ส่งไม้ต่อไม่ง่าย “พ่อมดดำ” เจอพี่เขยทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.แปดริ้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518534

12 มิ.ย. 2565

ส่งไม้ต่อไม่ง่าย "พ่อมดดำ" เจอพี่เขยทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.แปดริ้ว

ส่งไม้ต่อ “พ่อมดดำ” สุชาติ อาจต้องเคลียร์ใจให้จบ สมัยที่แล้วพี่เขยหลบให้ ครั้งหน้า รส มะลิผล ขอทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.แปดริ้ว คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เตรียมส่งไม้ต่อ “พ่อมดดำ” สุชาติ ตันเจริญ วางแผนดันลูกชายคนดังลงสนาม เกมนี้ไม่ง่าย ตระกูลตันเจริญ ต้องเคลียร์ใจให้จบ

ดั่งละครการเมือง “พ่อมดดำ” สุชาติ ได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 10 เพราะพี่เขยหลบให้ ครั้งหน้า รส มะลิผล ขอทวงคืนเก้าอี้ ส.ส.

การเมืองเรื่องวงศาคณาญาติ สุชาติ ตันเจริญ อาจเหนื่อยสมัยหน้า เมื่อพี่เขย รส มะลิผล อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา หวนคืนพรรคเพื่อไทย เตรียมส่งทายาทลงสนาม

สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา 10 สมัย ก็มีข่าวว่า ทาบทามลูกชาย มดดำ คชาภา ลงสนามแทนตัวเอง แต่มดดำยังไม่ตอบตกลง ขอดูสถานการณ์การเมืองก่อน

  • ‘การเมืองในครอบครัว’

ก่อนลงสนามสมัยที่แล้ว “พ่อมดดำ” รู้ดีว่า ถ้าไม่สังกัดพรรคเพื่อไทย จะเหนื่อยมาก เพราะ อ.ท่าตะเกียบ และ อ.สนามชัยเขต เป็นฐานคนเสื้อแดงที่รักและศรัทธาทักษิณ

ปี 2554 สุชาติ ตันเจริญ ส่งน้องชาย พิเชษฐ์ ตันเจริญ ไปลงสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 ในนามภูมิใจไทย ก็พ่าย รส มะลิผล อดีต ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคเพื่อไทย

รส มะลิผล เป็นสามีของจินดา มะลิผล หรือจินดา ตันเจริญ พี่สาวของสุชาติ และเป็น ส.อบจ.แปดริ้ว เขต อ.ท่าตะเกียบ ก่อนเลือกตั้งครั้งที่แล้ว สุชาติคงเจรจากับพี่สาว จึงทำให้พี่เขย รส มะลิผล ลาออกจากเพื่อไทย มาสวมเสื้อภูมิใจไทย ลงสนามแข่งกับสุชาติ

คนแถวพนมสารคาม-สนามชัยเขต รู้สึกแปลกๆ เพราะรส ลงสมัคร ส.ส.เหมือนนักมวยอ่อนซ้อม ผลเลือกตั้ง พ่อมดดำได้ 31,625 คะแนน ส่วนรส ได้แค่ 4 พันแต้ม

เซียนไก่ชนแถวท่าตะเกียบยืนยันว่า ถ้า รส มะลิผล สวมเสื้อเพื่อไทย ไม่มีทางแพ้สุชาติ ที่สวมเสื้อพลังประชารัฐแน่นอน

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2565 คนแปดริ้วได้ข่าวว่า รส มะลิผล และลูกชาย ภูมิภัค มะลิผล ร่วมรับประทานอาหารกับ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประเสริฐ จันทรวงทอง เลขาธิการ หลังจากนั้น รสก็ออกเดินสายพบหัวคะแนนเพื่อแจ้งข่าวว่า กลับมาอยู่พรรคเพื่อไทยแล้ว

ว่ากันว่า รส มะลิผล พี่เขยสุชาติ อาจส่งลูกชายลงสนามแทนก็ได้ ขณะที่สุชาติเองก็ออกงานในพื้นที่ถี่ขึ้น ทั้งในเขต อ.สนามชัยเขต และ อ.ท่าตะเกียบ

พ่อสุชาติ กับลูกชาย มดดำ และมดเล็ก พ่อสุชาติ กับลูกชาย มดดำ และมดเล็ก

  • ‘ส่งไม้ต่อให้มดดำ’

สองเดือนที่แล้ว “พ่อมดดำ” ทาบทามลูกชายคนดังลงสมัคร ส.ส.ฉะเชิงเทรา แต่ลูกรักยังไม่ตัดสินใจ

ต้นเดือน พ.ค.นี้ มดดำ-คชาภา ตันเจริญ โพสต์ภาพคู่พ่อสุชาติ ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมบอกว่า พ่อขอให้ลงสมัคร ส.ส.แทน แต่เจ้าตัวบอกขอพ่อใจเย็นๆ ขอคิดดูก่อน

สุชาติ ตันเจริญ มีลูกชาย 2 คนคือ มดดำ-คชาภา ตันเจริญ และมดเล็ก-ศักดิ์ชาย ตันเจริญ โดยมดเล็ก เดินตามรอยพ่อ เป็น ส.อบจ.ฉะเชิงเทรา เขต อ.สนามชัย มา 2 สมัยแล้ว

เมื่อการเลือกตั้งหนที่แล้ว มดดำ คชาภา ได้ไปขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยพ่อที่ อ.สนามชัยเขต และยังนำพ่อสุชาติ มาออกรายแฉ ทางช่องวัน ก่อนวันเลือกตั้ง 2 วัน

เป็นครั้งแรกที่สุชาติ ตันเจริญ ได้ออกรายการทีวีพร้อมลูกชาย โดยคืนนั้น สุชาติยังแซวมดดำว่า “พ่อขอให้ลงการเมืองตลอด คราวนี้เซอร์ไพรส์ โผล่อีกทีไปอยู่กับเจ้าโอ๊คเลย พ่อมันยังไม่รู้ตัวเลย ไม่ได้โกรธหรอก ขำๆ คนมาถาม ทำไมมดดำไปอยู่ไทยรักษาชาติ ก็บอกมันคงเชื่อโอ๊ค มากกว่าพ่อ..”

ดังที่รู้กัน เลือกตั้งปี 2562 มดดำเข้าไปเป็นทีมงานหาเสียงให้พรรคไทยรักษาชาติ (พรรคถูกยุบ) เพราะสนิทกับ “โอ๊ค พานทองแท้”

หากว่า “มดดำ คชาภา” จะลงสนามการเมืองจริง ก็คงต้องเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ แต่ก็น่าจะมีปัญหา ตรงที่ รส มะลิผล สามีของป้าจินดา ไม่ยอมถอย น่าจะเป็นที่คนในตระกูลตันเจริญ ต้องเคลียร์กันอีกรอบ

ขี่กระแส “ชัชชาติ” ปลุกม็อบไล่ตู่ เสี่ยงเอาไม่อยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518505

12 มิ.ย. 2565

ขี่กระแส "ชัชชาติ" ปลุกม็อบไล่ตู่ เสี่ยงเอาไม่อยู่

ม็อบโหน “ชัชชาติ” อ้าง 1 ล้านเสียงไม่เอาประยุทธ์ ปลุกเดินไล่ตู่ เหมือนทดสอบผู้ว่าฯมหาชน ในบทบาทกำกับดูแล กทม. สมรภูมิประลองกำลังม็อบกับตำรวจ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ม็อบรีเทิร์นโหน “ชัชชาติ” อ้าง 1 ล้านเสียงไม่เอาประยุทธ์ จัดอีเวนท์เดินไล่ตู่ ปิดท้ายด้วยเสียงประทัดและการปะทะที่แยกดินแดง

เหมือนทดสอบ “ชัชชาติ” ในบทบาทผู้ว่าฯ กทม. กับการชุมนุมมวลชน แม้อยู่ไกลแต่ก็เป็นห่วง สั่งการรองผู้ว่าฯ กทม.ดูแลผู้ชุมนุมใกล้ชิด

ค่ำวันที่ 11 มิ.ย.2565 “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าฯ กทม. ได้ไลฟ์ขณะกำลังวิ่งออกกำลังกาย ระหว่างร่วมงานรับปริญญาลูกชาย “แสนปิติ สิทธิพันธุ์” ที่เมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา แสดงความกังวลกรณีที่มีการชุมนุม “เดินไล่ตู่”

“ได้ยินข่าวว่ามีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯ เป็นห่วงนะครับ และได้มีการสั่งการให้รองผู้ว่าฯ ไปดูแลเรื่องความอำนวยสะดวกและปลอดภัยต่าง ๆ..”

