“นักเลือกตั้ง” ลอยแพ กลุ่ม “แดงหนีภัย” ในลาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359886?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“นักเลือกตั้ง” ลอยแพ กลุ่ม “แดงหนีภัย” ในลาว

วันที่ 23 มกราคม 2562 – 08:55 น.
หาเสียง,จชัยภูมิ,พรรคพลังประชารัฐ,แยม ไฟเย็น,สุรชัย แซ่ด่าน,คนเสื้อแดง,เสื้อแดงในลาว,แดงหนีตาย
เปิดอ่าน 6,242 ครั้ง

ยังคงหนีตายต่อไปสำหรับแนวร่วมแดงฝั่งเพื่อนบ้านที่เหลือ หลังจากที่หลายคนถูกอุ้มหาย หรือ ตายจากไปแล้ว ว่าแต่ จะหนีกันยังไง ยังนึกไม่ออก?

000 หลังรัฐประหาร 2557 ปรากฏว่าคนเสื้อแดงมากกว่า 200 คน หลบหนีคดีความมั่นคงไปตั้งหลักทางฝั่งลาว โดยมี “นักเลือกตั้ง” จากพรรคการเมืองใหญ่ช่วยประสานงานกับ “ผู้ใหญ่” ฝั่งซ้าย สองสามปีผ่านไป พวกเขาเหล่านั้น ก็ทยอยกลับเมืองไทย ยังอยู่ทางฝั่งโน้นไม่ถึง 50 คน ซึ่งใน “กลุ่มผู้หลบภัย” ประมาณ 15 คน ได้จัดรายการวิทยุออนไลน์ กระจายเสียงผ่านช่องยูทูบ แต่แยกเป็น 3 กลุ่ม

000 กลางเดือนธันวาคม 2561 “สุรชัย แซ่ด่าน” ประธานกลุ่มแดงสยาม และสองคนสนิทหายตัวไปจากบ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ห่างจากนครหลวงเวียงจันทน์ 100 กว่ากิโลเมตร ต่อมา มีผู้พบศพ 2 ศพลอยน้ำมาติดฝั่งโขงแถว จ.นครพนม ล่าสุดมีการยืนยันว่า ศพปริศนานั้นคือ “กาสะลอง” (ชาวเชียงใหม่) และ “ภูชนะ (ชาวมุกดาหาร) ที่มีหน้าที่ควบคุมการออกอากาศวิทยุใต้ดินรายการ “ปฏิวัติประเทศไทย” ดำเนินรายการโดย สุรชัย แซ่ด่าน

สุรชัยแซ่ด่าน ถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มไฟเย็น ก่อนหายตัวไป

000 หลังผู้หลบภัยในลาวถูก “อุ้มหาย” เสียชีวิตไป 5 คน “รมย์ชลี สินสืบผล” หรือ “แยม” หนึ่งในสมาชิกกลุ่มไฟเย็น ได้ให้สัมภาษณ์สื่อออนไลน์ รายการ Thai Voice ของ จอม เพชรประดับ ว่ากลุ่มพวกเธอมีประมาณ 10 คน กำลังจะตกเป็น “เป้าหมาย” ในปฏิบัติการอุ้มหายของบางฝ่าย จึงเรียกร้องไปยังยูเอ็น หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ ให้เข้ามาช่วยเหลือเธอและเพื่อนๆ เพื่อให้ได้เดินทางไปยังประเทศที่สาม

รมย์ชลี สินสืบผล

000 4-5 ปีที่ผ่านมา กลุ่มแดงในลาวถูก “นักเลือกตั้ง” ที่ใกล้ชิดคนแดนไกล หว่านล้อมให้ยืนหยัดต่อสู้ต่อไป และอีกไม่นานการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในประเทศไทย จะประสบชัยชนะ แม้แต่ “สุรชัย แซ่ด่าน” ช่วงก่อนที่จะหายตัวไป ก็พูดผ่านรายการปฏิวัติประเทศไทยว่า หลังเลือกตั้งทั่วไป พรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะถล่มทลาย “พวกเราที่อยู่ในลาวจะได้กลับบ้านกันเสียที” ขอให้อดใจรอกันอีกสักนิด

000 ที่สุด “สุรชัย” ก็ไม่ได้กลับบ้าน เหมือนกับ “โกตี๋” ชะตากรรมของ “แดงหลบภัย” ในลาว กำลังรอคอยความหวังสุดท้ายจากองค์กรระหว่างประเทศ ดูเหมือนพวกเขาจะไม่หลงเชื่อ “น้ำคำ” ของนักเลือกตั้งอีกต่อไปแล้ว

000 ตลาดนักเลือกตั้ง พ.ศ.2562 กลายเป็นตลาดของ “นักการเมืองท้องถิ่น” อันเนื่องมาจากกติกาเลือกตั้งสูตร “ปรมาจารย์มีชัย” ทำให้ทุกพรรคต้องเก็บ “คะแนนตกน้ำ” เขตละ 5 พันคะแนน หรือเขตละ 1 หมื่นคะแนน เพื่อนำมารวบรวมให้ได้อย่างน้อย 7-8 หมื่นคะแนน ค่าเฉลี่ย ส.ส.ที่จะได้ 1 คน

000 พรรคใหญ่ป้ายแดงอย่าง พรรคพลังประชารัฐไม่ได้ดูด “อดีต ส.ส.” แบบไม่เลือกหน้า เพราะรู้กันอยู่ว่า นักการเมืองเก่าจำนวนหนึ่ง จัดอยู่ในประเภท “สอบตกซ้ำซาก” ฉะนั้น แกนนำพรรคพลังประชารัฐ จึงหันไปใช้บริการของนักการเมืองท้องถิ่น เหมือนกัน

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นำทีมหาเสียงที่ชัยภูมิ

000 วันก่อน “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน พร้อม “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ยกคณะไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ทั้ง 6 เขต ประกอบด้วย เขต 1 วสันต์ กล้าแท้ เขต 2 เชิงชาย ชาลีรินทร์ ส.อบจ.(เขต อ.จัตุรัส) เขต 3 สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ นายก อบต.ห้วยยายจิ๋ว อ.เทพสถิต เขต 4 สุขสันต์ ชื่นจิตร นายก อบต.เกาะมะนาว อ.บำเหน็จณรงค์ เขต 5 พีระพล ติ้วสุวรรณ อดีตประธานสภา อบจ.ชัยภูมิ และเขตเลือกตั้งที่ 6 อภิสิทธ์ เวียนวิเศษ ส.อบจ. (เขต อ.แก้งคร้อ)

วสันต์ กล้าแท้ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ชัยภูมิ

000 เต็งหนึ่งที่สนามชัยภูมิของพรรคพลังประชารัฐ คือ “วสันต์ กล้าแท้” ลูกชายของ “ปัญญา กล้าแท้” อดีตกำนัน ต.บุ่งคล้า, อดีต ส.อบจ.ชัยภูมิ 2 สมัย และรองประธานสภา อบจ.ชัยภูมิ ก่อนการเลือกตั้งปี 2554 “ปัญญา” ถูกวางตัวให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย แต่กลับไม่ถูกเลือก และปีถัดมา ปัญญาได้ลงสมัครนายก อบจ.ชัยภูมิ ก็พ่ายทีมของน้องชายของสุชน ชาลีเครือ

ชาวชัยภูมินับหมื่นคนมาร่วมเปิดตัว วสันต์ กล้าแท้

000 แม้ ส.จ.ปัญญา จะเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่ “วสันต์” ก็รับสืบทอดมรดกทางการเมือง และหวังจะแจ้งเกิดให้ได้ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ทีมงานของบิดา(ปัญญา)ก็อยู่กันพร้อมหน้า ฐานคะแนนเดิมยังหนาแน่นความเป็น “แดง” ของชัยภูมิกำลังถูกท้าพิสูจน์

000 เป็นข่าวเล็กๆ แต่คนเมืองชากังราวฮือฮา “สุนทร รัตนากร” ยิ้มหน้าบาน เมื่อมีคำสั่งนายกรัฐมนตรีให้สุนทรกลับไปทำหน้าที่นายก อบจ.กำแพงเพชร หลังเจอคำสั่ง คสช. จับไปแขวนอยู่ 3 ปี “สุนทร” เป็นพี่ชายของ “วราเทพ รัตนากร” ผู้มากบารมีเหนือ “ทีมพลังประชารัฐกำแพงเพชร”

สุนทร รัตนากร นายก อบจ.กำแพงเพชร พี่ชาย วราเทพ

000 การเมืองไทยยังหนีไม่พ้น “ระบอบอุปถัมภ์ท้องถิ่น” ตราบใดที่ช่องว่างระหว่างชั้นชนยังถ่างกว้าง ความมั่งคั่งถูกรวบมาอยู่ที่ส่วนกลาง เศษฟางลอยน้ำมา ชาวบ้านผู้หิวโหยก็โผเข้าไปเกาะหนีตายเป็นธรรมดา

ชิงท่าม่วง “กำนันฉอย” ขอล้ม “ส.ส.แมน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359884?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ชิงท่าม่วง “กำนันฉอย” ขอล้ม “ส.ส.แมน”

วันที่ 23 มกราคม 2562 – 08:34 น.
กำนันฉอย
เปิดอ่าน 3,381 ครั้ง

คอลัมน์…  สังเวียนเลือกตั้ง…ช้างชนช้าง

ลุ่มน้ำแม่กลองเดือดปุดๆ เมื่อสนามเลือกเขต 2 ถูกบีบให้เล็กลง เหลือแค่ อ.ท่าม่วง และ อ.ด่านมะขามเตี้ย ส่วนอีก 4 ตำบลในเขต อ.พนมทวน พร้อมอีก 1 ตำบลของ อ.บ่อพลอยหายไป

นัยว่าต้องมีการบันทึกไว้เลยว่า เขต 2 กาญจนบุรี เป็นเขตเลือกตั้งเดียวของประเทศไทย ที่มีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเพียง 142,047 คน

สำหรับการเลือกตั้งหนนี้คู่เอกของเขต 2 อาจกล่าวได้ว่าเป็นศึกคนท่าม่วง-คนบ้านเดียวกัน ระหว่าง “ส.ส.แมน” กับ “กำนันฉอย”

ส่องกล้องมองไปแชมป์เก่า “ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร” ที่เริ่มต้นจากเป็น ส.อบจ.กาญจนบุรี เขต อ.ท่าม่วง โดย “ส.จ.แมน” ขยันทำงานพื้นที่จนกลายเป็นขวัญใจชาวบ้าน และในการเลือกตั้ง 2554 ฉัตรชัยหักปากกาเซียนคว่ำ “เสธ.นิด” พล.ต.ศรชัย มนตริวัต พรรคเพื่อไทย และอดีต ส.ส.หลายสมัย สันทัด จีนาภักดิ์ พรรคภูมิใจไทย

“ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร”

หนุ่มหน้ามนคนหนองขาว จึงกลายเป็น “ส.ส.แมน ผู้แทน..หัวใจประชาชน” เพราะฉัตรพันธ์มีความเสมอต้นเสมอปลาย มีความอ่อนน้อมถ่อมตน และลงพื้นที่พบปะเยี่ยมเยียน เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

การที่ “ส.ส.แมน” จะรักษาแชมป์เอาไว้ได้นั้น คงยากกว่าการได้แชมป์เสียแล้ว เนื่องจากฐานคะแนนนิยมเดิมคือฐานคะแนนพื้นที่ อ.พนมทวน ได้หดหายไปจากการแบ่งเขตพื้นที่เลือกตั้งใหม่ของ กกต.

คู่แข่งที่น่ากลัวของแชมป์เก่าคือ “กำนันฉอย” สมเกียรติ วอนเพียร นายกเทศมนตรีตำบลสำรอง อ.ท่าม่วง

กำนันฉอย มีบทบาทเป็นผู้นำชาวบ้านจากบ้านไม้แดงหูช้าง ต.ตะคร้อ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นกำนัน ก่อนจะขยับเป็นนายกเทศบาลตำบลสำรอง ต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

“สมเกียรติ วอนเพียร”

นอกจากนี้กำนันฉอย หรือนายกฉอย ยังมีธุรกิจมากมายในพื้นที่ท่าม่วง รวมถึงสวนน้ำแห่งแรกในเมืองกาญจน์ ซึ่งแชมป์เก่าจาก ปชป.ต้องเหนื่อยเป็นหลายเท่าแน่

ที่ร่ำลือกันในท่าม่วง กำนันฉอยเพื่อนรักของสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ด้วยเหตุนี้เองที่วงการเมืองในท้องถิ่นต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ส.ส.แมน” เหนื่อยแน่

อย่างไรก็ตามแม่ทัพภาคกลางของปชป. อย่าง “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ประกาศเสียงดังเขต 2 ปชป.ต้องรักษาที่นั่งไว้ให้ได้แน่นอน

ส่วนนักการเมืองหน้าใหม่อีกคนคือ “มนรัตน์ สารภาพ” แห่งค่ายไทยรักษาชาติ ซึ่งคนเมืองกาญจน์รู้จักดี เพราะเธอเป็นเจ้าของ “ไร่คุณมน”  หรือศูนย์การเรียนรู้ภูมิปัญญาไทยไร่คุณมน และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร โดยไร่คุณมนตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี

“มนรัตน์ สารภาพ”

“มนรัตน์” เป็นคู่ชีวิตของ “เสธ.มะ” พล.ท.มะ โพธิ์งาม อดีตส.ส.กาญจนบุรี และเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของทักษิณ เดิมทีมีข่าวว่า มนรัตน์จะลงสมัคร ส.ส.เขต 4 (อ.บ่อพลอย) แต่ “กำนันหยุน” ส่งคนสนิทลงสนามในนามไทยรักษาชาติ เธอจึงต้องย้ายมาเขต 2

สรุปคู่เอกของท่าม่วงก็ต้องยกให้ “ส.ส.แมน” กับ “กำนันฉอย” วัดกำลัง วัดบารมี วัดสีเสื้อกัน และต้องรอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

เราคือพรรคใหม่ที่จะไม่เดินตามรอยบางพรรคในอดีต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359747?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เราคือพรรคใหม่ที่จะไม่เดินตามรอยบางพรรคในอดีต

วันที่ 22 มกราคม 2562 – 10:36 น.
ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,พรรคพลังประชารัฐ,พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
เปิดอ่าน 302 ครั้ง

โดย…  ทีมข่าวการเมือง

ไม่กี่นาทีข้างหน้าสังคมจะรับรู้เเล้วว่าการเลือกตั้งจะมีวันใดเเละตอนนั้นหลากพรรคคงจะมีสารพันกิจกรรมที่ป่าวประกาศสู่สังคมให้รับฟังก่อนตัดสินใจหย่อนบัตรว่าจะไว้วางใจให้ใครเเละพรรคใดไปเป็นผู้เเทนราษฎร

“พลังประชารัฐ” คือพรรคน้องใหม่ที่หลายฝ่ายจับตาว่าพรรคนี้จะเป็นพรรคเฉพาะกิจที่เกิดขึ้นเเละตั้งอยู่เพื่อภารกิจเเบบเฉพาะกิจของคสช.เเละลุงตู่หรือไม่….เพราะหลากปัจจัยที่บังเกิดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

คำตอบนี้คือ “พลังประชารัฐไม่ได้มาเฉพาะกิจ ไม่ได้มาเล่นๆ ตั้งใจจะอยู่นาน จะเป็นขวัญใจพี่น้องประชาชน เป็นที่พึ่ง ส.ก. ส.ข. ผู้ว่าฯ กทม. เราก็จะส่ง” เเละ ”ที่เคยระบุว่า พรรคจะได้ส.ส.ทั้งประเทศ 150 ที่นั่งนั้น เราจะทำให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยืนยันจะสู้เพื่อให้ได้ส.ส.เกิน 150 ที่นั่งให้ได้ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลและเป็นทางเลือกให้ประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้คัดสรรรายชื่อว่าที่ผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตพรรคครบ 350 เขตแล้ว รวมถึงว่าที่ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 150 คน” กอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวไว้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาในการเปิดตัวผูสมัครส.ส.เขตหลักสี่เเละจตุจักร กทม.

“พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์” กรรมการบริหารพรรคพปชร. กล่าวในเวทีเดียวกันว่า “ประเทศไทยต้องได้ผู้นำที่กล้าตัดสินใจ เข้มแข็ง และกล้าลงมือทำ และเชื่อว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์นี้ จะเปิดชื่อนายกฯ ของพรรค ประชาชนได้เฮทั้งประเทศ เพราะจะเป็นผู้นำที่เด็ดขาด เข้มแข็งและพร้อมที่จะนำประเทศไทยได้ พร้อมขอให้ประชาชนคิดดีๆ เลือกผู้นำที่กล้าตัดสินใจ แต่ที่พูดไม่ได้บอกว่าใครดี แต่ขอให้ประชาชนคิดเอง ไม่ได้บอกว่าแนวคิดของรัฐบาลนี้ดี แต่ภาวะผู้นำเป็นสิ่งสำคัญ….”

ตรงนี้ถอดความได้เบื้องต้นเเล้วว่าพปชร.ในฐานะพรรคน้องใหม่บนเวทีการเมืองหวังที่จะปักธงส.ส.ให้ได้เพื่อหวังเป็นเเกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ผ่านการเลือกตั้งเเละหวังล้มพรรคเพื่อไทยเเละประชาธิปัตย์ในฐานะเเชมป์เเละรองเเชมป์เก่าให้ได้

ภาพรวมทั้งหมดนั้น “ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ” รองหัวหน้าพรรค ให้สัมภาษณ์จังหวะของพปชร.วันนี้ว่า “ภาพรวมทั้งประเทศตอนนี้พรรคมีคะเเนนนิยมที่ดีขึ้นตามลำดับ เราทำงานมาหลายเดือนคะเเนนนิยมที่ชาวบ้านรู้จักทั่วประเทศ เช่น กลาง ใต้เเละกทม. โดยเฉพาะภาคเหนือเเละอีสาน ที่เป็นสองสนามในตัวเเปรการตัดสินว่าพรรคใดจะชนะเเละได้เป็นเเกนนำตั้งรัฐบาล

พรรคเน้นส่งอดีตส.ส.ที่มีคุณภาพเเละคนหน้าใหม่ที่ตั้งใจทำงานลงสมัคร ย้ำเช่นเดิมว่าพรรคนี้มิใช่พรรคเฉพาะกิจ เราคือพรรคใหม่ที่จะไม่เดินตามรอยบางพรรคในอดีต (พรรคสามัคคีธรรมที่เกิดขึ้นในช่วงรสช.) เราตั้งพรรคนี้ขึ้นมาเพื่อยืนระยะยาวให้เป็นทางเลือกแก่สังคม

การรวมตัวของอดีตส.ส.จากหลายพรรคมาที่่พปชร.นั้น อดีตส.ส.เหล่านี้เข้าใจหลักการบริหารพื้นที่ ส่วนคนหน้าใหม่ก็เป็นคนที่มีความสามารถเเละเข้าใจชาวบ้านที่เชื่อว่าจะได้รับโอกาสด้วย เราทำงานเเบบทีมเวิร์กเเละเน้นระบบ

“ผมอยู่ในเเวดวงการเลือกตั้งมาสิบปีตั้งเเต่ส.ข. ส.ก. ส.ส.เเละผู้ว่าฯ กทม. จึงเข้าใจสถานการณ์ของพรรคในยามนี้ สิบปีก่อนที่ผมลงสมัครส.ส.กทม. ตอนนั้นมีคนหน้าใหม่ลงสมัครเยอะเเละได้รับโอกาส เเต่คราวนี้ผมเชื่อว่าพปชร.คือพรรคใหม่เเละคนหน้าใหม่กว่าครั้งที่ผมลงสมัคร ตรงนี้เชื่อว่าโอกาสของพปชร.จะมากกว่าครั้งที่ผมลงสมัคร พื้นที่กทม.นั้นเราส่งครบสามสิบเขตมีทั้งอดีตส.ก.ที่มีผลงาน เช่น ดอนเมือง ลาดพร้าว พระนคร คลองเตย เเละคนหน้าใหม่ที่มีความสามารถเชื่อว่าพรรคจะปักธงในสนามกทม.ได้ โดยตั้งเป้าห้าถึงสิบคน เชื่อว่าตรงนี้พรรคมีโอกาส”

คนหน้าใหม่ที่พรรคส่งลงสมัครก็มีฐานจากผู้นำชุมชนในเขตนั้นๆ ให้การสนับสนุนเราเน้นลงพื้นที่เเละใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กช่วยหาเสียงเเละเเนะนำตัวที่จะมีโอกาสถึงตัวประชาชนมากขึ้น

“เลือกตั้งครั้งนี้ทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครต่างคาดหวังเเละเเข่งขันสูงเพราะหวังทุกคะเเนนเสียงในพื้นที่นั้นๆ เเต่ผมมั่นใจว่าเมื่อใกล้การเลือกตั้งพรรคจะเน้นการสื่อสารกับประชาชนให้ทราบถึงเเนวนโยบายพรรคเเละว่าที่นายกฯ ของพรรคที่จะประกาศออกไป ตรงนี้ชาวบ้านจะพิจารณาความพร้อมของพรรคที่มากกว่าการตัดสินใจเลือกผู้สมัครส.ส.ในเขตนั้นๆ ด้วยซ้ำ ตรงนี้มั่นใจว่าชาวบ้านจะให้โอกาสพปชร.”

ณัฎฐพล กล่าวอีกว่า วันนี้เข้าใจว่าชาวบ้านเข้าใจบริบทการเมืองที่่ผ่านมาเเละวันนี้หวังให้พรรคก้าวข้ามความขัดเเย้งเเละเเก้ปัญหาการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงเเค่การเลือกจำนวนส.ส.ของเเต่ละพรรคที่จะได้มาเท่านั้น เเต่มันคือการตัดสินอนาคตของประเทศว่าจะเลือกพรรคที่สานต่อนโยบายที่ดีของรัฐบาล จะโละสิ่งไม่ดีออกไป หรือจะยอมกลับไปสู่ความขัดเเย้งทางการเมืองในอดีตดั่งเช่นที่ผ่านมา

“การเมืองครั้งนี้เเสดงให้เห็นว่าคนหน้าใหม่จำนวนมากไม่กลัวการเมือง ขออาสามาใช้ความคิดเเละลงทุนทำงานเพื่อสังคมให้ข้ามสิ่งที่ผ่านมาในอดีต เพราะคิดว่าสังคมให้โอกาส”

       0ช่วงที่ผ่านมาภาพมุมลบของพรรคที่ปรากฏค่อนข้างเยอะกว่าภาพมุมบวก?
“ผมกลับมองว่ามันคือความท้าทายของพรรคใหม่นะ พรรคกำลังสร้างเวทีใหม่บนการเมือง เป็นเรื่องธรรมดาที่ขั้วตรงข้ามหวังน็อกเอาท์พวกเรา หากไม่มีข่าวมุมลบกับพปชร.ตรงนี้สิน่ากลัว เพราะเเสดงว่าไม่มีใครสนใจพวกเรา (ยิ้ม) คู่เเข่งไม่ได้มองเราในสายตาเลย ไม่คาดเลยว่าหลายพรรคจะจ้องพวกเราเเบบนี้เเละห่วงพรรคนี้ (ยิ้ม) หากพรรคนี้ไม่มีศักยภาพ เเบบนี้เเสดงว่าพปชร.มีศักยภาพ หลายพรรคจับตาความเคลื่อนไหวของพปชร.เพราะมองว่าพปชร.จะดึงคะเเนนในหลายพื้นที่ไว้ได้จึงจ้องตัดกำลังตรงนี้พวกเรามองออกเเละวางเเผนไว้เเล้ว”

          0โพลล์หลายสำนักระบุว่าหลายคนตัดสินใจเลือกบางพรรคเเล้วเเละกระเเสตอบรับพชปร.ยังอยู่ในระดับที่ไม่กระเตื้องนัก?
“ตอนนี้พบว่าคนไทยยังไม่ตัดสินใจว่าเลือกตั้งครั้งนี้จะเลือกพรรคใดเเละเลือกใครเป็นนายกฯ อีกกว่าครึ่งหนึ่ง ตรงนี้ทำให้พปชร.หวังว่าพวกเราจะขึ้นเเท่นอันดับหนึ่งให้ได้ เเม้บางคนไม่พอใจเเกนนำรัฐบาลเเละคสช.ที่บางคนโยงว่าเชื่อมโยงกับพชปร.นั้น หากลองมองดีๆ รัฐบาลนี้ทำสิ่งดีๆ ไว้มากกว่าหลายรัฐบาลนะ พรรคใหม่ๆ อย่าง พปชร. ที่เกิดขึ้นมาก็มาสานต่อสิ่งดีๆ ที่รัฐบาลนี้สร้างไว้”

          0การดึงอดีตส.ส.หลายพรรคมาร่วมงานเสมือนพรรคออร์เคสตราที่นักดนตรีต่างคนต่างมาจากหลายทิศ เวลาเล่นในวงเดียวกัน ท่วงทำนองในบทเพลงเดียวกันเเต่ต่างไปคนละโทนเวลาที่เสนอนโยบายออกไปสู่สังคม?
“มันคือเสน่ห์ของพรรค (ยิ้ม) ที่อดีตส.ส.เเละว่าที่ผู้สมัครที่เสนอไอเดียต่อสังคม ผมมองว่าพวกเขามองมุมบวกเเละมองปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นควรมีวิธีเเก้ไขอย่างไรจึงเสนอต่อสังคม เช่นการเสนอใช้โดรนพ่นน้ำดับฝุ่นควัน หลายคนมองว่าเพ้อฝัน เเต่หลายประเทศใช้วิธีนี้กันเเล้ว เเต่คนไทยบางคนไม่คุ้นกับสิ่งเหล่านี้ จึงมองว่าไอเดียที่ผู้สมัครส.ส.พปชร.เสนอออกไปมันผิดฝาผิดตัว ย้ำว่าไอเดียของสมาชิกในพรรคนั้น ของเเบบนี้ไม่มีผิดไม่มีถูกนะ ทุกคนขายไอเดียต่อสังคมได้เพราะมองว่ามีความตั้งใจมองเห็นวิธีเเก้ปัญหาที่เกิดประโยชน์ต่อสังคมในภาพรวม เเต่นโยบายทั้งหมดขึ้นอยู่ที่ผู้บริหารพรรคจะตัดสินเเละเสนอออกสู่สังคม ผมเชื่อว่าเร็วๆ นี้ เมื่อพรรคประกาศนโยบายพรรคเเละรายชื่อผู้สมัครส.ส.ที่จะใช้หาเสียงออกมา รับรองว่าสังคมจะสนใจเเละไม่ถูกควบคุมหรือกำหนดด้วยคนเพียงคนเดียว”

          0ข่าวมุมลบอีกเรื่องหนึ่งคือการระดมทุนพรรคที่หลายฝ่ายติดตามความโปร่งใส?
“ไม่กังวล เราเป็นพรรคใหม่ที่ทุกฝ่ายจ้องมอง เราต้องทำให้ถูกกติกาทุกเรื่อง ย้ำเงินระดมทุนเเละเงินบริจาคที่่พรรคได้รับมานั้นถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้พปชร.คือเป้าสายตา ประสบการณ์สอนพวกเราในพรรคให้ทำตามกติกาเเละระวังสิ่งสุ่มเสี่ยง”

“ขวัญชัย” กลืนเลือด เพื่อไทยทิ้ง “อาภรณ์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359742?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ขวัญชัย” กลืนเลือด เพื่อไทยทิ้ง “อาภรณ์”

วันที่ 22 มกราคม 2562 – 09:50 น.
ขวัญชัย ไพรพนา,คนเสื้อแดง,แกนนำคนเสื้อแดง,เขต 4 อุดรธานี,เลือกตั้ง 2562,พรรคเพื่อไทย,นายใหญ่,สายตรงนายใหญ่
เปิดอ่าน 19,665 ครั้ง

จริงหรือที่มีใบสั่ง “คนแดนไกล” วางกติกาไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงแข่งขันกันเอง จนแดงเลือดข้นอย่าง ขวัญชัย แทบเบรกไม่ทันอยู่แถวๆ เขต 4 อุดรธานี!

          000 การสร้างภาพ “สุดารัตน์–ชัชชาติ” ไปหาเสียงในภาคอีสาน คล้ายจะเกิดสถานการณ์ “กระแสสูง” เหมือนสมัยยิ่งลักษณ์ แต่หากส่องลึกเข้าไปในพื้นที่ก็จะพบ “รอยร้าวลึกๆ” ระหว่าง “คนเพื่อไทย” ด้วยกันเอง อันเนื่องจากการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่มีการทับซ้อนกันในหลายพื้นที่ 

          000 ด้วยเหตุจากใบสั่ง “คนแดนไกล” ที่วางกติกาให้ “ผู้ใหญ่” ของพรรคเครือข่ายตระกูลชิน ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงแข่งขันกันเอง ยิ่งทำให้เกิดข้อขัดแย้งและเป็นเหตุให้อดีต ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์หลายคน จำต้องย้ายไปสังกัดพรรคอื่น 

          000 หลังออกจากเรือนจำ “ขวัญชัย ไพรพนา” ประธานชมรมคนรักอุดรฯ แถลงชัดเจนขอเป็นกองเชียร์หนุนภรรยา “อาภรณ์ สาราคำ” อดีต ส.ว.อุดรธานี ลงสมัคร ส.ส.เขต ในสีเสื้อพรรคเพื่อไทย แต่กลับมีข่าวร้ายก่อนวันสิ้นปี เมื่อกรรมการคัดสรรผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่เอาภรรยา “ขวัญชัย” และมีมติเลือก “พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์” อดีตส.ส.อุดรฯ เป็นตัวแทนพรรคในเขต 4 (อ.เมืองอุดรธานี เฉพาะบางตำบล อ.หนองหาน และ อ.ประจักษ์ศิลปาคม)

ขวัญชัย-อาภรณ์ สาราคำ

          000 เมื่อทราบมติพรรค “ขวัญชัย” แจ้งให้ทีมงานชมรมคนรักอุดรฯ อยู่ในความสงบ เคารพมติพรรค ซึ่งในงานเลี้ยงปีใหม่ภายในอาณาจักรแดงอุดรฯ ที่บ้านหนองลีหู ขวัญชัยสุขุมมากขึ้น ไม่เหลือภาพขุนพลคนเสื้อแดงผู้แข็งกร้าว ผู้เคยประกาศ “อุดรธานีเป็นเมืองหลวงคนเสื้อแดง” ชีวิตในเรือนจำคงให้ข้อคิดอะไรมากมายแก่อดีตโฆษกวิทยุขายครีมแก้สิวฝ้า 

           000 ฝ่ายผู้ที่ได้รับเลือกเป็นผู้สมัครส.ส.เขต 4 อุดรธานีของพรรคเพื่อไทย เป็นคนสุดท้าย “พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์” ได้จัดงานบวงสรวงใหญ่เอาฤกษ์เอาชัยที่บ้านหนองขาม ถนนนิตโย สายอุดรธานี–สกลนคร นัยว่าวันดังกล่าวเป็นวันคล้ายวันเสด็จมายังโลกมนุษย์ของ ท่านท้าวสุเทวมหาพรหม (เจ้าปู่จง) ซึ่งอดีต ส.ส.เสื้อแดง “สุรทิน” นับถือเจ้าปู่จงมาประมาณ 20 ปี

พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ อดีต ส.ส.อุดรธานี

          000 ไม่ใช่พรรคของมุสลิมมลายู “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” หัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” เลขาธิการพรรค จึงลุยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภาคอีสาน ที่ขอนแก่น เมื่อวันก่อน โดยมี “พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ” อดีตผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) เป็นแม่ทัพอีสาน

          000 อย่างที่รู้กัน “พล.ต.ท.ไพฑูรย์” เป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.29 ของ “พล.อ.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว“ รมว.แรงงาน มาตั้งแต่สมัยปราบคอมมิวนิสต์อีสาน ผู้กองหนุ่ม “อดุลย์–ไพฑูรย์” ประจำการที่ บก.ยุทธวิธี อ.นาแก จ.นครพนม ปักหลักต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์จนได้ประดับเหรียญตรากล้าหาญ 

พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แกนนำพรรคประชาชาติ

           000 ตีฆ้องร้องป่าวไปแล้ว กอบศักดิ์ ภูตระกูล สวมหมวกโฆษกพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จ.ปทุมธานี ทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะเขต 2 “หมวย–ประเสริฐศรี ฮ้อแสงชัย” ขอลงสนามอีกครั้ง หลัง “สอบตก” ในสีเสื้อพรรคมหาชน และพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว 

ประเสริฐศรี ฮ้อแสงชัย พรรคพลังประชารัฐ 

          000 ตระกูล “ฮ้อแสงชัย” เจ้าของโรงสีฮ้อนำผลวัฒนา อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ตอนหลังได้ต่อยอดทำธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีต รับเหมาก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ความมั่งคั่งไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าตระกูล “หาญสวัสดิ์” แต่ในทางการเมืองนั้นยังไม่ประสบความสำเร็จเลย

สุเมธ ฤทธาคนี อดีต ส.ส. ปทุมธานี

           000 เป็นผู้แทนเมืองปทุมธานีมาแต่สมัยพรรคไทยรักไทย “สุเมธ ฤทธาคนี” คิดอะไรไม่ทราบไปลาออกจากส.ส. ลงสมัครนายก อบจ.ปทุมธานี ในนามเพื่อไทย พ่าย “ชาญ พวงเพ็ชร์” ชนิดไม่ได้ลุ้น ทำเอา “ทักษิณ” โกรธมาก จนสุเมธต้องลาออกจากเพื่อไทย วันนี้ขอกลับมาลงสมัครส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ เขต 6 ปทุมธานี

ชาญ พวงเพ็ชร์ นายกฯ อบจ.ปทุมธานี

          000 สนามเลือกตั้งปทุมธานี พรรคเพื่อไทยชนะ “ยกจังหวัด” มาหลายสมัย คราวนี้ “ชาญ พวงเพ็ชร์” นายก อบจ.ปทุมธานี ในฐานะแม่ทัพภูมิใจไทย ขอแก้มือใหม่ คัดสรรผู้สมัคร ส.ส.เขตครบ 6 เขตแล้ว หวังว่าศึกเลือกตั้ง 2562 “ดาวรุ่ง” ค่ายสีน้ำเงินคงได้แจ้งเกิดสักสองสามเขต 

“โกงกระจาย” เหตุ”สังคมไทย”ไร้เสรีภาพตรวจสอบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359739?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“โกงกระจาย” เหตุ”สังคมไทย”ไร้เสรีภาพตรวจสอบ

วันที่ 22 มกราคม 2562 – 09:07 น.
ทุจริต,คอร์รัปชั่น,ตรวจสอบ,สังคมไทย
เปิดอ่าน 975 ครั้ง

โดย…  ขนิษฐา เทพจร สำนักข่าวเนชั่น

เมื่อสภาพการเมืองไทย ถูกสังคมตีโจทย์ให้ “ติบลบ” เพราะภาพ “การทุจริต คอร์รัปชั่น” ไม่ว่าจะเกิดจากภาพใหญ่ ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ “รัฐบาล” ซึ่งส่งต่อถึงหน่วยย่อย คือ “หน่วยงานราชการ-กลไกของรัฐ”

คำถามใหญ่ที่เกิดขึ้น คือ “การเมืองจะกู้ภาพ ปรับให้เป็นบวก” ได้อย่างไร และยิ่งในภาวะเปลี่ยนผ่าน ด้วยกระบวนการ “เลือกตั้ง” สิ่งที่สังคมคาดหวังมากที่สุด ผ่านผลสำรวจความคิดเห็นจากหลายสำนัก จึงหนีไม่พ้น การได้ “ผู้นำการเมือง-ผู้นำรัฐบาล” ที่ดี เข้ามาบริหารบ้านเมือง และเป็นหลักของการกำจัดกลไกที่แก้ปัญหาทุจริตได้

ก่อนจะถึง “วันเลือกตั้ง” ที่เป็นกลไกนำไปสู่การได้ผู้นำที่ดี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย และศูนย์วิจัยความเหลื่อมล้ำและนโยบาย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีเสวนา ตั้งโจทย์-ตอบอนาคต : วาระการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ครั้งที่ 3″ เพื่อถกถึงแนวทาง การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในสังคมไทย ผ่านมุมสะท้อนของความคิด จาก 3 นักวิชาการ

“แนวทางปลูกฝัง คุณธรรม-จริยธรรม ไม่มีทางแก้โกงได้ ยกเว้นการเปลี่ยน “ทัศนคติและมุมมองของประชาชน” ที่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับตัวเอง เมื่อมีการโกงเกิดขึ้นแต่ละครั้ง”

“บรรยง พงษ์พานิช”

          – บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร
“ผมแน่ใจว่า การคอร์รัปชั่น ในยุครัฐบาล “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” (คสช.) ไม่ลดลง เช่นเดียวกับรัฐบาลยุคที่ผ่านมา การคอร์รัปชั่นไม่ลดลงเช่นกัน และผมเชื่อว่าหลังการเลือกตั้ง คอร์รัปชั่นไม่ลดลงจากปัจจุบันที่เป็นอยู่”

เหตุผลที่ “โกง” ไม่ลดลง ระบบการโกงขึ้นอยู่กับฝ่ายผู้มีอำนาจ ผ่านกลไกพวกพ้อง การเอื้อให้โกง จากระเบียบของรัฐที่เปิดช่อง, เปิดช่องให้ “เอกชน” ซื้อหรือจ่ายเงินเพื่อแลกกับความได้เปรียบจากการเข้าประมูลงานหน่วยงานรัฐ

ขณะเดียวกันกระบวนการคอร์รัปชั่นในประเทศไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และปรับรูปแบบจากเดิมมีโครงการก่อนโกง กลายเป็น คิดกระบวนการโกงก่อน แล้วจึงตั้งโครงการ เช่น โครงการเรือเหาะ, ซื้อรถถังที่ตกรุ่น ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ แต่มีกลุ่มที่ต้องการขายสินค้า กรณีดังกล่าวถือว่าสร้างความเสียหายให้แก่ประเทศอย่างสูง

ส่วนแนวทางแก้ไข เชื่อว่าใช้แนวทางปลูกฝังคุณธรรม-จริยธรรม ไม่มีทางทำได้ ยกเว้นการเปลี่ยน “ทัศนคติและมุมมองของประชาชน” ที่คำนึงถึงผลเสียหายที่เกิดกับตัวเอง เมื่อมีการโกงเกิดขึ้นแต่ละครั้ง

“ในภาวะที่ “สังคมไร้เสรีภาพด้านการตรวจสอบ” ทำให้อัตราการเกิดทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไม่ลดลง”

“วันชัย จันติวิทยาพิทักษ์”

 – วันชัย จันติวิทยาพิทักษ์ บรรณาธิการที่ปรึกษานิตยสารสารคดี
“การตรวจสอบคือ กลไกสูงสุดของการขจัดคอร์รัปชั่น ที่ผ่านมาในบรรยากาศของบ้านเมืองที่เป็นประชาธิปไตย องค์กรอิสระ, สื่อมวลชน และภาคประชาสังคมมีบทบาทสูง เกิดการตรวจสอบที่เข้มแข็ง แต่ปัจจุบันบทบาทขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันทั้ง 6 แห่ง ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มาจากการแต่งตั้งเลือก แม้องค์กรอิสระตรวจสอบดูเหมือนมีการตรวจสอบฝ่ายการเมือง แต่ไม่ครอบคลุมทุกฝ่าย เหมือนกับว่าถูกแทรกแซง ผมถือว่าเป็นความฉลาดของรัฐบาลชุดปัจจุบัน”

สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ “ประเด็นการตรวจสอบทุจริต” ที่ขาดประสิทธิภาพนั้น “วันชัย” ​ตั้งข้อสังเกตโดยยกเหตุของการใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปลดและให้ข้าราชการหยุดปฏิบัติหน้าที่ ถึง 403 คน เพราะสงสัยว่า “จะทุจริต”

นอกจากนั้นสิ่งที่หลายฝ่ายคาดหวังว่าการทุจริตจะแก้ไขได้หลังการรัฐประหาร แต่สิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นและสังคมทราบได้ คือ แนวโน้มไม่ได้ลดลง

ขณะที่บทบาทของ “สื่อมวลชน” ถูกจำกัดภายใต้คำสั่งตามมาตรา 44 ห้ามทำหน้าที่รายงานข้อมูลที่เป็นเท็จ กระทบความมั่นคง ด้วยคำนิยามที่ตีความได้กว้างขวาง ทำให้สื่อมวลชนต้องทำงานภายใต้ความปลอดภัยต่อสถานภาพของตนเอง เพราะไม่อยากมีปัญหากับรัฐบาล หรือถูกหน่วยงานรัฐที่กำกับการทำหน้าที่ เรียกไปชี้แจงกรณีนำเสนอข่าวที่กระทบผู้มีอำนาจ

ดังนั้นในภาวะที่ “สังคมที่ไร้เสรีภาพด้านการตรวจสอบ” ทำให้อัตราการเกิดทุจริต คอร์รัปชั่นในประเทศไม่ลดลง

“หากให้ประชาธิปไตยทำงาน จะทำให้การตรวจสอบทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากภาคประชาชนและฝ่ายการเมืองจะร่วมตรวจสอบกันเอง”

“ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ”

 – ผศ.ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
“คอร์รัปชั่น มีความสัมพันธ์กับความเป็นประชาธิปไตย กล่าวคือ ในภาวะที่เข้าสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตย ไม่ใช่จังหวะของการต่อสู้คอร์รัปชั่นที่ดี แต่หากให้ประชาธิปไตยทำงาน จะทำให้การตรวจสอบทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากภาคประชาชนและฝ่ายการเมืองจะร่วมตรวจสอบกันเอง”

ทั้งนี้ มีตัวอย่างจากต่างประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ แม้จะบริหารผ่านรัฐบาลพรรคเดียว หรืออำนาจนิยม แต่ดัชนีคอร์รัปชั่นมีน้อย เนื่องจากรัฐบาลหรือพรรครัฐบาล ไม่ปล่อยให้เกิดคอร์รัปชั่นขึ้น เพราะจะกระทบต่อความน่าเชื่อถือ ที่จะสะเทือนถึงการกลับคืนสู่อำนาจ หลังการเลือกตั้ง ที่ให้ประชาชนมีสิทธิตัดสินใจว่า จะเลือกเข้าทำหน้าที่ในสมัยต่อไปหรือไม่​

ขณะที่ระบบราชการของสิงคโปร์ มีประสิทธิภาพ วางระบบตรวจสอบภายในที่ดี ดังนั้นหากประเทศไทยจะทำให้เหมือนประเทศสิงคโปร์​ นอกจากจะใช้การแก้ปัญหาทุจริตให้ได้แล้ว ต้องปรับระบบราชการด้วย

“สังคมไทย กับการแก้คอร์รัปชั่นต้องเปลี่ยนทัศนคติให้ได้ ก่อนออกแบบกลไกการเมืองหรือกฎหมายเพื่อแก้คอร์รัปชั่น ไม่ใช่เชื่อว่าการมีรัฐบาลที่มีอำนาจเท่านั้นจะเป็นช่องทางการลดคอร์รัปชั่น เพราะประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เห็นชัดเจนว่าผู้มีอำนาจที่ทุบโต๊ะแก้คอร์รัปชั่น ผลลัพธ์คือการปกป้องพวกพ้องของตนเองเท่านั้น”

ขณะที่หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้ “อ.ประจักษ์”​ ชี้ว่า ต้องส่งเสริมกระบวนการประชาธิปไตย การตรวจสอบต้องแบบมีส่วนร่วม ขณะที่ภาครัฐต้องมีกระบวนการตรวจสอบ ถ่วงดุล และยอมรับต่อการตรวจสอบ ขณะที่การขับเคลื่อนขององค์กรที่ต่อต้านคอร์รัปชั่นต้องขับเคลื่อนทั้งประเด็น ความเป็นประชาธิปไตย-ต้านคอร์รัปชั่น เพื่อให้เกิดพลังร่วม ไม่ใช่ขับเคลื่อนเรื่องต้านคอร์รัปชั่น แต่กลับไม่ส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตย

ศึกขอบกรุง “ปุ้มปุ้ย” ฝ่าพงหนาม 2 ตระกูลดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359738?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกขอบกรุง “ปุ้มปุ้ย” ฝ่าพงหนาม 2 ตระกูลดัง

วันที่ 22 มกราคม 2562 – 08:52 น.
พรรคพลังประชารัฐ,สนามเลือกตั้งฝั่งธนฯ,เสี่ยตั้น,ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,ปุ้มปุ้ย,นพสรัญ วรรณศิริกุล,เพื่อไทย,ไกรเสริม โตทับเที่ยง,พรรคไทยรักษาชาติ
เปิดอ่าน 3,880 ครั้ง

คอลัมน์…  สังเวียนเลือกตั้ง…ช้างชนช้าง

สนามเลือกตั้งฝั่งธนฯ ที่สนุกสูสีคือ เขตเลือกตั้งที่ 24 เขตราษฎร์บูรณะ และเขตทุ่งครุ โดยพรรคพลังประชารัฐก็แอบหวังลึกๆ ว่าจะเบียดแทรกกระแสปชป. และกระแสทักษิณเข้าวินได้

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา “เสี่ยตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และอดีตส.ส.กทม. เขตทุ่งครุ-ราษฎร์บูรณะ เปิดตัว “ไกรเสริม โตทับเที่ยง” เลือดใหม่ทางการเมือง และทายาทรุ่นที่ 2 ของเจ้าของบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) ภายใต้แบรนด์ “ปุ้มปุ้ย”

ว่ากันประสาคอการเมือง เขตเลือกตั้งชายขอบเมืองหลวงแห่งนี้ หากทายาท “ปุ้มปุ้ย” ลงสนามโดยไม่มี “เสี่ยตั้น” เป็นพี่เลี้ยง รับประกันว่า ไม่มีราคาในสนามต่อรองแน่

“ไกรเสริม โตทับเที่ยง”  พรรคพลังประชารัฐ 

นับแต่การเลือกตั้ง 2550 “เสี่ยตั้น” มาลุยสนามเขตนี้ครั้งแรก แต่พ่ายเจ้าถิ่น “ผู้ใหญ่เล็ก” สุวัฒน์ วรรณศิริกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ต่อมามีเลือกตั้งซ่อม 2552 เสี่ยตั้นเอาชนะ จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยไปขาดลอย

เลือกตั้ง 2554 “เสี่ยตั้น ณัฏฐพล” วัดฝีมือกับลูกสาวผู้ใหญ่เล็ก “นพสรัญ วรรณศิริกุล” ค่ายเพื่อไทย ปรากฏว่าเอาชนะไปได้ฉิวเฉียด

ด้วยเหตุนี้คนหนุ่มรุ่นใหม่อย่าง ไกรเสริม โตทับเที่ยง จึงถูกเลือกให้ลงสนามกรุงเทพฯ ในพื้นที่เดิมของเสี่ยตั้น

“ไกรเสริม” เป็นผู้บริหารบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) และยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและผู้สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมไทย ทั้งดิลิเชียส คัมพานี ลิมิเท็ด และไทย ฟู้ด ควอลิตี้ คัมพานี ลิมิเท็ด

สำหรับคู่แข่ง “นพสรัญ วรรณศิริกุล” เป็นลูกสาวของผู้ใหญ่เล็ก-สุวัฒน์ วรรณศิริกุล โดยเพิ่งยืนยันผ่านเฟซบุ๊กว่าจะลงสนามเลือกตั้งครั้งใหม่ในสีเสื้อพรรคไทยรักษาชาติ

“นพสรัญ วรรณศิริกุล”  พรรคไทยรักษาชาติ 

“ผู้ใหญ่เล็ก-สุวัฒน์” เคยเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 7 ต.บางปะกอก อ.ราษฎร์บูรณะ จ.ธนบุรี เป็นเวลา 27 ปี จากนั้นผู้ใหญ่เล็กจึงลงเล่นการเมืองระดับชาติและเป็นผู้แทนฯ มาตลอด ตั้งแต่สมัยอยู่ในพรรคประชากรไทย ไทยรักไทย และพลังประชาชน

หลังผู้ใหญ่เล็กเสียชีวิต ลูกสาว “นพสรัญ” ที่เป็น ส.ก.เขตราษฎร์บูรณะ ก็ลงเล่นสนามใหญ่แทน แม้จะพ่ายแพ้แก่เสี่ยตั้น ก็ลงพื้นที่โดยตลอด พร้อมทำศึกเลือกตั้ง

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ที่สูญเสียเสี่ยตั้นไป ก็ตัดสินใจส่ง “สาทร ม่วงศิริ” อดีต ส.ก.เขตบางขุนเทียน ข้ามฟากมาลงสนามเขต 24

แม้ตระกูลม่วงศิิริจะมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งอยู่ในเขตบางขุนเทียน และเขตบางบอน แต่ไม่น่ามีปัญหา เพราะเลือกตั้ง 2550 เป็นการเลือกตั้งเขตใหญ่ ส.ส. 3 คน เขตราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ บางขุนเทียน และบางบอน กลายเป็นเขต 10 สากล ม่วงศิริ ก็ได้รับเลือกตั้งเป็น 1 ใน 3 ส.ส.เขตนั้น

จริงๆ แล้ว “เสี่ยตั้น ณัฐพล” อดีต ผอ.พรรคประชาธิปัตย์ ก็สนิทสนมกับตระกูล “ม่วงศิริ” แต่เมื่อคนละพรรคก็ต้องพิสูจน์ฝีมือ

“สาทร ม่วงศิริ”  พรรคประชาธิปัตย์

ศึกเลือกตั้งหนนี้ตระกูล “ม่วงศิริ” ส่งคนในบ้านลงสนาม 3 คนคือ เขต 24 สาทร ม่วงศิริ เขต 25 สากล ม่วงศิริ และเขต 26 นพ.สามารถ ม่วงศิริ

รอชมการวัดพลังและบารมี ระหว่าง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ กับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาฯ ปชป. ผู้อาสาดูแลตระกูลม่วงศิริทั้งสามเขต

‘บิ๊กโจ๊ก’ โนแคร์..ถูกมองเตะตัดขา ‘เพื่อไทย’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359737?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘บิ๊กโจ๊ก’ โนแคร์..ถูกมองเตะตัดขา ‘เพื่อไทย’

วันที่ 22 มกราคม 2562 – 08:48 น.
พลตทสุรเชษฐ์ หักพาล,บิ๊กโจ๊ก,ทักษิณ ชินวัตร,เสื้อแดง,ชาวนา
เปิดอ่าน 5,627 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจเลือกตั้ง  โดย… มณเฑียร  อินทะเกตุ 

นาทีนี้ไม่มีใครไม่รู้จักนายพลสีกากีที่ชื่อว่า “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. เพราะปรากฏตัวออกสื่อแทบทุกวัน เนื่องจากเป็นมือปราบอาชญากรรม จับผู้กระทำผิดกฎหมายแทบจะทุกรูปแบบมาดำเนินคดี ทำงานสนองนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณี่ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยเฉพาะในแวดวงสีกากีและคอการเมือง พ.ศ.นี้ ต่างรู้ดีว่า “บิ๊กโจ๊ก” เป็นลูกน้องคนสนิทของ “บิ๊กป้อม” ซึ่งเจ้าตัวก็พูดชัดว่า “ที่งานราบรื่นเพราะบารมีของท่าน พล.อ.ประวิตร” จึงไม่แปลกที่จะถูกจับจ้องเกี่ยวกับบทบาทในห้วงของการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

การปราบปรามผู้มีอิทธิพล นายทุนปล่อยกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ยึดโฉนดที่ทำกินของประชาชน ถือเป็นการเอารัดเอาเปรียบ เป็นงานใหญ่ของรัฐบาลที่ต้องคืนความสุขให้ประชาชน ด้วยการคืนความเป็นธรรม นำโฉนดที่ทำกลับคืนให้ประชาชนที่เป็นลูกหนี้ และให้นโยบาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เร่งดำเนินการ ซึ่ง “บิ๊กโจ๊ก” ก็ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญนี้ เพราะนอกจากหน้าที่หลักโดยตำแหน่งก็ยังมีบทบาทเป็นรองผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รองผอ.ศปอส.ตร.) จัดกำลังนำทีมลงพื้นที่ปราบปรามด้วยตัวเอง นำโฉนดที่ดินคืนให้ชาวไร่ชาวนา โดยเฉพาะพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งว่ากันว่าเป็นพื้นที่ “คนเสื้อแดง” และฐานเสียงหลักของตระกูล “ชินวัตร” สำหรับการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มา จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปราบนายทุนเงินกู้นอกระบบเอาโฉนดคืนลูกนี้ เป็นปฏิบัติการหาเสียงให้รัฐบาล คสช.

แม้จะถูกวิจารณ์หรือตั้งข้อสังเกตเรื่องทำคะแนนนิยมให้รัฐบาลคสช. เพื่อหวังต่อยอดผลทางการเมืองในอนาคตของ “ลุงตู่” กับ “ลุงป้อม” แต่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็ยืนยันว่า ดำเนินการไปตามกฎหมาย เพราะรัฐบาลทราบดีว่านี่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วนของพี่น้องประชาชน เพราะถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ได้รับความเป็นธรรม สิ่งที่ทำอยู่เป็นเรื่องที่ดี ทำตามหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คืนความสุข คืนความเป็นธรรมให้ประชาชน ไม่ได้มุ่งหวังผลทางการเมืองแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงต้นเดือนมกราคม คล้อยหลังปีใหม่ 2562 ไม่กี่วัน “บิ๊กโจ๊ก” ถูกแวดวงการเมืองพูดถึงอีกครั้งถึงขั้นที่ว่าเป็นปฏิบัติการ “เตะตัดขาพรรคเพื่อไทย”!? เพราะทีม ศปอส.ตร. ภายใต้การควบคุมของ “บิ๊กโจ๊ก” นำหมายศาลบุกจับ นายพรชัย ศรีสุริยันโยธิน อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นว่าที่ผู้สมัครที่จะลงสู้ศึกเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 6 จ.บุรีรัมย์ ระหว่างที่ นายพรชัย พร้อมว่าที่ผู้สมัครอีก 3 คน ได้พา “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคลงพื้นที่พบปะประชาชนและเปิดเวทีปราศรัยนโยบายพรรคที่ อ.ลำปลายมาศ ก่อนควบคุมตัวไปที่สภ.นางรอง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามหมายศาลในคดีเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้

สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลให้นายพรชัยไม่สามารถเดินทางไปขึ้นเวทีปราศรัยและพบปะประชาชนที่บริเวณศูนย์ประสานงานพรรค อ.นางรอง ที่มีพี่น้องประชาชนมารอฟังการปราศรัยได้ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงชาวบ้าน ต่างตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ เพราะมีการเข้าจับกุมในวันที่ “เจ๊หน่อย” ลงพื้นที่พบปะประชาชนในพื้นที่ที่มีการส่งว่าที่ผู้สมัครลงสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้..!

“มีหลายคนโดยเฉพาะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการจับกุมว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย พูดถึงผมว่าไปเตะตัดขาพรรคเพื่อไทย ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่การไปกลั่นแกล้งทางการเมือง หรือไปเตะตัดขาใคร เราดำเนินการตามกฎหมาย ไปจับตามหมายศาล ทำทุกอย่างตามขั้นตอนกระบวนการของกฎหมายหมด แต่บังเอิญผู้ต้องหาเป็นอดีตส.ส. และเป็นว่าที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา ข้าราชการ หรือแม้แต่ผู้สมัคร ส.ส. ไม่ว่าจะพรรคไหน ถ้าทำผิดกฎหมายจับกุมหมด ไม่มีละเว้น ต่อให้เป็นพรรคที่มีนโยบายสนับสนุนให้ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ผมก็ไม่ปล่อยไว้ถ้ากระทำผิดกฎหมาย ไม่มีเลือกปฏิบัติหรือกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น ก็ไม่เป็นไรที่จะถูกมองว่าไปเตะตัดขา ทำสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมายก็พอ เพราะคงไปห้ามความคิดใครไม่ได้ ใครจะรักใครเชียร์พรรคไหน ก็อยู่ที่อำนาจตัดสินใจของประชาชน ซึ่งท่านนายกฯ และรองนายกฯ ก็สั่งกำชับให้ดำเนินการด้วยความเป็นกลาง บริสุทธิ์เที่ยงธรรม” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ระบุ

สำหรับความกังวลเกี่ยวกับบุคคลต่างด้าวจะมาสวมบัตรประชาชนคนไทยใช้สิทธิ์เลือกตั้ง “บิ๊กโจ๊ก” บอกว่าเรื่องนี้หายห่วงไม่ต้องกังวล เพราะสตม.ดำเนินการปราบปรามบุคคลที่โอเวอร์สเตย์เป็นศูนย์ พร้อมกำชับด่านเข้าออกประเทศ ทั้งช่องทางปกติและช่องทางธรรมชาติอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญกำลังตำรวจตม.ที่มีอยู่ทั่วประเทศต้องวางตัวเป็นกลาง สนับสนุนงานกับฝ่ายความมั่นคงทั้งของตำรวจและทหาร รวมทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงไม่ให้เกิดขึ้นในช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งช่วงเวลาปกติก็ดำเนินการอยู่แล้ว รวมทั้งเร่งทำบัญชีบุคคลสองสัญชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ต้องทำบัญชีให้ตรงกันกับทางการมาเลเซีย โดยมีการหารือและทำข้อตกลงกับ ผบ.ตร.ของมาเลเซียไปแล้วเช่นกัน

ด้วยความที่ “บิ๊กโจ๊ก” เป็นนายตำรวจใกล้ชิดรัฐบาล โดยเฉพาะที่ลูกน้องคนสนิท “บิ๊กป้อม” จะขยับไปไหน ทำอะไร จึงถูกฝ่ายที่อาจจะเสียผลประโยชน์ทางการเมืองจับจ้องเป็นกรณีพิเศษ..!!

“คลื่นมวลชนแม้ว” ยังรักแต่ไม่เร่าร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359736?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“คลื่นมวลชนแม้ว” ยังรักแต่ไม่เร่าร้อน

วันที่ 22 มกราคม 2562 – 08:39 น.
พอดคาสต์,กระดานความคิด
เปิดอ่าน 697 ครั้ง

คอลัมน์…   กระดานความคิด   โดย…  บางนา บางปะกง

สรุปแล้ว ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ ก็คิดอะไรใหม่ไม่เป็น จึงเน้น “ต่อยอด” นโยบายประชานิยมเป็นหลัก

ยุทธศาสตร์ “ขายแม้ว ขายปู” มอบให้เป็นหน้าที่ของ “แนวร่วมคนเสื้อแดง” แจกปฏิทิน แจกข่าวความเคลื่อนไหวใหม่ๆ ในต่างแดนของเครือข่ายนายใหญ่ ผ่านเฟซบุ๊ก ไลน์ และทวิตเตอร์

ล่าสุด “ทักษิณ ชินวัตร” พยายามสร้างภาพจัดรายการวิทยุออนไลน์ “Good Monday” ทางแอพพลิเคชั่นที่เรียกว่า “พอดคาสต์” เป็นแอพที่ติดตั้งมาพร้อมกับไอโฟน ไอแพด ซึ่งคนไทยยังไม่รู้จักกันแพร่หลายเท่าไรนัก

ในแง่ฟังก์ชั่น ถ้ามองในมุมของคนจัดพอดคาสต์ หรือที่เรียกว่า “podcaster” มันคือช่องทางที่เราจะสามารถบอกเล่าพูดคุยเรื่องราวต่างๆ ได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยอาจจัดเป็นรายการขึ้นมา

ส่วนในมุมคนฟังพอดคาสต์ก็เหมือนรายการวิทยุที่เราคนไทยเคยฟังเป็นประจำในยุคสมัยหนึ่ง หากพอดคาสต์ มีเสน่ห์ตรงที่จะหยิบขึ้นมาฟังเมื่อไรก็ได้ หรือดาวน์โหลดเก็บไว้ฟังภายหลังแบบออฟไลน์

ผลสำรวจของ Edison Research สหรัฐอเมริกา ที่ว่าผู้ฟังพ็อดคาสท์ในสหรัฐ เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีการศึกษาและมีรายได้สูง เมื่อเทียบกับกลุ่มคนทั่วไป

พูดตรงๆ เจ้ารายการวิทยุใหม่ของทักษิณ ไม่ส่งผลสะเทือนต่อพลังมวลชนมากนักหรอก แค่เป็นลูกเล่นทางการตลาด ตอกย้ำแบรนด์ “ผู้นำแห่งอนาคต”

อันที่จริง อาวุธที่ทรงพลังของทักษิณ ยังเป็น “พลังมวลชนคนเสื้อแดง” ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2550 โดยเวลานั้น ใช้ชื่อ “คนรักทักษิณ” พร้อมกับการแจกแผ่นวีซีดีคำปราศรัยของคนไกลบ้านนับล้านแผ่น

ปี 2552 ทักษิณใช้ “สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม” เป็นเครื่องมือปลุกระดมและจัดตั้งมวลชน ซึ่งได้ก่อให้เกิด “นปก.” และแปลงร่างเป็น “นปช.” จนเกิดยุทธการแดงทั้งแผ่นดิน 2 ปีซ้อน

นอกจากนั้น “สถานีวิทยุชุมชน” ที่รัฐบาลทักษิณ ปล่อยผีให้มีการทดลองจัดตั้งวิทยุชุมชน ก็ได้กลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองของเครือข่ายคนแดนไกล

ขณะเดียวกัน ทักษิณได้ใช้แอพ “สไกป์” (รูปแบบวิดีโอคอล) สื่อสารสบตากับประชาชนที่ยังรอคอยเขาอยู่เสมอ จนถึงทุกวันนี้ ก็ยังใช้เมื่อถึงโอกาส

สำหรับวันนี้ “คนเสื้อแดง” ยังมีพลังอยู่เหมือนเดิมหรือไม่? คำตอบคือ ความเร่าร้อนนั้นลดลงเยอะ แต่ความรักในตัวทักษิณยังมีอยู่ ซึ่งพลังเสื้อแดงถูกลดทอนโดยหลายปัจจัย
1.พรรคอนาคตใหม่ พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคเพื่อชาติ กลายเป็นตัวแปรแชร์พลังเสื้อแดงให้กระจายไปตามกลุ่มว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคดังกล่าว

2.ความสับสนระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคไทยรักษาชาติ ยังมีอยู่ในหมู่คนรักชินวัตร
3.ฝ่ายความมั่นคงเกาะติด “แกนนำแดง” ทุกกลุ่ม จนกระดิกตัวยาก ขนาด “อานนท์ แสนน่าน” พยายามจะปลุกกระแสหมู่บ้านเสื้อแดงอีกรอบ ก็ยังทำได้แค่ผ่านทางเฟซบุ๊ก

4.แกนนำเสื้อแดงในต่างจังหวัด แปรพักตร์ไปอยู่พรรคการเมืองฝ่ายหนุน คสช. ส่งผลให้มวลชนระส่ำระสายพอควร

ทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มวลชนคนรักชินวัตร แปรเปลี่ยนเป็น “คลื่นมหาชน” อันร้อนแรงไม่ได้

เมืองน้ำดำเดือด ซุ้ม “ส.ว.หมู” ปะทะ “ป้าบุญรื่น”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359624?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เมืองน้ำดำเดือด ซุ้ม “ส.ว.หมู” ปะทะ “ป้าบุญรื่น”

วันที่ 21 มกราคม 2562 – 10:39 น.
เลือกตั้ง,เมืองน้ำดำ
เปิดอ่าน 4,289 ครั้ง

คอลัมน์… สังเวียนเลือกตั้ง.. ช้างชนช้าง

เมื่อครั้งกระแสยิ่งลักษณ์มาแรงสุดๆ สนามเลือกตั้งกาฬสินธุ์ เขต 1 ถือว่าเป็นสมรภูมิโหดของ “ป้าบุญรื่น” หรือบุญรื่น ศรีธเรศ อดีต ส.ส.หลายสมัย พรรคเพื่อไทย เพราะต้องเจอคู่แข่งจากพรรคภูมิใจไทย “ชัย คูสกุลรัตน์” อดีต ส.อบจ.เขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ ที่มีกลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นหนุน แต่ป้าบุญรื่นก็เบียดชนะไป 9,000 กว่าคะแนน

เลือกตั้ง 2562 สนามกาฬสินธุ์ มีการเปลี่ยนแปลง จำนวน ส.ส.ลดลง 1 คน จึงมีการแบ่งเขตใหม่ โดยเขต 1 ประกอบด้วย อ.เมืองกาฬสินธุ์, อ.ร่องคำ และ อ.กมลาไสย (เฉพาะ 4 ตำบล)

วันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยกทีมใหญ่ไปช่วยปราศรัยหาเสียงป้าบุญรื่น ที่ อ.เมืองกาฬสินธุ์ เพราะรู้ดีว่า 5 เขตเมืองน้ำดำ เขตนี้เป็นพื้นที่ “สุ่มเสี่ยงเพลี่ยงพล้ำ”

ฉะนั้น คุณหญิงหน่อยกับชัชชาติ จึงต้องงัดมุกเดิม “รับเงินมา กาเพื่อไทย” เรียกขวัญและกำลังใจของกองเชียร์พรรคสายนายใหญ่

หากประเมินจากการลงพื้นที่ของคุณหญิงหน่อย รู้สึกว่า กระแสยังไม่แรงเท่าสมัยยิ่งลักษณ์ เพราะมีเพียงเขต 1 และเขต 2 เท่านั้นที่มวลชนคึกคัก พอเคลื่อนไปถึงเขต 6 มีคนมาฟังปราศรัยแค่ 500 กว่าคน

ป้าบุญรื่น เป็นครูเก่า เข้าสู่วงการเมือง หลังจากสามี ครูสังข์ทอง ศรีธเรศ อดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ หลายสมัยเสียชีวิต ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ปี 2544 พรรคไทยรักไทย และได้เป็น ส.ส.มาทุกสมัย

ปลายปีที่ผ่านมา คนเมืองน้ำดำรู้สึกตกใจเล็กๆ เมื่อ “นิพนธ์ ศรีธเรศ” น้องชายครูสังข์ทอง และอดีต ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยจะลงสมัคร ส.ส.เขต 5 กลายเป็นตระกูล “ศรีธเรศ” อยู่สองพรรค

สำหรับพรรคภูมิใจไทย หวังทำศึกล้างตา จึงส่งสายแข็งลงสนามเขย่าแชมป์เก่าป้าบุญรื่น นั่นคือ “วิรัช พิมพะนิตย์” อดีต ส.ว.กาฬสินธุ์

“วิรัช” เป็นนักธุรกิจท้องถิ่น มีเครือข่ายสายวงศ์ตระกูล “พิมพะนิตย์” จนได้เป็น ส.อบจ.เขต อ.เมืองกาฬสินธุ์ และมีฉายาว่า “ส.จ.หมู” นักสู้ติดดิน
ต้นปี 2557 ส.จ.หมูลงสมัคร ส.ว. โดยได้พลังหนุนจาก ส.อบจ.กาฬสินธุ์ และอดีต ส.ส.เพื่อไทยบางคน อาทิ “กำนันหิด” ประเสริฐ บุญเรือง ทำให้วิรัชเอาชนะผู้สมัคร ส.ว.คู่แข่งจากพรรคเพื่อไทยไปได้สบายๆ

ปลายปี 2561 โสภณ ซารัมย์ อดีต รมว.คมนาคม และแกนนำพรรคภูมิใจไทย มาเปิดตัววิรัช พิมพะนิตย์ พร้อมย้ำว่า “เลือกหมูเป็น ส.ส.กาฬสินธุ์ บ้านเมืองต้องพัฒนาดีกว่านี้” ในงานนี้ ชัย คูสกุลรัตน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.หนที่แล้ว ก็มาร่วมเป็นทีมงานหาเสียงด้วย

มีรายงานข่าวว่า วิรัช พิมพะนิตย์, เกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง รองหัวหน้าพรรคท้องถิ่นไท และประเสริฐ บุญเรือง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรคเพื่อไทย ได้มีการพูดคุยกันตามประสานักการเมือง “ไม่มีพรรค มีแต่พวก” ทำนองเตรียมการสำหรับเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นหลังเลือกตั้งทั่วไป

การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร เห็นท่าป้าบุญรื่น จะเหนื่อยสาหัสสากรรจ์ เมื่อเจอลีลา “ขาใหญ่ท้องถิ่น” เมืองน้ำดำ

หนาวมั้ยจ่านิว! เจอ “ป๋าชู วัดเศวต”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359623?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

หนาวมั้ยจ่านิว!  เจอ “ป๋าชู วัดเศวต”

วันที่ 21 มกราคม 2562 – 10:07 น.
จ่านิว,จ่านิว สิรวิชญ์ เสรี,กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง,เลือกตั้ง 2562,นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ,สสนราธิวาส,พรรคประชาธิปัตย์
เปิดอ่าน 8,300 ครั้ง

ปีที่แล้ว จ่านิวยกระดับการชุมนุมจนเป็นลมกลางวงป้าๆ มารอบนี้ยังมาเจอแนวต้าน อย่างกลุ่ม “ไม่เอาคนอยากเลือกตั้ง”  ของ “ป๋าชู วัดเศวต” เอาแล้วๆ

          000 ยกระดับอีกแล้ว “จ่านิว สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์” ประกาศเสียงดัง หากไม่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง ภายใน 24 มกราคมนี้ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” จะยกระดับการชุมนุม 26 มกราคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จะมีการเดินขบวนไปยังกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนิน เพื่อทวงถามความชัดเจนจาก คสช.

          000 ว่ากันตามจริง “จ่านิว” ยกระดับมาหลายรอบแล้ว ปีที่แล้ว ก็ยกระดับจนเป็นลมกลางวงป้าๆ ถามหน่อย “จ่านิว” และ “อานนท์ นำภา” จะเอามวลชนมาจากไหน เพราะเวลานี้ แกนนำ “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” ก็แตกคอกับ “ฟอร์ด เส้นทางสีแดง” จนฝ่ายแดงสายบันเทิง ต้องไปตั้ง “กลุ่มประชาชนอยากเลือกตั้ง” มีเอกชัย หงส์กังวาน เป็นผู้นำแดนซ์ 

          000 ลำพังฝ่ายต้านกลุ่ม “จ่านิว–อานนท์” ที่ใช้ชื่อกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง นำโดย “พานสุวรรณ ณ แก้ว“ แนวร่วมกลุ่ม กปปส. ยังทำให้ “โบว์” ต้องงดร่วมกิจกรรมหนล่าสุด หากเจอ “บัญชา ปานนิวัฒน์” หรือ “ป๋าชู วัดเศวต” ที่นำกลุ่มคนฝั่งธนรักสันติ หลายร้อยคนมารวมตัวแถลงการณ์ “ไม่เอาคนอยากเลือกตั้ง” ที่ใต้สะพานสาทร ฝั่งธนบุรี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็จะได้เห็นพลังของฝ่ายต่อต้าน

ป๋าชู วัดเศวต ไปเสียค่าปรับที่โรงพัก กรณ๊ใช้เครื่องเสียง

          000 “ป๋าชู วัดเศวต” เรียกร้องให้ “จ่านิว” กับพวกหยุดการชุมนุมเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลกำหนดวันเลือกตั้ง สำหรับ “ป๋าชู” หรือ บัญชา ปานนิวัฒน์ หัวหน้าข่าวอาชญากรรม หนังสือพิมพ์กะฉ่อนดอทคอม ยังเป็นประธาน อปพร.เขตคลองสาน และดูแลน้องๆ ในสังกัดกลุ่มหนึ่ง

เสื้อ FC ป๋าชู เหมือนป๋าวัน

          000 วันก่อน “ป๋าชู” เคยมีวิวาทะกับ “เสี่ยโป้” กรณีเสี่ยคนดังโทรมาท้าตีท้าต่อยเด็กป๋า ร้อนถึง “ป๋าวัน” แห่งบ้านริมคลอง เมื่อ “ป๋าชู” โทรไปถามป๋าวันว่า งานนี้ป๋าเกี่ยวข้องมั้ย? ป๋าวันยืนยันไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของเสี่ยโป้ จากเรื่องราวดังกล่าว สะท้อนว่า ระดับ “ป๋าชู วัดเศวต” นี่ไม่ธรรมดา 

          000 กรณี “นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” แกนนำภาคใต้ของ ปชป. โพสต์ข้อความปริศนาในเพจคนลุงดอทคอม ปมเก็บบัตรประชาชน ทำเอาหัวหน้าค่ายสีน้ำเงิน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เดืือดดาล ต้องชักม้าออกรบ พร้อมขอให้อดีต ส.ส.พัทลุง “เปิดเผยชื่อออกมา กล้าๆหน่อย” ก่อนหน้านี้ “นิพิฏฐ์” กับ “นาที รัชกิจประการ” แม่ทัพใหญ่ภูมิใจไทยภาคใต้ ก็เคยปะทะผ่านสื่อโซเชียล ถึงขั้นท้าสาบานกันมาแล้ว

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ แกนนำ ปชป.ภาคใต้

          000 ดูอาการแล้ว “นิพิฏฐ์” ออกหวาดหวั่นเอามากๆ เพราะพรรคภูมิใจไทยเที่ยวนี้ ทำการบ้านมาดี “เจ๊เปี๊ยะ นาที” กับสามี “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ กางแผนที่ปักษ์ใต้ หวังปักธงใน 3 ชายแดนใต้ และสตูล

“โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ

          000 ฟาก ปชป.สตูล จัดทัพใหม่ “นิพนธ์ บุญญามณี” เลือก “อิบรอเหม อาดำ” อดีต ส.ว.สตูล ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 ทำให้ น.พ.อสิ มะหะมัดยังกี อดีต ส.ส.ปชป. ย้ายพรรคไปอยู่ไทยรักษาชาติ ขณะที่ค่ายภูมิใจไทย ส่ง “โกโต” พิบูลย์ รัชกิจประการ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสตูล ลงสนาม โดยมีพี่ชาย โกเกี๊ยะ ค่ายน้ำมันพีทีเป็นสปอนเซอร์

“โกโต” พิบูลย์ รัชกิจประการ

          000 สถานการณ์ไฟใต้คุโชนช่วงก่อนการเลือกตั้ง แต่พรรคการเมืองต่างๆ ก็เดินหน้าเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กันคึกคัก ตระกูล “ยาวอหะซัน” แยกย้ายกันไปอยู่สองพรรค โดย “กูเซ็ง ยาวอหะซัน” นายก อบจ.นราธิวาส พาลูกชาย “วัชระ ยาวอหะซัน” ประธานสโมสรฟุตบอลนรา ยูไนเต็ด ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 พรรคพลังประชารัฐ ส่วนลูกชายอีกคน “กูเฮง ยาวอหะซัน” ไปอยู่พรรคประชาชาติ ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 ทั้ง “กูเฮง–วัชระ” เคยเป็น ส.ส.นราธิวาส พรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อสองสมัยที่แล้ว

วัชระ ยาวอหะซัน อดีต ส.ส.นราธิวาส

          000 สนามนราธิวาส ยังมีอีกพรรคที่น่าสนใจคือ “พรรครวมพลังประชาชาติไทย” เพราะอดีต ส.ส.นราธิวาสอย่าง “สุรเชษฐ์ แวอาแซ” และ “รำรี มามะ” ทิ้งหัวหน้าอภิสิทธิ์ และนิพนธ์ บุญญามณี มาอยู่กับลุงกำนันสุเทพ สรุปแล้ว สนามเมืองนราฯ จะสู้กันเลือดเดือดของผู้สมัคร ส.ส. 4 พรรคคือ ประชาธิปัตย์, พลังประชารัฐ, ประชาชาติ และรวมพลังประชาชาติไทย 

สุรเชษฐ์ แวอาแซ อดีต ส.ส.นราธิวาส

          000 สอบถามความเคลื่อนไหวทางการเมืองจากสภาร้านน้ำชา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ยกให้ ปชป.เป็นเต็งหนึ่ง เพราะผู้สมัครหน้าใหม่ มีคุณภาพ รองลงมาประชาชาติ คงเป็นสงครามครั้งสุดท้ายของกลุ่มวาดะห์ ส่วนภูมิใจไทย และ รปช. คงเบียดเจาะได้บางเขต