ศึกสุดท้าย ‘ประยุทธ์’ เผชิญสวิงโหวต สลับขั้วเชิดป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514230

08 พ.ค. 2565

ศึกสุดท้าย 'ประยุทธ์' เผชิญสวิงโหวต สลับขั้วเชิดป้อม

สมรภูมิสุดท้าย ‘ประยุทธ์’ เจอแผนเสี้ยมพี่คว่ำน้อง เชิด พล.อ.ประวิตร ตัวละครลับเดินเกมล่าสวิงโหวต 30 เสียง ปิดฉากระบอบประยุทธ์ ในศึกซักฟอก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

สมรภูมิสุดท้าย “ประยุทธ์” ปีที่ 8 เผชิญศึกสองหน้า ฝ่ายค้านกางไทม์ไลน์โค่นรัฐบาล ฝ่ายแค้นเขย่ารายวันจ้องคว่ำกลางสภา

ดีลลับดีลลึก “ประยุทธ์” เจอแผนเสี้ยมพี่คว่ำน้อง ชู พล.อ.ประวิตร นายกฯสำรอง ตัวละครลับเดินเกมล่าสวิงโหวต 30 เสียง ปิดฉากระบอบประยุทธ์

วันที่ 6 พ.ค.2565 แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน 6 พรรคประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย,พรรคก้าวไกล,พรรคเสรีรวมไทย,พรรคประชาชาติ,พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย จัดงานผนึกกำลังขีดเส้นใต้ความล้มเหลว ขีดเส้นตายรัฐบาล ที่โรงแรมแห่งหนึ่งแถวเขาใหญ่

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กางแผนพิฆาตรัฐบาลประยุทธ์ นับตั้งแต่การเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ 22 พ.ค.2565 เป็นต้นไป มี 4 วาระสำคัญ

  • 1.การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.2565
  • 2.การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ในเดือน มิ.ย.2565
  • 3.การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามมาตรา 151
  • 4.การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมกันแล้วไม่เกิน 8 ปี ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเดือนส.ค.2565

ที่น่าสนใจ ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ แสดงความเห็นแตกต่างจากหัวหน้าพรรคฝ่ายคนอื่น โดยมองว่า รัฐบาลไม่สั่นคลอน แม้เสียงจะปริ่มน้ำแต่พวกเขาก็อยู่ได้มาโดยตลอด และตราบใดที่ยังมีกล้วยแจก

“มีพรรคฝ่ายค้านบางพรรคบอกจะล้มตู่ แต่จะเอาป้อม กลายเป็นล้มตู่ชูป้อม” ศรัณย์วุฒิ พูดดักคอบางพรรคในฝ่ายค้าน และวลีล้มตู่ชูป้อม กลายเป็นวาทกรรมการเมืองไปในทันที

ถ้าจำกันได้ เมื่อ 18 ก.พ.2565 ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ได้ลุกขึ้นมาอภิปรายถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี โดยตั้งคำถามว่า “..พี่ต้องการเล่นงานน้อง เพราะพี่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี ใช่หรือไม่”

มีข้อน่าสังเกตว่า หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ เคลื่อนไหวโจมตี พล.อ.ประวิตร ต่างจากแกนนำพรรคฝ่ายค้านอย่างเพื่อไทย ที่พุ่งเป้าโค่น พล.อ.ประยุทธ์ อย่างมีนัยยะ

  • ‘สวิงโหวต’

ฝ่ายค้านรู้ดีว่า ลำพังเสียงขั้วฝ่ายค้านไม่สามารถล้ม “ประยุทธ์” ได้ ฉะนั้นในชั่วโมงนี้ จึงมีการพูดถึงเสียงจากขั้วรัฐบาลที่จะเป็นตัวแปรทางการเมือง

อย่างกรณี พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่ขับเคลื่อนกลุ่ม 16 เดินสายชิมไวน์กับแกนนำพรรคฝ่ายค้าน เพิ่มมูลค่าทางการเมือง โดยอ้างว่ามี 16+2 เสียง บวกกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย คู่แค้น พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีอยู่ 18 เสียง ได้ออกมาปล่อยข่าวนายกฯสำรอง

จำนวนมือกลุ่ม 16 และพรรคเศรษฐกิจไทย จึงถูกเรียกขานว่าเป็นกลุ่มสวิงโหวต เมื่อเช็คเสียง ส.ส.ในสภามี 476 เสียง ขั้วรัฐบาล 238 เสียง และขั้วฝ่ายค้าน ฝ่ายค้าน 208 เสียง (รวมส.ส.งูเห่า) แต่กลุ่มสวิงโหวต (พรรคเศรษฐกิจไทย+กลุ่ม 16) มีประมาณ 30 เสียง

ส่วนขั้วฝ่ายค้าน ก็มี ส.ส.งูเห่าแฝงอยู่ ทั้งที่เปิดเผยตัวและไม่เปิดเผยตัวจำนวนหนึ่ง พรรคเพื่อไทย มี ส.ส. 133 เสียง แต่มี 4 ส.ส.จากศรีสะเกษ และนครนายก เตรียมย้ายสังกัดไปพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคก้าวไกล มี ส.ส. 51 เสียง แต่ก็มี 4 ส.ส.งูเห่า

ที่น่าจับตา พรรคเพื่อชาติ 5 เสียง ก็มีกระแสข่าวว่า ยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้มีบารมีเหนือพรรคได้เจรจากับแกนนำพรรคใหญ่ฝ่ายรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อย

กลุ่มสวิงโหวตฝ่ายค้าน มีอยู่ประมาณ 12 เสียง ซึ่งอาจมีเพิ่มมากกว่านี้ ก็ขึ้นอยู่การเจรจาหลังม่านในช่วงศึกซักฟอก

  • ‘เสี้ยมป้อมล้มตู่’

แม้ พล.อ.ประวิตร จะออกมายืนยันว่า ไม่คิดเป็นนายกรัฐมนตรี และจะสนับสนุน “ประยุทธ์” ไปจนจบภารกิจ แต่ความเคลื่อนไหวของคนข้างกายบิ๊กป้อม ก็มีร่องรอยบางอย่างชวนให้คิดว่า มีดีลลับดีลลึกสลับขั้วจริง

ดังที่รู้กัน บิ๊กป้อมเป็นทหารการเมืองเต็มตัว ต่างจากบิ๊กตู่ที่ยังยึดติดภาพนายทหาร จึงพยายามทำตัวอยู่เหนือการเมือง “บิ๊กป้อม” คือตัวแทนของระบบอุปถัมภ์ ด้วยบุคลิกใจถึงพึ่งได้ จึงถูกรายล้อมไปด้วยทหาร ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน นักการเมือง นักธุรกิจ และคนกีฬา

วันนี้ บิ๊กป้อมเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเป็นผู้มีอุปการคุณแก่พรรคเศรษฐกิจไทย ที่มีคนใกล้ชิดอย่าง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า คอยกำกับดูแล

บิ๊กป้อมยังคุมเสียง ส.ว.ไว้จำนวนหนึ่ง หากจำเป็นต้องนำไปสู่การใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสอง เปิดทางนายกฯคนนอก โดยอาศัย ส.ว.ขับเคลื่อน ก็ย่อมเกิดขึ้นได้

อุปสรรคสำคัญของบิ๊กป้อม คือเรื่องสุขภาพ เพราะมีอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เข้ารักษาตัวเมื่อกลางปี 2560 และไปทำบายพาสหัวใจ ในปี 2561 โดยต้องไปตรวจเช็คร่างกายปีละ 1 ครั้ง

หลายคนอาจคิดว่า ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ทีมงานพลังประชารัฐ ติดตั้งป้ายบิลบอร์ด ป้ายไวนิลรูปบิ๊กป้อมสวัสดีปีใหม่ไทย ทั่วภาคอีสาน เป็นการโปรโมตตัวเอง เพื่อเตรียมตัวเป็นนายกฯ แต่จริงๆแล้ว หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ มีแผนเจาะ ส.ส.เขตในภาคอีสานเหนือ

ว่ากันว่า พล.อ.ประวิตรรู้ดีเรื่องกระแสความนิยมในตัวเอง ลำพังการเลือกตั้งซ่อม 3 ครั้งล่าสุด(ชุมพร,สงขลา และกรุงเทพฯ) ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บิ๊กป้อมขายยาก

ถึงคิวเชือด “พิเชษฐ” แยกสลายกลุ่ม 16 สกัดแผนล้มตู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514031

06 พ.ค. 2565

ถึงคิวเชือด "พิเชษฐ" แยกสลายกลุ่ม 16 สกัดแผนล้มตู่

ถึงคิวเชือด “พิเชษฐ” แบกป้ายกลุ่ม 16 ดวลไวน์ฝ่ายค้านซักฟอกสันติ ปมชิงท่อส่งน้ำอีอีซี บิ๊กป้อมส่งซิกตัดไฟแต่ต้นลม แยกสลายพรรคเล็ก คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ถึงคิวเชือด “พิเชษฐ” แบกป้ายกลุ่ม 16 ดวลไวน์ฝ่ายค้านซักฟอกสันติ ปมชิงท่อส่งน้ำอีอีซี บิ๊กป้อมส่งซิกตัดไฟแต่ต้นลม แยกสลายพรรคเล็ก


ถึงคิวเชือด “พิเชษฐ” หลังดวลไวน์แกนนำเพื่อไทย เตรียมซักฟอกสันติ พร้อมพัฒน์ ปมชิงท่อส่งน้ำอีอีซี พ่วงโหวตสวนล้มรัฐบาลประยุทธ์


พรรคเล็กป่วน “พิเชษฐ” แบกป้ายกลุ่ม 16 พบเพื่อไทยวางแผนซักฟอกรัฐมนตรี ทำเอาหัวหน้าพรรคเล็กตามไม่ทัน บอกต้องมาเคลียร์ใจกันก่อน
 

