เพลงปลุกระดม “ทักษิณ” คนแดนไกล ไม่อยากเหมือนปรีดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514621

11 พ.ค. 2565

เพลงปลุกระดม "ทักษิณ" คนแดนไกล ไม่อยากเหมือนปรีดี

ดูไบเรคคอร์ดภูมิใจเสนอ “ทักษิณ” ปล่อยเพลงคนแดนไกล กลยุทธ์เสริมเพื่อไทยแลนด์สไลด์ คนแต่งเพลงปั่นกระแสพาทักษิณกลับบ้าน ไม่ต้องเหมือนรัฐบุรุษปรีดี คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมีก

ค่ายดูไบเรคคอร์ด “ทักษิณ” ปล่อยซิงเกิลใหม่เพลงคนแดนไกล คนแต่งเพลงตั้งใจปลุกกระแสพาทักษิณกลับบ้านอีกครั้ง ไม่ต้องเหมือนรัฐบุรุษปรีดี 


เพลงปูพรมแลนด์สไลด์ “ทักษิณ” งัดทุกกลยุทธ์เสริมแคมเปญครอบครัวใหญ่ ที่มีอุ๊งอิ๊งเป็นผู้นำ เหมือนทำสงครามครั้งสุดท้าย 


ค่ำวันที่ 10 พ.ค.2565 ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ มาพบกับเอฟซีทางแคร์คลับเฮาส์ ในหัวข้อระบอบทักษิณในมัลติเวิร์สของความจน โดยช่วงต้นมีการเปิดตัวซิงเกิลใหม่เพลง “คนแดนไกล”


ทักษิณเล่าเบื้องหลังการทำเพลงชุดนี้ว่า ใช้เวลา 8 ชั่วโมงกับการร้อง 2 เพลง ทำอะไรก็เป็น ยกเว้นร้องเพลงแย่ที่สุด เอาดีทางนี้ไม่ได้ จะมาเป็นนักร้องตอนแก่คงจะไม่ไหว

ทักษิณถ่ายเอ็มวีเพลงคนแดนไกล ที่นครดูไบ ทักษิณถ่ายเอ็มวีเพลงคนแดนไกล ที่นครดูไบ

2 เพลงที่ว่านี้คือ “เกิดมาเป็นนักสู้” และ “คนแดนไกล” แต่งโดย สุรักษ์ สุขเสวี ย้อนไปเมื่อ 15 มี.ค.2565  ในแคร์คลับเฮาส์  ทักษิณได้นำเสนอซิงเกิ้ลเพลงเกิดมาเป็นนักสู้ ซึ่งการบันทึกเสียงที่นครดูไบ ได้ทำเสร็จสิ้นไปแล้วตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา


เพลงเกิดมาเป็นนักสู้ บอกชัดว่า ทักษิณไม่ยอมแพ้ และส่งสัญญาณถึงกองเชียร์ว่า ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าต้องแลนด์สไลด์เท่านั้น ส่วนเพลงคนแดนไกล เป็นเรื่องคนคิดถึงบ้าน และอยากกลับมากราบแผ่นดินอีกครั้ง


แคร์คลับเฮาส์ครั้งล่าสุด ทักษิณระมัดระวังตัวสูง ไม่พูดเรื่องสถานการณ์การเมืองร้อนๆ โดยเฉพาะประเด็นยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ปั่นกระแสล้มประยุทธ์ ด้วยการดึง ร.อ.ธรรมนัส และพรรคเล็กเข้ามาร่วมมือกับฝ่ายค้าน


บังเอิญว่า ช่วงเช้าวันเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้แจ้งนักข่าวให้ทราบว่า ร.อ.ธรรมนัสโทรมาบอกแล้ว ไม่ไปดินเนอร์กับฝ่ายค้าน ทำเอายุทธพงศ์ ออกอาการฉุน ต้องออกมาขู่บิ๊กป้อมทำนองว่า ครอบงำพรรคเศรษฐกิจไทย    

    
“เดิมพันชื่อเสียง”

สำหรับ 2 เพลงใหม่ของ “ทักษิณ” สร้างสรรค์โดย สุรักษ์ สุขเสวี อดีตนักแต่งเพลงฝีมือดีของค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีผลงานเพลงดังที่คุ้นหูมากมาย อาทิ วิมานดิน, คู่แท้, นิยามรัก, แทนคำนั้น, ยอม ฯลฯ

ตอนที่ปล่อยเพลงเกิดมาเป็นนักสู้ สุรักษ์ สุขเสวี ได้โพสต์เฟซบุ๊กบอกเล่าที่มาของการสร้างงานเพลงเกิดมาเป็นนักสู้ “ผมนิยมยกย่องท่านทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่วันที่เริ่มเข้าสู่วงการเมือง จะได้รับข่าวสารของท่านมาจากทางไหน หรือเลือกแต่จะเสพข่าวในทางด้านดีของท่าน ก็แล้วแต่ทุกคนจะคิด..”


ครั้นมีการปล่อยซิงเกิลเพลงคนแดนไกล สุรักษ์ ก็โพสต์เฟซบุ๊กว่า “..ผมเรียนกับท่านทักษิณว่าในความคิดของผม เวลาคนที่พูดถึงท่านด้วยคำนี้ เขาไม่ได้พูดเพราะรู้สึกว่าท่านน่าสงสาร แต่ตรงกันข้ามกันเลย เพราะคำว่าคนแดนไกลนี้ กลับหลอกหลอนและทิ่มแทงใจคนการเมืองที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับท่าน เพราะสิ่งที่ท่านคิดและสื่อสารออกมาเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ รู้จริงและทำได้จริง และมันเป็นสิ่งที่ฝ่ายตรงข้าม..พวกเขาทำไม่ได้และทำไม่เป็น”


นักเพลงมืออาชีพแสดงจุดยืนชัดเจนว่า ยืนข้างทักษิณ และหยิบยืมถ้อยวลีที่ฝ่ายตรงข้ามชอบพูดถึงมาสร้างงานเพลงใหม่


‘”โทนี่-ปรีดี”
นับแต่ “ทักษิณ” ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในต่างแดน ก็มีผู้คนนำเรื่องราวของเขาไปเปรียบเทียบกับปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส ที่ต้องลี้ภัยอยู่ในต่างแดนเหมือนกัน


สุรักษ์ สุขเสวี คนแต่งเพลงคนแดนไกล ได้บอกเล่าไว้อีกตอนหนึ่งว่า “..จินตนาการส่วนตัวของผมในการแต่งเพลงนี้ แต่เชื่อว่าคงจะตรงกับใจของคนไทยมากมาย คือผมอยากให้ท่านได้กลับมาอยู่กับลูกกับหลาน ได้มีโอกาสพบเจอใกล้ชิดกับคนที่รักและคิดถึงท่าน ด้วยการกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม (ที่ไม่ได้แต่งตั้งโดยคณะปฏิวัติ)..”


ดังนั้น การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในครั้งหน้านี้ ทักษิณจึงส่งลูกสาวคนเล็กลงสนาม เพราะเป็นเดิมพันครั้งสุดท้าย หากชนะแลนด์สไลด์ก็กลับบ้านแบบเท่ ๆ


“ผมไม่อยากให้ท่านเหมือนท่านปรีดี พนมยงค์ ในมุมหนึ่ง ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นรัฐบุรุษ แต่ก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศจนถึงวันสิ้นอายุขัย” สุรักษ์ เขียนตรงไปตรงมา


ถ้าจำกันได้ ปลายปี 2555 คณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวว่า ได้เขียนบันทึกส่วนตัวถึงทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าอยากเป็นรัฐบุรุษ ต้องรู้จักคำว่าเสียสละ แม้ว่าจะไม่กลับประเทศ ก็สามารถเป็นรัฐบุรุษได้เช่นกัน เหมือนปรีดี พนมยงค์ ที่ทำงานเพื่อประเทศโดยที่ไม่เคยกลับประเทศ เพียงเพราะอยากให้บ้านเมืองสงบ


เวลาเดียวกัน นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ตอบคำถามสื่อเรื่องทักษิณ ควรเดินทางกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นพ.ประเวศ กล่าวว่า บางคนถ้ากลับมาจะทำให้ยุ่ง ซึ่งต้องดูอย่างปรีดี พนมยงค์ ที่ไม่มีคดีอะไร แต่เลือกจะไม่เดินทางกลับมา เพราะหากกลับมาห่วงจะเกิดความขัดแย้ง 


มุมมองของทักษิณกับปรีดี ในสายตาของสุรักษ์ ก็เหมือนคนเสื้อแดง หรือเอฟซีเพื่อไทย ที่เฝ้ารอการกลับเมืองไทยอีกครั้ง อันต่างไปจากทัศนะของคณิต ณ นคร และ นพ.ประเวศ วะสี

โพลไม่พลิก “ชัชชาติ” วอร์รูมเพื่อนวิศวจุฬาฯ ตั้งเป้า 9 แสน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514584

11 พ.ค. 2565

โพลไม่พลิก "ชัชชาติ" วอร์รูมเพื่อนวิศวจุฬาฯ ตั้งเป้า 9 แสน

เต็งหนึ่ง “ชัชชาติ” แก้เกมเสียงดีไม่มีคะแนน ผนึกครูประทีป ดร.โจ มดงาน และปวีณา ลุยสมรภูมิกราวนด์วอร์เจาะคะแนนฐานราก ตั้งเป้า 9 แสนเสียง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

เต็งหนึ่ง “ชัชชาติ” สลัดคราบเพื่อไทย ได้ใจคนเมืองหลวง ปูพรมแอร์วอร์ ประสานกราวนด์วอร์ ทีมวอร์รูมเพื่อนชัชชาติ ตั้งเป้า 9 แสนแต้ม 


โค้งสุดท้าย “ชัชชาติ” ประคองตัวไม่ให้พลาด แก้เกมเสียงดีไม่มีคะแนน ผนึกครูประทีป กลุ่มมดงาน และกลุ่มปวีณา ลงลึกชุมชนเจาะคะแนนฐานราก


ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 8 ไม่สังกัดพรรคการเมือง ขึ้นแท่นเต็งแชมป์ จากผลการสำรวจความนิยมของโพลทุกสำนัก 


อย่างไรก็ตาม ศาสตร์และศิลป์ในการเลือกตั้ง ประกอบด้วย 2 แนวรบคือ แอร์วอร์ (AIR WAR) และกราวนด์วอร์ (GROUND WAR) ซึ่งขาดแนวรบใดแนวรบหนึ่งไม่ได้รับชัยชนะ 

2-3 ปีมานี้ ชัชชาติประสบความสำเร็จในสมรภูมิแอร์วอร์ แต่เขาไม่ได้สร้างองค์กรเครือข่าย เหมือนยุคหนึ่งที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง มีกลุ่มรวมพลังหรือสันติอโศกเป็นฐาน และพิจิตต รัตตกุล มีกลุ่มมดงาน นี่อาจเป็นจุดอ่อนของเขา


ชัชชาติมีความชัดเจนแต่แรก จะลงสมัครอิสระ ไม่ส่งผู้สมัคร ส.ก. และไม่สนับสนุนแนวทางจัดตั้งฝังแกนในพื้นที่ หรือการตั้งหัวคะแนนในชุมชน


วอร์รูมของชัชชาติ เต็มไปด้วยทีมงานจุฬาคอนเนกชั่น นำโดย ต่อศักดิ์ โชติมงคล รุ่นพี่วิศวจุฬาฯของชัชชาติเป็นแกนกลาง ซึ่งแหล่งข่าวเปิดเผยว่า ทีมมันสมองเพื่อนชัชชาติ ตั้งเป้าต้องไปให้ถึง 9 แสนคะแนน 

