ด้ามขวานร้อน “สันติ” ขุนพลทักษิณ ตามรอยอนุมัติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ด้ามขวานร้อน “สันติ” ขุนพลทักษิณ ตามรอยอนุมัติ

ด้ามขวานร้อน "สันติ" ขุนพลทักษิณ ตามรอยอนุมัติ

เลือกตัั้งสมัยหน้า “บิ๊กป้อม” เตรียมส่ง “เสี่ยสันติ” เจ้าพ่อมะขามหวาน คุมแดนทักษิณ ปชป.หนาวยะเยือก คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
          การเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐเที่ยวนี้ สัญญาณบ่งชี้ว่า อาจมีการเลือกตั้งทั่วไปในเร็ววันนี้ มีความชัดเจน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และอนุชา นาคาศัย รั้งเก้าอี้เลขาธิการพรรค

          นัยว่า “เจ้าพ่อมะขามหวาน” สันติ พร้อมพัฒน์ จะไปนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการพรรค และรับผิดชอบภาคใต้ 

อ่านข่าว…  แม่บ้าน พปชร. “สันติ” คนเดิม เพิ่มเติมคือ”หญิงอ้อ”

          หากข่าวนี้เป็นจริง ทำให้คอการเมืองปักษ์ใต้ นึกถึงวันที่ “ลุงป้อม” ส่ง “อนุมัติ อาหมัด” นักธุรกิจพลังงาน ที่ประกาศลาออกจาก สนช. ก่อนเลือกตั้งครั้งที่แล้ว 1 เดือน ลงมาเป็นแม่ทัพเลือกตั้งชายแดนภาคใต้

          บุคลิกของสันติ และอนุมัติ คล้ายคลึงกัน ประเภทใจถึงพึ่งได้

ด้ามขวานร้อน "สันติ" ขุนพลทักษิณ ตามรอยอนุมัติ

สันติ พร้อมพัฒน์
++
สองแม่ทัพ
++
          ดังที่ทราบกัน ช่วงเลือกตั้ง 2562 “ผู้การชาติ” พ.อ.(พิเศษ) สุชาติ จันทรโชติกุล เป็นแม่ทัพใหญ่ภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐ

          ว่ากันตามจริง ผู้การชาติก็รับผิดชอบแค่ภาคใต้ตอนบน ส่วน 3 จังหวัดภาคใต้ รับผิดชอบโดย อนุมัติ อาหมัด  อดีต สนช.

          ปัจจุบัน อนุมัติ ได้รับเลือกให้เป็น ส.ว. เหลือแต่ “ผู้การชาติ” ต้องสู้ศึกนายก อบจ.สงขลา แถมผู้การชาติ ไม่ใช่สายตรงบ้านป่ารอยต่อฯ

          “อนุมัติ” มุสลิมปาทาน เติบโตจาก อ.สะเดา จ.สงขลา เริ่มต้นธุรกิจด้วยทำการค้าสินค้าเกษตรและปศุสัตว์เพื่อการส่งออก และเป็นนักธุรกิจมุสลิมที่ประสบความสำเร็จด้านพลังงานและปิโตรเลียม

          สมัยเลือกตั้ง อนุมัติจับมือ “กูเซ็ง ยาวอหะซัน” นายก อบจ.นราธิวาส 3 สมัย จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส และตั้งเป้า 2 เก้าอี้ ก็เป็นไปตามคาดหมาย

          หลังเลือกตั้ง สองแม่ทัพใต้ก็ปล่อยให้ ส.ส.หน้าใหม่ เข้าสภาฯ ตามลำพัง เหมือนถูกลอยแพ

ด้ามขวานร้อน "สันติ" ขุนพลทักษิณ ตามรอยอนุมัติ

อนุมัติ อาหมัด
++
เช็กชื่อ ส.ส.ใต้
++ 
          ลองเช็กรายชื่อ ส.ส.ใต้ พรรคพลังประชารัฐ 13 คน ฝั่งทะเลสาบสงขลา ได้แก่ วันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา เขต1, ศาสตรา ศรีปาน ส.ส.สงขลา เขต 2,พยม พรหมเพชร ส.ส.สงขลา เขต 3 และ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา เขต 4

          ฝั่งอันดามัน ได้แก่ สุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต เขต 1, นัทธี ถิ่นสาคู ส.ส.ภูเก็ต เขต 2 และนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง เขต 1

          ฝั่งอ่าวไทย ได้แก่ รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1,สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 2 และ สายัณห์ ยุติธรรม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 4

          ฝั่งปลายด้ามขวาน ได้แก่ วัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส เขต 1 ,สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส เขต 2 และอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา เขต 1

          เนื่องจาก “ผู้การชาติ” ไม่ได้เป็น ส.ส. ทำให้ 13 ส.ส.ใต้ เคว้งคว้างระยะแรกๆ ทวี สุระบาล อดีต ส.ส.ตรังที่เคยช่วยงานผู้การชาติ จึงตั้งกลุ่มด้ามขวานไทย เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานในทำงานการเมือง แต่ก็ไปไม่รอด 

          13 ส.ส.ใต้ จึงถูกดึงไปสังกัดกลุ่มสามมิตร, กลุ่มผู้กองธรรมนัส ,กลุ่มวิรัช-เฮ้ง และกลุ่มสนธิรัตน์ 
++

ด้ามขวานสายใหม่
++
          “บิ๊กป้อม” ผู้มากบารมีตัวจริง คงเห็นปัญหาการขาดผู้นำ ส.ส.ใต้ จึงมอบให้เสี่ยสันติ พร้อมพัฒน์ เข้ามาดูแล

          ทุกวันนี้ “สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ” ส.ส.นราธิวาส ก็เป็นกรรมการบริหารพรรค และอยู่ในกลุ่มวิรัช-เฮ้ง ซึ่งเป็นเครือข่ายของเสี่ยสันติ 

          “สัมพันธ์” อดีต ส.ท.เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก เป็นทีมงานของสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก และอยู่ในเครือข่าย “ยาวอหะซัน” เหมือนกัน

          นอกจากสัมพันธ์ ในการเลือกตั้งสมัยหน้า “อนุมัติ ซูสารอ” หรือ “กำนันมะ” ส.ส.ปัตตานี เขต 3 คงได้ย้ายจากพรรคประชาชาติ มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐแน่นอน 


          สนามปลายด้ามขวาน พรรคประชาธิปัตย์คงหนาวยะเยือก หากเสี่ยสันติ ได้เป็นแม่ทัพใต้ตัวจริง

“จักรทิพย์” ชน “ชัชชาติ ” เลือกตั้งผู้ว่า กทม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จักรทิพย์” ชน “ชัชชาติ ” เลือกตั้งผู้ว่า กทม. 

"จักรทิพย์" ชน "ชัชชาติ " เลือกตั้งผู้ว่า กทม. 