วันที่ 6 พ.ค.2565 ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ทำหนังสือถึงพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ถ้อยคำ หลังจากร่วมเคลื่อนไหวกับพรรคเพื่อไทย ในการเตรียมข้อมูลอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล     


คณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรค จึงให้พิเชษฐมาชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ถ้อยคำเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการฯ ในวันที่ 11 พ.ค.นี้ ที่ห้องประชุม ชั้น 4 ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ 


สืบเนื่องมาจาก พิเชษฐ สถิรชวาล ได้ออกมาขับเคลื่อนเพื่อตรวจสอบโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก (อีอีซี) มูลค่า 2.5 หมื่นล้านบาท ร่วมกับยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 


ก่อนหน้าที่พรรคพลังประชารัฐจะทำหนังสือเชิญพิเชษฐไปชี้แจง ส.ส.จอมเก๋าคนนี้ได้บอกกับนักข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ โทรศัพท์มาขอร้องให้นำเรื่องดังกล่าวมาพูดคุยกันในพรรค ขอให้เบาเครื่องลงมา 


ล่าสุด พิเชษฐ ได้นัดรับประทานอาหารกับยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พร้อมเพื่อน ส.ส.เพื่อไทย โดยมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ร่วมวงด้วยที่ร้านอาหารฝรั่งเศส ย่านสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ


นี่คงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ พล.อ.ประวิตร ต้องให้คณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ทำหนังสือเชิญพิเชษฐเข้ามาชี้แจง 


เมื่อนักข่าวเจอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็ได้สอบถามเรื่องพรรคสอบสวนพิเชษฐ ก็ได้รับคำตอบว่า “เขากำลังสอบอยู่ ก็ต้องสอบดูก่อน เขาทำผิดหรือทำถูกก็ว่ากันไป”

“ท้าทายให้ขับ”
“พิเชษฐ” แบกป้ายกลุ่ม 16 เคลื่อนไหวนัดดวลไวน์กับแกนนำเพื่อไทย พร้อมลั่นคำโต ๆ ว่า ไม่กลัว พล.อ.ประวิตร จะขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ


พลันที่ พิเชษฐ สถิรชวาล ได้ทราบข่าวพรรคเรียกไปชี้แจง ก็ให้สัมภาษณ์ว่า ตนทราบมาว่ามีคนพยายามจะขับตนออกจากพรรคพลังประชารัฐ แต่ไม่สามารถขับออกได้โดยทันที ต้องมีกระบวนการสอบสวน ไต่สวนก่อน  


เสี่ยพิเชษฐพุ่งเป้าไป สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งกำกับดูแลกรมธนารักษ์ และเกี่ยวข้องกับโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี โดยมองว่า สันติไม่ต้องการเอาเขาไว้ในพรรคอีกต่อไป


หากสุดท้ายพรรคพลังประชารัฐ มีมติขับตัวเขาออกจากพรรค พิเชษฐบอกว่า จะไม่ย้ายไปอยู่ ร.อ.ธรรมนัส แต่จะไปอยู่กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย


จริง ๆ แล้ว พิเชษฐมีเป้าหมายจะรวม 4 พรรคเล็กให้มาอยู่ใต้ร่มธงพรรคเพื่อชาติไทย แต่ยังไม่มีข้อสรุปเพราะหัวหน้าพรรคเล็กเหล่านั้น ไม่ได้มีเป้าหมายล้มรัฐบาลประยุทธ์


มีข้อน่าสังเกตว่า วันที่พิเชษฐได้พบแกนนำพรรคฝ่ายค้าน ไม่มีหัวหน้าพรรคเล็กที่เป็นแกนนำกลุ่ม 16 เข้าไปร่วมวงด้วย มีเพียง มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ไม่ใช่กลุ่ม 16 ติดตามพิเชษฐไปทั้ง 2 ครั้ง


“ไม่ล้มประยุทธ์”
การเคลื่อนไหวของ “พิเชษฐ์” กรณีจะร่วมมือกับเพื่อไทยซักฟอกสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ทำให้หัวหน้าพรรคเล็กบางพรรคเริ่มตั้งข้อสงสัย และจะให้พิเชษฐมาชี้แจงในวันที่ 15 พ.ค.2565 


เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2565 ดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ว่า กรณีพิเชษฐ นำชื่อกลุ่ม 16 ไปพูดคุยกับฝ่ายค้านนั้น ไม่เคยทราบมาก่อน รวมถึงประเด็นการจะร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน


ดำรงค์ พิเดช ยอมรับว่าการตั้งกลุ่ม 16 เพื่อต่อรองกับทางรัฐบาลให้รับฟังข้อเสนอของพรรคเล็ก และหลังได้ร่วมดินเนอร์กับนายกรัฐมนตรี ปัญหาการสื่อสารระหว่างพรรคเล็กกับรัฐบาลก็คลี่คลายลงไป กลุ่ม 16 ไม่ได้มีแผนจะล้มรัฐบาลประยุทธ์ในช่วงศึกซักฟอกที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้


สำหรับสมาชิกกลุ่ม 16 นั้น ดำรงค์ยืนยันว่า มี ส.ส.พรรคเล็กเป็นสมาชิก 18 คน มีทั้งมาจากพรรค 1 เสียง ,พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พรรคพลังท้องถิ่น และพรรคชาติพัฒนา


อย่างไรก็ตาม พิเชษฐ สถิรชวาล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย จะมีความสนิทสนมกับ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม มากกว่าดำรงค์ พิเดช แกนนำพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย 


มีข้อน่าสังเกตว่า ทั้งคฑาเทพและพีระวิทย์ ไม่ได้ติดสอยห้อยตามพิเชษฐไปพบแกนนำพรรคฝ่ายค้าน โดยพีระวิทย์ยังยืนยันว่า พรรคเล็กไม่ได้ต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง 

มนต์ไม่ขลัง “อุ๊งอิ๊ง” กระแสเป็นรองบ้านใหญ่อีสานใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/513992

06 พ.ค. 2565

มนต์ไม่ขลัง "อุ๊งอิ๊ง" กระแสเป็นรองบ้านใหญ่อีสานใต้

อีสานใต้สิ้นมนต์ “อุ๊งอิ๊ง” แลนด์สไลด์ ดึง ส.ส.เกรดเอ กลับเพื่อไทยไม่ได้ เปิดตัวอดีต ส.ส.ไม่ปัง แถมยังสูญเสีย ส.ส.บ้านใหญ่ให้ค่ายภูมิใจไทย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

อีสานใต้สิ้นมนต์ “อุ๊งอิ๊ง” ดึงใจ ส.ส.เกรดเอ กลับเพื่อไทยไม่ได้ เปิดตัวอดีต ส.ส.เบอร์รอง ไม่ปัง แถมยังสูญเสีย ส.ส.บ้านใหญ่ให้ค่ายภูมิใจไทย  


เพื่อไทยพลาดกระทบ “อุ๊งอิ๊ง” หลังเปิดตัวเสี่ยบุญจง อดีตคนวงในเพื่อนเนวิน ติ่งแดงก่อกระแสคัดค้านนำงูเห่าเข้าพรรคสนั่นโซเชียล


สุดสัปดาห์นี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย จะเปิดบ้านต้อนรับหัวหน้าพรรคร่วมฝ่ายค้าน จัดกิจกรรมฝ่ายค้านพบประชาชนที่ จ.นครราชสีมา
 

ด้วยเหตุนี้ ประเสริฐ จันทรรวงทอง แม่ทัพอีสานใต้ จึงชิงเปิดตัวอดีต ส.ส.นครราชสีมา และอดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ที่จะลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า เพื่อโหมกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ 


ไฮไลต์การเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.อีสานใต้ 2 จังหวัด นักข่าวกลับโฟกัสไปที่ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และอดีตรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย เนื่องจากเสี่ยบุญจง เคยเป็นมือขวาของเนวิน ชิดชอบ สมัยที่แหกด่านทักษิณ ออกมาตั้งพรรคภูมิใจไทย


ข่าวเสี่ยบุญจงคืนบ้านหลังเก่า ก่อให้เกิดกระแสคัดค้านรับงูเห่าเข้าพรรคจากติ่งแดง และมองว่า อดีตคนทรยศนายใหญ่เปลี่ยนใจคืนรังเก่า ก็หวังจะโหนอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย 


หากประเมินโดยภาพรวมทั่วอีสานใต้ กระแสอุ๊งอิ๊งยังไม่แรงพอที่จะดึง ส.ส.บ้านใหญ่ระดับเกรด A ให้หวนคืนเพื่อไทย แถมบางจังหวัด ส.ส.เพื่อไทยเตรียมย้ายไปสังกัดพรรคอื่น ฉะนั้น ประเสริฐจึงต้องไปรับเสี่ยบุญจงเข้าพรรค ท่ามกลางเสียงต้านจากกองเชียร์เสื้อแดง

ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ มีกระแสข่าวจะย้ายไปภูมิใจไทย ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ มีกระแสข่าวจะย้ายไปภูมิใจไทย


“ศึกชิงโคราช”
แกนนำเพื่อไทยอีสานใต้ก็หวังว่า จะเกิด “อุ๊งอิ๊ง” แลนด์สไลด์ เหมือนตอนเลือกตั้งปี 2554 ที่มีกระแสยิ่งลักษณ์ ทำให้เพื่อไทยกวาด ส.ส.นครราชสีมา ไปเกือบยกจังหวัด 


เลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้ว เพื่อไทยพ่ายกระแสลุงตู่ ได้ ส.ส.แค่ 3 คนคือ ประเสริฐ จันทรรวงทอง (เขต 3) ,โกศล ปัทมะ (เขต 5) และศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ (เขต 12) 


ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.6 คน แยกเป็น ส.ส.กลุ่มบ้านรัตนเศรษฐ 5 คน และสมศักดิ์ พันธ์เกษม (เขต 11) ซึ่ง พปชร.โคราช แยกเป็น 2 ซุ้มคือ ซุ้มวิรัช รัตนเศรษฐ และซุ้มสามมิตร 
 

พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส.นครราชสีมา 3 คนคือ อภิชา เลิศพชรกมล (เขต 9) ,พรชัย อำนวยทรัพย์ (เขต 10) และวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ (เขต 13) ซึ่งตอนหลัง สมศักดิ์ พันธ์เกษม ย้ายมาสังกัดค่ายสีน้ำเงิน เสริมทัพเสี่ยแป้งมันพันล้าน


วันนี้ ส.ส.โคราช ค่ายลุงป้อม แยกออกเป็น 2 ทีม โดยทีมใหญ่ 3 คนยังอยู่ พปชร. ส่วนอีก 2 คน ย้ายไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย แต่ทั้ง 2 พรรคก็อยู่ในการดูแลของเสี่ยปาน-วิรัช รัตนเศรษฐ 


ลึก ๆ แล้ว แกนนำเพื่อไทยเมืองย่าโม คงหวังที่จะเห็นตระกูลรัตนเศรษฐ หวนคืนบ้านเก่า เพราะมีฐานเสียงที่แข็งแกร่ง แต่เสี่ยวิรัชก็ยังผูกพันอยู่กับลุงป้อม 


“บ้านใหญ่แกร่ง”
อีสานเหนือและอีสานกลาง “อุ๊งอิ๊ง” อาจเป็นแม่เหล็กดูด ส.ส.เพื่อไทยไม่ให้ขยับออกไปอยู่พรรคอื่นได้ แต่กรณีอีสานใต้ มีลักษณะเฉพาะของผู้คน ที่ยังเลือก ส.ส.บ้านใหญ่มากกว่ากระแส


สนามบุรีรัมย์ เพื่อไทยเปิดตัว สุรศักดิ์ นาคดี อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ที่ย้ายมาหลายพรรค ,จำรัส เวียงสงค์ อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ยุคไทยรักไทย และสมนึก เฮงวาณิชย์ถิรธนา อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ ที่เคยสังกัดกลุ่มมัชฌิมา แต่เนวินตัดเชือกไม่ให้ลงสมัคร ส.ส.ปี 2554 เกจิการเมืองประเมินได้ว่า อดีต ส.ส.กลุ่มนี้ยากที่จะต่อกรกับทีม ส.ส.บ้านใหญ่บุรีรัมย์


มีข้อสังเกตว่า เสี่ยประเสริฐหาผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ไม่ได้ จึงหันไปพึ่งคนหน้าเดิม ถ้ากระแสอุ๊งอิ๊งไม่แรงเท่านารีขี่ม้าขาวปี 2554 ก็ยากที่เพื่อไทยจะเจาะที่มั่นบุรีรัมย์ของ เนวิน ชิดชอบ 


ส่วนสนามศรีสะเกษ  พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.ศรีสะเกษ 2 คนคือ สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ และอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ แต่เลือกตั้งสมัยหน้า ค่ายนี้จะได้ ส.ส.เพื่อไทย มาเสริมทัพอีก 3 คน ได้แก่ผ่องศรี แซ่จึง, ธีระ ไตรสรณกุล และ นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์


เหลือแต่สนามสุรินทร์ เนวิน ชิดชอบ พยายามปักธงพรรคภูมิใจไทยให้ได้มากกว่า 1 คน แต่ก็ยังเบียด ส.ส.เพื่อไทยไม่สำเร็จ 


เลือกตั้งหนที่แล้ว ภาพรวมของเมืองช้าง พรรคเพื่อไทยได้ 5 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 1 ที่นั่ง และพรรคพลังประชารัฐ 1 ที่นั่ง 


สำหรับเลือกตั้งสมัยหน้า ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ หรือ เซี้ย สินอุดม ส.ส.สุรินทร์ เขต 2 ตัวแทนทุนรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ ที่ถูกขับออกจาก พปชร. มาสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย ก็มีกระแสข่าวว่า อาจจะสวมเสื้อสีน้ำเงินลงสนามสมัยหน้า


ทุกวันนี้ ทีมงาน ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ลงพื้นที่ไม่มีทั้งโลโก้พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเศรษฐกิจไทย จึงคาดหมายว่า เสี่ยเซี้ยย้ายบ้านแน่นอน

งูเห่าทิ้ง “เนวิน” คืนถิ่นเก่า หวังโหนอุ๊งอิ๊งเข้าสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/513897

05 พ.ค. 2565

งูเห่าทิ้ง "เนวิน" คืนถิ่นเก่า หวังโหนอุ๊งอิ๊งเข้าสภา

อดีตมือปฏิบัติการค่าย “เนวิน” คืนถิ่นเก่า ทั้งบุญจง-ธีระชัย หวังโหนกระแสอุ๊งอิ๊งเข้าสภา ติ่งแดงก่อหวอดต้านอดีตงูเห่าสีน้ำเงิน กลับมาสวมเสื้อเพื่อไทย คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

อดีตรัฐมนตรีสาย “เนวิน” คืนถิ่นเพื่อไทย ทั้ง บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ และธีระชัย แสนแก้ว ล้วนเป็นแกนนำแถวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวินแหกค่ายทักษิณ 


เหมือนบ้านใหญ่ “เนวิน” มีปัญหากับบุญจง-ธีระชัย จึงต้องแยกทางกันเดิน โดย 2 อดีตมือปฏิบัติการค่ายบุรีรัมย์ เลือกที่จะโหนกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์


วันที่ 5 พ.ค.2565  นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรค ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว อดีต ส.ส.นครราชสีมา และอดีต ส.ส.บุรีรัมย์ โดยนักข่าวส่วนใหญ่ก็โฟกัสไปที่ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา และอดีต รมช.มหาดไทย 

เอ่ยชื่อบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ก็ต้องนึกถึงใบหน้า เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากอดีต ส.ส.นครราชสีมาคนนี้ เป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่นำทีม ส.ส. 30 ชีวิตแหกด่านทักษิณมาก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย และเข้าร่วมรัฐบาลอภิสิทธิ์


เนวินไว้เชื่อใจบุญจงมาก จึงสนับสนุนให้เป็น รมช.มหาดไทย เป็นรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และบุญจงเป็นแม่ทัพโคราช ในการเลือกตั้งปี 2554 แต่กลับพ่ายกระแสยิ่งลักษณ์ราบคาบ 


นับแต่ปี 2557 บุญจงก็ถอยห่างออกจากบ้านใหญ่บุรีรัมย์ ไม่ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมกับพรรคภูมิใจไทย กระทั่งปี 2560 อนุทิน ชาญวีรกูล ได้เปิดตัวกำนันป้อ-วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นแม่ทัพโคราชคนใหม่


ปี 2562 บุญจง ร่วมกับภิรมย์ พลวิเศษ และแรมโบ้อีสาน เสกสกล อัตถาวงศ์ แถลงข่าวในนามกลุ่มพลังโคราช เข้าร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ


วันนี้ มีอดีตเด็กเนวิน 2 คน กลับคืนรังเก่าเพื่อไทย คนแรก อีโต้อีสาน-ธีระชัย แสนแก้ว อดีต รมช.เกษตรฯ ย่องเข้าพรรคแบบเงียบ ๆ และคนที่ 2 บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย มีการตีข่าวใหญ่โต


อีกด้านหนึ่ง ในโซเชียลคนเสื้อแดงต่างวิจารณ์การกลับเพื่อไทยของบุญจงอย่างกว้างขวาง บางกลุ่มแสดงตัวคัดค้านการนำงูเห่ากลับเข้าพรรค เพราะคนเหล่านี้ มีพฤติกรรมทรยศนายใหญ่
    

“คู่ปรับเสี่ยแป้งมัน”
“เนวิน” วางยุทธศาสตร์ให้ วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ฉายาแป้งมันพันล้าน เจ้าของอาณาจักรแป้งมันเอี่ยมเฮง ยึดนครราชสีมา ทั้งสนามเลือกตั้ง ส.ส. และท้องถิ่น


เลือกตั้งปี 2562 นครราชสีมา เขต 9 อ.โชคชัย, อ.หนองบุญมาก และ อ.เมืองนครราชสีมา(บางตำบล)อภิชา เลิศพชรกมล ภูมิใจไทย ได้ 38,632 คะแนน ชนะบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ พลังประชารัฐ ได้ 30,795 คะแนนพรรคเพื่อไทยก็ส่ง อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ลงสนามเขตนี้ ได้แค่ 13,542 คะแนน

บุญจง และครอบครัว ภายในบ้านพักที่ อ.โชคชัยบุญจง และครอบครัว ภายในบ้านพักที่ อ.โชคชัย

บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตทนายความ เริ่มเล่นการเมืองท้องถิ่น เป็น ส.อบจ.นครราชสีมา 2 สมัย และรองนายก อบจ.นครราชสีมา ก่อนจะสวมเสื้อไทยรักไทยลงสนาม ส.ส. ได้รับเลือกตั้ง 2 สมัย และเป็น ส.ส.ในสีเสื้อพลังประชารัฐ (เลือกตั้งซ่อม 1 ครั้ง) หลังจากนั้น บุญจงก็สอบตกในสีเสื้อภูมิใจไทยและพลังประชารัฐ 2 ครั้ง


อ.โชคชัย เป็นฐานเสียงสำคัญของบุญจง โดยบุญดี พี่ชายเป็น ส.อบจ.นครราชสีมา เขต อ.โชคชัย และลลิตภัทร พฤฒิศาสตร์ น้องสาวบุญจงก็เป็นนายกเทศมนตรีตำบลโชคชัยมา 2 สมัยแล้ว 


คู่แข่งคนสำคัญของบุญจงก็คือ กำนันปื๊ด-อภิชา เลิศเพชรกมล” หรือชื่อเดิม มีชัย จิตต์พิพัฒน์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลโชคชัย ปัจจุบันเป็น ส.ส.นครราชสีมา สายแป้งมันพันล้าน