ดร.โจ ทุ่มเทช่วยชัชชาติเต็มที่ ดร.โจ ทุ่มเทช่วยชัชชาติเต็มที่


สาเหตุที่ตั้งเป้าไว้เท่านี้ เพราะมีคู่แข่งไม่ธรรมดา ต่างคนต่างก็มีฐานคะแนนชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ,สกลธี ภัททิยกุล ,รสนา โตสิตระกูลและศิธา ทิวารี


จะว่าไปแล้ว ชัชชาติมีตัวละครลับในฐานะศิษย์เก่าคณะวิศวจุฬาฯ อย่างรุ่นพี่วิศวจุฬาฯ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล แกนนำคนสำคัญของเพื่อไทย ดังนั้น กองเชียร์เพื่อไทย จึงเป็นฐานเสียงของเขาไปโดยปริยาย


“จุฬาคอนเนกชั่น”
“ชัชชาติ” เปิดปราศรัยใหญ่ครั้งแรกที่ศาลาแปดเหลี่ยม สวนลุมพินี เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2565 ซึ่งในวันนั้นต่อศักดิ์ โชติมงคล ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ของชัชชาติ ได้ขึ้นเวทีและเปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก


ต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ และศิษย์เก่าคณะวิศกรรมศาสตร์ จุฬาฯรุ่น 18 (วศ. 18) เป็นรุ่นพี่ของชัชชาติ โดยเล่าว่า ย้อนกลับไปเกือบ 3 ปี ชัชชาติซึ่งเป็นรุ่นน้องวิศวฯ มากับเพื่อนหลายคน ได้ปรึกษาหารือเรื่องลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทนุศักดิ์ เล็กอุทัย เป็น รมช.คลัง ได้เสนอตั้งต่อศักดิ์ เป็น ผอ.โรงงานยาสูบ กระทั่งปี 2557 คสช.แต่งตั้งพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เป็นประธานบอร์ดโรงงานยาสูบ ต่อศักดิ์ก็ลาออกจากตำแหน่ง ผอ.โรงงานยาสูบ แล้วมารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด


ในฐานะคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ต่อศักดิ์สมัยเรียน ม.ศ.5 ได้เข้าร่วมการชุมนุมต้านเผด็จการ 14 ต.ค.2516 จึงได้ปราศรัยถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่า “…ผมรู้ซึ้งความต้องการของเด็ก ถ้าเราจะยังขัดแย้งอยู่ ก็เท่ากับเราไม่ได้ฝากความคิดความหวังให้กับประชาชนหรือคนรุ่นใหม่ให้มีทางเลือก ซึ่งผมคิดว่า วันนี้เราจะนอนตาไม่หลับ เราไม่สนตำแหน่งหน้าที่การงาน..”


ต่อศักดิ์ตระหนักดีว่า นิวโหวตเตอร์ส่วนใหญ่อาจเทใจไปเลือกวิโรจน์ พรรคก้าวไกล จึงพยายามสื่อสารไปถึงโหวตเตอร์คนรุ่นใหม่ เพราะหลายสำนักข่าววิเคราะห์ว่า วิโรจน์จะตัดคะแนนชัชชาติ


นาทีนี้ ในวอร์รูมของชัชชาติ เต็มไปด้วยรุ่นพี่รุ่นน้อง “จุฬาคอนเนกชั่น” โดยมีพี่ใหญ่อย่างต่อศักดิ์ เป็นแม่ทัพใหญ่ คอยวางแผนและเดินเกมหาเสียงทั้งแอร์วอร์ และกราวนด์วอร์

“พันธมิตรรากหญ้า”
“ชัชชาติ” รู้ดีว่า การหาเสียงเลือกตั้งไม่ว่าการเมืองระดับชาติและท้องถิ่น หนีไม่พ้นเรื่องการสร้างเครือข่ายหัวคะแนน แต่ชัชชาติเน้นการจัดตั้งมวลชนในลักษณะจิตอาสา เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง


ระยะแรก ทีมงานเพื่อนชัชชาติจะเน้นกลยุทธ์แอร์วอร์ ไม่ใช้รถแห่หาเสียง ตอนหลัง ชัชชาติเริ่มตระหนักว่า เสียงดีอาจไม่มีคะแนน โพลดีอาจไม่มีคะแนน จึงหันมาเล่นกราวนด์วอร์ในหลายพื้นที่


กองหนุนในการลุยสมรภูมิกราวนด์วอร์ ประกอบด้วย ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป และสมพงษ์ พัดปุย ผู้แทนเครือข่ายพลเมืองเพื่อธรรมาภิบาล


ครูประทีปไม่ได้มีฐานเสียงอยู่แค่คลองเตย เพราะมูลนิธิดวงประทีป มีเครือข่ายอยู่ทั่วกรุงเทพฯ และมีทีมงานกระจายอยู่ตามชุมชนต่าง ๆ โดยคนเหล่านี้คือ จิตอาสาเข้ามาช่วยหาเสียงให้ชัชชาติ


ดร.โจหรือ พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯ กทม. พร้อมทีมงานมดงานได้เข้ามาเสริมทัพครูประทีป โดยเน้นพื้นที่ด้านฝั่งธนบุรี และกลุ่มมดงาน มีกองบัญชาการอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวสี่แยกเหม่งจ๋าย


นอกจากนี้ ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ยังเข้ามาช่วยชัชชาติในโซนกรุงเทพฯเหนือ เขตสายไหม คลองสามวา และมีนบุรี 


การที่ชัชชาติจับมือกับพิจิตต รัตตกุล และปวีณา หงสกุล ย่อมสะท้อนถึงการแสวงหาความร่วมกับทุกขั้วการเมือง มีความเป็นอิสระจริง ไม่ใช่การเล่นเกมฮั้วกับเพื่อไทย

มากกว่ากล้วย “สุชาติ” งัดวิชาป้อม สยบพรรคเล็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514480

10 พ.ค. 2565

มากกว่ากล้วย "สุชาติ" งัดวิชาป้อม สยบพรรคเล็ก

ใจถึงพึ่งได้ “สุชาติ” พกยี่ห้อพลังเฮ้ง ดูแลพรรคเล็กต่างจากธรรมนัส ไม่ใช่เกมกล้วยกล้วย คุมเสียงสวิงโหวต ต้านยันพลังแม่เหล็กจากดูไบ คอลัมน์.. ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

มากกว่ากล้วย “สุชาติ” พกยี่ห้อพลังเฮ้ง บุกที่มั่น ส.ส.เอ๋ พระบาท หัวหน้าพรรคเล็ก ซื้อใจกลุ่ม 16 เสี่ยพิเชษฐยังออกลูกแทงกั๊ก


เกมกล้วยกล้วย “สุชาติ” คนเมืองน้ำเค็ม ลีลาต่างจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่ใจใหญ่ไม่แพ้กัน สัจธรรมการเมืองไทย การดูแลพรรคเล็กยุ่งกว่าฤาษีเลี้ยงลิง 


นับแต่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ทิ้งพลังประชารัฐไปตั้งพรรคใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้มอบหมายเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น ดูแลพรรคเล็ก

เสี่ยเฮ้ง บุกถิ่น ส.ส.พีระวิทย์ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรีเสี่ยเฮ้ง บุกถิ่น ส.ส.พีระวิทย์ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี

ระหว่างเสี่ยโจ้ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เปิดการแสดงเขย่าขวัญ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วยการนัดเสี่ยพิเชษฐรับประทานอาหาร 2 ครั้ง แต่มีข้อน่าสังเกต ไม่มีหัวหน้าพรรคเล็กอย่างพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค และคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ไปร่วมวงด้วย


พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หรือฉายา ส.ส.เอ๋ พระบาท หัวหน้าพรรคไทรักธรรม ได้นัดหมายกับ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ให้เดินทางไปเยือน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ในวันที่ 9 พ.ค.2565 เพื่อแจกข้าวสารชาวบ้าน และร่วมงานวันเกิด ส.ส.เอ๋ ครบรอบ 44 ปี


พอถึงวันนัดหมาย สุชาติ ชมกลิ่น หอบกระเช้าดอกไม้ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้าอวยพรพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมกับคำอวยพรจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี


ภายในงานฉลองวันเกิด ส.ส.เอ๋ ที่บ้านพัก ริมถนนพหลโยธิน ตรงข้ามปากทางเข้าวัดถ้ำกระบอก อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี คลาคล่ำไปด้วยเพื่อน ส.ส. และชาวบ้านที่มาร่วมแสดงความยินดี


แกนนำกลุ่ม 16 ทั้ง พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย ก็พบปะพูดคุยกับเสี่ยเฮ้ง เหมือนจะเคลียร์ใจกันระดับหนึ่ง


ส.ส.เอ๋ เคยแถลงชัดว่า กลุ่ม 16 ไม่ต้องการล้มรัฐบาล แต่ต้องการต่อรองกับรัฐบาล ให้ฟังเสียงพวกเขาบ้าง โดยเฉพาะข้อเสนอเรื่องบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ หรือบำนาญ 3,000 บาท ซึ่งพรรคไทรักธรรม ต้องการเสียงสนับสนุน 
 

ดังนั้น ในงานวันเกิด ส.ส.เอ๋ ฝั่งแกนนำกลุ่ม 16 ต่างเห็นตรงกันว่า จะสนับสนุนรัฐบาลประยุทธ์ ไปจนถึงการยุบสภา ไม่มีแผนล้มรัฐบาลตามที่ฝ่ายค้านกล่าวอ้าง


สุชาติ ชมกลิ่น จึงให้สัมภาษณ์ว่า ในงานวันเกิดของ ส.ส.พีระวิทย์ ได้พูดคุยกับหัวหน้าพรรคเล็กว่า ถึงวันนี้ พวกเขาก็ยังยืนยันคำเดิม ต้องช่วยสนับสนุนนายกฯประยุทธ์ต่อไปเพราะไม่มีเรื่องทุจริต ไม่มีเรื่องอะไรที่ผิดจริยธรรมหรือที่จะทำให้ฝืนความรู้สึกประชาชน


“พรรคเล็กสวิงโหวต”
“สุชาติ” ยอมรับว่า การประสานงานกับพรรคเล็กเป็นเรื่องที่ต้องใช้ใจแลกใจ แต่ก็ไม่ง่ายเพราะมีหลายกลุ่มหลายก๊วน 


ที่หายหน้าหายตาไปเลยคือ สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ คนสนิทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม 16 และเข้าร่วมดินเนอร์กับนายกรัฐมนตรี เมื่อ 2 เดือนก่อน


ส่วนพิเชษฐ สถิรชวาล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย ได้จับมือกับ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติไทย และพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ตั้งกลุ่ม 16 โดยมี ดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย เข้าร่วมด้วย นอกจากนั้น มี ส.ส.อีก 3-4 คน จากพรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคชาติพัฒนา ที่แหกค่ายมาเป็นสมาชิกกลุ่ม 16 


ส่วนกรณี มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มี 6 เสียง ได้เข้ามาร่วมวงดินเนอร์กับฝ่ายค้านด้วย แต่ก็ไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่ม 16 


เดิมที มนูญ และพรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็อยู่ฝั่งพรรคเล็กหนุนลุงตู่ แต่ไม่ทราบด้วยเหตุผลกลใด จึงตามเสี่ยพิเชษฐไปทุกงาน รวมถึงดินเนอร์กับเสี่ยโจ้


“กลุ่มหนุนลุงตู่”
ขั้วพรรคเล็กที่หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกอบด้วย นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ซึ่งมีฝ่าย เสธ.ทำเนียบ ให้การสนับสนุนอยู่