หลังจากนายกฯพูดทำนองว่า จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นปีนี้ ก็มีการคาดการณ์ว่าสนามเลือกตั้งที่จะประเดิมเริ่มแรก คือเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และหนึ่งในผู้ชิงเก้าอี้ตัวนี้อาจมี”บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ด้วย ทำให้”ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ต้องเหนื่อยขึ้นอีก

เมื่อ 3 วันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดทำนองว่า ถ้าเป็นไปได้จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นปีนี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง( กกต.)และกระทรวงมหาดไทย
 และสนามเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะประเดิมเริ่มแรกคาดการณ์กันว่าคือ เลือกตั้งผู้ว่า กทม. ซึ่งในฐานะเมืองหลวงมหานครของประเทศ จึงถูกจับจ้องเป็นพิเศษ  หลายพรรคการเมืองหวังที่จะยึดครองสนามเลือกตั้งแห่งนี้ให้ได้ 
 แต่ที่มีลุ้นมีอยู่แค่ พรรคพลังประชารัฐ  พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกลที่คนพรรคอนาคตใหม่ยกโขยงไปอยู่หลังจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่
 นอกนั้นก็เป็นผู้ที่จะลงสมัครอิสระบางคนที่มีความโดดเด่น ไม่สังกัดพรรคใด

สำหรับ”พรรคพลังประชารัฐ” ที่การเลือกตั้งระดับชาติครั้งล่าสุดเมื่อ 24 มี.ค.62 ได้จำนวนที่นั่ง ส.ส. มากที่สุดคือ 12 ที่นั่ง  ก่อนหน้านี้่มีข่าวว่า” พรรคพลังประชารัฐ” พยายามไล่ทาบทาม “คนเด่น-คนดัง” อยู่เหมือนกัน ให้มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในนามพรรค แต่ก็ไม่มีใครตอบรับสักที  ในตอนนั้นจึงเริ่มมามองคนใกล้ตัว ชื่อของ มาดามอีฟ-ทยา ทีปสุวรรณ ภรรยาของนายณัฏฐพล รักษาการกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ จึงโผล่ขึ้นมาว่าจะลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม. โดยอาจปรับแผนเป็นการลงสมัครในนามอิสระตามเทรนด์ที่นิยมกันแต่พรรคพลังประชารัฐให้การสนับสนุน
 แต่เนื่องจากสนามเลือกตั้งผู้ว่า กทม. มีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมว.คมนาคมใน”รัฐบาลยิ่งลักษณ์ “และเคยเป็นถึงแคนดิเดตในบัญชีนายกฯของพรรคเพื่อไทยได้ประกาศตัวและจุดยืนจะลงรับสมัครผู้ว่าฯทม.ใน”นามอิสระ”  เพราะคิดว่าการลงในนามอิสระจะทำให้หาแนวร่วมได้มากขึ้นเพราะจากที่นายชัชชาติ ลงพื้นที่สอบถามประชาชน พบว่ามีคนจำนวนมากเบื่อการเมืองและอยากจะมาช่วยกันเดินหน้าประเทศให้ดีขึ้น

 นอกจากนี้”ชัชชาติ” มีภาพของนักการเมืองที่มีความทันสมัย เป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่ แถมติดดิน ทำให้เป็น”ตัวเต็ง” คนหนึ่งที่ใครๆ ก็ประมาทไม่ได้  
ทำให้”พรรคพลังประชารัฐ”เริ่มหาคนใหม่ที่คิดว่าจะสู้กับ”ชัชชาติ”ได้และล่าสุดมี”พรายกระซิบ”ว่าได้มีการเตรียมทาบทาม”บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)ที่จะเกษียณในเดือนกันยายนนี้

สำหรับ”บิ๊กแป๊ะ”นั้น ถ้าไม่มีฝีมือคงไม่สามารถนั่งเก้าอี้ ผบ.ตร. ได้ยาวนานถึง 5 ปี  

ปี 2561 ” บิ๊กแป๊ะ” กลายเป็นขวัญใจ “ฮีโร่ถ้ำหลวง” จากการนำตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ไปปีนเขาหาโพรงถ้ำเพื่อจะโรยตัวไปช่วย”13 หมูป่า”ที่ติดอยู่ใน”ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน”ในช่วงที่ยังสูบน้ำที่ท่วมถ้ำไม่ได้และดูเหมือนหนทางที่จะพาออกทางหน้าถ้ำมืดมน

สไตล์ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ คือ เรียบง่าย ขาลุย ไม่รอฟังรายงานสั่งการแค่ในห้องแอร์ มักลงไปติดตามการทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชา และบัญชาการเองในคดีสำคัญๆ 
อย่างเช่น คดีคนร้ายกราดยิงชิงทองที่ จ.ลพบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 คนรวมทั้งเด็ก เหตุเกิดต้นเดือนมกราคมปี 2563 ช่วงแรกได้ส่ง รองผบ.ตร. ลงไปทำงาน แต่เมื่อดูแล้วผ่านไปหลายวันยังจับคนร้ายไม่ได้ จึงเดินทางไปเองให้ข่าวน้อยแต่พูดคำสำคัญๆ จนทำให้คนร้ายชะล่าใจว่าหลบหนีพ้น จนสุดท้ายก็รวบตัว อดีต ผอ.กอล์ฟ พร้อมทองคำของกลางที่ชิงไปได้อย่างอยู่หมัด

และกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญประชาชน “จ่าคลั่ง”กราดยิงผู้คนไม่เลือกหน้าในห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางเมืองโคราช สังคมออนไลน์ชื่นชมและยกย่องให้”บิ๊กแป๊ะ”เป็นฮีโร่ หลังจากคลิปเสียงและภาพการเข้าบัญชาการเหตุการณ์ของ “บิ๊กแป๊ะ” ในคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 63ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ถูกส่งต่อเป็นไวรัลในโลกออนไลน์

17 ชั่วโมงที่ร่วมลุ้นให้สถานการณ์คลี่คลาย สามารถปิดฉากลงได้ โดยคนร้ายถูกวิสามัญเพื่อยุติวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เสียงสรรเสริญ”บิ๊กแป๊ะ”ดังกึกก้องชื่นชมในความกล้าหาญลงไปปฏิบัติการในพื้นที่ด้วยความรวดเร็ว ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปถึงที่เกิดเหตุตั้งแต่ 3ทุ่มยันเช้าไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ไม่ใช่แค่นั่งบัญชาการอยู่ในห้องแอร์ แต่ถือปืนลุยเข้าไปอยู่แนวหน้าพร้อมปะทะคนร้ายด้วยตนเอง  แสดงถึงภาวะผู้นำที่ได้ใจทั้งลูกน้องและประชาชนไปเต็มๆหลังวิสามัญฆาตกรรมคนร้ายจบสิ้นลง ก็เดินทางขึ้นรถตู้กลับทันทีไม่ได้เอาหน้าเอาตา 

ดังนั้นหาก”บิ๊กแป๊ะ”ตัดสินใจลงชิง ผู้ว่า กทม. ย่อมได้รับการขานรับจากคนกรุงอย่างแน่นอน และไม่เป็นรองใครทั้งสิ้น แถมจะมีโอกาสได้รับเลือกตั้งกว่าคนอื่นด้วยซ้ำไป แม้ว่าจะเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองก็ตาม

 ส่วนคนอื่นที่เคยเปิดตัวว่าจะลงสมัครอิสระ ก็เช่น น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กทม. และนายอุเทน ชาติภิญโญ อดีตหัวหน้าพรรคคนไทยและอดีตทีมยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทั้งคู่จะมาเป็น “ตัวสอดแทรก” สร้างสีสันได้ไม่น้อย

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ แม้ว่าเลือกตั้ง ส.ส. ครั้งล่าสุด จะสูญพันธุ์ในสนามเลือกตั้ง กทม. แต่สำหรับเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างผู้ว่าฯ กทม. นั้น ระยะหลังคนของพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเลือกตั้งให้นั่งเก้าอี้ตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน หรือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร  ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์คงไม่ยอมเสียเก้าอี้ใหญ่ตัวนี้ไปง่ายๆ  เพียงแต่ว่าที่ผ่านมายังไม่ชัดว่า จะส่งใครลงสมัครผู้ว่า กทม. เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยก็ยังไม่ชัด ส่วนพรรคก้าวไกล ที่เกิดใหม่ ก็ยังไม่เปิดตัว  ทั้งนี้ก็เพราะว่าการประกาศเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ยังไม่เกิดขึ้น ประกาศฯเมื่อไหร่ความชัดเจนจะตามมาทันที

ประธานองค์กรแพทย์ ยื่น2ข้อเรียกร้องคดี”หมอชาญชัย”ต่อผู้มีอำนาจในสธ. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ประธานองค์กรแพทย์ ยื่น2ข้อเรียกร้องคดี”หมอชาญชัย”ต่อผู้มีอำนาจในสธ.

ประธานองค์กรแพทย์ ยื่น2ข้อเรียกร้องคดี"หมอชาญชัย"ต่อผู้มีอำนาจในสธ.

ประธานองค์กรแพทย์ ยื่น 2 ข้อเรียกร้องคดี “หมอชาญชัย” ต่อผู้มีอำนาจในสธ. วอนย้าย”หมอชาญชัย”กลับมารพศ.ขอนแก่น ขอองค์กรอิสระทำหน้าที่สอบสวนปมเรียกรับเงินร้อยละ5 จากบริษัทยาหรือไม่ ชี้ช่วงสูญญากาศขาดผู้นำ ทำให้พลาดเตรียมการรับมือโควิด-19ระบาดระลอก2

18 วันหลัง “หมอชาญชัย” นพ.ชาญชัย จันทร์วรขัยกุล โดนย้ายจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น(รพศ.ขอนแก่น) เข้ากรุประจำกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นั้น ท่ามกลางเสียงเรียกร้องของบุคลากรทางการแพทย์ของรพศ.ขอนแก่น ประชาคมชาวจังหวัดขอนแก่น และล่าสุดชมรมแท็กซี่สนามบินขอนแก่น ออกมาเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ติดสติกเกอร์ #SAVEธรรมาภิบาล รพ.ขอนแก่น คนดีต้องมีที่ยืน ขอคนดี กลับมา

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2563 พญ.กนกวรรณ ศรีรักษา ประธานองค์กรแพทย์ ให้สัมภาษณ์ “คมชัดลึกออนไลน์” ถึงคดีหมอชาญชัยว่าในฐานะประธานองค์กรแพทย์ขอเรียกร้องต่อผู้มีอำนาจในกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ใน 2 ประเด็นคือ

1.เราขอเรียกร้องความเป็นธรรมในการย้ายหมอชาญชัย “ผอ.ชาญชัย จันทร์วรขัยกุล” กลับมารพศ.ขอนแก่น เพื่อให้ท่านได้กลับมาทำหน้าที่ตามเดิม ในระหว่างที่กระบวนการสอบสวนดำเนินไป

“เหตุผล ไม่มีความชอบธรรมในการย้ายตั้งแต่แรก เพราะหมอชาญชัย ไม่ได้ขัดขวางกระบวนการสอบสวนหรือข่มขู่พยานตามที่ถูกกล่าวหาลองคิดดูว่าการย้ายคนที่มีความสามารถเข้าไปแขวนที่กระทรวงสาธารณสุข กับการให้ท่านมาทำงาน แบบไหนประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน”พญ.กนกวรรณ ระบุ

2.ขอเรียกร้องตั้งกรรมการสอบสวนที่เป็นกลาง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเรื่องนี้ หากไม่สามารถหากรรมการที่เป็นกลางได้จริง ขอให้องค์กรอิสระจากภายนอกเข้ามาสอบสวนปมเรียกรับเงินร้อยละ5 จากบริษัทยาแทน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย 

“เหตุผล เพราะตามกลไกปกติ กรรมการสอบต้องเป็นไปคิวตามหลักธรรมาภิบาลของกองวินัย เหตุใดจึงทำตามกลไกเดิมไม่ได้พวกเราคิดว่าข้อเรียกร้อง 2 ประการนี้มีเหตุผลสมควร และอยู่ในอำนาจที่สามารถปฏิบัติได้ หากผู้ใหญ่มีเมตตาและมีความเที่ยงธรรมพอ จึงเรียนมาด้วยความเคารพ”พญ.กนกวรรณกล่าว

พญ.กนกวรรณ กล่าวอีกว่า รักษาการ ผอ.รพศ.ขอนแก่น จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ไปไหน แต่ทราบมาว่ารอหนังสือสั่งการจากนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปลัดสธ.)ทั้งนี้หนังสือลาออกจากรักษาการผอ.รพศ.ขอนแก่น เพิ่งอกจากผู้ว่าฯขอนแก่นเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2563 และส่งถึงนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. สำนักงานปลัดสธ.ต่อไป

ประธานองค์กรแพทย์ ตั้งข้อสังเกตอีกว่า เป็นห่วงช่วงสูญญากาศขาดผู้นำองค์กร รพศ.ขอนแก่น เพราะขณะนี้ทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศไทยควรจะเตรียมพร้อม เพื่อรองรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนเมื่อครั้งที่เกิดการระดบาดในรอบแรกที่มีหมอชาญชัย เป็นผู้นำองค์กร

ผอ.ชาญชัยทำงานหามรุ่งหามค่ำ เปิดประชุมวอร์รูมเกาะติดสถานการณ์การแพร่ระบาด และมาตรการป้องกันอย่างเข้มแข็งและเข้ม โดยมีบุคคลากรทางการแพทย์ให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่สภาวะของรพศ.ขอนแก่นเวลานี้ บุคคลากรทำหน้าที่แบบปกติงานรูทีน ไม่มีการประชุมเพื่อเตรียมการรับมือโควิด-19ระบาดระลอก2

“ตอนนี้ ทุกคนยังตั้งตัวไม่ติด กับข่าวร้ายที่เกิดขึ้นกับผู้นำองค์กร ที่พวกเรารักและศรัทธาผอ.ชาญชัย ขอยืนยันว่าการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์ ทุกคนมาด้วยใจ ไม่มีใครมีอิทธิพลสั่งการมา แต่เพราะพวกเราเห็นว่าผอ.ชาญชัยถูกกระบวนการกลั่นแกล้งคนดี เราขอเรียกร้อง 2 ข้อดังกล่าวจากผู้มีอำนาจ ขอคืนผอ.ชาญชัยให้รพศ.ขอนแก่นดีกว่าแขวนไว้ที่กระทรวงสาธารณสุขให้ท่านผอ.ชาญชัยมาทำงานประชาชนจะได้ประโยชน์มากกว่า”ประธานองค์กรแพทย์ กล่าวในที่สุด

    0กมลทิพย์ ใบเงิน 0เรียบเรียง

ประธานองค์กรแพทย์ ยื่น2ข้อเรียกร้องคดี"หมอชาญชัย"ต่อผู้มีอำนาจในสธ.
ประธานองค์กรแพทย์ ยื่น2ข้อเรียกร้องคดี"หมอชาญชัย"ต่อผู้มีอำนาจในสธ.

“จอม” ห่วง กลุ่มแคร์แค่แป้งเด็ก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จอม” ห่วง กลุ่มแคร์แค่แป้งเด็ก

"จอม" ห่วง กลุ่มแคร์แค่แป้งเด็ก

จอม เพชรประดับ สื่อประชาธิปไตยจ๋า ออกโรงเตือนกลุ่มแคร์ แตะมือเผด็จการ มีค่าแค่แป้งเด็ก 

++
          เปิดตัวไปแล้ว สำหรับกลุ่มแคร์ (CARE) ภายใต้คำขวัญ “คิด เคลื่อน ไทย” เป็นการผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหญ่และคนรุ่นใหม่ ซึ่งกลุ่มแคร์ ไม่ใช่ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมการเมืองกลุ่มแรกในสังคมไทย

          ปฏิกิริยาต่อการเปิดตัวกลุ่มแคร์มีหลากหลาย แต่ที่น่ารับฟังคือ เสียงสะท้อนจากสื่อฝ่ายประชาธิปไตยในต่างแดนอย่าง “จอม เพชรประดับ” โดยมีการอัพสเตตัส “Care – คิด เคลื่อน ไทย – กลุ่มการเมืองใหม่ทีน่าจับตา” ผ่านแฟนเพจ Jom Petchpradab

อ่านข่าว…   “กลุ่มแคร์” เดินหน้าเปิดแฟนเพจ “CARE คิด เคลื่อน ไทย” พร้อม โลโก้ ก่อนเปิดตัว 17 มิ.ย.

"จอม" ห่วง กลุ่มแคร์แค่แป้งเด็ก

          “แต่ถ้าถามว่า ชวนตื่นเต้น เร้าใจต่อการสร้างพลังไปสู่การเปลี่ยนแปลงประเทศมากน้อยแค่ไหน คำตอบคือ ‘เฉยๆ’ เพราะความตื่นเต้นที่จะได้เห็นนักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองจุดชนวนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญนั้น ได้ถูกพิสูจน์มาแล้วว่า การเมืองภายใต้บริบทนี้ ยิ่งมากกลุ่ม มากพรรค มากแนวคิด มากอุดมการณ์ ก็ไม่อาจสร้างมวลชนให้ก่อพลังไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้มากเหมือนเช่นที่ผ่านมาและเป็นอยู่”

          สาเหตุที่จอมออกอาการ “เฉยๆ” เพราะระยะหลัง ความคิดความอ่านของจอมไปไกลมากแล้ว อีกด้านหนึ่ง จอมรู้สึกผิดหวัง “อดีตคนไทยรักไทย” ในหลายๆกรณี

          เริ่มแรกที่มาอยู่ในสหรัฐฯ จอมก็หวังที่จะเห็นนักการเมืองค่ายเพื่อไทย หรืออดีต ส.ส.สายทักษิณ ที่ไม่เอาจริงเอาจังในการต่อสู้กับระบอบเก่า ระยะหลัง จอมจึงหันมาเชียร์พรรคก้าวไกล และกลุ่มก้าวหน้า

          “หากเป็นกลุ่มที่คอยตรวจสอบ ท้วงติง ตั้งคำถาม ต่อกระบวนการแก้ปัญหา หรือพัฒนาประเทศของภาครัฐ รวมทั้งเสนอแนะเชิงนโยบาย แนวทางแก้ปัญหาแต่ละด้าน อันนี้อาจจะส่งผลได้มากกว่าหรือหากเป็นกลุ่มการเมืองใหม่ที่หวังจะสร้างชาติด้วยพลังประชาชนโดยเชื่อมโยงแตะมือเข้ากับยุทธศาสตร์ทางการเมืองใหม่ของ เผด็จการทหารในขณะนี้ อันนี้ก็อาจจะหวังได้ว่าสุดท้ายก็กลายเป็นเพียง แป้งเด็กแคร์ แต่ก็ให้กำลังใจนะครับ”

"จอม" ห่วง กลุ่มแคร์แค่แป้งเด็ก

          เหมือนจอมจะมีข้อมูล “เชิงลึก” เกี่ยวกับปรากฏการณ์ “ทักษิณหมอบ” จึงออกมาดักคอแกนนำกลุ่มแคร์ อย่าไปแตะมือกับเผด็จการ มิเช่นนั้น กลุ่มแคร์ ก็แค่แป้งเด็กแคร์เท่านั้น

แกะรอย แดงปรองดอง สูตร new normal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แกะรอย แดงปรองดอง สูตร new normal

แกะรอย แดงปรองดอง สูตร new normal

แกะรอย แดงปรองดอง สูตร new normal

++
          พลุสลายสีเสื้อถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง แนวคิดนิรโทษกรรม “คดีชุมนุมทางการเมือง” ได้มีการศึกษากันมาหลายคณะ แต่ก็ไม่ปรากฏเป็นจริง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบให้โฆษกรัฐบาลออกมาปฏิเสธกระแสข่าวแนวทางนิรโทษกรรมให้กับคดีที่มีแรงจูงใจทางการเมือง สรุปนั้นว่า ไม่มีมูลความจริง และไม่ทราบเจตนาผู้ปล่อยข่าว

          อันที่จริง ในวงลับตามร้านอาหาร หรือร้านกาแฟ อดีตแกนนำเสื้อสีจากพันธมิตรฯ , นปช. และ กปปส. จำนวนหนึ่งได้มีการพูดคุยเรื่องการผลักดันให้มีการนิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมืองมาหลายรอบแล้ว

อ่านข่าว…  “จตุพร” ชี้ การเมืองของประเทศไทยเป็นเพียงภาพลวงตา หลังเกิดศึกภายในพรรคร่วมรัฐบาล

แกะรอย แดงปรองดอง สูตร new normal

          ย้อนไปดูภาพแฟ้มข่าววันที่ 17 พ.ค.2563 ในงานพิธีทำบุญตักบาตร “28 ปี พฤษภาประชาธรรม” รำลึกเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ที่สวนสันติพร ถ.ราชดำเนิน ก็มีภาพ จตุพร พรหมพันธุ์ ,พิภพ ธงไชย และอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 2535 ร่วมกันจัดพิธีทำบุญแบบเรียบง่าย

          ว่ากันว่า จตุพร ได้พบปะกับเพื่อนมิตรร่วมยุคสมัยการต่อสู้เผด็จการปี 2535 มาหลายครั้งหลายหน และมีการพูดคุยเรื่องนิรโทษกรรมทุกสีเสื้อ เพื่อความปรองดอง


          บทความเรื่อง “การอำนวยความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์” ของ ประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สปช. ถูกกล่าวถึงในวงสนทนาภายในมิตรสหาย

          พวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่า สังคมไทยควรหันหน้าเข้าหากันสร้างสานหนทางแห่งสามัคคีธรรม นำประเทศชาติออกจากหลุมดำแห่งความขัดแย้ง พร้อมกับยกตัวอย่างคำสั่งที่ 66/2523 ประกาศหลักการเมืองนำการทหาร  โดยต้อนรับผู้คนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองให้ออกจากป่าคืนสู่เมือง โดยปราศจากความผิดใดๆ นำมา ซึ่งผลสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่น้อมนำประเทศคืนสู่แผ่นดินแห่งสันติสุขได้อย่างสร้างสรรค์สง่างาม

แกะรอย แดงปรองดอง สูตร new normal

          การปรากฏตัวของ “สภาที่ 3” เมื่อกลางปี 2562 โดยมี อดุลย์ เขียวบริบูรณ์ เป็นแกนหลัก และการจัดเวทีสาธารณะสภาที่ 3 (The Third Council Speak) ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนลดความขัดแย้ง และสร้างปรองดองชาติ

          ไม่น่าแปลกใจที่ ไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก มีรูปภาพคู่ ตัวเขากับจตุพร พรหมพันธุ์ พร้อมข้อความระบุว่า “..ก็ชัดเจนครับว่าวันนี้ ไม่มีสี ไม่มีพวกมึงพวกกูอีกแล้ว”

          อีกตอนหนึ่ง ไพศาลโพสต์ว่า “…มาเถิดเราทั้งหลาย ยุติความขัดแย้งความแตกแยกแตกสามัคคีในชาติ มาร่วมจิตร่วมใจปรองดองสมานฉันท์ เพื่อความปลอดภัยและความรุ่งเรืองสถาพร ของประเทศชาติ และพระบรมราชจักรีวงศ์ มาเถิดมาเพื่อนผองพี่น้องไทย”

          มินับที่ “จตุพร” ได้ให้ รยุศด์ บุญทัน อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อชาติ และ ธนชาติ ไชยทองพันธ์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อคนไทย ไปจดทะเบียนพรรคการเมือง “พรรคสามัคคีไทย” ที่มีโลโก้พรรคเป็นสีธงชาติคือ สีแดงหมายถึงชาติ สีขาวคือ ศาสนา สีน้ำเงินคือ สถาบันพระมหากษัตริย์ สำหรับรูปนกพิราบสีขาว เปรียบเสมือนความคิดที่เป็นอิสระ

          จังหวะก้าวของจตุพร และกลุ่ม นปช.ปีกที่แยกตัวออกมาจากกลุ่ม นปช.สายธิดา น่าจับตายิ่ง

แง้มโผ “นายก อบจ.” คณะก้าวหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แง้มโผ “นายก อบจ.” คณะก้าวหน้า

แง้มโผ "นายก อบจ." คณะก้าวหน้า

โหมโรงศึกเลือกตั้งท้องถิ่น คณะก้าวหน้า เปิดตัว 15 ว่าที่นายก อบจ. “ปิยบุตร” ลุยแน่ ไม่หวั่นมาเฟียท้องถิ่น คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
          เลือกตั้งท้องถิ่น ถูกโจษขานอีกครั้ง เมื่อ กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิก อบจ.ทั่วประเทศ แต่จะเลือกตั้งวันไหน ก็ต้องอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา


          เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2563 ปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์เดอะอีสานเรคคอร์ด จ.ขอนแก่น ยืนยันแนวคิดเดิมคือ ลุยเลือกตั้งท้องถิ่น

อ่านข่าว…   “ธนาธร” ทวงถามเลือกตั้งท้องถิ่น “ประชาชน” หรือ “ประยุทธ์” ที่ไม่พร้อม


          ถ้าจำกันได้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล และ พรรณิการ์ วานิช ได้แถลงข่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ เปิดตัว “คณะก้าวหน้า” (Progressive Movement) เมื่อช่วงเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา

แง้มโผ "นายก อบจ." คณะก้าวหน้า

คณะก้าวหน้า แถลงลุยเลือกตั้งท้องถิ่น


          ภารกิจของคณะก้าวหน้า 1.การสร้างเครือข่ายทั่วประเทศไทย เหมือนการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชน 2. รณรงค์ทางความคิดทั่วประเทศไทย หมายถึงความคิดอุดมการณ์หลัก คนเท่ากัน ประชาธิปไตยสมบูรณ์ ซึ่งไม่ต่างจากอุดมการณ์พรรคก้าวไกล 3. รณรงค์หาเสียงให้แก่การเลือกตั้งท้องถิ่นในทุกระดับทั่วประเทศไทย 
          แสดงว่า พรรคก้าวไกล จะสู้ในเวทีการเมืองระดับชาติ แต่คณะก้าวหน้า จะปักธงการเมืองท้องถิ่น
++
สานต่องานเก่า
++
          ต้นปี 2563 สมัยที่ “ปิยบุตร” ยังเป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้มีการพิจารณาคัดเลือกว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. เสร็จสิ้นไปแล้ว 15 จังหวัด 


          ภาคกลาง 6 จังหวัด ได้แก่ จ.ฉะเชิงเทรา ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ, จ.นครปฐม ชัชวาล นันทะสาร, จ.พระนครศรีอยุธยา วัสพงษ์ วิทูรเมธา, จ.ระยอง สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์, จ.สระบุรี วิฑูลย์ แก้วสุวรรณ และ จ.สิงห์บุรี อุดม จำปาสัก
          ภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ จ.พิษณุโลก ณชพล พลอาสา และจ.ตาก คริษฐ์ ปานเนียม
          ภาคอีสาน 7 จังหวัด ได้แก่ จ.มุกดาหาร สุพจน์ สุอริยพงษ์, จ.ยโสธร รุ่งโรจน์ แก่นแก้ว, จ.ร้อยเอ็ด สถาพร ว่องสันธนพงษ์,จ.สกลนคร ณรงเดช อุฬางกูร,จ.หนองคาย กฤศภณ หล้าวงศา, จ.หนองบัวลำภู สมเกียรติ เชษฐสุมน และ จ.อุบลราชธานี เชษฐา ไชยสัตย์
          พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ คณะก้าวหน้า ประกาศตัวสานต่อภารกิจเลือกตั้งท้องถิ่น “ปิยบุตร” ยังจะยืนยันรายชื่อว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ทั้ง 15 จังหวัดหรือไม่? น่าติดตามยิ่ง

แง้มโผ "นายก อบจ." คณะก้าวหน้า

ท้าชนบ้านใหญ่ ปิตุเตชะ
++
จับตาระยอง-นครปฐม
++
          เท่าที่ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ของอดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกโยกมาเป็นคณะก้าวหน้าโดยอัตโนมัติ ก็มีน่าสนใจ 2 จังหวัด
          สนามนครปฐม “หมอชัช” หรือ ส.นพ.ชัชวาล นันทะสาร ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครปฐม ยังเกาะติดทำงานในพื้นที่ต่อเนื่อง และ “เจี๊ยบ นครปฐม” อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นพี่เลี้ยง 
          หาก “ปิยบุตร” ต้องการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ “รื้อระบอบอุปถัมภ์ท้องถิ่น” ก็ต้องลุยสนามนครปฐม
          อีกสนามหนึ่งที่ระยอง ทีมงานของ “สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์” ในนาม กลุ่มระยองดีกว่านี้ได้ มีทีมงานที่แข็งขัน และเคลื่อนไหวสอดรับกับแกนนำคณะก้าวหน้า

          แม้ตระกูล “ปิตุเตชะ” แห่งบ้านใหญ่บ้านค่าย จะวางเครือข่ายไว้ทั่วระยอง แต่คณะก้าวหน้า ระยอง ก็จะเป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่ใช่นักสู้โนเนมในสายตาบ้านใหญ่
          ยังมีอีกหลายสนาม ที่คณะก้าวหน้า วาดหวังจะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในท้องถิ่น

แง้มโผ "นายก อบจ." คณะก้าวหน้า

หมอชัช และทีมก้าวหน้า นครปฐม

เสี่ยแฮงก์ นกใหญ่ผงาด สายตรงลุงป้อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เสี่ยแฮงก์ นกใหญ่ผงาด สายตรงลุงป้อม

  เสี่ยแฮงก์ นกใหญ่ผงาด สายตรงลุงป้อม

หากไม่มีอะไรพลิกผัน ลูกแม่ค้าตลาดโพนางดำตก จะเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เป็นแม่บ้านคนใหม่ของ “บ้านป่ารอยต่อ”

++

หากเอ่ยถึงทีมปราสายสายฟ้า ก็ต้องนึกถึง เนวิน ชิดชอบ เหมือนกับ “นกใหญ่พิฆาต” ก็ต้องนึกเห็น “เสี่ยแฮงก์” อนุชา นาคาศัย 

เสี่ยแฮงก์เป็นคนบ้าบอลตัวจริง อดีต ส.ส.ไทยรักไทย คงจำทีมลูกหนัง “ไทยรักไทย ยูไนเต็ด” สมัยทักษิณ เรืองอำนาจได้ดี ผู้จัดการทีมไทยรักไทยในตอนนั้น ก็คือ อนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท สมัยแรก

ระหว่างเว้นวรรคการเมือง เสี่ยแฮงก์ได้ปั้นทีมลูกหนังบ้านนอก “นกใหญ่พิฆาต” ชัยนาท ฮอร์นบิล จากลีกภูมิภาคขยับขึ้นไปเล่นไทยลีก 
 

ในกลุ่มคนการเมือง ตั้งแต่สมัยไทยรักไทย จนถึงพลังประชารัฐ จะทราบว่า เสี่ยแฮงก์เป็นคนไนซ์ มีน้ำใจไมตรี เพื่อน ส.ส.เดือดร้อนอะไรก็เสนอความช่วยเหลือ

ความเป็นคนไนซ์ของเสี่ยแฮงก์ ก็มาจากความเป็นคนบ้านนอก เป็นลูกพ่อค้าแม่ค้า แห่งตลาดโพนางดำตก ต.โพนางดำตก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท 

พ่อแม่มีลูกชายหญิง 6 คน แม่ค้าขายเก่ง แต่เสี่ยแฮงก์ได้พ่อสุธน เพราะบิดาเสี่ยแฮงก์ เป็นกรรมการสุขาภิบาล ต.โพนางดำตก ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน สร้างความเจริญให้กับตำบลริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ชุมชนมีชีวิต ในตลาดเล็กๆ ของ ต.โพนางดำตก สอนชีวิตการทำมาค้าขายให้กับเด็กชายคนหนึ่ง ได้เรียนรู้ การแลกเปลี่ยน หยาดเหงื่อและมันสมอง มาเป็นก้อนเงินอย่างรู้คุณค่า

บทเรียนแรกที่ “แฮงก์ อนุชา” เรียนรู้ก่อนเข้าสู่บทเรียนที่สอง เมื่อเข้าเรียนในกรุงเทพฯ พร้อมกับทำงานพิเศษ ร่วมกันกับญาติพี่น้อง ด้วยการนำเอากระเป๋าตุ๊กตามารับเย็บหัว ติดตา ในวัยที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยรามคำแห่ง

เสี่ยแฮงก์จึงรู้จักทำมาค้าขายแต่เยาว์วัย เมื่อเข้าสู่ตลาดการเมือง ก็เป็นเรื่องง่ายที่จะบริหาร ‘ทุน’ เพื่อทำงานการเมืองได้อย่างราบรื่น

ในฐานะมือขวาของ สมศักดิ์ เทพสุทิน เสี่ยแฮงก์ตัดสินใจลงสนามการเมืองเพียงสมัยแรกปี 2544 ด้วยวัยเพียง 40 ปี ก็สามารถโค่นแชมป์เก่าอย่าง ชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง อดีต ส.ส.หลายสมัย ลงได้อย่างไม่ยากเย็น

จากวันนั้น เสี่ยแฮงก์ก็เริ่มปูฐานการเมืองในชัยนาท ส่งน้องชาย อนุสรณ์ นาคาศัย เป็นนายก อบจ.ชัยนาท และส่งญาติอีกคน จิตร์ธนา ยิ่งทวีลาภา เป็น ส.ว.ชัยนาท ส่วนน้องชายคนเล็ก อนุรุทธิ์ นาคาศัย ทำหน้าที่ดูแลสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล 

เมื่อเสี่ยแฮงก์ อนุชา เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ มีภารกิจประสานงานกลุ่มมุ้งต่างๆ และอนุรุทธิ์ เป็นเลขานุการรัฐมนตรีพลังงาน 

  เสี่ยแฮงก์ นกใหญ่ผงาด สายตรงลุงป้อม

                    เสี่ยอนุรุทธ์ มาทำงานการเมืองเต็มตัว

เสี่ยแฮงก์จึงมอบให้ญาติใกล้ชิด “จิตร์ธนา” เจ้าของหมู่บ้านทวีลาภ แกรนด์วิลล์ เป็นประธานสโมสรฟุตบอลชัยนาท ฮอร์นบิล ในฤดูกาลนี้ มีภารกิจต้องพาทีมนกใหญ่พิฆาต เลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 ขึ้นไทยลีก 1 

  เสี่ยแฮงก์ นกใหญ่ผงาด สายตรงลุงป้อม

                 จิตร์ธนา ดูแลทีมนกใหญ่พิฆาต แทนเสี่ยแฮงก์

เสี่ยแฮงก์อยู่ในการเมืองไทยมายาวนานกว่า 30 ปี ตั้งแต่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้สมศักดิ์ เทพสุทิน และข่าวล่ามาแรงในวันนี้ การเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าที่หัวหน้าพรรคคนใหม่ จะเลือกเสี่ยแฮงก์ อนุชา นาคาศัย เป็นเลขาธิการพรรค

  เสี่ยแฮงก์ นกใหญ่ผงาด สายตรงลุงป้อม

                     เสี่ยแฮงก์ อยู่กับสมศักดิ์ เทพสุทิน มา 37 ปี

หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี คราวนี้ เสี่ยแฮงก์คงไม่พลาดตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะก่อนหน้านั้น เสี่ยแฮงก์ส่ง “นอมินี” เป็นรัฐมนตรีแทนตัวเขา

แดงลี้ภัย รับ ‘ตู่’ แกร่ง ม็อบต้านไม่โต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แดงลี้ภัย รับ ‘ตู่’ แกร่ง ม็อบต้านไม่โต

  แดงลี้ภัย รับ 'ตู่' แกร่ง ม็อบต้านไม่โต

จรัล ดิษฐาอภิชัย ส่องขบวนการต้านเผด็จการในไทย มวลชนคนหน้าเดิม แฟลชม็อบจุดไม่ติด “บิ๊กตู่” แกร่งเกินคาด

++

วันพฤหัสที่ 18 มิ.ย.2563 กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และนิสิต นักศึกษา ผู้ใช้แรงงาน ประชาชน จะไปพบกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พรก.ฉุกเฉิน พ่วงด้วยการผูกโบว์ทวงความยุติธรรมให้ “วันเฉลิม”

ในที่สุด กลุ่มเคลื่อนไหวการเมืองนอกสภาก็กลับมาที่ “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” นักกิจกรรมการเมืองรุ่นเก๋าแทนที่จะเป็น “พลังคนรุ่นใหม่” เหมือนก่อนโควิดระบาด ซึ่ง “แฟลชม็อบเบ่งบาน” ผุดทั่วประเทศ ราวประกายไฟไหม้ลามทุ่ง
 

  แดงลี้ภัย รับ 'ตู่' แกร่ง ม็อบต้านไม่โต

++

รุ่นใหญ่วิเคราะห์

++

จรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำสมาคมนักประชาธิปไตยไร้พรมแดน ที่พำนักอยู่ในฝรั่งเศส ได้โพสต์เฟซบุ๊คบทวิเคราะห์การเมืองไทยสั้นๆ สรุปความได้ว่า รัฐบาลประยุทธ์เข้ามาบริหารประเทศครบ 1 ปี ผิดจากการคาดการณ์ก่อนหน้านั้นว่า อยู่ถึง 6 เดือนก็เก่ง เพราะเสียงในสภาฯ “ปริ่มน้ำ”

“สัปดาห์ที่แล้ว ผมไปกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ไปบอกกรณีอุ้มฆ่าวันเฉลิม จบด้วยประเด็นทำไมรัฐบาลประยุทธ์ อยู่มาครบปี..”

นอกจากปัจจัยภายใน ที่แข็งแกร่ง ปัจจัยภายนอกก็ไม่กดดัน “รัฐบาลประยุทธ์” ให้ซวนเซได้ เนื่องจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่มีพลัง และวิกฤตโควิดมาช่วยรัฐบาล

อีกเรื่องหนึ่งคือ การเคลื่อนไหวต่อต้านนอกสภา ไม่ขยายตัว แม้แต่ในระดับสากล จรัล ดิษฐาอภิชัย เคยตั้งองค์กรเสรีไทย ร่วมกับจักรภพ เพ็ญแข และจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ ก็ไปไม่รอด

จรัลจึงบันทึกครบรอบ 6 ปีที่ลี้ภัยมาอยู่ฝรั่งเศสผ่านเฟซบุ๊คว่า “ผมพยายามเคลื่อนไหวทางสากล และกับพี่น้องประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในฝรั่งเศสและยุโรป จนถึงวันนี้ แม้ยังไม่ประสบความสำเร็จ จักสู้ต่อไป ต่อไป และต่อไป..”
 

  แดงลี้ภัย รับ 'ตู่' แกร่ง ม็อบต้านไม่โต

                                             จรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำสมาคมนักประชาธิปไตยไร้พรมแดน

++

แฟลชม็อบหายไป
++

วกมาประเด็นที่จรัลประเมินว่า “การเคลื่อนไหวต่อต้านนอกสภา ไม่ขยายตัว” อดีตผู้นำนักศึกษา และนักปฏิวัติมากประสบการณ์ มองจากการชุมนุมติดตามกรณี “อุ้มฆ่าวันเฉลิม” ที่มีมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมน้อยมาก

พลังนิสิตนักศึกษา ที่เคยจัดกิจกรรม “แฟลชม็อบ” ช่วงเดือน ม.ค.2563 ดูคึกคักหนักแน่น และเป็นความหวังของนักประชาธิปไตยวัยชรา 

ผ่านไปเพียงเดือนเศษ กระแสแฟลชม็อบก็วูบไหว ไม่ร้อนแรง และเมื่อเผชิญวิกฤตโควิด ในทางกายภาพพลังนักศึกษาก็หายไปเลย

แม้การแสดงความเห็นผ่านสื่อโซเชียล หรือออนไลน์จะดูมีพลัง ร้อนเร่า แต่ก็เป็น “มายาโซเชียล” วัดได้จากม็อบหลักร้อย หน้าสถานทูตกัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลไทยและกัมพูชา ติดตามตัว “วันเฉลิม” คืนกลับมา

แถมกลุ่มองค์กรนำการเคลื่อนไหวนอกสภา กลายเป็น “คณะประชาชนเพื่ออิสรภาพ” (คปอ.) กลุ่มนักกิจกรรมปีกแรงงานก้าวหน้า ภายใต้การนำของ พัชนีย์ คำหนัก ตัวแทนกลุ่มสังคมนิยมแรงงาน​ นักวิชาการด้านสิทธิแรงงาน และ โชติศักดิ์ อ่อนสูง กลุ่มประกายไฟ

ขบวนการนักศึกษา “แฟลชม็อบ” หายไป จะมีเพียง “เพนกวิน” กับผองเพื่อนจากพรรคโดมปฏิวัติ ธรรมศาสตร์ ที่ออกมาทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์

แตกเป็นแถว ‘สายชิน’ ชิ่งเสรี ปั้นพรรคกลาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แตกเป็นแถว ‘สายชิน’ ชิ่งเสรี ปั้นพรรคกลาง

แตกเป็นแถว 'สายชิน' ชิ่งเสรี  ปั้นพรรคกลาง

ปรองดองมาแรง สัญญาณชัด “แม้วหมอบ” อดีตไทยรักไทย ทิ้งเสรีพิศุทธ์ ปั้นพรรคคนรุ่นใหม่

++

มีความชัดเจนแล้ว “ปิติพงศ์ เต็มเจริญ” อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้ประกาศอำลา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส มาปั้นพรรคใหม่ คาดว่า จะเปิดตัวในเร็ววันนี้

ปิติพงศ์ เต็มเจริญ อดีตดาวรุ่งสายเมืองกรุง พรรคไทยรักไทย ได้ปรึกษาหารือกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เรื่องอนาคตทางการเมือง พอจับสัญญาณได้ว่า “นายใหญ่” ถอย เปิดทางให้ “คนไทยรักไทย” ได้มีที่อยู่ที่ยืนเป็นของตัวเอง จึงเกิด “กลุ่มแคร์” และพรรคใหม่ของ จาตุรนต์ ฉายแสง

แตกเป็นแถว 'สายชิน' ชิ่งเสรี  ปั้นพรรคกลาง

                            พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร 

ระดับทายาทเจ้าพ่อรถทัวร์สายใต้ “ปิติพงศ์ เต็มเจริญ” จึงมีเอี่ยวบ้าง โดยวางแผนปั้น “พรรคกลาง” และมี “เสธ.แมว” พล.ท.ภราดร เป็นที่ปรึกษา
 

แตกเป็นแถว 'สายชิน' ชิ่งเสรี  ปั้นพรรคกลาง

                                                      ปิติพงศ์ เต็มเจริญ เจ้าพ่อรถทัวร์

เลือกตั้งปี 2538 “ปิติพงศ์” ทายาทตระกูล “เต็มเจริญ” เจ้าของกิจการรถร่วม บขส. ในนามกลุ่มไทยเดินรถ เจ้าพ่อรถร่วม 14 จังหวัดภาคใต้ เปิดตัวลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก ในนามพรรคประชากรไทย เวลาปิติพงศ์ อายุ 26 ปี ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.กทม. เขต 10 (บางกอกน้อย,ตลิ่งชัน และบางพลัด)

เลือกตั้งปี 2544 และ 2548 เป็น ส.ส.กทม.ติดต่อกัน 2 สมัย ในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย แต่เลือกตั้งปี 2550 และ 2554 ปิติพงศ์ยังอยู่ในเครือข่ายชินวัตร(พลังประชาชนและเพื่อไทย) ลงสมัคร ส.ส.เขตเดิม (ตลิ่งชัน และบางกอกน้อย) ก็พ่ายชนินทร์ รุ่งแสง ค่าย ปชป.ทั้งสองหน

ด้วยผลพวงแห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ปิติพงศ์จึงมาสังกัดพรรคเสรีรวมไทย รับตำแหน่งโฆษกพรรค และลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 15 แต่เสรีรวมไทย ได้ ส.ส. 10 คน ปิติพงศ์จึงกลายเป็น ส.ส.สอบตก

แตกเป็นแถว 'สายชิน' ชิ่งเสรี  ปั้นพรรคกลาง

เดือน เม.ย.2563 หลังปรึกษาหารือกับ “เสธ.แมว” แล้ว ปิติพงศ์ก็ลาออกจากพรรคเสรีรวมไทย เพื่อมาร่วมงานกับพรรคกลาง (Moderate Party) ซึ่งมี ชุมพล ครุฑแก้ว เป็นหัวหน้าพรรค 

“ชุมพล” เป็นอดีตผู้บริหารของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) และเป็นนักวิ่งอุลตร้ามาราธอนชื่อดัง

คาดว่า ภายในเดือน มิ.ย.นี้ พรรคกลางจะจัดให้มีการประชุมใหญ่ เพื่อปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรค รองรับการเข้ามาของทายาทเจ้าพ่อรถทัวร์สายใต้

“หม่อมเต่า” ลาออก..หน.พรรค รปช. พอแล้วหรือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“หม่อมเต่า” ลาออก..หน.พรรค รปช. พอแล้วหรือ

"หม่อมเต่า" ลาออก..หน.พรรค รปช. พอแล้วหรือ

เจาะประเด็นร้อน….”หม่อมเต่า” ลาออก..หน.พรรค รปช. พอแล้วหรือ

“เรื่องแรงงาน เราพร้อมดูแล”

แคมเปญนี้ของกระทรวงแรงงาน ถูกโซเชียลโจมตีอย่างหนัก หลังผู้ประกันตนตามมาตรา 33 หรือมนุษย์เงินเดือน ที่ถูกเลิกจ้างเนื่องมาจากมาตรการของรัฐ เพื่อลดการการแพร่ระบาดของชเื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลทำให้สถานประกอบการต้องปิด หรือเลิกกิจการเป็นจำนวนมาก

อ่านข่าว : ่ดวงฤทธิ์ ่ แจงประกันสังคมจ่ายชดเชยโควิดแล้วกว่า 1.2ล้านคน

แรงงานนับล้านที่ตกงาน มีชีวิตที่ยากลำบาก บางคนต้องกินข้าวคลุกน้ำปลาเพื่อประมังชีวิต แต่ลึกๆ แรงงานรอคอยความหวังจะได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงาน จากสำนักงานประกันสังคม หลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้แรงงานได้รับเงินชดเชยร้อยละ 62 ของเดือน

ระหว่างรอคอย แต่ชีวิตแรงงานไทยยามวิกฤติโควิดยังต้องกินต้องใช้ เงินที่ถูกหักแต่ละเดือนชนิดที่ไม่ต้องแจ้งผู้ประกันตนล่วงหน้า ก็หวังว่าในยามยากลำบากเงินก้อนนี้จะมาเติมเต็มต่อชีวิตเพื่อรอวันใหม่ รอวันที่โควิดจางหาย รอวันที่ภาคธุรกิจกลับมาฟื้นตัว สถานประกอบการเตินเครื่องเต็มสูบ

ม็อบแรงงานจากพิษโควิต บุกสำนักงานประกันสังคม(สปส.)กระทรวงแรงงาน หลายครั้งเพื่อทวงถามสิทธิ์ที่พึงจะได้รับ ว่าทำไม?? ยื่นเรื่องตามระเบียบของสำนักงานประกันสังคมทุกอย่าง แต่ยังไม่ได้รับเงินแทนว่างงาน บางคนรอนานร่วม2-3 เดือน 

ความวุ่นวาย และความไม่พอใจของผู้ประกันตนมีมากขึ้น ขณะที่กระทรวงแรงงานทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการ ออกมาแก้ต่างว่าไม่เกิน วันที่ 7 พ.ค.นี้ได้เงินชดเชยครบ เมื่อถึงวันนัด ก็ถูดโบ๊ยเลื่อนเป็นวันที่ 15 พ.ค. แทน แต่ในที่สุด“ก็ยังไม่ได้เงิน”

โซเชียลหวดกระทรวงแรงงานซ้ำหนัก ด้วยความไม่พอใจ ในการแก้ไขปัญหาที่ล่าช้า

เงินชดเชยไม่อยากจ่ายยังมีหน้าจะมาขึ้นเงินสบทบ

ยุบไปเถอะประกันสังคม ไม่ได้มีประโยชน์กับผู้ประกันตนเลย

นั่งรอตรวจสอบที่ยื่นเหตุสุดวิสัยไว้ พท.6 ได้คิว 62 เพิ่งเรียกถึง 31 ทำงานช่องเดียว ทำไมไม่บริหารจัดการเจ้าหน้าที่ให้มากกว่านี้

ฯลฯ

15 พ.ค. 2563 “ดรา๊ฟ” ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ออกมายืนยันผ่านเพจสำนักงานประกันสังคม ผ่านรายการ สายด่วนประกันสังคม แจ้งข่าวดี สำนักงานประกันสังคม เรื่องการหักเงินสมทบ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับนายจ้างและลูกจ้าง มีมาตการลดอัตราจ่ายเงินสมทบลูกจ้างจากร้อยละ5 เหลือร้อยละ 1 ส่วนนายจ้างจากเดิมจ่ายสมทบร้อยละ 5 เหลือ 4 ลูกจ้างประกันตนตามมาตรา ม.33

“18 พ.ค.นี้ รมว.แรงงานยืนยันแล้วว่า ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เมื่อหลักฐานเอกสารครบ จะได้รับเงินชดเชยตามสิทธิ์ กันครบทุกคน”

แต่ทุกอย่างเป็นแค่ลมปาก  เมื่อแรงงานที่ถูกเลิกจ้างอีกเป็นจำนวนมาก ยังไม่ได้รับการดูแล 

“หม่อมเต่า”ยอมรับ3ข้อผิดพลาด

21พ.ค. 2563 จากมาตรการการจ่ายเงินชดเชยช่วยเหลือลูกจ้างหรือผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ประสบปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ล่าช้ากว่า “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกมายอมรับข้อผิดพลาดสาเหตุจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนตาม ม.33 ได้รับผลกระทบจากโควิด-19ล่าช้า เกิดจากความไม่พร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะฐานข้อมูล-นายจ้าง-คอมพิวเตอร์ พร้อมยืนยันประกันสังคมมีเงินพอจ่ายทุกคนในระบบ 

กระแสความไม่พอใจ การทำงานของ“หม่อมเต่า”ถูกส่งต่อถึง แกนนำพรรค “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” หรือรปช.ที่ “หม่อมเต่า” นั่งเป็นหัวหน้าพรรค ท่ามกลางกระแสข่าวจะปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ของพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอาชา นายกรัฐมนตรี 

16 มิ.ย.2563 “หม่อมเต่า”ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ท่ามกลางกระแสข่าวผู้ที่จะมานั่งหัวหน้าพรรค รปช.คนใหม่ มีทั้ง “ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์” กรรมการบริหารพรรค รปช.  และ “หมอวรงค์” นพ.วรงค์ เดชวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่พรรครปช. แต่ล่าสุด “หมอวรงค์” ออกตัวปัด นั่งตำแหน่งแทน“หม่อมเต่า ”แล้ว 

อ่านข่าว: รปช. แถลง ส่ง ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ นั่ง รมว.แรงงานแทน หม่อมเต่า

ว่ากันว่า กระแสในพรรคลุงกำนันตก หลังกระทรวงแรงงานแก้ไขปัญหาแรงงานล่าช้า จนนำไปสู่การประเมินการทำงานของ “หม่อมเต่า” และเหล่านี้ได้สร้างแรงกดดันให้ “รมว.แรงงาน” ตามที่ปรากฏผ่านสื่อ

ถึงวันนี้ ถามว่า “หม่อมเต่า” ลาออก..หน.พรรค รปช.พอแล้วหรือ   เมื่อบทบาทและภารกิจหน้าที่ของกระทรวงแรงงานนั้น ต้องการคนที่มีความรู้ ความสามารถ และฉับไวใน การแก้ไขปัญหาวิกฤติของชาติ

จะดีกว่ามั๊ยหากเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารรถ เป็นที่เป็นที่ประจักษ์ มีความฉบับไว เข้าใจปัญหาแรงงาน ได้เข้ามาบริหารจัดการเพื่อช่วยเหลือ หรือประกอบประคอง ให้คนที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความทุกข์ ให้ก้าวข้ามวิกฤติชาติโดยเร็วที่สุด

  กมลทิพย์ ใบเงิน เรียบเรียง