“บารมี” คนจน “ธนาธร” ก้าวหน้า มิตรร่วมอุดมการณ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บารมี” คนจน “ธนาธร” ก้าวหน้า มิตรร่วมอุดมการณ์

"บารมี" คนจน "ธนาธร" ก้าวหน้า มิตรร่วมอุดมการณ์20 สิงหาคม 2563 – 12:40 น.

“บารมี-ธนาธร” คนต่างรุ่นแต่หัวใจเดียวกัน บังเอิญมาโคจรมาเจอกันที่โรงพัก ต่างกรรม ต่างเวลา  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ค่ำวันที่ 19 ส.ค.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าแสดงหมายจับ “บารมี ชัยรัตน์” ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน หนึ่งในผู้ต้องหาจากกรณีเข้าร่วมชุมนุมเยาวชนปลดแอก 18 ก.ค.นี้ ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย  

พลันที่ทราบข่าว “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” เดินทางไปให้กำลังใจ บารมี ชัยรัตน์ ที่ สน.สำราญราษฎร์ โดยธนาธร ขอเข้าสังเกตการณ์ภายในห้องควบคุมตัวบารมี แต่ตำรวจไม่ให้ขึ้น สน.  “ธนาธร” จึงนั่งคุยกับประชาชนและนักศึกษาที่มาร่วมให้กำลังใจด้านหน้า สน.

อ่านข่าว…  ขู่เดินทัพเข้ากรุง “สมัชชาคนจน”แถลงการณ์ จี้ปล่อยตัว “บารมี ชัยรัตน์”
l

"บารมี" คนจน "ธนาธร" ก้าวหน้า มิตรร่วมอุดมการณ์

ธนาธร ไปให้กำลังบารมี ที่ สน.สำราญราษฏร์

ต่อมา  สมัชชาคนจน ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 สนับสนุนข้อเรียกร้องของเยาวชนปลดแอก และ เรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อบารมี ชัยรัตน์ และแกนนำนักเรียนนักศึกษาทุกคน 
++
ศิษย์ ส.ศิวรักษ์
++
ตลอด 30 กว่าปีที่ผ่านมา ภาพของ บารมี ชัยรัตน์ จะอยู่คู่กับการเคลื่อนไหวของ “สมัชชาคนจน” ร่วมกับน้องชาย-นันทโชติ ชัยรัตน์ (เสียชีวิตแล้ว) 

นอกจากนี้ บารมี ยังเป็นกรรมการ และผู้ดูแลมูลนิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป (สวนเงินมีมา) จึงมีสื่อมวลชนกลุ่มหนึ่งเรียกเขาว่า ศิษย์ ส.ศิวรักษ์ 

บารมีผ่านงานเอ็นจีโอมามาก ไม่ว่าจะเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และกรรมการองค์กร, เจ้าหน้าที่ประจำกองเลขานุการสมัชชาคนจน ,รองผู้อำนวยการสถาบันเพื่อสิทธิชุมชน ,ผู้อำนวยการสถาบันสันติประชาธรรม และกรรมการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย (1 สมัย)  

“ตัวผมเหรอ ผมเป็นสมัชชาคนจน แต่ในความเป็นสมัชชาคนจน ก็แบ่งเป็นสองสถานะ สถานะแรกคือเป็นเอ็นจีโอ ร่วมก่อตั้งและทำงานกับสมัชชาคนจนมาตั้งแต่แรก…”
 

"บารมี" คนจน "ธนาธร" ก้าวหน้า มิตรร่วมอุดมการณ์

บารมี ผู้ประสานงานสมัชชาคนจน

“แต่ถ้าให้ตอบจากใจ ก็อาจต้องบอกว่าเป็นนักเคลื่อนไหวแหละครับ เป็นนักอื่นไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่” 

บารมีให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์สำนักหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ กับบทบาทนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน 

++
มิตรรุ่นน้อง
++
ไม่แปลกหรอก ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า และชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล จะเดินทางไปให้กำลังใจ บารมี ชัยรัตน์ ที่ สน.สำราญราษฎร์  

เนื่องจากสมัยที่ “ธนาธร” และ “ชัยธวัช” เป็นนักศึกษา และนักกิจกรรมในสนามสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) ได้ลงไปคลุกคลีกับชาวสมัชชาคนจน ที่เขื่อนปากมูล และเขื่อนสิรินธร 

ย้อนไปปี 2558 บารมีกับธนาธร ก็ต้องมาอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาว่า พวกเขาให้การสนับสนุน “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” ทำกิจกรรมต่อต้าน คสช. 

อันเนื่องมาจาก รังสิมันต์ โรม และไผ่ ดาวดิน พร้อมพวกรวม 14 คน ทำกิจกรรมต้านรัฐประหาร และได้เข้าพักที่สวนเงินมีมา ฝั่งธนบุรี  

ตอนนั้น บารมีในฐานะคนดูแลสวนเงินมีมา ได้ปฏิเสธทุกข้อหาและชี้แจงว่า สวนเงินมีมาเป็นสถานที่เปิดที่ให้บุคคลภายนอกเข้าไปเช่าพักได้อยู่แล้ว การที่นักศึกษาติดต่อขอเข้าพักจึงเป็นไปตามการให้บริการปกติของสวนเงินมีมา 

กรณีขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ปี 2558 ธนาธรก็เจอฝ่ายกฎหมาย คสช. แจ้งความดำเนินคดีฐานยุยงปลุกปั่นฯ และให้ที่พักพิงผู้ต้องหารายอื่น 

ในวันที่ รังสิมันต์ โรม กับพวก ได้ชุมนุมปิดล้อม สน.ปทุมวัน หลังเลิกการชุมนุม ทางตำรวจออกติดตามตัว”โรม” ปรากฏว่าเขาได้วิ่งหลบหนีและมีรถตู้มารับไป ต่อมา ตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของธนาธร  

วันนี้ บารมียังทำงานเป็นที่ปรึกษาสมัชชาคนจน และขึ้นปราศรัยช่วยเด็กๆ จึงถูกออกหมายจับ  

ธนาธรในฐานะแกนนำคณะก้าวหน้า ก็ถูกฝ่ายความมั่นคงจับตามองอย่างใกล้ชิด กรณีม็อบคณะประชาชนปลดแอก

‘เพนกวิน’ไม่ทน นัดชุมนุมใหญ่ พังเพดาน-เสาค้ำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘เพนกวิน’ไม่ทน นัดชุมนุมใหญ่ พังเพดาน-เสาค้ำ

 'เพนกวิน'ไม่ทน นัดชุมนุมใหญ่ พังเพดาน-เสาค้ำ19 สิงหาคม 2563 – 18:01 น.