ในเวลานั้น ได้เกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับผู้ชุมนุม ผู้ว่าฯชัชชาติ จึงเรียกร้องว่า “ขอให้ จนท.อย่าปฏิบัติรุนแรงกับผู้ชุมนุม”

หลังผู้ว่าฯ ชัชชาติ ไลฟ์จบ ต่างก็มีความเห็นเข้ามามากมาย มีทั้งฝ่ายติติงว่า อย่าไปให้ท้ายม็อบ และฝ่ายสนับสนุนที่แสดงความขอบคุณผู้ว่าฯ กทม.ที่สั่งการให้รองผู้ว่าฯ กทม.เข้ามาดูแลเรื่องรถสุขา

จากม็อบ 11 มิ.ย. ก็ตามมาด้วยม็อบ 12 มิ.ย. ที่แยกดินแดง เหมือนเทศกาลพลุไฟ จะกลับมาเยือนกรุงเทพมหานคร ในยุคผู้ว่าฯชัชชาติอีกครั้ง และมีคนจำนวนไม่น้อยหวาดกลัวความรุนแรงรอบใหม่

  • ‘ม็อบไร้แกนนำ’

เป็นม็อบแรกในยุค “ชัชชาติ” แถมเป็นม็อบไร้แกนนำ ที่มักจะจบลงด้วยเหตุการณ์ความรุนแรง ทั้งโดยฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ และฝ่ายม็อบเอง

ม็อบไล่ตู่หายไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เนื่องจากกลุ่มทะลุแก๊ส เคลื่อนไหวเน้นเสียงพลุ เสียงประทัด จึงขาดแนวร่วม และตำรวจไล่ล่าจับกุมแกนนำไปดำเดินคดีหลายสิบคน

ก่อนศึกซักฟอกในสภาฯ จู่ๆก็มีนัดหมาย “เดินไล่ตู่” โดยอ้างชื่อกลุ่มคนแดงเราเพื่อนกัน โดยรวมตัวที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แล้วเดินขบวนไปยังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

จากการตรวจสอบในโซเชียลพบว่า แฟนเพจราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัติ เป็นกระบอกเสียงของผู้จัดกิจกรรม “เดินไล่ตู่” โดยเรียกร้องให้ออกมาแสดงจุดยืน “ไล่ประยุทธ์” และร่วมกันสร้างทะเลดาวด้วยการเปิดแฟลชให้เต็มพื้นที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 18.00 น. ก่อนจะยุติการชุมนุม

เมื่อถึงเวลาจริง ก็เหมือนรีเทิร์นม็อบทะลุแก๊ส เมื่อแอดมินเพจสั่งยุติการชุมนุม คนกลุ่มหนึ่งที่ขับมอเตอร์ไซค์ได้แยกตัวออกไป และพากันไปที่หน้า ร.1 รอ. วิภาวดี ซึ่งจุดนั้น ตำรวจควบคุมฝูงชนได้ตั้งแถวรอรับม็อบอยู่แล้ว

หากย้อนไปดูที่หน้าเพจราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัติ เมื่อ 30 พ.ค.2565 แอดมินเพจโพสต์ว่า “1 ล้านเสียง 1 ล้านสิทธิ์ ของคนกรุงเทพฯนั้น มีความหมาย อย่าให้คะแนนสิทธิ์และเสียงของท่านถูกขโมยไป..”

มีความเป็นไปได้ว่า แกนนำม็อบไล่ตู่ยุคผู้ว่าฯ มหาชน ประเมินว่า ชัชชาติแลนด์สไลด์ เป็นสัญญาณเตือนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องถอยออกไป

ประกอบกับช่วงนี้ ใกล้ศึกซักฟอก ฝ่ายค้านเตรียมเปิดยุทธการเด็ดหัว พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรี 9 คน ย่อมส่งผลกระทบถึงบรรยาการนอกสภา และแกนนำนิรนาม ก็คิดอ่านแล้วมันเป็นจังหวะที่ลงตัว จึงนัดไล่ตู่อีกรอบ

ว่ากันตามจริง ม็อบเดินไล่ตู่ในวันนี้ ก็คือม็อบทะลุแก๊ส ในนามราษฎรไล่ตู่ คนแดงปฏิวัตินั่นเอง

เหนื่ออื่นใด ในม็อบไล่ตู่ 11 มิ.ย. ก็มีกลุ่มคนที่ต้องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ไม่เอาสถาบันฯ แฝงตัวอยู่โดยการชูป้ายคำขวัญของกลุ่มวิทยุใต้ดินที่ปักหลักอยู่ในฝรั่งเศส

  • ‘ม็อบไร้แนวร่วม’

หากบรรยากาศเก่าๆที่ดินแดงกลับมา “ชัชชาติ” คงเจอแรงกดดันทั้งจากฝ่ายกองเชียร์สามนิ้ว และกองเชียร์สายอนุรักษ์นิยม ที่ไม่อยากให้ผู้ว่าฯ ไปสนับสนุนม็อบ

ปฏิกิริยาจากฝ่ายประชาธิปไตย ก็น่าสนใจ เมื่อ สมบัติ บุญงามอนงค์ โพสต์เตือนแกนนำม็อบว่า “…การชุมนุมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง จึงต้องจดจ่อเป้าหมายและขยายแนวร่วม โดยการขยายแนวร่วมนั้นเกิดขึ้นได้เมื่อข้อเรียกร้องมีเหตุมีผลและวิธีการที่สอดคล้องกับสถานการณ์ จงใช้วิธีการที่ฉลาดกว่าเพื่อไล่รัฐบาลโง่และเลว”

ขณะที่ อานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร กลับมองคนละมุมกับสมบัติ โดยชี้ว่า แกนนำม็อบทะลุแก๊สควบคุมสถานการณ์ได้

“ผมคิดว่าทะลุแก๊สมีบุคลิกและวิธีการที่น่าสนใจ ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยกับแนวทางเขาหรือไม่ แต่ต้องยอมรับว่าพวกเขามีวิธีจัดการตนเองที่แปลก เป็นการขยับเส้นการประท้วงไปสูงขึ้น แต่ควบคุมกันเองได้”

ฝ่ายสื่อปีกประชาธิปไตยอย่าง Sarayut Tangprasert วิเคราะห์ม็อบ 11 มิ.ย.ว่า “..ภาพความเคลื่อนไหว ที่สับสน และอาจถูกมองว่าเป็นการใช้ความรุนแรงเมื่อคืนนี้ จึงไม่อาจระบุชัดได้ว่าเกิดจากกลุ่มทะลุแก๊สเท่านั้น..” ด้วยสภาพอนาธิปไตย “…ทะลุแก๊สจะตกเป็นจำเลยสังคมในสิ่งที่ตนไม่ได้ก่อหรือไม่ เป็นสิ่งที่พึงระวัง”

ถ้ากลุ่มทะลุแก๊ส มาเปิดเกมยิงพลุใส่ตำรวจทุกคืนเหมือนปีที่แล้ว ก็เชื่อว่า ผู้ว่าฯ กทม.ก็จะถูกสื่อมวลชนลากเข้ามาเกี่ยวข้องการชุมนุมไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

แค้นแน่นอก “ทักษิณ” ส.ส.บ้านใหญ่ใจถึง ทิ้งลูกสาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517416

12 มิ.ย. 2565

แค้นแน่นอก "ทักษิณ" ส.ส.บ้านใหญ่ใจถึง ทิ้งลูกสาว

บัญชีหนี้แค้น “ทักษิณ” จดชื่อ 7 ส.ส.เพื่อไทย หักมติฝ่ายค้าน ส่งอุ๊งอิ๊งไล่บี้ทุกจังหวัด เอาชนะทุกเขต เสี่ยหนูยิ้มหน้าบาน ส.ส.บ้านใหญ่ใจถึงซบภูมิใจไทย คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

จดบัญชีแค้น “ทักษิณ” ฝากชาวบ้านจำชื่อ 7 ส.ส.เพื่อไทย หักมติฝ่ายค้านโหวตผ่านงบประมาณ2566 เสี่ยหนูยิ้มหน้าบาน ส.ส.บ้านใหญ่แห่ซบภูมิใจไทย

ไม่รอชาติหน้า “ทักษิณ” เปิดศึกชำระแค้น ส.ส.แปรพักตร์ ส่งอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไล่บี้ทุกจังหวัด ใบสั่งคนแดนไกลต้องเอาชนะทุกเขต

ผ่านฉลุย ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในวาระแรก มี ส.ส.เห็นชอบ(รับหลักการ) 278 เสียง ไม่เห็นชอบ(ไม่รับหลักการ) 194 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนนเสียง 0 เสียง จากจำนวนผู้ลงมติ 472 คน

แม้จะมีกระแสข่าวพรรคเศรษฐกิจไทย และกลุ่ม 16 อาจจะพลิกเกมไปยกมือโหวตหนุนขั้วฝ่ายค้าน จึงมีการเจรจาต่อรอง และในที่สุด ก็ได้ข้อยุติ ขั้วตัวแปร ได้โควตากรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 4 คน

พรรคเศรษฐกิจไทย ได้ 2 คนคือ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร ส่วนไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเศรษฐกิจไทย และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยรักธรรม ตัวแทนกลุ่ม 16 ได้ในโควตา ครม.

สรุปว่า เสียง ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลไม่แตกแถว ตรงกันข้ามพรรคร่วมฝ่ายค้าน กลับมีแตกแถวประมาณ 16 คน และในนี้เป็น ส.ส.เพื่อไทย 7 คน ซึ่งคนกลุ่มนี้ที่แสดงตัวโหวตเห็นชอบงบประมาณฯ ส่วนใหญ่ก็คนหน้าเดิมที่เตรียมย้ายพรรคอยู่แล้ว

ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวแห่งหนึ่งเกี่ยวกับสถานการณ์เพื่อไทยเลือดไหลออกว่า “ผมไม่ห่วง เรียกว่าเป็นการถ่ายเลือด ผมเจอผู้บริหารพรรคบอกว่า ถือว่าถ่ายเลือด เชื่อว่าประชาชนไปกับพรรค บางคนหลงตัวเองคิดว่าตัวเองคะแนนดีมากโดยไม่สนใจพรรค..”

หลังปรากฏการณ์ชัชชาติแลนด์สไลด์ ทักษิณประเมินว่า รัฐบาลอยู่นานเท่าไหร่ประชาชนแย่ โอกาสที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะชนะอย่างท่วมท้นจะยิ่งสูงขึ้น

“จะตุนกระสุนไปซื้ออย่างไรก็เอาไม่อยู่…ถ้าสถานการณ์ประเทศยังเป็นแบบนี้ 80 ล้านก็เอาไม่อยู่ เป็นการเอาเงินที่โกงไปมาคืนประชาชน แล้วประชาชนก็ไม่เลือกคอยดูสิ..”

