สามเกลอหัวส้ม ปลุกเดินถนน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388055?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สามเกลอหัวส้ม ปลุกเดินถนน

12 กันยายน 2562 – 12:40 น.
พรรณิการ์ วานิช,ช่อ พรรณิการ์,ปิยบุตร แสงกนกกุล,วงในวงนอก,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,สามเกลอหัวส้ม
เปิดอ่าน 114 ครั้ง

คอลัมน์…  วงในวงนอก   โดย…  อสนีบาต aussaneebard @hotmail.com

ถนนทางการเมืองกำหนดให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินเข้าสู่ทางแคบอย่างไม่มีทางเลือก จากกรณีองค์คณะศาลรัฐธรรมนูญนำกรณีปมถือครองหุ้นสื่อเข้าข่ายขาดคุณสมบัติความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เข้าสู่กระบวนการอภิปรายเมื่อวานนี้

จากนั้นนับเวลาถอยหลังรอการไต่สวนนัดวินิจฉัยคดี ซึ่งไม่น่าจะเกินปลายเดือนตุลาคม คำตอบจะออกมา “หัวหรือก้อย”

หากผลวินิจฉัยเป็นไปในทางบวก สามารถใส่สูทเข้าสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างเต็มขั้น

แต่ถ้าผลออกมาทางลบ วินิจฉัยว่า ขาดคุณสมบัติ ส.ส. “ธนาธร” ต้องป็นผู้แทนนอกสภาต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งรอบใหม่โน่น

กระนั้นอย่าลืมว่า แม้การวินิจฉัยคดีปมถือครองหุ้นสื่อจบลง แต่คดีอื่นๆ ยังไม่จบ สิริรวม 16 คดี รอการวินิจฉัย

1 ใน 16 คดี มีระดับความรุนแรง สั่นสะเทือนถึงขั้นลุ้นยุบพรรค ตรงนี้ จึงต้องมีการเตรียมตัวเตรียมใจรับมือต่อสถานการณ์ภายภาคหน้า

ทำให้ช่วงนี้ หัวหน้าพรรคและแกนนำระดับ “เรียกแขก” จึงมีกิจกรรมเคลื่อนไหวหนักมาก

การเคลื่อนไหวถูกส่งผ่านกิจกรรมรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญพร้อมกับปลุกเร้าด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อนราวกับประเคนหมัดฮุก หมัดตรง แย็บซ้ายแย็บขวา เข้าใส่รัฐบาล “บิ๊กตู่”

  ลุกลามไปถึงการสร้างความเกลียดชังแบ่งแยก !

เมื่อเร็วๆ นี้ “ธนาธร” ลงพื้นที่ประสบอุทกภัย จ.มหาสารคาม ทำทีตะลุยน้ำให้ขากางเกงเปียกปอน

สักพักหนึ่งก็ขึ้นเวทีปราศรัยปลุกขวัญพี่น้องประชาชน ด้วยการเปรียบเปรย “น่าจะเอางบลงทุนรถไฟฟ้าหลายหมื่นล้านมาหารเฉลี่ยแจกจ่าย 9 จังหวัดในภาคอีสาน” พร้อมกับขุดเรื่องกลุ่มทหารเข้ามายึดอำนาจใส่ขมองชาวบ้าน

วาทกรรมดังกล่าวถูกผลิตซ้ำบนเวทีเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. ร่วมด้วยช่วยกันขย้ำ “แก้รัฐธรรมนูญเพื่อปากท้องประชาชน”

เช่นเดียวกับ โฆษกสาวคู่ใจ อย่าง “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช ที่ไปร่วมเสวนากับเครือข่ายมวลชน นักการเมืองที่มีความเห็นตรงกันให้แก้รัฐธรรมนูญ จริงอยู่แม้เป็นสิทธิในการแสดงความเห็น แต่กับการชี้ชวนให้คนออกมาเดินถนน ด้วยการอ้างนานาประเทศเขาก็เดินถนนกันทั้งนั้น และไม่ตาย ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ด้วย

ฟังความแบบนี้มันก็ดูแปลกๆ นะครับ เพราะไม่ใช่การแสดงความเห็นธรรมดาแต่ออกมาในทำนองปลุกระดมมากกว่า

การชี้ชวนของขบวนการ “สามเกลอหัวส้ม” ต้องทำให้คนในรัฐบาลต้องออกมาแนะนำตักเตือน

“ผมไม่ขัดขวางอยู่แล้ว ดังนั้นการจะออกมาเดินสายแก้รัฐธรรมนูญ ผมว่ามันไม่ใช่ อย่าลืมว่าการรณรงค์การรวมตัวเดินอะไรต่างๆ เหล่านี้ มันต้องมีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่รัฐบาลจะไปห้าม แต่ไม่ต้องการให้มันบานปลาย เดี๋ยวมันก็บานปลายไปอีกนั่นแหละ เคยหยุดกันได้ที่ไหน คนที่ปลุกระดมออกมา ไม่เคยหยุดได้ ก็มีปัญหามากันทุกรัฐบาล” คำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา

เพราะในขณะที่สภากำลังทำหน้าที่ ดังเห็นได้จาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชื่อยื่นรองประธานสภาให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กอปรกับพรรคร่วมรัฐบาลขยับประเด็นนี้แล้วเช่นกัน ซึ่งก็ควรว่ากันไปตามกระบวนการสภากันก่อนจะดีกว่ามั้ย

แต่อาการปลุกระดม และไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ลุกลามไปถึงการสร้างวาทกรรมแบ่งแยก ทั้งที่เคยประกาศเราเล่นการเมืองแบบใหม่ สร้างสรรค์ ไม่โต้ตอบ ตามที่เคยกล่าวจะเป็นอนาคตใหม่ของประเทศล้วนแต่ไม่ได้เป็นไปตามที่เคยกล่าวอีกแล้ว

         ประเมินได้ว่า การที่ “สามเกลอหัวส้ม” กำลังบรรเลงอาวุธหนักในช่วงนี้ คงไม่ใช่แค่ความตั้งใจรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญอย่างเดียวดอก นอกจากปลุกขวัญสร้างแนวร่วมเพื่อค้ำจุนตัวเองในสถานการณ์คับขันอันใกล้นี้มากกว่า

เตรียมให้พร้อมหลังน้ำลด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388050?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เตรียมให้พร้อมหลังน้ำลด

12 กันยายน 2562 – 12:40 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,เตรียมให้พร้อมหลังน้ำลด,บอร์ดการบินไทย,รับมือหลังน้ำลด
เปิดอ่าน 43 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

‘ดับเครื่องชน’ วันนี้มีข่าวดีมาบอกว่าสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลายไปทางที่ดีแล้วถ้าฝนไม่ตกซ้ำทุกอย่างก็จะเริ่มเข้าสู่สภาพปกติ

จึงขอแจ้งเตือนมาว่าหลังจากนี้ไปแล้วต้องเตรียมตัวให้พร้อมหลังน้ำลดลงแล้วจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้ชีวิตเข้าสู่ปกติโดยเร็ว

วันก่อนได้อ่านข่าวว่ากระทรวงสาธารณสุขพร้อมมอบสิ่งจำเป็นในชีวิตเพื่อรับมือหลังน้ำลด เช่น ยารักษาโรค อาหารและน้ำดื่ม ซึ่งขอชมเชยว่ามีความพร้อมดีจริงๆ ในการเข้าช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำท่วมหรือภัยธรรมชาติอื่นๆ

อยากให้การช่วยเหลือมีทั้งในระยะสั้นและระยะยาวพร้อมมองไปถึงอนาคตว่าทำอย่างไรประชาชนจึงจะรับมือกับน้ำท่วมได้

บางแห่งเจอภัยแล้งอยู่ดีๆ วันต่อมาเจอน้ำท่วมอีกแล้วสลับกันอยู่เรื่อยไป นี่แหละประเทศไทย
อ๊อด เทอร์โบ