หลังพ่ายแพ้เลือกตั้ง บุญจงหันหลังให้พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากกลุ่มบุญจงอยู่คนละปีกกับวิรัช รัตนเศรษฐ ที่สยายปีกคุมโคราช เขาได้ตั้งองค์กรบุญจงช่วยเพื่อน เพื่อดูแลฐานเสียง แจกข้าวสารอาหารแห้งให้ชาวบ้านในช่วงโควิดระบาด  


บุญจงตัดสินใจกลับมาสวมเสื้อเพื่อไทย ก็ด้วยหวังจะโหนกระแสอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์ บวกกับฐานเสียงเดิม หวังล้างแค้นเอาชนะคู่ปรับเก่าค่ายแป้งมันพันล้าน


“อีโต้หนีตาย”
มือทำงานมวลชนของ “เนวิน” ที่หลายคนนึกไม่ถึงว่า ธีระชัย แสนแก้ว จะทิ้งภูมิใจไทย กลับเพื่อไทยแบบเงียบ ๆ ไม่มีการแถลงข่าวครึกโครมเหมือนกรณีบุญจง


สมัยรัฐบาลสมัคร เนวิน ชิดชอบ หนุนธีระชัย แสนแก้ว เป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ หลังพรรคพลังประชาชนถูกยุบ เนวินหอบ ส.ส.ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมรัฐบาลอภิสิทธิ์ ธีระชัยจึงรับบทขุนพลค่ายสีน้ำเงิน ปะฉะดะกับคนเสื้อแดง


ปี 2554 ธีระชัยจัดทัพภูมิใจไทยอุดรธานี ชนพรรคเพื่อไทย ปรากฏทีมภูมิใจไทย พ่ายยับทุกเขตก่อนการเลือกตั้งปี 2562 ธีระชัยพยายามสร้างฐานมวลชนไร่อ้อย และแสวงหาความร่วมมือกับทุกฝ่าย โดยตัวเขานำทีมลงสมัคร ส.ส.อุดรฯ พร้อมน้องชาย อุทัย แสนแก้ว


อีโต้อีสาน ลงสมัคร ส.ส.ในเขตเลือกตั้งที่ 5 (อ.กู่แก้ว อ.ไชยวาน อ.วังสามหมอ อ.ศรีธาตุ และอ.กุมภวาปี) เขตนี้เป็นพื้นที่เดิมของธีระชัย ตั้งแต่สมัยสังกัดพรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน


ผลการเลือกตั้งสร้างความเจ็บปวดให้แก่ธีระชัยเป็นอย่างมาก เพราะพ่ายแพ้แก่จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ภรรยา เกียรติอุดม เมนะสวัสดิ์ อดีต ส.ส.อุดรฯ พรรคเพื่อไทย ธีระชัย ได้แค่ 17,643 คะแนน


หนทางจะกลับมาเป็น ส.ส.อุดรฯ ของธีระชัย ดูริบหรี่ ทางรอดเดียวของอีโต้อีสานก็คือ การหวนคืนสวมเสื้อเพื่อไทย 

เปิดตำนานการสร้าง “วัดเพ็ญญาติ” กับ “หลวงปู่กล่อม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/513841

นายหัวไทร

05 พ.ค. 2565

เปิดตำนานการสร้าง "วัดเพ็ญญาติ" กับ "หลวงปู่กล่อม"

ตำนานการสร้าง “วัดเพ็ญญาติ” เชื่อมโยงกับวัดบุปผารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร กับคำสั่งเสีย ก่อน “หลวงปู่กล่อม” มรณะภาพ

“กาโตะ” อดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดเพ็ญญาติ ต.กะเปียด อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ออกมายอมรับกับพิธีกรข่าวคนหนึ่งแล้วว่า ได้เบิกเงินของวัดเพ็ญญาติออกไป ๖๐๐,๐๐๐ บาทจริง เพื่อนำเงินไปให้กับคนกลางในการเจรจาปิดข่าวฉาวกรณีกาโตะมีสัมพันธ์สวาทกับ “สาวตอง” เหนืออ่างเก็บน้ำกะทูน

     กะโตะออกมายอมรับว่าเบิกเงินไป ๖๐๐,๐๐๐ บาทจริง หลังทีข่าวลับออกมาว่า กาโตะเบิกเงินวัดไป แต่กะโตะยืนยันว่าจะยืมเงินญาตินำเงินไปคืนวัดในวันนี้ (๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕)

      กล่าวถึงวัดเพ็ญญาติ ตั้งอยู่บนเนินเขา หลังสถานีรถไฟกะเปียด อ.ฉวาง ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงาม มีโบสถ์หลังใหญ่สวยงาม มีศาลาการเปรียญไม้อายุกว่า ๑๐๐ ปี มีวิหาร “หลวงปู่กล่อม” อันเป็นวิหารที่เก็บสังขารของหลวงปู่กล่อมนั้นเอง ซึ่งสังขารหลวงปู่กล่อม ไม่เน่าเปื่อย

เปิดตำนานการสร้าง "วัดเพ็ญญาติ" กับ "หลวงปู่กล่อม"

      ประวัติการก่อตั้งวัดเพ็ญญาติไม่แน่ชัดนัก ไม่มีบันทึกที่ชัดเจน แต่ทราบว่ามีความเชื่อมโยงกับวัดบุปผารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยหลวงปู่กล่อม พระธรรมวราลังการ เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดเพ็ญญาติ ตั้งแต่สมัยเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร และไม่ว่าจะย้ายไปวัดไหนท่านก็ยังมุ่งมั่นสร้างวัดเพ็ญญาติ บ้านเกิดจนแล้วเสร็จ โดยมีพระหนุ่ม พระครูถาวรวิหารกิจ (หนุ่ม ถาวโร)พระผู้น้องเป็นคนดูแลวัด

วัดเพ็ญญาติ หลวงปู่กล่อมสร้างติดต่อกันมาตลอดหลายสิบปี กระทั่งท่านอาพาธถึงต้องหยุดทำทุกสิ่งทุกอย่าง ปัจจุบันนับว่าเป็นวัดที่สมบูรณ์วัดหนึ่งในต่างจังหวัด มีอุโบสถที่ค่อนข้างใหญ่สวยงาม (ถ่ายแบบไปจากพระอุโบสถวัดบุปผาราม ยกเว้นใต้อุโบสถวัดเพ็ญญาติสร้างเป็นถังเก็บน้ำฝนเต็มพื้นที่ของอุโบสถ) ศาลาการเปรียญกว้างใหญ่ ๒ ชั้น กุฎีที่พระสงฆ์ ๓๐ รูป อยู่จำพรรษาได้ โรงครัว การประปาเฉพาะภายในวัด และโรงเรียนประชาบาล ท่านก็สร้างขึ้นมาเอง

     กล่าวถึงพระธรรมวราลังการ (หลวงปู่กล่อม)เป็นคนกะเปียด อ.ฉวางโดยกำเนิด เมื่อ        อายุ ๒๑ ปี ได้อุปสมบทที่วัดท่าโพธิ์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันอาทิตย์ ที่ ๖ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๓ ตรงกับขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีจอ เวลา 14.00น. มีพระรัตนธัชมุนี (ม่วง รตนธโช) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยธรนุ่น วัดเพชรจริก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ มีชื่อฉายาว่า อนุสฺเสโน ภายหลังเมื่อย้ายเข้ามาอยู่วัดราชาธิวาสวิหาร พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระธรรมวโรดม (อุตฺตมเถร) ได้เปลี่ยนฉายาให้ใหม่ว่า อนุภาโส

เปิดตำนานการสร้าง "วัดเพ็ญญาติ" กับ "หลวงปู่กล่อม"

        พ.ศ. ๒๔๕๓ – ๒๔๕๕ จำพรรษาที่วัดเพชรจริก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช 3 พรรษา

        พ.ศ. ๒๔๕๖ จำพรรษาที่วัดพระนคร ต. ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ๑ พรรษา

        พ.ศ. ๒๔๕๗ จำพรรษาที่วัดท่าโพธิ์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ๑ พรรษา

        พ.ศ. ๒๔๕๘ – ๒๔๗๘ จำพรรษาที่วัดราชาธิวาสวิหาร แขวงวชิรพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ๒๑ พรรษา และเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาสวิหาร

        วันศุกร์ ที่ ๑ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๗๘ ได้ย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดบุปผาราม แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร และต่อมาได้เป็นเจ้าคณะธรรมยุตอำเภอจังหวัดธนบุรี เป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๖ ๑๗ ๑๘ เป็นรองเจ้าคณะภาค ๑๖ ๑๗ ๑๘ จนถึงวันเสาร์ ที่ ๒๗ เดือนกันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙ รวมเวลา ๕๑ พรรษา

     พระธรรมวราลังการเป็นผู้มีอุปนิสสัยอย่างพระโพธิสัตว์ มากด้วยเมตตากรุณาและเสียสละอย่างสูง ท่านมีจิตใจเข้มแข็งอย่างยิ่งในการทำความดี แต่ไม่เข้มแข็งเลยในการลงโทษคนผิด พระภิกษุสามเณรหรือศิษย์วัดประพฤติผิดที่ช่วยแก้ไขไม่ได้ ต้องลงโทษตามความผิดนั้นๆ ท่านร้องไห้ให้เห็นหลายครั้ง พูดแล้วพูดอีกว่าสงสารเหลือเกิน แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ท่านถือคติประจำใจว่าพระภิกษุสามเณรศิษย์วัดและประชาชนทั่วไป ที่มีอายุรุ่นลูกหลานล้วนแต่เป็นลูกหลานของท่านทั้งนั้น พยานก็คือ ท่านสามารถทำความสะอาดที่บำบัดทุกข์สาธารณะได้โดยไม่รังเกียจ ท่านถามเพื่อให้ทุกคนสบายใจว่า พ่อแม่ทำความสะอาดให้ลูก ๆ พ่อแม่รังเกียจไหม? คำตอบที่ได้ก็คือว่า เมื่อทุกคนเป็นลูกท่าน ท่านทำความสะอาดให้ลูก ๆ จะเป็นไรไป ท่านมีความเคร่งครัดในการรักษาปฏิบัติพระวินัย จารีตประเพณีของคณะ ขยันในการทำวัตรเช้าเย็น แม้พระเณรหนุ่ม ๆ ก็สู้ไม่ได้ ไม่พูดถ้อยคำเพ้อเจ้อปราศจากประโยชน์และคำหยาบคายเลย ไม่สั่งสมและไม่ติดในปัจจัย ๔ กับปิยภัณฑ์ที่ได้รับถวายเป็นส่วนตัว ใช้ในการบำเพ็ญประโยชน์สาธารณะเช่นสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ในพระพุทธศาสนา และสงเคราะห์อนุเคราะห์คนทั้งหลาย ทำบุญกุศลในโอกาสต่างๆ เป็นต้น