  • ‘แค้นคนแดนไกล’

หากฟังแคร์คลับเฮาส์ทุกวันอังคาร จะรู้ว่าถึงอยู่ดูไบ “ทักษิณ” ก็รู้ทุกความเคลื่อนไหวของ ส.ส.เพื่อไทย และคนแดนไกลฟันธงล่วงหน้า พวกย้ายพรรคสอบตกหมด

เช้าวันที่ 3 มิ.ย.2565 ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ว่า มี 7 ส.ส. พรรคเพื่อไทย โหวตสวนมติพรรค โดยรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ประกอบด้วย จักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี,จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.ศรีสะเกษ, ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ ,นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก,ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ, วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก และสุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา

เฉพาะ 3 ส.ส.ศรีสะเกษนั้น เป็นที่รับรู้กันโดยพฤตินัยว่า ย้ายไปพรรคภูมิไทยใจแล้ว ทั้งผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.เขต 8, จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ส.ส.เขต 4 และธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.เขต 5 โดยอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ยกขบวนไปเปิดตัว 3 ส.ส.มาแล้วช่วงวันที่ 20-21 พ.ค.ที่ผ่านมา

ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ สามีของผ่องศรี เตรียมลงสมัคร ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 9 สมัยหน้า และได้เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ในโควตาพรรคภูมิใจไทยด้วย

เลือกตั้งครั้งหน้า จ.นครนายก แบ่งเป็น 2 เขต เสี่ยอ๋า-วุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก เพื่อไทย สมัยหน้าจะไปลงสมัคร ส.ส.เขต 2 พร้อมลูกชายเสี่ยอ๋อง-ปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ลงสมัคร ส.ส.เขต 1 ในนามพรรคภูมิใจไทย สองพ่อลูกแบกป้ายค่ายสีน้ำเงินหาเสียงมานานแล้ว

ส่วนจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี เขต 6 พรรคเพื่อไทย น้องชายต่อพงษ์ ไชยสาส์น แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ได้ปลดป้ายเพื่อไทยในพื้นที่ออกหมดแล้ว

  • ‘บ้านใหญ่ใจถึง’

ส.ส.เพื่อไทยที่ตัดสินใจแหกค่าย “ทักษิณ” มักจะเป็น ส.ส.ประเภทบ้านใหญ่ใจถึง ฐานแน่น ไม่หวั่นกระแส พวกเสาไฟฟ้าไม่กล้าทิ้งเพื่อไทย เพราะกลัวกระแสต้าน จะสอบตก

ในกลุ่ม ส.ส.เพื่อไทย 7 คน ที่โหวตรับร่างงบประมาณฯ มีชื่อ นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 4 สมัย ซึ่งแจ้งเกิด ส.ส.สมัยแรกจากไทยรักไทย และอยู่ค่ายทักษิณมาโดยตลอด

นิยม ช่างพินิจ เจ้าของบริษัทช่างพินิจ เอ็นจิเนียริ่ง (2539) มีฐานเสียงอยู่ใน อ.บางระกำ และ อ.บางกระทุ่ม จัดว่าเป็น ส.ส.บ้านใหญ่ฐานแน่นคนหนึ่ง

ปลายปี 2563 นิยมส่งหลานสาว ยลดา ช่างพินิจ ลงสมัครนายก อบจ.พิษณุโลก ตอนแรกใช้ชื่อทีมเพื่อไทย แต่เหมือนโดนห้ามใช้ จึงเปลี่ยนมาเป็นทีมคนรักพิษณุโลก ได้ 1.4 แสนคะแนน แต่พ่ายต่อแชมป์เก่า มนต์ชัย วิวัฒน์ธนาฒย์ นายก อบจ.พิษณุโลก 3 สมัย ที่มี ส.ส.เพื่อไทยบางคนหนุน

ตอนหลังๆในหน้าแฟนเพจเฟซบุ๊ค ส.ส.นิยม ช่างพินิจ ไม่มีโลโก้พรรคเพื่อไทย แต่หันไปแจกไลน์ และติดแฮชแท็ก #กลุ่มคนรักนิยม #เราไม่ทิ้งกันแทน

ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ เพื่อไทย เปิดตัวบนเวทีภูมิใจไทยผ่องศรี แซ่จึง ส.ส.ศรีสะเกษ เพื่อไทย เปิดตัวบนเวทีภูมิใจไทย

สำหรับ สุชาติ ภิญโญ ส.ส.นครราชสีมา เขต 14 พรรคเพื่อไทย โตมาจาก ส.อบจ.นครราชสีมา เขต อ.แก้งสนามนาง และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก ปี 2554 สมัยที่แล้ว สุชาติ ภิญโญ เฉือนเอาชนะไพศาล เกียรติชัยพัฒน พรรคภูมิใจไทย ไม่ถึงพันแต้ม

โอกาสที่ ส.ส.สุชาติ จะย้ายค่ายก็มีสูง เพราะถ้าเจอคู่ปรับเก่า ไพศาล เกียรติชัยพัฒน ที่มีเสี่ยแป้งมันพันล้านหนุนอีกรอบ ก็คงเหนื่อยแสนสาหัส

ว่ากันตามจริง ส.ส.เพื่อไทยไม่มีใครคิดอยากย้ายพรรค หากไม่มีเหตุผลความจำเป็นทางการเมือง หลายกรณีก็ไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องของโอกาสและความเป็นไปได้ในเกมเลือกตั้ง

เด็กแม้วหนี “ชูวิทย์ กุ่ย” เจอคู่แค้นสุพล-สุทธิชัย ปักธงสร้างอนาคตไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518310

10 มิ.ย. 2565

เด็กแม้วหนี "ชูวิทย์ กุ่ย" เจอคู่แค้นสุพล-สุทธิชัย ปักธงสร้างอนาคตไทย

แลนด์สไลด์แค่ฝัน “ชูวิทย์ กุ่ย” เจอคู่แค้นเก่าสุพล ฟองงาม-สุทธิชัย จรูญเนตร พรรคสร้างอนาคตไทย เสี่ยกุ่ยส่งลูกสาว ชนตระกูลโภคกุลกานนท์ ส่วนตัวเองหนีไปลงเขตใหม่ คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

แลนด์สไลด์แค่ฝัน “ชูวิทย์ กุ่ย” เจอคู่แค้นเก่า สุพล ฟองงาม ผนึกกำลัง สุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ ที่เพิ่งทิ้งพลังประชารัฐ ไปสังกัดสร้างอนาคตไทย 


หนีโซนอันตราย “ชูวิทย์ กุ่ย” ส่งลูกสาว ชนตระกูลโภคกุลกานนท์ ในสีเสื้อพรรค 2 กุมาร ส่วนตัวเองหนีไปลงเขตใหม่ เบากว่าและได้เป็น ส.ส.ชัวร์


จังหวะที่กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กำลังเจอมรสุมเรื่องที่ดินเขาใหญ่ สุทธิชัย จรูญเนตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีศึกษาธิการ ได้แถลงลาออกจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เพื่อไปทำงานการเมืองกับพรรคสร้างอนาคตไทย
 

จริง ๆ แล้ว สุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ ควรลาออกพร้อมสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ดึงจังหวะไว้ถึงช่วงนี้ก็เลยยื่นหนังสือลาออก


การขยับตัวของสุทธิชัย จรูญเนตร ก็คือตัวแทนของตระกูลโภคกุลกานนท์ ที่เป็นคู่ต่อสู้ทางการเมืองของชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลฯ พรรคเพื่อไทย ในโซนอุบลฯ ชายฝั่งโขง 

สุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ ในสีเสื้อใหม่พรรคสร้างอนาคตไทย สุทธิชัย จรูญเนตร อดีต ส.ส.อุบลฯ ในสีเสื้อใหม่พรรคสร้างอนาคตไทย


แม่ทัพเพื่อไทยเมืองอุบลฯ ก็จะมี เกรียง กัลป์ตินันท์ และชูวิทย์ กุ่ย พิทักษ์พรพัลลภ โดยเสี่ยเกรียง จะรับผิดชอบโซนตัวเมือง และชายขอบศรีสะเกษ ส่วนเสี่ยกุ่ยก็มาทางโซนฝั่งโขง


ลำพังสุพล ฟองงาม คนเดียว ทั้งเสี่ยเกรียง และเสี่ยกุ่ย คงไม่กลัวเท่าไหร่ แต่การที่สุพลดึง อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ส.ส.อุบลฯ ฉายา ส.ส.ตลอดกาล มาร่วมงานกันอีกครั้ง ก็ได้ทั้งลูกชาย เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ และลูกเขย สุทธิชัย จรูญเนตร มาลงสมัคร ส.ส. ทำเอาค่ายเพื่อไทยรู้สึกหนาวๆร้อนๆ  


ช่วงเวลาที่ สุทธิชัย จรูญเนตร ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีศึกษาธิการ ก็ได้รับมอบหมายจากตรีนุช เทียนทอง ลงไปทำงานในพื้นที่ต่อเนื่อง สร้างผลงานด้านการศึกษาไว้เป็นฐานคะแนนเสียงสมัยหน้า ดังนั้น การที่พรรคพลังประชารัฐ สูญเสียสุทธิชัยให้พรรคสร้างอนาคตไทย ก็ถือว่าเป็นความเสียหาย และยังมองไม่เห็นว่า สมัยหน้า พลังประชารัฐ จะให้ใครมานำทัพที่เมืองอุบลฯ


“สายวังน้ำเย็นเก่า”
“ชูวิทย์ กุ่ย” แม่ทัพเพื่อไทย รู้ดีว่า สมัยที่แล้วกว่าจะเอาชนะตระกูลโภคกุลกานนท์ ก็เหนื่อยหนัก แถมลูกทีมใน อ.ตระการพืชผล ก็ชนะลูกเขย ส.ส.อดิศักดิ์ แบบฉิวเฉียด

การเลือกตั้ง ส.ส.อุบลฯ ปี 2562 รัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ เฉือนเอาชนะสุทธิชัย จรูญเนตร พลังประชารัฐ ที่เขต 5 และชูวิทย์ กุ่ย ก็เบียดชนะเชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ที่เขต 7 


