ศึกชิงอำนาจ “มาร์ค” ต่ำร้อยถอยไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359063?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกชิงอำนาจ “มาร์ค” ต่ำร้อยถอยไป

วันที่ 16 มกราคม 2562 – 11:22 น.
มาร์ค อภิสิทธิ์,พรรคประชาธิปัตย์,พรรคชาติไทยพัฒนา,การเลือกตั้ง,เลือกตั้ง 2562,คสช,ผู้สมัคร สส
เปิดอ่าน 638 ครั้ง

วัดใจกันสุดๆ ที่พรรคสะตอของ “หัวหน้ามาร์ค” เลือกตั้งหนนี้ ถ้าต่ำร้อย โดนสอยร่วงแน่ๆ

000 พฤติกรรมการเลือกตั้งของคนไทยในพ.ศ.นี้ หลายฝ่ายคาดหวังว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เสียงส่วนใหญ่ยังเห็นว่าน่าจะเหมือนเดิม เชื่อว่าคนยังมองที่ความสำเร็จในอดีตของพรรคการเมือง รองลงมาคือผู้นำพรรคและนโยบายพรรค ส่วนอุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกัน (สีเดียวกัน) ก็มีความสำคัญ

000 สนามเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร เป็นอีกสมรภูมิหนึ่งที่มีความหมายกับ “พรรคประชาธิปัตย์” เสียงคนนครบาลดังกว่าคนภูธร และเป็นเสียงแห่งความหวังของ ปชป. ยกเว้นภาคใต้ สนามภูมิภาคอื่น ปชป.พ่ายพรรคเพื่อไทยมาตลอด 20 ปีนี้

000 เลือกตั้ง 2554 สนามกรุงเทพฯ มีเก้าอี้ ส.ส. 33 ที่นั่ง พรรค ปชป.ได้ 23 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทย ได้ 10 ที่นั่ง ส่วนเลือกตั้งครั้งใหม่จำนวน ส.ส.ลดลงเหลือ 30 ที่นั่ง ฉะนัั้น ปชป.ต้องรักษา 23 ที่นั่งไว้ให้เป็นอย่างต่ำหากว่าพ่ายพลิกกระดาน ย่อมส่งผลถึงภาพรวมทั้งประเทศ อาจ “ต่ำร้อย” และคงได้เวลาเปลี่ยนหัวหน้าพรรค

อภิสิทธิ์ นำลูกทีม ปชป.เมืองกรุงพบชาวบ้าน

000 ในฐานะแชมป์เมืองกรุง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยแกนนำพรรคจัดกิจกรรมเปิดตัวผู้สมัครส.ส.กทม. 30 เขตที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พร้อมแคมเปญหาเสียงข้อความว่า “แก้จน สร้างคน สร้างชาติ” และ “ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยสุจริต” จะโดนหรือไม่ ออกสตาร์ทไปสักพักก็คงรู้

000 หนที่แล้วฝั่งธนบุรี ปชป.กวาดเรียบ แม้เพื่อไทยจะโหมกระแสยิ่งลักษณ์ และกระแสแดงทั้งเมืองหลวง “ลูกเหลิม” และ “หมวดเจี๊ยบ” ก็ไม่ได้เกิด หนนี้ ปชป.ส่ง “คนหน้าเดิม” ลงสนามเกือบครบ ยกเว้นบางเขตที่ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ ตระกูล “ม่วงศิริ” ยึด 3 เขตคือ สาทร ม่วงศิริ (ราษฎร์บูรณะและทุ่งครุ), สากล ม่วงศิริ (บางขุนเทียน) และ พ.ต.ท.นพ.สามารถ ม่วงศิริ (บางบอน)

ทีมม่วงศิริ “สากล สามารถ สาทร”

000 พรรคเพื่อไทยเพิ่งเปิดตัวทีมฝั่งธนฯ 6 เขต และที่เรียกความสนใจให้สภากาแฟก็คือ “วัน อยู่บำรุง” เขตบางบอน หวังทำศึกล้างตาคนในตระกูล “ม่วงศิริ” และที่เขตบางแค “วัฒนา เมืองสุข” เจอของแข็ง “อรอนงค์ คล้ายนก” แชมป์เก่า ค่าย ปชป. รับประกันดุเดือดทั้งสองเขต

สุธา ชันแสง อดีต ส.ส.เขตบางแค พา วัฒนา เมืองสุข ลงพื้นที่

000 ยังเดินหน้าไปเงียบๆ พรรคชาติไทยพัฒนา โดยเน้นพื้นที่ “ผู้แทนเก่า” อย่างวันก่อนไปเปิดสาขาพรรคที่เมืองมะขามหวาน “กัญจนา ศิลปอาชา” หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นำทีมคณะผู้บริหารพรรคไปพร้อมหน้า ซึ่งมีรองหัวหน้าพรรค “วิจิตร พรพฤฒิพันธุ์” อดีต ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 คอยต้อนรับ

กัญจนา-วราวุธ ลงพื้นที่เมืองเพชรบูรณ์

000 ตระกูล “พรพฤฒิพันธุ์” เล่นการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน มีฐานมวลชนอยู่ในเขตเมืองเพชรบูรณ์ ก่อนหน้านี้ “วิจิตร” ถูกทาบทามให้ย้ายไปพรรคแต่ไม่ไป สุดท้ายก็มี “พิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์” หลานสาวของวิจิตร ตัดสินใจร่วมงานกับทีม พปชร. แถมลงสมัคร ส.ส.เขต 1 อีกด้วย

วิจิตร พรพฤฒิพันธุ์

000 พูดถึงเมืองมะขามหวาน “สุทัศน์ จันทร์แสงศรี” กลายเป็น อดีตส.ส.เพชรบูรณ์ เพื่อไทย คนเดียวที่ไม่ย้ายไปพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากสุทัศน์อยู่คนละสายกับ “สันติ พร้อมพัฒน์” โดยก่อนหน้านี้ สุทัศน์ เคยเป็น ส.ว.เพชรบูรณ์ และ เป็นคนสนิทของพล.ต.มนูญกฤต รูปขจร จนได้รับมอบหมายให้ตั้งพรรค “ประชาภิวัฒน์” ในยุคที่อดีตกบฏ 9 กันยา ยังอยู่ฝ่ายเดียวกับคนเสื้อเหลือง

000 การเมืองเป็นอนิจจัง “สุทัศน์” ลูกเขยของ “เชาว์ เพชรประเสริฐ” เจ้าของสัมปทานเดินรถสายหล่มสัก–กรุงเทพฯ และภูเรือ–กรุงเทพฯ หันมาสวมเสื้อเพื่อไทย และได้เป็น ส.ส.เขต 1 สมัยแรก ปี 2554 ครั้งนี้ สุทัศน์ได้รับมอบหมายจากแกนนำเพื่อไทยให้ดูแลพื้นที่ด้านใต้ของเพชรบูรณ์

 เด่นชัย สายสุพรรณ พรรคสยามพัฒนา

000 นี่ก็พรรคคนเสื้อแดง “พรรคสยามพัฒนา” มีหัวหน้าพรรคชื่อ “บุญส่ง เกิดหลำ“ อดีตรองประธาน นปช.ภาคกลาง เคยได้รับเลือกเป็นส.ว.สระบุรี ปี 2557 ช่วงนี้เดินสายเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ทั่วประเทศ โดยสนามสุพรรณบุรี เขต 2 (บางปลาม้า) จะส่ง “ชนพรรธน์ ธันยวิโรจน์” หรือ เด่นชัย สายสุพรรณ นักร้องเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ชนณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ อดีตส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนา

สดใส รุ่งโพธิ์ทอง พรรคชาติไทยพัฒนา

000 ปีนี้มีคนบันเทิงลงสนามการเมืองหลายสิบคน เฉพาะนักร้องลูกทุ่งที่คุ้นหน้าอย่าง “สดใส รุ่งโพธิ์ทอง” ลงสมัคร ส.ส.เขต 5 ปทุมธานี พรรคชาติไทยพัฒนา และ “สนุ๊ก สิงห์มาตร” เขต 1 ยโสธร พรรคพลังประชารัฐ จะรอดูว่านักร้องคนไหนจะเป็นผู้แทนฯ เหมือน “เอกพจน์ วงศ์นาค” บ้าง สำหรับเอกพจน์นั้น บ๊ายบาย ส.ส. เตรียมตัวเล่นการเมืองท้องถิ่น

ศึกสามเส้าเขย่า “บ่อพลอย” เดือด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359057?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ศึกสามเส้าเขย่า “บ่อพลอย” เดือด

วันที่ 16 มกราคม 2562 – 08:38 น.
สังเวียนเลือกตั้ง ช้างชนช้าง,กำนันเซียะ,เขมประชาฟาร์ม บ่อพลอย
เปิดอ่าน 2,963 ครั้ง

คอลัมน์… สังเวียนเลือกตั้ง… ช้างชนช้าง

แม้ศึกเลือกตั้งเมืองกาญจน์ ปี 2562 จะไม่มี “กำนันเซียะ” แต่ความดุเดือดก็หาลดดีกรีลงไม่ โดยเฉพาะเขตเลือกตั้งที่ 4 (อ.ห้วยกระเจา อ.เลาขวัญ อ.หนองปรือ และอ.บ่อพลอย)

ถ้ายังจำกันได้เลือกตั้ง 2554 เขต 4 ตกเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ 1 ใน 3 ของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เพราะเป็น “ศึก 2 กำนัน” คือ “กำนันเซียะ” ประชา โพธิพิพิธ พรรคประชาธิปัตย์ และ “กำนันหยุน” ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร พรรคเพื่อไทย ผลเลือกตั้ง กำนันเซียะเฉือนกำนันหยุนไปไม่ถึง 3 พันคะแนน ได้เป็น ส.ส.เมืองกาญจน์ สมัยสุดท้าย ก่อนจะหายตัวไป

วันที่บ้านใหญ่ “เขมประชาฟาร์ม บ่อพลอย” ไม่มีกำนันเซียะ ก็ยังมี “ซ้อเขม” เขมพร ต่างใจเย็น เป็นแม่ทัพ โดยรอบนี้ ตระกูลโพธิพิพิธ จำต้องย้ายจาก ปชป.มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ

“ธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลูกชายคนโตของกำนันเซียะ จะลงส.ส.เขต 4 แทนบิดาที่ยึดครองพื้นที่มา 2 สมัยแล้ว ส่วนน้องชาย “อัฏฐพล โพธิพิพิธ” จะย้ายไปลงสมัคร ส.ส.เขต 5 (อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ) เจอกับทีมงานสะใภ้เสี่ยฮุก “ศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์” อดีตส.ส.กาญจนบุรี พรรค ปชป.

