ฟื้นสองขา “เต้น ณัฐวุฒิ” คู่ขนาน พท. ชิงฐานพิธา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/519011

16 มิ.ย. 2565

ฟื้นสองขา “เต้น ณัฐวุฒิ” คู่ขนาน พท. ชิงฐานพิธา

ยุทธศาสตร์ 2 ขา “เต้น ณัฐวุฒิ” คู่ขนานเพื่อไทย มากกว่าดึงเสื้อแดง มุ่งช่วงชิงฐานเจนใหม่แข่งพรรคก้าวไกล คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ยุทธศาสตร์ 2 ขา “เต้น ณัฐวุฒิ” ปั้นครอบครัวอุ๊งอิ๊ง เหมือน นปช. เดินคู่ขนานพรรคเพื่อไทย หวังแลนด์สไลด์เหมือนปี 2554


เป้าหมาย “เต้น ณัฐวุฒิ” มากกว่าดึงเสื้อแดง มุ่งช่วงชิงฐานเจนใหม่ในชนบท แข่งพรรคก้าวไกล


เปิดตัวไปแล้ว ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ตามพิธีกรรมทางการเมือง โดย อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้มอบเสื้อครอบครัวเพื่อไทยให้แกนนำ นปช.คนดัง
 

จริง ๆ แล้ว เต้น ณัฐวุฒิ มารอคิวชูเสื้อนานหลายเดือนแล้ว นับแต่ยุติแผนตั้งพรรคเส้นทางใหม่ ถ้อยแถลงของเต้นย้ำว่า เขาเป็นลูกน้องทักษิณ ชินวัตร และเป็นคนเสื้อแดง


“ขอให้เข้าใจว่าเวทีนี้คือเวทีครอบครัวเพื่อไทย ที่จะเดินหน้าคู่ขนานไปกับพรรคเพื่อไทย เพื่อต่อสู้ในสนามเลือกตั้ง”


นี่คือการปัดฝุ่นยุทธศาสตร์ 2 ขาคือ พรรคเพื่อไทย เดินคู่ขนาน นปช. เมื่อการเลือกตั้งปี 2554 ที่จุดกระแสยิ่งลักษณ์ฟีเวอร์


เพียงแต่สถานการณ์วันนี้ ปรับเปลี่ยนจาก นปช. เป็นครอบครัวเพื่อไทย ที่มีเป้าหมายแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

อุ๊งอิ๊งมอบเสื้อครอบครัวเพื่อไทย ให้เต้น ณัฐวุฒิอุ๊งอิ๊งมอบเสื้อครอบครัวเพื่อไทย ให้เต้น ณัฐวุฒิ


‘แบรนด์อุ๊งอิ๊งฝืด’
นัยว่า นายหญิงเปิดการเจรจากับ “เต้น ณัฐวุฒิ” ในยกสุดท้ายก่อนตัดสินใจเข้าร่วมขบวนครอบครัวอุ๊งอิ๊ง


ตอนแรก ทักษิณวางแผนโชว์ลูกสาวคนเดียว เป็นผู้นำพาครอบครัวเพื่อไทย แต่ผ่านไป 3 เดือน ชื่ออุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ไม่ติดตลาดเหมือนยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

เนื่องจากบริบทการเมืองเปลี่ยน พ.ศ.นี้ ไม่ใช่เพื่อไทยแข่งกับประชาธิปัตย์เท่านั้น หากแต่ในฝ่ายประชาธิปไตย ก็มีพรรคก้าวไกลโดดเด่นตีคู่พรรคเพื่อไทย


ที่สำคัญ การเปิดตัว อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไม่แรงพอที่จะกระชากเรตติ้งเพื่อไทยให้ทิ้งห่างก้าวไกล เมื่อเปรียบเทียบกับพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ปรากฏว่า พิธามาแรงกว่าอุ๊งอิ๊ง


สิ่งที่คนแดนไกลกังวลมากไปกว่านั้น เยาวชนคนรุ่นใหม่ ทั้งในเขตเมืองและชนบท โดยเฉพาะภาคอีสานและภาคเหนือ ชื่นชอบพรรคก้าวไกลมากกว่าพรรคเพื่อไทย

มิหนำซ้ำ ส.ส.เพื่อไทยในภาคอีสาน ยังถูกพรรคภูมิใจไทยเจาะไปหลายจังหวัด เนื่องจากนักเลือกตั้งบ้านใหญ่ ประเมินว่า กระแสเสื้อแดงอ่อนแรง และแบรนด์อุ๊งอิ๊งไม่แรงพอจะดึงใจ ส.ส.ไว้ได้


‘เต้นไม่ง่าย’
ภารกิจ “เต้น ณัฐวุฒิ” ในปัจจุบัน ต่างปี 2554 ค่อนข้างมาก เพราะปีนั้น องค์กร นปช.ยังเข้มแข็ง ผนึกสถานีวิทยุชุมชนเสื้อแดง 100 กว่าแห่ง พร้อมขบวนการหมู่บ้านเสื้อแดงของ อานนท์ แสนน่าน จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน


ชั่วโมงนี้ นปช. แตกเป็น 2 ก๊ก ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ หมู่บ้านเสื้อแดงล่มสลาย และแดงอิสระหันไปสวมเสื้อสีส้ม


วันที่อุ๊งอิ๊งเดินทางไปร่วมงานครอบครัวเพื่อไทยที่สมุทรปราการ ได้ปราศรัยบนเวทีว่า “พรรคจะชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลายไม่ได้ ถ้าพี่น้องเสื้อแดงไม่ร่วม และพี่น้องไม่อยู่เคียงข้างพรรคเพื่อไทย”


ด้วยเหตุนี้ นายใหญ่จึงดันเต้น ณัฐวุฒิ เข้ายืนเคียงข้างลูกสาวคนเล็ก เพื่อปลุกเร้าคนเสื้อแดงในทุกเวทีทั่วประเทศ


นอกจากนี้ ปี 2564 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ สนับสนุนการเคลื่อนไหวกลุ่มเยาวชนคนรุ่นใหม่ พร้อมแกนนำ นปช.ในต่างจังหวัด ที่ยังภักดีนายใหญ่ จัดคาร์ม็อบเกือบทุกจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคอีสาน


การขยับของเต้น ณัฐวุฒิ เรียกว่าได้ใจม็อบสามนิ้วอย่างมาก บวกกับสำนักข่าวยูดีดีนิวส์ ของปีกเสี่ยเต้น โดยมี ธิดา ถาวรเศรษฐ เป็นแม่งานใหญ่ ซึ่งทุกครั้งที่มีการชุมนุมของม็อบสามนิ้ว ทีมงานยูดีดีนิวส์จะถ่ายทอดสดผ่านแฟนเพจและช่องยูทูบทุกนัด


ดังนั้น ณัฐวุฒิจึงตอบโจทย์นายใหญ่ ที่จะแย่งชิงฐานเจนใหม่จากพรรคก้าวไกล หรือดึงเยาวชนแดงที่โยกไปเป็นพลพรรคสีส้ม ให้หันกลับมาอยู่ในครอบครัวเพื่อไทย

“ฮั้วประมูล” ซ่อมทาง โยงนายกฯ “อบจ.สงขลา” 2 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518979

นายหัวไทร

16 มิ.ย. 2565

"ฮั้วประมูล" ซ่อมทาง โยงนายกฯ "อบจ.สงขลา" 2 คน

มหากาพย์ “ฮั้วประมูล” ซ่อมบำรุงทาง “อบจ.สงขลา” ลากยาวจนใกล้หมดอายุความ ที่ปรึกษานายกฯอบจ. จี้ตำรวจเร่งรัดคดีก่อนหมดอายุความ

บางคนอาจจะแปลกใจกับการที่นายเชิดเกียรติ เมธีลักษณ์ ที่ปรึกษานายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา เดินทางมายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต. อาซาน  จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา เพื่อเร่งรัดดำเนินคดี ต่อพนักงานสอบสวนสงขลา ใน 2 คดี

"ฮั้วประมูล" ซ่อมทาง โยงนายกฯ "อบจ.สงขลา" 2 คน

       สองคดีที่ว่าเป็นคดี อาญาที่ 76/2564 และคดีอาญาที่ 77/2564 เพื่อให้เร่งดำเนินคดีที่เคยแจ้งความไว้แล้วกับ บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด โดยนายอิทธิพล ดวงเดือน และกลุ่มบริษัทคู่เทียบ ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม และร่วมกันกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 (ฮั้วประมูล)เป็นเหตุให้อบจ.สงขลาได้รับความเสียหาย

      เหตุผลของการออกมาจี้ตำรวจให้เร่งรัดคดี ติดตามจับกุมผู้ต้องหา เนื่องจากผู้มอบอำนาจมีความกังวลเรื่องของห้วงเวลาที่นานพอสมควรแล้ว อีกทั้งกำลังจะขาดอายุความ

      โดยเฉพาะคดีแรกจะขาดอายุความในวันที่ 16 กรกฎาคม 2565 และคดีที่ 2 ขาดอายุความในวันที่ 18 กันยาน 2565 ขณะนี้เท่าที่ทราบยังไม่สามารถดำเนินการให้ได้ตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีจำนวนหลายกลุ่ม จึงเป็นเหตุให้ศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบภาค 9 ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไปหลายคน และยังจับตัวไม่ได้