ปรีดา บุญเพลิง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน อดีตผู้นำครูประชาบาล, ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย ลูกสาวเสี่ยติ่ง สัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ อดีต ส.ส.หลายสมัย,นันทนา สงฆ์ประชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาภิวัฒน์ น้องสาวของมณเฑียร สงฆ์ประชา ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ และบุญญาพร นาตะธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย 


พรรคพลังท้องถิ่นไท ที่มี ชัชวาลล์ คงอุดม เป็นหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรครวมพลัง ของอเนก เหล่าธรรมทัศน์ ก็มีจุดยืนชัดเจนหนุน พล.อ.ประยุทธ์


ด้วยเหตุนี้ สุชาติ ชมกลิ่น จึงมั่นใจว่า เสียงในสภาที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ มีเกิน 250 เสียงอยู่แล้ว โดย พล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ ก็มีการโทรพูดคุยกับพรรคเล็ก เพราะลุงป้อมเป็นคนใจดีอยู่แล้ว

บ้ง ‘ครูอาจารย์’ โดนบีบ ‘ปั่นยอด’ เพิ่มเด็กเข้าเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514248

10 พ.ค. 2565

บ้ง 'ครูอาจารย์' โดนบีบ 'ปั่นยอด' เพิ่มเด็กเข้าเรียน

บ้ง ‘ครูอาจารย์’ โดนบีบ ‘ปั่นยอด’ เพิ่มเด็กเข้าเรียน ตามจำนวนอาจารย์แต่ละคณะต้องใช้ทุกกลยุทธ์โน้มน้าวจิตใจผู้ปกครองและเด็ก เพื่อให้เข้าเรียนตามเป้า ใครทำไม่ได้ จะถูกกดดันทุกวิถีทาง จนต้องถอดใจลาออก

“ครูดิ่งตึกดับเครียดหนักถูกบังคับให้หานักเรียนใหม่ตามยอด” เกิดเรื่องราวใหญ่โตในสถานศึกษาแต่ผู้บริหารระดับกระทรวงศึกษาธิการเล่นบทนิ่งเฉย ต้นสังกัดก็บอกปัดไม่เกี่ยวกับ “ปั่นยอด” ดึงเด็กเข้าเรียน ใจร้ายไปมั๊ย 

การศึกษาไทยมาถึงจุดจริงหรือ มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อว่าจะมีอยู่จริง “ครูแจ่ม” ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว พบว่า “มีอยู่จริง” เป็นหน้าที่เพิ่มของ “ครู” ยุค2565 นอกจากเป็นทุกอย่างให้แล้วยังต้องทำหน้าที่ “การตลาด” ดึงเด็กเข้าเรียน ภาพเหล่านี้มีความชัดเจนในสถานศึกษาภาคเอกชนโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา ส่วนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ต่างได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเรียนฟรีจากรัฐตัวเลขผกผันตามจำนวนเด็ก

ขยับเข้าไปใกล้ข้อเท็จจริง เมื่อใกล้เปิดเทอมใหม่ ทั้ง “ครูอาจารย์” ต้องปั่นยอดดึงเด็กเข้าเรียนตามที่ได้รับมอบหมายจากฝ่ายบริหารระดับสูงของสถานศึกษา มีมานานแล้ว แต่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  

“ครูอาจารย์ ปั่นยอด ดึงเด็กเข้าเรียนเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยเอกชนไปแล้ว เดิมเป็นหน้าที่ของฝ่ายแนะแนว และฝ่ายทะเบียนนักศึกษา เดิมเป็นแบบนี้ จริงๆ แต่ 2-3 ปีมานี้หนักมากมหาวิทยาลัยเอกชน ส่วนมากบอกเลยเป็นนโยบายที่อาจารย์ต้องถึงเด็กมาเรียน สื่อประชาสัมพันธ์อาจารย์ต้องลงขันช่วยกันออกเงินเองมหาวิทยาลัยไม่มีงบให้ ” ครูอาจารย์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งระบุ

ลืมไปเลยภาพจำในอดีต “ครูอาจารย์” มีหน้าที่สอนหนังสือ ควบคู่ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้ตอบโจทย์สังคมโลกที่ปรับเปลี่ยนไป

“ครูอาจารย์” ยุคนี้ต้องเก่งการตลอด ออกโรดโชว์ตามโรงเรียน เพื่อพบปะพูดคุยแนะนำสถาบันอุดมศึกษา แต่ต้องฝ่าด่าน “ครูแนะแนว” ก่อน การโรดโชว์ถึงจะบรรลุเป้าหมาย เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เห็นภาพความสำเร็จในอนาคตหากมาเรียนที่นี่  ยิ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ต้องจัดอีเว้นท์ระดับมีซุปตาร์หรือบุคคลมีชื่อเสียงมาร่วมงาน เพื่อจูงใจเด็กมาร่วมกิจกรรม

ดูเหมือนว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้การศึกษาไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อความอยู่รอด มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของรัฐไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ต้องปรับตัวเพื่อดึงยอดเด็กไม่ให้ร่วงไปมากกว่าเดิมมากนัก

“ครูแจ่ม” สอบถามผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ออกตัวว่า เพื่อความอยู่รอด “ครูอาจาย์” ต้องร่วมด้วยช่วยกัน และใช้ทุกมาตรการจูงใจ ไม่ว่าจะเป็นการให้ทุนเรียนฟรีแต่มีน้อยเพื่อเป็นที่เชิดหน้าชูตาสถาบันการศึกษาเมื่อมีคนเก่งมาเรียน ที่เหลือเป็นนักเรียนที่ต้องเรียนกับสถาบัน 4 ปีเด็กกลุ่มนี้มีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)รองรับอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยมีรายได้จากส่วนนี้และเด็กที่มีเงินจ่ายค่าเทอมโดยไม่ต้องกู้กยศ.

ว่ากันว่า ค่าเทอมเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนระดับปริญญาตรีอยู่ระหว่าง  3.5 หมื่น- 5 หมื่นบาท เด็กเรียน 4 ปี หากจำนวนผู้เรียนมาก รายได้ก็มากตามไปด้วย ที่แย่หนักหลักสูตรที่ไม่มีเด็กเรียน หรือสมัครเรียนไม่ถึง 20 คน จะถูกยุบรวมกับหลักสูตรที่ใกล้เคียงกัน เคยเกิดกรณียุบหลักสูตรหลายสาขาจนถึงขั้นเกือบยุบคณะตามไปด้วย คณบดีคณะถูกกดดันหนักเมื่อไม่มีเด็กมาเรียน จำต้องถอดใจลาออก

เมื่อบทบาท “ครูอาจารย์” เปลี่ยนไปใช้การตลาดนำการศึกษา การปั่นยอดเพิ่มเด็กเข้าเรียนจึงเริ่มขึ้น จากคณะวิชาในมหาวิทยาลัยเอกชน ต้องดึงเด็กเข้าเรียนจำนวนเพิ่มตามสัดส่วนของจำนวนครูอาจารย์ในแต่ละคณะวิชา

กล่าวคือ คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 20 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้200คน /คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 30 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้ 300 คน /คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 40 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้400คน/คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 50 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้500คน/คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 60 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้ 600 คน (ดูแบนเนอร์ประกอบ)ฯลฯ

อินโฟกราฟิก บ้ง “ครูอาจารย์” โดนบีบ “ปั่นยอด” ดึงเด็กเข้าเรียน อินโฟกราฟิก บ้ง “ครูอาจารย์” โดนบีบ “ปั่นยอด” ดึงเด็กเข้าเรียน

มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งลงทุนสร้างตึกอาคารใหม่ ด้วยเงินจำนวนมหาศาลแต่ไม่มีเด็กมาเรียน เมื่อโลกหลังโควิด-19 กำลังจะกลายเป็น “โรคประจำถิ่น” นักเรียน นักศึกษา เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน หรือเรียนออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องมาที่มหาวิทยาลัย

สภาวะทางการเงินมหาวิทยาลัยเอกชนที่ลงทุนหนักอยู่ในภาวะหนี้ท่วม จะพึ่งพารัฐก็ไม่ได้ ทางออกที่เป็นไปได้จึงตกหนักที่ “ครูอาจารย์” ต้องหาทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มเด็กเข้ามาเรียนให้ได้มากที่สุด

ปรากฏการณ์ “ครูอาจารย์” ปั่นยอดดึงเด็กเข้าเรียนในมุมมอง ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน นักการศึกษา ระบุว่า การศึกษาไทยน่าเป็นห่วงมาก รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงการคลัง ต้องร่วมกันหาทางออก ไม่ใช่ปล่อยให้สถานศึกษา ทั้ง โรงเรียน  วิทยาลัย มหาวิทยาลัยหาทางออกเพื่อความอยู่รอดด้วยวิธีการแบบนี้ ยิ่งใกล้เปิดเทอมแรงกดดันที่ครูอาจารย์ได้รับจะเป็นอย่างไร อย่าคิดแต่เรื่องเปิดเทอมต้องเรียนออนไซต์ นักเรียน นักศึกษา ต้องรับวัคซีน คิดแค่นั้นไม่ได้ ต้องลงไปดูรากเหง้าของปัญหาการศึกษาไทย

“ทำไมครูอาจารย์ต้องปั่นยอดดึงเด็กเข้าเรียน ไม่ต่างจากแบงค์ บริษัทประกัน การศึกษาไทยมาถึงจุดต่ำสุดแบบนี้ได้อย่างไร กระทรวงศึกษาฯ กระทรวงอุดมฯ ทำอะไรกันอยู่ กระทรวงการคลังปล่อยให้กู้กยศ.ให้เด็กทุกคนได้จริงหรือ ทำไมไม่ครอบคลุมค่าครองชีพ ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ มีค่าเทอมอย่างเดียวในโลกความจริงเด็กเรียนได้จริงหรือ” ศ.ดร.กนก ตั้งข้อสังเกต

การศึกษาไทยมาถึงจุดต่ำสุดนี้ได้อย่างไร ใครควรรับผิดชอบ?

