียนของจอมเผด็จการเมียนมา     

วันที่ พล.ต.ซอ มิน ตุน โฆษกสภาบริหารภาครัฐ (SAC) บอกผู้สื่อข่าว Nikkei Asia ว่า “มินอ่องหล่าย” จะเดินทางไปกรุงจาการ์ตาอย่างแน่นอน    

พร้อมกันนั้น พล.ต.ซอ มิน ตุน ยังชี้แจงข่าวเรื่องควบคุมตัวนายทหารผ่าน Nikkei Asia ว่า พล.ท.หย่าปญิ กับนายทหารอีก 10 คน ไม่ได้ถูกควบคุมตัว เพราะคัดค้านรัฐประหารตามข่าวลือ แต่มีงานยุ่ง จึงไม่ได้ปรากฏตัวในการแถลงข่าวที่กรุงเนปิดอว์    

หลังรัฐประหารในเมียนมาไม่นานนัก นักวิชาการไทยบางท่าน อธิบายว่า พล.อ.อาวุโสมินอ่องหล่าย อาจถูกนายทหารเมียนมารุ่นใหม่ ก่อการยึดอำนาจก็ได้ เพราะมีข่าววงในว่า มีแม่ทัพนายกองบางส่วนไม่พอใจที่กองทัพทำรัฐประหาร และปราบปรามเข่นฆ่าประชาชน

++
มือการทูตชาติพันธุ์
++
สำหรับ พล.ท.หย่าปญิ มีตำแหน่งเป็นประธานกรรมการพูดคุยเพื่อสันติภาพกองทัพเมียนมา/กรรมการคณะกรรมการกลางเพื่อความสามัคคีและการสร้างสันติแห่งชาติ/รองประธานคณะทำงานความสามัคคีและการสร้างสันติแห่งชาติ/ประธานคณะกรรมการประสานงานความสามัคคีและการสร้างสันติแห่งชาติ คณะกรรมการสันติภาพของรัฐบาลทหาร หรือสภาบริหารภาครัฐ(SAC)    

พล.ท.หย่าปญิ เคยเป็นผู้บัญชาการกองทัพน้อยภาคตะวันออก มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองตองจี รับผิดชอบพื้นที่ทางตอนใต้ของรัฐฉาน และเป็นผู้บัญชาการกองทัพน้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รับผิดชอบพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ 

วิถีพม่า "มินอ่องหล่าย"รัฐประหารซ้อน

พล.ท.หย่าปญิ ที่มีข่าวลือว่าถูกกักตัว    

เนื่องจากรัฐฉาน มีกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์อยู่มากกว่า 10 กลุ่ม นายทหารเมียนมาคนไหนที่ถูกส่งมาประจำการ ย่อมถูกคัดเลือกมาเป็นพิเศษ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ก็เติบโตจากภูมิภาคนี้    

ดังนั้น พล.ท.หย่าปญิ จึงถูกวางตัวให้เป็น “นักพูดคุยสันติภาพ” เพราะจะรู้จักผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธเป็นอย่างดี    

วันที่ 7 เม.ย.2564 พล.ท.หย่าปญิ และ พล.ท.อ่องส่อเอ ผู้บัญชาการกองยุทธการพิเศษที่ 2 กองปฏิบัติการพิเศษของกองทัพเมียนมา กับคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปยังเมืองหมากหมาง เขตปกครองพิเศษว้า 2 แห่งรัฐฉาน ได้หารือกับ จาว กว๋อ-อาน รองประธาน คนที่ 2 พรรคสหรัฐว้า/กองทัพสหรัฐว้า(UWSP/UWSA) และมนตรีการต่างประเทศ เพื่อต้องการอธิบายสาเหตุที่กองทัพเมียนมาตัดสินใจทำรัฐประหาร พร้อมเสนอแนวทางพูดคุยสันติภาพ และเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพ     

วันที่ 8 เม.ย.2564 คณะนายทหารเมียนมาชุดพูดคุยสันติภาพ ได้เดินทางมายัง บก.บ้านไฮ รัฐฉาน พบกับ “ป่างฟ้า” ประธานพรรครัฐฉานก้าวหน้า/กองทัพรัฐฉาน (SSPP/SSA) ในเรื่องเดียวกันกับที่ไปแจ้งกับตัวแทนว้าแดง    

เหตุที่กองทัพเมียนมา เลือกพูดคุยกับว้าแดง และกองทัพไทใหญ่เหนือ เนื่องจากสองกลุ่มนี้มีความใกล้ชิดกัน และเป็นปฏิปักษ์กับกลุ่มไทใหญ่ใต้ของเจ้ายอดศึก 

++
เกมแย่งกลุ่มชาติพันธุ์
++    
กลุ่มผู้ประท้วงบนท้องถนน พยายามชูป้ายและเรียกหา “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army) เพื่อมาต่อกรกับกองทัพเมียนมา แต่ดูเหมือนว่า เรื่องการตั้งกองทัพของกลุ่มชาติพันธุ์ยังดูเลื่อนลอย    

ที่ผ่านมา ดร.ซาซ่า ตัวแทนของคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) และรัฐมนตรีกระทรวงความร่วมมือระหว่างประเทศของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ได้ต่อสายพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ไปแล้ว     

จริงๆแล้ว เรื่อง “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army) เคยถูกหยิบยกมาพูดคุยบนโต๊ะเจรจาสันติภาพสมัยรัฐบาลเต็งเส่ง ซึ่งกองทัพเมียนมา ต้องการมีกองทัพเดียว (single army) ด้านกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ เห็นว่าต้องเป็น “กองทัพสหพันธรัฐ” (federal army)     

สภาพความเป็นจริงของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในวันนี้ ผู้นำกลุ่มเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะมีแนวคิด “ลัทธิขุนศึก” สอดคล้องกับแนวคิดทหารเมียนมาคือ อำนาจรัฐเกิดจากปากกระบอกปืน พวกเขาจึงมองว่า รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ไม่ต่างจากรัฐบาลเงา ไร้อำนาจแท้จริง    

หากในอนาคต รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ไทยเตรียมพร้อมรับมือ “โควิดกลายพันธุ์ข้ามแดน” แค่ไหน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/464511

ไทยเตรียมพร้อมรับมือ “โควิดกลายพันธุ์ข้ามแดน” แค่ไหน

22 เมษายน 2564 – 14:30 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายวันเพิ่มสูง อินเดียอ่วมเจอเชื้อโควิดกลายพันธุ์ ไทยเตรียมพร้อมรับมือ

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ยอดผู้ติดเชื้อโควิดรายวันในแต่ละประเทศยังคงเพิ่มสูง โดเฉพาะที่ประเทศอินเดียมีจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 รองจากสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเพิ่มจำนวนการติดเชื้อโควิดในอินเดียอย่างรวดเร็ว มีปัจจัยร่วมด้วยนั้นก็คือ การจัดพิธีกรรมตามความเชื่อของทางอินเดียเอง  รวมไปถึงการเกิดเชื้อโควิดกลายพันธุ์ 

ล่าสุด รัฐบาลฮ่องกงประกาศระงับเที่ยวบินจากประเทศ’อินเดีย ปากีสถาน และฟิลิปปินส์’ เป็นเวลา 14 วัน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 20 เม.ย.นี้เป็นต้นไป หลังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดกลายพันธุ์จากอังกฤษ หรือสายพันธุ์ N501Y จากเที่ยวบินของทั้ง 3 ประเทศนี้ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา 

ทั้งนี้พบว่าการกลายพันธุ์ของโควิดนั้น จากข้อมูลของ หมอแล็บ ที่เคยให้ข้อมูลในเรื่องของไวรัสโควิด กลายพันธุ์เอาไว้อย่างน่าสนใจว่า ปกติแล้วไวรัสมันจะพยายามกลายพันธุ์อยู่แล้ว  เพื่อที่มันจะเอาชีวิตรอด จากสภาพแวดล้อมต่างๆไวรัสโควิดมันจะมีหนามรอบตัว สีชมพูในภาพ เวลาที่มันจะเข้าสู่ร่างกายเรา มันจะใช้หนามเกาะกับเซลล์มนุษย์และค่อยผลุบเข้าไปในเซลล์ของมนุษย์ ทำให้เราติดเชื้อ โดยมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง N501Y  มันจะเปลี่ยนกรดอะมิโนตัวที่ 501 โดยการเอาตัว Y หรือ tyrosine  มาแทนที่ตัว N หรืออะมิโน asparagine ทำให้โควิดเกาะกับเซลล์ได้แน่นขึ้น ดีขึ้น ก็เลยเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว แพร่กระจายเร็ว

ขณะที่สถานการณ์โควิดในประเทศอินเดียวิกฤติหนัก หลังพบยอดติดเชื้อโควิดเพิ่มสูงขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยยอดติดเชื้อโควิดสะสมถึง 15,924,806 ราย เสียชีวิตสะสม 184,672 ราย  พบว่าวันนี้ (22 เมษายน 2564) มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 6,159 ราย  ติดเชื้อเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา 

ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อจัดหาออกซิเจนให้แก่ประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 ที่จำเป็นต้องใช้ รวมไปถึงการจัดหาเตียงให้เพียงพอ ด้วยการเพิ่มจำนวนเตียงในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น  ทั้งนี้นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการไปยังผู้ผลิตวัคซีนให้เร่งมือในการผลิตวัคซีนโดยเร็วที่สุดในช่วงเวลาเร่งด่วน อีกทั้งขอให้รัฐต่างๆในอินเดียพิจารณาเลือกการล็อกดาวน์เป็นตัวเลือกสุดท้าย 

ทั้งนี้หากมองย้อนมาดูสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยของเรานั้น  แหล่งข่าวในแวดวงการวิจัยวัคซีนโควิด-19 ของประเทศไทย 
ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าวายร้ายไวรัสโควิด-19สายพันธุ์  N501Y มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดการแพร่ระบาดขึ้นในประเทศไทย ด้วยเส้นทางและพรหมแดนที่ติดกันของประเทศอินเดีย เชื่อมต่อชายแดนเมียนมาและเชื่อมต่อชายแดนไทยประเทศไทย ดังนั้นมาตรการภาครัฐ ทั้งตรวจคนเข้าเมือง ด้านศุลกากร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในแต่ละพื้นที่ ที่ติดแนวตะเข็บชายแดน ต้องเตรียมพร้อมรับมือการแแพร่ระบาดของ ไวรัสโควิด-19สายพันธุ์N501Y ควบคู่ไปกับการกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน หากภาครัฐร่วมมือภาคเอกชน ทำได้และรัดกุม การฝ่าวิกฤติโควิดรอบ3 อาจจะไม่ต้องใช้เวลานานข้ามปี จนเกิดความเสียหายในทุกมิติของสังคมไทย

ขอบคุณ : The indian express ,หมอแล็บ