เปิดตำนานการสร้าง "วัดเพ็ญญาติ" กับ "หลวงปู่กล่อม"

อาพาธและอวสานกาล

        พระธรรมวราลังการ บรรพชาอุปสมบทแล้วตั้งใจบำเพ็ญประโยชน์ตนประโยชน์ท่านตลอดมาเป็นเวลา ๗๐ ปีเศษ ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๒ ก็เริ่มอาพาธเพราะความชรามีอาการปอดบวม หัวใจโต เส้นเลือดตีบตัน เป็นต้น นายแพทย์ปัญญา ส่งสัมพันธ์ และภรรยาท่าน (คุณชลูด ส่งสัมพันธ์) ได้รับและถวายการรักษาพยาบาล ไว้ที่โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา ด้วยการรักษาอย่างดีที่สุดเท่าที่วิทยาการทางแพทย์ในสมัยนั้นจะพึงมี ถึงวันเสาร์ที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๙ เวลา ๐๔.๑๐ น. ก็มรณภาพด้วยความสงบ หน้าของท่านที่ถึงมรณภาพช่างเหมือนหน้าของท่านผู้สิ้นกิเลสแล้ว ไม่ยินดีไม่ยินร้าย ไม่สุขไม่ทุกข์ ไม่เศร้าโศก ไม่ชื่นบาน เป็นหน้าของท่านผู้วางเฉยด้วยอุเบกขาญาณ ซึ่งเข้าถึงสันตบทสงบระงับความเวียนว่ายตายเกิด ที่จะถูกปรุงแต่งด้วยวิชา ตัณหา อุปาทาน กรรม เป็นสิ่งยืนยันว่าการปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐานของท่าน มาตลอดเวลาหลายปีนั้นไม่ไร้ผลโดยแท้แล

       ก่อนมรณภาพท่านสั่งลูกศิษย์ไว้ว่า ให้นำสังขารของท่านไปเก็บไว้ที่วัดเพ็ญญาติ และห้ามไม่ให้เผา ปรากฏว่า สังขารของท่านไม่เน่าเปื่อย ยังคงเก็บไว้ในวิหารจนถึงทุกวันนี้ และนี้คือประวัติย่อๆของวัดเพ็ญญาติ และหลวงปู่กล่อม ผู้ก่อตั้งวัด มีบทเพลงอีกมากมาย จากนักร้องดังหลายคนที่แต่ง และขับร้องเกี่ยวกับประวัติหลวงปู่กล่อม

สายตรงดูไบ “พิเชษฐ” เคลื่อนกลุ่ม 16 ล้มประยุทธ์ภาค 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/513824

05 พ.ค. 2565

สายตรงดูไบ "พิเชษฐ" เคลื่อนกลุ่ม 16 ล้มประยุทธ์ภาค 2

เจาะลึกกลุ่ม 16 “พิเชษฐ” สายตรงทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เดินหหน้าเขย่าประยุทธ์ แถมพรรคเพื่อชาติไทย แกนกลางการควบรวม 4 พรรคเล็ก ก็พบว่า มีบิ๊กจิ๋วเป็นกุนซือใหญ่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย…ขุนน้ำหมึก

ไม่ใช่หน่อเนื้อ 3 ป. “พิเชษฐ” คือสายตรงทักษิณ ชินวัตร ไม่น่าแปลกใจที่กลุ่ม 16 จะเคลื่อนไหวใกล้ชิดแกนนำเพื่อไทย เป้าหมายล้มประยุทธ์ ภาค 2


ส่องลึก “พิเชษฐ” ใช้เพื่อชาติไทยเป็นแกนรวม 4 พรรคเล็ก และพรรคนี้ มี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นกุนซือ และเคยวางตัว พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อุยธยา เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เกมเขย่าขวัญประยุทธ์ยังไม่หยุด ค่ำวันที่ 4 พ.ค.2565 ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พร้อมเพื่อน ส.ส.เพื่อไทย ร่วมรับประทานอาหารค่ำร่วมกับพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 และมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ร้านอาหารฝรั่งเศส Mezzaluna บนชั้น 65 ของโรงแรม Lebua at State Tower ย่านสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ 

มือดีลการเมืองระดับพิเชษฐ ไม่ใช่แค่อดีตหัวหน้าพรรค 1 เสียงเท่านั้น หากแต่พิเชษฐมากด้วยคอนเนกชั่น เขาเคยเป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาลทักษิณ และเป็นผู้แทนค้าไทย ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์


ฉะนั้น ในวันที่พิเชษฐ นั่งจิบไวน์กับรองหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคเพื่อไทยเป็นครั้งแรก จึงมีการต่อสายให้พิเชษฐ ได้พูดคุยกับนายเก่าอย่างทักษิณ และยิ่งลักษณ์


ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของพิเชษฐหนนี้ จะประเมินต่ำว่าแค่เป็นเรื่องกล้วย ๆ คงไม่ได้ เพราะนี่เป็นปีสุดท้ายของสภาฯ ชุดนี้ และศึกซักฟอกรัฐบาลประยุทธ์ ก็เป็นครั้งสุดท้ายเช่นเดียวกัน

พิเชษฐ ยังเคลื่อนไหวพบปะฝ่ายค้านไม่หยุด พิเชษฐ ยังเคลื่อนไหวพบปะฝ่ายค้านไม่หยุด


“สายตรงดูไบ”
“พิเชษฐ” ตั้งพรรคประชาธรรมไทย มีนโยบายไม่เอาการสืบทอดอำนาจ คสช. แต่เกมเปลี่ยนได้ ส.ส.ปัดเศษ จึงเข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ กระทั่งเสถียรภาพรัฐบาล 3 ป.ง่อนแง่น ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย ฝ่ายพิเชษฐจึงตั้งกลุ่ม 16 เป็นพันธมิตรคู่ขนาน


วันที่ 27 เม.ย.2565 เป็นครั้งแรกที่พิเชษฐ เปิดหน้าเปิดตาชนแก้วไวน์กับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ที่ร้านอาหารแถวสุขุมวิท ส่งสัญญาณดีลล้มรัฐบาลประยุทธ์

ถัดมา 3 พ.ค.2565 พิเชษฐได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ว่า ในคืนวันนัดจิบไวน์กันนั้น ยุทธพงศ์ต่อสายถึงทักษิณ ชินวัตร ให้พิเชษฐได้พูดคุย ซึ่งอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลไทยรักไทยบอกว่า ได้แค่ทักถามตามประสาคนรู้จักกัน ไม่มีเรื่องการเมือง และตัวเขายังได้คุยกับอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ด้วย 


ลำพังพิเชษฐเป็นอดีตหัวหน้าพรรคเล็ก คงไม่มีราคาค่างวดอะไรในทางการเมือง หลายคนคงทราบดี พิเชษฐ เป็น ส.ส.เพชรบุรี พรรคความหวังใหม่ และเป็นมือทำงานของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ 


หลังเลือกตั้งปี 2544 พิเชษฐ สถิรชวาล มีบทบาทสำคัญในการควบรวมพรรคความหวังใหม่เข้ากับพรรคไทยรักไทย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จึงตั้งพิเชษฐ์เป็น รมช.คมนาคม และ รมช.อุตสาหกรรม


ปี 2549-2550 พิเชษฐได้ก่อตั้งพรรคสันติภาพไทย แต่ไม่ประสบความสำเร็จ กระทั่งปี 2553 พิเชษฐกลับเข้าพรรคเพื่อไทย พร้อม พล.อ.ชวลิต เป็นประธานยุทธศาสตร์ภาคใต้เพื่อไทย โซนอันดามัน สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ พิเชษฐจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย 


ไม่น่าแปลกใจที่แกนนำเพื่อไทยกับพิเชษฐ จึงดวลไวน์ด้วยความสนิทสนมเป็นอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาเคยร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี 2544 และมีนายใหญ่คนเดียวกันชื่อ ทักษิณ ชินวัตร


“เครือข่ายสายจิ๋ว”
กลุ่ม 16 ภายใต้การนำของ “พิเชษฐ” ที่อ้างว่า มี ส.ส.16 คน จากหลายพรรคเล็ก หรือพรรคขนาด 2-6เสียง แยกแยกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มหัวหน้าพรรคเล็ก 1 เสียง ได้แก่ พิเชษฐ สถิรชวาล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย, คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม


กลุ่มพรรค 2 เสียงขึ้นไป ดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย มี ส.ส. 2 คน กลุ่ม ส.ส.นกแล ประกอบด้วย จารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี ,กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี, นพดล แก้วสุพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท และสมัคร ป้องวงษ์ ส.ส.สมุทรสาคร พรรคชาติพัฒนา


ส่วน มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ มี ส.ส. 6 คน ไม่ได้อยู่ในกลุ่ม 16 แต่พักหลัง มนูญ และ ส.ส.เศรษฐกิจไทย ได้ร่วมก๊วนกับพิเชษฐ ไปจิบไวน์กับพรรคฝ่ายค้าน


จริง ๆ แล้ว พิเชษฐ สถิรชวาล และคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย มีแผนรวมพรรคเล็กมาตั้งแต่เดือน ต.ค.2565