มาแล้วชุมนุมใหญ่ กลุ่มเพนกวิน ย้ำข้อเสนอ “ทะลุเพดาน” ต้องทำ ได้ ไม่เอาแค่ความฝัน

++
สืบเนื่องกรณีเหตุการณ์การชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ในวันที่ 10 ส.ค.2563 ที่ลานพญานาค มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีรายงานข่าวว่าทางกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (บก.ภ.จว.ปทุมธานี) รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดธัญบุรี ออกหมายจับ 6 คน ประกอบด้วย 1.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล 2.ภาณุพงศ์ จาดนอก 3.อานนท์ นำภา 4.ณัฐชนน ไพโรจน์ 5.ธนวัฒน์ จันผลึก หรือ MCลูกมาร์ค และ 6.สิทธิ์นนท์ ทรงศิริ หรือ MCไฟช้อน 

พลันที่มีกระแสข่าวนี้เผยแพร่ออกไป ในแฟนเพจ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration ได้แจ้งข่าวว่า จะจัดการชุมนุมครั้งใหญ่ วันเสาร์ที่ 19 ก.ย.2563 ที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ 

 'เพนกวิน'ไม่ทน นัดชุมนุมใหญ่ พังเพดาน-เสาค้ำ


    ที่น่าสนใจ กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” (United Front of Thammasat and Demonstration)
 

 'เพนกวิน'ไม่ทน นัดชุมนุมใหญ่ พังเพดาน-เสาค้ำ

++
ไม่แตกแยก
++
    หลังการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 16 ส.ค.2563 ทำให้เกิดความแตกต่าง ระหว่าง “แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” กับ”คณะประชาชนปลดแอก”
    เนื่องจากธรรมศาสตร์และการชุมนุม เสนอ 10 ข้อ ปฏิรูปสถาบันฯ แต่คณะประชาชนปลดแอก เสนอข้อเรียกร้อง “3 ข้อ 2 จุดยืน และ 1 ความฝัน” แต่พวกเขาไม่ได้แตกแยกกัน เพียงยุทธวิธีการต่อสู้ “ต่างกัน” 
    เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2563 “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้โพสต์ข้อความว่า “..เราทำลายเพดานไปแล้ว และไม่ว่าคุณจะเอาอะไรมาปิดมาครอบ มันจะพังและจะพังยิ่งกว่าเดิม เพราะประชาชนจะลุกขึ้นมาทำลายทุกเสาที่ค้ำยันคุณ”
    

 'เพนกวิน'ไม่ทน นัดชุมนุมใหญ่ พังเพดาน-เสาค้ำ

สำหรับประเด็นข่าวทางการเตรียมจับ 6 นักปราศรัยในกิจกรรมธรรมศาสตร์จะไม่ทน “เพนกวิน” โพสต์เฟซบุ๊คว่า “เพื่อนผม 6 คนที่จัดงาน #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ถูกออกหมายจับข้อหายุยงปลุกปั่น (มาตรา 116) มันจะอะไรหนักหนากับแค่ปราศรัยในมหาวิทยาลัย ในเมื่อกิจกรรมเราก็ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนวุ่นวายอะไร..”
    จากการชุมนุมของคณะประชาชนปลดแอก ทำให้ “เพนกวิน” ถูกแยกให้ร่วมกับแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เพราะเพนกวิน ยืนยัน 10 ข้อเสนอ ปฏิรูปสถาบันฯ 
    ดังนั้น การชุมนุมใหญ่ 19 ก.ย.2563 จะมี “เพนกวิน” และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล พร้อมมิตรสหายจากพรรคโดมปฏิวัติเป็นแกนนำ

‘ธงชัย’โบขาว’ฟิวส์’ สามนิ้ว รุ่นปู่สู่รุ่นหลาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ธงชัย’โบขาว’ฟิวส์’ สามนิ้ว รุ่นปู่สู่รุ่นหลาน

'ธงชัย'โบขาว'ฟิวส์' สามนิ้ว รุ่นปู่สู่รุ่นหลาน19 สิงหาคม 2563 – 17:15 น.

จากรุ่นสู่รุ่น ขบวนการ “ขบถการศึกษาไทย” จากยุวชนสยาม ถึงภาคีนักเรียนฯ วันนี้ ชูสามนิ้วทั้งแผ่นดิน

++
    ในโซเชียลคนเดือนตุลา มีการแชร์ภาพ ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล นักประวัติศาสตร์ และอดีตอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน ที่ชวนคนไทยผูกโบขาว สนับสนุนและให้กำลังใจเด็กนักเรียน


    เกือบ 50 ปีแล้ว ที่มีการเคลื่อนไหวปฏิวัติการศึกษาไทย โดยกลุ่มยุวชนสยาม ก่อนจะยกระดับเป็น “ศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย” (ศนร.) เมื่อปี 2516

'ธงชัย'โบขาว'ฟิวส์' สามนิ้ว รุ่นปู่สู่รุ่นหลาน

                           ธงชัย อดีตยุวชนสยาม 


    หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516 ธงชัย วินิจจะกูล นักเรียนสวนกุหลาบ ได้รับเลือกเป็นเลขาธิการศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย และวรรณี นิยมไทย เป็นรองเลขาธิการฯ   
    บทบาทของศูนย์กลางนักเรียนฯ ในช่วงนี้ จะเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เคียงข้างศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.)
    ตัดภาพมาใน พ.ศ.นี้ ปรากฏชื่อ “ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย” พร้อมกับกิจกรรมชู 3 นิ้ว และผูกโบขาว ในโรงเรียนมัธยมทั่วประเทศ

'ธงชัย'โบขาว'ฟิวส์' สามนิ้ว รุ่นปู่สู่รุ่นหลาน

++
เด็กสุพรรณจะไม่ทน
++
    ช่วงแฟลชม็อบ ภาค 2 มีกิจกรรมแสดงออกทางการเมือง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
    วันที่ 29 ก.ค.2563 ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ชื่อว่า “สุพรรณจะไม่ทน”  เปิดเวทีแสดงจุดยืนทางการเมือง บริเวณถนนสาย 340 สุพรรณบุรี-ชัยนาท มี พริษฐ์ ชิวารักษ์ และภาณุพงษ์ จาดนอก ได้รับเชิญมาปราศรัยด้วย
    แกนนำกลุ่มสุพรรณจะไม่ทน คือ “ฟิวส์” พีรพล ระเวกโสม นักเรียนมัธยม โรงเรียนดังของเมืองสุพรรณฯ
    