     นายอิทธิพล ดวงเดือน ผู้บริหารบริษัท พลวิศว์ แทคพลัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประมูลรถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาครั้งที่ 3 ที่ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำพิพากษาให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา จ่ายเงินให้กับนายอิทธิพล ดวงเดือน เป็นผู้ต้องหาร่วมอยู่ในของคดีนี้ด้วย

      ที่สำคัญคือ นายอิทธิพล ดวงเดือน เป็นผู้ ชนะการประมูลขายรถซ่อมบำรุงทางฯให้กับ อบจ.สงขลา ทั้งครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 รวมถึงครั้งที่ 3 ด้วย

     อบจ.สงขลามีความกังวลว่าผู้ต้องหาทั้งหมดพยายามที่จะประวิงเวลา เพื่อให้คดีขาดอายุความทางอาญา และไม่ต้องรับโทษทางอาญา จากความพยายามยื่นร้องขอความเป็นธรรม ทั้งๆที่ได้รับประโยชน์สูงสุดในทางแพ่งไปแล้วจากการที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งให้ อบจ.สงขลาจ่ายค่ารถ 50 กว่าล้าน พร้อมดอกเบี้ยอีก 30 กว่าล้าน ซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชนจำนวนมากที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาต้องจ่ายตามคำสั่งศาล

         แม้พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ ผู้บังคับการตำรวจภูธรสงขลา จะยืนยันว่า หลังได้รับสำนวนการสอบสวนมาจาก ป.ป.ช. ทางตำรวจก็ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนร่วมกันทำงานเก็บหลักฐานทั้งสองคดี

     “ทางคณะกรรมการสอบสวนได้มีการเร่งรัดให้การสอบสวนให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลา เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับคู่กรณีทั้งสอง และในส่วนจะยื้อเวลาหรือไม่นั้น เราได้มีการทำงานตามรูปแบบของคณะกรรมการ คณะทำงานกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด”

     ผู้การฯสงขลา กล่าวยืนยันว่า เรื่องการสิ้นสุดอายุความ เป็นสิ่งที่ทางพนักงานสอบสวนให้ความสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามเราได้ทำงานตามกรอบระยะเวลาตามข้อกฏหมาย เพื่อมิให้เกิดความเสียหาย ซึ่งขณะนี้ได้มีการสั่งการให้กองบังคับการสืบสวนสงขลา ติดตามบุคคลที่มีหมายจับอยู่แล้ว ซึ่งเรามี พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รอง ผบก.ภ.สงขลา เป็นหัวหน้าคณะในการทำงาน โดยขณะนี้ทางตำรวจยังไม่มีความกังวลใจในเรื่องนี้ เพราะว่าจะเป็นฝ่ายใดมีเอกสารหลักฐานใด คณะกรรมการสอบสวนก็มีหน้าที่ในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อที่จะนำเสนอต่อพนักงานอัยการฉะนั้นความกังวลใจใดๆ

     แม้พนักงานสอบสวนจะไม่มีข้อกังวล แต่ อบจ.ในฐานะเจ้าทุกข์มีความกังวลใจแน่นอน เพราะมีคดีความมากมายที่หมดอายุความบนมือของพนักงานสอบสวน ไม่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาหามาดำเนินคดีได้

      อย่างล่าสุด คดีสนับสนุนให้มีการบุกรุกป่าเขาใหญ่ของ “สุนทร วิลาวัลย์” นายกฯอบจ.ปราจีนบุรี ตำรวจก็ตามจับไม่ได้จนหมดอายุความไปแล้ว 1 คดี

     อบจ.สงขลาน่าจะมีข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา หลังศาลอนุมัติออกหมายจับ 8 ราย อันเป็นความเคลื่อนไหวในความพยายามจะหลบหนีมากกว่าความพยายามในการติดต่อเข้ามอบตัว และมีรายงานว่า มีอย่างน้อยสองรายหลบหนีไปแล้วด้วย

      คดีเกี่ยวกับการฮั้วประมูลรถซ่อมบำรุงทางของ อบจ.สงขลา นอกจากทาง อบจ.สงขลา ในฐานะผู้เสียหายจะไปแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ล่าสุด ปปช.ก็เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับบุคคลกลุ่มเดียวกันด้วย

      ปปช.ยังดูแลคดีเกี่ยวกับคำร้องให้สอบสวนกับนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย อดีตนายกฯอบจ.สงขลา ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ (157 ไม่ใช่คดีทุจริต) ชะลอการจ่ายค่ารถให้บริษัท พลวิศว์ ตามคำสั่งของจังหวัดสงขลาให้สอบสวนตามคำร้องว่ามีการฮั้วประมูล และผลสอบสวนพบมีการฮั้วประมูลจริง

"ฮั้วประมูล" ซ่อมทาง โยงนายกฯ "อบจ.สงขลา" 2 คน

      คดีละเว้นของนายนิพนธ์ ปปช.สรุปสำนวนส่งอัยการแล้ว อัยการพิจารณาแล้ว เห็นว่า สำนวนอ่อน สำนวนไม่สมบูรณ์ถึง 16 จุด เมื่ออัยการเห็นแย้งกับ ปปช.จึงตั้งกรรมการร่วมในการทำสำนวน แต่ ปปช.ก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานเพิ่มให้สำนวนสมบูรณ์ได้ อัยการสูงสุดจึงสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว และส่งสำนวนกลับให้ ปปช.ซึ่ง ปปช.มีมติจะฟ้องเอง

      แต่ที่น่าแปลกใจในขณะที่ ปปช.เดินหน้าฟ้องนายนิพนธ์ด้วยตัวเอง แต่กลับส่งเจ้าหน้าที่ไปร้องให้ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมฮั้วประมูลรถซ่อมทางของ อบจ.สงขลา กลุ่มเดียวกับที่ อบจ.สงขลาแจ้งความไปแล้ว และศาลออกหมายจับแล้ว

     การที่ ปปช.ส่งเจ้าหน้าที่ไปแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมฮั้วประมูล เท่ากับเป็นการยอมรับว่ามีการฮั้วประมูลจริง แต่กลับยังจะเดินหน้าฟ้องนายนิพนธ์ ในข้อหาละเว้น (157) ไม่ใช่เรื่องทุจริต

       เรื่องการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ของ อบจ.สงขลา ยังเป็นเรื่องเป็นราวอีกยาว ติดตามกันอีกนาน #นายหัวไทร กำลังประมวลข้อมูล เพื่อเขียน “เปิดตำนานประมูลรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ของ อบจ.สงขลา มรดกบาปจาก อุทิศ ชูช่วย ถึงนิพนธ์ บุญญามณี”

หลงกองเชียร์ “ประยุทธ์” ไปต่อยาก พปชร.สูญพันธุ์ที่อีสานเหนือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518933

15 มิ.ย. 2565

หลงกองเชียร์ “ประยุทธ์” ไปต่อยาก พปชร.สูญพันธุ์ที่อีสานเหนือ

หลงกองเชียร์จัดตั้ง “ประยุทธ์” อาจไม่รู้ข้อมูลจริง พปชร. ส่อแววสูญพันธุ์ที่อีสาน ชื่อลุงตู่ขายยาก อดีตผู้สมัคร ส.ส.เกรดเอ หนีไปสังกัดพรรคอื่น คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

มายาการเมือง “ประยุทธ์” ไปสกลนคร กองเชียร์จัดตั้งแห่ต้อนรับ อาจไม่รู้ข้อมูลจริง พลังประชารัฐส่อแววสูญพันธุ์ที่อีสาน 


พลังแม้วเหนือกว่า “ประยุทธ์” ขายยากในภาคอีสาน แถมอดีตผู้สมัคร ส.ส.เกรดเอ ค่าย พปชร. ก็หนีไปสังกัดพรรคอื่น


วันที่ 15 มิ.ย.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางไป จ.สกลนคร ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหาความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัย 
 

ระหว่างการลงพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พบกับประชาชนที่มารอต้อนรับพร้อมใจตะโกน “นายกฯ สู้สู้” และตัวแทนขาวบ้านได้ผูกผ้าขาวม้าย้อมครามให้กับนายกรัฐมนตรีและคณะ 


เบื้องหลังฉากการต้อนรับนายกฯประยุทธ์อย่างครึกครื้น เป็นผลงานของ อานนท์ แสนน่าน ประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่นไทย และนิตยา นาโล ประธานเครือข่ายหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนภาคอีสาน ที่นำชาวอีสานมาต้อนรับประมาณพันคน


ในมิติทางการเมือง พรรคพลังประชารัฐ ที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งหน้า คงจะเอาเกณฑ์กองเชียร์จัดตั้งมาประเมินไม่ได้ เพราะความเป็นจริงในวันนี้ เรตติ้งลุงตู่ตกต่ำในภาคอีสาน

อานนท์ แสนน่าน โชว์ผลงานกองเชียร์ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์อานนท์ แสนน่าน โชว์ผลงานกองเชียร์ต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์


ดังที่ทราบกัน สนามเลือกตั้งภาคอีสาน นับแต่การเลือกตั้งทั่วไป 2544 จนถึงปี 2562 พรรคการเมืองของทักษิณ ชินวัตร ทั้งไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย ถือว่าเป็นแชมป์ภาคอีสานมาตลอด


ปี 2554 พรรคเพื่อไทย กวาด ส.ส.ภาคอีสาน 104 ที่นั่ง แต่ปี 2562 ลดลงเหลือ 83 ที่นั่ง แต่เพื่อไทยก็ยังเป็นแชมป์อีสาน    