ผลเลือกตั้งครั้งที่แล้ว สุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.เพื่อไทย สายกลุ่มวังน้ำเย็น ของเสนาะ เทียนทอง ได้รวบรวม ส.ส.อุบลฯ ไว้ 4-5 คน แต่ไม่มีใครชนะเลือกตั้งเลย


เมื่อตรีนุช เทียนทอง ได้เป็น รมว.ศึกษาฯ ปรากฏว่า ศิษย์เก่าวังน้ำเย็น ในพลังประชารัฐ ต่างไปรวมพลอยู่ที่กระทรวงศึกษาฯ โดยสุพล ส่งสุทธิชัย จรูญเนตร ไปนั่งเก้าอี้ประธานที่ปรึกษา รมว.ศึกษาฯ 


ปลายปี 2563 กลุ่มสุพล ฟองงาม และตระกูลโภคกุลกานนท์ หนุน เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ลงชิงนายก อบจ.อุบลฯ แต่พ่าย กานต์ กัลป์ตินันท์ แบบไม่น่าแพ้ โดยเสี่ยเกรียงหนุนน้องชาย-เสี่ยกานต์ เต็มที่


วันนี้ ตี๋เล็ก เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ และสุทธิชัย จรูญเนตร ก็พร้อมแล้วที่จะลงสนามท้าชิงแชมป์จากเพื่อไทยในเขตเดิม ดังนั้น พรรคสร้างอนาคตไทย ได้ลูกชาย และลูกเขย ของอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ มาร่วมงานด้วย ทำให้พรรคมีความหวังจะได้เก้าอี้ ส.ส.อุบลฯ อย่างน้อย 2 ที่นั่ง


“เสี่ยกุ่ยชิ่งหนี”
เหมือนนกรู้ “ชูวิทย์ กุ่ย” วางตัวลูกสาว สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ลงสมัคร ส.ส.เขต 7 ที่ตัวเองเคยลงสนามมาก่อน และโยกตัวเองไปลงเขตใหม่ โซน อ.ม่วงสามสิบ โดยเขตเดิมของเสี่ยกุ่ยนั้น ตี๋เล็ก เชิดศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ก็พร้อมลงสนาม


สมัยที่สุพล ฟองงาม ยังอยู่พรรคเพื่อไทย ได้มี อดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์  อดีต ส.ส.รุ่นใหญ่ มีฐานธุรกิจรับเหมาก่อสร้างคือ หจก.ฮุ่นกี่พืชผลพาณิชย์ อ.ตระการพืชผล เป็นพันธมิตรทางการเมือง


ปี 2554 อดิศักดิ์หันลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และส่งลูกเขย-สุทธิชัย จรูญเนตร ลง ส.ส.เขต 5 เอาชนะคู่แข่งจากพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก


ชูวิทย์ กุ่ย ก็เป็นชาว อ.ตระการพืชผล แต่ไม่ลงรอยกับอดิศักดิ์ โภคกุลกานนท์ ดังนั้น เมื่อสุพล ฟองงาม ลาออกจากเพื่อไทย ไปอยู่พลังประชารัฐ อดิศักดิ์ก็ยกทีมตามไปด้วย


เที่ยวหน้า สุพล ฟองงาม รับอาสาเป็นแม่ทัพภาคอีสานให้พรรคสร้างอนาคตไทย ตระกูลโภคกุลกานนท์ และตระกูลจินตะเวช ก็พร้อมจะลงเรือลำเดียวกัน


การเลือกตั้งสมัยหน้า อุบลราชธานี มี ส.ส. 11 คน เสี่ยเกรียง และเสี่ยกุ่ย ก็รับปากทักษิณ ชินวัตร จะนำทัพยึดทั้ง 11 ที่นั่งให้ได้ แต่ตระกูลโภคกุลกานนท์ คงไม่ยอมแน่ อย่างน้อย 2 ที่นั่ง เขต 5 (อ.ตระการพืชผล)และเขต 7 (อ.ศรีเมืองใหม่) พรรคสร้างอนาคตไทย คงต้องปักธงให้ได้ 

วิกฤตบ้านใหญ่ “สุนทร วิลาวัลย์” พ่วงลูกสาว สะเทือนบุรีรัมย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518263

10 มิ.ย. 2565

วิกฤตบ้านใหญ่ "สุนทร วิลาวัลย์" พ่วงลูกสาว สะเทือนบุรีรัมย์

วิกฤตบ้านใหญ่ปราจีนฯ “สุนทร วิลาวัลย์” พ่วงลูกสาว กนกวรรณ วิลาวัลย์ ติดบ่วงคดีรุกป่าเขาใหญ่ สะท้านบุรีรัมย์ สะเทือนภูมิใจไทย คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

ลุ่มน้ำบางปะกงเดือด “สุนทร วิลาวัลย์” พร้อมลูกสาว กนกวรรณ วิลาวัลย์ ติดบ่วงคดีรุกป่าเขาใหญ่ สะท้านบ้านใหญ่ปราจีนบุรี สะเทือนพรรคภูมิใจไทย 


ใต้ร่มเงาบ้านใหญ่บุรีรัมย์ “สุนทร วิลาวัลย์” ยึด 3 ที่นั่ง ส.ส.ปราจีนฯ โอ๊ะ กนกวรรณ ลูกสาวเป็นรัฐมนตรี และโกทรวัย 83 ปี นั่งเก้าอี้นายก อบจ. แต่หนีไม่พ้นกงกรรมคดีรุกป่า 


คนเมืองปราจีนบุรีคงคาดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ และตระกูลวิลาวัลย์ ถึงกับช็อก เมื่อ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ,สุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง กรณีถูกกล่าวหาว่า การออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ และบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่บริเวณด่านเนินหอม ซึ่งเป็นคดีอาญา
 

จากนี้ไป สองพ่อลูก “สุนทร-กนกวรรณ” ก็ต้องไปต่อสู้คดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 2 ซึ่งการชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด


ต้นเรื่องคดีรุกป่า มาจาก พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์การประสานการปฏิบัติ (ศปป.) ที่ 4 กอ.รมน. และศักดิ์ชัย จงกิจวิวัฒน์ หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯ เข้าตรวจสอบพื้นที่การบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บริเวณด่านเนินหอม ช่วงเดือน ม.ค.2563

จับตาอนาคต สองพ่อลูก ตระกูลวิลาวัลย์ จับตาอนาคต สองพ่อลูก ตระกูลวิลาวัลย์


เวลานั้น สุนทร วิลาวัลย์ ได้ชี้แจงเรื่องนี้ว่า ที่ดินทั้งหมดมี 3 แปลง เป็นของตน 2 แปลง ส่วนอีกแปลงเป็นของกนกวรรณ และทั้งสามแปลงได้โฉนดมาอย่างถูกต้อง เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2536 ส่วนการจ้างแบ็กโฮเข้าไปปรับพื้นที่ได้ทำในที่ของตนทั้ง 3 แปลงไม่ได้บุกรุกที่อุทยานฯแต่อย่างใด


ผลพวงจากคดีอาญา ย่อมส่งผลมาถึงตำแหน่งทางการเมือง โดยเฉพาะ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ รวมถึงยุทธจักรนักเลือกตั้งในปราจีนบุรี ที่เริ่มมีการขยับตัว หลังบ้านใหญ่เจอวิกฤตคดีรุกป่า


“เขาชื่อโกทร”
คนเมืองปราจีนบุรี จะรู้จัก “สุนทร วิลาวัลย์” ในนาม “โกทร” อดีต ส.ส.ปราจีนฯ 8 สมัย และพี่ชายป้าอ้วน บังอร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนฯ 4 สมัย เนื่องจากป้าอ้วน ลงสนามไม่ได้ โกทร วัย 80 กว่าปี จึงต้องลุยสนาม อบจ.เอง ได้เป็นนายก อบจ.ปราจีนฯ เมื่อปลายปี 2563

โกทร เข้าสู่ถนนการเมืองในตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองปราจีนบุรี ปี 2523 และเป็นหัวคะแนนคนสำคัญของ บุญส่ง สมใจ อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี รุ่นเก๋า


สมัยที่ปราจีนบุรี ยังไม่ได้แยก อ.สระแก้วออกเป็นจังหวัดใหม่ โกทรเป็น ส.ส.สมัยแรก ปี 2526 สังกัดพรรคราษฎร ก่อนจะย้ายมาอยู่พรรคชาติไทย ปี 2529 ใต้ชายคาเดียวกันกับเสนาะ เทียนทอง โกทรก็คุมฝั่งต้นน้ำบางปะกง เสี่ยแหนม-เสนาะ คุมชายแดนบูรพา 


อย่างไรก็ตาม สุนทร วิลาวัลย์ ก็มีคู่แข่งทางการเมืองคือ สมาน ภุมมะกาญจนะ ที่มีฐานเสียงอยู่แถว อ.บ้านสร้าง และ อ.ศรีมหาโพธิ ส่วนโกทร ก็มีฐานเสียงอยู่โซน อ.เมืองปราจีนฯ ,อ.กบินทร์บุรี และ อ.ประจันตคาม


ปี 2539 เสนาะชวนโกทร ไปอยู่พรรคความหวังใหม่ ตั้งเป้าดัน พล.อ.ชวลิต เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้ง โกทรจึงได้เป็น รมช.สาธารณสุข รัฐบาลชวลิต และปี 2544 โกทรย้ายมาสังกัดพรรคไทยรักไทย พร้อมเสนาะ 


กนกวรรณ หรือโอ๊ะ ลูกสาวคนโตของสุนทร-สุภาภร วิลาวัลย์ เริ่มต้นชีวิตนักการเมือง โดยเป็น ส.อบจ.ปราจีนฯ เขต อ.กบินทร์บุรี และรองนายก อบจ.ปราจีนฯ 


