คำสารภาพ’จักรภพ’วางแผนบุกบ้านป๋า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คำสารภาพ’จักรภพ’วางแผนบุกบ้านป๋า

คำสารภาพ'จักรภพ'วางแผนบุกบ้านป๋า28 มิถุนายน 2563 – 14:20 น.

คำสารภาพจากแดนไกลของ “จักรภพ” บอกเล่าเบื้องหลัง ยุทธการบุกบ้านป๋าเปรม สะท้อนยุทธศาสตร์ “ตาสว่าง” ไม่เคยเปลี่ยน

หลังหนีออกจากกัมพูชาไปตั้งหลักเสวยสุขในยุโรป “จักรภพ เพ็ญแข” จึงเขียนเบื้องหลังม็อบ นปก.บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ จนกลายเป็นคดีความ และแกนนำ นปก.บางคน ต้องติดคุก 2 ปี 8 เดือน

อ่านข่าว: จักรภพโผล่ รับ “พ่าย” หนีตายจากเขมร

เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2563 จักรภพ เขียนเรื่อง “ไปบ้านพลเอกเปรมทำไม?” เผยแพร่ทางเฟซบุ๊คส่วนตัว เพราะเห็นว่า คนรุ่นหลัง โตไม่ทัน อาจไม่เข้าใจเหตุการณ์ครั้งโน้น

“ตัวผมซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และได้ร่วมตัดสินใจกระทำการครั้งนี้ด้วย ขอเล่าให้ท่านทั้งหลายได้ฟัง เพื่อเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์..”

คดีบุกบ้านป๋าเปรม มีแกนนำ นปก. 2 คน ที่หนีคุกไปอยู่ต่างแดน คือ จักรภพ เพ็ญแข และ จรัล ดิษฐาอภิชัย

ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจที่มาขององค์กร นปก. ซึ่งจักรภพ ไม่ได้เล่า โดยเริ่มจากที่จักรภพ เพ็ญแข ชวน วีระกานต์ มุสิกพงศ์,จตุพร พรหมพันธุ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไปพบทักษิณ ชินวัตร ขอทุนมาตั้งบริษัท เพื่อนพ้องน้องพี่ จำกัด เพื่อจัดตั้งสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม “พีทีวี” ออกอากาศ ในวันที่ 1 มี.ค.2550

ต่อมา คมช. และรัฐบาลสุรยุทธ์ มีคำสั่งห้าม “พีทีวี” ออกอากาศ จึงเป็นเงื่อนไขให้ จักรภพจัดการชุมนุมเรียกร้องให้พีทีวีได้ออกอากาศเหมือนเอเอสทีวี จึงเป็นที่มาของ “ม็อบพีทีวี” ที่ท้องสนามหลวง

หลังจากนั้น แนวร่วมประชาชนต้านรัฐประหาร (นปตร.) นำโดย นพ.เหวง โตจิราการ ได้รวมตัวกับ “ม็อบพีทีวี” เป็นองค์กรใหม่ที่เรียกกันย่อๆว่า “นปก.”

ภารกิจแรกของ นปก.คือ นัดชุมนุมมวลชนที่สนามหลวง และเคลื่อนทัพบุกบ้านป๋าเปรม 22 ก.ค.2550

++

คนเสื้อเหลือง

++

ปี 2550 ขบวนการต้านเผด็จการ ยังไม่ใช่ “คนเสื้อแดง” แต่เป็นกลุ่มคนรักทักษิณ ที่มีนักการเมืองดังแห่งอีสานใต้ เป็นสปอนเซอร์ ในฐานะตัวแทนอดีตนายกรัฐมนตรี

“ขอให้สังเกตว่า ทุกคนในขบวนประท้วงสวมเสื้อสีเหลือง ซึ่งเป็นสีเสื้อเฉลิมพระเกียรติรัชกาลที่ 9 ที่รัฐบาลเลือกตั้งของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2549…”  จักรภพ บอกเล่าขบวนมวลชน นปก.ที่เคลื่อนไปบ้านป๋าเปรม

จริงๆแล้ว กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ที่ปักหลักชุมนุมต้าน คมช.ที่สนามหลวง ก็พยายามปลุกระดมโจมตีประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ว่าอยู่เบื้องหลังรัฐประหาร 2549

ด้วยเหตุนี้ จักรภพ จึงชูคำขวัญกดดันป๋าเปรมให้หลุดจากตำแหน่งประธานองคมนตรี และต้องเคลื่อนมวลชนไปที่บ้านสี่เสาฯ

++

สูงกว่าป๋าเปรม

++

เวลานั้น แกนนำ นปก. และสปอนเซอร์ ก็ยังเป็นขบวนการคนรักทักษิณ แต่กลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จ และกลุ่มอิสระที่รวมตัวอยู่สนามหลวง กลับมองสูงกว่า “ป๋าเปรม” จึงชูภาพของคณะราษฎร และการปฏิวัติ 2475

“ผมปราศรัยในวันนั้น อย่างเด็กที่ผิดหวังในผู้ใหญ่ของบ้านเมือง คุณทักษิณเขาไม่ใช่คนวิเศษวิโส เขาไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่เขาทำประโยชน์ให้กับพวกประชาชนอย่างผม ให้เขาทำงานต่อไปเพื่อให้ชีวิตติดดินของเราดีขึ้นสักนิดไม่ได้เชียวหรือ อิจฉาริษยาอะไรกันนักหนา..” จักรภพ บันทึกไว้ด้วยความแค้น

ตอนท้าย จักรภพเขียนว่า “การไปบ้านพลเอกเปรมฯ เมื่อ พ.ศ. 2550 จึงเป็นการเสนอไมตรีและอาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายในการรักษาสายสัมพันธ์ระหว่างคนในชาติ คดีที่จับเข้าคุกกันล่าสุดนี้ จึงมีเป็นคำปฏิเสธมิตรไมตรี และไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่าความโง่ซ้ำซากของฝ่ายผู้กระทำ เหตุที่ว่าโง่ก็เพราะเป็นการกระทำที่ไม่มีประโยชน์โภชน์ผล มีแต่โทษรออยู่ทั้งนั้น”

คำสารภาพ'จักรภพ'วางแผนบุกบ้านป๋า

ทางเดินเฮียกวงจับตา ‘สัมมาชีพ” บ้านพัก 4 กุมาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทางเดินเฮียกวงจับตา ‘สัมมาชีพ” บ้านพัก 4 กุมาร

ทางเดินเฮียกวงจับตา 'สัมมาชีพ" บ้านพัก 4 กุมาร28 มิถุนายน 2563 – 12:35 น.

อนาคต “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” พร้อม 4 กุมาร จะเดินไปสู่หนไหน กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม หรือพรรคการเมือง…คอลัมน์ ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

จากนี้ไป “อุตตม สาวนายน“ และ ”สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” จะก้าวต่อไปในทิศทางใด ย่อมขึ้นอยู่กับ “จอมยุทธ์กวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คาดว่า หลังปรับ ครม. คงมีความชัดเจน

อีกคนที่น่าจับตา “ชวน ชูจันทร์” ปราชญ์เดินดินแห่งตลาดคลองลัดมะยม ตลิ่งชัน เพื่อนร่วมรุ่นกับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมัยเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ผู้จดทะเบียนก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ จะขยับไปตั้งพรรคใหม่อีกหรือไม่?

อ่านข่าว : พปชร.ตั้ง ‘นฤมล’ นำทีมเศรษฐกิจ ดึงคนมีชื่อเสียง-นักธุรกิจ-คนรุ่นใหม่ เข้าร่วม

นับแต่แยกทางจาก ทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 สมคิดซุ่มซ่อนสะสมเครือข่ายสายสัมพันธ์ โดยตั้งกลุ่มธรรมาธิปไตย เชื่อมร้อยกับกลุ่มต่างๆ ที่แตกตัวออกมาจากพรรคไทยรักไทย

ปี 2550 มีข่าวสมคิดไปร่วมงานการเมืองกับกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ กระทั่งการเลือกตั้งผ่านไป 2 รอบ สมคิดและขุนพลข้างกาย ก็มาโผล่ที่ คสช.

++

ที่มาของ 4 กุมาร

++

“เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หอบหิ้ว 4 กุมาร อย่าง อุตตม สาวนายน,สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์ และ กอบศักดิ์ ภูตระกูล มาขับเคลื่อนนโยบายประชารัฐให้ คสช. ตั้งแต่ปี 2558

อุตตมเปรียบเหมือนแขนขวาของเฮียกวง เคยทำงานร่วมกับสมคิดมาตั้งแต่อยู่ที่นิด้า ยุคไทยรักไทย อุตตม เคยเป็นที่ปรึกษา และผู้ช่วยรัฐมนตรีของสมคิด สมัยที่เขาเป็นรัฐมนตรีคลัง

ส่วนแขนข้างซ้ายของสมคิดคือ สนธิรัตน์ อดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เขาเป็นนักปฏิบัติการและมือประสานสิบทิศ

สมัยที่สมคิด ยังเดินงานมูลนิธิสัมมาชีพ ก็ได้ “สนธิรัตน์” เป็นมือทำงาน จนเป็นที่ยอมรับของภาคประชาสังคม และต่อยอดมาเป็นยุทธศาสตร์ประชารัฐ สมัยรัฐบาล คสช.

++

บ้านพักสัมมาชีพ

+++

ปี 2552 นพ.ประเวศ วะสี กับสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นผู้ริเริ่มที่จะจัดตั้งมูลนิธิสัมมาชีพ โดยมีคณะกรรมการที่ปรึกษามูลนิธิฯ ประกอบด้วย สำราญ ภูอนันตานนท์ ,นพ.มงคล ณ สงขลา ,บุญยเกียรติ โชควัฒนา ฯลฯ

อุดมการณ์ของมูลนิธิสัมมาชีพ คือการเชื่อมโยงชุมชน ภาคีพัฒนาและภาคธุรกิจ ให้มาทำงานร่วมกัน สร้างสัมมาชีพเต็มพื้นที่ขึ้นมา

ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิยุคแรกๆ คือ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ โดยมีตัวแทนภาคธุรกิจอาทิ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา และอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล ที่ทุ่มเทกับภารกิจสร้าง “สัมมาชีพทั้งแผ่นดิน”

เมื่อสมคิด และ 4 กุมาร เข้ามาร่วมรัฐบาลประยุทธ์ ยุทธศาสตร์ประชารัฐ ใต้ร่มเงา คสช. จึงเกิดยุทธศาสตร์ “สานพลังประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก” ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากอุดมการณ์ของสัมมาชีพ

จากวันนั้น ถึงวันนี้ มูลนิธิสัมมาชีพ มีอายุ 11 ปี ยังขับเคลื่อนต่อไป ภายใต้แนวคิด “สัมมาชีพเต็มพื้นที่” สานพลังขับเคลื่อนสัมมาชีพเต็มพื้นที่สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เชื่อมคน เชื่อมชุมชน เชื่อมสังคม เชื่อมรัฐ

สมมติว่า เฮียกวง ต้องพา 4 กุมาร ถอยทัพออกจากรัฐบาลประยุทธ์ “มูลนิธิสัมมาชีพ” น่าจะเป็นบ้านพักหลังแรกๆ ของผู้คนรอบกายเฮียกวง

จากสัมมาชีพ จะพัฒนาต่อไปในทิศทางของ “กลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคม” หรือ “พรรคการเมือง” ก็น่าจะเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง

“วีระกานต์” คน 6 คุก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วีระกานต์” คน 6 คุก

 "วีระกานต์" คน 6 คุก 27 มิถุนายน 2563 – 15:14 น.

วีระกานต์ มุสิกพงศ์ ฉายา “ไข่มุกดำ” แห่งพัทลุง เนื้อตัวเต็มไปด้วยรอยแผล ตามประสานักการเมือง ต้องเข้าคุกถึง 6 ครั้ง

++

นับเป็นเวลากว่า 10 ปี คดีแกนนำ นปก.นำผู้ชุมนุมหลายพันคน บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ก็มาถึงวันที่มีคำพิพากษาศาลฎีกา จำคุกแกนนำ นปก. คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รออาญา

ในนั้น มีนักการเมืองดัง “วีระกานต์ มุสิกพงศ์” วัย 72 ปี รวมอยู่ด้วย วีระกานต์เดินอยู่บนถนนการเมืองมายาวนานเกือบ 4 ทศวรรษ มีทั้งรุ่งโรจน์ และตกต่ำตามวิถี

คนพัทลุงเดิมชื่อ “วีระ” เริ่มต้นที่การเป็นนักหนังสือพิมพ์ ก่อนจะก้าวสู่ถนนสายเลือกตั้ง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จาก ส.ส.หนุ่ม แล้วขยับขึ้นเป็นแม่ทัพ ปชป. 

วีระต้องแยกทางจาก ปชป. ไปร่วมกับ เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรณ์ ตั้งพรรคประชาชน ถัดจากนั้น ได้จัดตั้งพรรคเอกภาพ (ยุบรวมกันของ 4 พรรคคือรวมไทย กิจประชาคม ก้าวหน้าและประชาชน)

หลังจากนั้น วีระไปร่วมตั้งพรรคความหวังใหม่ แล้วออกไปตั้งพรรคดำรงไทย ก่อนจะย้ายมาพรรคไทยรักไทย ,พรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ 

ด้วยวิถีแห่งนักเลือกตั้ง นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ย่อมมีบาดแผลเต็มตัว แล้วยังต้องเข้า-ออกคุกถึง 6 ครั้ง

 "วีระกานต์" คน 6 คุก

++

คุกแรก

++

สมัยวีระ มุสิกพงศ์ เป็นนักหนังสือพิมพ์ ได้เข้าร่วมขบวนการยึดอำนาจ ที่นำโดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร เมื่อ 26 มี.ค.2520 แต่ไม่สำเร็จ จึงกลายเป็นกบฏ ทั้ง พล.อ.ฉลาด และนายทหารคนสนิท ถูกจับกุมหมด

วีระและเพื่อนนักหนังสือพิมพ์อีก 3 คน ถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตนักการเมืองหนุ่มที่เผชิญวิบากการเมือง

++

คุกที่สอง

++

การเลือกตั้งปี 2529 “วีระ” ออกเดินสายหาเสียงช่วยนายทุนพรรคคือ พรเทพ เตชะไพบูลย์ ที่บุรีรัมย์ แต่เกิดเหตุการณ์พลิกผันเพราะวาจา ต้องคดีหมิ่นต่อสถาบันเบื้องสูง ในการปราศรัยหาเสียง ต้องคำพิพากษาสูงสุด รวมจำคุก 4 ปี

วีระติดคุกได้เพียงเดือนเดียว ก็มีพระบรมราชโองการอภัยโทษ โปรดเกล้าให้วีระพ้นสภาพจากการเป็นนักโทษ ตามที่ พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร รัฐมนตรีมหาดไทย สมัยรัฐบาลเปรม ทำหนังสือขึ้น กราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษ

 "วีระกานต์" คน 6 คุก

++

คุกที่สาม

++

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ “วีระ” สังกัดพรรคความหวังใหม่ ได้เข้าร่วมปราศรัยต่อต้านรัฐบาลสุจินดา ต่อมา วีระถูกออกหมายจับ จึงเข้ามอบตัวและไม่ขอประกันตัว และถูกฝากขังที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน เช่นเดียวกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง

หลังจากเหตุการณ์สงบ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วีระจึงถูกปล่อยตัว++

คุกที่สี่

++

วีระและแกนนำ นปก. ถูกจับกุมเมื่อ 26 ก.ค.2550 ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป พร้อมถูกนำไปขังคุก รอการปล่อยตัวชั่วคราว

สืบเนื่องจากวันที่ 22 ก.ค.2550 แกนนำและแนวร่วม นปช. เคลื่อนตัวจากท้องสนามหลวงไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง

++

คุกที่ห้า

++

เหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ช่วงเดือนพฤษภาคม 2553 วีระ และแกนนำ นปช.บางส่วนได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และถูกคุมขังอยู่ 7 เดือน จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อต้นปี 2554

ออกจากคุกรอบนี้ วีระเปลี่ยนชื่อ “วีระกานต์ มุสิกพงศ์” เพราะพ่อบังเกิดเกล้า อายุ 90 ปี ขอให้เปลี่ยนจากวีระ เป็นวีระกานต์ หวังจะให้พ้นเคราะห์ พ้นโศก จึงยินดีเปลี่ยน

 "วีระกานต์" คน 6 คุก

++

คุกที่หก

++

เมื่อคดีบุกบ้านป๋าเปรม มาถึงวันที่อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา วีระกานต์ มุสิกพงศ์ กับพวก ซึ่งมีความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ถูกสั่งจำคุกแกนนำ นปก. คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รออาญา

วีระหรือวีระกานต์ จึงต้องเดินเข้าสู่เรือนจำอีกครั้งหนึ่ง ชีวิตคนเลือกเกิดไม่ได้ เมื่อวีระกานต์ ตัดสินใจเลือกจะเป็นแล้ว ก็ต้องยอมรับผลแห่งการกระทำของตัวเอง

เสนาะหลบ’ป้อม’ มาแล้ว บิ๊กบราเธอร์บูรพา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เสนาะหลบ’ป้อม’ มาแล้ว บิ๊กบราเธอร์บูรพา

 เสนาะหลบ'ป้อม' มาแล้ว บิ๊กบราเธอร์บูรพา27 มิถุนายน 2563 – 11:43 น.

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เติบโตจากสระแก้ว เจนจบครบเครื่องเรื่องการเมือง-การทหาร จึงสยบเจ้าพ่อวังน้ำเย็นได้อยู่หมัด คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
ไม่ได้เหนือความคาดหมายใดๆ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นเจ้าของพรรคพลังประชารัฐ มาแต่แรกแล้ว เพียงแต่ไหว้วานให้ทีม 4 กุมาร ดูแลพรรคชั่วคราว
พรรคพลังประชารัฐ ถูกออกแบบมาสำหรับการทำสงครามเลือกตั้ง ไม่ใช่พรรคเชิงอุดมคติ เชิงอุดมการณ์ใดๆ สังเกตได้จากการรวบรวมไพร่พล “นักเลือกตั้ง” ผู้เจนจบกลยุทธ์การเอาชนะในสนาม ซึ่งคนระดับ อุตตม สาวนายน ไม่มีบารมีพอที่จะดึง “มังกรซ่อนพยัคฆ์” เหล่านั้นให้เข้ามาอยู่ในพรรคนี้ได้

สิ่งที่ พล.อ.ประวิตร ดำเนินการอยู่นี้ มิได้ต่างจาก “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น” เสนาะ เทียนทอง ผู้ได้เครดิตว่าเป็น “นักปั้นนายกฯ” ปั้นบรรหาร ปั้นพ่อใหญ่จิ๋ว และปั้นไทคูนทักษิณ
“บิ๊กป้อม” ก็เรียนรู้บทเรียนของ “ป๋าเหนาะ” มาปั้นน้องรัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้ง ได้สำเร็จ ซึ่งพูดกันตรงไปตรงมา หากไม่มี “พี่ป้อม” น้องรักอีกสองคน “ป๊อก-ตู่” ก็ไม่มีวันนี้

 เสนาะหลบ'ป้อม' มาแล้ว บิ๊กบราเธอร์บูรพา

                                               พี่ใหญ่บูรพาของจริง

++
คนโตชายแดน
++
     นักข่าวสายทหาร อาจจะยกให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นพี่ใหญ่ “บูรพาพยัคฆ์” แต่จริงๆแล้ว “บิ๊กป้อม” เป็นลูกครึ่งระหว่าง “ทหารเสือราชินี” (ร.21 รอ.) กับ “บูรพาพยัคฆ์” (ร.2 รอ.) จึงรู้จักมักคุ้นกับรุ่นพี่รุ่นน้องทั้งฝั่งชลบุรี และปราจีนบุรี  

     บารมีของบิ๊กป้อม ในฐานะบิ๊กบราเธอร์บูรพา น่าจะเริ่มต้น ตั้งแต่สมัยที่เป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 รอ.) ค่ายไพรีระย่อเดช จ.สระแก้ว ปี 2532 ก่อนขึ้นเป็น ผบ.พล.2 รอ.

 เสนาะหลบ'ป้อม' มาแล้ว บิ๊กบราเธอร์บูรพา
 เสนาะหลบ'ป้อม' มาแล้ว บิ๊กบราเธอร์บูรพา

                                   พล.อ.ประวิตร เติบโตจาก ร.12 รอ.ยุคแปรสนามรบเป็นสนามการค้า

    ยุคนั้น รัฐบาลชาติชาย ดำเนินนโยบายแปรสนามเป็นสนามการค้า ทำให้ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาคึกคักอีกครั้ง พ่อค้าชายแดนเฟื่องฟู ทั้งบนดินและใต้ดิน 

   บิ๊กป้อมจึงมีเพื่อนรักเป็นเจ้าพ่อชายแดนตัวจริง “บำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย” ประธานสภาหอการค้าจังหวัดสระแก้ว พ่อค้าชายแดนรายใหญ่ ที่ทำการค้าข้ามแดนไทย-เขมร มายาวนาน ซึ่งบิ๊กป้อมก็รู้จักกับเสนาะ เทียนทอง เจ้าพ่อวังน้ำเย็น แต่ไม่ลึกล้ำเหมือนบำรุง

 เสนาะหลบ'ป้อม' มาแล้ว บิ๊กบราเธอร์บูรพา

                                        เสี่ยบำรุง คนโตชายแดน เพื่อนบิ๊กป้อม  

    หลายคนคิดว่า เสนาะ เทียนทอง ผลักดันให้ พล.อ.ประวิตร ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. สมัยรัฐบาลไทยรักไทย แต่จริงๆแล้ว ไม่ใช่เลย 
    ผู้ที่เป็นแบ็คหนุนบิ๊กป้อมคือ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตรัฐมนตรีกลาโหม หรือพยัคฆ์บูรพารุ่นพี่ และผู้หญิงหลังม่านชินวัตร 

++
เทียนทองยังหลบ
++
    ก่อนการเลือกตั้ง 2562  เสนาะ เทียนทอง พยายามต่อสายหา “บิ๊กป้อม” แต่ปัญหาภายในตระกูล “เทียนทอง” ทำให้ “ขวัญเรือน เทียนทอง” น้องสะใภ้ป๋าเหนาะ เลือกที่จะหอบ “ฐานิสร์-ตรีนุช” มาซบบ้านป่ารอยต่อก่อนใคร
    เนื่องจาก “กำนันขวัญเรือน” ต้องการปลดแอกจาก “บ้านใหญ่เมืองทองธานี” ขอสร้าง “บ้านใหญ่เขาฉกรรจ์” ด้วยลำแข้งตัวเอง
    สนามเลือกตั้งสระแก้วครั้งที่แล้ว จึงกลายเป็น “ศึกล้างตระกูล” และจบด้วยชัยชนะของบิ๊กป้อม 
    เขต 1 “ฐานิสร์ เทียนทอง” อดีต ส.ส.สระแก้ว ชนะ “สนธิเดช เทียนทอง” อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลวัฒนานคร หลานสายตรงของป๋าเหนาะ
    เขต 2 “ตรีนุช เทียนทอง” อดีต ส.ส.สระแก้ว ก็ชนะ พ.ต.อ.พายัพ ทองชื่น อดีต ส.ว.สระแก้ว คนสนิทป๋าเหนาะ    
    เขต 3 “สรวงศ์ เทียนทอง” อดีต ส.ส.สระแก้ว ทายาทของ “เสนาะ เทียนทอง” พ่าย “สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์” นักการเมืองท้องถิ่น สายตรงบ้านป่ารอยต่อ   

    บิ๊กป้อมทุ่มสรรพกำลังช่วย “สุรศักดิ์” เต็มที่ เพราะเขต 3 (อ.อรัญประเทศ อ.โคกสูง อ.ตาพระยา และอ.วัฒนานคร) เป็นพื้นที่ชายแดน ที่บำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย กัลยาณมิตรป๋าป้อมดูแลอยู่  

    นับแต่เล่นการเมืองมา 40 กว่าปี เสนาะ เทียนทอง พ่ายแพ้ยับเยิน และเจ็บปวดที่สุด

 เสนาะหลบ'ป้อม' มาแล้ว บิ๊กบราเธอร์บูรพา

                                                อวสานเจ้าพ่อวังน้ำเย็น 

เส้นทาง ‘เหวง’ จากภูพานสู่เรือนจำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เส้นทาง ‘เหวง’ จากภูพานสู่เรือนจำ

  เส้นทาง 'เหวง' จากภูพานสู่เรือนจำ27 มิถุนายน 2563 – 08:02 น.

กว่าค่อนชีวิต เหวง โตจิราการ พานพบทุกสมรภูมิ จากราชดำเนิน เดินสู่ภูพาน คืนรัง แดงทั้งแผ่นดิน ก่อนเข้าเรือนจำในวัยเกือบ 70 ปี

++

เช้าวันที่ 26 มิ.ย.2563 นพ.เหวง โตจิราการ จัดรายการ Facebook Live ตามปกติ ตอนหนึ่งหมอเหวงบอกว่า “วันนี้ต้องเดินทางไปฟังคำพิพากษาฎีกา กรณีการชุมนุมหน้าบ้านสี่เสา ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ผมน้อมรับทุกประการ..ถ้าศาลฎีกาพิพากษาให้เข้าเรือนจำ ผมก็ต้องเข้าเรือนจำ”

เย็นวันเดียวกันนั้น หมอเหวงจึงได้เข้าเรือนจำ พร้อมกับวีระกานต์ มุสิกพงศ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนพรุจ วรชิตวุฒิกุล

ตอนสายวันนั้น ก่อนเข้าไปฟังคำพิพากษา หมอเหวงให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า “จากความเป็นจริงในโลก เส้นทางประชาธิปไตยมันยาวไกลมาก บางประเทศใช้เวลาต่อสู้ร่วมร้อยปี ผมยังยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อไป หากว่าผมยังไม่สูญเสียชีวิต ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ ผมยังเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไปเรื่อยๆ”

วันนี้ หมอเหวงอายุ 69 ปี เริ่มต้นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในวัย 20 ปี ยุคสงครามเย็น คนหนุ่มสาว พ.ศ.นั้น ต้องเผชิญกับการล้อมปราบอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน
                       

  เส้นทาง 'เหวง' จากภูพานสู่เรือนจำ

++

ยุคแสวงหา

++

ปี 2513 เหวง โตจิราการ เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล มีความสนใจเรื่องพุทธศาสนา จึงเป็นประธานชมรมพุทธศาสตร์ มหิดล จนเพื่อนเรียก “มหาเหวง”

ปี 2517 เหวงได้รับเลือกให้เป็นประธานพรรคแนวร่วมมหิดล และเป็นนายกสหพันธ์นักศึกษามหิดล

ปี 2518 ออกจากรั้วมหิดลไปขับเคลื่อน “แนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” ส่งผลให้ตกเป็นเป้าหมายการล่าสังหารจากฝ่ายขวา เหวง ร่วมกับเพื่อนผู้นำนักศึกษา-กรรมกร ได้แก่ ปรีดี บุญซื่อ, ประสิทธิ์ ไชโย, เทิดภูมิ ใจดี, สมาน เลิศวงศ์รัฐ, เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และ จิระนันท์ พิตรปรีชา ต้องเดินทางไปฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาเวียดนาม และเข้าร่วมการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)

ปี 2521 ศูนย์การนำ พคท. ส่งตัวหมอเหวง หรือ “สหายเข้ม” จากแนวหลัง เพื่อมาทำงานด้านการแพทย์ที่แนวหน้าฐานที่มั่นภูพาน

++

ภูพานสู้

++

ปี 2523 “สหายปูน” ธิดา ถาวรเศรษฐ์ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล เดินทางมาเยี่ยมเยือนฐานที่มั่นภูพาน และพบรักสหายหนุ่ม “หมอเหวง” หรือ “สหายเข้ม” 

ปี 2524 หมอเหวงเข้าร่วมประชุมสมัชชาพรรคฯ ครั้งที่ 4 เฉพาะภาคอีสาน บนฐานที่มั่นภูพาน 

ปี 2525 สหายปูนหรือธิดา ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารกลางชุดที่ 4 แต่กลับไม่มีชื่อหมอเหวง

ปี 2526 หมอเหวง ประกาศแตกหักกับ พคท. ด้วยการเขียนหนังสือ “ป่าแตก” ร่วมกับ ธิดา ถาวรเศรษฐและในเวลาต่อมา ได้จัดงานฉลองการสมรสกับธิดา โดยมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นพยานในการฉลองสมรส

  เส้นทาง 'เหวง' จากภูพานสู่เรือนจำ

++

สู้เพื่อประชาธิปไตย

++

หลังพฤษภาทมิฬ เหวงและธิดา ปลุกปั้นสมาพันธ์ประชาธิปไตย และพยายามฟื้นองค์กรปฏิวัติไทย 

ต้นปี 2549 เหวง และมิตรสหายได้เข้าพบสนธิ ลิ้มทองกุล ที่บ้านพระอาทิตย์ พูดคุยเรื่องแนวทางการต่อสู้ แต่จูนกันไม่ติด จึงแยกทางกันเดิน

เมื่อเกิดรัฐประหาร 2549 เหวงเข้าร่วมขบวนการคนรักทักษิณต้านเผด็จการทหาร และยกระดับเป็นองค์กรแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.)

การเคลื่อนไหวของ นปก.ช่วงปี 2550 ยังอยู่ภายใต้การสนับสนุนแบบลับๆ ของ เนวิน ชิดชอบ 

ก่อนจะเป็น นปก. วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จักรภพ เพ็ญแข ,ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ไปพบทักษิณ ขอตั้งสถานีโทรทัศน์พีทีวี และจัดการชุมนุมในนามม็อบพีทีวี

ว่ากันว่า “จักรภพ” เป็นคลังสมองของ นปก. และตั้งธง “ล้มป๋า” จึงมีปฏิบัติการบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์อยู่หลายรอบ และเกิดเรื่องใหญ่ในที่สุด

แฉคดีบุกบ้านป๋า อัยการเคยสั่งไม่ฟ้อง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แฉคดีบุกบ้านป๋า อัยการเคยสั่งไม่ฟ้อง

แฉคดีบุกบ้านป๋า อัยการเคยสั่งไม่ฟ้อง26 มิถุนายน 2563 – 17:28 น.

แฉคดีบุกบ้านป๋า อัยการเคยสั่งไม่ฟ้อง

คดีบุกบ้านป๋าเปรมที่ทั้งศาลชั้นต้น อุทธรณ์ และฎีกา พิพากษาตรงกันทั้ง 3 ศาลว่าแกนนำ นปช. ซึ่งสมัยนั้นยังเรียกตัวเองว่า “นปก.” (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ) มีความผิดจริง จึงสั่งลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากเป็นการจัดชุมนุมที่ไม่ได้เป็นการ “ชุมนุมโดยสงบ” แต่เป็นการจงใจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ซึ่งถือเป็นเหตุร้ายแรง จึงไม่เมตตาลงโทษสถานเบาตามที่ร้องขอ แม้จะมากลับคำให้การเป็นรับสารภาพผิดในภายหลังนั้น 

จริงๆ แล้วคดีนี้ หากย้อนตรวจสอบกลับไปเมื่อปี 52 จะพบความจริงที่ไม่น่าเชื่อว่า อัยการเคยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องแกนนำ นปช.ทั้งหมดมาแล้ว โดยมีคำสั่งฟ้องเพียงผู้ร่วมชุมนุมโนเนมแค่ 2 คนเท่านั้น

วันที่ 27 มีนาคม 2552 หรือเมื่อ 11 ปีก่อน นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญาในขณะนั้น เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีแกนนำ นปช.บุกบ้านป๋าเปรมว่า คณะทำงานอัยการได้พิจารณาสำนวนหลักฐานและข้อเท็จจริงแล้ว มีความเห็น “สั่งไม่ฟ้อง” โดยให้เหตุผลว่า ลักษณะการชุมนุมเป็นไปอย่างเปิดเผย ไม่มีอาวุธ ซึ่งเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ (จะเห็นได้ว่าเหตุผลของอัยการ ตรงข้ามกับศาลที่ตัดสินในภายหลังทั้ง 3 ศาลอย่างสิ้นเชิง) 

โดยผู้ต้องหาในคดีนี้มี 15 คน ซึ่งนอกจาก 4 แกนนำที่ติดคุกวันนี้แล้ว ยังมี นายจักรภพ เพ็ญแข / นายจรัล ดิษฐาอภิชัย / พันเอก อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตแกนนำที่หลบหนีออกนอกประเทศด้วย โดยในส่วนของ พันเอกอภิวันท์ เสียชีวิตไปแล้ว / แต่อัยการกลับมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ชุมนุมโนเนม 2 คน ที่เหลือ 13 คนสั่งไม่ฟ้องทั้งหมด 

ความเห็นของอัยการในครั้งนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หนำซ้ำหลังจากมีคำสั่ง ทางอัยการก็ไม่ได้แถลงข่าวต่อสาธารณชน แต่เก็บเรื่องเงียบไว้ กระทั่ง “เสี่ยเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เปิดปากให้สัมภาษณ์เอง สังคมจึงได้ทราบว่าคดีนี้อัยการสั่งไม่ฟ้อง 

ตามขั้นตอนเมื่ออัยการมีความเห็นแตกต่างจากตำรวจ ต้องส่งสำนวนกลับไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งมีความเห็นสั่งฟ้องตั้งแต่แรก โดยหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน คือ พลตำรวจโท เจตน์ มงคลหัตถี นายตำรวจมือสอบสวนคนดัง 

ต่อมาวันที่ 22 กรกฎาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้ทำความเห็นแย้งอธิบดีอัยการฝ่ายคดีอาญา โดยยืนยันสั่งฟ้อง ทำให้ต้องส่งสำนวนไปให้อัยการสูงสุดพิจารณาชี้ขาด 

อัยการสูงสุดในขณะนั้นก็คือ นายชัยเกษม นิติสิริ ซึ่งปัจจุบันเป็นแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้พิจารณาสำนวนแล้ว มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ในวันที่ 31 กรกฎาคม คดีจึงถูกนำขึ้นสู่ศาล กระทั่งศาลพิพากษาจำคุกแกนนำ นปช. ทั้ง 3 ศาล และต้องเข้าคุกจริงเพราะศาลไม่รอลงอาญา ในการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ (ยกเว้นพวกที่หนีไปต่างประเทศและเสียชีวิต)

มีรายงานว่า ช่วงที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีบุกบ้านป๋าเปรมในตอนแรก แกนนำ นปช.บางส่วนได้ฟ้องกลับนายตำรวจระดับสูงบางนายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย โดยตำรวจที่ถูกฟ้องเป็น “นายตำรวจราชสำนักประจำ” หรือ นรป. ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงอิทธิพลของ “ระบอบทักษิณ” ที่ส่งผลถึงคดีนี้และการฟ้องกลับนายตำรวจใหญ่

ทิ้งเพื่อนแดง “จักรภพ” หน้านวล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทิ้งเพื่อนแดง “จักรภพ” หน้านวล

ทิ้งเพื่อนแดง "จักรภพ" หน้านวล26 มิถุนายน 2563 – 12:55 น.

ทิ้งเพื่อนแดง “จักรภพ” หน้านวล “จักรภพ เพ็ญแข” บุกบ้านป๋าเปรม รอดคุก หนีไปซุกใต้ปีกผู้นำเขมร ก่อนจะเผ่นหนีตายไปยุโรป หลัง”วันเฉลิม” หายตัวไป

++
เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ไม่มีแกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์หลบอยู่ในกัมพูชาแล้ว หลัง “จักรภพ เพ็ญแข” เผ่นหนีไปปักหลักอยู่แถวยุโรป ส่วน “เซเลบแดง” บางกลุ่มยังใช้ชีวิตตามปกติ ภายใต้การดูแลของเครือญาติสมเด็จฮุน เซน

“จักรภพ” พึ่งใบบุญสมเด็จฮุน เซน อยู่หลายปี แต่พักหลัง ชักไม่แน่ใจในความปลอดภัย จึงย้ายไปอยู่แถวฝั่งยุโรป เขาจึงให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย ได้เต็มปากเต็มคำ ไม่มีกั๊กเหมือนเก่า

อ่านข่าว…  จักรภพโผล่ รับ “พ่าย” หนีตายจากเขมร

ล่าสุด “จักรภพ” ได้โหนกระแสประวัติศาสตร์ โพสต์เรื่องสรุปบทเรียนจากการปฏิวัติสยาม พ.ศ.2475 ผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว 

จักรภพสรุปไว้ 10 ข้อ ตามทัศนะ “ซ้ายสุดขั้ว” แต่มีหัวข้อที่น่าสนใจอยู่ไม่กี่ข้อ เขาคงถอดบทเรียนความพยายาม “ปฏิวัติมวลชน” มาสองสามครั้ง แต่ไม่สำเร็จ

“ในขบวนประชาธิปไตย มักจะมีผู้ทรยศปนอยู่ด้วยเสมอ คนแบบนี้เลวกว่าศัตรู เพราะแสร้งว่าเป็นมิตรแต่คอยทำลายจากภายใน เราต้องมีวิธีที่จะรับมือกับคนเยี่ยงนี้อย่างเหมาะสม”

ประเด็นนี้ จักรภพเขียนจากประสบการณ์ตรง เพราะเขารู้ดีว่า ผู้ลี้ภัยในลาวที่ถูกอุ้มหายไป ส่วนหนึ่งมาจากการทรยศหักหลังภายในหมู่แดงฮาร์ดคอร์

รวมถึงการเปิดเผยเรื่อง “กองกำลัง” และแหล่งสะสมอาวุธสงคราม ก็มาจากการขายความลับของคนเสื้อแดงบางคน หลังรัฐประหาร 2557

“ความอิจฉาริษยากันเอง ทำลายขบวนการทางการเมืองมาทุกยุคทุกสมัย” บทเรียนนี้ จักรภพเริ่มมีอคติกับแกนนำ นปช.บางคน ไม่พอใจบทบาทการนำ เขาจึงแยกตัวไปเคลื่อนไหวกับ “กลุ่มแดงสยาม” ขบวนการตาสว่าง

อีกหัวข้อหนึ่งที่จักรภพฝันเฟื่อง “เมื่อ พ.ศ. 2475 คณะราษฎรไม่มีมวลชน แต่ในยุคนี้มีมวลชน”

ประเด็น “มวลชน” จักรภพเชื่อในพลังมวลชน ที่จะลุกขึ้นมาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เขาจึงกระโจนเข้าร่วม “ม็อบต้านเผด็จการ” ตั้งแต่ปี 2550

เริ่มม็อบพีทีวี ที่เข้าเทคโอเวอร์การชุมนุมของกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ พัฒนาเป็น “แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ” (นปก.)

วันที่ 22 ก.ค.2550 จักรภพ และมิตรสหายอีก 15 คน ได้เคลื่อนมวลชน นปก.จากท้องสนามหลวงไปปิดล้อมบริเวณหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งเป็นบ้านพักรับรองของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ จนเป็นเหตุให้เกิดการจลาจล มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก

เป้าหมายการบุกป๋าเปรม ก็เพื่อแสดงให้คนไทยเห็นว่า พล.อ.เปรม เป็นตัวแทนระบอบอำมาตย์ ที่อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 2549

“จักรภพ” ตกเป็นผู้ต้องหาคดีก่อความวุ่นวายหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ตอนหลังมีคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉิน จักรภพจึงหนีออกไปจากประเทศไทย ตั้งแต่ “สงกรานต์เลือด” ม็อบเสื้อแดงยกแรกพ่ายแพ้ เมื่อปี 2552

หลังจากนั้น ในปีเดียวกัน แกนนำ นปช. ได้ตัดขาดความสัมพันธ์กับเครือข่ายพลังประชาธิปไตย “กลุ่มแดงสยาม” ที่นำโดย จักรภพ เพ็ญแข

เป็นที่ทราบกันดี จักรภพ ศรัทธาในแนวคิดเปลี่ยนระบอบ ของ สุรชัย แซ่ด่าน จึงอาสาเป็นประธานกลุ่มแดงสยาม หันหลังให้กับกลุ่ม นปช. 

จักรภพจะวิพากษ์แกนนำ นปช. เป็นพวกที่สู้ไป กราบไป ไม่ยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยประชาชน

ความฝันของจักรภพ ยังบรรเจิด จึงละเมอเพ้อว่า “…จากนี้ไปเป็นวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2475 คือเป็นรุ่งขึ้นของวันปฏิวัติสยามเสมอไป จะได้เลิกเสียเวลาของบ้านเมืองเสียที”

ฉีกปฎิญญา “นายกชาย” ทิ้ง ส.ส. ชน”ผู้การชาติ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฉีกปฎิญญา “นายกชาย” ทิ้ง ส.ส. ชน”ผู้การชาติ” 

ฉีกปฎิญญา "นายกชาย" ทิ้ง ส.ส. ชน"ผู้การชาติ" 26 มิถุนายน 2563 – 09:50 น.

ฉีกปฎิญญา “นายกชาย” ทิ้ง ส.ส. ชน”ผู้การชาติ”  ถ้าเป็นจริงก็เหนื่อย ‘เดชอิศม์’ ส.ส.สงขลา จะลาออก ชิงนายก อบจ. ชน “ผู้การชาติ” แม่ทัพใต้ พปชร. คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หลังเลือกตั้ง 2562  “ถาวร เสนเนียม” นัด ส.ส.สงขลา 8 เขต จาก 3 พรรคการเมืองมานั่งคุยกัน ได้แก่เขต 1 วันชัย ปริญญาศิริ (พปชร.) ,เขต 2 ศาสตรา ศรีปาน (พปชร.) ,เขต 3 พยม พรหมเพชร (พปชร.) ,เขต 4 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี(พปชร.) ,เขต 5 เดชอิศม์ ขาวทอง(ปชป.) ,เขต 6 ถาวร เสนเนียม (ปชป.) ,เขต 7 ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ (ภท.) และเขต 8 สุรินทร์ ปาลาเร่ (ปชป.) ในนาม “ลูกสงขลา”

นอกจาก ส.ส.ทั้ง 8 คน ก็มี พ.อ.(พิเศษ) สุชาติ จันทรโชติกุล แม่ทัพใต้ของพลังประชารัฐ รวมอยู่ด้วย โดยพวกเขาจับมือทำงานเพื่อสงขลาบ้านเกิด หมดเวลาทะเลาะกัน ลดความขัดแย้ง

อ่านข่าว…   ผ่าด้ามขวานไทย สายมุสลิมแยกทาง “ผู้การชาติ”

ฉีกปฎิญญา "นายกชาย" ทิ้ง ส.ส. ชน"ผู้การชาติ" 

นายกชาย หอมกลิ่นการเมืองท้องถิ่น

มาถึงวันนี้ ด้วยวิถีการเมือง “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง เตรียมอำลาตำแหน่ง ส.ส.มาเล่นการเมืองท้องถิ่น โดยเสนอตัวชิงนายก อบจ.สงขลา ชนกับ “ผู้การชาติ” ข่าวนี้ทำเอาสภากาแฟหาดใหญ่ ตั้งวงวิเคราะห์กันสนุกปาก 

++
พี่หลวงถอดใจ
++
เดิมที  “พี่หลวงคร” พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ประกาศจะลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน นิพนธ์ บุญญามณี ทิ้งเก้าอี้นายก อบจ.สงขลา ไปเป็น รมช.มหาดไทย รวมถึงไพร พัฒนา ก็ขอลงสนามนายกฯ หาดใหญ่ต่ออีกสมัย

พล.ต.ท.สาคร จึงต้องมาเล่นสนาม อบจ.สงขลา โดยแกนนำ ปชป.สงขลา ก็ให้การสนับสนุน แต่เดินหาเสียงไปได้สักพัก “พี่หลวงคร” เกิดอาการถอดใจ ขอกลับไปเล่นสนามเล็กดีกว่า

สุดสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างการไปดูงานด้านการท่องเที่ยว “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง บอกกับนักข่าวว่า อยากแก้ปัญหาพื้นที่ จ.สงขลา ให้ดีขึ้น เพราะเป็นคนสงขลา รักสงขลาอย่างแท้จริง

ฉีกปฎิญญา "นายกชาย" ทิ้ง ส.ส. ชน"ผู้การชาติ" 

ลูกสงขลา ในวันที่ประกาศรวมพลังเพื่อท้องถิ่น

เบื้องต้นได้หารือกับ ถาวร เสนเนียม ไว้บ้างแล้ว สำหรับการจะลาออกจาก ส.ส.มาเล่นการเมืองท้องถิ่น

สาเหตุหลักน่าจะมา “สาคร ทองมุณี” หลังได้ทดลองเดินสายท้องถิ่นแล้ว ขอถอนตัวจาก นายก อบจ.สงขลา มาขอเดินหน้าลุยนายกเทศบาลนครหาดใหญ่แทน

“นายกชาย” เป็นคน อ.รัตภูมิ เริ่มเล่นการเมืองจากเวที สจ.สงขลา และก้าวเป็นนายก อบจ.สงขลา ก่อนจะเบนเข็มสู่เวที ส.ส.

ฉีกปฎิญญา "นายกชาย" ทิ้ง ส.ส. ชน"ผู้การชาติ" 

แอ๊ด เชียร์ผู้การชาติ

++
ผู้การใจสิงห์
++
ปลายปีที่แล้ว “ผู้การชาติ” พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล จับมือ “แอ๊ด คาราบาว” จัดคอนเสิร์ตคาราบาวมหากุศล 5 วัน 5 อำเภอ (อ.เมืองสงขลา อ.หาดใหญ่ อ.เทพา อ.สะเดา และอ.สะทิงพระ) ถือว่าเป็นการเปิดตัวผู้การชาติ ในนามกลุ่มสงขลาประชารัฐ พร้อมคำขวัญ “อบจ.สีขาว”

ชื่อชั้นผู้การชาติ โดดเด่นขึ้นมา เพราะพรรคพลังประชารัฐ กวาด ส.ส.ได้ 13 จาก 50 เขตในภาคใต้ ที่สงขลากวาดมาได้ถึง 4 จาก 8 ที่นั่ง

เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้นำการชาตินำทีมเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ โดยมี ไพร พัฒโน อดีตลูกหม้อ ปชป. เดินตามเข้าบ้านป่ารอยต่อฯด้วย

ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นสงขลา ทั้งสนามเทศบาลนครหาดใหญ่ และ อบจ.สงขลา ดุเดือดแน่ ถ้า “นายกชาย” เอาจริง และ “พี่หลวงคร” ไปเล่นสนามเล็ก

ฉีกปฎิญญา "นายกชาย" ทิ้ง ส.ส. ชน"ผู้การชาติ" 

“หมอนก”นำหัวขบวนทวงคืนธรรมาภิบาลบุกทำเนียบฯทวงสัญญาจาก”นายกฯ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“หมอนก”นำหัวขบวนทวงคืนธรรมาภิบาลบุกทำเนียบฯทวงสัญญาจาก”นายกฯ”

"หมอนก"นำหัวขบวนทวงคืนธรรมาภิบาลบุกทำเนียบฯทวงสัญญาจาก"นายกฯ"25 มิถุนายน 2563 – 17:50 น.

“หมอนก” พญ.กนกวรรณ นำหัวขบวนทวงคืนธรรมาภิบาล พร้อมรพศ.ทั่วประเทศ องค์กรแพทย์และภาคีเครือข่ายฯ บุกเนียบรัฐบาล ทวงถามสัญญา 3 ข้อจาก “นายกฯตู่”

ความคืบหน้ากรณีองค์กรแพทย์ขอนแก่น และบุคลากรสาธารณสุข สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย(สพศท.)รวมทั้งเครือข่ายประชาชนอีสานรวมการเฉพาะกิจ รวมตัวเรียกร้องธรรมาภิบาลกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)กรณีการโยกย้าย“หมอชาญชัย”นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.โรงพยาบาลศูนย์(รพศ.) ขอนแก่น ออกจากพื้นที่ด้วยข้อกล่าวหา“ฉ้อราษฎร์บังหลวง” จนเกิดประเด็นต่างๆ  ตามด้วยชมรมแท็กซี่สนามบินขอนแก่นออกมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ติดสติกเกอร์ #SAVEธรรมาภิบาล รพ.ขอนแก่น คนดีต้องมีที่ยืน ขอคนดี กลับมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2563 เครือข่ายประชาชนอีสานรวมการเฉพาะกิจเดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สป.สธ.)เพื่อขอเข้าพบ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เพื่อทวงถามธรรมาภิบาลในสธ. จากกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง “หมอชาญชัย” และย้ายมาปฏิบัติราชการที่กองบริหารการสาธารณสุข โดย นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ รองปลัด สธ. เป็นผู้มารับเรื่องแทนนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “หมอนก” พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์ รพศ.ขอนแก่น เปิดใจกับ “คมชัดลึกออนไลน์” ถึงความคืบหน้าของคดี “หมอชาญชัย” นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.โรงพยาบาลศูนย์(รพศ.)ขอนแก่น ว่า วันนี้ (25มิ.ย.2563 ) ครบ 25 วันแล้วหลังหมอชาญชัยถูกคำสั่งย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ในฐานะประธานองค์กรแพทย์ รพศ.ขอนแก่น เตรียมขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง

 “13.00 น.วันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.2563 องค์กรแพทย์ขอนแก่น และบุคลากรสาธารณสุข สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปแห่งประเทศไทย(สพศท.)รวมทั้งเครือข่ายประชาชนอีสานรวมการเฉพาะกิจ รวมตัวเรียกร้องธรรมาภิบาลกระทรวงสาธารณสุข นัดกันแต่งกายด้วยชุดดำจากนั้นเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงสัญญา 3 ข้อจากพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังพวกเราได้ยื่นข้อเรียกร้องเมื่อ 2 สัปดาห์” พญ.กนกวรรณ ระบุ

พญ.กนกวรรณ ย้ำถึงข้อเรียก 3 ประการว่า ประการที่1.เราเรียกร้องขอความเป็นธรรมในการย้ายหมอชาญชัย “ผอ.ชาญชัย จันทร์วรขัยกุล” กลับมารพศ.ขอนแก่น เพื่อให้ท่านได้กลับมาทำหน้าที่ตามเดิม ในระหว่างที่กระบวนการสอบสวนดำเนินไป 

“เหตุผล ไม่มีความชอบธรรมในการย้ายตั้งแต่แรก เพราะหมอชาญชัย ไม่ได้ขัดขวางกระบวนการสอบสวนหรือข่มขู่พยานตามที่ถูกกล่าวหาลองคิดดูว่าการย้ายคนที่มีความสามารถเข้าไปแขวนที่กระทรวงสาธารณสุข กับการให้ท่านมาทำงาน แบบไหนประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน”พญ.กนกวรรณ ระบุ

ประการที่2.ขอเรียกร้องตั้งกรรมการสอบสวนที่เป็นกลาง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ หากไม่สามารถหากรรมการที่เป็นกลางได้จริง ขอให้องค์กรอิสระจากภายนอกเข้ามาสอบสวนแทน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

“เหตุผล เพราะตามกลไกปกติ กรรมการสอบต้องเป็นไปคิวตามหลักธรรมาภิบาลของกองวินัย เหตุใดจึงทำตามกลไกเดิมไม่ได้พวกเราคิดว่าข้อเรียกร้อง 2 ประการนี้มีเหตุผลสมควร และอยู่ในอำนาจที่สามารถปฏิบัติได้ หากผู้ใหญ่มีเมตตาและมีความเที่ยงธรรมพอ จึงเรียนมาด้วยความเคารพ”พญ.กนกวรรณกล่าว

ประการที่3.ความคืบหน้าในการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นรูปธรรม

0กมลทิพย์ ใบเงิน0 เรียบเรียง

โซเชียลร้อนแรง ปมร้อน ฌอน # เซฟ หรือไม่ เซฟ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โซเชียลร้อนแรง ปมร้อน ฌอน # เซฟ หรือไม่ เซฟ

โซเชียลร้อนแรง ปมร้อน ฌอน # เซฟ หรือไม่ เซฟ25 มิถุนายน 2563 – 17:12 น.

โซเชียลร้อนแรง สำหรับ ประเด็น ฌอน บูรณะหิรัญ หลังถูกถล่มยับเพียงชั่วข้ามคืน ล่าสุด นักวิชาการ ออกมาชื่นชม ชวน เซฟ ฌอน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรง ในโลกออนไลน์ เพียงชั่วข้ามคืน จากกรณีที่ “ฌอน บูรณะหิรัญ” ได้ร่วมกิจกรรมปลูกป่าและมีการชื่นชม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ว่าตัวจริงน่ารักมาก

โดยฌอน บูรณะหิรัญได้ชื่นชมว่า บิ๊กป้อม ตัวจริงน่ารักมาก พร้อมแนะอย่าเชื่อสื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ จนกว่าจะได้สัมผัสด้วยตัวเอง ส่งผลให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างมากจากคนในโซเชียล ผู้อ้างตนว่าคลั่งในประชาธิปไตย แต่รับความคิดเห็นต่างจากตัวเองไม่ได้ และเมื่อเข้าไปสำรวจในเพจ “Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ และจากการตรวจสอบยอดผู้ติดตามจากกว่า 4 ล้านคน ขณะนี้ลดลงเหลือ 3.9 ล้าน บัญชีผู้ติดตามเท่านั้น

ขณะที่ในโลกออนไลน์ ก็มีหลายคนที่ออกมาตำหนิ ด่าทอ และให้กำลังใจ ฌอน เป็นอย่างมาก  อย่างเช่น พระมหาไพรวัลย์ วรรณบุตร พระนักเคลื่อนไหวกิจกรรมชื่อดัง ก็ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ก ในประเด็นดังกล่าวนี้ด้วยเช่นกัน โดยมีข้อความว่า  “อาตมาเป็นกำลังใจให้โยม Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ นะ บทเรียนครั้งนี้ (โยมฌอนอาจไม่มองว่าเป็นบทเรียนก็ได้ อาจก็เป็นปรากฎการณ์หรืออะไรก็ตาม) สำคัญมาก อย่างน้อยที่สุดมันจะช่วยให้โยมฌอนเรียนรู้ที่จะตระหนักอย่างมากยิ่งขึ้น

ปรากฎการณ์ครั้งนี้จะทำให้โยมฌอนตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม การเคารพความรู้สึกนึกคิดของผู้คน ซึ่งแน่นอนว่าในฐานะของบุคคลสาธารณะที่มีผู้คนติดตามเป็นจำนวนมาก โยมฌอนไม่สามารถหลีกหนีมันได้

อาตมาเคยฟังโยมฌอนพูดนะ โยมฌอนพูดว่า ในทุกครั้งที่เราพลาด ชีวิตต้องการเราคนใหม่เสมอ ดังนั้นในฐานะของคนที่เคยอ่านหนังสือของโยมฌอน มาเหมือนกัน อาตมาก็รอโยมฌอนคนใหม่อยู่”

โดยในคอมเม้นท์ของพระมหาไพรวัลย์ ได้แจงเหตุผลไว้ว่า “ที่พูดถึงฌอนนั้นในฐานะของคนที่ซื้อหนังสือมาอ่านและติดตามฟังแง่คิดของฌอนในยูทูปเท่านั้น”

ทั้งนี้ พระมหาไพรวัลย์  ยังเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเพจของฌอน โดยโพสต์รูปภาพนั่งสวดมนต์ถือตาลปัตรที่มีข้อความว่า “เดี๋ยวก็ตายกันหมดแล้ว”

พระนักเคลื่อนไหว ก็ได้ขึ้นโพสต์อีกรอบว่า “ชีวิตของพวกเราทุกคนมีความเป็นโค้ชอย่างสมบูรณ์อยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้วนะ ชีวิตแนะนำพวกเรา สอนพวกเราอยู่ทุกวัน และสอนด้วยความจริงอย่างชนิดที่เหมาะสมและตรงกับเราที่สุดด้วย ลองฟังเสียงพูด ฟังคำเตือนจากชีวิตของตัวเองให้ดีดีเถอะ นั่นแหละ คือไลฟ์โค้ชของเรา”

ขณะที่ “ดร.สุวินัย ภรณวลัย” นักวิชาการ จากสถาบันทิศทางไทย ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ ฌอน พร้อมติด แฮชแทก #เซฟฌอน อีกด้วยโดย ระบุว่า..ฌอน

คนดังที่กล้าสวนกระแสแบบไม่กลัวว่าทัวร์จะลง ถ้าไม่ใช่คนกล้า คนโง่ (ที่ไม่รู้จักทิศทางลม) คนไม่แคร์ใคร หรือคนโลกสวยมากๆ คงทำไม่ได้แน่นอน บางที “ฌอน” อาจมีครบทั้งหมดในตัวเขาก็เป็นได้

#เซฟฌอน

ทั้งนี้ “ดร.สุวินัย” ได้ระบุว่าเพิ่มเติม อีกด้วยว่า ..โดยส่วนตัว ผมมองว่า “ฌอน”คงนึกไม่ถึงว่ามันจะออกมาแรงขนาดนี้ “ฌอน”น่าจะไม่รู้จักสังคมไทย และคนรุ่นใหม่ไทยดีพอ

Sean Buranahiran – ฌอน บูรณะหิรัญ