หากการเลือกตั้งสมัยหน้า ใช้บัตร 2 ใบแบบรัฐธรรมนูญ 2540 พรรคเพื่อไทยมีโอกาสสร้างชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ในภาคอีสาน เหมือนเลือกตั้งปี 2548


‘แม่ทัพอี๊ดเหนื่อย’
ถ้าพลังประชารัฐยังจะหนุน “ประยุทธ์” เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในสมัยหน้า ก็ต้องแก้โจทย์ พปชร.จะสูญพันธุ์ ในสมรภูมิภาคอีสาน 
 

ย้อนไปเมื่อเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 พลังประชารัฐ มีแม่ทัพเลือกตั้งภาคอีสานหลายคน ทั้งสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, วิรัช รัตนเศรษฐ, เอกราช ช่างเหลา, สุพล ฟองงาม และสุชาติ ตันเจริญ นอกจากนี้ ก็มีแม่ทัพหลังม่านชื่อ พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร ซึ่งตอนนั้น ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2 


ผลเลือกตั้งปี 2562 พรรคพลังประชารัฐได้ ส.ส.ในภาคอีสาน 15 คน (รวมทั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อและ ส.ส.เขต) ส่วน ส.ส.เกรดเอและบี ที่ย้ายมาจากพรรคเพื่อไทย สอบตกเกลี้ยง


เฉพาะโซนอีสานเหนือ มี ส.ส.เขต 2 คน คือ วัฒนา ช่างเหลา ส.ส.ขอนแก่น และสมศักดิ์ คุณเงิน ส.ส.ขอนแก่น ปัจจุบัน วัฒนาย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และสมศักดิ์ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย

ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้มอบให้พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร รับผิดชอบโซนอีสานเหนือ โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เป็นที่ปรึกษา


‘ทิ้งลุงป้อม-ลุงตู่’
เลือกตั้งสมัยที่แล้ว ชื่อ “ประยุทธ์” ขายไม่ได้ในภาคอีสาน จึงทำให้ได้ ส.ส.เขต เพียงแค่ 12 คน โดยเฉพาะอีสานเหนือ ได้แค่ 2 คน


แม้สุชาติ ตันเจริญ ประมุขบ้านริมน้ำ จะพยายามแก้เกมขายลุงตู่ยาก โดยเสาะหากลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นฐานแน่นมาสู้กับกระแสทักษิณ ซึ่งกลุ่มนี้ประกอบด้วยนายก อบจ.โซนอีสานเหนือ


กองเชียร์ พปชร.สาย อบจ.ประกอบด้วย ชัยมงคล ไชยรบ อดีต นายก อบจ.สกลนคร, สมชอบ นิติพจน์ อดีต นายก อบจ.นครพนม, ยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย, ศราวุธ สันตินันตรักษ์ อดีต นายก อบจ.หนองบัวลำภู, นิพนธ์ คนขยัน อดีตนายก อบจ.บึงกาฬ และมลัยรัก ทองผา อดีตนายก อบจ.มุกดาหาร


พูดง่าย ๆ ลุงป้อมมอบให้นายก อบจ.ทั้ง 6 จังหวัดอีสานเหนือรับผิดชอบหาผู้สมัคร ส.ส.ในแต่ละจังหวัด แต่ผู้สมัคร ส.ส.ในเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นสอบตกหมด


ทุกวันนี้ ชัยมงคล ไชยรบ อดีต นายก อบจ.สกลนคร พาเพื่อนนักการเมืองท้องถิ่น จ.หนองบัวลำภู และ จ.มุกดาหาร ย้ายไปสังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย

ส่วน สมชอบ นิติพจน์ อดีต นายก อบจ.นครพนม ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ก็ยังเหลือยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย ที่เลือกอยู่ พปชร.


สองเดือนที่แล้ว พล.อ.ธัญญา เกียรติสาร และพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย ทั้ง 3 เขต สายนายก อบจ.หนองคาย


ประเมินภาพรวมของ พปชร. ในโซนอีสานเหนือ พปชร.ดูไร้หวังที่จะชิงเก้าอี้ ส.ส.จากแชมป์เพื่อไทย

ไม่เต้นตาม “ตู่ จตุพร” ถอยห่างครอบครัวเพื่อแม้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518880

15 มิ.ย. 2565

ไม่เต้นตาม “ตู่ จตุพร” ถอยห่างครอบครัวเพื่อแม้ว

ไม่คืนรังแม้ว “ตู่ จตุพร” เลือกทางเดินของตัวเอง เต้น ณัฐวุฒิ ใกล้ชิดคนแดนไกล จึงถูกเลือกมาทำศึกแย่งชิงมวลชนกับพรรคก้าวไกล คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

เต้นคืนรังแม้ว “ตู่ จตุพร” ยังไม่กลับ เลือกทางเดินของตัวเอง จับมือทนายนกเขา เล่นประเด็นใหญ่ 2 มหาอำนาจ


นปช.วงแตก “ตู่ จตุพร” แยกทางเต้น ณัฐวุฒิ นานหลายปีแล้ว เสี่ยเต้นใกล้ชิดคนแดนไกล จึงถูกเลือกมาทำศึกแย่งชิงมวลชนกับพรรคก้าวไกล 


ขณะที่ เต้น-ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เปิดตัวรับตำแหน่ง ผอ.โครงการครอบครัวเพื่อไทย ที่มีลูกสาวนายใหญ่เป็นหัวหน้าครอบครัว หลายคนก็ถามหาตู่ จตุพร พรหมพันธุ์ จะกลับรังเพื่อไทยมั้ย
 

เมื่อ 13 มิ.ย.2565 จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยนิติธร ล้ำเหลือ แกนนำกลุ่มประชาชนคนไทย อ่านแถลงการณ์ต่อต้านการลงนามในบันทึกข้อตกลงยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกร่วมกับสหรัฐอเมริกาที่สะพานช้างโรงสี ใกล้กระทรวงกลาโหม


ก่อนหน้านั้น กลุ่มรวมพลังสามัคคีประชาชน นำโดยทนายนกเขา และตู่ จตุพร จัดเสวนาหัวข้อ ต่อต้านอเมริกาพาไทยสู่สงคราม กรณีทำไมรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ มาไทย ครั้งที่ 2


ดูความเคลื่อนไหวของตู่ จตุพร จะห่างออกจากคนเสื้อแดงออกไปเรื่อยๆ เฉพาะประเด็นก็ไกลตัว แถมยังทำงานร่วมกับทนายนกเขา อดีตแกนนำ คปท.

จตุพร และทนายนกเขา เคลื่อนไหวประท้วงสหรัฐฯ จตุพร และทนายนกเขา เคลื่อนไหวประท้วงสหรัฐฯ


‘เต้น-ตู่คู่ขนาน’
ระยะหลัง “ตู่ จตุพร” เปิดใจรับเพื่อนมิตรต่างสี ส่วนเต้น ณัฐวุฒิ โหนม็อบสามนิ้ว ถึงขั้นมีแผนตั้งพรรคเส้นทางใหม่ โดยอ้างว่า พรรคเส้นทางใหม่คือ สะพานเชื่อมระหว่างนายใหญ่กับเยาวชนคนรุ่นใหม่

ปลายปี 2561 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ธิดา ถาวรเศรษฐ, เหวง โตจิราการ และก่อแก้ว พิกุลทอง เปิดสำนักข่าวยูดีดีนิวส์ (UDD News) ที่อาคารเอเวอรี่ มอลล์ ถ.รัตนาธิเบศร์ ใกล้แยกแคราย อ.เมือง จ.นนทบุรี


ช่วงม็อบสามนิ้วคึกคัก ยูดีดีนิวส์ได้เป็นกระบอกเสียงให้กับ ม็อบเยาวชนคนรุ่นใหม่เต็มรูปแบบ ทุกการเคลื่อนไหวของแกนนำสามนิ้ว จะถูกถ่ายทอดผ่านยูดีดีนิวส์


เมื่อพรรคเส้นทางใหม่ไปไม่รอด จาตุรนต์ ฉายแสง หวนกลับเพื่อไทย และมีข่าวว่า ณัฐวุฒิก็จะตามเสี่ยอ๋อยคืนรังเหมือนกัน แต่รอจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม


มีรายงานข่าวว่า คุณหญิงจันทร์ส่องหล้า ได้เจรจากับเสี่ยเต้น และขอให้มาช่วยงานพรรคเพื่อไทย เพื่อขยายฐานเสียงเยาวชนคนรุ่นใหม่ เพราะกลุ่มเจนใหม่มีความใกล้ชิดกับพรรคก้าวไกลมากกว่าพรรคเพื่อไทย


ฉะนั้น ภารกิจเสี่ยเต้น ไม่เพียงเฉพาะคนเสื้อแดงกลับเพื่อไทย แต่ยังต้องดึงแนวร่วมเสื้อส้มเปลี่ยนใจกลับมาสวมเสื้อแดง
 

‘สองแนวทาง’
การคืนรังเพื่อไทยของเสี่ยเต้นเป็นเรื่องที่รู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว ส่วน “ตู่ จตุพร” จะกลับหรือไม่ ยังไม่มีความชัดเจน
 

