ตุลาเดือด ก้าวแรก ‘บิ๊กบี้’ กับม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตุลาเดือด ก้าวแรก ‘บิ๊กบี้’ กับม็อบปลดแอก

ตุลาเดือด ก้าวแรก 'บิ๊กบี้' กับม็อบปลดแอก23 สิงหาคม 2563 – 11:30 น.

ประเมินว่า สถานการณ์ม็อบปลดแอก จะยกระดับช่วงเดือน ต.ค.นี้ “บิ๊กบี้” แม่ทัพบกคนใหม่ จะตกอยู่กลางไฟม็อบ… คอลัมน์..ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

          สถานการณ์ “ลุกขึ้นสู้” ในนามคณะประชาชนปลดแอก และอื่นๆอีกมากมาย เป็นปรากฏการณ์ใหม่ ต่างจากม็อบเสื้อเหลือง เสื้อแดง และ กปปส.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : บิ๊กบี้ ว่าที่ ผบ.ทบ.ลูกผสม วงเทวัญ-บูรพาพยัคฆ์ 

          ประเมินกันว่า ห้วงเดือนตุลาคม ม็อบปลดแอกจะยกระดับการกดดันรัฐบาลประยุทธ์ และรัฐสภา ให้ทำตามข้อเสนอของพวกเขา

          ลำพังพรรคร่วมรัฐบาล และฝ่ายค้าน พร้อมใจร่างรัฐธรรมนูญใหม่อย่างเดียว อาจหยุดม็อบไม่ได้ เพราะข้อเสนอของกลุ่มเพนกวิน และสหาย ทะลุเพดานไปแล้ว

          กองทัพในฐานะผู้ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะวางตัวอย่างไร ในสถานการณ์เผชิญหน้าแตกหักอย่างนี้

++

ม็อบกับ ผบ.ทบ.

++

          ต้นปี 2549 ปรากฏการณ์สนธิ ได้ยกระดับเป็นการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือม็อบเสื้อเหลือง ขับไล่รัฐบาลทักษิณ

   แรงกดดันของม็อบเสื้อเหลืองเพิ่มทวีมากขึ้น ขณะเดียวกัน ม็อบคนรักทักษิณ ก็ผุดขึ้นในภาคเหนือและภาคอีสาน

          พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบกในขณะนั้น ประกาศตัวเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารที่เรียกตัวเองว่า “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” เมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย.2549

        ช่วงปี 2551-2553 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้น ก็ต้องเผชิญทั้งการชุมนุมยืดเยื้อของกลุ่มพันธิตรฯ และการลุกฮือของคนเสื้อแดง แต่ “บิ๊กป๊อก” ก็นำพากองทัพฝ่าคลื่นลมแรงมาได้

         ปี 2556-2557 มีการชุมนุมใหญ่ของ กปปส. คู่ขนานกับ นปช.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับไม้ต่อจากบิ๊กป๊อก พยายามวางตัวเป็นกลาง แต่สุดท้ายก็ต้องทำการรัฐประหาร

++

บิ๊กบี้กลางไฟม็อบ

++

          คงทราบกันแล้วว่า ในส่วนการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปีในส่วนกองทัพบก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้วางตัว “พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้” ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็น ผบ.ทบ.คนใหม่

          “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ เตรียมทหาร รุ่นที่ 22 (ตท.22) นายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 33 (จปร.33)

          ช่วงแรกของการรับราชการทหาร “บิ๊กบี้” เข้ารับราชการในกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี ก่อนจะมาเติบโตบนเส้นทาง “นายทหารหมวกแดง” กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ จ.ลพบุรี

          สมัยที่ “บิ๊กบี้” เป็น รอง ผบ.ร.31 รอ. ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ “บิ๊กแดง” ที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

          พล.อ.ณรงค์พันธ์ ยังได้รับพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็น นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ตั้งแต่ปลายปี 2561

          ในปีเดียวกันนี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และเข้าไลน์ 5 เสือ ทบ. ในตำแหน่ง ผช.ผบ. ช่วงปลายปี 2562

          นักข่าวสายทหารทราบดีว่า “บิ๊กบี้” ได้รับการโปรโมตและถูกวางตัวเป็น ผบ.ทบ.มาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว

          ภารกิจปกป้องสถาบันฯ คือหัวใจสำคัญของกองทัพบกยุคบิ๊กบี้ นายทหารคอแดง

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา22 สิงหาคม 2563 – 18:18 น.

กลิ่นทุจริตเอื้อประโยชน์เต็มๆ! โป๊ะแตกสุดแรง เอกสารรฟม.ปรับแก้เงื่อนไขทีโออาร์ รถไฟฟ้าสีส้ม โผล่ว่อนทันควัน หลังบริษัทรับเหมายักษ์ดิ้นพล่านร้องค้าน

           โครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรีวุ่นหนัก  ผู้บริหาร รฟม.ส่อตุกติก  แอบปรับเปลี่ยนเงื่อนไขทีโออาร์    “บีทีเอส” รับไม่ได้กติกาใต้โต๊ะ  เดิมยึดกรอบผู้เสนอผลตอบแทนสูงสุดให้รัฐ  โดนแต่งเติมประเด็นเทคนิค เข้าทางผู้ประเมินเต็มๆ  เอื้อประโยชน์กลุ่มธุรกิจสัมพันธ์ลึกการเมือง

            กลายเป็นปมร้อนที่ต้องวัดใจ  พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี   อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   เมื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี ระยะทาง 35.9 กิโลเมตร  ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. กำลังถูกใบสั่งให้ทุกวิถีทาง เพื่อตอบสนองผลประโยชน์ทางธุรกิจ   กับบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายยักษ์แห่งหนึ่ง

          โดยความเป็นมาของ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ทางรฟม.ได้มีการเปิดให้มีการซื้อเอกสารประกวดราคาไปก่อนหน้านานแล้ว และมีบริษัทเอกชนใหญ่ ๆ  ให้ความสนใจมากถึง 10 ราย  ด้วยหลักการที่รับรู้ รับทราบ ตั้งแต่เริ่มต้นว่าจะยึดเอาผลการประมูลว่าด้วยผลตอบแทนต่อรัฐ  หรือ  ผู้ให้ราคาตอบแทนสูงสุดเป็นตัวชี้วัด  โดยมีไทม์ไลน์สำคัญ คือ   รฟม.กำหนดให้มีการยื่นซองประมูลในเดือนก.ย.ที่จะถึงนี้

          ส่วนขั้นตอนการประมูลโครงการดังกล่าว   จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ   ซึ่งมี นายกิตติกร ตันเปาว์  ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม.   เป็นประธาน   ส่วนคณะกรรมการฯดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการของพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน  พ.ศ.2562  เนื่องด้วยเพราะเป็นโครงการร่วมลงทุนขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท  โดยเอกชนต้องออกแบบและก่อสร้างงานโยธา รวมทั้งลงทุนจัดหาและให้บริการระบบรถไฟฟ้า  