ส่องเด็กดูไบ “ยุทธพงศ์” เชื่อมธรรมนัส มิตรในศัตรู

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514436

10 พ.ค. 2565

ส่องเด็กดูไบ "ยุทธพงศ์" เชื่อมธรรมนัส มิตรในศัตรู

ลีลาจอมแฉ “ยุทธพงศ์” ไม่ธรรมดา ชวน ร.อ.ธรรมนัส มาดินเนอร์ล้มประยุทธ์ พลิกปูมหลัง ทั้งคู่คือ คนสนิทเจ๊แดง เสี่ยโจ้จึงต่อสายตรงถึงดูไบ ให้พิเชษฐ สถิรชวาล ได้คุยกับทักษิณ-ยิ่งลักษณ์

ส่องเด็กดูไบ “ยุทธพงศ์” เปิดปฏิบัติการชวน ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มาดินเนอร์ล้มประยุทธ์ เบื้องหลังทั้งคู่คือ คนสนิทเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ 


ลีลาจอมแฉ “ยุทธพงศ์” ไม่ธรรมดา ต่อสายตรงถึงดูไบให้พิเชษฐคุยกับทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เขียนสคริปต์ปั่นกระแสป่วนรัฐบาล ดึงผู้กองเมืองพะเยามาเข้าฉากละครเรื่องตามล่า 30 เสียง


สืบเนื่องจาก ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม แถลงนัด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา และเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย รับประทานอาหารร่วมกันในวันที่ 23 พ.ค.2565 ซึ่งธรรมนัสเองก็ตอบรับกับเสี่ยโจ้ไปเรียบร้อยแล้ว

เช้าวันที่ 10 พ.ค.2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล นักข่าวสอบถามเรื่อง ร.อ.ธรรมนัส จะไปดินเนอร์กับฝ่ายค้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตอบว่า “เขาไม่ไปหรอก ผมได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัสแล้ว ให้ทำงานเพื่อประชาชนดีกว่า”


ค่ำวันที่ 9 พ.ค.2565 สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ นำกระเช้าดอกไม้ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้าอวยพรวันเกิดครบรอบ 44 ปี ของพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม 


ในงานวันเกิดคืนนั้น พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวบนเวทีว่า พรรคเล็กที่ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ยังอยู่ร่วมกับรัฐบาลจนครบเทอม ไม่ล่มสลายและไม่มีกระบวนการล้มรัฐบาล 


จับสัญญาณจาก พล.อ.ประวิตร และพิเชษฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 ก็เหมือนว่า เสี่ยโจ้-ยุทธพงศ์ จรัสเสถียรรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะถูกลอยแพจาก ร.อ.ธรรมนัส และพรรคเล็ก


จะว่าไปแล้ว การเมืองในปีสุดท้ายของสภาฯชุดนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เผ่าพันธุ์นักเลือกตั้ง ต้องขยับขับเคลื่อนเป็นธรรมชาติ เพราะหลังจากมีการประกาศยุบ ก็จะเกิดปรากฏการณ์ป่าช้าแตกในทุกครั้ง


“ละครการเมือง”
จังหวะก้าวของ “ยุทธพงศ์” ในบทบาทจอมแฉ และการเปิดดีลล้มรัฐบาลประยุทธ์ โดยการยืมมือพรรคร่วมรัฐบาล 30 เสียง ก็เป็นกลยุทธ์เฉพาะหน้าเหมือนที่เสี่ยโจ้บอกว่า “วันนี้ขอล้ม พล.อ.ประยุทธ์ ให้ได้ก่อน ประเด็นอื่น ๆ ค่อยว่ากันทีหลัง”


เป้าหมายของยุทธพงศ์คือ ต้องนัดรับประทานอาหารกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ให้ได้ ดังจะเห็นได้จากคำแถลงหลังชนแก้วไวน์กับ พิเชษฐ สถิรชวาล เมื่อ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา เสี่ยโจ้พูดชัดว่า จะนัดดินเนอร์กับฝั่งรัฐบาลเป็นระยะๆรวมถึง ร.อ.ธรรมนัส

จริง ๆ แล้ว เสี่ยโจ้-ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็เคยอยู่ใต้ร่มไม้ชายคาเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ทั้งคู่ต่างได้รับโอกาสจากเจ๊แดง ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์


แม้ปี 2542 ร.อ.ธรรมนัส จะเริ่มงานกับพรรคไทยรักไทย เป็นทีมงานดูแลความปลอดภัยนายกฯทักษิณ ชินวัตร แต่ลงเล่นการเมืองครั้งแรก ด้วยการลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งปี 2557 
 

เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส เป็นคนพะเยา จึงเข้ามาอยู่ในสังกัดของเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และได้รับบรรจุเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับต้น ๆ การันตีเป็น ส.ส. แต่โชคร้าย เลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะ


เลือกตั้งปี 2562 ร.อ.ธรรมนัส มีความจำเป็นต้องอพยพมาอาศัยใบบุญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และเป็นแกนนำภาคเหนือของพลังประชารัฐ ซึ่งสร้างผลงานโดดเด่นมากในพื้น จ.พะเยา


มีหรือเจ๊แดง จะไม่ต่อสายหาธรรมนัส เพราะหากเพื่อไทยต้องการแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน ก็ต้องล้มธรรมนัสที่เมืองพะเยาให้ได้ แต่ถึงชั่วโมงนี้ เพื่อไทยยังหาคนที่มาต่อกรกับธรรมนัสได้


“พลิกปูมเด็กเจ๊แดง”
“ยุทธพงศ์” ทายาทกำนันตง เจ้าของโรงสีข้าวแหลมทอง ทุ่งกุลาร้องไห้ อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม ลงสมัคร ส.ส.ครั้งในสีเสื้อพรรคประชาธิปัตย์ และได้เป็น ส.ส.มหาสารคาม ปี 2544

 ลึก ๆ แล้ว กำนันตงสนิทสนมกับทักษิณ ชินวัตร สมัยที่พรรคไทยรักไทยก่อตั้งใหม่ ๆ กำนันตงเคยขับรถให้ทักษิณนั่งตอนที่เดินทางมาเปิดตัวที่มหาสารคาม แต่เสี่ยโจ้ชอบ ปชป. จึงเลือกสวมเสื้อสีฟ้าลงสนาม


เสี่ยโจ้ในสีเสื้อ ปชป. สอบตก 2 หนติดต่อกันคือ ปี 2548 และ 2550 จึงได้ข้อสรุปว่า ปชป.ขายยากแล้วในพื้นที่ภาคอีสาน จึงได้ลาออกจากพรรค ปชป. และเข้าร่วมงานการเมืองกับพรรคเพื่อไทย เมื่อต้นปี 2552


หลังเลือกตั้งปี 2554 เสี่ยโจ้ ส.ส.สมัยแรกในสีเสื้อเพื่อไทย ได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สร้างความไม่พอใจให้แก่ ส.ส.เพื่อไทย สายอีสานจำนวนมาก 


สาเหตุที่เสี่ยโจ้ ยุทธพงศ์ เบียดเข้าป้าย คว้าตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ไปเชยชมนั้น เพราะเสี่ยโจ้ช่วยงานโครงการรับจำนำข้าว จนเข้าตาเจ๊แดง เลยได้ปูนบำเหน็จเป็นเสนาบดี


สรุปว่า ทั้งเสี่ยโจ้ และผู้กองมนัส ต่างก็เป็นเด็กในสังกัดเจ๊แดง จึงไม่น่าแปลกใจที่เสี่ยโจ้ จะโชว์พาวต่อสายหาทักษิณและยิ่งลักษณ์ ให้พิเชษฐได้ทักถามความเป็นอยู่ ในคืนที่นัดดวลไวน์กันที่ร้านเดอะคอร์เนอร์

เด็กแม้วนัด “ธรรมนัส” ผนึกกลุ่ม 16 ดินเนอร์ล้มตู่ชูป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514349

09 พ.ค. 2565

เด็กแม้วนัด "ธรรมนัส" ผนึกกลุ่ม 16 ดินเนอร์ล้มตู่ชูป้อม

เด็กแม้วนัด “ธรรมนัส” ดินเนอร์การเมือง พ่วง ส.ส.กลุ่ม 16 โหมโรงยุทธการล้มประยุทธ์ ภาค 2 ส่วนพล.อ.วิชญ์ เล่นเกมสองหน้าหนุนบิ๊กตู่เอาใจบิ๊กป้อม คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย..ขุนน้ำหมึก

เด็กแม้วนัด “ธรรมนัส” ดินเนอร์การเมือง พ่วง ส.ส.กลุ่ม 16 โหมโรงยุทธการล้มประยุทธ์ ภาค 2  ส่วนพล.อ.วิชญ์ เล่นเกมสองหน้าหนุนบิ๊กตู่เอาใจบิ๊กป้อม 


เด็กแม้วนัด “ธรรมนัส” ดินเนอร์การเมือง พ่วง ส.ส.กลุ่ม 16 และพรรคเศรษฐกิจใหม่ โหมโรงยุทธการล้มประยุทธ์ ภาค 2  


เดินเกมสองหน้า “ธรรมนัส” เล่นคนละบทกับ พล.อ.วิชญ์ คนสนิทบิ๊กป้อม คนหนึ่งเปิดเกมรุกไล่ แต่อีกคนหนึ่งยังเล่นบทหนุนบิ๊กตู่เอาใจบิ๊กป้อม


วันที่ 9 พ.ค.2565 ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เขย่ารัฐบาลประยุทธ์ ด้วยการเชิญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ,พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 และมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ รับประทานอาหารร่วมกัน ในวันที่ 23 พ.ค.2565 ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัส ตอบรับเรียบร้อยแล้ว

ร.อ.ธรรมนัส ตอบรับดินเนอร์กับพรรคเพื่อไทยร.อ.ธรรมนัส ตอบรับดินเนอร์กับพรรคเพื่อไทย

วันเดียวกัน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ร.อ.ธรรมนัส นัดรับประทานอาหารร่วมกันกับรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า เป็นเรื่องส่วนตัว อย่าไปคิดอะไรเลย ธรรมดา “ไม่มีอะไรสับสน ไปคิดกันเอง เป็นเรื่องธรรมดา ใครก็ไปกินข้าวกับฝ่ายค้านได้ เพราะว่าเป็นเพื่อนกันทุกคน”


เมื่อถูกถามเรื่องแผนล้มรัฐบาล พล.อ.วิชญ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ของเขา และพรรคเศรษฐกิจไทยไม่ได้เกี่ยวข้อง 


พล.อ.วิชญ์ บอกนักข่าวว่า พรรคเศรษฐกิจไทยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ส่วนการเคลื่อนไหวของสมาชิกบางคน เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่มติพรรค


ทั้ง พล.อ.วิชญ์ และ ร.อ.ธรรมนัส ล้วนเป็นคนสนิท พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่ทั้งคู่ก็มีท่าทีต่อ พล.อ.ประยุทธ์แตกต่างกัน 


เป็นที่น่าสังเกตว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยเปิดเกมรุกไล่ พล.อ.ประยุทธ์ อย่างหนัก โดยเฉพาะการ ร.อ.ธรรมนัส และเพื่อนพ้องมาเป็นพันธมิตรเฉพาะกิจล้มรัฐบาล ทำให้ข้อสงสัยของบางฝ่ายที่ว่า มีดีลลับล้มประยุทธ์ ระหว่างคนแดนไกลกับคนพะเยา เป็นเรื่องจริง


“เกมสองหน้า”
เมื่อเร็วๆนี้ “ธรรมนัส” เคยเปิดประเด็นนายกฯคนนอก หาก พล.อ.ประยุทธ์ เกิดอุบัติเหตุการเมืองกรณี 8 ปี โดยเสนอให้ใช้ มาตรา 272 วรรค 2 ว่าด้วยนายกฯคนนอก (นอกบัญชีพรรคการเมือง) 


ส่วน พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ก็สนับสนุนแนวคิด ร.อ.ธรรมนัส เรื่องนายกฯคนนอก หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง 


“ผมไม่ได้มองใคร ผมมองแค่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพราะท่านมีความเหมาะสม ที่สามารถจะช่วยประเทศได้ในเวลานี้” พล.อ.วิชญ์ กล่าว

ดังที่รู้กัน พล.อ.ประวิตร ไม่ได้เป็นนายกฯในบัญชีพรรคการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ หากจะขึ้นมาเป็นนายกฯ ต้องขอเสียงในสภาผู้แทนราษฎร และในรัฐสภา ขอปลดล็อกให้สามารถเลือกนายกฯนอกบัญชีพรรคการเมืองได้


วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า การใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อหานายกฯนอกบัญชีพรรคการเมือง ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เสียงข้างมากทั้งสองสภาฯ 


นักสังเกตการณ์ทางการเมืองมองว่า ลำพังเพียงเสียง ส.ส.ฝ่ายค้าน ร่วมกับพรรคเศรษฐกิจไทย และพรรคเล็กไม่เพียงพอที่จะดันนายกฯคนนอก ต้องอาศัยเสียง ส.ว.จำนวนมาก โอกาสที่จะเปลี่ยนตัวเป็น พล.อ.ประวิตร จึงเป็นเรื่องยาก