เสี่ยเต้นแสดงจุดยืนเคียงข้างม็อบสามนิ้ว เขาจึงได้รับความเคารพนับถือจากกลุ่มเด็กๆ ต่างจากตู่ จตุพร กลับถูกหวาดระแวง เพราะไม่พอใจท่าทีของจตุพร กรณีวิจารณ์ม็อบสามนิ้วที่แตะต้องสถาบันฯ
 

ปีที่แล้ว จตุพร พรหมพันธุ์ แตะมืออดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานญาติวีรชนพฤษภา 35 ประกาศชักธงไล่รัฐบาลประยุทธ์ ด้วยกิจกรรมไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน
 

แนวร่วมต่างขั้วของจตุพร ประกอบด้วย วีระ สมความคิด, ไทกร พลสุวรรณ, สมบูรณ์ ทองบุราณ และการุณ ใสงาม แต่การเคลื่อนไหวพันธมิตรต่างขั้ว กลับล้มเหลว
 

นปช.ฟากหนึ่ง วีระกานต์ มุสิกพงศ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นพ.เหวง โตจิราการ และธิดา ถาวรเศรษฐ ยังเดินไปบนทางสายเดิม ซึ่งเกาะเกี่ยวอยู่กับนายใหญ่
 

แหล่งข่าวในเพื่อไทยเปิดเผยว่า  คุณหญิงจันทร์ส่องหล้า  ได้ติดต่อขอให้จตุพรกลับเพื่อไทย มาช่วยงานอุ๊งอิ๊ง แต่เสี่ยตู่ยังไม่ตัดสินใจ
 

เมื่อการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว เสี่ยตู่รับบทกองเชียร์พรรคเพื่อชาติ แต่เกิดความขัดแย้งกับยงยุทธ ติยะไพรัช จึงทำให้เสี่ยตู่ทิ้งพรรคเพื่อชาติ กลับมาปักหลักอยู่ที่สำนักงานพีซทีวี ย่านรามอินทรา
 

ดังนั้น การตัดสินใจกลับไปเพื่อไทย ก็ต้องดูว่า จะมีบทบาทมากน้อยแค่ไหน หากเป็นแค่หางเครื่อง ก็คงไปอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พรรคเศรษฐกิจไทย 

คืนรังเก่า “เต้น ณัฐวุฒิ” เคียงข้างอุ๊งอิ๊ง ไล่หนูตีงูเห่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518790

14 มิ.ย. 2565

คืนรังเก่า “เต้น ณัฐวุฒิ” เคียงข้างอุ๊งอิ๊ง ไล่หนูตีงูเห่า

กลับมาแล้ว “เต้น ณัฐวุฒิ” ปลุกพลังเสื้อแดง เคียงข้าง อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ภารกิจแรกไล่หนูตีงูเห่าที่ศรีสะเกษ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

กลับมาแล้ว “เต้น ณัฐวุฒิ” ปลุกพลังเสื้อแดง ยืนเคียงข้าง อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร งานแรกไล่หนูตีงูเห่าที่ศรีสะเกษ 

พรรคใหม่ไปไม่รอด “เต้น ณัฐวุฒิ” คืนรังเก่า ยอมรับบท ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย ย้อนรอยยุทธศาสตร์สองขา


พรรคเพื่อไทยได้ฤกษ์เปิดตัว ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กลับเข้ามาร่วมงานกับพรรคอีกครั้ง ในฐานะ ผอ.โครงการครอบครัวเพื่อไทย โดยแพทองธาร ชินวัตร และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะให้การต้อนรับในวันที่ 15 มิ.ย.2565
 

ภารกิจของ เต้น ณัฐวุฒิ จะทำหน้าที่เดินสายทุกจังหวัดทั่วประเทศ คนเสื้อแดงให้กลับบ้าน ตามที่อุ๊งอิ๊ง แพทองธารเคยประกาศเอาไว้


วันเสาร์ที่ 18 มิ.ย.2565 เต้น ณัฐวุฒิ จะร่วมขบวนไปกับหัวหน้าอุ๊งอิ๊ง เพื่อเข้าร่วมงานครอบครัวเพื่อไทยบุกศรีสะเกษ ไล่หนู ตีงูเห่า ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะจัดกิจกรรมพบประชาชน รวมทั้งรับสมัครสมาชิกใน 3 อำเภอ 


อำเภอราษีไศล เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต 9 นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ที่จะต้องชน ปวีณ แช่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย สามีผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ


อ.อุทุมพรพิสัย เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต 8 ประวิทย์ จารุรัชกุล หรือผู้ใหญ่เฮง ที่จะท้าชิงแชมป์ อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย


อ.ขุนหาญ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 อมรเทพ  สมหมาย ต้องแข่งกับลูกสาวของ ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ ที่ย้ายจากเพื่อไทยไปภูมิใจไทย


‘พรรคใหม่ไปไม่รอด’
ปีที่แล้ว “เต้น ณัฐวุฒิ” ยังฝากฝันไว้กับ จาตุรนต์ ฉายแสง เดินหน้าสร้างพรรคเส้นทางใหม่ ที่มีเครือข่าย นปช.สายเต้นเข้าร่วมด้วย


ว่ากันว่า พรรคเส้นทางใหม่ จึงมีลักษณะพรรคบางประการ คล้ายพรรคไทยรักษาชาติ แต่ก็ไม่ใช่บริษัทลูกของคนแดนไกล

ดังที่รู้กันว่า ณัฐวุฒิหมดสิทธิห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. เพราะติดเงื่อนไขเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเพิ่งได้รับโทษจำคุกและพ้นโทษมายังไม่ถึง 10 ปี แต่ก็ไม่มีข้อห้ามสำหรับกองเชียร์


แต่ฝันก็ไม่เป็นจริง เมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลับไปใช้บัตร 2 ใบเหมือนปี 2540 ทำให้พรรคเล็กพรรคใหม่ไปต่อยาก จาตุรนต์ก็ตัดสินใจหวนกลับเพื่อไทย พรรคเส้นทางใหม่ก็ต้องยุติไว้ชั่วคราว


‘ไล่หนูตีงูเห่า’
ภารกิจแรกของ “เต้น ณัฐวุฒิ” ในฐานะ ผอ.ครอบครัวเพื่อไทย คือการไปไล่ล่างูเห่าที่ศรีสะเกษ 


กรณีงูเห่าเพื่อไทยใน จ.ศรีสะเกษ ทักษิณ ชินวัตร รู้สึกไม่พอใจมาก และเคยขู่ข้ามประเทศผ่านคลับเฮาส์ว่า “มีข่าวว่า ส.ส.ฝ่ายค้านโดนวัคซีนไล่ฉีดกันเป็นแถว.. เตือนไว้นะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทยไปร่วมประชุมกับพรรครัฐบาลอยู่ ผมรู้ว่าชื่ออะไร”


อีกครั้งหนึ่งในแคร์คลับเฮาส์ ทักษิณบอกว่า “สาเหตุของงูเห่า เป็นเพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ทำลายความแข็งแรงของพรรคการเมือง ส่งเสริมให้ ส.ส.ทำผิดวินัย เป็นเรื่องแปลกที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้..”


จริง ๆ แล้ว 3 ส.ส.ศรีสะเกษ ที่ย้ายจากเพื่อไทยไปอยู่ภูมิใจไทย เป็น ส.ส.ประเภทบ้านใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ, จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 4 และธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 5 จึงทำให้คนแดนไกลรู้สึกไม่พอใจ


หลังจาก อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไปเปิดตัว 3 ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย คนแดนไกลจึงประสานแกนนำเพื่อไทย ให้รีบเคลียร์ ส.ส.ศรีสะเกษ ที่เหลืออีก 3 คน ได้แก่ สุรชาติ ชาญประดิษฐ์ เขต 2 ,วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เขต 3 และวีระพล จิตสัมฤทธิ์ เขต 6 ให้อยู่พรรคเดิมต่อไป

ผ่าม็อบไล่ “ประยุทธ์” มวลชนอิสระ ไร้หัวไร้กระบวนท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518766

14 มิ.ย. 2565

ผ่าม็อบไล่ “ประยุทธ์” มวลชนอิสระ ไร้หัวไร้กระบวนท่า

ม็อบคืนชีพท้าทาย “ประยุทธ์” มวลชนอิสระ ผสมยูทูบเบอร์สายสามนิ้ว คนหน้าเดิมๆ ม่อน อาชีวะ ก็กลับมาจัดคาร์ม็อบสองล้อ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ม็อบดินแดงคืนชีพท้าทาย “ประยุทธ์” ไม่ใช่ทะลุแก๊ส เป็นมวลชนอิสระ ผสมยูทูบเบอร์สายสามนิ้ว


ม็อบรายวันไล่ “ประยุทธ์” บางกลุ่มแตกตัวมาจากกลุ่มยืนหยุดขัง ต้าน ม.112 และคนหน้าเดิมๆ กลุ่มม่อน อาชีวะ ก็กลับมาเช่นกัน


ผิดคาด ม็อบขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกฯ รอบใหม่ ไม่มีเสียงพลุ เสียงปะทัดดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนม็อบทะลุแก๊ส ปีที่แล้ว
 

แม้จะมีการปะทะแบบพอหอมปากหอมคอ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ อีกด้านหนึ่ง จำนวนผู้ชุมนุมก็ไม่ได้มากมายเหมือนปีที่แล้ว