“ธรรมวิชญ์” หรือผู้ใหญ่แหลม ลูกชายกำนันเซียะ

เส้นทางการเมือง “ธรรมวิชญ์” หรือ ผู้ใหญ่แหลม เริ่มต้นงานการเมืองท้องถิ่นโดยการเป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ 14 บ้านตะคร้ำเอน ต่อมาได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

จริงๆ แล้ว กำนันเซียะ พยายามปั้น อัฏฐพล ลงสู้ส.ส.เขต 1 หลายหน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ และตัวผู้ใหญ่แหลม ก็เพิ่งได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เมื่อปี 2554

สำหรับคู่ปรับเก่าของกำนันเซียะคือ “กำนันหยุน” ไพบูลย์ พิมพ์พิสิฐถาวร ส่งทนายคู่ใจ “สันติชัย จีระพัฒน์” สวมสีเสื้อพรรคไทยรักษาชาติ ตามยุทธศาสตร์นายใหญ่ เขตไหน พรรคเพื่อไทยแพ้ให้เป็นหน้าที่พรรคไทยรักษาชาติ

ทนายสันติชัยเดินตามหลังกำนันหยุนมานาน เรียนรู้วิทยายุทธ์ทุกกระบวนท่า จึงมั่นใจสู้ลูกกำนันเซียะได้

ที่น่าสนใจพรรคประชาธิปัตย์ส่ง “พล.ท.ทำนุ โพธิ์งาม” อดีตผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาการกองทัพไทย ลงสมัครส.ส.เขต 4 โดยทีมงานของ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” อดีตเลขาธิการ ปชป. เป็นผู้วางแผนเดินเกม

กำนันหยุน อดิศร เพียงเกษ และทนายสันติ จีรพัฒน์

“เสธ.นุ” พล.ท.ทำนุ โพธิ์งาม เป็นลูกพี่ลูกน้องของ พล.ท.มะ โพธิ์งาม อดีตส.ส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย แต่ระหว่างรับราชการ “เสธ.นุ” จะใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3

หากมองที่ตัวผู้สมัครส.ส.3 คน 3 พรรค จัดว่าเป็นหน้าใหม่ของเขต 4 แต่งานนี้คงต้องวัดฝีมือกันที่ “พี่เลี้ยง”

“ซ้อเขม” คู่ใจกำนันเซียะ ที่มาบุกเบิกสร้างอาณาจักรเขมประชาฟาร์ม น่าจะเป็นผู้กุมหัวคะแนนของกำนันไว้ทั้งหมด อีกอย่าง “ผู้ใหญ่แหลม” ก็กว้างขวางอยู่ในเขตบ้านเก่า-ท่ามะกา

สำคัญที่ว่า “ซ้อเขม” มีเดิมพันกับศึกครั้งนี้ และที่แน่ๆ ผู้ใหญ่แหลมรู้ดีว่า การทิ้งพรรค ปชป. ก็เป็นการทำเพื่อพ่อ

ส่วนกำนันหยุนได้ข่าวว่าจะเบนเข็มไปลงสมัครนายก อบจ.กาญจนบุรี และคงทุ่มสรรพกำลังช่วย “ทนายคู่ใจ” เอาชนะเป็นประเดิมในสนามระดับชาติ

“พล.ท.ทำนุ โพธิ์งาม” คนหน้าใหม่ ปชป.

ด้าน “พล.ท.ทำนุ” ถือว่าเป็นน้องใหม่จริงๆ แต่มีจุดแข็งที่ “กระแสพรรค” ในเมืองกาญจน์ยังดีอยู่ เมื่อเปรียบเทียบกับพรรคพลังประชารัฐ ย่อมเหนือกว่า

ผลเลือกตั้งเขต 4 จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือพี่เลี้ยง..ซ้อเขม กำนันหยุน และเสี่ยต่อ (เฉลิมชัย ศรีอ่อน) ว่าใครเจ๋งจริง?

เเม้วมาเเล้ว ลุงตู่หลบหน่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/359056?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

จี้จุดตาย คลายจุดเป็น,แม้ว,ทักษิณ,ชินวัตร,ลุงตู่,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา
เปิดอ่าน 3,216 ครั้ง

คอลัมน์…  จี้จุดตาย คลายจุดเป็น  โดย…  เร้นกาย ไร้เงา

ข่าววงในที่ลือมาหลายวันนั้นว่าพรรคพี่มิยอมหลีกทางให้พรรคน้องเดิน…ยามนี้ชัดเเล้วว่า การเเบ่งเค้กของพรรคพี่เเละพรรคน้องสมดุลเเล้ว

เพื่อไทยยอมให้ไทยรักษาชาติส่งผู้สมัครส.ส.ลงในพื้น ที่เพื่อไทยมิเคยได้เเต้มเเละเปิดทางให้ทษช.ยืนบ้าง เเต่บางเขตก็ต้องชนกันเองป้องกันข้อหาฮั้ว

เมื่อยามนี้ชัดเเล้วว่าพรรคเจ๊จะกินไม่เเบ่งพรรคน้องนั้นมิจริง กระเเสลบในครัวก็ซาลง

พรรคพี่ยึดโพลล์ในสังกัดเดินลุยกวาดเเต้มเบบเน้นๆ เเละพรรคน้องก็ถอนหายใจว่า อย่างไรเสียคนในวงก็คงไม่ล้มโต๊ะกวาดเรียบเเละพอมีเเรงลุยต่อเเม้ยามนี้ทษช.จะปั่นราคายากก็ตาม เเต่ความหวังคือเเรงจูงใจให้เดินหน้า

เกมนี้ว่ากันว่านายใหญ่เคาะเมื่อช่วงต้นปี ….เมื่อนายใหญ่เคาะเเล้ว ดังนั้นพรรคน้องเเละพรรคพี่นั้นเมื่อเเกนนำวงในรับวาจาจากนายใหญ่เเละเปิดช่องหารือ ปัญหาในครัวทุกอย่างลงตัว ก็เตรียมตัวลุยกับคสช.เเละลุงตู่บนกระดานเลื่อน…เลือกตั้ง

นายใหญ่น่าจะจับตาเเละอ่านเกมออกว่า ยามนี้ พปชร.เเละลุงตู่ ตอนนี้ยวบ…เพราะฉะนั้นยามนี้ผ้ายันต์ตรานายใหญ่ในการเรียกเเต้มจึงต้องคลอด

ผ้ายันต์ต้องตีตราจากนายใหญ่เท่านั้นที่จะมาเรียกความเชื่อมั่นเเละเเชร์เเต้มให้สองพรรคน้องพี่ชนะผ้ายันต์ตราลุงตู่

โดยนายใหญ่จะออกมากำชับอาคมบนผ้ายันต์เเละพบชาวบ้านในทุกวันจันทร์ (หากสะดวก) ผ่านสังคมออนไลน์

อ่านหมากกลของคนไกลบ้านเเล้วตีความว่าศรัทธาในการกู้วิกฤติปากท้องยามนี้จากไอเดียของนายใหญ่น่าจะเเจ่มกว่าเรียกประชาธิปไตยกลับมาเพราะชาวบ้านกระเป๋าเเบน…

ตรงนี้นายใหญ่มองออกว่าชาวประชาช้ำชอกเพราะใคร เเละใครจะมาเปิดทางให้กระเป๋าตุงอีกรอบ เเม้ความจริงตรงนี้ทุกพรรคสบช่องใช้เรียกราคา…เเต่เมื่อมองข้อเท็จจริงเเล้ว ลีลาของนายใหญ่สะกดใจชาวบ้านให้ศรัทธามากกว่าคณะอื่น

ส่วนลีลาทวงคืนปชต.หลากพรรคนำมาใช้จนปรุเเละหมดเเนวคิดเตะตัดขาลุงตู่เเล้ว ตรงนี้นายใหญ่มองออกว่าการทวงคืนประชาธิปไตยนั้น เดินคู่กับการเเก้ปัญหาท้องหิว เเต่ควรให้ชาวบ้านกินอิ่มก่อนน่าจะเวิร์กกว่า

ฉะนั้นการขายฝันว่าหากหย่อนบัตรเเล้วขั้วตรงข้ามลุงตู่เข้าวิน ชาวบ้านท้องจะอิ่ม นอนอุ่น อนาคตใส อุดมการณ์ปชต.จะเต็มเปี่ยมเเละสมหวังตามลำดับ เเละความฝันของนายใหญ่จะกลับมาให้ลุ้นอีกคราว

ตรงนี้นายใหญ่มองเเละตีอัดลุงตู่เเบบมิยั้งเพราะข้อมูลจากคนในข่ายนายใหญ่มองเเละสื่อความออกไปว่า….ยิ่งเลื่อนการหย่อนบัตร เเต้มยิ่งไหลออกจากลุงตู่ เเม้เกมนี้จะมีการตีความจากขั้วลุงตู่ว่าพรรคใดลุยก่อนเดี๋ยวก็ล้า…

