‘ศอปส.’โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ศอปส.’โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน

'ศอปส.'โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน16 สิงหาคม 2563 – 17:40 น.

อาชีวะป้องสถาบัน ไม่ใช่กระทิงแดง “ศอปส.” มาจากเวทีโค่นระบอบทักษิณ ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์

มาตามนัด “ศูนย์กลางประสานนักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันฯ” (ศอปส.) ได้นัดหมายผู้รักสถาบันฯ มาแสดงจุดยืนและร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของนักศึกษาและกลุ่มประชาชนปลดแอกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เริ่มแล้ว ปชช.ปกป้องสถาบันฯ ชุมนุมจับตา ม็อบปลดแอก หากจาบจ้วงพร้อมเอาผิด 

 ศอปส. มีกำเนิดมาจากเวที “กองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ” ที่สวนลุมพินี เมื่อเดือน ส.ค.2556

++

อาชีวะป้องสถาบันฯ

++

 ต้นปี 2556 อดีตผู้นำนักศึกษายุค 14 ตุลาคนหนึ่ง ได้ประกาศรวมพลศิษย์เก่าสถาบันอาชีวะชื่อดังหลายแห่ง และเปิดตัว “อดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษกระทิงแดง” ที่ห้องประชุม 14 ตุลา ถนนราชดำเนินกลาง

 ครั้งนั้น พวกเขาประกาศจะเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้งในนาม “แนวร่วมกอบกู้วิกฤติชาติ เพื่อปกป้องสถาบัน”

 ตอนหลัง ชื่อของกลุ่มนี้ก็หายไป หลังจากมีเสียงคัดค้านมาจากหลายฝ่าย

 ในการชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ กองทัพธรรม และกองทัพนิรนาม ปรากฏว่า มี “พลังอาชีวะ” ทั้งศิษย์เก่าและปัจจุบัน จะเข้ามาเป็นกองหนุนอันสำคัญ

เบื้องต้น “สุทิน ธราทิน” ผู้ประสานงานด้านมวลชนของกองทัพประชาชนฯ ได้นัดหมายให้ตัวแทนนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะ ที่เห็นด้วยกับแนวทางโค่นทุนสามานย์ให้มาประชุมที่สวนลุมพินี และได้มีตัวแทนนักเรียน-นักศึกษาอาชีวะหลายสถาบันขึ้นเวทีแสดงจุดยืนสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกองทัพประชาชนฯ อาทิเช่น “เราชาวคอแดง ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม” , “วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ อาชีวะ บางปู เพื่อชาติ เพื่อศาสนา เพื่อพระมหากษัตริย์” , “ร่วมปกป้องสถาบัน เรากรุงเทพช่างกล รักในหลวง” , “ชมรมศิษย์เก่าไทยวิจิตรศิลป์อาชีวะ ร่วมปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์” ฯลฯ

 แต่การชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ไม่สามารถเรียกมวลชนได้มากพอ จึงยุติการชุมนุม

++

การ์ด กปปส.

++

 หลังจากสุเทพ เทือกสุบรรณ นำทัพค้านกฎหมายนิรโทษกรรมฯ กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ได้ย้ายจากเวทีกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ไปเป็นการ์ด กปปส. จนจบภารกิจมวลมหาประชาชน

 “สุเมธ ตระกูลวุ้นหนู” หรือที่รู้กันในนาม “เม่น” อดีตหัวหน้ากลุ่มนักรบองค์ดำ ที่เป็นการ์ด กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ รับบทผู้ประสานงาน ศอปส.

 “ สุเมธ” บอกกับสื่อมวลชนว่า ศอปส. ตั้งขึ้นเพื่อให้สติเยาวชน ให้ตระหนักภัยคุกคามของชาติ โดยกลุ่ม ศอปส. จะใช้วิธีการต่อต้านโดยเปิดเผยชื่อบุคคลที่ชังชาติ และดำเนินการกับกลุ่มที่หมิ่นสถาบันอย่างถึงที่สุด

 สื่อหลายสำนัก พยายามเปรียบเทียบ “ศูนย์กลางประสานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชนปกป้องสถาบัน” (ศอปส.) เป็นกระทิงแดง ยุค 6 ตุลา 2519 แต่จริงๆแล้ว ศอปส.ไม่ใช่กระทิงแดง

 กระทิงแดงและนวพล เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็น ที่มีสหรัฐฯ เข้ามามีอิทธิพลเหนือการเมืองไทยในเวลานั้น

 สรุปว่า ศอปส. ที่เป็นผลิตผลการเคลื่อนไหวของขบวนการคนเสื้อเหลือง (ปี 2549-2551) และ กปปส. (2556-2557)

'ศอปส.'โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน
'ศอปส.'โค่นทักษิณสู่ปกป้องสถาบัน

เบื้องหน้า ม็อบปลดแอก รุ่นพี่อุ้มรุ่นน้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เบื้องหน้า ม็อบปลดแอก รุ่นพี่อุ้มรุ่นน้อง

เบื้องหน้า ม็อบปลดแอก รุ่นพี่อุ้มรุ่นน้อง16 สิงหาคม 2563 – 16:55 น.

ม็อบปลดแอก มิได้มีแค่ “เพนกวิน” เบื้องหน้าเวทีไฮด์ปาร์ก เต็มไปด้วย “รุ่นพี่” เจนเวที

เป็นไปตามคาด การชุมนุมใหญ่ของ “คณะประชาชนปลดแอก” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ได้มีผู้ร่วมชุมนุมมากมาย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  หลังม่านม็อบ ‘กลุ่มเพื่อนโรม’เพียบ ลับลวงพราง

 แกนนำคณะประชาชนปลดแอก ที่เปิดหน้าเปิดตากันมาแล้วคือ “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี, “อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์โฆษก สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ,ณัฐชนน ไพโรจน์ ประธานพรรคโดมปฏิวัติ ม.ธรรมศาสตร์ และตัวแทนจากแฟลชม็อบในกรุงเทพฯ

 ที่ขาดไม่ได้คือ นักปราศรัยดาวเด่นอย่าง “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

++

รุ่นพี่พร้อมหน้า

++

 คณะประชาชนปลดแอก ยังมีนักกิจกรรมรุ่นพี่ คอยเป็นพี่เลี้ยงและบริหารจัดการเวทีม็อบปลดแอก

 นั่นคือ “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” (Democracy Restoration Group – DRG) ที่ “โรม” รังสิมันต์ โรม ได้ก่อตั้งไว้ตั้งแต่ปี 2558 ก่อนจะลาออกไปสมัคร ส.ส.ในสังกัดพรรคอนาคตใหม่

 ปัจจุบัน “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นแม่ทัพกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และประสานงานกับรุ่นน้องที่ทำแฟลชม็อบ จนก่อเกิดเป็น “เยาวชนปลดแอก” และ “ประชาชนปลดแอก”

 “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว เป็นแกนนำ “กลุ่มกราฟเสรีเพื่อประชาธิปไตย“ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และหนึ่งในผู้นำนักศึกษาในนาม ”ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” (ศนปท.) ออกมาคัดค้านเผด็จการ คสช. ตั้งแต่ปี 2558

 ก่อนที่ “ลูกเกด” ชลธิชา จะมาเคลื่อนไหวร่วมกับ “รังสิมันต์ โรม” ในนามขบวนการประชาธิปไตยใหม่

 ฟางเส้นสุดท้ายที่กระตุกให้นักศึกษาทั่วประเทศออกมาทำกิจกรรมแฟลชม็อบคือ การยุบพรรคอนาคตใหม่ คล้ายกรณีของคนรากหญ้า(เสื้อแดง)กับการยุบพรรคไทยรักไทย

 กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ได้ทำคู่มือการชุมนุมและกิจกรรมแฟลชม็อบ พร้อมกับประสานรุ่นพี่ เดินสายไปปราศรัยในต่างจังหวัด

‘ปิยบุตร’ในเงา จากนิติราษฎร์ ถึงม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ปิยบุตร’ในเงา จากนิติราษฎร์ ถึงม็อบปลดแอก

'ปิยบุตร'ในเงา  จากนิติราษฎร์  ถึงม็อบปลดแอก16 สิงหาคม 2563 – 11:35 น.

สองศาสดา “เจียม-ปวิน” ส่งเสียงข้ามฟ้า เรียกหา’ปิยบุตร’ ให้ออกมาหลืบเงา รับไม้ต่อจากม็อบปลดแอก…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ก่อนพายุใหญ่จะมา “ปิยบุตร แสงกนกกุล” แกนนำคณะก้าวหน้า ได้จัดบรรยายพิเศษเรื่อง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563 ที่ชั้น 5 ตึกไทยซัมมิททาวเวอร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดรายชื่อ อาจารย์มหา’ลัย หนุมม็อบมธ.

 น่าจะเป็นการบรรยายพิเศษครั้งสำคัญของอาจารย์ป๊อก หลังจากเจอ “2 ศาสดา” ของเยาวชนปลดแอก อย่าง “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” และ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” กดดันให้ออกมาเป็น “แกนนำ” พาประชาชนต่อสู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

++

นิติเรด

++

 วันที่ 19 ก.ย.2553 อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ได้รวมตัวในนาม “นิติราษฎร์” ได้นำเสนอทางวิชาการให้ลบล้างผลพวงของการรัฐประหาร 2549

 สมาชิกกลุ่มนิติราษฎร์ มี 7 คน ได้แก่ จันทจิรา เอี่ยมมยุรา,ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล ,ธีระ สุธีวรางกูร, ปูนเทพ ศิรินุพงศ์, ปิยบุตร แสงกนกกุล, วรเจตน์ ภาคีรัตน์ และสาวตรี สุขศรี

 ในกลุ่มนี้ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ เป็นแกนหลัก และอาจารย์ป๊อก-ปิยบุตร เพิ่งจบจากฝรั่งเศสมาสอนหนังสือในธรรมศาสตร์

 วันที่ 27 มี.ค.2554 คณะนิติราษฎร์ แถลงข้อเสนอทางวิชาการ และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เป็นครั้งแรก

 เป็นข้อเสนอทางวิชาการที่ช็อกสังคมไทยระดับหนึ่ง บรรดาคนเสื้อเหลือง จึงให้ฉายากลุ่มนิติราษฎร์ว่า “นิติเรด”

 วันที่ 15 ม.ค.2555 คณะนิติราษฎร์ ร่วมกับกลุ่มนักวิชาการและกลุ่มแดงอิสระ อาทิ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, กลุ่มแดงสยาม, กลุ่มไผ่แดง ฯลฯ จัดตั้ง “คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112” (ครก. 112) และรวบรวมรายชื่อ เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 112 ฉบับที่คณะนิติราษฎร์จัดทำขึ้น เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา

 จากวันนั้นมาถึงวันนี้ เพนกวินและมิตรสหายพรรคโดมปฏิวัติ เสนอ “10 ข้อ ปฏิรูปสถาบันฯ” ไปไกลกว่าข้อเสนอของนิติราษฎร์ และสุ่มเสี่ยงแตกหัก

++

ปิยบุตรอยู่ไหน

++

 พลันที่ “ปิยบุตร” มาเล่นการเมือง ก็ต้องปรับจูนความคิดกับ “ผู้ร่วมก่อการ” ที่มาจากหลากหลายอาชีพ “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” นักกฎหมายหนุ่มจากฝรั่งเศสเลือกที่จะแขวนแนวคิด “แก้ไขมาตรา 112” เอาไว้ก่อน

 ด้วยเหตุนี้ ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล สองนักวิชาการที่ลี้ภัยอยู่เมืองนอก จึงไม่พอใจอย่างแรง

 “ผู้นำพรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ทันใช้ความพยายามอะไร ยังไม่ทันเผชิญอุปสรรคอะไรมากมายใหญ่โต ก็ดร็อปเรื่อง 112 ซึ่งพวกเขาพูดเองหลายครั้งว่าเป็นกฎหมายที่มีปัญหา ไม่มีใครที่คิดหรืออ้างว่าตัวเองเป็นฝ่ายซ้าย พูดถึงอะไรที่ว่ามีปัญหามาก แต่พอลงเล่นการเมืองกลับไม่เสนอเป็นนโยบายให้แก้ไข”

 “เจียม”ของเด็กๆ หรือ สมศักดิ์วิจารณ์แรงๆ ต่อบทบาทไม่เอาจริงเรื่องแก้ไข ม.112 ของ “ธนาธร-ปิยบุตร” เมื่อเดือน มี.ค. 2561

 ว่ากันตามจริง ปิยบุตร จบกฎหมายจากฝรั่งเศส และสนใจศึกษา “พรรคฝ่ายซ้ายในฝรั่งเศส” รวมถึงพรรคทางเลือกในยุโรปอย่างจริงจัง

 รู้ว่า พรรคฝ่ายซ้ายฝรั่งเศส ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นฝ่ายค้านจึงมีปรับปรุงพรรคใหม่ และหาทางให้ได้รับเสียงข้างมาก

 ทั้งนี้ทั้งนั้น มิได้หมายความว่า ปิยบุตรจะล้มเลิกแนวคิดแก้ไข ม.112 เหมือนวันนี้ที่ม็อบปลดแอกไปไกลกว่าหลายคนคิด และคาดไม่ถึง

 “ธนาธร-ปิยบุตร” จึงเสนอให้ถอยกันคนละก้าว และหันหน้ามาคุยเรื่องการเปลี่ยนอย่างสันติ

'ปิยบุตร'ในเงา  จากนิติราษฎร์  ถึงม็อบปลดแอก
'ปิยบุตร'ในเงา  จากนิติราษฎร์  ถึงม็อบปลดแอก

ก๊ก ‘ว้าแดง’ เมิน ‘ซูจี’ถกสันติภาพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ก๊ก ‘ว้าแดง’ เมิน ‘ซูจี’ถกสันติภาพ

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ15 สิงหาคม 2563 – 17:07 น.

สันติภาพเมียนมา ยังห่างไกล ว้าแดงนำทีม 7 สิงห์แดนเหนือ ไม่เข้าร่วมเจรจาสันติภาพ ปางโหลงยุคใหม่

++
    การเมืองในเมียนมา เริ่มคึกคักขึ้น หลังเปิดฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป โดยกำหนดวันหย่อนบัตรลงคะแนนคือ 8 พ.ย.2563
    ด้านหนึ่ง ออง ซานซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐ ได้เตรียมประชุมปางโหลง ศตวรรษที่ 21 ครั้งที่ 4 โดยเชิญกองกำลังติดอาวุธทั่วประเทศเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพ

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ

                                  ซูจี เตรียมการประชุมปางโหลง ครั้งที่ 4

วันที่ 13 ส.ค.2563 ที่กรุงเนปิดอว์ จึงมีประชุมการประสานงานดำเนินการร่วมระหว่าง คณะกรรมาธิการสันติภาพ (PC) สถาบันเพื่อปรองดองแห่งชาติและศูนย์สันติภาพ (NRPC) ฝ่ายรัฐบาล และผู้นำกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย 10 กลุ่ม ที่ลงนามหยุดยิงแล้ว
  

อีกฟากหนึ่งของประเทศเมียนมา ในวันเดียวกัน คณะกรรมการเจรจาทางการเมือง หรือ FPNCC ประชุมกันที่เมืองปางซาง เมืองเอกเขตปกครองพิเศษที่ 2 แห่งรัฐฉาน เขตปกครองตนเองชนชาติว้า 
  

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ

                          การประชุมของ 7 กลุ่มที่ปางซาง รัฐว้าแดง

กลุ่ม FPNCC ที่มีสหรัฐว้า หรือว้าแดง เป็นแกนนำ ได้มีมติว่า เมื่อสหสันนิบาตแห่งอาระกัน/กองทัพอาระกัน (ULA/AA) ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมประชุมปางโหลง ศตวรรษที่ 21 ครั้งที่ 4 ในระหว่างวันที่ 19-21 ส.ค.2563 ผู้นำกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์อีก 6 กลุ่มที่เหลือ ก็จะไม่เข้าประชุมด้วย

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ

                           ตัวแทนกองทัพอาระกัน ที่ถูกปฏิเสธให้ร่วมประชุมปางโหลง


    รัฐบาลเมียนมาถือว่า องค์กรสหสันนิบาตแห่งอาระกัน/กองทัพอาระกัน (ULA/AA) เป็นองค์การก่อการร้าย  
    อนึ่ง พันธมิตร 7 กลุ่มข้างต้น ยังไม่เข้าสู่กระบวนการลงนามหยุดยิงแห่งชาติ (NCA) 
    กลุ่ม FPNCC มีพี่ใหญ่ชื่อ “เปาโหย่วเฉียง” ผู้นำสูงสุดพรรคสหรัฐว้า/กองทัพสหรัฐว้า ส่วนพี่รองชื่อ “เอ็น ปานละ” ผู้นำองค์กรเอกราชคะฉิ่น/กองทัพเอกราชคะฉิ่น

++
7 สิงห์แดนเหนือ
++

 ปี 2560 กลุ่มการเมืองและกลุ่มติดอาวุธชนกลุ่มน้อย 7 กลุ่ม ได้รวมกันในนามคณะกรรมการเจรจาทางการเมือง (FPNCC)
 ประกอบด้วย
 1.กองทัพสหพันธรัฐว้า (UWSA)

 2.กองทัพเอกราชคะฉิ่น (KIA)

 3.กองทัพปล่อยปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA)

 4.กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตย หรือ โกก้าง (MNDAA)

 5.กองทัพสัมพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ หรือ เมืองลา (NDAA)

 6.กองทัพรัฐฉานเหนือ (SSPP/SSA)  

 7.กองทัพอาระกัน (AA)

ก๊ก 'ว้าแดง' เมิน 'ซูจี'ถกสันติภาพ

                             เปา อูยี่ รองประธานสหรัฐว้า นำการประชุม 7 สิงห์แดนเหนือ 

 องค์กรสหสันนิบาตแห่งอาระกัน/กองทัพอาระกัน (ULA/AA) เป็นองค์การก่อการร้าย  เป็นองค์กรการเมืองและกองกำลังติดอาวุธ ต่อสู้เพื่อเอกราชของชาวพุทธยะไข่ 
สองสามปีมานี้ กองทัพอาระกัน ได้เปิดสงครามจรยุทธ์ทั่วรัฐยะไข่ และรัฐชิน สร้างความปั่นป่วนให้กองทัพเมียนมา รัฐบาลของซูจี จึงประกาศให้กองทัพอาระกัน เป็นองค์กรก่อการร้าย

แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก

 แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก15 สิงหาคม 2563 – 13:39 น.

ทัพแรงงานย่านรังสิต หนุนม็อบปลดแอก จับตา “แรงงานสายสีส้ม” จากปากน้ำ หนุนเนื่อง

++
    นับถอยหลังชุมนุมใหญ่ของ “คณะประชาชนปลดแอก” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เย็นวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563 โดยช่วงเช้าถึงบ่าย มีกิจกรรมเสวนาอุ่นเครื่องของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน
    เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน ได้นัดหมายแสดงจุดยืนเดียวกัน และประกาศเจตนารมณ์เพื่อสนับสนุนขบวนการนักศึกษาที่อนุสรณ์สถาน14ตุลา สี่แยกคอกวัว ราชดำเนิน มีรายการเสวนา “ทำไมขบวนการแรงงานต้องร่วมปลดแอก”
  

 แกนหลักของกลุ่มนี้คือ ศรีไพร นนทรีย์ ตัวแทนกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง 

 แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก


    ศรีไพรมีความใกล้ชิดกับกลุ่ม สนท.ของเพนกวิน และก่อนหน้านี้ ได้ร่วมทำกิจกรรมผูกโบว์ขาว ตามหาวันเฉลิมมาด้วยกัน
    สมัยกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นัดชุมนุมต้าน คสช. ศรีไพรก็นำพี่น้องแรงงานไปสนับสนุนด้วยทุกครั้ง
    ไม่น่าแปลกใจ ศรีไพร นนทรีย์ เป็นนักสหภาพแรงงาน จะได้ขึ้นปราศรัยในกิจกรรมธรรมศาสตร์จะไม่ทน ทวงถามสัญญาค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท และเล่าถึงการแทรกแซงขบวนการแรงงานตั้งแต่ยุค คสช. 
    บนเวทีชุมนุมวันนั้น ศรีไพรประกาศร่วมชุมนุมใหญ่ร่วมกับขบวนการนักศึกษาและประชาชนภาค

 แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก

++
แรงงานสีส้ม
++ 
    ย้อนไปวันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และแกนนำพรรคสมัยนั้น ให้ความสำคัญกับขบวนการแรงงานไทยเป็นอย่างมาก
    ธนาธรได้ดึงตัว สุนทร บุญยอด ผู้นำแรงงานคนดัง มาดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ในสัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน 
    ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.2563 พรรคอนาคตใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานในชลบุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และปทุมธานี จึงได้ ส.ส.สายกรรมกรเข้าสภา 
    ต้องบันทึกไว้ว่า นี่คือ สภาผู้แทนฯ ชุดแรก ที่มีตัวแทนผู้ใช้แรงงาน ได้เข้ามาเป็น ส.ส.มากถึง 4 คน ประกอบด้วย วรรณวิภา ไม้สน, สุเทพ อู่อ้น และ ทวีศักดิ์ ทักษิณ โดยทั้งสามเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ส่วน จรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี เขต 6 พรรคเดียวกัน 

 แรงงานสายแข็ง กองหนุนม็อบปลดแอก

โดยเฉพาะ “วรรณวิภา ไม้สน” มีบทบาทเด่นจากกรณีม็อบไทรอัมพ์ เป็นเลขาธิการสหภาพแรงงานไทรอัมพ์ และกรรมการบริหารสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย 
 วรรณวิภารู้จักกับศรีไพร นนทรีย์ เป็นอย่างดี เพราะร่วมเคลื่อนไหวต่อสู้เรียกร้องเพื่อสิทธิผู้ใช้แรงงานกันมายาวนาน 

อนาคตขบถ ‘เพนกวิน’ บนทางเสี่ยง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อนาคตขบถ ‘เพนกวิน’ บนทางเสี่ยง

อนาคตขบถ 'เพนกวิน' บนทางเสี่ยง15 สิงหาคม 2563 – 13:21 น.

บนหนทางอันตราย “เพนกวิน” ยังนำพาผองเพื่อน เดินไปข้างหน้า แม้จะถูกวิจารณ์ว่า สุ่มเสี่ยง-สุดโต่ง คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    6-7 ปีมานี้ ชื่อของเด็กท้วมๆ ที่กล้าพูด กล้าคิดจนกลายเป็นกระแส อย่าง “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ไม่เคยหลุดหายไปจากแฟ้มข่าวความมั่นคง
    จากเด็กนักเรียนขาสั้น โรงเรียนเตรียมอุดม จนถึงธรรมศาสตร์ เพนกวินเดินขึ้นโรงพักหลายรอบ รวมถึงขึ้นศาล 
    ชั่วโมงนี้ เพนกวินในฐานะผู้นำเยาวชนปลดแอกคนหนึ่ง กำลังเดินไปบนถนนสายเดิม ที่รู้ว่าเสี่ยงอันตราย แต่พวกเขาก็ไม่เลี่ยง ไปใช้ทางสายอื่น 

++
เด็กขบถ
++
    ปี 2558 เพนกวิน สวมหมวกเลขาธิการของกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท สวมชุดนักเรียนไปชูป้ายให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี(ยุค คสช.) อ่านในงานวันต่อต้านคอร์รัปชั่น 
    นั่นแหละเป็นจุดเริ่มต้นที่คนรู้ชื่อเพนกวินมากขึ้น รวมถึงหน่วยข่าวความมั่นคง
    “คนรุ่นผมคือคนที่เป็นมิลเลนเนียล ผมเกิดปี 2541 พอถึงปี 2549 มีม็อบเสื้อเหลืองเดินผ่านหน้าโรงเรียน จู่ๆ อ้าว ไม่ต้องไปโรงเรียน ทำไมมีทหารออกมา มีรัฐประหาร ผ่านไป อ้าว มีม็อบเสื้อแดง พอช่วงมัธยมต้นกำลังจะขึ้นมัธยมปลาย เราก็เห็นการชุมนุมของ กปปส. ผมโตมากับบรรยากาศอะไรอย่างนี้” 
    เพนกวินให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์เมื่อปี 2561 ซึ่งเพื่อนๆ ของเขาที่กลายเป็น “ผู้นำนักศึกษา” ในเวลานี้ ก็เติบโตมาในสภาพเดียวกัน
    ช่วงเรียน ม.ปลาย ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เด็กๆที่เรียกว่า “ขบถขาสั้น” ได้รวมตัวทำเรื่องปฏิรูปการศึกษาในนามกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท
    เพนกวินเป็นชอบเรียนประวัติศาสตร์ และชอบเรียนดนตรีไทย 
    “ชอบฟังดนตรีไทย สะล้อ ซอ ซึง จะบอกว่าเป็นคนคอนเซอร์เวทีฟในเรื่องนี้ก็ได้ แต่เราชอบอะไรที่มันไทยๆ ที่ชอบประวัติศาสตร์ไทย”
    แกนนำนักศึกษายุคดิจิทัลยอมรับว่า จุดหักเหที่มาสนใจทำกิจกรรมการเมือง ก็มาจากการสนใจเรื่องประวัติศาสตร์
    “แล้วการศึกษาเรื่องนี้ มันหนีจากการเมืองไม่ได้ อ่านไปเรื่อยๆ ก็สนใจขึ้นมา ตอนนั้นอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส มีเรื่องการปฏิวัติ”

อนาคตขบถ 'เพนกวิน' บนทางเสี่ยง

                                                   เพนกวิน สมัยเรียนมัธยม 

++
พรรคโดมปฏิวัติ
++
    เพนกวินเรียนจบ ม.ปลาย ก็เลือกเรียนคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เพราะในเวลานั้น เขามองว่า ธรรมศาสตร์กำลังหลับใหล ไม่เหมือนธรรมศาสตร์ ยุค 14   ตุลา
    “ธรรมศาสตร์มันหลับ ไม่ค่อยมีอะไรออกมาให้ตื่นตาตื่นใจมานานซักพักแล้ว อยากให้มันครึกครื้นกว่านี้ คนอาจจะคิดว่าธรรมศาสตร์เปิดกว้าง มีเสรีมาก แต่ยุคหลังๆ มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น” 
    ตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 เพนกวินก็ปลุกธรรมศาสตร์ ด้วยกิจกรรมทางการเมืองในชื่อพรรคใต้เตียง มธ. ก่อนจะหันมาสร้าง “พรรคโดมปฏิวัติ” (Dome Revolution) 
    นอกจากนี้ ช่วงปี 2560-2561 เพนกวินยังได้ร่วมกับรุ่นพี่-รังสิมันต์ โรม เคลื่อนไหวต้าน คสช.ในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง 
    ดังนั้น เพนกวินจึงได้รับเชิญไปเป็นหนึ่งในผู้ก่อการพรรคอนาคตใหม่ 

อนาคตขบถ 'เพนกวิน' บนทางเสี่ยง

                                          พรรคโดมปฏิวัติที่เพนกวิน ก่อตั้งมากับเพื่อนๆ

++
สหภาพนักศึกษา
++
    ปี 2561 “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ รวบรวมเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายมหาวิทยาลัย ร่วมกันก่อตั้ง “สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย” (สนท.) เพนกวินเป็นประธาน สนท.คนที่ 2 ต่อจากบอล-ธนวัฒน์ วงศ์ไชย 

อนาคตขบถ 'เพนกวิน' บนทางเสี่ยง

                                       เพนกวิน และปนัสยา 


    กำลังหลักของ สนท. จะมาจากพรรคโดมปฏิวัติ อย่าง “อั่ว” จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธาน สนท.คนที่ 3 และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล โฆษก สนท.
    ทั้ง “อั่ว”จุฑาทิพย์ และ “รุ้ง” ปนัสยา คือแกนหลักของคณะประชาชนปลดแอก ที่จะนัดชุมนุมใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ 16 ส.ค.2563

“ถอยคนละก้าว”: อาการ “กระอักกระอ่วน” ของ ธนาธร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ถอยคนละก้าว”: อาการ “กระอักกระอ่วน” ของ ธนาธร

"ถอยคนละก้าว": อาการ "กระอักกระอ่วน" ของ ธนาธร 15 สิงหาคม 2563 – 12:03 น.

“ถอยคนละก้าว”: อาการ “กระอักกระอ่วน” ของ ธนาธร โดย สุวินัย ภรณวลัย และเวทิน ชาติกุล

… ธนาธรกับปิยบุตรเป็นคนช่วยกันสร้าง ปีศาจจำนวนมากขึ้นในสังคมไทยเพื่อสนองตัณหาทางการเมืองและอุดมการณ์ของตนเอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ปวิณกับสมศักดิ์เจียมจะขโมย “ตะเกียงวิเศษ” ใบนี้ของธนาธรไปเสียแล้ว ….

และตอนนี้ธนาธรกำลังดิ้นรน “หาทางลง” ให้กับตัวเอง โดยไม่ยอมร่วมหัวจมท้ายพังไปพร้อมๆกับม็อบเยาวชนปลดแอก

14​ สิงหาคม​ 2563​ เดลินิวส์นำเสนอข่าว​ ธนาธรขอเป็นคนนำหลีกเลี่ยงการนองเลือด​ อาสาคุยกับนักศึกษา

เนื้อหาบางส่วน​ ธนาธร​ กล่าวว่า​ “การที่มีอาจารย์และดารา​จำนวนมากออกมาสนับสนุนนักศึกษา​แสดงว่าไม่เสียแนวร่วม” และ “คนที่ตื่นแล้วและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงมีจำนวนมากเกินกว่าที่รัฐจะเข้าไปจัดการ”

จึงเป็นเหตุผลว่า​ รัฐต้องเปิดพื้นที่ให้พูดคุยเรื่องนี้กับอย่างเป็นสาธารณะเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด​

ที่น่าสนใจคือ​ ตอนท้ายข่าวมีการให้ผู้อ่านได้แสดงความเห็นต่อข่าวชิ้นนี้​ จากจำนวนผู้อ่าน​ 27,732 คน​ มีผู้ไม่เห็นด้วยกับข่าวนี้ถึง 73%

ซึ่ง​ประเด็นอยู่ที่​ ตัวเลขนี้​แปลว่าอะไร?

เบื้องต้นก่อน​ ธนาธรมีสมมุติฐานว่าข้อเสนอ 10 ข้อของนักศึกษาทำให้ไม่เสียแนวร่วมและคนที่ตื่นแล้วมีเป็นจำนวนมาก​ ขัดแย้งกับ​ จำนวนเปอร์เซ็นต์​ของความรู้สึกที่เห็นด้วยอย่างแน่นอน

ซึ่งอาจแปลว่า​ คนที่ไม่ต้องการเห็นการท้าทายต่อต้านสถาบันฯของนักศึกษายังมีอยู่มากกว่าคนที่ตื่นแล้วและแนวร่วมอาจารย์​ ดารา​ ก็ได้

หรือ​ อาจแปลว่า​ คนอ่านไม่เห็นด้วยกับธนาธรที่จะเป็นคนนำหลีกเลี่ยงการนองเลือด​ ก็ได้​ ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้​ ก็อาจมีความเป็นไปได้ย่อยๆอีก​ 2​ แบบ​ คือ​

1)คนอ่านอาจไม่เชื่อที่ธนาธรพูด​ (ซึ่งแสดงว่า​ สมมุติฐานของธนาธร​ผิด)​ หรือ​

2) คนอ่านอาจเชื่อ​ (ถ้าสมมุติฐานของธนาธรถูก)​แต่ไม่อยากเห็นธนาธรนำหลีกเลี่ยงการนองเลือด​ หรือง่ายๆก็คือ​ คนอ่านพร้อมที่จะนองเลือด​ ธนาธรไม่ต้องมาห้าม

ซึ่งถ้าอันที่สองเป็นจริง​ ก็เป็นอะไรเป็นอื่นไม่ได้นอกจากการส่งสัญญาณว่า​ ธนาธร​ จึงรุ่งเรืองกิจ​ ไม่ว่าจะในฐานะอะไรกับขบวนการปลดแอกก็สุดแล้วแต่​

#กำลังสูญเสียภาวะการนำ​ ลงไปเรื่อยๆ

"ถอยคนละก้าว": อาการ "กระอักกระอ่วน" ของ ธนาธร

สิ่งนี้ไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้​ ด้วยเหตุผล

1.​ หลังจากนักศึกษายื่นข้อเสนอ​ 10​ ข้อ​ แล้วเจอกระแสสังคมกดดันอย่างหนัก​ จนเหล่า​ 357​ อาจารย์ต้องรีบออกแถลงการณ์มาปกป้อง​ 3​ วันระหว่างนั้น​ ธนาธร​ เงียบ​ ผิดสังเกต​ (จน​ เปลว​ สีเงิน​ ถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า​ ธนาธร​ ออกมาพูดครั้งนี้แบบ​กระมิดกระเมี้ยน)​ ผิดกับ​ ครั้งก่อนๆที่จะรีบออกมารับลูกอย่างจริงจัง​ในทันที

2.​ คำพูดของ​ ธนาธร​ ล่าสุด​ แม้จะเจตนาหนุนช่วยนักศึกษาปลดแอก​ มีนัยที่ต่างออกไปจากครั้งก่อน​ เพราะธนาธร​ (“หลุด”?)​ พูดออกมาว่า​ “มีข้อเสนอบางข้อ​ มีความสุ่มเสี่ยง…ทำให้คนบางกลุ่ม​ไม่สบายใจ” และ​ย้ำว่า ต้องแยกออกระหว่าง​ “เนื้อหา” กับ​ “ท่าที” ที่บ่งชี้โดยนัยว่า​ ธนาธร​ กำลังสะท้อนว่า​ “ท่าที” ของนักศึกษานั้นไม่เหมาะสม​ ซึ่ง​น่าสังเกตว่า​นัยเชิงลบต่อ 10 ข้อ เรียกร้อง​เหล่านี้ไม่ปรากฏแม้ในแถลงการณ์ของ​ 357​ อาจารย์​ หรือ​ จดหมายเปิดผนึกของปิยบุตร​ ที่ยืนกรานว่าสิ่งที่นักศึกษาทำทั้งหมดเป็นเรื่องถูกต้อง​ และที่สำคัญ​ ที่ผ่านมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง​ ธนาธร​ไม่เคยพูดในลักษณะนี้มาก่อนเลย​

หรือ​ ธนาธร​ ในฐานะ​ “ไอดอล” ผู้นำของฝ่ายประชาธิปไตย​ จะรับไม่ได้กับภาพ (ที่ผิดกฎหมาย​ม.112)​ ของ​ “สมศักดิ์​ เจียมฯ” ​ และ​ “ปวิณ” ที่โชว์หราบนเวทีราคา​ 1.2​ ล้านที่ลานพญานาคในคืนนั้น

ธนาธร​ ลงมาเล่นการเมือง​ด้วยอุดมการณ์ (ที่อันตราย)​ ทุ่มเททรัพยากร​ หมดเงิน​ หมดทอง​ หมดเวลา​ หมดกำลัง​ ไม่รู้เท่าไหร่​ ในการสร้างกระบวนการและขบวนการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นไปตามความเชื่อความคิดของตน​ ธนาธร​ทำเรื่องนี้อย่างมียุทธศาสตร์​ มียุทธวิธี​ มีจัดตั้ง​ แนวร่วม​ เครือข่าย​ กลไกสื่อนิวมีเดีย​ ที่ต้องอดทนใช้เวลากว่าที่จะเห็นขบวนการเด็กปลดแอกออกมาได้ขนาดนี้​ ไม่นับว่าต้องตกเป็นเป้าโดยเปิดเผยของอีกฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย​ เผชิญอุปสรรค​ แรงเสียดทาน​และการดำเนินการต่างๆอย่างหนักหน่วง​ ถูกยุบพรรค​ มีสิทธิ์ติดคุก​ องค์กรธุรกิจของครอบครัวที่เป็นเสาค้ำยันการเคลื่อนไหวของตนอาจต้องเผชิญมรสุมใหญ่อย่างที่ไม่เคยเจอ

ส่วน​ สมศักดิ์​ เจียมฯ​ กับ​ ปวิณ​ นั้นไม่มีอะไรที่จะต้องเสีย​ ตัวเองหนีไปต่างประเทศ​ คอยปั่นหัวเก็กฝ่ายโซเซียล​ อำนาจรัฐจะไปจัดการก็ยาก​ สมศักดิ์​ เจียมฯแม้อยากเปลี่ยนแปลง​ แต่สภาพนอนเป็นผัก​ ได้แค่กระพริบตามอง​ฝันว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงก่อนตาย ขณะที่ปวิณนั้นไม่ต้องพูดถึง​ไม่ได้สนใจยุทธศาสตร์​ ยุทธวิธีอะไรทั้งนั้นของธนาธร​ ขอเพียงได้​ ด่า​ ด่า​ และ​ ด่า​ สถาบันฯ​ สนองความคลั่งแค้นของตัวเองเท่านั้น

ถ้าธนาธร​ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับขบวนการปลดแอก​ ความแตกต่างระหว่าง​ เนื้อหา​ และ​ ท่าที​ ของนักศึกษาย่อมไม่มี​ และต้องถือว่าเป็นเรื่องดีด้วยเพราะหนุนรับกับอุดมการณ์ของตนเมื่อเห็นความศรัทธาต่อสถาบันฯถูกกร่อนแซะทำลายไปเรื่อยๆ

แต่ธนาธร​กลับ​ กระมิดกระเมี้ยน​ ละล้าละลัง​ อย่างผิดสังเกต​ หลังวันที่​ 10​ สิงหาคม​ และสอดรับกับ​แถลงการณ์ของประชาชนปลดแอก​ ที่กลับมาเน้นข้อเสนอ​ 3​ ข้อเดิม​ (ยุบสภา, หยุดคุกคาม​ และ​ แก้รัฐธรรมนูญ)​ และ​ ยุบข้อเสนอ​ 10​ ข้อ​ เหลือเพียง​ 1​ ความฝัน​ (ที่อาจเป็นจริงได้)​ เท่านั้น

อย่าคิดว่า​ ธนาธร​ จะถอยไม่เป็น​ เพราะแม้จะมุทะลุเพียงใด​ แต่ในยามที่ตัวเองอ้างว้างโดดเดี่ยว​ ใกล้ตายอยู่บนเรือพายคนเดียวกลางอ่าวไทย​ ธนาธร​ ก็เพรียกหาและดีใจที่มีคนมาช่วย​ นั่นไม่ต้องพูดถึงว่า​ ธนาธร​ เป็นนักธุรกิจแบบทักษิณ​ จะไม่เสี่ยงถ้าต้องทำให้ผลประโยชน์ของตัวเองฉิบหายลงไปต่อหน้าทั้งหมด

คำพูด​และท่าทีแบบ “ถอยคนละก้าว” ของธนาธร​ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าสะท้อนถึง​ “ความกระอักกระอ่วน” ของตน​ ซึ่งไม่ใช่ความกระอักกระอ่วนที่ตนเองพูดไม่ได้หรือไม่กล้าพูดเรื่องสถาบันฯ​

แต่เป็นความ​ “กระอักกระอ่วน” ที่กำลัง​ “หาทางลง” เมื่อเห็นว่า​ ทุกสิ่งที่ตัวเองทำมาทั้งหมดตลอดหลายสิบปี​กำลังพังพินาศลงไปต่อหน้าต่อตา​ เพราะเด็กๆที่เคยเชื่อตนเอง​กลับไปเชื่อเกย์แค้นเจ้าแบบไม่ลืมหูลืมตา​

และตัวธนาธรเองคงตระหนักแล้วว่าไม่มีอำนาจพอที่จะไปคุมเด็กๆเหล่านี้ได้อีกแล้ว

… ธนาธรกับปิยบุตรเป็นคนช่วยกันสร้าง ‘ปีศาจ’จำนวนมากขึ้นในสังคมไทยเพื่อสนองตัณหาทางการเมืองและอุดมการณ์ของตนเอง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า ปวิณกับสมศักดิ์เจียมจะขโมย “ตะเกียงวิเศษ” ใบนี้ของธนาธรไปเสียแล้ว

โหนเด็ก เพื่อไทยไม่ทน ก๊วน ‘ทอน’ เก็บแต้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โหนเด็ก เพื่อไทยไม่ทน ก๊วน ‘ทอน’ เก็บแต้ม

 โหนเด็ก เพื่อไทยไม่ทน ก๊วน 'ทอน' เก็บแต้ม14 สิงหาคม 2563 – 15:54 น.

เพื่อไทยไม่ทน สั่ง 32 ส.ส.คอยหนุนนักศึกษา หวั่นเสียฐานเสียงให้พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า

++
    ในที่สุด พรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ก็พร้อมใจกันออกมาปกป้อง “พลังนิสิตนักศึกษา” หรือแฟลชม็อบ เพราะนี่คือฐานเสียงแห่งอนาคต
    หากพิจารณากันด้วยเหตุและปัจจัย ต้องยอมรับว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นจุดระเบิดที่ทำให้เยาวชนนักเรียน นิสิตนักศึกษา ก้าวออกจากโลกทวิตภพ จัดการชุมนุมในสถานศึกษาที่เรียกว่า แฟลชม็อบ
    พรรคอนาคตใหม่เป็นเสมือนตัวแทนของพวกเขาที่มีโอกาสได้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรก

++
ยุวชนส้มออกฤทธิ์
++
    หลังโควิดคลี่คลาย แฟลชม็อบภาค 2 เริ่มลงสู่ท้องถนน และเบ่งบานอีกครั้ง ซึ่ง 10 ข้อเสนอของกลุ่มธรรมศาสตร์และการเมือง ได้พังเพดานการเรียกร้องก่อนหน้านั้นทันที
    จะว่าไปแล้ว แกนนำนักศึกษาที่รวมพลก่อการชุมนุมรอบใหม่นี้ ก็คือเหล่า “ยุวชนส้ม” ที่เคยเคลื่อนไหวต้าน คสช.มาตั้งแต่ปี 2558
    พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ไม่รีรอที่จะลุกขึ้นมาสนับสนุนการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษายุคใหม่
    ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดเกมรุกเรียกร้องให้ผู้ถืออำนาจมาพูดคุยกับนักศึกษาในประเด็น “10 ข้อเรียกร้อง” โดยอ้างว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าแตกหัก และนองเลือด

++
เพื่อไทยไม่ทน
++ 
    หลังกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม เสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย ได้แสดงความเห็นทำนองเตือนนักศึกษาอย่าก้าวล่วงสถาบันฯ
    มิทันข้ามวัน ปรากฏว่า ทัวร์ลง “คุณหญิงหน่อย” และพรรคเพื่อไทย อย่างหนัก ถึงขั้นประกาศหันหลังให้พรรคเพื่อไทย
    ถัดมา คุณหญิงสุดารัตน์ โพสต์เฟซบุ๊กขอโทษต่อนิสิตนักศึกษากรณีแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ 
    “ขอส่งสารถึงรัฐบาลต้องไม่ใช้ความรุนแรงกับนิสิตนักศึกษาเด็ดขาด และหยุดการคุกคามทุกรูปแบบ พร้อมขอโทษและเสียใจกรณีแสดงความเห็นก่อนหน้านี้ แต่มาจากความรู้สึกห่วงใยอย่างยิ่ง”

 โหนเด็ก เพื่อไทยไม่ทน ก๊วน 'ทอน' เก็บแต้ม

                      พรรคเพื่อไทย แถลงจัดทีมอำนวยความสะดวกนักศึกษาจัดชุมนุม         

 มิเพียงเท่านั้น พรรคเพื่อไทยได้มีมติให้ตัวแทน ส.ส. เขตในจังหวัดนั้นๆ เข้าไปดูแลประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ทันทีหากมีการชุมนุม โดยช่วยดูแลความสงบและความปลอดภัยให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ โดยพรรคเพื่อไทยตระหนักถึงการชุมนุมของนักศึกษาว่าได้ขยายตัวมากขึ้น จึงได้ให้ ส.ส. แต่ละพื้นที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นทางการ ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังแต่อย่างใด เพราะถือเป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎรในพื้นที่ 
    สรุปว่า พรรคเพื่อไทย จัดทีม ส.ส.จำนวน 32 คน ในทุกภาค คอยประสานงานกับนักเรียน นักศึกษา ในการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ14 สิงหาคม 2563 – 12:45 น.

อานนท์ นำภา เชิงสูง เดินเกมลับ-ลวง-ล่อ หลังจุดระเบิดพังเพดานการต่อสู้ แล้วหลบไปอยู่หลังม็อบปลดแอก

++
ระดับ “ทองใบ 2” ทนายอานนท์ นำภา ถือว่า ทุกจังหวะก้าวการเคลื่อนไหวไม่ธรรมดา 

“ทนายน้อย” อานนท์ นำภา เรียนรู้ความคิดปีกซ้ายจากบรรดาแดงอิสระ เนื่องจากเขาไปเป็นทนายว่าความให้ผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 

อ่านข่าว…  “อานนท์” ลุยฮ่องกงโมเดล แฟลชม็อบภาค 2 

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ

ทนายน้อย บนเวทีครั้งสุดท้ายก่อนหลบ

อานนท์สนิทสนมกับ “ไผ่” ไม้หนึ่ง ก.กุนที กวีสีแดง ผู้จากไป ตั้งแต่สมัยที่ไม้หนึ่งหลบไปอยู่กัมพูชา รวมถึงแดงตาสว่างอีกหลายคน 

ดังนั้น อานนท์ จึงกล้าขึ้นเวทีวิพากษ์สถาบันฯ ในเชิงวิชาการ เหมือนที่ปิยบุตร แสงกนกกุล อภิปรายในสภาฯ 

หลังโยนระเบิดกลางสังคมไทย และมีแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มารับไม้ต่อ ด้วยข้อเสนอทะลุเพดาน อานนท์ก็ล่องหน(ชั่วคราว) โดยใช้เพจ “ทนายอานนท์ นำภา – Arnon Nampa” สื่อสารกับน้องๆ 

“สวัสดีครับ ก่อนไปชุมนุมอย่าลืมล้างจานนะครับ วันที่ 16 สิงหาคมนี้ ผมไม่มีคิวขึ้นปราศรัย เพราะเรื่องที่ต้องพูดได้ถูกส่งต่อสู่สาธารณะแล้ว ผมจะไปเป็นมวลชน เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องทุกคน” 

พออานนท์บอก ไม่มีคิวปราศรัย แฟนๆก็ถามหากันเซ็งแซ่ อานนท์ จึงต้องเขียนจดหมายออนไลน์ถึงน้องๆว่า 

“ถ้าน้องๆได้อ่านจดหมายฉบับนี้หวังว่าทุกคนคงสบายดี พี่อยู่ทางนี้ก็ยังมีสุขภาพกายสุขภาพใจที่แข็งแรงพอสมควร ท่ามกลางการต่อสู้ทางการเมืองในช่วงนี้คงบีบคั้นและกดดันทุกคนพอสมควรแต่พี่ก็หวังว่าทุกคนจะสามารถประคับประคองหัวใจของนักต่อสู้และผ่านมันไปได้  

อานนท์ หายไปไหน ลับลวงล่อ

เพนกวิน และรุ้ง รับไม้ต่อจากอานนท์

“โดยเฉพาะเพนกวิน ,ไมค์ ,รุ้ง และ ทัตเทพ และแกนนำนักศึกษาทุกคน เราเดินทางไกลมาด้วยกันระหว่างทางต้องประสบบาดแผลมากมาย ขอให้ทุกคนมีกำลังใจและความมุ่งมั่นในการต่อสู้ พี่สัญญาว่าถ้าเราได้เจอกันจะซื้อไส้ย่างมาย่างให้กินซัก 3 กิโล 

“ฝากความคิดถึงไปยังแก๊งค์ป้าๆด้วย ทั้งป้านก ป้ารุน ลุงทองและอีกหลายหลายคน หวังว่าแผลของป้านกที่เกิดจากการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. จะหายแล้ว ขอให้รักษาสุขภาพแล้วมาเจอกันวันที่ 16 ส.ค.นี้  ที่ราชดำเนิน..” 

เพื่อความปลอดภัย ทนายอานนท์ จึงต้องเล่นเกมเอาล่อเอาเถิดกับฝ่ายผู้ถืออำนาจ 

กลยุทธ์ที่กลุ่มนักศึกษาใช้ในเวลานี้คือ การชิงปล่อยข่าว อย่างเพนกวินที่ตะโกนบอกว่า ถูกออกหมายจับคดี 112 ทั้งที่แค่มีคนมาแจ้งความ ตำรวจยังไม่ได้พิจารณาอะไรเลย

ปากคำ”รุ้ง”เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปากคำ”รุ้ง”เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ

ปากคำ"รุ้ง"เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ14 สิงหาคม 2563 – 11:00 น.

ปากคำ”รุ้ง”เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ ขบวนการนักศึกษามั่นใจ “กระแสสูง” จึงเปิดเกมรุก “ทะลุเพดาน” ประเมินว่าฝ่ายอนุรักษ์พลังถดถอย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ปรากฏการณ์ 10 ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันเบื้องสูง ที่ถูกนำเสนอผ่านเวทีกิจกรรม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เป็นดอกผลของนักวิชาการปีกก้าวหน้า กับกลุ่มแดงอิสระ ที่มี “ธง” เคลื่อนไหวต่างจาก นปช. พยายามเสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 เมื่อปี 2555

อ่านข่าว…   จาก 112 ริกเตอร์ ถึงม็อบธรรมศาสตร์

ปากคำ"รุ้ง"เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ

“รุ้ง” ให้สัมภาษณ์ “จอม”

วันนั้น “ปรากฏการณ์ 112 ริกเตอร์” ทำได้แค่หามรายชื่อผู้สนับสนุนไปถึงสภาฯ ก่อนที่พรรคเพื่อไทยจะเขี่ยทิ้ง 

หลังรัฐประหาร แกนนำแดงอิสระที่เคลื่อนไหวในนาม “ครก.112” ต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างแดน และบางกลุ่มไปตั้งหลักที่ สปป.ลาว จัดรายการวิเคราะห์การเมืองทางยูทูบ ชูธงล้มสถาบันฯ  

ปรากฏว่า แกนนำแดงอิสระหลายคนถูกอุ้มหาย และบางส่วนต้องเผ่นออกจากลาวไปอยู่ในยุโรป 

ปี 2563 แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้นำเสนอข้อเรียกร้อง “ทะลุเพดาน” โดยอ้างว่า นี่คือการปฏิรูป ไม่ใช่ล้ม ไม่ใช่โค่น เหมือนพวกฝ่ายซ้ายไทยในอดีต 

จริงๆ แล้ว เนื้อหาที่รุ้งนำเสนอ ก็ไม่ต่างจากสิ่งที่ผู้ลี้ภัยอย่างสุรชัย แซ่ด่าน, ลุงสนามหลวง, โกตี๋ และอีกหลายคน เคลื่อนไหวปลุกระดมทางยูทูบ

ปากคำ"รุ้ง"เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ

เพจ “อมธ.”
++
โดมปฏิวัติ
++
เมื่อสองวันก่อน “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักศึกษาคณะคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์ และแกนนำพรรคโดมปฏิวัติ สหายร่วมรบของ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้ให้สัมภาษณ์ช่องยูทูบของจอม เพชรประดับ 

ในฐานะแกนแกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล  บอกกับ “จอม” ว่า ต้องการพังเพดาน จึงเสนอ 10 ข้อเรียกร้อง และเชื่อมั่นในพลังคนรุ่นใหม่ว่า เห็นด้วยกับสิ่งที่เธอนำเสนอทั้งหมด 

จอมถามว่า พวกเธอไม่กลัวพลังมวลมหาประชาชน ที่เคยออกมาชุมนุมเมื่อหลายปีก่อน “รุ้ง” ตอบว่า พลังของคนรุ่นใหม่เยอะกว่า และเชื่อว่าพลังคนรุ่นนั้นลดลงเยอะแล้ว 

ปฏิกิริยาหลังการเสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ “รุ้ง” บอกรู้สึกผิดหวังกับกระแสโต้กลับบ้าง โดยเฉพาะผู้บริหารธรรมศาสตร์ ทั้งที่ควรรักษาหลักการประชาธิปไตยอันเป็นเป้าหมายของมหาวิทยาลัย  

แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยังเชื่อมั่นว่า พวกเธอมีเสียงสนับสนุนที่มากกว่า และเชื่อมั่นว่าระดับเพดานข้อเรียกร้องนี้จะไม่ลดต่ำลง แต่จะยิ่งเข้มข้นและจริงจังมากขึ้น

ปากคำ"รุ้ง"เชื่อกระแสสูงฝ่ายต้านอ่อนแอ

โฆษก อมธ.

++
เสียงจาก อมธ.
++
เพจองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 11 ส.ค.2563 ได้อัพสเตตัส “หนึ่งคนพูด เพื่อให้ล้านคนตื่น” พร้อมลงภาพรุ้ง ปนัสยา กำลังอ่าน 10   ข้อเสนอในกิจกรรมธรรมศาสตร์จะไม่ทน 

ล่าสุด มีแผนผังปริศนา พูดถึงการจัดงานชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” ทาง อมธ.จึงได้นำโพสต์ และตั้งคำถามว่า 

“เราขอตั้งคำถามไปยังผู้ที่จัดทำแผนผังนี้ถึงจุดประสงค์ว่าจัดทำเพื่ออะไร และถ้าหากแผนผังนี้ออกโดยหน่วยงานราชการ เราอยากย้ำเตือนกับพวกท่านว่า ประเทศแห่งนี้ มีการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” 

ขณะเดียวกัน “บัซซี่ ศิวกรณ์” โฆษก อมธ. ยืนยันว่า องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะองค์กรผู้แทนของนักศึกษาที่มาจากการเลือกตั้ง ได้เข้ามาอำนวยความสะดวกในการทำกิจกรรม #ธรรมศาสตร์จะไม่ทน ร่วมกับกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมเท่านั้น  

อย่างไรก็ตาม อมธ.พร้อมจะปกป้องเพื่อนนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวจัดกิจกรรม และจะไม่ยอมให้มีการคุกคามประชาชน