จากม็อบ 11 มิ.ย. จนมาถึงม็อบ 14 มิ.ย. เพจ 14 ขุนพลคนของราษฎร ได้แจ้งข่าวว่า “วันนี้ใครไปที่สามเหลี่ยมดินแดง มาเอาผ้าไปเขียนทำป้ายไล่..ตู่กันครับ”

ม่อน อาชีวะ กลับมาจัดม็อบสองล้อม่อน อาชีวะ กลับมาจัดม็อบสองล้อ


ส่วนเจ้าเก่า ม่อน อาชีวะ แกนนำกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้นัดชุมวันที่ 17 มิ.ย.เวลา 14.00 น.ที่บริเวณห้าแยกลาดพร้าว 


ม่อน อาชีวะ หายหน้าไปพักใหญ่ เพราะมีภารกิจหาเสียงเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา โดยเขาไปช่วยคณะก้าวหน้า ร่วมกับคนเสื้อแดงพัทยา


ในฟากฝ่ายประชาธิปไตย ได้แสดงความเห็นต่อการชุมนุมไล่ประยุทธ์รอบใหม่ ด้วยความเป็นห่วง เพราะหลายคนยังมีภาพจำแบบทะลุแก๊ส ที่มีแต่เสียงพลุ ไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ


ขณะที่ อานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า “ประท้วงเป็นเรื่องปกติในสังคมประชาธิปไตย ทำตัวให้ชิน ถ้าไม่ชอบก็หลีกเลี่ยงพื้นที่ชุมนุม ผู้ชุมนุมคนไหนทำเลยเถิด ล้ำเส้นความสมควรแก่เหตุก็ว่ากันเป็นเคสๆ เป็นเรื่องๆไป  อย่าเอาความคุ้นชินกับความสงบแบบมีคนขี่คอมาชี้นิ้วด่าคนอื่นที่เขาลุกขึ้นยืน”


“ไม่ใช่ทะลุแก๊ส”
หลังชัยชนะของชัชชาติ ม็อบไล่ “ประยุทธ์” ก็กลับมา พวกเขาประเมินว่า 1.3 ล้านเสียง สะท้อนความไม่พอใจต่อการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์

เบื้องต้น เพจราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัติ เป็นกระบอกเสียงของผู้จัดกิจกรรมเดินไล่ตู่ จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มุ่งหน้าสู่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนจะยุติการชุมนุมตอนค่ำ ๆ


ตามสไตล์ม็อบไร้แกนนำ หลังกิจกรรมที่อนุสาวรีย์ชัยฯ จบลง ก็มีมวลชนกลุ่มหนึ่งยกขบวนไปสามเหลี่ยมดินแดง มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเสียงพลุ ทำให้คนนึกถึงกลุ่มทะลุแก๊ส

วันถัดมา ผู้ชุมนุมนำโดยป้าเป้า จับกลุ่มประท้วง ไม่มีเสียงพลุเหมือนวันแรก โดยเพจ 14 ขุนพลคนของราษฎร เป็นแกนกลางแจกจ่ายอุปกรณ์ ธงผ้า ป้ายไล่ และสติ๊กเกอร์ไล่ประยุทธ์


กลุ่ม 14 ขุนพล ก็เคยทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มทะลุแก๊ส และทะลุฟ้า โดยมีไอคิม เป็นคนริเริ่มสร้างเพจ 14 ขุนพลคนของราษฎร และแนวร่วมพวกเขาคือ เหล่ายูทูบเบอร์ ที่เกาะติดไลฟ์การชุมนุมของม็อบสามนิ้ว


ก่อนหน้าจะมีการรวมตัวที่ดินแดง กลุ่ม 14 ขุนพล ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมยืนหยุดขัง ที่หน้าศาลอาญา เรียกร้องให้ปล่อยผู้ต้องหาคดี 112     


“ม่อนเจ้าเก่า”
คาร์ม็อบไล่ “ประยุทธ์” ก็โผล่มาสมทบ โดย ม่อน อาชีวะ เจ้าเก่า ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับม็อบดินแดง 


ธนเดช ศรีสงคราม หรือ ม่อน อาชีวะ ได้โพสต์ผ่านเพจคุณม่อน อาชีวะมีนบุรี นัดหมายชุมนุมวันศุกร์ที่ 17 มิ.ย.2565 “..พี่น้องทั้งหลาย ออกมาช่วยกันครับ ผมม่อนอาชีวะ จะจัดคาร์ม็อบจากมีนบุรี มุ่งหน้าไป 5 แยกลาดพร้าวสู้กับมันสักตั้ง..”


ถ้ายังจำกันได้ เดือน ส.ค.2564 ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จัดกิจกรรมคาร์ปาร์ค ส่วน ม่อน อาชีวะ ก็จัดกิจกรรมรวมพลังคนพันธ์ R และชาวสองล้อเยาวชนคนรุ่นใหม่รวมพลังอาชีวะขับไล่เผด็จการอีกครั้ง โดยนัดหมายที่ห้าแยกลาดพร้าว 


ธนเดช ศรีสงคราม ศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค ได้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มราษฎร โดยม่อน อาชีวะ มีจุดยืนชัดเจน ไม่เอาเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์


ต่อมา ม่อน อาชีวะ ได้แยกตัวจากเครือกลุ่มราษฎร มาจัดตั้งกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขึ้นใหม่ 


นอกจากนี้ ม่อน อาชีวะ ยังเข้าร่วมกับจตุพร พรหมพันธุ์ ในนาม คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จัดกิจกรรมไล่ประยุทธ์ และเขาได้กลายเป็นหนึ่งในแกนนำของคณะไทยไม่ทน


ตอนหลัง ม่อน อาชีวะ แยกตัวออกไปเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับคณะก้าวหน้า บางช่วงก็ไปช่วยงานพรรคเสรีรวมไทย ดังนั้น ม่อน อาชีวะ จึงเป็นคนละกลุ่มกับป้าเป้า และกลุ่ม 14 ขุนพล

ลูกอีดี้จวบ “จักรพรรดิ ไชยสาส์น” ชูธงน้ำเงินฝ่าดงเสื้อแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518642

13 มิ.ย. 2565

ลูกอีดี้จวบ “จักรพรรดิ ไชยสาส์น” ชูธงน้ำเงินฝ่าดงเสื้อแดง

ฝ่ากระแสแลนด์สไลด์ “จักรพรรดิ ไชยสาส์น” ทายาทอีดี้จวบ เลือกทางสายสีน้ำเงิน เดินเดี่ยวกลางดงเสื้อแดง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

ฝ่ากระแสแลนด์สไลด์ “จักรพรรดิ ไชยสาส์น” ทายาทอีดี้จวบ เลือกทางสายสีน้ำเงิน เดินเดี่ยวกลางดงเสื้อแดง


หนีระบบนายห้าง “จักรพรรดิ ไชยสาส์น” ไปอยู่บ้านหลังใหม่ภูมิใจไทย สวนทางอีโต้อีสานที่กลับมาซบเพื่อไทย


มีความชัดเจนจากปากคำของ จักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ส.ส. ที่โหวตสวนมติพรรคเพื่อไทย ในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯว่าสมัยหน้าจะย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย

จักรพรรดิ แจงเหตุผลไม่ย้ายไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย ที่มีน้องชาย ต่อพงษ์ ไชยสาส์น เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง เพราะแต่ละคนต่างมีความคิดและแนวทางการทำงานการเมืองเป็นตัวของเอง


การเลือกตั้งปี 2562 จักรพรรดิ สวมเสื้อเพื่อไทย ลงสนามเป็นสมัยที่ 2 เขตเลือกตั้งที่ 6 (อ.กุมภวาปี,อ.โนนสะอาด,อ.หนองแสง) ได้ 41,307 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 กว่า 3 หมื่นคะแนน


สาเหตุหลักที่ ส.ส.จักรพรรดิ ตัดสินใจอำลาเพื่อไทย เพราะไม่พอใจแกนนำพรรคบางกลุ่มที่มีจิตใจคับแคบ มีความระแวงในตัวเขา เพราะน้องชายไปตั้งพรรคร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์


สมรภูมิเลือกตั้ง จ.อุดรธานี ใครก็อยากลงสนามในนามเพื่อไทย ขนาดอีโต้อีสาน-ธีระชัย แสนแก้ว ที่ทิ้งนายใหญ่ไปอยู่กับเนวินนานนับสิบปี ยังหวนคืนเพื่อไทย


ถ้าไม่เจอแรงกดดันอย่างหนัก ส.ส.จักรพรรดิคงไม่อยากทิ้งค่ายเดิมไปเสี่ยงอนาคตกับค่ายใหม่ ซึ่งมีภาพติดลบในสายตาแดงอุดรฯ 


“มั่นใจในฐานเสียง”    
“จักรพรรดิ ไชยสาส์น” เป็นบุตรนายประจวบ ไชยสาส์น อดีต ส.ส.อุดรธานี 7 สมัย มีพี่น้อง 4 คน แต่มีทายาทอีดี้จวบ 2 คนที่เดินตามรอยบิดาเข้าสู่วงการเมืองคือ ตัวเขา และน้องชาย-ต่อพงษ์ ไชยสาส์น อดีต ส.ส.อุดรธานี 3 สมัย

พลันที่ต่อพงษ์ ไชยสาส์น ลาออกจากเพื่อไทย ไปก่อการตั้งพรรคไทยสร้างไทย ร่วมกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ทำให้แกนนำพรรคบางคนจับจ้องที่จักรพรรดิ ไชยสาส์น