เเต่บนความจริงนั้นบางพรรคที่ลุงตู่นิยมในใจจะรอจังหวะเปิดเเคมเปญเรียกเเต้มเเละมีความพร้อมสุดๆ ก่อนจึงจะมีความชัดเจนบนไทม์ไลน์หย่อนบัตร

เเต่บางครั้งขุนพลของลุงตู่ที่ออกไปพบชาวบ้านยามนี้พาลุงตู่เเละคณะออกทะเลไปหลายไมล์เเล้ว

คนขั้วนายใหญ่มองว่าฉะนั้นการยื้อเวลา…หาใช่ผลบวกกับลุงตู่เเละคณะเลย ดีไม่ดีพวกตรงข้ามคว้าจังหวะตีกินเก็บเเต้มจากลุงตู่เเบบสบายๆ

ยิ่งพรรคน้องเเละพรรคพี่จุดธูปเรียกคนไกลบ้านมาร่ายมนต์เรียกราคาผ่านสังคมออนไลน์เช่นนี้

มันอาจสื่อว่า…ลุงตู่น่าจะโกยราคาสู้คนหน้าเหลี่ยมมิได้ในด้านนี้

“ทักษิณ ชินวัตร” จึงขยับออกมาโปรยยาหอมมิให้เเฟนๆ หนีหน้าไปมองมุมอื่น เหลี่ยมของนายใหญ่มาช่วงนี้นับว่าเหนือเมฆเเละมองช้ามช็อต

ฉะนั้นหากลุงตู่อยากเข้าวิน จังหวะนี้ควรทบทวนหาเเนวทางสวนกลับเพื่อมิให้โดนรุกจนหมดเเต้มเดิน

เตือนภัย!อ้างชื่อ’ป.ป.ส.’ขอค้น..จริงหรือมั่วโทร.1386 ได้24ชม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358969?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เตือนภัย!อ้างชื่อ’ป.ป.ส.’ขอค้น..จริงหรือมั่วโทร.1386 ได้24ชม

วันที่ 16 มกราคม 2562 – 00:00 น.
สายตรวจระวังภัย,ปปส,เตือนภัยอ้างชื่อปปสขอค้น,แอบอ้าง
เปิดอ่าน 796 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจระวังภัย   โดย…  ทีมข่าวอาชญากรรม

มิจฉาชีพที่เกิดขึ้นในสังคมไทยมีหลากหลายรูปแบบ มีวิวัฒนาการตามยุคสมัย แต่รูปแบบการ “แอบอ้าง” ยังถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร กรมการปกครอง ดีเอสไอ รวมถึง ป.ป.ส. เพื่อใช้ในการข่มขู่รีดเอาทรัพย์สิน ยิ่งแล้วเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงทำให้ประชาชนที่อาจตกเป็น “เหยื่อ” เกิดความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมไทย เพราะไม่รู้ว่าการเข้าตรวจค้นของเจ้าหน้าที่รัฐที่ว่ามานี้จะมีการ “ยัดยา” ก่อนเรียกเงินเคลียร์ให้หลุดคดี

เกี่ยวกับเรื่องการแอบบอ้างตรวจค้นยาเสพติดมักมี 2 หน่วยงานหลักๆ คือ ตำรวจ กับ ป.ป.ส. หลายครั้งมีตำรวจนอกรีต บ่อยครั้งเป็นป.ป.ส.นอกแถว แต่ส่วนใหญ่เป็นโจรที่สมอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการเพื่อตบทรัพย์ ซึ่งล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ออกมาประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีผู้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานป.ป.ส ขอเข้าค้นบุคคลและสถานที่เพื่อหายาเสพติด จนทำให้เกิดข้อสงสัยเคลือบแคงใจว่าจะทราบได้อย่างไรว่าผู้แสดงตัวนั้นเป็นเจ้าพนักงานป.ป.ส. และมีอำนาจตามกฎหมายจริงหรือไม่

เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและคลายข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ที่ขอตรวจค้นยาเสพติดเป็นตัวจริง หรือเป็นเพียงมิจฉาฉีพแอบอ้าง สำนักงานป.ป.ส.ได้เปิดช่องทางให้ประชาชนสามารถขอตรวจสอบข้อมูลในกรณีที่สงสัยเกี่ยวกับผู้ที่แสดงตัวว่าเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นความจริงหรือไม่ ผ่านทางสายด่วน “1386”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการป.ป.ส อธิบายว่า ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานป.ป.ส. จะมีอำนาจตามกฎหมายในการขอค้น อำนาจจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กระทั่งยึดหรืออายัดยาเสพติด รวมถึงอำนาจในการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะของผู้ที่มีเหตุอันควรเชื่อว่าเสพยาเสพติด แต่ในการค้นที่อยู่อาศัยต้องเป็นเฉพาะกรณีที่ไม่อาจรอหมายศาลได้ และปรากฏชัด หรือเชื่อได้ว่าผู้กระทำผิดจะหลบหนี ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานจะถูกโยกย้ายหรือทำลาย ดังนั้นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็มีอำนาจเข้าค้นโดยไม่ต้องมีหมายศาลก็ได้

“ทั้งนี้ทั้งนั้นเจ้าพนักงานป.ป.ส. มีเกณฑ์ในการปฏิบัติ คือ จะต้องแสดงบัตรประจำตัว และทำการค้นต่อหน้าเจ้าของ หรือผู้ครอบครองสถานที่ แต่หากไม่พบเจ้าของหรือผู้ครอบครอง ก็ให้ค้นต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อย 2 คน ที่ขอให้เข้ามาเป็นพยานในการค้น อีกทั้งเมื่อค้นเสร็จต้องทำบันทึกระบุเหตุของการค้นโดยไม่มีหมายศาลแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้นด้วย และต้องรายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายใน 15 วันนับแต่วันค้น ดังนั้นหากประชาชนสงสัยผู้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส ว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม สามารถตรวจสอบได้ที่สายด่วน 1386 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุ

สำหรับการตรวจสอบผ่านสายด่วน 1386 ต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับชื่อและนามสกุลของผู้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ขณะเดียวกันทางป.ป.ส. ก็ขอความร่วมมือประชาชนที่ขอตรวจสอบดังกล่าวแจ้งชื่อและนามสกุล รวมถึงเลขประจำตัวประชาชนของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าพนักงานป.ป.ส.ผู้ปฏิบัติงานถูกเปิดเผยตัวโดยไม่จำเป็นเนื่องจากอาจมีผู้กระทำผิดกฎหมายยาเสพติดแอบแฝงโทรศัพท์เข้ามาสอบถามได้ โดยสำนักงานป.ป.ส.จะปกปิดข้อมูลของผู้ขอตรวจสอบเป็นความลับ เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

แม้ไม่มีความผิด ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็ต้องตั้งสติรับมือ เพราะอาจมีเหล่ามิจฉาชีพแอบอ้างมาสร้างความเสียหายได้ หวังว่าสายด่วน 1386 ที่ป.ป.ส. เปิดช่องทางให้เช็กว่าเป็นตัวจริง หรือ “ป.ป.ส.กำมะลอ” จะช่วยได้ไม่มากก็น้อย..!!

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358925?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

ความหวังปักธงส.ส.เมืองหลวงของ4พรรคหลัก

วันที่ 15 มกราคม 2562 – 10:20 น.
สรรเสริญ สมะลาภา,นออนุดิษฐ์ นาครทรรพ,พอดรเศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ,ณัฐพล ทีปสวุรรณ,พลังประชารัฐ,พรรคภูมิใจไทย,พรรคเพื่อไทย,พรรคประชาธิปัตย์
เปิดอ่าน 1,200 ครั้ง

โดย…   สมัชชา หุ่นสาระ

“สนามเมืองหลวง” คือหนึ่งในเวทีที่ชี้เป็นชี้ตายเกี่ยวกับว่าที่รัฐบาลใหม่ว่าคนกรุงจะไว้วางใจพรรคใด…

คำกล่าวทางการเมืองที่หลายคนติดหูว่า “คนชนบทเลือกรัฐบาล คนกรุงล้มรัฐบาลนั้น” ไม่ทราบว่าคำกล่าวนี้ในวันข้างหน้าจะยังใช้ได้ผลหรือไม่…

หลังการปฏิรูปการเมืองเเละมีรัฐธรรมนูญ 2540 บังคับใช้ พบว่าพรรคประชาธิปัตย์เเละพรรคเพื่อไทย (พลังประชาชนเเละไทยรักไทยในอดีต) คือสองพรรคหลักที่ครองเวทีนี้ในการเลือกตั้งสี่ครั้ง (2544, 2548, 2550, 2554) เเละมีเพียงพรรคชาติไทยที่เคยเเทรกปักธงได้ครั้งหนึ่ง (จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ เขตดอนเมือง ปี 2548)

ผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 นั้นพบว่าพรรคประชาธิปัตย์ได้ 23 ส.ส. พรรคเพื่อไทยได้ 10 ส.ส. สิ่งเหล่านี้พอจะบ่งชี้อะไรบางอย่างได้บ้าง เเละการเลือกตั้งคราวนี้หลากพรรคงัดกลยุทธ์ในการโกยเเต้มเเละเตรียมนำผู้สมัครลงปักธงเเละเก็บทุกเเต้มที่มีผลต่อส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เเบบ “ไม่ให้หล่นน้ำ”