ปี 2548 โกทรส่งโอ๊ะ กนกวรรณ ลงสมัคร ส.ส.ปราจีนฯ เขต 1 พรรคไทยรักไทย และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก หลังรัฐประหาร เลือกตั้งปี 2550 โกทรย้ายไปสังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตย เจอใบแดง ต้องเว้นวรรค 5 ปี แต่มีเลือกตั้งซ่อม ก็ส่งหลานชาย-อำนาจ วิลาวัลย์ ลงสมัคร ส.ส.แทน รักษาเก้าอี้ไว้ได้ 


เลือกตั้งปี 2554 เนวิน ชิดชอบ ชวนโกทรมาอยู่พรรคภูมิใจไทย ด้วยฐานเสียงที่เข้มแข็งของตระกูลวิลาวัลย์ คว้าเก้าอี้ ส.ส.ปราจีนบุรี ได้ 2 ที่นั่งคือ อำนาจ วิลาวัลย์ หลานชายโกทร และ เพชรินทร์ เสียงเจริญ ตัวแทนบ้านใหญ่ อ.นาดี


“ใต้ร่มเงาเนวิน”
ปี 2561 “สุนทร วิลาวัลย์” จัดงานวันเกิดอย่างยิ่งใหญ่ อนุทิน ชาญวีรกูล และนักการเมืองหลายพรรคไปร่วมอวยพรโกทร ที่มีอายุครบ 80 ปี ซึ่งเป็นการแสดงพลังของบ้านใหญ่ปราจีนฯ 


เลือกตั้งปี 2562 โกทรก็หวังที่จะยึด 3 ที่นั่ง เมืองปราจีนฯ เพราะบ้านใหญ่บุรีรัมย์บอกว่า ถ้าโกทรชนะยกจังหวัด เอาไปเลย 1 เก้าอี้รัฐมนตรี


โกทรเจรจา ชยุต ภุมมะกาญจนะ ลูกชายสมาน และอดีต ส.ส.ปราจีนฯ หลายสมัย มาร่วมทีมภูมิใจไทยสำเร็จ และดึง สฤษดิ์ บุตรเนียร อดีต ส.ว.ปราจีนบุรี ลงเขต 3 แทนเพชรินทร์ พร้อมกับวางตัวลูกสาว กนกวรรณ วิลาวัลย์ และเพชรินทร์ เสียงเจริญ อยู่ใน ส.ส.บัญชีรายชื่อ


ผลเลือกตั้งที่สนามปราจีนบุรี ภูมิใจไทยชนะยกจังหวัด และโกทรได้โควตารัฐมนตรีตามสัญญา จึงส่งเจ๊โอ๊ะ ลูกสาวไปนั่งเก้าอี้ รมช.ศึกษาธิการ


ปลายปี 2563 โกทร ตัดสินลงสมัครนายก อบจ.ปราจีนบุรี แทนน้องสาว ป้าอ้วน บังอร วิลาวัลย์ ที่เป็นนายก อบจ.มาแล้ว 4 สมัย ผลการเลือกตั้ง โกทรโกยแต้มทะลุแสนคะแนน ชนะคู่แข่งขาดลอย 


เมื่อ 28 พ.ค.2565 ที่โรงเรียนสายมิตรศึกษา ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงาน ส.ส.สฤษดิ์ บุตรเนียร พรรคภูมิใจไทย ปราจีนบุรี เขต 3


น่าจับตา  สฤษดิ์ บุตรเนียร อดีต ส.ว.ปราจีนฯ ที่ได้รับการสนับสนุนจากโกทร อาจก้าวขึ้นมาเป็นแม่ทัพร่วมกับอำนาจ วิลาวัลย์ หากสุนทร-กนกวรรณ เจอวิบากคดีรุกป่าเขาใหญ่ถึงขั้นต้องหลุดจากตำแหน่งทางการเมือง

โยนหินถาม “ประยุทธ์ “กับข่าวยึดหัวหาด “พลังประชารัฐ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518254

นายหัวไทร

10 มิ.ย. 2565

โยนหินถาม "ประยุทธ์ "กับข่าวยึดหัวหาด "พลังประชารัฐ"

หยุดวงจรอุบาทว์ โยนหินถามทาง “ประยุทธ์” ยึดหัวหาด “พลังประชารัฐ” เดินหน้า “ประชาธิปไตย” ต้องสกัดนักการเมืองสีเทาเข้าสภา

“พล.อ.ประยุทธ์ จะเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว และจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเพื่อดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคแทน พล.อ.ประวิตร และให้ พล.อ.ประวิตร ไปทำหน้าที่เป็นประธานที่ปรึกษาพรรคแทน ซึ่งระหว่างนี้รอจังหวะที่เหมาะสมให้พ้นเดือนสิงหาคม ที่จะมีความชัดเจนในประเด็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปีไปก่อน “

      เป็นข่าวปล่อย “โยนหินถามลุงตู่” เพื่อให้ได้ความกระจ่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ว่า ตกลงจะเอาอย่างไรกันแน่ จะยึดพรรคพลังประชารัฐเป็นหลัก หรือจะตั้งพรรคใหม่ตามกระแสข่าว ทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคไทยสร้างสรรค์

      การต้องการความชัดเจนจาก พล.อ.ประยุทธ์ เพราะคนทำงานในพื้นที่เริ่มลำบากใจในการตอบคำถามชาวบ้าน…ไหนคุณเชียร์ลุงตู่ ตกลงลุงตู่อยู่พรรคไหน แน่นอนว่าคนทำงานในพื้นที่ไปต่อไม่เป็นเลย

      ยังมีมากกว่านั้น คำถามว่า ตกลงลุงตู่ในวัน 67 จะยังอยู่ในฐานะนักการเมือง จะยังยอมให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นคาดิเดตนายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ นี้คือประเด็นใหญ่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ก็เจอปัญหารุมเร้ารอบด้าน

      “เป็นนายกฯนานเกินไป ไม่ได้เห็นทะเลนานแล้ว”

โยนหินถาม "ประยุทธ์ "กับข่าวยึดหัวหาด "พลังประชารัฐ"

    คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์กับคำว่า “เป็นนายกฯนานเกินไป” เป็นคำพูดที่น่าคิดว่า เมื่ออยู่ครบวาระ 4 ปี หรือยุบสภา พล.อ.ประยุทธ์ จะยอมรับเป็นคาดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกหรือไม่ และยอมกับพรรคไหน

      ไม่ใช่จู่ๆ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า “เราพอแล้ว” เหมือนเมื่อครั้ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี หลังการเลือกตั้ง พรรคการเมืองรวมตัวกันไปพบ พล.อ.เปรม เพื่อเชิญมาเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.เปรมบอกว่า เราพอแล้ว

       ถ้าถึงวันยุบสภา หรือสภาอยู่ครบวาระแล้ว จู่ๆ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า เราพอแล้ว พรรคพลังประชารัฐยุ่งเลย จะชูใครเป็นนายกรัฐมนตรีละ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคหรือ ก็ขายไม่ออก แม้จะมากบารมีก็ตาม

      แต่ถ้ารู้ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ในวันนี้ ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อย ก็จะเป็นผลดีต่อพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งการโยนหินถามทางก็ได้ผลในระดับหนึ่ง อย่างน้อยก็มีคำตามจาก พล.อ.ประยุทธ์ว่า “เรื่องการเมืองยังไม่คิดอะไร ยังมุ่งมั่นเดินหน้าทำงานแก้ไขปัญหาประเทศชาติต่อไป”

       แม้จะเป็นคำตอบที่ “ไม่ได้ดั่งใจ” และไม่ชัดเจน แต่อย่างน้อยสาวก พลพรรคก็พอจะมีอะไรไปอธิบายกับชาวบ้านได้บ้าง

       คนโยนหินถามทางก็โยนไปไกล “ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายเสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี และ นายสกลธี ภัททิยกุล อดีตสมาชิกและกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ได้ไปพบกับ พล.อ.ประวิตร โดยมีการพูดคุยว่าจะกลับไปเป็นสมาชิกของพรรคพลังประชารัฐอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ทั้ง 2 คน ได้ลาออกจากพรรคไปก่อนหน้านี้ โดยรายงานแจ้งว่า นายเสกสกล ได้สมัครสมาชิกพรรคไปเรียบร้อยแล้ว โดยมี นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ลงนามเซ็นรับรองให้เข้าพรรค

      ซึ่งเสกสกล ยอมรับว่ากลับมาสมัครสมาชิกพรรคแล้วจริง และการออกไปเป็นเหตุผลเฉพาะช่วงสถานการณ์ แต่สำหรับสกลธี ยืนยันว่ายังไม่ได้กลับไปสมัครสมาชิกพลังประชารัฐใหม่ และการออกมาก็เพื่อลงสมัครผู้ว่าฯกทม.อิสระ

โยนหินถาม "ประยุทธ์ "กับข่าวยึดหัวหาด "พลังประชารัฐ"

      “มี 3-4 พรรคการเมืองทาบทามให้ไปร่วมงานด้วย แต่ผมยืนยันไปว่า ผลจะร่วมงานกับพรรคการเมืองที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เท่านั้น”

      พล.อ.ประยุทธ์ก็อยู่ในฐานะตัดสินใจยาก จะไปยึดหัวหาดพรรคพลังประชารัฐ พรรคก็อยู่ในช่วงขาลง ส่วนจะตั้งพรรคใหม่ก็ไม่ง่าย เพราะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หมด ในขณะที่พรรคอื่นๆเขาเดินกันไปไกลแล้ว และความพยายามในการตั้งพรรคสำรองก็แท้งมาหลายรอบ ตั้งแต่พรรคเศรษฐกิจไทย ที่จะให้ฉัตรค พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทยมาปลุกปั่น ก็ไปไม่รอด จน พล.อ.ประวิตร ต้องยกให้น้องรัก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปเป็นบ้านหลังใหม่ หรือจะเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ ดร.เสกสกล สถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปลุกเสกขึ้นมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หวังเป็นพรรคสำรอง ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง จึงไปผุดพรรคใหม่อีก “พรรคไทยสร้าง” มีณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เป็นแกนจัดตั้งก็ยังเป็นวุ้นอยู่ในขณะที่การเมืองเดินหน้าสู่สนามเลือกตั้งทุกวัน