เมื่อเกมนายกฯคนนอกเป็นไปไม่ได้ ร.อ.ธรรมนัส จึงเปิดเกมเขย่า พล.อ.ประยุทธ์ โดยให้กลุ่ม 16 นำร่องไปร่วมดินเนอร์กับแกนนำพรรคเพื่อไทย วางแผนโหวตล้มประยุทธ์กลางสภาฯ 


“แนวร่วมผู้กอง”
ใครก็ทราบว่า พิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ หัวหน้ากลุ่ม 16 นั้นเป็นสายตรง “ธรรมนัส” มาแต่สมัยรวบรวมพรรคเล็กมาหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี


ปลายปี 2564 พิเชษฐ ตัดสินใจยุบพรรคประชาธรรมไทย และสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐตามคำเชิญของ ร.อ.ธรรมนัส เนื่องจากเลือกตั้งครั้งใหม่ จะใช้กติกาบัตร 2 ใบ พรรคเล็กอยู่ลำบาก


เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส แยกตัวออกไปตั้งพรรคเศรษฐกิจไทย พิเชษฐจึงจับมือ คฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล หัวหน้าพรรคเพื่อชาติไทย, พีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรม และดำรงค์ พิเดช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย จัดตั้งกลุ่ม 16 ขึ้นมา


จริง ๆ แล้ว พิเชษฐ ,คฑาเทพ,พีระวิทย์ และดำรงต่างก็เป็นคนใกล้ชิด ร.อ.ธรรมนัส เพียงแยกร่างกันเคลื่อนไหวระหว่างพรรคเศรษฐกิจไทย กับกลุ่ม 16


เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2565    พิเชษฐได้รับประทานอาหารกับประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม โดยยุทธพงศ์เป็นคนต่อสายถึงทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ ให้ได้พูดคุยกับพิเชษฐ ในฐานะเจ้านายเก่ากับลูกน้อง 


“ผมไม่ต้องการให้มารับรู้ หรือเกี่ยวข้องเพราะอาจมองว่าครอบงำ  ซึ่งวันนั้นนั่งกินข้าวหลายคน รวมถึงเลขาธิการพรรคเพื่อไทยได้ ซึ่งอดีตนายกฯ นั่งทานข้าวที่ประเทศดูไบ ซึ่งผมมองว่าคนที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชาคุยกันได้ ไม่ใช่ศัตรูอะไรกัน  และไม่ได้ทำความเสียหายกับผม” พิเชษฐ กล่าว


นับวันบทบาทของพิเชษฐ และกลุ่ม 16 จะเดินคู่ขนานไปกับ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งดำรงค์ พิเดช ยืนยันว่า มี ส.ส.พรรคเล็กเป็นสมาชิก 18 คน มีทั้งมาจากพรรค 1 เสียง ,พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พรรคพลังท้องถิ่น และพรรคชาติพัฒนา


เมื่อรวมเสียงพรรคเศรษฐกิจไทย กับกลุ่ม 16 ก็ใกล้เกือบ 30 เสียง ตามที่พรรคเพื่อไทย ต้องการเสียงสนับสนุนพลิกขั้วโหวตคว่ำ พล.อ.ประยุทธ์ กลางสภาฯ

ซ่อนกลสามก๊ก “สุชาติ” ผงาด บ้านใหญ่ซุ่มปั้นพลังชล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514312

09 พ.ค. 2565

ซ่อนกลสามก๊ก "สุชาติ" ผงาด บ้านใหญ่ซุ่มปั้นพลังชล

ลุงตู่เหยียบเมืองชลไร้เงาบ้านใหญ่ “สุชาติ” โชว์บารมี กลุ่มยังเติร์กเมืองชล วิ่งประสาน 2 ขั้ว จับตาพรรคพลังชลครบรอบ 11 ปี เดินหน้าสู่เลือกตั้งสมัยหน้า คอลัมน์…ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

ชลบุรีฟ้าเปลี่ยนสี “สุชาติ” จัดทีมผู้สมัคร ส.ส.ครบ 10 เขต หากสนธยา คุณปลื้ม ทิ้งพลังประชารัฐ ก็พร้อมรบทุกเขต รอผลเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา จะชี้อนาคตบ้านใหญ่แสนสุข จะไปทางไหน


สามก๊กยังกั๊ก “สุชาติ” โชว์บารมี สรวุฒิ เนื่องจำนงค์  กลุ่มยังเติร์กเมืองชล วิ่งประสานทั้งพลังบ้านใหญ่ และพลังเฮ้ง จับตาพรรคพลังชล ครบรอบ 11 ปียังเดินหน้าต่อ 


เช้าวันที่ 9 พ.ค.2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ไปเยี่ยมชมคูโบต้าฟาร์ม ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย 
 

ที่ขาดไม่ได้คือ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะเจ้าบ้าน พร้อมขน ส.ส.พลังประชารัฐ สายภาคตะวันออก มาต้อนรับบิ๊กตู่คึกคัก


อย่าได้แปลกใจที่ไม่เห็นตัวแทนกลุ่มบ้านใหญ่แสนสุขมาต้อนรับคณะบิ๊กตู่ เพราะงานนี้เจ้าภาพคือ เสี่ยเฮ้ง และพื้นที่เขต 4 ชลบุรี ไม่ใช่โควต้าของบ้านใหญ่

ผู้กองเบิร์ด และ ส.ส.ต้น 2 ส.ส.ชลบุรี กลุ่มยังเติร์กเมืองชลผู้กองเบิร์ด และ ส.ส.ต้น 2 ส.ส.ชลบุรี กลุ่มยังเติร์กเมืองชล


สำหรับ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เป็นที่มั่นของ ส.ส.ต้น หรือสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี เขต 4 ซึ่งสังกัดกลุ่มสามมิตร โดยมีผู้กองเบิร์ด- ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี เขต 2 เป็นพันธมิตรในนามกลุ่มยังเติร์กชลบุรี


กลุ่ม ส.ส.ต้นและผู้กองเบิร์ด จะทำตัวเป็นคนกลาง ระหว่างขั้วสนธยา กับขั้วสุชาติ ไม่เข้าไปร่วมวงขัดแย้งด้วย โดยมี ส.ส.นิ่ม-สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นที่ปรึกษากลุ่มนี้


ดังที่ทราบกัน พลังประชารัฐเมืองชล แบ่งออกเป็น 3 ก๊กคือ ก๊กมังกรเฮ้ง (ส.ส. 2 คน) ,ก๊กยังเติร์กเมืองชล (ส.ส. 2 คน) และก๊กบ้านใหญ่แสนสุข (ไม่มี ส.ส.)


ส่วน สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นผู้ใหญ่ที่ทุกซุ้มให้ความเคารพนับถือ เพราะเป็นหนึ่งในผู้ก่อการพรรคพลังชล


สะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส.ชลบุรี เขต 8 ลูกชาย พล.ร.ท.จำรัส เผือกประพันธุ์ ตอนนี้ไปสังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย เนื่องจากสะถิระเคารพนับถือ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อ

“ขั้วพลังใหม่”
หลังสงกรานต์ที่ผ่านมา “สุชาติ” ในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่ ทั้งชลบุรี ,ฉะเชิงเทรา,จันทบุรี และตราด แสดงศักยภาพแม่ทัพบูรพาของลุงป้อมเต็มที่


เฉพาะสนามชลบุรี สุชาติได้เตรียมวางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไว้ครบทั้ง 10 เขตเลือกตั้ง ซึ่งเพิ่มจาก 8 เขตเป็น 10 เขตตามกติกาใหม่ โดยในส่วนตัว เสี่ยเฮ้งยืนยันว่า จะลงสมัคร ส.ส.ชลบุรี เขต  1 ซึ่งเป็นพื้นที่เดิม ไม่หลบไปลง ส.ส.บัญชีรายชื่ออย่างแน่นอน

เบื้องต้นในการวางตัวผู้สมัคร ส.ส. ประกอบด้วย เขต 1 สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี, เขต 2 จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี,เขต 3 สุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ เขต 4 ,รณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี และเขต 5 สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี


ส่วนอีก 5 เขตที่เหลือ ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มบ้านใหญ่ จะยังอยู่พรรคพลังประชารัฐหรือไม่ หากอยู่ก็มอบให้สนธยา คุณปลื้ม จัดการเรื่องผู้สมัคร ส.ส. แต่เสี่ยเฮ้งได้จัดเตรียมตัวบุคคลที่จะลงสมัครไว้แล้ว ยกเว้นเขตเดิมของอิทธิพล คุณปลื้ม 


กรณีของ สจ.ตี๋-สุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ ส.อบจ.ชลบุรี คนสนิทของสุชาติ ถูกวางตัวให้ลงสมัครเขต 3 (อ.พานทอง และบางส่วนของ อ.เมืองชลบุรี) ซึ่งเป็นเขตใหม่ ไม่กระทบพื้นที่ของ ส.ส.คนอื่น


“ขั้วพลังบ้านใหญ่”
แม้จะมีการหย่าศึกระหว่าง “สุชาติ” กับสนธยา คุณปลื้ม อดีตนายกเมืองพัทยา แต่สถานการณ์การเมืองภายในเมืองชล ก็ยังอึมครึม เหมือนรอเวลาความขัดแย้งปะทุอีกครั้ง


ช่วงปลายเดือน เม.ย.2565 มีกระแสข่าวแรงมากว่า ตระกูลคุณปลื้ม จะหวนคืนพรรคชาติไทยพัฒนา หลังตกเป็นข่าวขัดแย้งกับกลุ่มสุชาติ แต่ข่าวนี้ก็เงียบลง เมื่อคนบ้านใหญ่ออกมาปฏิเสธข่าว


วันที่ 5 พ.ค.2565 อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสกลุ่มบ้านใหญ่ชลบุรีจะย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ไม่มี ทุกคนทำงานในพื้นที่อย่างขยันขันแข็ง รวมทั้งกระแสจะย้ายไปพรรคใหม่ หรือพรรคอื่น ๆ ก็เป็นเพียงกระแส ตอนนี้ยังไม่เป็นความจริง


วันที่ 4 พ.ค.2565 ที่ทำการพรรคพลังชล ต.แสนสุข อ. เมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เชาวน์ มณีวงษ์ หัวหน้าพรรคพลังชล ได้จัดพิธีสักการะไหว้พระพุทธมหานวนาคปฏิมากร และศาลตายาย ภายในที่ทำการพรรคฯ เนื่องในโอกาสครบรอบการก่อตั้งพรรค 11 ปี 


ที่น่าสนใจ ในวาระครบรอบ 11 พลังชล ปรากฏว่า สนธยา คุณปลื้ม ,วิทยา คุณปลื้ม นายก อบจ.ชลบุรี พร้อม ส.อบจ.ชลบุรี กลุ่มเรารักชลบุรี รวมถึง สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และ พันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ มาร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน


นัยว่า การเลือกตั้งสมัยหน้า พรรคพลังชลจำเป็นต้องส่งผู้สมัคร ส.ส.ตามกฎกติกาของ กกต. หากไม่ส่งผู้สมัคร ส.ส. อาจถูกยุบพรรค


อย่างไรก็ตาม ศึกเลือกตั้งเมืองพัทยาหนนี้ ปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา กลุ่มเรารักพัทยา กำลังเจอกลยุทธ์ปั่นกระแสเบื่อบ้านใหญ่ ทำให้คู่แข่งทั้ง กิตติศักดิ์ นิลวัฒนโฒชัย คณะก้าวหน้า และสินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร กลุ่มพัทยาร่วมใจ โดดเด่นขึ้นมาในช่วงโค้งสุดท้าย