วันนี้คีย์เเมนสี่พรรคใหญ่ คือ “ประชาธิปัตย์, เพื่อไทย, ภูมิใจไทยเเละพลังประชารัฐ” ที่ดูเเลสนามเมืองหลวงโดยเฉพาะ อ่านสถานการณ์เเละโอกาสที่พรรคของตัวเองจะมีโอกาสในสามสิบเขตของกทม.อย่างไรบ้าง…ติดตาม       

“เเม้พรรคจะโดนบางพรรคชักชวนอดีตสมาชิกย้ายไปบ้าง เเละอาจโดนตัดคะเเนนเเต่เชื่อว่านโยบายพรรคเเละคุณสมบัติผู้สมัครในเขตนั้นๆ พรรคน่าจะได้ส.ส.เเละคะเเนนเพิ่ม”

“สรรเสริญ สมะลาภา”

          “สรรเสริญ สมะลาภา” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

          0 ความพร้อมของพรรคในกทม.ตอนนี้เป็นอย่างไร?
พรรคพร้อมที่จะเสนอผู้สมัครหน้าใหม่เเละอดีตส.ส. เเม้พรรคจะโดนบางพรรคชักชวนอดีตสมาชิกย้ายไปบ้าง เเละอาจโดนตัดคะเเนนเเต่เชื่อว่านโยบายพรรคเเละคุณสมบัติผู้สมัครในเขตนั้นๆ พรรคน่าจะได้ส.ส.เเละคะเเนนเพิ่ม

        0 การเเบ่งเขตใหม่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีสิ่งที่หนักใจหรือไม่?
กติกาที่ออกมาใหม่ พรรคต้องปรับตัว เเต่เดิมนั้นกทม.มี 33 เขตเเละตอนนี้มี 30 เขต บางพื้นที่ทับซ้อนกัน เเต่เราเเก้ไขปัญหานี้ได้เเล้ว ส่วนผู้สมัครที่ทับซ้อนกันนั้นจะให้บางคนลงสมัครปาร์ตี้ลิสต์ โดยพรรคได้บอกให้ผู้สมัครเเนะนำตัวเเละประชาสัมพันธ์ในนโยบายพรรครวมทั้งการรสร้างความรับรู้ในกติกา เเละเน้นให้ชัดว่าผู้สมัครคือตัวเเทนของพรรค เพราะบางคนที่เคยสนับสนุนพรรคเเละเคยทำงานการเมืองท้องถิ่นในกทม.ย้ายไปจากพรรค ไปเเนะนำตัวว่าจะลงสมัครส.ส.ในครั้งนี้เเต่ไม่บอกสังกัด ตอนนี้หากกกต.ใช้ระบบเบอร์เดียวทั่วประเทศ จะลดปัญหานี้ลงได้ มันจะเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะชาวบ้านยังสับสนในกติกาใหม่พอสมควร

   0 คาดหวังพื้นที่ใดเป็นพิเศษ?
“เรารักษาพื้นที่เดิมเเละขยายในพื้นที่ที่ไม่มีส.ส. เน้นให้ผู้สมัครขยันลงพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ไม่มีส.ส.ของพรรค เพราะต้องหาคะเเนนเพิ่มในทุกเขต”

+++

“หลายปีที่ผ่านมา คนของพรรคลงพื้นที่ตลอด จนสังเคราะห์เป็นนโยบายพรรคเเละเเคมเปญพรรค เเละหวังว่าประชาชนจะพิจารณาจุดยืนของเเต่ละพรรคประกอบการตัดสินใจด้วย”

“น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ”

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เเกนนำภาคกทม. พรรคเพื่อไทย
0 เลือกตั้งครั้งนี้พรรครับฟังเสียงของประชาชนมาอย่างไรเเละพรรคมีโอกาสมากน้อยเพียงใดใน กทม.?

สี่ปีเศษที่ผ่านมาบ้านเมืองเเละประชาชนเจอปัญหาการลงพื้นที่ของเเกนนำพรรคในช่วงที่ผ่านมาได้รับฟังข้อมูลเเละนำมากำหนดเเนวทางเเก้ไข พรรคคัดเลือกผู้สมัครที่จะเป็นตัวเเทนพรรคไปทำหน้าที่อย่างเหมาะสมที่สุดในเขตนั้นๆ เเละหวังจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

          0 พื้นที่กทม.ในการเลือกตั้งครั้งนี้หวังจะได้ส.ส.เพิ่มขึ้นเท่าใดจากจำนวนสิบคนในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด?
“อยู่ที่ความไว้วางใจของประชาชนในกทม.ที่มีต่อพรรคเเละผู้สมัคร ตามที่พรรคเปิดแคมเปญทั่วประเทศ ด้วยข้อความว่า “พรรคเพื่อไทยจะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยล้าหลัง ล้มเหลว ถดถอย สิ้นหวัง” หลายปีที่ผ่านมา คนของพรรคลงพื้นที่ตลอด จนสังเคราะห์เป็นนโยบายพรรคเเละเเคมเปญพรรค เเละหวังว่าประชาชนจะพิจารณาจุดยืนของเเต่ละพรรคประกอบการตัดสินใจด้วย”

         0 ประเมินพรรคคู่เเข่งที่หวังจะได้ส.ส.กทม.อย่างไร?
“พรรคจะเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เเต่จะได้ส.ส.เท่าใดอยู่ที่ประชาชนตัดสิน หวังว่าการลงสนามเลือกตั้งของทุกพรรคในคราวนี้ทุกพรรคจะเสนอนโบายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เพื่อให้ประชาชนพิจารณานโยบายของทุกพรรคเพื่อให้ตัดสินใจว่าจะวางอนาคตของประเทศว่าจะไปในทางใด”

+++

“เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมาก ปัญหาหลักของพระชาชนคือปากท้อง พรรคจึงเน้นการแก้ปัญหานี้ โดยใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก” “พ.อ.ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ”

     พ.อ.ดร.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย
0 พรรคพร้อมที่จะมีส.ส.กทม.อย่างไร?

หากประชาชนเลือกและไว้ใจพรรค เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า นโยบายของพรรคสามารถแก้ปัญหาของกทม.ได้อย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจน ภูมิใจไทยในวันนี้ได้เปลี่ยนไปมากหากเปรียบเทียบกับในอดีต เนื่องจากว่าพรรคมีบุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านครบทุกด้าน

เราเห็นว่าเทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมของประเทศเป็นอย่างมาก พรรคเห็นว่าปัญหาหลักของพระชาชนคือปัญหาปากท้อง จึงเน้นการแก้ปัญหานี้ โดยใช้เทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พรรคเชื่อมั่นว่าประชาชนมองเห็นเเละเลือตัวเเทนกพรรคในกทม. แน่นอน และทีมงานพร้อมที่จะทำงานทันที

  0 ยุทธศาสตร์จะใช้ดึงเเต้มในกทม.?
ใช้แนวคิด “กรุงเทพฯ สะดวก สบายเนื่องจากเชื่อว่าคน กทม. เลือกผู้แทนจากนโยบายของพรรคที่ทันสมัย มีความเป็นไปได้และชัดเจน

พรรคอยากให้คนกรุงเทพฯ สามารถจะเข้าถึงการให้บริการ Co Working space และการเรียนผ่านออนไลน์ในในหลักสูตรที่ทันสมัย รวมไปถึงนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงข้อมูลโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยว การให้บริการรถสาธารณะ รวมทั้งผลักดันให้กรุงเทพมหานครและสำนักเขตกรุงเทพมหานคร สามารถทำให้ประชาชนใช้บริการโดยไม่ต้องมาสำนักงานเขตผ่าน “One Bangkok One Application”

พรรคสนับสนุนการทำอาชีพใหม่ๆ ที่อยู่บนเศรษฐกิจแบ่งปัน (sharing economy) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย สร้างความร่วมมือภาตรัฐกับบริษัทภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างธุรกิจใหม่ๆ และตำแหน่งงานดิจิทัลรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Grab, Airbnb หรือแอพพลิเคชั่นที่เกิดจากกลุ่มสตาร์ทอัพ ของคนไทยมารวมไว้ในที่เดียวกัน

เป้าหมายคือต้องการให้คนกรุงเทพฯ เดินทางให้น้อยที่สุด ใช้รถให้น้อยที่สุด จึงจะยังผลให้การจราจรติดขัดน้อยลงและทำให้สิ่งแวดล้อมมลพิษทางอากาศดีขึ้น และทำให้คนกทม. มีความสะดวกสบาย มีอาชีพใหม่ๆ ที่ไม่ต้องลงทุนสูงแต่มีมูลราคามาก ซึ่งคนรุ่นใหม่จะมีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพโดยแพลตฟอร์มนี้พรรคจะเตรียมไว้ให้ทั้งหมด

   0 เขตใดในกทม.ที่พรรคคาดหวังจะได้ส.ส.?
ทุกเขต

+++

“เราคัดเลือกทีมเเบ็กอัพที่เคยช่วยปั้นส.ส.ให้ 2 พรรคใหญ่ในกทม.โดยเป็นคนที่พื้นที่ยอมรับ เป็นคนทำงานในพื้นที่นั้นจริงๆ ใกล้ชิดชาวบ้าน จะเป็นโอกาสให้คนทำงานเบื้องหลังได้ทำหน้าที่ผู้เเทน”

“ณัฐพล ทีปสวุรรณ”

   ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
0 ความพร้อมของพรรคในกทม.ตอนนี้เป็นอย่างไร?

พรรคกำลังพิจารณาผู้สมัครที่มีความพร้อม โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีดีกรีเเเละคุณสมบัติที่เป็นทางเลือกใหม่ให้ชาวกทม.พิจารณา ตอนนี้ถือว่าพื้นที่กทม.พรรคพร้อม พรรคดึงนักการเมืองท้องถิ่นเเละระดับชาติมาร่วมงานหลายคน เเละการเเข่งขันครั้งนี้จะต่อสู้กับพรรคเพื่อไทยเเละพรรคประชาธิปัตย์ที่ครองสนามนี้มานาน

 0 จะมีจุดขายเเบบใด?
พรรคหวังจะมีผู้เเทนฯ ในพื้นที่ด้าน กทม.ตะวันออก เพราะพรรคได้เลือกคนที่ทำงานในพื้นที่เเละประชาชนยอมรับมาลงสมัคร เช่น หนองจอก ลาดกระบัง สะพานสูง มีนบุรี เป็นต้น ส่วนพื้นที่อื่นๆ ในกทม.พรรคก็ส่งคนรุ่นใหม่ที่อาสาเป็นทางเลือกใหม่ รวมทั้งใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเเนะนำพรรคเเละผู้สมัครเพื่อขอโอกาส โดยตอนนี้หวังว่าจะได้ส.ส.สิบห้าคนในกทม.

พรรคจะใช้การหาเสียงเกี่ยวกับการสร้างเเละดูเเลชาวกทม.ทั้งระบบที่คิดว่าชาวกทม.จะให้โอกาสพรรค

        0 สนามกทม.ถือเป็นสนามปราบเซียนเเละมีความพลิกผันสูง พรรคจะเสนอตัวเองอย่างไรเพราะหลายคนมองว่าพรรคนี้มีคสช.หนุน?
เราคัดเลือกทีมเเบ็คอัพที่เคยช่วยปั้นส.ส.ให้สองพรรคใหญ่ในกทม.โดยเป็นคนที่พื้นที่นั้นๆ ยอมรับ เป็นคนทำงานในพื้นที่นั้นๆ จริงๆ ใกล้ชิดชาวบ้าน ตรงนี้จะเป็นโอกาสที่คนทำงานเบื้องหลังได้มีโอกาสทำหน้าที่ผู้เเทนฯ ส่วนการที่บางฝ่ายอ้างว่าพรรคนี้มีคสช.หนุนนั้น คนรุ่นใหม่ที่มีดีกรีหลากหลายของพรรคที่เสนอตัวลงสมัครส.ส.จะพบว่าไม่มีส่วนข้องเกี่ยวกับคสช.เลยเเละเป็นคนที่ทำงานในพื้นที่จริงๆ

“ชินวัตร” เป๋าตุง รากหญ้า “เป๋าแบน” แฟนทิ้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358923?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“ชินวัตร” เป๋าตุง  รากหญ้า “เป๋าแบน” แฟนทิ้ง

วันที่ 15 มกราคม 2562 – 09:45 น.
พรรคเพื่อไทย,สุดารัตน์ เกยุราพันธ,พรรคพลังประชารัฐ,ลุงตู่,สุริยะ จึงรุ่งเรืองก
เปิดอ่าน 6,993 ครั้ง

นานทีปีหนจะได้ยิน “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ออกมาสวนกลับ ไปยังนายหัวดูไบ งานนี้ใครเป๋าตุง ใครเป๋าแฟบกันแน่!

000 สีสันการหาเสียง หนีไม่พ้นการคิดคำคมๆ สำหรับแคมเปญเลือกตั้ง แต่ก็หนีไม่พ้นต้องมี “วลีใต้ดิน” ปล่อยของกันเป็นเรื่องปกติ ยามนี้หัวคะแนนเพื่อไทยก็ท่องจำคำว่า “อยู่เพื่อไทยกระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ” ทำให้แกนนำพรรคพลังประชารัฐ ต้องออกมาตั้งคำถามจริงหรือไม? เวลานี้ราคา “ข้าวหอมมะลิ” พุ่งสูงมากเป็นประวัติการณ์ และชาวนายังได้ค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ 1,500 บาท (ไม่เกิน 12 ไร่) รวมแล้วรับค่าเกี่ยวข้าวครัวเรือนละ 18,000 บาท

000 นานทีปีหนจะได้ยิน “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” แกนนำภาคอีสานของพรรคพลังประชารัฐ จะพูดดังๆ ได้ยินถึงเมืองดูไบ บนเวทีหาที่โคราชว่า สมัยยิ่งลักษณ์ชาวนากระเป๋าแฟบ แต่คนที่กระเป๋าตุงคือนายทุน และนักการเมืองผู้มีอำนาจบางคน

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และ สมศักดิ์ เทพสุทิน

000 เบื้องหลังทัพหลวงพรรคเพื่อไทย เคลื่อนพลไปร้อยเอ็ดช่วยหาเสียงให้ “ฉลาด ขามช่วง” เขต 2 และ “นิรมิต สุจารี” เขต 3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็หวังตัดหน้า “ทัพใหญ่” พรรคพลังประชารัฐ ที่จะเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด “รัชนี พลซื่อ” เขต 2 และ “เอกภาพ พลซื่อ” เขต 3 ช่วง 14-15 มกราคมนี้ ซึ่งพื้นที่เป้าหมายของพรรค

รัชนี พลซื่อ ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด ภรรยาของ เอกภาพ พลซื่อ 

000 ร้อยเอ็ดก็ไม่ต่างจากอุดรธานีและขอนแก่น เปรียบเสมือนเมืองหลวงของคนเสื้อแดง แต่เลือกตั้ง 2562 พรรคพลังประชารัฐ ตั้งใจเจาะ “ที่มั่นแดง” ให้ได้ โดยปักหมุดไว้ที่เขต 2 และเขต 3 โซนด้านเหนือของร้อยเอ็ด โดยมีคนการเมืองตระกูล “พลซื่อ” แห่ง อ.โพนทอง เป็นทัพหน้า และอดีตผู้แทนร้อยเอ็ด ชาวโพนทองเช่นเดียวกันอย่าง “สุรพร ดนัยตั้งตระกูล” กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เป็นทัพหนุน

000 เพื่อสร้างความมั่นใจ ทีมพลังประชารัฐจึงได้ดึงแกนนำแดงตัวพ่อตัวแม่ “เวียง วรเชษฐ์” อดีตส.ส.ร้อยเอ็ด และ “จุรีพร สินธุไพร” แกนนำ นปช.พัทยา มาลงบัญชีรายชื่อ ช่วยเดินสายปราศรัยไปทุกเขต แม้กระแสพรรคเป็นรอง แต่พลังประชารัฐร้อยเอ็ด ก็จะอาศัย “คะแนนนิยมส่วนบุคคล” มาสู้ ทั้งเอกภาพ-รัชนี ไม่เคยทิ้งพื้นที่ และมีฐานนักการเมืองท้องถิ่น คอยเติมเต็ม ก็แอบหวังลึกๆ ที่จะเบียดแชมป์เก่าเพื่อไทยได้

จุรีพร สินธุไพร อดีตแกนนำแดงพบปะชาวบ้าน

000 ที่สำคัญ “เอกภาพ พลซื่อ” ในฐานะสมาชิก “กลุ่มวังพญานาค” ยังมีพี่เลี้ยงใจถึง “พินิจ จารุสมบัติ” คอยช่วยเหลืออยู่ นัยว่า “เสี่ยพินิจ” เทหมดหน้าตัก ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง “เอกภาพ” จึงตัดสินใจลงส.ส.เขต หวังกลับมาเป็นขวัญใจไทบ้านโพนทองอีกครั้ง

000 พรรคอนาคตใหม่ ไม่เคยปิดบังเรื่องการสนับสนุน “กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง” เนื่องจากสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ ส่วนใหญ่มาจากคนเสื้อแดง อย่างกรณี “อัมรัตน์ โชคปมิตต์กุล” แกนนำพรรคอนาคตใหม่ นครปฐม ฉายา “พี่เจี๊ยบ นครปฐม” ได้เข้าร่วมกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ย้อนไปปี 2557 “อัมรัตน์” ยังแต่งดำในนามกลุ่มสันติภาพนครปฐม ให้กำลังใจยิ่งลักษณ์และต้านกลุ่ม กปปส. ซึ่งในเมืององค์พระรู้ดีว่า “พี่เจี๊ยบ นครปฐม” เป็นลูกสาว “กำนันหัวโต” แห่งบ้านนาสร้าง ต.นครปฐม อ.เมืองนครปฐม

พี่เจี๊ยบ นครปฐม แกนนำคนอยากเลือกตั้งนครปฐม

000 นี่ก็อีกราย “จุมพิตา จันทรขจร” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ เขต 5 นครปฐม ออกมาโวยว่า มีตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว เข้ามาพบที่บ้าน โดยมีการสอบถามประวัติของตนเองและคนในครอบครัวด้วย บังเอิญว่านามสกุล “จันทรขจร” เกิดไปตรงกับ “นักการเมืองนอกสภา” สายเพื่อไทย และได้ชื่อว่ามีความใกล้ชิดกับ “มิ้ง-อ้วน” จึงถูกฝ่ายความมั่นคงจับตามองใกล้ชิด

จุมพิตา จันทรขจร

000 หายไปแล้วครบ 1 เดือน ยังไม่มีใครได้ข่าว “สุรชัย แซ่ด่าน” และผู้ติดตามอีก 2 คน ส่วนคนที่เหลืออยู่ตกอยู่ในสภาพหนีตายอยู่ทางฝั่งซ้าย ยกเว้น “ลุงสนามหลวง” หรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หัวหน้าองค์การสหพันธรัฐไท ที่หลบไปอยู่เวียดนาม จึงสามารถส่งเสียงทางช่องยูทูบได้ตามปกติ

000 วันวาน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้นำตัวหญิงสูงวัย สองพี่น้องชาวเชียงราย ซึ่งทำหน้าที่โพสต์แชร์เชิญชวนกลุ่มคนให้เข้าร่วมเดินขบวนกับ “องค์การสหพันธรัฐไท” เมื่อ 5 ธันวาคม 2561 มาสอบปากคำ และจะควบตัว 2 ผู้ต้องหาฝากขังที่ศาลอาญา รัชดาภิเษก ในข้อหามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ และข้อหาอั้งยี่ซ่อนโจร นี่เป็นตัวอย่างของผู้หลงเชื่อ “ลุงสนามหลวง” ที่ปลุกระดมอยู่นอกประเทศ

000 สถานการณ์บ้านเมืองยังมีม่านมลพิษปกคลุม ไม่สดใสเหมือนหลายคนคิด เนื่องจาก “สงครามข่าวสาร” ในโลกออนไลน์ มีการกระจายข่าวสารผิดๆ และความคิดสุดโต่ง โดยคนไทยบางกลุ่มยังเสพข้อมูลแบบนี้อยู่

เลิกดันทุรังเถอะ “คนอยากล้มเลือกตั้ง”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358919?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

เลิกดันทุรังเถอะ “คนอยากล้มเลือกตั้ง”

วันที่ 15 มกราคม 2562 – 08:26 น.
กระดานความคิด,ไม่เลื่อนเลือกตั้ง,จ่านิว,ณัฏฐา มหัทธนา
เปิดอ่าน 2,580 ครั้ง

คอลัมน์…  กระดานความคิด  โดย…  บางนาง บางปะกง

เปรียบเทียบจำนวน “ผู้ชุมนุม” ของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ระหว่าง 8 มกราคม ที่สกายวอล์ก แยกราชประสงค์ กับ 13 มกราคม ที่แยกราชประสงค์ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

จำนวนผู้เข้าร่วมทำกิจกรรม “ไม่เลื่อนเลือกตั้ง” ลดลงอย่างเห็นได้ชัด และลดลงเท่ากับ “คนหน้าเดิมๆ” ที่เป็นเอฟซีโบว์ เอฟซีจ่านิว

ด้วยความเชื่อในทฤษฎีการเมืองเก่าๆ พลังประชาชนจะโค่นล้มเผด็จการ โดยดูตัวอย่างจาก 14 ตุลา และพฤษภา 35 เป็นโมเดล อานนท์ นำภา, จ่านิว, โบว์ และคนเสื้อแดงสูงวัย จึงเดินหน้าปลุกพลังมวลชน ไม่เลิกไม่รา

สถานการณ์การเผชิญหน้าระหว่าง คสช. กับกลุ่มนักศึกษา-นักกิจกรรมนั้น เริ่มเมื่อกลางปี 2558 มีกลุ่ม “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” เป็นเรือธง โดยก่อตัวขึ้นในวันครบรอบหนึ่งปีการทำรัฐประหาร และพวกเขาได้ออกมาแสดงออกทางการเมืองเชิงสัญลักษณ์ ทั้งที่ขอนแก่น และกรุงเทพฯ

24 มิถุนายน 2558 ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับนักเคลื่อนไหวต้าน คสช. 14 คน ในข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. มาตรา 116

ต่อมา แกนนำ 14 คน ถูกนำตัวไปฝากขังในเรือนจำ ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากองค์กรสิทธิมนุษยชนให้ปล่อยตัวหนุ่มสาวเหล่านั้น ในที่สุด พวกเขาได้รับการปล่อยตัวออกมาโดยไม่มีเงื่อนไข เมื่อ 8 กรกฎาคม 2558

ปี 2561 มีกลุ่ม “คนอยากเลือกตั้ง” มาแทนขบวนการเดิม แต่แกนนำหน้าเก่าคือ “รังสิมันต์ โรม” และเพื่อนๆ หน้าใหม่อีก 4-5 คน เหมือนฉายหนังม้วนเดิม มีการเปลี่ยนหน้า “ตัวละคร” ไปบ้าง

ตลอดปีที่แล้ว กลุ่มคนอยากเลือกตั้งทำกิจกรรมบ่อยมาก และยกระดับ “เดินขบวน” คราวครบรอบปีการยึดอำนาจ มวลชนที่เข้าร่วมไม่เยอะ เพราะทดสอบการชุมนุมมา 5-6 ครั้งแล้ว พวกเขาตัดสินใจเดินหน้า และยอมให้ถูกจับกุม แต่ไม่เลือกเล่น “เกมแรง” เพราะต้องการกระแสความรู้สึกเห็นใจจากผู้คนทั่วไป

หลังแกนนำคนอยากเลือกตั้งถูกจับ นักเลือกตั้งก็ดาหน้ามา “โหนกระแส” ปลุกระดมต้าน คสช. ผ่านสื่อออนไลน์อย่างหนัก แถมมีเพลงแร็พ “ประเทศกูมี” โด่งดัง ก็เลยโหมกระแสกันใหญ่

ตกปลายปี แกนนำคนอยากเลือกตั้งหลายคน ถอยออกไปเล่นการเมืองในสีเสื้อ “พรรคอนาคตใหม่” อย่างรังสิมันต์ โรม และปิยรัฐ จงเทพ ยุทธการ “ค้านการเลื่อนเลือกตั้ง” รอบนี้ จึงนำโดย “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ และ “โบว์” ณัฏฐา มหัทธนา

แม้ผู้ชุมนุมที่เข้าร่วมจะลดลง แต่จ่านิวประกาศนัดชุมนุมบนท้องถนน หากไม่มีการเลือกตั้ง 24 กุมภาพันธ์ 2562 การแสดงออกในท่าทีที่แข็งกร้าว เหมือนจงใจยั่วยุฝ่ายรัฐบาล

ตรงกันข้าม “อานนท์ แสนน่าน” แกนนำหมู่บ้านเสื้อแดง ที่เพิ่งกลับมาทำกิจกรรม “หมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย” ใช้กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เป็นเครื่องมือหาเสียงทางอ้อม ไม่ใช่การชุมนุมสร้างความปั่นป่วน

ก่อนสิ้นปี 2561 อานนท์เดินทางไปพบทักษิณที่สิงคโปร์ และกลับมาพร้อมกับโครงการ “หมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย” เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในฐานะภาคประชาชนอยากเลือกตั้ง และต้องการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

ขณะที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ก็เปิดเว็บไซต์ส่วนตัว นำเสนอความคิดความเห็นทุกวันจันทร์ โดยเริ่มต้นที่เรื่องเศรษฐกิจโลกในปี 2019 และ 2020 ที่จะกระทบกับธุรกิจรายย่อย ปากท้องและคุณภาพชีวิตของคนไทย

แสดงว่าฝ่ายพรรคการเมืองและองค์กรภาคประชาชนในเครือข่ายชินวัตรเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง แต่ฝ่ายกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และพรรคอนาคตใหม่ ยังเลือกจะเล่นเกมท้องถนน

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย เกิดการเปลี่ยนแปลงหลังเหตุนองเลือดหลายครั้ง และผู้ที่ได้ประโยชน์ทางการเมืองคือ กลุ่มชนชั้นนำ(ขุนนาง นายทุน) ส่วนประชาชนก็เป็นแค่เหยื่อ หรือแมลงเม่าระเริงไฟ

“เช็ง สุพรรณ” เห็นชื่อนี้ “เก่ง” ก็หนาวแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358918?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“เช็ง สุพรรณ” เห็นชื่อนี้ “เก่ง” ก็หนาวแล้ว

วันที่ 15 มกราคม 2562 – 08:22 น.
เก่ง การุณ,พรรคเพื่อไทย,อี้ แทนคุณ,ประชาธิปัตย์,เช็ง สุพรรณ,เซียนพระชื่อดัง,เชง ธัญญ์นิธิ,อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เปิดอ่าน 7,775 ครั้ง

คอลัมน์… สังเวียนเลือกตั้ง…ช้างชนช้าง 

เขตดอนเมือง เปรียบไปก็เหมือนสนามมวยลุมพินี หรือราชดำเนิน เพราะเลือกตั้งคราใด มีศึกไทยไฟท์เกิดขึ้นทุกที ปี 2554 “อี้ แทนคุณ” (ปชป.) ปะทะ “เก่ง การุณ” (เพื่อไทย) สู้กันถึงโรงถึงศาล จบด้วยการถอนฟ้อง

ปี 2562 พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยสิ้น “มวยดี มีฝีมือ” ส่งเซียนพระชื่อดัง “เช็ง สุพรรณ” หรือ “เซ็ง สุพรรณ” (ฉายาในวงการพระเครื่อง) ลงสนาม ส่วนค่ายเพื่อไทย ยังใช้บริการตระกูล “โหสกุล” เหมือนเดิม

สองวันก่อน อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยกทีมแกนนำ ปชป.ไปเปิดสำนักงานพรรคที่เขตดอนเมือง ของ “เช็ง สุพรรณ” หรือ “ธัญญ์นิธิ ชวรัตน์นิธิโชติ”

ในสนามการเมือง “ธัญญ์นิธิ” อาจเป็นคนหน้าใหม่ แต่ในสนามพระเครื่อง “เช็ง สุพรรณ” อยู่มาไม่ต่ำกว่า 20 ปี ตั้งแต่เรียนมัธยมจนจบมหาวิทยาลัย

พื้นเพของ “เชง” (พ่อแม่เรียกแบบนี้) อยู่ที่ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เหตุที่เสียงไม่เหน่อ เพราะพ่อเป็นคนนครสวรรค์ จบประถมก็มาเรียนมัธยมในกรุงเทพฯ สนใจในความศักดิ์สิทธิ์และปาฏิหาริย์ ซื้อหนังสือพระเครื่องมาอ่านทุกวัน วันหนึ่งอยากได้พระเกจิคือ หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ เลยขอเงินแม่เช่าพระเป็นเหรียญแรก จากนั้นก็สะสมมาเรื่อยๆ และเริ่มเช่าแลกเปลี่ยน

เรียกว่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ไม่ได้ขอเงินพ่อแม่เลย พอเรียนจบทำงานแบงก์อยู่พักหนึ่ง ก็หันมาเปิดร้านพระเครื่อง ทุกวันนี้ เช็ง สุพรรณ มีร้านพระอยู่ 2 แห่งคือ ชมรมพระเครื่องมณเฑียรพลาซา ถนนสุรวงศ์ เขตบางรัก และที่ชมรมพระเครื่องมรดกไทย ชั้น 3 ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

ในทางการเมือง “เช็ง สุพรรณ” หรือ “เชง ธัญญ์นิธิ” ช่วยงาน “อี้ แทนคุณ” ในพื้นที่เขตดอนเมืองมานานแล้ว และได้รับการแต่งตั้งเป็นรองโฆษกพรรค ปชป. รับผิดชอบเรื่องการบริหารงานและกลุ่มคนรุ่นใหม่

“เชง ธัญญ์นิธิ” วัย 39 ปี บุคลิกเงียบเรียบร้อย พูดน้อย ดูไม่เหมือน “เซียนพระ” แต่เป็นคนใจถึง พึ่งได้ ขยันลงพื้นที่ รับปากใครก็ช่วยเหลือหมด

สำหรับคู่แข่งของ ปชป.เขตดอนเมือง ก็คือตระกูล “โหสกุล” ที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะส่ง “พิมชนา โหสกุล” ภรรยาของ “เก่ง การุณ โหสกุล” ลงหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะลงสนาม ผู้บัญชาการเลือกตั้งตัวจริง ก็คือ “เก่ง การุณ” เจ้าของพื้นที่ดอนเมือง

ชีวิต “เก่ง การุณ” ยิ่งกว่าละครวิทยุในอดีต เก่งเป็นลูกแม่สุบรรณ โหสกุล แม่ค้าขายส้มตำหาบเร่ เก่งเติบโตในย่านชุมชนแออัดดอนเมือง พ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่เก่งอายุ 7 ขวบ

เก่งจบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคโนโลยีช่างฝีมือปัญจวิทยา ยึดอาชีพขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างกับรับจ้างส่งเอกสารตามบริษัทขนส่งสินค้า ไม่รู้ชีวิตพลิกผันยังไง ได้เข้าทำงานบริษัท และกลายเป็นเจ้าของบริษัทขนส่งสินค้า จนร่ำรวย

บนถนนการเมือง เก่งเป็นหัวคะแนนของห้างทอง ธรรมวัฒนะ พรรคประชากรไทย ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกสภาเขตดอนเมือง และประธานสภาเขตดอนเมือง ต่อมาเป็น สมาชิกสภากรุงเทพฯ เขตดอนเมือง ในนามพรรคชาติไทย

เลือกตั้ง 2550 เก่ง การุณ ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.สมัยแรก และเลือกตั้ง 2554 ก็ชนะเลือกตั้งอีกหน ก่อนจะถูกศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี เมื่อปี 2556

ส่องเฟซบุ๊กการุณ โหสกุล ช่วงต้นปี 2562 เก่งถ่ายภาพเหมือนเตรียมตัวลงสมัคร ส.ส. และออกเดินหาเสียงเต็มที่

รับประกันศึกเลือกตั้งเขต 10 คู่เอก “เช็ง สุพรรณ” กับ “เก่ง ดอนเมือง” ยิ่งกว่าไทยไฟท์คู่หยุดโลก !

‘โพลล์สันติบาล’..หรือแค่งานข่าวกรอง’สีกากี’​

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358917?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

‘โพลล์สันติบาล’..หรือแค่งานข่าวกรอง’สีกากี’​

วันที่ 15 มกราคม 2562 – 08:15 น.
สายตรวจเลือกตั้ง,โพลล์สันติบาล
เปิดอ่าน 1,542 ครั้ง

คอลัมน์…  สายตรวจเลือกตั้ง  โดย…  มณเฑียร อินทะเกตุ 

แม้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยังไม่ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจน หลายฝ่ายยังใจจดใจจ่ออยู่กับการเลื่อนหรือไม่เลื่อนเลือกตั้ง จนถึงนาทีนี้ก็คงแน่นอนแล้วว่าไม่ใช่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 อย่างที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ถึงกระนั้นบรรยากาศการเมืองไทยในห้วงนี้ต้องบอกว่าคึกคัก พรรคใหม่ พรรคใหญ่ พรรคอะไหล่สำรอง หรือบรรดาพรรคเล็ก ต่างออกมาเคลื่อนไหว แสดงวิสัยทัศน์ กำหนดนโยบายหวังโกยคะแนนเสียง ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านเพื่อซื้อใจกันเอิกเกริก

ตามประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง กองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) ที่เป็น “หน่วยข่าวกรอง” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และในทางปฏิบัติ “สันติบาล” ถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจโดยตรงสำหรับ “เกาะติดเลือกตั้ง” สืบสวนหาข่าว ดูความเคลื่อนไหวกลุ่มหนุน ป่วน ต้าน รวมถึงผู้สมัครทุกพรรคการเมืองทั่วประเทศ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาภารกิจที่ว่านี้ได้นำมาสู่การประเมินผลเลือกตั้งล่วงหน้า หรือที่แวดวงการเมืองเรียกว่า “โพลล์สันติบาล”..!

หากเอ่ยถึง “โพลล์สันติบาล” คอการเมือง หรือแม้แต่นักข่าวทั้งสายการเมืองและสายตำรวจ ต่างให้การยอมรับ เพราะมีความใกล้เคียงความเป็นจริง เกิดความคลาดเคลื่อนน้อยมากเมื่อเทียบกับผลการเลือกตั้งที่สรุปออกมาอย่างเป็นทางการ นั่นเพราะตำรวจสันติบาลทั้งในและนอกเครื่องแบบ กระจายกำลังในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ภารกิจที่ปฏิบัติเน้นให้รู้สถานการณ์ของแต่ละพื้นที่ แนวโน้มการทำผิดกฎหมาย หรือแนวโน้มจะมีความขัดแย้งระหว่างผู้สมัครอย่างรุนแรง เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาวางแผนจัดกำลังควบคุมสถานการณ์รักษาความสงบเรียบร้อยได้ทันท่วงที ประกอบกับตำรวจเป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดชีวิตประจำวันของประชาชนแต่ละพื้นที่มากที่สุด จึงรู้ข้อมูลความเป็นจริงเกี่ยวกับกระแสการเลือกตั้งของประชาชนได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็แล้วแต่ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง และมีการกล่าวถึง “โพลล์สันติบาล” ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ออกมาปฏิเสธเสียงแข็งทุกครั้ง ว่า “โพลล์สันติบาล” ไม่มีจริง ตำรวจไม่ทำโพลล์ เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ “แม่ทัพสันติบาล” พล.ต.ท.สราวุฒิ การพานิช ผบช.ส. ก็ตอกย้ำว่า สันติบาลไม่ได้ทำโพลล์ และไม่เคยทำ แต่การเลือกตั้งสันติบาลมีหน้าที่ มีภารกิจหลักที่ต้องลงพื้นที่สืบสวนเก็บข้อมูล ตรวจสอบ ดูแลความเรียบร้อย เฝ้าระวังการกระทำความผิด โดยเฉพาะการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ส่วนแวดวงการเมืองหรือสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวการเลือกตั้งและให้ความสำคัญกับ “โพลล์สันติบาล” นั้น อาจเป็นเพราะในอดีตสันติบาลเป็นหน่วยงานเดียวที่ลงทำภารกิจทำข่าวกรองเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ซึ่งต้องไปสังเกตการณ์ทั้งหมด ทั้งตัวผู้สมัคร การตั้งเวทีปราศรัย มีประชาชนเข้าฟังเท่าไร มีนโยบายอะไร ประชาชนเกิดการรับรู้ คล้อยตามขนาดไหน ก่อนที่จะรายงานข้อมูลเหล่านี้เข้ามาที่ส่วนกลาง เพื่อประเมินสถาณการณ์ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายข้อใดบ้างหรือไม่

“โพลล์กับการประเมินสถานการณ์ ไม่เหมือนกัน ซึ่งจะเห็นได้จากโพลล์ต่างๆ แค่ไปถามไปสำรวจความคิดเห็นประชาชนหน้าหน่วยเลือกตั้ง แล้วก็รายงานผลแบบคาดเดา ซึ่งพอผลออกมายังมีความคลาดเคลื่อน ไม่ตรงกับข้อมูลที่ทำโพลล์มา แต่สิ่งที่สันติบาลทำอยู่เป็นรูปแบบหน่วยข่าวกรอง เราจะมีข้อมูลที่ลึกกว่านั้น แต่ไม่ใช่โพลล์ หลักๆ คือป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งพรรคการเมือง ประชาชนและผู้สมัคร ส.ส. ขอย้ำว่าเราไม่เคยทำโพลล์ แต่ส่งกำลังไปประกบพรรคการเมือง ประกบผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งลงพื้นที่หาเสียง เราส่งไปทุกพรรค ไม่ได้เน้นแค่พรรคใดพรรคหนึ่ง พรรคใหญ่พรรคเล็กต้องประกบหมด และการทำงานของสันติบาลก็จะแตกต่างไปจากตำรวจท้องที่” พล.ต.ท.สราวุฒิ กล่าวย้ำ

ทั้งนี้ทั้งนั้น “แม่ทัพหน่วยข่าวกรองสีกากี” ยังบอกว่า การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังไม่มีอะไรน่าห่วง การข่าวยังสงบเรียบร้อยดี โดยเชื่อว่าทุกคนทุกฝ่ายอยากเลือกตั้ง ตนก็อยากเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ก็ล้วนอยากเลือกตั้ง เพราะต้องการนำประเทศเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย พร้อมให้ความมั่นใจว่าสันติบาลปฏิบัติหน้าที่เป็นกลาง ไม่เข้าข้างเอียงเอนไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แม้ภารกิจที่ทำจะต้องใกล้ชิดนักการเมืองก็ตาม

การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปี 2562 นี้ สันติบาลเข้าไปมีบทบาทอีกครั้ง ต้องจับตาดูว่า “โพลล์สันติบาล” ที่ถูกร่ำลือ หรือเป็นแค่งานข่าวกรองที่ตำรวจบอก จะออกมาในรูปแบบไหน..!!