           ขณะที่หลักเกณฑ์การตัดสิน   รฟม.กำหนดในเงื่อนไขทีโออาร์ กำหนดไว้อย่างชัดเจน   ว่า    ในการประเมินและเปรียบเทียบข้อเสนอนั้น      ผู้ยื่นข้อเสนอที่มี  NPV  ของสุทธิผลประโยชน์สุทธิสูงที่สุด   จะได้รับการประเมินให้เป็นผู้ชนะการประมูล   ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติทั่วไป หลังจากผู้ประมูลมีคะแนนผ่านเกณฑ์  ทั้งด้านคุณสมบัติและด้านเทคนิคมาก่อน  

          แต่ปรากฏว่าภายหลังข้อกำหนด  ว่าด้วยเงื่อนไขการประมูลเผยแพร่สู่สาธารณะ  กลับเกิดปรากฎการณ์ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในภายหลัง  ด้วยผลสืบเนื่องจากข้อเรียกร้องของบริษัทผู้รับเหมาแห่งหนึ่ง  ผ่านการทำหนังสือร้องเรียนไปยัง  ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร.   ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจดูแลการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ   โดยระบุว่าไม่ควรพิจารณาให้ผู้ชนะเป็นผู้ที่เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุด   แต่ควรพิจารณาจากผู้ที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่รัฐในภาพรวมที่จะทำให้โครงการสำเร็จได้

          นี่จึงเป็นที่มาของข้อพิรุธที่กำลังนำไปสู่ความวุ่นวายสำหรับการเดินหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชน   ที่ถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักองภาครัฐ เพราะมีการตรวจพบว่าข้อพิรุธ ว่าด้วยการแก้ไขคุณสมบัติของผู้ชนะการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มเป็นเรื่องจริง

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา

           เนื่องจากพบเอกสารหลุดรอด ปรากฏออกมาว่า  มีการเพิ่มเติมประเด็นการตัดสินผลประมูล   ในข้อเสนอด้านเทคนิค  โดยเฉพาะเงื่อนไขว่าด้วย เทคนิคด้านการก่อสร้างงานโยธา    ซึ่งจะมีการนำไปคิดคำนวณผลการประเมินด้านเทคนิค   ด้วยอัตราส่วนถึงร้อยละ 50     และผลการประเมินด้านเทคนิค   ยังต้องถูกนำไปพิจารณาประกอบกับผลคะแนนทางการเงิน   ต่างจากเงื่อนไขเดิมที่กำหนดไว้ในทีโออาร์

          ข้อสังเกตสำคัญ   ก็คือ  โดยข้อเท็จจริง   นายระภาส คงเอียด   ผู้อำนวยการ สคร.   เพิ่งจะส่งต่อหนังสือร้องเรียนของบริษัทรับเหมากอสร้างแห่งหนึ่งไปยัง รฟม.   เพื่อแจ้งไปยังคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ   โดยระบุว่า     เป็นข้อเสนอของผู้รับเหมาบางรายที่ให้พิจารณา     เกณฑ์ข้อเสนอด้านเทคนิคควบคู่กับเกณฑ์ราคา   จากเดิมที่แยกพิจารณาข้อเสนอแต่ละด้าน  ขณะที่ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯฉบับใหม่ ไม่ได้กำหนดว่าทำได้หรือไม่ได้    จึงต้องเป็นการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ   ในการพิจารณาว่าจะยินยอมปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ทีโออาร์   ตามข้อเสนอของบริษัทผู้รับเหมาบางรายนั้นทำได้หรือไม่  

           และหากทำได้จะมีกฎหมายใดมารองรับ รวมทั้งเหตุผลที่ต้องใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าว   เพราะผู้ซื้อเอกสารรายอื่นอาจยื่นข้อเสนอ  ให้ยึดเงื่อนไขทีโออาร์เดิม ดังนั้นที่ประชุมจะต้องหาข้อสรุปให้ได้  แต่กลับปรากฏว่ามีเอกสารเงื่อนไขของทางรฟม.  ว่าด้วยการปรับเปลี่ยนข้อการพิจารณา เงื่อนไขการประมูลใหม่ออกมาล่วงหน้า  พร้อมกำหนดรายละเอียดพร้อมสรรพ   เสมือนหนึ่งมีการตกลงไว้ล่วงหน้า  จะมีการดำเนินการตามข้อร้องเรียนของบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายดังกล่าว

กลิ่นทุจริตโชย ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ปรับแก้TORเอื้อบิ๊กผู้รับเหมา

          โดยมีรายงานข่าวว่า  ก่อนหน้านั้น  นายณัฐศักดิ์ ชัยชนะ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย  บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส)   ได้เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือ   ให้กับนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36   โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ที่มีนายกิตติกร ตันเปาว์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รฟม. และรักษาการรองผู้ว่าการ รฟม. (วิศวกรรมและก่อสร้าง) เป็นประธานคณะกรรมการ

          นายณัฐศักดิ์   กล่าวว่า การเข้ายื่นหนังสือดังกล่าว     เนื่องจากได้รับทราบข่าวว่ามีผู้ยื่นซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มบางราย  ได้ทำหนังสือขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขประมูล  ซึ่งทางบีทีเอส ในฐานะเป็นผู้ซื้อซองประมูลด้วยเช่นกัน จึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการประมูล     ภายหลังที่มีการดำเนินการตกลงเงื่อนไขกับฝ่ายเอกชนไปแล้ว    จึงได้มายื่นหนังสือเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านแนวการทำงานของ รฟม.

           ทั้งนี้หากการพิจารณาของคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36   มีมติการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหลักเกณฑ์การประมูลจริง   ทางบริษัทคงต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการใดต่อไป เพราะมีผู้ซื้อซองหลายรายในโครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม  ซึ่งย่อมได้รับผลกระทบในการเปลี่ยนแปลงในลักษณะดังกล่าวด้วยเช่นกัน   

          สำหรับรายละเอียดของหนังสือของบีทีเอส    ระบุว่า      ด้วยได้ทราบข่าวว่ามีผู้ซื้อเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี  รายหนึ่งได้ทำหนังสือเพื่อให้มีการพิจารณาปรับเปลี่ยนการประเมินและเปรียบเทียบ    ข้อเสนอเกี่ยวกับผู้ที่จะได้รับการประเมินให้เป็นผู้ชนะการคัดเลือก  โดยเสนอว่าไม่ควรพิจารณาให้ผู้ที่เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดเป็นผู้ชนะการคัดเลือก แต่ควรพิจารณาปัจจัยและผลประโยชน์อื่นๆ เช่น ข้อเสนอด้านเทคนิคร่วมด้วย    จึงใคร่ขอเรียนถามรฟม.ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เนื่องจากหากเป็นความจริง   บริษัทฯเห็นว่าถ้ามีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินข้อเสนอดังกล่าว จะถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญ และไม่เคยมีการดำเนินการในลักษณะนี้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่เป็นโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐและภาคเอกชนมาก่อน

          นอกจากนี้ บริษัทเห็นว่าผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอในโครงการนี้ได้ ตะต้องผ่านเกณฑ์ด้านต่างๆของรฟม. ซึ่งจะต้องเป็นบริษัทหรือกลุ่มบริษัทที่มีศักยภาพและความเป็นไปได้ในการดำเนินงานสูง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่บริษัทที่ผ่านเกณฑ์จะไม่ทำตามข้อเสนอที่ได้ยื่นต่อรฟม. อีกทั้งบริษัทที่ยื่นข้อเสนอยังต้องมีภาระรับผิดชอบค้ำประกันต่อ รฟม. ด้วย

          ที่สำคัญการพิจารณาผู้ชนะการคัดเลือกโดยใช้ข้อเสนอทางเทคนิค  ทั้งๆที่ได้มีการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาผู้ชนะการคัดเลือกมาแล้ว จะเป็นช่องทางที่ส่อไปในทางไม่สุจริต ไม่เป็นธรรม หรืออาจเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดได้ การพิจารณาผู้เสนอผลประโยชน์ทางการเงินสูงสุดให้กับรัฐให้เป็นผู้ชนะการประมูล จึงจะเป็นการก่อประโยชน์สูงสุดแก่รัฐโดยแท้ และมีความโปร่งใสเป็นธรรมมากที่สุด บริษัทฯจึงเห็นว่าเป็นการไม่สมควรถ้าหากจะมีการปรับแก้วิธีการการประเมินข้อเสนอดังกล่าว

          นอกจากนี้บริษัทฯยังเห็นว่าแม้การร่วมลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในครั้งนี้ จะมิใช่การจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานภาครัฐ แต่การยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการในข้อเท็จจริงข้างต้น เทียบเคียงได้ว่าเป็นการอุทธรณ์ ซึ่งแม้ไม่ได้มีการกำหนดไว้ในกฎหมายร่วมลงทุนก็ตาม แต่คณะกรรมการคัดเลือก  ควรต้องนำกฎกระทรวงการคลังกำหนดเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างกับหน่วยงานของรัฐที่ใช้สิทธิอุทธรณ์ไม่ได้ พ.ศ. 2560 มาใช้บังคับโดยอนุโลม  เนื่องด้วยถือเป็นการอุทธรณ์ที่ไม่สามารถกระทำได้ตามเงื่อนไขกฎหมาย

2 ศาสดาว่าไง ‘ปิยบุตร’ ลุยปฏิรูปสถาบัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

2 ศาสดาว่าไง ‘ปิยบุตร’ ลุยปฏิรูปสถาบัน

2 ศาสดาว่าไง 'ปิยบุตร' ลุยปฏิรูปสถาบัน22 สิงหาคม 2563 – 16:53 น.

“ปิยบุตร” ลุยปฏิรูปสถาบันฯ หลัง “สองศาสดา” เคยจิกกัดถึงความไม่กล้า อาศัย “พลังเด็ก” วิ่งฝ่าพายุ

++
    เพียงแค่ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” โพสต์ว่า “มีข่าวลือหึ่งว่าจะมีรัฐประหาร” ภายในฝ่ายประชาธิปไตย ก็ปั่นกระแสข่าวรัฐประหาร ผ่านทวิตเตอร์ จนกลายเป็นอุปาทานหมู่
    เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2563  พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวลือ “รัฐประหาร” ในช่วงนี้มากว่า “เป็นข่าวเท็จ” โดยเฉพาะสถานการณ์ของประเทศปัจจุบัน ที่มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน มีความพยายามสร้างข่าวเท็จ ปลุกให้เกิดความหวาดระแวงกันในสังคมมากขึ้น 
    วันเดียวกัน ไพศาล พืชมงคล เจ้าสำนักธรรมนิติ โพสต์เฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง ตอนหนึ่งระบุว่า “ข่าวลือเรื่องรัฐประหาร ไม่สอดคล้องกับลมฟ้าอากาศในฤดูกาลนี้”
    ข่าวปล่อยจากปาก “ปวิน” ศาสดาของเด็กปลดแอก จึงน่าจะเป็นการปั่นกระแสต้านรัฐประหาร และเรียกผู้คนให้ไปร่วมชุมนุม 19 ก.ย.2563 ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

++
2 ศาสดา 2 แกนนำ
++
    หลังทราบผลเลือกตั้ง 2562 พรรคอนาคตใหม่ ได้รับการสนับสนุนจาก “เฟิร์สโหวต” และคนชั้นกลาง จนได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อและ ส.ส.เขต เกินความคาดหมาย
    เวลานั้น “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต และ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” อดีตอาจารย์คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่ลี้ภัยอยู่ในฝรั่งเศส ได้แสดงความผิดหวังในผู้นำพรรคอนาคตใหม่ ในขณะนั้นคือ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ไม่กล้าหาญพอที่จะเสนอนโยบายปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง

2 ศาสดาว่าไง 'ปิยบุตร' ลุยปฏิรูปสถาบัน

                        ปวิน-สมศักดิ์ 


    โดยเฉพาะปิยบุตร ปวินคาดหวังสูงว่า อาจารย์ป๊อก จะสานต่อเจตนารมณ์ของ “คณะนิติราษฎร์” ในการแก้ไขมาตรา 112 โดยบรรจุไว้ในแนวทางนโยบายของพรรค 

2 ศาสดาว่าไง 'ปิยบุตร' ลุยปฏิรูปสถาบัน

                               ปิยบุตร หนุนพรรคก้าวไกล แก้ไข รธน. หมวดพระมหากษัตริย์
       

ย้อนไปช่วงกลางปี 2561 พรรคอนาคตใหม่ ประกาศนโยบายพรรค โดยเน้นที่การปฏิรูปกองทัพและชำระล้างมรดก คสช. แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องการแก้ไข ม.112 เพราะถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่สมควรที่จะมาบรรจุเป็นนโยบายหาเสียง


ทำนองเดียวกัน สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ชำแหละต่อว่า “ผู้นำอนาคตใหม่ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา…พอคุณเล่นการเมือง คุณไม่เสนออะไรที่จะแก้ปัญหาที่ตัวเองพูดเลย”

++
วิ่งตามสองศาสดา
++
    หลังแฟลชม็อบ ภาค 2 เด็กๆ ออกมาชูป้าย “รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส” พร้อมนำภาพของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธุ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มาชูเหนือศรีษะ สะท้อนถึงอิทธิพลทางความคิดของ 2 นักวิชาการผู้ลี้ภัยต่อเยาวชนจำนวนไม่น้อย
    เมื่อม็อบเยาวชนปลดแอกจุดติด และพลพรรคของ “เพนกวิน-ปนัสยา” ชู 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ
    พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า จึงกระโจนเข้ารับลูกต่อ ล่าสุด “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ร่ายยาวเรื่อง “ทำไมการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ จึงไม่ควรกำหนดเงื่อนไขว่าห้ามแก้ไข หมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ ?”
    เนื่องจากพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยกเว้นพรรคก้าวไกล มีมติให้เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อกำหนดให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญมาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นั้น ห้ามมิให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงบทบัญญัติในหมวด 1 บททั่วไป และหมวด 2 พระมหากษัตริย์ 
    ทั้งปิยบุตร และธนาธร ได้ปั้นวาทกรรม “เรื่องกระอักกระอ่วนใจ” เพื่อโน้มน้าวให้ผู้คนทั้งสังคม คล้อยตามกับสิ่งที่ “เพนกวิน” และแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เสนอ
    ใครกันแน่ “กระอักกระอ่วนใจ” คงต้องย้อนไปอ่านบทวิพากษ์ของ 2 ศาสดา เมื่อปีที่แล้ว 

พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท ‘บารมี’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท ‘บารมี’

  พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท 'บารมี' 22 สิงหาคม 2563 – 14:30 น.