ดังนั้น ผลเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา จะกำหนดอนาคตของตระกูลคุณปลื้ม หากเสี่ยเบียร์ชนะ คาดว่า บ้านใหญ่ไม่ยอมตกเบี้ยล่างเสี่ยเฮ้งแน่ แต่ถ้ากลุ่มเรารักพัทยาพ่าย ก็คงได้เห็นความเคลื่อนไหวของพลังชลมากขึ้น

กอบกู้ศักดิ์ศรีตำรวจไทย เอาผิด “นักปั่นกระแส”สาดโคลน”องค์กรตำรวจ”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514273

หนึ่งตะวัน พันดาว

09 พ.ค. 2565

กอบกู้ศักดิ์ศรีตำรวจไทย เอาผิด "นักปั่นกระแส"สาดโคลน"องค์กรตำรวจ"

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม”คนในเครื่องแบบ

อดีต..บันทึกจดจำ หลายครั้ง-หลายครา หลายหลากเรื่องราว หลากหลายคดีความ “กระบวนการยุติธรรม” ติดชนัก  “บางเรื่องบางราว”ติดร่างแหมัวหมอง แค่..ต้นทาง บางเรื่องบางราว กลางทาง ติดชนัก ไปด้วย หนีไม่พ้น..รอยด่างความมัวหมอง บางเรื่องราว..กระบวนการยุติธรรม  ล้มเหลวทั้งระบบ..OO

สังคม..ต่างวิพากษ์วิจารณ์สาดเสียเท“คุกไว้ขังคนจน” คนรวยรอด  “บางเรื่องราว” บทสรุปผลสอบยังคาราซัง กลายเป็น..ข่าวครึกโครมข้ามโลก  สังคมต่างจับจ้อง..บทสรุป “ผู้เกี่ยวข้อง”ต้องมลทิน จะลงเอยอย่างไร จะรอดพ้นมลทิน หรือ..รับกรรม ผลแห่งการกระทำ..OO

ถามว่า..“กระบวนการยุติธรรม” ในยุค“ข่าวสารไร้พรมแดน” โลกโซเชียลจับจ้อง  “บรรดานักเลงคีย์บอร์ด” จับตาความเคลื่อนไหวเรื่องราวเหตุการณ์คดีความ ไม่ชอบมาพากลทุกมติ ใครจะหาญกล้าเอาข้างขาหนึ่ง “เสี่ยงคุก-เสี่ยงตะราง” บิดเบือนเรื่องราวคดีความ จากดำเป็นขาว จากผิดเป็นถูก จากหนักกลายเป็นเบา..ในยุคนี้ อย่ามองแค่.ดีต..OO

ประดุจดั่ง..คดีมรณกรรม “แตงโม-นิดา”ภัทรธิดา พัชระวีระพงษ์ ดาราสาวชื่อดัง พลัดตกเรือสปีดโบ๊ต กลางลำน้ำเจ้าพระยาเสียชีวิต   บรรดา “นักเลงคีย์บอร์ด”สวมบทบาท “ซีเอสไอไซเบอร์”ตรวจสอบค้นหาความจริงรายละเอียด ใครจะหาญกล้าเสี่ยงฯ บิดเบือนคดีความ.. “เสี่ยงคุก-เสี่ยงตะราง” ถือเป็นเรื่องดี ร่วมด้วยช่วยกัน ทำความจริงให้กระจ่าง…OO

แต่..ในทางกลับกัน..“บางกลุ่ม”กลับสร้างความสับสันในสังคม อะไร..คือ..เรื่องเท็จ อะไร..คือ..เรื่องจริง กันแน่ บรรดา “พวกหิวแสง”สารพัดอาชีพทำตัวเป็นผู้อวดรู้ ฉวยจังหวะโอกาส “โหนกระแส”..หวัง“แสงแห่งความตาย”สร้างเรตติ้ง สมัครพรรคพวกตัวเอง บางราย..หวังผลอะไรบางอย่าง บางราย..ประสงค์ร้ายปั่นกระแสสางแค้น ..ปูด.. “เรื่องนั้น..เรื่องนี้”..โพทนาป่าวประกาศ โน้มน้าวชวนเชื่อ “ฆาตกรรมอำพราง” ไม่ใช่.. “อุบัติเหตุ”ตามคำกล่าวอ้าง “ผู้คนในสังคมบางกลุ่ม”หลงเชื่อติดกับ “ซานตาน” ใน..คราบนักบุญ..เพียงเพราะ..เห็นภาพด้านเดียว..OO

เหรียญมี 2 ด้าน..ฉันใด..ก้อ..ฉันนั้น มนุษย์ปถุชน ก้อมี 2 ด้าน เฉกเช่นเดียวกัน “ด้านมืด-ด้านสว่าง” บางคน ฉากหน้า“คนดีแสนดี” แต่ฉากหลัง“ชั่วช้าสามานย์” ในคราบ “นักบุญ-คนบาป” อยู่ในร่างเดียวกัน อย่าตัดสินใคร เพียงเพราะ..ฟังคนอื่น จงมองคนให้ขาด อ่านคนให้ออก อย่ามองเพียงเปลือกนอก เพราะ..สิ่งที่เห็น..ไม่ใช่ความจริง เสมอไปนี่คือ“ปุจฉา-วิสัชชนา” ความจริง..ในโลกใบนี้..OO

ไม่ยี่หรา พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.จาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ไม่หวั่นโดนร้องทุกข์กล่าวหา“บิดเบือนคดี”มรณกรรม “แตงโม-นิดา” ทำตามข้อเท็จจริงพยานหลักฐาน..OO

เบื้องหน้า..เบื้องหลัง ข้อเท็จจริง  “ชุดคลี่คลาย บช.ภ.1” ยืนยัน คดีมรณกรรม “แตงโม-นิดา” พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานทีมีอย่างเต็มที่ ด้วยความสุจริตและเป็นธรรม  ไม่เอนเองไปตามกระแสของข้อมูลข่าวสาร ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ เมื่อสุจริตก็ไม่มีอะไรจะต้องกังวลใจในการทำคดี ..OO

แถม..คดีที่อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน และยังไม่มีการฟ้องขึ้นสู่ศาล การให้ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ต้องเป็นไปตาม“หลักกฎหมาย”และระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง ไม่นำความลับในสำนวนมาเปิดเผยส่งผลต่อรูปคดี ทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมไป..OO

สุดท้าย ..กรณีสังคม“วิพากษ์วิจารณ์” หรือให้ความสนใจเป็นเรื่องที่ดี ถือเป็นการมีส่วนร่วมของภาคสังคมต่อ“กระบวนการยุติธรรม” เป็นสังคมที่อุดมด้วยปัญญาทำให้การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องถูกต้อง ตรงไปตรงมาตามกฎหมาย แต่ต้องอยู่ภายในขอบเขตของกฎหมาย ไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย หรือเสื่อมค่า โดยไม่มีข้อเท็จจริงหรือเป็นเท็จ..OO

ด้วยเหตุนี้  เมื่อมีการแสดงความเห็น หรือนำข้อมูลอันเป็นเท็จ มาเผยแพร่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย ผู้ที่ได้รับความเสียหายย่อมสามารถรักษาสิทธิ์ของตัวเอง ฟ้องร้องดำเนินคดีได้ กรณีที่ “เจ้าหน้าที่ตำรวจ”และ “องค์กรตำรวจ”เสียหาย ก็จำเป็นจะต้องใช้สิทธินี้เพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรี รักษาสิทธิตามกฎหมาย ทุกกรณี ..นี่คือ..ที่มาที่ไป ข้อเท็จจริง “ความถูกต้อง-ชอบธรรม”..OO

ปรับกระบวนทัพ..“ชุดคลี่คลายคดี”มรณกรรม “แตงโม-นิดา” หลัง..อัยการจังหวัดนนทบุรี สั่งสอบเพิ่มเพื่อรัดกุม 20 ประเด็น ไม่รอช้า ระดมพนักงานสอบสวนแบ่งประเด็นสอบสวนในแต่ละประเด็น หลักๆ รายละเอียดปลีกย่อยวัตถุพยาน ประเด็นสงสัยของผู้คนในสังคม ให้แจ่มแจ้งแดงแจ๋ลบข้อครหา “นักปั่นกระแส”กล่าวหาคลายข้อเคลือบแคลงสังคม..OO

แถม…เดินหน้ากอบกู้ศักดิ์ศรี “องค์กร-หน่วยงาน” แจ้งความกล่าวโทษ “นักปั่นกระแส”บิดเบือนใส่ไคล้ความเท็จ พาดพิงคณะทำงานชุดคลี่คลายคดี ทำให้สังคมและประชาชนเกิดความสับสน จนเกิดความเสียหาย ทั้งต่อตัวบุคคลและองค์กร เสียงเล่า-เสียงเล่า..งานนี้..คดีความยาวเป็นหางว่าว..นี่แค่“หนังตัวอย่าง” เริ่มต้น..“พวกหิวแสง” ปั้นเรื่องเท็จ อีกหลายพระหน่อ เตรียมรับผลแห่งกระทำ “โกหก มดเท็จ”..OO


ไม่สนใจ..“เสียงนก-เสียงกา” สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยุค พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข แม่ทัพใหญ่สีกากี บัญชาการ “แม่ทัพ-นายกอง-ผู้บัญชาการ-ผู้การจังหวัด” จัดระเบียบสังคม ปัดกวาดขยะใต้พรม ดูแลทุกข์สุข “ชาวบ้าน-ร้านตลาด” ขจัดทุกข์ภัย “ชาวบ้าน-ชาวช่อง” อุดจุดบอด-ช่องโหว่ ทำลายภาพพจน์ “องค์กร-ประเทศชาติ”..OO

ทลายล้าง “ขบวนการค้ามนุษย์”พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล  พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.3 หัวเรือใหญ่ มอบการบ้าน พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์  ผบก.รน. พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปอท.เปิดยุทธการ “เรือมนุษย์” กระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 6 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัด  “สมุทรปราการ -นนทบุรี -จันทบุรี”ทลายขบวนการค้ามนุษย์หลอกลวงเหยื่อบังคับเสพยาใช้แรงงานบนเรือประมงเยี่ยงทาส ไม่แตกต่าง “ขุมนรก”ดีๆหนึ่งในปัญหาทำลายภาพลักษณ์ประเทศชาติอันดันต้นๆ…OO

ไม่สะดุดหยุดนิ่ง นำทีม ทลายล้าง“ขบวนการค้ามนุษย์” บังคับเด็กค้าประเวณีในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี ปูพรมกวาดล้างเครือข่ายฯ 18 ราย ได้ตัว 12 ราย ผิดค้ามนุษย์ 4 ราย ซื้อผู้บริการทางเพศ 11 ราย ล้วนมีหน้าตาในสังคม ทั้ง “นักการเมืองท้องถิ่น-หมอ-ทหาร-ครูบาอาจารย์-ลูกชายอดีตนักการเมืองคนดัง” ติดร่างแหร่วมใช้บริการ..OO

หนำซ้ำ..เจอพยานหลักฐานเด็ด “ข้าราชการ ระดับ รอง อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน  พม.”  แทรกแซงเกลี่ยมกล่อมเด็ก หวัง..ช่วยเหลือผู้ต้องหาซื้อกามพ้นผิด ไม่รอช้า.. “รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงฯ”ลงดาบย้ายกรุ รอผลสอบ ผลงานโบแดง “เข้าตานายใหญ่” จัดทัพ “สีกากี”รอบนี้ มีสิทธิ์เบียด “ตำแหน่ง-เก้าอี้”โปรดปราน หาก..ไม่แผ่วระหว่างทาง.. OO