“เจ๊แดง” ไฟเขียว ทัพแดงอีสานหนุน “เจ๊หน่อย”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/358801?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=scoop

“เจ๊แดง” ไฟเขียว ทัพแดงอีสานหนุน “เจ๊หน่อย”

วันที่ 14 มกราคม 2562 – 11:44 น.
คุณหญิงสุดารัตน์,คุณหญิงหน่อย,เจ๊หน่อย,หญิงหน่อย,พรรคเพื่อไทย,คนเสื้องแดง,เกรียง กัลป์ตินันท์,สนามเลือกตั้งอีสาน,เลือกตั้ง 2562,พรรคพระชาธิปัตย์,สนามเลือกตั้งเมืองจันท์,จันทบุรี
เปิดอ่าน 2,896 ครั้ง

เห็นภาพ “เจ๊หน่อย” กับ “เกรียง กัลป์ตินันท์” คนสนิทของเจ๊แดงเคียงบ่าเดินหาเสียงแล้ว เป็นสัญญาณยิ่งกว่าพลุตะไลไฟพะเนียง ว่าหญิงหน่อยมาแน่ๆ!!

          000 สโลแกนในฤดูเลือกตั้งถูกประดิษฐ์ขึ้นมารับใช้การหาเสียงอยู่เสมอ สิบปีก่อนคงเคยได้ยิน “ไม่เลือกเขา เรามาแน่” แต่หลังเทศกาลปีใหม่ พรรคเพื่อไทยจุดพลุวลีการเมือง “อยู่กับเรากระเป๋าตุง อยู่กับลุงกระเป๋าแฟบ”หวังกลบกระแสบัตรคนจน นัยว่าช่วงปลายปี หัวคะแนนพรรคพลังประชารัฐ เขย่าขวัญด้วยท่อนฮุก “เผด็จการกินได้” จนแชมป์เก่าอกสะท้านหวั่นไหว เกรงชาวบ้านจะเปลี่ยนใจ

        000 การเดินสายหาเสียงของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” สุดสัปดาห์นี้ จากอุบลราชธานี ไปยโสธร และร้อยเอ็ด มีความคึกคักเป็นพิเศษสมกับเป็น “เขตแดงเข้มข้น” แต่เหตุการณ์ที่ต้องขีดเส้นใต้ 2 เส้นก็คือ การพบกันระหว่าง “เจ๊หน่อย” กับ “เกรียง กัลป์ตินันท์” คนสนิทของเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งวันนี้ “เกรียง” เป็นแม่ทัพใหญ่อุบลฯ–ยโสธร

เจ๊หน่อย กับคนเสื้อแดงเลิงนกทานับหมื่นคน

          000 ถ้ายังจำกันได้ตอนที่พรรคเพื่อไทยแต่งตั้ง “คุณหญิงสุดารัตน์” เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค “เสี่ยเกรียง” ยื่นใบลาออกจากพรรคทันที ไปปรากฏตัวอยู่พรรคไทยรักษาชาติ แต่หลังจากนั้นไม่นาน เสี่ยเกรียงก็กลับมาพรรคเพื่อไทยและจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.อุบลฯ และยโสธร

          000 วันเสาร์ที่ผ่านมา ที่ร้านกาแฟในตัวเมืองอุบลฯ ภาพ “เจ๊หน่อย” นั่งคู่ “เสี่ยเกรียง” ปรึกษาหารือกะหนุงกะหนิง แทบจะลบภาพ “เกรียง ศิษย์เจ๊แดง” ไปได้เลย และฉากสำคัญของการสัญจรเมืองบั้งไฟคือมวลชนเรือนหมื่นมาฟังการปราศรัยของ “เจ๊หน่อย” ภายในลานตากข้าวของโรงสีไชยกุลพานิช อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร

เกรียง ขุนพลเจ๊แดง เคียงข้างเจ๊หน่อย

          000 เบื้องหลังภาพคลื่นมหาชนราวกับม็อบเสื้อแดงนั้น เป็นผลงานของเสี่ยเกรียง ที่สนับสนุน “ธนกร ไชยกุล” อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ลงสมัคร ส.ส.เขต 3 ยโสธร สำหรับ “ธนกร” หรือชื่อ “สุพัฒน์” เป็นคนเลิงนกทา และเป็นเครือญาติของ “สุพจน์ ไชยกูล” เจ้าของโรงสีไชยกุลพานิช ที่ใช้เป็นสถานที่จัดการปราศรัย

โปรดสังเกตป้ายหาเสียง มีชื่อเกรียง ธนกร และเจ๊หน่อย

          000 ก่อนสิ้นปี 2561  มีคลิปเรื่องทำบัตรคนจนควบบัตรสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็นประเด็นร้อนว่อนสื่อโซเชียล ซึ่งเหตุเกิดที่บ้านหวาย ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร โดยผู้ที่กลายเป็นตำบลกระสุนตกคือ “พิกิฏ ศรีชนะ” ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ยโสธร พรรคพลังประชารัฐ 

         000 อดีตผู้แทนเมืองบั้งไฟ “พิกิฏ” เป็นตัวเต็งในเขต 3 และได้รับการหนุนช่วยจาก “สุชาติ ตันเจริญ” ประมุขบ้านริมน้ำ ก่อนหน้านี้ พิกิฏ จับมือ “สถิรพร นาคสุข” นายก อบจ.ยโสธร พยายามดึง “เสื้อแดง” ส่วนหนึ่งมาช่วยเชียร์ แต่ก็ยังเจาะไม่ถึงแกนนำแดงในพื้นที่ เนื่องจาก อ.เลิงนกทา เป็นฐานใหญ่ของคนเสื้อแดงมาตั้งแต่ปี 2552 

พิกิฏ ศรีชนะ ยังเดินหาเสียงปกติ

          000 กลับมามองในภาพรวม การเดินสายอีสานเที่ยวล่าสุด ทำให้อัตราต่อรองในตลาดเลือกเบอร์หนึ่งนายกฯ เพื่อไทย ของ “เจ๊หน่อย” ขยับเหนือ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ขึ้นมาทันที ยิ่งทุกเวทีมีแต่เสียง “นายกฯ หญิงๆๆๆๆๆ” กระหึ่ม ก็หนาวไปบ้านริมคลอง บางบอน

           000 แนวรบบูรพาเที่ยวนี้ พรรคพลังประชารัฐปะทะพรรคประชาธิปัตย์ ดุเดือดเลือดพล่านแน่ ไล่มาตั้งแต่ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี แม้อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ “ธวัชชัย อนามพงษ์” และ “ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา” จะย้ายไปพลังประชารัฐ “หัวหน้ามาร์ค” ก็เปิดตัว “คนหน้าใหม่” ทั้ง 3 เขต ได้แก่ ปวีณา จริยฐิติพงส์ อดีตรองนายก อบจ.จันทบุรี เขต 1 ชาติชาย วรพิพัฒน์ กำนันดังแห่งนายายอาม เขต 2 และชรัตน์ เนรัญชร เจ้าของธุรกิจการเกษตร เขต 3 

          000 จริงๆ แล้ว “พงศ์เวช เวชชาชีวะ” อดีตส.ส.จันทบุรี ที่ต้องเว้นวรรคการเมือง 5 ปี ไม่ได้ย้ายตาม “สิงห์เฒ่า” ธวัชชัย อนามพงษ์ โดยพงศ์เวชอาสาเป็น “เสนาธิการหลังม่าน” ประสานแม่ทัพบูรพาของปชป.อย่าง “สาธิต ปิตุเตชะ” หลังเลือกตั้ง 2550 และ 2554 ปชป.ชนะยกจังหวัดมาแล้ว

พงศ์เวช เวชชาชีวะ (ซ้ายมือ) รับบทพี่เลี้ยง 3 ผู้สมัครหน้าใหม่ ปชป. เมืองจันทบุรี

          000 สำหรับ “พงศ์เวช” เป็นลูกชายของประภัทรพงศ์ เวชชาชีวะ ด้วยอานิสงส์บิดาเป็นเกษตรกรผู้มีชื่อเสียงทำให้ “พงศ์เวช” เป็น ส.จ.เขต อ.ขลุง แถมพงศ์เวช ยังเป็นลูกเขยของ “ฤทธี กิจกาญน์” อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าใหม่ ซึ่งฤทธีเป็นบิดาของ “ธนภณ กิจกาญจน์” นายก อบจ.จันทบุรี 4 สมัย จึงไม่แปลกผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ของปชป. จึงมาจากค่ายตระกูลกิจกาญจน์ถึง 2 คน

จันท์ฮิ…เที่ยวนี้ พิสูจน์กระแส ปชป.กับคนหน้าใหม่

         000 เซียนการเมืองกระซิบ อย่าประมาท “กระแสพรรค ปชป.” ในภาคตะวันออก อาจมีรายการ “ล้มช้าง” ในหลายเขต หลายจังหวัด ยี่ห้อมาร์คยังขายได้ ยิ่งชูคำขวัญไม่เอาพรรคสายสีเขียว ยิ่งโดนใจกองเชียร์จำนวนไม่น้อยเลย