       ถ้ามองถึงความพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง มีบางพรรคการเมืองพร้อมแล้ว เริ่มนิ่งแล้ว และเริ่มกวาดต้อนไพร่พลเข้าค่ายเรื่อยๆ แต่บางพรรคอาจจะประกาศความพร้อม แต่ข้อเท็จจริงยังมีปัญหาภายในเพียบ เดินเหยียบตีนกันเองก็มี พรรคพลังประชารัฐเองก็ร่อแร่เหมือนมวยเมาหมัด ยืนพิงเชือกแลกหมัด

      พรรคเกิดใหม่ก็ไม่ง่ายในการหาผู้สมัครในระดับเกรด A /B ส่วนใหญ่เดินไปหาก็คว้าเกรด C เกรด D หรือ เกรด E มาเปิดตัว ทำให้กระแสตอบรับไม่มี แกนนำระดับภาคก็บารมีไม่ถึง จึงถูก “นายหน้า” หรือ “เอเย่นต์” ระดับจังหวัด รับงานหาคนลงสมัครให้ “นายหน้า”ก็นั่งหวังกินหัวคิวจากเงินสนับสนุน

       สถานการณ์เวลานี้ในพื้นที่ “เอเย่นต์” วิ่งชนกัน วิ่งเข้าวิ่งออกบ้านของผู้ที่พอมีบารมีอยู่บ้าง คนโน้นเข้า คนนี้ออกกันสนุกสนาน ว่าที่ผู้สมัครบางคนก็ขับรถเบนซ์นั่งวาดฝันหว่านเงินซื้อหัวคะแนนกันจ้าละหวั่น ด้วยเงินที่หามาได้ แต่บางคนไม่รู้ไปเอาเงินมาจากไหน หายไปจากบ้าน 6-7 ปี กลับมานั่งเบนซ์ นั่งรถหรู พร้อมเงินก้อนโต หิ้วมาซื้อประชาธิปไตยจากประชาชน

       การเลือกตั้งครั้งที่จะมาถึงภาพจะชัดเจนขึ้นกับ “ประชาธิปไตยเงินสด” หรือ money politic การเมืองแบบใช้เงิน ซื้อหัวคะแนน ซื้อเสียงชาวบ้าน และส่วนใหญ่เป็นเงินที่ได้มาจากอาชีพสกปรก

     เราไม่ควรปล่อยให้ความเลวร้ายเข้ามาทำลายประชาธิปไตย เราต้องรักและหวงแหนระบอบการปกครองที่ดีที่สุด แม้จะเป็นระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆก็ตาม

      หยุดเงินซื้อประชาธิปไตย หยุดความชั่วร้ายของนักการเมืองสีเทา

มาแล้วทีม “บรรยิน” โชว์ปึ้กทักษิณ ลุยยึดปากน้ำโพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518121

09 มิ.ย. 2565

มาแล้วทีม "บรรยิน" โชว์ปึ้กทักษิณ ลุยยึดปากน้ำโพ

โผล่แล้ว ทีมทายาท “บรรยิน” เบล-บุษญา ตั้งภากรณ์ ถ่ายภาพร่วมกับทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ส่องปากน้ำโพ วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ คู่ชีวิตบรรยิน ดึง ส.ส.ทายาท ไม่ให้ทิ้งเพื่อไทย คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

โผล่แล้ว ทีมทายาท “บรรยิน” เบล-บุษญา ตั้งภากรณ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครสวรรค์ ถ่ายภาพร่วมกับทักษิณและยิ่งลักษณ์ ประกาศมาเพื่อไทยแน่


ส่องสนามปากน้ำโพ ทีมงาน “บรรยิน” นำโดย วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ คู่ชีวิตของ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เคลื่อนไหวแล้ว โดย ส.ส.ทายาท ก็ไม่ทิ้งเพื่อไทย 


เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.2565 อินสตาแกรม bellebussaya หรือ เบล-บุษญา ตั้งภากรณ์ ลูกสาวของ บรรยิน ตั้งภากรณ์ ถ่ายภาพร่วมกับทักษิณ ชินวัตร และยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมข้อความว่า มาเพื่อ #เพื่อไทย เท่านั้น

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อเลือกตั้งทั่วไป 24 มี.ค.2562 พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ยังเป็นผู้ดูแลสนามนครสวรรค์-กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย ได้ส่งลูกสาว เบล-บุษญา ตั้งภากรณ์ ลงสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 และลูกชาย บอส-วรภัทร ตั้งภากรณ์ ลงเขต 2 แต่ผลปรากฏว่า ทั้งคู่พ่ายคู่แข่งจากพรรคพลังประชารัฐ


นอกจากนี้ นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ เด็กในคาถาของเสี่ยบรรยิน ก็สอบตกเช่นกัน เหลือเพียง ทายาท เกียรติชูศักดิ์ เป็น ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 อีกสมัย 


สมัยที่แล้ว พรรคพลังประชารัฐ ยึดครองปากน้ำโพ ได้ 4 ที่นั่ง ส่วนเพื่อไทยและภูมิใจไทย ได้พรรคละ 1 คน เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็มีข่าว ทายาท เกียรติชูศักดิ์ จะทิ้งเพื่อไทยไปพลังประชารัฐ

วราภรณ์ และ ส.ส.ทายาท ประกาศปักธงเพื่อไทย นครสวรรค์ วราภรณ์ และ ส.ส.ทายาท ประกาศปักธงเพื่อไทย นครสวรรค์


ประเมินว่า การเลือกตั้งสมัยหน้าคงดุเดือด เมื่อพลังประชารัฐ มีการปรับขบวน โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่งตั้ง นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค


เฮียใช้-นิโรธ สุนทรเลขา คงจะเป็นแม่ทัพปากน้ำโพของ พปชร. และจะต้องเจอทีมบรรยิน นำโดย วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ คู่ชีวิตอดีตนายตำรวจคนดัง


“กลับมาแล้ว’
แม้วันนี้ “บรรยิน” อดีตแม่ทัพเพื่อไทยปากน้ำโพ ต้องเผชิญวิบากกรรมคดีอาญาอยู่ในเรือนจำ แต่เมื่อปี่กลองเลือกตั้งดังแว่วมา วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ก็เริ่มเคลื่อนไหวทำกิจกรรมพบปะชาวบ้าน ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

จะว่าไปแล้ว พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ เป็นลูกหม้อพรรคเพื่อไทย อยู่กับทักษิณ ตั้งแต่ลาออกจากราชการตำรวจมาสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ ในนามไทยรักไทย และเป็น ส.ส. 2 สมัยติดต่อกัน

หลังรัฐประหาร 2549 พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ ร่วมงานกับสมศักดิ์ เทพสุทิน ในสีเสื้อพรรคมัชฌิมาธิปไตย ในการเลือกตั้งปี 2550 และบรรยินได้เป็นรัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ ในสมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต่อมา บรรยินถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นระยะเวลา 5 ปี เนื่องจากการยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย


เลือกตั้งปี 2554 บรรยินกลับมาจัดทีมผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย นครสวรรค์ ผลการเลือกตั้งหนนั้น เพื่อไทยกวาดเก้าอี้ ส.ส.นครสวรรค์ 4 ที่นั่งจากทั้งหมด 6 ที่นั่ง และ วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ภรรยาบรรยิน ได้เป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์


เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2565 แฟนเพจเฟซบุ๊ก วราภรณ์ (เจ๊ไก่) ตั้งภากรณ์  ได้ลงภาพวราภรณ์ คู่ ส.ส.ทายาทเกียรติชูศักดิ์ ในสีเสื้อเพื่อไทย พร้อมข้อความ “เราจะร่วมกันสร้างวันพรุ่งนี้ที่มีโอกาส คืนศักดิ์ศรี คืนประชาธิปไตย และคืนเงินในกระเป๋าให้พี่น้องประชาชน”


วราภรณ์ ต้องการสื่อสารถึงชาวนครสวรรค์ว่า ส.ส.ทายาท ยังไม่ได้ทิ้งเพื่อไทยไปอยู่พรรคอื่น เพราะปลายปีที่แล้ว มีกระแสข่าวย้ายพรรคสูงมาก


“ไม่ทิ้งเพื่อไทย”
ในทางการเมือง “บรรยิน” มีลูกน้องคนสนิท 2 คนคือ นุกูล แสงศิริ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ และทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 5 


ย้อนไปเมื่อวันที่ 12 พ.ย.2564 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยที่ยังเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  


พล.อ.ประวิตร ได้เดินทางไป อ.ตาคลี เพื่อกราบนมัสการรูปหล่อหลวงพ่อเดิม ที่วัดหนองโพ และจากนั้นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินพบปะประชาชนที่มารอให้การต้อนรับ โดยมี ทายาท เกียรติชูศักดิ์ ส.ส.นครสวรรค์ เจ้าของพื้นที่ประกบลุงป้อม แนะนำให้รู้จักชาวบ้านและผู้นำชุมชน


วันนั้น มีเวทีปราศรัยเล็ก ๆ ร.อ.ธรรมนัส พูดกับชาวตาคลีว่า อนาคตทางการเมืองไม่มีอะไรแน่นอน ส่วนตัวเชื่อว่าจะได้เดินไปด้วยกันกับ ส.ส.ทายาท เพื่อพัฒนาตาคลี