เมื่อ 12 มิ.ย.2565 จักรพรรดิให้สัมภาษณ์สื่อว่า “เขาไม่ให้ผมร่วมกิจกรรมกับทางพรรค ตั้งแต่ช่วงหลังปีใหม่เป็นต้นมา และมีลักษณะที่ปักใจเชื่อว่า จะย้ายไปร่วมงานทางการเมืองพรรคเดียวกับน้องชาย นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น แกนนำพรรคไทยสร้างไทย นำมาเป็นเหตุผล โดยที่ไม่ได้มาสอบถามอะไรก่อนเลย ผมกับต่อพงษ์ คนละคนกัน เราคิดต่างกันได้ ทางการเมือง ทำไมจะต้องให้คิดเหมือนกัน เราเป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ แฝดบางคู่ ยังคิดเห็นไม่เหมือนกัน เพราะไม่ใช่คน ๆ เดียวกัน”


แม้จะมีจุดยืนทางการเมืองต่างจากพรรค แต่ความเป็นมิตร เป็นเพื่อน ส.ส.เพื่อไทย ใน จ.อุดรธานี ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกคนเข้าใจซึ่งกันและกัน


การเลือกตั้งสมัยหน้า จักรพรรดิประกาศชัดว่า จะไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย เพราะบิดา-ประจวบ ไชยสาส์น รู้จักมักคุ้นกับชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดาของอนุทิน และชัย ชิดชอบ บิดาของเนวิน เป็นอย่างดี


“จนมาถึงรุ่นลูก นายเนวิน นายอนุทิน และผม ต่างคุ้นเคยกันดี การเลือกตั้งครั้งหน้า ขอไปอยู่กับพรรคที่ผมรู้สึกสบายใจดีกว่า”


“ต้นแบบการเมือง”
ทุกวันนี้ “จักรพรรดิ ไชยสาส์น” ยึดหลักการทำงานการเมืองแบบบิดา-ประจวบ ไชยสาส์น และปฏิเสธไม่ได้ว่า ฐานเสียงของตระกูลไชยสาส์น ยังหนาแน่นอยู่ใน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี


อาคารมูลนิธิไชยสาส์น ริมถนนมิตรภาพขอนแก่น-อุดรธานี ฝั่งขาเข้าเมือง ที่โค้งสล็อต เลขที่ 125 หมู่ 2 บ้านดงเรือง ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี ซึ่งเป็นฐานที่มั่นทางธุรกิจและการเมืองของประจวบ


เดิมทีเป็นที่ตั้งของบริษัทจัดหางาน สล็อต ส่งคนงานไปตะวันออกกลางมากที่สุด เมื่อปี 2522-2526 ธุรกิจที่ทำให้ประจวบ กลายเป็นเศรษฐีซาอุดรฯ คนแรกๆ


ต่อมา เป็นศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งของประจวบ ในการเลือกตั้งปี 2526 สังกัดพรรคชาติไทย ก่อนจะย้ายมาอยู่พรรคประชาธิปัตย์


อีดี้จวบหรือประจวบ ไชยสาส์น ลูกชายกำนันทอง แห่ง ต.พันดอนประสบความสำเร็จจากธุรกิจส่งออกคนงาน ชื่อของสล็อต เป็นที่พึ่งที่หวังของคนอุดรธานี เมื่อประจวบลงสนามเลือกตั้งปี 2526 จึงชนะด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น
 


เลือกตั้งปี 2529 ประจวบย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นแม่ทัพอีสานเหนือ สามารถนำธงสีฟ้าปักลงในหลายจังหวัด จนชื่อเสียงของอีดี้อีสานโดดเด่นขึ้นมาทันที


ก่อนการเลือกตั้ง 2535/2 ประจวบตัดสินใจโบกมือลา ปชป. มาร่วมงานกับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ สร้างพรรคชาติพัฒนา และย้ายมาร่วมงานกับพินิจ จารุสมบัติ ที่พรรคเสรีธรรม


เมื่อเข้าถึงยุคพรรคไทยรักไทย ประจวบพาลูกชาย-ต่อพงษ์ ไปร่วมงานกับทักษิณ ชินวัตร จนมาถึงยุคเพื่อไทย


สมัยหน้า ทายาทอีดี้อีสาน ก็คงแยกย้ายกันไปสังกัดพรรคไทยสร้างไทย และพรรคภูมิใจไทย ตามวิถีการเมืองของแต่ละคน

ชี้ชะตาทายาท “โกทร” รุ่งหรือร่วง บ้านใหญ่ปราจีนฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518620

13 มิ.ย. 2565

ชี้ชะตาทายาท “โกทร” รุ่งหรือร่วง บ้านใหญ่ปราจีนฯ

ลอยนวล “โกทร” คดีรุกป่าหมดอายุ ครูโอ๊ะไม่รอด จับตา อำนาจ วิลาวัลย์ ผู้รับมรดกการเมืองบ้านใหญ่ลุ่มน้ำบางปะกง คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ลอยนวล “โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ ล่องหนหายตัว จนคดีรุกป่าหมดอายุความ สะท้อนการทำงานของข้าราชการบางกลุ่ม ใต้ระบบอุปถัมภ์การเมือง


วันที่ไร้เงา “โกทร” ครูโอ๊ะ กนกวรรณ ก็เจอกระแสสังคมเรียกร้องให้ลาออกจาก รมช.ศึกษาฯ จับตา อำนาจ วิลาวัลย์ ผู้รับมรดกการเมืองบ้านใหญ่ลุ่มน้ำบางปะกง 


จนถึงเย็นวันที่ 13 มิ.ย.2565 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) ก็ไม่สามารถติดตามตัว สุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ. ปราจีนบุรี มาดำเนินคดีกรณี ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดในคดีรุกป่า ซึ่งคดีดังกล่าวกำลังจะขาดอายุความลงภายในวันนี้ (13 มิ.ย.)

เมื่อไม่สามารถติดตามจับกุมตัวโกทร หรือสุนทร วิลาวัลย์ได้ ทางตำรวจ ปปป.ในฐานะผู้ช่วยเจ้าพนักงาน (ป.ป.ช.) ก็ต้องรายงานให้ ป.ป.ช.ทราบว่า ไม่เจอตัว  จากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. ที่จะต้องแจ้ง พนักงานอัยการว่าไม่สามารถติดตามตัวของสุนทร มาส่งฟ้องอัยการ ได้ทันตามกำหนด


อย่างไรก็ตาม ป.ป.ช.จะพิจารณาดำเนินการถอดถอนโกทรหรือสุนทร ออกจากตำแหน่งนายก อบจ.ปราจีนบุรี ต่อไป


สำหรับครูโอ๊ะ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษา ที่อัยการนำตัวยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ไปแล้ว กำลังเจอกระแสสังคมเรียกร้องให้ลาออกจากรัฐมนตรี


นัยว่า ป.ป.ช.ที่ชี้มูลความผิดกนกวรรณว่า ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ได้เตรียมยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เพื่อขอให้พ้นจากตำแหน่ง เหมือนกรณีปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี 


“ทายาทบ้านใหญ่”
“โกทร” สุนทร วิลาวัลย์ ประมุขบ้านใหญ่ปราจีนบุรี อาจต้องหนีไปสุดหล้าฟ้าเขียว สภากาแฟแถวริมน้ำบางปะกง เชื่อว่า เงาและบารมีโกทร ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองปราจีนบุรี
 

อำนาจ วิลาวัลย์ หลานชายคนเดียวของโกทร อำนาจ วิลาวัลย์ หลานชายคนเดียวของโกทร

อำนาจ วิลาวัลย์ ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 1 น่าจะเป็นหลานชายคนเดียวที่จะรับมรดกการเมืองของโกทร หากว่า ครูโอ๊ะ กนกวรรณ ต้องเดินตามรอยารีณา ไกรคุปต์ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง


เส้นทางการเมืองของ อำนาจ วิลาวัลย์ เริ่มจากการเป็น ส.ท.เมืองปราจีนฯ ปี 2543 ซึ่งเป็นปีเดียวกับครูโอ๊ะ กนกวรรณ ที่ได้รับเลือกเป็น ส.อบจ.ปราจีนบุรี เขต อ.กบินทร์บุรี 


หลังโกทร เจอใบแดง ต้องมีเลือกตั้งซ่อม ทีมโกทรเทคะแนนให้เกียรติกร พากเพียรศิลป์ ปชป. ได้เป็น ส.ส.ปราจีนฯ ต่อมา ส.ส.เกียรติกรลาออก 


ปี 2553 มีการเลือกตั้งซ่อมอีก โกทร ส่งหลานชาย อำนาจ วิลาวัลย์ ในสีเสื้อภูมิใจไทย ลงสนามแข่งกับพรรคเพื่อไทย อำนาจชนะขาดลอย โดยการเลือกตั้งสมัยที่แล้ว อำนาจ วิลาวัลย์ เป็น ส.ส.ปราจีนฯ สมัยที่ 3 


นอกจากทายาทตระกูลวิลาวัลย์ พรรคภูมิใจไทย ยังมี ส.ส.อีก 2 คนคือ ชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 2 ลูกชายของ สมาน ภุมมะกาญจนะ อดีต ส.ส.ปราจีนฯ หลายสมัย มีฐานเสียงหนาแน่นใน อ.ศรีมหาโพธิ