เตรียมพร้อม..เต็มอัตราศึก พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศูนย์ปราบปราม“คนร้ายข้ามชาติ”และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ระดมนักสืบมือดีติวเข้มรับมือ“อาชญากรข้ามชาติ”แฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยวเข้าไทย ได้ พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง  ผบช.ภ.8 กูรูสืบสวน พล.ต.ต.วรวัฒน์ อมรวิวัฒน์ รอง ผบช.สันติบาล ปรมาจารย์ข่าวกรอง ร่วมเป็นวิทยากร แลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์สถานการณ์ความเคลื่อนไหวกลุ่มคนร้ายข้ามชาติ อุดช่องโหว่ ป้องกันใช้เมืองไทยเป็นฐานปฏิบัติการก่อเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ..OO

เสริมศักยภาพ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.จับ “หัวหน้าหน่วย-ผู้ปฎิบัติ”เข้าคอร์ตสัมมนา “ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์”รับมือ “แฮกเกอร์”โจมตี อุดช่องโหว่ปิดช่องทางล้วงข้อมูลความมั่นคง สร้างความเสียหาย “บ้านเมือง-ประเทศชาติ”..O0

ฝีมือไม่ตก พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.ฝอ.5 บก.อก.บช.น.เจ้าของฉายา “ยมทูตฝั่งธนฯ”ไม่ทิ้งลาย “นักสืบ”แสวงหาค้นความจริง เหตุใด.. “พนักงาน รปภ.”ต้องคดีต้องห้าม ทำงานรักษาความปลอดภัย กลับได้รับอนุญาต สร้างวีรกรรมฉาวโฉ่บุกก่อเหตุข่มขืนเหยื่อสาวลูกบ้านในห้องพัก สร้างความมัวหมอง “องค์กร-หน่วยงาน”…OO

ไม่นิ่งดูดาย..รื้อค้นเอกสารใบขออนุญาตบริษัทรักษาความปลอดภัยทั่วกรุง ตรวจสอบอย่างละเอียดพบเอกสารพนักงาน รปภ.ลูกจ้างบริษัทย่านมีนบุรีและบึงกุ่มใช้“ใบอนุญาตปลอม” เข้าทำงาน ได้ความว่า จ้างนายนัฐวุฒิ  ปัญจชัย ผอ.บริษัทแห่งหนึ่งที่เป็นศูนย์ฝึกพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นผู้ดำเนินการ..อ้างสามารถประสานงาน“ตำรวจยศสารวัตร” กับ“นายทะเบียน” ออกใบอนุญาต และต่อใบอนุญาตได้ คิดค่าหัวรายละ 3.5 พันบาท..OO

ไม่รอช้า..วางแผนออกอุบายเรียกตัวพบที่ทำงาน ล็อกตัวจนมุมแจ้งข้อหา“ปลอมและใช้เอกสารปลอม” สารภาพใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ใบอนุญาตทำงาน ก่อนนำส่งลูกค้า ปิดฉากคดี..”นักปลอมแปลง” ถ้าจะให้ดีน่าโชว์ฝีไม้ลายมือ เครส.. สน.เพชรเกษม  ใคร..คือ..ไอ้โม่ง เปิดทางเรื่องราวฉาวโฉ่..OO

ปัดเป่าคลายทุกข์ พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสภ ผบช.ภ.4 พลัน..ทราบข่าว สถิติอาชญากรรม “ฉก-ชิง-วิ่งราวทรัพย์” ห้วง พ.ย.64 ถึง มี.ค.65 คนร้ายใช้มอเตอร์ไซด์ก่อเหตุมากกว่า 16 ครั้ง ในหลายจังหวัดพื้นที่อีสานเหนือ ตั้งแต่..“หนองคาย-อุดรธานี-สกลนคร” สร้างความหวาดผวา “ชาวบ้าน-ร้านตลาด” สุจริตชนผู้หากินค่ำ.สูญเสียทรัพย์สิน-เงินทอง รวมกัน 1.5 ล้านบาท..OO

บัญชาการ พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ. 4 เสริมทัพ “ท้องที่”แกะรอยไล่ล่าวายร้าย เพียงแค่..ไม่ทันไร ได้เบาะแสคนร้าย ที่แท้..คือ.. 2 วายร้ายแห่งเมืองชลบุรี บุกรวบนายจิรเมธ กระสินธ์  และ นาย สุชาติ แจ่มสว่าง “คารังโจร” ยึดทรัพย์สินคืนผู้เสียหายได้ส่วนหนึ่ง..OO

ขจัดทุกข์ภัย “คนอีสานเหนือ”..สมแล้ว..รับบทบาท “ปรมาจารย์”ได้รับเชิญร่วมเป็นวิทยากรสอนหลักสูตรสืบสวนคดีอาญารุ่นพิเศษ 5 G  ถ่ายทอดประสบการณ์ไล่ล่าวายร้าย ชดใช้กรรม ปิดฉาก.. “คดีแล้วคดีเล่า”..OO

ร่มกาสาวพัสตร์.. นพท.ณพวิทย์  วุฒิจรัสธำรงค์ บุตรชาย ของ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 อุปสมบท ณ วัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ ในวันอาทิตย์ 15  พฤษภาฯเวลา 08.00 น.วันเสาร์ที่ 14 พฤษภาฯ เวลา 17.30 น.พิธีทำขวัญนาค ณ โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดหงส์ฯ…ขอเรียนเชิญ ญาติสนิทมิตรสหาย ร่วมอนุโมทนาบุญ..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

ไม่เลือกเราเขามาแน่ “อุ๊งอิ๊ง” ลงสนาม ชัชชาติแทบช็อค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514253

08 พ.ค. 2565

ไม่เลือกเราเขามาแน่ “อุ๊งอิ๊ง” ลงสนาม ชัชชาติแทบช็อค

โค้งสุดท้าย “อุ๊งอิ๊ง” ลุยหาเสียงช่วย ส.ก.เพื่อไทย แต่ชัชชาติอาจหนาวๆร้อนๆ หวั่นกระแสนอมินีคนดูไบ พ่วงเกมใต้ดิน ไม่เลือกเราเขามาแน่ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

โค้งสุดท้าย “อุ๊งอิ๊ง” ลุยหาเสียงช่วย ส.ก.เพื่อไทย หวังปลุกกระแสแลนด์สไลด์ แต่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อาจหนาวๆร้อนๆ กลัวถูกโยงให้เป็นนอมินีคนดูไบ

หัวหน้าครอบครัว “อุ๊งอิ๊ง” อยู่นิ่งไม่ได้ สนาม ส.ก.สู้กันดุเดือด หวั่นทีมเพื่อไทยพ่าย เมื่อชัชชาติทิ้งระยะห่างกับค่ายสีแดง เพื่อรักษาความเป็นอิสระ

วันที่ 8 พ.ค.2565 มาดามแจ๋น-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ผู้อำนวยการเลือกตั้ง ส.ก. พรรคเพื่อไทย พาอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ไปเดินหาเสียงที่ตลาดคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ก.ฝั่งธนตอนเหนือ ได้แก่เอนก ตุ้มน้อย ผู้สมัคร ส.ก.ตลิ่งชัน ,พรพิมล สูญญาจารย์ ผู้สมัคร ส.ก.ทวีวัฒนา ,เอกชัย ผ่องจิตร์ ผู้สมัคร ส.ก.บางแค และกฤษฎ์ คงวุฒิปัญญา ผู้สมัคร ส.ก.ภาษีเจริญ

จริงๆแล้ว “มาดามแจ๋น” ก็มีแผนพาอุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ไปให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทยอยู่แล้ว เนื่องจากกติกาเลือกตั้ง ห้าม ส.ส.ช่วยหาเสียง เพื่อไทยจึงต้องระดมอดีต ส.ส. หรือแกนนำพรรคที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ลงพื้นที่แทน

อย่างไรก็ตาม ทีมงาน ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. อาจไม่สบายใจนัก เพราะกังวลเกมใต้ดิน “ชอบอุ๊งอิ๊ง เลือกชัชชาติ” หรือ 

  • “เลือกชัชชาติ ได้ทักษิณ”

ปฏิเสธไม่ได้ว่า อารมณ์ของคนกรุงเทพฯ โดยเฉพาะคนบ้านมีรั้ว และคอนโดมิเนียมในชั่วโมงนี้ ยังมีอาการแหยงทักษิณ เบื่อลุงตู่ ฉะนั้น ทีมงานชัชชาติจึงอ่อนไหวต่อการเคลื่อนทัพหาเสียงของอุ๊งอิ๊ง ลูกสาวคนสุดท้องของทักษิณ

ชั่วโมงนี้ ชัชชาติมาแรงเป็นเต็งหนึ่งในทุกสำนักโพล แต่ทีมเพื่อนชัชชาติ ก็กังวลกระแสเชิงลบที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ซึ่งบทเรียนความพ่ายแพ้ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเพื่อไทย ยังตามหลอนชัชชาติและทีมงานอยู่

  • ‘ทดสอบแลนด์สไลด์’

คลังสมองกลุ่มแคร์ปั้น “อุ๊งอิ๊ง” เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เพื่อปั่นกระแสแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน และใช้สนามเลือกตั้ง ส.ก. เป็นบททดสอบอุ๊งอิ๊งแลนด์สไลด์

เมื่อ 6 พ.ค.2565 มาดามเมืองหลวง-พวงเพ็ชร ชุนละเอียด แสดงความมั่นใจว่า ส.ก.ของเพื่อไทยจะได้รับเลือกแบบแลนด์สไลด์ จะได้ ส.ก.เกินครึ่ง ของสภา กทม.จากทั้งหมด 50 เขต 50 คน

หมอมิ้ง-นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย ดูแลด้านนโยบาย ก็เชื่อว่า ทีม ส.ก.เพื่อไทยจะได้ชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ เพราะมีการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ก.ใน 3 มิติคือ อดีต ส.ก. มีความชำนาญ เคยมีประสบการณ์ในการอยู่ในสภา กทม. , คนทำงานใกล้ชิดกับประชาชน และคนรุ่นใหม่ เป็นคนที่มีความคิด

ก่อนหน้าจะมีการกำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่า กทม. และ ส.ก. บรรดาว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.พรรคเพื่อไทย ก็ใส่เสื้อยืดสีดำ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ลงพื้นที่ และอยากได้ชัชชาติไปช่วยหาเสียง

ส่วนชัชชาติก็อยากไปลงในเขตของผู้สมัคร ส.ก. เพราะต้องการหาคะแนนกับชุมชน แต่ด้วยกระแสโจมตีเรื่องชัชชาติ-เพื่อไทยฮั้วกัน พวกเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ ทีมเพื่อนชัชชาติ จึงร้องขอให้ผู้สมัคร ส.ก.เพื่อไทย งดสวมเสื้อยืดสีดำลงพื้นที่ในช่วงหาเสียง

เมื่อพึ่งพาชัชชาติไม่ได้ มาดามแจ๋นจึงต้องพึ่งตัวเอง กลยุทธ์หามแห่อุ๊งอิ๊งลงสนามจึงเกิดขึ้นในช่วงโค้งสุดท้าย เพียงเหยียบย่างตลิ่งชัน ก็มีข่าวเต็มโซเชียลว่า อุ๊งอิ๊งตลาดแตก

มาดามแจ๋น พาอุ๊งอิ๊งลุยตลาดคลองลัดมะยม ตลิ่งชันมาดามแจ๋น พาอุ๊งอิ๊งลุยตลาดคลองลัดมะยม ตลิ่งชัน

  • ‘เต็งแชมป์กลัวชวด’