ว่ากันว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้เจรจากับทายาทมาหลายรอบแล้ว หลัง พ.ต.ท.บรรยิน ติดกับดักคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา โดยหวังจะดึง ส.ส.ทายาท มาเสริมทีมนครสวรรค์ และสมัยหน้า พลังประชารัฐก็อาจจะชนะยกจังหวัด


ต้นปี 2565 ร.อ.ธรรมนัส แยกออกจากพลังประชารัฐไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย ดีลเก่าระหว่างธรรมนัสกับ ส.ส.ทายาท ก็จบไป กระทั่ง วราภรณ์ ตั้งภากรณ์ กระโจนเข้ามานำทัพเพื่อไทยปากน้ำโพ


สมัยหน้า ชาดา ไทยเศรษฐ์ แม่ทัพภาคกลางของภูมิใจไทย ได้คว้าตัว พีรเดช ศิริวัณสาณฑ์ อดีต ส.ส.นครสวรรค์ จากค่าย ปชป.มาไว้ในค่ายภูมิใจไทย พร้อมจะทำศึกล้างตากับทายาท ส.ส.นครสวรรค์ 


น่าจับตาอนาคตค่ายเพื่อไทย นครสวรรค์ ในยุคที่ไร้เงา “บรรยิน” แต่ก็ยังมีเจ๊ไก่ วราภรณ์ เป็นแม่ทัพ จะสู้ทีมแชมป์เก่า-พลังประชารัฐได้หรือไม่

ดีลล่ม “มิ่งขวัญ” โชว์เดี่ยว ไม่ไปตามธรรมนัส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/518028

08 มิ.ย. 2565

ดีลล่ม "มิ่งขวัญ" โชว์เดี่ยว ไม่ไปตามธรรมนัส

ดีลล่ม “มิ่งขวัญ” ไม่มาตามนัด ธรรมนัสเจรจาหลายรอบไม่สำเร็จ หันไปโชว์เดี่ยวปั้นพรรคโอกาสไทย จะไปได้ไกลแค่ไหน เมื่อกติกาเปลี่ยนแล้ว คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ดีลล่ม “มิ่งขวัญ” ไม่มาตามนัด เจอเทียบเชิญเป็นทีมเศรษฐกิจของพรรคเศรษฐกิจไทย ปรากฏว่า ร.อ.ธรรมนัสเจรจาหลายรอบไม่สำเร็จ 


จากพรรคเศรษฐกิจใหม่ “มิ่งขวัญ” โชว์เดี่ยวปั้นพรรคโอกาสไทย จะไปได้ไกลแค่ไหน กติกาเปลี่ยนแล้ว บัตรสองใบ พรรคใหญ่ได้เปรียบ


วันที่ 8 มิ.ย.2565 ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์  มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แถลงข่าวเรื่องการเตรียมการจัดตั้งพรรคโอกาสไทย เพื่อให้เป็นโอกาสของคนไทยทุกคน โดยใช้สีเขียวและสีชมพูสดเป็นสีของพรรค
 

ค่ำวันที่ 7 มิ.ย.2565 มีข่าวปล่อยสนั่นโซเชียล ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง และมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีต รมว.พาณิชย์ ตอบรับจะมาเป็นดรีมทีมเศรษฐกิจของพรรคเศรษฐกิจไทย พอรุ่งเช้า กระแสข่าวดีลลับมิ่งขวัญ-ธรรมนัส ล่มไม่เป็นท่ามาแรง


ย้อนไปเมื่อ 26 เม.ย.2565 บุญสิงห์ วรินทรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจไทย แจ้งกับนักข่าวว่า จะมีการเปิดทีมเศรษฐกิจในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตามกระแสข่าว พรรคเศรษฐกิจไทย ได้ทาบทาม ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล และมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ มาร่วมงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจากนั้น ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ปฏิเสธว่าข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ส่วนมิ่งขวัญ เก็บตัวเงียบจนกระทั่งมาแถลงข่าวตั้งพรรคโอกาสไทย 


สำหรับพรรคเศรษฐกิจไทย หลัง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ได้พ้นจากหัวหน้าพรรคไป ก็จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญ พรรคเศรษฐกิจไทย ที่โรงแรมรอยัล ริเวอร์ วันที่ 10 มิ.ย.2565 ซึ่งมีรายงานว่า ร.อ.ธรรมนัส จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค และไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร จะเป็นเลขาธิการพรรค


น่าจับตาดูว่า ร.อ.ธรรมนัส จะได้ใครมาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย หลังมิ่งขวัญ ไม่ตอบรับคำเชิญ หรือจะเป็นธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล


“บทเรียนเจ็บแสบ”
หายหน้าไปนานนับสิบปี อดีต รมว.พาณิชย์ และอดีตรองนายกฯ “มิ่งขวัญ” ก็คืนสู่ถนนการเมืองเมื่อปี 2561 ในฐานะแม่ทัพพรรคเศรษฐกิจใหม่ และประสบความสำเร็จแบบเหลือเชื่อ
 

วันที่ 11 ต.ค.2561 มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พรรคพลังประชาชน และอดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช แถลงหวนคืนสังเวียนการเมือง และปฏิเสธข่าวไม่เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ


วันที่ 14 พ.ย.2561 มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ แถลงข่าวเข้าร่วมงานกับพรรคเศรษฐกิจใหม่ โดยสุภดิช อากาศฤกษ์ หัวหน้าพรรคขณะนั้น ได้เสนอชื่อมิ่งขวัญอยู่ในบัญชีเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นหัวหน้าพรรค


มิ่งขวัญนำทัพพรรคเศรษฐกิจใหม่ สู่สนามเลือกตั้ง เขาใช้ประสบการณ์การตลาดสร้างแบรนด์มิ่งขวัญ จอมยุทธ์เศรษฐกิจ และเข้าร่วมเวทีดีเบตทุกครั้ง สร้างความประทับใจให้แก่ประชาชนทั่วไป 


ด้วยกลไกการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม พรรคเศรษฐกิจใหม่ได้ ส.ส.เข้าสภาได้ถึง 6 คน มิ่งขวัญนำพรรคไปอยู่กับขั้วเพื่อไทยและพันธมิตร ที่ประกาศจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชารัฐ


หลังรัฐบาลประยุทธ์ บริหารประเทศไปสักพักใหญ่ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจไทย 5 คน ก็แสดงตัวเป็นฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ส่วนมิ่งขวัญยังอยู่กับฝ่ายค้านเพียงคนเดียว


วันที่ 22 พ.ค.2562 มิ่งขวัญลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค แต่คงความเป็นสมาชิกพรรค และสถานะ ส.ส.เอาไว้


วันที่ 17 ก.พ.2565 มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้ประกาศลาออกจาก ส.ส.กลางสภาฯ


“เบี้ยหัวแตก”
หลังจาก “มิ่งขวัญ” อำลาสภาฯ พรรคเศรษฐกิจใหม่ก็ตกอยู่ในสถานการณ์แปลก ๆ มี ส.ส.บางส่วนไปสังกัดกลุ่ม 16 และมี ส.ส.บางคน ไปร่วมงานกับฝ่ายค้าน


เช็กชื่อ ส.ส.พรรคเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง หลังเลือกตั้ง ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 6 คน ประกอบด้วยมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ,สุภดิช อากาศฤกษ์,ภาสกร เงินเจริญกุล, นิยม วิวรรธนดิฐกุล ,มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ และมารศรี ขจรเรืองโรจน์ 


หลังมิ่งขวัญลาออกจาก ส.ส. ก็มี จิราพร นาคดิลก บัญชีรายชื่อลำดับที่ 8 ขยับขึ้นมาแทน เนื่องจาก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 7 ไม่ถูกรับรองจาก กกต.ให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. 


ช่วงก่อนศึกงบประมาณฯ ปรากฏว่า มี ส.ส.เศรษฐกิจใหม่ 4 คน ไปสังกัดกลุ่ม 16 ของพิเชษฐ สถิรชวาล ขณะที่ นพ.นิยม วิวรรธนดิฐกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ เปิดตัวแถลงข่าวขอร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย 


สำหรับ นพ.นิยม วิวรรธนดิฐกุล เคยเป็น ส.ส.แพร่ พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย แต่เลือกตั้งปี 2562 กลับย้ายมาสังกัดพรรคเศรษฐกิจใหม่ และคาดว่า สมัยหน้าจะไปลงสมัคร ส.ส.แพร่ ในนามเพื่อไทย


นี่คือสภาพพรรคเศรษฐกิจใหม่ที่ ส.ส.ต่างก็ไปคนละทิศคนละทาง เพราะเป็นปีสุดท้ายของสภาฯชุดนี้ พวกเขาก็แสวงหาโอกาส และหาทางไปต่อในสมัยหน้า

ใคร “ช้างป่วย” กันแน่ “ข้าราชการบำนาญ” หรือ นักการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/517574

08 มิ.ย. 2565

ใคร "ช้างป่วย" กันแน่ "ข้าราชการบำนาญ" หรือ นักการเมือง

คาใจและแปลกใจต่อคำอภิปรายของนักการเมืองที่อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งยังเป็นถึงหัวหน้าพรรค ในการพิจารณาร่างงบประมาณปี2566 ประเด็นสรุปรวมๆคือ เงินบำนาญที่จ่ายให้กับข้าราชการเกษียณอายุ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เหมือน “ช้างป่วย” เป็นตัวปัญหาของการพัฒนาประเทศ

