ความหลากหลายทางเพศในสื่อไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411511?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ความหลากหลายทางเพศในสื่อไทย

20 มกราคม 2563 – 09:50 น.
ความหลากหลายทางเพศ,รู้ลึกกับจุฬา
เปิดอ่าน 471 ครั้ง

ความหลากหลายทางเพศในสื่อไทย คอลัมน์… รู้ลึกกับจุฬา

บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ) เป็นกลุ่มอัตลักษณ์ทางเพศภาวะที่สื่อให้ความสนใจเป็นประจำ แต่บ่อยครั้งที่สื่อนำเสนอข่าวของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศอย่างมีอคติ มีการตั้งชื่อเรียกตีตราว่าเป็นบุคคลที่มีพฤติกรรมแปลกประหลาด การใช้ภาพเหมารวมว่าเป็นกลุ่มผิดปกติ นิยมแก้ปัญหาด้วยความรุนแรงทางอารมณ์ อคติเหล่านี้ก่อให้เกิดข่าวในเชิงล้อเลียน สร้างภาพลบ และถูกผลิตซ้ำจนกระทบสิทธิมนุษยชนของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมกับมูลนิธิเครือข่ายเพื่อนกะเทยเพื่อสิทธิมนุษยชน กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดเวทีเสวนาเปิดตัวคู่มือการปฏิบัติงานสื่อในการนำเสนอประเด็นความหลากหลายทางเพศ เพื่อสร้างแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมในการนำเสนอข่าวที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ

ศิริศักดิ์ ไชยเทศ นักกิจกรรมอิสระ ตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคสื่อที่มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากการนำเสนอข่าวของสื่อเล่าว่า ตนเองประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว แต่หลังจากมีการนำเสนอข่าวว่ามีผู้หญิงข้ามเพศใช้ความรุนแรงในโรงพยาบาล ส่งผลให้ลูกค้าของตนต่างหวาดกลัวเจ้าของร้าน

“พี่เปิดร้านนวด เมื่อปีที่แล้วมีข่าวลงประมาณว่า มีกะเทยไปบุกกระทืบคู่อริที่โรงพยาบาล ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ เขาแค่ไปกับเพื่อน ไปเป็นคนถ่ายคลิป ตัวคนกระทืบคือผู้หญิง แต่สำนักข่าวรายงานว่ากะเทยเป็นคนใช้ความรุนแรง หลังจากนั้นพนักงานเล่าให้ฟังว่าลูกค้าไม่กล้าเข้ามาใช้บริการร้านพี่ ไม่กล้าต่อราคาเพราะบอกว่ากลัวเจ้าของร้านด่า กลายเป็นธุรกิจเราเกิดความเสียหายเพราะเกิดจากการเหมารวม”

ศิริศักดิ์กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นนักกิจกรรม จึงได้มีการเรียกสื่อที่ลงข่าวมาพูดคุย และขอให้สื่อโพสต์ข้อความขอโทษและแก้ไข ซึ่งเชื่อว่า สื่อรายนี้จะไม่นำเสนอข่าวเช่นนี้อีก การมีคู่มือสำหรับสื่อจะช่วยให้สื่อสามารถมีหลักปฏิบัติที่ชัดเจน

สุนิภา หนองตรุด ผู้สื่อข่าวพิเศษ ช่อง Workpoint ประจำจังหวัดตรัง ชี้แจงว่า ในฐานะที่เป็นนักข่าวมากกว่า 10 ปี เน้นการนำเสนอข่าวที่สร้างความเท่าเทียมและคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด แต่ในกระบวนการข่าว กองบรรณาธิการและผู้บริหารสำนักข่าวเป็นผู้ที่มีอิทธิพลสูง และมีอำนาจในการตัดสินใจในกระบวนการสุดท้าย

“สื่อบางเจ้า โดยเฉพาะสื่อออนไลน์ยังคงใช้คำดึงดูดกระแส เน้นพาดหัวแรกเพื่อให้คนสนใจ แต่บางทีสื่อเองก็ไม่มั่นใจว่าสามารถใช้คำไหนได้ ถ้าหากเขียนในข่าวว่า ความหลากหลายทางเพศลงในข่าว จะยาวไป นักข่าวหลายคนอยากรู้ว่าอันไหนใช้ได้ อันไหนไม่ได้”

   อาจารย์ ดร.ชเนตตี ทินนาม อาจารย์ประจำภาควิชาสื่อสารมวลชน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า การเข้าใจแต่การเลือกใช้คำในข่าว ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด เพราะในภายภาคหน้า นักข่าวก็จะเลือกใช้คำที่เหยียดหยามในรูปแบบอื่นๆ

“เคยทำเวิร์กช็อปกับสำนักข่าวแห่งหนึ่ง นักข่าวเองไม่เข้าใจหรอกว่ากรอบแนวคิดเรื่องเพศสภาพ หรือเพศวิถีคืออะไร และบอกว่า ขอคำมาเลยว่าคำไหนใช้ได้ คำไหนใช้ไม่ได้ มันไม่ได้เปลี่ยนตัวตนหรือความคิดคน เพราะถ้านักข่าวจำแต่คำ โลกทัศน์ไม่เปลี่ยน เดี๋ยวก็มีสร้างคำใหม่ๆ ซึ่งติดอยู่ในกรอบไม่เคารพความเป็นมนุษย์ของคนอื่นขึ้นมาอยู่ดี”

อ.ชเนตตี ชี้ว่า การมีคู่มือสำหรับสื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างแนวทางการนำเสนอข่าวที่ถูกต้อง แต่การขาดแคลนผู้สอนที่มีทัศนคติเชิงบวกต่อความหลากหลายทางเพศ ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการเรียนการสอนประเด็นดังกล่าวในมหาวิทยาลัย

“คู่มือเป็นเครื่องมือให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าผู้สอนไม่ได้เปลี่ยนแนวคิด ฐานคิดยังไม่เปลี่ยนแปลง จะนำสู่ชั้นเรียนไม่ได้ ในทุกๆ ปีเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่เรียนด้านสื่อต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม ต้องการผลิตสื่อและเนื้อหาเกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศ แต่ถ้าผู้สอนไม่เข้าใจ ไม่ได้เปลี่ยนความคิด นิสิตนักศึกษาคนนั้นก็ถูกสกัดกั้นเนื้อหา และจะล่าถอยออกไปเพราะอาจารย์ที่ปรึกษาไม่เห็นความสำคัญ ซึ่งเสียโอกาสในการสร้างคนรุ่นใหม่”

ทั้งนี้ จุฬาฯ มีรายวิชาวารสารสนเทศกับเพศสภาพ เปิดสอนแก่นิสิตนักศึกษาให้เข้าใจมิติด้านเพศ เพศสภาพและเพศวิถี ผ่านกระบวนการการสอนโดยการใช้ประสบการณ์ของผู้เรียนเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ โดยมีการจำลองสถานการณ์การเรียนการสอนในห้องเรียน ทำให้คนรู้สึกว่าหากเราเคยถูกเลือกปฏิบัติ ถูกรังแกเพราะเรามีคุณลักษณะบางอย่างที่ไม่ตรงตามที่สังคมคาดหวัง เราจะทำอย่างไร

“เราจะดึงให้เขารับรู้ว่าการเป็นคนชายขอบรู้สึกอย่างไร เจ็บปวดแบบไหน แล้วโยงมาสู่ LGBTQ ที่ถูกเลือกปฏิบัติเพื่อให้เกิดความรู้สึกร่วม” อาจารย์ชเนตตีกล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคยุคปัจจุบันก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฐานคิดเรื่องการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศเริ่มเปลี่ยนแปลง และมีความคาดหวังที่จะเสพสื่อและรายงานข่าวที่เข้าใจเคารพสิทธิมนุษยชน และคำนึงถึงความเป็นมนุษย์

“สื่อที่จุดยืนมั่นคง ไม่โลเล จะไม่เอาใครมาเป็นเหยื่อ และมีความรับผิดชอบต่อสังคมไม่อ่อนไหวต่อกระแส จะงไม่เอาเหตุผลทางธุรกิจมารองรับในการสร้างภาพข่าวที่ละเมิดความเป็นมนุษย์ด้วยการอ้างว่า นายทุน หรือสปอนเซอร์ มีผลต่อการนำเสนอข่าว สื่อที่มั่นคงจะต้องโน้มน้าวให้นายทุนเข้าใจ และชี้ให้เห็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคนี้คาดหวัง คือการรายงานข่าวที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์” อาจารย์ชเนตตีกล่าว

บทสรุปสามหน้า ยุบ-ไม่ยุบ พรรคอนาคตใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411499?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

บทสรุปสามหน้า ยุบ-ไม่ยุบ พรรคอนาคตใหม่

20 มกราคม 2563 – 09:20 น.
ยุบพรรค,พรรคอนาคตใหม่
เปิดอ่าน 1,072 ครั้ง

บทสรุปสามหน้า ยุบ-ไม่ยุบ พรรคอนาคตใหม่

21 มกราคม เป็นวันที่หลายคนกำลังให้ความสนใจ เพราะการตัดสินคดียุบพรรคอนาคตใหม่กำลังจะเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของการเมืองไทย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน

อ่านข่าว-ลุ้นศาลรธน.ตัดสิน 21 ม.ค. ธนาธร ไม่หวั่นถ้า อนค.ถูกยุบ

อย่างที่ทราบกันดีว่าคดีนี้เป็นที่รับรู้ในทางสาธารณะไม่มากนัก ถ้าเทียบกับคดีการวินิจฉัยความเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อของ ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากในคดียุบพรรคอนาคตใหม่โดยอาศัยข้อหาเรื่องการมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครองนั้น ไม่ได้มีการเปิดการไต่สวนอย่างเป็นทางการเหมือนกับคดีของธนาธร โดยศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลถึงการไม่ไต่สวนว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้แล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญปี 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง

ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าสามารถมีสิทธิออกได้สองหน้า คือ ‘ยุบพรรค-ไม่ยุบพรรค’ แต่กระนั้นในมุมหนึ่งแล้วก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่คดีนี้อาจจะออกได้ถึงสามหน้าด้วยกัน โดยอาศัยเหตุผลรองรับดังนี้

 1.ไม่ยุบพรรคและไม่สั่งให้หยุดการกระทำ
แนวคำวินิจฉัยนี้เป็นสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ปรารถนามากที่สุด เพราะจะเป็นการยืนยันชัดเจนว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งการที่คำวินิจฉัยจะออกมาในรูปแบบนี้ได้นั้นเป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญเชื่อว่า การที่ ‘ธนาธร-ปิยบุตร’ เคยมีแนวคิดต่อระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในช่วงก่อนที่จะตั้งพรรคการเมืองและการที่คำประกาศอุดมการณ์ของพรรคที่ไร้คำว่า “ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” ยังไม่เพียงพอที่จะเชื่อได้ว่าพรรคอนาคตใหม่มีพฤติการณ์ที่จะเป็นการล้มล้างการปกครองฯ

   2.ไม่ยุบพรรคแต่สั่งให้ยุติการกระทำ
คดีนี้ ณฐพร โตประยูร ผู้ร้อง ได้อาศัยเหตุผลที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคอนาคตใหม่ว่ามีพฤติการณ์การกระทำขัดต่อ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคแรก ที่ว่าด้วยการที่บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้

โดยผลของมาตรา 49 คือ การให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการให้เลิกการกระทําดังกล่าว ซึ่งไม่ได้กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับการยุบพรรคแต่ประการใด ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่พรรคอนาคตใหม่ นำโดย ‘ปิยบุตร แสงกนกกุล’ เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พยายามต่อสู้มาตลอด

ดังนั้น หากที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าพฤติการณ์ของพรรคอนาคตใหม่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ แต่ผลของคดีจะมีแค่การสั่งให้ยุติการกระทำที่ว่านั้นเท่านั้น

หนึ่งในพฤติการณ์ที่ผู้ร้องพยายามชี้ให้เห็นมาตลอด คือ การที่คำประกาศอุดมการณ์ของพรรคไม่เขียนว่า ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่เขียนว่าจะสนับสนุน ระบอบการปกครองประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเท่ากับว่าถ้าคำวินิจฉัยออกในแนวทางนี้จะมีเพียงแค่การกำหนดให้พรรคอนาคตใหม่ไปแก้ไขคำประกาศอุดมการณ์ของพรรคด้วยการเติมคำว่าระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เท่านั้น

กรณีเช่นนี้เทียบเคียงได้กับเมื่อครั้งศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2556 ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ…. เกี่ยวกับที่มาของส.ว. ขัดกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญและมีผลให้ได้มาซึ่งอำนาจโดยมิชอบและขัดแย้งต่อหลักการพื้นฐานและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 อันเป็นการกระทําเพื่อให้ได้มาซึ่งอํานาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีผลให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวตกไป แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งแต่อย่างใด

3.ยุบพรรคและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค
แน่นอนคำวินิจฉัยในแนวทางนี้ไม่เป็นคุณแก่พรรคอนาคตใหม่มากที่สุด เพราะนั่นหมายถึงการยุบพรรคและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค มีกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค

โดยกรณีเช่นนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2562 กับพรรคไทยรักษาชาติ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลในการยุบพรรคไทยรักษาชาติตามมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) ว่าด้วยการกระทำที่อาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ที่สำคัญ ในคำร้องของผู้ร้องนั้นนอกจากจะมีการอ้างข้อหาเรื่องการล้มล้างการปกครองฯ ตามมาตรา 49 ของรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ยังอ้างถึง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 92 (1) และ (2) ว่าด้วยการยุบพรรคเพราะพรรคการเมืองนั้นมีการกระทำที่ล้มล้างการปกครองฯ หรือเป็นปฏิปักษ์แล้วแต่กรณีด้วย

ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคนไทยจะได้รู้พร้อมกันในวันที่ 21 มกราคมนี้

ว่าไง เฮียพงษ์ ดีล(ไม่)ลับ กล้วยเซราะกราว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411498?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ว่าไง เฮียพงษ์  ดีล(ไม่)ลับ  กล้วยเซราะกราว

20 มกราคม 2563 – 09:20 น.
สมพงษ์ อมรวิวัฒน์,เนวิน ชิดชอบ,สุชาติ ตันเจริญ
เปิดอ่าน 5,479 ครั้ง

ว่าไง เฮียพงษ์  ดีล(ไม่)ลับ  กล้วยเซราะกราว คอลัมน์…  ท่องยุทธภาพ  โดย… ขุนน้ำหมึก

พักนี้ พรรคเพื่อไทยมีอาการเป๋ๆ เหมือนคนน้ำในหูไม่เท่ากัน หัวหน้าพรรค สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, ประธานยุทธศาสตร์พรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และประธานคณะกรรมการกิจการพิเศษ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ต่างสร้างดาวกันคนละดวง

ถึงคราวจะเปิดศึกซักฟอกรัฐบาล ก็มีคำถามว่า ทำไมไม่อภิปราย “บิ๊กป้อม” ตามมาด้วยเรื่องเม้าท์มอย “พญางูเห่า” นอกพรรค และเหมือนมีคนจงใจปล่อยข่าวสูตรรัฐบาล “พลังประชารัฐ-เพื่อไทย”

สภาไก่ย่างแถวบางโพ ฟันธงศึกซักฟอกหนนี้ ฝ่ายค้านไม่มีทีเด็ด แค่หลอกด่ารัฐบาล แถมชาวบ้านยังระแวงพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะเห็นอาการแปลกๆ ส่อใช้คิวเชือดเป็นเกมต่อรองผลประโยชน์

สมพงษ์ อมรวิวัฒน์

++

    กล้วยเซราะกราว
อยู่ๆ วันเสาร์ที่ผ่านมา “เฮียพงษ์” สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ต้องออกมานั่งแถลงข่าวชี้แจงเรื่อง “กล้วยเซราะกราว”

เนื่องจากมีคนปล่อยข่าวแกนนำระดับสูงของพรรคเพื่อไทย เจรจาของานโครงการในกระทรวงคมนาคมมูลค่า 900 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ใส่ชื่อของ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รัฐมนตรีคมนาคม ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีรายบุคคล

“เฮียพงษ์” บอกว่า ไม่ทราบว่าบุคคลในกระแสข่าวเป็นใครในพรรคเพื่อไทย ไม่เคยได้ยินเรื่องดังกล่าวมาก่อน ตนกับศักดิ์สยาม ไม่เคยพูดคุยอะไรกันเป็นการส่วนตัว หรือผ่านตัวแทนก็ไม่มี

เฮียพงษ์อยู่ในสภาผู้แทนฯ มานานกว่า 30 ปี อยู่มาหลายพรรค และรู้จักนักการเมืองเยอะ เวลาปะหน้า “ศักดิ์สยาม” ก็ได้ถามแต่เรื่องสุขภาพของชัย ชิดชอบ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย บิดาของศักดิ์สยาม

       อย่างว่าแหละ เฮียพงษ์เคยเป็นพี่ใหญ่ของ “เนวิน” มาก่อน คนเลยระแวงเรื่องกล้วยเซราะกราว

สรอรรถ – เนวิน และสุชาติ

++

   เฮียพงษ์เลือดทหาร?
คนรุ่นสีส้มหรือรุ่นใหม่ประชาธิปไตยจ๋า เพิ่งเกิดเมื่อไม่นานมานี้ อาจไม่ทราบว่า สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านหรือผู้นำฝ่ายประชาธิปไตย เริ่มต้นนับหนึ่งการเมืองในสีเสื้อพรรคทหารคือ พรรคชาติประชาธิปไตย ของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์

ปี 2535 เฮียพงษ์ก็ไปช่วยพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ ตั้งพรรคสามัคคีธรรม ซึ่งเป็นพรรคทหารสาย “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล หนึ่งในแกนนำคณะรัฐประหาร รสช.

หลังพฤษภาทมิฬ สมพงษ์ร่วมกับกำนันเป๊าะ และไพโรจน์ เปี่ยมพงศ์สานต์ ตั้ง “กลุ่ม 16” นัยว่า กลุ่ม 16 จะเป็นฐานการเมืองให้ “บิ๊กเต้” พร้อมกับข่าวลือเรื่องการตั้งพรรคประชารัฐ และบิ๊กเต้จะลงสมัคร ส.ส.สระบุรี จากนั้นไม่นานข่าวนี้ก็เงียบหายไป

ก่อนเลือกตั้งปี 2544 ทักษิณ ชินวัตร พยายามดึงสมพงษ์มาร่วมงานไทยรักไทย เวลานั้น เจ้าพ่อคลอสเตอร์ทิ้งพรรคชาติพัฒนา เพราะเบื่อขัดแย้ง เลยไม่ลงสมัคร ส.ส.ปีนั้น

สุดท้ายก็หนีทักษิณไม่พ้น เข้ามารับงานเป็นที่ปรึกษานายกฯ และให้ลูกชายลงสมัคร ส.ส.เชียงใหม่

++

วราเทพ รัตนากร

 บ้านริมน้ำ
ในความเป็น “กลุ่ม 16 คอนเนกชั่น” มาถึงวันนี้ ก็ยังมีไม่กี่คนหรอก ที่ยังไปมาหาสู่กัน อย่าง “เนวิน ชิดชอบ” ได้ยกตัวเองขึ้นเป็นซือแป๋ เล่นการเมืองหลังฉาก จึงไม่ไปสุงสิงกับเพื่อนเก่ามากนัก

ต่างจากพี่ใหญ่ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, สุชาติ ตันเจริญ แกนนำพรรคพลังประชารัฐ, สรอรรถ กลิ่นประทุม แกนนำพรรคภูมิใจไทย และวราเทพ รัตนากร แม่ทัพใหญ่กลุ่มชากังราว ที่ยังคบค้าสมาคมกันอยู่

สุชาติ ตันเจริญ

บ้านริมน้ำของ “พ่อมดดำ” สุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะในยุค คสช. หรือยุครัฐบาลผสม 18 พรรค เปิดประตูต้อนรับมิตรสหายเก่าๆ อยู่เสมอ

กลางปีที่แล้ว สุชาติเปิดบ้านเลี้ยงรับรอง “หลู่ เจี้ยน” เอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ก็มีทั้งเฮียพงษ์ เสี่ยตุ้ย สรอรรถ และเสี่ยต๋อง วราเทพ มาร่วมยกแก้วกันเปยท่านทูตจีนเป็นที่ครื้นเครง

ไม่แปลกใจเลย ในพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สุชาติ ตันเจริญ ได้หยอกล้อสมพงษ์ว่า ขอให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านไปนานๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะลั่นสภา

สรอรรถ กลิ่นประทุม

          เฮียพงษ์กับเนวินอาจจะมีระยะห่าง แต่เฮียพงษ์กับเสี่ยตุ้ย มือประสานสิบทิศของค่ายสีน้ำเงินนั้น ยังใกล้ชิดสนิทแน่น 

คลุกวงใน วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411501?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คลุกวงใน วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

20 มกราคม 2563 – 09:15 น.
คลุกวงใน,ทุจริต,บิ๊กแป๊ะ พลตอจักรทิพย์ ชัยจินดา,รองใหม่ พลตอสุชาติ ธีระสวัสดิ์,รองไก่ พตอไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์,วงการสีกากี
เปิดอ่าน 607 ครั้ง

คลุกวงใน วันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563  โดย…  พญาเสือ

          หนังสือพิพม์คมชัดลึก ลึกกว่าข่าว 00000 “พญาเสือ” มาประจำการ ทำหน้าที่เจาะข่าวคุ้ยคดีดัง ข่าวทุจริตโกงบ้านกินเมือง ไม่รอดสายตาไปได้ เพื่อมาบรรณาการคนอ่าน 

00000 ช่วงนี้มีข่าว “ฉาว” ใน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ทำให้ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สมาธิว่อกแว่กกับการไล่จับโจรปล้นทองและฆ่าคนบริสุทธิ์ที่ลพบุรี แต่ความจริงยังไงก็เป็นความจริงวันยังค่ำ “พญาเสือ” การันตีว่า หาก “บิ๊กแป๊ะ” ไม่มีนอกมีใน จงอย่าหวั่นคร้ามกับข้อหาเหล่านั้น รับรองว่าอยู่ยาวไปจนเกษียณกันยายน แต่หากไม่จริง เก้าอี้น่าจะกระเด็นไปก่อน 

00000 แต่ว่าเพื่อนรัก “รองใหม่” พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จะไปถึงฝั่งฝันเก้าอี้ ผบ.ตร.หรือไม่ ไม่มีใครทราบ นอกจาก นายกฯ ลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดียวเท่านั้น ถาม “บิ๊กแป๊ะ” ตรงๆ เลยก็ได้ว่า “บิ๊กแป๊ะ” จะชงชื่อ พล.ต.อ.สุชาติ ขึ้น ผบ.ตร.หรือไม่ หากชงแล้ว นายกฯ จะเอาด้วยหรือไม่ เพราะวันนี้มีข่าวหนาหูเหลือเกินว่า พล.ต.อ.สุชาติ ไม่น่าจะได้ขึ้น สปอตไลท์ฉายจับไปที่ “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แทน และแว่วว่า ได้ไฟเขียวจาก ตึกไทยคู่ฟ้า ข่าวนี้ชัวร์แชร์ได้ล้านเปอร์เซ็นต์ 

00000 “พญาเสือ” เสาะข่าวเขย่าเก้าอี้ ผบ.ตร. ไม่มีเรื่องอะไรมาก นอกจากจัดซื้อจัดจ้าง นี่นับไปนับมาจะกลายเป็น “แป๊ะพันล้าน” เพราะจัดซื้อทั้ง ไบโอเมทริกซ์ รถ เรือ และเครื่องบิน รวมถึงสร้างตึกอบรมของตม.อีก สิริรวมงบประมาณเกือบ 5 พันล้าน ถ้าทำดีซื้อดีได้ของดีเกิดประโยชน์ก็ ขออนุโมทนาด้วย ที่ สตช.จะได้มีเครื่องไม้เครื่องมือในการปราบโจรผู้ร้าย

00000 แต่การที่ “รองไก่” พ.ต.อ.ไพรัตน์ ไพพรรณรัตน์ รองผบก.อก.ภาค 9 ไปฟ้อง ศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จะทำให้ “บิ๊กแป๊ะ” สะดุดหรือเปล่า เรื่องของเรื่อง ไม่มีอะไร มันไปพันกับ พล.ต.อ.สุชาติ ที่เป็นคู่กรณีกับ พ.ต.อ.ไพรัตน์ มาเก่าก่อน นับแต่เรื่องทรงผม จนนำไปสู่การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม ย้ำว่า “รองไก่” ไม่ได้รับความเป็นธรรม เห็นว่า ถูกกลั่นแกล้ง เคยร้องเรียน ผบ.ตร.แล้ว แต่ผบ.ตร.ไม่สนใจ เลยไปฟ้อง ผบ.ตร. ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซะ “บิ๊กแป๊ะ” เลยซวย 

00000 “พญาเสือ” ไม่มีนอกมีใน ไม่ได้ไม่เสีย เพราะ “รองไก่” มีข้อมูลมีหลักฐาน ยืนยันว่าได้ประพฤติปฏิบัติอย่างถูกต้องในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาทุกอย่าง มีหนังสือราชการยืนยันจากผู้บังคับบัญชาภาค 7 ว่าทรงผมถูกระเบียบ หลังจากกลายเป็น “เป้าหมาย 1” ที่ถูกใครก็ไม่รู้สั่งลูกน้องสะกดรอย

00000 ความจริง เรื่องระหว่าง “รองไก่” กับ พล.ต.อ.สุชาติ น่าจะคุยกันได้ เพราะ พล.ต.อ.สุชาติ ก็เรียน วปอ. รุ่นเดียวกับ “ผ่องพรรณ” ภรรยาของ “รองไก่” แต่ทำไมจึงตามล้างตามแค้นกัน

00000 ขนาดมีการขุดเรื่อง ขายบัตรคอนเสิร์ตที่ภูเก็ต มาตามเล่นงานผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งๆ ที่เรื่องขายบัตรคอนเสิร์ต เพื่อหารายได้สร้างป้อมยามให้ ตชด. ที่พุไทร เพชรบุรี ในฐานะที่ “รองไก่” เป็นประธานชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนตำรวจแห่งชาติ ทำไปภายใต้นโยบายพัฒนาองค์กรของ สตช. และก็ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี ไม่ได้ไปเรี่ยไรหรือรีดไถใคร

00000 ที่สำคัญ “พญาเสือ” ทราบว่ามา เรื่องนี้มันลึกลับซับซ้อน มีตัวละครหลายตัวเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้ง โจ้ สปอตไลท์ คนดังแห่งเมืองภูเก็ต และ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จน “หมาแก่” ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ แห่ง อสมท นำ คลิปลับ ไปเปิด มันเลย “บานปลาย” ไปกันใหญ่

00000 ที่มาของ “คลิปลับ”ระหว่างเสียงสนทนาของ พล.ต.อ.สุชาติ กับ “รองไก่” ชัดเจนยิ่งนัก ถามว่าใครเป็นคนอัดเสียง “พญาเสือ” จนด้วยเกล้า แต่ที่แน่ๆ การสนทนากันระหว่าง ผู้บังคับบัญชากับลูกน้อง ในวงการ”สีกากี” ในลักษณะดังกล่าวเป็นเรื่องปกติ แต่เนื้อหาของคลิป จะนำไปสู่การเปิดโปงความจริง ให้สังคมได้รับรู้

00000 “พญาเสือ” บอกตรงๆ นานๆ จะเห็น “ตำรวจน้อย” บังอาจฟ้อง “ตำรวจใหญ่” เลยอยากจะให้สู้กันให้ถึงที่สุด “รองไก่” ห้ามถอยเป็นอันขาด เพราะถือว่าสังคมได้ประโยชน์ ส่วนฝ่ายตรงข้าม “รองไก่” ก็เชิญขุดคุ้ยให้เต็มที่ ว่า รองไก่ เป็นใครมาจากไหน เอาให้ถึงที่สุดเช่นเดียวกัน แต่ให้จับตาว่า วันที่ 27 มกราคม หากศาลอาญาคดีทุจริตฯ รับคำฟ้อง ของ “รองไก่” รับรองว่างานนี้ “บิ๊กแป๊ะ” หนาว แต่หากศาลฯ ไม่รับ “รองไก่” ยังมีก๊อกสองโซ้ยกันต่อ หนังเรื่องนี้ดูกันยาวๆ รับรอง ไม่น่าเบื่อ 00000

ตรุษจีนเยาวราช ยิ่งใหญ่ระดับโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411497?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ตรุษจีนเยาวราช ยิ่งใหญ่ระดับโลก

20 มกราคม 2563 – 08:25 น.
ตรุษจีนเยาวราช,อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน
เปิดอ่าน 362 ครั้ง

ตรุษจีนเยาวราช ยิ่งใหญ่ระดับโลก คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

          25-26 มกราคมนี้ ตรงกับเทศกาลตรุษจีน ที่เยาวราชซึ่งเป็นชุมชนชาวจีนหรือ “ไชน่าทาวน์” ของประเทศไทย มีงานใหญ่ระดับโลกที่คาดว่าจะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่าล้านคน ทำรายได้กว่าสองหมื่นล้านบาท

“ดับเครื่องชน” จึงขอเป็นสื่อกลางแจ้งให้ทราบถึงกิจกรรมต่างๆ การนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 25 มกราคม นี้ ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ ถนนเยาวราช

          โอกาสนี้จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมงานและรับเสด็จโดยพร้อมเพรียงกัน และขอแจ้งให้ทราบกำหนดการสำคัญ ดังนี้
***

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเป็นประธานเปิดงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช ในวันที่ 25 มกราคม โอกาสนี้คณะผู้จัดงานเตรียมจัดพิธีเทิดพระเกียรติที่ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ “รัฐมิตราภรณ์” แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

เวลา 16.00 น. จะเสด็จฯ ไปเสวยที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเยาวราช จากนั้นเสด็จฯ ไปยังวัดไตรมิตรวิทยาราม ก่อนจะประทับรถรางไปยังซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ทรงเปิดงานเทศกาลตรุษจีนในเวลา 18.00 น. ด้วยการวางหนูลงบนถังข้าวสารที่เป็นถังเงินถังทอง เปรียบดังหนูตกถังข้าวสาร มีกินมีใช้ตลอดปี

เสด็จฯ ยังโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ และประทับรถรางตามเส้นทางถนนเยาวราชไปตรอกศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะ หรือตรอกอิศรานุภาพ ถึงถนนเจริญกรุง เสด็จฯ ยังวัดมังกรกมลาวาส ทรงนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์

จากนั้นเสด็จฯ ยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีวัดมังกร โดยประทับรถไฟฟ้าใต้ดิน เสด็จฯ ไปสถานีสามย่าน ทอดพระเนตรสามย่านมิตรทาวน์ ก่อนเสด็จฯ กลับ

ปีนี้เป็นปีชวด สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานลายพระหัตถ์เป็นรูปหนู 2 ตัว ในท่าเต้นรำรื่นเริง พร้อมคำอวยพรภาษาจีน 4 ตัว อ่านว่า “ฉู่ เจ้า เฟิงเหนียน” หรือ หนูนำพืชผลเจริญ มีความหมายว่า การมีหนูจำนวนมากเป็นสัญญาณว่าเป็นปีที่มีความอุดมสมบูรณ์ เจริญรุ่งเรือง

ในปีนี้มีเวทีกิจกรรม 2 เวที เวทีหลักบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ และเวทีรองบริเวณสี่แยกราชวงศ์ มีศิลปินนักร้องชาวไทยที่มีชื่อเสียงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นแสดง

จึงขอเชิญชวนเฝ้ารับเสด็จและร่วมงานตรุษจีนเยาวราชเป็นสิริมงคล และนี่เป็นตรุษจีนที่ชาวโลกรอคอยและจัดมาเป็นปีที่ 20 แล้ว
***

บ้านถูกคนนิยม
รีบติดต่อด่วนก่อนหมด

วันก่อนผมได้อ่านเรื่องบ้านเช่าราคาถูก 999 บาทของการเคหะแห่งชาติ ในโครงการ ‘บ้านถูกทั่วไทย-จากใจการเคหะฯ’ แล้วปรากฏว่าเวลานี้มีผู้สนใจมากครับ จึงรีบแจ้งมาให้ติดต่อด่วนภายใน 30 มิถุนายนนี้ เพราะหมดแล้วหมดเลย จึงขอแจ้งให้ทราบอีกครั้งถึงรายละเอียด

โครงการที่อยู่อาศัยกว่า 35 โครงการ รวมทั้งสิ้น 2,876 หน่วย เปิดให้ผู้สนใจจนถึง 29 กุมภาพันธ์ นี้

‘โอนปุ๊บ ลุ้นรับ’ สำหรับลูกค้าการเคหะแห่งชาติที่เร่งโอนกรรมสิทธิ์และจดจำนองที่อยู่อาศัยภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 จะได้รับสิทธิพิเศษลุ้นรางวัลรวมมูลค่า 1 ล้านบาท จะประกาศรายชื่อผู้ได้รางวัลประมาณเดือน เมษายน 2563

โปรโมชั่น ‘เช่าทั่วไทย’ เปิดดำเนินการให้จองสิทธิ์วันที่ 9 มกราคม เป็นวันแรก ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากประชาชนผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ผ่านทาง http://999.nha.co.th จำนวน 3,121 หน่วย

ผู้ที่ลงทะเบียนจองสิทธิ์จะได้รับการติดต่อจากการเคหะแห่งชาติเพื่อดำเนินการทำสัญญาต่อไป

สิทธิพิเศษดังกล่าวจะหมดเขตภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ สามารถลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ได้ทาง http://999.nha.co.th และสามารถติดต่อ CALL CENTER 1615 ผมจึงรีบนำมาบอกกล่าวและเผื่อทุกท่านที่สนใจจะได้รีบตัดสินใจได้ครับ
นิคม (มนุษย์เงินเดือน)

เรียนคุณ ‘นิคม’ มนุษย์เงินเดือน
ขอบคุณสำหรับข่าวดีที่แจ้งมาให้ทุกคนได้ทราบและอยากให้การเคหะแห่งชาติจัดโครงการดีๆ เช่นนี้อีก และที่สำคัญต้องจัดระเบียบและมีกฎเหล็กผู้อยู่อาศัยหรือผู้เช่าด้วย

โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด และการอยู่ร่วมกันแบบมีน้ำใจต่อกัน ที่ผ่านมามีปัญหาแทรกซ้อนมากมายและขาดคนควบคุมดูแลรับผิดชอบ

          จึงอยากให้การเคหะฯ ช่วยด้วยในเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมา มีคนดื่มเหล้า, เสพยาเสพติด ฯลฯ จนมีปัญหาตามมา
อ๊อด เทอร์โบ

เกษตรกรสู้ภัยแล้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411494?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เกษตรกรสู้ภัยแล้ง

20 มกราคม 2563 – 07:28 น.
ภัยแล้ง,เกษตรกร
เปิดอ่าน 336 ครั้ง

เกษตรกรสู้ภัยแล้ง บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันจันทร์ที่ 20 มกราคม 2563

ดูเหมือนว่าปัญหาภัยแล้งในปีนี้จะเกิดขึ้นเร็วกว่าปีที่ผ่านๆ มา ส่อเค้าความรุนแรงยาวนานมากขึ้น และจากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพบว่า มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 16 จังหวัด รวม 80 อำเภอ 464 ตำบล 4,117 หมู่บ้าน/ชุมชน แยกเป็น ภาคเหนือ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา, ภาคกลาง 5 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์  เมื่อดูระดับน้ำจากเขื่อนใหญ่เล็ก พบว่าประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนไปถึงต้นฤดูฝน เสี่ยงเข้าสู่สถานการณ์ขาดแคลนน้ำ คาดว่ามีจังหวัดได้รับผลกระทบ 43 จังหวัด

รัฐบาลได้แสดงความเป็นห่วงปัญหาที่เกิดขึ้นและไม่ได้นิ่งนอนใจโดยมีมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เป็น 2 ช่วง ตั้งแต่เดือนมกราคม-เมษายน ที่แล้งมาก หลังจากนั้นเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม ที่ฝนจะตกน้อย ซึ่งมีการสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครองและกองทัพสนับสนุนการแจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประสานจังหวัดเตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ด้วยการจัดชุดปฏิบัติการสำรวจข้อมูลสถานการณ์น้ำ ข้อมูลแหล่งน้ำและประมาณการใช้น้ำในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ โดยแยกเป็น น้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร รวมถึงสำรวจและจัดทำบัญชีแหล่งน้ำ ควบคู่กับการปรับปรุงบัญชีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งให้เป็นปัจจุบัน

นอกเหนือจากการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยังมีแผนงานหลักและโครงสร้างที่จะแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะยาว แต่บางเรื่องอาจมีการติดขัดในแง่กฎหมายซึ่งก็ต้องค่อยๆ แก้กันไปทีละขั้นตอน รวมถึงการทำประชาพิจารณ์ในบางเรื่อง อย่างข้อเสนอขุดลำน้ำยมและลำน้ำปิงก็ต้องศึกษาให้ถ้วนถี่หาตำแหน่งความเหมาะสม หากขุดในตำแหน่งที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม น้ำก็จะเปลี่ยนทิศทางการไหล แต่เดิมที่มีน้ำอยู่แล้ว อาจทำให้น้ำไม่มีเลยก็ได้ นายกรัฐมนตรียืนยันว่าหลักการตามวิชาการก็ต้องคิดพิจารณาอย่างรอบคอบ หากทำได้ก็ทำ และหลายคนสงสัยทำไมรัฐบาลไม่ขุดลอกท้องน้ำให้หมด ซึ่งมองว่าจะยุ่งไปกันใหญ่ เพราะเส้นทางจะเปลี่ยนไปหมด และในหลายพื้นที่ประชาชนก็ไม่ยอมให้ทำ รัฐบาลก็ไปบังคับไม่ได้ แต่ที่คิดว่าเป็นวิธีที่ดีคือการทำแก้มลิงในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

ปัญหาภัยแล้งในปีนี้ดูน่าเป็นห่วงเพราะจากปริมาณน้ำในเขื่อนที่ลดลงร้อยละ 33.1 ซึ่งเป็นการลดลงแทบทุกภาคของประเทศ และยังเป็นระดับน้ำวิกฤติกว่าปี 2558 ที่เกิดภัยแล้งรุนแรงอีกด้วย สัญญาณร้ายที่ปรากฏดูท่าจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการเกษตร ทำให้ราคาพืชผลของเกษตกรซึ่งมีรายได้น้อยอยู่แล้วยิ่งจะมีรายได้ลดลงไปกว่าเดิมอีก บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ประเมินว่าผลกระทบเบื้องต้นของสถานการณ์ภัยแล้งปี 2563 อาจทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 17,000-19,000 ล้านบาท หรือประมาณร้อยละ 0.10-0.11 ของจีดีพี ทั้งนี้ยังต้องติดตามระดับความรุนแรงของภัยแล้งโดยเฉพาะเดือนมีนาคม-เมษายน และระยะเวลาการเกิดภัยแล้ง ที่อาจลากยาวไปในช่วงแล้งนอกฤดูกาล ดังนั้นรัฐบาลจึงจำเป็นต้องวางมาตรการรับมือและช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกำชับประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อเป็นประโยชน์ การวางแผนการทำเกษตรเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

ซักฟอกรัฐธรรมนูญ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411273?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ซักฟอกรัฐธรรมนูญ

19 มกราคม 2563 – 00:00 น.
เกาะขอบรั้วสภา,ซักฟอกรัฐธรรมนูญ,พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
เปิดอ่าน 235 ครั้ง

ซักฟอกรัฐธรรมนูญ คอลัมน์… เกาะขอบรั้วสภา

ผ่านพ้นการอภิปรายร่างกฎหมายงบประมาณไปเป็นที่เรียบร้อย มาคราวนี้ก็ถึงเวลาของการพิจารณาศึกษา การแก้ไขรัฐธรรมนูญ กันอย่างจริงจังกันเสียที โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาเมื่อวันที 14 และ 17 มกราคม ‘พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค’ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญได้นัดประชุม ซึ่งการประชุมในวันดังกล่าวนับว่าได้น้ำได้เนื้อกันพอสมควร

หลักใหญ่ใจความอยู่ที่การกำหนดแนวทางกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยจะมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อทำหน้าที่เป็นการเฉพาะ ในประเด็นนี้พีระพันธุ์ย้ำว่าต้องสร้างกลไกที่เปิดกว้างให้ประชาชนมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่กำลังเป็นช่องการสื่อสารหลักของคนไทยในยุค 4.0 ซึ่งสถาบันพระปกเกล้าจะเข้ามาเป็นเจ้าภาพเพื่อออกแบบกระบวนการเหล่านี้ให้แก่คณะกรรมาธิการวิสามัญ

การทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ‘พีระพันธุ์’ มีนโยบายว่าจะทำงานเป็นคู่ขนาน กล่าวคือ คณะกรรมาธิการวิสามัญจะพิจารณาเนื้อหาของ รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ควบคู่ไปกับการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อให้การทำงานที่อยู่ภายใต้เวลาที่มีจำกัดนั้นเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

อย่างไรก็ตามการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ก็ยังมีข้อติดขัดอยู่พอสมควรเนื่องจากงบประมาณที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้รับสำหรับการดำเนินงานนั้นเพียงพอต่อการตั้งคณะอนุกรรมาธิการแค่ 2 ชุดเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามแนวทางที่ประธานสภาได้ให้เอาไว้ ทำให้การตั้งคณะอนุกรรมาธิการอาจจะต้องมีการประสานงานไปยังประธานสภาว่าจะขอยกเว้นเป็นกรณีพิเศษเพื่อให้สามารถตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพิ่มขึ้นได้หรือไม่ต่อไป ภายหลังกฎหมายงบประมาณ พ.ศ.2563 บังคับใช้อย่างเป็นทางการ

ขณะเดียวกันเรื่องการก่อสร้าง อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ก็ยังเป็นปัญหาปวดหัวอย่างต่อเนื่อง อย่างก่อสร้างห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร หรือห้องประชุมพระสุริยัน ที่เดิมมีการวางแผนน่าจะเปิดใช้ได้ในเดือนกุมภาพันธ์แต่มีแนวโน้มว่าอาจจะล่าช้าออกไป ด้วยเหตุนี้ทำให้ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องลงไปตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการก่อสร้างพร้อมกับสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่รู้เหมือนกันว่างานที่เคยล่าช้าจะเร็วขึ้นหรือไม่นั้น คงต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

แต่เหนืออื่นใดประธานสภาย้ำต่อส.ส.ว่าการใช้ห้องประชุมจันทรา ซึ่งเป็นในส่วนของวุฒิสภานั้นส.ส.จะต้องใช้สถานที่ด้วยความเกรงใจ เพราะเมื่อห้องประชุมของสภาเสร็จสิ้นเมื่อไหร่ก็ต้องมีการคืนพื้นที่ให้แก่วุฒิสภาด้วยสภาพที่เรียบร้อยที่สุด

นอกเหนือไปจากงานภายในประเทศที่สภากำลังทำงานด้วยความขะมักเขม้นแล้ว ปรากฏว่าการประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือก็เป็นอีกงานที่ฝ่ายนิติบัญญัติให้ความสำคัญเช่น โดย สุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา และ จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนสมาชิกรัฐสภาไทย เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับความเข้าใจและตระหนักในเรื่องเพศสภาพ (Gender Sensitivity Training Workshop) โดยมีสมาชิกรัฐสภาจากประเทศสมาชิกสมัชชารัฐสภาอาเซียน (AIPA) เข้าร่วมการประชุมทั้งสิ้น 6 ประเทศ เนื้อหาของการประชุมอยู่ที่การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมกันนิยามความคาดหวังที่มีต่อความเป็นชายและหญิงในแต่ละประเทศ เพื่อทำความเข้าใจความแตกต่าง ที่สังคมในแต่ละชาติมีต่อเพศสภาพเครดิต

ปิดท้ายกันด้วยความเคลื่อนไหวของวุฒิสภา ล่าสุดเดิมที คำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.เตรียมตั้งกระทู้ถามด้วยวาจาเรื่อง การให้สัมภาษณ์ด้วยข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของรมว.ต่างประเทศ กรณีการพิพาทระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่กระทบถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชน และการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญของวิกฤติการณ์โลก แต่ปรากฏว่า ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ดังกล่าวได้ทำให้เรื่องนี้ต้องกระเด็นหลุดไปจากวุฒิสภาอย่างน่าเสียดาย

โรดแม็พ สังคมสูงอายุ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411272?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โรดแม็พ สังคมสูงอายุ

19 มกราคม 2563 – 00:00 น.
สังคมสูงอายุ,โรดแม็พ,ประชากร
เปิดอ่าน 1,474 ครั้ง

โรดแม็พ สังคมสูงอายุ คอลัมน์…  อินไซด์ ครม.

สถานการณ์สังคมผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาตรการรองรับมาโดยตลอด ซึ่งกำลังกลายเป็นภาวะเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยที่ต้องเผชิญในอนาคต เมื่อการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 มกราคม 2563 ในที่ประชุมได้รับทราบรายงานการคาดการณ์ประชากรของประเทศไทยระหว่างปี 2553-2583 ตามที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ

สาระสำคัญของรายงานฉบับนี้ พบว่าในปี 2563 คาดการณ์ประชากรคนไทย 66.5 ล้านคน แต่ในปี 2571 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 67.2 ล้านคน แต่หลังจากนั้นจำนวนประชากรจะลดลงในอัตราร้อยละ -0.2 ต่อปี โดยในปี 2583 คาดประมาณว่าจะมีประชากรทั้งหมดประมาณ 65.4 ล้านคน ขณะที่ประชากรวัยเด็กนับตั้งแต่แรกเกิด-14 ปี มีแนวโน้มลดลง โดยในปี 2563 มีจำนวนประชากรเด็ก 11.2 ล้านคน แต่จะลดลงเป็น 8.4 ล้านคนในปี 2583

ขณะที่ประชากร “ผู้สูงอายุ” ในวัย 60 ปีขึ้นไป ตัวเลขในปี 2563 มีจำนวนประชากร 12 ล้านคน แต่จะเพิ่มเป็น 20.42 ล้านคนในปี 2583 โดยเฉพาะในปี 2562 เป็นปีแรกที่จำนวนประชากรวัยเด็ก เท่ากับประชากรผู้สูงอายุที่ 11.3 ล้านคน หลังจากนั้นจำนวนประชากรวัยเด็กน้อยกว่าผู้สูงอายุ ส่วนประชากร “วัยแรงงาน” ช่วงอายุ 15-59 ปี ในปี 2563 อยู่ที่ 43.26 ล้านคน แต่มีแนวโน้มลดลงเป็น 36.5 ล้านคนในปี 2583

ที่สำคัญพบว่าอัตราส่วน “วัยแรงงาน” ต่อ “ผู้สูงอายุ” จะลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยในปี 2563 มีวัยแรงงาน 3.6 คน ต่อผู้สูงอายุ 1 คน ลดลงเหลือวัยแรงงาน 1.8 คน ต่อผู้สุงอายุ 1 คนในช่วงปี 2583 ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนพึ่งพิงของผู้สูงอายุต่อวัยแรงงาน เพิ่มขึ้นจาก 27.7 ต่อวัยแรงงาน 100 คนในปี 2563 เป็น 56.2 ต่อวัยแรงงาน 100 คนในปี 2583

ด้านอัตราส่วน “เพศหญิง” ต่อ “เพศชาย” ในปี 2563 ผู้หญิงมีอายุเฉลี่ย 80.4 ปี ส่วนผู้ชายมีอายุเฉลี่ย 73.2 ปี แต่ในปี 2583 อายุเฉลี่ยทั้งเพศหญิงและชายจะเพิ่มขึ้นเป็น 83.2 ปี และ 76.8 ปี ส่งผลให้ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากอายุยืนกว่า ทำให้คาดการณ์ว่าในปี 2583 จะมีอัตราส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป แบ่งเป็น เพศชาย 71 คนต่อเพศหญิง 100 คน แต่จะลดลงอีกในกลุ่มผู้สูงอายุ 80 ปีขึ้นไปเพศชาย 41 คนต่อเพศหญิง 100 คน

นอกจากนี้โครงสร้างอายุของประชากรแต่ละภูมิภาคในปี 2583 พบว่าในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนประชากรวัยแรงงานมากที่สุด ส่วน “ภาคเหนือ” มีสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุมากที่สุด และ “ภาคใต้” จะมีสัดส่วนประชากรวัยเด็กสูงกว่าภาคอื่นๆ ขณะที่ “ภาคตะวันออก” มีการเติบโตของประชากรเมืองมากที่สุด ร้อยละ 5.3 ต่อปี เฉพาะ 3 จังหวัด คือ “ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-ระยอง” ซึ่งเป็นพื้นที่เขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

รัฐบาลได้กำหนดให้วาระผู้สูงอายุเป็นวาระแห่งชาติ โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการผู้สูงอายุแห่งชาติครอบคลุมทั้งกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ ช่วงอายุ 25-59 ปี และผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป แต่สำหรับกลุ่มก่อนวัยสูงอายุ รัฐบาล จะมีแผนส่งเสริมเน้นดูแลตั้งแต่แนวทางการออม การไม่มองผู้สูงอายุเป็นภาระ วิธีการดูแลผู้สูงอายุ หรือการปรับสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับสภาพผู้สูงอายุตามเป้าหมายดูแลผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีระบบการเงินการคลังที่ยั่งยืนในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง

ความลับห้องประชุม งบประมาณต่อรอง-ล็อบบี้-รัฐบาลคุมเข้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411267?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ความลับห้องประชุม งบประมาณต่อรอง-ล็อบบี้-รัฐบาลคุมเข้ม

19 มกราคม 2563 – 00:00 น.
งบประมาณรายจ่าย,รอภิปรายงบประมาณ
เปิดอ่าน 871 ครั้ง

ความลับห้องประชุม งบประมาณต่อรอง-ล็อบบี้-รัฐบาลคุมเข้ม คอลัมน์…  SEPCIAL WEEKEND

แม้ว่าการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ของสภาผู้แทนราษฎรจะจบลงไปแล้ว แต่ควันหลงของการประชุมมาราธอนยาวนานกว่า 4 วัน ก็ยังมีอยู่พอสมควร เพราะเวทีการอภิปรายงบประมาณครั้งนี้ไม่ต่างจากเวทีแจ้งเกิดของส.ส. พรรคอนาคตใหม่ หลายคน

โดยส.ส.หน้าใหม่ของพรรคอนาคตใหม่จำนวนไม่น้อยสามารถแสดงศักยภาพนำข้อมูลที่อยู่ในซอกหลืบของเอกสารงบประมาณมาตีแผ่กลางสภาผู้แทนราษฎรให้ประชาชนได้เห็นเป็นที่ประจักษ์ และจังหวะนี้เองที่พรรคอนาคตใหม่ได้จัดเวทีการอภิปรายงบประมาณนอกสภาเพื่อนำความลับในห้องประชุมคณะกรรมาธิการชุดใหญ่และคณะอนุกรรมาธิการแต่ละชุดที่พิจารณาในรายละเอียดมาเปิดต่อสาธารณะครั้งแรกในเวทีทีมีชื่อว่า “How to ตัด : ตัดงบอย่างไรให้เหลือเท่าเดิม”

ทั้งนี้การเสวนาเริ่มต้นที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ เล่าว่า “เมื่อพรรคแต่งตั้งให้ไปทำหน้าที่กรรมาธิการวิสามัญ และคิดว่าคงได้ตัดงบประมาณตามที่ตั้งใจ แต่สิ่งที่เห็น คือ กรรมาธิการวิสามัญมาจากรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่มีเสียงมากถึง 39 เสียง โหวตทีไรก็ชนะทุกที เราต้องไปต่อสู้เพราะรัฐบาลคุมเสียงส่วนใหญ่”

“เอกสารตอนแรกมีแค่สองลัง แต่ตอนหลังมีอีกเป็นกองๆ รวมมากกว่า 500 เล่ม บางเล่มบาง บางเล่มหนา รัฐธรรมนูญบอกว่าการทำงบประมาณต้องสร้างผลสัมฤทธิ์ เราจึงต้องเข้าไปตรวจสอบตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อ่านเอกสารกันหูตาแฉะเลยครับ”

จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคอนาคตใหม่ อธิบายว่า เราเป็นพรรคการเมืองใหม่ เข้าไปนั่งสภาครั้งแรก งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ เวลาพรรคการเมืองจะส่งคนเข้าไปทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญส่วนใหญ่จะใช้ระบบอาวุโส ต้องเป็น ส.ส. หลายสมัยหรือเป็นรัฐมนตรีมาก่อน

“ครั้งแรกพรรคโทรมาหาผมให้เข้าไปทำหน้าที่ในกรรมาธิการวิสามัญ ผมเองจบด้านกฎหมายมาแต่ไม่เคยทำงานด้านงบประมาณมาก่อน เราเข้าไปทำงานนี้ก็ได้เห็นภาพรวมของการใช้งบประมาณ ความคาดหวังในการทำหน้าที่ในคณะอนุกรรมาธิการก็หวังว่าจะได้เข้าไปตัดงบประมาณที่มีความซับซ้อนหรือรายการใช้เงินงบประมาณที่ไม่เป็นประโยชน์ แต่เรียนตามตรงว่ามันมีสัดส่วนของระบบพรรคการเมืองและระบบรัฐบาลและฝ่ายค้าน อย่างในคณะอนุกรรมาธิการที่ผมทำหน้าที่นั้นมีฝ่ายรัฐบาล 6 คน ฝ่ายค้าน 4 คน เวลาโหวตอะไรก็แพ้ อันนี้คือความจริง”

“แม้จะเข้าไปคุยกับฝ่ายรัฐบาลจนสามารถตัดงบประมาณบางรายการได้ แต่สุดท้ายเมื่อคณะอนุกรรมาธิการตัดงบประมาณได้ ปรากฏว่าก็ต้องเข้าไปคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ แล้วบอกให้คืนหน่วยงาน ทุกอย่างก็จบ”

“ที่ผมรู้สึกอึดอัดที่สุด คือ การที่เราเป็นนักการเมือง เราต้องวางตัวในระดับหนึ่ง และอย่าเกรงใจข้าราชการ แต่ปรากฏว่าในสภาพความเป็นจริง พอปลัดกระทรวงหรืออธิบดีกรมเข้ามา เวลาไม่ผ่านงบประมาณให้หรือต้องมีการเจรจา ก็ไปคุยกันข้างหลัง ปลัดและอธิบดีมีอะไรมาคุยกันกินข้าวกัน ผมว่าอย่างนี้ผมถือว่าไม่ได้ทำหน้าที่เพื่อประชาชน อย่างนี้ใช้ไม่ได้ นี่คือเรื่องผิดปกติ”

จิรวัฒน์ สรุปว่าความผิดปกติในส่วนของงบประมาณที่ผมเห็นตั้งแต่ระดับเบาไปถึงหนัก อย่างเบา เช่น ค่าเช่าคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งราคา 6 หมื่นบาทต่อปี แต่พอคณะอนุกรรมธิการสอบถามไปยังสำนักงบประมาณพบว่าส่วนใหญ่มีการจัดซื้อ 17,000 บาท เท่านั้น หรืออย่างหนัก เช่น งบประมาณของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่พยายามดึงประชาชนออกมาจากระบบการเมืองเพื่อให้ไปอยู่ในระบบทหาร เราจึงได้เห็นงบประมาณแจกจ่ายไปเพื่อทำภารกิจนี้

ด้าน สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า “ผมเหมือนกับส.ส.อนาคตใหม่หลายคนที่เข้ามาทำงานด้วยเจตนาที่ดี เพื่อตรวจการใช้เงินอย่างละเอียด และเราก็ทำการบ้านมา แต่ก็ไปเจอกฎตามรัฐธรรมนูญ คือ มาตรา 144 วรรค 3 ที่เป็นอุปสรรคต่อการพิจารณางบประมาณ โดยกฎหมายให้ตัดอย่างเดียว แต่เปลี่ยนให้ไปเพิ่มเป็นอย่างอื่นไม่ได้”

“ในการทำงานของคณะอนุกรรมาธิการก็มาเจอเรื่องโควตาทางการเมือง ฝ่ายรัฐบาล 6 คน ฝ่ายค้าน 4 คน โหวตอย่างไรฝ่ายค้านก็แพ้ ดังนั้นสิ่งที่ตัดงบประมาณได้จริงๆ นั้น ก็ต้องเป็นไขมันในทางงบประมาณจริงๆ แต่ไม่ได้มีการตัดรายการใช้งบประมาณที่ไม่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง”

“เราชี้แจงสารพัดเหตุผลเพื่อให้ตัดงบประมาณ แต่สุดท้ายมาจบด้วยการโหวต โดยฝ่ายรัฐบาลที่มีมากกว่าพยายามจะไม่ใช้การโหวตเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศการทำงาน ต่อให้เราพยายามพูดมากอย่างไร สุดท้ายประธานในที่ประชุมก็จะบอกว่าจะยอมรับการลดงบประมาณได้เท่าไหร่ในภาพรวม แทนที่จะตัดรายการที่ไม่มีความจำเป็นจริงๆ”

สุดท้าย เอกการ ซื่อทรงธรรม ส.ส.แพร่ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวในทำนองเดียวกันว่า “การเข้าไปทำงานในคณะอนุกรรมธิการ ทีแรกนึกว่าทุกคนจะแฮปปี้ ปรากฏว่ามีการล็อบบี้ตำแหน่งกันเรียบร้อย ทั้งประธาน เลขานุการ และโฆษกคณะกรรมาธิการ เมื่อเราเข้ามาทำงานก็พบว่าเจอการทำงานในลักษณะที่มองทุกอย่างเป็นง่ายๆ แต่มีการทำกันตอนไหนก็ไม่รู้ ไปคุยกันแบบไหนก็ไม่ทราบ หรือมีการล็อบบี้ก่อนเข้ามาในห้องประชุมกันหรือเปล่า”

“คณะอนุกรรมาธิการที่ผมเข้าไปทำงานไม่มีการลงมติ แต่มีลักษณะอะลุ้มอล่วยในเชิง “เอาน่า..“ ”ปล่อยๆ ไป” หรือมีการเสนอเพื่อให้เราเคารพการตัดสินใจของพรรครัฐบาล และทุกอย่างก็อยู่ที่ประธานคณะอนุกรรมาธิการ”

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าพรรคอนาคตใหม่กลายเป็นผู้สร้างมาตรฐานใหม่ในการอภิปรายแล้ว จึงไม่แปลกที่กระแสของพรรคอนาคตใหม่ยังคงแรงดีต่อเนื่องและไม่ตกลงอย่างที่ใครหลายคนสบประมาทเอาไว้

คลุกวงใน วันเสาร์ที่ 18 วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/411265?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

คลุกวงใน วันเสาร์ที่ 18 วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563

18 มกราคม 2563 – 11:55 น.
พรรคอนาคตใหม่,คลุกวงใน,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
เปิดอ่าน 489 ครั้ง

คลุกวงใน วันเสาร์ที่ 18 วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563  โดย…อสนีบาต aussaneebard @hotmail.com

0…คมเข้มประเด็นร้อน ชัดเจนในเนื้อหา ลึกทุกข่าวสาร ต้องอ่าน “หนังสือพิมพ์คมชัดลึก” ฉบับประจำวันเสาร์ที่ 18 มกราคม 2563 อยู่ในมือทุกท่านแล้วครับ …ในที่สุด ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตส.ส.นอกสภาและ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปล่อยหมัดสื่อสารทุกแพลตฟอร์มไปถึงบรรดาผู้สนับสนุนให้มาร่วมกิจกรรมฟังการปราศรัยในวันนี้ (18 ม.ค.63) หลักใหญ่ใจความเป็นการแถลงปิดคดี ยุบพรรค นอกสถานที่นั่นเอง

0…ต้องยอมรับวิธีการสื่อสาร หัวหน้า แอนด์เดอะแก๊งสามเหลี่ยมหัวกลับ มักชี้ชวนให้ติดตามทุกครั้งไป อย่างคีย์เวิร์ดปล่อยออกมา “จะเป็นการปราศรัยครั้งสุดท้าย” สะกิดสาวกผู้มีอารมณ์ อ่อนไหว ได้ดี ทำให้ชวนติดตามเนื้อหาของการปราศรัยจะสุดแสน ดราม่า ขนาดไหน

0… นักอยากรู้อยากเห็นก็อยากเข้าฟัง นี่จึงเป็นข้อเด่นของ พรรคอนาคตใหม่ ที่พรรคการเมืองอื่นๆ รวมไปถึง ทีมงานปชส. “รัฐบาลลุงตู่” ยังไม่มี และไม่รู้เมื่อไหร่จะมี ฉะนั้นต้อง คิดให้ทัน คิดให้เป็น ในการ ชิงพื้นที่ ข่าวสารวันหยุดเหมือนกับ พรรค ที่กำลังอาจหายไปจากสารบบพรรคการเมืองอย่างนี้บ้าง

0…แต่สำหรับ ผู้รู้ทัน ทราบกันดี การเคลื่อนไหวของ อดีตส.ส.นอกสภา รายนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเลี้ยงกระแสที่เรียกว่า “สร้างมวลชนดึงแนวร่วม”  ยิ่งใกล้ถึงวัน ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีที่พรรคถูกกล่าวหาทำสัญลักษณ์ส่อไปในทางหมิ่นเหม่ขัดต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งมีความผิดถึงขั้นยุบพรรคใน วันที่ 21 มกราคม นี้ จำเป็นต้องเร่งเร้าโหมกระแส

0…ธนาธร แอนด์เดอะแก๊ง ตระเวนหาทุกเวทีชี้แจงหลังจากเวทีแรก ย่านรัชดาภิเษก ไม่อนุญาตให้ แก๊งพ่อฟ้า จัด แต่ยังมีปัญญาอันชาญ “ฉลาดแกมโกง” เหมือนกับชื่อภาพยนตร์ดังในอดีต หันหัวเรือไปที่ มธ.รังสิต ทันที เนื่องจากเป็นวันเดียวกับที่จะมีประชาชนมากมายเดินทางมาร่วมเชียร์ทีมฟุตบอลชาติไทยแข่งขันรายการชิงแชมป์เอเชียรุ่น 23 ปี รอบน็อกเอาท์ ที่สนาม มธ.รังสิต นับสองหมื่นคน

0…วิธีนี้ไม่ต่างกับครั้งจัดปราศรัยที่ สกายวอล์ก เมื่อปีก่อน ด้วยคำถามตามมา เหตุใดผู้คนถึงเดินทางมาอุ่นหนาฝาคั่ง มันก็เป็นอะไรที่สอดรับทีมงาน พรรคอนาคตใหม่ ส่งข้อความมาด้วยว่า “ฟังการปราศรัยเสร็จแล้วไปลุ้นผลฟุตบอลกันต่อ”

0…เนื้อหาการปราศรัยนั้นน่ะหรือ หนีไม่พ้นวาทกรรมถูก กลั่นแกล้ง ทางการเมืองบ้างล่ะ แซะกระบวนการยุติธรรมมีความผิดพลาดต่างต่างนานาบ้างล่ะ แต่ที่คอการเมืองเตรียมจดบันทึกเห็นเป็นกรณี กูรูกฎหมายสีส้ม จะใช้โอกาสนี้ปราศรัยพาดพิง สถาบันเบื้องสูง ตรงนี้ขอให้พึงระวัง แล้วจะหาว่า ไม่เตือน

0…ความพยายามปราศรัยนัดสุดท้ายที่ ไม่ใช่สุดท้าย แน่ จึงไม่มีอะไรมากไปกว่าความพยายามสร้างแรง กดดัน ไปถึงองค์คณะตุลาการในการ ชี้ขาด แต่ครั้นผลการตัดสินเป็นคุณกับตนเองเมื่อไหร่ล่ะก็ ไม่ยักออกมาชื่นชมกระบวนการยุติธรรมเป็นหลักเชื่อถือได้ นี่จึงเป็นอาการของนักการเมืองไทยที่กำลังใกล้ถูก แช่แข็ง มักเป็นแบบนี้ประจำ เช่นเดียวกับเหล่าคณะ คนรุ่นใหม่ มีอนาคตทางการเมืองเจริญรอยตาม

0…สังคมคลุกวงใน ขอแสดงความยินดี มหาวิทยาลัยมหิดล โดย สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ในสาขา Innovation and Entrepreneurship Support of the Year จัดโดย ACEEU ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกที่ส่งเสริมการสร้างงานนวัตกรรม และสนับสนุนผู้ประกอบการจากมหาวิทยาลัย

0… โดยมีมหาวิทยาลัยส่งผลงานเข้าร่วมมากกว่า 300 เรื่องจากกว่า 20 ประเทศ ซึ่ง สถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล (iNT) เป็นหน่วยงานแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 5 มหาวิทยาลัย ในรอบสุดท้ายสำหรับเข้าชิงรางวัลดังกล่าว ในงาน “Triple E Awards Asia-Pacific 2020” ณ เมืองโกจิ ประเทศอินเดีย