“พรรคประชาธรรมไทยของพิเชษฐ สถิรชวาล และยังมีพรรคเล็กอีกบางพรรค กำลังเจรจากันอยู่ เพื่อยุบพรรคมารวมกับพรรคเพื่อชาติไทย และเป็นการแก้เกมการเลือกตั้งใช้บัตร 2 ใบ ในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้” คฑาเทพ กล่าวกับผู้สื่อข่าวในเวลานั้น


คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล คือใคร พิเชษฐจึงไว้วางใจคฑาเทพ ถึงขั้นยอมให้เป็นเลขาธิการกลุ่ม 16 และเป็นแกนนำการรวมพรรค 4 พรรคเล็ก (ประชาธรรมไทย,เพื่อชาติไทย,ไทรักธรรม และรักษ์ผืนป่าประเทศไทย)


เดิมที คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ก่อตั้งพรรคพลังไทยรักไทย(ตอนหลังเปลี่ยนเป็นชื่อพรรคเพื่อชาติไทย) ที่ จ.อำนาจเจริญ และช่วงเลือกตั้งปี 2562 คฑาเทพได้เปิดตัว บิ๊กแอ๊ด-พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรีกลาโหม รัฐบาลทักษิณ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี


ที่สำคัญ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ยังเปิดเผยว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาพรรค และยุทธศาสตร์แนวทางการหาเสียงเลือกตั้งให้แก่พรรคพลังไทยรักไทย(พรรคเพื่อชาติไทย) 


เมื่อต่อจิ๊กซอว์คฑาเทพ โยงไปหาบิ๊กแอ๊ด และบิ๊กจิ๋ว จึงไม่น่ากังขาว่า เหตุใด พิเชษฐ ให้ความไว้วางใจคฑาเทพมากเป็นพิเศษ และใช้พรรคเพื่อชาติไทย เป็นแกนขับเคลื่อนในการเลือกตั้งสมัยหน้า  

“สุรเชษฐ์” ซบอก”ธรรมนัส” ลงชน “สายัณห์ ยุติธรรม”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/513809

นายหัวไทร

05 พ.ค. 2565

“สุรเชษฐ์” ซบอก”ธรรมนัส” ลงชน “สายัณห์ ยุติธรรม”

การเมือง นครศรีธรรมราชร้อน “สุรเชษฐ์”ลาปชป. ซบอก”ธรรมนัส พรหมเผ่า” ลงชน “สายัณห์ ยุติธรรม” มี “สจ.ศรี”ร่วมวงด้วย

สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจเดินเข้าสู่อ้อมกอดของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แห่งพรรคเศรษฐกิจไทย หลังยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งน่าจะเป็นการตัดสินใจที่ยุ่งยากใจไม่น้อย กับการเดินออกจากบ้านที่ตระกูล “มาสดิตถ์” ร่วมสร้างมาตั้งแต่ต้น ตั้งแต่ยุคคุณพ่อ “สุรินทร์ มาสดิตถ์” มาสานต่อด้วย “คุณหญิงสุพัตรา มาสดิตถ์ -สุรเชษฐ์ มาสดิตถ์”

“ผมได้ทำหนังสือยืนยันสิทธิต่อผู้บริหารพรรคไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พ.ย.64 พร้อมแจ้งความจำนงว่าจะลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดิม เขตพื้นที่เดิม โดยได้เตรียมคณะทำงานและทีมงาน ตลอดจนลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ และยังมีประชาชนในเขตเลือกตั้งให้การต้อนรับอย่างดี”

“สุรเชษฐ์” ซบอก”ธรรมนัส” ลงชน “สายัณห์ ยุติธรรม”

สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อพรรคเห็นดีเห็นชอบส่งว่าที่ผู้สมัครเลือดใหม่ลงสมัคร 3 เขตเลือกตั้ง ทำให้บางเขตมีทั้งอดีตผู้สมัครคนเก่าและคนใหม่ในเขตเดียวกันทำให้ประชาชนสับสนว่าใครคือผู้สมัครกันแน่

“ตามปกติการจะเปิดตัวผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่มีความพร้อม จะต้องมีการจัดทำโพลสอบถามสมาชิกในพื้นที่เขตเลือกตั้งนั้นก่อน อีกทั้งยังต้องผ่านคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครในนามพรรคเป็นผู้คัดเลือก แต่ผู้บริหารกลับมีการประกาศรายชื่อโดยไม่ได้ถามความเห็นของผมสักคำ” นายสุรเชษฐ์กล่าว

นายสุรเชษฐ์ ในวัย 70 กว่า กล่าวว่า เลือดใหม่ ทั้ง 3 คน ประกอบด้วย นายราชิต สุดพุ่ม อดีต ผวจ.ปัตตานี ลงเขตเลือกตั้งที่ 1 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช (น้องชายนายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค) ลงเขตเลือกตั้งที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเดิมของ น.ส.นริศา อดิเทพวรพันธ์ และเขตของตนเอง พื้นที่ อ.ท่าศาลา พรหมคีรี ส่งนางอวยพรศรี เชาวลิต ประธานสภา อบจ.นครศรีธรรมราช ภรรยาของนายกฯท่าศาลา ลงสมัคร

“แม้เขาจะแถลงว่าเป็นการคัดตัวเบื้องต้น แต่เมื่อประกาศตัวมาแล้วก็มีผลกระทบในการทำหน้าที่ในพื้นที่หาเสียง ผมจะเดินเข้าหาประชาชนในพื้นที่เหมือนเดิมได้อย่างไร เพราะพรรคได้สร้างความชอบธรรมให้กับคนใหม่ที่ประกาศชื่อไปแล้ว จึงอยากถามว่าพรรคได้หาทางลงกับอดีต ส.ส.หลายสมัยอย่างผมอย่างไร แม้จะบอกกล่าวสักคำก็ไม่มี ผมไม่ขอวิงวอนใคร แต่ขอยึดความถูกต้อง เพราะเล่นการเมืองมาไม่เคยซื้อเสียง ไม่เคยอ้อนวอนใครตั้งแต่รุ่นพ่อ การกระทำอย่างนี้ก็เหมือนบีบให้ต้องทำอย่างหนึ่งอย่างใด”

       วันนี้สุรเชษฐ์ ไม่ใช่แค่เดินออกจากประชาธิปัตย์ แต่เขาได้ตัดสินใจเดินเข้าบ้านเศรษฐกิจไทยแล้ว และแน่นอนว่าสำหรับเขตท่าศาลา พรหมคีรี มี สายัณห์ ยุติธรรม จากพรรคพลังประชารัฐ ยืนเด่นอยู่แล้ว แม้ยังไม่ชัดว่าจะยังอยู่พรรคเดิมหรือไม่ แต่สายัณห์เลือกยืนอยู่ฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แน่นอน

“สุรเชษฐ์” ซบอก”ธรรมนัส” ลงชน “สายัณห์ ยุติธรรม”

และเขตนี้ประชาธิปัตย์หวังจะทวงเก้าอี้คืนด้วยการส่ง “สจ.ศรี-อวยพรศรี เชาวลิต” ภรรยาของนายกเอ ผู้มากบารมีแห่งท่าศาลา ลงทวงเก้าอี้คืน ส่วนสุรเชษฐ์ในฐานะอดีตแชมป์หลายสมัย แต่คราวที่แล้วแพ้กระแสลุงตู่ เสียท่าให้กับสายัณห์ ก็หวังกลับมาผงาดอีกครั้งในนามพรรคเศรษฐกิจไทย

     สุรเชษฐ์เคยบอกว่า ก่อนตัดสินใจลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรศัพท์หา “ชำนิ ศักดิเศรษฐ์” ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร แต่ชำนิไม่รับสาย แต่หลังจากนั้นชำนิไปนั่งร่วมแถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัครเลือดใหม่ รวมถึงเขตของสุรเชษฐ์ด้วย อันแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่เอาคนเก่าเจ้าของพื้นที่เดิมแล้ว

      เขตนี้ยังมี “หมอผึ้ง” ลงแข่งขันด้วยในนามพรรคภูมิใจไทย ทราบว่า ขยันขันแข็งลงพื้นที่โดยมี ดร.นาที รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทยออกแรงสนับสนุนเต็มที่ และเป็นทีมที่เปิดศึกกับนายกฯเอมาแล้วเมื่อเดือนมีนาคม จนสะเทือนไปทั้งท่าศาลา

     ท่าศาลา พรหมคีรี เป็นอีกเขตเลือกตั้งที่น่าสนใจสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า สายัณห์ ยุติธรรม จะยังรักษาแชมป์ไว้ได้หรือไม่ หรือสุรเชษฐ์จะกลับมาทวงแชมป์คืนได้หรือเปล่า หรือประชาธิปัตย์จะหวนคืนมาแจ้งเกิดใหม่ ในนามคนใหม่ได้หรือไม่

       งานนี้เหนื่อยหน่อยนะ “สายัณห์”

“กาโตะ” วัยละอ่อน เจอนารีพิฆาต เมื่อปฐมปาราชิก ผัว-เมีย ควรต้องโทษคดีอาญา ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/513752

เปรียญ12

04 พ.ค. 2565

"กาโตะ" วัยละอ่อน เจอนารีพิฆาต  เมื่อปฐมปาราชิก  ผัว-เมีย ควรต้องโทษคดีอาญา ?