วันที่ 1 ส.ค.2563 “ฟิวส์” ได้ใช้เฟซบุ๊คส่วนตัว แถลงข่าวการตั้งภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย 

    “ผมชื่อ ฟิวส์ นายพีรพล ระเวกโสม ผู้ก่อตั้งและประธานภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย รุ่นที่ 1 ครับ ความมุ่งมั่นและความตั้งใจของกระผมคือ การทวงคืนผลประโยชน์ของนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน รวมไปถึงการต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ และสนับสนุนประชาธิปไตย”

'ธงชัย'โบขาว'ฟิวส์' สามนิ้ว รุ่นปู่สู่รุ่นหลาน

                       ฟิวส์


    ฟิวส์ได้อาศัยเครือข่ายสื่อออนไลน์ ประกาศจัดตั้งภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อเป็นกระบอกเสียงปัญหาของนักเรียนในโรงเรียน รวมถึงประชาชนในสังคม และปัญหาสำคัญที่ทำเกิดภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทยขึ้น คือ การคุกคามและการละเมิดสิทธิของประชาชนจากภาครัฐ 

'ธงชัย'โบขาว'ฟิวส์' สามนิ้ว รุ่นปู่สู่รุ่นหลาน

 เบื้องต้น “ฟิวส์” พีรพล ระเวกโสม เป็นประธานและโฆษกภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย และ “ฝัน” สิรวิชญ์ ศิริพันธ์ เป็นฝ่ายวิชาการภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย

เปิดหน้า “นักเรียนเลว” ยุวชนสยาม Gen Z #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดหน้า “นักเรียนเลว” ยุวชนสยาม Gen Z

เปิดหน้า "นักเรียนเลว" ยุวชนสยาม Gen Z19 สิงหาคม 2563 – 11:10 น.

เปิดหน้า “นักเรียนเลว” ยุวชนสยาม Gen Z “นักเรียนเลว”คือใคร เส้นทาง “ขบถการศึกษา” จากยุวชนสยาม ถึงกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เย็นวันพุธที่ 19 ส.ค.2563 กลุ่ม “นักเรียนเลว” มีนัดหมาย #หลังเลิกเรียนไปกระทรวง เพื่อทำ 4 กิจกรรมคือ ชู 3 นิ้วร้องเพลงชาติ ,ผูกโบว์ขาวให้กระทรวง ,ระบายความรู้สึกผ่านโพสต์อิทบนกำแพงกระทรวง และเป่านกหวีดไล่ รมว.ศึกษาธิการ 

เอ่ยชื่อ “กลุ่มนักเรียนเลว” ทำให้นึกถึง “กลุ่มยุวชนสยาม” เป็นกลุ่มนักเรียนหัวก้าวหน้า ที่เกิดจากการรวมตัวของนักกิจกรรมจากโรงเรียนต่าง ๆ เมื่อปี 2515 ซึ่งกลุ่มยุวชน ได้เสนอแนวคิดปฏิวัติการศึกษาไทย 

อ่านข่าว…   นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน

เปิดหน้า "นักเรียนเลว" ยุวชนสยาม Gen Z

กลุ่มนักเรียนเลว บุกกระทรวงศึกษาฯ เรื่องทรงผม

กลุ่มยุวชนสยาม เป็น “เด็กขบถ” ยุค Baby Boomer หรือ Gen B เติบโตในโลกสงครามเย็น ส่วนนักเรียนเลวนั้น เกิดในยุค Gen-Z โลกดิจิตอล
++
ฉันคือนักเรียนเลว
++
กลุ่มนักเรียนเลว ได้เคลื่อนไหวทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์มานานหลายเดือนแล้ว แต่ที่เป็นข่าวในเวลานี้ เพราะพวกเขามีนัดหมายไปแสดงพลังเป่านกหวีดไล่ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีศึกษาธิการ 

ก่อนหน้านี้ กลุ่มเด็กมัธยมที่เรียกตัวเองว่า “นักเรียนเลว” ได้ทำกิจกรรมหลายอย่างอาทิ ตัดผมประท้วงกฎทรงนักเรียน ,จัดขบวนไพรด์เดินเท้าเรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ และร่วมทำกิจกรรมวิ่งแฮมทาโร่ 

วันที่ 29 มิ.ย.2563 กลุ่มนักเรียนเลว นำโดย เบญจมาภรณ์ นิวาส และ ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ ได้จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ในแคมเปญ #เลิกบังคับหรือจับตัด เพื่อรณรงค์คัดค้านการบังคับตัดผมนักเรียน ที่กระทรวงศึกษาธิการ 

นี่คือกิจกรรมเปิดตัวกลุ่มนักเรียนเลว หลังพวกเขาได้หารือกันในร้านกาแฟแห่งหนึ่งว่า ควรจัดตั้งกลุ่มมาเคลื่อนไหวเรื่องการบังคับตัดผม

เปิดหน้า "นักเรียนเลว" ยุวชนสยาม Gen Z

ขบวนนักเรียนเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิเสรีภาพทางเพศ

วันที่ 16 ส.ค.2563 กลุ่มนักเรียนเลว อย่าง ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ ,เบญจมาภรณ์ นิวาส และภานุพงศ์ สุวรรณหงส์ ขึ้นปราศรัยบนเวทีคณะประชาชนปลดแอก อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย 

++
ใครคือนักเรียนเลว
++
กลุ่มนักเรียนเลว มาจากไหน? อันที่จริง พวกเขาไม่ได้ปิดบังอำพรางตัวตนอะไรเลย  

วันที่ 30 ก.ย.2562 ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ เลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท พร้อมกลุ่มนักเรียน 7 คน เข้ายื่นหนังสือ ถึงกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนฯ เพื่อขอให้พิจารณา และทบทวนมาตรฐาน ในการลงโทษเด็กนักเรียนด้วยวิธีที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีกฎระเบียบการไว้ทรงผม 

สรุปว่า นักเรียนเลว ก็เป็นองค์กรเฉพาะกิจของกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไทนั่นเอง 

ปลายปี 2556 มีกลุ่มนักเรียนมัธยม 50 คน ที่ต้องการปฏิวัติการศึกษาไทย รวมตัวจัดตั้ง “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” โดยสมาชิกกลุ่มก่อการที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ,”เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ ณัฐนันท์ วรินทรเวช  

กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท คือกลุ่มนักเรียนที่มุ่งเน้นผลักดันให้เกิดระบบการศึกษาที่ให้เสรีภาพและเคารพสิทธิมนุษยชนของนักเรียน กลุ่มนักเรียนดังกล่าว เคลื่อนไหวจากรุ่นสู่รุ่น 

วันนี้ กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท โดยการนำของ ภาณุพงศ์ สุวรรณหงษ์, ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ และ เบญจมาภรณ์ นิวาส ได้นำนักเรียนชั้นมัธยม ยกระดับการเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิมนุษยชน #บนหัวกู สู่ประเด็นการเมืองเต็มตัว

เปิดหน้า "นักเรียนเลว" ยุวชนสยาม Gen Z

นักเรียนเลวบุกกระทรวงศึกษาฯ 19 ส.ค.นี้

ในอดีตก็เป็นเช่นนี้ ยุวชนสยาม ได้พัฒนาเป็นศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย เข้าร่วมการเรียกร้องรัฐธรรมนูญ 14 ต.ค.2516 และปิดฉากยุวชนสยาม หลังการล้อมปราบนักศึกษา 6 ต.ค.2519  

ได้แต่ภาวนาว่า ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอย นักเรียนเลวคงไม่ปิดฉากแบบยุวชนสยาม

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง18 สิงหาคม 2563 – 17:11 น.

เพื่อไทยใจไม่ถึง พลาดท่าก้าวไกล ชิงแต้มแก้รัฐธรรมนูญ “พิธา” เอาใจม็อบปลดแอก แตะหมวดสถาบันฯ

++
    มีความชัดเจนแล้ว กรณีพรรคก้าวไกล ไม่ร่วมลงชื่อร่วมกับพรรคฝ่ายค้าน ในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. เพราะต้องการสานต่อข้อเสนอจากเวทีม็อบประชาชนปลดแอก และธรรมศาสตร์และการชุมนุม
    แกนนำพรรคก้าวไกล ระบุชัดว่า ญัตติของพรรคเพื่อไทย และพรรคฝ่ายค้านอีก 3 พรรค ไม่มีการแก้ไขในหมวด 1 ว่าด้วยประเทศไทย และ หมวด 2 พระมหากษัตริย์ พรรคก้าวไกลจึงถอนตัวจากร่วมลงชื่อนาทีสุดท้าย

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง

                          พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่มีพรรคก้าวไกล

++
ต้องฟังม็อบ
++
    หลังเกิดปฏิกิริยาต่อ 10   ข้อเสนอของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ประสานเสียงกันว่า สังคมไทยต้องมีพื้นที่เปิดกว้างให้กับบุคคลที่มีวุฒิภาวะ และต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความเห็นอย่างเปิดกว้าง ต่อเรื่องสถาบันเบื้องสูง
    ดูเหมือนพรรคก้าวไกล ก็เห็นดีเห็นงามกับ “ธนาธร-ปิยบุตร” ดังถ้อยแถลงของ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล 
    “ผมต้องย้ำดังๆ อีกครั้งว่า 10 ข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ของนักศึกษาประชาชนที่ออกมาชุมนุมนั้นไม่เท่ากับการก้าวล่วง-จาบจ้วง-ล่วงละเมิดสถาบันฯ เสมอไป และเราในฐานะพรรคก้าวไกล จะยืนยันว่าข้อเสนอแบบนี้ต้องสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนกันได้ในสังคมประชาธิปไตยที่มีเหตุผล มีวุฒิภาวะ และมีสติ”
    ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ควรนำมาพิจารณาก่อนคือข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ 2 จุดยืน กับ 1 ความฝัน ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่ประชาชนเห็นตรงกัน 
    แต่ข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ก็มีบางข้อที่ควรค่าแก่การพิจารณา ดังนั้น จำเป็นต้องมีพื้นที่ปลอดภัยให้มีข้อถกเถียงกัน มีกระบวนการรับฟังที่เป็นระบบ และจำเป็นต้องรับฟังความเห็นที่หลากหลาย โดยมองว่าในข้อเรียกร้อง 10 ข้อ มีบางประเด็นที่ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมว่าต้องการสื่อสารอะไร แต่ในภาพรวมไม่กระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ก้าวไกล ก้าวหน้า พาม็อบสุ่มเสี่ยง

                                ท่าทีชัดเจนของพิธา

++
ชิงแต้มกันเอง
++
    การที่พรรคเพื่อไทย ชิงเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้มีการตั้ง สสร. ก็เพื่อแสดงความจริงใจให้กลุ่มเยาวชน นักเรียน และนักศึกษา ได้ประจักษ์ และพยายามดึงเสียงสนับสนุนจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ พูดง่ายๆ ขอแชร์ฐานเสียงพรรคก้าวไกล
    ด้านพรรคก้าวไกล ไม่รีรอที่จะรักษาฐานเสียงของตัวเอง โดยระมัดระวังการนำเสนอต่อสังคม ด้วยภาษาวิชาการ แต่เนื้อแท้ก็คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวดพระมหากษัตริย์ 
    10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯของธรรมศาสตร์และการชุมนุม และหนึ่งความฝันของคณะประชาชนปลดแอก ก็คือเรื่องเดียวกัน และเป็นวาระสำคัญของพรรคก้าวไกล 
    ฉะนั้น นักการข่าวผู้เจนเวทีม็อบ จึงประเมินว่า สาเหตุที่ม็อบปลดแอก ห้าวเกินเพดาน เพราะมีกองหนุนชั้นดีนั่นเอง 

แก้ไข ม.256 เกม’ สะเดาะกุญแจที่ปิดตาย’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แก้ไข ม.256 เกม’ สะเดาะกุญแจที่ปิดตาย’

แก้ไข ม.256 เกม' สะเดาะกุญแจที่ปิดตาย'18 สิงหาคม 2563 – 16:41 น.