พิษม็อบปลดแอก สมัชชาคนจน แยกเป็น 2 ทาง “บารมี” เดินหน้าชน แต่ “ป้าย ปากมูล” ไม่ไปด้วย

++
    นับแต่เกิดม็อบนักเรียน-นักศึกษารอบใหม่ มีความขัดแย้งปะทุขึ้นในสังคมไทยอีกครั้ง ไม่ต่างจากยุคเสื้อสี และลงลึกถึงในครอบครัว พ่อแม่-ลูก
    แม้แต่ภายในขบวนการภาคประชาชน ก็มีความเห็นต่าง ถึงขั้นออกแถลงการณ์ เปิดหน้าชนกันเลยทีเดียว
    อันสืบเนื่องจากวันที่ 19 ส.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแสดงหมายจับ “บารมี ชัยรัตน์” ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน หนึ่งในผู้ต้องหาจากกรณีเข้าร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอก 18 ก.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 
    ถัดจากนั้นไม่นาน สมัชชาคนจนได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 สนับสนุนข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก และ เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อนายบารมี ชัยรัตน์ และแกนนำนักเรียนนักศึกษาทุกคน 

  พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท 'บารมี'

                          บารมี และสมัชชาคนจน 

++
ปากมูลเทบารมี
++
    จู่ๆ สมัชชาคนจนอีกปีกหนึ่ง กลับออกแถลงการณ์ลอยแพ “บารมี ชัยรัตน์” สร้างความสับสนในหมู่กองเชียร์ฝ่ายประชาธิปไตย
    เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2563 สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรื่อง “ปัญหาคนจน บนเขาควายความขัดแย้งทางการเมือง”
    ช่วงแรก สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ย้ำว่า เน้นการเคลื่อนไหว ผลักดันการแก้ไขปัญหาปากท้อง วางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่การเมือง หรือคู่ขัดแย้งทางการเมืองฝ่ายใด 

    ส่วนกรณีการจับกุมแกนนำการชุมนุมคือ บารมี ชัยรัตน์ ได้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคมอย่างมากนั้น สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอนำเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
    1. การเข้าร่วมเคลื่อนไหวของนายบารมี ชัยรัตน์ เป็นการกระทำของบุคคล ไม่เกี่ยวข้อง หรือได้รับฉันทามติ จากสมัชชาคนจน ซึ่งมีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ
    2. การออกแถลงการณ์สมัชชาคนจน ของกลุ่มนายบารมี ชัยรัตน์ ที่จะนำมวลชนซึ่งเป็นชาวบ้านผู้เดือดร้อน เข้าไปชุมนุมทางการเมืองนั้น เป็นการกระทำที่จะนำไปสู่ ความขัดแย้งใน         มวลหมู่สมาชิก ที่ชาวบ้านจำนวนมาก รวมตัวกันเพื่อผลักดัน เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ไม่ใช่นำไปต่อสู้ทางการเมือง การกระทำดังกล่าวจะเป็นการทำลาย             ขบวนการ  ประชาชน
    3. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอปฏิเสธ และไม่ขอรับผิดชอบ ต่อการกระทำใด ใด ของนายบารมี ชัยรัตน์ ที่จะมีขึ้นในอนาคต
    4. สิ่งที่นายบารมี ชัยรัตน์ กับพวก ได้กระทำนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสมาชิกสมัชชาคนจน เป็นการกระทำเฉพาะเพียงบางส่วน ซึ่งขัดกับหลักปฏิบัติของ               ขบวนสมัชชาคนจน ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน อันเรียกได้ว่า เป็นการกระทำที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
    5. สมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล ขอให้นายบารมี ชัยรัตน์ ยุติการแอบอ้าง การใช้ชื่อสมัชชาคนจน ในการเคลื่อนไหว หรือร่วมเคลื่อนไหวทางการเมือง

  พิษปลดแอก คนจนแตกโพละ ปากมูลเท 'บารมี'

                               ป้าย ปากมูล และสมัชชาคน กรณีปากมูล 

++
คนจน 2 ปีก
++
    สรุปว่า ขบวนการสมัชชาคนจน ได้แยกออกเป็น 2 กลุ่มคือ สมัชชาคนจน ที่มี “บารมี ชัยรัตน์” เป็นผู้ประสานงาน
    ส่วนสมัชชาคนจน กรณีเขื่อนปากมูล นำโดย กฤษกร ศิลารักษ์ อดีตแกนนำต่อต้านการสร้างเขื่อนราษีไศล และผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรปากมูล  
    กฤษกร ศิลารักษ์ หรือ “ป้าย ปากมูล” มีแนวทางการต่อสู้ต่างจากกลุ่มสมัชชาคนจน ของบารมี ชัยรัตน์    

      ที่แน่ๆ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สายอีสาน ไม่ค่อยชอบการนำสมัชชาคนจนแบบ “ป้าย ปากมูล” 

แพ้แล้วพลาด’ก้าวไกล’ปากน้ำ คิวหลุดม็อบแรงงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แพ้แล้วพลาด’ก้าวไกล’ปากน้ำ คิวหลุดม็อบแรงงาน

แพ้แล้วพลาด'ก้าวไกล'ปากน้ำ คิวหลุดม็อบแรงงาน22 สิงหาคม 2563 – 12:46 น.

พ่ายเลือกตั้ง แล้วยังมาพลาด “คิวหลุด” บนเวทีม็อบแรงงาน แกนนำก้าวไกลปากน้ำ คงต้องถอดถอนบทเรียนครั้งใหญ่ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    อันที่จริง ต้องบอกว่า กิจกรรม “สองมือที่ทำงานหนักจะปักหลักต้านเผด็จการ” ในนามกลุ่มสมัชชาแรงงานแห่งชาติ เป็นงานรวมดาวนักจัดตั้งแรงงานรุ่นใหญ่ โดยยกขบวนไปจัดที่หน้าสำนักงานสภาองค์กรลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ตั้งอยู่ ตลาดสดปู่เจ้า อ.เมือง จ.สมุทรปราการ   

    ทำไมต้องจัดที่ปากน้ำ? มีเหตุผลอยู่ 2 ประการคือ

   1.สภาองค์กรลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย เป็นฐานเสียงของพรรคก้าวไกล(พรรคอนาคตใหม่)
   2.พรรคก้าวไกล สาขาสมุทรปราการ เป็นทีมงานที่แข็งขัน และเป็นคนรุ่นใหม่  

   บังเอิญข่าว “คิวหลุด” บนเวทีม็อบแรงงาน ดันเป็นประเด็นร้อนในสื่อโซเชียล จนกลบเนื้อหาสาระสำคัญของการปราศรัยบนเวทีไปหมด

แพ้แล้วพลาด'ก้าวไกล'ปากน้ำ คิวหลุดม็อบแรงงาน

++
เขาชื่อพี่เป้ง
++
    “เป้ง” ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 6 สมุทรปราการ พรรคอนาคตใหม่(ถูกยุบ) ปัจจุบัน สังกัดพรรคก้าวไกล เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของพลพรรคส้มใหม่ เมืองปากน้ำ ได้ออกแถลงการณ์ “อะไรเกิดขึ้นที่ม็อบแรงงานปฏิวัติ” ทำให้ความสับสนอลหม่านของข่าวสารคลี่คลาย
    “เป้ง” เจรจากับตำรวจใหญ่  สภ.สำโรงเหนือ จะขอให้การ์ดดูแลเรื่องการพูดจาปราศรัยหมิ่นสถาบันฯ แต่บังเอิญการ์ดคิวหลุด เลยทำให้เขาต้องออกมาขอโทษทุกฝ่าย 
    ถ้ายังจำกันได้ ช่วงเลือกตั้งซ่อมสมุทรปราการ เขต 5 ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา เป็นแกนนำสำคัญที่ผลักดันให้มีการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จาก ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่คนเดิม เป็น อิศราวุธ (พีท) ณ น่าน 
    “เป้ง” มั่นใจในกระแสก้าวไกลมาก จึงดันพวกกันเองคือ “พีท” ที่เป็นคนเขตเทศบาลเมืองปากน้ำ มาลงสมัคร ส.ส.เขต 5 ชายขอบสมุทรปราการ และในที่สุด พรรคก้าวไกลก็พ่ายยับ
    สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ.ปากน้ำ ที่จะมีขึ้น “เป้ง” ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา ได้ฟอร์มทีมสุมทรปราการมหานคร เตรียมลงสมัคร ส.อบจ. และนายก อบจ.ไว้แล้ว

แพ้แล้วพลาด'ก้าวไกล'ปากน้ำ คิวหลุดม็อบแรงงาน

                           เป้ง แกนนำก้าวไกล ปากน้ำ 

++
แรงงานปากน้ำ : ที่มั่นก้าวไกล
++
    ตั้งแต่ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ให้ความสำคัญกับแรงงานไทย จึงส่งผู้สมัคร ส.ส.สายแรงงาน ลงสนามทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ ส.ส.เขต จำนวนหนึ่ง และได้รับเลือกตั้งเข้ามาถึง 4 คน
    ที่น่าภาคภูมิใจของชาวแรงงานคือ สุเทพ อู่อ้น อดีตประธานสหภาพแรงงานอีซูซุ และเลขาธิการสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการแรงงานฯ

แพ้แล้วพลาด'ก้าวไกล'ปากน้ำ คิวหลุดม็อบแรงงาน

                          สุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล 


    สุเทพ ทำงานที่บริษัท อีซูซุ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มา 28 ปี เป็นผู้ก่อตั้งสหภาพแรงงานยานยนต์และอะไหล่อีซูซุ ประเทศไทย ปี 2541 มาถึงปัจจุบัน 21 ปี เป็นผู้ก่อตั้งสมาพันธ์แรงงานอีซูซุ ประเทศไทย ปี 2556 มาถึงปัจจุบัน 7 ปี เป็นผู้ร่วมสนับสนุนการจัดตั้งสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย  

     จึงไม่น่าแปลกใจที่สมัชชาแรงงานฯ เลือกเอาสภาองค์การลูกจ้างยานยนต์แห่งประเทศไทย เป็นม็อบแรงงานปฏิวัติ หนุนคณะประชาชนปลดแอก

ลุ้นม็อบแรง ปชป.- ภท. ชิงตีกรรเชียง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลุ้นม็อบแรง ปชป.- ภท. ชิงตีกรรเชียง

ลุ้นม็อบแรง ปชป.- ภท. ชิงตีกรรเชียง21 สิงหาคม 2563 – 14:30 น.

ลุ้นม็อบแรง ปชป.- ภท. ชิงตีกรรเชียง กลางกระแสม็อบปลดแอก ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ ถูกจับตามองว่า อาจชิงตีกรรเชียงหนี ก่อนเรือเหล็กจม

++
พลันที่ม็อบประชาชนปลดแอก พ่วงด้วยแฟลชม็อบ ขยับตัวแรง ส่งผลสะเทือนถึงในสภาฯ ทั้งพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคฝ่ายค้าน ต่างเห็นตรงกันว่า ต้องมี ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 

ที่น่าสนใจคือ ฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ มีการขยับที่ควรจับตามอง หลายคนวิเคราะห์ข้ามช็อตไปแล้วว่า ถึงทีได้ทีเสีย 2 พรรคนี้ ชิงจังหวะถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลแน่

อ่านข่าว… 6 ปี NDM ก้าวสู่ม็อบปลดแอก

++
เสียงเสี่ยหนู
++
หลัง “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำลูกพรรคออกมาแถลงข่าวอย่างเอิกเกริกว่า พรรคจะยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีธงตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และแก้ไขรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องยุบสภา จัดการเลือกตั้ง 

ประเด็นมีรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วยุบสภา ถูกฝ่ายต้านรัฐบาลประยุทธ์ตีความว่า ภูมิใจไทยทิ้ง 3 ป.

อนุทิน ชาญวีรกูล จึงต้องมาชี้แจงซ้ำอีกว่า หากมีการตั้ง ส.ส.ร. และแก้ไขรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมให้มีการยุบสภาฯ ซึ่งเป็นประเพณีปฏิบัติที่ดำเนินการมาตลอด ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่  

เหนืออื่นใด แนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทยไม่มีอะไรขัดแย้งกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะเริ่มจากการปรับปรุงรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน  

ส่วนประเด็นที่กังขาว่า หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้คุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แล้วหรือยัง 

เสี่ยหนู กล่าวว่า ได้คุยแล้ว และย้ำว่าเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของพรรคการเมือง ไม่ใช่เรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล

++
ปชป.เอายังไง
++
พรรคประชาธิปัตย์นั้น ชัดเจนว่า อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญมาแต่แรก เนื่องจากช่วงลงประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เป็นหัวหน้าพรรคสมัยนั้น พร้อมคณะกรรมการบริหารพรรค มีมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ  

ครั้น จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ ก็อ้างถึงเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ด้วย 

มาวันนี้ “จุรินทร์” ได้มอบผู้แทนวิปของพรรคฯ ไปหารือกับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคไม่สามารถยื่นญัตติโดยลำพังพรรคเดียวได้ เนื่องจากเสียง ส.ส.ไม่พอโดยมีเพียง 50 เสียง โดยพรรคมีจุดยืนชัดเจนตั้งแต่ต้น ในการแก้ไขอย่างน้อยในมาตรา 256 

ถึงกระนั้น มีมือดีปล่อยข่าวว่า  ปชป.จะอาศัยจังหวะช่วงม็อบรุกหนัก เป็นพรรคแรกที่กระโดดหนีเรือเหล็กเอาตัวรอด  

อย่างไรก็ตาม ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ต่างก็อาศัย “ธง” การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หาเสียงกับคนรุ่นใหม่อย่างมิต้องสงสัย

6 ปี NDM ก้าวสู่ม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

6 ปี NDM ก้าวสู่ม็อบปลดแอก

6 ปี NDM ก้าวสู่ม็อบปลดแอก21 สิงหาคม 2563 – 10:55 น.

6 ปีที่แล้ว ขบวนการเพื่อนโรม ก่อตัวเป็นคลื่นลูกเล็กๆ วันนี้ คลื่นลูกใหม่ทำท่าจะใหญ่กว่าเก่า  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ภาพรวมของการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในยุครัฐบาลประยุทธ์ 2 เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น 

ขบวนแรกคือ คณะประชาชนปลดแอก ที่ชู 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน และ 1 ความฝัน
ขบวนที่สองคือ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เป็นองค์กรที่พังเพดานการเรียกร้องไปสู่ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ

ขบวนที่สามคือ แฟลชม็อบที่ผุดขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงการเคลื่อนไหวของนักเรียนมัธยม ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ “ชูสามนิ้ว” และ “โบขาว”

อ่านข่าว…  ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน “อานนท์-เพนกวิน”
 

6 ปี NDM ก้าวสู่ม็อบปลดแอก

ขบวนการสารตั้งต้น

ความตื่นตัวของพลังประชาธิปไตยในวันนี้ คงต้องมองย้อนไปดูเมื่อ 6 ปีที่แล้ว เมื่อมีนักศึกษาจากหลายสถาบัน รวมตัวกันจัดตั้ง“กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่” (New Democracy Movement-NDM) คัดค้านการยึดอำนาจของ คสช.
++
โรมและเพื่อน
++
หลายคนอาจลืมเหตุการณ์ 24 มิ.ย.2558 ไปแล้ว เลยต้องมาทบทวนดูภาพเหตุการณ์ในวันดังกล่าวอีกครั้ง เริ่มจาก “ตัวละคร” ในนาม “กลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่” (New Democracy Movement-NDM) 

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เป็นกลุ่มนักศึกษา นักกิจกรรมจากหลากหลายกลุ่มที่มารวมตัวกัน อาทิ กลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย, กลุ่มดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกลุ่มลูกชาวบ้าน มหาวิทยาลัยบูรพา  

บุคคลที่เป็นแกนนำคือ “โรม” รังสิมันต์ โรม ส่วนทางขอนแก่นก็เป็น “ไผ่ ดาวดิน” จตุรภัทร บุญภัทรรักษา          

22 พ.ค.2558 มีการแสดงออกทางการเมืองเชิงสัญลักษณ์ ทั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขอนแก่น และที่หอศิลปวัฒธรรมกรุงเทพมหานคร  

ทั้งสองจุดตำรวจออกหมายเรียกนักกิจกรรมทั้งหลาย แยกเป็นที่ขอนแก่น 7 คน และที่กรุงเทพฯ 37 คน แต่นักศึกษาอารยะขัดขืนไม่ไปรายงานตัวตามหมายเรียกรายงานตัวของตำรวจ 

6 ปี NDM ก้าวสู่ม็อบปลดแอก

เหตุการณ์หน้า สน.ปทุมวัน ปี 2558

รังสิมันต์ โรม ถือฤกษ์ 24 มิถุนายน 2558 เข้าแจ้งความดำเนินคดีตำรวจที่กระทำการเกินกว่าเหตุในการจับกุมนักกิจกรรม โดยนัดหมายที่ สน.ปทุมวัน         

กลุ่มดาวดิน ขอนแก่น ดำดินมาโผล่ที่ สน.ปทุมวัน “ไผ่ ดาวดิน” ขึ้นไฮปาร์คไม่ยอมรับอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ แถมท้าให้ตำรวจจับกุมพวกเขาเลย เล่นเกมยื้อจนถึงค่ำ เจ้าหน้าที่จึงยอมรับตามข้อเสนอไม่จับ และให้เข้าแจ้งความได้ 

ทุกวันนี้ ตัวละครในขบวนประชาธิปไตยใหม่ (NDM) เรียนจบแล้ว และหลายคนได้ทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยงให้กับคณะประชาชนปลดแอก 

++
คนอยากเลือกตั้ง
++
ยุทธการ 24 มิ.ย.2558 ไม่ประสบผลสำเร็จในแง่ “พลังมวลชน” 
มิหนำซ้ำภายในขบวนการประชาธิปไตยใหม่ยังเกิดความไม่เข้าใจกัน ส่งผลให้ “โรม” ต้องแยกตัวไปตั้งองค์กรใหม่ชื่อ “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” (Democracy Restoration Group: DRG)         

ปลายปี 2560 “โรม” จึงตั้ง “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” มีเป้าหมายเพื่อกดดันให้รัฐบาลประยุทธ์ และ คสช. ทำตามสัญญาคือ จัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว
         

6 ปี NDM ก้าวสู่ม็อบปลดแอก

ไผ่ ดาวดิน และโรม ปี 2558

เมื่อ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ก่อการตั้งพรรคอนาคตใหม่ “โรม” พร้อมเพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) 

พ.ศ.นี้ รังสิมันต์ โรม เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พาเพื่อน ส.ส.เดินสายเป็นนายประกันให้กับนักกิจกรรมรุ่นน้อง

ลูก’เฮียตือ’แบกภูมิใจหนู วิ่งตามเด็กปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลูก’เฮียตือ’แบกภูมิใจหนู วิ่งตามเด็กปลดแอก

ลูก'เฮียตือ'แบกภูมิใจหนู วิ่งตามเด็กปลดแอก20 สิงหาคม 2563 – 16:41 น.

ภูมิใจไทยพลิกเกม ชิงธงร่างรัฐธรรมนูญ ส่ง “ลูกเฮียตือ” เป็นกระบอกเสียง เอาใจม็อบปลดแอก

++
    กระแสสูงในสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย ของกลุ่มคณะประชาชนปลดแอก ได้ลามลึกไปถึงโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 30 ปีนี้ 
    พรรคการเมืองต่างๆ เริ่มขยับ “ปรับเกม” ชิงไหวชิงพริบ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน
    19 ส.ค.2563 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชิงปรับกลยุทธ์ เริ่มจากตอนเช้า “เสี่ยหนู” แต่งตั้งทีมโฆษกพรรคชุดใหม่  ให้ ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกพรรคภูมิใจไทย โดยมี ณัฏฐชน ศรีก่อเกื้อ ส.ส.สงขลา เป็นรองโฆษกพรรค และอนาวิล รัตนสถพร ส.ส.ปทุมธนี เป็นรองโฆษกพรรค
    ตกบ่าย เสี่ยหนู นำทีม ส.ส.ภูมิใจไทย แถลงเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการตั้ง ส.ส.ร. ยกร่าง “รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน” หลังจากนั้น ยุบสภา เลือกตั้งใหม่
    สภากาแฟวิจารณ์กันเซ็งแซ่ “เสี่ยเน-เสี่ยหนู” ทิ้ง “3 ป.” เพราะประเมินแล้ว รัฐบาลประยุทธ์เดินฝ่าม็อบปลดแอกไปได้ยากลำบากยิ่ง

++
ภารกิจลูกเฮียตือ 
++
    สาเหตุที่ “เสี่ยหนู” เลือก “แบด” ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เป็นกระบอกเสียงในยามนี้ เพราะเสี่ยแบดเหมาะสมที่สุดด้วยประการทั้งปวง
    1.เสี่ยแบด เป็นลูกชายคนโตของ “สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล” อดีตแกนนำพรรคชาติไทย ที่ชูธงต้าน คสช.มาโดยตลอด
    “เฮียตือ” ไม่พอใจที่พรรคชาติไทยพัฒนา ถูกแทรกแซงโดย “ผู้มากบารมีสีเขียว” จึงหอบลูกชายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย 

ลูก'เฮียตือ'แบกภูมิใจหนู วิ่งตามเด็กปลดแอก

                                สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล 


    2.สมัยเรียนธรรมศาสตร์ เสี่ยแบด เคยเป็นอดีตแกนนำนักศึกษาสมัยเรียนคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นประธานสภานักศึกษา มธ. 
    ส่วนน้องชาย “แชมป์” กรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย สมัยเรียนคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ธรรมศาสตร์ ได้เป็นนายก อมธ. ช่วงปี 2545 
    ทั้งเสี่ยแบด และเสี่ยแชมป์ ถือว่าได้เลือดพ่อมาเต็มๆ เพราะยุค 14 ตุลา สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล เรียนรามคำแหง และเป็นแกนนำพรรคสัตยาเคราะห์ พรรคนักศึกษาหัวก้าวหน้าสมัยนั้น

ลูก'เฮียตือ'แบกภูมิใจหนู วิ่งตามเด็กปลดแอก

                                        ภราดร-กรวีร์ ลูกชายเฮียตือ 
    

3.เดิมที “แบด-แชมป์” ทายาท “เฮียตือ” จับมือกับ “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา และ “โต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เศรษฐีหนุ่มแห่งศรีสะเกษ ผนึกกำลังเป็น “ทีมคนหนุ่ม” ก่อการปฏิวัติพรรคชาติไทยพัฒนา

 แนวทางของ “โต้ง” ต้องการเปลี่ยนพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นพรรคฝ่ายประชาธิปไตยเต็มตัว ไม่เอาการสืบทอดอำนาจ คสช.
ปลายปี 2561 เมื่อ “ผู้อาวุโส” ในพรรคชาติไทยพัฒนา เกิดเปลี่ยนใจดัน “กัญจนา ศิลปอาชา” เป็นหัวหน้าพรรค และประภัตร โพธสุธน เสี่ยโต้งจึงชวน “แบด-แชมป์” ทายาทเฮียตือไปอยู่พรรคภูมิใจไทย 

ลูก'เฮียตือ'แบกภูมิใจหนู วิ่งตามเด็กปลดแอก

                               เสี่ยโต้ง และแชมป์ กรวีร์ มีบทบาทสำคัญ

++
เปลี่ยนเกมเล่น
++
    ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2562 พรรคภูมิใจไทย ได้ขายนโยบายกัญชาเสรี และพยายามเจาะตลาดคนรุ่นใหม่ ด้วยกลยุทธ์ลูกหนังนำการเมือง
    ผลการเลือกตั้ง สะท้อนว่า พรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง เป็นพรรคขนาดกลาง ค่อนข้างใหญ่
    เมื่อเกิดม็อบเยาวชนปลดแอก และแฟลชม็อบภาค 2 ส่งผลให้ “เนวิน ชิดชอบ” ผู้นำหลังม่านต้องคิดหนัก 
    ในที่สุด ภูมิใจไทย จึงพลิกเกมชิงธงร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เอาใจนักเรียน นักศึกษา ที่เป็นโหวตเตอร์แห่งอนาคต

เปิดไทม์ไลน์จับ 9 แกนนำ ม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดไทม์ไลน์จับ 9 แกนนำ ม็อบปลดแอก

เปิดไทม์ไลน์จับ 9 แกนนำ ม็อบปลดแอก20 สิงหาคม 2563 – 16:19 น.

ช่วง 2 วัน  19-20 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมตัวแกนนำม็อบปลดแอกไปแล้วถึง 9คน ทั้งหมดโดนจับฐานเป็นแกนนำชุมนุมเมื่อ18 ก.ค. 63 ทั้งนี้ไม่มีใครโดนข้อหา 112 และศาลทยอยให้ประกันตัว

** 19  ส.ค. 63**

18.00 น. – ที่ศาลอาญา ตำรวจจับกุม นายอานนท์ นำภา แกนนำคณะประชาชนปลดแอก

18.45 น. – ที่ศาลอาญา “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า เข้าไปสังเกตการณ์

19.15 น. – ที่ศาลอาญา ตำรวจอ่านหมายจับนายอานนท์ ก่อนนำตัวไป สน.ชนะสงคราม

20.00 น. – คุมตัว นายอานนท์ ถึง สน.ชนะสงคราม

20.30 น. – นายอานนท์ถูกแจ้งข้อหา พร้อมทำบันทึกการสอบสวน

20.45 น. – มวลชน รวมถึง “ช่อ พรรณิการ์” ทยอยเดินทางไปให้กำลังใจนายอานนท์

21.30 น. – ทนายความของนายอานนท์ พร้อมด้วย​แกนนำพรรคก้าวไกล ไปที่ สน. ใช้ตำแหน่ง ส.ส.ยื่นประกัน

21.45 น. – มีข่าวลือย้ายตัวนายอานนท์ไปคุมขังที่ สน.ห้วยขวาง

22.00 น. – ตำรวจยืนยันไม่ย้ายตัวนายอานนท์ไปคุมขังที่อื่น

22.15 น. – พนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัวนายอานนท์

22.30 น. – ที่ สน.สำราญราษฏร์ ตำรวจจับกุม นายบารมี ชัยรัตน์ แกนนำสมัชชาคนจน

22.35 น. – มวลชนตามไปให้กำลังใจ และชุมนุมหน้า สน.สำราญราษฎร์

22.45 น. – นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไปที่ สน.สำราญราษฎร์

23.50 น. – นายธนาธร เดินทางกลับและปฏิเสธพูดคุยกับ”เสี่ยโป้” ที่เดินทางไปที่ สน.สำราญราษฎร์ เพื่อต้องการพบพูดคุยกับนายธนาธร

**20 ส.ค. 63**

00.00 น. – ตำรวจสำราญราษฎร์ จับกุม น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาฯประชาธิปไตย

00.30 น. – ตำรวจ สน.สำราญราษฏร์ จับกุม นายกรกช แสงเย็นพันธ์ แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย

01.55 น. – “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ประกาศหยุดชุมนุมหน้า สน.สำราญราษฎร์ นัดเจอศาลอาญา

ช่วงเช้า – จับกุม นายเดชาธร บำรุงเมือง หรือ ฮอคกี้ แรปเปอร์เพลงประเทศกูมี ที่ จ.สมุทรปราการ

        – จับเพิ่มอีก 4 แกนนำม็อบปลดแอก นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์, นายธานี สะสม, นายทศพร สินสมบุญ, นายธนายุทธ ณ อยุธยา

ช่วงสาย – คุมตัวทั้งหมดไปที่ สน.สำราญราษฎร์ พร้อมส่งตัวฝากขังที่ศาลอาญา ส.ส.ก้าวไกล อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ยื่นประกันตัว

***ไม่มีใครโดนข้อหา ม.112

***ทั้งหมดโดนจับฐานเป็นแกนนำชุมนุม 18 ก.ค.63

***ศาลทยอยให้ประกันตัว

** สรุปรายชื่อแกนนำม็อบที่ถูกจับ**

1. นายอานนท์ นำภา

2. นายบารมี ชัยรัตน์

3. น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก

4. นายกรกช แสงเย็นพันธ์

5. นายเดชาธร บำรุงเมือง

6. นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์

7. นายธานี สะสม

8. นายทศพร สินสมบุญ

9. นายธนายุทธ ณ อยุธยา

** 7 ข้อหาแกนนำม็อบปลดแอก**

1. ร่วมกันกระทําให้ปรากฏแก่ประชาชน เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนฯ (ป.อาญา มาตรา 116)

2. ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป กระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองฯ

3. ร่วมกันจัดให้มีกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมจํานวนมากในลักษณะมั่วสุม หรือในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรคฯ

4. ร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัยหรือความสะดวกในการจราจรฯ

5. ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่นหรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทําด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจรฯ

6. ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใดๆ บนถนนฯ

7. ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกําลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ

“สุวรรณา” แรงงานสายแข็ง “สมยศ” การันตี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สุวรรณา” แรงงานสายแข็ง “สมยศ” การันตี

"สุวรรณา" แรงงานสายแข็ง "สมยศ" การันตี20 สิงหาคม 2563 – 14:25 น.

“สุวรรณา” แรงงานสายแข็ง “สมยศ” การันตี ส่องกลุ่ม 24 มิถุนาฯ เปิดตัว “สุวรรณา” แดงตาสว่าง ยืนเคียงข้างสมยศ พฤกษาเกษมสุข มานับสิบปี 

++
หลังจากทรายข่าว บารมี ชัยรัตน์ ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ สน.สำราญราษฎร์  “สุวรรณา ตาลเหล็ก” แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย จึงเดินทางมาให้กำลังใจ ตำรวจจึงเข้าจับกุม “สุวรรณา” เนื่องจากเธอเป็นหนึ่งในผู้ที่มีรายชื่อถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมวันที่ 18 ก.ค.2563

อ่านข่าว…  เปิดหน้า “นักเรียนเลว” ยุวชนสยาม Gen Z

สุวรรณา ตาลเหล็ก นักสหภาพแรงงาน และแกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ซึ่งช่วงก่อนแฟลชม็อบ ภาค 2 จะเบ่งบาน สุวรรณา และสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้ร่วมทำกิจกรรมผูกโบขาวกับ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 

"สุวรรณา" แรงงานสายแข็ง "สมยศ" การันตี

สมยศ พฤกษาเกษมสุข
++
ยกเลิก ม.112 
++
ในกลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านแรงงาน รู้จัก “ลูกตาล” หรือ “สุวรรณา ตาลเหล็ก” เป็นอย่างดี โดยเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว สุวรรณาได้รู้จักกับ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงาน ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์บริษัทเคเดอร์ไฟไหม้และตึกถล่มตามมาส่งผลให้มีคนงานเสียชีวิตประมาณ 188 ศพ  

สุวรรณาและสมยศ ได้ร่วมกันเรียกร้องสิทธิให้คนงาน และปี 2540 สุวรรณา จึงเข้ามาทำศูนย์บริการข้อมูลและฝึกอบรมแรงงานที่สมยศก่อตั้งขึ้น  

หลังรัฐประหาร 2549 สมยศ พฤกษาเกษม ได้จัดตั้ง “กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย” เป็นกลุ่มคนเสื้อแดงอิสระ ทำกิจกรรมคู่ขนานกับ นปช. 

ปี 2554 สุวรรณา ได้ประกาศรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อยกเลิกมาตรา 112 ในปี 2554

"สุวรรณา" แรงงานสายแข็ง "สมยศ" การันตี

สุวรรณา ไปต้อนรับสมยศ วันที่พ้นโทษออกจากเรือนจำ

ปีเดียวกัน สมยศ พฤกษาเกษมสุข ก็ถูกจับกุมดำเนินคดีตามมาตรา 112 จากกรณีเป็น บก.นิตยสารการเมืองฉบับหนึ่ง หลังสมยศ ถูกศาลพิพากษาจำคุก 10 ปี สุวรรณายังคงรณรงค์ยกเลิกกฎหมายนี้เรื่อยมา ด้วยเชื่อว่ามันจะสร้างสรรค์สังคมการเมืองที่ดีกว่า กฎหมายนี้จะได้ไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองลงโทษหนักกับประชาชนที่วิจารณ์การเมือง  

กระทั่งเกิดการรัฐประหาร 2557 เธอกลายเป็นบุคคลเป้าหมายที่ต้องถูกปรับทัศนคติ

++
แดงตาสว่าง
++ 
ช่วงปี 2556 กลุ่มปฏิญญาหน้าศาล นำโดย สุดา รังกุพันธุ์ หรือ อาจารย์หวาน ได้เคลื่อนไหวแนวทาง “แดงตาสว่าง” โดยมีกลุ่มแดงอิสะเข้าร่วมจำนวนหนึ่ง รวมถึงกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย  

สุวรรณา ตาลเหล็ก ก็เป็นคนหนึ่งที่ร่วมมือกับกลุ่มปฏิญญาหน้าศาล เคลื่อนไหวล่ารายชื่อประชาชน เสนอร่างแก้ไขกฎหมาย ม.112  

สรุปว่า นับแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ยังชูธงยกเลิก ม.112 มาโดยตลอด

ล่าสุด กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์ ขอสนับสนุนข้อเรียกร้องทั้ง 3 ประการของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และข้อเรียกร้องเพื่อการปฏิรูปสถาบันฯ ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม 

ขอให้รัฐบาลปล่อยตัว สุวรรณา ตาลเหล็ก และ แกนนำนักศึกษาประชาชนที่ถูกจับกุมทุกคน ยุติการใช้กฎหมายที่เป็นการกลั่นแกล้ง การลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน