แพ้ทั้งในกระดาน และนอกกระดาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463823

แพ้ทั้งในกระดาน และนอกกระดาน

15 เมษายน 2564 – 11:49 น.

แพ้ทั้งในกระดาน และนอกกระดาน

ถามว่าม็อบเด็กหรือม็อบราษฎรนั้น”ขาลง”หรือไม่ คำตอบคือ ใช่  

ที่เป็นเช่นนี้เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ ม็อบราษฎร ตอนแรกทำท่าน่ากลัวเพราะระดมกันทางออนไลน์ทางโซเชี่ยลมาแต่ละครั้งทำเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯกินไม่ได้นอนไม่หลับ 

ชุมนุมที่ไหนคนพรึบปิดถนนทุกจุดที่นัดแนะกันไป และที่สำคัญคือเมื่อม็อบไม่มีแกนนำ ยิ่งลำบากในการเจรจาพูดคุย  

ตอนแรกที่บรรดาลูกๆหลานๆออกมาชุมนุม พ่อแม่ก็ปล่อยเพราะอยากให้ลูกเรียนรู้ประชาธิปไตย แต่พอนานวันเข้าข้อเรียกร้องต่างๆเริ่มเลยเถิด ยิ่งมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น จึงทำให้พ่อแม่ห้ามลูกไปร่วมม็อบ” 

ผู้ปกครองเด็กรายหนึ่งบอกเหตุผลที่ม็อบเริ่มอ่อนแรงลง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว “พปชร.”แตกยับ ดับฝัน “บิ๊กแป๊ะ” วืดเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.  

 ความจริงต้องยอมรับว่า การแตกกันเอง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอุดมการณ์ วิธีคิด หรือเรื่องเงินก็แล้วแต่ ทำให้”เอกภาพ”ของม็อบหายไป 

สิ่งหนึ่งที่เป็นปัจจัยหลักทำให้ม็อบอ่อนแรงคือ 1. ข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน 2. ความรุนแรง 

ปัจจัยแรกคือเรื่องปฏิรูปสถาบัน นี่ถือว่าเป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นในการชุมนุม เพราะเป็นที่ทราบดีว่า สถาบันเบื้องสูง อยู่เหนือการเมือง ไม่ว่ายุคใดสมัยใด ก็ไม่มีการแตะต้องหรือก้าวล่วงสถาบัน  

แต่ครั้งนี้ การชุมนุมกลับพุ่งเป้าไปที่สถาบัน โดยมีเพียง รัฐธรรมนูญ และรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เป็นบันไดที่อ้างเอาไว้เท่านั้นเอง 

เพราะคนชุมนุมคงคิดว่าหากล้มสถาบันได้ การล้มรัฐบาลและการได้อำนาจมา มันจะง่าย แต่คิดผิดเพราะว่าการไปก้าวล่วงสถาบันโดยที่สถาบันไม่ได้ทำอะไรที่ประเทศชาติและคนไทยเสียหายเลยนั้น ย่อมไม่มีคนเห็นด้วย 

ทำไมม็อบจึงพุ่งเป้าไปที่สถาบัน แหล่งข่าวคนหนึ่งที่ใกล้ชิดกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่งเล่าว่า มีการประชุมหารือกันระหว่างหัวหน้าพรรคการเมืองและเจ้าของพรรคการเมือง ผ่านระบบวิดีโอคอล  

ในวงประชุมถกกันอย่างหนักว่า พรรคการเมืองนั้นจะวางบทบาทอย่างไรในสถานะม็อบเด็ก เพราะม็อบเด็กก้าวล่วงสถาบัน เจ้าของพรรคที่มาทางวีดีโอคอล สรุปว่า หนุนเด็กเชื่อว่าเด็กจะทำสำเร็จ แต่ยังมีแกนนำหลายคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะการพุ่งเป้าไปที่สถาบัน มีแต่จะแพ้กับแพ้  

วันนั้นเมื่อมีความเห็นขัดแย้งกัน แกนนำของพรรคเก่าแก่นั้นจึงแยกวงออกมาตั้งพรรคใหม่ 

นี่ชี้ให้เห็นว่า การสนับสนุนเด็กให้ล้มล้างสถาบันเป็นการคิดผิดของคนที่คลุกคลีการเมืองมานาน เป็นเพราะว่าไปเชื่อบรรดาแอคติวิสต์คนเดือนตุลามากเกินไป เพราะคนเดือนตุลาที่มีบทบาทในพรรคนั้น ยังหวังว่าสักวันหนึ่งประเทศจะปกครองโดยไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์  

ปัจจัยที่สองคือ ความรุนแรง แน่นอนว่าการที่กลุ่มราษฎร แตกแยกกันแล้วมีหลายกลุ่ม โดยกลุ่มเยาวชนปลดแอกที่มีแนวคิดสังคมนิยม กับกลุ่มราษฎร ทำให้ เยาวชนปลดแอกต้องเคลื่อนไหวในนาม”รีเด็ม” 

ทุกครั้งที่”รีเด็ม”นัดชุมนุม จะไม่มีแกนนำจากราษฎร มาร่วมเลย และทุกครั้งที่ “รีเด็ม”นัดชุมนุมจะเต็มไปด้วยกลุ่มหัวรุนแรงจากอาชีวะ สุดท้ายก็จบด้วยระเบิดปิงปองและความรุนแรง

การเคลื่อนไหวเช่นนี้มาแนวเดียวกับคนเสื้อแดง แน่นอนว่า มีการกดปุ่มจากพรรคการเมืองหนึ่งให้คนเสื้อแดงออกมาร่วมกับ รีเด็ม ฉะนั้นวิธีการเดียวกับปี53คือการก่อความรุนแรงเพื่อทำลายเครดิตของรัฐบาล 

ฉะนั้นให้จับตาหลังสงกรานต์ว่า เจ้าของม็อบทั้งในและนอกประเทศจะเดินเกมอย่างไร เพราะหมากในกระดานอย่างเกมในสภาก็พ่ายแพ้ และมีแนวโน้มว่าหมากนอกกระดานคือการเมืองนอกสภา ก็จะแพ้ราบคาบเพราะเดินเกมผิดคิดล้มสถาบัน.

ไปจักรวาล ชุดประจำชาติ ฝีมือ ‘หลวงพระบาง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463783

ไปจักรวาล ชุดประจำชาติ ฝีมือ ‘หลวงพระบาง’

14 เมษายน 2564 – 15:40 น.

สาวลาวไปจักรวาล หอบชุด “นางสังขานหลวงพระบาง” ไปอวดชาวโลก ฝีมือคนลาวล้วนๆ

สิ้นสุดการรอคอย กองประกวด Miss Universe Laos จัดงานเปิดตัว “ชุดประจำชาติ” ที่นครหลวงพระบาง ผลงานของคนลาว จบดราม่ากรณีปลดดีไซเนอร์ชาวไทย
    เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2564 ทีมงานกองประกวด Miss Universe Laos ได้จัดงานเปิดตัวชุดประจำชาติ ที่จะให้ “คริสติน่า ลาดชะสิมมา” สวมใส่ในเวทีประกวด Miss Universe 2020 โดยชุดดังกล่าวมีชื่อว่า “อารยธรรมล้านช้าง”

 ไปจักรวาล ชุดประจำชาติ ฝีมือ 'หลวงพระบาง'

ท่านขุนพิทัก ลาดสะหวัด เจ้าของร้านหมื่นนาผ้าไหม นครหลวงพระบาง ผู้ออกแบบชุดประจำชาติลาว ได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจในการคิดค้นประดิษฐ์ชุดนี้ว่า
    “ชุดนี้อยากนำเสนอศูนย์รวมวัฒนธรรม ฮีต 12 คอง 14 และมรดกวัฒนธรรมอันล้ำค่าของชาติ และสถานที่ท่องเที่ยว ให้โลกได้รับรู้ว่า ประเทศลาวมีความร่ำรวยไปด้วยมรดกอันล้ำค่า จนทำให้องค์การยูเนสโก ได้รับรองเข้าเป็นมรดกโลก”

 ไปจักรวาล ชุดประจำชาติ ฝีมือ 'หลวงพระบาง'

ด้านหนึ่ง ผู้ออกแบบยังได้นำเสนอการป้องกันโควิด-19 ด้วยการให้นางงามสวม “ผ้าอัดปาก”(หน้ากากอนามัย) ส่วนการเลือกชุด “นางสังขานหลวงพระบาง” ให้ คริสติน่า ลาดชะสิมมา ได้สวมใส่นั้น เป็นตัวแทนของบุญปีใหม่ลาว เพื่อเป็นการอวยพรให้ประชาชนลาว และทั่วโลกปราศจากโรคภัยไข้เจ็บและห่างไกลโควิด 
     “วัฒนธรรมการนุ่งถือของหลวงพระบาง มีเอกลักษณ์ และวิจิตรบรรจงและศิลป์ในชุดดังกล่าว ทุกลวดลายล้วนแต่มีความหมาย สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมอันมั่งคั่งทางศิลปะ และภูมิปัญญาของสตรีลาว”

    เป็นที่ทราบกันดีว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา กองประกวด Miss Universe Laos ได้ร่วมมือกับ คำภีร์ อลังการ เพื่อทำชุดประจำชาติให้นางงามลาว จนได้รางวัลมาแล้ว
    บังเอิญปีนี้ มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สลาว โดยศูนย์กลางชาวหนุ่มประชาชนปฏิวัติลาว มอบให้ ท้าวแอรอน บุปผาปะเสิด (Aaron Bouphapraseuth) ซึ่งเป็นคนลาวที่เติบโตอยู่ในสหรัฐฯ เป็นผู้จัดการกองประกวดฯ จึงตัดสินใจไม่ใช้บริการของคำภีร์ อลังการ ดีไซเนอร์ชาวไทย

ถ้าจำกันได้ ในเวทีการประกวด Miss Universe 2018 ปรากฏว่า ออนอานง หอมสมบัด ตัวแทนสาวลาวได้รับรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ในชื่อชุด Stream of Generosity ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกินรี สัตว์ครึ่งมนุษย์ครึ่งนกตามคติชนของชาวลาว ซึ่งมีความหมายสื่อแทนคำขอบคุณของชาวลาว สำหรับกำลังใจและความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ในเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก
    ชุดประจำชาติดังกล่าว เป็นผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ชาวไทย รพีภัทร สำเร หรือ คำภีร์ อลังการ ซึ่งในปีนี้ บนเวทีนางงามจักรวาลที่สหรัฐฯ ชุดประจำชาติลาว ก็จะเป็นการโชว์ฝีมือการออกแบบของดีไซเนอร์ชาวลาว 

++
ความหวังชาวลาว
++
    คริสติน่า ลาดชะสิมมา (Christina Lasasimma) เป็นความหวังของชาวลาวในปีนี้ นอกจากความสวยแล้ว เธอมีความสามารถพูดและเขียน ได้ 3 ภาษาคือลาว ,รัสเซีย และอังกฤษ


    เธอเป็นลูกสาวของวิไลคำ ลาดชะสิมมา กับนาตาเลีย (Natalia Lasasimma) ชาวเบลารุส ทั้งคู่มีบุตร 2 คนคือ Chistina Lasasimma และ Dmitry Lasasimma 
    เมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว คริสติน่าตัดสินใจเข้าประกวดนางสาวลาว เพราะอยากจะบอกทุกคนว่า เธอคือสาวลาว มีความภูมิใจในความเป็นลาว 


    นับแต่ทางการลาว ยอมให้มีการส่งสาวงามไปประกวดนางงามจักรวาล คริสติน่า ก็มีความฝันอยากไปประกวดเวทีนี้เช่นกัน เธอเฝ้ารอคอย ปีแล้วปีเล่า ในที่สุด คริสติน่าก็ได้รับโอกาสจากกองประกวดมิสยูนิเวิร์ส 

คู่เดือด ‘อนุทิน-วิโรจน์’ วัคซีนการเมือง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463770

คู่เดือด’อนุทิน-วิโรจน์’วัคซีนการเมือง

14 เมษายน 2564 – 13:07 น.

“เสี่ยหนู” เก็บอาการไม่อยู่ เปิดศึกวิวาทะ “ส.ส.วิโรจน์” ดาวสภาสีส้ม กรณีวัคซีนไม่เสรี คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมีก

โควิดกับการเมืองแยกกันไม่ออก ไม่ว่าประเทศไหนในโลกใบนี้ เนื่องจากรัฐบาลมีหน้าที่บริหารจัดการ ด้วยมาตรการทางด้านสาธารณสุข ด้านความมั่นคงและด้านเศรษฐกิจ
    สำหรับประเทศไทย โควิดระบาดระลอกที่ 1 จากสนามมวยที่ฝ่าฝืนจัดการแข่งขัน ระลอกที่ 2 โยงใยกับบ่อนการพนัน การลักลอบเข้าเมือง และระลอกที่ 3 เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง 
    ทั้ง 3 ระลอกนั้นเกี่ยวพันกับธุรกิจสีเทา และกลุ่มอิทธิพล จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะ “คลัสเตอร์ทองหล่อ” ฉะนั้น โควิดอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง
    กรณี “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีคมนาคม ติดเชื้อโควิด ย่อมส่งผลกระทบถึงพรรคภูมิใจไทย และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะแม่ทัพใหญ่ค่ายสาธารณสุข
    ดูเหมือนว่า ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคก้าวไกล ตั้งป้อมถล่มคลัสเตอร์ทองหล่อ และเสี่ยหนู มากเป็นพิเศษ

ล่าสุด ในโลกโซเชียลได้เกิดวิวาทะเรื่องวัคซีนป้องกันโควิด ระหว่าง “เสี่ยหนู” กับ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล

คู่เดือด'อนุทิน-วิโรจน์'วัคซีนการเมือง

ส.ส.วิโรจน์ ดาวสภา

    เมื่อวันที่ 13 เม.ย.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์เฟซบุ๊คตอบโต้ ส.ส.วิโรจน์ ว่า “โคตรพีค เรื่องอะไร? ได้ข่าวคนติดโควิดแล้ว โคตรพีค? หัวใจทำด้วยอะไร? นี่หรือผู้แทนปวงชนชาวไทย?ด่านายก ว่ารัฐมนตรี ตำหนิหมอและบุคลากรสาธารณสุข ทำไปเถอะ แต่อย่าออกมาสมน้ำหน้าประชาชนที่เขาติดเชื้อเลย มีพรหมวิหารสี่บ้างนะ เป็นผู้แทนของคนน่ะ #กราบอกไม่ต้องกราบเท้า”
    เสี่ยหนูยังลากข้อความในทวิตเตอร์ของ ส.ส.วิโรจน์ มาแปะไว้เป็นการอ้างอิง ท่ามกลางกองเชียร์ค่ายสีน้ำเงิน และค่ายสีส้ม เข้ามาคอมเมนต์กันดุเดือด

คู่เดือด'อนุทิน-วิโรจน์'วัคซีนการเมือง

เสี่ยหนู เจอศึกโควิดนอกสภา เก็บอาการไม่อยู่ 

    ส.ส.วิโรจน์ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ตอบโต้ว่า “ท่านเอาแต่ใช้อคติมาแต่งเรื่องดิสเครดิตผม โดยไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า ผมกำลังสะท้อนว่า การบริหารความเสี่ยงในการจัดหาวัคซีนที่ล้มเหลว โควิดที่กระจายเป็นวงกว้าง จนประชิดตัวเข้ามาอยู่ทุกขณะจิต กำลังทำให้ทุกๆ คน ต่อให้คนๆ นั้น จะชอบหรือไม่ชอบรัฐบาลก็ตาม ก็ต้องตกอยู่ในภาวะที่เสี่ยงร่วมกัน”
    ถัดมา ส.ส.วิโรจน์ ได้โพสต์เฟซบุ๊คตอบ “เสี่ยหนู” แบบยาวๆ ถึงเหตุผลการวิจารณ์เรื่องบริหารจัดการในการจัดหาวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข 

++
ดาวสภา
++ 
    ชื่อของ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แจ้งเกิดเป็นดาวสภา จากศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลประยุทธ์ เมื่อเดือน ก.พ.2563 ตอนนั้น วิโรจน์ยังสังกัดพรรคอนาคตใหม่
    “วิโรจน์” มาจากครอบครัวชนชั้นกลาง พ่อเป็นผู้จัดการร้านขายผ้าที่สำเพ็ง เขาเรียนจบวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศกรรมยานยนต์) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากสถาบันเดียว 
    สมัยเรียนวิศวะ วิโรจน์เป็นนักโต้วาที ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จึงเป็นต้นทุนที่ทำให้เขากลายเป็นดาวสภา มีเทคนิคในการพูดที่ครบเครื่องทั้งเนื้อหาและสำนวนโวหาร
    วิโรจน์ได้รับการชักชวนของน้องคนหนึ่งที่รู้จักกันในทวิตเตอร์ ให้วิโรจน์มาเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคอนาคตใหม่ และได้รับคำชวนให้ไปลงสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 30
    ว่ากันว่า วิโรจน์ไม่นึกไม่ฝันหรอกว่า จะได้เป็น ส.ส. แต่กระแสธนาธร ก็พัดพาเขามาไกลเกินหวังไปเสียแล้ว

++
คู่กัดเสี่ยหนู
++
    เมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ 2 ส.ส.วิโรจน์ เปิดฉากถล่ม “เสี่ยหนู” เรื่องการจัดหาวัคซีนแบบ “แทงม้าตัวเดียว” เรียกว่าพูดได้ใจกองเชียร์ 
    ด้านหนึ่ง กองเชียร์สายสีน้ำเงินก็มองว่า ส.ส.วิโรจน์ เป็นร่างทรงของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เปิดประเด็นวัคซีนพระราชทานอยู่นอกสภา
    พอถึงวันโหวตศึกซักฟอก มีปรากฏการณ์ “งูเห่าสีส้ม” เมื่อ ส.ส.ก้าวไกล 4 เสียง โหวตไว้วางใจ “เสี่ยหนู” ทำเอาพลพรรคสีส้มเดือดพล่านทั้งพรรค 
    นี่คือ ลีลาการเมืองแบบคนเซราะกราว ตาต่อตา ฟันต่อฟัน รู้กันดีทั้งบุรีรัมย์
    วันที่ 16 เม.ย.2564 วิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ฉายเดี่ยวบุกกระทรววสาธารณสุข ไปขอข้อมูลสัญญา ข้อตกลง และเงื่อนไขผูกพันระหว่างรัฐบาลกับแอสตราเซเนกา และบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เกี่ยวกับการจัดหาและจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 
    ขณะที่ ส.ส.วิโรจน์ กำลังเดินทางไปกรมควบคุมโรค ก็พบกลุ่มมวลชนดักรออยู่ที่หน้าอาคารกรมควบคุมโรค มีเสียงโห่ ตะโกนไล่ ซึ่ง ส.ส.วิโรจน์พยายามเจรจาแต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้าย ส.ส.ก้าวไกลต้องล่าถอยไป
    ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นว่า มวลชนที่มาโห่ไล่ ส.ส.ก้าวไกล ทั้งหมดสวมเสื้อกลับด้าน ซึ่งมีสโลแกนของพรรคการเมืองหนึ่ง รวมถึงมีโลโก้พรรคอยู่ด้านหน้า
    รู้กันอยู่เต็มอกว่าเป็นเกมมวลชนของใคร? ผู้มากบารมีเหนือพรรคการเมืองดังกล่าว ชอบทำแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

เปลี่ยนเร็ว พังเร็ว! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463758

เปลี่ยนเร็ว พังเร็ว!

14 เมษายน 2564 – 10:39 น.

เปลี่ยนเร็ว พังเร็ว! วิเคราะห์การเมืองร้อน

พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ส่งหนังสือไปยังสมาชิก กก.บริหาร และสส.พรรคเพื่อร่วมประชุมพรรคสมัยสามัญ ในวันที่18เมษายน นี้ที่ รร.รามาการ์เด้นส์ กทม. 

“ไม่เลื่อน” นี่คือคำตอบที่ พล.อ.ประวิตร บอกกับนักข่าวทางโทรศัพท์ล่าสุด เมื่อถูกถามว่าจะเลื่อนการประชุมออกไปหรือไม่เพราะช่วงนี้โควิดระบาดหนัก  
ตรงกันกับแหล่งข่าวจากแกนนำพรรคหลายรายที่ให้ข้อมูลว่า จะเลื่อนหรือไม่เลื่อน ให้รอสัญญาณจากบ้านป่ารอยต่อเท่านั้น  

ฉะนั้นหากไม่เลื่อน คำถามที่ตามมาคือ ในวันที่ 18 เมษายน จะมีการตั้ง กก.บห.เข้าไปใหม่แทนที่กลุ่ม กปปส.ที่โดนคดีและถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเพียงแค่นั้นหรือจะเปลี่ยนเลขาธิการพรรคเลย 

พล.อ.ประวิตร อาจจะต้องคิดหนัก เพราะว่า กลุ่มสามมิตรที่ สนับสนุน อนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรคท่าจะไม่ยอมง่ายๆ 

อย่าลืมว่า กลุ่มสามมิตร คือกลุ่มสส.กลุ่มใหญ่ที่เข้ามาเติมพลังให้ พปชร.ก่อนการเลือกตั้ง ทำให้พรรคการเมืองที่มี อุตตมะ สาวนายน และ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ดูมีบารมีขึ้นมาทันที

แต่ก็อย่างว่านั้นแหละ การเมืองอะไรจะเกิดก็เกิดเพราะว่ากลุ่มสามมิตรเอง กลับเป็นพลังสำคัญในการโค่นกลุ่ม4กุมารออกจากพรรคไป 

มันเหมือนเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลหรือเปล่า เพราะหลังการเลือกตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่เป็นสายตรง พล.อ.ประวิตร ได้เสริมสร้างบารมีขึ้นทุกขณะเพราะได้รับการไว้วางใจให้เป็นมือประสานสิบทิศ เพื่อหา ส.ส.มาเติมเต็ม รัฐบาลที่อยู่ในภาวะเสียงปริ่มน้ำ 
 
บารมีของ ร.อ.ธรรมนัส ส่องสว่างแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อได้ สันติ พร้อมพัฒน์ และนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มาร่วมทีม แพ็คกันแน่น จนสุดท้าย วิรัช รัตนเศรษฐ แม่ทัพอีสานที่ไม่ค่อยกินเส้นกัน ยังยอมเข้าร่วมพร้อมกับลูกชาย อธิรัช รัตนเศรษฐ จนแปลงจากกลุ่ม 3ช.เป็นกลุ่ม 4ช. 
 
ว่ากันว่าในอนาคต จะขยับจาก 4ช.เป็น 4ว.หากมีการปรับ ครม.ในอีก 6 เดือนข้างหน้านี้ 

แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงในพรรคจะส่งผลต่อการปรับตำแหน่งทางการเมืองด้วย เพราะกลุ่มสามมิตรเองก็ยอมรับว่า อนุชา ได้เซ็นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรค ในวันที่เข้ารับตำแหน่ง เพราะถือว่าเป็นสัญญา เนื่องจาก อนุชา ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี   

แต่วันนี้ อนุชา เป็นรัฐมนตรีแล้ว ทางกลุ่ม4ช.จึงมีความชอบธรรมในการทวงเก้าอี้เลขาธิการพรรคให้กับ สันติ ตามข้อตกลงเดิม 

อย่างไรก็ตาม แม้นว่า กลุ่มสามมิตรจะยอมรับและไม่ขัดขืนหาก พล.อ.ประวิตร จะปรับเปลี่ยน แต่ ”ใจ” ของสามมิตร นั้น พปชร.จะไม่ได้เหมือนเดิม  

คนอย่าง สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คนอย่างสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่คร่ำหวอดทางการเมืองมานาน ย่อมไม่สิ้นไร้ไม้ตอกหมดหนทางการเมืองอย่างแน่นอน และสามมิตร พร้อมจะแยกตัวและโบยบินออกจากพปชร. หากพล.อ.ประวิตร กระทำการหักหาญน้ำใจ 

ว่ากันว่า ในพปชร.วันนี้แตกเป็นเสี่ยง กลุ่มกทม.ก็ล่มสลายไปแล้วหลังจาก 2 แกนนำ กปปส.โดนคดี ขณะที่กลุ่ม4ช.พยายามจะเข้ามามีบทบาทและคุม ส.ส. กทม. ซึ่งก็ไม่ง่ายเพราะ ส.ส.ค่อนข้างมีอิสระและความคิดเป็นของตนเอง โดยเฉพาะกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์  

ประกอบกับมีพรรคการเมืองใหม่และเก่าหลายพรรคที่ประสงค์จะทาบทามกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ของพปชร.ไปร่วมงานด้วย ยิ่งการที่ พล.อ.ประวิตร ไปลงโทษตัดเงินพรรคเดือนละ 2แสนบาท ของ 6 ส.ส.ดาวฤกษ์เป็นเวลา 6เดือน ยิ่งทำให้ กลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ ไม่แฮปปี้

ยิ่งทางพรรคจะบังคับ ส.ส.กทม.ให้ช่วยหาเสียงให้พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ลงชิงชัยผู้ว่ากทม.ด้วย ยิ่งทำให้มีความไม่พอใจมากขึ้นเมื่อความเห็นหลายอย่างไม่ตรงกัน 

นี่หากวันที่ 18 เมษายน พล.อ.ประวิตร จะเร่งปรับเปลี่ยนเลขาธิการพรรค ก็ยิ่งจะเป็นการเร่งทำให้พรรคพปชร.พังเร็วขึ้น. 

โควิดไทย “ลาว” ป่วน ลือล็อกดาวน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463736

โควิดไทย “ลาว” ป่วน ลือล็อกดาวน์

13 เมษายน 2564 – 18:49 น.

กลัวโควิดไทยลามข้ามโขง ลือสนั่นปิดเวียงจันทน์ ทางการลาวชี้แจงด่วนยัง “บ่ล็อกดาวน์”

++

สืบเนื่องจากกรณีนักธุรกิจไทยในลาว ติดเชื้อโควิด-19 ได้ก่อให้เกิดความโกลาหลในสื่อสังคมโซเชียลลาว มีข่าวลือมากมาย อาทินักธุรกิจไทยต้นตอแพร่เชื้อโควิด พัวพันชาวลาว 50 คน และมีการสั่งล็อกดาวน์นครหลวงเวียงจันทน์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  คุมเข้ม ลาว สั่งจับตาคนข้ามชายแดนจาก ไทย สกัด โควิด-19 ระบาดระลอกสอง

โควิดไทย "ลาว" ป่วน ลือล็อกดาวน์

คำสั่งปิดสถานบันเทิงทั่วประเทศ

วันที่ 13 เม.ย.2564 คณะเฉพาะกิจเพื่อป้องกัน ควบคุมและแก้ไขไวรัสโควิด-19 นำโดยท่านพูทอน เมืองปาก รองรัฐมนตรีสาธารณสุขลาว จึงได้แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่ 50 นักธุรกิจไทย ที่ติดเชื้อโควิด และอธิบายมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ    

กรณีที่ 50 “ท้าวนาวา” คนไทย วัย 41 ปี เจ้าของร้านเกมหรืออินเตอร์เน็ตคาเฟ่ เมืองจันทะบุลี นครหลวงเวียงจันทน์ อาศัยอยู่ในลาว มาตั้งแต่เดือน ก.พ.2563 สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าของร้านเกมคนนี้ ได้สัมผัสกับคนที่ลักลอบข้ามแดนมาจากไทย     

วันที่ 10 เม.ย.2564 ท้าวนาวารู้สึกเป็นไข้ ไอ ปวดตามเนื้อตัว และเจ็บคอ ได้ไปตรวจที่โรงหมอมิดตะพาบ พบว่าติดเชื้อโควิด จึงเข้ารับการรักษาตัวที่โรงหมอมิดตะพาบ 

โควิดไทย "ลาว" ป่วน ลือล็อกดาวน์

ชายแดนไทย-ลาว มีจุดข้ามแดนธรรมชาติมากมาย    

สำหรับแฟนสาว และพนักงานร้านเกมอีก 6 คน ได้เก็บตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ พบว่าผลเป็นลบ จึงนำไปจำกัดบริเวณที่ศูนย์หลัก 27 เป็นเวลา 14 วัน พร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเฝ้าที่ร้านเกมดังกล่าว ห้ามบุคคลใดเข้า-ออก    

ต่อมา เจ้าผู้ครองนครหลวงเวียงจันทน์ ได้สั่งการปิดร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ทั้งหมด และเพิ่มความเข้มงวดการเข้า-ออกตามแนวพรมแดนลาว-ไทย เนื่องจากมีแรงงานชาวลาว ได้ลักลอบข้ามแดนไทยเพื่อกลับบ้านเกิดอยู่เนืองๆ    

กรณีข่าวลือนักธุรกิจไทยคนดังกล่าว ไปร้านกินดื่ม งานแต่งงาน สัมผัสผู้คนมากกว่า 50 คน จากการสอบถามและตรวจสอบไทม์ไลน์อย่างละเอียด พบว่าข่าวลือดังกล่าวไม่มีมูลความจริง

โควิดไทย "ลาว" ป่วน ลือล็อกดาวน์

ข่าวลือ ทางการลาวยังไม่ล็อกดาวน์นครหลวงเวียงจันทน์

++
บ่ล็อกดาวน์
++
ช่วงที่ประเทศไทยมีการติดเชื้อโควิดรอบใหม่ คนลาวได้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เมื่อเกิดกรณีมีคนลักลอบข้ามแดนมาที่ร้านเกม ทำให้เจ้าของร้านที่เป็นคนไทยติดเชื้อโควิด ประชาชนลาวจึงหวาดวิตก ก่อให้เกิดข่าวลือมากมาย    

เมื่อทางการนครหลวงเวียงจันทน์ ได้ทำเอกสารขอความเห็นจากสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับสถานการณ์โควิด โดยเสนอให้ปิดการเข้า-ออกนครหลวงเวียงจันทน์ ตั้งแต่วันที่ 13-30 เม.ย.2564 ปรากฏว่า มีสื่อออนไลน์ลาวบางสำนักหยิบเอกสารชิ้นนี้ไปเผยแพร่ พร้อมกับพาดหัวข่าวว่า ล็อกดาวน์นครหลวงเวียงจันทน์ ก็ทำให้ผู้คนแตกตื่น    

คณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขและป้องโควิดลาว ได้ชี้แจงว่า ยังไม่มีการล็อกดาวน์นครหลวงเวียงจันทน์     

มาตรการที่เพิ่มเติมใหม่มีเพียงสั่งปิดร้านบันเทิง คาราโอเกะทั่วประเทศ ห้ามจัดเลี้ยงในงานแต่งงาน พร้อมกำชับไม่ให้มีการชุมนุมผู้คนเล่นน้ำสงกรานต์ 

อ่านเกม “แม้ว-ปู” รุกปลุกพลังแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463717

อ่านเกม “แม้ว-ปู” รุกปลุกพลังแดง

13 เมษายน 2564 – 15:48 น.

ยุทธศาสตร์ของ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ชั่วโมงนี้ ลุยเจาะฐานคนรุ่นใหม่ แต่ไม่ทิ้งคนเสื้อแดง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สงกรานต์โควิด ทำเอารัฐบาลประยุทธ์ถึงกับ “ทรุด” เพราะการระบาดระลอกใหม่เป็นไปอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ยิ่งลักษณ์” ส่งความรักความห่วงใจคนไทยช่วงสงกรานต์  – เศร้า ไม่เห็นรัฐพยายามแก้โควิด

อ่านเกม "แม้ว-ปู" รุกปลุกพลังแดง

ยิ่งลักษณ์ ไม่นิ่งเหมือนอดีต

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ผู้ประสานงานกลุ่ม CARE คิดเคลื่อนไทย จึงเสนอ “ใช้ความรู้การแพทย์และสาธารณสุข ชี้นำการจัดการควบคุม COVID 19 ได้แล้ว” เนื่องจากภาครัฐใช้มาตรการทางกฎหมายควบคุมโรค แต่ก็พลาด เพราะความหย่อนยานของผู้ใช้กฎหมาย “ความท้าทายต่อการจัดการของภาครัฐที่ถนัดใช้มาตรการกฎหมายบังคับใช้กับประชาชน แต่มักยกเวันการปฏิบัติกับอภิสิทธิ์ชน และพวกใช้กลไกราชการหาประโยชน์ส่วนตัว  จึงเป็นเรื่องที่น่าตรวจสอบอย่างเข้มงวด”    

ประเด็น “วัคซีนเสรี” ที่หมอมิ้งพูดถึง ถูกย้ำแผลโดย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก Yingluck Shinawatra ในวันสงกรานต์ว่า “..ดิฉันกลับรู้สึกเศร้าใจ ที่ยังไม่เห็นความพยายามในการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่จะบริหารจัดการ ทำให้ความหวังของประชาชนเป็นจริง  ทั้งนี้ยังไม่นับรวมถึงปัญหาการเข้าถึงวัคซีนที่ยังต่ำไม่ทั่วถึง และการเปิดกว้างให้ทุกโรงพยาบาล เพื่อนำเข้าวัคซีนที่หลากหลาย เพื่อชะลอ และป้องกันการติดเชื้อแก่พี่น้องประชาชนในอีกทางเลือกหนึ่ง”    

นี่เป็นการเล่นสงครามข่าวสารอย่างเป็นจังหวะก้าว ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดูเหมือนว่า สองพี่น้องตระกูลชินวัตร ไม่ยอมเล่นบทกบดาน และนิ่งเงียบอีกต่อไป

อ่านเกม "แม้ว-ปู" รุกปลุกพลังแดง

เพื่อไทยออกแคมเปญปลุกเสื้อแดง

++
พี่โทนี่กับคนรุ่นใหม่
++
แกนนำกลุ่มแคร์ คือคลังสมองของทักษิณ ชินวัตร ที่อาสาเข้ามารีโนเวทพรรคเพื่อไทย โดยยึดโมเดลไทยรักไทย ตอนแรก กลุ่มแคร์ถูกแซวว่าเป็นกลุ่มบ้านบางแค เหมือนจะไม่ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่ กระทั่ง “พี่โทนี่” หรือทักษิณ ชินวัตร โผล่มาในแอพพลิเคชั่นคลับเฮาส์(Clubhouse)     

การปรากฎตัวของทักษิณในคลับเฮาส์ และได้รับความสนใจอย่างมากในออนไลน์ ไม่ต่างจากยุคที่เขาใช้การโฟนอินเข้ามาในเวทีคนเสื้อแดง    

ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทย และกลุ่มแคร์ วางเข็มมุ่งปั้นคนรุ่นใหม่ ผ่านโครงการ The Change Maker ที่คัดเอาคนรุ่นใหม่ 100 คน มานำเสนอไอเดียที่สามารถพัฒนาเป็นนโยบายเปลี่ยนประเทศให้ปรับตัวสอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก    

เมื่อคลับเฮาส์มาแรง กลุ่มแคร์จึงให้อดีตนายกฯ ทักษิณ สวมบท “พี่โทนี่” พูดคุยกับ Gen Y Gen Z ด้วยการเสนอไอเดียทางธุรกิจ และข้อคิดการเมือง 

อ่านเกม "แม้ว-ปู" รุกปลุกพลังแดง

เดียร์ จัดรายการสื่อเสื้อแดง

++
ไม่ทิ้งคนเสื้อแดง
++
แม้กระแสธนาธร จะมาแรงในช่วงการเลือกตั้งทั่วไป 2562 แต่ก็เป็นกระแสวูบวาบ พิสูจน์ได้จากการเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งนายก อบจ. และเทศบาล     

ตรงกันข้าม คนรากหญ้าในภาคอีสาน และภาคเหนือ แม้จะผ่านไปหลายสิบปี ก็ยังภักดีต่อแบรนด์เดิมคือ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”     

ช่วงที่ม็อบคนรุ่นใหม่สะดุด จากปัญหาการบริหารจัดการภายใน และกรณีเลยธงหรือทะลุเพดาน พรรคเพื่อไทย และ นปช.สาย “เต้น-ธิดา-เหวง” จึงหันมาปลุกกระแสคนเสื้อแดง    

“เดียร์” ขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกพรรคเพื่อไทย ได้ปัดฝุ่น “สื่อเสื้อแดง” อีกครั้ง โดยประเดิมพอดแคสต์ใหม่ พรรคเพื่อไทย People’s Stories ประชาชนต้นเรื่อง    

“ถึงเวลาแล้วที่จะต้องเอาข้อมูล ข้อเท็จจริง จากความทรงจำและหลักฐานเชิงประจักษ์มาพูดคุยกันเพื่อ #คืนความจริง ให้กับวีรชนนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย”    

ที่น่าสนใจ ในวาระรำลึก 11 ปี สลายการชุมนุม 10 เมษา 2553 และ 19 พฤษภา 2553 ทีมงานพรรคเพื่อไทย จึงออกแคมเปญ “คืนความจริง ให้คนเสื้อแดง” ร่วมชำระประวัติศาสตร์ รวบรวมความจริงหลากหลายแง่มุมที่ไม่เคยถูกพูดถึงของคนเสื้อแดง และสดุดีขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและยืนหยัดเคียงข้างประชาชนที่ยังรอคอยความยุติธรรม    

“เชิญชวนทุกท่านร่วมคืนความจริง ด้วยการส่งข้อมูล ข้อเขียน เรื่องราว ความทรงจำ ภาพถ่าย ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมการชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยของคนเสื้อแดง โดยไม่จำกัดรูปแบบ..”    

ถ้ายังจำกันได้ เดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว คณะก้าวหน้า ของธนาธร เปิดปฏิบัติการตามล่าหาความจริงในการสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดง แต่พรรคเพื่อไทยกลับนิ่งเฉย    

ดังนั้น การขยับตัวของเพื่อไทย ในแคมเปญ “คืนความจริง ให้คนเสื้อแดง” จึงสอดรับกับการที่ “พี่โทนี่” วิ่งเข้าหากลุ่มคนรุ่นใหม่     

ยุทธศาสตร์ของทักษิณ และกลุ่มแคร์วันนี้ ให้ความสำคัญทั้งคนรุ่นใหม่ และมวลชนพื้นฐานคือ คนเสื้อแดง

เอาแล้ว “พปชร.” แตกยับ ดับฝัน “บิ๊กแป๊ะ” วืดเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463690

เอาแล้ว “พปชร.”แตกยับ ดับฝัน “บิ๊กแป๊ะ” วืดเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. 

13 เมษายน 2564 – 11:36 น.

เอาแล้ว “พปชร.”แตกยับ ดับฝัน “บิ๊กแป๊ะ” วืดเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.  คอลัมน์…  วิเคราะห์การเมืองร้อน 

หลายคนคงคิดว่าสงกรานต์ปีนี้เหงาหงอยเพราะพิษโควิดระบาด แล้วบังเอิญว่าคลัสเตอร์ทองหล่อ กลายเป็นโควิดการเมืองไปด้วย  

การเมืองระดับชาติพักยก ปิดสมัยประชุม แต่การเมืองท้องถิ่นยังคงเดินหน้าต่อไป โดยเฉพาะการวางตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ของแต่ละพรรคการเมือง 

วันนี้ขอโฟกัสไปที่ พรรคพลังประชารัฐ ที่มีมติจากบ้านป่ารอยต่อส่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา หรือ “บิ๊กแป๊ะ” อดีตผบ.ตร.ลงชิงเก้าอี้ 

ภายใต้เสียงคำรามของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร.ว่า แพ้ไม่ได้ 

นี่แหละเลยทำให้เกิดความอึดอัดขึ้นในพรรค พปชร.อย่างเห็นได้ชัด 

ประการแรก พล.อ.ประวิตร ใช้บ้านป่ารอยต่อเป็นสถานที่ในการเรียกประชุม โดยมีเฉพาะแกนนำที่รอบข้าง “บิ๊กป้อม” และ ส.ส.กทม. พปชร.เท่านั้น 

บรรดาคนข้างกาย บิ๊กป้อมก็มีแค่ทีม 3 ช. แต่ไม่มีทีมสามมิตร ทั้งๆ ที่  อนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคควรมีบทบาทรับทราบการเคลื่อนไหวของพรรค แต่ไม่ได้รับเชิญ  

ครั้งนี้ พล.อ.ประวิตร มอบหมายให้ “บิ๊กแป๊ะ” ประสานกับ “บิ๊กมนัส” ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนจัดการทั้งหมด  

ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ความที่ “บิ๊กแป๊ะ” ต้องการชัยชนะในครั้งนี้ จึงทำทุกวิถีทางเพื่อตนเองโดยไม่ได้มองเกมการเมืองทั้งกระดาน  

กล่าวคือ การที่จะเอา ส.ส.กทม. ของ พปชร.มาสนับสนุน “บิ๊กแป๊ะ”นั้น แน่นอนว่า ต้องเอาคนของ ส.ส.กทม.มาด้วย หมายความว่า ส.ส.ก็ต้องพึ่งพา ส.ก. และแน่นอนว่า ส.ส.กทม.ในแต่ละเขตย่อมต้องการส่งคนของตนเองลงสมัคร ส.ก.   

แต่ไม่เป็นไปตามนั้นเพราะบางเขต ที่มีการต่อสายขอการสนับสนุนจาก “ชัช เตาปูน” หรือ “ชัชวาลย์ คงอุดม” จากพรรคพลังท้องถิ่นไทย ซึ่ง “ชัช เตาปูน” มีเขตอิทธิพลในเขตดุสิต บางซื่อ  

จุดนี้แหละที่ทำให้เกิดปัญหาเนื่องจาก “บิ๊กแป๊ะ” ให้เป็นสิทธิของ “ชัช เตาปูน” ในการส่ง ส.ก.ของตนเองลง ขณะที่ ส.ส.กทม. ของ พปชร.ในเขตนี้ก็ต้องการส่งคนของตนเองลง  

มันเลยทำให้ประกาศิตของ “บิ๊กป้อม” อาจใช้ไม่ได้ผล ประกอบกับ ส.ส.กทม.ส่วนหนึ่ง ไม่ค่อยพอใจบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นทุนเดิม ปัญหาเลยบานปลาย  

นอกจากนี้การวางเกมให้ ร.อ.ธรรมนัส คอยประสานกับพรรคการเมืองอื่น อย่างไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ ให้มาสนับสนุน “บิ๊กแป๊ะ” รวมพึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วย   

แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องการสร้างฐานะเสียงของพรรค การจะล็อบบี้เพื่อไม่ให้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งท่าจะยาก เพราะล่าสุด “องอาจ คล้ามไพบูลย์” แกนนำคนสำคัญของ กทม.ก็ประกาศแล้วว่า มีปัจจัยที่พรรคจะส่งคนลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม. แม้นประชาธิปัตย์ไม่หวังชนะ แต่ต้องการสร้างฐานเสียง ส.ก.และเพื่อการเลือกตั้ง ส.ส.ในอนาคต 
 
ขณะที่ “บิ๊กแป๊ะ” ยังต้อการเสียงจากคนใน 50 เขตของ กทม. ที่มี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง และต้องการทาบทามไม่ให้ “บิ๊กวิน” ลงแข่ง นั้นอาจจะต้องมีออปชั่นที่น่าสนใจพอสมควร อาทิ ยกเก้าอี้รองผู้ว่าฯกทม.ให้ลูกชาย “บิ๊กวิน”   

ส่วนฐานเสียง 88 สน. ที่ “บิ๊กแป๊ะ” คิดไว้แต่แรกว่าในอวยนั้น วันนี้ไม่ง่าย เมื่อ “บิ๊กแป๊ะ” เริ่มมีปัญหาความขัดแย้งกับ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ขณะที่ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้กลับ สตช.เทียบเท่า ผช.ผบ.ตร. การที่บิ๊กแป๊ะจะได้เสียงจากตำรวจจึงไม่ง่ายเพราะทั้ง บิ๊กปั๊ดและบิ๊กโจ๊ก ไม่เผาผี บิ๊กแป๊ะแน่นอน 
 
ฉะนั้นเป้าหมายที่”บิ๊กแป๊ะ” หวังฐานเสียงจากกลุ่มต่างๆ จึงกำลังจะเลื่อนลอย ต่างจาก ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ที่มีพรรคเพื่อไทย หนุน ซึ่งชัชชาติ จะได้เสียง 7-8 แสน จากพรรคเพื่อไทยเดิมอยู่แล้ว หาเพิ่มอีกไม่เท่าไหร่ก็คว้าชัยชนะได้ ขณะที่ บิ๊กแป๊ะต้องรับหนึ่งใหม่ทั้งหมด 

ส่อง ‘พลัง’ พรรควิทยุเสื้อแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463662

ส่อง ‘พลัง’พรรควิทยุเสื้อแดง

12 เมษายน 2564 – 19:49 น.

ฝ่ากระแสโควิด ดาวดัง “โฆษกวิทยุสีแดง” เตรียมเคลื่อนทัพ “พรรคพลัง” ตามรอยพรรคเสื้อแดงรุ่นพี่

ช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ มีแต่ข่าวโควิดระบาด ทั้งในสื่อออนไลน์ วิทยุ และทีวี ข่าวการเมืองแทบไม่มีใครสนใจ ยกเว้นประเด็นการเมืองเรื่องโควิดที่ “เสี่ยชูวิทย์” ออกมาเขย่า “รัฐมนตรี” กับคลับเลาจน์  
    ท่ามกลางข่าวโควิดท่วมประเทศ ก็มีข่าวการเมืองชิ้นหนึ่งโผล่แทรกเข้ามา คือข่าวการเตรียมจัดประชุมใหญ่ของ “พรรคพลัง” ในวันที่ 9 พ.ค.2564 ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯ
    พรรคการเมืองน้องใหม่ มีวิธีการโปรโมตค่อนข้างดี นับแต่การออกแบบโลโก้พรรค ที่คล้ายพรรคการเมืองใหญ่ พร้อมกับการเปิดตัว “มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ” อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา และอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรค

ส่อง 'พลัง'พรรควิทยุเสื้อแดง

มานิตย์ จิตจันทร์กลับ 
    ส่วนตัวหัวหน้าพรรคตัวจริง ยังอุบไว้ก่อน เพียงแต่เปิดเผยว่า สุชาติ ธาดาธำรงเวช  อดีต รมว.คลัง และอดีต รมว.ศึกษาธิการ จะกล่าวปาฐกถาทางด้านเศรษฐกิจมหภาค หัวข้อ “เศรษฐกิจไทยไปสู่เศรษฐกิจโลกในยุคโควิด 2019” ในวันประชุมใหญ่ของพรรคพลัง
    อันที่จริง พรรคพลัง ได้จัดประชุมขยายฐานสมาชิกในภาคเหนือ ,ภาคอีสาน และภาคใต้ มาแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่ โดยมี สุรศักดิ์ ศิริบุญ หัวหน้าพรรคพลัง และอัญชิสา เทพทับทิมทอง เลขาธิการพรรค เดินสายไปพบสมาชิกทุกภาค
    วันที่ 12 พ.ย.2563 สุรศักดิ์ ศิริบุญ หัวหน้าพรรคพลัง พร้อมด้วยคณะบริหารพรรค เข้าพบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักย่านนวมินทร์ กรุงเทพฯ เพื่อขอคำปรึกษาและขอคำชี้แนะในการทำงานเพื่อบ้านเมือง 

ส่อง 'พลัง'พรรควิทยุเสื้อแดง

คณะบริหารพรรคพลัง เข้าพบ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ 

++
รวมดาววิทยุเสื้อแดง
++
    เบื้องต้นโครงสร้างพรรคพลัง ประกอบด้วย สุรศักดิ์ ศิริบุญ หัวหน้าพรรคพลัง ,อัญชิสา เทพทับทิมทอง เลขาธิการพรรค,ชัยพัชญ์ โชติชัยธนเสฐ โฆษกพรรค และ พล.ต.ชอบ ตระกูลสม ประธานที่ปรึกษาพรรค 
    ที่น่าสนใจคือ สมชาติ นาคบรรจง รองหัวหน้าพรรค, ชินวัฒน์ หาบุญพาด รองหัวหน้าพรรคภาคตะวันออก, จุติพงษ์ พุ่มมูล รองโฆษกพรรคด้านยุทธศาสตร์ และผุสดี กลิ่นทอง หรือ อาจารย์เป้า สิงห์บุรี นายทะเบียนพรรค 

ส่อง 'พลัง'พรรควิทยุเสื้อแดง

ชินวัฒน์ หาบุญพาด
    รายชื่อข้างต้นนี้ เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนเสื้อแดง โดยเฉพาะกลุ่มนักจัดรายการวิทยุเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็น “ขาใหญ่วิทยุเสื้อแดงปทุม” สมชาติ นาคบรรจง หรือ ชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีตแกนนำ นปช. ที่แยกตัวออกมาลุยการเมืองท้องถิ่นที่จันทบุรี
    จะว่าไปแล้ว “ชินวัฒน์” อดีตผู้ก่อตั้งวิทยุชุมชนแท็กซี่คนรักทักษิณ ก็เคยเป็นแกนนำ นปก. รุ่นเดียวกับมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ซึ่งระยะหลัง ทั้งคู่หันหลังให้กับแกนนำ นปช. ทั้งสายตู่-เต้น
    เหนืออื่นใด สำนักงานชั่วคราวของพรรคพลัง ตั้งอยู่ที่ตลาดมหาลาภ ถนนตัดใหม่ลำลูกกา คลองสี่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นชุมทางคนวิทยุเสื้อแดงยุคสื่อออนไลน์

++
พรรคเสื้อแดง
++
    วันนี้ กลุ่มวิทยุเสื้อแดง หรือกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ที่เคยสร้างวีรกรรมไว้มากมายสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้แปลงร่างเป็นชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย มีที่ตั้งสำนักงานอยู่ในอาคารชั่วคราวชั้น 2 ตลาดมหาลาภ คลองสี่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 

ส่อง 'พลัง'พรรควิทยุเสื้อแดง

ที่ทำการพรรคชั่วคราว แถวตลาดลาดสวาย ปทุมธานี

    ทั้งสมชาติ นาคบรรจง,จุติพงษ์ พุ่มมูล,ศรรัก ทองชัย และเล็ก บ้านดอน พวกเขาได้ทำทีวีออนไลน์หรือจอแดงยุคดิจิตอล ในชื่อ SCTV 
    ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี สมชาติ นาคบรรจง ,ศรรัก ทองชัย หรือศรรักษ์ มาลัยทอง ,เล็ก บ้านดอน หาเสียงช่วย “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง จนได้รับชัยชนะ และเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี แทนชาญ พวงเพ็ชร อดีตนายก อบจ.หลายสมัย
    ในรอบ 10 กว่าปีมานี้ มีผู้ก่อการพรรคการเมือง โดยหวังที่จะใช้ “คนเสื้อแดง” เป็นฐานเสียงหลายพรรค มีทั้งประสบความสำเร็จ และล้มเหลว
    ยกตัวอย่าง “พรรคพลังประชาธิปไตย” มีคณะผู้ก่อการ 3 คนคือ ประแสง มงคลศิริ ประธานที่ปรึกษาพรรค, จิตรา คชเดช ที่ปรึกษาพรรค และสุรชาติ เวชกามา หัวหน้าพรรค 
    “พรรคพลังประเทศไทย” นำโดย ดาชัย อุชุโกศลการ แกนนำแดงลำปาง แต่ตอนหลัง “ดาชัย” ก็ย้ายมาสมัคร ส.ส.ลำปาง สังกัดพรรคพลังประชารัฐ 
    ทั้งสองพรรคข้างต้น แทบหมดสภาพไปแล้ว ก็ยังเหลือ “พรรคพลังปวงชนไทย” ที่เป็น “พรรค 1 เสียง” ฝ่ายประชาธิปไตยอยู่ในสภาฯ
    “นิคม บุญวิเศษ” หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เคยเป็นแกนนำเครือข่ายวิทยุธุรกิจภาคประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเจ้าของบริษัท บุญวิเศษ คอร์ปอร์เรชั่น กรุ๊ป จำกัด ซึ่งขายยาสมุนไพรตรา เอ็น.ดี.
    สมัยก่อตั้งพรรคพลังปวงชนไทย “นิคม” ที่สนิทสนมกับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร จึงเชิญอดีต ผบ.สส. และ ผบ.ทบ. มาเป็นที่ปรึกษาพรรคฯ
    รอดูการประชุมใหญ่ 9 พ.ค.2564 ก็จะทราบว่า พรรคพลัง เป็นนอมินีของใคร? และมีความเกี่ยวพันกับพรรคเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร หรือไม่?

ไฟแค้น “นักศึกษาพม่า” เข้าป่าจับปืน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463634

ไฟแค้น “นักศึกษาพม่า” เข้าป่าจับปืน

12 เมษายน 2564 – 13:02 น.

ตายสิบเกิดแสน ไฟแค้นลุกโชน คนหนุ่มสาวมุ่งหน้าสู่ป่าเขา ซ้ำรอยกองทัพนักศึกษาพม่า ABSDF 

++
นักวิชาการไทยหลายสำนัก ฟันธงตรงกันว่า ยิ่งสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมาล่วงเลยไปนานเท่าใด ก็ยิ่งเป็นการโหมไฟความขัดแย้ง ให้กลายเป็น “สงครามกลางเมือง” ดังเช่นในซีเรียหรือเยเมน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  ส่องเมียนมา วัดใจ “20 กองกำลัง” สู่สงครามประชาชน

ไฟแค้น "นักศึกษาพม่า" เข้าป่าจับปืน

พล.ท.บ่อจอแฮ ผู้นำ KNLA    

ล่าสุด ตำรวจ-ทหารกราดยิงประชาชนไม่เลือกหน้า ทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 80 คน ในยุทธการสลายป้อมค่ายผู้ประท้วงที่เมืองพะโค และยอดผู้เสียชีวิตจากการปราบปรามด้วยความรุนแรงเพิ่มสูงกว่า 700 คน นับตั้งแต่เกิดรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2564    

ด้านหนึ่ง นักศึกษาเมียนมายังฝากความหวังไว้กับคณะกรรมการผู้แทนสหภาพ (CRPH) หรือรัฐบาลคู่ขนานเมียนมา ในการเจรจากับกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ เพื่อจัดตั้ง “กองทัพสหพันธรัฐ” เปิดการสู้รบกับกองทัพเมียนมาอย่างเต็มรูปแบบ     

ขณะเดียวกัน สงครามหน้าแล้ง ระหว่างกองทัพเมียนมา กับกองกำลังชาติพันธุ์ ยังดำเนินไปอย่างดุเดือดในพื้นที่รัฐคะฉิ่น, รัฐฉานตอนเหนือ และรัฐกะเหรี่ยง

++
เข้าป่าจับปืน
++
ปลายเดือน มี.ค.2564 สำนักข่าว Myanmar Now รายงานว่า กลุ่มผู้ประท้วงชาวเมียนมาจำนวนหนึ่ง มีแนวคิดที่จะเข้าร่วมกองกำลังชาติพันธุ์บริเวณชายแดนเมียนมา-จีน และเมียนมา-ไทย เพื่อจับอาวุธขึ้นสู้กับกองทัพเมียนมา ที่กวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงอย่างโหดร้าย    

ไฟแค้น "นักศึกษาพม่า" เข้าป่าจับปืน

กองทัพนักศึกษาพม่า ABSDF

เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2564 นักข่าว Myanmar Now ได้สัมภาษณ์ พล.ท.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army – KNLA) เกี่ยวกับสถานการณ์การปราบปรามประชาชนของกองทัพเมียนมา และตอนหนึ่ง นายทหารกะเหรี่ยงกล่าวต้อนรับคนหนุ่มสาวเข้าร่วมการปฏิวัติ    

“พวกเราสนับสนุนการปฏิวัติฤดูใบไม้ผลิของชาวเมียนมา ยินดีต้อนรับเยาวชนชายและหญิงที่ออกไปตามท้องถนนให้มาร่วมการปฏิวัติอย่างกล้าหาญ ในส่วนของเรา ก็จะทำงานอย่างหนักต่อไป เพื่อมีส่วนร่วมในการกำจัดเผด็จการทหาร”     

เมื่อครั้งที่เกิดเหตุการณ์ทหารปราบปรามนักศึกษาผู้เรียกร้องประชาธิปไตยชาวเมียนมา เมื่อ 8 ส.ค.1988 (พ.ศ.2531) กองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยงได้ต้อนรับนักศึกษาจำนวนหนึ่งที่หนีภัยเผด็จการมาจากเมืองหลวง

++
บทเรียน ABSDF 
++
หลายคนอาจลืมไปแล้วว่า เมื่อ 30 ปีที่แล้ว นักศึกษาเมียนมาที่แตกพ่ายจากการล้อมปราบในเหตุการณ์ 8-8-88 ได้มุ่งหน้าสู่ป่าเขา เพื่อก่อการจับอาวุธต่อต้านเผด็จการทหาร    

พวกเขาได้เข้าไปลี้ภัยอยู่แถบชายแดนไทยและจีน ด้วยการสนับสนุนจากกองกำลังชาติพันธุ์ จึงได้จัดตั้งองค์กร “แนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า” (The All Burma Students’ Democratic Front : ABSDF) หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กองทัพนักศึกษาพม่า” ไม่มีพื้นที่ปกครองของตนเอง แต่เคลื่อนไหวและตั้งฐานทัพอยู่ในหลายรัฐเช่น รัฐมอญ, รัฐกะเหรี่ยง, รัฐฉาน รัฐชินและรัฐคะฉิ่น    

ที่มั่นหลักของกองทัพนักศึกษาพม่า ABSDF จะอยู่ในรัฐคะฉิ่น และรัฐกะเหรี่ยง ทหารกองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) และทหารสหภาพแห่งกะเหรี่ยง (KNU) ได้ให้การฝึกติดอาวุธให้แก่นักศึกษา โดยมุ่งหวังให้พวกเขาเหล่านั้นเป็นอีกแรงหนึ่งที่จะล้มระบอบเผด็จการทหาร    

ด้านกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า(ABSDF) ก็ร่วมมือกับกองกำลังชาติพันธุ์ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของพวกเขา ในการสร้างประเทศที่ปกครองแบบสหพันธรัฐ    

จริงๆแล้ว การต่อสู้ของกองทัพนักศึกษาพม่า ABSDF ก็ไม่ราบรื่นไปเสียทั้งหมด ประกอบมีความขัดแย้งทางความคิด จึงทำให้องค์กร ABSDF หดแคบลง และช่วงหนึ่งถูกขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้าย    

ปัจจุบัน กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยของมวลนักศึกษาพม่า(ABSDF เป็น 1 ใน 10 กลุ่มที่ได้ลงนามข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ(NCA)กับรัฐบาลพม่า สมัยรัฐบาลเต็งเส่ง เมื่อวันที่ 15 ต.ค.2558    

น่าเสียดาย ในการต่อสู้ของคนหนุ่มสาวเมียนมา หรือคนรุ่น Gen Z ไม่มีใครพูดถึงกองทัพนักศึกษาพม่า เนื่องจากองค์กร ABSDF มีขนาดเล็กเกินไป    

กลุ่มผู้ประท้วงจึงเพรียกหากองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA) และกองทัพสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) มากกว่า

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ ชีวิตวัย 60 ปี “ศักดิ์สยาม” รมต.คมนาคม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463605

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  ชีวิตวัย 60 ปี”ศักดิ์สยาม” รมต.คมนาคม

12 เมษายน 2564 – 08:51 น.

ซินแสแข่ง ผ่าดวงวิกฤติ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมต.คนแรกที่ติดไวรัสโควิด-19 พร้อมตกดวงชะตารอบอายุเข้าเคราะห์  จังหวะโรคภัยเข้าแทรก  อีกทั้งกระแสสังคมเข้ากระหน่ำ  ถึงความรับผิดชอบ

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  ชีวิตวัย  60  ปี  ศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก  “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ”  รมต.คมนาคม  เลขาพรรคภูมิใจไทย  รมต. คนแรกสังเวยติดไวรัสโควิด-19   พร้อมตกดวงชะตารอบอายุเข้าเคราะห์  จังหวะโรคภัยเข้าแทรก ตามดวงต้องระวังให้มาก  เพราะยังมีต่อถึงแม้นจะฉีดวัคซีนแล้ว  ประมาทไม่ได้  อีกทั้งกระแสสังคมเข้ากระหน่ำ  ถึงความรับผิดชอบ  ศุกร์เข้า  พระเสาร์แทรกในดวงชะตา  ก่อให้เกิดปัญหาความวุ่นวายเกิดขึ้น  

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  ชีวิตวัย 60 ปี"ศักดิ์สยาม" รมต.คมนาคม

ซินแสเข่ง อาจารย์  ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์เจาะลึก   ถึงดวง วิกฤต คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ  ในวัย 59 –  60 รอยต่อแห่งชีวิต  ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนเป็นที่กล่าวขาน ของพรรคฝ่ายค้านและประชาชน ถึงความรับผิดชอบ ในตำแหน่งหน้าที่ รัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม  คนแรกที่สังเวยไวรัสโควิด-19   รอบ  3  โดยมีกลุ่มก้าวไกล  ให้  รมต.เปิดเผยไทม์ไลน์แสดงสปิริตว่าเดินทางไปไหน  ทำอะไรที่ไหน  หรือติดโควิด  ที่ใดบ้าง  เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม  และปฏิบัติตามมาตราการของกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งมีหัวหน้าพรรค  คุณอนุทิน ชาญวีรกูล  เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย    

ซินแสเข่ง  จึงได้วิเคราะห์ต่อดวงชะตาถึงยามที่  รมต.คมนาคม  “ศักดิ์สยาม” ว่า  ทั้งรอบอายุที่เข้าเคราะห์  ตามดวงชะตาแล้ว  เริ่มเข้าเคราะห์หนักมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี2563  และต่อเนื่องปี2564  ที่จะต้องระมัดระวังกลับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง  ที่จะเข้ามาสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้เกิดขึ้น  มีเรื่องของความขัดแย้ง  ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ  สร้างความสับสน  วุ่นวาย  ตลอดทั้งปี  อีกทั้งรอบอายุของคนที่มีเรื่องของอาการเจ็บป่วย  ไม่สบาย  มีโรคภัยเข้าสอดแทรก  หรืออาจจะมีเรื่องของการผ่าตัดเข้ามาเกี่ยวของของโรคของท้อง  และภายในร่างกาย  ที่จะต้องระวังด้วยการพบแพทย์ เป็นประจำ ตลอดระยะเวลา  1  ปี    จะมีโอกาศผ่านพ้นในเดือนมีนาคม2565  เพราะฉะนั้นหากไม่มีการดูแลรักษา  อาจรุนแรงถึงแก่ชีวิต

ซินแสเข่ง  กล่าวต่ออีกว่า ดวงชะตา ของท่านรัฐมนตรี “ศักดิ์สยาม” มีความเป็นผู้นำ อยู่ในตนเอง เป็นบุคคลที่ รักและห่วงใย ญาติพี่น้อง แต่มักจะใช้ความคิด ของตนเอง เป็นที่ตั้ง และเป็นคนที่ ทำอะไรเพื่อคนอื่น   และมักจะถูกเอาเปรียบ จากบุคคลรอบข้าง อยู่ตลอดเวลา แต่ในฐาน ของดวงชะตา มีความมั่นคงในตำแหน่งหน้าที่การงาน ที่ได้รับมอบหมาย เป็นบุคคลที่รู้จักปรับตัวเอง ได้ทุกสถานการณ์ มีความมั่นคง หรือเรื่องของรายได้และผลประโยชน์ การเงิน แต่เมื่อช่วงจังหวะ รอบอายุ ที่เข้าเคราะห์ก็ต้องระวังด้วยตนเอง หรือดูแลตนเองให้มากขึ้น อาจจะลด จากหนักให้เป็นเบาลงได้เช่นเดียวกัน