เรื่องราวของ “พระกาโตะ” กับ สีกา “ตอง” ต้องกลายเป็นความเสื่อมในทางพระพุทธศาสนาอีกระรอก ปัญหาทางออกของปัญหาควรปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ ? วันนี้ถึงเวลาที่วงการสงฆ์ควรต้องให้ความสำคัญกับบทบาทของ “พระสังฆาธิการ” อีกระรอกมั้ย หรือจะปล่อยให้มี นารีพิฆาต เช่นนี้ต่อไปอีก

ถึงวันนี้ใครๆ ก็ให้ความสนใจพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ล้นหลาม มิใช่เพราะใกล้วันวิสาขบูชา แต่เกี่ยวกับ “นารีพิฆาต” พระนักเทศน์หนุ่ม อารมณ์ดี มีอนาคต ที่วัดแห่งหนึ่ง ใน อ.ฉวาง จ. นครศรีธรรมราช

เริ่มจากคลิปเสียงฝ่ายชายและหญิงสนทนา หรือเกี้ยวพาราสี ในที่สุดก็มีความสัมพันธ์ล้ำลึก

ฝ่ายชายคือ “พระกาโต๊ะ” วัยละอ่อน แค่ 23 ปี ฝ่ายหญิงคือ “สีกาตอง” สาวงามอายุอานามกว่า 30 ปี

เมื่อเรื่องถึงThai media จึงแรงขึ้นๆ ดังนั้นตลอดเวลา 1 สัปดาห์ สื่อมวลชนทุกกระแส ปั้นเรตติ้งกันน่าดู ว่าใครจะเจาะได้ดีกว่า ทั้งๆ ที่สื่อส่วนมากนับถือศาสนาพุทธ แต่หาใครคำนึงถึงความรู้สึกของชาวพุทธทั่วประเทศไม่

ในที่สุดเรื่องจบ เมื่อ “พระกาโต๊ะ” ยอมสล้ดผ้าเหลือง กลับเป็น “ฆราวาส” ไปนอนตีพุงที่บ้านสบาย

ฝ่ายหญิงก็เหมือนกัน ไม่เสียอะไรมีแต่ได้กับได้ (ได้ผัวและเงิน) 

เราไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้เกิดบ่อย จะเป็นความเคยชินแบบ “ชั่วช่างชี ดีช่างสงฆ์” หากแบบนี้ ศาสนาพุทธจะเหลือเพียงสัญลักษณ์

จึงเสนอผู้เกี่ยวข้อง นำไปพิจารณา

1.ผู้ปกครองสงฆ์ที่เป็น “พระสังฆาธิการ” ควรรอบคอบในการตั้ง “พระนวกะ” (ยังไม่พ้น5 พรรษา ) เป็นผู้รักษาการ เจ้าอาอาวาส  อาจละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ด้วยว่ากฏ มหาเถรสมาคมว่า จะตั้งเจ้าอาวาสหรือรักษาการ พระนั้นต้องมีพรรษา 5 ยกเว้นวัดในถิ่นทุรกันดาร ให้ตั้งพระที่พรรษาไม่ถึง 5 ได้

2. กรณีพระที่เป็นผู้ละเมิด “ปฐมปาราชิก” ควรรับโทษทางอาญา ส่วนฝ่ายหญิง ก็ต้องโดนคดีอาญาด้วย (ให้ตรา พรบ. หรือประกาศกฏ กระทรวง) เพื่อกำราบ “อลัชชี” สยบ “นารีพิฆาต”   

3 เพื่อเตือนความจำและขอให้ปัดฝุ่นคำสั่งต่อไปนี้

ผมจำได้ เมื่อเดือน กันยายน 2560 คณะสงฆ์ที่ดี และชาวพุทธตื่นเต้นดีใจ เมื่อเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ ทั้ง 4 หนและเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ร่วมกันลงนามคำสั่งให้ “พระสังฆาธิการ” ตรวตสอบ พฤติกรรม และลงโทษพระภิกษุสามเณรในปกครอง

1. เมื่อมีพฤติกรรมไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิดของตน(ให้ตรวจสอบทั่วราชอาณาจักร)

2. พระเณรที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ทั่วราชอาณาจักร

3. พระเณรที่วิจารณ์แรงๆ กระทบความมั่นคงสถาบันหลักของประเทศ

4. พระเณรที่ไม่สำรวมเช่นใช้โทรศัพท์มือถือ ในที่ที่ไม่เหมาะสม

5. พระเณรที่ไม่เคร่งในธรรมวินัย

6. พระเณรที่ไม่รักษาพระธรรมวินัย

7. ทำความเสียหายเป็นโลกวัชชะ

8. พระเณรประพฤติผิด พรบ.สงฆ์ และ กม. บ้านเมือง

ในคำสั่งคาดโทษ “พระสังฆาธิการ” ที่ไม่ได้ดำเนินการ หรือหย่อนยานในการสำรวจ ตรวจสอบ ความประพฤติพระภิกษุ สามเณรในปกครอง และไม่จัดการตามกฎหมาย กฎ มส. ข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง มติ หรือประกาศ มส. กับพระเณรที่มีพฤติกรรมข้างต้น

(พระสังฆาธิการ) ต้องได้รับโทษ ฐานละเมิด จริยาพระสังฆาธิการ

คำสั่งใบเดียว แต่ลงนามโดย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง หนใต้ หนเหนือ หนตะวันออกและเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต นานๆ จะเกิดขึ้น ดังเป็นพลุแค่นั้น จากนั้นมันเงียบหลังจากเวลาผ่าน 5 ปีไม่มีใครจำได้ว่ามีคำสั่งปฏิรูปสงฆ์ ที่ออกมาถูกใจประชาชน 

ผมเสนอให้ “มหาเถรสมาคม” นำมาปัดฝุ่น โดยเชื่อว่าคณะสงฆ์จะเป็นที่ตั้งศรัทธา ปสาทะของชาวพุทธในปัจจุบันและอนาคต

จิรํ ติฏฐตุ พุทธสาสนํ.

ป้อมปวดตับ “พิเชษฐ” ชนเสี่ยสันติ ป่วน พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/513661

03 พ.ค. 2565

ป้อมปวดตับ "พิเชษฐ" ชนเสี่ยสันติ ป่วน พปชร.

จอมเก๋า “พิเชษฐ” ดับเครื่องชน สันติ พร้อมพัฒน์ กรณีท่อส่งน้ำอีอีซี ท้าทาย พล.อ.ประวิตร และจับตา 3 หัวหน้าพรรคเล็ก จะถอยหรือไปต่อกับเสี่ยพิเชษฐ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

จอมเก๋า “พิเชษฐ” ดับเครื่องชน สันติ พร้อมพัฒน์ กรณีท่อส่งน้ำอีอีซี ท้าทาย พล.อ.ประวิตร ให้ขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ


พี่ใหญ่พรรคเล็ก “พิเชษฐ” เปิดหน้าแตะมือฝ่ายค้าน ไม่ได้ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี และน่าจับตาหัวหน้าพรรคเล็กจะล่มหัวจมท้ายกับเสี่ยพิเชษฐ ไปจนถึงที่สุดหรือไม่


การขยับตัวของ พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และหัวหน้ากลุ่ม 16 ส.ส. ที่ประกาศตัวเป็นพันธมิตรฝ่ายค้าน เตรียมร่วมซักฟอกรัฐมนตรีบางคน ทำเอาตลาดการเมืองปั่นป่วน


ย้อนไปเมื่อค่ำวันที่ 28 เม.ย.2565 ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้ากลุ่ม 16 ส.ส. ได้ร่วมรับประทานอาหารร่วมกับประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม โดยคุยกันเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจ 

เฉพาะในเรื่องที่บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออิสท์วอเตอร์ แพ้ประมูลบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง 


“เรื่องอิสท์วอเตอร์ ผมยอมไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย และถ้าฝ่ายค้านมีข้อมูลที่ถูกต้อง เรายกมือสวนแน่ และถ้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังหนุนหลังคนรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ ผมยอมให้ถูกขับออกจากพรรคพลังประชารัฐ” พิเชษฐ กล่าว

เสี่ยพิเชษฐ ปราศรัยการเมืองบนเวทีพรรคเพื่อชาติไทย ที่ จ.อำนาจเจริญเสี่ยพิเชษฐ ปราศรัยการเมืองบนเวทีพรรคเพื่อชาติไทย ที่ จ.อำนาจเจริญ


สำหรับพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ได้ดำเนินการยุบพรรคประชาธรรมไทย และ กกต.อนุมัติการยุบพรรคเมื่อ 9 ส.ค. 2564 หลังจากนั้น พิเชษฐ ได้ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยการชักชวนของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐในเวลานั้น


ต้นปี 2565 หลัง ร.อ.ธรรมนัส ได้แยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย พร้อม ส.ส.จำนวนหนึ่ง กลับไม่มีชื่อพิเชษฐ ตามไปอยู่ด้วย นัยว่า พิเชษฐมีแผนการจะย้ายพรรค หลังการยุบสภาฯ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่พรรคขั้วฝ่ายค้านพรรคใดพรรคหนึ่ง


ว่ากันตามจริง ตอนก่อตั้งพรรคประชาธรรมไทย ก็แสดงจุดยืนไม่เอาเผด็จการ และหาเสียงไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจของ คสช. หลังเลือกตั้ง พิเชษฐได้อานิสงส์การนับคะแนนแบบสัดส่วนผสม จึงได้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ 


เมื่อ ร.อ.ธรรมนัสมาเจรจาพิเชษฐ์เข้าร่วมรัฐบาลประยุทธ์ นักการเมืองรุ่นลายครามก็ตอบตกลงทันที และพยามยามทำตัวเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มพรรคเล็ก 

“ชนเจ้าพ่อมะขามหวาน”
“พิเชษฐ” ปฏิเสธข่าวการเคลื่อนไหวของกลุ่ม 16 และพรรคเล็กช่วงนี้ เพื่อต้องการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีโดยใช้เกมซักฟอกเป็นเครื่องมือ 


เหตุที่ให้ความสนใจโครงการท่อส่งน้ำอีอีซี เพราะอิสท์วอเตอร์ แพ้ประมูลบริษัทวงษ์สยามก่อสร้าง โดยบริษัทที่ชนะการประมูลไม่ได้ลงทุนอะไรเลย และไม่มีพื้นฐานประสบการณ์ อีกทั้งคณะกรรมการที่เข้าร่วมประชุมในวันนั้นก็ไม่ครบจำนวน เพราะมันมีความไม่ชอบมาพากล ส.ส.กลุ่ม 16 จึงไม่อยากร่วมรับผิดชอบด้วย