สฤษฎิ์ บุตรเนียร ส.ส.ปราจีนบุรี เขต 3 เจ้าของและผู้จัดการโรงเรียนในเครือสายมิตรกรุ๊ป 3 จังหวัด (ปราจีนบุรี,สระแก้ว และนครราชสีมา) กุมฐานเสียงในแถบ อ.กบินทร์บุรี และอ.นาดี 


การเลือกตั้งสมัยหน้า เชื่อว่า 3 ส.ส. จาก 3 ตระกูล ยังจะสวมเสื้อภูมิใจไทยลงสนามต่อไป และเนวิน ชิดชอบ ต้องพยายามทำทุกอย่างที่จะยึดปราจีนฯ เป็นฐานการเมืองต่อไป


ส่วน อบจ.ปราจีนบุรี โกทร มอบให้ ชาญชัย จินดาสถาพร รองนายก อบจ.ปฏิบัติราชการแทนมาหลายเดือนแล้ว


อย่างไรก็ตาม ป้าอ้วน-บังอร วิลาวัลย์ อดีตนายก อบจ.ปราจีนบุรี 4 สมัย และน้องสาวของโกทร ก็ยังมีบารมีดูแล ส.อบจ.ในสังกัดบ้านใหญ่อยู่


วันข้างหน้า ถ้าต้องมีการเลือกตั้งนายก อบจ.ปราจีนฯ อีกครั้ง ก็ต้องรอดูบทบาทป้าอ้วน บังอร วิลาวัลย์ ที่อาจต้องลงทุนลงแรงกำกับการแสดงแทนโกทร มิเช่นนั้นแล้ว บ้านใหญ่ก็จะไม่มีผู้สืบทอด และรอวันปิดฉาก


“ตระกูลคู่แข่ง”
หลายคนอาจสงสัยว่า ใครคือคู่แข่ง “โกทร” ในสนามการเมืองปราจีนบุรี หากมองจากการเลือกตั้ง ส.ส. และนายก อบจ.สมัยที่ผ่านมา ก็ตอบได้ว่า ตระกูลพากเพียรศิลป์ นี่แหละที่ต่อกรกับกลุ่มโกทรมาตลอด


“เล็กน้ำ” บุญเกื้อ พากเพียรศิลป์ วัย 63 ปี นายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี 4 สมัย คุมฐานเสียงในเขตเทศบาลเมืองปราจีนฯ ทั้ง 17 ชุมชน 


โดยบุญเกื้อมีน้องชายเป็นนักการเมือง อาทิ เกียรติกร พากเพียรศิลป์ อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี ,สมดุลย์ พากเพียรศิลป์ นายก อบต.รอบเมือง และลูกชายเล็กน้ำ-นุกูลกิจ พากเพียรศิลป์ ส.อบจ.ปราจีนฯ


หากมองภาพรวม ตระกูลพากเพียรศิลป์ ยังเป็นรองตระกูลวิลาวัลย์ เพราะเล็กน้ำคุมได้เฉพาะเทศบาลเมืองฯ แต่โกทร แผ่บารมีคลุมทั้งจังหวัดปราจีนฯ

“เจ้าคณะภาค 6” เตรียมตั้งตำรวจพระ ช่วยฝ่ายปกครองจังหวัด ตรวจวินัยพระสงฆ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518591

เปรียญ12

13 มิ.ย. 2565

"เจ้าคณะภาค 6" เตรียมตั้งตำรวจพระ ช่วยฝ่ายปกครองจังหวัด ตรวจวินัยพระสงฆ์

เจ้าคณะภาค 6 เตรียมตั้งตำรวจพระ เป็นมดงาน ช่วยคณะกรรมการฝ่ายปกครองจังหวัด ตรวจวินัยพระ ตามมติมหาเถรสมาคม ปี2562

"เจ้าคณะภาค 6" เตรียมตั้งตำรวจพระ ช่วยฝ่ายปกครองจังหวัด ตรวจวินัยพระสงฆ์
เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. พระเทพเวที เจ้าคณะภาค6 เป็นประธานเป็นประธานเปิดการประชุม พระสังฆาธิการระดับ เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส และประธานที่พักสงฆ์ ในเขตจังหวัดน่าน ภาค ๖ ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ 143/2546 โดยมีนายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้อำนวยการ สนง. พุทธฯ จังหวัดน่าน และผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน ถวายการต้อนรับ ณ อาคารหอประชุมเฉลิมพระเกียรติฯ วิทยาลัยสงฆ์นครน่าน 

"เจ้าคณะภาค 6" เตรียมตั้งตำรวจพระ ช่วยฝ่ายปกครองจังหวัด ตรวจวินัยพระสงฆ์

ในที่ประชุม พระเทพเวที (พล อาภากโร) เจ้าคณะภาค 6 เตรียมให้พระวินยาธิการ หรือ ตำรวจพระ เป็น”มดงาน” ช่วยเหลือคณะกรรมการฝ่ายปกครองจังหวัด  ซึ่งเป็นไปตามมติมหาเถรสมาคม พ.ศ.2562 ที่ให้แต่ละตำบลตั้งตำรวจพระได้ตำบลละ 2 รูป ในเขตปกครองภาค 6 รวม 6 จังหวัด (ลำปาง, เชียงราย, พะเยา, แพร่, น่าน) มีตำบลรวมกัน 500 ตำบล คือ จ.ลำปาง 120 ตำบล จ.เชียงราย 161 ตำบล จ.พะเยา 80 ตำบล จ.แพร่ 61 ตำบล และ จ.น่าน 78 ตำบล จึงมีพระวินยาธิการ หรือ ตำรวจพระ ได้มากถึง 1,000 รูป 

นอกจากนี้ในการประชุมมีการบรรยาย ทบทวนและเติมเต็มองค์ความรู้ เกี่ยวกับ พระธรรมวินัย กฏหมายสงฆ์ กฏหมายบ้านเมือง คำสั่ง และพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช สัญญัติสงฆ์หนเหนือ รวมถึงมีการประเมินงานพันธกิจ 6 ด้านของคณะสงฆ์ตามแผนพัฒนากิจการพระพุทธศาสนาฉบับที่1(2560-2564)และติดตามงานตามแผนพัฒนากิจการพระพุทธศาสนาฉบับที่2(2565-2569)ประกอบด้วย 

1. ด้านการปกครอง : ติดตามงานด้าน พระวินยาธิการ(ตำรวจพระ)… กำหนดให้พระวินยาธิการเป็น “มดงาน” ช่วยเหลือคณะกรรมการฝ่ายปกครองจังหวัด

2. ด้านการศึกษา :ติดตามการเตรียมการรองรับ “พ.ร.บ. การศึกษาพระปริยัติธรรม 2562″เน้น แต่ละสำนักศาสนศึกษา มี 5 ตำแหน่ง ประกอบด้วย เจ้าสำนักศาสนศึกษา ครูใหญ่ ครูผู้ปฏิบัติการสอน เจ้าหน้าที่ นิติกร

3. ด้านการเผยแผ่ : เน้นการติดตามและประเมิน”โครงการหมูบ้านรักษาศีล5″

4. ด้านการสาธารณูปการ : ติดตามและดำเนินกา “โครงการ วัด ประชา รัฐ สร้างสุข ด้วยกิจกรรม 5 ส”

5. ด้านศึกษาสงเคราะห์ : ติดตาม”โครงการ ให้ทุน ให้ธรรม”

6. ด้านสาธารณะสงเคราะห์ :ติดตามงาน “เงินวัดช่วยวัด” ตามระเบียบ มหาเถรสมาคม 2562 , พระคิลานุปัฏฐาก/ พระ อสว. ,”สิทธิประโยชน์ ตาม ธรรมนูญสุขภาพสงฆ์แห่งชาติ”

เฉพาะกิจ”มหาดไทย” จัดระเบียบสังคม ตีท้ายครัวเขย่าเก้าอี้ “สีกากี”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518577

หนึ่งตะวัน พันดาว

13 มิ.ย. 2565

เฉพาะกิจ"มหาดไทย" จัดระเบียบสังคม ตีท้ายครัวเขย่าเก้าอี้ "สีกากี"

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

อดรนทนไม่ไหว..ชุดเฉพาะกิจ “กรมการปกครอง” แหล่งอบายมุขผุดโผล่ราวดอกเด็ด สถานบริกาi “ผับ-เธค-คาเฟ่” กระจายไปทั่ว “นครบาล-ภูธร” หลายแห่งเปิดบริการเกินเวลา บางแห่งเปิดยันสว่าง หนำซ้ำ..ปล่อยวัยรุ่นมั่วสุมเสพยาเสรี  เย้ยกฎหมายบ้านเมือง..เหตุ..“ผู้รับผิดชอบ”หย่อนยาน  “บางท้องที่”รู้เห็นเป็นใจ “ไฟเขียว”อีกต่างหาก..OO

เปิดยุทธการ..“จัดระเบียบสังคม”เปิดแผลความเน่าแฟะ “ผู้รับผิดชอบ” นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง กรมการปกครอง  นำทีมบุกจับ “แวมไพร์ผับ”รองเมืองซอย 5 ย่านปทุมวัน เปิดสถานบริการเกินเวลา..OO

เจอ..นักเที่ยวทั้ง “ชาวไทย-ชาวต่างชาติ” กว่า 500 นาย นั่งดื่มกินเต้นรำอย่างสนุกสนาน  ต่างแตกตื่นลุกฮือพยายามวิ่งหลบหนี ทิ้งยาเสพติดเกลื่อนพื้น ตรวจหาสารเสพติดพบฉี่ม่วง 17 คน อายุต่ำกว่า 20 ปี 5 คน ไม่พกบัตรประชาชน 26 คน นำตัวส่งดำเนินคดี..OO

ไม่รอดสันดอน..“4 เสือโรงพักปทุมวัน” แม้..ร่วมแจมจับกุม ไม่รอช้า..พล.ต.ต.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ผบก.น.6 ลงดาบเชือด พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.ปีติพัฒน์ เอกอัครภูววัฒน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท. พิชัย รักษาคม สวป. พ.ต.ท.นพดล สินศิริ สว.ส.เข้ากรุ ศปก.บก.น.6 สังเวยความหย่อนยาน เล่นเอา..ผู้รับผิดชอบ “นครบาล-ภูธร”สั่นสะท้าน ต่างตื่นตัวปัดกวาดบ้านตัวเอง..OO

ออกสตาร์ท..ก่อนใครเพื่อน  พ.ต.ท.ตฤณ อ่อนนิ่ม- พ.ต.ต.หญิงพรรัมภา พัฒนาวาท-พ.ต.ต.หญิงชาดา เสสะเวช สว.ดส.นำทีม สนธิกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม นำกำลัง“ปัดกวาดขยะใต้พรม”จับกุมสถานบันเทิง “77 โซไซตี้”ย่านท่าข้าม เปิดสถานบริการเกินเวลา พบนักเที่ยวนับร้อย นั่งดื่มกินโยกตัวตามจังหวะเสียงอย่างสนุกสนาน ต่างแตกฮือทิ้งยาเสพติดลงพื้นที่วิ่งหนีโกลาหล ตรวจหาสารเสพติดพบฉี่ม่วง 63 ราย จัดการ..สถานบันเทิงเป้าหมาย ก่อนเจอยุทธการ“ตีท้ายครัว” คำรบสอง..นี่..แค่..เศษเสี้ยวหนึ่งขยะใต้พรม..OO

ไม่รู้นโยบายใคร..สถานบริการ “ย่านฝั่งธนฯ-สาย 2-บางใหญ่-บางบัวทอง”เปิดบริการเกินเวลา บางแห่งลากยาวยันสว่าง หนำซ้ำ..บางร้านสาวเวียดนาม เดินเพ่นพ่าน ประกาศศักดา “เส้นใหญ่-เส้นก๋วยจั๊บ”เคลียร์สารพัดหน่วย ไม่มีใครกล้าจับ  “ชาวบ้าน”งวยงง บ้านนี้เมืองนี้ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา แม่ทัพนครบาล พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร แม่ทัพภูธรภาค 1 รู้สึกอย่างไร..OO

คืนชีพ.. “ขบวนการค้ามนุษย์”ชาวโรฮีนจา หวนคืนกลับใช้เส้นทางลำเลียงผ่านประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม หลัง..เจ้าหน้าที่ไทยกวาดล้างสูญหายไปหลายปีดีดัก “ข้าราชการ”นอกแถว สมรู้ร่วมคิด ต้องคดีอาญาบานตะโก้แห้ว..OO

หนนี้..ปล่อยทิ้ง“ชาวโรฮีนจา” 59 ชีวิต บนเกาะบูตง(เกาะตง)บ้านเกาะหลีแป๊ะ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมืองสตูล อดข้าวอดน้ำหลายวันหลายคืน  สภาพร่างกายอิดโรย เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือนำตัวขึ้นฝั่งหาข้าวปลาอาหารประทังความหิว..OO

ไม่รอช้า..พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.บัญชาการ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ตรวจสอบข้อเท็จจริง มอบหมาย พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.ลงพื้นที่สางคดี เอาผิดขบวนการค้ามนุษย์ “ชื่อชั้นฝีไม้ลายมือ”แม้แต่..“สหรัฐอเมริกา”ยังชื่นชมพอใจผลงานปราบปรามค้ามนุษย์ ลุ้นทิปรีพอร์ตไทยอัพ ‘เทียร์ 2’ ปลายเดือน มิถุนาฯนี้..OO

ผลของงาน..พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบรางวัล พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.“ผู้ปฏิบัติงานดีเด่นด้านการดำเนินค้ามนุษย์” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. คว้ารางวัล “หน่วยงานดีเด่นด้านการดำเนินคดี” พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์ รอง ผบก.ปคม.คว้ารางวัล“ผู้ปฏิบัติงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามฯ” เนื่องใน วันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2565  ตอบแทน..“คุณงามความดี” ความเหน็ดเหนื่อยหายเป็นปลิดทิ้ง..OO

งามหน้า..อีกจนได้ “สีกากี”พลัน..เหยื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ถูกกลุ่ม“ตำรวจสันติบาล” รีดเงินแก๊งเงินกู้รายใหญ่ภาคอีสาน 1 ล้านบาท แลกอิสรภาพหลังถูกจับกุม เหยื่อต่อรองเหลือ 5 แสนบาท ไม่รอช้า พล.ต.ต.อุดร วงษ์ชื่น ผบก.ส.1 ลงดาบย้าย 7 ตำรวจสันติบาล เข้ากรุ ศปก.บก.ส.1..OO

ไล่ตั้งแต่..ร.ต.อ.ชูสกุล วงศ์วรรณา รอง สว.กก.2 บก.ส.1 หัวหน้าทีม จ.ส.ต.พงษ์เพชร พลตื้อ- ส.ต.อ.ธนาดล ดาทอง -ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ไชยสีหา -ส.ต.อ.วัชรพงษ์ สุวรรณศรี – ส.ต.อ.เฉลิมราช พิมพ์แก้ว -ส.ต.อ.เกษม สายมณี ผบ หมู่ กก.2 บก.ส.1เข้ากรุ ศปก.บก.ส.1..OO

ดาบสอง..พ.ต.อ.ปาณัฏฐ์ภูมิ อัครเดชะนนท์ ผกก.2 บก.ส.1 โดนหางเลขเด้งเข้ากรุ เช่นกัน ติดร่างแหปมลงนามแต่งตั้งชุดเฉพาะกิจ หนำซ้ำ..บันทึกจับกุมระบุชื่อนำทีมอีกต่างหาก หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ ในฐานะผู้บังคับบัญชา รอผลสอบสวนข้อเท็จจริง..ยุคนี้.. “นิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง”ไม่มีเลี้ยง..OO

แจงสี่เบี้ย..พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สกพ.ชี้แจงแถลงไขข้อใจ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ”ให้ตำรวทุกระดับชั้นบริจาคเงินสมทบ กองทุนสวัสดิการ ตร. โครงการ “เงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่”..OO

ปฐมเหตุ..ที่มาที่ไป เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 51 สมัย..พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. คณะกรรมการฯ มีมติกำหนดหลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือข้าราชการตำรวจ โดยจัดเก็บเงินจากการบริจาคของเพื่อนข้าราชการตำรวจด้วยกัน จนถึงปัจจุบันทั้งหมด 10 ครั้ง บางท่านได้บริจาคเงินมากกว่าอัตราที่คำนวณไว้ด้วยความสมัครใจ..OO

ผลการดำเนินการเยียวยา..ปี 60 ข้าราชการตำรวจ เสียชีวิต 36 ราย บาดเจ็บ 301 ราย มอบเงินช่วยเหลือ 33 ล้านบาทเศษ ปี 61 เสียชีวิต 21ราย บาดเจ็บ185 ราย มอบเงินช่วยเหลือ18 ล้านบาทเศษ ปี 62 เสียชีวิต 52 ราย บาดเจ็บ 234 ราย มอบเงินช่วยเหลือ 30 ล้านบาทเศษ ปี 63 เสียชีวิต26 ราย บาดเจ็บ 244 ราย มอบเงินช่วยเหลือ 24 ล้านบาทเศษ ปี 64 เสียชีวิต32 ราย บาดเจ็บ 512ราย มอบเงินช่วยเหลือ 27 ล้านบาทเศษ..OO

ห่วงใย..พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม.ในฐานะนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร  พ.ต.อ.จิรเดช พระสว่าง ที่ปรึกษา พ.ต.อ.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ เลขานุการ นายกิตติพงศ์ นโรปการณ์ ประชาสัมพันธ์ เดินทางไปเยี่ยมครอบครัว “น้องดอม”นตท.ธีระวัฒน์ เคลียร์พวงพิทย์ นักเรียนเตรียมทหารรรุ่น 63 เหล่าทหารบกที่ประสบอุบัติเหตุ นอกรักษาตัวที่บ้านพัก อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษพร้อมให้กำลังใจพ่อแม่ของน้องดอม เพราะลูกของเราเป็นเพื่อนกัน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นประทับใจ  “น้ำใจไมตรี”..OO

สวดพระอภิธรรมศพ..บุรินทร์ หิรัญบูรณะ อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี คุณอา พล.ต.อ.ศตวรรษ หิรัญบูรณะ อดีตที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ณ ศาลา 4 วัดธาตุทอง ถึงวันที่ 15 มิถุนาฯรุ่งขึ้น พระราชทานเพลิงศพ เวลา  14.00 น..ขอเรียนเชิญญาติสนิทมิตรสหายร่วมไว้อาลัย..OO..สวัสดี
 

หนึ่งตะวัน พันดาว