ทีมเพื่อนชัชชาติคงต้องเฝ้ามอง “อุ๊งอิ๊ง” ลุยหาเสียงโค้งสุดท้ายอย่างใกล้ชิด และหวังว่า คงไม่มีคำพูดจากทีมงานเพื่อไทยมาพาดพิงถึงชัชชาติ จนถูกฝ่ายตรงข้ามฉวยโอกาสไปเล่นเกมใต้ดิน

ชัชชาติ มีประสบการณ์ตรงจากการเลือกตั้งปี 2562 ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ได้เห็นปรากฏการณ์ความสงบจบที่ลุงตู่ และพ่อฟ้า ทำให้พรรคเพื่อไทยคะแนนหดหาย จึงตัดสินใจลงผู้ว่าฯ กทม.อิสระ

ถ้าชัชชาติ ยอมสวมเสื้อเพื่อไทยลงสนามผู้ว่าฯ กทม. ย่อมเสี่ยงที่จะถูกลากเข้าสู่วังวนความขัดแย้งไม่ได้ และชัชชาติเห็นคะแนนของเพื่อไทยในกรุงเทพฯ แล้ว มันไม่พอที่จะทำให้เขาชนะได้

จริงๆแล้ว ความเป็นอิสระของชัชชาติ ก็ถูกตั้งคำถามมากมาย โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับ “เฮียเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงษ์ไพศาล ผู้ที่ชักนำชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้าสู่ถนนการเมืองตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทย

เฮียเพ้ง สมัยเป็นรัฐมนตรีคมนาคม รัฐบาลทักษิณ ในฐานะรุ่นพี่วิศวะจุฬาฯ มาชวนให้ไปช่วยงานในกระทรวงคมนาคม และสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เฮียเพ้งก็สนับสนุนชัชชาติให้เป็น รมช.คมนาคม

สำหรับกองหนุนชัชชาติ ก็คือเพื่อนพ้องน้องพี่ในเครือข่ายวิศวะจุฬาฯ หรือจุฬาคอนเนกชั่น โค้งสุดท้าย ชัชชาติอาจเจอเกมใต้ดินเรื่องวิศวะจุฬาคอนเนกชั่น และลามไปถึงคนแดนไกล ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง

บ้ง ‘ครูอาจารย์’ โดนบีบ ‘ปั่นยอด’ เพิ่มเด็กเข้าเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/514248

08 พ.ค. 2565

บ้ง 'ครูอาจารย์' โดนบีบ 'ปั่นยอด' เพิ่มเด็กเข้าเรียน

บ้ง ‘ครูอาจารย์’ โดนบีบ ‘ปั่นยอด’ เพิ่มเด็กเข้าเรียน ตามจำนวนอาจารย์แต่ละคณะต้องใช้ทุกกลยุทธ์โน้มน้าวจิตใจผู้ปกครองและเด็ก เพื่อให้เข้าเรียนตามเป้า ใครทำไม่ได้ จะถูกกดดันทุกวิถีทาง จนต้องถอดใจลาออก

“ครูดิ่งตึกดับเครียดหนักถูกบังคับให้หานักเรียนใหม่ตามยอด” เกิดเรื่องราวใหญ่โตในสถานศึกษาแต่ผู้บริหารระดับกระทรวงศึกษาธิการเล่นบทนิ่งเฉย ต้นสังกัดก็บอกปัดไม่เกี่ยวกับ “ปั่นยอด” ดึงเด็กเข้าเรียน ใจร้ายไปมั๊ย 

การศึกษาไทยมาถึงจุดจริงหรือ มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อว่าจะมีอยู่จริง “ครูแจ่ม” ตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว พบว่า “มีอยู่จริง” เป็นหน้าที่เพิ่มของ “ครู” ยุค2565 นอกจากเป็นทุกอย่างให้แล้วยังต้องทำหน้าที่ “การตลาด” ดึงเด็กเข้าเรียน ภาพเหล่านี้มีความชัดเจนในสถานศึกษาภาคเอกชนโดยเฉพาะในระดับอุดมศึกษา ส่วนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั้งสถานศึกษาของรัฐและเอกชน ต่างได้รับเงินอุดหนุนรายหัวเรียนฟรีจากรัฐตัวเลขผกผันตามจำนวนเด็ก

ขยับเข้าไปใกล้ข้อเท็จจริง เมื่อใกล้เปิดเทอมใหม่ ทั้ง “ครูอาจารย์” ต้องปั่นยอดดึงเด็กเข้าเรียนตามที่ได้รับมอบหมายจากฝ่ายบริหารระดับสูงของสถานศึกษา มีมานานแล้ว แต่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  

“ครูอาจารย์ ปั่นยอด ดึงเด็กเข้าเรียนเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยเอกชนไปแล้ว เดิมเป็นหน้าที่ของฝ่ายแนะแนว และฝ่ายทะเบียนนักศึกษา เดิมเป็นแบบนี้ จริงๆ แต่ 2-3 ปีมานี้หนักมากมหาวิทยาลัยเอกชน ส่วนมากบอกเลยเป็นนโยบายที่อาจารย์ต้องถึงเด็กมาเรียน สื่อประชาสัมพันธ์อาจารย์ต้องลงขันช่วยกันออกเงินเองมหาวิทยาลัยไม่มีงบให้ ” ครูอาจารย์ มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งระบุ

ลืมไปเลยภาพจำในอดีต “ครูอาจารย์” มีหน้าที่สอนหนังสือ ควบคู่ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้ตอบโจทย์สังคมโลกที่ปรับเปลี่ยนไป

“ครูอาจารย์” ยุคนี้ต้องเก่งการตลอด ออกโรดโชว์ตามโรงเรียน เพื่อพบปะพูดคุยแนะนำสถาบันอุดมศึกษา แต่ต้องฝ่าด่าน “ครูแนะแนว” ก่อน การโรดโชว์ถึงจะบรรลุเป้าหมาย เพื่อให้ครูและนักเรียนได้เห็นภาพความสำเร็จในอนาคตหากมาเรียนที่นี่  ยิ่งเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ต้องจัดอีเว้นท์ระดับมีซุปตาร์หรือบุคคลมีชื่อเสียงมาร่วมงาน เพื่อจูงใจเด็กมาร่วมกิจกรรม

ดูเหมือนว่า การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้การศึกษาไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เพื่อความอยู่รอด มหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของรัฐไม่ได้รับผลกระทบมากนัก แต่ต้องปรับตัวเพื่อดึงยอดเด็กไม่ให้ร่วงไปมากกว่าเดิมมากนัก

“ครูแจ่ม” สอบถามผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ออกตัวว่า เพื่อความอยู่รอด “ครูอาจาย์” ต้องร่วมด้วยช่วยกัน และใช้ทุกมาตรการจูงใจ ไม่ว่าจะเป็นการให้ทุนเรียนฟรีแต่มีน้อยเพื่อเป็นที่เชิดหน้าชูตาสถาบันการศึกษาเมื่อมีคนเก่งมาเรียน ที่เหลือเป็นนักเรียนที่ต้องเรียนกับสถาบัน 4 ปีเด็กกลุ่มนี้มีกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.)รองรับอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยมีรายได้จากส่วนนี้และเด็กที่มีเงินจ่ายค่าเทอมโดยไม่ต้องกู้กยศ.

ว่ากันว่า ค่าเทอมเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนระดับปริญญาตรีอยู่ระหว่าง  3.5 หมื่น- 5 หมื่นบาท เด็กเรียน 4 ปี หากจำนวนผู้เรียนมาก รายได้ก็มากตามไปด้วย ที่แย่หนักหลักสูตรที่ไม่มีเด็กเรียน หรือสมัครเรียนไม่ถึง 20 คน จะถูกยุบรวมกับหลักสูตรที่ใกล้เคียงกัน เคยเกิดกรณียุบหลักสูตรหลายสาขาจนถึงขั้นเกือบยุบคณะตามไปด้วย คณบดีคณะถูกกดดันหนักเมื่อไม่มีเด็กมาเรียน จำต้องถอดใจลาออก

เมื่อบทบาท “ครูอาจารย์” เปลี่ยนไปใช้การตลาดนำการศึกษา การปั่นยอดเพิ่มเด็กเข้าเรียนจึงเริ่มขึ้น จากคณะวิชาในมหาวิทยาลัยเอกชน ต้องดึงเด็กเข้าเรียนจำนวนเพิ่มตามสัดส่วนของจำนวนครูอาจารย์ในแต่ละคณะวิชา

กล่าวคือ คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 20 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้200คน /คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 30 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้ 300 คน /คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 40 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้400คน/คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 50 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้500คน/คณะวิชาที่มีครูอาจารย์ จำนวน 60 คนต้องดึงเด็กเข้ามาเรียนให้ได้ 600 คน (ดูแบนเนอร์ประกอบ)ฯลฯ

อินโฟกราฟิก บ้ง “ครูอาจารย์” โดนบีบ “ปั่นยอด” ดึงเด็กเข้าเรียน อินโฟกราฟิก บ้ง “ครูอาจารย์” โดนบีบ “ปั่นยอด” ดึงเด็กเข้าเรียน

มหาวิทยาลัยเอกชนบางแห่งลงทุนสร้างตึกอาคารใหม่ ด้วยเงินจำนวนมหาศาลแต่ไม่มีเด็กมาเรียน เมื่อโลกหลังโควิด-19 กำลังจะกลายเป็น “โรคประจำถิ่น” นักเรียน นักศึกษา เรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน หรือเรียนออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องมาที่มหาวิทยาลัย

สภาวะทางการเงินมหาวิทยาลัยเอกชนที่ลงทุนหนักอยู่ในภาวะหนี้ท่วม จะพึ่งพารัฐก็ไม่ได้ ทางออกที่เป็นไปได้จึงตกหนักที่ “ครูอาจารย์” ต้องหาทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มเด็กเข้ามาเรียนให้ได้มากที่สุด

ปรากฏการณ์ “ครูอาจารย์” ปั่นยอดดึงเด็กเข้าเรียนในมุมมอง ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน นักการศึกษา ระบุว่า การศึกษาไทยน่าเป็นห่วงมาก รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงการคลัง ต้องร่วมกันหาทางออก ไม่ใช่ปล่อยให้สถานศึกษา ทั้ง โรงเรียน  วิทยาลัย มหาวิทยาลัยหาทางออกเพื่อความอยู่รอดด้วยวิธีการแบบนี้ ยิ่งใกล้เปิดเทอมแรงกดดันที่ครูอาจารย์ได้รับจะเป็นอย่างไร อย่าคิดแต่เรื่องเปิดเทอมต้องเรียนออนไซต์ นักเรียน นักศึกษา ต้องรับวัคซีน คิดแค่นั้นไม่ได้ ต้องลงไปดูรากเหง้าของปัญหาการศึกษาไทย

“ทำไมครูอาจารย์ต้องปั่นยอดดึงเด็กเข้าเรียน ไม่ต่างจากแบงค์ บริษัทประกัน การศึกษาไทยมาถึงจุดต่ำสุดแบบนี้ได้อย่างไร กระทรวงศึกษาฯ กระทรวงอุดมฯ ทำอะไรกันอยู่ กระทรวงการคลังปล่อยให้กู้กยศ.ให้เด็กทุกคนได้จริงหรือ ทำไมไม่ครอบคลุมค่าครองชีพ ค่าเดินทาง ค่ากินอยู่ มีค่าเทอมอย่างเดียวในโลกความจริงเด็กเรียนได้จริงหรือ” ศ.ดร.กนก ตั้งข้อสังเกต

การศึกษาไทยมาถึงจุดต่ำสุดนี้ได้อย่างไร ใครควรรับผิดชอบ?