โควิดไทย ลามเข้า ‘ลาว’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463584

โควิดไทย ลามเข้า ‘ลาว’

11 เมษายน 2564 – 18:10 น.

ลาววุ่น มีคนลักลอบข้ามแดน พบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ สั่งห้ามแรงงานลาว-ไทยข้ามแดนชั่วคราว

สถานการณ์โควิดในลาว สงบนิ่งมานาน ทางการลาวเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิดแก่ประชาชนทั่วไป แต่ก่อนถึงบุญปีใหม่ลาว กลับพบข่าวไม่ดี มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 2 กรณี
    แขวงไซยะบุลี สปป.ลาว ได้มีคำสั่งด่วนเมื่อวันที่ 10 เม.ย.2564 ถึงเจ้าเมืองแก่นท้าว เมืองปากลาย และเจ้าเมืองบ่อแตน ให้ระงับการเดินทางของประชาชนทั้ง 3 เมือง พร้อมกับระงับการเข้า-ออกที่ด่านสากลน้ำเหืองชั่วคราว (ตรงข้าม อ.ท่าลี่ จ.เลย) ระหว่างแรงงานลาว-ไทย ช่วงวันที่ 11-18 เม.ย.2564
    สืบเนื่องมาจากแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ในประเทศไทย และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขลาว ได้ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดกรณีใหม่ ที่เกิดจากสัมผัสกับผู้ที่ลักลอบข้ามแดนมาจากไทย
    เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2564 คณะเฉพาะกิจเพื่อป้องกัน ควบคุมและแก้ไขไวรัสโควิด-19 ดร.ลัดตะนะไซ เพ็ดสุวัน หัวหน้ากรมควบคุมโรค และ ดร.พอนปะดิด สังไซยะลาด หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์และระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกันแถลงข่าวกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่ 2 กรณี 

 โควิดไทย ลามเข้า 'ลาว'

กระทรวงสาธารณสุขลาว แถลงข่าวด่วน

++
ติดเชื้อจากไทย
++
    ไทม์ไลน์ กรณีที่ 50 เพศชาย อายุ 41 ปี สัญชาติไทย เจ้าของร้านเกม เมืองจันทะบุลี นครหลวงเวียงจันทน์ ชายไทยคนนี้อาศัยอยู่ในลาว มาตั้งแต่เดือน ก.พ.2563 
    –  สัปดาห์ที่แล้ว เจ้าของร้านเกมคนนี้ ได้สัมผัสกับคนที่ลักลอบข้ามแดนมาจากไทย 
    – 8 เม.ย.2564 รู้สึกเป็นไข้ ไอ ปวดตามเนื้อตัว และเจ็บคอ
    – 10 เม.ย.2564 ได้ไปตรวจที่โรงหมอมิดตะพาบ และพบเชื้อโควิด ปัจจุบัน เข้ารับการรักษาตัวที่โรงหมอมิดตะพาบ 
    – เจ้าหน้าสาธารณสุขลาว ได้ลงตรวจสอบพบผู้สัมผัสใกล้ชิด 10 ราย และเก็บตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ รอฟังผล และจำกัดบริเวณ 14 วัน
    กรณีชายชาวไทย ที่ได้สัมผัสกับผู้ลักลอบข้ามแดนมาจากไทย ส่งผลให้ทางการลาว เพิ่มความเข้มงวดการเข้า-ออกตามแนวพรมแดนลาว-ไทย เนื่องจากมีแรงงานชาวลาว ได้ลักลอบข้ามแดนจากไทย เพื่อกลับบ้านเกิดอยู่เนืองๆ 

 โควิดไทย ลามเข้า 'ลาว'

สื่อลาวเสนอข่าวผู้ติดเชื้อรายใหม่

++
มาจากต่างแดน
++
    ไทม์ไลน์กรณีที่ 51 เพศชาย อายุ 41 ปี สัญชาติชาว เป็นพนักงานบริษัทเอกชน เดินทางกลับมาจากประเทศมงโกเลีย 
    – 6 เม.ย.2564 ชายชาวลาวตรวจหาเชื้อโควิดที่มงโกเลีย ไม่พบเชื้อ
    – 7 เม.ย.2564 ออกเดินทางจากมงโกล ผ่านสนามบินอินชอน เกาหลีใต้ 
    – 9 เม.ย.2564 เดินทางถึงสนามบินสากลวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์
    – 10 เม.ย.2564 ตรวจหาเชื้อโควิด ยืนยันว่าพบเชื้อโควิด เข้ารักษาตัวที่โรงหมอมิดตะพาบ 
    –  เจ้าหน้าที่ได้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด 31 คน มาตรวจหาเชื้อ และจำกัดบริเวณ 14 วัน

 โควิดไทย ลามเข้า 'ลาว'

แขวงไซยะบุลี สั้งปิดด่านน้ำเหืองชั่วคราว
    สรุป กระทรวงสาธารณสุขลาว ได้ทำการตรวจวิเคราะห์หาเชื้อโควิด ตั้งแต่เดือน ม.ค.2564 จนถึงปัจจุบัน ได้เก็บตัวอย่างมาทั้งหมด 142,596 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อโควิด 51 คน ขณะนี้ ยังมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด นอนรักษาตัวอยู่ในโรงหมอ 4 คน (รวมผู้ป่วยใหม่ 2 ราย)

นี่ไง “ทอน” คนเบื้องหลัง บันทึกแดง 10 เมษา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463550

นี่ไง “ทอน” คนเบื้องหลัง บันทึกแดง 10 เมษา

11 เมษายน 2564 – 12:37 น.

รำลึก 10 เมษา “คณะก้าวหน้า” ไม่เงียบ “เสี่ยเอก” ออกมาแนะนำ “บันทึกเมษา-พฤษภาสีเลือด” ผลงานของกลุ่มเพื่อนธนาธร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กิจกรรมรำลึก 11 ปี 10 เมษา 2553 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บรรลุเป้าหมายตามที่แกนนำ นปช. สายใกล้ชิด “พี่โทนี่” แห่งดูไบ ได้วางแผนไว้ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…   รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

นี่ไง "ทอน" คนเบื้องหลัง บันทึกแดง 10 เมษา

บันทึกสีแดง ผลงานของธนาธรและเพื่อน

ธิดา ถาวรเศรษฐ จึงประกาศว่า “วีรชนจงสู่สุคติเถิด บัดนี้มีคนหนุ่มคนสาวรุ่นใหม่ รับไม้ต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยแล้ว” พร้อมกับเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจปล่อยตัวเยาวชนเหล่านั้นทุกคน    

ตามมาด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ที่แสดงจุดยืนเคียงข้างเยาวชน นักเรียน นักศึกษาอีกครั้ง “ผมนี่ไง กลับมายืนตรงนี้ เพื่อบอกว่า การฆ่าไม่ใช่คำตอบ เพื่อบอกว่า ความรุนแรงไม่ใช่ทางแก้ปัญหา ฆ่าไปก็เกิดใหม่ มายืนตรงที่ฆ่า”    

สิ่งที่ “ธิดา” พยายามขับเคลื่อนมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วคือ คนรุ่นใหม่และคนเสื้อแดง จะต้องเดินไปด้วยกัน ใกล้เป็นความจริง เมื่อ “เสี่ยเต้น” กระโจนออกมาก้าวหนึ่ง เตรียมความพร้อมสำหรับการลงถนน เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยเยาวชนออกจากเรือนจำ    

พลันที่สายเพื่อไทยขยับแรง สายสีส้มก็ไม่นิ่งเฉย “เสี่ยเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จึงร่วมรำลึก 10 เมษาเลือด

นี่ไง "ทอน" คนเบื้องหลัง บันทึกแดง 10 เมษา

ธนาธร และชัยธวัช ที่สี่แยกคอกวัว 10 เมษายน 2553

++
บันทึกสีแดง
++
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 10 เม.ย.2564 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้สื่อสารผ่านแฟนเพจ Thanathorn Juangroongruangkit ว่าด้วยเรื่อง “11 ปี 10 เมษายน 2553 – ความจริงและความยุติธรรมที่ยังไม่ปรากฏ” โดยมีจุดประสงค์หลัก ต้องการแนะนำหนังสือ “ความจริงเพื่อความยุติธรรม – เหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา-พฤษภา 53” เล่มหนากว่า 1,380 หน้า    

ผู้จัดพิมพ์หนังสือเล่มดังกล่าวคือ สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน และหนึ่งในคณะบรรณาธิการชื่อ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ในวันนี้    

“หนังสือเล่มนี้คือรายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์ทางการไม่ได้บันทึกไว้ รายงานข้อเท็จจริงฉบับนี้เกิดขึ้นจากคนหนุ่มสาวกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่ง ที่ไม่อาจนิ่งเฉยกับความรุนแรงที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชนในเดือนเมษา-พฤษภา 2553 ได้”    

คำว่า “คนหนุ่มสาวกลุ่มเล็กๆ” ของธนาธรนั้น หมายถึงตัวเขาเอง ,ชัยธวัช ตุลาธน และผองเพื่อน    

“ผมอยากให้ผู้ที่ยังกังขาว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงนี้เมื่อ 11 ปีที่แล้ว ลองอ่านรายงานฉบับนี้ดู มันเต็มไปด้วยหลักฐาน เงื่อนเวลา และเรื่องราวที่ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงที่รัฐต้องการให้คุณเชื่อ”    

ความทรงจำเกี่ยวกับ 10 เมษา หรือพฤษภา 2553 ในสังคมไทยนั้น มีอยู่ 2 ชุด และในวันนี้ ผู้คนก็ยังแบ่งแยกความเชื่อเช่นนั้น แม้ “ธนาธร” จะพยายามขุดหนังสือเล่มหนาออกมาแนะนำ    

“ใครมีเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่ยังเชื่อว่าคนเสื้อดำยิงกันเอง ทหารไม่ได้เกี่ยวข้อง, ผู้ตายมีอาวุธ, การสลายการชุมนุมเป็นไปอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน หรือการใส่ร้ายต่างๆ นานา ลองซื้อหนังสือเล่มนี้มอบให้เขาหรือเธอดู เผื่อว่ามันจะทำให้พวกเขาเข้าใจและเห็นใจผู้ถูกกระทำได้บ้าง หรือเผื่อว่ามันจะทำให้พวกเขาเห็นถึงการอำพราง, ความอัปลักษณ์ และความอำมหิตของผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์”    

จริงๆแล้ว “เสี่ยเอก” ต้องการสื่อสารไปถึงคนรุ่นใหม่มากกว่า เพราะห้วงเวลาที่ “ม็อบราษฎร” หรือ “ม็อบเยาวชน” กระแสลดต่ำลง ฝ่าย “พี่โทนี่” เข็น “เสี่ยเต้น” ออกมาปลุกเยาวชน ดังนั้นสายสีส้ม ก็นิ่งเฉยไม่ได้    

“อย่าให้ความทรงจำทางการเมืองของฤดูร้อนปี 2553 หายไป เพราะนั่นหมายถึงการยอมรับความพ่ายแพ้ของพวกเรา” ประธานคณะก้าวหน้า ทิ้งท้ายไว้

นี่ไง "ทอน" คนเบื้องหลัง บันทึกแดง 10 เมษา

ธนาธร และชัยธวัช ที่สี่แยกคอกวัว 10 เมษายน 2553

++
คนเบื้องหลัง
++
ปีที่แล้ว คณะก้าวหน้าของธนาธร ออกมาตามล่าหาความจริง เกี่ยวกับการสลายการชุมนุมเมษายน-พฤษภาคม 2553 สื่อออนไลน์ได้สัมภาษณ์ “พวงทอง ภวัครพันธุ์” อาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะผู้ประสานงาน “ศูนย์ข้อมูลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53” (ศปช.) อันเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มนักวิชาการและนักกิจกรรมทางสังคมกลุ่มหนึ่ง ที่ต้องการค้นหาความจริงเกี่ยวกับล้อมปราบในปี 2553    

“พวงทอง” เล่าความจริงเกี่ยวกับหนังสือชื่อ “ความจริงเพื่อความยุติธรรมเหตุการณ์และผลกระทบจากการสลายการชุมนุม เมษา – พฤษภา 53” และ ศปช.    

“ถ้าพูดตรงๆ เลย คุณธนาธรสนับสนุนการทำงานของ ศปช. มาตั้งแต่ปีแรกๆ คุณชัยธวัช ตุลาธน ซึ่งเป็นเลขาธิการของพรรคก้าวไกลอยู่ในขณะนี้ เขาเองก็เป็นตัวหลักที่สำคัญของการทำรายงาน ศปช.”    

เนื่องจาก “ธนาธร” และ “ชัยธวัช” เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง และได้จัดเวทีย่อยสนับสนุนเวทีกลางของ นปช.ที่ราชประสงค์ พวกเขาจึงระดมเงินทุนจากเพื่อนฝูงสนับสนุนการทำงานของ ศปช. เพื่อค้นหาความจริงเรื่องการล้อมปราบ 2553    

นาทีนี้ คณะก้าวหน้า เจอการตั้งคำถามว่า เหตุใดไม่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐปล่อยเยาวชนที่ถูกจับกุมคุมขัง และการเคลื่อนไหวขอคนละหนึ่งชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ ก็ไม่ได้มีเป้าหมายช่วยเด็กออกจากเรือนจำ    

ตรงข้ามกับ นปช.สายพี่โทนี่ ที่ให้ดาวไฮปาร์คอย่างเต้น ณัฐวุฒิ ออกมาจุดประกายม็อบปล่อยเพื่อนเรา..รอหลังสงกรานต์ พี่โทนี่อาจมีเซอร์ไพรส์!!

จี้ “รมต.โควิด” แสดงสปิริต ยกมาตรฐานจริยธรรมให้สูงขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463533

จี้ “รมต.โควิด” แสดงสปิริต ยกมาตรฐานจริยธรรมให้สูงขึ้น 

11 เมษายน 2564 – 10:15 น.

จี้ “รมต.โควิด” แสดงสปิริต ยกมาตรฐานจริยธรรมให้สูงขึ้น  คอลัมน์… วิเคราะห์การเมืองร้อน

องค์กรต่อต้านคอรัปชั่น ได้ให้สัมภาษณ์ใจความว่า การระบาดใหญ่รอบนี้คนที่เป็นรัฐมนตรีนำทีมไปทำเรื่องไม่เหมาะสมเสียเอง เหตุการณ์นี้จึงสะท้อนปัญหา “จริยธรรม” ของนักการเมืองที่เรื้อรัง 

เพื่อป้องกันไม่ให้สังคมบอบช้ำซ้ำซาก สิ่งที่รัฐบาลควรทำโดยด่วนคือ 
1.ใช้กฎหมายเอาผิดเจ้าของผับ ผู้บริหารของ กทม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขที่ละเลยในการตรวจตรา บังคับใช้กฎหมาย  

2.ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเรียกสามัญสำนึกด้านจริยธรรมของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ  ที่ร่วมกันฝ่าฝืนมาตรการควบคุมโรค คือ ป.ป.ช., ผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม ควรทำหน้าที่วินิจฉัยว่าพฤติกรรมของพวกเขาเป็นความผิดหรือไม่ 

3.ออกมาตรการควบคุมที่ชัดเจนและเข้มงวดสำหรับสถานประกอบการแต่ละประเภททั่วประเทศได้ 

4.รัฐบาลควรจัดให้มีช่องทางสายด่วนให้ประชาชนร้องเรียนเมื่อพบเห็นผู้ฝ่าฝืนมาตรการโควิดนี้ 

5.ทุกมาตรการที่รัฐแนะให้ประชาชนปฏิบัติ  เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนต้องปฏิบัติเท่าเทียมกันไม่มีข้อยกเว้น เช่น การโหลดแอปพลิเคชัน “หมอชนะ” การเปิดเผยไทม์ไลน์ต่อเจ้าหน้าที่และสาธารณชน 

แบบนี้ยังไม่ทราบว่าจะนำประมวลจริยธรรมมาใช้กับรัฐมนตรี ส.ส.และนักการเมืองได้หรือไม่  
ที่แปลกคือมีความพยายามในการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไทม์ไลน์อยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ตัวรัฐมนตรีไปเชื่อมโยงกับผับ”ทองหล่อ”  

คำถามที่ตามมาคือ หน้าห้องรัฐมนตรี ไปเที่ยว“ทองหล่อ” กับตำรวจติดตามไปเที่ยวคลับหรูราคาแพงได้โดยตัวเอง โดยไม่ต้องติดตามรัฐมนตรีไปได้หรือไม่ เพราะว่าค่าใช้จ่ายในคลับแต่ละคืนไม่ต่ำกว่าแสนแน่นอน 

“หากเจ้านายไม่ไป เขาจะไปเองไม่ได้” แหล่งข่าวซึ่งเคยทำหน้าที่ติดตามรัฐมนตรีเล่าให้ฟัง 

ปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้แบ่งได้เป็น 2 ประการคือ 1.นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาดต่อพรรคร่วมรัฐบาล  2.หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลจะต้องแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม 

หมายความว่า ใน ครม.พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ควรจะมีคนที่มีจริยธรรมบกพร่องร่วมในคณะรัฐบาล  

มีการยกตัวอย่างสปิริตของรัฐมนตรีในต่างประเทศมาเทียบเคียง ว่าความล้มเหลวบางเรื่องที่รัฐมนตรีไม่ได้ทำ แต่คนเป็นรัฐมนตรีก็จะต้องรับผิดชอบ 

เคสของรัฐมนตรีและ ส.ส.ที่ติดโควิด แตกต่างจากกรณีของผู้ว่าราชการจังหวัดสุมทรสาคร ที่ติดเชื้อจากการปฏิบัติหน้าที่ แต่กรณี ส.ส.และรัฐมนตรี ไม่ได้ระบุว่าติดเชื่อจากการปฏิบัติหน้าที่ 

ขณะนี้ตัวรัฐมนตรีไม่ยอมรับว่าตนเองไปเที่ยวผับทองหล่อ และพยายามสร้างไทม์ไลน์ขึ้นมาว่าให้ติดจากหน้าห้องเงินเดือน 2 หมื่นกว่าบาท 

เห็นที “สิระ เจนจาคะ” ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะต้องนำภาพ 2 รัฐมนตรีเที่ยวทองหล่อ มาเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ  

นายสิระ มีภาพหรือไม่ หากมีต้องเปิดเผย แต่หากไม่มี นายสิระ อ้างว่ามีแบบนี้จะทำให้ถูกมองว่าพรรค พปชร.กำลังนำภาพดังกล่าวมาต่อรองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองในสถานะพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง 

เพราะที่ผ่านมา ย่อมทราบว่า พรรค พปชร.กับพรรคภูมิใจไทยนั้นมีเรื่องบาดหมางกันอยู่  ดังนั้นเพื่อยกระดับจริยธรรมของ ส.ส.และนักการเมืองให้สูงขึ้น จึงสมควรทำเรื่องนี้ให้โปร่งใส  

หากยังปล่อยให้ผลประโยชน์อยู่เหนือจริยธรรม ยิ่งจะทำให้ความรู้สึกของประชาชนที่รับผิดชอบต่อสังคม มองรัฐบาลในสายตาไม่ได้แน่นอนว่าคะแนนนิยมตัว พล.อ.ประยุทธ์ จะตกต่ำลงแน่นอน. 

พีอาร์สาวเลาจ์หรู ค่าดริงค์ทะลุล้านจริงหรือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463493

พีอาร์สาวเลาจ์หรู ค่าดริงค์ทะลุล้านจริงหรือ

10 เมษายน 2564 – 16:14 น.

นอกจากประเด็นที่นักการเมืองเที่ยวเลาจ์และติดโควิดที่สังคมให้ความสนใจแล้ว ยังมีประเด็นของจำนวนเงินที่น้องๆ พีอาร์ สาวๆเด็กเอ็น ได้รับเป็นค่าตอบแทนจากการให้บริการกับพี่ๆ “VVIP” ที่สังคมกำลังมองหาคำตอบกัน

นอกจากประเด็นที่นักการเมืองเที่ยวเลาจ์และติดโควิดที่สังคมให้ความสนใจแล้ว ยังมีประเด็นของจำนวนเงินที่น้องๆ พีอาร์ สาวๆเด็กเอ็น ได้รับเป็นค่าตอบแทนจากการให้บริการกับพี่ๆ “VVIP” ที่สังคมกำลังมองหาคำตอบกับเรื่องนี้

ประเด็นค่าตอบแทนของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่ทำอาชีพ “พีอาร์” ในสถานบันเทิงแห่ง ย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา โดยมีการแชร์ภาพของใบเสร็จค่าดริงค์ของหญิงสาวรายนี้ ซึ่งใช้เวลา 3 เดือน ทำยอดค่าดริงค์ได้สูงถึง 11 ล้านบาท แถมยังมีข้อมูลระบุว่า เธอคนนี้ไปเที่ยวทวีปยุโรป ครอบครอง รถหรู อย่าง BMW M3 และสามารถแต่งกายด้วยเครื่องประดับสวยๆ อีกด้วย

จากข้อมูลนี้ทำให้หลายคนอาจตั้งข้อสงสัยว่า เวลาเพียงแค่ 3 เดือน จะทำเงินได้ถึง 11 ล้านบาทจริงหรือไม่

“ทีมข่าว” ได้สอบถามจาก“นักเที่ยวแวดวงวีวีไอพี” ซึ่งได้รับข้อมูลว่า ค่าตอบแทนของ “สาวพีอาร์” แต่ละแห่งไม่เท่ากัน แต่ส่วนใหญ่จะคิดเป็นค่าดื่ม หรือที่เรียกว่า “ดริงค์” สนนดริงค์ละ 380 บาทไปจนถึง 500 บาท หรืออาจจะมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่า “สาวพีอาร์” คนนั้น จะมีความสวยมากน้อยเพียงใด และมีดีกรีความโด่งดังมากแค่ไหน บางคนเป็นดาวของร้าน ราคาอาจจะพุ่งไปถึงหลักพันบาท หรือหลายพันบาทต่อดริงค์

แต่การสั่ง”ดริงค์”ให้กับน้องๆ พีอาร์แต่ละครั้ง พี่ๆวีวีไอพี ไม่ใช่ว่าเขาจะสั่งครั้งละ 1 ดริงค์ แต่พี่ๆวีวีฯ เขาจะสั่งครั้งละไม่ต่ำกว่า 10 ดริงค์

บางคนเรียกทีเดียวเป็นหลักพันดริงค์ก็มี สาเหตุที่ต้องสั่งดริงค์ ครั้งละสิบดริงค์ ร้อยดริงค์ บางคนสั่งเป็นหลักพันดริงค์ เนื่องจากการสั่งดริงค์แต่ละดริงค์ จะมีเวลาจำกัด เช่น 1 ดริงค์ น้องพีอาร์จะนั่งกับแขกได้ประมาณ 40 – 45 นาที ฉะนั้น พี่ๆวีวีไอพี หากถูกใจน้องคนไหน ก็จะสั่งดริงค์ จำนวนมากๆ เพื่อที่จะได้อยู่คลอเคลียกับสาวสวยคนนานๆ

ลองคำนวณเล่นๆ สมมติ สั่งไป 100 ดริงค์ ดริงค์ละ 500 บาท มูลค่าทั้งหมดจะอยู่ที่ 5 หมื่นบาท (นี่แค่วันเดียว) หากสาวพีอาร์รายนี้ เป็นคนที่ขยัน ทำงานเดือนละ 20 วัน จะได้เงินวันละ 5 หมื่นบาท และจะได้เงินค่าดริงค์ทั้งหมด 1 ล้านบาท

เม็ดเงินจำนวนมหาศาล หลักล้านบาทต่อเดือน เป็นสิ่งล่อตาล่อใจอย่างมาก ยิ่งถ้าสาวคนใดเป็นดาวของร้าน อาจได้ค่าตอบแทนมากกว่านั้นอีก ทำให้ มีสาวๆ หลายคนมองว่า เป็นอาชีพที่สามารถหาเงินได้ง่าย ทำให้ชีวิตของพวกเธอยกระดับขึ้นไปในทางที่ดี เพียงแค่ทำงานไม่กี่เดือนเท่านั้น บางคนเรียนจบมาได้เงินเดือน 15,000 บาทต่อเดือน ทำงาน 3 เดือน ได้เงิน 45,000 บาท แต่หากเป็นพีอาร์ตามเลาจ์หรู หรือคลับไฮเอนด์ เธออาจได้เงิน 1 ล้านบาทต่อเดือน จะมีสาวคนไหนไม่สนใจที่จะทำอาชีพนี้

แต่ไม่ได้หมายความว่า จะต้องขายบริการ หรือเปลืองตัวอะไรมาก เพราะยิ่งถ้าเป็นสถานที่หรูๆ สาวๆเหล่านี้ ยิ่งต้องมีเทคนิคให้แขกวีวีไอพีทั้งหลายติดใจพวกเธอให้ได้ บางคน “เสียเป็นแสนแขนไม่ได้จับ” ก็ยังมีให้เห็น

แน่นอนว่า หญิงสาวที่หันมาสนใจอาชีพ “พีอาร์” มีจำนวนไม่น้อย (หากไปตรวจสอบกันจริงๆ จะพบว่า มีสาวๆ ที่ทำอาชีพนี้เยอะมาก) บางคนต้องการหาเงินไปทำศัลยกรรม เพื่อที่จะมาทำอาชีพพีอาร์ก็มีให้เห็นเยอะแยะ ยิ่งศัลยกรรมมาสวย บึ้มได้ใจลูกค้า ก็หมายถึงว่า สิ่งที่จะตามมาก็คือ เม็ดเงินที่ได้จากค่าดริงค์เหล่านี้นั่นเอง

รำลึก 10 เมษา แดงบนเส้นขนาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463488

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

10 เมษายน 2564 – 15:48 น.

รำลึก 11 ปี สลายเสื้อแดง นปช.ต้องแยกทางกันเดิน กลายเป็นอุดมการณ์บนเส้นขนาน

++
เหตุการณ์ 10 เมษา 2553 เป็นความต่อเนื่องของการต่อสู้ของประชาชนเพื่อทวงอำนาจของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ตั้งแต่ปี 2550 – 2552 หมายความว่า ผลพวงการทำรัฐประหาร 2549 ยังดำรงอยู่จนถึงปี 2553 เช่นเดียวกันกับการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันที่ต่อต้านรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจ (จากปี 2557)…”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… 10 เมษา  “เต้น” มาแล้ว หลัง “ตู่” หลบฉาก

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

จตุพร ทำบุญอุทิศส่วนกุศลที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี

ธิดา ถาวรเศรษฐ บันทึกไว้ในแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ “เหตุการณ์ 10 เมษา และการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่” และเป็นอีกปีหนึ่งที่งานรำลึกและสดุดีวีรชน 10 เมษา 53 ต้องแยกกันจัดกิจกรรม     

กลุ่มของจตุพร พรหมพันธุ์ จัดที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี ซอยรามอินทรา 40 และกลุ่มของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จัดที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว

++
สายรามอินทรา
++
เช้าวันที่ 10 เม.ย.2564 ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยแกนนำ นปช.ส่วนหนึ่ง ร่วมกันรำลึกและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต เนื่องในโอกาสครบรอบ 11 ปี  10 เมษา 2553      

“ตู่ จตุพร” ยังวาดหวังที่จะได้มีอนุสรณ์สถาน เพื่อรวมอัฐิของพี่น้องไว้ในที่เดียวกัน เหมือนกรณีอนุสรณ์สถานพฤษภาคม 2535 

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และคณะ ทำบุญที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

สำหรับเวที “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย” ที่ต้องพักรบชั่วคราว เพราะโควิดระบาดรอบ 3 “จตุพร” อธิบายว่า การยุติเวที ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทยไว้ชั่วคราว ว่า ตนสู้มาร่วม 30 ปี รู้ว่าจังหวะใดต้องรุกจังหวะใดต้องถอย แต่ประเด็น สำคัญใครคือ ผู้ถือความชอบธรรม  หากเรายังเดินการชุมนุมต่อรัฐก็จะปฏิบัติการไอโอ และเราก็จะกลายเป็นผู้ร้าย และถูกสร้างให้เกิดความชิงชัง เหมือนที่เคยสร้างมา      

คำถามที่จตุพร ต้องตอบอยู่บ่อยครั้งคือ กรณีของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าจะมาร่วมขึ้นเวทีเดียวกันอีกหรือไม่?     

“หากณัฐวุฒิมาร่วมตั้งแต่ต้น พรรคพวกที่เคยร่วมสู้กับผมเมื่อปี 2535 หรือพวกที่เคยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จะกระอักกระอ่วนใจ ไม่กล้าเข้ามาร่วม เราต้องให้เวลาเขาทำใจสักหน่อย การชุมนุมที่ผ่านมาเป็นเพียงการวอร์มอัพ เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น” 

รำลึก 10 เมษา  แดงบนเส้นขนาน

ธิดา ถาวรเศรษฐ แม่งานใหญ่ของฝ่าย นปช.สายแยกแคราย

++
สายแคราย
++
สำหรับแกนนำ นปช.สายแยกแคราย ในนามยูดีดีนิวส์ จัดงานรำลึกและสดุดีวีรชน 11 ปี 10 เมษา ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (แยกคอกวัว) ในช่วงบ่าย    

แม่งานใหญ่คือ ธิดา ถาวรเศรษฐ ในฐานะผู้รับผิดชอบสำนักข่าวยูดีดีนิวส์ ได้โหมโรงมาแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์โควิด จึงทำให้การจัดงานรำลึก 10 ปี 10 เมษา ต้องเลื่อนออกไป พอมาถึงปีนี้ ก็เกือบจัดไม่ได้    

ดังที่ทราบกัน “ธิดา” อดีตประธาน นปช. ได้เชิดชูการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ และส่งทีมงานยูดีดีนิวส์ ไปรายงานสดทุกกิจกรรม และทุกการชุมนุมของกลุ่มเยาวชน เพราะธิดามองว่าการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่เหนือกว่าคนเสื้อแดง โดยยกเหตุผลดังนี้
    
1.พลังปัญญาชนหนุ่มสาวที่มีความชอบธรรมและผลสะเทือนสูงกว่ามวลชนพื้นฐานทั้งในชนบทและในเมือง 2.เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้การนัดหมาย ส่งข่าว ทำได้รวดเร็วตลอดเวลา 3.การขับเคลื่อนเป็น Flash Mob 4.การระดมทุนทำได้ง่าย ไม่ต้องพึ่งนายทุน 4.มีแนวร่วมมากยิ่งขึ้น จากปัญญาชน ชนชั้นกลาง สลิ่มกลับใจ    

บวกกับ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ประกาศยืนเคียงข้างการต่อสู้ของคนหนุ่มสาว จึงทำให้ นปช.สายแคราย ได้รับความสนใจจากคนรุ่นใหม่มากกว่าสายรามอินทรา    

สรุปว่า แกนนำ นปช. 2 ปีก ต่างก็มี “ธง” ในการเคลื่อนไหวการเมือง และยากที่พวกเขาจะหันกลับมาร่วมใจร่วมแรงเหมือนในอดีต

สายเย็น “ไอติม” รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463474

สายเย็น “ไอติม” รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

10 เมษายน 2564 – 13:42 น.

ข่าวลือเยอะ พลันที่ “ไอติม” หลานมาร์ค จับมือเครือข่าย “ธนาธร” รื้อระบอบประยุทธ์ คอลัมน์… ท่องยุทภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เกมบนท้องถนนของฝ่ายประชาธิปไตย ไม่ไหลลื่น เพราะปัญหาความขัดแย้งภายในขบวนการคนหนุ่มสาว และมาตรการทางกฎหมายอันเข้มงวด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ไอติม พริษฐ์” โผล่ร่วมม็อบ ล่า 5 หมื่นรายชื่อ

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

ไอติม วันที่เปิดแคมเปญขอหนึ่งชื่อรื้อระบอบประยุทธ์

“เดอะป๊อก” ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า จึงจับมือ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ผุดกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา “ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์” ในนามกลุ่ม Re-solution โดยคำนี้หมายถึงการหา “ทางออกใหม่” ให้กับประเทศ ผ่านรัฐธรรมนูญฉบับใหม่    

กลุ่ม Re-solution เป็นความร่วมมือกันของ 4 องค์กรคือ 1.คณะก้าวหน้า 2.พรรคก้าวไกล 3.กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และ 4.โครงการอินเตอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์     

ล่าสุด “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ เปิดเผยว่า การเปิดตัวแคมเปญ“ขอคนละชื่อระบอบประยุทธ์”เมื่อ 6 เม.ย.2564 ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถร่วมลงชื่อได้โดยการส่งไปรษณีย์เข้ามานั้น ปรากฏว่า บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้แจ้งว่า ต่อไปนี้การส่งจดหมายไม่สามารถจ่าหน้าซองด้วยคำว่า “ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์” ได้ โดยอ้างอาจไม่เป็นไปตามระเบียบไปรษณีย์ เนื่องจากชื่อไม่ตรงกับผู้ขอเปิดตู้ และยังขอความร่วมมือไม่ให้จ่าหน้าซองด้วย “ตู้ ปณ.33 ปณฝ.ประสานมิตร กรุงเทพฯ 10114” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ระบุชื่อจริง-นามสกุลจริงของผู้ขอตู้ด้วย 

ดังนั้น ไอติมทำการเปลี่ยนที่อยู่และเปิดให้ส่งจดหมายเข้ามาได้ทุกช่องทาง โดยใช้บริษัทขนส่งใดก็ได้ ให้ส่งมาที่ Re-Solution สำนักงานคณะก้าวหน้า 1768 อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ ชั้นที่ 5 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

ปิยบุตร หัวเรี่ยวหัวแรงร่วมกับไอติม

++
แผนลับจริงหรือ
++
บทบาทของ “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ หลานรักของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่แนบแน่นกับเครือข่ายสายสีส้ม ทั้งพรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า จึงเป็นที่มาของข่าวลับข่าวลือ    

นักวิชาการปีกขวาจัดรายหนึ่ง ถึงขั้นปล่อยข่าวว่า ไอติมเตรียมเป็นหัวหน้าพรรคสีส้ม และมาร์คก็จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคสีฟ้า เพื่อบรรลุดีลลับกับคนแดนไกล     

“เสี่ยคึก” เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช ทนไม่ไหว จึงโพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ นักวิชาการสายจารีตว่า จินตนาการทางการเมือง หรือมโนไปเอง แบบไม่มีมูลความจริงใดๆ ทั้งสิ้น     

นักการเมืองคนดัง ซัดกลับไม่ยั้ง และเรียกร้องให้นักวิชาการรายนั้น หากมีข้อมูลจริง ก็ระบุชื่อตรงๆ เลย “อย่าทำตัวเป็นอีแอบ หรือหมาลอบกัด เพราะจะได้นำเรื่องทั้งหมด ไปพิสูจน์ความจริงกันในศาล ดีกว่ามาสร้างกระแส ปล่อยข่าวให้เกิดความสับสน ตีความกันไปต่างๆ นานา ในหมู่คนที่สนใจเรื่องการเมือง”    

พูดกันตามเนื้อผ้า การเคลื่อนไหวของ “ไอติม” นั้น มีความชัดเจน ไม่มีลับลมคมในมาตั้งแต่การล่ารายชื่อประชาชน ร่วมกันร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน    

หลังจาก “ไอติม” ลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ตั้ง “กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า” แตะมือกับภาคประชาชน จัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อแก้วิกฤตทางการเมืองปัจจุบัน และเปลี่ยนแปลงสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง    

กลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้านั้น ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ “คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” (ครช.) เมื่อปลายปี 2562    

เมื่อรัฐสภาไม่ฟัง 1 แสนเสียงที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน “ไอติม” จึงต้องออกมาเคลื่อนไหวล่ารายชื่อรื้อระบอบประยุทธ์อีกครั้ง 

สายเย็น "ไอติม" รสส้มรื้อระบอบประยุทธ์

เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา

++
อนาคตพรรคไหน?
++
หลายคนรู้จักไอติมครั้งแรก ในฐานะหลานชายของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อดีตนายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์เป็นน้องแท้ๆ มารดาของไอติม)    

ปี 2561 ไอติมตัดสินใจลาออกจากบริษัท Junior Manager ในเครือ บริษัท McKinsey & Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ เพื่อทำงานการเมืองตามที่ตัวเองวาดฝันไว้    

ปลายปีเดียวกัน ไอติมและผองเพื่อนประกาศเปิดตัวกลุ่ม “นิวเดม” ที่ย่อมาจากคำว่า “นิวเดโมเครต” หรือ “ประชาธิปัตย์ใหม่” จำนวน 21 คน     

ผลการเลือกตั้ง 2562 พรรคประชาธิปัตย์พ่ายยับในสนาม กทม. และภาคใต้ “มาร์ค” อภิสิทธิ์ จึงต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค และจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.คนใหม่ นำพรรคเข้ารัฐบาลประยุทธ์ ไอติมและกลุ่มนิวเดม ถึงได้รู้ว่า “โลกไม่สวยอย่างที่คิด”    

ไอติม ตัดสินใจลาออกจากพรรค ปชป. และเขาให้เหตุผลว่า อุดมการณ์ของเขาและพรรคแตกต่างกัน     

หลังจากนั้น ไอติมจึงเลือกที่จะเข้าร่วมกับคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน(ครช.) สานต่ออุดมการณ์ไม่เอาเผด็จการ    

นักข่าวเคยถามว่า ไอติมสนใจจะเล่นการเมืองในสังกัดพรรคก้าวไกลหรือไม่? ตัวเขาเองตอบเพียงว่า ขอให้เป็นเรื่องในอนาคต วันนี้ขอทำงานในนามภาคประชาชน 

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463431

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

9 เมษายน 2564 – 18:59 น.

มิคสัญญีกลียุค ทหารเมียนมาปราบโหด ปิดเน็ต ปิดสื่อ ไล่รื้อจานดาวเทียมบนหลังคาบ้าน

++
    2 เดือนกว่าแล้ว กองทัพเมียนมายังเดินหน้าเปิดปฏิบัติการปราบปรามผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมา ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นกว่า 500 คนแล้ว 
    วันที่ 8 เม.ย.2564 ตำรวจ-ทหารเมียนมา นำกำลังเข้ารื้อถอนทำลายค่ายของผู้ชุมนุม ที่เมืองกะเล่ ภูมิภาคสกาย โดยใช้อาวุธหนักคือ จรวดอาร์พีจียิงเข้าใส่ผู้ชุมนุมด้วย 
    วันที่ 9 เม.ย.2564 ที่เมืองพะโค ตำรวจ-ทหารเมียนมา ใช้จรวดอาร์พีจีถล่มบังเกอร์ของผู้ชุมนุม ซึ่งปฏิบัติการล้อมปราบทั้ง 2 แห่ง เกิดขึ้นในช่วงรุ่งสาง 
    ควบคู่กับยุทธการทางทหาร สภาบริหารภาครัฐ(SAC) ยังทำการปิดกั้นการสื่อสาร ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ และเมื่อวันที่ 8 เม.ย.2564 ตำรวจในเขตอิระวดี และรัฐมอญ ได้ประกาศให้ประชาชนรื้อจานรับสัญญาณดาวเทียม หรือจานทึบ(ระบบเคยูแบนด์) ออกจากหลังคาบ้าน 

นอกจากนี้ ตำรวจเมียนมา ยังได้ตรวจยึดจานรับสัญญาณดาวเทียม และอุปกรณ์ Set-Top-Box จากร้านรับติดตั้งจานดาวเทียม ซึ่งปฏิบัติการตรวจยึดจานรับสัญญาณดาวเทียม มีเจตนาเพื่อปิดกั้นการติดตามรับชมข่าวสารจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม โดยเฉพาะสถานีโทรทัศน์  Mizzima และ DVB

ประชาชนเมียนมาเชื่อว่า ปฏิบัติการรื้อจานดาวเทียมครั้งนี้ เพราะคณะรัฐประหาร ต้องการปิดกั้นไม่ให้ประชาชนในพม่าได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะชาวเมียนมาในชนบท ที่มีปัญหาการรับสัญญาณอินเตอร์เน็ต ยังสามารถรับชมทีวีดาวเทียมได้

อีกด้านหนึ่ง การตัดสัญญาณอินเตอร์ของกองทัพเมียนมาเป็นช่วงๆ ทำให้การรับข่าวสารทางสื่อโซเชียลมีความยุ่งยาก ทีวีดาวเทียมจึงเป็นทางเลือกภาวะวิกฤต โดยเฉพาะชาวเมียนมานับล้านคนที่อยู่ในประเทศไทย ที่มีจานทึบระบบเคยูแบนด์ก็รับชมข่าวการประท้วงในเมียนมาได้ตลอดเวลา

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

ที่ผ่านมา สำนักข่าว Mizzima และสำนักข่าว DVB ได้รายงานข่าวการประท้วงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อวันที่ 9 เม.ย.2564 ผู้ให้บริการจานรับสัญญาณดาวเทียมยี่ห้อดัง ได้แจ้งแก่สมาชิกว่า ได้ยุติการแพร่ภาพของ Mizzima และ DVB บนแพล็ตฟอร์มแล้ว 

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2564 สภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ได้สั่งถอนใบอนุญาตจัดพิมพ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร และห้ามการออกอากาศของสื่อ 5 แห่ง ได้แก่ Mizzima, DVB, Myanmar Now, Khit Thit Media และ 7 Day News    

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

สำหรับสำนักข่าว DVB และ Mizzima เป็นสื่อที่ก่อตั้งโดยนักกิจกรรมต่อต้านเผด็จการทหาร ที่ต้องออกไปเคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศ และเพิ่งได้กลับเข้ามาในเมียนมา เมื่อไม่กี่ปีมานี้

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

DVB (The Democratic Voice of Burma) ตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1992 โดยนักกิจกรรมชาวเมียนมา ในกรุงออสโล นอร์เวย์ โดยเริ่มจากการทำรายการวิทยุและโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ออกอากาศที่นอร์เวย์ จากนั้นย้ายฐานการออกอากาศมาที่เมืองไทย และกลับเข้าไปตั้งฐานภายในเมียนมาเมื่อปี ค.ศ. 2012

ทหารพม่า ทุบจานดาวเทียม ปิดสื่อปราบโหด

ส่วน Mizzima ก่อตั้งขึ้นโดยโซ มยิ้นท์ ในกรุงนิวเดลี อินเดีย ในปี ค.ศ.1998 โดยเขาเป็น 1 ใน 2  นักศึกษาเมียนมาที่จี้เครื่องบินของบริษัทการบินไทย เที่ยวบินกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง จากสนามบินดอนเมืองไปลงที่เมืองกัลกัตตา ของอินเดีย เมื่อปี ค.ศ.1990 เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยและปล่อยตัวนักโทษการเมืองในเมียนมา แต่ไม่สำเร็จ และยอมมอบตัวต่อเจ้าหน้าที่อินเดีย

ปัจจุบัน คณะรัฐประหารหรือสภาบริหารภาครัฐ ได้เปิดให้ประชาชนได้รับชมข่าวสารทางสถานีโทรทัศน์ MRTV ที่ดูแลโดย Ministry of Information (Myanmar) และสถานีโทรทัศน์Myawaddy หรือ MWD ของกระทรวงกลาโหมเมียนมา 

10 เมษา “เต้น” มาแล้ว หลัง “ตู่” หลบฉาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463390

10 เมษา  “เต้น” มาแล้ว หลัง “ตู่” หลบฉาก

9 เมษายน 2564 – 11:11 น.

ม็อบ 10 เมษาฝ่าโควิด จากดินถึงฟ้า จากอักษะถึงมหานคร วัดใจ “เสี่ยเต้น” ลงถนนราชดำเนิน  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขนน้ำหมึก

++
เหมือนโควิดมาช่วยไว้ทัน “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ประกาศยุติเวที “ไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย” ไว้เป็นการชั่วคราว หลังสงกรานต์จะพูดผ่านโซเชียลในรูป แบบเสวนา อภิปราย ส่วนการชุมนุมใหญ่ให้รอฉันทามติจากประชาชน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… ผีไม่เผา “เต้น” สายโทนี่ “ตู่” สายชินไม่เอา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง… “ธิดา” ฝ่าโควิด ปลุกผี 10 ปี 10 เมษา
 

10 เมษา  "เต้น" มาแล้ว หลัง "ตู่" หลบฉาก

เต้น ร่วมรำลึก 10 เมษา

ประเมินกันตรงไปตรงมา เวทีไล่ประยุทธ์ของจตุพร และคณะ ที่สวนสันติพร ไม่ประสบความสำเร็จ มีแค่คนเสื้อแดงสายพีซทีวี และอาชีวะกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ชุมนุมหลัก    

นักปราศรัยบนเวที ก็มีแต่แกนนำ นปช.สายจตุพร ส่วนวีระ สมความคิด, ไทกร พลสุวรรณ และการุณ ใสงาม เหมือนตกยุคไปแล้ว สำหรับอดีตแกนนำเสื้อเหลืองอย่างพิภพ ธงไชย ก็ไม่เห็นเงา รวมถึงนักธุรกิจเครือข่ายเพื่อนอานันท์    

ก่อนถึงวันสงกรานต์ ยังมีกิจกรรมทางการเมือง ที่หน่วยข่าวความมั่นคงเฝ้าเกาะติดคือ งานรำลึก 11 ปี 10 เมษา 2553 และงานชุมนุมของเครือข่าวภาคีศาลายาประชาธิปไตย 

++
เต้นโชว์
++
หลังถอดกำไลพ้นมลทิน “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เปิดแถลงข่าวแสดงจุดยืนยืนข้างพลังเยาวชนนักเรียน นักศึกษา เรียกว่าได้ใจกองเชียร์ม็อบเด็กๆ ไปเต็มร้อย     

วันที่ 10 เม.ย.2564 แกนนำ นปช.สายสี่แยกแคราย ได้จัดงานรำลึกและสดุดีวีรชน 11 ปี 10 เมษา 2553 ที่อนุสรณ์สถาน14ตุลา (แยกคอกวัว) ภาคเช้ามีพิธีสงฆ์ พ่วงรายการพบปะสนทนาและสดุดีวีรชน โดยมีผู้เข้าร่วม อาทิ วรชัย เหมะ, พายัพ ปั้นเกตุ,เหวง โตจิราการ,สันต์ หัตถีรัตน์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, พวงทอง ภวัครพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ    

พระเอกของงานนี้ก็คือ เสี่ยเต้น ซึ่งคาดว่า แม่ยกพ่อยกเสื้อแดงจะมาร่วมงานคับคั่ง รวมถึงมวลชนสายราษฎร

10 เมษา  "เต้น" มาแล้ว หลัง "ตู่" หลบฉาก

กิจกรรมของ นปช.สายเพื่อไทย

สำนักข่าวหลายสำนัก ได้เชิญเสี่ยเต้นไปพูดคุย และถามว่า จะเข้าร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มเยาวชนหรือไม่? 

เสี่ยเต้นตอบแบบนักการเมืองว่า ยังคงติดตามสถานการณ์อยู่ แล้วก็ช่วงเวลาที่เราต่อสู้อย่างเข้มข้นก็ผ่านมาเป็นระยะเวลากว่าสิบปีแล้ว ดังนั้นแต่ละก้าวเดินก็คงจะต้องรอบคอบ รัดกุม เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยในประเทศไทย    

จุดยืนเขาชัดเจนคือ เคียงข้างคนรุ่นใหม่ “ส่วนที่จะก้าวเดินก็ให้เวลา ให้สถานการณ์เป็นตัวกำหนดก็แล้วกันครับ”    

สำหรับกิจกรรมรำลึก 10 เมษา เสี่ยเต้นกล่าวว่า เราทำกันมาทุกปีนะครับ ทำได้มากได้น้อย ทำในรูปแบบไหน? อย่างไร? เราก็ทำของเรามา ปีนี้ก็กำลังหารือกำหนดรูปแบบอยู่ เราไม่สามารถจะลืมเหตุการณ์นี้ได้ แล้วเราก็ต้องการให้คนทั้งประเทศและคนทั่วโลกได้รับทราบ จดจำ และพูดถึงเหตุการณ์นี้ เพราะคนที่บาดเจ็บล้มตายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ยังไม่ได้รับความยุติธรรม    

จังหวะก้าวเสี่ยเต้น ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะก้าวของ “โทนี่” บทเรียนจากเรือนจำ ทำให้เสี่ยเต้นต้องระมัดระวังตัวสูง 

10 เมษา  "เต้น" มาแล้ว หลัง "ตู่" หลบฉาก

ม็อบ 10 เมษา คนเสื้อแดงร่วมกับคนรุ่นใหม่

++
แดงอุดมการณ์
++
ช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย.2564 กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย จะจัดการชุมนุม “จากดินถึงฟ้า จากอักษะถึงมหานคร” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (หากแกนนำไม่ยกเลิกเพราะโควิดระบาดไปเสียก่อน)    

กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย เป็นการรวมตัวกันของนักศึกษา นักเรียนอาชีวะ และคนเสื้อแดง ที่ยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง 1 ความฝัน เหมือนกลุ่มราษฎร กลุ่มเยาวชนปลดแอก  

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2563 กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย ได้จัดกิจกรรมการเมือง ที่ถนนอักษะ พุทธมณฑลสาย 4 โดยมีนักเรียนอาชีวะสาย “ฟันเฟืองประชาธิปไตย” ร่วมกับคนเสื้อแดง ร่วมกันรำลึกการชุมนุมใหญ่ของ นปช.ที่ถนนอักษะ ก่อนเกิดรัฐประหาร 2557    

วันนั้น “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ขึ้นเวทีปราศรัยยกย่องคนเสื้อแดงว่า ถนนอักษะคือถนนแห่งประวัติศาสตร์ที่พี่น้องเสื้อแดงออกมาขับเคลื่อนต่อสู้และเสียสละชีพเพื่อประชาธิปไตย    

รวมถึง ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ที่วิดีโอคอลสายตรงพูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณถนนอักษะว่า ถนนแห่งนี้ตนเคยมีโอกาสได้พบเจอพี่น้องคนเสื้อแดงหลายคน    

พูดง่ายๆ กลุ่มศาลายาเพื่อประชาธิปไตย มีความพยายามจะฟื้นขบวนการ “แดงอุดมการณ์” ให้มายืนเคียงข้างพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่     

ดังนั้น แกนนำกลุ่มที่จัดกิจกรรมจากดินถึงฟ้า จากอักษะถึงมหานคร จึงตีข่าวว่า วันนั้นอาจมีบิ๊กเซอร์ไพร์ซ เพราะช่วงเช้าถึงบ่าย “เสี่ยเต้น” ก็มาทำกิจกรรมรำลึก 10 เมษาที่สี่แยกคอกวัว    

แค่เสี่ยเต้นมาปรากฏตัวกลางม็อบ 10 เมษา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็เป็นข่าวใหญ่ และสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กองเชียร์ม็อบสามนิ้วอย่างยิ่งยวด

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ สงกรานต์ปีใหม่ 2 เดือด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463339

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ สงกรานต์ปีใหม่ 2 เดือด

8 เมษายน 2564 – 15:58 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ สงกรานต์ปีใหม่ 2 เดือด ตกวันโลกาวินาศ บ้านเมืองจะวุ่นวาย

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  สงกรานต์ปีใหม่  2  เดือด  ตกวันโลกาวินาศ  ดาวมฤตยู  ดาวเสาร์ โคจรทับ  ดวงเมือง  บ้านเมืองจะวุ่นวาย  ก่อให้การทรยศหักหลัง  จิตวิตถาร  เตือนระวังภัย  ภัยพิบัติ  วาตภัย   อุทกภัย   เพลิงไหม้  และโรคระบาด  ก่อให้เกิดคนล้มหายตายจาก  กับโรคร้ายโควิด  19  ระลอก 3   เชื้อมีโอกาส กลายพันธ์ุขยายแพร่กระจายหนักมากขึ้น จับยามตามหลักของศาสตร์แห่งดวงดาว   ประกอบวิเคราะห์นางสงกรานต์  ปีนี้ขั้นวิกฤติโลก  เตือนคนไทย ไม่ ประมาท  หากแหกกฏ  กลุ่มประท้วง   การเมือง  มั่วสุม  ดื้อรั้น  ส่อติดเชื้อ  วัคซีนเก่าเอาไม่อยู่  เพราะคนละสายพันธ์ุ  เชื่อจะรุนแรงกว่าเดิม 

ซินแสเข่ง  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์  ผ่าดวงวิกฤติ  ดาวมฤตยู   ดาวเสาร์   ดาวอุบาทว์  ดวงแห่งความขัดแย้ง ประกอบการประกาศตามปฏิทินหลวง  ดาวพยากรณ์สงกรานต์ปีใหม่  ส่อความวุ่นวาย กับมรสุมหนัก อุทกภัย  ภัยพิบัติ  วาตภัย  เหตุการณ์เพลิงไหม้   และโรคร้ายระบาดรุนแรงขยายตัวระลอก 3  หากไม่ป้องกันมีโอกาสลุกลามรุนแรงขึ้นอีกครั้ง   เพราะตามที่ประกาศสงกรานต์  ปี  2564  ที่ระบุไว้  ตกดวงโลกาวินาศ  ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ  น้ำมาแรงจนก่อให้เกิดภัยพิบัติ ภัยจากข้าวยากหมากแพงเศรษฐกิจปั่นป่วน   ประชาราษฏร์ร้อนใจก่อให้เกิดการปะทะกันเกิดขึ้น  และสุกร  หรือวรวาหะ  ที่เป็นพาหนะ  ส่งผลถึงโรคระบาดที่ทำให้ประชาราษฏร์ต้องล้มหายตายจากด้วยโรคภัยที่คุกคาม  ด้วยเหตุทั้งการโคจรของดวงดาว  ประกอบกับ   ประกาศนางวันสงกรานต์  จึงต้องเตือนภัยในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อบ้านเมือง  และประชาชน  อีกทั้งดวงนายกฯประยุทธ์  ก็เข้าเกณท์ปะทะ  จึงต้องทำให้ต้องรับศึกหลายด้าน

ซินแสเข่ง  กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า   จากมรสุมดังกล่าว  นายกฯ  ประยุทธ์  จันทร์โอชา   คนเดียวต้องคุมคน 60 ล้านคนยากที่สุด  อาจจะมีคนเชื่อ  กว่า 20  ล้านคน  ประท้วงมากที่สุดสัก 1  ล้านคน   ส่วนที่เหลือ  ไม่ได้ใส่ใจ  ตามอำเภอใจ   ได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร  โลกจะเป็นอย่างไร  ก็ไม่สนใจ   ทางการจะเตือนแพร่เชื้อ  ผู้ก่อการประท้วง   กลุ่มการเมือง ไม่ใช่เวลาที่จะแก่งแย่ง  หวังล้มประเทศ  แย่งอำนาจการเมือง  เอาชนะ สู้ศึกโรคร้าย  โควิด 19  ให้ผ่านก่อนเพื่อเอาชีวิตบ้านเมืองให้รอด

วัดไข้ “โอ๋” บ้านใหญ่ศึกนี้ “เนวิน” เหนื่อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/463325

วัดไข้ “โอ๋” บ้านใหญ่ศึกนี้ “เนวิน” เหนื่อย

8 เมษายน 2564 – 14:37 น.

คลื่นโควิดระลอกใหม่ กระแทกบ้านใหญ่บุรีรัมย์ “เนวิน” จะอุ้ม “เสี่ยโอ๋” ฝ่ากระแสไทม์ไลน์ไทม์ลับไปได้อย่างไร คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
รอดจากปากเหยี่ยวปากกาในศึกซักฟอก คาดไม่ถึงว่า “เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม จะต้องเผชิญหน้ากับกระแสสังคมเรื่อง “ไทม์ลับไทม์ไลน์” กรณีที่เจ้าตัวติดโควิด กำลังพักรักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์    

ผลพวงจาก “เสี่ยโอ๋” ติดโควิด ส่งผลให้จังหวัดบุรีรัมย์ ต้องประกาศยกเลิกเทศกาลอะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ ทั้งที่เริ่มงานมาได้ 1 คืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง…  “ศักดิ์สยาม” เผยไข้ลดลง โต้กระแสสังคมจี้เปิดไทม์ไลน์

วัดไข้ "โอ๋" บ้านใหญ่ศึกนี้ "เนวิน" เหนื่อย

เนวิน กับสองน้องรัก เสี่ยหนู และเสี่ยโอ๋

ผู้ที่กุมขมับเพราะงานสงกรานต์ล่ม ไม่ได้มีแค่ธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เท่านั้น “เนวิน ชิดชอบ” ประธาน สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ก็จุกอก พูดไม่ออก    

เนื่องจาก “เสี่ยเนวิน” วาดหวังไว้กับงานอะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ” 10 วัน 10 คืน จะฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างความเชื่อมั่นอีกครั้ง    

วันที่ 6 เม.ย.2564 ตรงกับวันจักรี เสี่ยเนวิน ประเดิมด้วยการทำบุญเบิกบ้าน ลูกหลานรัชกาลที่ 1 บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 ต่อเนื่องด้วยพิธีเปิดงานสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงค่ำที่ลานหน้าช้าง อารีนา    

ทั้งสองกิจกรรมข้างต้น เสี่ยเนวิน และน้องชาย-ศักดิ์สยาม ชิดชอบ มอบให้ ธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นแม่งานใหญ่ เนื่องจากเสี่ยโอ๋ เริ่มรู้ตัวว่ามีอาการไข้สูง และเข้าแอดมิทในโรงพยาบาล

++
คุมมหาดไทย
++
ศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นลูกคนสุดท้องของปู่ชัย ชิดชอบ เคยรับราชการในตำแหน่งปลัดอำเภอ สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย     

เลือกตั้งปี 2544 “ปู่ชัย” และเนวิน ชิดชอบ สังกัดพรรคชาติไทย ตัดสินใจส่ง “ศักดิ์สยาม” ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 บุรีรัมย์ และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก     

ต่อมา ตระกูล “ชิดชอบ” ย้ายจากพรรคชาติไทย มาอยู่ใต้ร่มไทยรักไทย “เนวิน” กลายเป็นขุนพลแก้วของทักษิณ ในศึกเลือกตั้งปี 2548 แถมน้องชาย-ศักดิ์สยาม ได้เป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และเมื่อไทยรักไทยถูกยุบ เสี่ยโอ๋ต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี     

สมัยรัฐบาลสมัคร เนวินยังเป็นขุนพลพรรคพลังประชาชน จึงส่งน้องชาย-ศักดิ์สยาม ไปนั่งเป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีมหาดไทย ยุคที่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น มท.1 จนมาถึงสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ยุคที่ ชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็น มท.1 และ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ เป็น มท.2 เสี่ยโอ๋ก็ยังนั่งเก้าอี้ประธานคณะทำงาน มท.1     

ช่วงที่เสี่ยโอ๋เป็นใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย ก็เดินงานปูฐานการเมืองในภาคใต้ จนได้กลุ่มโกเกี๊ยะ-พิพัฒน์ รัชกิจประการ ผู้ยิ่งยงแห่งอันดามันมาเป็นพวก และสร้างแนวร่วมกับกลุ่มประจวบฯ ของ “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน     

วัดไข้ "โอ๋" บ้านใหญ่ศึกนี้ "เนวิน" เหนื่อย

สงกรานต์บุรีรัมย์ จบเพราะโควิด

แม้แต่รัฐบาล คสช. กลุ่มเนวินก็ไม่ทิ้งมหาดไทย และเป็นที่รู้กันภายในว่า สายสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กับบ้านใหญ่บุรีรัมย์ยังแนบแน่น     

ในรัฐบาลประยุทธ์ จึงมีชื่อ ทรงศักดิ์ ทองศรี ตัวแทนบ้านใหญ่โรงโม่ นั่งเก้าอี้ มท.3 

++
คุมคมนาคม
++
สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ เนวินส่ง โสภณ ซารัมย์ มาเป็นรัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล “พลิกขั้ว” (ต้องไปย้อนฟังคำปราศรัยของสุเทพ เทือกสุบรรณ ในการหาเสียงปี 2562)     

ก่อนเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ก็มีข่าววงในว่า เนวินจองเก้าอี้รัฐมนตรีคมนาคมไว้ให้ศักดิ์สยาม และหลังการจัดตั้งรัฐบาลประยุทธ์ ก็เป็นไปตามที่ผู้มากบารมีบุรีรัมย์วาดหวังไว้ทุกประการ     

วันที่ 9 พ.ย.2562 ที่บ้านชิดชอบ จ.บุรีรัมย์ มีงานจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันเกิด ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีคมนาคม อย่างเอิกเกริก มีเนวิน ชิดชอบ และอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นแม่งานใหญ่    

บรรดา ส.ส. และรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เดินทางไปอวยพรเสี่ยโอ๋ โดยพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเสี่ยโอ๋ กล่าวตอนหนึ่งว่า “ผมจะทำเพื่อชาวบุรีรัมย์ และประชาชนทั้งประเทศ ให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อตระกูลชิดชอบ ที่พ่อและพี่ชายผมสร้างมา”    

ฉะนั้น ศึกโควิดรอบใหม่ คนในตระกูล “ชิดชอบ” กำลังถูกกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับไทม์ไลน์ของเสี่ยโอ๋ ก็ต้องรอชมฝีมือเสี่ยเนวิน จะหอบหิ้วน้องรักฝ่ามรสุมลูกนี้ไปได้อย่างไร?