6 พรรคร่วมฝ่ายค้านและ”กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก” เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้องการแก้ไข ม. 256 ที่เป็นเช่นนั้นเพราะ ม. 256 เป็น”ขวากหนาม”ที่ทำให้ข้อเรียกร้องต่างๆมิอาจสำเร็จได้ หากทลาย ม. 256 ลงได้ อะไรๆก็จะง่ายขึ้นจริงหรือไม่

ม็อบจุดติดแล้ว..เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม 2563 ผู้คนจำนวนมากไปร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตามคำชักชวนของ”กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก”

 ทั้งนี้ “คณะประชาชนปลดแอก” ได้ออกแถลงการณ์ ข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน ที่ออกมาใช้สิทธิเสรีภาพตามหลักประชาธิปไตย  2.รัฐบาลต้องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากเจตจำนงของประชาชน เพื่อประโยชน์แก่สาธารณชนอย่างแท้จริง และ 3.รัฐบาลต้องยุบสภา เพื่อเป็นการเปิดทางให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงในการเลือกผู้แทนได้

รวมถึงย้ำจุดยืน 2 ข้อ คือ 1.ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร และ2.ต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ

ขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวจากทางฝ่ายค้าน โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และตัวแทน 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะตรวจสอบแล้วมีข้อบกพร่องจำนวนมาก 

ส่วนสาระสำคัญของญัตติ คือ ขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. มาดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญร่วมกับประชาชน ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับ “กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก ” ที่ต้องการให้รัฐสภาแก้ไข รธน.ม.256 เพื่อให้จัดตั้ง สสร. และร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน เพื่อประชาชน

ส่วนข้อเรียกร้องรวมทั้งจุดยืนข้ออื่นๆ ของ”กลุ่มคณะประชาชนปลดแอก” เช่น รัฐบาลต้องหยุดคุกคามประชาชน ,ต้องไม่มีการทำรัฐประหาร และต้องไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นั้น หากมีการกระทำหรือคิดจะกระทำ  ก็หยุดทำ หยุดคิด ก็เท่านั้น ไม่มีอะไรมาก 

สำหรับข้อเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งนั้น ถือว่าข้อเรียกร้องข้อนี้ตอนนี้ยังเร็วเกินไป เพราะตามขั้นตอนควรจะรอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน เพราะขืนเลือกตั้งตามกติกาเดิม ผลก็จะออกมาเหมือนเดิม

ดังนั้น “โฟกัส” ตอนนี้จึงมาอยู่ที่การเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 โดยเริ่มจากมาตรา 256 

 ทำไมต้องเริ่มที่มาตรา 256 ก่อน ก็เพราะว่า มาตรา 256 เป็นด่านแรก และเป็นด่านหินสุด ที่ต้องฝ่าไปให้ได้ มาตรา 256 เป็นเรื่องว่าด้วยเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีการวางเงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้มากมายจนแทบจะมองไม่เห็นหนทางที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ 
ดังนั้นหาก “สะเดาะกุญแจที่ปิดตาย” ได้สำเร็จคือเปลี่ยนเงื่อนไขในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ให้ง่ายขึ้นได้ ก็จะสามารถแก้ไขเนื้อหาในรัฐธรรมนญ ในประเด็นต่างๆที่อยู่ตามมาตราต่างๆตามที่ต้องการได้สบายขึ้น ไม่ว่า จะเป็นการไม่ให้ ส.ว. ร่วมเลือกนายกฯ หรือ เรื่องอื่นๆ หรือแม้กระทั่งเรื่องที่ฝันเอาไว้ 

คราวนี้มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรา 256 กันหน่อย …ปัญหาเริ่มที่การลงมติในวาระที่สามที่มีความพิศดารยิ่ง นอกจากจะต้องมีเสียงสนับสนุนมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาแล้ว ยังมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า ในจำนวนเสียงสนับสนุน “มีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา” จึงจะแก้ไขรัฐธรรมได้ 

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ต้องมีเสียงสมาชิกวุฒิสภา( ส.ว.)จำนวน  84  คนขึ้นไปสนับสนุนจึงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้  ซึ่งที่ผ่านมาหากดูจากการลงคะแนนของ ส.ว.จะเป็นไปในทิศทางเดียวกันตลอดหาเสียงที่แตกออกมาได้ยาก  ดังนั้นการที่จะหาเสียงสนับสนุนในเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 60 จาก ส.ว. ถึง 84 เสียง จึงเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
และต่อให้ผ่านวาระ 3 ไปได้ ก็ยังไม่พอ เนื่องจากมาตรา 256 นี่เอง กำหนดว่าหากเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับ “วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”  ก่อนนำร่างฯขึ้นทูลเกล้า ก็ต้องนำไปทำ”ประชามติ”
ถามประชาชนก่อนว่าเห็นด้วยกับการเปลี่ยนเงื่อนไขแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นอย่างอื่นหรือไม่ เช่น ใช้เสียงข้างมากของรัฐสภาเหมือนเมื่อก่อนก็แก้ไขรัฐธรรมนูญได้แล้ว ไม่ต้องไปกำหนดว่าต้องมีเสียง ส.ว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว. เท่าที่มีอยู่เห็นชอบด้วย เป็นต้น  และผลการทำประชามติดังกล่าวต้องได้เสียงข้างมากให้แก้ไขได้   

นอกจากนี้ยังมีอีกด่านหนึ่ง คือ มาตรา 256 ยังเปิดช่องว่า ก่อนนำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้า ให้ ส.ส.หรือ ส.ว. หรือ ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มีสิทธิ์เข้าชื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวชอบหรือไม่ด้วย 

จึงมีการหวั่นเกรงกันมากว่า  ถ้าลดเงื่อนไขแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256   มาตรา 256 จะเปิดประตูกว้างเกินไป ก็จะแก้ไขรัฐธรมนูญกันตามใจชอบตามที่ต้องการ ทั้งที่บางเรื่องก็ไม่ควรแก้ไขหรือไม่เป็นการสมควร ไม่เหมาะสม แก้ไขให้เป็นเช่นนั้น  
แต่บางฝ่ายก็แย้งว่านี่เป็นการกลัวเกินกว่าเหตุหรือไม่ เพราะสถิติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแต่ละฉบับ โดยอาศัยเสียงข้างมากของรัฐสภาแบบเมื่อก่อน ตกเฉลี่ยฉบับละประมาณ 1-2 ครั้งเท่านั้น  มิใช่เป็นการแก้ไขพร่ำเพรื่อและทุกครั้งที่แก้ไขก็เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้นเท่านั้น

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ ‘จอน’ นวชีวิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ ‘จอน’ นวชีวิน

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ 'จอน' นวชีวิน18 สิงหาคม 2563 – 14:58 น.

โตแล้วแตก ธรรมชาติม็อบการเมือง วันนี้ “จอน-แนวร่วมนวชีวิน” ขอปลดแอกจาก “รุ่นพี่” ที่รับเงินต่างชาติ คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ โดย … ขุนน้ำหมึก

++
    ท่ามกลางการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าจะยุค 14 ตุลา หรือยุคพฤษภาคม 2535 ย่อมมีความขัดแย้งทางความคิดในขบวนการนักศึกษา เช่นเห็นต่างกันในทางยุทธวิธี ,ท่วงทำนองท่าทีในการนำรวมหมู่ และลักษณะวีรชนเอกชนของแกนนำ
    ขบวนการนักเรียน-นักศึกษายุคดิจิตอล ยิ่งมีความหลากหลายในทางความคิด และหละหลวมในทางจัดตั้ง 
    การประกาศถอนตัวออกจากขบวนการประชาชนปลดแอกของ “จอน” ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมนวชีวิน (New Life Network) เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
    แกนนำแนวร่วมนวชีวิน ได้ประกาศอดข้าวประท้วงรัฐบาลประยุทธ์ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 ก.ค.2563 และกลุ่มนี้ยังจัดกิจกรรมวิ่งร้องเพลงแฮมทาโร่ จนตกเป็นข่าวเกรียวกราวมาแล้ว

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ 'จอน' นวชีวิน

                         จอน ในวันแรกๆ ที่เริ่มอดอาหาร เปิดตัวแนวร่วมชีวิน

++
แฉรุ่นพี่ผู้กดขี่
++
    สื่อออนไลน์หลายสำนัก เผยแพร่ข้อความจากเฟซบุ๊ก Pumiwat Rangkasiwit โดย “จอน” ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ โพสต์ ข้อความว่า 
    “ผมจะไม่มีวันสู้เพื่อประชาธิปไตยอีกต่อไปแล้ว จะสู้แบบไหน ก็สู้แค่เพื่อให้ได้ผู้กดขี่คนใหม่ และทิ้งคนอื่นๆ ไว้ข้างหลัง หักความฝันของคนที่ถูกทิ้งไว้กลางทาง”

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ 'จอน' นวชีวิน

                             การประกาศถอนตัวออกจากคณะประชาชนปลดแอก 

    ปลายปี 2556 มีกลุ่มนักเรียนมัธยม 50 คน ที่ต้องการปฏิวัติการศึกษาไทย รวมตัวจัดตั้ง “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” โดยสมาชิกกลุ่มก่อการที่มีชื่อเสียง ประกอบด้วย เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ,”เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ ณัฐนันท์ วรินทรเวช 
    ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ ก็ได้เข้าร่วมกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เวลานั้น เขาเรียนอยู่ชั้น ม.3 ร.ร.เก้าเลี้ยววิทยา อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์  
    22 พ.ค.2558 ภูมิวัฒน์ เรียนอยู่ชั้น ม.5 ได้เข้าร่วมกับรุ่นพี่นักศึกษาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ในวาระครบ 1 ปี การทำรัฐประหาร ที่หน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน 
    จอน-ภูมิวัฒน์ เป็น 1 ใน 38 คน ที่ถูกตำรวจสลายการชุมนุม และจับกุมตัวไปโรงพัก พร้อมเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เพื่อนนักเรียนร่วมอุดมการณ์
    หลังจากนั้น “จอน” ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมต้านเผด็จการ คสช.กับรุ่นพี่ทั้งหลาย จึงสะท้อนว่า “ผมเป็นมดงานพวกพี่มากี่ปี เป็นหนึ่งในคนที่พวกพี่บีบเค้นแรงงาน ให้เป็นบันได ให้เป็นที่เหยียบย่ำจนสามารถไปรับเงินสถานทูต นั่งรับเงินเดือนในตำแหน่งสำคัญๆ รับงานจาก NGO ต่างประเทศ เคลื่อนไหวตามการล็อบบี้ หรือตกเศษเงินให้น้องๆ หน้าใหม่ แต่ตัวเองหักไว้กินเอง 90%”

โตแล้วแตก ปลดแอกรุ่นพี่ 'จอน' นวชีวิน

                           แนวร่วมนวชีวิน

++
นักสู้ชาวพุทธ
++
    “จอน” ยอมรับว่า ช่วงฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งปี 2561-2562 ตัวเขาเองเคยไปทำงานกับพรรคการเมืองปีกตรงกันข้ามกับฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อปากท้อง
    เนื่องจากเป็นนักเรียนบ้านนอก และศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาต่างจังหวัด จอนจึงถูกให้ค่าจากรุ่นพี่และเพื่อนในเมืองแค่ “มดงาน” ไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็นมากนัก
    “ถ้าผมจะตาสว่างจากอะไร ผมก็คงตาสว่างจากเหล่าผู้กดขี่ ทั้งผู้กดขี่ต่อประชาชน และผู้กดขี่ที่เป็นวีรชนเอกชน ที่เหยียบหลังผู้อื่นไปบนเส้นทางประชาธิปไตย”
    

    อย่างไรก็ตาม จอนยังต่อสู้ในนามนักเคลื่อนไหวอิสระต่อไป ดังที่เขาเขียนผ่านเฟซบุ๊คว่า 
    “การต่อสู้ของผมต่อจะยังดำเนินไปจนกว่าเราจะมีสังคมที่ไร้ซึ่งความเหลื่อมล้ำ ทางโอกาส ทางอำนาจ ทางสังคม ทางการศึกษา แม้แต่ในทางที่เหลื่อมล้ำในระดับการมีส่วนร่วมกับกระบวนการทางประชาธิปไตยทุกรูปแบบ”
     เขาไม่ใช่ฝ่ายประชาธิปไตย “นับตั้งแต่วันแรกที่ผมกลับมายืนบนสนามนี้ ผมเลิกเรียกตัวเองว่าแบบนั้นไปแล้ว ผมนับว่าตัวเองเป็นชาวพุทธ”

นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน

นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน17 สิงหาคม 2563 – 17:50 น.

เปิดตัว “ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย” ปลุกนักเรียนทั่วไทย ชู 3 นิ้ว ไม่เอาเผด็จการ ตามรอยศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย ยุค 14 ตุลา

กระแสเรียกร้องประชาธิปไตยลามไหลเข้าสู่โรงเรียนมัธยมศึกษา เมื่อ “ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย” เปิดแคมเปญ เชิญชวนนักเรียน ร่วมแสดงสัญลักษณ์ว่า “เราไม่เอาเผด็จการ” พร้อมชู 3 นิ้ว ร้องเพลงชาติ ขณะที่หลายโรงเรียน มีการทำกิจกรรมผูกโบว์สีขาวด้วย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สุดกร่าง ส.ส.พรรคก้าวไกล หนุนเด็กชู 3 นิ้ว ขู่ ผอ.โรงเรียน

 กิจกรรมแสดงสัญลักษณ์ไม่เอาเผด็จการของนักเรียน ได้ถูกครูผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าคุกคาม ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย จึงโพสต์ข้อความขอให้ร่วมประณามการกระทำของโรงเรียนที่กระทำการลงโทษนักเรียนที่ทำกิจกรรมผูกโบว์สีขาว และ ชู 3 นิ้วขณะร้องเพลงชาติ

++

ภนท.คืออะไร?

++

 ภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย (Associate of students in Thailand) มีชื่อย่อว่า “ภนท.” ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขระบบการศึกษาในปัจจุบันให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตในยุคสมัยใหม่

 สัญลักษณ์ของภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทยคือ ดาว 3 ดวง มีความหมายว่า ดวงที่ 1 หมายถึงสิทธิเสรีภาพ ดวงที่ 2 หมายถึง ประชาธิปไตย (ดวงใหญ่) และดวงที่ 3 หมายถึง ความมั่นคงและตั้งมั่น

 วัตถุประสงค์ของภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทยคือ เพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับของนักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชน, เพื่อปฏิรูปการศึกษาที่ล้าสมัย และเพื่อเป็นกระบอกเสียงสำหรับปัญหาของนักเรียนในโรงเรียน

 นักเรียนเหล่านี้เป็นกลุ่มคน GEN Z เป็นกลุ่มคนรุ่นถัดจากชาวมิลเลเนียน เติบโตมาในยุคดิจิทัล จึงเกิดการปะทะทางความคิดกับคนรุ่นเก่า

 กล่าวเฉพาะประเทศไทย นักเรียนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และไม่เอาเผด็จการ เป็นคนรุ่นที่เติบโตในยุคการปกครองของ คสช. และการสืบทอดอำนาจผ่านการเลือกตั้ง

++

อดีตแห่ง ศรท.

++

 เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ได้เกิดขบวนการนักเรียนกระโปรงบานขาสั้น เข้าร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเช่นกัน

 นั่นคือ “ศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย” (ศรท.) ก่อตั้งขึ้นในปี 2515 ได้เคลื่อนไหวต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น และการประท้วง ดร.ศักดิ์ ผาสุกนิรันดร์ กรณีลบชื่อนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง 9 คน ต่อจากนั้น ยังมีการเข้าร่วมกับกรณีการเรียกร้องรัฐธรรมนูญอันต่อเนื่องมาจนเกิดเหตุการณ์ 14 ต.ค.2516

นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน
นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน
นักเรียนปฏิวัติจากอดีต..สู่ปัจจุบัน

 ภายหลังเหตการณ์ 14 ตุลา ศรท. ทำหน้าที่ประสานงานองค์กรนักเรียนต่างๆ ร่วมไปกับการเข้าร่วมการเรียกร้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยกับ ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศรท.) และองค์กรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอื่นๆ จนในที่สุดต้องยุติบทบาทลงทั้งหมดจากเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค.251

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น17 สิงหาคม 2563 – 13:15 น.

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น กว่าครึ่งของม็อบปลดแอก คือคนเสื้อแดง ผู้ต้องการชำระบัญชีหนี้แค้น 90 ศพ พฤษภา 2553

++
แม้จะไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการของ นปช. ว่าจะเข้าร่วมการต่อสู้กับคณะประชาชนปลดแอก แต่โดยพฤตินัย “มวลชนคนเสื้อแดง” ได้เข้าร่วมการชุมนุมอย่างคึกคัก 

กว่าครึ่งหนึ่งของผู้มาร่วมชุมนุมบนถนนราชดำเนิน เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563 เป็นคณะประชาชนปลดแอก

อ่านข่าว…  “ธิดา”โต้หมู่บ้านแดงเล่าจากเรือนจำ

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น

ไก่ บิ๊กแมน คนเสื้อแดงในนามกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย

“ธิดา ถาวรเศรษฐ” อดีตประธาน นปช. ได้เขียนบทความเรื่อง “สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเยาวชน นิสิต นักศึกษา เป็นสถานการณ์ที่ก้าวหน้าของการต่อสู้ของประชาชนเพื่อระบอบประชาธิปไตย” สะท้อนชัดเจนว่า นปช.หนุนการต่อสู้ของคณะประชาชนปลดแอกเต็มที่ 

ธิดายังเสนอความเห็นว่า “ถ้าอำนาจรัฐจัดการปัญหาข้อเสนอของเยาวชนไม่ถูก ภาวะไม่ทนอีกต่อไปนี้ จะลุกลามขยายตัวแน่นอน”
++
แดงกองหนุนเด็ก
++
การชุมนุมใหญ่เมื่อวันอาทิตย์ สื่อหลายสำนักให้ความสนใจกับ “กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย” ที่ปักหลักชุมนุมหน้าสตรีวิทยา มาตั้งแต่เช้า เพื่อรอเวลาเข้าร่วมกับคณะประชาชนปลดแอก 

จริงๆ แล้ว กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย ได้จัดการชุมนุมไล่รัฐบาลประยุทธ์ มาแต่ปลายปีที่แล้ว ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นำโดย เอกภพ กตัญญู และ “ไก่ บิ๊กแมน” แนวร่วมคนเสื้อแดง  

กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย ก็เป็นคนเสื้อแดงที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มเส้นทางสีแดงของ ฟอร์ด เส้นทางสีแดง  

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น

ฟอร์ด เส้นทางสีแดง กองหนุนเด็ก

ช่วงเดือน มิ.ย.2563 กลุ่มเพนกวิน และเครือข่าย สนท. ออกเคลื่อนไหวกรณีตามหา “วันเฉลิม” บรรดาป้าๆลุงๆ คนเสื้อแดงเหล่านี้ก็ไปให้กำลังใจทุกสถานที่ 

รวมถึงงานรำลึก 24 มิ.ย. โดยกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจัดขึ้น เหล่าเอฟซีชินวัตรก็ไปร่วม พร้อมทำกิจกรรมกับเด็กๆ ด้วยความสนุกสนาน 

ความหวังของแดงสูงวัย จึงฝากไว้ที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก เพราะองค์กรของคนเสื้อแดงในปัจจุบัน ไร้การนำ และไร้พลังที่เข้มแข็งเหมือนในอดีต 

แดงปลดแอก ทวงบัญชีหนี้แค้น

ธิดา หนุนม็อบปลดแอกเต็มที่

++
เชิดชูคนเสื้อแดง
++
ในการชุมนุมใหญ่ของคณะประชาชนปลดแอก มีคนนำรูปพิราบขาวโบกสะบัด หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นสัญลักษณ์ว่า ประชาชนปลดแอกประกาศรวมพลังคนเสื้อแดง ทวงคืนประชาธิปไตย 

ช่วงทุ่มเศษ วงสามัญชน ขึ้นร้องเพลง โดยได้ร้องเพลงแรก “บทเพลงของสามัญชน” และได้กล่าวขอบคุณ พร้อมขอมอบเพลงนี้ให้คนเสื้อแดง ที่อดทนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมายาวนาน ประชาชนต่างปรบมือ ชู 3 นิ้ว แล้วเปิดแฟลชมือถือส่องสว่าง  

คาดว่า อีกไม่นาน องค์กร นปช.ปีกธิดา ถาวรเศรษฐ น่าจะออกแถลงการณ์เข้าร่วมชุมนุมกับม็อบปลดแอก

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน “อานนท์-เพนกวิน” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน “อานนท์-เพนกวิน”

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน "อานนท์-เพนกวิน"17 สิงหาคม 2563 – 11:03 น.

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน “อานนท์-เพนกวิน” การลุกขึ้นสู้ของขบวนการนักศึกษาครั้งใหม่ ไม่ใช่แค่ต้านเผด็จการทหาร หากแต่เป็นศึกอุดมการณ์ 2475  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การชุมนุมมวลชนต้านเผด็จการครั้งใหญ่ในรอบ 8 ปี บนถนนราชดำเนิน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นับเป็นบทเริ่มต้นของจุดเปลี่ยนการเมืองไทย จะก้าวไปข้างหน้าหรือถอยหลัง 

ลักษณะพิเศษของการชุมนุมภายใต้การนำของคณะประชาชนปลดแอก คือ ข้อเรียกร้องต่างๆ ล้วนแต่เป็นเรื่องเดิม เพิ่มเติมคือ 1 ความฝัน ซึ่งเป็นเรื่องของอุดมการณ์

อ่านข่าว…  “เพนกวิน” โชว์ป๋า  พลังบริสุทธิ์สุ่มเสี่ยง

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน "อานนท์-เพนกวิน"

ภาพของ “อานนท์ นำภา” นำทีมการประกาศ 3 ข้อเรียกร้อง 2 จุดยืน 1 ความฝัน บนเวที โดยไม่มี “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์  และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จากกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ไม่ใช่เรื่องแตกแยก แต่เป็นเรื่องยุทธวิธี 

พวกเขาจึงให้ 2 สหายจากพรรคโดมปฏิวัติ มาเดินโชว์ข้อเสนอ 10 ข้อเรื่องปฏิรูปสถาบันฯ แทน 
++
ใบหน้าคณะปลดแอก
++
คณะประชาชนปลดแอก พัฒนามาจากเยาวชนปลดแอก โดยมีแกนนำนักศึกษา 8 คน จาก 6 กลุ่มกิจกรรมการเมือง
1.กลุ่มเยาวชนปลดแอก นำโดย “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี
2.สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) โดย ”อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท. ในฐานะโฆษกของคณะประชาชนปลดแอก 
3.กลุ่มโดมปฏิวัติ ม.ธรรมศาสตร์ โดย ณัฐชนน ไพโรจน์ 
4.กลุ่มประชาลาด ม.เทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง โดยกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ
5.กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย ม.เทคโนโลยีมหานคร โดย ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ผู้จัดกิจกรรม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ ปกป้องประชาธิปไตย”
6.กลุ่มเสรีเทย พลัส นำโดยศุกรียา วรรณายุวัฒน์ และสิรภพ อัตโตหิ ผู้จัดกิจกรรม “ม็อบไม่มุ้งมิ้งแต่ตุ้งติ้งค่ะคุณคณะประชาชน
 แกนนำคณะประชาชนปลดแอก มีพี่เลี้ยงเป็นรุ่นพี่จากกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และทนายอานนท์ นำภา  

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน "อานนท์-เพนกวิน"

คณะประชาชนปลดแอก มีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1.หยุดคุกคามประชาชน 2.ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และ 3.ยุบสภา แต่จะต้องไม่ได้มาจากการรัฐประหารเกิดอีก หรือการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาล 

ส่วน 1 ความฝัน อันเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูงนั้น เป็นการเติมเข้ามาภายหลังเหตุการณ์ “ธรรมศาสตร์เอฟเฟกต์”  

++
แยกกันเดิน
++
“ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี เลขาธิการคณะประชาชนปลดแอก ย้ำว่า ให้เวลารัฐบาลถึงภายในเดือนกันยายน หาก ส.ว.250 คน ยังอยู่ในตำแหน่ง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะกลับมาทวงสัญญา และยกระดับการชุมนุม 

“ฟอร์ด”  ยังยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกับกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เนื่องจากการทำงานของคณะประชาชนปลดแอกแยกส่วนกับกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ซึ่งอาจมีความแตกต่างในข้อเรียกร้องบ้าง แต่มีจุดร่วมเดียวกัน  

ด้านเพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า เราไม่ได้สู้กันกับแค่คณะเผด็จการทหาร แต่เรากำลังสู้เพื่อแก้ปัญหาสถาบันฯ

ศึกอุดมการณ์ แยกกันเดิน "อานนท์-เพนกวิน"

“ผมไตร่ตรองมาดีแล้วว่า เราจะต้องสู้กันในเรื่องนี้ เพราะวลีที่ว่าให้มันจบที่รุ่นเรา ก็คงเป็นได้แค่ความฝัน” 

ลึกๆ แล้ว แกนนำคณะประชาชนปลดแอก อยากยกระดับข้อเรียกร้อง เหมือนกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม แต่คงมีผู้ใหญ่บางคน เตือนไว้ว่า “อย่าล้ำหน้ามวลชน” อาจเป็นเงื่อนไขให้เกิดฝ่ายต่อต้านขบวนการนักเรียน นิสิต นักศึกษา  

จึงเปลี่ยนจาก “10 ข้อเสนอ” มาเป็นแค่ “ 1 ความฝัน”