มาอย่างไร-ไปอย่างนั้น
บอร์ดการบินไทย

ผมเป็นผู้โดยสารการบินไทยอยู่เป็นประจำแต่จะมีสายการบินอื่นประเภทต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอร์สแอร์ไลน์ แต่ก็ยังเลือกใช้บริการการบินไทยแม้ว่าระยะหลังราคาจะแพงแต่ถ้าเราวางแผนเดินทางให้ดีแล้วจะประหยัดได้มาก

มาวันก่อน รมช.คมนาคม ‘ถาวร เสนเนียม’ ออกมาบอกว่าขอให้บอร์ดการบินไทยและผู้บริหารต่างประเมินผลงานตัวเองว่าทำงานได้ดีเพียงไร เมื่อไหร่จะพ้นสภาพขาดทุน เพราะในธุรกิจการบินมีการแข่งขันสูงมาก จะหยุดนิ่งเฉยไม่ได้

ผมอยากจะบอกว่าการบินไทยเหมือนเหมืองทอง-เหมืองเพชรที่นักการเมืองต่างอยากเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้องต่างใช้ระบบเส้นสายต่างๆ

เริ่มต้นตั้งแต่การซื้อเครื่องบินราคาแพงหรือไม่เหมาะสมกับเส้นทาง จะเห็นได้ว่าสายการบินอื่นมีแต่เพิ่มเส้นทางแต่การบินไทยลดลงไปเรื่อยๆ

ผมเป็นเพียงผู้โดยสารธรรมดาๆ ไม่อยากให้การบินไทยล้มละลายจึงเขียนจดหมายฉบับนี้มาว่าจะต้องมีการยกเครื่องหรือปรับรูปให้การบินไทยผงาดฟ้าพ้นจากระบบเส้นสายเสียที
โสภณ (คนรักบินไทย)

 เรียนคุณ ‘โสภณ’ คนรักบินไทย
ขอบคุณสำหรับจดหมายของคุณที่มองการบินไทยด้วยความปรารถนาดีและจริงใจที่จะทำให้สายการบินแห่งชาติของเรากลับมายิ่งใหญ่อีกวาระหนึ่งเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตกาล

เรื่องการเปลี่ยนบอร์ดการบินไทยหรือผู้บริหารนี้ ส่วนมากมาอย่างไรก็ไปอย่างนั้นอยู่แล้ว บางคนก็เป็นโดยตำแหน่งหรือบางคนก็ใช้ระบบเส้นดังเป็นที่ครหากันอยู่

สิ่งหนึ่งที่การบินไทยต้องปรับปรุงเสมอๆ นั่นคือการบริการผู้โดยสารให้เกิดความประทับใจและอยากมาใช้บริการอีก

ผมเห็นว่าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินต้องใช้วัยคนหนุ่มสาวและมีจิตใจดีอย่าให้มีเรื่องอื้อฉาวขนส่งแบรนด์เนมข้ามประเทศขึ้นมาอีก

ที่ผ่านมาการบินไทยมีแต่เรื่องปวดหัว รับไม่ได้จริงๆ
อ๊อด เทอร์โบ


ยุงพาหะนำโรค
ต้องป้องกันดีกว่าแก้

ขอเป็นสื่อกลางนำเรื่องยุงลายพาหะนำโรคจาก ศ.ดร.นพ.เผด็จ สิริยะเสถียร หน่วยวิจัยชีววิทยาของแมลงพาหะ และโรคติดต่อที่นำโดยแมลง/ หัวหน้าฝ่ายปรสิตวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ยุงที่เป็นพาหะนำโรคแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ คือ

กลุ่มแรก ยุงลาย พฤติกรรมมันชอบกินเลือดคน มันก็จะนำโรคระหว่างคนไข้สู่คนใกล้ชิด เช่น เมื่อมีคนไข้เป็นไข้เลือดออก คนไข้ก็จะได้รับเชื้อไวรัส เมื่อยุงลายไปกัดคนไข้เชื้อไวรัสก็จะบ่มเพาะในยุงลาย ยุงลายก็จะไปกัดคนต่อไปในบ้านหรือละแวกบ้านเดียวกัน

กลุ่มที่ 2 ยุงรำคาญ ชอบกินเลือดสัตว์ เช่นโรคไข้สมองอักเสบ ปกติไวรัสก็จะไปเพิ่มจำนวนในหมู ถ้ายุงรำคาญไปกินเลือดหมูก็จะได้รับเชื้อไวรัสชนิดนี้ พอเวลาคนเดินเข้าในบริเวณที่ยุงนั้นอยู่มันก็จะไปกัดคน ก็จะนำโรคจากสัตว์มาสู่คน

กลุ่มที่ 3 ยุงก้นปล่อง จะเป็นยุงที่จะนำโรคมาลาเรียเป็นหลัก ในช่วงหน้าฝนก็จะมีเรื่องของโรคไข้เลือดออก ก็จะเป็นเชื้อไวรัส พวกนี้จะมีลักษณะไข้สูงลอยอาจะมีอาการแทรกซ้อนตามมา คนไข้อาจจะเสียชีวิตได้

การป้องกันยุง ก็คือป้องกันไม่ให้มันเข้ามาใกล้ชิดเรา เช่น การใช้มุ้งกางเพื่อกันยุง หรือการใช้สารเคมีบางอย่างสำหรับทาผิวหนัง ซึ่งจะทากันได้ 6-8 ชั่วโมง เวลาทาจำเป็นต้องทาให้ทั่วผิวหนังที่เราไม่ต้องการให้ยุงกัด ปัจจุบันมีชนิดแบบฉีดพ่น ก็ต้องพ่นลงบนผิวหนังแล้วละเลงให้ทั่วผิวหนังถึงจะป้องกันยุงได้ หรือเราอาจจะใช้สารไล่กันยุง เช่นการจุดยากันยุงก็จะช่วยไล่และฆ่ายุงได้

จึงขอแจ้งมาเพื่อให้มีความรู้เรื่องยุงและระมัดระวังตัวเองไว้ด้วย

รสก.หรือรัฐอิสระ กฟผ.ดอดส่งข้อมูล ให้ฝ่ายค้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388057?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

รสก.หรือรัฐอิสระ กฟผ.ดอดส่งข้อมูล ให้ฝ่ายค้าน

12 กันยายน 2562 – 11:00 น.
รักแผ่นดิน,กฟผ,พรรคอนาคตใหม่,นโยบายพลังงาน
เปิดอ่าน 256 ครั้ง

คอลัมน์… รักแผ่นดิน โดย…  ฅนไท   หนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พัฒนา แสงศรีโรจน์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ที่ชี้แจงข้อมูลแก้ต่างคอลัมน์ ”รักแผ่นดิน” ซึ่งตีพิมพ์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนว่าด้วยความไม่พร้อมของ กฟผ.ในการจะนำเข้า ก๊าซ LNG 1.5 ล้านตัน ซึ่งคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.) เพิ่งทบทวนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

คำชี้แจงที่บอกว่า กฟผ.ไม่ได้ดิ้นรนในการนำเข้าก๊าซดังกล่าว แต่ทำตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อปี 2560 แต่ขอโทษเถอะ ถ้า กฟผ.ไม่ชงเรื่องความต้องการของตัวเอง กพช.จะออกมติมาได้อย่างไร แค่นี้ก็ชัดอยู่แล้วว่าดิ้นรนหรือไม่

ยังดีที่คำชี้แจง ยังยอมรับความไม่พร้อมของตัวเอง ที่ยังไม่สามารถสร้างท่าเทียบเรือ ท่อขนส่ง และถังบรรจุก๊าซลอยน้ำได้ และยอมรับว่า ยังต้องใช้งานของ ปตท.

แต่สงสัยข้อชี้แจงของรองผู้ว่าการ กฟผ.ที่บอกว่า โครงการนี้ได้ผ่านความเห็นชอบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ขอดูผลการศึกษาที่ได้รับอนุมัติ และหนังสืออนุมัติของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมดูหน่อย เพราะพูดกันหนาหูว่ายัง “ไม่ผ่าน”

ทีนี้ ที่บอกว่าไม่ดิ้นรน แต่หลังจากที่ กบง.สั่งทบทวนโครงการนี้ ปฏิกิริยา “ไม่ยอมรับ” จากทั้งผู้ว่าการ และสหภาพแรงงาน ไปกดดันทั้งนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน ไม่เห็นทำตาม “นโยบาย” อย่างที่ว่า หรือทำตัวเป็นรัฐอิสระ หากไม่ถูกใจก็เคลื่อนไหว หาใช่พฤติกรรมรัฐวิสาหกิจที่ต้องทำตามนโยบายรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ มีข่าวไม่พอใจ ที่สัดส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าลดลง เพราะภาคเอกชนแข่งผลิตกระแสไฟฟ้า ก็มีการร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อชี้ให้สัดส่วนภาครัฐมากกว่าเอกชน และมีข่าวว่า “คนใน” ทำข้อมูลหลุดไปฝ่ายค้านแบบจงใจ ผ่านคนของพรรคอนาคตใหม่

ที่น่าตกใจ มีข่าวว่าข้อมูลอีก 2-3 เรื่อง ได้ถูกส่งไปยังพรรคฝ่ายค้านเรียบร้อยแล้ว รอวันฝ่ายค้านจะนำข้อมูลนี้ไปถล่มรัฐบาลหรือไม่

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทราบเบาะแสแบบนี้แล้วจะทำอย่างไรกับรัฐวิสาหกิจแบบนี้ที่จะไม่ให้เป็นรัฐอิสระดี?

ศึกล้างตา ‘สะสมทรัพย์’ เอาคืน ‘เจี๊ยบ นครปฐม’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388041?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกล้างตา ‘สะสมทรัพย์’ เอาคืน ‘เจี๊ยบ นครปฐม’

12 กันยายน 2562 – 09:55 น.
เขต 5 นครปฐม,ตระกูลสะสมทรัพย์,รายงานพิเศษ,เจาะประเด็นร้อน,ขุนน้ำหมึก,พตทไวพจน์ อาภรณ์รัตน์,ไชยา สะสมทรัพย์,เผดิมชัย สะสมทรัพย์
เปิดอ่าน 3,216 ครั้ง

คอลัมน์ ‘ท่องยุทธภพ’ โดย ‘ขุนน้ำหมึก’ หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 12 ก.ย.62

***************************

การเมืองคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อจะมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. 2 จังหวัดคือ นครปฐม และกำแพงเพชร โดย จุมพิตา จันทรขจร ส.ส.เขต 5 นครปฐม ได้ยื่นใบลาออก เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ส่วน “พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์” ส.ส.เขต 2 กำแพงเพชร ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. เพราะเป็น 1 ใน 12 แกนนำ นปช. คดีบุกล้มการประชุมอาเซียน โดยศาลฎีกา สั่งจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา แม้วันนี้ ไวพจน์จะอ้างเรื่องยังไม่เห็นหมายศาล และไม่ได้ไปรับฟังคำสั่งศาลก็ตามที

จุมพิตา จันทรขจร

“สะสมทรัพย์” ขอล้างตา!

การเลือกตั้งใหญ่เมื่อ 24 มีนาคม 2562 เป็นความปราชัยย่อยยับของ “สะสมทรัพย์” บ้านใหญ่นครปฐม ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อ พาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์” ลูกชายไชยา สะสมทรัพย์ ได้ชัยชนะที่เขต 2 เพียงหนึ่งเดียว

อดีต ส.ส.ค่ายใหญ่ร่วงหมด ไม่ว่า ก่อเกียรติ สิริยะเสถียร เขต 3, อนุชา สะสมทรัพย์ เขต 4 และเผดิมชัย สะสมทรัพย์ เขต 5

นัยว่า คนเสื้อแดงยังแรง บวกกับกระแสฟ้ารักพ่อ ทำให้บ้านใหญ่สะสมทรัพย์ สั่งถอยใน 3 วันสุดท้ายก่อนหย่อนบัตร

เผดิมชัย สะสมทรัพย์

เฉพาะเขต 5 “จุมพิตา” พรรคอนาคตใหม่ เอาชนะ “เสี่ยเตี้ย” เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ไปได้ คนสามพรานยังโจษขานไม่จบว่า เสี่ยเตี้ยแพ้ได้ยังไง ? โดยจุมพิตาได้ 3.4 หมื่นคะแนน และเสี่ยเตี้ย ได้ 1.3 หมื่นคะแนน

เผดิมชัย ลงพื้นที่แล้ว

เมื่อต้นเดือนกันยายนนี้ เผดิมชัยได้เข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน ต.ยายชา อ.สามพราน จ.นครปฐม ที่ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ โดยประสานงานเร่งด่วนไปยัง “ท็อป” วราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เข้ามาช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สมกับยี่ห้อ ผมเผดิมชัยคนเดิม เพิ่มเติมคือห่วงใย”

มาแบบนี้ รับประกันเลือกตั้งซ่อม “สะสมทรัพย์” สู้ตายไว้ลายบ้านใหญ่นครปฐมแน่นอน

ป๋วย” คนเดือนตุลา

เบื้องหลังชัยชนะของพรรคอนาคตใหม่ นครปฐม ต้องยกเครดิตให้ “อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และเจ้าของปั๊มน้ำพีที สวนตะไคร้ นครปฐม

เจี๊ยบ นครปฐม

“อมรัตน์” หรือที่รู้จักกันในกลุ่มคนเสื้อแดงคือ “เจี๊ยบ นครปฐม” ครอบครัวของเธอนั้น รู้จักกับตระกูล “สะสมทรัพย์” เป็นอย่างดี เนื่องจากบิดา “กำนันหัวโต” ก็เคยสนับสนุนทักษิณ ชินวัตร

“เจี๊ยบ นครปฐม” จะเป็นคนสำคัญในการตัดสินว่า จะเลือกใครลงสมัคร ส.ส.เขต 5 นครปฐม แทน “จุมพิตา” ที่ลาออกไปในวันอาทิตย์ที่ 15 กันยายนนี้

เบื้องต้น มีกระแสข่าวว่า ป๋วย” ไพรัฎฐโชติ จันทรขจร สามีของจุมพิตา จะเป็นตัวแทนในการลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่เขต 5 ซึ่ง “ป๋วย” เป็นคนเดือนตุลา และเป็นเจ้าของบริษัท แด๊ด ซีเคียวริตี้ส์ ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัย

ด้านหนึ่ง “ป๋วย” เป็นน้องชาย “โป๊ะ” วัชรพันธุ์ จันทรขจร คนเดือนตุลา ที่เคยทำงานการเมืองกับพรรคไทยรักไทย และพรรคในเครือข่ายชินวัตร

พี่น้องตระกูลจันทรขจร ไม่ใช่มือใหม่ทางการเมือง สุดแท้แต่ “ธนาธร” จะคิดอ่านยังไง ต้องรอดู

ชากังราวสะเทือน

วันนี้ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์” ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ยังประชุม ส.ส.ตามปกติ และได้บอกนักข่าวว่า ยังไม่เห็นรายละเอียดในเรื่องดังกล่าว ซึ่งศาลได้แจ้งให้ พ.ต.ท.ไวพจน์ และแกนนำ นปช.อีก 2 คน มาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 31 ตุลาคมนี้

ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ และครอบครัว

อย่างไรก็ตาม ศาลได้อ่านคำพิพากษาไปแล้ว ยังเหลือแค่เรียกตัวไวพจน์มาฟังคำสั่งเท่านั้น ไม่ช้าก็เร็ว จะต้องมีการเลือกตั้งซ่อมอย่างแน่นอน

ย้อนไปดูสนามเลือกตั้งเขต 2 กำแพงเพชร นพ.ปรีชา มุสิกุล” แชมป์เก่าสมัยที่แล้ว ค่าย ปชป. ไม่ลง ส.ส.เขต หลบไปอยู่ปาร์ตี้ลิสต์ โดยส่งลูกชาย “สุขวิชาญ มุสิกุล” ลงสนามชนกับไวพจน์ ค่ายพลังประชารัฐ

เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ลูกชายไวพจน์ จะลงสมัคร ส.ส. แทนพ่อ

ผลปรากฏว่า ไวพจน์ชนะขาด แม้จะถูกโจมตีเรื่องย้ายพรรค และคนเสื้อแดงในพื้นที่ก่อหวอดแอนตี้

ถ้ามีเลือกตั้งซ่อม คงต้องถาม “วราเทพ รัตนากร” ว่าจะเอายังไง ? และต้องเคลียร์พรรคประชาธิปัตย์ให้ได้ เพราะแข่งกันเอง อาจพลาดท่าให้พรรคเพื่อไทย

เพราะพรรคร่วมรัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ ขาดไปหนึ่งหรือสองเสียง ก็เหนื่อยรากเลือด

แก้โจทย์สิ่งแวดล้อมในมือ วราวุธ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388052?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

แก้โจทย์สิ่งแวดล้อมในมือ วราวุธ

12 กันยายน 2562 – 09:25 น.
บรรหาร ศิลปอาชา,วราวุธ ศิลปอาชา,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,พรรคชาติไทยพัฒนา,สิ่งแวดล้อม
เปิดอ่าน 396 ครั้ง

แก้โจทย์สิ่งแวดล้อมในมือ วราวุธ  โดย…  ปิยะภรณ์ วงศ์เรือง

ลูกชายของ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี วันนี้เป็นหนึ่งในครม.ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้รับความไว้วางใจให้กุมบังเหียนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

“วราวุธ ศิลปอาชา” แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาในฐานะเจ้ากระทรวงดังกล่าว ระบุว่า “พรรคชาติไทยพัฒนาทำงานด้านเกษตรมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่ในวิถีทางการเมืองไม่ใช่ว่าเรามีอะไรอย่างนี้ แล้วขอไปแบบนี้ แล้วจะได้แบบนี้ เมื่อนายกฯ ให้มาทำงานด้านสิ่งแวดล้อม มันเป็นความท้าทายใหม่และตั้งใจที่จะขับเคลื่อนกระทรวงให้เป็นหนึ่งในหัวใจการทำงานของรัฐบาล

โดยเฉพาะงานด้านทรัพยากรป่าไม้ ที่ดิน และน้ำ ที่ถูกขับเคลื่อนตั้งแต่หลังรัฐประหาร ผ่านแผนงานต่างๆ การถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในแผนงานสำคัญของงานปฏิรูปประเทศและอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติที่กลายมาเป็นนโยบายหลัก 1 ใน 12 ข้อของรัฐบาล ความท้าทายอยู่ที่การผสมผสานนโยบายส่วนตัวและของพรรคเข้ากับกรอบนโยบายแห่งรัฐดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ที่ได้วางไว้”

  วราวุธ ระบุว่า “เรื่องคะแนนเสียงก็คงมีได้บ้างเสียบ้าง (จากการทำงาน) แต่ผมคิดว่าถ้าเราเก็บทรัพยากรธรรมชาติไว้ให้ลูกหลานของเราได้ก็อาจเสียคะแนนเสียงเพราะเราทำงานด้านนี้ ต้องเข้าใจว่าเราทำงานให้คนรุ่นต่อๆ ไป ไม่ใช่ว่าเหลือพะยูนให้เขาไปดูจากภาพถ่ายหรือรูปปั้น”

   “นายกฯ ให้ความสำคัญกับประชาชนจึงตั้งเป้าไว้ว่าเราจะช่วยประชาชนแก้ปัญหา การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม อาทิ ความขัดแย้งที่ดินไม่ใช่ว่าเอาคนออกมาเพื่อให้ได้ป่าคืน แล้วทิ้งประชาชนให้จมอยู่กับปัญหาไร้ที่ดินทำกิน แต่เราจะช่วยดูแลจัดหาที่ดินใหม่ให้”

วราวุธ มองว่า สิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวของทุกคน และเครื่องมือในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดคือจิตสำนึกร่วมของประชาชน ถ้าคนไทย 70 ล้านคนมีจิตสำนึกเรื่องสิ่งแวดล้อมหมด ตนมองว่ากระทรวงนี้ไม่จำเป็นต้องมีเลยด้วยซ้ำ

“โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลคือการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์หลัก ด้วยเหตุดังกล่าวจึงต้องมีการประมวลนโยบายที่ผมมีกับสิ่งที่กำหนดเข้าไว้ด้วยกันให้ได้
ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเพียงกรอบกว้างๆ ที่วางเป้าหมายของประเทศเอาไว้ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะประเทศไทยไม่เคยมีการวางเป้าหมายของประเทศและยุทธศาสตร์เอาไว้เลย ซึ่งในขั้นตอนการปฏิบัติจะแบ่งออกเป็นระยะ ระยะละ 5 ปี ซึ่งทำให้ไม่ค่อยมีความแตกต่างจากการดำเนินงานที่ต้องทำตามแผนของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแต่อย่างใด

เรามีกรอบ แต่เขาก็ไม่ได้บังคับว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้ วิธีปฏิบัติก็ขึ้นอยู่กับกระทรวง มันเป็น Framework ซึ่งผมก็ไม่ได้เห็นว่าเสียหายเหมือนเราขับรถจะไปไหนก็ต้องมีจุดหมายเหมือนกัน” วราวุธ กล่าวและว่า โจทย์ที่ท้าทายของงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำหรับเขาคือทำอย่างไรให้คน ป่า และสัตว์ป่าอยู่ได้อย่างสันติสุข โดยเขามองว่าทั้ง 3 ส่วนนี้สัมพันธ์กันและต้องแก้ไขให้ไปด้วยกัน

“สิ่งที่สำคัญในการแก้ปัญหาคือต้องให้ทุกฝ่ายถอยคนละก้าวก่อน แล้วเอาแต่ละปัญหามาดูกัน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ทำให้ถูกใจ ซึ่งอาจจะเร็วกว่า”

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองและปัญหาขยะนั้น วราวุธมองว่ามีความเชื่อมโยงกับบริบถโลกอย่างแยกไม่ได้ และเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของกระทรวงนี้ที่ต้องจัดการต่อไป สิ่งแวดล้อมมันไม่ได้ถูกแบ่งโดยเส้นเขตแดน เพราะฉะนั้นมันจึงเป็น Global issue ด้วยในหลายๆ เรื่องที่ทำให้เราต้องตระหนักด้วย

“ไฟป่าอเมซอนในเวลานี้ การปลูกป่าของเราอาจมีส่วนทดแทนออกซิเจนที่ขาดหายไปเป็นต้น งานด้านสิ่งแวดล้อมบางทีจึงไม่ใช่แค่วาระของกระทรวงหรือของชาติแล้ว แต่เป็น Global issues ด้วยที่จะต้องมอง” วราวุธ ระบุ

p29

สไตรเกอร์ ถ่วงดุล จีน-สหรัฐ แต่ถ่วงขา บิ๊กตู่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388053?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

สไตรเกอร์ ถ่วงดุล จีน-สหรัฐ แต่ถ่วงขา  บิ๊กตู่

12 กันยายน 2562 – 09:20 น.
สไตรเกอร์,รถยานเกราะลำเลียงพล,รัฐประหาร,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,ประชาธิปไตย,จีน,สหรัฐ
เปิดอ่าน 863 ครั้ง

คอลัมน์…  ถอดรหัสลายพราง  โดย…  พลซุ่มยิง

คงบอกได้ว่า ‘สไตรเกอร์’ รถยานเกราะลำเลียงพล คือ สินค้าเชิงการทูตนำร่อง ที่มาในรูปแบบความมั่นคง ที่สหรัฐอเมริกาต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทยแบบครบวงจร จากที่เคยแสดงท่าทีหมางเมินมากว่า 13 ปี หลังไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย แม้นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้ารัฐประหารก็ตาม

ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้ไทยตกวังวน ‘รัฐประหาร’ มาตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐที่ได้วางกฎกติกาเอาไว้ว่า จะไม่ขายอาวุธให้แก่ประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ในช่วงหลังตลาดซื้อยุทโธปกรณ์ของกองทัพจึงตกไปที่ ยูเครน อิสราเอล และมาเน้นหนักจากจีนในยุค 5 ปี คสช.  จึงทำให้ไทยเสียดุลอำนาจการเมืองระหว่างประเทศ

ขณะที่สหรัฐเองก็ได้รับผลกระทบ เพราะไม่เพียงแต่เสียตลาดอาวุธยุทโธปกรณ์จากไทยเท่านั้น แต่ยังขาดโอกาสขยายแสนยานุภาพด้านกองทัพ การเมือง และเศรษฐกิจ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้แก่คู่แข่งประเทศมหาอำนาจอย่าง จีน เนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางและจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของภูมิภาคนี้

และทันที ‘ไทย’ สามารถปลดล็อก ‘รัฐประหาร’ ก้าวสู่ระบอบ ‘ประชาธิปไตย’ เต็มรูปแบบ สหรัฐก็ไม่รอช้าที่จะเข้ามาฟื้นฟูสานสัมพันธ์ เพื่อยันอิทธิพลของจีนไม่ให้ขยายไปมากกว่านี้ เพราะรู้ดีว่า ไทยในฐานะที่เป็นประธานอาเซียน คงไม่อยากตกขบวนเล่นเกมทวงดุลอำนาจนี้ เพราะต้องแสดงบทบาท สร้างกลไกการต่อรองผลประโยชน์ให้ประเทศและระดับภูมิภาค

อีกทั้ง กองทัพบกไทย จัดส่งกำลังพลไปเรียนหลักสูตรต่างๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะภาษาอังกฤษและอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ๆ นอกจากเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กับวิทยาการจากชาติตะวันตกแล้ว ยังเป็นการบ่มเพาะทหารประชาธิปไตยในอนาคตที่สหรัฐให้น้ำหนักความสำคัญ

โครงการจัดซื้อ ‘สไตรเกอร์’ ของ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก จึงผ่าน ‘ฉลุย’ และได้รับการอนุมัติจาก ‘สภาคองเกรส’ โดยมีเพื่อนเก่าแก่ อย่าง พล.อ.โรเบิร์ต บราวน์ ผู้บัญชากองกำลังทางบกประจำภาคพื้นแปซิฟิก กรุยทางให้และเตรียมจะทำพิธีต้อนรับในช่วงเช้าวันที่ 12 กันยายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก

ทั้งนี้ไทยถือเป็นชาติเดียวที่สหรัฐยอมขาย ‘สไตรเกอร์’ ให้ แม้จะเป็นมือสอง แต่ได้รับการยกเครื่องใหม่เอี่ยมเป็น “Level A” โดยเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สำคัญ ทั้งระบบเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อนยาง นอกจากนี้ยังเป็นยุทโธปกรณ์ที่กองทัพสหรัฐใช้ประจำการอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 ปี ปัญหาขาดอะไหล่ซ่อมบำรุงจึงไม่เกิดขึ้น

โดยในปีนี้กองทัพบกจะได้รับมอบ ‘สไตรเกอร์’ จำนวน 60 คัน ในจำนวนนี้ ซื้อ 37 คัน ให้เปล่า 23 คัน และในปี 2563 ซื้อเพิ่มอีก 50 คัน และให้เปล่า 30 คัน โดยมีแผนวางกำลังที่กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 112 (ร.112 พัน.1) อ.แปดริ้ว จ.ฉะเชิงเทรา

หากมองในมิติความมั่นคงไทยได้ประโยชน์ นอกจากซื้ออาวุธในราคามิตรภาพ ในเรื่องการรักษาอธิปไตยของชาติ หากมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย มีขีดความสามารถสูง ต่างชาติหรือกองกำลังที่ไม่ประสงค์ดี ต่ออธิปไตยดินแดงของประเทศไทยก็จะดำเนินการด้วยยากลำบากแน่นอน ถือเป็นการป้องปราม

ในขณะเดียวกัน ยังสร้างอำนาจการต่อรองทางการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มมิติด้านการค้าการลงทุนในอนาคต หรือแม้แต่ภายในประเทศ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่า สหรัฐยอมรับว่าการเลือกตั้งภายในประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย

ถึงแม้ว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะพยายามกอบกู้เสถียรภาพความมั่นคง สร้างความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันในสภาวะเศรษฐกิจถดถอย การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ย่อมกระทบความรู้สึกประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องปัญหาปากท้อง แม้งบประมาณในการจัดซื้อจะเป็นคนละก้อนกันก็ตาม

สิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องดำเนินการต่อจากนี้ คือเยียวยาความรู้สึกของประชาชน โดยเฉพาะกองทัพ ต้องอธิบายเรื่องซับซ้อนเหล่านี้ต่อสังคมให้ได้ว่า ‘สไตรเกอร์’ จะทำให้ไทยเหนือกว่าระดับภูมิภาคต่อการเฝ้าระวังการวางกำลังป้องกันชายแดนและอธิปไตยของประเทศอย่างไร เมื่อเทียบกับภูมิภาคอาเซียน

และสิ่งสำคัญ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเร่งผลักดันให้กองทัพสร้างระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแบบครบวงจร ในรูปแบบสามารถทำได้ เช่น การพัฒนากระสุนการฝึก ส่งออกให้แก่ประเทศภายในภูมิภาคในราคามิตรภาพ เพื่อให้กองทัพอยู่ในสภาวะเลี้ยงดูตัวเอง ลดการพึ่งพางบประมาณส่วนกลาง

  ไม่เช่นนั้นแล้ว ความเชื่อมั่นในตัว พล.อ.ประยุทธ์  ที่มีต่อประชาชนจะถูกลดทอนลงเรื่อยๆ 

เพราะในอนาคตข้างหน้า ปืนประจำกายแบบ M4 จากสหรัฐก็เตรียมจ่อคิวเป็นโครงการต่อไปที่กองทัพบกจะจัดซื้อ

ล้วงตัวตน ลูกท็อป มรดกมังกรเมืองสุรรณ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388051?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ล้วงตัวตน ลูกท็อป มรดกมังกรเมืองสุรรณ

12 กันยายน 2562 – 08:55 น.
มังกรเมืองสุพรรณ,บรรหาร ศิลปอาชา,วราวุธ,ศิลปอาชา
เปิดอ่าน 637 ครั้ง

ล้วงตัวตน ลูกท็อป มรดกมังกรเมืองสุรรณ โดย…  ดารากร วงศ์ประไพ

เจ้าของฉายา “มังกรเมืองสุพรรณ” และนายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ที่ชื่อ “บรรหาร ศิลปอาชา” ผู้วายชนม์ถือเป็นมวยใหญ่ของการเมืองไทยคนหนึ่ง

การเป็นทายาทนักการเมืองระดับตำนานจึงไม่แปลกที่บทบาทของลูกท็อปจะถูกจับตามาตั้งแต่ไปช่วยงานนายกฯ บรรหาร หลังเรียนจบหมาดๆ ที่ทำเนียบรัฐบาลและเริ่มก้าวเข้าวงการครั้งแรก ในปี 2544 ในฐานะส.ส.รุ่นใหม่ไฟแรงแห่งพรรคชาติไทยด้วยวัย 28 ปี ก่อนก้าวขึ้นตำแหน่ง รมช.คมนาคม ในปี 2551

บทบาทและตัวตนของวราวุธยังมีอีกหลายมุมที่อาจไม่ค่อยมีใครได้เห็น..แต่คำตอบอยู่ที่นี่

          0เข้าสู่สนามการเมืองเพราะเป็นลูกอดีตนายกฯ อะไรที่คิดว่าคนชื่อ “วราวุธ” มี และทำให้ประสบความสำเร็จ
“เมื่อก่อนทุกคนรู้จักผมเพราะเป็นลูกบรรหาร ไม่มีใครรู้จักเพราะเป็นวราวุธ แต่สิ่งที่ผมมีครอบครัวที่คอยผลักดันให้ผมเดินมาถึงวันนี้ได้
ครอบครัวเปรียบเสมือนเป็นปลั๊ก เป็นเพาเวอร์แบงก์เอาไว้ชาร์จแบต และมี “บรรหาร ศิลปอาชา” เอาไว้เป็นต้นแบบ ทุกวันนี้เวลาที่ผมทำงานผมจะบอกตัวเองเสมอว่า “ทำอย่างไรก็ได้อย่าให้คนเขาว่าเสียชื่อลูกบรรหาร “พ่อทำไว้ดี เจ๊งสมัยลูก ผมจะไม่ยอมให้ใครพูดแบบนี้เป็นอันขาด
ผมอยากจะทำให้คนรู้สึกว่ารัฐมนตรีกระทรวงนี้มาอยู่แล้วไม่เสียเวลา ท่านประยุทธ์เลือกคนมาทำงานไม่ผิด เราอยากมีโอกาสสักครั้งหนึ่งในชีวิต ใช้หนึ่งสมองสองมือที่พ่อให้มาทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ”

          0 การเป็นลูกชายอดีตนายกฯ บรรหาร มีผลต่อเส้นทางการเมืองของตัวเองมากน้อยแค่ไหน
นายกฯ บรรหาร เป็นนักการเมืองหนึ่งในไม่กี่คนของประเทศ ที่เสียชีวิตไปแล้วคนทั้งจังหวัดยินยอมพร้อมใจสร้างอนุสาวรีย์ให้ เป็นเครื่องเตือนใจผมอยู่เสมอว่าตายไปแล้วเอาอะไรไปไม่ได้สักอย่าง สิ่งเดียวที่จะทิ้งเอาไว้ให้คนจำได้ก็คือตำนาน ความดี วันนี้นายกฯ บรรหาร ตายไปแล้วแต่ทุกคนยังพูดถึง
ผมเป็นมรดกที่นายบรรหารทิ้งไว้ให้แก่แผ่นดิน ฉะนั้นมรดกชิ้นนี้จะต้องไม่ทำให้แผ่นดินไทยมัวหมอง
ตำแหน่งที่ผมภูมิใจที่สุดในชีวิตไม่ใช่ตำแหน่งรัฐมนตรีแต่ตำแหน่งที่ผมภูมิใจที่สุดคือการเป็นลูกนายบรรหาร เกิดมาชั่วชีวิตไม่มีอะไรที่มีคุณค่ามากกว่านี้”

          0 นอกเหนือจากงานการเมืองยังมีอีกหนึ่งบทบาทคือการทำทีมฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี หลายคนคงสงสัยว่างานการเมืองก็ยุ่งอยู่แล้ว ทำไมไปทำทีมฟุตบอล
“ตอนนั้น (ปี 2551) ไม่ได้เป็นนักการเมืองเพราะโดนยุบพรรค ประธานสโมสรคนเก่ามีปัญหาก็มาขอให้คุณพ่อช่วย ปี 2551 ผมก็โดนแบน 5 ปี คุณพ่อก็เลยบอกให้ผมเข้าไปทำ จะบอกว่าทำเล่นๆ ก็ไม่ใช่ แต่พอกาลเวลาเปลี่ยนไป นายบรรหารไม่อยู่ ถ้าวันนี้นายบรรหารยังอยู่ผมก็อาจทำทีมฟุตบอลต่อเพราะการเมืองก็มีคุณพ่อทำให้
ตอนนี้ผมลาออกแล้วก็อาจจะกระทบต่อผลงานของทีมบ้าง แต่วันนี้ต้องยอมรับว่าระหว่างทีมฟุตบอลกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พอเข้าใจกันได้ แม้ผลงานไม่ดี พอผมออกจากการเป็นรัฐมนตรีผมก็ไปทำทีมฟุตบอลใหม่ได้ แต่กระทรวงนี้มีโอกาสเข้ามาทำงานแล้ว เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต มันไม่ใช่ของเล่น จะมาลองกันไม่ได้”

      0 ถ้าจะเปรียบการบริหารทีมฟุตบอลกับการทำการเมืองคิดว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร
“เหมือนกันตรงที่เราต้องหาคนที่เป็น The right man on the right job. ทำงานการเมืองก็เหมือนกัน มันคือการบริหารคน การอาศัยความอดทน บางทีทีมฟุตบอลแพ้เราก็ต้องอดทน บางทีแพ้ไปเรื่อยๆ มีผิดหวัง มีสมหวัง แต่พื้นฐานทางการเมืองส่งให้เรารู้ว่าเราก็ต้องอดทน ณ จุดหนึ่งมันจะสอนให้เราแก้ปัญหาและผ่านไปให้ได้ ศาสตร์แห่งการบริหารคนเป็นสิ่งที่ยากที่สุดแล้ว ก็ต้องขอบคุณที่คุณพ่อให้ไปทำสโมสรเพราะมันเป็นการฝึกความอดทน
ความแตกต่างก็คือขนาด สโมสรฟุตบอลขนาดนี้ แต่กระทรวงคือประเทศไทยทั้งประเทศ รวมไปถึงเวทีต่างประเทศอีกต่างหาก นั่นก็เป็นบันไดและเป็นความท้าทายให้เราเติบโตขึ้นไป”

      0เป้าหมายสูงสุดของ “วราวุธ ศิลปอาชา” คืออะไร
“อันดับแรกทำอย่างไรให้ผมสามารถดูแลครอบครัวได้ เหมือนคนชื่อบรรหารดูแลผมกับคุณแม่แจ่มใส
อันดับที่สองทำอย่างไรเมื่อผมตายไปแล้วคนจะยังจำได้ว่าผมทำอะไรให้แผ่นดินไทยบ้าง ไม่ใช่ตายไปแล้วก็ดี ตายไปซะได้ก็ดี ความท้าทายมันอยู่ที่เมื่อผมตายไปแล้วคนจะจำชื่อ วราวุธ ศิลปอาชา ว่าอย่างไร”

          0ในวันที่วางบทบาททุกอย่างลง แล้วเป็นวราวุธคนธรรมดาคนหนึ่ง สิ่งที่อยากทำและคิดว่ามีความสุขที่สุดคืออะไร
“ครอบครัว ลูกสาวเป็นนักสเกตน้ำแข็งทีมชาติปลายปีนี้จะไปแข่งซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์ ลูกสาวอายุ 17 ปี ลูกชายอายุ 15 ปี และ 13 ปี กิจกรรมส่วนใหญ่เวลาว่างก็จะไปวิ่ง ปั่นจักรยาน แต่ตอนนี้อยากอยู่กับลูก อยู่กับครอบครัว ได้ไปออกกำลังกาย ได้ไปวิ่ง ได้เหงื่อ ตอนนี้ไม่ได้ไปวิ่งมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว”

     0ตัวตนของ “วราวุธ ศิลปอาชา” ในมุมที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็น
“ความเป็นพ่อ เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องมองดูลูกตัวเองล้ม กลับบ้านมามีรอยเขียวรอยช้ำ เห็นลูกร้องไห้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย มุมนี้ยังไม่เคยมีใครเห็น แต่เราก็สั่งสอนเขาในเรื่องนี้ว่า ต้องมีวินัยมีความอดทน ต้องมีความเชื่อมั่น นี่เป็นสิ่งที่ผมสอนลูก 3 คนมาตลอด
ลูกสาวเคยร้องไห้กลับมาหาผม ผมไม่เคยปลอบ ไม่เคยโอ๋ ผมไล่เขากลับไปฝึกใหม่ ผมบอกเขาว่าฝึกแล้วล้มเพราะซ้อมไม่พอ ฉะนั้นมาหาพ่อก็ช่วยไม่ได้ ต้องกลับไปฝึกใหม่ กลับไปซ้อมใหม่ ผมจะต้องเข้มงวดกับลูกเพื่อที่วันหนึ่งผมไม่อยู่แล้วเขาจะต้องอยู่ของเขาเองได้ ฉะนั้นบทบาทพ่อนักกีฬาทีมชาติไม่มีใครเคยเห็น”

อย่าตื่นตระหนกปนเปื้อนห่วงโซ่อาหาร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/388046?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

อย่าตื่นตระหนกปนเปื้อนห่วงโซ่อาหาร

12 กันยายน 2562 – 07:46 น.
นาโนพลาสติก,ปลาทู,ไมโครพลาสติก,อย่าตื่นตระหนกปนเปื้อนห่วงโซ่อาหาร
เปิดอ่าน 406 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2562

เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งกับกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง” ได้โพสต์ภาพ “ปลาทู” ที่เก็บตัวอย่างมาจากท่าเรือบริเวณหาดเจ้าไหม จ.ตรัง เพื่อวิเคราะห์การปนเปื้อนของขยะประเภทไมโครพลาสติกจากการกินอาหารของปลาทู พร้อมข้อความถึงผลการศึกษาเพื่อวิเคราะห์การปนเปื้อนของขยะประเภทไมโครพลาสติก และพบว่าปลาทูขนาดน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 66.53 กรัม ความยาวมาตรฐานเฉลี่ย 17.46 เซนติเมตร มีไมโครพลาสติกในกระเพาะของปลาทูเฉลี่ย 78 ชิ้นต่อตัว ที่มีลักษณะเป็นเส้นใย เป็นชิ้น เป็นแท่งสีดำ และกลิตเตอร์ ซึ่งมีสารพัดสี โดยลักษณะของไมโครพลาสติกที่พบมากที่สุดคือชิ้นสีดำ ร้อยละ 33.96 ซึ่งส่งผลให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญเพราะเกี่ยวข้องไปถึงวงจรผู้บริโภคและอาจรวมถึงอุตสาหกรรมทางทะเลของไทย

จากที่ผู้ร่วมทำวิจัยในศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล จังหวัดตรัง ระบุว่า จุดเริ่มต้นทำวิจัยมาจากการสำรวจและจดบันทึกเก็บข้อมูลสถิติขยะทางทะเลจนมาเจอปัญหาในระบบห่วงโซ่อาหารและมีปลาเศรษฐกิจทั่วไปที่ทุกคนก็นำมาบริโภคได้เพราะมีราคาไม่สูงมาก ดังนั้นจึงเริ่มเก็บตัวอย่างปลาทูเฉพาะน่านน้ำในบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และเป็นที่มาของผลวิจัยดังกล่าว ส่วนไมโครพลาสติกตามหลักวิชาการมีขนาดประมาณ 1-5 มิลลิเมตร และไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ เพราะมีขนาดเล็กมาก โดยเกิดมาจากการแตกหักของพลาสติกชิ้นใหญ่ด้วยปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น ความเค็ม กระแสน้ำ และเตรียมวิจัยในสัตว์ทะเลชนิดอื่น รวมไปถึงวิจัยว่าในเนื้อเยื่อของปลาจะมีไมโครพลาสติกหรือไม่ พร้อมขอให้ผู้บริโภคอย่าเพิ่งแตกตื่นแต่ต้องตระหนักในเรื่องวิกฤติขยะทางทะเล

มุมมองจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเรื่องนี้โดยเห็นว่าไมโครพลาสติกในท้องปลาก็มาจากถุงพลาสติกใต้ทะเล เมื่อถุงกร่อนแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกและลอยขึ้นไปอยู่ในน้ำ โดยปลาบางชนิดกินแพลงตอนในน้ำก็กินไมโครพลาสติกเข้าไปด้วย จากนั้นก็ไปอยู่ในท้องปลา ซึ่งบางส่วนสลายตัวกลายเป็นนาโนพลาสติก อาจเข้าสู่กระแสเลือดและเนื้อเยื่อปลาได้ ดังนั้นผู้บริโภคกินสัตว์น้ำเหล่านี้เข้าไปอาจเป็นสาเหตุเสี่ยงต่อหลายโรคตามที่องค์การอนามัยโลกเคยเตือนไว้ การเก็บขยะทะเลจึงเป็นส่วนช่วยลดไมโครพลาสติกโดยตรง และการงดใช้ถุงพลาสติกจะช่วยลดต้นตอไมโครพลาสติกไปได้อีกมาก ซึ่งสิ่งที่ ดร.ธรณ์โพสต์นั้นได้ขยับไปถึงการปนเปื้อน “นาโนพลาสติก”

เมื่อปีที่แล้วมีความเคลื่อนไหวของนักการเมืองที่เร่งให้ภาครัฐแก้ไขปัญหาขยะในท้องทะเลหลังพบไมโครพลาสติกในลำไส้มนุษย์จากการเก็บอุจจาระไปตรวจ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและเสี่ยงเกิดอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเด็นเรื่องนี้ถูกคาดการณ์มาแล้วและมาสอดคล้องกับงานวิจัยที่จังหวัดตรัง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อ่อนไหวต่อผู้บริโภค จึงจำเป็นต้องมีการทำงานวิจัยต่อไปให้เกิดผลที่ชัดเจน ขณะเดียวกันภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรต้องหามาตรการป้องกันปัญหาและควรบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และในภาพรวมต้องรณรงค์ให้เกิดรูปธรรมในเรื่องการลดใช้พลาสติกและขยะทางทะเลเพื่อช่วยปกป้องชีวิตต่างๆ ในท้องทะเล และป้องกันเรื่องปนเปื้อนห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ด้วย ซึ่งในอนาคคเชื่อว่าไมโคร-นาโนพลาสติกในห่วงโซ่อาหารจะกลายเป็นปัญหาสำคัญ

เพิ่มศักยภาพ อส.ภูเก็ต ..ฝึกยุทธวิธีดูแลความสงบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/387876?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เพิ่มศักยภาพ อส.ภูเก็ต ..ฝึกยุทธวิธีดูแลความสงบ

11 กันยายน 2562 – 13:25 น.
อสภูเก็ต,ยุทธวิธี,สายตรวจระวังภัย
เปิดอ่าน 609 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย   โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

“ภูเก็ต” เป็นจังหวัดเดียวของประเทศไทยที่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นเกาะและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก เป็นที่รู้จักในเรื่องของหาดทรายที่สวยงาม น้ำทะเลใส ท้องทะเลที่งดงามเหมาะสำหรับการดำน้ำ รวมทั้งมีสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน

ด้วยเหตุนี้จังหวัดภูเก็ตจึงถือเป็นแหล่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติจำนวนมากเดินทางมาเยือน ดังนั้นการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจึงเป็นสิ่งที่ต้องตระหนัก ซึ่งลำพังกำลังตำรวจอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง แต่ยังมีกำลังเจ้าหน้าที่รัฐอย่าง “กรมการปกครอง” เป็นกำลังเสริมดูแลความสงบเรียบร้อยตามอำนาจหน้าที่

กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีภารกิจด้านการปกครอง ดูแล และให้บริการประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคง ปลอดภัย และเกิดความสงบสุขในสังคมอย่างยั่งยืน หรือเรียกว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” โดยเฉพาะ “ชุดปฏิบัติการการพิเศษกรมการปกครอง” ที่มี “สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน” หรือ “อส.” เป็นกำลังพลหลักคอยสนับสนุนการปฏิบัติการต่างๆ มีหน้าที่สำคัญยิ่งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อย ร่วมปฏิบัติงานตรวจค้นสิ่งผิดกฎหมาย บุคคลตามหมายจับ ภารกิจเฝ้าระวังป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด และการเฝ้าระวังป้องกันการก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ ที่อาจมีบุคคลแปลกหน้าแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ และตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ร่วมกับปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอและจังหวัด รวมถึงสนับสนุนตำรวจ-ทหาร ตามภารกิจที่มีการร้องขอ

เนื่องจากกองอาสารักษาดินแดนมีภารกิจในการรักษาความสงบเรียบร้อยในอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง ภารกิจตามนโยบายของรัฐบาลและกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องฝึกด้านยุทธวิธีเพื่อรองรับภารกิจต่างๆ ถือเป็นการฝึกทบทวนและพัฒนาสมรรถนะของสมาชิก อส. ให้สามารถปฏิบัติภารกิจด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับที่จังหวัดภูเก็ต ได้จัดโครงการฝึกอบรมชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองเพื่อรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวของกองกำลังกองอาสารักษาดินแดน โดยผู้เข้าอบรม ได้แก่ อส.จังหวัดภูเก็ต อส.อ.เมืองภูเก็ต อส.อ.ถลาง และ อส.อ.กระทู้ จำนวน 50 คน ซึ่งได้เชิญคณะวิทยากรจากชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สน.สก. และสน.อส. เพื่อมาถ่ายทอดความรู้เรื่องอำนาจหน้าที่ของ อส. อำนาจการสืบสวน กฎการใช้กำลัง ฝึกการใช้อาวุธปืน กฎความปลอดภัย รวมถึง ฝึกการเอาตัวรอดของเจ้าหน้าที่ O.S.T. ยุทธวิธีการเข้าตรวจค้น และการปฏิการในอาคาร (CQB) การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตลอดจน การทำแผนเพื่ออารักขาบุคคลสำคัญ รูปแบบการอารักขา VIP Protection และจำลองสถานการณ์เพื่อ ฝึกการอารักขา ฝึกทักษะการเดินซักล้อม เพื่อผ่านฝูงชนของบุคคลสำคัญ

เชื่อว่าการฝึกปฏิบัติตามยุทธวิธีอย่างเข้มแข็งและมีระเบียบวินัยของอส. จะทำให้พร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น..!!

พี่แม้ว-เจ๊แดง-น้องปู อยู่ไหน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/387850?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พี่แม้ว-เจ๊แดง-น้องปู อยู่ไหน

11 กันยายน 2562 – 13:05 น.
จี้จุดตายคลายจุดเป็น,คดีจำนำข้าว,ทักษิณ,ชินวัตร,ยิ่งลักษณ์,เจ๊แดง,เยาวภา,แม้ว
เปิดอ่าน 7,832 ครั้ง

คอลัมน์…  จี้จุดตาย..คลายจุดเป็น   โดย…  เร้นกาย ไร้เงา

ยามนี้หลายคนสะดุ้งกันอีกคราวเพราะ “คดีจำนำข้าว”  มีการเพิ่มโทษ “คนวงใน” ที่ข้องเกี่ยวกับการโกงครั้งมโหฬารครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าญาติพี่น้องของคนที่ติดคุกในคดีนี้ย่อมใจคอย่ำแย่ไปตามๆ กัน ของแบบนี้ใครไม่สัมผัสไม่รู้รสชาติความทรมานหรอก

โดยเฉพาะ “เสี่ยฮุก และอดีตรมต.ภูมิ” ที่ถือเป็นคนวงในที่เข้าออกและรับบิลจากบ้านใหญ่ได้เสมอ และไม่มีการบิดพลิ้วคำสั่งของเจ้านาย แม้รู้ตัวว่าความเสี่ยงสูงยิ่งในการเดินเข้าฟังคำพิพากษาของศาล และยังเชื่อมั่นว่า “น้องปู” ที่เป็นอดีต สร.1 ในวันนั้นจะมาร่วมฟังคำตัดสินดังกล่าวที่เป็นแคมเปญหาเสียงของพรรคเพื่อไทยด้วย

แต่วันนั้นก็ไร้ร่างและวิญญาณของ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ในเมืองไทย และวันนี้ก็พบแล้วว่าน้องปูแสดงความห่วงใยพี่น้องคนไทยที่เชียร์เธอมาจากแดนไกลในหลากวาระ…แต่คล้ายว่าน้องปูจะไร้ซึ่งการพูดถึงคดีประวัติศาสตร์ที่เธอโดนโทษจำคุกในคดีนี้ห้าปี รวมทั้งยังไร้สัญญาณตอบรับของพรรคเพื่อไทยในการแถลงไข….เกี่ยวกับแคมเปญและนโยบายรัฐบาลชิ้นนี้ (เว้นแต่ว่าคดีใดที่ชี้ชัดแล้วว่าคนในพรรคไม่ผิด เพื่อไทยจะส่งเสียงดังทั่วไทยทันควัน)

อดีตคนวงในการค้าข้าวและยังเป็นอดีตคนการเมืองระดับเซียนใน ทรท., พปชร. ชี้ว่าการค้าข้าวไปยังต่างแดนนั้น ขอให้ดูสามสิ่งเป็นสำคัญคือ “ใบอินวอยซ์, กระสอบข้าว, ท่าเรือและเรือที่จะขนข้าวออกจากแดนไทย” สิ่งเหล่านี้เสนาบดียุคน้องปูเคยแสดงและนำพาให้สังคมรับรู้หรือไม่..ลองไปไล่เรียงไทม์ไลน์ในวันวานกันเอาเอง

และเร็วๆ นี้ องค์กรอิสระบางแห่งจะเริ่มพินิจว่าตัวละครการโกงข้าวนั้น “หนึ่งพี่ชายกับสองน้องสาว” มีส่วนร่วมอะไรบ้าง…

ตรงนี้แหละ..“สามชีวิต” น่าจะวิตกเพราะแว่วมาหลายวันแล้วว่าจำเลยที่วันนี้อยู่ในเรือนจำขอไถ่บาปลดโทษสารภาพพาดพิงว่า มีสิ่งใดบ้างที่ ”สามชีวิต” นี้ออกคำสั่งให้ลุยบ้าง…..

   “สามชีวิต” จึงเลือกที่จะเงียบงันกับบ่วงกรรมจำนำข้าวในคราวนี้และปล่อยให้คนที่เกี่ยวข้องตกอยู่ในกรงกรรมกันไป

และเลี้ยวมายลชะตากรรมของขุนพลที่เคยสู้เพื่อแม้วกันอีกฝั่งหนึ่งบ้างว่า…เร็ววันนี้จะประสบกับอะไร? รวมทั้งคดีความของแกนนำคนเสื้อแดงที่สำแดงพลังเรียกร้องประชาธิปไตยโดยแฝงไว้ด้วยการใช้ความรุนแรงในวันก่อนนั้น แน่นอนแล้วว่าไม่กี่วันข้างหน้านี้กระบวนการยุติธรรมจะชี้แล้วว่าสิ่งที่แกนนำคนเสื้อแดงที่เคยเป็นและยังเป็นคนการเมืองขั้วหนุนแม้วนั้นผิดชอบชั่วดีอย่างไร?

ศัพท์ทางกฎหมายที่ระบุว่า “กรรมคือเครื่องชี้เจตนา”

เพราะในวันวานขุนพลคนเสื้อแดงที่เคยสู้เพื่อพี่แม้ว เพื่อน้องปู และอ้างว่าสู้เพื่อประชาธิปไตย รวมทั้งใครบางคนที่ถ่ายทอดสดข้ามประเทศมาปลุกระดมทำนองว่า “หากเสียงปืนดังขึ้นนัดแรกเมื่อใดผมจะกลับไปนำพี่น้องต่อสู้เอง….” อย่าลืมว่าวิธีการบางขั้นตอนที่ส่อถึงการใช้ความรุนแรงนั้นมีการแฝงไว้เสมอในยามที่บุคคลเหล่านี้ขึ้นเวที

และในยามนั้นพี่แม้ว/เจ๊แดง/น้องปู จะเวียนแวะไปพบและให้กำลังใจคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมเสมอๆ ในหลากรูปแบบ

แต่ในยามที่ดวงชะตาของใครหลายคนที่สวมเสื้อแดงและเคยสู้เพื่อ….ใกล้จะเผยออกมานั้น บางคนที่เคยหนุนพี่แม้ว/เจ๊แดง/น้องปูนั้น

   ตอนนี้คงตั้งคำถามในใจแล้วว่าสามชีวิตนี้ ตอนนี้อยู่ไหน?