ด้วยความเคารพจริงๆไม่เสแสร้ง เฉกเช่นนักการเมืองบางคน และโปรดรับทราบด้วยว่า “ข้าราชการบำนาญ” ที่รับราชการจนครบเกษียณอายุ และมีสิทธิ์รับเงินบำนาญจะต้องรับราชการไม่น้อยกว่า 25 ปี ไม่ใช่นักการเมืองที่ทำงานด้วยน้ำลาย(บางคน)มีเงินเดือนเป็นแสนมีค่าตอบแทนมากมาย มีผู้ช่วยกินเงินเดือนหลวงอีกไม่ต่ำกว่า 5 คน และอยู่ในสภาไม่กี่ปีแต่ก็มี “บำนาญ” เหมือนข้าราชการ

ถามหน่อยแล้วใคร “ช้างป่วย” กันแน่ กับงบประมาณที่สูญเสียไปมหาศาลเช่นนี้

ผมบรรจุเข้าราชการครั้งแรกวุฒิปริญญาตรีได้เงินเดือนประมาณ 2,300 บาท “ย้ำนะครับ 2,300 บาท” เมื่อปี 2524 ต้องก้มหน้าทำงานอย่างขมักเขม้น ต้องโยกย้ายจากบ้าน เมื่อบรรจุครั้งแรก ห่างครอบครัว เบิกค่าเช่าบ้านก็ไม่ได้(หากส่วนราขการใดไม่มีบ้านพักให้)ต้องไปขอพักกับสถานที่ราชการที่พอให้พักพิงได้ เพื่อประหยัดค่าเช่าบ้าน ต่อเมื่อโยกย้ายอีกครั้งถึงมีสิทธิ์เบิกค่าเช่าบ้าน ขณะที่เพื่อนๆที่จบพร้อมกันทำงานเอกชนรับเงินเดือนมากกว่าถึง 4-5 เท่า

คำถาม..ทำไมผมสมัครใจเป็นข้าราชการเพราะผมมีจิตใจที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศตามวิถีทางของผม ที่จบรัฐศาสตร์ รามคำแหงเพราะเมื่อแก่เฒ่าจะได้มีสวัสดิการ(บำนาญ)ให้ใช้เพราะตั้งแต่เริ่มรับราชการยอมเสียสละรับเงินเดือนที่มีน้อยนิด ก็เพราะสิ่งนี้ ซึ่งจริงๆแล้วเงินเดือนน้อย แตกต่างจากเงินเดือนภาคเอกชนหลายเท่าตัว ซึ่งเงินส่วนที่ต่างกันและขาดหายไป ก็เสมือนเงินส่วนที่รัฐช่วยเก็บไว้ให้เพื่อใช้ในวัยเกษียณ แล้วเป็น “ช้างป่วย” หรือร่วม”สร้างชาติ”

แน่นอนข้าราชการย่อมมีดีและไม่ดี เฉกเช่น “นักการเมือง” มีทั้งดีและไม่ดีเช่นกัน เรา(ขรก.)ร่วมคิด.ร่วมสร้าง.ร่วมช่วยทำให้ประเทศไทยเป็นเมืองที่ทั่วโลกชื่นชม(ยกเว้นคนไทยบางคนที่ไม่ชื่นชอบ)พัฒนาประเทศมาถึงปัจจุบัน สร้างบ้าน สร้างเมืองให้พวกนักการเมืองในปัจจุบันได้อยู่อย่างมีความสุขบนผืนแผ่นดินนี้ มีบ้าน มีธุรกิจฯลฯ นี่หรือที่เรียกว่า “ช้างป่วย” หากคิดเช่นนั้นก็ไม่ว่ากัน แต่คนไทยเขาเรียกว่าคนประเภทนี้ว่า“อกตัญญูต่อคนที่ทำคุณ”หรือจะเรียกอย่างอื่นก็สุดแล้วแต่ แต่ผมเรียกพวกเขาว่าผู้ทำคุณ“สร้างชาติ”

การอภิปรายอะไรต้องมีข้อมูล และความเป็นจริงของสังคมไทย ซึ่งประเทศไทยดำรงมาอยู่มาจนถึงปัจจุบัน เพราะ “ข้าราชการ” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยความร่วมมือของทุกภาคส่วน ท่านจะเรียกว่า “ช้างป่วย” ก็ไม่ว่ากัน แต่ผมชื่นชมข้าราชการบำนาญทุกๆท่านว่าเป็นผู้ทำคุณต่อแผ่นดินเกิด“สร้างชาติ”ครับ

อินโฟกราฟิก..เปิดบัญชีเงินเดือน ส.ส.และ ส.ว.อินโฟกราฟิก..เปิดบัญชีเงินเดือน ส.ส.และ ส.ว.

“อุ๊ ภคอร” สาวคู่กาย “เต้ มงคลกิตติ์” ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/509147

08 มิ.ย. 2565

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

เธอคือใคร? ทุกครั้งที่ “เต้ มงคลกิตติ์” ปรากฏกายต่อหน้าสื่อ ล่าสุดเปิดโต๊ะแถลงงัดหลักฐานเด็ดคดี “แตงโม นิดา” ก็มี “อุ๊ ภคอร” สาวสวยคนนี้อยู่เคียงข้างกาย

พักรบการเมืองมาหลายสัปดาห์สื่อหลากหลายแขนงต่างนำเสนอเรื่องราวชีวิตของ “เต้ มงคลกิตติ์”  หรือ “เต้ 007 ” หรือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.เพียงคนเดียวของพรรคไทยศรีวิไลย์ และเป็นหัวหน้าพรรคอีกด้วย

เต้ 007 นักการเมืองฝีปากกล้าท้าชนดะ เรียกความสนใจของผู้คนได้มากที่สุดในวินาทีนี้ เมื่อเขาอาสาเข้ามาร่วมสืบค้นหาความจริงกับการเสียชีวิตของซุปตาร์คนดัง “แตงโม นิดา”

ล่าสุด “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดโต๊ะแถลงข่าวโชว์คลิปเสียงหลักฐานเด็ดคดี “แตงโม นิดา” ปรากฏว่ามี “อุ๊ ภคอร” สาวสวยเคียงข้างกายอยู่ไม่ห่าง

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

นี่คืออีกด้านของความอ่อนโยนของ “เต้ มงคลกิตติ์” ที่เรียกว่า ความรัก เขามีหวานใจหน้าตาสดสวย อยู่เคียงข้างไม่ห่างกาย เธอไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะเธอคือ “ภคอร จันทรคณา”  หรือ ภคอร  ชีวานันท์ โฆษกพรรคไทยศรีวิไลย์ นั่นเอง

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

เรื่องราวชีวิตของ “อุ๊ ภคอร”  หญิงสาวผู้นี้ ก็ถือว่าไม่ได้ไก่กาอาราเล่ เพราะเธอโลดแล่นมาแล้วหลายสายงาน ประวัติที่นาสนใจดังต่อไปนี้

อุ๊ ภคอร และคุณแม่นัยนา ชีวานันท์ อดีตนางเอกชื่อดังอุ๊ ภคอร และคุณแม่นัยนา ชีวานันท์ อดีตนางเอกชื่อดัง

เธอชื่อเต็มๆ ว่า ภคอร จันทรคณา (ชีวานันท์) ชื่อเล่น อุ๊ เกิดที่ อำเภอ ตาคลี จ.นครสวรรค์เป็นลูกสาวของ พันตำรวจโท บุญยิ่ง จันทรคณา(เสียชีวิต) นายตำรวจตงฉิน กับ นางนัยนา ชีวานันท์ อดีตนางเอกดาราภาพยนตร์ชื่อดังของเมืองไทย

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

ทั้งนี้ “อู๊ ภคอร” เคยมีผลงานด้านการแสดงมาแล้วหลายเรื่อง อาทิ

-นางเอกละครพื้นบ้านเสาร์-อาทิตย์ พระสุธนมโนราห์, ยอพระกลิ่น ทางช่อง 7 และ หลงไฟ ทาง ITV และนายขนมต้ม (ปี 2543 ไม่ได้ ON AIR)

– ประกวดมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์ส เข้ารอบ 10 คน สุดท้าย

– ประกวดนางงาม ได้รับตำแหน่ง รองขวัญใจเพชรบุรี

– ประกวดนางสาวไทย เข้ารอบ 20 คน สุดท้าย รุ่นเดียวกับ นางสาวชาลิสา บุญครองทรัพย์(หมิง)

"อุ๊ ภคอร" สาวคู่กาย "เต้ มงคลกิตติ์" ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่ ว่าที่ด็อกเตอร์

ไม่เพียงเท่านั้น “อุ๊ ภคอร”  ยังเคยเป็นแอร์โฮสเตส สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส , พนักงานไกด์, อาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษ,

– และอาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัย,เหรัญญิกและกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติและอื่นๆ อีกมากมาย

  • ประวัติการศึกษา “อุ๊ ภคอร”

สำหรับ ประวัติการศึกษา ก็ไม่ธรรมดา จบปริญญาตรี สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปริญญาโท สาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และปัจจุบัน กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก ด้านนโยบายสาธารณะและการจัดการภาครัฐ

“อุ๊ กำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับปัญหาแป๊ะเจี๊ยะ ช่วงเก็บข้อมูลทำให้เห็นภาพระบบการศึกษาไทย ที่น่าเป็นห่วงมาก มีความเหลื่อมล้ำ มีช่องว่าง มีช่องโหว่มากมาย ที่รัฐควรเข้าไปแก้ไขและเป็นเจ้าภาพ เพราะการศึกษาคือรากฐานของชีวิต หากแป๊ะเจี๊ยะยังคงอยู่ช่องว่างคนรวยกับคนจนก็ยิ่งเพิ่ม ทำอย่างไรเด็กจะเข้าถึงการศึกษาทุกคน”  อุ๊ ภคอร ว่าที่ด็อกเตอร์ เปิดใจกับผู้เขียนเมื่อครั้งเริ่มลงมือทำวิทยานิพนธ์

ขอบคุณภาพจาก เพจภคอร ชีวานันท์

กมลทิพย์  ใบเงิน เรียบเรียง