จะว่าไปแล้ว เป้าใหญ่ของพิเชษฐ คือ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ในฐานะคนกำกับดูแลกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออก


สันติ พร้อมพัฒน์ เพิ่งได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ แทน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยสองคนนี้ ระยะหลังมีอาการปีนเกลียวกัน เนื่องจากสันติ เลือกข้าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 


หลังเกิดเหตุกบฏ พปชร.ในศึกซักฟอกเมื่อปีที่แล้ว สันติจะอยู่ในกลุ่ม 6 รัฐมนตรี ได้แก่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, สมศักดิ์ เทพสุทิน, อนุชา นาคาศัย, ชัยวัฒน์ ธนาคมานุสรณ์ และสุชาติ ชมกลิ่น ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับ ร.อ.ธรรมนัส


หลังกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย พิเชษฐอ่านการเมืองยุค 3 ป.ขาลง จึงไม่ตามธรรมนัส ไปอยู่พรรคใหม่ จึงหารือกับเพื่อน ส.ส.พรรคเล็กแล้ว ก็ตั้งกลุ่ม 16 ขึ้นมา


“แผนรวมพรรค”
เบื้องลึกเบื้องหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่ม 16 ครั้งล่าสุด “พิเชษฐ” วางแผนร่วมกับ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย,พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม และดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เตรียมควบรวมพรรค 


คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวพรรคเพื่อชาติไทย ได้เปิดแถลงข่าวที่สำนักงานใหญ่ จ.อำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ กรณี 4 พรรคเล็ก ได้แก่ พรรคเพื่อชาติไทย พรรคไทรักธรรม พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และพรรคประชาธรรมไทย ซึ่งยุบพรรคไปก่อนแล้ว เตรียมควบรวมเป็นพรรคเดียว 


เบื้องต้นทั้ง 4 พรรค จะจับมือทำงานร่วมกันในนามกลุ่ม 16 จนกว่าจะครบวาระ หรือมีการยุบสภา จึงจะมีการพูดคุยหารือกันอีกครั้ง


เมื่อ 30 เม.ย.2565 พิเชษฐ สถิรชวาล ได้ยกทีม ส.ส.กลุ่ม 16 ไปเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ เรื่องทิศทางการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อ 30 เม.ย.2565 โดยมีคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวพรรคเพื่อชาติไทย ให้การต้อนรับ นัยว่าเป็นการซักซ้อมฝีปาก ก่อนการเปิดอภิปรายไม่วางใจ 


ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เลี่อนลงนามในสัญญาโครงการบริหารและดำเนินกิจการระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาคตะวันออกกับบริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง จำกัด วงเงิน 2.5 หมื่นล้านบาท ที่เดิมมีการนัดลงนามในสัญญาในวันที่ 3 พ.ค.นี้ออกไปก่อน พร้อมให้กระทรวงการคลังไปตั้งกรรมการตรวจสอบทุกขั้นตอนให้เกิดความโปร่งใส


น่าติดตามฉากต่อไปของพิเชษฐ และกลุ่ม 16 ที่มี ส.ส.ไม่ถึง 10 คน ว่าจะเปิดเกมชนเสี่ยสันติแบบไหน และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะจัดการแก้ปัญหาก้อนกรวดในรองเท้านี้อย่างไร

“นายกฯสำรอง” ม.272 วรรค 2 เปิดช่องให้คนนอกบัญชีเป็นได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/513627

นายหัวไทร

03 พ.ค. 2565

"นายกฯสำรอง"  ม.272 วรรค 2 เปิดช่องให้คนนอกบัญชีเป็นได้

รัฐธรรมนูญมาตรา 272 วรรค 2 เปิดช่องให้คนนอกบัญชีเป็น “นายกฯสำรอง” ได้ หาก “ประยุทธ์” มีปัญหา “ประวิตร” รักษาการ

มีการพูดถึงกันมากเรื่อง นายกฯสำรอง ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดจากเหตุอะไรถึงกระแสแรงเกี่ยวกับนายกฯสำรอง ตรวจเช็คดูมีเพียงประเด็นเดียว คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะอยู่ในตำแหน่งครบ 8 ปีในเดือนสิงหาคมนี้หรือไม่

      รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเขียนห้ามบุคคลอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องเกินแปดปี ซึ่งกำลังตีความว่า คำว่าแปดปีเริ่มนับตั้งแต่ตอนไหน ถ้านับตั้งแต่ต้นหลังก่อรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเดือนสิงหาคม ปี 2557 นั้นก็แปลความได้ว่า เดือนสิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่อยู่ในตำแหน่งต่อเนื่องครบแปดปี

      แต่นักกฎหมาย นักวิชาการ นักการเมือง ต่างตีความต่างกัน บ้างก็บอกว่า ต้องเริ่มนับตั้งแต่วันประกาศในรัฐธรรมนูญ  ฉบับปี 2560 ซึ่งหมายถึงยังเป็นนายกรัฐมนตรีไม่ครบแปดปีนั้นเอง

"นายกฯสำรอง"  ม.272 วรรค 2 เปิดช่องให้คนนอกบัญชีเป็นได้

       ซึ่งถ้าตีความตามเหตุผลแรก คือนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2557 ก็กำลังจะครบ 8 ปีต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม จึงต้องพูดถึงนายกฯสำรอง ซึ่งจริงๆแล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นประเด็นอะไร ถ้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ไปขึ้นป้ายทั่วประเทศช่วงสงกรานต์ แต่พอไปขึ้นป้าย แม้จะเป็นการอำนวยอวยพรช่วงสงกรานต์ แต่ในทางการเมืองเหมือนประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุทางการเมือง หรือการเลือกตั้งครั้งหน้าก็ตาม

"นายกฯสำรอง"  ม.272 วรรค 2 เปิดช่องให้คนนอกบัญชีเป็นได้

มีการอ้างถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรค 2 จึงหยิบรัฐธรรมนูญมาพลิกอ่านอีกครั้ง พบว่า มาตรา 272 วรรค 2 ถูกกำหนดไว้อยู่ในบทเฉพาะกาล ระบุไว้ว่า ในระหว่างเวลาตามวรรคหนึ่งหากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกสภาของทั้งสองสภารวมกันจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อกันเสนอต่อประธานรัฐสภา ขอให้สภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนี้ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลัน และในกรณีที่รัฐสภามีมติดัวยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้

     แต่ก่อนไปถึงมาตรา 272 วรรค 2 ตามหลักการเมื่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่างลงก็ต้องมีคนมารักษาการ บ้านเมืองจะว่างเว้นฝ่ายบริการไม่ได้ ถ้าดูตามโครงสร้างการแบ่งงานแล้ว พล.อ.ประวิตร คือรองนายกรัฐมนตรีคนที่ 1 เมื่อตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่างลง พล.อ.ประวิตรก็ควรจะรั้งตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี

      จากนั้นถึงจะไปไล่เรียงบัญชีรายชื่อคาดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคการเมืองเสนอไว้ว่ามีใครบ้าง ในการเลือกตั้ง ปี 2562      

      ถ้ามองไปในซีกรัฐบาล ก็จะมีชื่อของอนุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

      ถ้ามองเฉพาะในซีกของรัฐบาล โอกาสจะเป็นชื่อของอนุทิน สูงกว่าชื่ออภิสิทธิ์ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีปัญหาอะไรในรัฐบาล และมีเสียงในสภามากกว่าพรรคประชาธิปัตย์

       ถ้า พล.อ.ประยุทธ์มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ โอกาสส้มหล่นใน “อนุทิน” มีสูงมาก

       ถ้ามองไปยังฝ่ายค้าน และคิดว่าขั้วการเมืองเปลี่ยนโอกาสก็จะเป็นของพรรคเพื่อไทย มากกว่าพรรคก้าวไกล ซึ่งการเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยเสนอคาดิเดตนายกฯ 3 คน คือ สมพงศ์ อมรวิวัฒน์ ชัยเกษม นิติศิริ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์

       สมพงศ์ และชัยเกษม ได้ถูกลดบทบาททางการเมืองไปแล้ว มี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค เป็นผู้นำฝ่ายค้านแทนแล้ว และยังมีหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย อย่าง “อุ้งอิ้ง” แพรทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของนายทักษิณ ชินวัตร เข้ามามีบทบาทนำอีกคน

ส่วนคุณหญิงสุดารัตน์ ก็ออกจากพรรคเพื่อไทย ไปตั้งพรรคไทยสร้างไทยแล้ว

      ส่วนพรรคก้าวไกล ในยุคพรรคอนาคตใหม่ ก็เสนอชื่อ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเวลานี้ธนาธรถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปแล้ว

       นี้คือกลุ่มก้อนของบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้หาก พล.อ.ประยุทธ์มีปัญหาอยู่ในตำแหน่งครบ 8 ปีแล้วในเดือนสิงหาคมนี้

       ฉะนั้นที่นักข่าวไปถาม พล.อ.ประวิตร ถึงโอกาสเป็นนายกฯแทน เป็นคำถามที่โอกาสเป็นไปได้ เว้นเสียแต่ว่า พรรคการเมืองตกลงกันไม่ได้ แต่ละพรรคก็อยากให้คนของพรรคที่เสนอชื่อไว้เป็นนายกรัฐมนตรี

ถ้าตกลงกันไม่ได้ จึงจะไปหยิบรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสองขึ้นมาใช้ แต่ก็ไม่ง่าย มีสองขั้นตอนในการดำเนินการ ขั้นตอนแยก คือต้องขอยกเว้นการเสนอชื่อตามบัญชีพรรคการเมือง และต้องใช้เสียงสองในสามของสมาชิกรัฐสภาเท่าที่มีอยู่ จากนั้นจึงจะเสนอชื่ออื่นนอกบัญชีได้ และต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา