“ธนาธร” รู้ยัง? “ตั้น-ทยา” คู่เดือดสะท้านภพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370517?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ธนาธร” รู้ยัง? “ตั้น-ทยา” คู่เดือดสะท้านภพ

3 พฤษภาคม 2562 – 09:38 น.
ตั้น ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,ทยา ทีปสุวรรณ,สุเทพ เทิอกสุบรรณ,ตระกูลศรีวิกรม์,พรรคประชาธิปัตย์,กปปส,แกนนำ กปปส,พรรคพลังประชารัฐ
เปิดอ่าน 13,183 ครั้ง

ระดับ “นกหวีดตัวแม่ ตัวพ่อ” วันนี้ท้าเลย ธนาธร มั่นใจก็ฟ้องเอง ถ้านักเลงพอ?

พิษหุ้นสื่อส่อเค้าจะกลายเป็น “ฆาตกรรมหมู่การเมือง” เมื่อต่างฝ่ายต่างก็งัดหลักฐาน “หุ้นสื่อ” มาเล่นกันในสื่อโซเชียล อย่างกรณีของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thanathorn Juangroongruangkit–ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” พาดพิงแกนนำ 3 พรรคการเมืองใหญ่

ล่าสุด “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ“ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวตอบโต้ธนาธรทันที “ส่วนตัวผมชัดเจนอยู่แล้วมีบริษัทที่ทำโรงเรียน อีกบริษัททำอสังหาฯ สื่อมวลชนไปตรวจสอบก่อนได้เลย” ตอนท้ายบอกว่า “ธนาธรฟ้องเองเลยนะ อย่าให้ตัวแทนมาฟ้อง สังคมเราเจอแต่ตัวแทนปลอมๆ มาพอแล้ว”

นักการศึกษาตัวจริง

ถ้ายังจำกันได้เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2561 “อีฟ” ทยา ทีปสุวรรณ ควงสามี “ตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต อาหารกลางวัน และการจัดการศึกษาเพื่อเตรียมเข้าสู่โครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา หรือ Partnership School Project ที่โรงเรียนวัดเกาะ (กริ่มกำพล) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

หลายคนอ่านข่าวข้างต้นนี้ต้องนึกถึงเรื่องการเมือง เพราะทยา เคยมีเข้าร่วมเคลื่อนไหวมวลชนระดับ “นกหวีดตัวแม่”  หลายคนคงไม่รู้ว่าเธอเป็นนักการศึกษา เป็นผู้จัดการโรงเรียนศรีวิกรม์ อันเป็นธุรกิจครอบครัวดั้งเดิม

ทยา ทีปสุวรรณ ในบทบาทนักการศึกษา

3 ปีก่อน ทยา ทีปสุวรรณ มีแผนร่วมทุนกับกลุ่มโรงเรียนจากอังกฤษสร้าง Rugby School Thailand ในนามวิสดอม เอ็นเตอร์ไพร์ส ซึ่ง Rugby School โรงเรียนเอกชนชั้นนำของอังกฤษ มีประวัติยาวนานกว่า 450 ปี และเป็นจุดกำเนิดของกีฬารักบี้

ปี 2560 “ณัฏฐพล-ทยา” เปิด Rugby School Thailand ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 187 ไร่ ในตำบลเขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งของเขตโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก

          เสี่ยตั้นจึงกล้าประกาศอย่างมั่นใจว่าไม่เคยทำธุรกิจสื่อ ธนาธร มั่นใจก็ฟ้องเอง ถ้านักเลงพอ?

“เสี่ยตั้น” แม่ทัพตัวจริง

ก่อนที่พรรคพลังประชารัฐจะก่อรูปเป็น “พรรคแม่เหล็ก” ที่ดูดอดีต ส.ส.ร้อยพ่อพันแม่เข้ามาอยู่ใต้ร่มธง “ลุงตู่” ผู้ที่เสพข่าวการเมือง อาจจะคุ้นชื่อ “กลุ่มสามมิตร” เพราะมีข่าวเยอะ แต่ผู้ทำหน้าที่ประสานกลุ่มก๊วนต่างๆ แบบเงียบๆ กลับเป็น “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ

คนในพรรคพลังประชารัฐจึงไม่แปลกใจที่มีชื่อ “เสี่ยตั้น” อยู่ในลำดับที่ 1 ของบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ เหนือกว่า สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน

          เสี่ยตั้นเข้ามาสู่ชายคาประชาธิปัตย์ โดยการสนับสนุนของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ปชป.สมัยนั้น

สุเทพ ผู้ปลุกปั้นเสี่ยตั้นในอดีต 

เลือกตั้ง 2550 เสี่ยตั้น ลงสมัคร ส.ส.เขต 10 กทม. ตอนแรกสอบตก แต่มีเลือกตั้งซ่อมปี 2552 เสี่ยตั้นจึงสอบได้ และมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการพรรค ส่วนภรรยา “ทยา” ก็เข้ามารับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.

สมัย “ตั้น-ทยา” เป็นแกนนำ กปปส.

ทั้งเสี่ยตั้น-ทยา ต่างก็เป็นคนสนิทลุงกำนันในเวลานั้น ช่วงการชุมนุมของมวลมหาประชาชน เสี่ยตั้นได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการ “ม็อบ กปปส.” จนกลายเป็น 1 ใน 4 ทหารเสือค่ายนกหวีด

          หลายคนคงจำได้ “ตั้น-ทยา” กลายเป็นคู่นรกแตกที่แกนนำพรรคเพื่อไทยและบ้านใหญ่ตระกูลชินวัตรยังหนาว

เขยขวัญ “ศรีวิกรม์”

แม้เสี่ยตั้นจะเข้าสู่วงการเมืองไม่ถึง 10 ปี แต่การที่เป็น “เขยศรีวิกรม์” ทำให้เขาได้เรียนรู้บทเรียนการเมืองจากพ่อตาแม่ยาย รวมถึงต่อยอดจาก “ศรีวิกรม์คอนเนกชั่น”

ตลอด 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ตระกูลศรีวิกรม์ ไม่เคยห่างหายไปจากการเมืองไทย ยุคหลัง 14 ตุลา “คุณหญิงศิศิมา ศรีวิกรม์” ลงสมัครส.ส.กรุงเทพฯ เขตพระโขนง ในสีเสื้อพรรคกิจสังคม ก็สอบตกทั้ง 2 ครั้ง

ส่วน “เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์” สามีคุณหญิงศศิมา เข้าสู่การเมืองในสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ และได้เป็น ส.ส.กรุงเทพฯ ปี 2529 จากนั้น เฉลิมพันธ์เติบใหญ่ใน ปชป. จนเกิดงัดข้อกลุ่มอนุรักษ์ในพรรคจนต้องแยกตัวออกมาเป็น “กลุ่ม 10 มกรา” และพรรคประชาชน

ยุคหลังเศรษฐกิจฟองสบู่แตกปี 2543 “พิมล ศรีวิกรม์” ลูกชายเฉลิมพันธ์-คุณหญิงศศิมา ติดสอยห้อยตามสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ มาร่วมสร้างพรรคไทยรักไทย

ปี 2550 พิมลช่วยสมคิดก่อตั้งกลุ่มธรรมาธิปไตย ก่อนที่กลุ่มนี้จะสลายตัว แล้วไปร่วมกับ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ตั้งพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา

          จะเห็นได้ว่า “ศรีวิกรม์คอนเนกชั่น” เปรียบเสมือนลมใต้ปีก ทำให้เสี่ยตั้นเติบโตทางการเมืองอย่างรวดเร็ว

งดใช้โฟม–ถุงพลาสติก อุทยานแห่งชาติ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370300?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

งดใช้โฟม–ถุงพลาสติก อุทยานแห่งชาติ

3 พฤษภาคม 2562 – 09:05 น.
อ๊อด เทอร์โบ,อุทยานแห่งชาติ,โฟม,ถุงพลาสติก
เปิดอ่าน 873 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

เวลานี้ประชาชนคนไทยนิยมไปท่องเที่ยวทัศนาจรพักผ่อนในเขตอุทยานแห่งชาติมากขึ้น ทั้งชายหาดท้องทะเลและป่าเขาลำเนาไพร ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ

เมื่อมีผู้คนไปมากก็มีปัญหาตามมาคือ การรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัย ซึ่งจะต้องดูแลจัดระเบียบกันเป็นพิเศษ
โอกาสนี้ขอสนับสนุนมาตรการนโยบายของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่มีแผนการขอความร่วมมืองดและลดการใช้โฟมบรรจุอาหารและถุงพลาสติก

‘อ๊อด เทอร์โบ’ ยกย่องนโยบายของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา–สตูล ซึ่งเตรียม ‘ปิ่นโต’ บริการให้ยืมฟรี และขอให้อุทยานแห่งชาติทุกแห่งนำ ‘ตะรุเตาโมเดล’ นี้ไปใช้ ซึ่งมีการแจ้งประกาศสรุปได้ว่า

หลังจากที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กำหนดมาตรการลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว และงดใช้โฟมบรรจุอาหารในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2561 เป็นต้นมา

อุทยานแห่งชาติตะรุเตาได้รณรงค์และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในเขตอุทยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันลดใช้ภาชนะที่ทำจากโฟมและพลาสติก โดยอุทยานได้จัดเตรียมปิ่นโตให้บริการแก่นักท่องเที่ยวยืมใช้เพื่อใส่อาหารขณะท่องเที่ยวในเขตอุทยาน

หากนักท่องเที่ยวประสงค์นำปิ่นโตมาเอง ทางอุทยานมีความยินดีเป็นอย่างมากกับการมีส่วนร่วมลดถุงพลาสติกและโฟม

นี่คือการทำงานเป็นแบบอย่างที่ดีและขอให้ทุกคนให้ความร่วมมือด้วย
อ๊อด เทอร์โบ


 ด่านเก็บเงิน-ปัญหารถติด
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ

ผมเพิ่งไปพัทยากลับมาครับ และมีเรื่องร้องเรียนไปยังการทางพิเศษแห่งประเทศไทยและกรมทางหลวงได้รับทราบและหาทางแก้ไขเพราะเป็นปัญหาโลกแตกมานานแล้วแต่ไม่เห็นมีใครสนใจจนทำให้ด่านเก็บเงินกลับเป็นกับดักรถจะผ่านไปต้องใช้เวลา

อย่างผมใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ไปพัทยาต้องเจอปัญหารถติด บริเวณด่านเก็บเงิน จะขึ้นทางด่วนพระราม 9 ก็เจอปัญหารถติดทุกวัน แต่พอไหลผ่านหน้าด่านเก็บเงินทางด่วนก็โล่งแล้ว แสดงว่ามีปัญหาตรงด่าน

จึงขอให้เพิ่มช่องทางจ่ายเงินอีซี่พาส จัดโปรโมชั่นดึงคนมาใช้ช่องผ่านทางอัตโนมัติให้มากขึ้น ถ้าปล่อยแบบนี้ปัญหาก็แก้ไม่จบ แถมลุกลามไปช่องอีซี่พาส กว่าจะถึงจุดช่องผ่านทางก็ติดรถช่องทางจ่ายเงินธรรมดาที่แถวยาว

แล้วมอเตอร์เวย์นี้มีด่านหลายแห่งกลางทางเลยเจอรถติดและที่อยากให้กรมทางหลวงช่วยจัดการคือที่พักกลางทางไปกลับ ตรง กม.50 ที่มีรถเข้าออกมากและหางแถวยาวออกมา เลยเป็นจุดอ่อนที่รถติดบางทีก็มีอุบัติเหตุเข้าไปอีก

เป็นไปได้หรือไม่ที่จะจัดระบบจราจรหรือเพิ่มจุดพักอีกเพื่อลดจำนวนของเก่าที่เดี๋ยวนี้ชักกลายเป็นปัญหาเรื่องความปลอดภัย ความสะอาด การจราจร ฯลฯ

ขากลับผมใช้เส้นทางบูรพาวิถี ซึ่งสะดวกดีมากแต่ก็เจอเรื่องรถติดหน้าด่านเก็บเงินอีกนี่แหละ จึงขอให้เพิ่มช่องอีซี่พาสจะได้รวดเร็วและมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกเพราะบางทีมีรถหลงเข้าไปผิดช่องจ่ายเงิน

เรื่องแค่นี้ทำไมปล่อยให้เป็นปัญหาโลกแตกหรือจะเป็นไปได้หรือไม่ที่รัฐบาลจะให้ใช้ฟรีหรือว่าจะเก็บเงินไปอีกสิบชาติเพื่อเอาเงินไปจ่ายค่าโง่โฮปเวลล์
วิโรจน์ (ดินแดง)

 ตอบ คุณ ‘วิโรจน์’ ดินแดง
ผมชอบจดหมายของคุณที่แจ้งปัญหาแบบเดียวกับที่ผมและอีกมากมายเจอมาและข้องใจว่าการทางพิเศษและกรมทางหลวงปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร

เชื่อว่าหากมีการตรวจสอบและหาวิธีการแล้วจะแก้ไขปัญหาได้แน่ แต่ทุกวันนี้คงเห็นว่าคนใช้มอเตอร์เวย์และทางด่วนไม่มีทางเลือกอยากไปเร็วก็ต้องทนเอาหรืออย่างไร

ถ้ามีรัฐบาลใหม่อยากให้ทบทวนสัญญาเรื่องการเก็บเงินมอเตอร์เวย์และทางด่วนหรือโทลล์เวย์ว่าจะให้ประชาชนได้ใช้ ‘ฟรี’ ได้หรือไม่?

จะเห็นว่าช่วงเทศกาลปีใหม่-สงกรานต์ให้ใช้ฟรีไม่มีปัญหารถติดเลย แล้วเงินที่เก็บไปเอาไปใช้เสียค่าโง่จริงๆ หรือ?
อ๊อด เทอร์โบ

มุมมอง ก.ม. ผ่าน”หุ้น วี-ลัค มีเดีย”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370386?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

มุมมอง ก.ม. ผ่าน”หุ้น วี-ลัค มีเดีย”

2 พฤษภาคม 2562 – 14:05 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,หุ้น วี-ลัค มีเดีย
เปิดอ่าน 2,184 ครั้ง

คอลัมน์… กระดานความคิด โดย… ร่มเย็น

“ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียบร้อยแล้ว กรณีมีผู้ร้องว่า เป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 98(3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. 61 มาตรา 42(3) ที่ระบุว่า บุคคลที่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการของหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีหลักฐานเบื้องต้นฟังได้ว่า นายธนาธรเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ซึ่งประกอบกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ จำนวน 675,000 หุ้น และแจ้งให้นายธนาธรแก้ข้อกล่าวหาก่อนที่ กกต.จะมีมติว่านายธนาธรฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.หรือไม่

สำหรับหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย นายธนาธรชี้แจงว่าได้โอนหุ้นทั้งหมดให้แก่มารดาไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ประมาณ 1 เดือนก่อนยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง โดยนายธนาธรยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 จึงไม่ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส. แต่ต่อมามีการตรวจสอบจากสื่อพบว่าหุ้นดังกล่าวมีการแจ้งการโอนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นวันหลังจากที่นายธนาธรสมัครรับเลือกตั้งไปแล้ว

และหากดูจากที่นายธนาธรชี้แจงตลอดมา จะเห็นว่านายธนาธรเลือกที่จะยืนยันว่าได้โอนหุ้นดังกล่าวไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม โดยนายธนาธรนำตราสารโอนหุ้น ลงวันที่ 8 มกราคม 2562 ขึ้นแสดงบนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ของเขา ส่วนกรณีที่มีการพบหลักฐานว่ามีการแจ้งการโอนหุ้นดังกล่าวต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในวันที่ 21 มีนาคม 2562 นั้น นายธนาธรชี้แจงว่าเอกสารดังกล่าวไม่จำเป็นต้องยื่นต่อ กกต. เพราะ กกต.ไม่ได้กำหนดว่าต้องยื่นในการสมัครรับเลือกตั้ง

ประเด็น “หุ้น วี-ลัค มีเดีย” จึงอยู่ที่ว่า การโอนหุ้นที่สมบูรณ์ จะยึดเอาตามวันโอนหุ้น หรือวันแจ้งโอนหุ้นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมาถึงประเด็นข้อกฎหมาย กกต.ต้องพิจารณาปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ที่นายธนาธรกล่าวอ้างว่า ได้มีการโอนหุ้นให้แก่มารดาไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2562 ในความจริงเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ซึ่งก็ต้องดูว่ามีหลักฐานซื้อขายโอนหุ้นกันหรือไม่ และลงวันที่เท่าไร มีการจ่ายเงินค่าหุ้นกันหรือไม่ หากจ่ายด้วยเช็ค เช็คลงวันที่สั่งจ่ายวันที่เท่าไร เงินเข้าบัญชีใครและเมื่อไร และต้องดูด้วยว่ามีการทำในลักษณะ “นิติกรรมอำพราง” ลงวันที่ย้อนหลังหรือไม่ ซึ่งถ้าปรากฏว่า การโอนหุ้นทำกันหลังวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันที่นายธนาธร สมัคร ส.ส. นายธนาธร ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.แน่

ในทางกลับกัน หากนายธนาธรพิสูจน์ได้ว่าโอนหุ้นกันในวันที่ 8 มกราคม 2562 ก็ต้องมาตีความกฎหมายกันอีกว่า ยึดวันที่มีการโอนหุ้นกันคือ วันที่ 8 มกราคม 2562 อันเป็นวันก่อนวันสมัครรับเลือกตั้ง หรือยึดวันที่แจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ คือ วันที่ 21 มีนาคม 2562 อันเป็นวันหลังวันสมัครรับเลือกตั้งว่าเป็นวันโอนหุ้นจริง

กฎหมายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ก็คือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129

มาตรา 1129 วรรคสอง บัญญัติว่า การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นนั้น ถ้ามิได้ทําเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอนมีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือนั้นๆ ด้วยแล้ว ท่านว่าเป็นโมฆะ อนึ่ง ตราสารอันนั้นต้องแถลงเลขหมายของหุ้นซึ่งโอนกันนั้นด้วย

หมายความว่าการโอนหุ้น เมื่อมีการทำเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยาน 1 คนเป็นอย่างน้อย พร้อมระบุหมายเลขหุ้นที่โอนกัน จ่ายเงินชำระค่าหุ้นกัน การโอนหุ้นก็สำเร็จเรียบร้อยแล้ว

วรรคสาม บัญญัติว่า การโอนเช่นนี้จะนํามาใช้แก่บริษัทหรือบุคคลภายนอกไม่ได้จนกว่าจะได้จดแจ้งการโอนทั้งชื่อและสำนักของผู้รับโอนนั้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น

หมายความว่าเมื่อมีการจดแจ้งการโอนหุ้นลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท ก็ใช้การโอนหุ้นนั้นยันกับบริษัทหรือบุคคลภายนอกได้แล้ว ไม่ถึงขนาดต้องแจ้งการโอนต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท

แต่มีมุมมองของนักกฎหมายบางคนเห็นว่า เนื่องจาก “วี-ลัค มีเดีย” เป็น “บริษัทจำกัด” สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นถูกเก็บอยู่ที่บริษัท คนอื่นไม่มีสิทธิ์ล่วงรู้ถึงการโอนหุ้นได้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ซึ่งต่างกับบริษัทมหาชน ที่ต้องรายงานความเคลื่อนไหวของบริษัทต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงตั้งคำถามว่าจะนำเอามาตรา 1129 ประมวลกฎหมายแพ่งฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับระหว่างเอกชนกับเอกชน มาใช้กับคุณสมบัติต้องห้ามการสมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งเป็น ‘กฎหมายมหาชน’ ได้แค่ไหน เพียงใด

และถ้าจะยึดถือประมวลแพ่งมาตรา 1129 เป็นเกณฑ์อย่างเคร่งครัด กกต.จะรู้ได้อย่างไรว่า นายธนาธรยังคงถือหุ้นที่มี ‘ลักษณะต้องห้าม’ อยู่หรือไม่ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งเป็นวันสมัครรับเลือกตั้ง ในเมื่อทางราชการรับทราบการโอนหุ้นของนายธนาธร เป็นครั้งแรกคือ 21 มีนาคม 2562 หลังวันสมัครรับเลือกตั้ง ดังนั้น กกต.จะไปรู้ถึงการโอนหุ้นที่มีการกล่าวอ้างว่าเกิดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม 2562 ได้อย่างไร โดยเฉพาะเมื่อมีประเด็นด้วยว่าการโอนหุ้นในวันนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่

จึงมีคนมองว่า กฎเกณฑ์ทั่วไปตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 1129 วรรคสาม ไม่น่าจะนำมาหักล้างรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) และ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 42(3) ได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ในการเรื่องการโอนหุ้น เคยมีคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 5/2561 กรณี กกต.ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ สิ้นสุดลงหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า นายดอน ไม่สิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากคู่สมรสได้มีการโอนหุ้นให้แก่บุคคลอื่นโดยชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เหลือหุ้นที่ถือครองไม่เกินร้อยละ 5 จึงไม่เป็นเหตุให้การดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีของนายดอน ต้องสิ้นสุดลง

ข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญนำมาวินิจฉัยในกรณีดังกล่าว คือ ประมวลกฎหมายแพ่งฯ มาตรา 1129 โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า

“คู่สมรสของผู้ถูกร้องได้โอนหุ้นให้บุคคลอื่นถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คู่สมรสของผู้ถูกร้องได้ทำหนังสือสัญญาโอนหุ้นของบริษัท ปานะวงศ์ จำกัด ฉบับลงวันที่ 27 เมษายน 2560 และทำหนังสือสัญญาโอนหุ้นของบริษัท ปานะวงศ์ รีแอลที่ จำกัด ฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2560 โดยที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัททั้งสองได้พิจารณาอนุมัติการโอนหุ้นดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560 และวันที่ 30 เมษายน 2560 ตามลำดับการโอนหุ้นของคู่สมรสของผู้ถูกร้องในแต่ละบริษัท จึงเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 แล้ว”

หากแปลความตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็คือ หุ้นโอนไปแล้วตั้งแต่วันทำหนังสือโอนกัน และลงลายมือชื่อในหนังสือโอนต่อหน้าพยาน

กรณี “หุ้น วี-ลัค มีเดีย” จึงขึ้นอยู่กับ กกต. ว่า จะเลือกเดินทางไหน

“ธนาธร”ติดเบ็ด ‘คสช.’ติดเกียร์ว่าง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370385?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ธนาธร”ติดเบ็ด ‘คสช.’ติดเกียร์ว่าง

2 พฤษภาคม 2562 – 13:05 น.
ถอดรหัสลายพราง,คสช,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,กกต,รัฐประหาร
เปิดอ่าน 4,623 ครั้ง

คอลัมน์… ถอดรหัสลายพราง โดย… พลซุ่มยิง

ถึงจะพูดไม่เต็มปาก แต่ คสช.เชื่อมั่นว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 จะเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศโดยเฉพาะองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) สหภาพยุโรป(อียู) แม้ลึกๆ ก็อดกังวลใจไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวในเวทีโลกของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะส่งผลกระทบต่อการบริหารงานรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอีกสมัย

คสช.กำลังสรุปผลงานครบรอบ 5 ปีรัฐประหารหลังเข้ามาแก้ไขปัญหาประชาชนบริหารจัดการและวางรากฐานของประเทศให้มีความก้าวหน้าทั้งในระดับพื้นที่และภาพรวมโดยเตรียมเผยแพร่ให้ประชาชนรับทราบในวันที่ 22 พฤษภาคม 2562 สอดรับกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ประกาศรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) อย่างเป็นทางการ วันที่ 9 พฤษภาคม โดยเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้เป็นแกนนำหลักจัดตั้งรัฐบาล

โดยกลุ่มงานโดดเด่นสุด งานด้านความมั่นคงของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(กกล.รส.) แม้ในห้วงที่ผ่านมาเกิดการชุมนุมทางการเมืองแต่ยังรักษาสภาพแวดล้อมไม่ให้สถานการณ์ลุกลามนำไปสู่วิกฤติเหมือนเช่นในอดีต ตลอดจนการปราบปรามอาวุธสงคราม ผู้มีอิทธิพลและการบังคับใช้กฎหมายเป็นรูปธรรม สร้างความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน

รองลงมาคือกลุ่มงานเศรษฐกิจแม้จะถูกโจมตีอย่างหนักจากฝ่ายการเมืองในช่วงต้นว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน แต่ผลงานในภาพใหญ่ของประเทศคือการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู ทำให้หลุดจากใบเหลืองและส่งผลให้ไทยขยับอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์จากต้องเฝ้าจับตามองมาเป็นเทียร์ 2 และยังสามารถปลดธงแดงจากปัญหาการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ ได้สำเร็จ

ในขณะที่การลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะการคืนโฉนดที่ดินและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ได้ยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วประเทศให้ดีขึ้

นอกจากนี้กลุ่มงานฝ่ายสังคมจิตวิทยา ฝ่ายกฎหมาย และฝ่ายกิจการพิเศษ ก็อยู่ในเกณฑ์ดี

เป็นที่น่าสังเกตว่าในช่วงท้ายการทำงานของคสช.กลุ่มงานฝ่ายต่างประเทศกลายเป็นจุดด้อยถึงแม้ความสัมพันธ์กับต่างชาติไม่ได้อยู่ในระดับแย่ แต่ก็มีความก้าวหน้าน้อยสุดเมื่อเทียบกับงานด้านอื่นๆ ปัจจัยสำคัญมาจากการเดิมเกมรุกอิงต่างชาติของ พรรคอนาคตใหม่ มีสมาชิกเครือข่ายส่วนหนึ่งมากจากลุ่มเอ็นจีโอ มีความสัมพันธ์ต่อเนื่ององค์การต่างประเทศ

โดยเฉพาะภารกิจทัวร์ยุโรปแต่ละครั้งของธนาธร เมื่อปี 2561-2562 เช่น การประกาศวิสัยทัศน์บนเวทีโลก สหรัฐและแคนาดา การเข้าพบนักการเมืองตัวแทนรัฐบาลอังกฤษ ฝรั่งเศล เบลเยียม สหภาพยุโรป เยอรมนี ล่าสุดในปี 2562 ไปพบยูเอ็นและองค์กรระหว่างประเทศด้านส่งเสริมมนุษยชน เป็นการโจมตีประเทศไทย กระบวนการเลือกตั้ง และดิสเครดิต คสช.

ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลทหารสู่การเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ความไม่แน่นอนอนาคตทางการเมืองส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐ ข้าราชการ ทำงานไม่เต็มสูบเหมือนช่วง 2-3 ปีแรก

คสช.ทำได้เพียงส่งผู้ช่วยทูตทหารประจำประเทศต่างๆ เข้าชี้แจงทำความเข้าใจในระดับกองทัพเท่านั้น แต่ในระดับรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศถูกใส่เกียร์ว่าง

อย่างไรก็ตาม คสช.ยังมั่นใจว่าองค์กรระหว่างประเทศไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งและกิจการภายในของไทยได้อย่างแน่นอนรวมถึงคดีโอนหุ้นสื่อของธนาธรเข้าข่ายเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 98(3) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 42(3)

แต่ยอมรับว่าข้อมูลถูกบิดเบือนอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์การเมืองไทยในอนาคต โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ แม้จะสลัดภาพนายกรัฐมนตรีจากการยึดอำนาจมาเป็นนายกรัฐมนตรีเลือกตั้ง แต่กระบวนการต่างๆ ของคสช.ที่ดำเนินมาในห้วง 5 ปีที่ผ่านมา ขัดต่อระบอบประชาธิปไตยในมุมมองของต่างประเทศ

เกมพิสดาร “ผู้กองปูเค็ม” ลับ-ลวง-เลอะ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370390?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เกมพิสดาร “ผู้กองปูเค็ม” ลับ-ลวง-เลอะ

2 พฤษภาคม 2562 – 12:12 น.
ผู้กองปูเค็ม,นักรบนิรนาม,พรคอนาคตใหม่,สมัครสมาชิกพรรค,พรรคประชาธิปัตย์,แกนนำพันธมิตรฯ,กลุ่มพันธมิตรฯ,กปปส,เสื้อเหลือง
เปิดอ่าน 2,548 ครั้ง

ผู้กองปูเค็มกลับมาไลฟ์สด อธิบายความว่าต้องการขอเจรจาสงบศึกและขอสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่

***************

บ่ายวันที่ 30 เมษายน 2562 ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ “ผู้กองปูเค็ม” ทำเอาตำรวจเมืองพิษณุโลกต้องมาดูแลที่สำนักงานพรรคอนาคตใหม่ จ.พิษณุโลก เพราะผู้กองปูเค็ม ทั้งโพสต์เฟซบุ๊กและทั้งทวิตข้อความในทวิตเตอร์ว่า จะมีพลังไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ พิษณุโลก

 ผู้กองปูเค็มไปพรรคอนาคตใหม่พิษณุโลก

เมื่อถึงเวลานัดหมายผู้กองปูเค็มก็ไปพบเจ้าหน้าที่พรรคอนาคตใหม่ ได้นั่งพูดคุยกันตามปกติ เสร็จแล้วผู้กองปูเค็มกลับมาไลฟ์สด อธิบายความว่าต้องการขอเจรจาสงบศึกและขอสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่

ทีมงานอนาคตใหม่พิษณุโลก และผู้กองปูเค็ม

พลพรรคส้มหวานส่วนใหญ่ต่างเมนต์ในสื่อโซเชียลทำนองไม่เชื่อว่าผู้กองปูเค็มจะมาแบบจริงใจ และสงสัยว่าเป็นการเล่นเกม ส่วนเอฟซี “ชื่นชูปูเค็ม” ส่วนใหญ่มองว่า เกมนี้ล้ำลึก

นักรบโซเชียล

ชื่อของ “ผู้กองปูเค็ม” ปรากฏขึ้นครั้งแรกในการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ปี 2551 หรือยุทธการ 193 วัน เวลานั้น วีระ สมความคิด ได้ชักชวนมาฝึกการ์ดของพันธมิตร เนื่องจาก ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล เพิ่งลาออกจากราชการทหาร

ผู้กองปูเค็มสมัยเคลื่อนไหวกับพันธมิตรฯ

ร.อ.ทรงกลด เป็นชาวพิษณุโลก จบเตรียมทหารรุ่นที่ 26 และเป็นนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 37 เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้ว ได้เข้ารับราชการในกรมสรรพาวุธทหารบก ประจำจังหวัดพิษณุโลก

          ฉายา “ผู้กองปูเค็ม” มาจากได้ประกอบธุรกิจขายปูเค็ม โดยมีแพปูเค็มที่อยู่ระนองและผลิตปูเค็มแบรนด์ “ชื่นชูปูเค็ม” ภายใต้สโลแกน “อยากกินส้มตำ นึกถึงปูเค็ม”

คนขายปูเค็ม อาชีพหลักของผู้กองปูเค็ม

ตอนอยู่ที่ม็อบเสื้อเหลืองผู้กองปูเค็มมักจะถนัดเล่นทวิตเตอร์โต้ตอบ “เสธ.แดง” ไม่มีบทบาทอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

          กลยุทธ์การเคลื่อนไหวของผู้กองปูเค็มคล้ายลักษณะนักสู้วีรชนเอกชน

กองทัพนิรนาม

ปี 2556 ผู้กองปูเค็ม เริ่มมีกองกำลังเป็นของตัวเอง โดยร่วมกับ “เสธ.อู๊ด” พล.อ.กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เปิดตัว “กองทัพนิรนาม” ที่เมืองเลย

ช่วงเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน ผู้กองปูเค็ม กับกลุ่มหน้ากากขาว จัดกิจกรรมต่อต้านการบริหารประเทศของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ โดยมีการเดินขบวนเป็นครั้งคราว

เสธ.อู๊ด และผู้กองปูเค็ม ผู้ก่อตั้งกองทัพนิรนาม

7 กันยายน 2556 ผู้กองปูเค็ม นำกำลังเข้าร่วมกลุ่มกองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ ซึ่งมีคนเสื้อเหลืองและผู้ที่ไม่เอาระบอบทักษิณเข้าร่วมชุมนุมที่สวนลุมพินี

ครั้น สุเทพ เทือกสุบรรณ นำทัพ กปปส. ลงสู่ท้องถนน ผู้กองปูเค็มได้เข้าร่วมการชุมนุมด้วยแต่ก็ยังทำตัวแบบนักรบนิรนาม

          เอาเข้าจริงผู้กองปูเค็มก็ยังเป็น “นักเล่นโซเชียล” ไม่ได้มีกองกำลังอะไรมากมายดังที่กล่าวอ้าง

ปูเค็มกับหมอวรงค์

ช่วงต้นปี 2560 ผู้กองปูเค็ม แจ้งให้เอฟซีปูเค็มทราบว่า จะจับมือกับไพบูลย์ นิติตะวัน ก่อการตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ถัดมา “เสธ.อู๊ด” ก็มาชวนผู้กองปูเค็มไปร่วมงานกับพรรคไทยศรีวิไลย์

กลางปี 2561 อดีตนักรบนิรนาม จึงประกาศขอลาออกจากทุกพรรคการเมืองเพื่อมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เพราะกำลังมุ่งมั่นกับการปลูกมันสำปะหลังเพื่อทำพลังงานทดแทน

ระหว่างเลือกตั้ง 2562 ผู้กองปูเค็มกลับมาช่วย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 พิษณุโลก หาเสียงเลือกตั้ง แต่ “หมอวรงค์” พ่ายแพ้แก่นักการเมืองหน้าใหม่ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่

          จริงๆ แล้ว ผู้กองปูเค็มเดินหน้าช่วยหมอวรงค์ มาตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค ปชป. เขาแสดงตัวยืนข้างขั้ว กปปส.เดิม และอยู่ตรงข้ามขั้วอภิสิทธิ์ชัดเจน

29 มีนาคม 2562 ผู้กองปูเค็มยื่น กกต.ยุบพรรคอนาคตใหม่และเพื่อชาติ อ้างหมิ่นศาล ครอบงำพรรค ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้ไม่ควรเข้ามาบริหารประเทศ

19 เมษายน 2562 ผู้กองปูเค็มเข้ายื่นหนังสือขอให้ กกต.ตรวจสอบคุณสมบัติของ 32 ผู้สมัคร ส.ส.จากหลายพรรค รวมถึงพรรคอนาคตใหม่

2 พฤษภาคม 2562 อดีตนักรบนิรนาม แจ้งผ่านเฟซบุ๊กว่าจะไปลาออกจากพรรคปชป. และเตรียมไปยื่นเอกสารสมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่

ผู้กองปูเค็มจะลาออกจาก ปชป.

ด้านแกนนำอนาคตใหม่ พิษณุโลก แถลงว่า พรรคมีขั้นตอนรับสมาชิก เมื่อผู้กองปูเค็มยื่นเอกสารขอสมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ นายทะเบียนพรรคจะพิจารณาด้านคุณสมบัติของผู้สมัครต่อไปว่าเป็นไปตามที่ระบุในข้อบังคับของพรรคหรือไม่ ก่อนอนุมัติสถานะสมาชิกของพรรคต่อไป

          ผู้กองปูเค็มจะลับลวงพรางแบบไหนก็ต้องตามดูละครฉากต่อไป

“อย่าเยอะ”ธนาธร!

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370392?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“อย่าเยอะ”ธนาธร!

2 พฤษภาคม 2562 – 09:53 น.
วีลัค มีเดีย,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,ปิยบุตร แสงกนกกุล
เปิดอ่าน 8,982 ครั้ง

คอลัมน์… รักแผ่นดิน โดย… ฅนไท ที่มา นสพ.กรุงเทพธุรกิจ

4 ชั่วโมงเต็ม กับการชี้แจงปม ถือหุ้นสื่อ บริษัทวีลัค มีเดีย จำกัด ของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในข้อกล่าวหา การมีคุณสมบัติ “ต้องห้าม”มิให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. ซึ่งหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ได้ไปชี้แจงด้วยตนเองต่อกกต.เมื่อ 30 เมษายน ที่ผ่าน

ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล กลับออกมาด้วยอารมณ์หัวเสีย ที่อุตส่าห์ใช้เวลาชี้แจงอย่างยาวเหยียดและขนเอกสารไปหลายกล่อง แต่ดูเหมือนว่า 7 กกต. “ตั้งคำถามไม่ตรงกับคำตอบ”ที่ ธนาธร-ปิยบุตรเตรียมกันไว้ ถึงขนาดออกมาขู่ว่า ถ้ากกต.ไป “แขวน”ไม่รับรองเขาก็จะฟ้อง กกต.ตามประมวลกฎหมาย อาญามาตรา 157 ธนาธรถึงกับขู่ว่า “อายุความมีถึง 15 ปี รอเวลา คสช.หมดอำนาจ” พร้อมยาวไปถึง “นักร้อง” อย่างศรีสุวรรณ จรรยา ที่เป็นผู้ยื่นเรื่องนี้ให้กกต.ตรวจสอบ หรือขู่ไปถึงสื่อที่ นำเสนอเรื่องนี้ ว่าอาจจะพิจารณา “ฟ้องกลับ” เพื่อปกป้อง “ศักดิ์ศรี” ของตัวธนาธร

ต้องบอกเด็กหนุ่มอย่างธนาธร และปิยบุตร ว่าการก้าวมาสู่อำนาจต้องยอมรับการตรวจสอบ ทั้งการตรวจสอบโดยองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ด่านแรกก่อนเข้าสู่อำนาจ คือกกต. ซึ่งเป็นองค์มีอำนาจหน้าที่โดยแท้ในการตรวจสอบโดยมี ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นองค์กรอำนวยความยุติธรรมขั้นสูงที่ “ถ่วงดุล”อำนาจกกต.มิใช่คำขู่ของนักการเมืองผู้ “กระหายอำนาจ”ที่ไม่ชื่นชอบกระบวนการตรวจสอบ   ส่วนศรีสุวรรณ จรรยา และสื่อมวลชนที่หยิบประเด็นเรื่องคุณสมบัติ ผู้สมัครมาตรวจสอบเป็นการทำหน้าที่ “ภาคประชาสังคม” ที่ผู้อาสามาตรวจสอบ ยิ่งต้องรู้และรับผลของตัวเองหากไป “ละเมิดสิทธิ์”ผู้ถูกตรวจสอบ โดยมิต้องให้นักการเมืองผู้นั้นมา “ข่มขู่”

ริจะเล่นการเมือง เหมือน เดินตากฝน มันต้องเปียก. เดินกลางแดด มันต้องร้อน ถ้าไม่อยากเปียก ไม่อยากร้อน ก็จงอยู่บ้าน ทำธุรกิจของตัวเอง “โปรดอย่ามาเยอะ!”

จงเข้าใจว่า ประเด็น เรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ครั้งนี้เขาต้องการพิสูจน์ว่าในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 ธนาธร ยังถือหุ้นในบริษัทสื่อ ตามนิตินัย หรือ คำถามในขณะนั้นพยานหลักฐานที่ ธนาธร แสดงต่อสาธารณะและกกต. เป็นพยานหลักฐานที่สร้างขึ้นรองรับการโอนหุ้นกันเองภายใน ที่ ทางการไม่รับรู้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ให้ กกต.และศาลสถิตยุติธรรมได้เชื่อตามที่แสดง ไม่ใช่มาข่มขู่ หรือปฏิเสธกระบวนการตรวจสอบ เพราะกระบวนการเหล่านี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อขัดขวางใครโดยเฉพาะ แต่เป็นกติการ่วมกันของสังคม

‘รถเมล์–รถไฟฟ้า’ ฟรี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370298?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘รถเมล์–รถไฟฟ้า’ ฟรี

2 พฤษภาคม 2562 – 00:00 น.
อ๊อด เทอร์โบ,รถเมล์ฟรี,รถไฟฟ้าฟรี,ขสมก,รถโดย,พระราชพิธีบรมราชาภิเษก,รถชัตเติลบัส
เปิดอ่าน 1,235 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอเชิญชวนประชาชนทุกหมู่เหล่า เข้าร่วมชมพระราชพิธีอันสำคัญยิ่ง และจะจารึกเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทย

วันนี้ขอเป็นสื่อกลางแจ้งให้ทราบถึงการบริการประชาชน ‘ฟรี’ จากรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที

รวมถึงรถเมล์เฉพาะกิจและรถโดยสารและรถโดยสารธรรมดาจาก ขสมก. ก็มีหลายเส้นทางจัดส่งฟรี รวมถึงรถไฟอีกหลายขบวนซึ่งจะนำมาแจ้งให้ทราบต่อไป

นี่คือการร่วมมือร่วมใจของทุกหน่วยงานเพื่อพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งคาดว่าจะมีพสกนิกรร่วมถวายความจงรักภักดี และร่วมรับเสด็จนับล้านคนและการเฝ้าชมพระราชพิธีทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจทั้งประเทศ
อ๊อด เทอร์โบ


ขสมก.จัดเดินรถโดยสารให้บริการฟรีระหว่างวันนี้-7 พฤษภาคม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางไปชมพระราชพิธีและชื่นชมพระบารมี โดยมีรายละเอียด ดังนี้

รถเฉพาะกิจ (รถโดยสารธรรมดา) (จอดรับส่งทุกป้าย) จำนวน 6 เส้นทาง ให้บริการวันที่ 1 และ 7 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. ดังนี้ เส้นทางที่ 1 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามหลวง เส้นทางที่ 2 สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร)-สนามหลวง เส้นทางที่ 3 วงเวียนใหญ่-สนามหลวง เส้นทางที่ 4 สนามศุภ ชลาศัย-สนามหลวง เส้นทางที่ 5 สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่)-สนามหลวง เส้นทางที่ 6 สถานีรถไฟหัวลำโพง-สนามหลวง

รถชัตเติลบัส (รถโดยสารธรรมดา) (รับจากจุดจอด-จุดส่ง) จำนวน 11 เส้นทาง และรถเฉพาะกิจ (รถโดยสารธรรมดา) (จอดรับ-ส่งทุกป้าย) จำนวน 6 เส้นทาง ให้บริการระหว่างวันนี้-4 พฤษภาคม  ตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. โดยมีรายละเอียดเส้นทาง ดังนี้

รถชัตเติลบัส (รับจากจุดจอด-จุดส่ง) จำนวน 11 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 เมืองทองธานี, ศูนย์ราชการ-สนามหลวง เส้นทางที่ 2 สโมสรตำรวจ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์-สนามหลวง เส้นทางที่ 3 สโมสรทหารบก, กทม.2-สนามหลวง เส้นทางที่ 4 ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต-สนามหลวง เส้นทางที่ 5 ที่จอดรถเอ็มอาร์ที รัชดาฯ, เอ็มอาร์ที ลาดพร้าว, ศาลอาญา, สำนักงานอัยการสูงสุด, ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่-สนามหลวง

เส้นทางที่ 6 อิเกีย, เมกาบางนา, ไบเทคบางนา-สนามหลวง เส้นทางที่ 7 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง-สนามหลวง เส้นทางที่ 8 ท่าเรือคลองเตย, โรงงานยาสูบ, แอร์พอร์ต เรลลิงก์ มักกะสัน-สนามหลวง เส้นทางที่ 9 เซ็นทรัลพระราม 2, โรงเรียนบางมดวิทยา-สนามหลวง เส้นทางที่ 10 พุทธมณฑลสาย 4, เซ็นทรัลศาลายา, อู่บรมราชชนนี, วิทยาลัยทองสุข-สนามหลวง เส้นทางที่ 11 เซ็นทรัลเวสต์เกต-สนามหลวง

รถเฉพาะกิจ (จอดรับ-ส่งทุกป้าย) จำนวน 6 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางที่ 1 อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-สนามหลวง เส้นทางที่ 2 สถานีขนส่งกรุงเทพ (จตุจักร)-สนามหลวง เส้นทางที่ 3 วงเวียนใหญ่-สนามหลวงเส้นทางที่ 4 สนามศุภชลาศัย-สนามหลวง เส้นทางที่ 5 สถานีขนส่งกรุงเทพ (สายใต้ใหม่)-สนามหลวง
เส้นทางที่ 6 สถานีรถไฟหัวลำโพง-สนามหลวง

เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ในช่วงวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562 จะจัดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที ฟรี ตลอดเส้นทาง ในวันที่ 5 พฤษภาคม ตั้งแต่เวลา 06.00-24.00 น. โดยผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และผู้โดยสารรถโดยสารด่วนพิเศษบีอาร์ที สามารถกดรับตั๋วโดยสารฟรีได้ทุกสถานี

ผู้ใช้บัตรแรบบิทแบบเติมเงิน ระบบจะไม่ตัดเงินในวันดังกล่าว แต่สำหรับผู้โดยสารที่ใช้บัตรแรบบิทประเภทเติมจำนวนเที่ยว ต้องกดรับตั๋วโดยสารเที่ยวเดียวจากตู้จำหน่ายตั๋วได้ทุกสถานี

ทั้งนี้ กทม.ได้ประกาศยกเว้นค่าโดยสารในส่วนต่อขยายตั้งแต่สถานีอ่อนนุช-สถานีเคหะฯ และสถานีวงเวียนใหญ่–สถานีบางหว้า ฟรีตั้งแต่วันที่ 4-6 พฤษภาคม ด้วย

ขอเชิญพี่น้องประชาชนชาวไทยร่วมใจใส่เสื้อสีเหลืองเพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอันเป็นมงคลยิ่ง

บริคณห์สนธิครอบจักรวาล…โทษประหารว่าที่ ส.ส.?

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370289?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

บริคณห์สนธิครอบจักรวาล…โทษประหารว่าที่ ส.ส.?

1 พฤษภาคม 2562 – 15:20 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,โทษประหาร,สส
เปิดอ่าน 1,091 ครั้ง

คอลัมน์…  ล่าความจริง.. พิกัดข่าว โดย… ปกรณ์  พึ่งเนตร 

การตรวจสอบจากสังคมอย่างหนักหน่วง และการตอบโต้จากผู้ถูกตรวจสอบแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ว่าด้วยข้อเท็จจริงเรื่องการโอนหุ้นกิจการสื่อสารมวลชนของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคสีส้ม ทำให้เกิดประเด็นแตกหน่อต่อยอดไปมากมาย โดยเฉพาะประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการถือครองหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน

ประเด็นสำคัญที่กำลังถูกพูดถึงอย่างมากคือการตรวจสอบการถือครองหุ้นสื่อ มีปัญหาทั้งในเชิงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง เพราะผู้สมัคร ส.ส.ที่ถูกตรวจสอบบางรายอ้างว่า บริษัทที่ตนเองถือหุ้นอยู่นั้นไม่ได้ประกอบกิจการเกี่ยวกับสื่อสารมวลชนจริงๆ เพียงแต่ตอนยื่นขอจดแจ้งก่อตั้งบริษัทกับกระทรวงพาณิชย์ จะมีแบบฟอร์มมาให้กรอกเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การประกอบกิจการ พูดง่ายๆ คือ “รูปแบบธุรกิจ” ซึ่งมีอยู่ในแบบฟอร์มเป็นเอกสารอยู่แล้ว 22 รูปแบบ รวมถึงกิจการสื่อสารมวลชนด้วย

ฉะนั้นแม้จะไม่ได้ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนจริงๆ แต่ในบริคณห์สนธิก็จะมีแนบเอกสารแบบฟอร์มที่ว่านี้ กลายเป็นว่าแทบทุกกิจการที่จดแจ้งตั้งบริษัทจะมีวัตถุประสงค์อยู่ข้อหนึ่ง คือประกอบธุรกิจสื่อสารมวลชน หนังสือพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ด้วย

เรื่องนี้เข้าไปดูได้ง่ายๆ ที่หน้าเว็บของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพราะสมัยนี้เขาโหลดเอกสารเตรียมจดแจ้งก่อตั้งบริษัทแบบออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย จากหน้าหลัก เมื่อคลิกต่อไปที่หน้าการจดทะเบียนตั้ง “บริษัทจำกัด” จะพบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่คำขอจัดตั้งบริษัท, หนังสือบริคณห์สนธิ, รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ พูดง่ายๆ คือวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ มีแยกย่อยเป็นกิจการพาณิชยกรรม ธุรกิจบริการ กิจการอุตสาหกรรม หัตถกรรม และอื่นๆ

เมื่อลองคลิกเข้าไปดูหัวข้อ “รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบกิจการ” จะเจอหน้ากระดาษว่างๆ ที่ต้องวัตถุประสงค์เข้าไปเองเป็นข้อๆ ส่วนหัวกระดาษจะมีช่องให้เติม “ชื่อบริษัท” กับ “ทะเบียนเลขที่” เอกสารนี้เรียกว่า “แบบ ว.” ไม่มีตัวเลขกำกับ

ส่วนเอกสารตัวปัญหาที่กำลังพูดถึงกันอยู่ คือเอกสาร “แบบ ว.1” เป็นเอกสารเกี่ยวกับ “รายละเอียดวัตถุที่ประสงค์ประกอบพาณิชยกรรม” คือการประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ทั่วๆ ไป เอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะเขียนวัตถุประสงค์รวมๆ มาให้ 22 ข้อ เช่น ประกอบกิจการค้าข้าว ค้าผัก ผลไม้ วัสดุก่อสร้าง ฯลฯ โดยกิจการหนังสือพิมพ์ สิ่งพิมพ์ สื่อมวลชน อยู่ในข้อ 17 ซึ่งเป็นข้อเดียวกับการประกอบกิจการค้ากระดาษ แบบเรียน เครื่องเขียน จะเห็นได้ว่าเขียนไว้ครอบจักรวาล

โดยมากทนายที่ปรึกษาการเปิดบริษัทจะแนะนำให้ผู้ที่จะก่อตั้งบริษัทแจ้งวัตถุประสงค์ให้ครอบจักรวาลเอาไว้ก่อน เพื่อที่ว่าในอนาคตจะได้ไม่ต้องขออนุญาตเพิ่มเติมอีก (ซึ่งต้องแก้บริคณห์สนธิ ต้องมีการประชุมกรรมการบริษัท ขั้นตอนยุ่งยาก)

ฉะนั้นเวลาเขายื่นจดทะเบียนตั้งบริษัทกันจริงๆ ก็จะยื่นเอกสาร “แบบ ว.1” คือวัตถุประสงค์รวมๆ แนบไปด้วยกับ “แบบ ว.” ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์จริงๆ ของบริษัทนั้นๆ เขียนเพิ่มเข้าไป เป็นข้อ 23-24-25 ว่าไป และจำนวนวัตถุประสงค์เป็นข้อๆ นี้เอง จะไปปรากฏในหนังสือ “บริคณห์สนธิ”

จุดนี้เองทำให้มีการตีความจากผู้สมัคร ส.ส.หลายคนว่า หากกิจการที่ตนเองประกอบการจริงๆ ไม่ได้เป็นกิจการสื่อสารมวลชนก็ไม่ต้องโอนหรือขายหุ้นให้บุคคลอื่น ยังสามารถถือครองหุ้นต่อไปได้ เพราะถ้ายึดเอาเฉพาะวัตถุประสงค์รวมๆ ตามเอกสารของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็จะเข้าข่ายถือหุ้นสื่อแทบจะทุกราย (เฉพาะที่ยื่นประกอบกิจการพาณิชยกรรมเท่านั้น ถ้าเป็นกิจการบริการ อุตสาหกรรม หรืออื่นๆ ก็จะไม่มีวัตถุประสงค์เรื่องทำสื่อ)

ล่าสุดเริ่มมีกระแสออกมาเรียกร้องให้ศาลหรือองค์กรอิสระที่รับผิดชอบ ร่วมกันวางบรรทัดฐานให้ชัดเจนว่าการถือครองหุ้นกิจการสื่อสารมวลชนต้องเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนจริงๆ เท่านั้นหรือไม่ หรีอจะพิจารณาเฉพาะจาก “บริคณห์สนธิ” หรือ “เอกสารการก่อตั้งบริษัท” แต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งถ้ายึดเฉพาะบริคณห์สนธิที่มีวัตถุประสงค์การประกอบกิจการแบบครอบจักรวาลเอาไว้ ก็น่าจะกระทบกับผู้สมัครจำนวนมาก

“ล่าความจริง” สอบถามความเห็นเรื่องนี้กับอดีตผู้พิพากษาท่านหนึ่ง ท่านยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ให้คำตอบยากอยู่เหมือนกันว่าจะยึดตามบริคณห์สนธิ หรือการประกอบกิจการจริง และต้องดูว่าความผิดฐานนี้ต้องมีเจตนาหรือเปล่า เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายคือป้องกันผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้สื่อเป็นเครื่องมือ หรือครอบงำสื่อเพื่อสร้างความนิยมให้ตัวเอง ฉะนั้นถ้าเป็นบริษัทที่จดทะเบียนไว้เฉยๆ แต่ยังไม่ได้ประกอบกิจการสื่อสารมวลชน แม้จะระบุวัตถุประสงค์ในบริคณห์สนธิก็น่าจะยังไม่มีเจตนาใช้สื่อเป็นเครื่องมือ เพราะยังไม่ได้ทำจริงๆ

แต่อีกด้านหนึ่งก็เกิดคำถามได้เหมือนกันว่าถ้าไม่ยึดตามบริคณห์สนธิแล้วจะให้ยึดตามอะไร เพราะการจดทะเบียนตั้งบริษัทด้วยวัตถุประสงค์ครอบจักรวาลก็อาจมองได้ว่าผู้ขอจดแจ้งตั้งบริษัทมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ตั้งแต่แรก ตีขลุมเผื่อไว้ก่อนเพื่อความสะดวกสบายของตนเอง ถ้าแบบนี้การผ่อนปรนก็อาจจะเข้าทางพวกหัวหมอ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการยื่นจดทะเบียนเอง น่าจะมีความเสี่ยงว่าผิดมากกว่าคนที่ไปซื้อหุ้นต่อมา เพราะคนที่ซื้อต่ออาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วบริษัทจดแจ้งวัตถุประสงค์อะไรไว้บ้าง แต่ตัวคนก่อตั้ง หรือเจ้าของกิจการเองต้องทราบแน่ๆ

ประเด็นนี้ถือว่าอ่อนไหวและต้องรอองค์กรที่เกี่ยวข้องชี้ขาดเพื่อวางบรรทัดฐานที่ชัดเจน

โมเดล “แดงลับแล” กลยุทธ์ป้อง “พ่อฟ้า”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370299?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

โมเดล “แดงลับแล” กลยุทธ์ป้อง “พ่อฟ้า”

1 พฤษภาคม 2562 – 12:34 น.
อนาคตใหม่,ธนาธร,กกต,นปช,เสื้อแดง,ปีกซ้าย,ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย,จตุพร พรหมพันธุ์,ปัณณวัฒน์ นาคมูล,คณะกรรมการการเลือกตั,ผลการนับคะแนน,พิษหุ้นสื่อ,หุ้นสื่อ,ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิ
เปิดอ่าน 1,897 ครั้ง

ฟังถ้อยแถลงของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคช่วงหลังๆ ส่อเค้าจะเข้าข่ายปูทางสู่ท้องถนนไม่ใช่น้อยเลย

******************

เป็นไปตามคาด กองเชียร์สีส้มส่งเสียงกระหึ่มสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เข้าให้ถ้อยคำแก่คณะอนุกรรมการไต่สวน กกต. เพื่อชี้แจงกรณีการโอนหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด บรรยากาศไม่ต่างจากวันที่ “ธนาธร” ไป สน.ปทุมวัน

แม้อดีตนักกิจกรรมธรรมศาสตร์จะออกตัวว่า “เรามีวีรชนมากเกินไปแล้ว” เมื่อถูกสื่อรุ่นใหญ่ถามว่าจะเล่นการเมืองบนถนนหรือไม่? แต่ฟังถ้อยแถลงของหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคช่วงหลังๆ ส่อเค้าจะเข้าข่ายปูทางสู่ท้องถนนไม่ใช่น้อยเลย

แดงแปลงเป็นส้ม

เพจพรรคอนาคตใหม่-อุตรดิตถ์ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2562 อัพสเตตัสร้อนๆ “ด่วน!!!เชิญชวนชาวอนาคตใหม่และผู้รักประชาธิปไตยทุกท่านร่วมส่งกำลังใจให้ธนาธร พร้อมกัน 9 โมงเช้า วันอังคารที่ 30 เมษายน 2562…”

เมื่อถึงเวลานัดหมายที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก “ปัณณวัฒน์ นาคมูล” หัวหน้าคณะทำงานพรรคอนาคตใหม่ จ.อุตรดิตถ์ พร้อมสมาชิกพรรคจำนวนหนึ่ง สวมเสื้อสีส้ม ถือป้ายไวนิลข้อความ Save Thanathon อนาคตใหม่-อุตรดิตถ์ พร้อมชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว

ปัณณวัฒน์ นาคมูล

“ปัณณวัฒน์” ได้อ่านประกาศเจตนารมณ์ 9 ข้อ สรุปได้ใจความว่า คดีความที่เกิดขึ้นกับธนาธรในเวลานี้ เป็นฝีมือเผด็จการกลั้นแกล้ง พวกเขาจึงต้องให้กำลังใจแก่ธนาธร เพราะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นผู้นำประชาธิปไตยมาให้ประเทศไทย

ปัณณวัฒน์ หรือ จเร นาคมูล สมัยเป็นแกนนำ นปช.เมืองลับแล

“ชาวอนาคตใหม่อุตรดิตถ์พร้อมที่จะเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบและทุกอำเภอ เพื่อปกป้องประชาธิปไตยและปกป้องนายธนาธร”

          ชาวอนาคตใหม่เมืองลับแล ก็คืออดีตสมาชิก นปช. พวกเขาถอดเสื้อแดง หันมาใส่เสื้อส้มแทนนั่นแล

“ปีกซ้าย” รามคำแหง

ทำไมต้องสนใจ “มวลชนส้มหวาน” เมืองพระยาพิชัยดาบหัก? ฝ่ายความมั่นคงทราบดีว่า ปัณณวัฒน์ นาคมูล  หรือชื่อเดิม “จเร นาคมูล” นั้น เป็นแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) 17 จังหวัดภาคเหนือ

สมัยที่หนุ่มชาวลับแล “จเร” เรียนรามคำแหง ได้ร่วมทำกิจกรรมการเมืองกับพรรคนักศึกษา 7 คณะ อันเป็นพรรคปีกซ้ายในรั้วลูกพ่อขุนปี 2531 จเรร่วมกับเพื่อนชาวใต้-สมบูรณ์ เชาวนา และวัชระ เพชรทอง ก่อตั้งพรรคอธิปัตย์ ลงเลือกตั้งนายก อศมร. จนได้เป็นฝ่ายบริหาร อศมร.สองสมัย

เมื่อเรียนจบรามคำแหง จเรหรือปัณณวัฒน์ก็กลับบ้านเกิด เป็นนักข่าวท้องถิ่น หลังจากนั้นก็หันไปเล่นการเมืองเป็น ส.อบจ.เขต อ.ลับแล และช่วยเป็นมือทำงานมวลชนให้ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต ส.ส.หลายสมัย

          สมัยแดงทั้งแผ่นดิน ปัณณวัฒน์กระโดดมาช่วยรุ่นน้องรามคำแหง-จตุพร พรหมพันธุ์ เป็นแม่ทัพแดงอุตรดิตถ์ และประธาน นปช.ภาคเหนือ

กลยุทธ์การเคลื่อนไหวของนปช.เมืองพระยาพิชัยดาบหัก ได้ชื่อว่า “รวดเร็ว เฉียบขาด” จึงเป็นกำลังหลักในนปช.ในยุทธการแดงทั้งแผ่นดิน

          เลือกตั้งเที่ยวนี้ จเรเลือกพรรคอนาคตใหม่ เพราะเป็นพรรคปีกซ้ายในฝันของเขา

รอบหน้า “เพื่อไทย” หืดจับ

แม้ผลเลือกตัั้ง ส.ส.อุตรดิตถ์ เมื่อ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา พรรคส้มหวานจะรู้ผิดหวัง เพราะเลิศศักดิ์ จันทร์สูง ว่าผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ได้ 23,828 คะแนน และภิศิษฐ์ วงศ์ทอง ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 ได้ 16,020 คะแนน โดยภาพรวมพรรคน้องใหม่ถูกแชมป์เก่าค่ายเพื่อไทยทิ้งห่าง

เลือกตั้ง 2562 พรรคเพื่อไทยต้องปรับทัพใหม่ เพราะเมืองลับแลเหลือ 2 เขต จึงให้ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ไปลงส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนส.ส.เขตก็ส่ง กนก ลิ้มตระกูล ลงเขต 1 และ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เขต 2 ส่วน กฤษณา สีหลักษณ์ ตัวแทนกลุ่มทุนใหญ่เมืองลับแลย้ายไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคไทยรักชาติ การปรับทัพเพื่อไทยก็ส่งผลให้เกิดรอยร้าวลึก

ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย ผู้สนับสนุน นปช. เมืองลับแล

“ปัณณวัฒน์” ในฐานะแม่ทัพอนาคตใหม่อุตรดิตถ์ ไม่ถอดใจ และหวังที่จะเปลี่ยนใจ “คนรักทักษิณ” ได้ จึงขอเดินหน้าสร้างเครือข่ายพลพรรคสีส้มไปทั่วทั้งจังหวัด หากมีการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็พร้อมชนค่ายเพื่อไทยและค่ายพลังประชารัฐ

          อดีตนักกิจกรรมปีกซ้ายในรั้วรามฯ เชื่อลึกๆ ว่า ทักษิณจบแล้ว จากนี้ไปเป็นเวลาของอนาคตใหม่

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถ่ายทอดสด 3-6 พ.ค.

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/370286?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ถ่ายทอดสด 3-6 พ.ค.

1 พฤษภาคม 2562 – 08:05 น.
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก,อ๊อด เทอร์โบ
เปิดอ่าน 2,945 ครั้ง

คอลัมน์… อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน oddturbo1900@gmail.com

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เตรียมงานอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติตามโบราณราชประเพณี คาดว่าจะมีพสกนิกรชาวไทยเข้าร่วมถวายความจงรักภักดีหลายแสนคน

สำหรับประชาชนทั่วประเทศจะได้ชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล)

‘อ๊อด เทอร์โบ’ ขอนำกำหนดเวลามาแจ้งให้ทราบเพื่อจะได้ชมพระราชพิธีสำคัญโดยพร้อมกัน

นี่คือช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของประเทศไทย และขอเชิญพสกนิกรทุกหมู่เหล่าร่วมถวายความจงรักภักดีทั่วกัน


 กำหนดวัน-เวลาถ่ายทอดสด
โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย แจ้งแผนการถ่ายทอดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกดังนี้

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม เริ่มถ่ายทอดสดเวลา 09.40 น. จนเสร็จสิ้นพิธี ประมาณเวลา 18.00 น. ตั้งแต่เริ่มการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เชิญพระสุพรรณบัฏดวงพระบรมราชสมภพ และพระราชลัญจกรไปยังพระที่นั่งไพศาลทักษิณ

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร นมัสการพระรัตนตรัยถวายบังคมพระบรมอัฐิและพระอัฐิและจุดเทียนชัยพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ประกาศการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดระหว่างเวลา 09.00 น. ถึงเสร็จสิ้นพิธี เวลาประมาณ 17.30 น. พระราชพิธีบรมราชาภิเษก สรงพระมุรธาภิเษก ทรงรับน้ำอภิเษก เสด็จออกมหาสมาคมรับถวายพระพรชัยมงคล ประกาศพระองค์เป็นพุทธศาสนูปถัมภก ถวายบังคมพระบรมอัฐิปละพระอัฐิ สดัปกรณ์

วันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม ถ่ายทอดสดระหว่างเวลา 08.40 น. จนถึงเสร็จสิ้นพิธี เวลาประมาณ 22.00 น. เป็นพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระรามาภิไธยและสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนครโดยขบวนพยุหยาตราสถลมารค

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม เริ่มถ่ายทอดสดตั้งแต่เวลา 16.10 น. ไปจนเสร็จสิ้นพิธี เวลาประมาณ 17.50 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล

ลำดับต่อมาเสด็จออก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ให้คณะทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล จากนั้นเวลา 19.00-19.30 น. ถ่ายทอดสดการแสดงการแปลอักษรเฉลิมพระเกียรติด้วยโดรน 300 ลำ ณ ท้องสนามหลวง


 ‘หมอแจ๊ส’ ปิดคลินิกอย่างถาวร
 เรียน คุณอ๊อด เทอร์โบ (ผ่านไปยังผู้ป่วย)

ผมเคยไปรักษาอาการเจ็บเข่าที่คลินิก ‘บิ๊กแจ๊ส’ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘หมอแจ๊ส’ และอาการดีขึ้น และบอกต่อให้คนเจ็บ-คนป่วยไปรักษาโดยเสียค่าไหว้ครูแค่ 19 บาท เรียกว่าค่าบูชาครู

น่าเสียดายเหลือเกินที่หมอแจ๊สประกาศเลิกรักษาผู้ป่วยแล้ว ตามข่าวว่าจะปิดคลินิกหยุดการรักษาผู้ป่วยอย่างถาวร โดยจะรักษาถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2562 เป็นวันสุดท้าย และตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคม จะหยุดโดยไม่มีกำหนด เพื่อความสบายใจของกระทรวงสาธารณสุข หลังจากมีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขบุกเข้าตรวจคลินิกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

‘หมอแจ๊ส’ ได้เปิดรักษาผู้ป่วยมาเป็นระยะเวลานานเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ที่เจ็บป่วยจากระบบไหลเวียนของโลหิต ไม่ได้คิดค่ารักษา
ผมเสียดายที่ที่พึ่งของผู้ป่วย ผู้มีรายได้น้อยต้องหมดไป และฝากถามไปยังรัฐมนตรีสาธารณสุขว่า นี่เป็นเรื่องการเมืองใช่หรือไม่?
สุรัตน์ (สระบุรี)